นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    คุณนิจกลัวลนลานวิ่งหนีมาชนคุณรัตน์กับคุณน้อยที่กำลังหอบดอกไม้ช่อใหญ่ เดินสวนมาจนล้มไปด้วยกัน พี่สาวทั้งสองคนรีบเข้ามาประคองคุณนิจ ตกใจเห็นเข่าน้องเป็นแผลเลือดซิบ

    "แล้วมันเรื่องอะไร ทำไมถึงได้วิ่งไม่ลืมหูลืมตาอย่างนี้คะ" คุณน้อยตำหนิ

    คุณนิจไม่ตอบ ท่าทางยังตื่นกลัว ลุกขึ้นวิ่งหนีต่อ คุณรัตน์กับคุณน้อยงงๆช่วยกันเก็บดอกไม้ขึ้นมา ดารารุ่งเดินคุยมากับป้าพริ้ง เห็นสองสาวกำลังเก็บดอกไม้ที่หล่นกระจายเกลื่อนพื้น สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าคุณนิจมีท่าทางแปลกๆ วิ่งหน้าตื่นเข้ามาชนทั้งคู่จนหกล้มหัวเข่าแตก ดารารุ่งนึกระแวง หันไปมองหน้าป้าพริ้งแล้วอาสาจะไปดูน้องเอง...

    ครู่ ต่อมา ดารารุ่งกับป้าพริ้งตามคุณนิจมาทันแถวริมสระน้ำ เห็นน้องยืนตัวสั่นกอดสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไว้แน่นดารารุ่งถามว่าเป็นอะไรไป เด็กน้อยสะดุ้งโหยงรีบบอกว่าไม่มีอะไร ดารารุ่งชักสงสัย เดินเข้าไปบีบแขน ถามคาดคั้นว่ามีอะไร คุณนิจยืนตัวสั่นไม่ยอมตอบ ดารารุ่งโมโหบีบแขนแรงขึ้นอีก

    "โอ๊ย...คุณรุ่งอย่าทำนิจเหมือนทำกับ จำนงนะคะ...นิจกลัว"

    ดารารุ่งตกใจ เขย่าตัวน้องสาวถามว่ารู้อะไรมาอีกให้รีบบอก คุณนิจกลัวมากละล่ำละลักบอกว่าคุณรุ่งทำจำนงตาย ดารารุ่งรีบเอามือปิดปากน้อง กำชับว่าห้ามพูดเรื่องเหลวไหลให้ใครได้ยินเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นโดนดีแน่ คุณนิจดิ้นรน แกะมือพี่สาวออกโวยวายว่าเป็นเรื่องจริง และเธอจะไปฟ้องพ่อ

    ดารา รุ่งลืมตัว ฟาดน้องด้วยความโมโห คุณนิจร้องลั่น ฤกษ์กับสลวยได้ยินเสียงร้อง วิ่งมาดู เห็นดารารุ่งทั้งหยิกทั้งตีคุณนิจไม่ยั้ง ต่างร้องห้าม ฤกษ์ปราดเข้ามาขวาง ดารารุ่งผลักเขาอย่างแรงจนหงายท้อง หันไปกระชากแขนคุณนิจ สั่งห้ามพูดเพ้อเจ้ออีก แล้วผลักเธอเต็มแรง ร่างคุณนิจหงายลงไปในสระ

    ฤกษ์รีบพุ่งตามลงไปช่วย เสียงทะเลาะกันดังไปถึงหน้าบ้าน สดศรี คุณรัตน์ กับคุณน้อยวางมือจากงาน รีบวิ่งไปดู ฤกษ์คว้าตัวคุณนิจเอาไว้ได้ ดารารุ่งได้สติรีบโดดลงไปดึงตัวน้องสาวจากมือฤกษ์ คุณนิจกลัวพี่สาวมาก กอดฤกษ์ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฤกษ์พาคุณนิจขึ้นมาบนฝั่ง ถามดารารุ่งเสียงเขียว



    "ทำไม ต้องทำรุนแรงกับคุณนิจอย่างนี้ด้วยครับ...รึคุณรุ่งลืมไปแล้วว่าคุณนิจเป็น น้องไม่ใช่คนรับใช้อย่างจำนง ที่คุณรุ่งจะฆ่าจะแกงอะไรก็ได้"

    ดารา รุ่งชะงัก ตั้งสติได้ ตบเปรี้ยงเข้าที่หน้าฤกษ์จนหน้าหัน  ปรามว่าอย่ามาสามหาวกับเธอเด็ดขาด  ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน ฤกษ์สวนทันทีว่าเธอจะทำกับเขาเหมือนที่ทำกับจำนงหรือ ดารารุ่งทำไก๋ถามว่าเธอทำอะไรจำนง ฤกษ์ ย้อนว่าเธอรู้แก่ใจดีว่าทำอะไร ดารารุ่งไม่พอใจตบหน้าเขาอีก

    สดศรี คุณรัตน์ กับคุณน้อยมาทันพอดี รีบดึงตัวดารารุ่ง ไว้ สดศรีถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ดารารุ่งฟ้องว่ากำลังสั่งสอนน้องอยู่ดีๆ ฤกษ์เข้ามาแส่ โดยไม่ชะโงกดูกะลาหัวตัวเองว่าเป็นแค่ลูกขี้ข้า สดศรีเกรงว่าเรื่องราวจะไปกันใหญ่ รีบแยกทั้งคู่ออกจากกัน แล้วเรียกคุณนิจให้มาหา คุณนิจไม่มาขออยู่กับฤกษ์ สดศรีสงสัยแต่ไม่อยากซักอะไร เลยฝากสลวยดูแลคุณนิจด้วย สลวยกับฤกษ์รีบพาคุณนิจออกไป

    "แม่ไม่รู้ว่าคุณนิจซุกซนเรื่องอะไร แต่ที่คุณรุ่งทำกับน้องแม่ว่าเกินไป อย่าเอาอารมณ์เป็นใหญ่สิลูก ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครอยู่ใกล้คุณรุ่ง" สดศรีตำหนิลูกสาวคนโต ดารารุ่งหน้าสลดเสียใจ...

