ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ศิราพัชร ดวงใจนักรบ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มินาลิน รัฐอิสระเล็กๆที่มั่งคั่งด้วยเพชร ตั้งอยู่เหนือเมืองน่าน ระหว่างชายแดนสี่ประเทศคือไทย ลาว จีนและพม่า ปกครองโดยระบบผู้นำรัฐชื่อวาสิน มีสตรีหมายเลขหนึ่งภรรยาของผู้นำชื่อเนตรา ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือ "พชร"

วาสินมีเพื่อนสนิทที่พ่อของเขานำมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมคือดารัณ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันจนวาสินขึ้นเป็นผู้นำรัฐ ดารัณจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลด้านการทหารของมินาลิน มีอำนาจรองจากวาสิน

ต่อมาดารัณคิดการใหญ่ทำการกบฏโดยใช้กองโจรที่แอบซ่องสุมไว้ วาสินมอบหมายให้ทหารที่ไว้ใจได้พาเนตราและพชรหนี แต่ทหารผู้นั้นกลับหักหลังวาสินและเข้าเป็นพวกของดารัณ โดยลวงสองแม่ลูกไปเพื่อจะฆ่าทิ้ง แต่ถูกพชรฆ่าตายก่อน ขณะที่สองแม่ลูกกำลังถึงขั้นวิกฤติหนีไม่พ้น ก็ได้รับการช่วยเหลือจากทหารของมาดิสร์ ผู้นำรัฐมินทุ ที่มีชายแดนติดกับมินาลิน
มาดิสร์มีลูกชายหญิงสองคนคือภูษณะกับบาจรีย์ บาจรีย์ ดีใจมากที่ได้เจอพชรอีกเพราะเธอหลงรักเขาอยู่  ยามนี้ที่เขากับแม่บาดเจ็บมา เธอจึงดูแลเขาอย่างดี แต่ดูเหมือนพชรจะไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกินความเป็นพี่น้อง

เสียงร่ำไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจของเนตราดังมาจากเรือนรับรอง ตวิษา ภรรยาของมาดิสร์เฝ้าปลอบใจเนตราด้วยความสงสารจับใจ โดยมีมาดิสร์ยืนมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเธอผู้สูญเสีย

"เนตรา...เธอต้องเข้มแข็งนะ เธอต้องผ่านมรสุมร้ายนี้ไปให้ได้"

"พี่วาสิน...ไม่จริง พี่ต้องไม่ตาย พี่จะตายไม่ได้ น้องไม่เชื่อ มันไม่ใช่เรื่องจริง"

พชรกับบาจรีย์เข้ามาได้ยินเสียงคร่ำครวญของเนตรา ทั้งคู่ตกใจกับข่าวร้าย เนตราดวงตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ ลุกขึ้นวิ่งไปกอดพชร

"พชร...พ่อไม่อยู่กับเราแล้วลูก พ่อไม่อยู่แล้ว..."

"ไอ้ดารัณ!" พชรคำรามลั่น แล้วมองไปยังมาดิสร์กับตวิษา "ท่านป้า ท่านลุง ผมฝากแม่ไว้ด้วย"

"เดี๋ยวสิ หลานจะรีบผลุนผลันไปไหน"

"ผมจะไปฆ่าไอ้ดารัณ" พชรหันหลังจะเดินไป ทว่าภูษณะเดินมาขวางเขาไว้

"หยุดก่อนไอ้เพื่อนรัก ลำพังนายคนเดียวจะทำอะไรไอ้ดารัณได้"

ภูษณะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ขณะที่พชรยังเดือดดาลจัด

ooooooo

ดารัณก่อกบฏสำเร็จและกำลังชื่นมื่นกับตำแหน่งผู้นำรัฐคนใหม่ที่ตั้งตนขึ้นมาเอง ท่ามกลางผู้ที่ยังจงรัก ภักดีต่อวาสินหลายคน แต่แล้วดารัณก็เด็ดหัวไปทีละคนอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะสั่งราชิต สมุนมือขวานำกองกำลังตามหาพชรแล้วตัดหัวมันมาให้ได้ พร้อมนำสร้อยศิราพัชรกลับคืนมาสู่เราผู้ครองนครแห่งมินาลิน

