นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขณะที่เอกชยา  สดศรี  ดารารุ่ง  กับน้องสาวทั้งสามคนกำลังกินอาหารเช้า เอกชยาโพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่าจะเป็นจะตายอย่างไรดารารุ่งต้องแต่งงานกับไกร ดารารุ่งย้ำทีละคำว่าไม่แต่ง สองคนพ่อลูกโต้เถียงกันอีก เอกชยาแน่นหน้าอกหมดแรงเถียง สดศรีรีบเข้าดูด้วยความเป็นห่วง

    ทันใดนั้น ไกรโผล่พรวดเข้ามาในสภาพดวงตาแดงก่ำ ขอร้องดารารุ่งฟังเขาอธิบายก่อน ดารารุ่งไม่ฟังไล่เขากลับ ไกรคุกเข่าจับมือเธอไว้ อ้อนวอนขอร้องเธอให้อภัยเขา

    "จนตาย ฉันก็ไม่มีวันให้อภัยคนเลวอย่างคุณ"

    ดารารุ่งแค้นมาก คว้าชามแกงเทราดหัวไกรแล้วลุกขึ้นจะเดินหนี ไกรโผกอดเธอไว้ ดารารุ่งผลักเขาออกสุดแรง  แต่ไกรไม่ยอมปล่อย  คุณน้อยกับป้าพริ้งช่วยกันดึงดารารุ่ง ขณะที่สลวยกับฤกษ์ดึงไกรออก ดารารุ่งโกรธชี้หน้าด่าไกรว่าคนเลว ออกไปจากชีวิตเธอเดี๋ยวนี้ ไกรมองหน้าดารารุ่งตาละห้อย

    "ผมจะไป แต่ขอให้คุณรุ่งรู้ไว้ว่า คุณรุ่งเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมรักแล้วก็จะรักตลอดไป"

    ดารารุ่งได้ฟังยิ่งขยะแขยง ไกรค้อมหัวให้เอกชยากับสดศรีก่อนเดินคอตกกลับไป สดศรีพยุงเอกชยาที่เดินอย่างอ่อนแรงขึ้นไปนอนพัก ดารารุ่งหันมามองหน้าคุณรัตน์

    "ดารารัตน์...แกเห็นความชั่วร้ายของผู้ชายแล้วใช่ไหม ถ้าแกยังอยากจะหาเหาใส่หัว เอาความชั่วร้ายตกต่ำมาสู่ชีวิตแก ก็เชิญไปยุ่งกับไอ้กุลีปกรณ์ได้ตามสบาย ฉันจะไม่ห้ามแกอีกต่อไป"

    ดารารุ่งจ้ำพรวดๆกลับห้องตัวเอง  คุณรัตน์ยืนหลบสายตาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอคิดอะไร...

    ทางฝ่ายไกรกลับถึงบ้าน หยิบเหล้ามาดื่มดับความทุกข์จนเมามาย อรอนงค์สบโอกาสวางแผนจะมอมเหล้าไกร ทำทีนั่งดื่มเป็นเพื่อนรอคอยจังหวะเหมาะ...

    เย็นวันเดียวกัน ดารารุ่งทำความสะอาดห้องเก็บกวาดเศษชุดแต่งงานใส่ขยะ คุณน้อยพาคุณนิจที่กอดปุยมาเคาะประตูห้องก่อนเปิดเข้ามา คุณน้อยบอกว่าคุณแม่เป็นห่วง เห็นคุณรุ่งไม่ลงไปกินมื้อเย็นเลยให้ขึ้นมาตาม ดารารุ่งขอโทษอ้างว่าทำความสะอาดเพลินไปหน่อย   คุณนิจ

    เป็นห่วงพี่สาวที่ต้องยกเลิกงานแต่งงาน  ดารารุ่งยิ้มดึงน้องเข้ามากอด

    "คุณนิจขา เรื่องแต่งงานไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะ สำหรับพี่ ครอบครัวของเราต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ พี่มีหน้าที่ต้องดูแลคุณแม่ คุณรัตน์ คุณน้อย คุณนิจแล้วก็ป้าพริ้งให้มีความสุข"

    "น้อยดีใจจังเลยค่ะที่คุณรุ่งเข้มแข็ง แต่ท่าทาง...คุณไกรคงจะแย่นะคะ"

    "คุณน้อย...อย่าพูดชื่อนี้ให้พี่ได้ยินอีกเป็นอันขาด พี่ขยะแขยง ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ไม่มีความเจ็บปวดอะไรหรอก มีแต่ความใคร่ตัณหา ดีไม่ดี...ตอนนี้เขาอาจจะสำเริงสำราญอยู่ก็ได้" ดารารุ่งยิ้มเยาะ...

    ในเวลาเดียวกัน ไกรเมามายไม่ได้สติ ถูกอรอนงค์ทั้งลากทั้งดึงขึ้นไปยังห้องของเขา พาไปนอนบนเตียง แล้วเดินไปหยิบอ่างน้ำเย็นพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาเช็ดหน้าตาให้ไกร ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเขาออก ลูบไล้ไปตามตัวอย่างรักใคร่ ไกรปัดมือเธอออก

    "เอ๊ะ...พี่ไกร...อยู่นิ่งๆสิคะ...ประเดี๋ยวเถอะ...ถูกตีตาย" อรอนงค์ยังเช็ดตัวเขาเรื่อยๆ

    ไกรผลักเธอออก อรอนงค์ไม่ทันระวังตัว ทำท่าจะล้ม แต่มือไวคว้าตัวไกรไว้ได้ ร่างของเธอเลยล้มทับบนตัวเขา หน้าชนกันพอดี อรอนงค์ก้มลงจูบเขาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยแรงเสน่หา ไกรจูบตอบทั้งๆที่ไม่มีสติ ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยตามเลยสมดังใจอรอนงค์...

    ผ่านไปพักใหญ่ กรุณเพิ่งกลับจากประเทศ เดินทางมาถึงบ้าน เรไรรีบเข้ามาต้อนรับ กรุณเห็นรถไกรจอดอยู่ แต่ไม่เห็นเจ้าของ ถามเรไรว่าไกรอยู่ไหน เรไรอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าบอก กรุณเดินเข้าบ้านเห็นแต่กองเครื่องดื่มกับแก้วเหล้าวางเกลื่อน ถามว่าทำไมไกรต้องดื่มหนักขนาดนี้

    "คุณดารารุ่งยกเลิกการแต่งงานค่ะ"

    กรุณตกใจ คาดไม่ถึงว่าไปต่างประเทศไม่กี่วันจะเกิดเรื่อง ตรงไปทุบประตูห้องไกรปังๆๆจะเรียกลูกมาคุยให้รู้เรื่อง ไกรนอนหลับไม่ได้สติ อรอนงค์สะดุ้งเฮือก ยิ้มร่า บีบน้ำตารอว่าที่พ่อสามี กรุณโมโหทุบประตูอีก แต่ทุกอย่างเงียบ สั่งเรไรไปหยิบกุญแจสำรองมาไข เรไรรีบทำตามคำสั่ง

    ด้านในห้องนอน อรอนงค์พยายามปลุกไกร แต่ ไม่สำเร็จ จึงลุกขึ้นฉุดตัวเขา ไกรตัวใหญ่กว่ามากอรอนงค์ ออกแรงดึงสุดฤทธิ์ เขาลุกขึ้นจนได้ แต่เธอกลับเป็นฝ่ายเสียหลัก ร่างของไกรล้มทับบนตัวอรอนงค์ เป็นจังหวะเดียวกับกรุณไขกุญแจห้องเข้ามาพอดี อรอนงค์สบโอกาส กรีดร้องลั่น

    "คุณลุง...ช่วยอนงค์ด้วย...พี่ไกรขืนใจอนงค์"

    ไกรงัวเงีย โงหัวขึ้นมองด้วยสายตาพร่ามัว ก่อนจะแจ่มชัดขึ้น เมื่อกรุณถลันตัวเข้ามาใกล้ แต่แล้วต้องหยุดชะงักเพราะเจ็บแปล๊บที่หน้าอก กรุณกุมอกด้านซ้ายด้วยความเจ็บปวดก่อนทรุดฮวบลงตรงนั้น ไกรตกใจหายเมาเป็นปลิดทิ้ง...ขณะเดียวกัน เอกชยาสะดุ้งสุดตัว ตกใจตื่น ฝันร้ายถึงกรุณ

    ooooooo

    ถึงวันแรม 15 ค่ำตามนัด คุณรัตน์นอนรออย่างกระวนกระวายใจ จนเห็นว่าน้องสาวทั้งสองคนหลับสนิท ค่อยลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่จัดไว้เรียบร้อยแล้ว ย่องออกจากห้อง เสียงประตู ทำให้ปุยขู่ คุณนิจกับคุณน้อยรู้สึกตัวตื่น ทันเห็นหลังคุณรัตน์ไวๆ

    "คุณรัตน์ต้องแอบไปหานายปกรณ์อีกแน่ๆ เฮ่อ... ทำไมพูดไม่รู้จักฟังบ้างเลย"

    คุณน้อยลงจากเตียงจะไปห้ามแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นประตูตู้เสื้อผ้าแง้มอยู่  นึกสังหรณ์ใจเปิดออกดูเห็นแต่ตู้ว่างเปล่า รีบวิ่งไปที่หน้าต่าง เห็นคุณรัตน์หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลับๆล่อๆไปที่ประตูรั้ว  รู้ทันทีว่าคุณรัตน์จะทำอะไร พุ่งออกจากห้องพร้อมด้วยคุณนิจตรงไปเคาะประตูเรียกดารารุ่ง

    เสียงเคาะประตูโครมคราม ปลุกทุกคนในเรือนใหญ่ตื่น ดารารุ่งรีบลุกขึ้นมาเปิดประตู คุณน้อยละล่ำละลักบอกว่า คุณรัตน์หนีออกจากบ้าน ดารารุ่งตกใจแทบสิ้นสติ ส่วนคุณรัตน์รีบร้อนวิ่งหนีสะดุดก้อนหินล้มคะมำ ยันตัวลุกขึ้นวิ่งต่อ  ดารารุ่งไม่อยากให้คุณนิจเห็นตัวอย่างไม่ดีเลยสั่งให้กลับเข้าบ้านกำชับว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ดารารุ่ง คุณน้อยกับป้าพริ้งรีบวิ่งตามคุณรัตน์

    คุณนิจยืนตัวสั่นมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก เอกชยากับสดศรีปราดเข้ามาถามคุณนิจว่ามีเรื่องอะไร คุณนิจลืมที่พี่สาวสั่ง บอกแม่ว่าคุณรัตน์หนีออกจากบ้าน พ่อและแม่ถึงกับหน้าเสีย...

    ด้านคุณรัตน์กัดฟันวิ่งกะเผลกๆหนี ดารารุ่งกับพวกตามมาติดๆ คุณรัตน์วิ่งสะดุดก้อนหินอีกครั้งล้มกลิ้ง กระเป๋าเสื้อผ้าเปิดอ้า ถุงผ้าใส่เงินหล่นออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าอีกหลายชิ้น อารามรีบร้อนเธอกวาดเสื้อผ้าเข้ากระเป๋า แต่ไม่ได้หยิบถุงใส่เงินไปด้วย ดารารุ่งตามมาทัน คว้าแขนคุณรัตน์ไว้

    "นี่โกรธพี่ถึงขนาดหอบผ้าหอบผ่อนหนีออกจากบ้านเชียวรึ...กลับบ้านเดี๋ยวนี้ มีอะไรค่อยๆพูดกัน"

