ข่าว

วิดีโอ



เส้นสนกลรัก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปลายสี

กำกับการแสดงโดย: กีรติ นาคอินทนนท์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: พงศกร เมตตารินกานนท์, กมลเนตร เรืองศรี

วันนี้โขงกำลังจะไปทำงานเหลือบเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ที่โต๊ะสงสัยว่ากระดาษอะไรเดินไปหยิบอ่าน ข้อความว่า “เหมียวมีอะไรจะให้ มาเจอกันที่ท้ายหาดนะคะ”

โขงสงสัยว่าทำไมต้องเป็นจดหมายเพราะโทรศัพท์ก็มี ไลน์ก็มี สงสัยว่าเหมียวมีอะไรจะให้ วางกระดาษไว้ที่เดิม หยิบกระเป๋าเป้รีบออกไป

พอออกมาก็เจอรถสองแถวของลุงไสวพอดีโขงโบกแล้วบอกว่าไปท้ายหาด ลุงไสวถามว่าจะไปทำไมที่นั่นเปลี่ยวจะตาย แซวว่าหรือจะไปกุ๊กกิ๊กกับใคร

เวลาเดียวกันเหมียวเดินนำเปิ้ลเข้ามาในบ้านโขงพร้อมปิ่นโต เห็นบ้านเงียบเหมียวว่าคงไปทำงานแล้ว เปิ้ลถามว่าทำไมไม่โทร.มาก่อน

เปิ้ลมองไปรอบๆ เห็นกระดาษวางอยู่เดินไปหยิบอ่านพอเห็นข้อความก็แปลกใจเดินมาให้เหมียวดูถามว่า

“เหมียว...แกเขียนเมื่อไหร่วะ ลายมือไม่เหมือนแกเลย”

“เฮ้ย ฉันไม่ได้เขียน”

“ลงชื่อว่าเหมียว ถ้าไม่ใช่เหมียวนี่แล้วเหมียวไหนวะที่นัดคุณโขงออกไป”

สองคนมองตากันมองกันด้วยความสงสัย เหมียวบอกว่าชักไม่ดีแล้ว กดโทร.ไปหาโขง เสียงเรียกดังขึ้น ปรากฏว่าโขงไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปวางชาร์จแบตอยู่ที่บ้าน เปิ้ลถามว่าเอาไงดี

พอดีพัสกรโทร.เข้ามือถือโขง เหมียวตัดสินใจกดรับ

โขงไปถึงท้ายหาดตามนัด แต่ไม่เห็นใครเลย คิดว่าเหมียวยังไม่มาทั้งที่เลยเวลาแล้ว จะโทร.หาจึงรู้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านเลยเดินคอยแถวชายหาดไปเรื่อยๆ

เหมียวซ้อนมอเตอร์ไซค์เปิ้ลออกไปทันที ใจร้อนจนเร่งเปิ้ลให้เร็วกว่านี้ ตนใจคอไม่ดีเลย

เวลาเดียวกันโขงเดินคอยเหมียวไปก็อดบ่นไม่ได้

“หนองตาคำก็มีหาดเดียว นี่ก็ท้ายหาดจนไม่รู้จะท้ายยังไง คุณอยู่ไหนเนี่ยมณเหมียว”

ที่หลังต้นไม้ ชัยซ่อนตัวอยู่ พอเห็นโขงก็ยกปืนเล็งทันที

ooooooo

เหมียวกับเปิ้ลมาถึงเห็นไสวจอดรถอยู่ริมหาดวิ่งเข้าไปถามว่าเห็นคุณโขงไหม ไสวกำลังกินน้ำเลยชี้ไปที่หาด นึกในใจว่ามีเรื่องอะไรกันอีกแล้ว พอวางกระติกน้ำไสวก็วิ่งตามไป

ที่ท้ายหาดโขงเดินหาเดินรอเหมียวอดเฉลียวใจไม่ได้ว่าเหมียวไม่เคยเรียกตัวเองว่าเหมียว แต่ที่หลังต้นไม้ที่ชัยซุ่มอยู่กระบอกปืนเล็งมาที่โขงที่หยุดยืน

“เสร็จกู” ชัยแสยะยิ้ม

“คุณโขง” เหมียววิ่งมาถึงตะโกนเรียก เปิ้ลกับไสววิ่งตามมาติดๆ

ที่ฝั่งตรงข้ามกับชัย ปืนอีกกระบอกหนึ่งโผล่

ออกมา เสียงปืนคำรามขึ้นขณะเหมียววิ่งไปหาโขงเหมียวหวีดร้องก้มหลบโดยสัญชาตญาณ เห็นโขงยืนนิ่งมองเหมียวแล้วก็ทรุดฮวบลง

ชัยตกใจยกปืนขึ้นดูเพราะตนยังไม่ได้ยิง โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ ไสวเห็นพอดีร้องบอก

“เฮ้ย นั่น มือปืน...มือปืน!!”