มาดิสร์ให้เนตราเอาหีบสมบัติเข้ามาซ่อนไว้ในตู้เซฟภายในห้องลับที่เป็นฐานบัญชาการของเขา โดยย้ำให้เนตรามั่นใจได้ว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุด

"ขอบคุณท่านทั้งสองที่เป็นที่พึ่งพิงแก่เราและลูก ขอบคุณจริงๆ" เนตรายกมือไหว้สองสามีภรรยา ตวิษารีบจับมือเนตราไม่ให้ไหว้ตน

"อย่าถึงกับต้องไหว้เลย มินทุกับมินาลินก็เหมือนบ้านพี่เมืองน้องกัน"

"แต่พวกท่านและชาวมินทุอาจจะต้องเดือดร้อน เพราะดารัณมันต้องการชีวิตเราและลูก และที่สำคัญมันต้องการศิรา–พัชรเหนือสิ่งอื่นใด"

"ฉันให้สัญญาว่าฉันและชาวมินทุจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ดารัณได้ในสิ่งที่มันต้องการ" มาดิสร์ให้คำสัตย์แก่ เนตรา...บาจรีย์ที่ยืนอยู่ด้วยเอ่ยปากว่าตนอยากไปดูพี่ภูษณะฝึกรบ พ่อกับแม่ทำหน้าแปลกใจ ทุกทีลูกสาวไม่เคยสนใจพี่ชายฝึกรบ บาจรีย์ยิ้มเขินๆก่อนบอกว่า ครั้งนี้มีพี่พชรด้วยนี่นา...

ขณะพชรทดสอบฝีมือกับภูษณะอยู่นั้น ราชิตนำกำลังทหารจำนวนหนึ่งเข้ามาโจมตีเพื่อจะฆ่าพชรให้ได้ตามคำสั่งของดารัณ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว เพราะพชรมีทั้งภูษณะ และพาริณ สาวสวยฝีมือดีจากมินาลินซึ่งเป็นเพื่อนของพชรตั้งแต่เด็กตามมาช่วย

ทหารที่มาด้วยถูกฆ่าตายหมด ส่วนราชิตเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่จับบาจรีย์เป็นตัวประกันแล้วปาระเบิดควันเปิดทางให้ตัวเองหนีไป...จากนั้นพาริณก็ตามพชรเข้าไปพบเนตรา พร้อมด้วยคณะของมาดิสร์ที่แสดงความห่วงใยสองแม่ลูกอย่างเห็นได้ชัด แต่กับพาริณนั้น บาจรีย์รู้สึกไม่ถูกชะตาจึงหาทางไล่เธอกลับไปมินาลิน พชรจึงต้องออกโรงว่า

"พาริณภักดีต่อท่านวาสินและราชวงศ์ หากกลับมินาลิน คิดเหรอว่าดารัณจะปล่อยให้พาริณรอดชีวิต"

"ถ้างั้นก็อยู่ที่นี่ก็ได้ ถ้าไม่ช่วย ฉันคงกลายเป็นคนใจดำ" ภูษณะกล่าวด้วยมาดเคร่งขรึม พาริณมองหน้าเขาอย่างไม่ชอบใจนัก

"ถึงท่านไม่ให้ฉันอยู่ ฉันก็ไม่ฟังเพราะฉันต้องรับใช้ท่านพชร หวังว่าคงเข้าใจ"

ภูษณะรู้สึกเสียหน้าที่โดนพาริณย้อน...พชรเหลือบมองไปยังมาดิสร์ที่สีหน้าเครียดๆ จึงถามท่านลุงว่า คิดอะไรอยู่หรือ?

"การบุกมินทุของราชิตครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ ตราบใดที่ดารัณไม่ได้ในสิ่งที่มันต้องการ และหากว่าดารัณยกกองกำลังทหารทั้งหมดบุกมินทุ เราต้านไม่อยู่แน่ๆ เพื่อความปลอดภัยของหลานและเพื่อการกู้บัลลังก์แห่งมินาลินกลับคืน เราต้องมีพันธมิตรคอยช่วยเหลือ"

"พันธมิตรที่ท่านว่าหมายถึง..."

