นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าวันต่อมา มาโนชอุตส่าห์เอาอาหารบำรุงร่างกายฝีมือแม่ไปให้ดารารุ่งกินหวังจะเอาใจ แต่เธอกลับปฏิเสธความปรารถนาดีจากเขา บอกอย่างตรงไปตรงมาว่ารังเกียจผู้ชาย และจะไม่มีวันเชื่อคำพูดของผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น มาโนชได้ฟังถึงกับอึ้ง...

    อาการเกลียดผู้ชายของดารารุ่งกำเริบหนัก ถึงขนาดเลิกจ้างตาจุกคนขับรถเพื่อทำให้บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมปลอดผู้ชาย...

    ผ่านไปหลายวันกว่าไกรจะยอมกลับจากราชบุรี แทนที่อรอนงค์จะต้อนรับเขาด้วยความดีใจ กลับต่อว่าต่อขานที่หายหน้าไปนาน จนเธอคิดว่าเขาจะทิ้งให้เธอเป็นม่ายขันหมาก

    "ใจจริงอยากทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่เห็นแก่ชื่อเสียงของสองตระกูลเลยต้องจำใจกลับมา"

    อรอนงค์แว้ดๆใส่ ไกรรำคาญเดินหนี อรอนงค์ไม่รามือตามอาละวาดไล่ทุบตีเขาอุตลุด ไกรหมดความอดทนผลักอรอนงค์ อย่างแรงจนล้มลงหมดสติ ไกรตกใจรีบอุ้มเธอไปส่งโรงหมอ... หลังจากหมอตรวจอาการอรอนงค์อย่างละเอียด แจ้งให้ไกรทราบว่าอรอนงค์ตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว

    อรอนงค์ยิ้มดีใจแต่ไกรกลับหน้าเครียด หญิงสาวรอจนหมอออกจากห้องตรวจ โวยวายถามไกรว่าไม่ดีใจหรือที่เรากำลังจะมีลูก ไกรดีใจ แต่คิดว่าเราสองคนน่าจะเลื่อนงาน แต่งงานออกไปก่อน  เพราะคงไม่เหมาะถ้าเจ้าสาวจะยืนท้องโย้ ต้อนรับแขก

    "พี่ไกรหาข้ออ้างเพราะไม่ต้องการแต่งงานกับอนงค์" อรอนงค์ร้องไห้

    "ไม่ใช่นะอนงค์"

    "งั้นพี่ไกรก็แต่งงานกับอนงค์สิคะ...อนงค์ยินดีจะยืนท้องโย้ต้อนรับแขก"

    ไกรตำหนิเธอว่าจะทำอะไรควรเห็นแก่หน้าวงศ์ตระกูลบ้าง แต่อรอนงค์เห็นแก่หน้าตัวเองมากกว่า และรู้ว่าที่เขาหาเรื่องไม่ยอมแต่งงานกับเธอก็เพราะยังรักดารารุ่งอยู่ เลยงอนหันหลังให้  ไกรมองอรอนงค์อย่างลำบากใจก่อนผละจากไป  อรอนงค์หันกลับมาไม่เห็นไกรอยู่ตรงนั้นเสียใจมากที่เขาไม่ง้อ...

    วันนี้ ปกรณ์บังคับคุณรัตน์มานั่งขายข้าวต้มมัดในตลาดแต่เช้า กำชับว่าต้องขายให้หมด ป้าแจ่มแม้ค้าในตลาด ทักปกรณ์ว่าทำไมถึงให้เมียซึ่งเป็นถึงลูกคุณชายบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมมานั่งตากแดดขายขนม ปกรณ์อ้างว่าถ้าไม่ขายขนมแล้วจะเอาเงินที่ไหน ป้าแจ่มว่าเป็นถึงลูกผู้ดีก็ต้องมีเงินติดตัวบ้าง

    "ใช่...ลูกผู้ดีมีเงิน แต่หน้าโง่เลยไม่มีเงินติดตัวมาสักบาท ขืนนั่งเฉยๆทำเป็นผู้ดีหน้าบางได้อดตายกันพอดี"

    ปกรณ์พูดจบหันมาตวาดใส่คุณรัตน์ว่าเขานับจำนวนขนมไว้แล้ว   ถ้าคิดไม่ซื่อตายสถานเดียว คุณรัตน์น้ำตาซึมมองตามปกรณ์ที่เดินกร่างออกไป ผู้คนในตลาดต่างมองคุณรัตน์อย่างเวทนา...

    นับเป็นความโชคร้ายของคุณรัตน์ มาขายขนมครั้งแรก ดารารุ่ง คุณน้อยกับคุณนิจและป้าพริ้งเกิดอยากจะซื้อของที่ตลาดเช้านั้นพอดี ดารารุ่งถึงกับตัวชาที่บังเอิญได้ยินป้าแจ่มกับเพื่อนแม่ค้านินทาคุณรัตน์กันอย่างสนุกปาก แถมพาลด่ากราดมาถึงผู้หญิงบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมว่าใฝ่ต่ำ

    ฝ่ายคุณรัตน์เหลือบเห็นพี่สาว ทั้งอายทั้งกลัวรีบหอบกระจาดขนมวิ่งหนี ดารารุ่งตวาดลั่นว่าอย่าหนี แล้วทุกคุน ต่างพากันวิ่งตาม คุณรัตน์กลัวมากวิ่งหกล้มหกลุก ขนมหล่น เรี่ยราด แต่หนีพ้นดารารุ่งจนได้ ดารารุ่งเจ็บใจหันไปถามผู้คนในตลาดว่ารู้จักบ้านแม่ค้าข้าวต้มมัดไหม...