    หลังจากอรอนงค์มาป่วนดารารุ่งก็ไปยุแหย่ ไกรต่อที่บ้านของเขา โกหกว่าดารารุ่งบอกกับเธอว่างานเลี้ยงคืนนี้จัดเป็นการภายใน แต่ที่จำใจเชิญเขา เพราะเกรงใจคุณลุงกรุณ เรไรซึ่งนั่งเฝ้าไกรไม่ห่างยิ้มดีใจคิดว่าไกรคงไม่ไปงานเลี้ยง ไกรกลับยิ้มอารมณ์ดีหยิบการ์ดเชิญขึ้นมาโบกไปมา

    "จะเกรงใจใครพี่ก็ ไม่สนใจ ในเมื่อพี่ได้การ์ดเชิญมาแล้ว"

    "จะดีหรือคะพี่ไกร...รู้ทั้ง รู้ว่าคุณรุ่งไม่อยากให้ไปร่วมงาน พี่ไกรยังจะไปอีก"

    ไกรไม่เห็นมีอะไรเสียหาย กลับเป็นการดีด้วยซ้ำ เขาจะได้แสดงให้ดารารุ่งรู้ว่าเขาจริงใจกับเธอ อรอนงค์หน้าคว่ำ เดินกระแทกเท้าออกไปยืนสงบสติอารมณ์หน้าบ้าน เรไรตามมาพูดจาเหน็บให้เจ็บใจ จนอรอนงค์ทนไม่ได้เงื้อมือจะตบ แต่คนอย่างเรไรไม่ยอมใครง่ายๆ เงื้อมือขึ้นทำท่าสู้

    "เอาสิคะ...เรไรไม่กลัว ดีเสียอีก จะได้ประจานผู้ดีหน้าหนาอย่างคุณว่าหน้าด้านแค่ไหน มาตบตีกับคนใช้เพราะผู้ชาย"

    อรอนงค์ลดมือลง จ้องหน้าเรไรเขม็ง ขู่ว่าวันไหนที่เธอได้เป็นเมียแต่งของไกรจะเฉดหัวเมียเก็บอย่างเรไรออกไปคนแรก แล้วเดินหน้าเชิดคอตั้งกลับไป เรไรหันไปมองในบ้านทั้งโกรธทั้งเจ็บช้ำ

    "คุณไกรนะคุณไกร ทำไมทำกับเรไรได้ นังอรอนงค์ หน้าหนายังไม่พอ ยังจะมีนังผู้ดีแปดสาแหรกคนนั้นอีก...นังดารารุ่ง...ฉันเกลียดแก" เรไรสะบัดหน้าตาขวาง ทำราวกับดารารุ่งยืนอยู่ตรงนั้น....

    ทางฝ่ายสลวยพาคุณนิจมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ฤกษ์พยายามถามคุณนิจว่าไปทำอะไรให้คุณรุ่งโกรธ คุณนิจทำท่าจะบอกเรื่องจำนง แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

    "งั้นก็กลับขึ้นเรือนไปขอโทษคุณรุ่งนะคะ...คุณรุ่งเธอเป็นพี่ คุณนิจไม่ควรดื้อรั้นกับเธอ"

    คุณนิจอิดออด ฤกษ์ช่วยแม่ขอร้องคุณนิจอีกแรงเธอถึงยอมรับปาก เดินหงอยๆออกไป สลวยรอจนคุณนิจลับสายตา หันมาบอกฤกษ์ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับการตายของจำนงแน่ๆ ฤกษ์เห็นด้วย ไม่อย่างนั้นดารารุ่งคงไม่โกรธเอาเป็นเอาตายขนาดนี้

    ooooooo

    ที่บ้านของมาโนชซึ่งกว้างขวางใหญ่โตทันสมัย มาโนชกับละอองผู้เป็นมารดาได้รับการ์ดเชิญไปงานเลี้ยงที่บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมเช่นกัน ละอองย้ำกับ ลูกชายว่าต้องหาทางเกี่ยวดองกับครอบครัวของเอกชยาให้ได้ เธออยากมีเกียรติมีศักดิ์ศรีกับเขาบ้างจะได้ไม่ถูกกระแนะกระแหนว่าเป็นแค่เศรษฐีขายที่ดิน

    "แม่ครับ...เรื่องแบบนี้มันเป็นบุพเพสันนิวาส เป็นบุญพาวาสนาที่หนุนนำให้เนื้อคู่มาเจอกัน   เราลิขิตเองไม่ได้หรอก"

    "ทำไมจะไม่ได้ คุณชายเอกชยามีลูกสาวตั้งสี่คน มันต้องได้สักคนสิน่า"

    มาโนชหัวเราะอารมณ์ดี เท่าที่เขารู้ ลูกสาวคนเล็กของบ้านนี้อายุไม่น่าจะเกินเจ็ดขวบ ละอองไม่ยอมแพ้ เสนอให้เลือกดารารุ่งลูกสาวคนโตแทน  มาโนชไม่คิดว่าคนอย่างดารารุ่งจะมาสนใจเขา

    "โอ๊ย...นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้...แม่ไม่อยากคุยด้วยแล้ว... แต่แม่เชื่อว่าลูกชายแม่รูปงามแล้วก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะทำให้ลูกสาวของคุณเอกชยาสนใจสักคน" ละอองพูดอย่างมั่นใจ...

