นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สาปดอกสร้อย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ดอกสร้อยน้อยใจและผิดหวังในตัวพ่อมากที่มาขอร้องไม่ให้เอาผิดฟองจันทร์ หากเธอทำอย่างนั้นเท่ากับเว้นโทษให้ปลิวด้วย แล้วตัดพ้อต่อว่าพ่อว่าจะปล่อยให้คนชั่วที่ย่ำยีเธอลอยนวลหรือ คำป้อน เองก็ไม่อยากให้ลงเอยแบบนี้ แต่ถ้าเธอเอาผิดปลิว ฟองจันทร์จะติดร่างแหไปด้วย

    “พ่อจ๋า พ่อเคยรักเคยห่วงสร้อยบ้างไหม ระหว่างสร้อยกับน้าฟองจันทร์ พ่อรักใครมากกว่ากัน”

    คำป้อนเลี่ยงที่จะตอบคำถาม ดอกสร้อยรู้ทันทีว่าพ่อรักเมียมากกว่าลูกในไส้ เดินจากไปอย่างช้ำใจ...

    ด้านฟองจันทร์ถึงกับปล่อยโฮเมื่อรู้จากคำป้อนว่าดอกสร้อยยังไม่รับปากใดๆทั้งสิ้น ซอมพอต้องเข้ามา กอดปลอบใจแม่ สามคนพ่อแม่ลูกต่างกังวลใจไม่เป็นอันทำอะไร...

    ความเจ็บช้ำน้ำใจที่ได้รับทำให้ดอกสร้อยวิ่งมายืนร้องไห้เพียงลำพังที่ชายป่า ยิ่งหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ถูกปลิวทำร้ายและพยายามจะขืนใจ หนำซ้ำพ่อยังมาขอร้องไม่เอาผิดคนชั่วยิ่งทำให้เธอทั้งโกรธทั้งเสียใจ ผีกะ ต้องการแก้แค้นปลิวจึงเข้าสิงร่างดอกสร้อยแล้วพุ่งไปยังทิศทางที่บ้านผู้ใหญ่สักตั้งอยู่...

    ที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่สักซึ่งถูกจุดคบไฟสว่างไสว ปลิวถูกจับมัดติดกับเสาโดยมีหนานอินคอยเดินตรวจเวรยามอยู่ใกล้ๆ เขาไม่อยากถูกเอาตัวเข้ากรุงศรีฯพยายามติดสินบนมือขวาของผู้ใหญ่สัก นอกจะไม่รับเงินจากเขา หนานอินยังด่าเขาอีกต่างหากว่าเสียแรงเป็นถึงตำรวจแต่อกตัญญูแผ่นดินคิดจะติดสินบนเอาตัวรอด ร้องเรียกให้ลูกน้องเอาผ้ามาปิดปากปิดตาไว้ ปลิวไม่พอใจพยายามดิ้นหนีแต่ไม่เป็นผล

    “อย่าได้รับรู้เห็นแลเทียวพูดจาดูถูกคนอีก” หนานอินมองลูกน้องปิดปากปิดตาปลิวด้วยความสะใจ...

    อีกมุมหนึ่งของบ้านผาหมอก ดำสั่งสมุนให้เตรียมตัวไปช่วยปลิว เพราะขืนทิ้งไว้แบบนั้นไกรอาจย้อนมาฆ่าเขาได้ พวกสมุนต่างรับคำแข็งขัน...

    ในเวลาต่อมา ขณะหนานอินกับลูกน้องเดินตรวจตราอยู่รอบบริเวณที่ปลิวถูกจับมัด คบไฟที่จุดรายล้อมอยู่รอบๆค่อยๆดับลงทีละดวงจนมืดสนิท หนานอินสั่งการให้ลูกน้องจุดไฟ แต่ยังไม่ทันจ่อไฟเข้ากับคบ เห็นชายสองคนมีผ้าคาดหน้าด้อมๆมองๆอยู่ ลูกน้องตะโกนถามว่าใคร พวกนั้นกลับวิ่งหนี หนานอินสั่งให้ตามจับตัวมาให้ได้ จากนั้นทั้งเขาและลูกน้องพากันไล่ตามชายปริศนาทั้งสองคนไป ดำที่มีผ้าคาดหน้ารอจนพวกนั้นลับสายตารีบเข้าไปแก้มัดผ้าปิดปากลูกพี่ออก ยังไม่ทันจะแก้ผ้าผูกตา หนานอินถือดาบวิ่งกลับมาเสียก่อน

    “ข้านึกแล้วเชียว พวกเอ็งต้องลวงข้าออกไป”

    ดำกับหนานอินต่อสู้กันด้วยเพลงดาบ ดำแกล้งสู้ไม่ได้วิ่งหนีโดยมีมือขวาของผู้ใหญ่สักไล่ตาม...

    แก้วกับสมุนอีกคนหนึ่งของปลิวล่อลูกน้องสามคนของผู้ใหญ่สักไปที่มุมหนึ่งของหมู่บ้าน โดยแก้วซ่อนตัวอยู่แล้วให้สมุนวิ่งหลอกล่อพวกนั้นไปอีกทางหนึ่ง ลูกน้องของผู้ใหญ่สักหลงกลไล่ตาม แก้วรีบออกจากที่ซ่อนวิ่งย้อนกลับไปทางบ้านผู้ใหญ่สัก

    ooooooo

    ปลิวยังคงถูกมัดติดอยู่กับเสากลางลานหน้าบ้านผู้ใหญ่สัก มีผ้าปิดตาไว้ อยู่ๆมีลมพัดวูบเข้ามาพร้อมกับกลิ่นแปลกๆปะทะจมูกเขาเต็มๆ

    “เหม็นสาบของใดวะ”

    ผีกะปรากฏตัวขึ้นไม่ห่างจากกันนัก ปลิวรับรู้ได้ว่ามีใครบางคนอยู่ตรงนั้น ร้องถามว่าดำหรือ มันไม่ตอบได้แต่พุ่งตัวมายืนหายใจรดหน้า เขาเริ่มตระหนักว่านี่ไม่ใช่สมุนของตัวเอง ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ...

    ฝ่ายหนานอินวิ่งไล่ดำที่เอาแต่วิ่งหนีไม่มีทีท่าจะต่อสู้ด้วย ก็ถึงบางอ้อทันทีว่าตัวเองถูกแผนล่อเสือออกจากถ้ำ รีบวิ่งกลับไปบ้านผู้ใหญ่สัก...