    คุณรัตน์สะบัดแขนออก ประกาศลั่นว่าไม่กลับ จะไปอยู่กับปกรณ์ ดารารุ่งโกรธด่าว่าสิ้นคิด คุณรัตน์ด่ากลับว่าคุณรุ่งเป็นโรคจิต ชอบบังคับข่มขู่ให้คนอื่นคอยทำตามใจตนเอง ดารารุ่งโมโหสุดขีดตบหน้าน้องอย่างแรงแล้วดึงมือไว้ คุณรัตน์ดิ้นรนจะหนีไปให้ได้ สองคนฉุดกระชากกันไปมา

    คุณรัตน์เหวี่ยงพี่สาวจนกระเด็น คุณน้อยกับป้าพริ้งรีบวิ่งเข้ามาประคองดารารุ่ง คุณน้อยร้องไห้อ้อนวอนขอร้องคุณรัตน์อย่าไป คุณรัตน์อ้างว่าต้องการมีชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีคุณรุ่ง ป้าพริ้งติงว่าทำไมคุณรัตน์ถึงพูดอย่างนั้นกับพี่สาว ดารารุ่งมองน้องอย่างเจ็บปวด

    "ช่างเถอะค่ะป้าพริ้ง ถ้าคุณรัตน์อยากไปก็ไปเลย รุ่งก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณรัตน์กับไอ้กุลีนั่นจะไปได้สักกี่น้ำ ถ้าไม่มีนี่" ดารารุ่งคว้าถุงเงินที่น้องทำหล่นชูขึ้นมา คุณรัตน์อยากได้คืนแต่ต้องตัดใจ

    "ได้ค่ะ...รัตน์จะพิสูจน์ให้คุณรุ่งเห็นว่า ความรักของรัตน์เอาชนะได้ทุกสิ่ง รวมทั้งคำพูดจาดูหมิ่นดูแคลนของคุณรุ่ง" คุณรัตน์คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเดินจากไป ดารารุ่งน้ำตาร่วงตะโกนไล่หลัง

    "ไปเลย...จะไปลงนรกที่ไหนก็ไปเลย ผู้หญิงที่หนีตามผู้ชาย ทำให้พ่อแม่อับอาย ทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ไม่มีทางได้ดีหรอก ดารารัตน์"

    คุณรัตน์น้ำตาไหลพรากไม่ยอมหันกลับมามอง กัดฟันวิ่งหนีไปทั้งที่ขาเจ็บ คุณน้อยร้องไห้โฮ ดารารุ่งมองตามน้อง ใจหายรู้สึกเหมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายหายไป...จากนั้นไม่นาน คุณรัตน์ก็วิ่งขากะเผลกมาถึงบึง ปกรณ์ยิ้มออกเพราะรอนานจนคิดว่าเธอเปลี่ยนใจ คุณรัตน์ ยื่นมือให้ปกรณ์ บอกว่าจะพาเธอไปไหนก็ได้ขอแค่ให้พ้นจากคุณรุ่งก็พอ ปกรณ์จูงเธอไปยังกระท่อมริมบึงหลังไทรต้นใหญ่

    "ทำไมคุณปกรณ์พารัตน์มาที่นี่คะ"

    ปกรณ์อ้างว่าถ้าพาไปบ้านเขา ดารารุ่งอาจจะมาพรากเธอกลับไป และที่สำคัญที่นี่มีต้นไทรศักดิ์สิทธิ์ เขาอยากให้เจ้าพ่อไทรทองเป็นพยานรักของเราสองคน  แล้วจับมือคุณรัตน์นั่งลงต่อหน้าต้นไทร

    ปกรณ์แสร้งทำหน้ามุ่งมั่น ยกมือไหว้ สาบานว่าจะรัก จะซื่อสัตย์และเทิดทูนเธอตราบจนวันตาย ถ้าวันใดผิดคำสาบานขอให้ชีวิตมีอันเป็นไป ต้องทุกข์ทรมานจนตาย  คุณรัตน์กล่าวคำสาบานตาม  ทั้งสองมองสบตากันซึ้งใจ...จากนั้น ปกรณ์พาเธอเข้าไปในกระท่อม จูงไปนั่งที่แคร่ก่อนก้มลงจูบ คุณรัตน์ตัวสั่นหลับตาลงเพราะเขินอาย เธอจึงไม่มีโอกาสเห็นสายตาหื่นกระหายปราศจากความรักของปกรณ์...

    สดศรีกับเอกชยารอลูกกลับมาอย่างกระวนกระวายใจ พอเห็นดารารุ่ง  คุณน้อย  กับป้าพริ้งกลับมาโดยไม่มีคุณรัตน์ มาด้วย สดศรีน้ำตาคลอถามหาลูกสาวคนรอง พอรู้ว่าลูกหนีตามปกรณ์ไปแล้ว สดศรีเสียใจมาก รับไม่ได้จะออกไปตามคุณรัตน์กลับ ดารารุ่งรีบเข้ามาห้ามแม่ แต่เธอไม่ฟัง

    "อย่าห้ามแม่เลย...สุดหล้าฟ้าเขียวแม่ก็จะไปตามหาคุณรัตน์ให้เจอ"

    สดศรีผลักดารารุ่งพ้นทางแล้ววิ่งไปที่บันได แต่ ไม่ทันระวังสะดุดขาตัวเองกลิ้งตามขั้นบันได ตกลงมาหัวกระแทกพื้นอย่างแรงเลือดไหลนอง นอนแน่นิ่ง ทุกคนต่างตะลึงงันด้วยความตกใจ ดารารุ่งได้สติรีบวิ่งลงมาประคองแม่ คุณน้อยกับคุณนิจตามมาช่วยกันเขย่าตัว แต่สดศรีนอนไม่ไหวติง ดารารุ่งเอะใจเอามืออังจมูก ไม่มีลมหายใจออกมา ถึงกับกรีดร้องลั่น

    "คุณแม่ไม่อยู่กับเราแล้วค่ะ...คุณแม่ไม่อยู่กับเราแล้ว"

