นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ครู่ต่อมา   เมืองเล็กจรดฝีเท้าเข้ามาในบ้านดารารุ่งอย่างระแวดระวัง    บ้านทั้งหลังเงียบและมืดผิดปกติ  มีเพียงแสงไฟสลัวจากถนนส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เมืองเล็กกวาดตามองหาคุณนิจ แต่ไม่เห็นใคร เดินเรื่อยมาถึงหน้าห้องเก็บของ ชะงักเมื่อเห็นหอยสังข์ ตกอยู่ที่พื้น หยิบขึ้นมาดู

    "คุณนิจ...คุณนิจอยู่ไหน...คุณนิจ" เมืองเล็กร้องเรียกอย่างเป็นกังวล

    คุณนิจได้ยินเสียงเรียกหน้าประตูห้องเก็บของ พยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้ จะขยับตัวก็ทำไม่ได้เช่นกัน ทั้งกลัวทั้งตกใจ เมืองเล็กเรียกคุณนิจอีก เห็นประตูเบื้องหน้าใส่กุญแจล็อกไว้ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ ทันใดนั้น มีเสียงเหมือนของตกพื้น เมืองเล็ก หันไปมอง เห็นเงาใครบางคนคล้ายคุณนิจวิ่งหนีออกไป

    เมืองเล็กวิ่งตามไปจนถึงสวนหลังบ้าน เห็นดารารุ่งในคราบคุณนิจนั่งหันหลังตากฝน   แกล้งร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสาร เมืองเล็กดีใจรีบวิ่งเข้าไปหา

    "คุณนิจผมอยู่นี่...ไม่ต้องกลัวนะครับ คุณรุ่งทำอะไรคุณนิจไม่ได้หรอก" เมืองเล็กเอื้อมมือไปจับไหล่คุณนิจให้หันกลับมาช้าๆ แต่แล้วต้องตกใจที่ไม่ใช่คุณนิจ แต่เป็นดารารุ่ง

    "ใช่...คุณรุ่งทำอะไรคุณนิจไม่ได้...แต่ทำแกได้...ตายซะเถอะไอ้เมืองเล็ก"

    ดารารุ่งคว้าท่อนไม้ที่เตรียมไว้ฟาดใส่เมืองเล็กอย่างแรง เมืองเล็กไม่ทันตั้งตัวล้มคว่ำ หอยสังข์ในมือหล่นพื้น ดารารุ่ง ไม่รอช้าตามเข้าไปฟาดซ้ำอีกหลายที เมืองเล็กฮึดสู้ รับไม้ไว้ได้ แล้วผลักจนดารารุ่งล้มลง คว้าไม้มาถือไว้เอง ดารารุ่งแกล้งร้องอย่างเจ็บปวด อ้อนวอนขอร้องอย่าทำร้ายตน

    "ก็อยากจะทำเหมือนกัน แต่เห็นว่าคุณเป็นพี่สาวของคุณนิจ เพราะถ้าเป็นคนอื่น ผมจะเอาไม้นี่ฟาดคุณให้ตายไปแล้ว" เมืองเล็กหันหลังเดินกลับ

    ดารารุ่งได้ทีโดดแย่งไม้คืนแล้วฟาดใส่หัวเขาเต็มๆ ถึงกับหมดสติ เอามืออังจมูกเมืองเล็ก ยังมีลมหายใจ ทิ้งไม้ แล้วลากเขาไปยังมุมลับตาคน คว้าจอบมาขุดหลุม เตรียมฝังเมืองเล็กทั้งเป็น...

    ด้านเมืองใหญ่เป็นห่วงเมืองเล็กมากที่ดึกป่านนี้แล้วยังออกไปข้างนอก รู้ดีว่าน้องจะไปไหน รีบตามไปบ้านดารารุ่ง ยังไม่ทันจะถึงที่หมาย ไกรซึ่งสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเหตุร้ายกับดารารุ่งขับรถมาจอดเทียบ ในเมื่อทั้งสองคนมีจุดหมายปลายทาง ที่บ้านดารารุ่งเหมือนกัน จึงชวนกันไปที่นั่นทันที

    เมืองใหญ่มองเข้าไปในบ้าน เห็นปิดไฟมืด ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เหมือนทุกคนในบ้านหลับไปแล้ว ทั้งคู่จึงชวนกันกลับ ทันใดนั้น มีเสียงคล้ายจอบกระทบพื้นดังขึ้น เมืองใหญ่ ชะงักฝีเท้า เงี่ยหูฟัง มีเสียงดังขึ้นอีก ทั้งคู่ลองขยับประตูรั้ว ปรากฏว่าไม่ได้ล็อก รีบวิ่งตามหาต้นเสียง ระหว่างทางเมืองใหญ่ สังเกตเห็นเนินดินเล็กๆที่เพิ่งกลบใหม่ๆ เดินเข้ามาดูใกล้ๆเห็นขาปุยโผล่
    ขึ้นมารู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่อง

    ทั้งสองคนรีบวิ่งไปสวนหลังบ้าน   ตกใจสุดขีดที่เห็นดารารุ่งกำลังลากเมืองเล็กลงหลุมใหญ่ใต้ต้นไม้ ทั้งคู่ปราดเข้า ไปหา ดารารุ่งหันมาเห็นคว้าจอบขึ้นมามองตาขวาง เมืองใหญ่ จะเข้าไปช่วยน้อง ดารารุ่งเงื้อมือจะฟาดจอบใส่ ไกรพุ่งเข้าล็อกตัวไว้ ดารารุ่งดิ้นรนต่อสู้ไม่ยอมแพ้ เมืองใหญ่ถึงตัวเมืองเล็ก รีบเอามืออังจมูก โกรธมาก หันมาตวาดลั่น

    "คุณกะจะฝังนายเล็กทั้งเป็น...เลวมากคุณดารารุ่ง"