    ผีร้ายเงื้อมือที่มีเล็บยาวน่ากลัวขึ้นเหนือหัวปลิวหวังจะปาดหน้า แต่แก้วเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ผีกะ

    หันขวับไปหาทำให้เล็บกรีดผ้าที่มัดตาปลิวขาด เขาเห็นเพียงร่างของหญิงสาวยืนหันหลังให้ แก้วเห็นผีกะก็ตกใจมือไม้อ่อนทำดาบตกพื้นก่อนจะวิ่งหนีไม่คิดชีวิตโดยมีผีกะไล่ตาม ปลิวกลัวแทบสิ้นสติตะโกนขอให้คนช่วย ผู้ใหญ่สักได้ยินเสียงเอะอะวิ่งถือดาบเข้ามา ไม่เห็นหนานอินกับลูกน้องก็แปลกใจหายไปไหนกันหมด

    “พ่อผู้ใหญ่ ช่วยข้า ผีกะ...ผีกะจะฆ่าข้า” ปลิวละล่ำละลัก...

    แก้วหนีการไล่ล่าของผีกะในคราบดอกสร้อย เข้าป่าไปจนถึงน้ำตก กระโจนลงน้ำเพราะคิดว่าผีไม่กล้าตาม ที่ไหนได้มันวูบไปโผล่ใต้น้ำ คว้าขาเขาไว้ แล้วกระชากตัวให้หันมาเผชิญหน้า ใช้เล็บแหลมคมควักลูกตาสองข้างของเขาออก แก้วดิ้นพราดๆใต้น้ำด้วยความเจ็บปวดก่อนจะขาดใจตาย จากนั้นมันเอาดวงตาของเขามากัดกินบนโขดหินริมลำธารอย่างเอร็ดอร่อย...

    ทันทีที่หนานอินกับลูกน้องกลับมาถึงลานที่มัดปลิวไว้ ผู้ใหญ่สักสั่งการให้พวกนั้นเร่งจุดคบไฟ แล้วไปตามคนมาเฝ้าเวรยามเพิ่ม ปลิวกลัวจัดขอร้องผู้ใหญ่สักเอาตนไปผูกบนเรือน ตนทนอยู่ตรงนี้ไม่ไหว แล้วมองไปรอบๆสีหน้าหวาดหวั่น ผู้ใหญ่สักกลัวเขาจะเป็นอันตรายสั่งให้หนานอินพาเขาไปขังไว้บนเรือน

    ooooooo

    ฟองจันทร์กลัวดอกสร้อยไม่ยอมช่วยเหลือ ขอร้องให้คำป้อนพาหนี แต่ไม่ทันกาล หนานอินกับลูกน้องมาตามตัวให้ไปที่บ้านผู้ใหญ่เสียก่อน ดอกสร้อยเดินนำไผ่เข้ามาสมทบแจ้งว่าพร้อมแล้ว จากนั้นเดินออกไป ฟองจันทร์มองตามสีหน้าหวาดหวั่น...

    ทางด้านไกรเห็นผู้ใหญ่สักนำตัวปลิวลงมาจากเรือนก็ไม่พอใจ ต่อว่าว่าทำไมต้องปรนเปรอโจรเยี่ยงนี้ด้วย เขาอ้างว่าที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะมีเหตุจำเป็น แต่ไม่ยอมบอกอะไร ไกรกับเปรื่องได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้...

    ในขณะเดียวกัน ศรีออนอยากรู้ว่าผู้ใหญ่สักจะลงโทษพวกที่ทำเลวไว้กับดอกสร้อยอย่างไรบ้าง ชวน เอื้องคำไปดู เธอไม่ยอมไปกลัวจะถูกโยนความผิดให้ฐานไม่ยอมเข้าไปช่วยตอนที่ดอกสร้อยคับขัน และยังเคืองไม่หายไม่รู้ใครสาระแนพาไผ่ไปช่วยมันไว้ ถ้าจับได้จะเอาเข็มเย็บปากให้รู้แล้วรู้รอด...

    ชาวบ้านต่างมารวมตัวกันที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่สักกันหนาตาเพื่อฟังคำไต่สวน เมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้าผู้ใหญ่สักสั่งให้ดอกสร้อยเล่าความจริงมาให้หมดว่าปลิวจะขืนใจเธอตามที่ไกรกับเปรื่องกล่าวหาหรือไม่ ไผ่กระซิบให้กำลังใจดอกสร้อยที่มีสีหน้าเป็นกังวล

    “สร้อยพูดสิ ไม่ต้องเกรงกลัวมัน มันต้องโดนถอดยศติดคุก”

    ดอกสร้อยตัดสินใจทำตามที่พ่อขอร้อง บอกกับผู้ใหญ่สักว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฟองจันทร์นัดให้เธอเข้าป่าไปหาหมากให้พ่อกิน ระหว่างรอแม่เลี้ยงมาถึง ปลิวอาสาจะช่วยแต่เธอปัดไล่เขาด้วยความเกรงใจ ไผ่มาเห็นพอดีคิดว่าเขาล่วงเกินเธอเหมือนวันก่อน ก็เลยเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ไกรกับเปรื่องตกใจที่เหตุการณ์กลับตาลปัตร ขณะที่ฟองจันทร์แทบโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ซอมพอกับคำป้อนรู้สึกไม่ต่างจากเธอเช่นกัน

    ไผ่เข้ามาต่อว่าดอกสร้อยทำไมต้องโกหกด้วย ถ้าอย่างนั้นตนจะเล่าให้ทุกคนฟังเอง เธอขอร้องให้จบแค่นี้อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บอีกเลย เขาไม่พอใจเดินหนีไป ฟองจันทร์รีบรับสมอ้างว่าเป็นอย่างที่ดอกสร้อยเล่าจริงๆ

    “หากเป็นจริงดังดอกสร้อยว่า ขุนพิศณุแสนก็ไม่ผิด หนานอินแก้เชือกปล่อยตัวท่านขุน”