    ระหว่างที่ปกรณ์กับสังข์กำลังนั่งกินยาดองเหล้ากันอยู่ในบ้าน คุณรัตน์ถือกระจาดเปล่าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ปกรณ์แบมือถามหาเงินค่าขายขนม พอได้ยินคุณรัตน์บอกว่าไม่มี  เขาปราดเข้าไปจิกผมตะคอกใส่ว่าขายขนมหมดจะไม่มีเงินได้อย่างไร

    "ขนมไม่ได้หมดค่ะ...แต่รัตน์ทำตก"

    "นังผู้ดีเอ๊ย...แกนี่มันโง่เง่าเต่าตุ่น อย่าชื่อดารารัตน์เลย ชื่อดาราร่วงดีกว่า"

    "จริงด้วย...ตั้งแต่มาอยู่นี่...โชคลาภไม่เคยมี มีแต่ความซวย ร่วงเอาๆ...นังร่วง" สังข์พูดเสริม

    "แกไปเก็บขนมมาล้างเดี๋ยวนี้แล้วเอาไปขายใหม่ ถ้าฉันกลับมาแล้วแกไม่มีเงิน แกตาย...ไปพ่อ...ไปข้างนอกดีกว่า เห็นหน้านังร่วงแล้วฉันจะอ้วก" สองพ่อลูกเดินโซเซกอดคอกันออกไป...

    ขณะคุณรัตน์กำลังก้มเก็บขนมที่หล่นตามทางใส่กระจาด ด้วยน้ำตานองหน้า  ดารารุ่งเข้ามายืนขวางเกือบจะเหยียบห่อขนม คุณรัตน์เงยหน้าขึ้นมองถึงกับตัวชา เห็นดารารุ่งยืนยิ้มเยาะ

    "เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด มีผัวเป็นกุลี สุดท้ายก็ต้องเป็นกุลี สะใจไหมคะคุณรัตน์ขา...อยู่ดีไม่ว่าดี ต้องมาถูกโขกสับข่มเหงนั่งน้ำตานองหน้า ถูกพวกขี้ขารังแก"

    ป้าพริ้งอ้าปากจะห้าม แต่ดารารุ่งชิงพูดตัดหน้า เตือนคุณน้อยกับคุณนิจให้ดูคุณรัตน์ไว้เป็นเยี่ยงแต่อย่าเอาอย่างเด็ดขาด คนใฝ่ต่ำ ไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรี ทำให้พ่อแม่ต้องตาย ไม่มีทางได้ดี มีแต่จะถูกซ้ำเติมอย่างนี้แหละที่เขาเรียกว่ากรรมสนอง คุณรัตน์ทนไม่ได้ขอร้องให้หยุด แต่ดารารุ่งไม่หยุด คุณรัตน์ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยเอาขนมปาใส่อย่างไม่ได้ตั้งใจจะให้โดนใคร แต่ขนมกลับลอยถูกหน้าดารารุ่งอย่างจัง

    คุณรัตน์ตกใจจะวิ่งหนีเข้าบ้าน ดารารุ่งโกรธจัด ตรงเข้ามากระชากไหล่ให้หันกลับ แล้วตบหน้าเต็มแรง คุณรัตน์ล้มคะมำร้องไห้โฮ บอกดารารุ่งว่านับจากนี้ไปไม่ต้องมายุ่งเกี่ยว ไม่ต้องมาสนใจเธออีก


    "ฉันจะไม่โกรธแก เกลียดแกขนาดนี้ดารารัตน์ ถ้าฉันไม่เคยห้าม ไม่เคยพร่ำสอนแกมาก่อน แต่นี่ฉันห้ามแกก็แล้วเตือนแกก็แล้ว แต่แกก็ยังใฝ่ต่ำเห็นผู้ชายเลวๆ อย่างไอ้ปกรณ์เป็นคนดี มันก็สาสมแล้วที่ชีวิตของแกจะพบแต่ความวิบัติแบบนี้ เมื่อแกออกจากบ้านก็อย่าได้ซมซานกลับเข้าไปอีก ฉันตัดขาดแกจากราชศักดิ์มนตรีธรรม...จำไว้" ดารารุ่งเดินนำทุกคนกลับ

    คุณน้อยสงสารคุณรัตน์มาก หลอกดารารุ่งว่าทำกระเป๋าเงินตก ขอกลับไปหา แต่ที่จริงจะกลับไปเอาเงินให้คุณรัตน์ ดารารุ่งรู้ทันเดินตามไปดู...ฝ่ายปกรณ์กลับเข้ามาเห็นคุณรัตน์ ปัดมือไม่ยอมรับเงินที่น้องสาวยื่นให้ เลยคว้าเงินไว้เสียเอง ดารารุ่งตามมาพอดี ฉกเงินคืนจากมือปกรณ์

    "หน้าไม่อาย เป็นผู้ชายเสียเปล่า แบมือขอเงินผู้หญิง อยู่ได้ แกนี่มันเสียชาติเกิดจริงๆ ได้กุลี"

    "คำก็กุลี สองคำก็กุลี ถึงจะเป็นกุลีก็เป็นผัวน้องแกได้แล้วกัน" ปกรณ์แกล้งยั่วดึงคุณรัตน์เข้ามากอด

    ดารารุ่งโกรธตัวสั่น "หยาบคาย...หยาบคายที่สุด"

    "กระแดะจริงนังผู้ดี แค่นี้ก็ทนฟังไม่ได้ ฉันล่ะอยากรู้ จริงๆว่าน้ำหน้าอย่างแกจะได้ผัววิเศษแค่ไหน...แต่แก่หงำเหงือก ขนาดนี้คงหาผัวไม่ได้แล้วล่ะ ขนาดคุณไกรยังหนีไปแต่งงานกับคุณอรอนงค์  ชาตินี้แกคงเป็นสาวขึ้นคานคาบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมแล้วล่ะ นังดารารุ่ง"

    ดารารุ่งเต้นเร่าๆ ด้วยความโมโห ก่อนเกร็งล้มลงชักดิ้นชักงอ คุณน้อยกับป้าพริ้งรีบวิ่งมาพยุง ป้าพริ้งบอกคุณรัตน์ พาปกรณ์หลบไปก่อน ปกรณ์ยอมเดินตามคุณรัตน์แต่ไม่วายหันมาด่าดารารุ่งว่าจะไปตายที่ไหนก็ไป แต่อย่ามาตายหน้าบ้านเขา ดารารุ่งตาเหลือกลาน หมดสติไปในที่สุด

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ บังเอิญคุณน้อยกับมาโนชมาเก็บดอกบัวสำหรับไหว้พระในสระเดียวกัน มาโนชเห็นคุณน้อยหน้าตาหมองเศร้า ถามว่าไม่สบายหรือเปล่า คุณน้อย ปล่อยโฮทันที  แล้วระบายทุกอย่างที่อัดอั้นใจออกมา มาโนชขอร้องคุณน้อยว่าอย่ามองดารารุ่งในแง่ร้าย

    "คิดซะว่าคุณรุ่งเธอรักมาก   เธอเลยห่วงมากนะครับ...

