นิยายไทยรัฐ

ข่าว

สาปดอกสร้อย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะที่แม่แสงกำลังคุยกับผิน นวลและปันเรื่องวางแผนจะจับผีกะ ดอกสร้อยยังคงเอาลูกประคบนาบไปตามร่างกายของไกรเพื่อรักษาอาการป่วย ระหว่างนั้น เขายังพยายามขอร้องให้เธอล้มเลิกความตั้งใจจะ

ผูกข้อมือกับไผ่ โดยเขาจะยื่นข้อเสนอให้ไผ่ปล่อยเธอเป็นอิสระ จะแลกเงินแลกทองเท่าไรก็ยอม

“พี่ไผ่ไม่ใช่คนตะกละเงินทอง พี่ไผ่รักสร้อยด้วยใจ พี่จำคำที่เคยสอนใจสร้อยได้หรือไม่...พี่สอนสร้อยให้รักผู้ที่ใส่ใจ พี่ไผ่รักแลอาทรสร้อยตอนขาดแม่ มองหน้าแลหลังก็มีแต่พี่ไผ่ที่รักแลมีห่วงใยสร้อย มันถึงเพลาที่สร้อยต้องแทนคุณให้คนที่ทุ่มใจให้สร้อย”

“แล้วจะให้พี่ไปทางใด พี่ถึงจะได้ใจสร้อยคืน”

“พี่ไกร...สร้อยรักษาได้แค่แผลกาย แผลหัวใจข้างในพี่ต้องคลายเอง”

ไกรน้ำตาตกที่มิอาจยื้อดอกสร้อยไว้ได้ เธอเองก็เสียใจไม่แพ้เขาเช่นกัน ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าไผ่แอบฟังอยู่หน้าห้อง พอใจที่เธอเลือกเขาแล้วเดินยิ้มออกไป ดอกสร้อยประคบสมุนไพรให้ไกรครบถ้วนก็เก็บลูกประคบใส่พาน บอกให้เขานอนหลับพักผ่อน เธอจะออกไปก่อน เขาอยากจะหลับไปเลยไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก เธอขอร้องอย่าพูดแบบนี้ ไกรขอให้เธอยิ้มให้อีกสักครั้งก่อนไปเพื่อจะได้จำรอยยิ้มนี้ไว้ ดอกสร้อยยิ้มให้เขาทั้งที่น้ำตาท่วมใจ

“พี่หลับลงแล้ว พี่ขอจำภาพนี้ชั่วฟ้าสลาย” ไกรยิ้มตอบแล้วหลับตาลงอย่างมีความสุข ดอกสร้อยสะเทือนใจมาก แต่ต้องกลั้นน้ำตาไว้ รีบออกจากห้องกลัวน้ำตาจะไหลออกมาเสียก่อน...

ขณะที่ไกรยังทำใจไม่ได้กับรักที่ต้องพลัดพราก ศรีออนชวนเอื้องคำมาที่น้ำตกใกล้กับหมู่บ้านผาหมอก เนื่องจากได้ข่าวว่ามีหมอผีต่างถิ่นไล่ผีที่สิงบัวศรี จากร่างกายที่เคยพิกลพิการให้กลับมาเดินได้อีกครั้งมาพักค้างแรมอยู่แถวนี้ เอื้องคำกวาดตามองหาแต่ไม่เจอใคร มีเพียงกองไฟที่ยังมีควันกรุ่นอยู่

จังหวะนั้นไอ้ใบ้โผล่หน้าเข้ามาแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก ศรีออนตกใจร้องลั่นว่าผี เอื้องคำหันไปเห็นเขาก็ถามว่ารู้จักพรานหมอไหม ไอ้ใบ้นึกสนุก ชี้ที่ตัวเองพร้อมกับส่งเสียงเป็นทำนองว่าตัวเองนี่แหละเป็นพรานหมอปราบผี สองสาวผิดหวังเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใบ้โดยเฉพาะศรีออนถึงกับออกปากว่าหน้าตาก็ดีไม่น่าเป็นใบ้เลย ไอ้ใบ้ไม่พอใจ ทำมือทำไม้ไล่ตะเพิดทั้งคู่กลับไป เอื้องคำหันไปด่าศรีออนที่ปากเสียแล้วหันกลับมาชื่นชมไอ้ใบ้

“พ่อพรานรูปงาม หมู่บ้านข้ามีผีกะ เอ็งชวยบอกวิธีจับผีกะให้ข้า ข้ามีเงินมีเนื้อย่างให้เอ็ง”

กลิ่นเนื้อย่างโชยเข้าจมูกทำให้ไอ้ใบ้น้ำลายสออยากกิน จึงโกหกว่าจะสอนวิธีจับผีกะให้ แล้วเดินไปหยิบกระบอกไม้ไผ่ยาวแค่ศอกมีพริกป่นอยู่ในนั้นยื่นให้ พลางส่งเสียงแบ๊ะๆ ศรีออนแปลให้เสร็จสรรพว่านี่เป็นพริกปลุกเสกเอาไปเป่าใส่หน้าใครที่เลี้ยงผีกะ มันคนนั้นจะร้องและวิ่งหนีไป เขาตบมือให้เธอที่แปลภาษาใบ้ของเขาได้ถูกต้อง เอื้องคำแดกดันเธอฟังรู้เรื่องแบบนี้สงสัยจะเป็นเนื้อคู่กับเขา

“ก็อยากอยู่นะ มีดีทุกอย่าง เสียที่เป็นใบ้”

ไอ้ใบ้ไม่พอใจจะเอากระบอกไม้ไผ่คืน แต่เอื้องคำแย่งเอาไปเสียก่อนแล้วยื่นเงินกับเนื้อย่างให้เขาแทน

ooooooo

ไม่ได้มีแต่เอื้องคำกับศรีออนเท่านั้นที่พยายามหาวิธีจับผีกะ ผินซึ่งอยู่ที่เรือนของแม่แสงที่ปากน้ำโพก็หาวิธีจับผีกะอยู่เช่นกันโดยเล่าให้ปันและนวลฟังว่าพ่อเฒ่าของเขาเล่าว่าจะจับผีกะต้องใช้ผ้าเตียวนึ่ง คือผ้าที่ใช้ยารอยต่อหม้อนึ่งกับไหข้าว