    ไกรกับเปรื่องเจ็บใจที่ปลิวรอดตัวไปได้อีกครั้ง ดอกสร้อยมองไกรอย่างรู้สึกผิดก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปหาไผ่ที่ยืนหงุดหงิดอยู่ อ้อนวอนให้เขาเห็นใจเธอด้วยที่เธอต้องทำอย่างนั้นก็เพื่อพ่อเพื่อความอยู่รอดของทุกคน

    “สร้อยปล่อยให้คนชั่วลอยนวลต่อไปมันก็แว้งกลับเล่นงานสร้อย แล้วที่พี่เสียใจนัก พี่เสี่ยงตายไปช่วยสร้อย เสี่ยงคมดาบไอ้ขุนพิศณุแสน ไอ้ขุนฤทธิไกรมันช่วยชีวิตพี่ พี่ต้องทนให้พวกมันหัวเราะเยาะเป็นหนี้บุญคุณค้ำหัวพี่...พี่วอนขอร้องให้สร้อยห่างจากมัน อย่าริคบหามันสร้อยก็ไม่เคยฟังพี่ คงเป็นเพราะสร้อยรักมัน ในเมื่อสร้อยไม่เห็นความหวังดีของพี่ คำพูดพี่ไม่มี ความหมาย พี่ก็จะไม่ยุ่งไม่กวนใจสร้อยอีก” ไผ่พูดจบผละจากไป

    ดอกสร้อยเสียใจที่ทำให้เขาผิดหวัง หันหลังจะกลับเรือน เจอฟองจันทร์ยืนจ้องอยู่ แทนที่จะสำนึกบุญคุณที่ช่วยเอาไว้กลับเข้ามาด่าว่าเธออีก แถมขู่ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำสอง ก็ให้ตีตัวออกห่างจากไกร หากยังดื้อด้านคิดจะแย่งผู้ชายของน้องสาวจะให้ผู้ชายทั้งหมู่บ้านมารุมข่มขืน เธอหมดความอดทนตบฟองจันทร์หน้าหัน

    “ฉันไม่น่ากลับคำช่วยเหลือคนจัญไรอย่างนี้เลย”

    ฟองจันทร์ตบลูกเลี้ยงคืน “แกไม่ช่วย พ่อแกก็ต้องช่วยข้า แกก็รู้ว่าพ่อแกรักข้ามากแค่ไหน เขารักข้า มากกว่าแก” ไม่พูดเปล่าแม่เลี้ยงตัวแสบผลักดอกสร้อยแทบหงายหลัง แล้วเดินหัวเราะร่วนออกไป ดอกสร้อยเสียใจมากที่อุตส่าห์ช่วยเหลือแต่เธอไม่เคยเห็นความดี เดินร้องไห้ไปทรุดตัวที่โคนต้นกาสะลอง

    “แม่กาสะลองจ๋า สร้อยต้องทำยังไงพี่ไผ่ถึงจะเข้าใจสร้อย”

    ooooooo

    ปลิวไม่พอใจมากถึงกับต่อยดำหน้าหงาย เหตุใดตะลุยมาช่วยตนแล้วถึงได้หนีไปก่อนจะช่วยสำเร็จ เขาอ้างว่าทำแผนลวงให้หนานอินไล่ตาม แต่มันไหวตัวเสียก่อนวกกลับมา แต่เขาก็สั่งให้แก้วมาช่วยปลิว พูดถึงแก้วขึ้นมา ปลิวนึกได้ว่าเมื่อคืนเห็นผีกะไล่ล่าเขา พูดยังไม่ทันขาดคำ สมุนคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงาน

    “พี่ปลิว ฉันหาทั่วทุกซอกหมู่บ้าน ไม่เจอหัวไอ้แก้ว”...

    ที่แอ่งน้ำใต้น้ำตก เอื้องคำลงอาบน้ำสีหน้าผิดหวังที่ไม่เจอผู้ชายมาลงเล่นน้ำสักคน ขณะกำลังบ่นเป็นหมีกินผึ้ง ศพแก้วลอยอืดขึ้นมา เธอหันไปเห็นร้องกรีดสนั่นป่า ศรีออนซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ลงไปเล่นน้ำเช่นกัน เจอศพแก้วที่ถูกควักลูกตา ตกใจแทบสิ้นสติ หนีขึ้นจากน้ำแทบไม่ทัน...

    ศพแก้วถูกนำมาไว้ที่ท้ายหมู่บ้านผาหมอก

    ทั้งไกร เปรื่องกับพวกชาวบ้านต่างมุงดูสภาพศพที่ถูกควักลูกตาอย่างสยดสยอง ปลิวเดินแหวกชาวบ้านเข้ามากับสมุนเห็นศพแก้วก็ตกใจ รีบเอาเสื้อตัวเองคลุมศพ

    แล้วสั่งให้ดำเอาศพไปเผา ไกรทักท้วงไม่คิดจะหาตัวคนฆ่าสมุนของตัวเองก่อนหรือ ผู้ใหญ่สักโพล่งขึ้นทันที

    “ผีกะเป็นคนฆ่ามัน”

    ชาวบ้านต่างเหลียวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เปรื่องไม่วายเหน็บมีคนตายเมื่อไหร่ทำไมผู้ใหญ่สักต้องโยนบาปให้ผีกะทุกที ปลิวช่วยยืนยันอีกแรงหนึ่งว่าเป็นฝีมือของผีกะจริงๆ เมื่อตอนค่ำมันโผล่มาจะกินเขาแต่แก้วถลันมาเห็นก็เลยโดนฆ่า ผู้ใหญ่สักเล่าเพิ่มเติมว่าด้วยเหตุนี้ ตนถึงต้องพาปลิวไปขังบนเรือน ทั้งไกรและเปรื่องแปลกใจเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมเขาถึงไม่แจ้งให้ทุกคนรู้ในทันที เขาเกรงจะทำให้ทุกคนแตกตื่น แต่ถึงตรงนี้คงเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว จึงประกาศให้รู้ทั่วกันว่า

    “มื้อค่ำอย่าได้ออกจากเรือนจนกว่าจะรู้ตัวว่าใครเลี้ยงผีกะ”...

    ขณะที่ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันกลับเรือนตัวเอง ไกรปรี่เข้าไปถามปลิวว่าถ้าเห็นผีกะจริงๆก็ต้องรู้ว่ามันสิงร่างใคร เขาเห็นแค่ด้านหลังของเธอเท่านั้นแต่ไม่เห็นหน้า แล้วไม่วายแดกดันจะถามไปทำไมหรือว่ากลัวตาย ไกรไม่พอใจตอกกลับไปบ้าง ปลิวโมโห ขู่ไกรถ้ายังมาวุ่นกับตนไม่เลิก เขาอาจไม่ได้ตายด้วยฝีมือของผีกะ หากจะตายเพราะคมดาบของตน...