    คุณน้อยจะได้สบายใจ"

    "ได้คุยกับคุณมาโนช น้อยสบายใจมากกว่าค่ะ"

    "งั้นวันหน้า ผมจะแวะมาคุยด้วยบ่อยๆ...ถ้าไม่ถูกคุณรุ่ง ตะเพิดออกมาก่อนนะ"

    สองหนุ่มสาวหัวเราะให้กัน คุณน้อยมองมาโนชอย่างประทับใจ  ส่วนเขายิ้มให้เธออย่างไม่คิดอะไร  จากนั้นมาโนชขับรถมาส่งคุณน้อยที่บ้าน เธอเลยถือโอกาสชวนเขาเข้าไปดื่มน้ำในบ้านก่อน  มาโนชรับคำเชิญทันทีเพราะหวังจะได้เจอดารารุ่ง ระหว่างมาโนชกับคุณน้อยนั่งคุยกันที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน

    ดารารุ่ง คุณนิจกับป้าพริ้งออกมาเห็น ดารารุ่งไม่พอใจมาก สะบัดหน้าหนี มาโนชรู้ตัวว่าไม่เป็นที่ต้อนรับของดารารุ่ง รีบขอตัวกลับ อ้างว่ารบกวนเวลาคุณน้อยนานแล้ว เขาเดินไปสองก้าว หันกลับมา

    "อ้อ...ลืมบอกไป...วันนี้คุณน้อยทำให้ผมมีความสุข มาก...ขอบคุณครับ"

    คุณน้อยยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แต่กลับต้องหุบยิ้มเมื่อได้ยินเสียงพี่สาวแดกดันว่ายิ้มหน้าระรื่นมากไปหรือเปล่า อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าคุณน้อยกำลังละเมอเพ้อพกถึงผู้ชายอยู่ ทั้งๆที่เธอเคยเตือนแล้วเตือนอีกทำไมไม่เชื่อกันบ้างว่าผู้ชายร้ายกาจ แสนจะเจ้าเล่ห์เพทุบาย หาความจริงใจไม่ได้สักคน

    คุณน้อยแย้งว่า ผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทุกคน และเท่าที่ เธอรู้จักมาโนชก็ดูจะเป็นคนดี ดารารุ่งทักท้วงว่าคุณน้อยรู้จักเขาไม่นาน  แต่กลับยืนยันว่าเขาเป็นคนดี  สงสัยจะชอบเขาหรือเปล่า

    "แล้วถ้ามันเป็นอย่างนั้นละคะ"

    "พูดออกมาได้อย่างไรคุณน้อย ผู้ชายเขายังไม่ทันแสดงท่าทีอะไรกับตัวเลย กลับแสดงออกนอกหน้าว่าอยากเสนอตัวให้เขา...หน้าด้าน"

    "คุณรุ่งเอาแต่ด่าว่าน้อย ทั้งๆที่คุณรุ่งไม่ได้รู้เสียหน่อย ว่าคุณมาโนชคิดอะไร จะไม่ทำตัวสู่รู้มากไปหน่อยหรือคะ" คุณน้อยย้อนอย่างเจ็บแสบ

    ดารารุ่งเดือดมากไม่คาดคิดว่าน้องสาวจะกล้าด่าตนเองขนาดนี้ เนื้อตัวสั่น คุณน้อยสะบัดหน้าหนี ดารารุ่งตามไปกระชากผมอย่างแรง แล้วด่าซ้ำว่าหลงรักผู้ชายจนเอาคำไพร่ๆมาใช้กับพี่  คุณน้อยฮึดสู้พยายามดึงผมออกจากมือพี่สาว

    "ก็น้อยพูดจริง คุณรุ่งไม่ได้รู้ใจคุณมาโนชเสียหน่อย จะมาว่าน้อยได้อย่างไร"

    ดารารุ่งโต้เสียงดังว่ารู้ดี เพราะมาโนชหลงรักเธอมาก่อน คุณน้อยลืมไปแล้วหรือ คุณน้อยเถียงคอเป็นเอ็นว่าตอนนั้นกับตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ดารารุ่งแสยะยิ้ม

    "จะบอกว่าตอนนี้เขารักเขาชอบแกล่ะสิ...งั้นลองดูไหมล่ะว่าตอนนี้นายมาโนชเขารักเขาชอบใครระหว่างฉันกับแก" สองพี่น้องสบตากันอย่างท้าทาย

    ooooooo

    เช้าถัดมา ดารารุ่งวางแผนให้ป้าพริ้งไปหามาโนชที่บ้าน โกหกว่าเธอไม่สบายมาก และที่บ้านไม่มีใครขับรถเป็น มาโนชรีบชวนละอองบึ่งรถมาบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมทันที  เห็นดารารุ่งท่าทางป่วยหนัก  เป็นห่วงอาสาจะพาไปหาหมอ  ดารารุ่งเกรงใจมาโนชที่ต้องทิ้งงานมาที่นี่

    "ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมเต็มใจและก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อคุณรุ่ง"

    คุณน้อยเดินเข้ามาได้ยินถึงกับอึ้ง  ดารารุ่งมองน้องสาวด้วยแววตาเยาะเย้ย คุณน้อยน้ำตาคลอวิ่งผละจากไป ดารารุ่งยิ้มพอใจที่ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ...