“เขาเชื่อกันว่าหม้อข้าวมีเทวดาคุ้มครอง หากเอาผ้าเตียวนึ่งไปผูกคอคนที่ถูกผีกะสิงร่าง ผีกะจะพ่ายแพ้แต่เทวดา ผีกะก็ออกจากร่าง” ผินเล่าจบ หยิบผ้าเตียวนึ่งขึ้นมาให้ทั้งคู่ดู จากนั้นทั้งสามคนไปดักรอการมาถึงของดอกสร้อย ครั้งนี้ปันรับหน้าที่เป็นคนคล้องผ้าโดยมีผินกับนวลคอยดูต้นทางให้ พอเป้าหมายมาถึงนวลส่งสัญญาณให้ปันที่ค่อยๆย่องมาจากด้านหลังจะเอาผ้าเตียวนึ่งคล้องคอแต่ดอกสร้อยหันไปเห็นเสียก่อน ปันไม่กล้าคล้องปล่อยให้เธอรอดเงื้อมมือไปได้ ผินกับนวลเข้ามาเขกหัวเขาฐานไม่ยอมทำตามแผน

นวลอาสาจะจัดการให้เองแล้วคว้าผ้าเตียวนึ่งออกไป โดยมีผินและปันเดินตาม เปรื่องอยู่อีกมุมหนึ่งได้ยินทั้งสามคนคุยกันเรื่องที่สงสัยว่าดอกสร้อยเป็นผีกะก็อดเป็นกังวลแทนเธอไม่ได้...

ในระหว่างที่ดอกสร้อยรอดจากถูกคล้องผ้าเตียวนึ่งมาได้หวุดหวิด เอื้องคำกับศรีออนซึ่งอยู่ที่หมู่บ้านผาหมอก นำพริกปลุกเสกเอาไปลองใช้กับฟองจันทร์ซึ่งกำลังฟ้อนรำอยู่คนเดียว เธอโดนพริกเสกของไอ้ใบ้เข้าไปเต็มตาถึงกับร้องลั่น รีบวิ่งไปหาน้ำล้าง เอื้องคำกับศรีออนคิดว่าเธอเป็นผีกะถึงได้ร้องโหยหวนแบบนี้ รีบวิ่งไล่

ฟองจันทร์วิ่งมาถึงตุ่มน้ำรีบวักน้ำล้างหน้าล้างตา เอื้องคำวิ่งตามมาพร้อมกับศรีออนสั่งให้ฝ่ายหลังเอาเชือกมัดฟองจันทร์จะจับไปให้ผู้ใหญ่สักเผาไฟ เธอโวยวายลั่นว่าคิดจะทำอะไร

“ก็จับผีกะน่ะสิ ผีกะสิงเอ็ง เอ็งถึงร้อนเร่าวิ่งหนี”

“ถ้าข้าเป็นผีกะ ผีกะก็จะออกมาฆ่าพวกเอ็งไม่ปล่อยให้ยืนเห่าอยู่ตรงนี้หรอก” ฟองจันทร์พูดจบ

แย่งกระบอกไม้ไผ่ไป “ไอ้พริกนี่ใช้จับผีกะ พวกเอ็งนั่นแหละที่เลี้ยงผีกะ” ขาดคำเธอเอาพริกป่นเป่าใส่เอื้องคำและศรีออนจนร้องลั่นแสบตาไปหมด เอื้องคำจะตักน้ำล้างหน้า ฟองจันทร์แกล้งเอาขันไปซ่อน ศรีออนไม่รอขัน เอาหัวจุ่มลงในตุ่ม เอื้องคำดึงตัวเธอออกไล่ให้ไปล้างที่อื่น ศรีออนปวดแสบปวดร้อนร้องลั่น ไอ้ใบ้มาคว้ามือเธอพาไปล้างน้ำอีกมุมหนึ่งของหมู่บ้าน พอสายตาเริ่มมองชัดเธอขอบใจเขามากที่ช่วยเอาไว้

ไอ้ใบ้อยากรู้ว่าศรีออนจับผีกะได้บ้างไหม เธอยังจับไม่ได้สักตัว ลองมาเกือบหมดหมู่บ้านแล้ว จะเหลือก็แต่ซอมพอ เขาได้ยินชื่อนี้ก็เป็นห่วง รีบผละจากไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของศรีออนที่ให้กลับมาก่อน

ooooooo

นวลลอบตามดอกสร้อยมาถึงเรือนครัวโดยมีผินกับปันซุ่มดูอยู่ใกล้ๆ รอจังหวะที่ดอกสร้อยจะเดินออกมาจะได้เอาผ้าเตียวนึ่งคล้องคอแต่ถูกเปรื่องคว้าผ้าผืนนั้นไว้เสียก่อน นวลขอร้องให้คืนแต่เขาไม่ให้

“พวกน้าๆคิดว่าดอกสร้อยโดนผีกะสิง...พวกเขาใช้ผ้าเตียวนึ่งคล้องจับผีกะจ้ะสร้อย”

ดอกสร้อยตกใจรีบบอกว่าตนไม่ได้โดนผีกะสิงพวกเขาเข้าใจผิด แล้วขอตัวกลับห้องพัก ผินแย่งผ้าไปจากมือเปรื่อง เอาไปคล้องคอดอกสร้อยทางด้านหลังจนได้ แต่เธอกลับหันมายิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะส่งผ้าเตียวนึ่งคืนให้ ผิน ปันและนวลต่างอึ้งที่เธอไม่เป็นอะไร เปรื่องขอร้องทั้งสามคนให้เลิกรังควานเธอสักที...

ครั้นกลับถึงห้องพักดอกสร้อยรีบส่องกระจกดูมีรอยไหม้บริเวณคอตรงจุดที่โดนกับผ้าเตียวนึ่ง ตอนที่เธอถูกผ้าคล้องคอปวดแสบปวดร้อนแทบทนไม่ไหว แต่ต้องฝืนหันกลับไปยิ้มให้ผินกับพวกเพื่อไม่ให้ถูกสงสัยว่าเป็นผีกะ พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ดอกสร้อยตกใจรีบคว้าผ้ามาปิดทับรอยไหม้ที่คอก่อนจะเปิดประตูรับ ไผ่จะมาบอกว่าบ่าวไพร่ที่นี่พากันสงสัยว่าเธอเลี้ยงผีกะ ในเมื่อพวกนี้คอยใส่ร้ายเธอ เราควรไปจากที่นี่จะดีกว่า

“สร้อยเป็นห่วงขุนไกร...”

“สร้อยคอยดูแลยิ่งทำให้ขุนไกรผูกพัน เราไปเสียตอนนี้ก่อนขุนไกรจะช้ำหนัก เชื่อพี่เถอะ อย่ายื้ออีกเลย”

ดอกสร้อยยอมตามที่ไผ่แนะนำ แต่ขอไปลาไกรก่อน เขาร้องห้ามไว้ขืนไปล่ำลายิ่งทำให้ไกรทำใจไม่ได้ สู้หลบหน้าไปเลยจะดีกว่า เธอนิ่งคิดไปอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านผาหมอก...