    ทางด้านเปรื่องมาดักรอซอมพอระหว่างทางกลับเรือน ต่อว่าเรื่องที่คบคิดกับแม่ทำร้ายดอกสร้อย ซอมพอไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่จะทำกับพี่สร้อยขนาดนั้น หากทำอย่างที่เขากล่าวหา ตนคงไม่พาเขาไปช่วยพี่สร้อย เขาหาว่าซอมพอเข้าตาจนถึงได้ยอมพาไป หญิงสาวน้ำตาไหลพราก

    “ข้าสำนึกกรรมชั่วสิ้นไปแล้ว เอ็งก็หยามให้ข้าเจ็บ รึต้องให้ข้าตายตกไปถึงสาแก่ใจเอ็ง” ซอมพอวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา เปรื่องไล่ตามจนทันกันแถวหน้าผาสูงตกใจคิดว่าเธอจะฆ่าตัวตาย คว้าตัวมากอดไว้แน่น เธอดิ้นรนให้ปล่อย เขาไม่ยอมปล่อยขืนทำอย่างนั้นเธอคงโดดลงไปตาย เธอตะคอกใส่ไม่ทำอะไรโง่ๆอย่างที่เขาคิด

    เปรื่องรีบปล่อยมือ “นี่เอ็งลวงให้ข้าเห็นใจ แล้วยังมาหลอกด่าข้า”

    ซอมพอหาว่าที่เปรื่องมาดักต่อว่าตนต่างๆนานาก็เพราะมีใจให้พี่สร้อย ถ้ารักกันมากห่วงกันมากก็เชิญแร่ไปหากันได้เลยไม่ต้องมายุ่งกับตน เขาของขึ้นทันที ต่อว่าซอมพอกลับที่ไล่เขาอย่างกับหมูกับหมาเพราะต้องการจะแล่นไปขอเศษความรักความเห็นใจจากไกรใช่ไหม ซอมพอเจ็บใจเดินหนี เปรื่องพึมพำไล่หลัง

    “ด่าเขาแล้วทำไมถึงเจ็บเองวะ หยุดเถอะ หยุดเจ็บสักที”

    ooooooo

    ดอกสร้อยคิดว่าไกรยังเคืองที่โกหกเรื่องปลิวก็เลยไม่กล้าสู้หน้า แต่ผิดคาดเขาเข้าใจเธอทุกอย่างหากเธอเล่าความจริง อาจส่งผลให้คนที่เธอรักทั้งน้าฟองจันทร์และซอมพอติดร่างแหไปด้วย ดังนั้นไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหนเขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอแล้วจับมือเธอมากุมไว้ ดอกสร้อยไม่อยากมีปัญหากับฟองจันทร์รีบชักมือออก

    “สร้อยรังเกียจฉันรึ”

    “มันไม่สมที่สร้อยจะอยู่กับพี่ลำพัง”

    “ข้อนั้นแจ้งใจดี...สร้อย ผีกะเพิ่งฆ่าลูกน้องปลิวตาย น่าเสียดายที่ปลิวไม่เห็นหน้าว่าผีกะตนนั้นสิงผู้ใด สร้อยต้องคอยไหวตัว ตกกลางคืนอย่าออกนอกเรือน”

    หญิงสาวรับคำ ขอตัวกลับเรือนก่อน ไกรมองตามด้วยความเป็นห่วง...

    ข่าวผีกะอาละวาดทำให้ทุกคนในบ้านผาหมอกกลัวหัวหด ยิ่งใกล้พระอาทิตย์ตกพากันเร่งรีบกลับเรือน เอื้องคำกับศรีออนก็เป็นหนึ่งในนั้นรีบขึ้นเรือนจนแทบจะเดินชนกัน พลันมีนกเค้าแมวตัวหนึ่งบินมาเกาะชายคาเรือน เอื้องคำเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่าผีกะเร่ร่อนมักจะสิงนกเค้าแมวบินไปจิกกินเลือด สั่งให้ศรีออนไล่มันไป เธอกลัวไม่กล้าทำเอื้องคำหมั่นไส้ผลักเธอไปยังจุดที่นกเกาะอยู่ นกตกใจบินหนี แต่อึดใจมันกลับมาเกาะที่เดิม ศรีออนกลัวจัดเผ่นเข้าห้องแทบไม่ทัน นกเค้าแมวส่งเสียงร้องก่อนจะบินหายไปในความมืด...

    ผ่านไปไม่นานนัก ขณะดอกสร้อยเตรียมจะเข้านอน มีนกเค้าแมวบินมาเกาะที่หน้าต่างห้องจ้องมองเธอเขม็ง เธอจ้องตอบพักเดียวสายตาของเธอเปลี่ยนเป็นสายตาน่ากลัวของผีกะ นกเค้าแมวตกใจจะบินหนี แต่มือผีกะยื่นยาวไปคว้ามันไว้เสียก่อน แล้วจับมากัดกินในห้องอย่างเอร็ดอร่อย

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา ไกรกับเปรื่องกำลังคุยกันมาตามทางเดินในหมู่บ้านเรื่องที่ผู้คนที่นี่เชื่อฝังใจว่ามีผีกะ เหลือบไปเห็นชาวบ้านกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง ทั้งคู่รีบแหวกกลุ่มชาวบ้านเข้าไปเพราะคิดว่ามีเรื่องร้ายเกิดขึ้น แต่กลับเห็นม่อนกำลังแสดงลีลาประกอบการเล่าความฝันบ้าๆบอๆเกี่ยวกับโดนหมากัดให้ชาวบ้านฟัง

    สองเกลอขี้เกียจฟังจึงเดินเลี่ยงออกมา ไกรอยากให้เปรื่องช่วยสอนเวทมนตร์ให้จะได้เอาไปใช้กับผีกะเพื่อแก้แค้นให้พ่อของตัวเอง เปรื่องขอร้องเขาอย่าเพิ่งคิดไกลขนาดนั้น ขอให้ได้เจอตัวมันก่อน