    "ก็แล้วจะทำไม...สำหรับไอ้คนที่มันพรากหัวใจฉัน ทำลายหัวใจฉันอย่างไอ้เมืองเล็ก ความผิดของมันคือตาย อย่างเดียว" ดารารุ่งดิ้นรน เอาศอกกระทุ้งอย่างแรงจนไกรยอมปล่อยมือ ผลักไกรออก แล้ววิ่งมากระชากขาเมืองเล็ก ไกรรีบตามมาดึงตัวดารารุ่งไว้ บอกเมืองใหญ่พาเมืองเล็กออกไป

    "ถ้านายเล็กเป็นอะไรไป ผมจะเอาคุณเข้าคุก คนใจร้าย... ฆาตกรฆ่าคน"

    เมืองใหญ่ตาขวาง รีบแบกร่างไร้สติของน้องชายออกไป ดารารุ่งคลุ้มคลั่ง สั่งให้เอาเมืองเล็กมาคืน มันจะต้องตายด้วยน้ำมือของเธอ แล้วออกแรงดิ้นจนหลุดจากมือไกร ไล่เขาออกไป ไกรพยายามจะเข้ามาปลอบ แต่ดารารุ่งถอยหลัง หน้าเลิ่กลั่กไม่ไว้ใจ หันหลังวิ่งเข้าบ้านล็อกประตู ไกรจะตามแต่ไม่ทัน

    ดารารุ่งนั่งกอดเข่า ตัวสั่น หวาดผวา เสียงเมืองใหญ่ ขู่จะเอาเธอเข้าคุกถ้าเมืองเล็กเป็นอะไรไป ดังก้องในหัวของเธอ ดารารุ่งปิดหูตัวเอง ส่ายหน้า ร้องลั่นว่า เธอไม่ใช่ฆาตกรฆ่าคน ไกรได้ยินเสียงร้องยิ่งเป็นห่วง ทุบประตูเรียกให้เปิด แต่ดารารุ่ง จิตหลอนเลยไม่ได้ยินเสียงไกร...

    ในเวลาต่อมา เมืองใหญ่ ศักดิ์กาย กับฟองจันทร์ นั่งรอ หมอตรวจอาการเมืองเล็กด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ  ศักดิ์กาย ถามหมอว่าลูกของตนเป็นอย่างไรบ้าง

    "อาการหนักอยู่เหมือนกันครับ ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง"

    "น้องผมจะฟื้นเมื่อไหร่ครับคุณหมอ"

    "หมอยังให้คำตอบไม่ได้ คงต้องรอดูอาการอีกสักระยะ"

    ฟองจันทร์ปล่อยโฮ คร่ำครวญว่าเมืองเล็กไม่น่ารนหาที่ เมืองใหญ่โทษว่าดารารุ่งทำเกินเหตุ  ทั้งๆที่เราขอโทษแล้วยัง คิดจะฆ่าจะแกงกัน ส่วนศักดิ์กายตกลงใจว่าทันทีที่เมืองเล็ก หายเขาจะส่งไปต่างประเทศ

    ooooooo

    รุ่งอรุณของวันใหม่ ป้าพริ้งกลุ้มใจเรื่องดารารุ่ง มาก ไม่รู้จะหันไปหาใคร ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากฤกษ์กับสลวย จึงเดินทางไปหาทั้งคู่ที่บ้านต่างจังหวัด...

    ขณะเดียวกัน ดารารุ่งวางอาหารเช้าให้ตรงหน้าคุณนิจ สั่งให้มากิน คุณนิจส่ายหน้า ถอยหนีตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่ว่าดารารุ่งจะตบตี  หรือว่าจับข้าวกรอกปาก  คุณนิจเอาแต่

    ส่ายหน้าร้องไห้ ไม่พูดไม่จา ไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่คำเดียว ดารารุ่ง ชักเอะใจ  สั่งคุณนิจให้พูด  คุณนิจขยับปากพูดแต่ไม่มีเสียง ดารารุ่งกรีดร้องสุดเสียง เพิ่งตระหนักว่าได้ทำร้ายน้องสาวตัวเอง

    "คุณนิจ พี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่ด้วย...คุณนิจ..." ดารารุ่ง ดึงน้องมากอดร้องไห้ หัวใจสลาย...

    ตกค่ำ ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบและมืดสนิท ดารารุ่ง ร้องไห้วนไปเวียนมาที่หน้าบ้าน ท่าทางเหนื่อยอ่อน ตำหนิตัวเองที่น้องต้องเป็นอย่างนี้ ขอพ่อกับแม่อภัยให้เธอด้วย แต่ อยู่ๆดวงตาก็แข็งกร้าวขึ้น

    "ไม่...ฉันไม่ผิด เป็นเพราะไอ้เมืองเล็ก...ไอ้เมืองเล็กคนเดียว"

    ดารารุ่งเห็นภาพหลอนว่าเมืองเล็กปีนรั้วเข้ามาในบ้าน คว้าเสียมที่วางอยู่แถวนั้นถลันไปหาเขาทันที   แต่พอมาถึงกลับไม่เห็นใคร รีบวิ่งไปสวนหลังบ้าน ลงไปในหลุมขุดคุ้ยดูจนเนื้อตัวมอมแมมแต่ไม่เจอเมืองเล็ก เธอปีนขึ้นจากหลุม เหลือบเห็นหอยสังข์สีขาวตกอยู่ เก็บขึ้นมาพร้อมกับเสียม นึกถึงคุณนิจรีบวิ่งเข้าบ้าน เปิดประตูห้องเก็บของเข้าไป ตะคอกถามว่าเมืองเล็กอยู่ไหน

    คุณนิจร้องไห้ตัวสั่นด้วยความกลัว ส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง ดารารุ่งหาว่าน้องเอาเมืองเล็กไปซ่อน เข้าไปค้นหาในห้อง ทั้งในตู้เก็บของ ใต้กล่อง เดินไปเปิดหน้าต่างกวาดตามองออกไปด้านนอกไม่เห็นใคร โกรธเพราะคิดว่าเมืองเล็กหนีไปได้ ปาหอยสังข์ใส่หน้าน้องสาว คุณนิจดีใจมากรีบคว้าไว้

    "คุณนิจรักมันมากขนาดนี้ อีกไม่นานคุณนิจก็จะหนีพี่ไป...ไม่งั้น พวกมันก็คงจะกลับมาอีก...ไม่...พี่ไม่ยอมให้พวกมันพรากคุณนิจไปเด็ดขาด"

    ดารารุ่งคลั่งขึ้นมาอีก คว้าเสียมเดินออกไปที่ประตูรั้ว กวาดสายตาไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวัง   เหวี่ยงเสียมทิ้ง เอากุญแจล็อกประตูรั้วไว้ด้านนอก ทำเหมือนไม่มีคนอยู่บ้าน...