ทางฝ่ายไกรคิดจะตัดช่องน้อยแต่พอตัว ในเมื่อหญิงคนรักต้องตกเป็นของคนอื่น ขอตายดีกว่าแล้วค่อยๆทิ้งตัวลงจากเตียง ฝืนสังขารคลานไปคว้าดาบจะแทงตัวตาย แต่เปรื่องมาเจอเสียก่อน แย่งดาบโยนทิ้ง แล้วกล่อมให้เขาล้มเลิกความคิดนี้ ดอกสร้อยรักเขามากจนยอมสละความสุขเพื่อให้เขามีชีวิตต่อไป หากเขารักเธอจริงก็ไม่ควรจะทำลายชีวิตที่เธอรัก ในที่สุดไกรก็ได้คิด ยอมล้มเลิกการฆ่าตัวตาย...

แม้การคล้องผ้าเตียวนึ่งจะไม่ทำให้ดอกสร้อยร้องสักแอะ แต่สภาพของผ้าผืนนั้นที่มีร่องรอยไหม้ ค้างคาใจผินไม่หาย ยิ่งได้รู้ว่าดอกสร้อยกับไผ่จะกลับบ้านผาหมอกโดยไม่ล่ำลาใคร สังหรณ์ใจว่าเธอต้องใช่ผีกะ จึงชวนปันและนวลตามไปรั้งตัวทั้งคู่เอาไว้ อ้างว่าเกิดมายังไม่เคยดูฟ้อนของสาวเหนือ ถ้าเธอยอมฟ้อนให้พวกตนกับแม่แสงและบ่าวไพร่ในเรือนดูคงคลายทุกข์เรื่องที่ไกรเจ็บหนักลงได้ ดอกสร้อยลังเล

“ฉันมาตัวเปล่า มิมีชุดฟ้อนแลเครื่องประดับ”

ผินอาสาจะจัดหาให้ ไม่ไกลจากเรือนมีพรรคพวกจากเขลางค์นครพักอาศัยอยู่ มีทั้งเครื่องดนตรีและมีซิ่นให้เธอด้วย ดอกสร้อยรับคำจะฟ้อนให้ดู แต่เขาต้องช่วยจัดหาดอกกาสะลองให้ด้วย ผิน ปันและนวลต่างดีใจมากที่เธออยู่ต่อ จะได้พิสูจน์ให้เห็นกันไปเลยว่าเธอใช่ผีกะหรือไม่ ผิดกับไผ่ที่ดูจะไม่ค่อยพอใจนัก

ooooooo

ไอ้ใบ้กลัวซอมพอจะโดนศรีออนกับเอื้องคำเป่าพริกใส่ รีบไปเตือนด้วยความหวังดี ผากับม่อนมาเห็นเข้าคิดว่าเขาจะทำร้ายเธอ รีบไล่เธอกลับเรือน แล้วคาดคั้นไอ้ใบ้เหตุใดถึงคิดจะเนรคุณซอมพอที่เคยช่วยเขาเอาไว้ ไอ้ใบ้อธิบายด้วยภาษาใบ้จนทั้งคู่รู้แจ้งว่าเขาไม่ได้จะทำร้ายซอมพอแต่มาเตือนเรื่องจะถูกเป่าพริกใส่

ผาซักอีกว่าใครกันที่เล่นพิเรนทร์ ไอ้ใบ้เห็นเอื้องคำกับศรีออนถือถ้วยใส่พริกเดินผ่านไปรีบชี้ทันที ฝ่ายสองสาวเห็นซอมพอเดินอยู่ข้างหน้าเร่งฝีเท้าตามจนทันจะเอาพริกเป่าหน้า แต่ฟองจันทร์ถือไม้ท่อนยาวมาขวางไว้

“พวกเอ็งหยุดนะ ข้าคิดไว้แล้วเชียว พวกเอ็งต้องรังควานลูกข้า”

“ในหมู่บ้านเหลือลูกสาวเอ็งคนเดียว นังซอมพอเลี้ยงผีกะ” ศรีออนเสียงกร้าว ซอมพอปฏิเสธว่าไม่ได้เลี้ยง สองสาวไม่เชื่อถ้าเป็นอย่างปากว่าก็ต้องให้พวกตนเป่าพริกใส่ ถ้าผีกะไม่ได้สิงร่างเธอก็ไม่ต้องวิ่งหนี ฟองจันทร์ด่าสวนทันทีว่านังโง่ พริกเข้าตาใครก็ต้อง

วิ่งหนีกันทุกคน แล้วขู่ถ้าขืนยุ่งกับลูกสาวของตนจะเอาไม้ฟาดหัวแตก

เอื้องคำทำทีเรียกศรีออนกลับ แต่พอซอมพอเผลอสองสาวพยักพเยิดให้กันแล้วหันกลับมาเป่าพริกใส่

ผาวิ่งมาขวางไว้ทันรับพริกเข้าไปเต็มๆ ปวดแสบปวดร้อนร้องลั่น ม่อนต้องพาไปล้างน้ำ ไอ้ใบ้ปรี่เข้ามาช่วยปัดพริกออกจากตัวซอมพอ ขณะที่ฟองจันทร์เอาไม้ไล่ตะเพิดสองนายบ่าวเปิดเปิง แต่พอหันไปเห็นไอ้ใบ้พันพัวอยู่ใกล้ๆลูกสาวจัดแจงเอาไม้ฟาดหัว ซอมพอต้องห้ามแม่ไว้ บอกว่าเขามาช่วยไม่ได้จะมาทำร้าย

“ลูกอย่าไปไว้ใจมันมันบ้าใบ้น่าสมเพช...ไอ้ใบ้เอ็งอย่ามายุ่งกับลูกสาวข้าอีก” ขู่เสร็จฟองจันทร์พาซอมพอกลับเรือน ไอ้ใบ้ได้แต่มองตามตาละห้อย...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดอกสร้อยกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเงาในห้องพักภายในเรือนของแม่แสง หยิบช่อดอกกาสะลองมาประดับผม เห็นรอยไหม้ที่คอตัวเองก็กังวลใจมากกลัวถูกผินกับพวกสงสัย ทันใดนั้นผีกะปรากฏตัวซ้อนอยู่ด้านหลัง แลบลิ้นเลียรอบคอรวมทั้งหน้าตาให้เธอด้วย เธอกลัวมากไม่กล้ามองรีบหลับตา...