    ขณะเดียวกัน ปกรณ์ลอบมาพบคุณรัตน์อีก โดยใช้ช่อดอกสเลเตผูกไม้ท่อนยาวชูขึ้นเป็นสัญญาณ คุณรัตน์เหลียวซ้ายแลขวาก่อนเปิดประตูรั้วออกไป ปรามปกรณ์ว่าอย่าทำอย่างนี้อีก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าเธอจะมีปัญหา ปกรณ์ออดอ้อนว่าคิดถึงเธอมากจนห้ามใจไม่อยู่ หญิงสาวเขินอาย ปกรณ์มองเลยเข้าไปในบ้านเห็นผู้คนกำลังเตรียมข้าวของกันวุ่นวาย ถามว่า ที่บ้านจะมีงานหรือ

    "งานเลี้ยงต้อนรับคุณรุ่งน่ะค่ะ...คืนนี้ถ้าคุณปกรณ์สะดวกก็เชิญนะคะ"

    ระหว่างนั้น ป้าพริ้งเห็นหลังคุณรัตน์ไวๆที่หน้าประตูรั้ว จะเดินมาตาม ปกรณ์เหลือบไปเห็น บอกว่ามีคนมา รีบดึงมือคุณรัตน์ออกไปนอกรั้ว คุณรัตน์ตกใจ แต่ก็ยอมเดินตาม ป้าพริ้งเดินมาถึงตรงนั้น แต่ไม่เห็นใคร หันกลับมาเห็นดารารุ่งยืนอยู่ ถามป้าพริ้งว่ามีอะไร ป้าพริ้งเห็นคุณรัตน์ออกไปข้างนอก เลยเดินมาดู ดารารุ่งจะออกไปตาม ป้าพริ้งรั้งไว้ เตือนว่าใกล้เวลางานแล้ว เธอควรไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า

    "จะแต่งได้อย่างไรคะ...ยังเตรียมงานไม่เรียบร้อยเลย... รุ่งไม่ชอบดอกไม้พวกนี้...รุ่งชอบดอกลั่นทม ป้าพริ้งบอกให้คนไปเปลี่ยนเป็นดอกลั่นทมให้หมดเดี๋ยวนี้"

    สดศรีได้ยินลูกสาวคนโตคุยกับป้าพริ้ง รู้ทันทีว่าคืนนี้ ต้องเกิดเรื่องแน่ ส่วนคุณรัตน์กับปกรณ์หัวเราะกันอย่างโล่งใจ ที่ไม่มีใครจับได้ว่าแอบอยู่ที่พุ่มไม้หน้าบ้าน แล้วชักชวนกันไปพายเรือเล่น  ปกรณ์คอยหยอดคำหวานตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันจนคุณรัตน์เคลิ้ม แถมหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าเพลง "ขวัญของเรียม" ให้เธอฟัง สองหนุ่มสาวมองตากันนิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ ปกรณ์ทิ้งท้ายก่อนจาก

    "เพลงขวัญของเรียมเป็นเพลงของเรา คุณรัตน์ได้ยินเมื่อไหร่ ต้องออกมาหาผมนะครับ"

    คุณรัตน์พยักหน้ารับคำ นับวันเธอยิ่งหลงใหลกุลีหนุ่มรูปงาม...

    ตกค่ำ ปกรณ์แต่งตัวเตรียมไปงานบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม สังข์ขอไปด้วย อยากไปดูงานบ้านผู้ดีให้เป็นบุญตา รับปากว่าจะไม่รบกวนเวลาปกรณ์พลอดรักกับคุณรัตน์เด็ดขาด ปกรณ์คิดอยู่อึดใจ

    "ก็ได้...แต่อย่าจุ้นจ้านเป็นอันขาด ไม่งั้น...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" ปกรณ์ส่องกระจกดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนเดินออกไป สังข์รีบตาม มาลีส่ายหน้า เหนื่อยใจกับสองพ่อลูก

    ooooooo

    บรรยากาศในงานเลี้ยงบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมเริ่มคึกคัก แต่ทั้งงานกลับประดับประดาตกแต่งด้วยดอกลั่นทมสีขาว เอกชยาออกมาเห็นถึงกับผงะ ถามสดศรีว่ามันเรื่องอะไรกัน สดศรีหน้าเจื่อนบอกว่าเป็นคำสั่งของดารารุ่ง เอกชยาพยายามข่มอารมณ์โกรธ โวยเสียงเบาๆ เกรงแขกจะได้ยิน

    "นังดารารุ่งมันจะบ้ารึไง ใครๆก็รู้ว่าดอกลั่นทมเป็นดอกไม้แห่งความทุกข์ระทม อัปมงคล...รื้อออกเดี๋ยวนี้...รื้อออก" เอกชยาหันไปสั่งบ่าวรับใช้

    สดศรีติงว่าแขกเริ่มทยอยเข้างานแล้วควรปล่อยเลยตามเลย เอกชยาทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปั้นหน้ายิ้มต้อนรับแขก โดยไม่รู้ว่าไม่ได้มีแค่เรื่องดอกลั่นทมเท่านั้นที่ดารารุ่งเตรียมไว้แก้เผ็ดเขา...

    ทางฝ่ายดารารุ่งเห็นสลวยกับฤกษ์อยู่ในงานเลี้ยง ตรงเข้าไปเล่นงานทันทีว่าเขาเป็นคนรับใช้ควรจะอยู่ในครัว ไม่ใช่มาเสนอหน้าอยู่ในงาน สลวยอ้างว่าคุณชายสั่งให้เธอกับลูกคอย อยู่รับใช้คุณรุ่ง ดารารุ่งโวยว่าไม่ต้องมาอ้างคุณพ่อ เธอมีป้าพริ้งคอยรับใช้อยู่แล้ว ออกปากไล่สองแม่ลูกอย่างกับหมูกับหมา

    "คุณรุ่งคงโกรธที่ผมล่วงเกิน แต่ผมไม่ได้มีเจตนา ก็แค่เป็นห่วงคุณนิจ"

    "น้องฉัน ฉันดูแลเองได้ ไม่ต้องมาแส่หาเรื่อง นอกเสียจากแกอยากมีจุดจบอย่างนังจำนง"

    ป้าพริ้งตกใจ  เช่นเดียวกับคุณนิจซึ่งยืนแอบฟังอยู่ ด้านหลัง   ฤกษ์พอใจ   ในที่สุดดารารุ่งก็ยอมรับออกมาเอง  ดารารุ่งถามยียวนว่าเธอยอมรับเรื่องอะไร จุดจบของทุกคนคือต้องตายเหมือนกันทั้งนั้น สลวยไม่อยากมีเรื่องดึงมือฤกษ์เลี่ยงไป ดารารุ่งมองตามสีหน้าไม่พอใจ พูดขึ้นลอยๆว่าไอ้ฤกษ์ท่าทางจะไม่ตายดี คุณนิจโผล่พรวดออกจากที่ซ่อน ขอร้องพี่สาวว่าอย่าทำอะไรฤกษ์ ดารารุ่งสบโอกาส

    "ถ้าอย่างนั้น คุณนิจก็ต้องเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง แล้วก็อย่าเอาเรื่องของพี่ไปพูดกับใครทั้งนั้น รับปากพี่สิคะ...ถ้าคุณนิจไม่ยอมรับปาก พี่ก็จะหมายหัวไอ้ฤกษ์ต่อไป"

    คุณนิจจำใจรับปากว่าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น จะรักและเชื่อฟังเธอทุกอย่าง ดารารุ่งยิ้มพอใจ...

    งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างราบรื่น เอกชยากับสดศรีเดินทักทายแขกเหรื่อตามโต๊ะสีหน้ายิ้มแย้มถึงแม้ในใจของเอกชยายังหงุดหงิดเมื่อมองไปทางไหนเจอแต่ดอกลั่นทม คุณรัตน์ คุณน้อยกับคุณนิจเดินเข้ามาในงาน หนุ่มๆต่างจ้องตามตา เป็นมัน คุณน้อยไม่ค่อยพอใจนักที่เหล่าชายหนุ่มทำเหมือนพวกตนเป็นขนมหวานคอยจ้องจะหยิบกิน คุณรัตน์ท้วงว่าพวกนั้นอาจจะยิ้มให้เราตามมารยาทก็ได้

    "ไม่จริงค่ะ ยิ้มอย่างนี้ต้องการผูกสัมพันธ์ชัดๆโน่นปะไร...เดินมาโน่นกันแล้ว"

    คุณรัตน์มองตามสายตาน้องสาว เห็นหนุ่มๆเดินฉีกยิ้มเข้ามา คุณน้อยนิ่วหน้าไม่สบอารมณ์ คว้ามือคุณนิจเดินหนี คุณรัตน์ยิ้มขำน้อง แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงขลุ่ยเพลง "ขวัญของเรียม" แว่วมาตามลม ยิ้มหน้าบาน รีบผละออกไปอย่างรู้งาน หนุ่มๆที่กำลังจะเดินเข้ามาหาถึงกับหน้าเสีย...

    ด้านปกรณ์ชะเง้อคอมองไปที่งาน เห็นคุณรัตน์วิ่งตรงมาที่ตน รีบบอกพ่อให้หลบไปก่อน สังข์รีบซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ใกล้ๆ พอคุณรัตน์มาถึง ปกรณ์ยื่นดอกสเลเตให้ ชมเธอว่างดงามราว กับนางฟ้า แล้วยกมือเธอขึ้นมาแนบแก้ม คุณรัตน์เขินดึงมือออก ทันใดนั้น มีแสงไฟจากรถของมาโนชกับละอองสาดมา สองหนุ่มสาวผละออกจากกันทันที คุณรัตน์รีบขอตัวกลับเข้างาน ละอองบอกลูกชายว่า

    "นั่นคุณดารารัตน์นี่...คุยกับใคร...ผู้ชายคนนั้นท่าทางไม่ใช่ลูกผู้ลากมากดีเสียหน่อย แปลกจริง ทำไมคุณรัตน์ยอมคบหาด้วย"

    "ความรักไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะหรอกครับแม่...รักก็เพราะรักเท่านั้นเอง"

    ละอองไม่เห็นด้วย ความรักต้องคำนึงถึงฐานะและความเหมาะสม เชื่อเถอะว่าถ้าคุณชายเอกชยารู้เข้าต้องไม่ยอมให้คุณรัตน์คบหาไอ้หนุ่มคนนั้นแน่...ขณะกำลังจะเดินเข้างาน ละอองตื่นเต้นจนต้องขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนเจอเจ้าภาพ แล้วรีบเดินแกมวิ่งเข้าเรือนใหญ่

    มาโนชหิ้วกระเช้าของขวัญ กวาดตามองบรรยากาศในงานอย่างตื่นเต้น เลยไม่ทันเห็นคุณน้อยที่เพิ่งแยกกับคุณนิจ

    เดินสวนมา ทั้งสองชนกัน คุณน้อยเสียหลักจะล้ม มาโนช ทิ้งกระเช้าคว้าแขนเธอไว้ แล้วรีบขอโทษอย่างสุภาพ คุณน้อยเห็นดวงตาซื่อๆของเขาแล้วถูกชะตาทันที

    สองหนุ่มสาวคุยกันได้แค่สองสามคำ มาโนชเหลือบเห็นแม่ออกมาจากเรือนใหญ่รีบขอตัวไปหาท่าน อารามเป็นห่วงแม่ ลืมแนะนำตัวกับหญิงสาว คุณน้อยได้แต่มองตามยิ้มๆ ยิ่งเห็นชายหนุ่มรีบเข้าไปประคองแม่อย่างเอาใจใส่ยิ่งประทับใจมาก

    ครู่ต่อมา ละอองเดินเข้าไปทักทายเอกชยากับสดศรี แล้วแนะนำมาโนชให้รู้จักทั้งคู่ จังหวะนั้น คุณน้อยตามเข้ามาสมทบกับพ่อแม่ เอกชยาจึงแนะนำเธอให้รู้จัก

    "นี่ดาราน้อย ลูกสาวคนที่สามของผม...ยายน้อย...