    ระหว่างมาโนชรอละอองไปล้างมือ  เหลือบเห็นคุณน้อยนั่งหน้าเศร้า จะเดินเข้าไปหา แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นดารารุ่งเดินมาจากอีกมุมหนึ่งของบ้านด้วยท่าทางปกติเข้าไปหาคุณน้อย

    "ไงคุณน้อย รู้เห็นเองกับตาแล้วใช่ไหมว่านายมาโนช

    เป็นห่วงเป็นใยฉันแค่ไหน"

    "เป็นความโชคร้ายของคุณมาโนชที่หลงรักคนใจร้ายใจดำ เลือดเย็นอย่างคุณรุ่ง...เพราะถ้าเขามีใจให้กับน้อยแม้แต่เพียงน้อยนิด...เขาจะไม่มีวันโดนดูถูกข่มเหงน้ำใจเหมือนอย่างที่คุณรุ่งกระทำต่อเขาเด็ดขาด"  คุณน้อยว่าแล้วจะเดินหนี ดารารุ่งชิงพูดขึ้นก่อน

    "จ้า...แม่คนดีมีน้ำใจ...แต่ไม่มีวันนั้นหรอกนะ เพราะแค่มองตาฉันก็รู้ว่านายมาโนชหลงรักฉันอย่างหมดใจ รู้อย่างนี้แล้วเธอยังจะโง่งมหลงรักคนที่ไม่รักก็ตามใจ" ดารารุ่งเดินกระแทกไหล่คุณน้อยไป คุณน้อยยืนน้ำตาไหลพราก มาโนชหมุนตัวกลับ อดสูต่อการกระทำของดารารุ่ง...

    หลังจากปรึกษากับแม่แล้ว มาโนชตัดสินใจว่าผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วยไม่ใช้ผู้หญิงเลือดเย็นอย่างดารารุ่ง แต่จะเป็นคุณน้อยเท่านั้น รุ่งเช้า มาโนชกลับมาบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมอีกครั้งเพื่อขอคุณน้อยแต่งงาน และถ้าเธอตกลง เขาจะให้แม่มาสู่ขอ คุณน้อยถามเขาว่ารักเธอไหม

    "คำพูดไม่ได้สำคัญเท่าการกระทำหรอกครับ  ผมมั่นใจว่าผมสามารถดูแลคุณน้อยให้มีความสุขตลอดชีวิตได้ และคุณน้อยก็สามารถดูแลผมได้ตลอดชีวิตเช่นกัน...แต่งงานกับผมนะครับคุณน้อย"

    "ค่ะ...คุณมาโนช...น้อยจะแต่งงานกับคุณ" คุณน้อยมองมาโนชปลื้มใจ น้ำตาคลอ

    พอดารารุ่งรู้เรื่องการแต่งงาน โกรธจัด ขว้างช้อนกินข้าวลงกับพื้น สั่งห้ามเสียงเฉียบว่าคุณน้อยจะแต่งงานกับใครหน้าไหนไม่ได้ทั้งนั้น คุณน้อยขอเหตุผลว่าทำไมถึงแต่งไม่ได้

    "...แกก็รู้ว่าเขารักเขาชอบฉัน แล้วแกะจะดันทุรังไปแต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักแกทำไม"

    "ถ้าเขาไม่ได้รักไม่ได้ชอบน้อย เขาไม่ขอน้อยแต่งงานหรอกค่ะ...รู้ไว้ด้วยนะคะ ที่ผ่านมามันเป็นแค่ความคิดเข้าข้างตัวเองของคุณรุ่ง คิดเองเออเองว่าตัวเองมีเสน่ห์เสียเต็มประดา จนผู้ชายรักผู้ชายหลง แต่เอาเข้าจริงไม่มีใครรักคุณรุ่งสักคน"

    ดารารุ่งโมโหตบโต๊ะกินข้าวดังปัง คุณนิจสะดุ้งโหยง ป้าพริ้งกอดคุณนิจแน่นเพื่อปลอบ ดารารุ่งเถียงว่ามาโนชรักเธอ แต่ที่เขาขอคุณน้อยแต่งงานเพียงเพื่อต้องการประชดเธอ คุณน้อยด่าว่าเพ้อเจ้อ มาโนชจะประชดคุณรุ่งทำไม ในเมื่อคำว่ารักสักคำเขาก็ไม่เคยบอกคุณรุ่ง

    คุณน้อยไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย ยืนยันหนักแน่นไม่ว่าอย่างไรเธอจะแต่งงานกับมาโนช แล้วลุกขึ้นจะเดินหนี ดารารุ่งตะโกนลั่นว่าจะไม่ยอมให้คุณน้อยแต่งงาน ก่อนล้มลงนอนเอามือกุมหัวชักดิ้นชักงอเรียกร้องความสนใจ คุณนิจกับป้าพริ้งรีบวิ่งเข้ามาดู ส่วนคุณน้อยส่ายหน้าเดินหนีอย่างเอือมระอา

    "ดาราน้อย...แกกล้าขัดคำสั่งฉัน...จำเอาไว้ว่าแกจะต้องเสียใจเพราะผู้ชาย ช้ำใจตายเพราะผู้ชายเหมือนนังดารารัตน์" ดารารุ่งตะโกนอย่างเจ็บแค้น...

    ค่ำวันเดียวกัน คุณน้อยตัดสินใจเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าหอบข้าวของไปหามาโนชที่บ้าน บอกทั้งน้ำตาว่าคุณรุ่งไม่ยอมให้เราแต่งงานกัน  มาโนชลำบากใจมาก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องยอมให้คุณน้อยนอนค้างที่บ้านแต่นอนแยกห้องกัน และสัญญาว่าแม่ของเขากลับมาเมื่อไหร่จะให้ท่านไปสู่ขอเธอ...

    ทันทีที่ละอองทราบเรื่องรีบพามาโนชกับคุณน้อยมาขอขมาดารารุ่งพร้อมกับพานธูปเทียนแพ แต่ดารารุ่งปัดพานทิ้ง ไล่ทั้งสามคนออกจากบ้านโดยไม่ฟังคำขออภัยจากละออง แถมยังด่าเธอว่าต้องการเกี่ยวดองกับราชศักดิ์มนตรีธรรมตัวซีดตัวสั่น ถึงได้ยอมอ้าแขนรับผู้หญิงใฝ่ต่ำหนีตามผู้ชายเข้าบ้าน

    "เกินไปแล้วนะคุณรุ่ง ฉันแก่คราวแม่คุณเชียวนะ...