อีกมุมหนึ่งที่ลานกลางเรือน เปรื่องประคองไกรมานั่ง ท่านขุนหนุ่มแปลกใจที่มีการจัดดอกไม้และจุดคบไฟประดับประดารอบๆลานอย่างสวยงาม เปรื่องเห็นเกลอนิ่วหน้าสงสัยรีบอธิบายว่าดอกสร้อยจะฟ้อนกาสะลองให้ดู ไกรรออย่างใจจดจ่อที่จะได้เจอหญิงคนรักอีกครั้ง แม่แสงเดินนำนวลเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง แปลกใจไม่แพ้ลูกชายเช่นกัน หันไปถามนวลว่าจะจับผีแล้วทำไมต้องให้ดอกสร้อยฟ้อนให้ดู

“พวกอิฉันรั้งให้แม่ดอกสร้อยอยู่ค้างคืนแล้วจะจับให้มั่นคั้นผีกะเจ้าค่ะ”...

ไม่นานนักการฟ้อนก็เริ่มขึ้น ดอกสร้อยทำให้ทุกคนที่เฝ้าดูการฟ้อนถึงกับตะลึงในความงามที่ผิดหูผิดตา เธอฟ้อนไปพลางส่งสายตาไปให้ไกร อดเศร้าใจไม่ได้ที่ต้องตัดใจจาก เขาเองก็มองเธอด้วยใจถวิลหา ไผ่เห็นสองคนมองสบตากัน ทำเป็นมองไม่เห็นบรรเลงเครื่องดนตรีต่อไป

ที่คอกควายไม่ห่างกันนัก ผิน ปันกับบ่าวช่วยกันเชือดคอควายเอาถังรองเลือดแล้วสาดไปรอบๆบริเวณ กลิ่นคาวเลือดลอยไปเตะจมูกของดอกสร้อยทำให้เหงื่อเริ่มออก รำผิดท่าผิดทาง จนไกรกับเปรื่องมองด้วยความฉงน เธอพยายามตั้งสติบังคับให้รำเป็นปกติ แม่แสงกับนวลเห็นท่าทางมีพิรุธของเธอจับจ้องไม่วางตา

ดอกสร้อยเริ่มทนไม่ไหว ดวงตาเปลี่ยนเป็นดวงตาของผีกะ นวลเห็นแวบๆถึงกับสะดุ้งโหยง เหมือนเธอจะรู้ตัวรีบก้มหน้าหลบ ไผ่แปลกใจที่ดอกสร้อยฟ้อนท่าแปลกๆ เธอเสกำดอกกาสะลองในมือเพื่อจะโปรยแต่เล็บค่อยๆงอกยาวขึ้น พอเห็นเล็บตัวเองก็ตกใจถึงกับทรุดลงไปกองที่พื้น ไกรเป็นห่วงเธอมากจะลุกไปหาแต่เปรื่องรั้งตัวไว้เตือนว่าเขายังบาดเจ็บอยู่ ไผ่วางเครื่องดนตรีพุ่งไปประคองดอกสร้อยซึ่งกลับสู่สภาพปกติขึ้นมา

“สร้อย...เป็นอะไร”

“สร้อยปวดหัว สร้อยหมดแรง”

ไผ่ตะโกนบอกทุกคนว่าดอกสร้อยไม่สบาย ตนจะพาไปพักแล้วประคองเธอออกไป เปรื่องรีบพยุงไกรกลับห้องเพื่อให้นอนพัก เขาเป็นห่วงดอกสร้อย จึงขอให้เกลอช่วยไปดูเธอให้ที หากเธอจะไปขอให้เขาได้ลาเธอสักนิดก็ยังดี เปรื่องพยักหน้ารับคำ แล้วลุกออกไป

ooooooo

ไผ่ประคองดอกสร้อยมานอนที่ห้องพัก แล้วจะออกไปต้มยาบำรุงมาให้ เธอกลัวผีกะจะเข้าสิงอีกรีบบอกเขาว่าไม่ได้เป็นอะไร ขอร้องให้พากลับบ้านผาหมอก เขาทักท้วงค่ำมืด หนทางอันตราย อีกอย่างหนึ่งเธอต้องพักก่อนจะได้มีแรง ดอกสร้อยต่อรอง ไก่ขันเมื่อไหร่ให้เราออกเดินทางทันที ไผ่รับคำแล้วผละออกมา...

ขณะที่ผินและปันเฝ้ารอผีกะอยู่แถวคอกควาย นวลโผล่เข้ามาถามว่ามันออกมาหรือยัง ปันส่ายหน้า ยังไม่เห็นผีสักตัว ผินเห็นเลือดควายยังเหลืออีกหนึ่งถังชวนกันเอามาสาดหน้าเรือนพักของดอกสร้อย

“พวกเอ็งไปซุ่มดูอย่าให้คลาด หากแม่ดอกสร้อยเป็นผีกะ มันต้องออกหากิน” ผินว่าแล้วชวนปันกับนวลถอยไปซุ่มอยู่ใกล้ๆห้องพัก ดอกสร้อยซึ่งนอนอยู่ในห้องได้กลิ่นคาวเลือดจึงกลายร่างเป็นผีกะคลานไปที่ประตู เสียงที่พื้นลั่นเอี๊ยดอ๊าดทำให้ผิน นวลและปันเพ่งมองไปทางนั้น

“เอ็งได้ยินเสียงไหม มันกำลังจะออกมา”

ทันใดนั้น เปรื่องโผล่พรวดมายืนตรงหน้าทั้งสามคนขอร้องให้เลิกตอแยกับดอกสร้อยได้แล้ว เธอไม่ได้เลี้ยงผีกะ ปันเห็นด้วยกับเขา ถ้าเธอเป็นผีกะจริงป่านนี้ ต้องออกมาแล้ว ผินขอให้รออีกสักครู่หนึ่งก่อน รับรองมันต้องออกมาแน่ๆ ปันรอไม่ไหวขอไปล้างคาวเลือดก่อน แล้วเดินลิ่วออกไป ผินกับนวลยังรีๆรอๆแต่พอเห็นสายตาดุของเปรื่อง จำใจตามปันไป ประตูห้องพักของดอกสร้อยเปิดออก ผีกะกลายร่างเป็นเงาดำพุ่งออกไปก่อนที่เปรื่องจะทันเห็น เขานิ่วหน้าแปลกใจที่เห็นประตูเปิดทั้งที่เมื่อครู่นี้ยังปิดอยู่ แต่ด้วยความเป็นห่วงดอกสร้อยทำให้ลืมเรื่องนี้ รีบเข้าไปดูเธอ กลับไม่พบแม้เงา...