    นี่คุณละอองกับคุณมาโนช"

    คุณน้อยยกมือไหว้ทักทาย ละอองยิ้มรับไหว้ ส่วนมาโนชชะงัก ทำหน้าไม่ถูก เพราะเพิ่งเจอกันเมื่อกี้ ระหว่างนั้น กรุณ ไกร กับอรอนงค์เดินเข้ามาร่วมโต๊ะ ละอองรู้ทันว่ากรุณ กับไกรต้องการอะไร หันไปเตือนมาโนชว่า อย่าลืมเอาของฝากจากยุโรปให้น้องด้วย มาโนชไม่ทันตั้งตัวถึงกับอึกอัก

    "เอ่อ...มาโนชไม่ค่อยคุ้นทางในบ้านนี้ รบกวนคุณน้อยพาไปที่รถหน่อยนะคะ" ละอองแก้ตัวแทนลูก

    คุณน้อยยินดี เดินนำมาโนชออกไป ไกรยิ้มรู้เท่าทันท่าทีของละอองเช่นกัน...ไม่นานนัก มาโนชมาถึงรถของเขา ท่าทางไม่สบายใจนัก ตัดสินใจสารภาพกับคุณน้อยว่าที่จริงแล้วเขาไม่มีของฝากให้เธอ มีแต่ของให้ดารารุ่งคนเดียว คุณน้อย แกล้งร้องอ้าว มาโนชหน้าเสีย คิดว่าเธอไม่พอใจ รับปากว่า วันหลังจะเอามาให้ คุณน้อยไม่ต้องการของฝาก แค่ล้อเล่นเท่านั้น สองหนุ่มสาวต่างยิ้มให้กัน...

    ด้านปกรณ์กับสังข์เดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี สังข์ พอใจที่คุณรัตน์ดูท่าทีมีใจให้ปกรณ์ แต่ติงว่าลูกน่าจะแต่งตัวดีๆมาเสียหน่อย คุณรัตน์จะได้ประทับใจ ปกรณ์กลับเห็นตรงข้าม เขาคิดว่าความรักเกิดขึ้นได้เพราะความสงสาร และเขาจะเอาชนะใจเธอด้วยความสงสาร...

    ในที่สุด ดารารุ่งก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวที ประกาศลั่นว่า ที่จริงแล้วเธอไม่ยินดีกับงานเลี้ยงนี้แม้แต่น้อย แขกทุกท่านใจจดจ่อรอฟังเธอร้องเพลงรักของพ่อกับแม่ แต่เธอร้องเพลงนั้นไม่ได้ ขณะนี้แม่ของเธอทุกข์ใจเพราะพ่อ เธอเลยจะร้องเพลงแห่งความเศร้าแทน แขกเหรื่อต่างซุบซิบนินทากัน เอกชยาโกรธที่ถูกฉีกหน้าบุกขึ้นเวที ปราดเข้าไปตบหน้าดารารุ่งต่อหน้าทุกคน สดศรีกับลูกๆตกใจ รีบเข้าไปห้าม

    คุณรัตน์ประกาศกลางเวทีว่างานเลิกแล้ว และขอโทษทุกคนด้วย ละอองเห็นท่าไม่ดีรีบชวนลูกกลับ เอกชยาคว้าข้อมือดารารุ่งลากเข้าเรือนใหญ่  คนในครอบครัวรีบเดินตาม  ไกรขยับจะไปด้วย  แต่กรุณดึงมือไว้  เตือนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว เราไม่ควรยุ่ง ไกรดื้อดึงตามไปจนได้

    "อนงค์ เข้าไปเป็นเพื่อนนายไกรที อย่าให้ทำอะไรรุ่มร่ามไม่สมควร"

    อรอนงค์รับคำกรุณ แล้วรีบวิ่งตามไกรไปอย่างรวดเร็ว... ส่วนเอกชยาลากดารารุ่งเข้ามาในบ้านตบเธอไม่ยั้ง ดารารุ่งไม่ได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย ยังด่าพ่อตัวเองฉอดๆ เอกชยาโกรธจัดโดดเข้าขย้ำดารารุ่ง สดศรี คุณรัตน์กับคุณน้อยรีบเข้าไปห้าม ก่อนจะดึงตัวดารารุ่งออกมา ไกรจะเข้าไปช่วย แต่อรอนงค์ ฉุดมือไว้เตือนว่าอย่าเข้าไปยุ่ง ดารารุ่งถูกแยกออกมาอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องมองพ่ออย่างเกลียดชัง

    "นับวันคุณพ่อยิ่งใจร้ายใจดำเหมือนไม่ใช่คน ลูกเกลียดคุณพ่อ" ดารารุ่งร้องไห้วิ่งหนีไป

    สดศรีกับคุณรัตน์และคุณน้อยจะวิ่งตาม เอกชยาขู่ลั่นว่า ใครขืนตามนังลูกทรพีเจอดีแน่ ก่อนอาละวาดปัดข้าวของในบ้าน กระจุยกระจาย...ดารารุ่งวิ่งร้องไห้ผ่านหน้าไกรกับอรอนงค์  ซึ่งหลบมุมอยู่ไกรรีบวิ่งตามไม่สนใจอรอนงค์ที่พยายามจะรั้งตัวเขาไว้

    ครู่ต่อมาไกรวิ่งตามมาทัน เห็นดารารุ่งร้องไห้ สะอึกสะอื้น เข้ามาปลอบ ดารารุ่งกลับไม่พอใจ ด่าว่าจุ้นจ้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวของเธอ คนอื่นไม่เกี่ยว เชิญเขากลับไป ไกรอธิบายว่าเขาปรารถนาดีต่อเธอจริงๆ ไม่ได้หวังอะไร ดารารุ่ง ไม่เชื่อน้ำคำพวกผู้ชาย ไล่เขากลับ

    "ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะรับรู้ถึงความจริงใจ และความปรารถนาดีของผม"

    "ได้...งั้นฉันไปเอง  และกรุณารับรู้ด้วยว่า  ยิ่งคุณมาตามตื๊อ  ทำเจ้าชู้ประตูดิน  ฉันก็ยิ่งรังเกียจคุณ"  ดารารุ่งสะบัดหน้าเดินหนีไป...