    คุณพูดจากับฉันแบบนี้ได้อย่างไร"

    "ทำไมจะพูดไม่ได้ มันก็เหมือนกันทั้งหัวหงอกหัวดำนั่นแหละถึงได้อยากอยู่ด้วยกัน...ไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้...ไป๊"

    "ผมทำตามที่เห็นสมควร แต่ถ้าคุณรุ่งรังเกียจผมก็ขอตัว...ไปครับคุณน้อย"

    มาโนชพาคุณน้อยกับแม่กลับ ดารารุ่งตะโกนด่าไล่หลังว่า ถึงตายก็ไม่ต้องมาเผาผีกัน นังน้องไม่รักดี แล้วคว้าข้าวของปาใส่ แต่ยังไม่สะใจ ดารารุ่งวิ่งตามมาหน้าบ้าน หยิบขันจะสาดน้ำล้างเสนียด ป้าพริ้งรีบแย่งขันไม่ยอมให้สาด

    ดารารุ่งใจหายมองตามน้องสาวขึ้นรถจากไปก่อนทรุดตัวลงร้องไห้

    "ป้าพริ้ง...นังน้องไม่รักดีมันทิ้งรุ่งไปหมดแล้ว มันเห็นผู้ชายดีกว่ารุ่งอีกแล้ว รุ่งอยากตายป้าพริ้ง"

    "อย่าพูดอย่างนี้อีกนะคะคุณรุ่ง ใครจะไปไหนก็ช่าง แต่คุณรุ่งยังมีป้า ยังมีคุณนิจค่ะ" ป้าพริ้งกอดดารารุ่งไว้แน่น พลอยร้องไห้ไปด้วย

    ooooooo

    อรอนงค์ในชุดสีชมพูหวาน ท้องโตใกล้คลอด ถึงกับยิ้มหน้าบาน ฮัมเพลงอย่างมีความสุข เมื่อรู้ข่าวคราวของดารารุ่งจากเพื่อน ไกรกลับจากทำงาน อดทักไม่ได้ว่าทำไมวันนี้อารมณ์ดี

    "เพื่อนอนงค์มาบอกข่าวดารารุ่งค่ะ...เขาว่าตอนนี้ดารารุ่งกำลังแย่ เพราะน้องสาวเล่นหนีตามผู้ชายไปเสียหมด ทั้งคุณรัตน์ คุณน้อย...ก็น่าหรอกนะคะ อยู่กับสาวแก่เพี้ยนๆอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย เป็นอนงค์ก็คงทำอย่างนั้นเหมือนกัน"

    "ก็เพราะมีผู้หญิงไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรีคิดอย่างนี้ คอยแต่หนีตามผู้ชาย...ผู้ชายถึงได้ดูถูก...ลองถ้าผู้หญิงทำตัวเป็นนางแก้ว รับรองไม่มีผู้ชายที่ไหนกล้าดูถูก มีแต่จะเก็บไว้บนหิ้ง เก็บไว้รัก ไว้เทิดทูน"

    อรอนงค์กรี๊ดสนั่น "พี่ไกร อย่าคิดนะว่าอนงค์ไม่รู้ว่าพี่ไกรตั้งใจด่ากระทบอนงค์ แล้วเทิดทูนนังดารารุ่ง รู้เอาไว้นะคะว่านังนั่นไม่ได้ดีอย่างที่พี่ไกรคิด ที่มันออกมาเต้นแร้งเต้นกาเพราะว่ามันอิจฉาน้องมันที่ได้ออกเรือนมีผัวเป็นตัวเป็นตน ไม่เหมือนมันที่กำลังจะเป็นบ้าเพราะไม่มีใครชายตาแล"

    "ทำไมจะไม่มี...อนงค์เชื่อไหม แค่คุณรุ่งบอกมาคำเดียว พี่ก็พร้อมที่จะไปหมอบแทบเท้าเธอ"

    อรอนงค์ร้องไห้โฮ มองตามไกรเดินหนีไปอย่างเจ็บใจ แค้นใจ ครู่ต่อมา ไกรนั่งบ่นให้เรไรฟังว่าเบื่ออรอนงค์มากที่เอาแต่ด่าว่าดารารุ่งไม่เว้นแต่ละวัน ถ้าไม่ติดว่ามีลูก เขาจะหนีไปอยู่ราชบุรีกับพ่อ ยิ่งไกรได้รู้จากเรไรว่าอรอนงค์เป็นคนเอาเรื่องสักกับกันยาไปฟ้องดารารุ่ง ยิ่งไม่พอใจอรอนงค์มาก...

    วันรุ่งขึ้น ไกรไปหาดารารุ่งด้วยความเป็นห่วง ดารารุ่ง กลับอาละวาดใส่เขาบ้านแทบแตก หาว่าเขามาเย้ยหยันเธอเรื่องน้องสาว ไล่เขาออกจากบ้านอย่างไม่ไว้หน้า ไกรรู้ดีว่าเธอยังโกรธยังเกลียดเขาอยู่ แต่เขาอยากจะบอกบางอย่างให้เธอรู้ จังหวะนั้น อรอนงค์เดินท้องโย้มายืนหลังไกร โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว

    "ผมรักคุณรุ่งแล้วก็ยังคงห่วงใยเสมอ ที่ผ่านมาผมรู้ว่าผมทำผิด ทำเลวต่อคุณรุ่ง แต่ถ้าคุณรุ่งจะให้อภัย ผมสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราสองคนกลับมารักกันเหมือนเดิม"

    อรอนงค์หน้าซีดเผือด น้ำตาไหลริน ช้ำใจพูดอะไรไม่ออก ดารารุ่งยิ้มสะใจ ด่าไกรว่าเป็นผู้ชายน่ารังเกียจ ขนาดลูกเมียยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆยังกล้าบอกรักผู้หญิงอื่นอย่างหน้าไม่อาย ไกร หันขวับไปมอง เห็นอรอนงค์ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้น ตกใจ ดารารุ่งได้ทีซ้ำเติมอรอนงค์ว่า เห็นสันดานผู้ชายที่เธออยากได้ จนตัวสั่นหรือยัง อรอนงค์เจ็บใจกรีดร้องลั่น จะเข้าไปเอาเรื่องดารารุ่ง ไกรต้องรีบดึงตัวออกมา