    ดารารุ่งร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ  ดึงน้องทั้งสองมา กอด ร้องไห้กันระงม เอกชยาตกใจ เข้ามาจับชีพจร แต่มันไม่เต้น รีบคว้าร่างสดศรีมากอดไว้แนบอก ร้องไห้อย่างไม่อายใคร สลวยน้ำตาซึม เข่าอ่อนทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ดารารุ่งสะเทือนใจมาก

    "ดารารัตน์...แกทำให้คุณแม่ต้องตาย...จนวันตายฉันก็ไม่มีวันอภัยให้แก" ดารารุ่งคำรามลั่น

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ขณะกรุณนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง ไกรเดินเข้ามานั่งข้างๆ กรุณไม่พอใจเมินหน้าหนี ไกรรู้ตัวยกมือไหว้ ขอโทษต่อทุกสิ่งที่ทำผิดพลาดไป กรุณตัดพ้อว่าขอโทษไปก็ไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างพังหมดแล้วเพราะความมักง่ายของไกรเอง ไกรขอร้องว่าอย่าซ้ำเติมเขาอีกเลย แค่นี้ก็ช้ำใจมากแล้ว

    "ได้...พ่อจะไม่พูดอะไรอีกก็ได้ แต่ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น แกต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง โดยเฉพาะเรื่องของอรอนงค์..."

    ด้านอรอนงค์ไม่ปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน เร่งรัดไกรให้หาฤกษ์แต่งงานกับเธอทันที ไกรชะงัก คาดไม่ถึงว่าจะกะทันหันแบบนี้ ยังไม่ทันจะพูดอะไร เรไรเข้ามาบอกว่ามีโทรศัพท์จากบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมแจ้งว่า คุณสดศรีเสียชีวิตแล้ว ไกรตกใจพูดอะไรไม่ออก...

    บรรยากาศในงานฌาปนกิจสดศรีเต็มไปด้วยความเศร้าสลด กรุณ ไกร กับอรอนงค์มาเคารพศพสดศรีเป็นครั้งสุดท้าย ไกรเห็นดารารุ่งปรี่เข้าไปทักทาย แต่ดารารุ่งมองผ่านเหมือนเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ เดินหนีหน้าตาเฉย ไกรได้แต่มองตาละห้อย ทำท่าจะเดินตาม อรอนงค์รีบมาเกาะแขนถามว่าจะไปไหน ไกรแกะมือเธอออก เตือนว่าที่นี่เป็นวัด เธอควรจะสำรวมหน่อย

    "เกรงใจวัด...หรือเกรงใจคุณดารารุ่งกันแน่คะ"

    กรุณทนไม่ไหว หันมาดุอรอนงค์ หญิงสาวไม่กล้าแผลงฤทธิ์ จำต้องหุบปาก กรุณลุกขึ้นบอกไกรว่าจะไปรอที่รถ เสร็จแล้วให้รีบตามไป อรอนงค์บ่นน้อยใจที่กรุณทำท่าเหมือนกับรังเกียจเธอ

    "คุณพ่อคงยังทำใจไม่ได้มั้ง...ที่จะมีสะใภ้ที่ไม่ได้

    รับเชิญ" ไกรว่าแล้วลุกหนี

    อรอนงค์ตะโกนเรียกไกรอย่างคนไม่มีมารยาท ทุกคนในงานศพหันขวับมามองอย่างตำหนิ...

    ดารารุ่งโกรธมากที่เถ้ากระดูกแม่ยังไม่ทันหายอุ่น พ่อก็พาหญิงสาวหุ่นอวบอั๋นเข้ามาคลอเคลียอยู่ที่ศาลาในสวนหน้าบ้าน คุณน้อยรีบเปลี่ยนเรื่องพูดไม่อยากให้ พี่สาวหมกมุ่นกับเรื่องของพ่อ

    "ตกลง คุณรุ่งจะไม่ให้บอกคุณรัตน์เรื่องคุณแม่ จริงๆหรือคะ"

    "ดารารัตน์เป็นคนทำให้คุณแม่ต้องตาย คุณน้อยคิดว่าดารารัตน์สมควรที่จะมาร้องไห้ต่อหน้าศพคุณแม่ด้วยหรือ...พี่จะไม่ให้มันเหยียบบ้านหลังนี้อีกต่อไป" ดารารุ่งพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน...

    คืนเดียวกัน   กรุณคิดทบทวนเรื่องต่างๆแล้วตัดสินใจเดินไปเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทาง  ไกรเปิดประตูเข้ามาเห็นถามว่าจะเก็บเสื้อผ้าไปไหน กรุณจะไปอยู่บ้านต่างจังหวัด  ส่วนบ้านหลังนี้เขาจะยกให้เป็นเรือนหอของไกรกับอรอนงค์ ไกรไม่ได้รักอรอนงค์และไม่เคยคิดจะแต่งงานด้วย

    "ไม่ได้...ลูกเป็นผู้ชาย ทำอะไรต้องรู้จักรับผิดชอบ อีกอย่างพ่อแม่ของอรอนงค์ก็เป็นเพื่อนกับพ่อ ถ้าลูกไม่รับผิดชอบ ต่อไปสองตระกูลคงมองหน้ากันไม่ติด...เสร็จงานแต่งของแกเมื่อไหร่ พ่อจะไปทันที"

    ไกรยอมทำตามที่พ่อต้องการ ลงไปบอกอรอนงค์ว่าเขาจะแต่งงานด้วย แต่มีข้อแม้ว่าจะจัดแค่งานเล็กๆ อรอนงค์ย้อนถามว่าทีเวลาจะแต่งกับดารารุ่ง ทำไมถึงจัดใหญ่โตเอิกเกริก ไกรตอบอย่างไม่รักษาน้ำใจว่าเพราะเขารักดารารุ่งและอยากแต่งงานกับเธอ อรอนงค์ต่อว่าเสียงเครือสั่นว่าทำไมต้องทำร้ายจิตใจเธอ

    "อรอนงค์ก็น่าจะรู้ว่าเรื่องระหว่างเรามันเกิดขึ้นเพราะอะไร สิ่งที่พี่ทำถือว่าพี่รับผิดชอบอรอนงค์อย่างถึงที่สุดแล้ว อย่าบังคับจิตใจพี่มากกว่านี้นักเลย...กลับบ้านเถอะ ดึกแล้วพี่จะพักผ่อน แล้วก็ไม่ต้องห่วงพี่เป็นลูกผู้ชายพอ อย่างไรพี่ต้องรับผิดชอบอรอนงค์ ถึงแม้พี่จะไม่เต็มใจก็ตาม"

    อรอนงค์มองไกรเดินจากไปอย่างเจ็บช้ำ พาลโทษว่าเป็นเพราะดารารุ่ง ไกรถึงกับทำกับเธอแบบนี้...

