นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ที่บ้านบุรีราชกรม คุณหญิงฟองจันทร์กับศักดิ์กายออกมายืนรอรับลูกชายทั้งสองคนด้วยความคิดถึง เมืองเล็กดีใจที่ปิดเทอมเสียที ออดอ้อนว่าไม่ชอบเรียนโรงเรียนประจำ เพราะทนคิดถึงพ่อกับแม่ไม่ไหว ศักดิ์กายตามใจ ถ้าไม่ชอบเรียนโรงเรียนประจำ เขาจะย้ายเมืองเล็กมาเรียนโรงเรียนแถวนี้แทน

    "ให้นายเล็กคนเดียวนะ ครับคุณพ่อ...ผมอยากเรียนที่เดิม...โตขึ้นมาผมอยากเป็นนายทหารเหมือนคุณพ่อ"

    ศักดิ์ กายตามใจ ลูกอยากเรียนอะไรเขาสนับสนุนเต็มที่...พอถึงมื้อเย็น สี่คนพ่อแม่ลูกมานั่งล้อมวงกันที่โต๊ะอาหาร ป้าน้อมแม่บ้านทยอยยกสำรับขึ้นโต๊ะ เมืองเล็กอดไม่ได้ที่จะถามป้าน้อมถึงบ้านหลังใหญ่สีขาวที่ปลูกดอกลั่นทม ป้าน้อมชอบการนินทาอยู่แล้ว จึงเล่าเรื่องของคนบ้านนั้นให้ฟังอย่างละเอียด เมืองเล็กกับเมืองใหญ่ฟังอย่างสนใจ ป้าน้อมเล่าตบท้ายว่า ดารารุ่งหวงคุณนิจน้องสาวมาก

    "เท่าที่แม่รู้ คุณชายเอกชยา พ่อของคุณรุ่งเป็นคนเจ้าชู้ คุณไกร การุณพินิจ คนที่คุณรุ่งจะแต่งงานด้วยก็เจ้าชู้ ถึงขั้นเอาคนรับใช้ในบ้านเป็นเมีย พอคุณรุ่งรู้เลยต้องเลิกรากันไป และตั้งแต่นั้นมา คุณรุ่งก็สั่งห้ามน้องๆทุกคนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ชาย" ฟองจันทร์อดร่วมวงนินทาไม่ได้

    ศักดิ์กายเห็นบ่าวกับนายชักจะสนุกปาก เลยเตือนให้เลิกพูดเรื่องคนอื่น...

    อาการหวงน้องสาวของดารารุ่ง กำเริบหนักขึ้นทุกวัน เห็นคุณนิจอุ้มปุยไปยืนเกาะรั้วบ้าน ถึงกับหน้าเครียด คิดว่าคุณนิจจะหนีออกจากบ้าน จ้ำพรวดๆเข้ามากระชากแขน สั่งเสียงเข้มว่าอย่ามายืนตรงนี้ และห้ามไปไหนไกลหูไกลตาเธอเด็ดขาด   คุณนิจรับคำ   เดินก้มหน้าก้มตาเข้าบ้าน   ดารารุ่งมองตามน้องด้วยสีหน้าหวั่นวิตก   คิดมากจนเก็บเอาไปฝันร้ายว่าคุณรัตน์กับคุณน้อยพาคุณนิจหนี

    เธอ พยายามวิ่งตามเอาตัวน้องคืน แต่คุณรัตน์ก็เข้ามาขวาง สีหน้าเอาเรื่อง ดารารุ่งเลี่ยงไปอีกทาง คุณน้อยเข้ามากระชากผมไว้ แล้วเอาโซ่ในมืออีกข้าง ตวัดรัดคอดารารุ่งจนหายใจไม่ออก

    "อย่าทำฉัน...ปล่อยๆ" ดารารุ่งร้องลั่น

    "คนขี้อิจฉา ริษยาพยาบาทอย่างคุณรุ่ง สมควรตายสถานเดียว" คุณน้อยพูดอย่างเจ็บแค้น

    "อย่าได้ไปบงการชีวิต ใครอีกเลยค่ะ...ไปลงนรกซะเถอะ คุณดารารุ่ง"

    คุณรัตน์ว่าแล้วเข้ามา ช่วยคุณน้อยเอาโซ่ล่ามพี่สาวตั้งแต่คอถึงเท้าตรึงไว้กับเสา ที่เบื้องหน้า คุณนิจปรากฏตัวขึ้น ดารารุ่งร้องเรียกคุณนิจให้ช่วย คุณน้อยกับคุณรัตน์เดินเข้าไปหาคุณนิจ แล้วพากันเดินหายไปในความมืด ดารารุ่งกรีดร้องสุดเสียง ตกใจสะดุ้งตื่น

    ป้าพริ้งได้ยินเสียงร้อง เอะอะ ตกใจรีบวิ่งมาเคาะประตูห้องเรียกเธอ เป็นจังหวะเดียวกับดารารุ่งเปิดประตูผลัวะออกมา ถามหาคุณนิจด้วยท่าทางร้อนใจ ป้าพริ้งงง รีบวิ่งตามดารารุ่ง ไปยังห้องคุณนิจ ดารารุ่งเปิดประตูห้องน้องสาวเข้าไป เห็นเธอนอนหลับสนิท โผกอดร้องไห้ด้วยความดีใจ คุณนิจงัวเงียตื่นขึ้นมาถามว่ามีเรื่องอะไร ดารารุ่งบอกว่าคุณรัตน์กับคุณน้อยจะมาลักพาตัวคุณนิจไป

    "ไม่มีนี่ คะ...นิจไม่เห็นคุณรัตน์กับคุณน้อยเลย"

    ดารารุ่งยืนยันว่าเห็นสองคน นั่น ป้าพริ้งมองอย่างเวทนา บอกคุณรุ่งคงฝันร้าย  ดารารุ่งยังแยกความฝันกับความจริงไม่ออก วิ่งไปที่หน้าต่างห้อง กวาดตามองไปยังเบื้องล่าง นึกทบทวนเหตุการณ์เมื่อกี้ ป้าพริ้งย้ำว่าคุณรุ่งฝันร้าย ดารารุ่งพยายามรวบรวมสติก่อนถอนใจโล่งอก