ระหว่างเดินไปท่าน้ำ นวลนึกเสียดายที่ปันกับผินเอาแต่เลือดควายไปใช้ ทิ้งเนื้อควายไว้ที่คอกจึงชวนทั้งคู่ไปเอาเนื้อไว้แกง สองคนเห็นดีด้วยย้อนกลับไปที่คอกควายอีกครั้ง ขณะเข้าไปใกล้จุดหมายได้ยินเสียงเหมือนตัวอะไรกำลังกินของบางอย่างอยู่ ทั้งสามคนมองหน้ากันมั่นใจต้องเป็นเสียงผีกะกินเนื้อควาย ผินรีบส่องคบไฟดู ผีกะในคราบดอกสร้อยได้ยินเสียงคนมา ทิ้งก้อนเนื้อวิ่งหนี เขาเห็นหลังเธอไวๆชวนปันไล่ตาม

“ข้าจะไปเรียกแม่นาย เรียกบ่าวจับมัน” นวลพูดจบจ้ำพรวดๆไปอีกทางหนึ่ง

ดอกสร้อยในสภาพเปื้อนเลือดควายวิ่งหนีกลับไปยังเรือนพักโดยมีผินกับปันวิ่งตามมาห่างๆ เมื่อเธอผลักประตูห้องเข้าไป ต้องตกใจเมื่อเจอเปรื่องอยู่ในนั้น เขาเองก็กลัวแทบสิ้นสติที่เห็นเธอในสภาพผีกะ คว้าตะเกียงขึ้นมาป้องกันตัว ผีกะในร่างดอกสร้อยไม่รอช้าพุ่งเข้าหา เปรื่องเบี่ยงตัวหลบแล้วใช้ตะเกียงกันไว้

ผีกะใช้เล็บยาวตวัดใส่โดนข้อมือเขาตะเกียง ตกพื้น ผินกับปันมาถึงหน้าเรือนได้ยินเสียงของหล่นก็พุ่งไปที่ห้องพักของดอกสร้อย เปรื่องรีบคว้าตะเกียงขึ้นมาอีกครั้ง ผีกะวูบออกจากร่างดอกสร้อยพุ่งเข้าหาเขาที่ถดตัวหนี ดอกสร้อยเห็นผีกะจะเล่นงานเปรื่องก็ตกใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร พลันมีเสียงปันตะโกนขู่

“ไอ้ผีกะ เอ็งออกมามิเช่นนั้นข้าจะเผาเรือนเสีย”

ผีกะรู้ว่ามีคนมาพุ่งตัวออกทางหน้าต่าง เปรื่องกลัวจัดโดดหลบหัวกระแทกเสาแตกเลือดอาบ ดอกสร้อยรีบเข้าไปดูแลทำให้มือเปื้อนเลือดของเขา เป็นจังหวะเดียวกับ ผินกับปันถีบประตูห้องเข้ามาเห็นเปรื่องนอนเอามือกุมหัว ร้องโอดโอย แล้วเห็นมือเปื้อนเลือดของดอกสร้อย ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า “ผีกะ”

“พวกตาเข้าใจผิด ฉันไม่ได้เป็นผี” ดอกสร้อยละล่ำละลัก

ผินเห็นพวกบ่าวไพร่ถือมีดพร้าตามมาสมทบ สั่งให้ช่วยกันลากตัวดอกสร้อยออกไป เปรื่องค่อยๆตั้งสติได้นึกถึงภาพของดอกสร้อยในสภาพผีกะ อดขวัญผวาไม่ได้

ooooooo

ขณะที่ผิน ปัน กับพวกบ่าวรวมทั้งแม่แสงและนวลลากตัวดอกสร้อยที่ถูกมัดมือและถูกกล่าวหาว่าเป็นผีกะลักควายในคอกกินมาตามทางเดิน ไผ่เข้ามาโวยวายต่อว่าเห็นกับตาตัวเองหรือว่าเธอกินควายหรือดีแต่ปรักปรำกัน ผินไม่เคยกล่าวหาใครมั่วซั่ว พวกตนไล่ผีกะมาจากคอกควายมันหนีลนลานเข้าห้องของดอกสร้อย

“เอ็งดูนี่ คราบเลือดหยดเลือดเต็มมือ มันกำลังกัดกินไอ้เปรื่อง” ปันว่าแล้วชี้ไปที่มือดอกสร้อย

ผินเล่าเพิ่มเติมว่าหากพวกตนเข้าไปช้าอีกนิดเดียว เปรื่องคงเหลือแต่ซาก นวลเห็นหลักฐานมัดตัวดอกสร้อยแน่นหนา ขอให้แม่แสงสั่งการให้เอาตัวไปเผา ไผ่ไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอเด็ดขาด พุ่งไปต่อยบ่าวที่คุมตัวดอกสร้อยแล้วแย่งดาบมาถือไว้ ประกาศกร้าวหากใครทำร้ายเธอ ต้องตายด้วยคมดาบของตน

ผินกับปันรอจังหวะที่เขาหันไปแก้มัดให้ดอกสร้อยปรี่เข้าไปแย่งดาบ เขาไม่ทันตั้งตัวถูกผินกับพวกจับตัวไว้ได้ ผินสั่งให้ลากตัวดอกสร้อยไปที่ลานหน้าเรือนเพื่อชำระความ เปรื่องเข้ามาขวางไว้

“ตาผินหยุดก่อน ดอกสร้อยมิได้เลี้ยงผีกะ”

ทุกคนชะงักหันมองเปรื่องเป็นตาเดียวกัน ปันต่อว่าเขาว่าเอาอะไรมาพูด พวกตนเห็นกับตาว่าผีกะวิ่งไปที่เรือนพักของดอกสร้อย เขาทักท้วงแต่ไม่เห็นว่าเข้าไปในห้องใช่หรือไม่ ปันได้แต่อึ้ง เปรื่องได้รับมอบหมายจากไกรให้มาดูแลดอกสร้อย หากผีกะเข้าไปในห้องอย่างที่ปันพูด ตนก็ต้องเจอกับมัน ส่วนที่ตนเลือดไหลก็ไม่ใช่เพราะโดนผีกัด แต่ตนพลาดท่าล้มหัวฟาดเสา ดอกสร้อยเข้ามาดูแลมือก็เลยเปื้อนเลือด

“ล้วนเข้าใจผิดไปกันเอง ขอให้เชื่อฉันเถอะ”