    ในเวลาต่อมา ไกรพาอรอนงค์กลับบ้าน เธอยังอาละวาดใส่เขาไม่เลิก ถามว่าทำไมต้องทำกับเธออย่างนี้ ไกรย้อนว่า

    ทีเธอยังทำร้ายเขาโดยเอาเรื่องสักกับกันยาไปฟ้องดารารุ่ง

    "ก็อนงค์พูดความจริง อนงค์ผิดตรงไหน หรือพี่ไกรจะเถียงว่าไม่ได้ทำ"

    "ใช่พี่ทำ...แต่ทำไมอนงค์ต้องไปบอกคุณรุ่ง...รู้ไว้

    ด้วยนะ ถ้าอนงค์ไม่เข้ามาแส่ ป่านนี้พี่แต่งงานกับคุณรุ่งไปนานแล้ว พี่ได้อยู่กับผู้หญิงที่พี่รักแล้วก็มีลูกกับผู้หญิงที่พี่รักไปนานแล้ว"

    "พี่ไกรใจร้าย...อนงค์เกลียดพี่ไกร ถ้ารู้ว่าชีวิตแต่งงานทรมานอย่างนี้ อนงค์ไม่แต่งงานด้วยหรอก"

    "งั้น...อนงค์ก็ปล่อยให้พี่เป็นอิสระเสียทีสิ...อนงค์บอกเองไม่ใช่รึว่าจะไม่มีวันคุกเข่าอ้อนวอนขอความสงสารเห็นใจจากคนที่เขาไม่รักเรา...มันอาจจะดูใจร้ายใจดำ แต่พี่ก็อยากซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง...พี่รักคุณรุ่ง พี่ไม่ได้รักอนงค์ พี่ขอร้อง ปล่อยพี่เป็นอิสระเสียทีเถอะ เรื่องลูกพี่จะรับผิดชอบเลี้ยงดูเอง"

    "ไม่...อนงค์ไม่มีวันปล่อยพี่ไกรไปหานังดารารุ่งเด็ดขาดรู้เอาไว้...ความตายสถานเดียวเท่านั้นที่จะพรากเราสองคนได้" อรอนงค์ทั้งเจ็บใจ ทั้งเสียใจ ร้องไห้วิ่งเข้าไปในสวน ทรุดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง จ้องมองเชือกเส้นใหญ่สำหรับมัดต้นไม้ไม่ให้ล้ม...

    ด้านเรไรเดินผ่านมาแถวสวนข้างบ้าน   เหลือบเห็นอรอนงค์ทำเชือกเป็นเงื่อนจะใช้คล้องคอฆ่าตัวตาย รีบวิ่งเข้าไปขอร้องว่าอย่าคิดสั้น พยายามจะแย่งเชือก อรอนงค์พูดทั้งน้ำตาว่าในเมื่อไกรไม่รักเธอ อยู่ไปก็ไร้ค่า ทั้งสองคนยื้อแย่งเชือกกันไปมา อรอนงค์อาศัยจังหวะหนึ่งผลักเรไรอย่างแรง จนกระเด็น

    เรไรรู้ดีว่าตนเองห้ามไม่ได้ รีบวิ่งเข้าไปตามไกร อรอนงค์ คล้องเชือกเข้ากับกิ่งไม้ขนาดใหญ่ พลางชำเลืองสายตาไปทางบ้าน เห็นเรไรกับไกรวิ่งหน้าตื่นเข้ามา อรอนงค์เอาเชือกคล้องคอตัวเอง

    "พี่ไกร...อนงค์กับลูกขอลาก่อนค่ะ"

    ไกรตะโกนสุดเสียงว่าอย่า แล้วกระโดดรวบตัวอรอนงค์ไว้ ไม่ให้ทิ้งน้ำหนักลงพื้น เรไรหันไปคว้ามีดทำสวนส่งให้ไกรตัดเชือก ช่วยอรอนงค์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด ไกรรีบอุ้มอรอนงค์ ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องนอนขอร้องว่าอย่าทำอย่างนี้อีก อรอนงค์รับปากว่าจะไม่ทำ ถ้าเขาสัญญาว่าจะรักเธอกับลูกและจะไม่ เหลียวแลดารารุ่งอีก ไกรไม่ตอบดึงผ้ามาห่มให้ ก่อนเดินออกจากห้อง อรอนงค์มองตามเจ็บปวดใจ

    จากนั้นไกรมานั่งดื่มเหล้า ปรับทุกข์กับเรไรว่าไม่ชอบใจอย่างมากที่อรอนงค์เรียกร้องความสนใจแบบนี้ ชีวิตทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เรไรไม่คิดว่าอรอนงค์จะล้อเล่น สามีอาลัย อาวรณ์คนรักเก่า เป็นใครก็ต้องเจ็บช้ำ เตือนว่าเรื่องของเขากับดารารุ่งจบไปแล้ว เขาควรจะคิดถึงลูกกับเมียให้มากๆ

    "อีกอย่างคุณอรอนงค์เธอรักคุณไกรมากนะคะ เรไรอยากให้คุณไกรรักเธอบ้างค่ะ"

    อรอนงค์แอบย่องเข้ามาได้ยินไกรพูดว่า "เอาเป็นว่า ฉันจะทำใจรักอนงค์ให้ได้แล้วกัน...ขอบใจมากเรไรที่เตือนสติ แล้วก็ขอบใจในความรักภักดีของเธอ ฉันสัญญา จนชั่วชีวิตฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอ"

    เรไรยิ้มน้ำตาคลอ ซบหน้ากับตักไกร อรอนงค์เห็นแล้วยิ่งเสียใจเดินคอตกหน้าเครียดกลับห้อง

