นิยายไทยรัฐ

ข่าว

สาปดอกสร้อย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณ ปากน้ำโพ แม่แสงไม่อาจเดินทางไปหาไกรที่กรุงศรีอยุธยาได้ เนื่องจากผินเข้ามารายงานว่า

ล้อเกวียนหัก ถ้าจะให้ซ่อมแซมต้องใช้เวลาอีกหลายวัน เธอไม่ยอมแพ้ ไปทางบกไม่ได้สั่งให้ล่องเรือไปแทนที่

ปันกำลังจะขึ้นเรือนได้ยินพอดี เร่งฝีเท้าไปที่ท่าน้ำ ผินกับนวลไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน ก็เลยโป้ปดไปคนละทาง คนหนึ่งว่าเรือรั่ว อีกคนหนึ่งว่าเรือหาย แม่แสงสงสัยทำไมถึงพูดไม่ตรงกัน รีบไปที่ท่าน้ำด้วยตัวเอง ทันได้ยินปันเร่งให้พวกบ่าวไพร่พายเรือออกไปให้ไกลที่สุดอย่าให้แม่นายใช้เรือได้ ท่านโกรธควันแทบออกหูเรียกปัน ผินและนวลมาชำระความ เหตุใดถึงสุมหัวหลอกตน ไม่อยากให้ไปกรุงศรีอยุธยา ครั้นท่านรู้เหตุผลว่าเป็นเพราะไกรไม่ได้ไปที่นั่น แต่ไปตามล่าพวกโจรป่าที่ฆ่าพ่อทองก็ตกใจมาก โวยวายเสียงลั่น

“พวกเอ็งรู้ความมิใช่รึ ครั้งก่อนโจรป่าทำพ่อทองสิ้นใจ เอ็งยังนอนใจให้ลูกข้าไปสบเหตุร้าย นี่ประไร ข้าถึงฝันร้าย ฤาลางฝันจะออกมาจริง...ลูกไกร” พูดได้แค่นั้นแม่แสงเข่าอ่อน นวลรีบประคองให้ลงนั่ง

“พวกเอ็งช่วยที คิดทางช่วยลูกข้า” แม่แสงคร่ำครวญ...

วันถัดมา ไกรยังไม่ละความพยายามออกไปตามหาดอกสร้อยตั้งแต่รุ่งสาง ในที่สุดก็เจอเธอหลบมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวที่ดงกาสะลอง เธอขยับจะหนี เขาปรี่ไปดักหน้าไว้ ขอร้องอย่าหนีหน้ากันอีก เขาทำผิดอะไรถึงต้องหลบหน้าแบบนี้หรือเธอชังน้ำหน้าเขาแล้ว ดอกสร้อยไม่ตอบอะไร จะเดินหนีอีก เขาไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะพูดกันให้รู้เรื่องก่อน แล้วโอบเอวเธอไว้จากด้านหลัง ดอกสร้อยขอร้องอย่าทำอย่างนี้

“พี่ไม่ยอมให้สร้อยทิ้งพี่ไป” ไกรกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ดอกสร้อยหมดทางดิ้นหนีน้ำตาไหลพราก

“พี่ไกร เลิกทำร้ายใจสร้อยเถิด”

ท่านขุนหนุ่มไม่เคยสักนิดที่คิดจะทำร้ายจิตใจเธอ แต่เธอต่างหากเป็นฝ่ายทำร้ายจิตใจเขา คืนผ้าผืนนั้นให้เขาเหมือนหมดเยื่อใยกันแล้ว ดอกสร้อยจำต้องหยุดใจตัวเองเพราะซอมพอรักเขา

“สร้อยไม่กล้าทำเรื่องร้ายใส่น้องและอีกใจของคนในเรือน”

“สร้อยเอาใจยึดผูกพวกเขา แล้วฝั่งเขาล่ะ รักสร้อยหรือไม่ สร้อยให้รักกับคนที่ไม่มีเมตตาจนล้นเปี่ยม แต่กลับยึดรักคืนจากคนที่รักและหวังดีกับสร้อย พี่อยากให้สร้อยย้ำใจตัวให้เข้ม จงทำอย่างใจ ชีวิตหนึ่งนี้เป็นของสร้อย ร่างนี้ใจนี้เป็นของสร้อย อย่าริให้ใครเข้าบงการ ฟังดีๆเถิดสร้อย ได้ยินไหม เสียงใจพี่ที่ครวญหาเอ็ง”

ดอกสร้อยสะอึกสะอื้น รู้เต็มอกว่าไกรรักเธอมากแค่ไหน แต่ไม่อาจรับรักเขาได้เพราะทุกส่วนในตัวเองเป็นของพ่อ ของน้าฟ้องจันทร์ เป็นของซอมพอและทุกคนในคณะฟ้อน ขอร้องเขาอย่าเสียเวลากับเธออีกเลย

“พี่รักสร้อยดังคำว่า พี่จงปล่อยสร้อยไป”

ไกรรู้แก่ใจว่าป่วยการจะรั้งเธอไว้ จึงปล่อยเธอไป แล้วทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อย่างไม่อายฟ้าดิน

ooooooo

ระหว่างทางกลับเรือน ดอกสร้อยถูกสมุนของปลิวในคราบโจรป่ามีผ้าคาดหน้ามาฉุดตัวไป เธอตกใจร้องให้คนช่วยเสียงลั่น ไกรได้ยินเสียงร้องรีบตามาช่วย ถีบสมุนกระเด็นดาบตกพื้น ปลิวกับดำมีผ้าคาดหน้าเช่นกันดักซุ่มอยู่เป่าลูกดอกอาบยาพิษใส่ขาท่านขุนหนุ่มถึงกับหยุดกึก ทั้งคู่จากที่ซ่อนเข้ามาหา