    “ข้าอยากรู้นัก มันสิงอยู่ในร่างใคร” ไกรว่าแล้วกวาดตามองไปรอบๆหมู่บ้านเผื่อจะเจอตัวคนที่เลี้ยงผีกะ อยู่ๆผายื่นหน้าเข้ามา เขาตกใจถึงกับร้องลั่น เปรื่องนึกขึ้นได้ว่าผาเชี่ยวชาญเรื่องผีกะ น่าจะรู้ว่ามีวิธีไหนที่จะทำให้เรารู้ได้ว่าใครเลี้ยงผีกะ ผาพุ่งเข้าหาเปรื่องทันที

    “พ่ออินแปงถามถูกคนเน้อ ปู้เมียคนนี้ รู้จักวิธีจับผีกะ” ผาเห็นสองหนุ่มสนใจใคร่รู้ จึงอธิบายวิธีการจับผีกะให้ฟังว่าต้องใช้ตองกล้วยงำเครือ คือใบตองใบสุดท้ายที่ปกเครือกล้วยแล้วชวนไปหาตองกล้วยงำเครือที่ป่ากล้วยท้ายหมู่บ้าน ครั้นได้มันมา ผาจัดการแบ่งเป็นแผ่นๆขนาดพอเหมาะ แล้วทำพิธีปลุกเสกตามที่ร่ำเรียนมา จากนั้นเขาหยดน้ำตาเทียนใส่ใบตอง เอามีดเจาะรูตรงกลางพร้อมกับเป่ามนต์สำทับ

    “มองลอดรูตองกล้วยงำเครือ ถ้าเห็นลิงเกาะไหล่สองข้างหรือลิงเลียหน้าแม่หญิง แม่หญิงเลี้ยงผีกะ”...

    วิธีดูว่าใครเลี้ยงผีกะของผาคนละตำรากับของศรีออน เธออ้างว่าเมื่อคืนผีปู่ย่าตายายมาเข้าฝัน หากอยากรู้ว่าใครเลี้ยงผีกะ ให้ใช้น้ำลายป้ายตาแล้วมองลอดหว่างขาถ้าเห็นลิงเกาะไหล่สองข้างหรือลิงเลียหน้าแม่หญิงคนไหน คนนั้นเลี้ยงผีกะ เอื้องคำเชื่อหมดใจว่าวิธีของศรีออนได้ผล เอาไปลองใช้กับพวกผู้หญิงชาวบ้านแต่ไม่เห็นลิงเกาะไหล่เธอคนไหน

    ไกร เปรื่องกับม่อนและผาเอาตองกล้วยงำเครือที่ลงอาคมมาส่องดูหญิงสาวในหมู่บ้านไม่เจอใครที่เข้าข่ายเลี้ยงผีกะแม้แต่คนเดียว สองสาวนายกับบ่าวมาเจอกลุ่มของไกร ศรีออนจัดแจงเอาน้ำลายป้ายตาก้มมองลอดหว่างขาจะพิสูจน์ว่าผาเลี้ยงผีกะหรือเปล่า เอื้องคำกระชากหัวเธอขึ้นมา

    “มันบ่ใช่แม่หญิง มันไม่มีลิงเกาะหรอกอีโง่”

    ม่อนกับผาถึงได้รู้ว่าเอื้องคำกับศรีออนตามจับผีกะเช่นเดียวกับพวกตน แต่ดูท่าแล้ววิธีที่พวกเธอทำไม่น่าจะได้ผล น้ำลายสกปรกหรือจะมาสู้ตองกล้วยงำเครือของพวกตนได้ แล้วหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับคุยอวด แค่มองลอดรูก็จะเห็นลิงแล้ว ศรีออนอยากได้บ้างเข้าไปแย่งตองกล้วยงำเครือจากมือม่อนแล้ววิ่งหนี ผาเจ็บใจที่เธอมาฉวยเอาของไปต่อหน้าต่อตา ชวนไกรกับเปรื่องไปตามเอาคืน

    “หาต้องตามดอก ข้ามีเก็บไว้อีกมากใบ” ไกรว่าแล้วหยิบตองกล้วยงำเครือขึ้นมาให้ดู

    ผาไม่ได้เสียดายของแต่เจ็บใจที่ศรีออนฉกของไปต่อหน้าต่อตาจะตามไปตบล้างน้ำ แล้วไล่ตามสองนายบ่าว ม่อนขยับจะตามผา แต่ไกรรั้งตัวไว้ชวนไปส่องดูผีกะทางโน้น

    ooooooo

    เอื้องคำได้ตองกล้วยงำเครือมาอยู่ในมือ กวาดตามองหาจะไปส่องดูใครดี ศรีออนเสนอให้ไปส่องดอกสร้อยเพราะผิวพรรณงามผุดผ่องเกินใคร ทุกครั้งที่ออกไปฟ้อนมักจะงามเกินหน้าหญิงใด เอื้องคำนึกถึงตอนที่ดอกสร้อยฟ้อนเล็บแล้วเห็นแว่บๆเหมือนมีลิงเกาะไหล่ แต่ตอนนั้นคิดว่าตัวเองตาฝาด

    “ข้าสังก๋า มันให้ผีกะเลียหน้ามัน นังดอกสร้อยต้องเลี้ยงผีกะ ข้าจับได้ล่ะก็ จะส่งให้ชาวบ้านเผาทั้งเป็น”

    จากนั้นไม่นาน เอื้องคำกับศรีออนมาถึงเรือนของคำป้อนเห็นดอกสร้อยกำลังนั่งเย็บชุดฟ้อนอยู่ทำทีเข้าไปพูดดีด้วย เธอไม่พอใจที่เอื้องคำไม่ช่วยเหลือปล่อยให้ปลิวรังแกก็เลยไล่ตะเพิดไปให้พ้น เอื้องคำเข้ามาจับตัวดอกสร้อยไว้ สั่งให้ศรีออนใช้ตองกล้วยงำเครือส่องดู แทนที่จะส่องผ่านใบตองโดยตรง ศรีออนดันเอามองลอดหว่างขาแต่เป็นหว่างขาของดอกสร้อยก็เลยไม่เห็นลิงสักตัว เอื้องคำเคืองจัดโวยวายลั่น

    “เอ็งลอดหว่างขามันแล้วจะเห็นลิงได้ไง อีโง่”