    "ขนาดนังคนใช้นั่น ยังได้รับความรักจากพี่ไกรมากกว่า เรา นังเรไร...ฉันเกลียดแก ฉันจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงหน้าไหน มาแย่งความรักของพี่ไกรไปเด็ดขาด...ลูกจ๋า ลูกต้องทำให้พ่อรักแม่ให้ได้นะลูก ลูกต้องทำให้พ่อรักแม่ให้ได้...โอ๊ย" อรอนงค์ ร้องสุดเสียงเจ็บท้องขึ้นมากะทันหันและคลอดลูกในคืนนั้น

    ooooooo

    หลายวันถัดมา  ไกรพาลูกซึ่งเขาตั้งชื่อให้เธอว่า "ทักษิณา" กลับบ้าน เรไรดีใจวิ่งเข้ามาหา ขออุ้มเด็กน้อยบ้าง ไกรส่งลูกให้ บอกว่าไม่ใช่แค่อุ้มอย่างเดียว แต่เธอต้องช่วยเขาเลี้ยงหนูนาด้วย เรไรยินดีเป็นอย่างยิ่ง ยอมมอบกายถวายหัวเป็นทาสรับใช้หนูนาตลอดชีวิตแล้วอุ้มเธอออกไปเดินเล่น อรอนงค์มองค้อน

    "พี่ไกรไม่น่าให้ขี้ข้ามายุ่งกับลูกของเราเลย"

    "พี่ไม่เคยมองเรไรเป็นขี้ข้า สำหรับพี่เรไรคือคนในครอบครัวของพี่คนหนึ่ง และพี่ก็ยินดีถ้าหนูนาจะเคารพรักและนับถือเรไรเหมือนแม่อีกคน" ไกรว่าแล้ววิ่งตามเรไร อรอนงค์ น้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ...

    ในเวลาเดียวกัน คุณรัตน์ท้องแก่ใกล้คลอด แต่ยังต้องกระเตงกระจาดขนมมาขายที่ตลาด เพราะวันๆปกรณ์เอาแต่นั่งกินเหล้ากับสังข์ไม่ออกไปทำมาหากิน มาลีมองคุณรัตน์อย่างเวทนา

    "เป็นเวรเป็นกรรมของเราจริงๆนะคุณ ที่มีผัวเฮงซวย เมื่อไหร่มันสองคนจะตายๆก็ไม่รู้ จะได้หมดเวรหมดกรรมกันไปซักที"

    คุณรัตน์หน้าซีด หายใจหอบ เหงื่อเริ่มแตก มาลีบอกให้พักก่อน แต่คุณรัตน์เกรงจะขายขนมไม่หมด เดี๋ยวจะถูกปกรณ์ซ้อมอีก มาลีสงสารคุณรัตน์มาก อยากจะพาหนีแต่ก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปไหน ทันใดนั้นคุณรัตน์เจ็บท้องจะคลอด มาลีรีบพาไปบ้านหมอตำแยทันที...เย็นนั้น คุณรัตน์คลอดลูกผู้ชาย

    "แล้วจะตั้งชื่ออะไรดีคุณ" มาลีส่งหลานชายหน้าตาน่ารักน่าชังให้คุณรัตน์

    "ลูกแม่เป็นผู้ชาย...แม่จะตั้งชื่อลูกว่า ชาตรี...โตขึ้นมาชาตรีต้องเป็นชายชาตรีให้แม่ภูมิใจนะลูก"

    มาลีรู้ดีว่าทำไมคุณรัตน์ถึงตั้งชื่อลูกอย่างนี้...ไม่นาน มาลีกลับมาบอกปกรณ์กับสังข์ว่าคุณรัตน์คลอดลูกแล้ว แทนที่ปกรณ์จะดีใจ กลับบ่นว่าคลอดออกมาทำไม แค่นี้ก็จะอดตายกันอยู่แล้ว สังข์เล็งเห็นว่าเด็กคนนี้อาจจะเป็นตัวทำเงินให้พวกเราก็ได้ เราจะเอาเด็กคนนี้ไปเรียกเงินจากดารารุ่ง ถึงเธอจะเกลียดน้องแต่อาจจะรักหลานก็ได้ สองพ่อลูกตาวาว ฝันเห็นเงินลอยอยู่ตรงหน้า...

    รุ่งขึ้น ปกรณ์ไม่รอช้าสั่งคุณรัตน์ให้พาลูกไปขอเงินดารารุ่ง คุณรัตน์ปฏิเสธเสียงแข็งว่า ดารารุ่งตัดขาดเธอจากวงศ์ตระกูลไปแล้ว เธอไม่มีวันกลับไปเด็ดขาด ปกรณ์อารมณ์เสียเดินมาจิกผมคุณรัตน์

    "นังร่วงเอ๊ย ทำไมแกโง่อย่างนี้ ถึงนังรุ่งโรคจิตมันจะตัดพี่ตัดน้อง แต่ยังไงแกก็ยังมีสิทธิ์ในกองมรดก แกจะปล่อยให้พี่แกฮุบไปคนเดียวได้ยังไง แกกลับไปเอาเงินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้"

    คุณรัตน์ไม่ยอมทำตาม ปกรณ์โกรธ ตบเธอหลายครั้ง ร่างของเธอเซถลาล้มหน้าคว่ำลงไปในเตาไฟ เธอกรีดร้องสุดเสียง หน้าตาพองไหม้  เสียโฉม  มาลีวิ่งเข้ามาดู  ตกใจแทบสิ้นสติ ปกรณ์ไม่สนใจ ถ้าคุณรัตน์ไม่ไป เราสองคนพ่อลูกจะไปขอกันเอง...