“เอ็งต้องลูกดอกอาบยา เอ็งสิ้นเรี่ยวแรงจะสู้ข้าได้อีก” ปลิวเสียงกร้าว

ไกรฮึดสู้ ดึงลูกดอกออกจากขา หยิบดาบที่ตกพื้นปรี่เข้าต่อสู้กับปลิวและพวก ประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้ทำร้ายดอกสร้อยเด็ดขาด ดำเป่าลูกดอกใส่ขาของเขาอีกข้างคราวนี้เขาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดาบหล่นจากมือ ดอกสร้อยรีบเข้าไปดูแลเขาด้วยความเป็นห่วง ปลิวส่งสัญญาณให้สมุนเอาตัวเธอไป ขณะที่ดำลากไกรที่หมดทางต่อสู้ตามมา กระทั่งถึงกลางป่า ดำเอาไกรนั่งพิงต้นไม้โดยที่ตัวเองกับสมุนจับแขนเขาไว้คนละข้าง ท่านขุนหนุ่มเห็นปลิวในคราบโจรป่าเดินเข้าหาดอกสร้อย ตะโกนลั่นคิดจะทำอะไรเธอ

“ข้าให้เอ็งจ้องเป็นพยาน ข้าจะลากมันทำเมีย” พูดจบปลิวตรงเข้าปลุกปล้ำดอกสร้อยที่พยายามดิ้นหนี ไกรทนไม่ไหวรวบรวมกำลังเท่าที่เหลือตีเข่าเขย่าศอกใส่ดำกับสมุน คว้าดาบของดำพุ่งเข้าหาปลิว แต่ถูกดำตามมาแทงด้านหลังเสียก่อนถึงกับล้มฟุบ ดอกสร้อยร้องลั่นด้วยความตกใจ ปลิวยังไม่หนำใจ เงื้อดาบจะฟันคออริ แต่แล้วมีมีดเล็กพุ่งมาปักแขน ดาบร่วงตกพื้น ผิน ปันและลูกน้องพร้อมดาบในมือกรูกันเข้ามา

“ไอ้ปัน เร่งพาขุนไกรขึ้นม้ากลับไป” สั่งเสร็จผินช่วยกันกับปันพาไกรหนี ดอกสร้อยรีบตามไปด้วย ปลิวกับสมุนไม่ยอมปล่อยให้เขารอดเงื้อมือ ขยับจะตามแต่ถูกลูกน้องของผินขวางไว้ สองฝ่ายต่อสู้กันเป็นพัลวัน ผินกับปันช่วยไกรและดอกสร้อยขึ้นม้าได้ จึงเป่าปากเป็นสัญญาณ ลูกน้องของผินรู้งานพากันสลายตัว ดำจะตามแต่ปลิวสั่งให้มาช่วยตนเองก่อน แผลจากคมมีดเรียกเลือดชั่วจากเขาได้อักโข...

ในเวลาต่อมา ขณะเปรื่องมาถามม่อนซึ่งกำลังซ้อมดนตรีอยู่กับชาวคณะว่าเห็นไกรบ้างไหม ไผ่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกผู้ใหญ่สักเรียกให้ชาวบ้านไปรวมตัวกันที่ลานหน้าเรือน ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร ได้ยินชาวบ้านว่าไกรไปก่อเรื่อง ครั้นมาถึงเรือนผู้ใหญ่สัก ทุกคนจึงได้รู้ว่าปลิวกล่าวหาไกรฉุดคร่าดอกสร้อยไป เขาจะตามไปช่วยแต่ไม่ทัน เปรื่องไม่เชื่อว่าเกลอของตนจะทำเช่นนั้นหาว่าปลิวป้ายสี จนเกือบจะมีเรื่องกัน ผู้ใหญ่สักต้องปรามไว้

“เท็จจริงประการใดต้องจับตัวขุนไกรคืนมาก่อน ...หนานอินเอ็งเร่งไปเอาตัวขุนไกรกับดอกสร้อยมา”

ไผ่แค้นใจที่ไกรทำกับหญิงคนรักของตนเองจะตามไปลากคอ เปรื่องขอไปด้วยแต่ถูกปลิวขัดคอ

“เอ็งหมายใจไปขวางมิให้ตามตัว เอ็งมิต้องไป”

เปรื่องได้แต่มองตามขัดอกขัดใจ ฟองจันทร์ซึ่งยืนฟังอยู่ด้วยรีบกลับเรือนชวนซอมพอเข้าป่าจะไปลากตัวดอกสร้อยมาตบฐานยุยงให้ไกรพาหนี ไม่ใช่เขาเป็นคนฉุดเธอไปอย่างที่คนอื่นเข้าใจ คำป้อนได้ยินก็ไม่พอใจ ขอร้องให้หยุดว่าร้ายลูกสาวของตน ดอกสร้อยไม่มีทางทำอย่างที่เธอกล่าวหา แล้วขอตัวไปตามหาลูก

“พี่เร่งไปลากตัวมันกลับมา ก่อนที่มันจะปลุกปล้ำเอาขุนไกรทำผัว” ตะโกนไล่หลังเสร็จ ฟองจันทร์หันมาบอกซอมพอ “ลูกจะนิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว มันคิดการใหญ่ปั่นหัวให้ขุนไกรพาหนี มันอัปรีย์หนักข้อ แม่จะไปลากมันมาตบให้เลือดกบปาก...พี่คำป้อน รอข้าด้วย” ฟองจันทร์รีบลงจากเรือน ซอมพอนึกถึงเปรื่องขึ้นมาได้ รีบตรงไปที่เรือนของไกรเพื่อถามข่าวคราว

ooooooo

เปรื่องยืนกรานกับซอมพอไม่รู้ไม่เห็นว่าดอกสร้อยอยู่ไหน เธอไม่เชื่อในเมื่อเขาเป็นเกลอกับไกรจะไม่รู้ได้อย่างไร หรือที่เขาปิดบังความจริงเพราะมีใจช่วยพี่สาวของตน เปรื่องตั้งข้อสังเกต ชาวบ้านต่างพากันลือว่าไกรพาดอกสร้อยหนี แต่เธอกลับโยนความผิดให้พี่สาวตัวเองว่าเป็นใจให้ไกรทำอย่างนั้น

“แม่ข้าบอกว่าพี่สร้อยวางแผนลวงหนีไปกับขุนไกร”

ชายหนุ่มต่อว่าซอมพอว่าไม่รู้จักคิดเองบ้าง เที่ยวเอาคำพูดของแม่มาพูด แล้วนึกถึงปากน้ำโพขึ้นมาได้ รีบขึ้นเรือนไปเก็บข้าวของ สักพักหอบห่อผ้าลงจากเรือน ซอมพอยังรออยู่ใต้ถุนเรือนร้องทักว่าจะไปไหน เขาจะกลับปากน้ำโพ ไกรอาจจะไปที่นั่น เธอขอไปด้วยแต่เขาไม่ให้ไปจนมีปากเสียงกัน ถึงขนาดเธอไล่ตะเพิดเขาให้รีบตามไปชิงรักหักสวาทกับไกรเพื่อแย่งดอกสร้อย แล้วอย่าหวนกลับมาที่นี่อีก ก่อนจะเดินจากไปอย่างหัวเสีย

“ข้าไม่ให้เอ็งไป ข้าเป็นห่วงเอ็ง” เปรื่องตะโกนไล่หลัง แต่ซอมพอโกรธเกินกว่าจะได้ยิน เขาตัดใจหอบผ้ากลับปากน้ำโพโดยไม่ล่วงรู้ว่าไผ่ที่แอบฟังอยู่ สะกดรอยตามเขาไปอีกทอดหนึ่ง...