"ประเทศไทย" สิ้นคำของมาดิสร์ พชรนิ่งไปอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

เพียงเช้าวันใหม่ อดิศร นายพลผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษของประเทศไทยซึ่งเป็นเพื่อนรักของมาดิสร์ก็เตรียมตัวเดินทางไปมินทุ ท่ามกลางความแปลกใจของศิรดาผู้เป็นภรรยา ว่าสามีมีงานด่วนอะไรถึงได้รีบร้อนนัก แถมก่อนไปยังบอกให้เธอสั่งคนช่วยทำความสะอาดเรือนรับรองใหญ่ไว้ด้วย

อดิศรไปพบมาดิสร์และยินดีที่จะช่วยเหลือดำเนินการเรื่องการลี้ภัยและการฝึกทหารให้แก่พชร แต่พชรจะต้องไปในฐานะคนธรรมดาสามัญ มิใช่ในฐานะของรัชทายาทแห่งมินาลิน และเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เราทุกคนต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

"ในฐานะของผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินแห่งราชอาณาจักรไทย เรารับรองความปลอดภัยให้ท่านได้ ท่านพชรเตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเมืองไทยกันเดี๋ยวนี้แล้ว"

ขาดคำของอดิศร พาริณที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยลุกขึ้นยืนทันที

"ดิฉันขอตามไปพิทักษ์ท่านพชรตามคำสั่งของท่านวาสิน"

"ผมอนุญาต หากไปในฐานะเพื่อน มิใช่ในฐานะองครักษ์"

"ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือผม แล้วผมจะกลับมาเพื่อทวงมินาลินกลับคืน" พชรลั่นวาจาอย่างมุ่งมั่น

จากนั้นทุกคนพากันออกไปส่งพชรกับพาริณที่รถยนต์ พชรฝากมาดิสร์กับตวิษาดูแลแม่ของตนด้วย มาดิสร์รับปากจริงจังขอพชรอย่าได้กังวล ขณะที่ภูษณะก็กำชับเพื่อนรักว่า

"ตั้งใจซ้อมรบนะพชร นายคือความหวังของมินาลิน"

พชรโอบไหล่ภูษณะ ก่อนที่จะก้มลงกราบเท้าเนตรามารดาสุดที่รัก เนตราพยุงพชรให้ลุกขึ้นแล้วจุมพิตหน้าผากลูก หยิบถุงกำมะหยี่จากกระเป๋าเสื้อออกมา ซึ่งมีสร้อยเส้นหนึ่งที่ด้านหลังจี้เพชรรูปหัวใจสลักคำว่า "รักเท่าชีวิต" มอบให้ลูกชาย

"แม่อยากให้ลูกเก็บสร้อยเส้นนี้เอาไว้ มันคือตัวแทนความรักของพ่อที่มอบไว้ให้แม่ และหากวันใดลูกเจอหญิงอันเป็นที่รัก แม่อยากให้เธอได้เก็บมันเอาไว้เหมือนที่แม่รักษามันเท่าชีวิต...ในถุงนี้มีเพชรมากพอที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้มหาศาล เอาไว้ใช้ยามอยู่ต่างบ้านต่างเมืองนะลูก"

พชรเก็บถุงกำมะหยี่แล้วสวมกอดมารดาด้วยความรักอีกครั้ง

"เมื่อผมพร้อมรบ ผมจะรีบกลับมาครับ"

พชรผละไปขึ้นรถยนต์ที่พาริณกับอดิศรรออยู่ แล้วรถคันนั้นก็แล่นฝ่าความมืดออกไป โดยมีกลุ่มของมาดิสร์ยืนมองตามจนลับตา

ooooooo

เมื่อราชิตทำงานพลาดกลับมาเผชิญหน้ากับดารัณในวันรุ่งขึ้น ดารัณโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะคอกใส่จนราชิตหน้าถอดสี

"การฆ่าไอ้พชรมันยากนักรึไงวะ ถึงปล่อยให้มันรอดไปได้"

"ถ้าไม่มีนังพาริณเข้ามาช่วย ผมเอาหัวพชรมาให้ท่านได้แน่นอน"

"เราไม่ต้องการคำแก้ตัว จำใส่กะโหลกไว้ซะว่าอย่าทำงานพลาดซ้ำสองอีก"

"ครับท่านดารัณ ผมจะตามไปล่ามันเอง"

"ไอ้โง่ แกคิดว่ามันยังอยู่มินทุรึไง ป่านนี้มันหนีไปไหนต่อไหนแล้วโว้ย" ดารัณโวยวายหยิบของใกล้มือปาราชิตที่ก้มหน้าก้มตาอย่างเกรงกลัว...