    ทางด้านดารารุ่งเห็นสังข์กับปกรณ์มายืนลอยหน้าลอยตาหน้าบ้าน ถึงกับเต้นเร่าๆ ตะโกนไล่ไปให้พ้นบ้านของเธอเดี๋ยวนี้ ปกรณ์ยังไม่ไปจนกว่าเธอจะแบ่งสมบัติส่วนของคุณรัตน์กับลูกมาให้ก่อน  ดารารุ่งจะไม่ยอมจ่ายให้แม้แต่ สตางค์แดงเดียว

    "งกอย่างนี้ มันคงจะเก็บเงินทองไว้เลี้ยงผู้ชายว่ะ เพราะคนอย่างมันให้ฟรีๆก็ไม่มีใครเอา"

    ดารารุ่งโกรธมาก คว้าปืนจากมือป้าพริ้ง ยิงกระหน่ำใส่ สังข์กับปกรณ์วิ่งหนีกันหัวซุกหัวซุน  ดารารุ่งไล่ตามมายิงไม่หยุด ปกรณ์ตะโกนลั่นให้ชาวบ้านมาดูคนใจร้ายใจดำ หลานกับน้องกำลังจะอดตาย ไม่ยอมช่วยเหลือ หวงสมบัติไว้คนเดียว ผู้คนแถวนั้นต่างพากันซุบซิบนินทา ดารารุ่งโกรธตัวสั่น

    ooooooo

    สลวยกับฤกษ์ทนเห็นคุณรัตน์ลำบากไม่ได้ ลอบเดินตามสองคนพ่อลูกจนทัน ฝากเงินไปให้คุณรัตน์ สั่งให้บอกเธอว่าพวกเราเป็นห่วง ปกรณ์ยิ้มกริ่ม คว้าเงินหมับยกขึ้นจูบ สังข์เห็นเงินก็ตาวาว ชวนปกรณ์ไปฉลองทันที ในเวลาต่อมา สองพ่อลูกเดินเมาแอ๋กอดขวดยาดองร้องเพลงกันอย่างมีความสุข

    ขณะทั้งคู่กำลังเดินข้ามสะพาน ต่างยื้อแย่งขวดยาดองกัน ขวดยาดองหล่นลงคลอง ปกรณ์ไม่ยอมโดดน้ำลงไปเก็บ ยกให้เป“นหน้าที่ของพ่อ สังข์เมาแอ่น กระโดดลงคลองแล้วหายไปกับสายน้ำ ปกรณ์รีบโดดลงไปช่วยแต่ไม่ทัน สังข์จมน้ำขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตา...

    หลังจากสังข์ตายไม่นาน มาลีชวนคุณรัตน์หนี คุณรัตน์ สีหน้าครุ่นคิด ลูบรอยแผลเป็นตามใบหน้า

    "จ้ะ...ฉันจะไปจากที่นี่ ฉันจะลืมทุกสิ่ง ต่อไปจะไม่มีคุณดารารัตน์ ราชศักดิ์มนตรีธรรมอีกแล้ว จะมีแต่นังร่วง ชาญบุรี" คุณรัตน์มองชาตรีแล้วร้องไห้...

    ด้านดารารุ่งตัดสินใจจะย้ายออกจากบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม เธอทนอับอายชาวบ้านที่น้องสาวสองคนต่างหนีตามผู้ชายไม่ไหว แถมพวกนั้นยังปากมอมนินทาว่าเธอหาสามีไม่ได้

    "หนำซ้ำพวกกุลียังตามมาวุ่นวายขอเงินไม่เลิก ขืนรุ่งไม่ย้ายบ้านหนี ต่อไปพวกเหลือบไรคงได้ยกโขยงมานั่งเฝ้า นอนเฝ้าหน้าบ้านเป“นแน่"

    ป้าพริ้งไม่มีความเห็น แล้วแต่คุณรุ่ง ดารารุ่งตกลงใจ ว่าจะขายบ้านหลังนี้ สลวยกะว่าถ้าคุณรุ่งย้ายไปอยู่ที่อื่น เธอกับฤกษ์จะกลับบ้านนอก ดารารุ่งรอฟังคำนี้มานาน กำชับสลวยว่าราชศักดิ์มนตรีธรรมตอนนี้มีแค่เธอกับคุณนิจเท่านั้น คนอื่นไม่เกี่ยว  สลวยกับฤกษ์หน้าเจื่อน  ลาดารารุ่งก่อนพากันออกไป...

    ผ่านไปหลายสัปดาห์  ดารารุ่ง  ป้าพริ้งกับคุณนิจย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ดารารุ่งปลูกดอกลั่นทมไว้รอบบริเวณบ้าน เหมือนเคย ป้าพริ้งถามคุณนิจว่าบ้านใหม่สวยไหม คุณนิจชมว่าสวย ดารารุ่งกระเซ้า

    "ก็ลองบอกว่าไม่สวยสิ เป“นโดนดี...เฮ่อ...กว่าบ้านจะเสร็จ รุ่งแทบตาย  ต่อไปรุ่งจะไม่ย้ายบ้านไปไหนอีกแล้วล่ะค่ะ  จะอยู่บ้านนี้จนตายเลยล่ะ"  ดารารุ่งมองบ้านหลังใหม่อย่างภาคภูมิใจ  ก่อนหันไปบอกคุณนิจ  ช่วยไปเอาน้ำมารดต้นลั่นทม  คุณนิจวางปุยลงแล้วเดินไปหยิบกรวยรดน้ำ...

    ขณะเดียวกัน  ที่หน้าบ้านดารารุ่ง  มีรถคันหนึ่งแล่นผ่านมา  ในรถมีนายบรรเจิดเป“นคนขับ  เบาะหลังมีเมืองใหญ่ เรียนอยู่ชั้น ป.6 กับเมืองเล็กเรียนอยู่ชั้น ป.3 ในชุดนักเรียนประจำนั่งอยู่ เห็นดารารุ่งกับคุณนิจกำลังช่วยกันรดน้ำต้นไม้ เมืองใหญ่ถามบรรเจิดว่าบ้านนี้มีคนมาอยู่แล้วหรือ

    "ครับ...คุณใหญ่ เพิ่งย้ายมาได้สักสองสามวันนี่ล่ะครับ"

    เมืองเล็กมองดารารุ่งกับคุณนิจเหลียวหลังอย่างสนใจ ดารารุ่งกับคุณนิจเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเมืองเล็กจ้องอยู่ ดารารุ่งถลึงตาใส่ เมืองเล็กสะดุ้งโหยง รีบเบือนหน้าหนี ดารารุ่งบ่นไม่พอใจ

    "เด็กอะไร...จ้องเอาๆไม่มีมารยาท...เฮ้อ...นี่ล่ะผู้ชาย"

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์