ขณะที่เปรื่องบ่ายหน้าสู่ปากน้ำโพ แม่แสงเห็นผินกับปันพาไกรที่เจ็บหนักจากฝีมือโจรป่ากลับมา เร่งให้พาขึ้นไปบนเรือนแล้วสั่งให้คนไปตามหมอมารักษา นวลเห็นดอกสร้อยเดินปิดท้ายขบวนขยี้ตามอง

“ใครกัน ผีสางนางไม้ตามติดไอ้ผิน ไอ้ปัน!”...

จากนั้นไม่นาน หมอมาตรวจอาการของไกรโดยมีแม่แสงนั่งเฝ้าไม่ห่าง ผินกับปันยืนมองอยู่นอกห้อง ต่างยกมือไหว้ท่วมหัวภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองไกรด้วย ปันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่กลับมา ชวนผินไปหาอะไรกินกันก่อน เขาพยักหน้ารับแล้วหันไปเห็นดอกสร้อยขึ้นมาบนเรือน ชวนไปกินข้าวด้วยกัน เธอรับคำ แต่ไม่ได้เดินตามทั้งคู่ไป กลับมายืนมองไกรที่นอนคว่ำหน้าไม่ได้สติโดยมีหมอทำแผลโดนแทงให้ ถึงกับน้ำตาไหลเป็นห่วงเขา แต่แล้วเธอรู้สึกมีน้ำมาโดนตัว หันไปเห็นนวลถือก้านมะยมจุ่มน้ำมนต์สะบัดใส่

“นังผี เอ็งไม่มีเจ็บปวดรึ เอ็งท่าจะเป็นผีห่าร้อยพันปี”

“ฉันไม่ใช่ผี ป้าเข้ามาจับตัวฉันสิ ฉันชื่อดอกสร้อย ฉันมากับพี่ไกร”

จังหวะนั้น ผินย้อนกลับมาเรียกดอกสร้อยให้ลงไปกินข้าวกัน เธอก็เลยเดินตามเขา นวลมองตามแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเงาผีกะที่พื้นถึงกับทำขันน้ำมนต์ร่วงจากมือ ดอกสร้อยเข้ามาหยิบขันคืนให้ นวลกลัวไม่กล้ารับ ผินจึงเอาขันจากมือดอกสร้อยยัดใส่มือนวลแล้วไล่ให้ไปเตรียมสำรับให้ดอกสร้อย

ooooooo

ที่บ้านผาหมอก ฟองจันทร์รู้เรื่องเปรื่องกลับบ้านปากน้ำโพจากซอมพอก็โวยวายหาว่าดอกสร้อยวางแผนร้าย ลวงไกรไปคนหนึ่งไม่พอ ยังยั่วเปรื่องให้หลงใหลอีกคนหนึ่งด้วยเพื่อทำให้ทั้งคู่ห่ำหั่นกันเอง

“พอสุดท้ายมันก็หวังไปเป็นเมียพวกพระยานาหมื่นในกรุงศรีฯ”

ซอมพอว่าแม่คิดไกลเกินใจพี่สร้อยไปแล้ว หากเธอวางแผนร้ายจริงๆคงไม่มีเหตุผลที่ปลิวต้องโดนคมมีด ฟองจันทร์ยังปักใจเชื่อว่าดอกสร้อยเป็นอย่างที่ตัวเองคิด ยกมือไหว้ท่วมหัวสาปแช่งให้เธอตายโหงตายห่า หากเป็นผีก็ขอให้เป็นผีเร่ร่อนอยู่ในดงป่าไม่ได้ไปผุดไปเกิด...

ระหว่างนั่งล้อมวงเตรียมจะกินข้าวอยู่ที่เรือนครัว นวลไม่ค่อยไว้ใจดอกสร้อยนัก ซักโน่นถามนี่ว่าเกี่ยวดองอะไรกับไกรถึงได้เรียกอย่างสนิทสนม เธอยังไม่ทันจะตอบคำถาม ปันชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“นังนวล เอ็งมันมารคอหอย ให้ดอกสร้อยมันกินข้าว”

“พอมีสาวมีแส้มานั่งกินข้าวด้วยเสือกไสไล่ข้าเชียวนะ ไอ้พวกแก่ตัณหากลับ” นวลเดินออกไปอย่างหัวเสีย ดอกสร้อยมองตามรู้สึกไม่ดี...

หมอลงความเห็นว่าไกรอาการหนักกว่าที่คิดไว้ พรุ่งนี้จะเอายามาให้ใหม่เพื่อให้ตรงกับอาการของคนป่วย แล้วขอตัวกลับก่อน บ่าวรับหน้าที่ไปส่งหมอ ขณะที่แม่แสงคอยดูแลลูกชายไม่ห่าง ทันใดนั้น ไกรละเมอเรียกชื่อดอกสร้อยออกมา ท่านนิ่วหน้าแปลกใจ เขาเพ้อหาใคร...