    ฝ่ายละอองบ่นไม่อยากได้ลูกสาวบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมเป็นสะใภ้อีกแล้ว คนบ้านนี้เป็นผู้ดีเสียเปล่า ทำอะไรไม่รู้จักอับอาย มาโนชกลับเห็นตรงข้ามกับแม่ ทีแรกเขายังไม่คิดจะสนใจใคร  แต่พอเห็นสายตาเจ็บปวดของดารารุ่ง  เขาอยากเป็นคนลบความเจ็บปวดนั้นให้เธอ

    "ผมคิดว่าผมรักคุณรุ่งตั้งแต่แรกเห็นครับคุณแม่"  มาโนช สีหน้าจริงจัง ละอองถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา เรไรแอบได้ยินไกรคุยกับกรุณว่าเขาทั้งรักและสงสารดารารุ่งมาก   ยิ่งเห็นเหตุการณ์ เมื่อคืนยิ่งอยากจะฉุดเธอให้พ้นจากความเจ็บช้ำที่พ่อของเธอก่อขึ้น โดยจะใช้ความรักของเขาเยียวยาหัวใจให้เธอ เรไรได้ฟังน้ำตาไหลพราก รีบเดินไปดักหน้าไกร ซึ่งกำลังเดินไปที่รถ

    "คุณไกร จะเอาความรักฉุดผู้หญิงอื่นให้พ้นทุกข์ แต่กับ เรไร ทำไมคุณไกรต้องผลักลงเหวด้วยคะ"

    "เรไร...อย่าพูดมากให้ฉันรำคาญ ฉันจะรักจะชอบใคร เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาต่อว่า"

    เรไรอ้าปากจะพูด  แต่ไกรชิงพูดขึ้นก่อนว่าถ้าเธอทำตัวดี เขาจะไม่ทิ้งเธอเด็ดขาด แต่ถ้าวันใดที่เธอกำแหง เขาจะเฉดหัว เธอออกจากบ้านหลังนี้ทันที ไกรว่าแล้วขึ้นรถขับออกไป เรไรร้องไห้โฮ อรอนงค์ลงจากรถสามล้อวิ่งเข้ามาในบ้าน สวนกับรถของไกร พอรู้จากเรไรว่าไกรไปบ้านดารารุ่ง อรอนงค์รีบตาม...

    ไม่นานนัก ไกรหอบดอกไม้ช่อใหญ่มาหาดารารุ่งที่บ้าน เอกชยารู้เข้ายิ้มพอใจ  สั่งดารารุ่งให้ออกไปพบไกร  แต่ดารารุ่งไม่อยากเจอ  สดศรีเกรงว่าพ่อลูกจะมีเรื่องกันอีก  ขอร้องดารารุ่งอย่าเสียมารยาท  ช่วยออกไปพบไกรเพื่อเห็นแก่แม่  ดารารุ่งไม่อยากขัดใจแม่ เดินหน้าตาไม่รับแขกไปหาไกร

    ขณะเดียวกัน อรอนงค์มาถึงบ้านดารารุ่ง วิไลออกไปเปิดประตูรั้วจำหน้าได้รีบบอกว่าคุณรุ่งมีแขก อรอนงค์ไม่สนใจ แทรกตัวชนวิไลเข้าบ้าน ป้าพริ้งเห็นอรอนงค์มาจุ้นจ้านรีบเดินตาม...

    ไกรนั่งกระสับกระส่ายรออยู่ที่โต๊ะสนาม พอเห็นดารารุ่งออกมาก็ยิ้มดีใจ ยื่นช่อดอกไม้ให้ ดารารุ่งปรายตามองสีหน้าเรียบเฉย ก่อนรับมาแล้วโยนทิ้งลงกับพื้น ไกรหน้าเจื่อน อรอนงค์แอบมองอยู่ตะลึงอ้าปากค้าง

    ดารารุ่งสั่งเสียงเฉียบว่าทีหน้าทีหลังไม่ต้องซื้อดอกไม้มาให้เธออีก ทำท่าจะเดินหนีไกรรีบขวาง

    "ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณรุ่งถึงได้มองผมติดลบ แต่ผมจะพิสูจน์ความจริงใจให้คุณรุ่งเห็น และจะรอวันที่คุณรุ่งรับช่อดอกไม้จากผมด้วยความยินดี"

    "คุณไกร...ฉันไม่อยากแสดงกิริยาไม่ดีในการไล่แขกที่ไม่อยากต้อนรับออกไป พูดแค่นี้คุณคงเข้าใจและไม่ทำให้ฉันหนักใจนะ" ดารารุ่งออกปากไล่อย่างสุภาพ

    ไกรรู้งาน รีบขอโทษที่รบกวน เดินคอตกกลับไป ดารารุ่งถอนใจ เหนื่อยหน่าย หันหลังจะเดินกลับเรือนใหญ่ อรอนงค์ รีบสาวเท้าตามจนทัน บอกว่าไกรชอบป้อนคำหวาน ทำเอาผู้หญิงทุกคนที่ได้ฟังใจละลาย ดารารุ่งยืนยันว่ายกเว้นตัวเธอ อรอนงค์หัวเราะร่วนราวกับเป็นเรื่องตลก

    "ก็เห็นพูดอย่างนี้ทุกคน แต่สุดท้ายก็ยอมให้พี่ไกรหลอก"

    ดารารุ่งย้อนอย่างเจ็บแสบว่าอรอนงค์คงเคยโดนไกรหลอกถึงได้รู้ดี อรอนงค์โกรธที่โดนเหน็บ เตือนว่าอย่าเผลอกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเธอจะคอยสมน้ำหน้า แล้วผละจากไป...

    วันแล้ววันเล่า ไกรยังคงเอาดอกไม้มาให้ดารารุ่ง โดยมีคุณรัตน์ คุณน้อย รวมทั้งป้าพริ้งกับวิไลแอบเอาใจช่วยเขา แต่ทุกครั้งดารารุ่งเอาดอกไม้โยนทิ้งถังขยะอย่างไม่ไยดี และไม่ว่าเธอจะนั่งรถไปที่ไหนจะเห็นไกรแอบตามตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ไกรแอบขับรถตาม ดารารุ่งชักรำคาญ

    "เกลียดนักเชียวพวกเจ้าชู้ประตูดิน...ขับให้เร็วกว่านี้... ตาจุก"