ชัยวิ่งหนีทันที ไสววิ่งตาม เหมียวกับเปิ้ลยังตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอได้สติเปิ้ลก็รีบโทร.แจ้ง 1669 ว่าเพื่อนตนถูกยิง ขณะเดียวกันเหมียวก็พยายามประคองโขงขึ้นมา เห็นเลือดทะลักแดงชุ่มที่หน้าอกและแผ่นหลัง

เมื่อนำโขงไปโรงพยาบาลแล้ว เหมียว เปิ้ล และไสววิ่งตามเตียงเข็นไป จังหวะนั้นรถพัสกรก็พุ่งเข้ามาจอด เห็นเตียงโขงถูกเข็นผ่านไป โขงเลือดชุ่ม พัสกรตกใจ วิ่งตามไปถามเหมียวว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำ พอเหมียวเล่าให้ฟังเขาถามว่าใคร เห็นตัวมือปืนหรือเปล่า ไสวบอกว่าตนเห็น ตนวิ่งตามไปแต่ไม่ทัน

พัสกรโทรศัพท์บอกครูจันทรา บอกว่าไม่ต้องห่วงคนดีพระคุ้มครอง คืบหน้ายังไงจะโทร.มาเป็นระยะ พอวางสายจากครูพัสกรก็โทร.หาเบน เบนบอกว่ากำลังคุยกับผู้กองกำชัยพอดี ผู้กองมีข้อสันนิษฐานน่าสนใจมาก


ขณะพัสกรคุยโทรศัพท์ก็เห็นทิชาเดินไปห้องฉุกเฉินอย่างรีบร้อน เปิ้ลสะกิดบอกเหมียว เหมียวลุกไปทันทิชาที่หน้าห้องฉุกเฉินพอดี ทิชาถามว่าโขงยังไม่ออกมาอีกหรือ เหมียวบอกว่ายัง เปิ้ลถามเหมียวเบาๆว่าใครบอกคุณทิชา ทิชาได้ยินหันขวับปรี๊ดถามว่า

“ทำไม?!? ฉันรู้ข่าวคุณโขงไม่ได้รึไง”

พัสกรเห็นเหตุการณ์จึงวางสายจากเบนรีบเข้ามาสมทบกับเหมียว เห็นทิชาจ้องเหมียวตะคอก

“ห้ามฉันรู้เหรอ ห้ามฉันมาเหรอ ทำไม ฉันเป็นห่วงคุณโขงไม่ได้รึไง แกรักเขาได้คนเดียวรึไง นังบ้า!”

พัสกรแทรกขึ้นอย่างสุภาพแนะนำตัวเองบอกว่าเราเคยเจอกันแล้ว ทิชาจึงได้สติขอโทษเปลี่ยนเป็นพูด สุภาพอ่อนหวานว่าตนประสาทเสียไปหมด ทำอะไร

ไม่ถูกเลย ถามว่าโขงเป็นยังไงบ้าง

พอดีหมอออกจากห้องฉุกเฉินถามหาญาติคนไข้ พัสกรบอกว่าตน หมอถามว่ามาจากกรุงเทพฯใช่ไหม

พอพัสกรบอกว่าใช่ หมอก็เชิญเข้าข้างในบอกพวกที่ขยับจะตามว่า “เฉพาะญาตินะครับ”

เหมียวกับเปิ้ลเห็นท่าทางหมอเครียดก็ยิ่งเป็นห่วงตามไปแอบดู ทิชาตามมายืนข้างหลังอีกคน หมอเห็นพวกเหมียวแอบส่องก็ชวนพัสกรไปในห้องผ่าตัดซึ่งข้างนอกมองไม่เห็น

ครู่หนึ่งหมอออกมากับพัสกร หมอปลอบให้ใจเย็นๆ พัสกรทำเหมือนโขงอาการหนักมาก บ่นหงุดหงิด

“คนดี ทำประโยชน์เพื่อสังคม แล้วนี่หรือคือสิ่งที่ได้รับ ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนวะ”

