นิยายไทยรัฐ

ข่าว

สาปดอกสร้อย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ดอกสร้อยอึกอักชั่วครู่แล้วเล่าให้พ่อฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นของบัวศรี คำป้อนตกใจ

“ผีตายโหงสิงแม่บัวศรี!”

“มันอาฆาตแค้น...มันจะกัดกินร่างแม่บัวศรี แม่เดินไม่ได้ก็เพราะฤทธิ์เดชของมัน...พ่อจ๋า พ่อต้องบอกผู้ใหญ่สักให้หมอผีมาปราบไล่มันออกไปนะ”

คำป้อนปฏิเสธ ดอกสร้อยผิดหวังที่พ่อใจดำปล่อยให้ผีตายโหงทำร้ายบัวศรีจนอาจถึงแก่ชีวิต หญิงสาวยืนกรานจะไปบอกผู้ใหญ่สักด้วยตนเอง คำป้อนรั้งลูกสาวแล้วอธิบาย

“ฟังพ่อนะลูก ถ้าหมอผีมาที่นี่ ชาวบ้านพูดถึงผี... ก็ต้องตามหาผีกะที่ฆ่ากินคนมากมาย หมอผีต้องล่าจับคนเลี้ยงผี แล้วลูกจะเดือดร้อน...จำไว้นะสร้อย ลูกอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด มันเป็นเวรกรรมของแม่บัวศรี...สัญญากับพ่อสิว่าจะไม่ยุ่ง”

ดอกสร้อยร้องไห้คับแค้นใจที่ไม่อาจช่วยบัวศรีได้ แต่เหตุผลของพ่อก็ทำให้เธอไม่มีทางเลือกต้องรับปาก

ขณะนั้น ผีตายโหงในร่างบัวศรีชะล่าใจคิดว่ากำจัดดอกสร้อยพ้นทางแล้วจึงนั่งสูบบุหรี่อย่างสำราญใจ โดยไม่รู้เลยว่าที่ด้านล่าง ผีกะเฝ้ามองมันด้วยสายตาอาฆาตแค้น

ooooooo

เช้าวันต่อมา ม่อนนั่งเล่นเครื่องดนตรีพื้นเมืองโดยมีผาฝึกฟ้อนเล็บอยู่ใกล้ๆ ไกรและเปรื่องเดินเข้ามาหาทั้งคู่ด้วยท่าทีเป็นมิตร ไกรหยิบเครื่องดนตรีที่วางบนแคร่มาถามม่อนอย่างสนใจว่ามีชื่อเรียกอย่างไร

“ตัวนี้เรียกว่าซึง ส่วนตัวโน้นคือพิณเพียะที่หนุ่มๆ ย่านนี้เอาไว้ดีดเกี้ยวสาว...เสียงงาม แต่ดีดยากอยู่”

“ข้าอยากลองมือ เอ็งยินดีรับข้าเป็นศิษย์หรือไม่”

“ข้ายินดีโดยแลกกับการสอนวิชามวย แลเสียค่าบูชาครูเท่านั้น ส่วนไอ้เปรื่องก็ให้อีผาสอนวิชาเป่าปี่ ตกลงไหม”

ไกรและเปรื่องพยักหน้ารับทันที และทั้งหมดก็เริ่มถ่ายทอดวิชาให้กัน ไม่นานนัก ไกรก็ดีดพิณเพียะได้ ม่อนพอใจที่ลูกศิษย์หัวไว ส่วนผาส่ายหน้าอ่อนใจกับเปรื่องที่เป่าปี่แทบจะไม่เป็นเพลง

เวลานั้นที่ลำธารน้ำตกใกล้หมู่บ้าน ดอกสร้อยกำลังอาบน้ำอย่างมีความสุข แต่ยังไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงฟองจันทร์

“อีดอกสร้อย เอ็งขึ้นจากน้ำได้แล้ว ข้าเห็นเอ็งหอบผ้าออกจากบ้านตั้งแต่ตะวันอยู่กลางหัว อย่าพิรี้พิไร”

“ฉันเพิ่งลงอาบได้ไม่นานเพราะมัวไปเก็บฟืนและเห็ดอีกหลายกองจะเอาไปหมกให้น้าฟองจันทร์กินเจ้า”

ฟองจันทร์หันไปดู เห็นข้าวของตามลูกเลี้ยงบอกก็เสียหน้า จึงแกล้งดุกลบเกลื่อนให้กลับบ้านและคว้าฟืนมาขู่จะฟาดให้สลบเหมือนเมื่อครั้งเธอยังเป็นเด็ก ดอกสร้อยไม่พอใจจ้องหน้าแม่เลี้ยงเตือนเสียงเข้ม

“น้าอย่าทำอย่างนั้นกับฉันอีก ฉันขอเตือน อย่าทำร้ายฉัน ฉันไม่ใช่เด็กที่น้าจะรังแกได้อีกแล้ว”

“อีดอกสร้อย มึงกล้าขู่กูเหรอ เอาสิ กูจะฟาดให้มึงตายเสียตรงนี้เชียว!”