    "ดี ที่มันเป็นแค่ฝันร้าย  เพราะถ้าเป็นความจริง  รุ่งคงขาดใจตาย...คุณนิจขา คุณนิจต้องรับปากกับพี่นะคะ อย่าทิ้ง พี่ไป อย่าจากพี่ไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคุณนิจก็ต้องอยู่กับพี่ ห้ามหนีพี่ไปนะคะ"

    คุณ นิจรับคำ ดารารุ่งกอดน้องไว้แน่น วิตกจริต หวาดระแวง

    ooooooo

    เช้า วันถัดมา  คุณนิจถือโอกาสตอนที่ดารารุ่งยังไม่ตื่น  ขอป้าพริ้งพาปุยไปวิ่งเล่นที่สนามหน้าบ้าน ทีแรกป้าพริ้งทำท่าจะไม่ยอม แต่ทนคุณนิจรบเร้าไม่ไหว เลยอนุญาต อุ้มปุยวิ่งออกไปทันที...

    ขณะคุณ นิจกำลังเล่นกับปุย เมืองเล็กมาด้อมๆมองๆเธออยู่นอกรั้วบ้านอย่างสนใจ แล้วเรียกเธอให้เปิดประตูให้ คุณนิจปฏิเสธว่าเปิดไม่ได้  คุณรุ่งห้ามเปิดประตูให้ผู้ชายเข้าบ้าน

    "งั้นเดี๋ยวแปลงเป็นผู้หญิง ก็ได้...เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ คุณนิจ...เร็ว" เมืองเล็กเขย่าประตูรั้ว

    คุณ นิจไม่ยอมเปิด  เมืองเล็กเลยปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนรั้ว เด็กหญิงหน้าซีด  หันกลับไปมองทางตัวบ้านเกรงว่าพี่สาวจะเห็น บอกเมืองเล็กเสียงสั่นว่าให้ลงมา  จังหวะนั้น  เมืองใหญ่มาตามหาเมืองเล็ก เห็นน้องชายกำลังนั่งหน้าทะเล้นอยู่บนรั้วบ้านดารารุ่ง  ตะโกนเรียก  เมืองเล็กหันมามองตามเสียง  เลยเสียหลักร่วงผล็อยลงไปในบ้านดารารุ่ง  คุณนิจทำหน้าอยากจะตาย...

    ฝ่ายดารารุ่งตื่นขึ้นมาไม่เห็นคุณนิจ ลงมาถามป้าพริ้งซึ่งกำลังทำอาหารว่าน้องไปไหน ป้าพริ้งลืมสนิทว่าปล่อยคุณนิจไปวิ่งเล่นหน้าบ้าน ตกใจ อาสาจะไปตามให้ รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ดารารุ่งสีหน้าเป็นกังวล เดินตาม ส่วนคุณนิจยังยืนตัวสั่น ตกใจที่เมืองเล็กตกตุ้บลงมาตรงหน้า เมืองเล็กขอร้องคุณนิจให้ช่วย อ้างว่าลุกไม่ได้เจ็บขา เมืองใหญ่เกรงดารารุ่งจะมาเห็น รีบบอกคุณนิจช่วยพยุงเมืองเล็กที

    คุณ นิจส่ายหน้าไม่กล้า เมืองเล็กคว้ามือคุณนิจดึงหน้าตาเฉย คุณนิจตะลึงงัน ป้าพริ้งวิ่งเข้ามาเห็นพอดี ตบอกร้องตายแล้ว ยิ่งได้ยินเสียงดารารุ่งเรียกหาน้องสาวดังใกล้เข้ามา ป้าพริ้งตาเหลือก รีบวิ่งไปดักหน้าดารารุ่ง ชวนกลับเข้าครัว ไปช่วยเธอชิมอาหาร ดารารุ่งขยับจะเข้าบ้าน แต่แล้วเปลี่ยนใจ

    "ป้าพริ้งทำเถอะ...รุ่งออก ไปเล่นกับคุณนิจดีกว่า"

    ป้าพริ้งหน้าเสีย ที่ไม่เป็นไปตามแผน รีบวิ่งตามเกรงจะเกิดเรื่องใหญ่...ทางด้านคุณนิจพยายามสะบัดมือเมืองเล็กออก แต่เขาจับไว้แน่น ดารารุ่งออกมาเห็นพอดี คว้าเสียมที่วางอยู่แถวนั้นวิ่งเข้าหาเมืองเล็ก เมืองใหญ่หน้าตื่น ตะโกนบอกน้องให้รีบออกมาเร็วๆ เมืองเล็กปล่อยมือคุณนิจทันที โดดขึ้นรั้วอย่างคล่องแคล่ว ไม่มีอาการขาเจ็บให้เห็น ดารารุ่งวิ่งมาถึงพร้อมๆกับที่เมืองเล็กกระโดดลงพื้น

    "คิดว่าจะหนี พ้นเหรอ" ดารารุ่งเหวี่ยงเสียมในมือออกไป ป้าพริ้งกับคุณนิจเอามือปิดตา เสียมลอยข้ามรั้วพุ่งเข้าหา สองพี่น้องโดดหลบจ้าละหวั่น ดารารุ่งตะโกนด่าว่าเด็กบ้าไม่มี มารยาท พ่อแม่ไม่สั่งสอน

    "สอน ครับ...แต่ผมเลือกจำเป็นบางเรื่อง" เมืองเล็กไม่วายกวนประสาท เมืองใหญ่รีบขอโทษดารารุ่งแล้วดึงมือเมืองเล็กกลับบ้าน เมืองเล็กไม่ยอมไปยืนมองหน้าดารารุ่งเขม็ง ดารารุ่งโกรธถามว่ามองอะไร

    "ผม มองนางฟ้าที่กำลังจะกลายเป็นแม่มดครับ...แหม... ช่างน่าเกลียดน่ากลัวจริงๆ"

    ดา รารุ่งยัวะ  ก้มลงหยิบก้อนหินขว้างใส่  สองพี่น้องเผ่นแน่บ  เมืองใหญ่กะแล้วว่าพ้นระยะก้อนหิน  หันไปต่อว่าน้องชายว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีก ถ้าไม่อยากให้คุณนิจ เดือดร้อน"

    "ทำไมต้องเดือดร้อนด้วยครับ"

    "เล็กจำที่คุณแม่เล่าให้ฟังไม่ได้หรือ...คุณรุ่งไม่ชอบให้ใครที่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายเข้าไปวุ่นวายในบ้าน... งานนี้คุณนิจโดนแน่" เมืองใหญ่นึกเป็นห่วงคุณนิจ เมืองเล็กยืนนิ่ง เพิ่งคิดได้...