ทางฝ่ายอดิศร เมื่อพาพชรกับพาริณมาถึงบ้านของตน ก็รีบนำพาไปยังเรือนรับรองซึ่งมีเครื่องอำนวยความสะดวกหลายอย่าง

"อาจจะไม่สุขสบายเท่ากับอยู่ในวัง ต้องขออภัยด้วย เรื่องเสื้อผ้า ข้าวของจำเป็นต่างๆ ผมให้คนจัดเตรียมให้คุณทั้งสองแล้ว ขาดเหลืออะไรบอกได้ไม่ต้องเกรงใจ"

"แค่นี้เราก็ไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไร ที่ให้ความช่วยเหลือเรา บุญคุณของท่าน เราพร้อมทดแทนในทุกเมื่อ"

"ถ้าอยากจะทดแทน ก็ขอให้อดทนและตั้งใจกับการฝึกหนักกับหน่วยนาวิกโยธินจะดีกว่า ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว อ้อ พชร อย่าลืมว่าตอนนี้คุณคือคนธรรมดาสามัญ ไม่ใช่รัชทายาทแห่งมินาลิน"

"ผมเข้าใจ ต่อไปนี้กรุณาเรียกผมว่า...วิน"

อดิศรยิ้มให้และขอตัวไป พชรหันไปหาพาริณ กำชับว่า

"นับแต่นี้เธอคือเพื่อนฉัน ฉันไม่ใช่นายของเธอ เข้าใจมั้ยพาริณ"

"ค่ะ คุณวิน"

ทันใดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทั้งพชรและพาริณหันไปยังต้นตอของเสียงด้วยความสงสัย...อีกครู่ต่อมา พชรก็เดินออกไปยังลานซ้อมยิงปืน เห็นสาวสวยคนหนึ่งกำลังซ้อมยิงเป้าอย่างแม่นยำมาก พอเธอรู้สึกตัวว่ามีคนมอง จึงคว้าปืนขึ้นมาเล็ง ทำเอาพชรหลบวูบวิ่งหนีไป

เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาคือไอ้โรคจิต พวกถ้ำมอง จึงถือปืนวิ่งตามล่า พลางตะโกนเรียกอย่างเอาเรื่อง พชรซ่อนตัวแล้วฉวยจังหวะเหมาะล็อกเธอจากด้านหลัง บิดข้อมือเธอจนปืนร่วงลงพื้น แล้วคว้ากริชออกมาจ่อที่คอเธอ

"คุณเป็นใคร มีใครสั่งให้คุณมาฆ่าผมรึเปล่า" พชรเสียงแข็งอย่างระแวงระวัง

"ไอ้บ้า ไอ้เพ้อเจ้อ แกนั่นแหละเป็นใคร"

"ผมเป็นใครไม่สำคัญ"

"เอ๊า ไอ้บ้านี่ กวนอวัยวะเบื้องล่างซะแล้ว"

พชรอึ้งๆ แต่แล้วพลันชายหนุ่มอีกคนก็โผล่เข้ามา เขาชักปืนยิงขู่ลงพื้นหลายนัดซ้อน

"ปล่อยน้องสาวฉัน ไม่งั้นแกตาย"

ไม่ทันที่พชรจะทำอะไร มีดบินก็ลอยมาเฉียดแขนของชายผู้ออกคำสั่งไปนิดเดียว พาริณนั่นเองที่เป็นมือมีด เธอก้าวเข้ามาด้วยมาดทะมัดทะแมง แล้วสั่งหญิงชายที่เป็นพี่น้องให้ปล่อยวินซะ ถ้าไม่อยากตาย แต่ทั้งคู่ไม่ยอม ทำท่าจะเล่นงาน พชรหรือวินให้ได้

ทันใดนั้นเอง อดิศรโผล่เข้ามาห้ามขวางทางปืนไว้...ที่แท้ สองพี่น้องก็คือลูกชายกับลูกสาวของอดิศรนั่นเอง