ดอกสร้อยเดินมานั่งพิงผนังหน้าห้องไกร ร้องไห้เสียใจเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ดงกาสะลองวันก่อนตอนที่บอกให้เขาตัดใจจากเธอทั้งที่เธอเองก็รักเขาไม่แพ้กัน ภาวนาขอให้เขาหาย สัญญาจะไม่ทิ้งเขาไปไหนอีก

ooooooo

รุ่งสางของวันถัดมา แม่แสงเปิดประตูห้องไกรออกมาเจอดอกสร้อยหลับอยู่ ร้องเรียกให้ตื่นแล้วสั่งให้ผิน ปันและนวลพาตัวมาซักถามที่โถงกลางเรือนว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ผินพยักหน้าให้เธอเข้าไปกราบท่าน เธอทำตามอย่างว่าง่าย พร้อมกับแนะนำตัวว่าชื่อดอกสร้อย ผินรีบเสริมให้

“ดอกสร้อยเป็นนางรำฟ้อนเร่ไปทั่ว มาปะหน้าขุนไกรที่บ้านผาหมอกขอรับ”

“แล้วเหตุใดต้องติดตามพ่อไกรมาถึงเรือน”

ดอกสร้อยเล่าให้ฟังว่าถูกพวกโจรฉุด ไกรมาช่วยเอาไว้ก็เลยถูกพวกมันทำร้าย ผินกับพวกมาช่วยเอาไว้ทันก็เลยพาหนีพวกโจรมาด้วยกัน แม่แสงเห็นเธอปลอดภัยดี สั่งให้ใครก็ได้พาเธอไปส่งบ้านผาหมอก เธอขออยู่ที่นี่จนกว่าไกรจะหายดีก่อน แต่ท่านไม่ยอม ระหว่างนั้นบ่าวเข้ามารายงานว่าไกรอาการทรุดหนัก แม่
แสงตกใจรีบวิ่งไปดูลูกชาย นวลไม่ต้องการให้ดอกสร้อยมาวุ่นวายกับไกรไล่กลับบ้านป่า แล้วเดินนำลงเรือนไป

เมื่อแม่แสงมาถึงห้องของไกร เห็นหมอกำลังดูแลลูกชายอยู่ ถามว่าเป็นอย่างไร หมอยังไม่ทันจะพูดอะไร ไกรอ้วกออกมาเป็นเลือด แม่แสงตกใจขอร้องให้หมอเร่งหายามาช่วยรักษาลูกของท่านด้วย หมอจนปัญญา เขาเจ็บหนักเกินเยียวยาได้ ท่านเสนอจะมอบเงินมอบทองให้ถ้าหมอทำให้เขาหาย

“แม่แสงจะมากองให้ร้อยเกวียน ฉันก็มิอาจเบาไข้ได้ดอก ยามนี้ขอให้แม่ทำใจเถิด” คำพูดของหมอทำเอาทุกคนใจเสีย โดยเฉพาะแม่แสงถึงกับร้องไห้โฮ...

อีกมุมหนึ่งหน้าเรือน นวลขู่ดอกสร้อยที่เดินรีๆ รอๆ เพราะเป็นห่วงไกร ถ้าขืนชักช้าจะให้กลับบ้านผาหมอกคนเดียว ระหว่างนั้น หมอเร่งฝีเท้าผ่านหน้าไป นวลแปลกใจร้องถามว่าทำไมเขาไม่อยู่ดูแลไกรก่อน

“ข้าจนทางไข้แล้ว เอ็งขึ้นไปล่ำลาดูใจนายเอ็งเถอะ”

นวลตกใจมาก หันมองดอกสร้อยอีกทีเห็นจ้ำพรวดๆขึ้นเรือนไปแล้ว ครู่ต่อมาดอกสร้อยเข้ามาขออนุญาตแม่แสงรักษาไกร แม้เธอจะเป็นนางรำ แต่ก็พอมีความรู้เรื่องสมุนไพรขับพิษ ท่านไม่มีทางเลือกจำต้องให้เธอรักษา แต่หากลูกของท่านเป็นอะไรไปเธอจะต้องโดนลงโทษ ดอกสร้อยพยักหน้ารับคำแล้วขอให้ผินกับปันช่วยหาสมุนไพรตามที่เธอต้องการ จากนั้นเธอลงไปที่เรือนครัวก่อไฟอย่างรวดเร็ว

เมื่อได้สมุนไพรตามที่ต้องการ ดอกสร้อยเร่งปรุงยาอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่นานนักเธอนำยาขับพิษที่ปรุงเรียบร้อยมากรอกปากไกร แล้วบอกแม่แสงว่าต้องรอให้ยาออกฤทธิ์ก่อน

ผ่านไปพักใหญ่ ไกรยังคงนอนนิ่งไม่หือไม่อือ แม่แสงทวงถามจากดอกสร้อยทำไมเขายังไม่ฟื้นสักที นวลได้ทีใส่ไฟหรือยาที่ให้เขาเป็นยาพิษ ดอกสร้อยยังไม่ทันจะว่าอะไร ไกรเริ่มรู้สึกตัว แต่อยู่ๆก็ลงไปนอนชักดิ้นชักงอปัดข้าวของใกล้ตัวกระจัดกระจาย ผินกับปันต้องช่วยกันกดตัวไว้ เธอขอร้องให้ทั้งคู่เบามือ อย่ารัดแน่เกินไป เดี๋ยวลมไม่เดิน แม่แสงตวาดแว้ด ไม่ต้องมายุ่ง แล้วผลักเธอหงายหลัง

“เอ็งใส่ยาพิษให้ลูกข้ากิน ลูกข้าถึงชักเยี่ยงนี้”

“สร้อยมิได้คิดร้ายจ้ะ สร้อยปรุงตำรับยาพี่ไผ่” ดอกสร้อยพยายามอธิบายแม่แสงไม่ฟังคำแก้ตัว สั่งให้นวลลากเธอออกไป เปรื่องกลับมาพอดีขอร้องให้ปล่อยเธอไป เธอไม่มีทางคิดร้ายกับไกร แม้เขาอยากจะบอกว่าทั้งคู่เป็นคนรักกันแต่ต้องยั้งปากเอาไว้ ได้แต่บอกแค่ว่าทั้งคู่เป็นยอดมิตรต่อกัน แม่แสงไม่เชื่อ

“พ่อก็เห็น ลูกข้ากำลังชักเกร็งหนักเพราะฤทธิ์ยา”