    ในเวลาเดียวกัน ไกรตามมาขอร้องเมืองใหญ่ถึงบ้านบุรีราชกรมว่าอย่าเพิ่งเอาความกับดารารุ่ง เมืองใหญ่ไม่ยอม ดารารุ่งต้องได้รับโทษทัณฑ์ที่ก่อ ไกรอ้อนวอนจนเมืองใหญ่ยอม แต่เมืองใหญ่มีข้อแม้ว่าไกรต้องเอาดารารุ่งไปหาหมอรักษาอาการทางจิต

    ooooooo

    วันถัดมา ไกรแวะมาดูดารารุ่งที่บ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นกุญแจขนาดใหญ่ล็อกไว้ด้านนอก ดารารุ่งซึ่งแอบมองจากในบ้านไม่พอใจที่ไกรชอบมาวุ่นวายกับตนเอง จังหวะนั้น รถของฤกษ์แล่นเข้ามาจอด ป้าพริ้ง สลวย กับฤกษ์เดินมาหาไกร ป้าพริ้งถามไกรว่าดารารุ่งไม่อยู่หรือ

    "ครับ...ไม่รู้ว่าพาคุณนิจไปไหน ป้าพริ้งพอจะมีกุญแจไหมครับ"

    ป้าพริ้งล้วงเอาลูกกุญแจออกมาไข ดารารุ่งรีบหลบไปจากตรงนั้นทันที สักพัก ทุกคนเดินเข้ามาในบ้าน ป้าพริ้งตรงไปยังห้องเก็บของ แต่ที่หน้าประตูไม่ได้คล้องกุญแจ แปลกใจ

    "ก่อนที่คุณรุ่งจะไล่ป้าออก คุณรุ่งเธอขังคุณนิจไว้ใน ห้องเก็บของค่ะ...แต่นี่ไม่มีกุญแจ สงสัยว่าคุณรุ่งจะพาคุณนิจหนีไปจริงๆ"

    ไกรเปิดประตูห้องเก็บของเข้าไปถึงกับผงะ ทั้งอับทั้งเหม็น ฤกษ์เดินไปหยิบโซ่ขึ้นมา พอเห็นท่าทางอึกอักของป้าพริ้ง ทุกคนรู้ทันทีว่าโซ่เส้นนั้นไว้ล่ามคุณนิจ หลังจากค้นหาไปตามห้อง ไม่เห็นมีใครอยู่ ทันใดนั้น ได้ยินเสียงดังโครมมาจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนว่ารถชน ทุกคนรีบวิ่งออกไปดู ดารารุ่งจับตัวคุณนิจล็อกคอไว้ ซ่อนตัวอยู่หลังฉากถอนใจโล่งอก...

    พอ ฤกษ์ตกลงเรื่องค่าเสียหายที่ถูกรถอีกคันชนรถของเขาเรียบร้อย พวกเขากับไกรก็แยกย้ายกันกลับ ฤกษ์กับแม่พาป้าพริ้งมาพักอยู่กับฤกษ์ที่บ้านเช่าย่านธนบุรี ใกล้สำนักงานทนายความที่ฤกษ์ทำงานอยู่ ป้าพริ้งรอจนอยู่ลำพังกับฤกษ์ จึงถามว่าเขาคิดเหมือนตนไหมว่าดารารุ่งน่าจะยังอยู่ในบ้านหลังนั้น

    "ครับ...อีก สองสามวัน เดี๋ยวผมจะลองกลับไปดูอีกที" ฤกษ์รับปาก...

    ผ่านไปหลายคืน กว่าฤกษ์จะมีเวลาชวนป้าพริ้งกลับมาที่บ้านดารารุ่ง บ้านยังคงปิดไฟมืด หลังจากวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆแล้วทั้งฤกษ์และป้าพริ้งมีความเห็นตรงกันว่า ดารารุ่งยังคงอยู่ที่นี่ไม่ได้หนีไปไหน ป้าพริ้งเลยอยากรอที่นี่ ฤกษ์อาสาจะอยู่เป็นเพื่อน ระหว่างที่ป้าพริ้งกำลังไขกุญแจเปิดประตูรั้ว

    เมือง ใหญ่ขับรถมาจอดพอดี ป้าพริ้งแนะนำเมืองใหญ่ ให้รู้จักกับฤกษ์น้องชายของดารารุ่ง พอป้าพริ้งกับฤกษ์รู้ว่าดารารุ่งทำร้ายเมืองเล็กปางตายรีบพากันไปเยี่ยม

    ครู่ ต่อมา ป้าพริ้งเข้าไปเยี่ยมเมืองเล็กในห้องพักฟื้น ซึ่งเขายังนอนสลบไสลไม่ได้สติ ศักดิ์กายบอกป้าพริ้งว่า สัปดาห์หน้าเขาจะพาเมืองเล็กไปต่างประเทศเพื่อตัดปัญหา ส่วนฤกษ์กับเมืองใหญ่ยืนคุยกันอยู่หน้าห้อง ฤกษ์ดีใจเมื่อรู้ว่าเมืองใหญ่จะไม่เอาผิดกับดารารุ่งที่ทำร้ายเมืองเล็ก

    "ผม เกรงใจอาไกรแล้วก็สงสารคุณนิจ ไม่อย่างนั้นผมคงบุกเข้าไปเอาผิดกับคุณรุ่งนานแล้ว ผมรู้ว่าเธออยู่ในบ้านหลังนั้น คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างเธอ ไปไหนไม่ได้หรอก" เมืองใหญ่บอกอย่างมั่นใจ...