“ไอ้เปรื่องยืนยันเป็นมั่นเหมาะ ขอแม่นายตัดสินด้วยใจเป็นกลาง มิอคติเอนเอียงเยี่ยงพวกมัน” ไผ่อ้อนวอน แม่แสงนิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะสั่งให้ปล่อยดอกสร้อยไป แล้วให้แยกย้ายกันหาผีกะให้ทั่วเรือน ดอกสร้อยมองเปรื่องอย่างแปลกใจที่ช่วยตนเองไว้ ไผ่คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เดินตามแม่แสงจนทันยื่นห่อยาสมุนไพรสำหรับรักษาไกรให้ บอกอีกด้วยว่ายาตัวนี้จะช่วยสมานแผล

“แลขุนไกรตื่นรู้สึกอีกครา เมื่อพวกฉันกลับถึงบ้านผาหมอก”

แม่แสงรีบเอายาไปต้มแล้วนำขึ้นไปให้ไกรที่ห้อง เขาถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงส่งเสียงเอ็ดตะโรกันลั่นเรือน ท่านปดว่าโจรเข้ามาขโมยควาย แต่พวกบ่าวไล่โจรหนีไปหมดแล้ว เขาอยากรู้ว่าดอกสร้อยเป็นอย่างไรบ้าง

“ลูกมิต้องมีห่วงดอก ไผ่เฝ้าดอกสร้อยหลับสบายดี ลูกยังไข้ไม่สร่าง กินยาเสีย แม่ต้มยาตำรับใหม่ คลายเจ็บทุเลาปวดชะงัดเทียว” แม่แสงเอายาให้ไกรดื่ม สักพักยาออกฤทธิ์ ทำให้เขาหลับไม่รู้เรื่อง...

หลังได้ห่อข้าวสำหรับกินกลางทาง ดอกสร้อยไหว้ลาผิน นวลและปัน แล้วเดินตามไผ่ออกไป ปันยังคาใจไม่หาย ถ้าดอกสร้อยไม่ได้เลี้ยงผีกะ แล้วไอ้ตัวที่กินควายอยู่ที่ไหน ผินเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร

ขณะดอกสร้อยกำลังเดินพ้นเขตเรือนของแม่แสง รู้สึกเหมือนมีคนมอง หันกลับไปเห็นเปรื่องยืนจ้องอยู่ เธอซึ้งน้ำใจที่เขาช่วยปกปิดเรื่องผีกะยกมือไหว้ เขาพยักหน้ารับรู้แล้วกลับขึ้นเรือนไปหาไกรที่นอนหลับอยู่

“ไอ้เกลอ ข้ามิอาจทำร้ายคนที่เอ็งรัก ให้ดอกสร้อยไปไกลจากชีวิตเอ็ง แลหนทางนี้จะดีกับเอ็งและทุกคน”

ooooooo

ซอมพอกำลังนั่งเหม่อคิดถึงเปรื่องอยู่บนโขดหินใกล้น้ำตกผาหมอก พลันมีเสียงปี่ดังขึ้น เธอดีใจคิดว่าเปรื่องกลับมาแล้ว รีบเดินไปยังต้นเสียง แต่ต้องผิดหวังที่คนเป่าปี่ไม่ใช่เปรื่องแต่เป็นไอ้ใบ้ เธอส่งยิ้มให้แล้วเดินเลี่ยงออกมา เขารีบเดินตามมาทำมือทำไม้ส่งเสียงแบะๆ เป็นทำนองว่าไม่ชอบเสียงปี่ของตนหรือ

“เพราะดี” ว่าแล้วซอมพอเดินหนี ไอ้ใบ้ตามมาชวนไปเล่นน้ำด้วยกัน เธอส่ายหน้าไม่ยอมเล่นด้วย

ไอ้ใบ้ตัดพ้อว่ามีแต่คนรังเกียจตนเองแล้วตีอกชกตัว ซอมพอรีบเข้ามาห้าม อธิบายว่าไม่ได้รังเกียจอะไรเขา ใครๆต่างโจษจันว่าเขาช่วยอาจารย์ปราบผีตายโหง เธอนับถือและชื่นชมน้ำใจเขาที่เคยช่วยเธอเอาไว้ เขายิ้มดีใจที่เธอพูดดีด้วย หยิบสร้อยตะกรุดกระดูกผีขึ้นมาอวดว่าสิ่งนี้ช่วยกำราบผีได้ และเขาจะปกป้องเธอเอง

ระหว่างนั้นซอมพอเห็นไผ่กับดอกสร้อยเดินอยู่ไกลๆก็ดีใจมาก ไอ้ใบ้ชี้ไปที่ทั้งคู่อย่างอยากรู้อยากเห็น

“พี่ไผ่อยู่ในคณะฟ้อน แล้วนั่นพี่ดอกสร้อย พี่สาวคนละแม่ ฉันไปล่ะ”

เล่าจบซอมพอวิ่งตามทั้งคู่จนทัน ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ผู้คนลือกันว่าไกรลักพาดอกสร้อยไปจริงหรือเปล่า ดอกสร้อยรีบอธิบายว่าไม่ได้อย่างที่คนอื่นกล่าวหา ไกรไม่ได้ทำร้ายตน ท่านขุนของซอมพอเป็นคนดี ไผ่รีบตัดบท ป่านนี้คำป้อนเป็นห่วงดอกสร้อยแย่แล้ว

จากนั้นทั้งสามคนพากันกลับเรือน ไอ้ใบ้เข้ามาชะเง้อคอยาวมองตาม เป็นจังหวะที่มีลมพัดโชยเข้ามา เขาได้กลิ่นสาบของผี นิ่วหน้าแปลกใจ กลิ่นมาจากไหนกันแน่...