    ในเวลาเดียวกัน หญิงสาวสวยประคองเอกชยาที่เมามายแทบไม่ได้สติมาที่เตียงนอน บอกเขาให้รอสักครู่ เธอจะไปเอาผ้าเย็นมาเช็ดหน้าให้ เอกชยาเฝ้าแต่พึมพำว่าคิดถึงสดศรี หญิงสาวกลับเข้ามาพร้อมอ่างน้ำกับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ปลดกระดุมเสื้อเขาออก เช็ดตามเนื้อตามตัวให้

    ทันใดนั้น เอกชยาหายใจติดขัด แน่นหน้าอก เอามือกุมอกด้านซ้ายด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวตกใจวิ่งหน้าตื่นออกมาเจอดารารุ่งซึ่งเพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ละล่ำละลักบอกว่าคุณชายเป็นอะไรไม่รู้ ดารารุ่งตกใจวิ่งตรงมาที่ห้องเอกชยา เห็นเสื้อผ้าหลุดลุ่ยนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียง หันไปถามหญิงสาวว่าทำอะไรท่าน หญิงสาวปฏิเสธลั่นว่าเปล่าแล้ววิ่งหนีออกไปด้วยความตกใจ

    "ดารารุ่ง ชะ...ช่วยพ่อด้วย...ช่วยด้วย"

    ดารารุ่งวิ่งเข้าไปหาพ่อ แต่แล้วกลับชะงักยืนมองด้วยสีหน้าสับสน ภาพที่พ่อทำร้ายแม่และทำร้ายเธอผุดขึ้นมาในความคิดของดารารุ่ง เอกชยายื่นมือมาขอความช่วยเหลือ จนร่างพลัดตกเตียง มือของเขาไขว่คว้าขาเธอจนได้ ร้องขอให้ช่วย ดารารุ่งกลับสลัดขาออก ถอยกรูด สีหน้าสับสนเจ็บปวด หันหลังวิ่งจากไป เอกชยาร้องเรียกดารารุ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขาดใจตายโดยที่เธอไม่รู้...

    ดารารุ่งวิ่งเข้าห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว ปิดประตูยืนนิ่ง สีหน้าสับสนว้าวุ่นใจ นึกเป็นห่วงพ่อขึ้นมา ทำท่าจะเปิดประตู แต่แล้วหยุดกึก หันหลังกลับ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นสับสนไปหมด ใจหนึ่งอยากกลับไปช่วยพ่อ ส่วนอีกใจหนึ่งสมน้ำหน้าเขาที่ต้องเจอแบบนี้

    สำนึกสองฝ่ายต่อต้านกันอย่างรุนแรง มีเสียงเถียงกันก้องอยู่ในหัวของเธอ ดารารุ่งปวดหัวจนหัวแทบจะ ระเบิด ต้องล้มตัวลงนอนดิ้นทุรนทุราย กรีดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะหมดสตินอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    เสียงร้องไห้ระงมและเสียงทุบประตูห้องของคุณน้อยกับคุณนิจปลุกดารารุ่งให้รู้สึกตัว ลืมตาขึ้นยังมึนๆหนักหัว เธอเดินโผเผมาเปิดประตูห้อง น้องสาวทั้งสองคนโผเข้ามากอด

    "คุณรุ่งขา...คุณพ่อ...คุณพ่อเสียแล้วค่ะ"

    สติสัมปชัญญะของดารารุ่งกลับคืนมาครบถ้วน วินาทีนั้นเอง...

    มาโนชเดินทางไปต่างประเทศเสียหลายวันจึงไม่รู้ข่าวคราวบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม  คืนนี้เขาเพิ่งเดินทางกลับ ละอองจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า สดศรีตายแล้ว ตกบันไดหัวกระแทกพื้นอย่างแรง และอีกไม่กี่วันถัดมาเอกชยาก็หัวใจวายตาย เพิ่งเผาศพไปเมื่อสองสามวันก่อน แต่เนื่องจากละอองไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้ไปช่วยงาน มาโนชสงสารและเห็นใจคุณๆบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมอย่างมาก

    "ฮือ...ขาดพ่อขาดแม่ไป ไม่รู้จะเป็นอย่างไรกัน มีแต่ลูกสาวทั้งนั้น...เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้..."

    ตั้งแต่เอกชยาตาย ดารารุ่งไม่ยอมกินข้าวกินปลาเอาแต่นอนน้ำตาซึม โทษตัวเองที่เป็นเหตุให้พ่อต้องตาย คุณน้อยกับคุณนิจยกถาดอาหารมาให้ ดารารุ่งก็ไม่แตะต้องอ้างว่าไม่หิว คุณน้อยเป็นห่วงพี่สาวไม่กินอะไรมาเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว เดี๋ยวเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน เราสองคนจะอยู่กันอย่างไร

    "จริงๆพี่สมควรที่จะตายตามคุณพ่อคุณแม่ไปด้วยซ้ำ"

    "ไม่นะคะ คุณรุ่งอย่าพูดแบบนี้ ยิ่งตอนนี้เหลือพวกเรากันอยู่แค่นี้...อย่าพูด...น้อยไม่สบายใจ น้อยรักคุณรุ่ง" คุณน้อยกอดพี่สาวไว้อย่างรักใคร่ คุณนิจตามเข้ากอดด้วย บอกว่ารักคุณรุ่งเช่นกัน