ไกรชักได้สักพักก็ทำท่าจะขย้อน ปันรีบเอากระโถนรองรับเห็นเขาอ้วกออกมาเป็นเลือดสีดำ จากนั้นก็หยุดชัก ผินรีบบอกแม่แสงว่าไกรสงบลงแล้ว ท่านปรี่เข้าประคอง ไกรค่อยๆฟื้นลืมตาขึ้นมาเห็นแม่ก็ร้องเรียก แม่แสงโอบกอดลูกไว้ดีใจสุดๆที่เขารู้สึกตัว ผินยกความดีความชอบครั้งนี้ให้กับดอกสร้อย

ooooooo

ครั้นได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากดอกสร้อย เปรื่องแนะให้เธอรีบกลับบ้านผาหมอกเพื่อไปบอกความจริงให้ทุกคนรู้ เธอยังกลับตอนนี้ไม่ได้ แม้ไกรจะฟื้นคืนสติ แต่เธอสังหรณ์ใจว่าพิษยังขับออกไม่หมด

“สร้อยอยู่คงเบาได้มากโข ไอ้ไกรคงสุขใจมิน้อยที่สร้อยอยู่ข้างเตียง”

ทันใดนั้น ไผ่ฝ่าวงล้อมพวกบ่าวไพร่มาถึงหน้าเรือนจะมาช่วยดอกสร้อยให้พ้นเงื้อมือไกร ก่อนที่เรื่องจะลุกลาม ดอกสร้อยวิ่งมาบอกเขาว่าเธอปลอดภัยดี เขาเห็นเธอไม่เป็นอะไรก็ดีใจมากเข้ามาสวมกอด นวลเห็นทั้งคู่กอดกันรีบนำเรื่องนี้ไปรายงานแม่แสงที่กำลังเฝ้าไข้ไกรอยู่

ดอกสร้อยค่อยๆดันตัวไผ่ออกห่าง เขาฮึดฮัดจะไปเอาเรื่องไกรฐานฉุดคร่าเธอมา เธอต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เขาถึงใจเย็นลงได้ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วไผ่ชวนเธอกลับไปด้วยกัน ดอกสร้อยยังกลับไม่ได้ ไกรยังไม่หายดี พิษยังตกค้างอยู่ภายใน แม่แสงมาทันได้ยินพอดี

“พวกเอ็งไม่ต้องมีห่วงลูกข้าเร่งไปได้แล้ว”

“ผัวเอ็งมาตามก็กลับไปซะ ไม่ต้องเสียแรงให้บ่าวไปส่งเรือน” นวลไล่ส่งอีกแรงหนึ่ง ดอกสร้อยอธิบายว่าไผ่เป็นพี่ชาย แต่นวลไม่เชื่อ เปรื่องต้องช่วยยืนยัน

อีกแรงหนึ่งว่าไผ่ไม่ใช่ผัวของเธอ แม่แสงไม่สนใจ จะผัวหรือจะพี่ก็ให้พากันกลับไปได้แล้ว ลูกชายของตนไม่เป็นอะไรแล้ว อีกไม่นานก็เดินเหินได้

พูดไม่ทันขาดคำ ผินวิ่งหน้าตั้งเข้ามาแจ้งว่าไกรอาการทรุดหนักอีกครั้ง คราวนี้มีเลือดออกทั้งทางปากและทางจมูกแถมชักมากกว่าเดิมอีก แม่แสงรีบวิ่งไปดูลูกเห็นชักดิ้นชักงอส่งเสียงครางไม่เป็นภาษาก็ตกใจ

“ฉันคิดว่าแม่นายควรวอนให้แม่ดอกสร้อยช่วยรักษา”

แม่แสงตัดสินใจทำตามที่ผินแนะ แต่ยังไม่ทันจะขยับ ดอกสร้อยเดินเข้ามากับไผ่เห็นไกรชักถึงกับน้ำตาไหลพรากด้วยความสงสาร หันไปขอร้องไผ่ช่วยเขาด้วย ไผ่ลังเล ใจหนึ่งอยากให้ศัตรูหัวใจตาย แต่อีกใจหนึ่งเห็นดอกสร้อยทุกข์ใจก็พลอยทุกข์ไปด้วย แต่สุดท้ายตัดสินใจช่วยไกรแล้วขอให้ทุกคนออกไปจากห้องนี้ก่อน

หลังจากประตูห้องปิด ไผ่จัดการรีดเส้นเพื่อไล่พิษออกจากร่างกายของไกร ไม่นานเลือดที่ไหลออกจากปากและจมูกของเขาก็หยุด ดอกสร้อยรีบเช็ดเลือดให้สีหน้าคลายความกังวลลง ไผ่เห็นเธอเป็นห่วงไกรมากทนดูไม่ไหวเดินออกจากห้อง แม่แสงถลาเข้ามาถามอาการของลูกชาย

“ข้าขับพิษสิ้นแล้ว พักเสียนิดคงฟื้นขึ้นมา แต่กายข้างในช้ำหนัก ต้องรักษาอีกยก”

“เอ็งจะเรียกเงินทองกี่ชั่ง ข้ายินดีให้ทั้งเรือน ขอจงบอกมา”

ทีแรกไผ่ไม่เรียกร้องเงินทองอะไรขอแค่ข้าวกิน แต่พอฉุกคิดถึงตอนที่โดนขับไล่ไสส่งก็เลยเปลี่ยนใจ

จะเอาเงิน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเอากี่หีบ เปรื่องเสนอตัวจะพาเขาไปหาอะไรกิน แม่แสงกับพวกนวลจัดแจงจะเข้าไปดูไกร ไผ่หันมาสั่ง คนป่วยต้องการพักผ่อน ห้ามเข้าไปวุ่นวาย พวกนั้นถึงกับชะงัก...

อีกมุมหนึ่งในห้องของไกร ดอกสร้อยจับมือคนรักไว้ พยายามปลุกให้รู้สึกตัว สัญญาถ้าเขาฟื้นขึ้นมาเธอจะไม่ขัดเขาอีก ยอมทำทุกอย่างขอเพียงเขารอดปลอดภัย

ooooooo

ที่ป่าบ้านผาหมอก ขณะปลิวกำชับดำกับสมุนซึ่งซุ่มอยู่ในป่าให้ฆ่าพวกไกรอย่าให้เหลือรอดกลับไปบอกใครต่อใครว่าพวกเราสร้างเรื่องลวง ผู้ใหญ่สักกับหนานอินเข้ามาทักทาย ทันใดนั้นหนานอินรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติได้ เอาหูแนบกับพื้นแล้วบอกผู้ใหญ่สักว่ามีคนเข้ามาในป่า ทั้งหมดรีบกระจายกำลังกันเพื่อปิดล้อม