    ขณะเดียวกัน ดารารุ่งอาละวาดตาขวาง บอกกับคุณนิจว่าพวกที่มาบ้านเรา แค่อยากมาสมน้ำหน้าเราสองคน ไม่มีใครที่รักเราจริงสักคน ดารารุ่งน้ำตาคลอ แต่แล้วนึกถึงชาตรีขึ้นมายิ้มมีกำลังใจ

    "ใช่...ชาตรี...ชาตรีเห็นฉัน เป็นผู้มีพระคุณ"

    ดารารุ่งสับสนจนไม่รู้วันเวลา รีบไปที่ตลาดตามหาชาตรีทันที...

    ตลาดยามค่ำคืนแทบไม่มีผู้คน ดารารุ่งรีบเดินตามหา ชาตรีจนมาถึงร้านขายของชำ เจ้าของร้านเห็นดารารุ่งดีใจรีบวิ่งมาหาถามว่าคุณทิพย์ใช่ไหม ทีแรกดารารุ่งงง เจ้าของร้านเห็นเธอหน้านิ่วคิ้วขมวดคิดว่าทักคนผิด ดารารุ่งนึกได้ รีบบอกเจ้าของร้านว่าเธอชื่อคุณทิพย์ เจ้าของร้านหายเข้าไปในร้าน กลับออกมาพร้อมมงกุฎดอกไม้แห้ง บอกว่าชาตรีฝากมงกุฎดอกไม้ไว้ให้ ดารา
    รุ่งสงสัยว่าทำไมต้องฝาก

    "ก็ ชาตรีย้ายบ้านไปแล้วครับ คงไม่ได้มาที่นี่อีก มงกุฎดอกไม้เนี่ย ก็ฝากไว้ให้คุณทิพย์ตั้งหลายวันจนเหี่ยวแห้งหมดแล้ว"

    ดารารุ่งใจหาย น้ำตาซึมที่ชาตรีจากเธอไปอีกคน ละล่ำ ละลักถามเจ้าของร้านว่าบ้านของชาตรีอยู่ที่ไหน เจ้าของร้านเองไม่รู้ ดารารุ่งออกตามหาไปทั่ว เจอชาวบ้านเดินสวนมาก็ถามว่ารู้จักบ้านชาตรีไหม แต่ละคนส่ายหน้าไม่รู้จัก ดารารุ่งท่าทางหมดหวัง

    "เด็กดีของฉัน ถ้ามีโอกาส เราคงได้เจอกันอีกนะชาตรี" ดารารุ่งมองมงกุฎดอกไม้น้ำตาไหลพราก

    ooooooo

    ไกร ยังแวะเวียนมาบ้านดารารุ่งเป็นประจำ แต่บ้านก็ยังปิดเงียบราวกับไม่มีคนอยู่ มองเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนเดินกลับไปที่รถ ขับออกไปอย่างสิ้นหวัง ครู่ต่อมา ไกรไปเยี่ยมเมืองเล็กซึ่งยังคงนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว จึงได้รู้ว่าเมืองเล็กจะเดินทางไปต่างประเทศวันมะรืน ฟองจันทร์หน้าเศร้า

    "ใจ จริงฉันไม่อยากให้ตาเล็กไปเลยค่ะ แต่ถ้าลูกยังอยู่ที่นี่ก็เป็นห่วง กลัวคุณรุ่งจะทำร้ายตาเล็กอีก"

    "คุณรุ่ง...เธอยังไม่กลับมาเลย แล้วผมก็คิดว่า บางทีเธออาจจะไม่กลับ เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนที่เธอหนีผมไป" ไกรพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

    ศักดิ์ กายคาดว่าดารารุ่งคงตั้งใจจะพาคุณนิจหนีเมืองเล็ก เพราะรู้ดีว่าถ้าเขาหายดี  ต้องดิ้นรนไปหาคุณนิจแน่ๆ  วิธีนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน  เมืองใหญ่ฟังด้วยสีหน้า ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

    ooooooo

    รุ่งเช้า เมืองใหญ่ขับรถมาจอดหน้าบ้านดารารุ่ง เดินไปชะเง้อดูภายในบ้าน ทุกอย่างยังเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ หันหลังจะกลับ แต่ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นปรางเชย ยืนมองอยู่ ปรางเชยถามว่าหาอะไรอยู่ เมืองใหญ่จะมาหาคุณนิจ แต่เธอไม่อยู่ ย้อนถามปรางเชยว่ารู้ไหมคุณนิจไปไหน

    "ไม่รู้ ค่ะ นี่ปรางก็ตั้งใจมาหาคุณนิจเหมือนกัน"

    "งั้นพี่รบกวนปรางหน่อย วันมะรืนนายเล็กจะไปต่างประเทศ ไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับ ฝากปรางบอกคุณนิจด้วยว่านายเล็กรักเธอมาก ทันทีที่กลับมาได้ นายเล็กจะมาหาคุณนิจทันที"

    ปรางเชยรับคำแบบงงๆ ยังไม่ทันจะอ้าปากถามอะไร เมืองใหญ่เดินขึ้นรถขับออกไปแล้ว ปรางเชยเดินมาที่ประตูรั้วบ้านดารารุ่ง เห็นใส่กุญแจล็อกไว้ ทำท่าจะกลับ แต่ดารารุ่งตะโกนเรียกไว้ รอจนปลอดคน จึงเดินมาเปิดประตูรั้วให้ ปรางเชย สงสัยว่าทำไมต้องทำเหมือนไม่มีคนอยู่บ้าน

    "ฉันรำคาญพวกที่ชอบมา วุ่นวายกับชีวิตฉัน ขืนไม่ทำอย่างนี้อีกหน่อยพวกมันก็ยกโขยงมากันอีก"

    ดารา รุ่งเดินนำปรางเชยไปที่ห้องเก็บของ ปรางเชยเห็นคุณนิจถูกล่ามโซ่ไว้ที่ข้อเท้า ตกใจ ทำไมดารารุ่งต้องทำกับคุณนิจขนาดนี้ ดารารุ่งอ้างว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ คุณนิจก็จะวิ่งรี่ไปหาไอ้เมืองเล็กให้เธอได้อับอายขายหน้าอีก ปรางเชยยิ้มออก ชมดารารุ่งว่าทำถูกแล้ว

    ดารารุ่งพอใจที่ปรางเชยเห็น ว่าสิ่งที่เธอทำนั้นถูกต้อง บอกปรางเชยไปเก็บเสื้อผ้ามาอยู่ที่บ้านนี้เป็นเพื่อนคุณนิจ แล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี งับประตูห้องเก็บของตามหลัง หยิบแผ่นเสียงเพลงรักมาเปิด คว้ามงกุฎดอกไม้ที่ชาตรีให้ขึ้นมาเต้นรำ ประหนึ่งว่ามงกุฎคือคู่เต้นรำของเธอ...