    "พี่ก็รักคุณน้อยกับคุณนิจ" สามคนพี่น้องกอดกัน ร้องไห้อย่างน่าเวทนา จังหวะนั้น ป้าพริ้งเข้ามารายงานว่า อรอนงค์มาขอพบ...ครู่ต่อมา ดารารุ่งลงมาที่ห้องรับแขก อรอนงค์ซึ่งนั่งรออยู่ บุ้ยใบ้กับเรไรที่ยืนอยู่ด้านหลัง เรไรทำหน้าไม่พอใจอรอนงค์ก่อนยื่นซองสีชมพูให้ดารารุ่ง

    "คุณพ่อ...เอ๊ย...คุณกรุณ ให้ฉันเอาการ์ดมาเชิญเธอน่ะ...งานแต่งงานของฉันกับพี่ไกร"

    ดารารุ่งกำลังจะเปิดซองออกดู ชะงัก ตัวชา บอกอรอนงค์ว่าถ้าหมดธุระแล้วเธอขอตัว ทำท่าจะลุกขึ้น อรอนงค์โพล่งขึ้นทันทีว่ายังไม่หมด ดารารุ่งไม่สนใจ เดินหนี อรอนงค์ยังสะใจไม่พอเดินตามมาหาเรื่องดารารุ่งอีก ดารารุ่งด่ากลับให้บ้าง อรอนงค์โกรธตบหน้าดารารุ่งฉาดใหญ่ ดารารุ่งไม่ยอมแพ้ตรงเข้าจิกผมอรอนงค์ ตบซ้ายตบขวาไม่ยั้ง เรไรร้องห้ามเสียงหลง สองสาวไม่มีใครยอมใครต่างตบตีกันอุตลุด

    เสียงเอะอะดังขึ้นไปถึงบนบ้าน คุณน้อย คุณนิจกับฤกษ์ ป้าพริ้ง และสลวยกำลังจุดธูปไหว้อัฐิเอกชยากับสดศรีอยู่ในห้องพระ ตกใจ รีบวิ่งลงมาดู เห็นสองสาวกำลังต่อสู้กัน ทุกคนรีบเข้าไปแยกทั้งคู่ออก ดารารุ่งตะโกนไล่อรอนงค์ให้ออกไปจากบ้านเธอเดี๋ยวนี้ เรไรจะลากอรอนงค์ กลับแต่เธอสะบัดมือออก

    "ปล่อยฉัน...จำไว้ ฉันกับพี่ไกรกำลังจะแต่งงานกัน เธออย่าได้ไปเหยียบบ้านพี่ไกรอีก...พี่ไกรเป็นของฉันคนเดียว" อรอนงค์กลับไปในสภาพสะบักสะบอม เรไรหันมาขอโทษดารารุ่งแล้วเดินตามอรอนงค์

    ดารารุ่งมองอรอนงค์อย่างเจ็บแค้น "ฉันไม่เคยอยากได้ผู้ชายเลวๆพรรค์นั้น" พูดได้แค่นั้น ดารารุ่งกรีดร้องลั่นราวกับคนเสียสติ  ล้มลงชักดิ้นชักงอตาเหลือก  ทุกคนต่างตกใจช่วยกันจับเธอให้อยู่นิ่งๆ ดารารุ่งกรี๊ดสุดเสียง ก่อนหมดสติ

    ooooooo

    พอถึงบ้านไกร อรอนงค์ลงจากรถได้ก็เดินลิ่วๆเข้าบ้าน   เรไรตามไปด่าอรอนงค์ว่าหน้าด้านมากที่ฉวยโอกาสตอนคุณไกรไม่อยู่ไปทำร้ายคุณดารารุ่ง อรอนงค์หันขวับมามองตาเขียว

    "ช่วยไม่ได้ ในเมื่อพี่ไกรอยากรักมัน...ขนาดอีกไม่กี่วัน จะแต่งงาน พี่ไกรยังขลุกอยู่กับคุณลุงที่ราชบุรี ไม่ยอมกลับมาซักที"

    "ของที่แย่งเขามาก็เป็นอย่างนี้แหละ มันร้อนรนทุรนทุราย... ทางที่ดี คุณควรปล่อยคุณไกรให้เป็นอิสระ ให้คุณไกรได้ไปอยู่กับคนที่เขารัก อย่าได้ผูกมัดคุณไกรด้วยอุบายที่คุณสร้างขึ้นเลย"

    อรอนงค์ไม่มีวันปล่อยไกรไปหานังดารารุ่งเด็ดขาด เรไร สมเพชเธอมาก จากที่เคยเกลียดดารารุ่งตอนนี้เรไรเกลียดและขยะแขยงอรอนงค์ที่สุด อรอนงค์ร้องกรี๊ดๆจิกผมเรไร ดึงเข้ามาตบเปรี้ยง ฐานปากดีเป็นแค่คนใช้อย่ากำแหงมาสั่งสอนเธอ เรไรไม่ตบตอบเพราะตอนนี้ฐานะของอรอนงค์เปลี่ยนไปแล้ว และ เธอไม่อยากเพิ่มเรื่องปวดหัวให้ไกร...