ฟองจันทร์เงื้อมือที่ถือฟืน ดอกสร้อยเลยจับท่อนฟืนไว้แล้วจ้องหน้าแม่เลี้ยงด้วยสายตาดุดัน ซอมพอที่อยู่ใกล้รีบวิ่งมาห้ามขอร้องให้หยุด ฟองจันทร์ต้องยอมแบบไม่เต็มใจนัก และอดไม่ได้ที่จะโวย

“ลูกเห็นแล้วใช่มั้ย มันขู่แม่! มันเหิมเกริมใหญ่แล้ว มันคิดว่าใครๆรักใคร่ชอบพอมัน แม่จะต้องกำราบให้มันสำนึก!”

ซอมพอส่ายหน้าอ่อนใจลากมารดาไปที่น้ำตก ส่วนดอกสร้อยก็รีบเดินหนีไปเพราะไม่อยากให้ผีกะในร่างตนเองทำอันตรายฟองจันทร์แล้วเกิดเป็นเวรกรรมต่อกันอีก

ระหว่างทางกลับเรือน ดอกสร้อยได้ยินเสียงพิณเพียะลอยลมมาก็นึกแปลกใจว่าใครมาดีดพิณกลางป่าเช่นนี้ จึงเดินตามเสียงนั้นไปอย่างสนใจ

ณ ดงกาสะลอง ดอกสร้อยเห็นไกรนั่งดีดพิณราวกับจะถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆที่มีต่อเธอ หญิงสาวเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลง พอได้สติอีกครั้ง ไกรก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ดอกสร้อยยิ้มเขินทำท่าจะเดินหนีแต่ไกรรีบคว้ามือไว้ แล้วใช้วิชาร้องจ๊อยซอที่เพิ่งเรียนมาจีบดอกสร้อย ชายหนุ่มจ้องตาเธอราวจะขอคำตอบ

“สร้อยตอบฉันให้แจ้งใจทีว่ามีใครครองหรือไม่ ตอบให้ชื่นใจเถิดว่ากายใจของสร้อย...ยังมิโดนอุ้มสมให้ชายใด”

“ฉันเป็นแค่สาวชาวป่า...จะมีใครมาหมายปอง...ฉันยังไม่...”

ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็มีเสียงฟองจันทร์แทรกขึ้น ดอกสร้อยหน้าเสีย หลบตาแม่เลี้ยงที่ยิ้มแย้มแต่แฝงความอำมหิต หญิงสาวไม่อยากมีเรื่องรีบตัดบทขอตัวกลับเรือน แต่ฟองจันทร์กลับรั้งไว้

“ลูกไม่ต้องรีบไถล...ฉันขอตอบแทนลูกสาวให้หมดความ ดอกสร้อยลูกฉันนี้ มีไอ้ไผ่เป็นผัว!”

“น้าฟองจันทร์ ฉันกับพี่ไผ่เป็นเพียงพี่น้องกันเท่านั้น”

ฟองจันทร์ย้ำว่าไผ่ทั้งรักและหวงดอกสร้อยมากเห็นได้จากเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา ไกรยืนตะลึงจำนนกับคำบอกนั้น ดอกสร้อยร้อนใจพยายามจะอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสและตัดบทขอตัว หญิงสาวมองตามเศร้าใจ ในขณะที่ฟองจันทร์ยิ้มพอใจที่ขัดขวางไม่ให้ทั้งคู่ลงเอยกันได้

ooooooo

ยามค่ำระหว่างที่ดอกสร้อยนั่งเศร้าใจเรื่องไกร ผาก็เล่าให้ฟังว่าไกรมาขอร้องม่อนให้ช่วยสอนดีดพิณเพียะ ตนเลยสอนร้องจ๊อยซอไปในคราวเดียวกันเพื่อใช้จีบสาว แต่ไม่นานไกรก็เอาพิณมาคืนด้วยท่าทีเหมือนคนอกหัก

“สร้อยรู้ไหม ขุนฤทธิไกรไปดีดพิณจ๊อยซอจีบสาวใด ...เห็นท่าทางตอนเอามาคืนแล้วสงสาร คงไม่สำเร็จกระมัง”