ในเวลาต่อมา คำป้อน ผากับม่อนต่างดีใจเมื่อรู้

ความจริงจากดอกสร้อยว่าไกรไม่ได้ฉุดคร่าเธอไปอย่างที่ปลิวกล่าวหา แต่ก็ไม่เข้าใจทำไมปลิวถึงโยนความผิดไปให้เขา ไผ่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะทั้งคู่เป็นศัตรูกันพอได้โอกาสก็เลยโยนบาปไปให้ ซอมพออยากรู้ว่าไกรเป็นอย่างไรบ้าง ไผ่ยังไม่ทันจะตอบ ดอกสร้อยชิงตอบเสียก่อน

“พี่ไผ่ต้มยาหม้อ อีกไม่นานก็หายดีจ้ะ”

“ฉันถามพี่ไผ่ ไม่ได้ถามพี่” ซอมพอพยายามรักษาระยะห่างกับพี่สาวต่างแม่ ไผ่ยืนยันว่าเป็นอย่างที่ดอกสร้อยว่า ซอมพอทำเป็นถามถึงเปรื่อง ม่อนกระเซ้าทันที ตกลงเธอเป็นห่วงใครกันแน่ ไกรหรือเปรื่อง เธอกลัวจะถูกจับได้ว่ามีใจให้ฝ่ายหลัง รีบออกตัวว่าถามตามประสาคนคุ้นเคยไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

“ขุนไกรจ๊ะขุนไกรจ๋า กลับมาเถอะพ่อ อีปู้เมียจะฟ้อนรับขวัญ” ผาพร่ำเพ้อ

“มันถูกทำร้ายปางตายคงเข็ดหลาบไม่กล้ามาเหยียบบ้านผาหมอกอีกแล้ว”

ooooooo

ไกรหาได้เป็นอย่างที่ไผ่ว่า ทันทีที่ฟื้นคืนสติจากยาสมุนไพรและรู้ว่าดอกสร้อยกลับบ้านผาหมอกไปแล้ว ไกรตั้งใจมั่นหายดีเมื่อไหร่จะตะลุยไปที่นั่น เปรื่องขอร้องให้ลืมเธอ อีกไม่นานเธอจะร่วมหอกับไผ่แล้ว

“ข้ามิได้ยื้อรักกระไร ขอได้ไปร่วมผูกข้อมือยินดีกับสร้อย แลกิจสำคัญ ข้าจะตามล่าผีกะ ล้างแค้นให้พ่อ”

เปรื่องกังวลใจเรื่องที่ดอกสร้อยเป็นผีกะจนไกรสังเกตเห็น ถามว่าเป็นอะไรไป เขาโกหกว่าแค่เป็นห่วงไกรอยากให้หายไวๆ แล้วขอตัวไปบอกพวกบ่าวเอาข้าวกับ ยาหม้อมาให้

ครั้นออกจากห้องของไกร เปรื่องเจอผินดักรออยู่ คาดคั้นให้บอกความจริงเรื่องผีกะ เขาตัดพ้อต่อว่าผินว่าไม่เชื่อคำพูดของเขาใช่ไหม ผินเชื่อสิ่งที่ตาเห็น ทั้งผ้าเตียวนึ่งไหม้ อีกทั้งตนตามหาทั่วเรือนไม่เจอรอยเท้าผู้หญิงคนไหนออกไป มีแต่มุ่งเข้าห้องดอกสร้อย

“ตาผินไม่เชื่อฉัน...ฉันหมดข้อคำจะอ้าง”

“พ่อเปรื่องยืนคำทำแต่จะปิดบัง ฉันก็หมดใจพูดจา เพียงขอให้พ่อตรองสักเสี้ยว ขุนไกรหายไข้คงตะลุยหาดอกสร้อย แลจะเกิดอะไรขึ้น” คำพูดของผินทำให้เปรื่องครุ่นคิดหนัก...

ขณะที่เปรื่องลังเลใจไม่รู้จะบอกไกรเรื่องดอกสร้อยเป็นผีกะอย่างไรดี ฟองจันทร์รู้เรื่องที่ไกรเจ็บหนัก สั่งให้ดอกสร้อยพาตนเองกับซอมพอไปปากน้ำโพเพื่อให้น้องไปดูแลเขา พอเธอไม่ยอมพาไป แม่เลี้ยงตัวแสบลากเธอถูลู่ถูกังออกจากเรือนจะให้พาไปให้ได้ ซอมพอต้องเข้ามาห้าม ฟองจันทร์กลับไล่ให้ลูกไปเก็บเสื้อผ้า ตนจะให้ดอกสร้อยพาไปหาไกรถึงเรือน ดอกสร้อยขอร้องให้ปล่อยเธอไปแล้วพยายามผลักฟองจันทร์ออก

“ข้าไม่ปล่อย เอ็งหวงก้างขวางทางน้อง”

“ฉันจะขวางเพื่ออะไรกัน ฉันจะผูกข้อมืออยู่กินกับพี่ไผ่”

ทีแรกฟองจันทร์ไม่เชื่อ แต่พอดอกสร้อยยืนยันหนักแน่นว่าเป็นเรื่องจริง และจากนี้ต่อไปซอมพอก็จะสมหวังในความรักกับไกร ไม่ต้องหวาดระแวงตนอีก ฟองจันทร์สมใจมากที่กำจัดคู่แข่งของลูกสาวไปได้ แจ้นไปบอกข่าวดีนี้ให้คำป้อนรู้ ดอกสร้อยเศร้ามากที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเดินหนีไปทั้งน้ำตา

ซอมพอตามมาคาดคั้น ทำไมถึงยอมร่วมหอกับไผ่ทั้งที่ตลอดมาเธอคิดกับเขาแค่พี่ชาย หรือว่าเป็นเพราะตน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เท่ากับดูแคลนตน ดอกสร้อยขอร้องอย่าคิดอย่างนั้น

“พี่ชิงแต่งกับพี่ไผ่ ขุนไกรจะได้เลิกสนใจพี่ แล้วหันมาเปิดใจให้ฉัน...ฉันเกลียดพี่ ฉันไม่ใช่ตัวเลือกของใคร พี่เลิกดูถูกฉันสักที” ซอมพอผลักดอกสร้อยล้มลงแล้วเดินจากไป ทิ้งให้เธอร้องไห้เสียใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ครั้นกำลังวังชากลับมา ไกรจัดแจงจะเดินทางไปบ้านผาหมอก เปรื่องทั้งห้ามปรามทั้งขอร้องก็ไม่ฟัง

“เอ็งสั่งข้าตัดใจจากสร้อยได้ แต่ห้ามข้าแก้แค้นแทนพ่อไม่ได้” ว่าแล้วไกรเดินออกจากห้อง นวลกำลังจะเอาถาดใส่อาหารมาให้ไกรได้ยินเต็มสองหู รีบไปรายงานเรื่องนี้ให้แม่แสงทราบ

เปรื่องยื้ออย่างไรก็ไม่สำเร็จ ตัดสินใจจะบอกเรื่องที่ดอกสร้อยเลี้ยงผีกะ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด แม่แสงมาขัดจังหวะเสียก่อน ต่อว่าไกรที่คิดจะไปเสี่ยงตายให้ท่านทรมานใจอีก เขาก้มกราบขอโทษแม่ ที่ต้องทำแบบนี้เพราะให้คำมั่นไว้ต่อหน้ากระดูกของพ่อ แล้วให้สัญญาว่าไปหนนี้แล้วจะกลับมาอยู่กับท่านไม่ไปไหนอีก ขอให้ท่านเห็นใจด้วย

แม่แสงตัดสินใจให้ลูกไป เพราะถ้าห้ามก็เท่ากับท่านขัดคำมั่นที่เขาให้ไว้กับพ่อ แต่มีข้อแม้ เขาต้องเอาผินกับปันเดินทางไปด้วย อย่างน้อยท่านจะได้อุ่นใจ

“กราบจ้ะแม่ แล้วรักษาคำมั่นจะกลับเรือนในเร็ววัน”

“ขอคุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกแม่ด้วยเถิด”...