    “ข้าหวังว่าใช้ตองกล้วยงำเครือร่วมกับกลของข้าที่มองลอดหว่างขา มันจะศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์จับผีกะ”

    ดอกสร้อยกลัวความลับแตกถีบศรีออนหงายหลังตึง สะบัดเอื้องคำหลุด ตบซ้ำแล้วจะแย่งตองกล้วยงำเครือ ศรีออนรู้ทันวิ่งหนี สามสาววิ่งเอาล่อเอาเถิดกัน จังหวะหนึ่งดอกสร้อยเพลี่ยงพล้ำ ถูกศรีออนจับตัวไว้ได้ เอื้องคำกำลังจะเอาตองกล้วยงำเครือส่องเธอ ผากับม่อนเข้ามาขวางเสียก่อนปัดมือเอื้องคำตองกล้วยงำเครือหล่นไปพาดอยู่บนก้อนหินที่พื้น ก่อนจะเข้าไปช่วยกันดึงดอกสร้อยออกมา แล้วไล่ตะเพิดสองสาว

    “ไม่ไป ข้าจะจับผีกะ นังดอกสร้อยเลี้ยงผีกะ” เอื้องคำโวยลั่น

    “เอ็งนั่นแหละผีกะ มาโบ้ยผีให้น้องข้า ถ้าสร้อยเป็นผีกะคงกัดกินพวกข้าไปนานแล้ว ไป๊” ผาตะเพิดซ้ำ เอื้องคำชี้หน้าดอกสร้อย วันใดที่ตนจับได้ว่าเธอเลี้ยงผีกะ ตนจะจุดคบไฟเผาเธอด้วยมือตัวเอง ผากับม่อนไม่พอใจปรี่เข้าหา สองนายบ่าวตกใจเผ่นแน่บ...

    จากนั้นผากับม่อนพาดอกสร้อยมานั่งที่แคร่หน้าเรือน เล่าให้ฟังว่าเอื้องคำกับศรีออนขโมยตองกล้วยงำเครือของพวกตนเพื่อจะตามจับผีกะ หากมองลอดรูตองกล้วยนั้นก็จะเห็นว่าใครเลี้ยงผีกะ เธอหน้าตาตื่นถ้าเมื่อครู่นี้ทั้งคู่มาช่วยไม่ทันต้องแย่แน่ๆ ผาปลอบว่าไม่ต้องกลัวเราสองคนจะไม่ยอมให้พวกมันมารังควานเธออีก

    “วันหน้าพี่จะปลุกเสกอีก เราไปช่วยกันส่องผีกะ ...เอ่อ พี่ไปก่อนนะพี่หิว” ผาว่าแล้วเดินลิ่วไปที่ครัวโดยมีม่อนตามไปด้วย ดอกสร้อยมองไปทางตองกล้วยงำเครือซึ่งวางเอียงๆอยู่ที่พื้น หากมีใครมองลอดรูจะเห็นลิงสองตัวเกาะที่ไหล่ของเธอกำลังเลียหน้าให้ เธอกลัวคนจะรู้ว่าเลี้ยงผีกะ รีบหยิบใบตองลงอาคมมาฉีกทิ้ง...

    ขณะที่ดอกสร้อยรอดจากถูกเอื้องคำกับศรีออนจับได้ว่าเลี้ยงผีกะมาได้อย่างหวุดหวิด ไอ้ใบ้ต้องการจะลองวิชาที่ฝึกฝนมา ล่อผีกะตนหนึ่งมาสังหารกลางป่าโดยใช้มีดหมอปักกลางกะโหลก ร่างผีกะลุกเป็นไฟครู่หนึ่งก่อนจะมอดดับ เขาดีใจมากที่ฆ่าผีกะได้ หยิบมีดอาคมเอาไปอวดพรานเวทย์ แต่กลับถูกถ่มน้ำลายใส่

    “ผีกะที่มึงฆ่ามันเป็นแค่ผีกะดง ฤทธิ์มันแค่หางอึ่ง มึงอย่าหวังจะฆ่าผีกะตนนั้นได้ ฤทธิ์เดชของมันเอามึงตาย มึงรีบกลับไปเก็บของที่เรือน” สั่งเสร็จพรานเวทย์เดินลิ่วออกไป ไอ้ใบ้เอามือปาดน้ำลายที่เขาถุยใส่ด้วยความเสียใจก่อนจะเดินตาม หลังจากเก็บข้าวของเครื่องใช้จำเป็นใส่ห่อผ้าส่งให้ไอ้ใบ้ถือ พรานเวทย์ประกาศกร้าว คืนนี้จะเดินทางไปบ้านผาหมอกเพื่อฆ่าผีกะล้างแค้นให้ลูกเมีย แล้วคว้าคบไฟไปจากมือไอ้ใบ้

    “หากกูฆ่ามันไม่ได้ กูจะไม่กลับ” พูดจบพรานเวทย์โยนคบไฟใส่เรือนตัวเอง ไอ้ใบ้มองเรือนที่ไฟลุกโหม แล้วเร่งฝีเท้าตามพรานเวทย์ที่เดินนำออกไป

    ooooooo

    ดอกสร้อยกลัวจะถูกจับได้ว่าเลี้ยงผีกะ เข้ามาขอร้องพ่อซึ่งกำลังแต่งเพลงสำหรับการฟ้อนว่าอยากกลับเขลางค์นคร ชาวบ้านที่นี่เริ่มสงสัยและออกล่าตัวผีกะกันแล้ว ตอนนี้เราได้เบี้ยมากพอแล้วกลับบ้านเราดีกว่า

    “พ่อจะบอกทุกคนให้เก็บของเอง”...