เหมียวทนไม่ได้ถามว่าอาการโขงสาหัสมากหรือ หมออึกอัก พัสกรจึงตอบแทนว่า

“คือ...กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ไปครับ เสียเลือดจนเกิดอาการช็อก แล้ว...ไอ้โขงมันหยุดหายใจไปหลายนาที กว่าจะปั๊มขึ้นมาได้ เราห่วงว่าโขงจะฟื้นไหม หรือถ้าฟื้นขึ้นมาก็ไม่ชัวร์ว่ามันจะเหมือนเดิมไหม”

ทิชาเสนอว่าเราต้องรีบพาไปโรงพยาบาลที่ชำนาญการดูแลเรื่องนี้โดยตรงจะดีกว่า หมอบอกว่ากำลังประสานกับโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯอยู่แต่ตอนนี้เคลื่อนย้ายคนไข้ยังไม่ได้เพราะความดันต่ำมาก

“ผมก็รอลุ้น แค่ทันทีที่มันฟื้น สมองมันใช้การได้ แล้วมันอาจจะจำได้ว่าใครยิง” พัสกรเสริมหน้านิ่ง

“คุณโขงเห็นคนยิงด้วยหรือคะ” ทิชานิ่งงันไปก่อนจะถามเหมือนสติเลื่อนลอย

“เอ่อ...คุณหมอบอกว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งก่อนโขงจะสลบ คุณหมอถามว่าเห็นคนยิงไหม ไอ้โขงตอบว่าเห็น แต่พอคุณหมอถามต่อ ไอ้โขงก็หมดสติแล้วก็หยุดหายใจไปตอนนั้นพอดีครับ”

ชัยแอบฟังอยู่ได้ยินทั้งหมด พึมพำเครียด “ไอ้โขงเห็นเหรอวะ มันไม่เห็นนะเว้ย...”

เหมียวเฝ้าโขงตลอดเวลา ทิชาบอกให้กลับไปเสียตนจะเฝ้าโขงเอง ทั้งยังโทษว่าโขงไปท้ายหาดเพราะเหมียวนัดให้ไป เหมียวทำให้โขงเป็นแบบนี้ พยายามบอกให้เหมียวกลับไป พัสกรได้ยินจึงเดินมาบอกว่าเรื่องนี้ให้เป็นธุระของตนดีกว่า โขงเป็นเพื่อนตายของพวกเรา เราไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหรอก บอกทิชาว่าให้กลับไปเถอะ ทำใจให้สบายแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

ขณะที่ทิชาขึ้นรถกลับ ชัยพยายามจะเข้าไปคุยด้วยแต่เข้าไม่ได้เพราะมีบอดี้การ์ดถึงสองคน

ooooooo

เช้านี้เหมียวบอกทับทิมว่าจะไปเยี่ยมโขง

ที่โรงพยาบาล แต่พอผลักประตูออกไปก็ถูกชัยดันเข้าและปิดประตูเอามืดปิดปากเหมียวไม่ให้ร้อง เหมียวดิ้นจนข้าวของล้มโครมคราม


ทับทิมได้ยินเดินบ่นมาว่าซุ่มซ่ามอีกแล้ว แต่พอออกมาเห็นชัยกำลังปล้ำเหมียวก็ชะงัก ชัยใช้ลูกไม้เดิมฟ้องว่าเหมียวทำร้ายตนจะจับตนส่งตำรวจ หารู้ไม่ว่าทับทิมตาสว่างแล้ว แทนที่จะเล่นงานเหมียวเหมือนเคยกลับเอาไดร์เป่าผมอันใหญ่ฟาดหัวชัยอย่างจัง ตะคอกใส่

“คิดว่ากูโง่รึไง กูเห็นเว้ยว่ามึงทำร้ายลูกกู...” ชัยผิดคาดถามทับทิมว่าเป็นอะไร กินยาผิดหรือเปล่า

“ก็พอมึงไม่อยู่กูก็ตาสว่าง กูรู้ กูเห็นแล้ว ใครที่รักกูจริง แล้วใครที่ชอบทิ้งกู”

ทับทิมด่าชัยเอาไดร์ฟาดไม่ยั้ง ชัยสะบัดเหมียวออกหันกระชากผมทับทิมตวาดให้หยุดและเอาเงินมา

ยายหวานกับยายไรได้ยินเสียงเอะอะก็แจ้นมาดู เห็นชัยทำร้ายเหมียวกับทับทิมก็ช่วยกันร้องให้คนช่วย

ชัยให้ทับทิมเอาเงินมา ทับทิมบอกว่าอยากได้

ก็ไปหาเอาเอง ชัยเงื้อมือจะตบ ก็พอดีไสวเข้าจับมือชัยไว้ ชัยหันมาเล่นงานไสว แต่ถูกไสวชกจนเลือดกำเดาไหลแล้วจับเอามือชัยไพล่หลังทันที