สักพัก พรานเวทย์เดินนำไอ้ใบ้เข้ามา ผู้ใหญ่สักไม่เคยเห็นหน้าทั้งคู่มาก่อน ปลิวตั้งข้อสังเกต อาจเป็นพวกโจรป่า รีบส่งสัญญาณให้ดำเป่าลูกดอกใส่ ลูกดอกพุ่งเข้าหาพรานเวทย์แต่อยู่ๆร่างของเขาก็หายวับ ลูกดอกปักเข้ากับต้นไม้ ผู้ใหญ่สักกับพวกต่างงุนงงสองคนนั่นหายไปไหน หรือว่าเป็นผีสาง ปลิวตะโกนท้าทาย

“ผีสางตนใดจงออกมา ข้าจะล่าวิญญาณเอ็ง” ปลิวว่าแล้วชักดาบจะฟัน

พรานเวทย์ปรากฏตัวขึ้นจ่อหน้าไม้ที่ด้านหลังคนท้าทาย ดำกับสมุนจะเข้าไปช่วยลูกพี่ก็โดนไอ้ใบ้เตะรวบขาแล้วคว้าไม้ซางกับลูกดอกไปจากมือจะเป่าใส่ดำ ผู้ใหญ่สักต้องร้องห้ามไว้

“อย่าๆ พวกข้ามาดี พวกเอ็งเป็นใครกัน”

“ข้าต่างหากที่ต้องถามพวกเอ็ง ข้าหาใช่โจรป่า”

สองฝ่ายต่างแนะนำตัวเองว่าเป็นใคร ผู้ใหญ่สักแปลกใจ พรานเวทย์จะมาล่าสัตว์อะไรถึงที่นี่ เขาไม่ใช่พรานล่าสัตว์แต่เป็นพรานล่าผี ล่าวิญญาณผีร้ายทุกตนรวมทั้งผีกะด้วย ผู้ใหญ่สักยังไม่ทันจะขอให้เขาช่วยล่า ผีกะที่อาละวาดฆ่าคนในหมู่บ้านผาหมอก เขากับไอ้ใบ้หายวับไปเสียก่อน...

แม้ไกรจะฟื้นคืนสติ แต่อาการบาดเจ็บภายในยังอันตรายถึงตายได้ ไผ่รู้เรื่องนี้ดีจึงต่อรองกับดอกสร้อย หากต้องการให้ตนรักษาเขาต่อไป ต้องรับปากก่อนว่าหลังจากเขาหายเธอจะแต่งงานกับตน ไกรยอมไม่ได้ แม้ไผ่จะรักษาไข้จนหายก็หายแค่กายแต่ใจต้องตายเขาจะอยู่ไปทำไม แล้วกุมมือดอกสร้อยไว้อ้อนวอนทั้งน้ำตา

“พี่ขอยอมตายในอ้อมกอดสร้อยในเพลานี้ดีกว่าต้องตายอย่างเดียวดาย”

“ชีวิตของมันอยู่กำมือสร้อย รึสร้อยอยากเห็นมันตายต่อหน้า” ไผ่เร่งรัด

ดอกสร้อยจำใจต้องรับปาก แล้วขอตัวไปเตรียมยาสมุนไพรให้ไผ่เพราะไม่อาจทนเห็นหน้าชายคนรักต่อไปได้ ไผ่เดินเข้ามายืนตรงหน้าศัตรูหัวใจ หยิบห่อยาขึ้นมาเป่าใส่ สักพักไกรก็สลบไปทั้งน้ำตา

ooooooo

ใกล้หมู่บ้านผาหมอก พรานเวทย์สัมผัสถึงกลิ่นของผีตายโหงได้ เสกคาถาใส่ใบไม้ให้นำทางไปหามัน เขาวิ่งตามใบไม้ที่ลอยละลิ่วมาจนถึงหน้าเรือนผู้ใหญ่สัก มั่นใจว่าผีตายโหงต้องอยู่ที่นี่ก้าวฉับๆขึ้นไปบนเรือน

บัวศรีที่นั่งอยู่ร้องบอกทันทีว่า “พ่อผู้ใหญ่ไม่อยู่เรือนจ้ะ”

“กูมาหามึง” พรานเวทย์ตวาดลั่น บัวศรีเห็นท่าไม่ดีร้องเรียกให้ตองนวลมาช่วยไล่โจร คนถูกเอ่ยชื่อปรี่เข้าหาพรานเวทย์พร้อมกับมีดพร้าในมือ เขาเบี่ยงตัวหลบ คว้าข้อมือเธอบิดมีดหลุดมือตกพื้นแล้วผลักเธอกระเด็น จากนั้นตรงเข้าหาบัวศรีอย่างเอาเรื่อง ตองนวลไม่ยอมแพ้พุ่งไปจะหยิบมีด พรานเวทย์เสกคาถาทำให้มีดกลายเป็นงู เธอตกใจเป็นลมล้มพับ งูกลับเป็นมีดอย่างเดิม เขาคว้ามีดหันไปหาบัวศรีแต่เธอหายตัวไปแล้วพร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่น เขาทิ้งมีดวิ่งตามเสียงนั้นไปจนถึงหน้าเรือน เจอผีตายโหงในคราบบัวศรียืนจ้องอยู่

“มึงไม่อยากตาย อย่ายุ่งกับกู”

“กูมาดับวิญญาณมึง” ว่าแล้วพรานเวทย์ล้วงเข้าไปในย่ามจะหยิบมีดหมอ ผีตายโหงได้ทีพุ่งเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงหวังจะให้อาคมเสื่อม เขาพยายามดันเธอออกจะเอามีดหมอจ้วงแทงแต่ยั้งมือไว้ทันเนื่องจากเห็นทางหางตาว่าผีตายโหงออกจากร่างเธอไปยืนดูอยู่ที่มุมหนึ่ง เขารีบประคองบัวศรีให้ลงนอนกับพื้น แล้วหันไปถาม ผีตายโหงว่าเป็นใครมาสิงร่างแม่หญิงคนนี้ทำไม ผีตายโหงแค่ต้องการจะแก้แค้นสิ่งที่พวกมันทำกับตนไว้