    ตาจุกเร่งเครื่องตามคำสั่ง รถแล่นไปสักระยะเครื่องยนต์ เกิดสะดุดแล้วหยุดวิ่งดื้อๆ ดารารุ่งหน้าหงิกทันที ตาจุกเบนรถเข้าจอดข้างทาง ลงไปเปิดกระโปรงรถจับโน่นขยับนี่ ดารารุ่งตามไปดู ไกรขับรถมาจอดใกล้ๆ แล้วเดินมาดูเครื่องยนต์ รถของดารารุ่ง ก้มๆเงยๆอยู่หน้ารถ ไม่นานรถก็สตาร์ตติด

    "ขอบคุณที่สะกดรอยตามจนได้โอกาสแสดงฝีมือว่าซ่อมรถได้...แต่ถ้าเรียกช่าง...ฉันคงเสียไม่เกินร้อย...วิธีนี้อาจจะใช้สำเร็จมากับผู้หญิงหลายรายแล้วสินะ แต่ขอโทษไม่ใช่ฉัน" ดารารุ่งเดินเชิดหน้าขึ้นรถโดยไม่สนใจไกร ปล่อยให้เขายืน หน้าละห้อยอยู่ตรงนั้น...

    พอเอกชยารู้เรื่องไกรช่วยซ่อมรถให้ดารารุ่งเลยอยากให้เธอตอบแทนน้ำใจเขาบ้าง ดารารุ่งไม่เห็นว่าจะต้องตอบแทนอะไร แค่ผู้ชายเจ้าชู้ที่วันๆไม่ทำมาหากิน ได้แต่ตะลอนตามผู้หญิง สองพ่อลูกปะทะคารมกันเช่นเคย เอกชยาคุมอารมณ์ ไม่อยู่จะตบหน้าลูก สดศรีต้องเข้ามาห้าม เอกชยาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป คุณรัตน์กับคุณน้อยไม่เห็นว่าจะเสียหายถ้าดารารุ่งจะคบหาไกร เท่าที่เห็นท่าทางเขาก็เป็นคนดี

    "มีแต่คนเพ้อเจ้อ...ขนาดคุณพ่อยังข่มเหงจิตใจพวกเราไม่เว้นแต่ละวัน โลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนดีหรอก...พี่เกลียดผู้ชาย แล้วก็อยากหนีจากคุณพ่อไปเสียพ้นๆ" ดารารุ่งชักเคืองที่มีแต่คนพูดเรื่องไกร

    ฝ่ายเอกชยาออกมานั่งอารมณ์เสียอยู่ที่สวนหน้าบ้าน เห็นวิไลเดินผ่าน ตะโกนสั่งให้ไปหาอะไรมาให้ดื่มดับอารมณ์ หน่อย วิไลรับคำรีบไปทำตามสั่งทันที

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านของกรุณ ไกรนั่งหน้าเศร้าเหมือนคนอกหัก อรอนงค์ขัดใจมาก ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไปหลงรักผู้หญิงที่เอาแต่เย่อหยิ่ง อวดดี ไกรเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันที่วันๆพร่ำเพ้อละเมอหา อยากเจอแต่ดารารุ่ง แล้วถอนใจ กลัดกลุ้ม อยู่ๆไกรก็เหมือนคิดได้

    "พี่ไม่อยากทรมานหัวใจตัวเองอีกแล้ว พี่ไปหาคุณรุ่ง ดีกว่า ถึงเธอจะไม่อยากเห็นหน้าพี่ก็ตาม"

    ไกรผุดลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง เดินไปที่รถ ไม่สนใจ เสียงร้องเรียกของอรอนงค์ เรไรยกน้ำเข้ามาให้ มองอรอนงค์อย่างหมั่นไส้ เหน็บว่าเรียกจนคอแตกคุณไกรก็ไม่หยุด อรอนงค์ด่าสวนทันทีว่าสู่รู้ เรไรรู้ดีกว่าใครๆเพราะเธอเป็นเมียของเขา อรอนงค์แขวะว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นไกรมีเมีย

    "เลยอยากจะมาเป็นเมียคุณไกรเสียเอง...นับวันฉันยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง ขอบคุณนะคะคุณอรอนงค์ คุณทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ...อย่างน้อยคนใช้อย่างฉันยังได้คุณไกรมาเคล้าเคลีย ผิดกับคุณ...ที่อยากได้ใจแทบขาด แต่คุณไกรก็ไม่เอา" เรไรลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ย

    อรอนงค์เจ็บใจ กรีดร้องลั่น คว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้านังคนใช้ปากกล้าแล้วจิกหัวตบซ้ำ ด่าไม่ยั้ง เรไรไม่ยอมเจ็บข้างเดียว จิกหัวอรอนงค์ตบคืน ด่าว่าหน้าด้าน รู้ว่าคุณไกรมีเธอเป็นเมียยังคิดจะแย่ง ขู่ว่าถ้ายังไม่เลิกคิดแบบนี้ เธอจะจิกหัวตบให้คว่ำแล้วผละจากไปอย่างสะใจ อรอนงค์มองตาม แค้นใจ

    "นังบ้า...บ้าๆๆๆ...ฮึ...อุตส่าห์ลุกขึ้นมาแต่งตัวทำผมตั้งแต่ตีห้า ผมเสียทรงหมดเลย" อรอนงค์รีบจัดทรงผมตัวเองให้เข้าที่...

    ผ่านไปสักพัก ไกรมาถึงบ้านดารารุ่ง คราวนี้สดศรีทั้งอ้อนวอนทั้งขอร้องลูกช่วยไปพบเขาหน่อย เธอไม่อยากให้เอกชยาโกรธ เดี๋ยวจะมีเรื่องมีราวกันอีก เพราะคุณแม่ขอร้อง ดารารุ่งเลยยอมนั่งรถไปกับไกร เขาขับรถวนไปเวียนมาไม่จอดที่ไหนสักแห่ง ดารารุ่งหมดความอดทน ถามเสียงเขียว

    "คุณไกร นี่คุณจะไปไหน...ขับรถวนไปเวียนมา ฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว"

    ไกรไม่ไปไหนทั้งนั้น แค่อยากพาดารารุ่งนั่งรถเล่น เพื่อให้เธอสบายใจ ว่าแล้วหันหน้าไปมองทางอย่างเดิม ไม่มีท่าทีเจ้าชู้ให้เห็น ดารารุ่งรู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่ง ขณะที่ไกรยังคงขับรถไปเรื่อยๆ