ฝ่ายคำป้อนรู้เรื่องที่ดอกสร้อยปลงใจจะผูกข้อมือกับไผ่ก็เรียกมาคุยกันตามลำพังพ่อลูก แม้ไผ่จะเป็นคนดีสามารถดูแลเธอได้แต่ท่านก็อดเป็นห่วงไม่ได้ หากเธออยู่กินกับเขาจะปิดบังเรื่องผีกะได้นานแค่ไหน ที่สำคัญผีกะตนนั้นจะทำอย่างไร ดอกสร้อยพลอยเป็นกังวลไปด้วย...

ตะวันตรงหัวแล้วตอนที่ดอกสร้อยได้เจอกับไอ้ใบ้แถวดงกาสะลอง เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่เห็นเธอได้กลิ่นสาบโชยมา จึงยื่นจมูกไปดมใกล้ๆกลับได้แต่กลิ่นหอม เธอไม่อยากยุ่งด้วยขยับจะไป ไอ้ใบ้ทำมือทำไม้ห้ามไว้ พลางส่งเสียงแบะๆเป็นทำนองว่าเขามาปราบผี ไม่ต้องกลัว แล้วหยิบสร้อยตะกรุดเส้นหนึ่งออกมาให้

“กระดูกผีปลุกเสก เอาคล้องคอ ป้องกันผี”

ทันทีที่สร้อยตะกรุดกระดูกผีสัมผัสมือหญิงสาว เกิดลมพัดกระหน่ำน่ากลัว เธอใจคอไม่ดีขอบใจเขาแล้วบ่ายหน้ากลับเรือน ไอ้ใบ้จะตามแต่ฟ้าผ่ากิ่งไม้หักขวางทาง สังหรณ์ใจจะเกิดเรื่องไม่ดี ทันใดนั้นผีกะปรากฏตัวขึ้นบนต้นไม้จ้องเขาเขม็ง ไอ้ใบ้หันขวับไปมองแต่ไม่พบอะไร...

ท้องฟ้าสว่างไสวเมื่อครู่ถูกเมฆดำปกคลุม ความมืดแผ่ไปทั่วบริเวณ ดอกสร้อยกำสร้อยตะกรุดไว้ในมือ เร่งฝีเท้ากลับเรือนให้เร็วที่สุด แต่ต้องหยุดกึกเมื่อผีกะวูบมาตรงหน้า เธอผงะถอยหนี มันพุ่งจะสิงร่างแต่กลับกระเด็นหงายหลังราวกับถูกถีบเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นป่า

ดอกสร้อยแปลกใจยกสร้อยตะกรุดเส้นนั้นขึ้นมาดู ผีกะเห็นแสงสว่างวาบออกมาจากสร้อยก็กลัวมาก เธอเห็นดังนั้นถือสร้อยอาคมเดินเข้าหา ผีกะตกใจร่างหายวับ ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งบนต้นไม้ ตะโกนสั่งให้ทิ้งสร้อย เธอไม่ยอมทำตาม อีกทั้งยังไล่มันไปให้พ้น

“ข้าไม่ไป ข้าเป็นเจ้าชีวิตเอ็ง”

“ออกไป ฉันไม่ยอมให้แกสิงร่างอยู่เหนือใจฉันอีกแล้ว” พูดจบดอกสร้อยชูสร้อยตะกรุดใส่ผีกะอีก

มันกลัวลนลานหายตัวไปสักพักก็กระโจนใส่เธอพร้อมกับขู่จะฆ่าให้ตาย หญิงสาวรีบสวมสร้อยตะกรุดที่คอ ผีกะสัมผัสถูกสร้อยถึงกับกระเด็นกระแทกพื้น มันโกรธมาก ขู่อาฆาตจะฆ่าพวกของเธอให้หมด ดอกสร้อยไม่ยอมให้มันฆ่าใครอีกเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหา ผีกะหมดพลังจะสู้กลายเป็นควันดำลอยหายไป

ท้องฟ้ามืดมิดกลับมาสว่างอีกครั้ง ดอกสร้อยดีใจที่สร้อยตะกรุดกระดูกผีเส้นนี้ช่วยขับไล่ผีกะไม่ให้มาสิงตนเองได้ รีบเดินกลับเรือนอย่างสบายใจ ผีกะโผล่ที่อีกมุมหนึ่ง มองตามเธอด้วยสายตาอาฆาตแค้น...

ค่ำวันเดียวกัน ขณะที่ไกรงีบหลับอยู่กลางป่า ต้องสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายร้องเอะอะ เปรื่อง ผินและปันได้ยินเสียงร้องปรี่มาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ได้เป็นอะไรแค่ฝันร้ายเห็นผีกะ ปันซักทันทีคล้ายกับตัวที่บุกกินควายเรือนเราหรือเปล่า ไกรมองงงๆผีกะไหน ปันหันไปต่อว่าเปรื่องว่าไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ท่าน

ขุนฟังหรือ เขาอึกอักลำบากใจที่จะบอก จึงเดินเลี่ยงออกไป ไกรรีบตามไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่เล่าเรื่องนี้ให้ตนฟัง

เปรื่องโดนคาดคั้นหนักเข้า ยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่ดอกสร้อยถูกผีกะสิง ไกรไม่เชื่อหาว่าเขากุเรื่องขึ้นมาเพราะต้องการให้ตนทิ้งเธอ เขายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

เพราะเจอกับตัวเอง และอยากรู้ว่าไกรจะทำอย่างไรหาก ผีกะที่สิงดอกสร้อยเป็นตนเดียวกับที่ฆ่าพ่อทอง

“ข้ายังมิลงความคิดไปไกลขั้นนั้น ยามนี้ขอให้ข้าแน่ใจว่าดอกสร้อยมิได้เลี้ยงผีกะ...เอ็งไปเร่งตาผินกับตาปัน ข้าจะออกเดินทาง ข้าจะไขข้อสงสัยให้สิ้น”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง
17 ก.ย. 2564

13:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 17:00 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์