ไสวเห็นเสื้อผ้าที่ชัยใส่จำได้ถามว่าเมื่อวานก็ใส่เสื้อตัวนี้ใช่ไหม ก้มดมกลิ่นร้องอย่างมั่นใจ

“ชัวร์ เอ็งนี่แหละมือปืนที่ยิงคุณโขง”

ชัยบอกว่าตนไม่ได้ยิง เหมียวถามว่าแค้นอะไรโขงนักหนา

“เออ กูแค้นมันแต่กูไม่ได้ยิงมัน นังคุณหนูทิชามันจ้างกู แต่กูไม่ได้ยิง กูไม่ใช่คนยิงไอ้โขง!! นังคุณหนูทิชาต่างหากที่ยิงไอ้โขง นังทิชามันจ้างกู แต่มันยิงเอง เลยไม่จ่ายตังค์ให้กู กูจะไปทวงมันก็มีคนคุ้มกันเต็มไปหมด... โว้ย...ปล่อยกูสิวะ” ชัยโวยวาย ทับทิมบอกไสวให้จับส่งตำรวจเลย ตนไม่อยากเห็นหน้ามันแล้ว

ชัยบอกว่ามีเสียงปืนดัง แต่ตนไม่ได้ยิง แต่มองไปเห็นทิชายืนถือปืนอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

พอเหมียวรู้ว่าทิชาเป็นคนยิงโขงก็เป็นห่วงโขงขึ้นมา วิ่งอ้าวออกไปทันที

ooooooo

เมื่อรู้ว่าโขงเห็นคนยิงตน รุ่งขึ้นทิชาไปที่โรงพยาบาลแต่เช้า คิดแค้นไปตลอดทางว่า

“คุณไม่ควรเห็นเลยว่าใครยิงคุณ...ทุกอย่างมันเป็นเพราะคุณ...ทิชาต้องแกร่ง คุณจะได้ทำร้ายทิชาไม่ได้อีก”

ทิชาเข้าไปในห้องพักโขงเห็นเขาหลับอยู่ก็เอาหมอนมาปิดหน้ากดแน่น แต่ทันใดนั้นโขงกระชากหมอนออก ไม่มีอาการของคนบาดเจ็บหนักเลย ทิชาผงะ โขงเสียใจมากเมื่อเห็นเป็นทิชา ถามว่า

“ทำไมถึงเป็นคุณล่ะ”

“คุณ...คุณโกหก นี่หมอจัดฉากหลอกชั้นเหรอ”

“ใช่...ฝีมือยิงคุณเกือบดีนะทิชา พลาดหัวใจไปนิดเดียวเอง เข้าสะบักซ้ายทะลุไหปลาร้า เก่งมาก แต่ยังไม่มากพอ ผมเลยไม่เป็นอะไร เราเลยลองวางกับดักให้คนร้ายมาลงมือซ้ำ แต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็นคุณ”

โขงลงจากเตียงเดินมาถามว่า เธอเป็นนางฟ้าไม่ใช่หรือ ทิชาอ้างว่าเขาทำร้ายแม่  ทำลายครอบครัวตน โขงบอกให้คิดดูให้ดีว่าแม่เธอโดนจับเพราะอะไร เพราะสมรู้ร่วมคิดกับพีระหลอกผู้หญิงไปขาย เป็นตัวการสำคัญของขบวนการค้ามนุษย์ต่างหาก

ทิชาตะโกนว่าไม่จริง ทนฟังไม่ได้แผดเสียงกรี๊ดๆ ร้องไห้โฮ พัสกรพรวดออกจากห้องน้ำ ทิชาด่ากราดว่าพวกเขารวมหัวกันเล่นงานตน ด่าโขงว่าเลวเหมือนที่แม่บอก หยิบปืนจากกระเป๋ามาตวาดไม่ให้โขงเข้ามา

เหมียววิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลเจอผู้กองกำชัยบอกว่าชัยบอกตนหมดแล้ว ผู้กองบอกว่าทราบแล้วเพราะหัวกระสุนที่ทะลุร่างโขงออกมาตรงกับปืนที่ทิชาครอบครอง พอมาถึงหน้าห้องเจอสวัสดิ์กับแป๊ะที่เฝ้าอยู่ทั้งสอง