    เป็นจริงอย่างที่เมืองใหญ่ห่วง คุณนิจโดนดารารุ่งเล่นงาน ทั้งหยิกทั้งตีไม่ยั้ง โดยไม่ฟังคำอธิบายของน้อง แถมยังพาลด่าเมืองใหญ่กับเมืองเล็กว่าออกลายชั่วตั้งแต่ยังเด็ก แล้วหันมากำชับคุณนิจว่าอย่าไปยุ่งวุ่นวายกับผู้ชายที่ไหนอีก โดยเฉพาะเด็กบ้าสองคนนั้น ถ้าเธอเห็นอีกเจอดีแน่

    ooooooo

    ที่บ้านเช่าของปกรณ์ คุณรัตน์ซึ่งหน้าตาเสียโฉมจนเกือบไม่เหลือเค้าเดิมกำลังนั่งทำขนมอยู่ ปกรณ์เมาแอ๋ร้องเพลงเสียงดังเข้ามาหาเรื่องเมียแต่เช้า หาว่าเห็นผัวมายังนั่งเฉยไม่มาต้อนรับ

    "คุณปกรณ์ต้องการอะไรคะ"

    "ไม่ต้องดัดจริตเสียงอ่อนเสียงหวาน...ฉันยังโกรธแกไม่หายที่แกกับแม่บังอาจหนีฉัน...เอาเงินมา"

    คุณรัตน์ไม่มีเงินให้ เพราะยังไม่ได้ออกไปขายขนม ปกรณ์ไล่ให้รีบไป ขืนชักช้าจะโดนสันแข้ง คุณรัตน์ลนลานเก็บขนมใส่หาบแล้วไปอุ้มชาตรี ปกรณ์บอกว่าไม่ต้องเอาลูกไป เขาจะเอาลูกไปขอเงินดารารุ่ง คว้าตัวชาตรีไปจากมือคุณรัตน์ แล้วพรวดพราดออกไป

    คุณรัตน์วิ่งตามปกรณ์ไปจนถึงบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม ถึงได้รู้จากชาวบ้านแถวนั้นว่าดารารุ่งขายบ้านแล้วไปอยู่ที่อื่น เพราะรังเกียจพวกเหลือบพวกไรที่คอยมาสูบเลือดเธอ ปกรณ์ อารมณ์เสียโยนชาตรีคืนให้คุณรัตน์ คุณรัตน์โอบลูกแทบไม่ทันมองไปในบ้าน
    "คุณรุ่ง...รัตน์ขอโทษที่นำคนพาลเข้ามาในบ้านเรา รัตน์มันเลว มันชั่ว รัตน์ขอให้คุณรุ่งแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวงด้วยนะคะ" คุณรัตน์อุ้มชาตรีกลับไปอย่างอาลัยอาวรณ์...

    ฝ่ายคุณน้อยท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที ละอองเลยพายายแหววมาคอยดูแลหยิบจับข้าวของและเตรียมเป็นพี่เลี้ยงให้หลานที่เกิดมา ยายแหววเข้ามาประจบประแจง อาสาจะนวดให้คุณน้อย แต่ความที่ยายแหววเป็นพูดอะไรไม่คิด แทนที่จะนวดแล้วคุณน้อยผ่อนคลาย กลับยิ่งเครียดมากขึ้น

    "ผู้ชายชอบฉวยโอกาสตอนผู้หญิงท้องนี่ล่ะค่ะ กลับดึก กลับค่ำ ไปมีเล็กมีน้อย ดีไม่ดีมีเมียใหม่ก็ตอนนี้ล่ะค่ะ...อย่างว่า เมียท้องโย้กับสาวๆสวยๆสดๆใหม่ๆ ผู้ชายที่ไหนจะมองเมียท้องโย้ล่ะคะ"

    คุณน้อยก้มมองท้องโย้ของตัวเองด้วยหน้าตาบูดบึ้ง นึกระแวงมาโนชขึ้นมาทันที....ยิ่งคืนนี้ เกือบสี่ทุ่มแล้วเขาเพิ่งจะกลับบ้าน คุณน้อยยิ่งคิดมาก วิ่งถลาเข้ามาหามาโนชด้วยหน้าตาบูดบึ้ง ถามเสียงดังว่าไปไหนมา มาโนชยังไม่ทันตอบ คุณน้อยก้มลงมาดมตามเสื้อผ้า  ละอองกับยายแหววตกใจ อ้าปากค้าง

    คุณน้อยได้กลิ่นน้ำหอมโชยเข้าจมูก ตาขวาง สรุปเอาเองว่าสามีไปกับผู้หญิงอื่น อาละวาดทุบตีเขาอุตลุด ถามคาดคั้นว่าไปไหนกับใครมา มาโนชบอกว่าไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยวเตร่ที่ไหน คุณน้อยไม่เชื่อ

    "มาโนชไปทำงานมาจริงๆค่ะ ส่วนกลิ่นน้ำหอม ลูกค้าเขาเอาน้ำหอมมานำเสนอ มันเลยมีกลิ่นติดมาเท่านั้นเองค่ะ" ละอองต้องช่วยอธิบายแทนลูก มาโนชเสริมว่าที่เขากลับดึกเพราะ ต้องแวะไปรับนมสดกับผลไม้มาฝากเธอ คุณน้อยหน้าเจื่อน...

    หลังจากมาโนชอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ คุณน้อยรีบขอโทษที่หงุดหงิดใส่ เธอท้องโย้แบบนี้เลยพาลคิดไปว่าเขาจะไปมีคนอื่น มาโนชยิ้มอ่อนโยน อ้อนว่าลูกเมียของเขาอยู่ตรงนี้ เขาจะไปมีใครที่ไหนอีก แล้วบอกคุณน้อยให้นอนพักผ่อนได้แล้ว ส่วนเขาขอทำงานต่อ คุณน้อยขอร้องว่าพรุ่งนี้ค่อยทำได้ไหม

    "ไม่ได้จริงๆครับ ผมต้องส่งเอกสารพรุ่งนี้ คุณน้อยไปนอนก่อนเถอะนะครับ"

    มาโนชพาคุณน้อยมานั่งที่เตียงแล้วเดินออกไป คุณน้อยนั่งหน้าหงิกอยู่สักพัก แอบย่องไปดูมาโนชที่ห้องทำงาน เห็นเขานั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น เธอหวนคิดถึงตอนที่เข้ามาเป็นสะใภ้ใหม่ๆ ละอองเคยเตือนว่ามาโนชเป็นพวกบ้าทำงาน คุณน้อยพยายามทำใจเย็น ก่อนเดินกลับห้อง

    ooooooo

    เช้าวันนี้ ครอบครัวบุรีราชกรมออกมาตักบาตรหน้าบ้าน เช่นเดียวกับบ้านดารารุ่ง ศักดิ์กายกับฟองจันทร์ ส่งยิ้มให้ดารารุ่งแบบเป็นมิตร แต่เธอกลับเมินเฉยไม่ใส่ใจ ศักดิ์กายตักบาตรเสร็จบอกลูกทั้งสองให้เก็บของเข้าบ้าน เมืองเล็กอดไม่ได้ ส่งยิ้มหน้าเป็นให้ดารารุ่ง เธอถลึงตาให้ ทำท่าจะขว้างของใส่ ทั้งคู่ลนลานเก็บของ จนข้าวของตกหล่นกระจัดกระจาย ฟองจันทร์หันมาเอ็ด คุณนิจหัวเราะคิกคัก

    "ขำอะไรคุณนิจ...จำไว้ อย่าริอ่านไปยุ่งกับเด็กสองคนนั่นเป็นอันขาด ห้ามมอง ห้ามยิ้ม ห้ามพูด ไม่งั้นโดนดี" ดารารุ่งหันมาดุ คุณนิจหุบปากเงียบ ก้มหน้ามองพื้น ป้าพริ้งสงสารคุณนิจ จึงบอกดารารุ่งให้เพลาๆมือหน่อย คุณนิจยังเด็ก อย่าเพิ่งเข้มงวดกับเธอมากนัก

    "เพื่อนผู้หญิงรุ่งไม่ขัด แต่ผู้ชายอย่าได้หวังค่ะ โดยเฉพาะสองพี่น้องเด็กบ้านั่น" ดารารุ่งสะบัดหน้าเดินเข้าบ้าน ป้าพริ้งรีบเดินหิ้วของตาม...

    ด้านเมืองเล็กเห็นไฟบ้านดารารุ่งยังเปิดอยู่ แอบย่องออกจากบ้านจะไปหาคุณนิจ แต่เมืองใหญ่รู้ทัน มาดักรอ ขู่ว่าถ้าไม่ยอมกลับบ้านไปอ่านหนังสือเขาจะไปฟ้องพ่อ เมืองเล็กกลัวโดนดุ จำใจกลับ...

    ขณะเดียวกัน ไกรเพิ่งจะกล่อมหนูนาวัยขวบเศษให้หลับ ทำท่าจะลุกออกจากห้อง อรอนงค์รีบถามว่าจะไปไหน ไกรตอบอย่างเย็นชาว่าจะไปหาอะไรดื่ม แล้วเดินออกไปอย่างไม่ไยดี อรอนงค์มองตาม ไม่มีเสียงโวยวาย มีเพียงน้ำตาที่ไหลเป็นทาง

    จากนั้นไกรลงมานั่งดื่มเหล้าท่าทางไม่มีความสุข เรไรเข้ามาทักว่าไม่อยากให้เขาใช้เหล้าดับความทุกข์ ไกรไม่ได้ อยากดื่ม แต่ถ้าไม่ดื่มเขาก็ลืมดารารุ่งไม่ได้ เรไรเตือนว่าอะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป อย่าจมอยู่กับอดีต เพราะไม่ใช่ทำลายแค่เขาคนเดียว แต่มันยังทำลายชีวิตคุณอนงค์ด้วย

    "ฉันรู้...แต่ขอเวลาให้ฉันได้คิดถึงคุณรุ่งบ้างนะเรไร แม้เพียงความคิดก็ยังดี"

    ไกรหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า เรไรเข้ามาประคอง พาเขาเข้าไปนอนบนเตียงของเธอ อรอนงค์ยืนมองน้ำตาไหลพราก ทั้งเสียใจ แค้นใจ เรไรห่มผ้าให้ไกร ส่วนเธอเองนอนที่พื้น ดุจทาสที่จงรักภักดี...

    มาโนชทำงานจนตีสองถึงเปิดประตูห้องนอนเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน คุณน้อยแกล้งหลับตานอนนิ่ง มาโนช ค่อยๆล้มตัวลงนอนทำท่าจะหลับ คุณน้อยลุกพรวดขึ้นมาทุบเขาอย่างแรง มาโนชร้องลั่นงงว่าทุบเขาทำไม คุณน้อยร้องไห้ ฟูมฟาย หาว่าเขาไม่สนใจ ไม่รักเธอ

    "ขนาดน้อยกับลูกนอนอยู่ตรงนี้ทั้งคน คุณก็ไม่สนใจ จะกอดจะหอมสักนิดก็ไม่มี"

    มาโนชพยายามง้อ แต่คุณน้อยไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น เอาแต่อารมณ์เสีย หงุดหงิด น้อยใจ และไร้เหตุผล จนมาโนช อ่อนใจ ง้อไปง้อมาเผลอหลับ คุณน้อยยิ่งงอนไปใหญ่

    ooooooo

    คืนถัดมา อรอนงค์มีแผนร้ายสำหรับเรไร เธอรอจนไกรออกจากบ้านเพื่อไปคุยงานพร้อมกับกินมื้อค่ำกับลูกค้า จึงวานเรไรออกไปซื้อขนมต้มแดงมาให้กิน เรไรติงว่าค่ำป่านนี้ที่ไหนจะมีขาย อรอนงค์เกรงไม่เป็นไปตามแผน เลยโกหกว่าที่อยากจะกินมากอาจจะเป็นเพราะเธอท้องอ่อนก็ได้ เรไรดีใจ