"ธาม...ลำธาร...พวกเขาคือแขกของเรา" พูดแล้วอดิศรหันไปทางพชรกับพาริณ "สองคนนี้ลูกชายและลูกสาวผมเอง"

สองฝ่ายมองหน้ากันไปมา จู่ๆพชรก็เดินออกไปเฉยๆ ลำธารตะโกนไล่หลังอย่างฉุนๆ

"เอ้า เฮ้ย นี่ไม่คิดจะขอโทษกันเลยเหรอไง"

จากนั้นพากันกลับเข้าบ้าน ลำธารกับธามถามคาดคั้นอดิศรว่าสองคนนั้นเป็นใคร อดิศรบอกความจริงไม่ได้ ได้แต่พูดคำเดิมว่าพวกเขาคือแขก

"แขกที่ไหน อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา หรือเนปาล"

"มันใช่เวลามาเล่นตลกมั้ย พี่ธาม" ลำธารดีดหูพี่ชายไปทีอย่างหงุดหงิด

"คุณก็บอกลูกไปสิคะ ว่าสองคนนั้นเป็นใครมาจากไหน" ตวิษาเอ่ยขึ้น

"รู้ไปแล้วได้อะไร    ก็แค่เป็นคนที่มาฝึกกับหน่วยนาวิกโยธินด้วย"

"มาฝึกที่หน่วย? แต่สองคนนั้นเป็นประชาชน ไม่ใช่ ทหาร พ่อ แบบนี้มันอภิสิทธิ์เกินไปแล้วนะ กว่าผมจะฝึกได้ต้องสอบ ต้องฝึกฝนตั้งเท่าไหร่ๆ"

อดิศรไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ตัดบทว่า "เอาน่ะ ผูกมิตรกันเข้าไว้ ต้องเจอหน้ากันไปอีกนาน" แล้วอดิศรก็เดินจากไป ทิ้งให้ธามและลำธารมองหน้ากันเองอย่างสงสัย

เมื่อยังไม่ได้ความกระจ่าง ลำธารก็ยังข้องใจไม่หาย เธอเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดออกไปทางสวนข้างบ้าน แล้วไปเจอพชรมาแอบมองเธออีก พชรมาเพื่อจะผูกมิตรกับเธอ แต่เธอกลับเรียกเขาว่านายโรคจิต พชรจึงแนะนำตัวว่าเขาชื่อวิน ไม่ได้ชื่อโรคจิต แล้วเขาก็ไม่ได้แอบมองเธอด้วย

"คุณชื่ออะไรนะ อ๋อ ผมนึกออกแล้ว...ลำเจียก"

"ลำเจียกบ้านนายสิ ฉันชื่อลำธาร" เจ้าหล่อนเสียงเขียว

"ขอโทษ...ลำธาร" พชรหยิบเพชรเม็ดหนึ่งออกจากถุงกำมะหยี่ยื่นให้ลำธารเป็นสินน้ำใจที่ครอบครัว ของเธอให้ที่พักพิงเขาและเพื่อน แต่ลำธารไม่รับ แถมท่าทีโมโหด้วยซ้ำ "รับไว้เถอะ เอาไปขายก็ได้ มูลค่าของมันไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาทไทยเชียวนะ"

"นี่คิดว่าฉันเป็นพวกหน้าเงินเหรอ คิดว่าฉันอยากได้ของของคนอื่นฟรีๆรึไง"

"เปล่า คุณเข้าใจฉันผิด ผมแค่อยากผูกมิตร"

"อ๋อ เอาของมาล่อนี่เหรอวิธีผูกมิตรของนาย" เธอผลักอกเขาหลายครั้ง จนนิ้วไปเกี่ยวกระดุมเสื้อของเขาหลุด เผยให้เห็นแผงอกที่มีรอยแผลเป็นเด่นชัด "ไปโดน...อะไรมา"

เหมือนโดนของมีคมจี้ซ้ำเข้ากลางใจ พชรโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที ปัดมือลำธารออกแล้วหันหลังเดินจากไปเลย ลำธารได้แต่มองตามอย่างงงงวย...พชรกลับเข้าห้องพัก ถอดเสื้อมองแผลเป็นที่หน้าอก แล้วคิดย้อนเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดแผลเป็นนี้ วันนั้นเขาต่อสู้กับราชิตด้วยกริช แล้วถูกราชิตแทงเกือบตาย ถ้าพาริณไม่เข้ามาช่วยไว้ทัน

พชรยืนมองกระจกดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น ยิ่งนึกว่าพ่อของตนถูกพวกมันฆ่าตายไปแล้วก็ยิ่งทำใจรับไม่ได้ ตะโกนระบายอารมณ์ออกมาจนพาริณตกใจ วิ่งพรวดเข้ามาถามเขาว่าเป็นอะไร พชรไม่ตอบแต่กลับย้อนถามพาริณว่า พ่อของตนตายยังไง

"คุณอย่ารู้เลยดีกว่าค่ะ"

"เธอบอกฉันมาเถอะ พ่อฉันทรมานแค่ไหน ไอ้ดารัณมันต้องทรมานกว่าร้อยเท่าพันเท่า ฉันไม่อยากลบความแค้นไอ้ดารัณออกจากใจแม้แต่นาทีเดียว"

"ไอ้ดารัณมัน...มันจับท่านวาสินทรมานให้มอบเพชรในคลังสมบัติให้มันทั้งหมด เมื่อสมใจแล้วมันยังต้องการศิราพัชร เพียงแต่ท่านวาสินไม่ยอมปริปากบอก หลังจากนั้นมันจับท่านวาสินมัด แล้วผูกเชือกให้รถลากไปทั่วมินาลิน และสุดท้ายมันจับท่านวาสินที่หมดสติแล้วถ่วงลงทะเล"

พชรกำมือแน่นด้วยความเจ็บแค้นสุดๆ พาริณมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขา เมื่อเขาเอ่ยปากต้องการอยู่คนเดียว เธอจึงจำยอมออกไป ทั้งที่ยังเป็นห่วง...พชรจมอยู่กับความเจ็บปวดเจ็บแค้นจนนอนไม่หลับ เขาลุกออกไปเดินทอดอารมณ์ในสวน แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นลำธารนั่งอ่านหนังสืออยู่ ลำธารรู้สึกเหมือนมีใครมองจึงหันกลับมา ก็พอดีพชรกำลังจะเดินกลับ เธอรีบลุกไปขวางเขาไว้ พร้อมตั้งคำถามอย่างข้องใจว่า เขาเป็นอะไร ทำไมถึงแอบมองเธออยู่ได้

"เปล่า ผมนอนไม่หลับ ออกมาเดินเล่น พอเจอคุณ ผมก็จะเดินหนีเพราะกลัวคุณจะว่าอีก"

"อ๋อเหรอ มีแฟนมาอยู่ด้วย ฉันก็นึกว่าจะนอนหลับฝันดีซะอีก"

"แฟน? คุณหมายถึงพาริณ" พอเธอพยักหน้า เขาปฏิเสธทันทีว่าพาริณไม่ใช่แฟนของตน พูดจบก็จะผละไป แต่ถูกเธอเรียกไว้อีก เขาเลยบ่นขึ้นมา "อะไรของคุณ คุณไม่อยากเจอผม ผมก็จะกลับ แต่ดันไม่ให้ผมไป หรือว่า...จริงๆแล้วคุณอยากเจอผมกันแน่ครับ"

ลำธารหงุดหงิดเพราะนึกว่าอีกฝ่ายกวนประสาท กำลังจะต่อปากต่อคำก็พอดีมีงูเลื้อยผ่านเฉียดเท้าไป เธอตกใจร้องกรี๊ดพร้อมกับกระโดดกอดเขาแน่น แต่พอรู้ตัวก็เด้งออก หาว่าเขาแต๊ะอั๋ง

"อะไร คุณกระโดดกอดผมเองนะ"

หญิงสาวอึ้งไปอย่างเสียหน้า ทำอะไรไม่ถูกก็เลยกระฟัดกระเฟียดเดินหนีไป พชรยิ้มบางๆกับความน่ารักของเธอ พอเขาจะเดินกลับห้องก็สะดุดตากับผ้าเช็ดหน้าที่เธอทำหล่นไว้ จึงเก็บมันติดมือกลับไปด้วย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:52 น.