บอกว่าไม่ต้องห่วง ไม่มีใครน่าสงสัยเลย มีแต่คุณทิชาที่เพิ่งเข้าไป

“คุณทิชา!!!” กำชัยกับเหมียวตกใจรีบเข้าไป

ในห้องทันที สวัสดิ์กับแป๊ะตามเข้าไปงงๆ

ในห้องโขงพยายามหว่านล้อมทิชาส่งปืนให้ตน ตนจะบอกตำรวจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ทิชาในสภาพไร้สติบอกว่าตนไม่เชื่อเขาอีกแล้ว บอกตัวเองว่าตนต้องจัดการทุกอย่างเองไม่งั้นเดี๋ยวคุณแม่จะโกรธอีก

ขณะโขงพยายามหว่านล้อมจนทิชาเริ่มฟังบ้าง แต่แล้วความคิดก็เปลี่ยนฉับพลันเมื่อเหมียวพรวดเข้ามา ทิชายกปืนจ่อเหมียวทันทีสั่งให้ทุกคนถอยไปให้หมดแล้วลากเหมียวออกไป โขงพุ่งไปคว้ากางเกงในตู้มาเปลี่ยนแล้ววิ่งตามไปเกลี้ยกล่อมทิชาอีก ถูกเธอด่า “ปัญญาอ่อน ใครจะเชื่อพวกแก”

เหมียวที่ถูกทิชาลากไปและเอาปืนจ่อก็ยังพยายามเกลี้ยกล่อมทิชา แต่เธออยู่ในสภาพเหมือนคนบ้า จิก

ผมเหมียวลากไปที่ลานจอดรถบังคับให้เหมียวขับรถตัวเองถือปืนยิงกราดทุกคนที่ตามมา ยามออกมาขวางก็สั่ง

“ชนมันเลย ชน!!!”

โขงตามเจอป้าขี่มอเตอร์ไซค์คร่ำคร่ามีหลานซ้อนท้ายก็วิ่งไปขวางบอกยืมรถหน่อย ปล่อยหลานกับป้าลงแล้วตะบึงคร่อกแคร่กตามรถทิชาที่เหมียวเป็นคนขับไป

ทิชาบังคับเหมียวขับรถไปก็สบถด่าทอโขงที่เลือกเหมียวที่เป็นเด็กข้างถนน สวะ แทนที่จะเลือกตน เหมียวบอกว่าตนกับโขงไม่ได้เป็นอะไรกัน ทิชาตะคอกว่าแต่เขารักเธอ แล้วสั่งเหมียวให้เลี้ยวรถเข้าท่าเรือเหยียบให้มิด เหมียวบอกว่ามันไม่มีทางไปแล้ว ทิชาพูดอย่างสติแตกว่าพุ่งไปให้สุดขอบฟ้าเราจะตายด้วยกัน

เหมียวมองไปเห็นอีกสามร้อยเมตรจะสุดสะพาน เห็นทิชาไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย และมัวแต่กังวลกับโขงที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา เหมียวเหยียบคันเร่งพุ่งไปอย่างเร็ว พอใกล้สุดสะพานก็เบรกกะทันหัน ทิชาคว่ำหน้ากระแทกกระจกเลือดอาบ ปืนหลุดจากมือแน่นิ่งไป

เหมียวลงจากรถวิ่งไปหาโขง กอดกันด้วยความดีใจ บอกว่าทิชาอยู่ในรถให้รีบไปดู แต่พอไปเปิดประตูรถ ทิชาหายไปแล้ว มองไปเห็นทิชายืนที่ปลายสะพาน ปืนจี้ที่ตัว เหมียวตะโกนบอกให้พอเถอะ มันจบแล้ว

“มันจะจบเมื่อฉันตาย คุณโขงคอยดูนะ ฉันจะตายให้คุณดูแล้วคุณต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเพราะคุณคือสาเหตุที่ทำฉันตาย”

ผู้กองกำชัยบอกทุกคนอย่าเข้าไปทำให้ทิชารู้สึกว่าจนมุม พัสกรก็บอกให้ตามนักจิตวิทยามาคุยกับทิชา

ooooooo

ทิชาอยู่ในอาการคุมสติไม่อยู่พร่ำแต่จะฆ่าตัวตายให้ทุกคนดู ให้ทุกคนรู้ว่าโลกไม่ยุติธรรมกับตนเลย

โขงบอกว่าโลกก็ไม่ยุติธรรมกับตนเหมือนกัน

“ไม่จริง โลกของใครจะโหดร้ายเท่าฉัน”

ทิชาระบายความคับแค้นใจของตนที่เกิดมาอยากทำอะไรก็ไม่ได้ทำ รู้ว่าที่บ้านทำอะไรก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ ถ้าไม่ทำอย่างนั้นตนก็คงตายไปนานแล้ว ต้องเล่นบทนางฟ้าไร้เดียงสา ทั้งๆที่ความจริงมันไม่ใช่