    "งั้นเรไรจะรีบออกไปหาซื้อขนมมาให้คุณอนงค์เดี๋ยวนี้ค่ะ"

    อรอนงค์มองตามเรไรออกไปด้วยแววตาเป็นประกาย... พอเรไรเดินมาถึงทางเปลี่ยว ดำซึ่งอรอนงค์จ้างให้มาดักกรีดหน้าเรไร ออกจากที่ซ่อนตรงเข้าล็อกคอ จะลากเธอเข้าป่าข้างทาง เรไรดิ้นรนสุดชีวิต จังหวะนั้น ดารารุ่งขับรถกลับจากพาคุณนิจไปโรงหมอ มองไปเบื้องหน้า เห็นผู้หญิงกำลังถูกผู้ชายฉุด  ดารารุ่งกระแทกเบรกเต็มแรงจนคุณนิจซึ่งนอนอยู่เบาะหลังเกือบหัวคะมำ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    "ผู้หญิงถูกฉุดค่ะคุณนิจ...คุณนิจนั่งรอพี่อยู่ในนี้นะคะ ถ้าพี่ไม่มา อย่าออกมาเด็ดขาด"

    คุณนิจพยักหน้ารับคำ ดารารุ่งนึกได้ หันมากำชับคุณนิจว่าร้องให้คนช่วยดังๆ พอดารารุ่งไปแล้วคุณนิจก็ร้องช่วยด้วยๆ สุดเสียง...ด้านเรไรต่อสู้สุดฤทธิ์ ดำโมโหมาก ต่อยท้อง น้อยเรไรจนจุกตัวงอ กวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างเรไร เชยคางเธอขึ้นมา บอกว่าที่จริงคุณอนงค์จ้างเขาแค่กรีดหน้า

    แต่พอเห็นหน้าสวยๆของเรไรแล้วเขาเสียดาย ขอเชยชมให้สมใจก่อน แล้วค่อยกรีดหน้าทีหลัง เรไรฮึดสู้ ชกหน้าดำสุดแรงจนหน้าหัน ดำโมโหมาก บีบคอเรไรแน่น เรไรตาเหลือกตายคามือ ดารารุ่งคว้าท่อนไม้ย่องเข้ามาด้านหลังดำ พอเห็นหน้าหญิงสาว จำได้ว่าคือเรไร ตกใจส่งเสียงร้อง

    ดำสะดุ้ง หันขวับมาเห็นดารารุ่งยืนถือท่อนไม้อยู่ พุ่งเข้าหาเธอทันที ดารารุ่งตั้งหลักรออยู่แล้ว หวดไม้ใส่ดำเต็มแรงจนหงายหลัง แล้วตามเข้าไปตีซ้ำจนเขาแน่นิ่ง

    "ผู้ชายเลวๆอย่างแกสมควรแล้วที่ต้องตายอย่างนี้"

    ดารารุ่งทิ้งไม้ลงกับพื้น เข้าไปดูเรไรซึ่งนอนตายอย่างน่าอนาถ ทันใดนั้น ดำที่นอนแน่นิ่งกลับกัดฟันพุ่งเข้าใส่ดารารุ่งทางด้านหลังจนเสียหลักล้มกลิ้ง แล้วขึ้นคร่อมร่างเธอบีบคอแน่น ดารารุ่งไม่ยอมแพ้บีบคอเขาตอบ เลือดจากแผลบนหัวของดำไหลลงมาที่หน้าเธอ กลิ่นคาวเลือดคลุ้ง

    ดารารุ่งรวบรวมกำลังถีบดำที่ใกล้หมดแรงอย่างจังที่หว่างขา ดำทรุดฮวบ เธอคว้าไม้หวดซ้ำอย่างบ้าคลั่ง ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงคุณนิจร้องให้ช่วยตามมาทัน ถึงกับผงะเมื่อเห็นดารารุ่งใบหน้าเปรอะไปด้วยเลือดดูน่าสะพรึงกลัว กำลังใช้ไม้ ฟาดคนร้ายไม่ยั้ง...

    ไกรเพิ่งเลี้ยวรถเข้ามาจอดในบ้านตอนที่ชาวบ้านคนหนึ่งมายืนเกาะรั้ว ตะโกนบอกว่าคนในบ้านของเขาถูกฆ่าตาย ไกรตกใจมาก อรอนงค์หน้าตื่นไม่คาดคิดว่าเรื่องจะบานปลาย รีบตามชาวบ้านคนนั้นไปยังที่เกิดเหตุ เห็นสภาพเรไรนอนตายอยู่ข้างทาง ไกรสลดใจมาก ถามชาวบ้านว่าเกิดอะไรขึ้น

    "เอ่อ...คุณเรไรถูกคนร้ายฉุดมา แล้วคุณคนนี้เข้ามาช่วย แต่ไม่ทัน"

    ไกรหันมองตามสายตาของชาวบ้าน แปลกใจที่เห็นดารารุ่งยืนกอดคุณนิจอยู่ข้างๆชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่คุมตัวคนร้ายซึ่งนอนหมดสติเอาไว้ อรอนงค์เห็นดำรีบหลบไปยืนหลังไกร

    "เสียใจด้วยนะ ฉันพยายามช่วยคนของคุณแล้วแต่ช่วยไม่ทัน...คุณเอาคนร้ายส่งตำรวจแล้วกัน แล้วแจ้งข้อหาที่หนักที่สุด ให้คนเลวๆพรรค์นี้ถูกขังลืม" ดารารุ่งเสียงกระด้าง

    ดำปรือตามองหน้าอรอนงค์ อรอนงค์รีบหลบหน้าแล้วหันหลังเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ดารารุ่งพาคุณนิจกลับไปที่รถ เจออรอนงค์ยืนตัวสั่นเทา ดารารุ่งเห็นท่าทางมีพิรุธเดินเข้าไปถามหยั่งเชิงว่าเป็นฝีมือเธอใช่ไหม อรอนงค์ปากคอสั่นละล่ำละลักปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้ทำ