พรานเวทย์ยังไม่ทันจะรู้ว่าผีตายโหงถูกใครทำร้าย มันเข้าสิงร่างบัวศรีอีกครั้งแล้วโจนเข้าหา เขาไม่ทันตั้งตัวถูกมันแย่งมีดไปได้จะจ้วงแทง แต่ไอ้ใบ้มาช่วยไว้ทันโยนสร้อยตะกรุดกระดูกผีมาคล้องคอมันไว้ ผีตายโหงในร่างบัวศรีดิ้นทุรนทุรายสักพักก็ออกจากร่างที่สิง นอนร้องครวญครางกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

ไอ้ใบ้รีบเข้าไปดูพรานเวทย์ แต่เขาปัดมือออก คว้ามีดหมอจะแทงผีตายโหง ตองนวลคิดว่าเขาจะทำร้ายบัวศรีถือมีดพร้าเข้ามาช่วย ผู้ใหญ่สักเข้ามาเห็นบัวศรีนอนหมดสติอยู่ที่พื้นก็ตกใจ

“แม่บัวศรี...พ่อพรานทำอะไร”

“พวกเอ็งไม่เห็นรึ ผีตายโหงสิงมัน” พรานเวทย์ชี้ไปที่มุมหนึ่ง ผู้ใหญ่สักกับตองนวลหันมองตามมือเห็นผีตายโหงนอนหมอบอยู่กับพื้นก็ตกใจ เธอถึงกับปล่อยมีดตกพื้น ผีตายโหงสบช่องพุ่งเข้าสิงร่างนวลตองแล้ววิ่งหายไปในความมืด พรานเวทย์กับไอ้ใบ้ไล่ตาม ขณะที่ผู้ใหญ่สักรีบเข้าไปประคองบัวศรี

พรานเวทย์วิ่งนำไอ้ใบ้ตามตองนวลมาถึงชายป่า ก่อนจะหยุดกวาดตามองไปรอบๆ เห็นร่างของเธอนอนหมดสติอยู่บนต้นไม้ รีบสั่งการให้ไอ้ใบ้เอาตัวลงมา...

ขณะที่พรานเวทย์เจ็บใจตัวเองที่ปล่อยให้ผีตายโหงรอดเงื้อมมือไปได้ ไผ่ซึ่งอยู่ที่ปากน้ำโพกำลังช่วยกันกับดอกสร้อยใช้สมุนไพรขับพิษที่ยังตกค้างอยู่ในร่างกายของไกร ตั้งแต่บ่ายยันเช้าของอีกวัน แต่เขายังไม่มีทีท่าจะฟื้น ไผ่ทิ้งให้ดอกสร้อยใช้ลูกประคบเสกคาถาไล่ประคบไปตามร่างกายของคนเจ็บแล้วออกไปหาข้าวเช้ากิน โดยห้ามใครเข้ามายุ่งวุ่นวายในห้องของไกรแม้แต่แม่แสง

ooooooo

กว่าบัวศรีจะรู้สึกตัวตื่นก็สายมากแล้ว ผู้ใหญ่สักจะพยุงให้ลุกขึ้นแต่เธอไม่มีแรงขยับแข้งขา เขาหันไปถามพรานเวทย์ที่นั่งกินไก่อยู่กับไอ้ใบ้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมียของตน หรือผียังสิงเธออยู่ถึงขยับตัวไม่ได้ จอมขวังเวทย์อธิบายว่าเธอโดนผีตายโหงสิงนานกายก็เลยหมดแรงอีกไม่นานก็เดินได้เหมือนเดิม แล้วถามเขาว่า

“เมียเอ็งไปหักแข้งหักกระดูกผีตนใด มันถึงจองล้างจองผลาญเมียเอ็ง”

คนถูกถามอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะบอกว่าเมียของตนไม่เคยทำบาปทำแต่กรรมดี พรานเวทย์แปลกใจ หรือเธอรับกรรมแทนคนอื่น บัวศรีถึงกับน้ำตาไหลตระหนักในทันทีว่าเกิดจากอะไร ผู้ใหญ่สักไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้รีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถ้าวิญญาณของผีตายโหงยังไม่ดับ มิกลับมาสิงเมียของตนอีกหรือ

“ข้าให้ไอ้ใบ้ฝังตะกรุดรอบเรือนแล้ว มันเข้ามาไม่ได้”

ผู้ใหญ่สักขอบใจพรานเวทย์ที่ช่วยบัวศรีเอาไว้ มอบเงินถุงหนึ่งให้เป็นสินน้ำใจ แต่หากเขาดับวิญญาณ ผีตายโหงได้ตนจะมอบทองคำให้ พรานเวทย์รับปากอีกไม่นานจะจับวิญญาณผีตายโหงใส่หม้อฝังดินให้ ผู้ใหญ่สักเตรียมทองไว้ได้เลย แล้วชวนไอ้ใบ้กลับ ระหว่างมาตามทางเดินในหมู่บ้านผาหมอก ไอ้ใบ้แบมือขอ

ส่วนแบ่งจากพรานเวทย์ นอกจากจะไม่ได้เงินแล้วยังโดนถีบอีกต่างหาก

ไอ้ใบ้เจ็บใจที่พรานเวทย์เห็นแก่ตัวไม่แบ่งปันเงินให้บ้างทั้งที่ตนเองเอาตะกรุดกระดูกผีไล่ผีตายโหงช่วยเขาไว้ เดินหัวเสียเตะลมไปตามเรื่อง แต่เตะพลาดไปโดนก้อนหิน ครั้นยกเท้าจะดูก็เซเสียหลักกลิ้งลงไปตามทางลาดหัวกระแทกหิน พยายามลืมตาก็เห็นร่างผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาดู จากนั้นทุกอย่างดับวูบ...

ตะวันใกล้ลับขอบฟ้าแล้วตอนที่ไกรฟื้นคืนสติ ดอกสร้อยที่นั่งเฝ้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยร้องเรียกเขาด้วยความดีใจ แม่แสงกับนวล ผินและปันได้ยินเสียงเรียกก็ตกใจรีบเข้าไปดู เห็นไกรนอนมองตาแป๋วพากันดีใจมาก ไผ่ตามเข้ามาเห็นเขารอดตายก็ดีใจเช่นกันที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้...

เพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือลูกชายให้รอดชีวิต แม่แสงมอบเงินถุงใหญ่ให้ไผ่เป็นสินน้ำใจ แต่เขาไม่รับ เขาช่วยไกรครั้งนี้ก็เพื่อล้างหนี้บุญคุณที่ไกรมีต่อดอกสร้อย จากนี้ไปเราหามีบุญคุณค้างใจกันอีก

แม่แสงขอบใจเขามาก ตะวันขึ้นเมื่อไหร่จะให้คนขี่ม้าไปส่งเขากับดอกสร้อย ไผ่ยังกลับไม่ได้

“สร้อยขอร้องให้ข้าอยู่จนกว่าจะมั่นใจว่าขุนไกรฟื้นลุกเดินได้”

แม่แสงขอบใจเขาอีกครั้งที่ยังอยู่ช่วยจนกว่าไกรจะหายดี แล้วสั่งให้บ่าวไพร่ไปจัดเรือนนอนให้...

ที่เรือนของคำป้อน ซอมพอเห็นไอ้ใบ้รู้สึกตัวตื่นขึ้นรีบบอกว่าอย่าเพิ่งลุกเดี๋ยวจะล้มพับไปอีก แล้วถามว่าชื่ออะไร เขาได้แต่ยิ้มไม่ตอบ ผากับม่อนตามเข้ามา

เห็นเขาฟื้นพยายามซักว่าชื่อเรียงเสียงใด ไอ้ใบ้เห็นผาก็ตกใจ ส่งเสียงอ้อแอ้ไม่เป็นภาษา พยายามถดหนี ม่อนเดาออกทันทีว่าเขาเป็นใบ้ ไอ้ใบ้กลัวซอมพอจะรังเกียจ วิ่งหนีไปทันที ผา ม่อนกับซอมพอจะตามแต่มีเสียงฟองจันทร์ร้องเรียกซอมพอดังขึ้นเสียก่อน เธอปรี่ออกไปดูเห็นแม่ถือไหเหล้าเดินแอ่นหน้าแอ่นหลังจะล้ม รีบเข้าไปประคองไว้พร้อมกับต่อว่าที่ท่านดื่มเหล้าอีกแล้ว

“แม่กลุ้มใจอีดอกสร้อยมันคาบขุนไกรไปแดก ไอ้เปรื่องไอ้ไผ่ก็แล่นตามมัน ทำไมๆๆผู้ชายทุกคนติดบ่วงมัน ใช่...มันสวยหน้ามันงาม มันกลับมาได้แม่จะเอามีกรีดหน้ามัน อีดอกสร้อย”

ซอมพอขอร้องให้พอได้แล้ว อย่าสร้างเวรสร้างบาปอีกเลยไม่อย่างนั้นเวรกรรมจะย้อนมาเล่นงานท่านเอง ฟองจันทร์ไม่กลัวเชิญดวงวิญญาณเวรกรรมผีสางมากัดกินตนได้เลย ซอมพอเห็นท่านเมามากชวนขึ้นเรือน ค่ำมืดแบบนี้ผู้ใหญ่สักห้ามไม่ให้ออกไปไหนผีกะยังวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านของเรา ทันใดนั้นผากับม่อนพร้อมผ้าคลุมหัวโผล่พรวดเข้ามาหวังจะแกล้งหลอกผีให้ฟองจันทร์กลัว กลับโดนเธอถีบกระเด็น...

ในเวลาเดียวกัน นวลพาดอกสร้อยมาที่ห้องพัก บอกให้รออยู่ที่นี่ก่อนเดี๋ยวจะไปเอาสำรับมาให้กิน เพราะเธอไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ระหว่างที่รอสำรับมาส่ง ดอกสร้อยเห็นบ่าวจูงควายผ่านหน้าห้องไปเข้าคอก แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นแววตาน่ากลัวของผีกะ รีบตามไปทันที

ไม่นานนัก นวลยกสำรับกับข้าวเข้ามาในห้อง ไม่เห็นดอกสร้อยรออยู่ก็แปลกใจ พลันมีเสียงควายร้องดังขึ้น เธอรีบวางสำรับตรงไปที่คอกควาย พยายามส่องคบไฟมองหา ไม่เจออะไรก็เดินกลับโดยไม่เห็นผีกะนั่งกัดกินควายตัวที่อยู่ด้านในสุดเพราะมีควายตัวอื่นบังอยู่

ooooooo

สภาพที่ถูกควักไส้กินของควายถูกบ่าวพบในเช้าวันต่อมา ทุกคนในเรือนของแม่แสงพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา ปันว่าโดนเสือขย้ำ ผินกลับบอกว่าเป็นฝีมือผีกะเพราะไม่มีรอยเท้าเสือสักรอย เปรื่องเองก็เชื่อว่าน่าจะใช่ผีกะ เพราะตอนไปอยู่บ้านผาหมอกมีคนตายเพราะโดนมันกัดกินหลายศพ ปันตกใจ

“หากความไม่คลาดดังเอ็งว่า ไอ้ควายที่ตายไปก็ต้องโดนผีกะกัดกิน ถ้าเช่นนั้นมันก็อยู่ในเรือนเรา”

ระหว่างนั้นนวลวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าตัวเองรู้ว่าใครเป็นผีกะ แล้วเล่าเรื่องที่เอาสำรับไปให้ดอกสร้อยในห้องพักเมื่อคืนแต่เธอหายไป พอกลับมาอีกทีก็บอกให้ตนยกสำรับกลับโดยไม่แตะต้องอะไรเลย อ้างที่หายไปเพราะทนหิวไม่ไหวไปหากล้วยมากินแล้ว และที่สำคัญตนได้ยินผินเคยเล่าว่าผีกะสิงผู้หญิงและมันอยู่ทางเหนือ พวกที่ลงมาจากทางเหนือก็มีแต่เปรื่อง ผิน ปันกับไกร มีผู้หญิงแค่คนเดียวคือดอกสร้อย หากผีกะอยู่ที่นี่ มันก็ต้องสิงมากับดอกสร้อย ผินกับปันพิจารณาดูแล้วน่าจะเป็นจริงอย่างนวลว่า ต่างวิ่งแจ้นไปหาแม่แสง...

ครั้นแม่แสงรู้เรื่องนี้ เตือนนวล ผินและปันจะทำการใดต้องตรองให้ถ่องแท้ก่อน หากแคลงใจในตัวดอกสร้อย ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าเธอเป็นผีกะจริงๆถึงค่อยกำจัด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง
17 ก.ย. 2564

13:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 16:29 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์