พัสกรบอกแป๊ะที่ซุ่มดูด้วยกันว่าเกินเยียวยาแล้ว มีแต่ต้องถ่วงเวลาเพื่อเข้าชาร์จเท่านั้น

ทิชาระบายความอัดอั้นว่าตั้งแต่พ่อตายแม่ก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่กันเหมือนอย่างเมื่อก่อน แม่เสียสละทุกอย่างเพื่อตนแล้วตนจะดื้อกับแม่ได้ยังไง โขงฟังแล้วเสนอให้มาประกวดเรื่องชีวิตบัดซบกันโดยเอาปืนของทิชามาเป็นเงื่อนไข ชีวิตใครบัดซบที่สุดคนนั้นได้ปืนไป

แผนถ่วงเวลาเริ่มโดยเหมียวเล่าชีวิตของตนต่อด้วยโขง แต่ทิชาไม่อาจทนฟังได้กรี๊ดว่า พวกเขาทนได้เพราะพวกเขามีความสุข มีความรัก พวกเขามีทุกอย่างแต่ตนไม่มี

เวลาเดียวกันผู้กองกำชัยก็นำคุณนายระวีมาบอกว่าคุณนายต้องช่วยหว่านล้อมอย่าให้ทิชาคิดสั้น แต่พอคุณนายมาถึงก็ด่าทิชาว่าคิดบ้าอะไร ตนติดตะรางอยู่สถานีตำรวจ รอให้ไปเยี่ยมไปประกัน แต่ที่ไหนได้กลับมาทำตัวเป็นคนขี้แพ้จะฆ่าตัวตายแลกความรักแบบนี้

“ถุย! อายเขามั่งไหม ทุเรศจริงๆ ฉันขอถูกประหารชีวิตตายไปเลยยังดีกว่าได้มาเห็นแกทำตัวย่อยยับบัดสีแบบนี้” กำชัยเตือนว่าตนให้มาพูดให้กำลังใจลูก “กำลังใจบ้าบออะไร อยากตายให้มันตายๆไปเลย เอาซี้ทิชา ฉันมันไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ลูกตายอีกสักคนมันจะเป็นไรไป”

พัสกรลากตัวคุณนายระวีออกไป แต่คุณนายก็ยังหันมาตะโกนด่า

“ที่ไอ้โขงมันเปิดโปงทำลายฉันจนป่นปี้ก็เพราะใคร ไม่ใช่เพราะแกเหรอ ที่ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน มันสมควรตายแล้ว เป็นฉันฉันก็จะฆ่าตัวตายให้มันสาสมกับความโง่!”

ทิชายกปืนจ่อหัวตัวเอง แม้ทุกฝ่ายจะเตรียมพร้อมแต่ทุกอย่างก็ช้ากว่าทิชา พอเสียงปืนระเบิดขึ้นทิชาล้มทั้งยืนเลือดสาดกระจาย คุณนายระวีช็อก โขงกอดร่างทิชาไว้เลือดเธอชุ่มตัวเขาไปด้วย

ทุกคนเศร้าสลดกับภาพตรงหน้า...คุณนายระวีกรีดร้องเอาหัวโขกพื้นปังๆจนตำรวจต้องเข้ายึดตัวไว้

เมื่อนำตัวมาถึงโรงพัก ผู้กองบอกตำรวจว่าไม่มีทีท่าว่าจะทำร้ายตัวเองอีกแต่ต้องเฝ้าระวัง อย่าเผลอ

ผู้กองสั่งตำรวจให้พาคุณนายไป แต่หันมาเจอพวกยายไร ยายหวาน ยายแจ๊วพากันเอาของเยี่ยมมาแสดงความเสียใจที่ลูกสาวตาย คุณนายชะงัก ยายหวานบอกว่า

ความทุกข์ของแม่ไม่มีอะไรเกินกว่าที่เห็นลูกตายก่อนตายไปต่อหน้า

ยายแจ๊วก็อโหสิให้ เห็นผู้กองกำชัยที่ทำหน้าฉงน คุณนายระวีชะงัก ยายแจ๊วพูดอย่างจริงใจว่า