    "จะทำหรือไม่ เธอคนเดียวที่รู้อยู่แก่ใจ...อ้อ...ไม่สินะ... เพราะยังมีไอ้เลวนั่นอีกคนที่รู้"

    ดารารุ่งแสยะยิ้ม อรอนงค์ถึงกับเข่าอ่อนเดินโผเผกลับไปที่รถ...ส่วนไกรขอบคุณพวกชาวบ้านในความช่วยเหลือ เขาจะเอาไอ้เลวนี่ไปเข้าคุก หลังจากชาวบ้านกลับกันแล้ว ไกรลากคอไอ้เลวขึ้นมาระดมกำปั้นอัดหน้าด้วยความโมโห ตะโกนลั่นว่าชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต ดำยกมือไหว้

    "อย่าทำผม...ผมไม่ได้ตั้งใจ คุณ...คุณอรอนงค์จ้างผมให้ทำร้ายผู้หญิงคนนี้ ถ้าคุณจะฆ่าผม คุณต้องไปฆ่าคุณอรอนงค์ด้วย"

    ไกรได้ฟังแทบหมดเรี่ยวแรงจะยืน ดำคลานเข้ามากราบอ้อนวอนว่าอย่าฆ่าเขาเลย เขายินดีชดใช้ความผิดจะเอาเข้าคุกก็ยอม ไกรกำชับว่าห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าอรอนงค์เป็นคนจ้าง และยอมรับผิดติดคุกไปคนเดียว แล้วเขาจะดูแลลูกเมียให้ ดำนิ่งคิด ไกรขู่ให้รับปาก ดำกลัวมากยอมรับปาก...

    ทันทีที่กลับถึงบ้าน ไกรต่อว่าอรอนงค์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ต้องการจะอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนใจร้ายใจดำเช่นเธอ อรอนงค์ทรุดตัวลงกอดขาเขาไว้แน่น ขอร้องอย่าทิ้งเธอไป เธอสัญญาว่าจะเป็นเมียที่ดี เป็นแม่ที่ดี ไกรสะบัดขาจะเดินออกจากบ้าน แต่เสียงร้องไห้จ้าของหนูนาทำให้เขาต้องเปลี่ยนใจ...

    ในเวลาเดียวกัน ดารารุ่งพาคุณนิจเข้านอน ดึงผ้ามาห่มให้อย่างรักใคร่ คุณนิจหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ดารารุ่งหันมาบอกป้าพริ้งว่า สงสารและเวทนาเรไรมาก ที่ต้องมาตายเพราะความมักมากของผู้ชาย ป้าพริ้งพยายามส่งสัญญาณให้ออกไปคุยเรื่องนี้กันนอกห้อง แต่ดารารุ่งทำเฉย

    "ไม่เป็นไรค่ะป้าพริ้ง รุ่งอยากให้คุณนิจได้รู้ได้เห็นทุกอย่าง โตขึ้นมาจะได้ไม่หลงกลผู้ชาย เพราะเรื่องคืนนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นอันขาด ถ้าไม่มีผู้ชายมักมากอย่างคุณไกรและไอ้เลวนั่น...เฮ่อ...ทำไมผู้ชายถึงได้เลวอย่างนี้ มักมากไปด้วยตัณหาราคะ ซ้ำยังทำให้ชีวิตคนอื่นล่มจม รุ่งเกลียดผู้ชาย"...

    ด้วยความที่เกลียดผู้ชายมาก รวมกับอาการวิตกจริต หวาดระแวงว่าคุณนิจจะหนีไปอีกคน ดารารุ่งเลยฝันร้ายว่าดำมาฉุดคุณนิจไป คุณนิจดิ้นรนขัดขืน ดารารุ่งเข้ามาช่วย ผลักดำล้มลง แล้วเอาไม้ตีซ้ำจนแน่นิ่ง ดารารุ่งโยนไม้ทิ้ง แต่อยู่ๆดำที่นอนแน่นิ่งกลับลุกขึ้นมาจิกผมเธอกระชากสุดแรงจนหงายหลังแล้วหันไปคว้ามือคุณนิจ ชวนไปอยู่ด้วย คุณนิจกอดแขนดำ รับคำว่าจะไปอยู่กับเขา

    ดารารุ่งตกตะลึง มองคุณนิจเดินจากไปกับดำ ร้องตะโกนเรียกคุณนิจสุดเสียง ทะลึ่งพรวด กรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง เอามือกุมขมับปวดหัว ระหว่างนั้น ประตูห้องดารารุ่งเปิดผลัวะ ป้าพริ้งกับคุณนิจวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เห็นดารารุ่งร้องโอดโอย บ่นปวดหัวมาก ป้าพริ้งวิ่งออกไปหยิบยามาให้

    "คุณนิจ อย่าทิ้งพี่ไปนะคะคุณนิจ" ดารารุ่งดึงน้องมากอดไว้แน่น

    ooooooo

    คุณน้อยกลายเป็นคนหวาดระแวง ขี้หึง จนมาโนช แทบจะกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ วันนี้ก็เช่นกัน เขาจะออกไปซื้อผ้าไตรให้ละอองเตรียมไว้ทอดกฐิน คุณน้อย วิ่งท้องโย้มาเกาะรถขอไปด้วย มาโนชเกรงว่าไปตลาดจะร้อนเปล่าๆ พักผ่อนอยู่บ้านดีกว่า คุณน้อยไม่ยอม รีบเปิดประตูรถขึ้นนั่ง

    ครู่ต่อมาสองผัวเมียมาถึงตลาด เดินยังไม่ถึงครึ่งทาง คุณน้อยกับมาโนชมีปากเสียงกัน มาโนชพยายามอธิบายอย่างใจเย็น แต่คุณน้อยไม่ฟัง อาละวาดเสียงดังจนผู้คนแถวนั้น เหลียวมอง มาโนชอายสายตาชาวบ้านเลยเดินหนี คุณน้อยโกรธที่เขาไม่ง้อ รีบประคองท้องเดินตาม...