    การกลับเขลางค์นครไม่ง่ายอย่างที่ดอกสร้อยหวัง พอฟองจันทร์รู้ว่าเธอเป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ก็ด่าทอสาดเสียเทเสีย อีกทั้งยังไล่ตะเพิดให้กลับไปคนเดียว ผากับม่อนเข้าข้างดอกสร้อย หากเธอกลับพวกตนจะกลับด้วย

    ฟองจันทร์ไม่พอใจก็เลยมีปากเสียงเถียงกับผาและม่อนจนคำป้อนรำคาญรีบตัดบท

    “พอเถอะ...ฉันตัดสินใจแล้วให้ทุกคนไปเก็บของ พรุ่งนี้ออกเดินทาง” คำป้อนสั่งเสร็จขยับจะไป ฟองจันทร์ตามมากระชากแขนไว้ยืนกรานว่าไม่กลับ หาว่าที่ดอกสร้อยอยากไปจากที่นี่เนื่องจากไม่ต้องการให้ ซอมพอได้กับไกร เพราะคิดจะจับเขาไว้เอง พอรู้ว่าเขามีใจให้ลูกของตนก็เลยพาลเอาเรื่องกลับบ้านมาอ้าง หวังจะกันท่าซอมพอ ดอกสร้อยสาบานว่าไม่เคยคิดอย่างที่เธอพูด หากซอมพอรักใครตนไม่เคยคิดขวาง

    “ฉันเองพยายามตีตัวออกห่างขุนฤทธิไกร”

    “งั้นเอ็งต้องอยู่ ดูให้เห็นว่าขุนไกรรักซอมพอ เอ็งมีใจช่วยน้อง เอ็งก็ต้องอยู่จนถึงวันที่ขุนไกรมาผูกข้อมือซอมพอ มาไหว้ผีบรรพบุรุษ ถ้าเอ็งกลับไป มันชี้ชัดว่าเอ็งเห็นแก่ตัว คิดชั่วทำเลวกับน้อง”

    โดนไม้นี้เข้าไปดอกสร้อยจำต้องอยู่ที่นี่ต่อ ทุกคนต่างผิดหวังที่เธอไม่กล้าหือกล้าอือแม่เลี้ยง...

    ฟองจันทร์บีบให้ดอกสร้อยรับปากจะไม่ยุ่งกับไกรสำเร็จก็นึกครึ้มใจหยิบไหเหล้าที่ซ่อนไว้ในห้องนอนขึ้นมาดื่ม ซอมพอตามเข้ามาบ่น เรากดดันพี่สร้อยมากไปหรือเปล่า ฟองจันทร์โกหกหน้าด้านๆว่าเรื่องที่ตนพูดเป็นความจริง นังนั่นอยากกลับบ้านเพราะตั้งใจจะแย่งไกรไปจากลูก ซอมพอไม่เห็นเขามีท่าทีอะไรกับตนเอง

    “ก็เพราะไอ้เปรื่องมันเทียวมาขัดขวาง ลูกต้องอยู่ห่างมัน แล้วอีกอย่าง ลูกอย่าปล่อยให้นังดอกสร้อยใกล้ชิดขุนไกร มันอยู่ไหน ลูกต้องตามชิดติดมัน”

    ซอมพอรับคำอย่างว่าง่าย ฟองจันทร์พอใจมากยกไหเหล้าขึ้นกระดกอย่างมีความสุข...

    เพื่อให้ไกรตัดใจจากตัวเอง ดอกสร้อยจำต้องเอาผ้าแทนใจที่เขามอบให้ไปคืน เขาไม่อยู่เรือนเจอแต่เปรื่องจึงฝากเรื่องไว้ เขากลับมาเมื่อไหร่ให้ไปเจอเธอที่ดงกาสะลอง...

    ระหว่างที่ดอกสร้อยยืนถือผ้ารอท่าไกรอยู่ที่ดงกาสะลอง ซอมพอเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง เห็นผ้าในมือพี่สาวชมว่างามมาก ไม่เคยเห็นเธอทอผ้าผืนนี้ เธอไม่ได้ทอเองไกรให้เป็นรางวัลที่เธอฟ้อนถูกใจ ซอมพอขอผ้าผืนนี้หน้าตาเฉย พอเห็นเจ้าของอึกอัก แกล้งดักคอเธอคงรักผ้าผืนนี้มากถึงไม่ยอมให้ ตนเป็นคน
    ด้อยวาสนาเกิดมาเป็นรองเธอ ท่านขุนมอบผ้าผืนนี้ให้เธอแสดงว่ามีใจให้เธอไม่ใช่ตนแล้วขยับจะไป ดอกสร้อยเรียกไว้

    “ซอมพอ น้องรักขุนไกรรึไม่ รึเพียงแต่อยากอยู่เหนือพี่”

    ซอมพอสะเทือนใจกับคำถามนี้เพราะลึกๆตัวเองต้องการอย่างนั้นและที่สำคัญได้ทำตามคำสั่งของแม่อีกด้วย จึงโกหกว่ารักท่านขุนจริงๆ อยากดูแลเขาไปชั่วชีวิต ดอกสร้อยหลงเชื่อมอบผ้าผืนนั้นให้ ฝากคืน

    ท่านขุนให้ด้วยโดยไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น เพียงเขาได้รับผ้าผืนนี้ เขาย่อมรู้ดีว่าตนไม่มีใจให้เขาแล้ว จากนั้นเดินออกไปทั้งน้ำตา แม้จะรู้สึกผิดต่อพี่สาวแต่ซอมพอจำเป็นต้องทำ...

    ขณะที่ดอกสร้อยบ่ายหน้ากลับเรือน เห็นไกรวิ่งมาไกลๆรีบหลบหลังต้นไม้ เขารู้สึกเหมือนเห็นใครแวบๆก็หยุดมอง เธอต้องกลั้นสะอื้นไว้กลัวเขาจะได้ยิน ไกรไม่เห็นใคร รีบวิ่งไปยังจุดนัดพบ ครั้นมาถึงดงกาสะลองกลับเจอซอมพอยืนอยู่ กวาดตามองหาดอกสร้อยก็ไม่เห็น พอรู้จากซอมพอว่าเธอกลับไปแล้วก็ขอตัวไปหาเธอที่เรือน ซอมพอรีบเอาผ้าผืนนั้นคืนให้เขา บอกว่าดอกสร้อยฝากไว้ให้ เขาอยากรู้ว่าเธอฝากคำพูดอะไรไว้หรือไม่

    “พี่สร้อยแค่เปรยว่า ท่านคงคะเนความรู้สึกพี่สร้อย ได้เอง”