“วันนี้ลูกสาวของเขาเองฆ่าตัวตาย ฉันคิดว่าเขาได้ชดใช้กรรมของเขาแล้ว ไหนต้องไปติดคุกอีกหลายปี ฉันเลยมาอโหสิให้เขา เกิดชาติหน้าฉันใด ฉันไม่ขอจองเวร จะไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกัน ไม่ต้องมาเจอกันอีกเลย ...แล้วถ้าที่ฉันอโหสิ มันจะมีบุญกุศลอะไร ก็ขอให้บุญนั้นช่วยพานางน้อยหน่าหลานฉันให้กลับมาอย่างปลอดภัยก็พอ”

คุณนายระวีได้ยินที่ยายแจ๊วพูดทุกคำน้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา ทรุดลงพนมมือเอ่ยเสียงเครือ

“ลูกทิชา...อโหสิให้แม่ด้วย...”

ooooooo

หลังเหตุการณ์ โขงกลับไปนั่งเศร้าที่บ้านครูจันทรา โทษตัวเองว่าไม่น่าจัดฉากทำเป็นสาหัสแล้วให้ทิชาจนมุมแบบนั้น ตนน่าจะคิดแบบนักสังคมสงเคราะห์มากกว่าจะคิดแบบตำรวจที่อยากจับคนร้ายได้คาหนังคาเขา

ครูจันทราปลอบว่าโขงเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ซุปเปอร์แมนที่จะช่วยคนทั้งเมืองได้ คิดว่าตัวเองน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เอาเลยคิดวนไปให้เต็มที่ จะเสียใจ จะลงโทษตัวเองอย่างไรจัดให้เต็มที่ แต่อย่าเกินคืนนี้

โขงถามว่าจำกัดเวลาด้วยหรือ ครูบอกว่าจะซ้ำเติมตัวเองไปอีกนานเท่าไรก็แก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ ทำได้แค่เอามาเป็นบทเรียน ดังนั้น “เอาคืนนี้ให้จบเหอะ แล้วพรุ่งนี้จะได้เดินหน้าทำอย่างอื่นต่อไป”

ขณะนั้นเองป้านิดกับพัสกรก็พาเหมียวเข้ามา เหมียวไหว้ครูจันทราอย่างอ่อนน้อม ครูเอ่ยปลื้มว่า

“ได้เจอตัวจริงซะทีนะมณเหมียว”

เหมียวถามว่าตัวจริงของเด็กกะโหลกกะลาที่ไม่สำคัญสำหรับใครเลยเนี่ยหรือ โขงบอกทันทีว่า

“มณเหมียวคือที่หนึ่ง คือที่สุด คือทุกสิ่งของโขงเลยล่ะ...มณเหมียวคือที่ชาร์จแบตใจของผม”

“คุณโขงดูนี่ดีกว่า รับรองว่าใจเต็มเร็วกว่าฉันเติมให้แน่ๆ” เหมียวเอาโทรศัพท์เปิดคลิปส่งให้โขงดูบอกว่าเจียรไนยฝากมาเป็นคลิปที่ยายแจ๊วได้เจอกับน้อยหน่าที่สุรารักษ์จูงมือเข้ามา ยายแจ๊วโผกอดน้อยหน่า น้อยหน่าขอโทษยาย แต่ยายแจ๊วบอกว่าไม่ต้องขอโทษ ยายผิดเองที่ใจร้ายกับน้อยหน่าหลายอย่าง แต่จริงๆแล้วยายรักน้อยหน่ามากกว่ารักลูกตัวเองหลายเท่า ยายแจ๊วขอบคุณโขงที่ทำตาม สัญญาพาหลานตนกลับมา น้อยหน่าก็ขอบคุณโขง ตำหนิตัวเองว่าน่าจะฟังพี่แต่แรก

ยายแจ๊วดึงน้อยหน่าเข้าไปกอดบอกว่าไม่ต้องคิดแล้ว อดีตช่างมัน ล้างให้หมดแล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ น้อยหน่าร้องไห้หันมากอดยาย สองยายหลานกอดกันแน่นด้วยความรัก

แล้วก็ถึงคราว “แบตใจ” ของโขง โขงมองเหมียวนิ่งแต่หวานไม่ออก เหมียวจึงเป็นฝ่ายเริ่ม

เหมียวกุมมือโขงขอบคุณที่เข้ามายุ่งกับชีวิตตนซ้ำไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป ถ้าเขาถอดใจตั้งแต่วันที่ตนปาข้าวหลามใส่ป่านนี้ตนอาจตกเป็นเมียของชัยไปแล้ว ขอบคุณ...ขอบคุณจริงๆ โขงเองก็ยอมรับว่าตั้งแต่วันแรกที่ถูกเหมียวเอาข้าวหลามปาก็ใจแป้วคิดว่ามาเจอผู้หญิงที่น่ารักมากแต่เขามีผัวแล้ว ได้แต่บอกตัวเองให้หยุด มันผิด มันไม่ควร เหมียวถามว่าโรคจิตหรือเปล่าเพราะตอนนั้นตนหน้าเยินมาก