    อีกด้านหนึ่งของตลาด ป้าพริ้งพาดารารุ่งมาซื้อยาแก้ปวดหัวที่ร้านขายยาสมุนไพรจีน เจ๊กเล้งเจ้าของร้านขอมือดารารุ่งเพื่อจับชีพจรตรวจอาการให้ เธอมองเขาแบบไม่ไว้ใจ บอกเสียงแข็งว่าไม่ต้อง เขาจะจัดยาอะไรให้ก็รีบจัดมา ป้าพริ้งคะยั้นคะยอดารารุ่ง

    "เจ๊กเล้ง แกเก่งเรื่องการแมะดูอาการของโรค คุณรุ่งให้แกดูให้นิดนะคะ จะได้รักษาโรคได้ถูก"

    "ไม่...ถ้าอยากตรวจโรค ฉันไปโรงหมอก็ได้ นี่แค่ปวดหัว...ยาอะไรหายก็เอามา...ไปค่ะคุณนิจ"

    ดารารุ่งคว้ามือคุณนิจไว้แน่น พาออกจากร้าน ป้าพริ้งส่ายหน้า บอกเจ๊กเล้งช่วยจัดยาให้ สักพักป้าพริ้งรับยาแล้ววิ่งตามดารารุ่งกับคุณนิจจนทัน ติงดารารุ่งว่าน่าจะให้เจ๊กเล้งแมะให้หน่อย

    "ไม่...ทำไมรุ่งจะไม่รู้ ไอ้แก่นั่นอยากจะแต๊ะอั๋งรุ่งนะสิ ผู้ชายก็อย่างงี้ จะหัวหงอกหัวดำก็หัวงูเหมือนกันหมด" ดารารุ่งชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นคุณน้อยเดินท้องโย้ตามมาโนชต้อยๆ...

    ด้านคุณน้อยเร่งฝีเท้าจนทันมาโนช กระชากแขนเขาอย่างไม่พอใจ สั่งให้กลับบ้าน มาโนชยังกลับไม่ได้ ต้องซื้อผ้าไตรให้แม่ก่อน คุณน้อยอาละวาด ร้องจะกลับบ้านให้ได้ มาโนชบอกอย่างมีอารมณ์

    "อยากกลับก็กลับไปก่อนแล้วกัน ผมจะไปซื้อผ้าไตรให้คุณแม่"

    มาโนชเดินลิ่วๆไป คุณน้อยถึงกับเต้น ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

    "ถึงกับเต้นเลยหรือจ๊ะ...นายมาโนชไปทำอะไรมาล่ะ ถึงได้เต้นเป็นเจ้าเข้า ไม่อายผู้อายคนอย่างนี้"

    คุณน้อยหันขวับไปมองตามเสียง ต้องตกตะลึงที่เห็นดารารุ่งยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้า บอกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่าเรื่องของเธอ ดารารุ่งไม่อยากจะยุ่ง ถ้าคุณน้อยไม่ได้เป็นราชศักดิ์มนตรีธรรมมาก่อน

    "น่าสมเพชรเหลือเกิน ท้องโย้ออกอย่างนี้ ยังต้องมาเดินตามไล่ล่าผู้ชาย นี่นายมาโนชคงออกลายแล้วสิ...ถึงได้ดิ้นพราดๆเป็นไส้เดือนถูกขี้เถ้า"

    "คุณมาโนชเป็นคนดี"

    "ดีตายล่ะ...โน่น...เผลอแป๊บเดียว ก็จ้อกับผู้หญิงซะแล้ว" ดารารุ่งหัวเราะเยาะ

    คุณน้อยหันขวับไปมอง เห็นมาโนชกำลังยืนคุยอยู่กับสาวสวย ทั้งอายทั้งเสียหน้า รีบจ้ำพรวดๆเข้าไปกระชากแขนมาโนช สั่งให้กลับบ้านเดี๋ยวนี้ มาโนชยังกลับไม่ได้ ต้องรอผ้าไตรก่อน คุณน้อยหงุดหงิดบอกว่าไม่ต้องรอ สาวสวยเจ้าของร้านขายสังฆภัณฑ์ ถามว่าตกลงจะเอาผ้าไตรอยู่หรือเปล่า

    คุณน้อยตวาดลั่น "ก็บอกแล้วไงว่าไม่เอา หูตึงหรือไงหล่อน"

    ดารารุ่งเดินยิ้มเย้ยเข้ามา พูดช้าๆ กวนประสาท "จุ๊ๆๆๆ... ทำไมถึงได้หยาบคายอย่างนี้ล่ะคะคุณน้อย ไหนว่าสามีเป็นคนดีนักหนาไง หรือว่าพอเจอผู้หญิงเลยดีแตก"

    มาโนชมองดารารุ่งอย่างตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ดารารุ่งแดกดันมาโนชว่า ท่าทางครอบครัวของเขามีความสุข ที่เมียคอยตามประกบทุกฝีก้าว มาโนชมองหน้าดารารุ่งก่อนหลบสายตาด้วยความละอาย คุณน้อยจ้องหน้าสามีสลับกับพี่สาว คิดมากไปใหญ่...

    พอกลับถึงบ้าน คุณน้อยหาเรื่องมาโนชอีก ร้องไห้ ฟูมฟายหาว่าเขายังรักยังมีเยื่อใยให้ดารารุ่ง ไล่เขากลับไปหาเธอ ก่อนตรงเข้าทุบตีเขาด้วยความหึงหวง แต่แล้วคุณน้อยก็ร้องโอ๊ย เอามือกุมท้อง เจ็บท้องคลอด มาโนชตกใจรีบประคองเธอไปส่งโรงหมอ

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ที่ห้องพักฟื้น พยาบาลสาวสวยอุ้ม

    เด็กทารกเข้ามายื่นให้คุณน้อย มาโนชเดินเข้ามากอดลูก ละอองถามว่าจะตั้งชื่อเธอว่าอะไรดี มาโนชจะตั้งชื่อลูกว่า "ณชนก" แปลว่าดวงใจพ่อ พยาบาลชมมาโนช ว่าตั้งชื่อได้เพราะ คุณน้อยอาละวาดใส่พยาบาลทันที มาโนชไม่อยากได้ยิน รีบอุ้มหนูนาออกจากห้อง

    "เป็นแม่คนแล้ว เพลาๆอาการขี้หึงได้แล้วล่ะคุณน้อย" ละอองปราม

    "จะไม่ให้น้อยหึงได้อย่างไรคะคุณแม่ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา คุณมาโนชไม่เคยบอกรักน้อยสักคำ"

    คุณน้อยสะอื้นฮัก ละอองกับยายแหววได้แต่มองด้วยความเห็นใจ...