    “ฉันจะไปหาสร้อยที่เรือน ฉันต้องขอย้ำคำกับสร้อย” ไกรวิ่งปรู๊ดออกไปไม่สนใจเสียงทัดทานของซอมพอ

    ooooooo

    ไม่นานนักไกรมาถึงหน้าเรือนของคำป้อนตะโกนเรียกดอกสร้อยให้ลงมาคุยกัน เธอสงสารเขาจับใจแต่ไม่ยอมออกไปพบเนื่องจากไม่อยากมีปัญหากับฟองจันทร์ ไกรตะโกนขึ้นอีก แค่อยากรู้ว่าทำผิดอะไร เธอถึงคืนผ้าให้ เงียบไม่มีเสียงตอบ เขาทนไม่ไหว หากเธอไม่ยอมลงมาคุยเขาจะเป็นฝ่ายขึ้นไปหา

    ไกรยังไม่ทันจะขยับฟองจันทร์ถลันมาขวางทางพร้อมกับไหเหล้าในมือ บอกเสียงอ้อแอ้ว่าซอมพอ

    ยังไม่กลับ คงจะออกไปหาเขา เชิญนั่งรอบนเรือนก่อน เขาไม่ได้มาหาซอมพอแต่มาหาดอกสร้อย ฟองจันทร์ใส่ความว่าลูกเลี้ยงของตนไม่อยู่ พอตะวันพ้นทุ่งก็แต่งตัวออกไปยั่วผู้ชาย ดอกสร้อยอยู่ในห้องได้ยินแม่เลี้ยงว่าร้ายก็ตกใจ แต่ไม่กล้าออกมาแก้ข้อกล่าวหา ไกรเชื่อคำลวงของฟองจันทร์ รีบขอตัวไปตามหาดอกสร้อย

    ฟองจันทร์จะคว้าตัวเขาไว้แต่เมาเซเสียหลักจะล้มซอมพอเข้ามาประคองไว้ทัน

    “แม่...แม่เห็นแล้วใช่ไหมว่าเขาไม่ได้รักฉัน เขารักพี่ดอกสร้อย”

    ฟองจันทร์แค้นใจมาก หอบไหเหล้าเดินเป๋ไปยังห้องของดอกสร้อย ผลักประตูผลัวะเข้าไปแล้วขว้างไหเหล้าใส่ ต่อว่าว่าไหนรับปากจะตีตัวออกห่างจากไกรเปิดทางให้น้อง แล้วทำไมเขาถึงบุกมาหาเธอถึงเรือน

    ดอกสร้อยทำตามที่ท่านต้องการทุกอย่างแล้ว ขอร้องให้เลิกวุ่นวายกับตนสักที ฟองจันทร์หาว่าเธอโกหก นี่คงใช้มนต์คาถาทำให้ไกรหลงเสน่ห์ แล้วเข้าไปกระชากผมหน้าหงาย จะลากตัวไปประจานที่ลานของหมู่บ้านให้ผู้คนชังน้ำหน้า เธอเหลืออด สายตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสายตาน่ากลัวของผีกะ อีกทั้งเล็บงอกยาวออกมาแทงมือฟองจันทร์ซึ่งรีบชักมือกลับ พอเห็นเลือดตัวเองไหลก็ตกใจ

    “เลือด...นังดอกสร้อยมึงทำอะไรกู” ด้วยความเมาทำให้ฟองจันทร์มองดอกสร้อยเป็นเพียงภาพรางๆ จึงไม่เห็นว่าเธอถูกผีกะสิง แต่พอเข้าไปประจันหน้าด้วยถึงกับผงะหงายหลัง ผีกะจะพุ่งใส่แม่เลี้ยงตัวแสบ แต่ ซอมพอเข้ามาในห้องเสียก่อน เธอกลัวถูกจับได้รีบดึงผ้าห่มมาคลุมแล้วหันหลังให้

    “แม่เอ็งเมามาก พากลับไปนอนได้แล้ว”

    ซอมพอประคองแม่มานอนที่ห้องของท่าน ฟองจันทร์ ละล่ำละลักว่าเห็นผีกะ เธอคิดว่าความเมาทำให้ท่านตาฝาดดึงผ้ามาห่มให้ ฟองจันทร์ยังเพ้อถึงผีกะไม่หยุด ซอมพอได้แต่มองแปลกใจ

    ooooooo

    แม่แสงแม่ของไกรฝันร้ายเห็นลูกชายถูกผีกะเล่นงาน ครั้นตื่นขึ้นในตอนเช้าก็ร้อนใจมากกลัวลูกเป็นอันตรายสั่งให้ผินและนวลเก็บเสื้อผ้าแล้วให้คนเตรียมเกวียน ตนจะไปเยี่ยมลูกชายที่กรุงศรีอยุธยา สองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะไกรขอร้องเอาไว้ไม่ให้บอกแม่เรื่องที่ไปตามล่าคนฆ่าพ่อ

    ปันซึ่งไม่รู้ความเรื่องนี้ ไล่ผินกับนวลรีบไปทำตามคำสั่งของแม่แสง ทั้งคู่ลากตัวเขาไปยังมุมปลอดคนเล่าความจริงเรื่องไกรให้ฟัง ปันคิดไม่ออกจะทำอย่างไรดี ผินนิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

    “ไม่หมายให้แม่นายรู้ความก็ต้องยื้อไม่ให้ไปกรุงศรี”...

    ขณะที่ปัน ผินและนวลสุมหัวกันหาทางถ่วงเวลาแม่แสง ไกรซึ่งอยู่ที่บ้านผาหมอกกลุ้มใจมากที่ดอกสร้อยเอาแต่หลบหน้า บ่นให้เปรื่องฟังว่าแค่อยากจะคุยกับเธอซึ่งหน้าจะได้รู้ว่าเหตุผลที่คืนผ้าผืนนี้ให้ แล้วขยับจะไปหาดอกสร้อยเพื่อคุยให้รู้ดำรู้แดง...

    ฝ่ายฟองจันทร์รู้ว่าไกรจะต้องมาถามหาดอกสร้อยอีก รีบไล่ตะเพิดลูกเลี้ยงให้ไปไกลๆเรือน เข้าป่าไปเลยยิ่งดี อย่าให้ไกรเจอหน้าได้ ดอกสร้อยจำต้องทำตามที่เธอต้องการ...

    ทางด้านปลิวยังแค้นใจไกรไม่หายที่มาหยามหน้า อีกทั้งคิดจะถอดยศจับเข้าคุก สั่งให้ดำกับสมุนเตรียมตัวให้พร้อม ครั้งนี้ตนจะจัดการดอกสร้อยไปพร้อมกับเล่นงานไกร

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 18:54 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์