    ดารารุ่งยังอารมณ์ค้างจากอรอนงค์ตอนที่มาโนชมาขอพบ เธอจึงบอกป้าพริ้งช่วยไปบอกเขาว่าเธอไม่ค่อยสบาย อยากพักผ่อน คุณน้อยอาสาจะไปบอกเขาแทน...มาโนชสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยเมื่อคุณน้อยลงมาพบเขาแทนดารารุ่ง เขามาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเอกชยาและสดศรี

    "ขอบคุณค่ะ...แต่ทุกครั้งที่ได้ยินคนพูดอย่างนี้น้อยก็ยิ่งเสียใจ เพราะมันยิ่งตอกย้ำให้น้อยรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้อยู่ กับเราอีกแล้ว"

    "คุณน้อย...ผมขอโทษ...ผมไม่ได้ตั้งใจ"

    "เปล่าค่ะ...น้อยไม่ได้ว่าคุณมาโนช เพียงแต่น้อยรู้สึกโดดเดี่ยวจริงๆ"  คุณน้อยร้องไห้โฮราวกับมีเรื่องคับข้องใจ  มาโนชอดแปลกใจไม่ได้ที่เธอพูดแบบนี้  ในเมื่อเธอยังมีทั้งคุณรุ่ง คุณรัตน์และคุณนิจ คุณน้อยบอกเสียงอ่อยว่า ตอนนี้คุณรัตน์ไม่ได้ อยู่กับพวกเราแล้ว

    เรื่องราวต่างๆของคุณรัตน์ก็พรั่งพรูออกจากปากคุณน้อยราวกับทำนบแตก เธอสบายใจมากขึ้นที่ได้ระบาย และมาโนช ก็เป็นผู้ฟังที่ดี...

    ด้านคุณรัตน์หมกตัวอยู่แต่ในกระท่อมริมบึงกับปกรณ์ โดยไม่รู้ความเป็นไปที่เกิดขึ้น จนกระทั่งปกรณ์หิ้วกระเป๋าพาเธอมาที่บ้านของเขา คุณรัตน์แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้รู้ว่าพ่อกับแม่ของเธอตายแล้ว...

    คุณรัตน์ปล่อยโฮทันทีที่ดารารุ่งเปิดประตูรั้วบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมออกมา  ขอร้องดารารุ่งยอมให้เธอเข้าไปกราบอัฐิ พ่อกับแม่ ขยับจะเดินเข้าบ้าน ดารารุ่งยืนยันคำเดียวว่าไม่ แล้ว ใช้มือทั้งสองข้างผลักอกคุณรัตน์จนหงายหลัง คุณรัตน์ยกมือไหว้ ขอความเมตตาให้เธอเข้าไปกราบพ่อกับแม่

    "อยากกราบอัฐิท่านนักใช่ไหม...ได้...แต่แกต้องตายตามท่านไปก่อน นังคนเลว อกตัญญู"

    ไม่ว่าคุณรัตน์จะอ้อนวอนขอร้องอย่างไร ดารารุ่งยืนกระต่าย ขาเดียวไม่ยอมให้คุณรัตน์เข้าบ้าน ป้าพริ้งกับคุณน้อยสงสารคุณรัตน์ช่วยขอร้องอีกแรง ดารารุ่งก็ไม่ยอม ปกรณ์ตามมาสมทบ เห็นคุณรัตน์นั่งร้องไห้อยู่กับพื้น รีบเข้ามาประคอง ดารารุ่ง สั่งปกรณ์ให้รีบเอาเมียใฝ่ต่ำของเขากลับไปเดี๋ยวนี้

    "ไม่ไป" ปกรณ์เสียงกร้าว

    "หน็อยแน่ะไอ้กุลี...ไอ้คนชั้นต่ำ...สามหาว แกกล้าพูด กับฉันอย่างนี้เชียวรึ...ไปเอาปืนมาป้าพริ้ง"

    ป้าพริ้งเงอะๆงะๆ ดารารุ่งสั่งซ้ำเสียงดังว่าไปเอาปืนมา ป้าพริ้งสะดุ้ง  รีบรับคำวิ่งกลับบ้าน  คุณรัตน์ดึงแขนปกรณ์ ชวนกลับ ปกรณ์สะบัดแขนออก

    "ไม่กลับ...ไม่ต้องมาทำเป็นพูดมากเลยนังผู้ดี ทำไมฉันจะไม่รู้...ที่แกเสือกไสไล่ส่งคุณรัตน์เป็นเพราะแกอยากฮุบสมบัติไว้คนเดียว...ฉันจะพาเมียฉันไปก็ต่อเมื่อแกแบ่งทรัพย์ สมบัติมาให้ก่อน"

    ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ตกตะลึง ในที่สุดปกรณ์ก็เปิดเผย ตัวตนที่แท้จริงออกมา ดารารุ่งไม่ยอมให้สมบัติของราชศักดิ์มนตรีธรรมตกเป็นของคุณรัตน์หรือปกรณ์แม้แต่สตางค์แดงเดียว ปกรณ์เดือดดาล ด่าดารารุ่งว่าทั้งงกทั้งแก่อย่างนี้เองถึงถูก ผู้ชายทิ้ง ดารารุ่งโกรธมาก คว้าปืนจากป้าพริ้งไล่ยิงปกรณ์อุตลุด ปกรณ์คว้ามือคุณรัตน์วิ่งหนี

    "พรุ่งนี้ นิมนต์พระเก้าวัดมาด้วยนะป้าพริ้ง รุ่งจะทำบุญ ล้างซวย" ดารารุ่งพูดไปหอบไป...

    ฝ่ายปกรณ์กลับถึงบ้านแล้วยังด่าดารารุ่งไม่เลิก หาว่า จะฮุบสมบัติไว้คนเดียว ยุคุณรัตน์ให้ทวงคืน

    "รัตน์ไม่เคยสนใจในทรัพย์สมบัติพวกนั้น สิ่งที่รัตน์ สนใจคือรัตน์เป็นต้นเหตุทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องตาย และรัตน์ ก็จะไม่มีวันหน้าด้านเข้าไปขอแบ่งทรัพย์สมบัติของท่านแม้แต่ สตางค์แดงเดียว"

    "โง่ที่สุด...ถ้าคุณหน้าโง่ไม่เอาสมบัติของพ่อแม่คุณ คุณก็เอาเงินทองที่ติดตัวมาให้ผม"

    "ฉันไม่มีเงินทอง ไม่มีสมบัติอะไรทั้งนั้น"