    ด้านปรางเชยขยับเข้าไปใกล้ คุณนิจ เอื้อมมือมากอด คุณนิจขยะแขยงจะดิ้นหนี แต่ปรางเชยรั้งตัวไว้ บอกว่าเธอจะกลับไปเก็บเสื้อผ้ามาอยู่ที่นี่ด้วย คุณนิจขยับริมฝีปากพูด แต่ไม่มีเสียง ปรางเชยตกใจที่คุณนิจพูดไม่ได้ ถามว่าใครทำ คุณนิจตัวสั่นมองไปที่ประตูห้องสีหน้าหวาดกลัว

    ปรางเชยเดาออกทันที ว่าดารารุ่งเป็นคนทำ โผเข้ากอดคุณนิจด้วยความสงสาร คุณนิจขืนตัวผลักปรางเชยอย่างแรงจนล้ม ปรางเชยเปลี่ยนท่าทีเป็นแข็งกร้าว ดีใจที่คุณนิจพูดไม่ได้ จะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับใครอีกโดยเฉพาะเมืองเล็ก คุณนิจได้ยินชื่อเมืองเล็กหันขวับมามอง ปรางเชยหัวเราะเยาะเย้ย

    "วัน มะรืน คุณเล็กจะไปเมืองนอกค่ะ และคงไม่กลับมาอีก...เชื่อคุณรุ่งหรือยังคะว่าผู้ชายไม่เคยจริงจังกับใคร พอเชยชมสมใจแล้วมันก็ทิ้ง และคุณนิจก็เป็นหนึ่งในนั้น"

    คุณนิจน้ำตา ไหลพราก กรีดร้องแต่ไม่มีเสียง จะวิ่งออกไปก็ติดโซ่ ปรางเชยหัวเราะก้องลูบไล้ทั่วใบหน้าคุณนิจ บอกว่าจนวันตาย คุณนิจก็หนีไปหาเมืองเล็กไม่ได้ ต้องอยู่กับเธอและเป็นของเธอคนเดียว

    ooooooo

    หลาย ปีผ่านไป ฤกษ์ไม่ค่อยได้แวะมาที่บ้านดารารุ่ง เพราะมีงานต้องออกต่างจังหวัดบ่อย วันนี้มีโอกาสผ่านมาแถวนั้นเลยแวะมาดู บ้านดารารุ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรมราวกับไม่มีคนอยู่ ใบไม้แห้งหล่นเกลื่อนกลาด กุญแจประตูรั้วยังล็อกไว้อย่างเดิม

    "ตั้งหลายปีแล้ว...คุณรุ่งยัง ไม่พาคุณนิจกลับมาอีกหรือ" ฤกษ์เดินไปขึ้นรถ ขับออกไป ดารารุ่งแอบมองจากในบ้าน ไม่พอใจที่ฤกษ์ยังมาวุ่นวายกับเธออีก...

    ที่ บ้านของไกร ไกรมองสภาพเมามายของอรอนงค์อย่างเอือมระอา ตำหนิว่าทำตัวน่าสมเพชขึ้นทุกวัน หนูนาลูกสาวของไกรกับอรอนงค์โกรธมาก โทษว่าที่แม่เป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อมัวแต่เฝ้าฝันหาผู้หญิงที่ชื่อดารารุ่ง ตอนนี้เธอโตแล้ว จะไม่ยอมให้ดารารุ่งมาทำลายชีวิตแม่ ทำลายชีวิตครอบครัวของเธออีก

    ไกรพยายามจะอธิบายแต่หนูนาไม่ฟัง วิ่งหนีออกมาหน้าบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับฤกษ์ขับรถมาพอดี เหยียบเบรกได้ทัน หนูนาตกใจร้องลั่น ฤกษ์รีบวิ่งลงมาดู เพียงนาทีแรกที่สองหนุ่มสาวสบตากันเหมือนชะตาต้องกัน แต่พอหนูนารู้ว่าฤกษ์เป็นน้องชายของดารารุ่ง หน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นพ่อทักทายฤกษ์อย่างคนคุ้นเคย หนูนายิ่งไม่พอใจเดินหนี ไกรชวนฤกษ์เข้าไปคุยกันในบ้าน

    ฤกษ์เพิ่งแวะไปที่บ้านดารารุ่ง แต่บ้านยังคงปิดเงียบ เลยมาถามไกรว่าพอจะได้ข่าวดารารุ่งบ้างไหม ไกรไม่รู้ข่าวดารารุ่ง เลย เมืองใหญ่ก็ย้ายไปรับราชการที่ต่างจังหวัด เลยไม่รู้จะถามใคร ฤกษ์รับปากว่าจะพยายามตามหาดารารุ่งให้เจอ ถ้าได้ความคืบหน้าอย่างไร จะแจ้งให้ไกรทราบ...