    ทันใดนั้น ข้างถนนเบื้องหน้า สักชายขี้เมากำลังตบตี กันยา เมียตัวเองอย่างรุนแรง จะไถเงินไปกินเหล้า ไกรเหลือบเห็นรีบเบนรถจอดข้างทาง ปรี่เข้าไปหาสองผัวเมียอย่างรวดเร็ว ดารารุ่งวิ่งตามไปติดๆ ไกรกระชากสักออกมา ส่วนดารารุ่งตรงเข้าไปหากันยา

    สักกับไกรชกต่อยกันอุตลุด สักสู้ไม่ได้ วิ่งโซซัดโซเซหนี ไกรหน้าตาบวมปูดเข้ามาถามกันยาด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บตรงไหนบ้าง ดารารุ่งมองเขาอย่างประทับใจ และยิ่งรู้สึกดีมากขึ้น เมื่อเขาเห็นสภาพยากจนข้นแค้นของกันยาซึ่งมีลูกเล็กๆต้องเลี้ยงดู ไกรหยิบยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ด้วยความเต็มใจ...

    ในที่สุด ดารารุ่งใจอ่อนต่อความดีที่ไกรทำ ระหว่างที่เขาพาเธอพายเรือเล่น ดารารุ่งยอมเปิดปากเล่าเรื่องตัวเองที่เกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายดีๆไม่ว่าจะเป็นพ่อของเธอ หรือผู้ชายที่เธอรู้จัก มีแต่ความโหดร้ายทารุณเอาแต่ใจชอบกดขี่ข่มเหงผู้หญิง

    "ผมอยากให้คุณรุ่งเปิดใจให้กว้าง ผู้ชายแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกครับ"

    "ใช่ค่ะไม่เหมือนกัน อย่างน้อยก็มีคุณไกรที่แตกต่าง... เจ็บแผลมากรึเปล่าคะ"

    "นิดหน่อยครับ"

    ดารารุ่งมองปากที่แตกเลือดซิบของไกร   แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองส่งให้ซับเลือด ไกรแกล้งซับไม่ถูกที่ ดารารุ่งเลยอาสาทำให้ ไกรมองเธออย่างอ่อนโยน ทั้งสองมองสบตากันนิ่งงัน ดารารุ่งเห็นหิ่งห้อยส่งแสงวับๆเปรียบชีวิตคนเราเหมือนแสงของหิ่งห้อย มีทั้งมืดและสว่าง สีหน้าเธอเปลี่ยนเป็นเศร้า

    "แต่ทำไมฉัน...กลับ...รู้สึกว่าชีวิตของฉันไม่เคยมีแสงสว่างเลย"

    "มีสิครับ ถ้าคุณรุ่งเปิดใจให้กว้าง และยอมรับมัน...ผม...รักคุณรุ่ง ผมอยากเห็นคุณรุ่งมีความสุข เชื่อผมนะครับ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ผมจะพาคุณรุ่งออกไปพบกับแสงสว่างให้ได้ ผมจะทำให้คุณรุ่งลืมความเจ็บช้ำทั้งปวง...ผม...ไกร การุณพินิจ ขอสาบานด้วยหัวใจ"

    ดารารุ่งนิ่งเงียบ มองสีหน้าจริงจังของชายหนุ่มอย่างเต็มตื้น...จากนั้น ไกรขับรถมาจอดหน้าบ้านดารารุ่ง แล้ววิ่งลงมาเปิดประตูรถให้เธอ  ต่างคนต่างรีๆรอๆจะส่งอีกฝ่าย  สุดท้าย ดารารุ่งยอมแพ้

    "เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา ฟ้าสางกันพอดี...งั้น...อย่าหาว่าฉันเป็นเจ้าของบ้านที่ใจร้ายนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" ดารารุ่งยิ้มให้ไกรก่อนเดินเข้าบ้าน ไกรมองตามรู้สึกเบิกบานใจที่สุด... ดารารุ่งก้าวเข้ามาในเรือนใหญ่ เห็นเอกชยานั่งดื่มเหล้าเมาอ้อแอ้ ยิ่งเกลียดชังเขา ส่ายหน้าเดินหนีขึ้นห้อง

    "กับแกล้ม...กับแกล้มหมด...เฮ้ย...ใครก็ได้ ออกมาหาฉันเร็ว" เอกชยาตะโกนลั่น

    วิไลอาบน้ำประแป้งใส่เสื้อคอกระเช้ากำลังจะเข้านอน ได้ยินเสียงเรียกวิ่งหน้าตื่นออกมานั่งพับเพียบตรงหน้า เอกชยามองวิไลด้วยสายตาโลมเลีย ก่อนสั่งให้ไปเอากับแกล้มมาให้ วิไลรีบทำตามสั่ง เอกชยามองตามตาเป็นมัน แผนชั่วผุดขึ้นมาในสมองเอกชยา สักพัก วิไลเดินถือจานกับแกล้มเข้ามาแต่ไม่เห็นใคร วางจานลง แล้วเดินไปห้องของตัว พอเธอเปิดประตูห้องเข้าไป เอกชยาโผล่พรวดเข้ามากอด

    วิไลตกใจร้องลั่น เอกชยาไม่รอช้าดันร่างวิไลเข้าห้อง ปิดประตูใส่กลอนแน่นหนา ป้าพริ้งได้ยินเสียงร้อง โผล่หน้าออกมาจากห้องตัวเอง ทันเห็นเหตุการณ์พอดี ได้แต่สลดใจ... หลังเสร็จกิจกับวิไล เอกชยาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่วิไลร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ

    "จะร้องไห้ทำไม ไม่ได้มีใครตายสักหน่อย ดีเสียอีก น้ำหน้าอย่างแกได้เป็นเมียฉัน...ไม่ต้องห่วง ฉันจะเลี้ยงดูแกอย่างดี" เอกชยาเดินออกไปอย่างสบายตัว ทันทีที่ประตูห้องปิด วิไลคว้าเชือกขึ้นมา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:38 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์