    ปกรณ์ไม่เชื่อว่าผู้ดีอย่างเธอจะไม่มีสมบัติติดตัว ว่าแล้วตรงมารื้อค้นตามตัวคุณรัตน์ มาลีเห็นท่าทางกักขฬะของลูกแล้วทนไม่ได้  รีบเข้ามาขวาง สั่งให้ปล่อยคุณรัตน์เดี๋ยวนี้ ปกรณ์ไม่พอใจ ชวนสังข์ไปรื้อค้นกระเป๋าเสื้อผ้าของคุณรัตน์ คุณรัตน์ตกใจรีบวิ่งเข้าไปห้าม แต่ไม่ทัน ปกรณ์เทของในกระเป๋าออกมารื้อค้นกระจุยกระจาย แต่ไม่เจอข้าวของเงินทองสักชิ้น

    "โธ่เอ๊ย...ออกจากบ้านทั้งที  เงินทองซักสตางค์แดงเดียว ก็ไม่มี  นังผู้ดีตีนแดง  แกคิดว่าแกจะกินอากาศแทนข้าวได้รึไงวะ"

    คุณรัตน์ร้องไห้โฮ "ไหนคุณปกรณ์บอกว่าจะเลี้ยงรัตน์ จะดูแลรัตน์"

    "ไม่มีใครเลี้ยงแกทั้งนั้น ถ้าแกไม่มีเงินแกก็ต้องทำงาน แล้วถ้าขี้เกียจสันหลังยาวฉันเตะแกคว่ำแน่    นังหน้าโง่" ปกรณ์ยกกระเป๋าทุ่มเกือบถูกหน้าหญิงสาว แล้วบอกสังข์ว่าในเมื่อคุณรัตน์ไม่มีเงิน เราก็เอาเสื้อผ้าดีๆของเธอไปขาย ส่วนเธอหาเสื้อผ้าเก่าๆหรือไม่ก็ผ้าขี้ริ้วมาใส่แทน จะได้ประจานความโง่ของตัวเอง คุณรัตน์ฟังแล้วอยากกลั้นใจตายตรงนั้น...

    คุณน้อย ป้าพริ้ง กับคุณนิจเห็นคุณรัตน์แล้วพากันสงสารที่ต้องเจอกับคนเลวร้ายอย่างปกรณ์ แต่ดารารุ่งกลับสมน้ำหน้า แถมสาปแช่งคุณรัตน์ให้เจอแต่ความทุกข์ทรมานชั่วชีวิต

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ มาลีสอนคุณรัตน์ทำข้าวต้มมัด ความที่คุณรัตน์ไม่เคยทำของพวกนี้มาก่อน กว่าจะได้ แต่ละห่อทำใบตองแตกแล้วแตกอีก ขณะที่คุณรัตน์กำลังเปิดฝาหม้อลังถึงจะเอาถาดขนมวาง ปกรณ์เห็นท่าทางเก้ๆกังๆนึกรำคาญตะคอกใส่

    "ป่านนี้ยังไม่เสร็จอีก จะชักช้าไปถึงไหนนังผู้ดีตีนแดง"

    คุณรัตน์สะดุ้งเฮือก ทำฝาหม้อลังถึงร้อนๆตกใส่เท้าตัวเองถึงกับเต้นเร่าๆ เท้าเหยียบเข้าไปในถาดที่มีข้าวต้มมัดรอนึ่งเละเทะเสียหาย แทนที่ปกรณ์จะเป็นห่วงเธอกลับด่าว่าต่างๆนานา และตรงจะเข้าทำร้าย มาลีเข้ามาขวางไว้ทัน แล้วใช้ที่ตักถ่านเงื้อจะฟาดลูกตัวแสบ ปกรณ์กระโดดหนีแทบไม่ทัน...

    มาลีรีบเอาว่านหางจระเข้มาทาแผลให้คุณรัตน์ พลางถามว่าคนที่บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมไม่ได้บอกหรือว่าเธอไปหา   คุณรัตน์รู้เรื่องที่มาลีไปเตือนแต่เธอไม่เชื่อ   หนำซ้ำยังหนีตามผู้ชายจนทำให้พ่อแม่ต้องตาย คุณรัตน์พูดไปร้องไห้ไป เสียใจจนอยากจะฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอด

    "อย่าคิดอย่างนี้อีกนะคะคุณรัตน์ การได้เกิดมาเป็นคนนับว่าเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดแล้ว คิดซะว่าฟ้าเบื้องบนกำลังทดสอบความอดทนแล้วกันค่ะ คุณจะต้องเข้มแข็ง แล้วผ่านคืนวันโหดร้ายไปให้ได้...ไม่ต้องห่วง ฉันจะอยู่ข้างคุณเองค่ะ" มาลีกอดคุณรัตน์เอาไว้ คุณรัตน์กอดตอบราวกับต้องการที่พักพิง...

    คืนวันเดียวกัน ละอองเป็นห่วงเห็นลูกชายเอาแต่นั่งเหม่อลอย เดินมาถามว่าคิดอะไรอยู่ มาโนชกำลังคิดถึงดารารุ่ง สงสารที่เธอต้องสูญเสียพ่อกับแม่และยังถูกยกเลิกงานแต่งงานอีก ไม่รู้ว่าไกรทำอย่างนั้นกับดารารุ่งได้อย่างไร ถ้าเป็นเขา จะไม่มีวันทำให้เธอต้องเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว

    "ลูกรักคุณรุ่งหรือจ๊ะ" ละอองกลั้นใจถาม

    "ครับแม่ ผมรักคุณรุ่ง รักตั้งแต่วันแรกเห็นแล้วก็ยิ่งสงสารที่เธอต้องเผชิญกับโชคชะตาอันโหดร้ายเช่นนั้น ถ้าฟ้าจะเมตตา ผมก็อยากดูแลชีวิตที่เหลือของเธอ"

    ละอองถอนใจเฮือก อวยพรให้ลูกโชคดี ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงบ้านนี้นัก แต่ถ้าลูกรักใครเธอก็พร้อมจะรักด้วย มาโนชขอบคุณที่แม่คอยเป็นกำลังใจให้ แต่ดูเหมือนมาโนชคงต้องการมากกว่าโชคดี

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:26 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์