    ด้านปรางเชยเฝ้ารอ เวลาให้คุณนิจใจอ่อน รับรักเธอตอบ แต่คุณนิจยังคงคิดถึงแต่เมืองเล็ก กำหอยสังข์สีขาวไว้ในมือตลอด ปรางเชยไม่พอใจมาก ตัดสินใจว่าวันนี้คุณนิจจะต้องเป็นของเธอ กระชากตัวคุณนิจเข้ามาระดมจูบไปทั่วตัว คุณนิจโกรธสุดขีด ผลักปรางเชยจนล้ม ขึ้นคร่อมบีบคอแน่น

    ปรางเชยดิ้นรนสุดชีวิตตาเหลือกลาน ร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีเสียง ดารารุ่งกำลังนั่งฟังเพลงอยู่ได้ยินเสียงโครมคราม วิ่งเข้าไปดูในห้องเก็บของ เห็นคุณนิจคลั่งบีบคอปรางเชย รีบเข้าไปกระชากคุณนิจออก คุณนิจตาขวาง จะกระโจนใส่ปรางเชยอีก ดารารุ่งผลักเธอล้ม ถามว่าเป็นบ้าอะไร

    "ปรางแค่บอกว่าคุณเล็กไม่กลับ มาแล้ว คุณนิจก็คลั่งค่ะ" ปรางเชยโกหกหน้าด้านๆ

    "แค่เรื่องผู้ชายแก ถึงกับคลั่งจะฆ่าเพื่อนหรือดารานิจ เมื่อไหร่จะเข้าใจซะทีว่ามันทิ้งแกไปแล้ว ไม่มีผู้ชายหน้าไหน หรอกที่มันรักแกจริง" ดารารุ่งตบตีคุณนิจอุตลุด

    คุณนิจได้แต่ปัดป้อง ปรางเชยเข้ามาห้าม ขอร้องดารารุ่งอย่าทำร้ายคุณนิจอีก ดารารุ่งกำชับคุณนิจว่าห้ามคิดถึงเมืองเล็กอีก ไม่อย่างนั้นเธอจะฆ่าคุณนิจ แล้วหันไปบอกปรางเชยว่า ถ้าโดนคุณนิจทำร้ายอีก โต้ตอบได้เลย

    ปรางเชย รอจนดารารุ่งเดินลับสายตา กระซิบบอกคุณนิจ

    "นับตั้งแต่วันนี้ ชีวิตของคุณนิจเป็นของปรางค่ะ" ปรางเชยลูบไล้ใบหน้าคุณนิจอย่างย่ามใจ

    ooooooo

    หลัง จากผ่านมาหลายปี ในที่สุดเมืองเล็กก็ฟื้นและเดินทางกลับเมืองไทย  ทั้งๆที่ยังไม่หายดี ทันทีที่กลับถึงบ้าน เมืองเล็กหาเรื่องใส่ตัวอีกจนได้ ขอร้องเมืองใหญ่   ซึ่งขอย้ายกลับมารับราชการที่เดิมพาไปหาคุณนิจ ครู่ต่อมา  เมืองใหญ่ประคองเมืองเล็กมายืนหน้าบ้านดารารุ่ง เมืองเล็กตรงไปเกาะรั้วแบบที่เคยทำ

    เมืองใหญ่บอกเสียงเศร้าว่าคุณ นิจไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เมืองเล็กเชื่อว่าคุณนิจยังรอเขาอยู่ในบ้านหลังนี้ พูดเสร็จทำท่าจะปีนรั้ว ดารารุ่งเดินมาแอบมองเห็นเมืองเล็กก็ตกใจ เมืองใหญ่รีบเข้าไปห้าม เมืองเล็กดื้อจะปีนเข้าไปให้ได้ แต่เสียหลักหล่นลงมา ขาเจ็บร้องโอดโอยลั่น ดารารุ่งแอบหัวเราะสะใจ...

    ทาง ฝ่ายคุณนิจอาละวาดอย่างหนักจะหนีออกจากห้องเก็บของ เมื่อรู้จากดารารุ่งว่าเมืองเล็กกลับมา ปรางเชยกับดารารุ่งพยายามจะจับตัวไว้ คุณนิจกัดไม่เลือก ถูกมือดารารุ่งอย่างจัง เป็นแผลเหวอะหวะเลือดหยดถึงกับร้องลั่นเงื้อมือจะตบ แต่พอเห็นสีหน้าตกตะลึงของคุณนิจ เลยค้างไว้

    "ครั้งนี้พี่จะถือว่า คุณนิจไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้ามีครั้งหน้า... คุณนิจจะไม่มีฟันมากัดอีก"

    ดารา รุ่งผลักหน้าคุณนิจอย่างแรง เดินออกจากห้อง ปรางเชยรีบเดินตาม ดารารุ่งปิดประตูห้องเก็บของ ล็อกกุญแจ สั่งปรางเชยเฝ้าคุณนิจไว้ดีๆ อย่าให้หนีออกไปหาเมืองเล็ก ส่วนเธอจะไปหาหมอ...

    ครู่ต่อมา ที่โรงหมอ ชาตรีกับพยาบาลช่วยกันใส่เฝือกให้เมืองเล็ก ซึ่งถามอย่างหงุดหงิดว่าจะเดินได้เมื่อไหร่ ชาตรีคิดว่าไม่ถึงเดือนก็น่าจะเดินได้คล่อง เมืองเล็กบ่นอุบว่าทำไมนานนัก เร็วกว่านี้ไม่ได้หรือ

    "หยุดโวยวายได้แล้วนายเล็ก ไม่งั้นพี่จะพาเราไปโรงพยาบาลประสาทแทนกลับบ้าน"

    เมืองใหญ่ดุเสียง เขียว เมืองเล็กก็หยุดบ่น จากนั้นเมืองใหญ่เข็นรถเข็นให้เมืองเล็ก โดยมีชาตรีตามมาช่วยประคองขึ้นรถ เมืองใหญ่จะให้เงินตอบแทนที่ช่วยเหลือ ชาตรีไม่รับเงิน อ้างว่าทำตามหน้าที่

    "น้องชายเป็นคนดีมาก ยินดีที่ได้รู้จักนะ พี่เมืองใหญ่ แล้วนี่ก็พี่เมืองเล็ก บุรีราชกรม"

    "ผม ชาตรีครับ ชาตรี ชาญบุรี...ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ"