    ในเวลาเดียวกัน ครอบครัวบุรีราชกรมอยากผูกไมตรีกับบ้านดารารุ่งจึงแวะมาเยี่ยม โดยไม่ลืมเอาผลไม้ติดมือฝาก แต่ดารารุ่งกลับมองอย่างดูแคลน จนเมืองเล็กไม่พอใจ พอฟองจันทร์แนะนำเมืองใหญ่กับเมืองเล็กให้รู้จักดารารุ่ง เมืองเล็กยกมือไหว้ แกล้งพูดว่า "สวัสดีครับ...คุณป้า"

    ดารารุ่งเคืองมาก ฟองจันทร์กับศักดิ์กายกลั้นยิ้มแทบแย่ ฟองจันทร์รีบปรามลูกว่าเรียกคุณรุ่งว่าป้าได้อย่างไร เมืองเล็กอ้างว่าคุณครูสอนให้เรียกพี่ของแม่ว่าป้า คุณรุ่งอายุมากกว่าคุณแม่ เขาก็เลยต้องเรียกว่าป้ารุ่ง หรือจะให้เขาเรียกว่าย่ารุ่ง ดารารุ่งโกรธจนตัวสั่น เท่านั้นยังไม่พอเมืองเล็กทำไก๋ชี้ไปที่คุณนิจ ถามว่านั่นลูกป้ารุ่งใช่ไหม ป้าพริ้งรีบบอกว่าไม่ใช่ เป็นน้องสาวชื่อคุณนิจ

    "อ้าว...ขอโทษทีครับ ผมนึกว่าคุณนิจเป็นลูกของป้ารุ่งเสียอีก"

    ศักดิ์กายเห็นท่าไม่ดี รีบขอตัวกลับ ดารารุ่งโกรธแทบลมจับ หันไปบอกป้าพริ้งว่าปวดหัวมาก ขอยาเจ๊กเล้งหน่อย แล้วรีบเดินขึ้นห้อง ส่องกระจกเงาสำรวจตัวเองด้วยสีหน้าเป็นกังวล

    "ฉันแก่ตรงไหน ฉันยังสาวยังสวยเหมือนเดิม เด็กผีทะเล ปากเสียแท้ๆเลย"

    ป้าพริ้งเอายายื่นให้ ดารารุ่งขอให้ป้าพริ้งช่วยดูทีว่าเธอมีรอยเหี่ยวย่นตรงไหนไหม ป้าพริ้งเห็นรอยตีนกาเริ่มมาเยือน อีกทั้งสีหน้าของดารารุ่งก็ไม่สดใส แต่ไม่กล้าบอก โกหกว่าไม่มี ดารารุ่งถอนใจโล่งอก หันไปบอกคุณนิจว่าอย่าไปยุ่งกับพวกบุรีราชกรมอีก เธอเกลียดพวกมัน โดยเฉพาะเมืองเล็ก...

    พอกลับถึงบ้าน ศักดิ์กายตำหนิเมืองเล็กที่ทำตัวเหมือนเด็กไม่มีมารยาทลามปามผู้ใหญ่ เมืองเล็กไม่พอใจที่ดารารุ่งทำท่าดูแคลนพวกเรา  ทั้งๆที่คุณพ่อก็เป็นถึงท่านนายพล ส่วนคุณแม่ก็เป็นคุณหญิง ตระกูลเราไม่ได้ด้อยกว่าราชศักดิ์มนตรีธรรมแม้แต่นิดเดียว

    "ดูถูกคนดีนัก...คอยดูเถอะ...เล็กจะแกล้งให้หัวหมุนเชียว" เมืองเล็กตาวาวโรจน์...

    เมืองเล็กทำอย่างที่พูด เช้าขึ้นก็วิ่งมาเกาะรั้วบ้านดารารุ่ง ขอคุณนิจเข้าไปเล่นกับปุย คุณนิจไม่ตอบ ถอยกรูด เมืองเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนรั้วหน้าตาเฉย ดารารุ่งออกมาเห็นคว้าไม้กวาดมาไล่ เมืองเล็กแกล้งเอางูปลอมโยนใส่ ดารารุ่งกรี๊ดสนั่น พอรู้ว่างูปลอม คว้าไม้กวาดฟาดเมืองเล็กเต็มแรงจนร้องลั่น  ดารารุ่งจะเข้าไปซ้ำ  คุณนิจตกใจรีบเข้ามาดึงไม้กวาดไว้ เมืองใหญ่วิ่งเข้ามาดึงตัวน้องลง พากันวิ่งหนี

    ดารารุ่งโกรธมาก กระชากตัวคุณนิจลากเข้าบ้าน ผลักลงไปกองกับพื้นห้อง คุณนิจร้องไห้อย่างน่าสงสาร แต่ดารารุ่งไม่สนใจ ด่าซ้ำที่ไปช่วยเด็กผีทะเลพวกนั้น ทั้งหยิกทั้งตีด้วยความโมโห

    "จำไว้...ต่อไปอย่ายุ่งเกี่ยวกับพวกบุรีราชกรมอีก แม้แต่ หน้าของมันก็ไม่ต้องมอง"...

    สิบปีผ่านไป...ดารารุ่งพาคุณนิจซึ่งโตเป็นสาวสวยในชุดนักศึกษาเดินมาขึ้นรถ จะไปส่งที่มหาวิทยาลัยเช่นเคย แต่รถเกิดสตาร์ตไม่ติด คุณนิจจะนั่งรถเมล์ไปเอง แต่ดารารุ่งไม่ยอม สั่งป้าพริ้งให้นั่งรถรับจ้างไปส่ง แล้วขากลับจะได้ตามคนที่อู่มาดูรถ พอออกมาพ้นหน้าบ้าน คุณนิจออดอ้อนจนป้าพริ้งยอมให้เธอไปเอง ทั้งสองคนสัญญากันว่าจะไม่ให้เรื่องนี้รู้ถึงหูดารารุ่ง แล้วเดินแยกกันไปคนละทาง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์