 “นั่นสิ หน้าก็เยิน ปากก็ร้าย นิสัยก็ไม่ดี แต่ทำไม...ถึงเป็นอะไรที่มาหลอนเราอยู่ตลอด อยากไปเจอหน้า อยากไปหาทุกวัน พอรู้ว่าคุณไม่ได้มีอะไรกับนายชัยก็ดีใจที่สุดเลยรู้ไหม”

เหมียวถามว่าแล้วคุณทิชาล่ะ โขงบอกว่าเมื่อเห็นคนสวยน่ารักดีพร้อมอย่างคุณทิชาก็รู้สึกปิ๊ง ปลื้มอยากจีบเป็นธรรมดา แต่การได้เห็นหน้าคนที่แปลกและแสนร้ายกับเรา พูดกันยังไงก็ไม่รู้เรื่อง ทำไมทำให้เราคิดถึงหน้าเขาตลอดเวลา นี่สิน่าคิด แล้วรวบรัดเลยว่า

“สรุปว่าชอบของจริง สัญชาตญาณ จิตใต้สำนึกมันรู้ของมันมาก่อนแล้ว ก่อนที่สมองจะประเมินเหตุผลได้ แต่ความรู้สึกมันรู้ตัวก่อนแล้วว่าคนนี้สิของจริงคนนี้สิคนของเรา”

เหมียวอึ้งพูดไม่ออก โขงดึงเข้าไปกอดแนบแน่น

วันนี้ที่ตลาดหนองตาคำมี “งานประกาศเกียรติคุณคนดีที่หนองตาคำ” คนแรกคือผู้กองกำชัย ตำรวจน้ำดีที่ไม่เคยก้มหัวให้เงินตราและอิทธิพล เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้หนองตาคำรอดจากการค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ ผู้กองขอบคุณ บอกว่ารางวัลนี้เป็นของตำรวจสถานีหนองตาคำทุกคน

คนต่อไปคือโขง อธิบดีประกาศเกียรติคุณว่า โขงเป็นพนักงานที่มีประสบการณ์ในฐานะสมาชิกครอบครัวที่มีปัญหาระดับหนักสาหัสมาก่อน อธิบดีชื่นชมว่า

“เมื่อโตมาเรียนจบเขากลับมีความต้องการที่จะมาทำงานเพื่อช่วยคนอื่น ช่วยเด็กให้พ้นจากสถานการณ์ลำบากอย่างที่ตนเคยเป็น นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่เราให้โอกาสเขาต่อไปและส่งเขามาทำงานที่นี่”

โขงขอก๊อปผู้กองกำชัยว่า รางวัลนี้เป็นของเจ้าหน้าที่แผนกพัฒนาครอบครัวแห่งหนองตาคำทุกคน บอกว่าไม่เพียงเท่านี้ ยังมีผู้สมควรได้รับรางวัลอีก ทุกคนคือฮีโร่ของตน ฮีโร่ของตนไม่ต้องมีพลังอำนาจหรือความสามารถอะไรที่พิเศษ ฮีโร่ของตนคือคนธรรมดา โขงผายมือไปยังทุกคนที่ยืนอยู่หน้าเวที เอ่ยเฉพาะเจาะจงว่า

“นอกจากนี้ผมยังต้องขอบคุณสาวๆจากโรงงานสับปะรด น้องเปิ้ล และน้องเหมียวครับ”

ทับทิมหน้าบานกว่าเพื่อน ชี้โขงบอกว่า “ลูกเขย ลูกเขย” พอโขงเอ่ยถึงเหมียวก็ชี้เหมียวบอกว่า “ลูกสาวค่ะ ลูกสาว” ชาวหนองตาคำเฮกันด้วยความปลื้มปีติ

เมื่อถ่ายรูปร่วมกันบนเวที เหมียวอยู่หน้าเวที สบตาโขงบนเวที ยิ้มเต็มหน้า ชูนิ้วโป้งให้โขงสุดแขน

ooooooo

จบเรื่อง “เส้นสนกลรัก”


ละครเส้นสนกลรัก ตอนที่ 8(ตอนจบ) อ่านเส้นสนกลรัก ติดตามเส้นสนกลรัก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย พงศกร เมตตารินกานนท์, กมลเนตร เรืองศรี 23 ก.ค. 2561 10:22 2018-07-25T01:20:43+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