    ชาตรีเข็นรถเข็น กลับ คลาดกับดารารุ่งที่เพิ่งเลี้ยวรถเข้ามาจอดอย่างฉิวเฉียด สองพี่น้องชะงัก เห็นดารารุ่งก้าวลงจากรถ ที่มือมีผ้าพันแผลเลือดซึม เมืองเล็กฮึดฮัดจะลุกขึ้น แต่เมืองใหญ่ คว้าตัวไว้ ดารารุ่งยิ้มหยันด่าเมืองเล็กว่าขาเป๋แล้วยังไม่เจียม เมืองเล็กไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วย  ถามว่าพาคุณนิจไปอยู่ที่ไหน

    "อยู่ ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีแก" ดารารุ่งสะบัดหน้า เดินอย่างหงุดหงิดเข้าไปในห้องพยาบาล และยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นที่โดนพยาบาลซักว่าไปโดนอะไรกัดมา

    "เรื่อง ของฉัน รีบๆทำแผลเร็วเข้า...ฉันจะรีบไป"

    พยาบาลก้มหน้าก้มตาทำแผลให้ ดารารุ่งอย่างรวดเร็ว ทำแผลเสร็จดารารุ่งเดินหน้าเชิดออกไป ชาตรีเข้ามาเห็นพยาบาลหน้างอ ถามว่าเป็นอะไรไป พยาบาลบ่นว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้หน้าตาก็สวย แต่พูดจาห้วนๆไม่มีมารยาท ชาตรีมองตาม เห็นด้านหลังดารารุ่งที่เดินไปไกลแล้ว ทักขึ้นว่าเหมือนคนรู้จัก

    "รู้จักด้วยหรือ เขาเป็นถึงหม่อมหลวงนะ...หม่อมหลวง ดารารุ่ง ราชศักดิ์มนตรีธรรม"

    "งั้น...ผม ไม่รู้จักหรอกครับ" น้ำเสียงชาตรีผิดหวังเล็กน้อย...ตกเย็น ชาตรีเล่าให้แม่ฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า วันนี้เขาเจอผู้หญิงคนหนึ่งคล้ายคุณทิพย์มากเลย แต่เสียดายที่ไม่ใช่ คุณรัตน์บ่นว่าป่านนี้แล้ว ยังไม่มีโอกาสได้เจอคุณทิพย์สักที ชาตรีเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งเราสองคนต้องได้เจอคุณทิพย์แน่...

    ขณะ เดียวกัน   ที่บ้านบุรีราชกรม   ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร เมืองเล็กยังเชื่อว่าคุณนิจอยู่ในบ้านหลังนั้น  ไม่ได้ไปไหน แล้วถามเมืองใหญ่ว่าไม่ห่วงคุณนิจบ้างหรือที่ต้องอยู่กับคนบ้าโรคจิตอย่าง ดารารุ่ง เมืองใหญ่ห่วงคุณนิจไม่แพ้เขา แต่ถ้าเราบุกเข้าไปในบ้านนั้น ผู้คนคงตราหน้าทันทีว่าคุณนิจถูกหยามเกียรติ

    "ผมรู้ว่าผมทำอะไร ส่วนใครจะคิดยังไงก็ช่าง ผมไม่สนใจ"

    "แต่เล็กต้องสนใจ เพราะถ้าเล็กจะรักใครสักคน เล็กต้องรักเกียรติยศศักดิ์ศรีของเขาด้วย ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง เพราะถ้าพี่เป็นดารารุ่ง พี่คงไม่ชอบใจแน่ที่มี ผู้ชายเข้าไปฉุดคร่าน้องสาว  ถึงแม้น้องสาวพี่จะมีใจให้เขาก็ตามทีเถอะ ถ้าเล็กรักคุณนิจจริง เล็กต้องเอาชนะใจคุณรุ่งให้ได้"

    เมืองเล็กได้ฟังแล้วถอนใจ กลัดกลุ้ม...

    ด้านไกรแสดงออกให้อรอนงค์รู้อย่างชัดแจ้งว่าเขายังรัก และอาลัยอาวรณ์ดารารุ่งไม่เสื่อมคลาย นั่งวาดรูปดารารุ่งกับดอกลั่นทมอย่างสบายอารมณ์ อรอนงค์ทนไม่ได้ตรงเข้ามากระชากรูปวาดไป ไกรผลักเธอออก แล้วแย่งรูปคืนด้วยความหวงแหน

    "อย่าทำอย่างนี้อีก ไม่อย่างนั้น พี่จะหย่าขาดจากเธอ"

    อรอนงค์ร้องกรี๊ดๆเข้ามาทำร้ายไกร แต่ไกรยกมือกันไว้ แล้วเดินหนี อรอนงค์ร้องไห้โฮ เดินมารินเหล้ากรอกใส่ปาก หนูนาวิ่งเข้ามาห้าม อรอนงค์ร้องด้วยความแค้นว่าเกลียดนังดารารุ่งมาก หนูนาเตือนแม่ว่าทำอย่างนี้คิดว่าจะชนะดารารุ่งได้หรือ คนที่แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ คือคนที่แพ้ต่างหาก อรอนงค์ชะงัก

    "คุณแม่เจ็บ หนูนาก็เจ็บด้วย และหนูนาก็จะไม่ปล่อยให้เราต้องเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียว คุณดารารุ่งจะต้องเป็นฝ่ายเจ็บปวดบ้าง"

    หนูนาคิดแก้แค้นแทนแม่ แอบเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ แต่ต้องสะดุดตากับรูปวาดผู้หญิงกับดอกลั่นทมที่พ่อวาดค้างไว้ พอเดาออกว่าผู้หญิงในภาพน่าจะเป็นดารารุ่ง หันไปค้นหาอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ บังเอิญมือไปปัดเข้ากับกรอบรูปถ่ายของพ่อบนโต๊ะทำงานหล่นพื้น

    เธอหยิบขึ้นมาดู เห็นด้านหลังกรอบรูปมีดอกลั่นทมแห้งซ่อนอยู่ เธอมองดอกลั่นทมดอกนั้นสลับกับรูปวาดผู้หญิงแล้วพลิกดูเห็นหลังรูปเขียนว่า "ถนนเฟื่องนคร" จังหวะนั้นมีเสียงดังขึ้นที่ประตูห้อง หนูนารีบเก็บรูปวางไว้อย่างเดิมก่อนที่ไกรจะเดินเข้ามา ถามลูกว่ามาทำอะไรในนี้

    "มารอคุณพ่อน่ะค่ะ...หนูนามีเรื่องอยากจะคุยกับคุณพ่อ" หนูนารีบกลบเกลื่อน

    ไกรแปลกใจว่าลูกมีเรื่องอะไรจะคุยด้วย หนูนาเข้ามาออดอ้อนขอร้องพ่อลืมดารารุ่ง และทำดีกับแม่ ให้แม่ได้ชื่นใจบ้าง ไกรรับปากส่งๆเพื่อให้ลูกสบายใจ แต่หนูนามองออกว่าพ่อไม่มีทางลืมดารารุ่ง เธอยิ่งเกลียดผู้หญิงคนนี้มากขึ้น

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ หนูนาเดินหาบ้านดารารุ่งตั้งแต่หัวถนนเฟื่องนคร ถามผู้คนแถวนั้นไปทีละบ้านอย่างไม่ย่อท้อ จนสะดุดตากับบ้านหลังหนึ่งที่มีต้นลั่นทมปลูกอยู่เต็มไปหมด เธอเดินมาเกาะรั้ว มองเข้าไปในบ้านสภาพของบ้านดูทรุดโทรม ร้างผู้คน

    "บ้านเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่ทำไมต้นลั่นทมยังดูสวยอยู่เลย" ขณะหนูนากำลังมองสำรวจบริเวณบ้าน เจอฤกษ์ซึ่งแวะมาที่นั่นพอดี ฤกษ์แปลกใจเมื่อรู้ว่าหนูนามาหาดารารุ่ง

    "คุณรุ่งไม่ได้อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วครับ...ประทานโทษ คุณหนูนามีธุระอะไรกับคุณรุ่งหรือครับ"

    "คงไม่เหมาะที่หนูนาจะพูดเรื่องนี้กับคนอื่น ยังไงถ้าเจอ ฝากบอกคุณรุ่งด้วยว่า ทักษิณา ลูกสาวของคุณไกรกับคุณอรอนงค์ การุณพินิจ มาหา...ขอตัวค่ะ" หนูนาไม่ปักใจเชื่อว่าบ้านนี้ไม่มีใครอยู่ ทำเป็นเดินเลี่ยงกลับไป รอจนฤกษ์ขึ้นรถขับออกไป เธอรีบวิ่งกลับมาเกาะรั้วชะเง้อมองเข้ามาอีก

    ทางด้านปรางเชยกำลังกวาดบ้าน เห็นใครก็ไม่รู้มาด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านหน้าตาไม่คุ้น บอกดารารุ่งว่าจะไปสอบถามให้ไหม

    "ไม่ต้อง ต่อไปนี้...บ้านหลังนี้เปิดต้อนรับคนตลอด ใครที่มันสอดรู้สอดเห็น ปล่อยให้มันเข้ามา"

    ดารารุ่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ท่าทางไม่กริ่งเกรงอะไรอีก...

    ด้านหนูนาตั้งใจว่าวันนี้ต้องเจอดารารุ่งให้ได้ ลองขยับประตูรั้ว ปรากฏว่าไม่ได้ใส่กลอน ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา เดินสำรวจรอบๆบ้าน พลางตะโกนถามว่ามีใครอยู่ไหม ไม่มีเสียงตอบ เธอยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนผลักประตูบ้าน มันเปิดออกอย่างง่ายดายราวกับมีคนเปิดรอไว้ หนูนาไม่รอช้าเดินเข้าไปด้านใน  ร้องถามอีกว่ามีใครอยู่บ้างไหม  คุณนิจได้ยินเสียง

    ลุกพรวดขึ้น เสียงโซ่ดังตามแรงลากของเธอ

    หนูนาได้ยินเสียงโซ่ ขนลุกซู่ ทำท่าสยอง แข็งใจเดินต่อ ทันใดนั้น ประตูบ้านปิดดังปัง หนูนาร้องเสียงหลง หันกลับมามองเห็นประตูปิดสนิท ชักใจไม่ดี เดินกลับไปที่ประตูจะเปิดออก ดารารุ่งโผล่มายืนด้านหลัง กระชากไหล่หนูนาอย่างแรง หนูนาตกใจร้องกรี๊ดๆคิดว่าเจอผี แต่พอเห็นหน้าชัดๆ ร้องทักว่า

    "คุณเป็นคนไม่ใช่ผี...คุณดารารุ่ง...ฉันชื่อทักษิณา เป็นลูกของคุณไกรกับคุณอรอนงค์"

    พอดารารุ่งจำได้ว่าเป็นลูกใคร ตรงเข้ามาบีบคอทันที หนูนาพยายามดิ้นรนแต่สู้แรงบ้าของดารารุ่งไม่ไหว หมดสติไป ปรางเชยวิ่งเข้ามาห้าม แต่ดารารุ่งออกแรงบีบอีก ปรางเชยต้องกระชากมือเธอออก ร่างหนูนาทรุดลงกองกับพื้น นอนแน่นิ่ง ดารารุ่งโมโห ตบหน้าปรางเชยฉาดใหญ่ฐานมายุ่งเรื่องของเธอ

    "ปรางไม่อยากให้เรื่องราวมันใหญ่โต ถ้าผู้หญิงคนนี้ เป็นอะไรไป พวกตำรวจต้องแห่กันมาแน่ และทุกคนก็จะรู้เรื่องคุณนิจ"

    ดารารุ่งได้สติ สั่งปรางเชยรีบพาลูกนังอรอนงค์ออกจากบ้านของเธอให้เร็วที่สุด ปรางเชยรับคำ รีบประคองหนูนาออกไปทันที ดารารุ่งมองตามตาขวาง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:03 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์