ดอกสร้อยแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ผามองเห็นพิรุธตั้งท่าจะถาม แต่หญิงสาวก็ขอตัวไปนอนดื้อๆ ไผ่ซึ่งผ่านมาได้เห็นและแอบได้ยินโดยบังเอิญนึกสงสัย จึงตัดสินใจจะตามไปคุยกับดอกสร้อยให้รู้เรื่อง

ดอกสร้อยไม่ได้ขึ้นเรือนแต่กลับเดินเข้าไปในป่าด้วยท่าทางรีบร้อน ไผ่รีบตามแต่ก็ไม่ทัน หญิงสาวหายไปแล้ว พลันก็มีกลิ่นเหม็นโชยมา ไผ่จึงตัดสินใจตามกลิ่นนั้นไป

ไม่นานไผ่ก็เห็นเงาตะคุ่มอยู่แถวบึงน้ำและคิดว่าเป็นดอกสร้อยจึงวิ่งไปหาพลางร้องเรียก ขณะนั้นผีกะที่อยู่ในร่างดอกสร้อยกำลังฉีกทึ้งกินปลาสด พอได้ยินเสียงจึงชะงัก ไผ่วิ่งมาถึงบริเวณที่เห็นเงาตะคุ่ม กลับไม่พบใคร ชายหนุ่มประหลาดใจหันมองไปรอบๆแล้วตะโกนเรียกดอกสร้อย สักพักก็มีเสียงหญิงสาวขานรับจากมุมหนึ่งห่างออกไป ไผ่รีบวิ่งเข้าไปหา

“พี่เห็นสร้อยออกจากบ้าน พอตามมาก็เห็นเงาตะคุ่มตรงโน้น...พี่คิดว่าเป็นสร้อย”

“สร้อยนึกได้ว่าวางไซดักปลาไว้...สร้อยจะมาเก็บปลาจ้ะ แต่ไม่ได้ปลาสักตัว เรากลับกันเถอะจ้ะ”

ดอกสร้อยเร่งให้กลับเรือนเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่ผีกะกระทำโดยใช้ร่างเธอ แต่ไผ่ก็รั้งมือเพราะเห็นบางอย่างติดที่ปากของเธอ พอหยิบมาดูก็เห็นเป็นเกล็ดปลา หญิงสาวตกใจละล่ำละลักแก้ตัว

“เมื่อกี้สร้อยจับปลาได้ตัวหนึ่ง มันดิ้นชนหน้าสร้อย...เกล็ดมันคงหลุดติดมา...เสียดายที่มันดิ้นหลุดมือตกน้ำไปแล้ว”

ไผ่ยืนงงกับคำอธิบายนั่นชั่วครู่ แล้วส่ายหน้าขำกับความซุ่มซ่ามของดอกสร้อย ก่อนจะรีบเดินตามเธอกลับเรือน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ซอมพอมาอาบน้ำริมลำธารแล้วหวนคิดถึงความดีของเปรื่องก็เผลอยิ้มออกมา แต่พอรู้สึกตัวก็เขินอายรีบตีน้ำก่นด่าตัวเองเพื่อสลัดความคิดนั้นทิ้ง และแล้วก็มีเสียงปี่ลอยลมเข้ามา หญิงสาวพิศวง มองหาที่มาของเสียงนั่น

ตรงโขดหินไม่ไกลนัก ซอมพอเห็นเปรื่องนั่งเป่าปี่ด้วยลีลาท่าทางสง่างาม หญิงสาวรีบซุ่มหลบแอบดู เสียงปี่ทำให้เธอเคลิ้มจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในชุดฟ้อนสวยงาม ส่วนเปรื่องก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน เขาเดินตรงมาหาเธอ ราวกับต้องมนต์

พลันเสียงปี่ก็หยุดชะงัก ซอมพอรีบชะโงกหน้าไปดู แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงดังจากด้านหลัง

“เอ็งมองหาใคร มองหาฉันใช่หรือไม่...ข้าเห็นเอ็งมาผลุบโผล่ฟังข้าเป่าปี่หลับตาพริ้ม พิศวงว่าเคลิ้มถึงสิ่งใด”

ซอมพออายเกินกว่าจะบอกว่าเคลิ้มถึงเขา เฉไฉกลบเกลื่อนว่าฝันถึงผี เปรื่องยิ้มขำ หยอกกลับอย่างรู้ทัน ซอมพอเขินหนักรีบเดินหนี เปรื่องเลยหยิบปี่มาเป่าต่อ

“หยุดเป่าได้แล้ว เสียงหวีดปวดหู...ไอ้คนบ้า”

“บ้าก็บ้าเพราะรักเอ็งไง”

ซอมพออ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำด้วยความอายสุดขีด เปรื่องก็อึ้งกับคำพูดหลุดปากของตน แต่ไม่ทันเอ่ยอะไรต่อ ซอมพอก็วิ่งหนีจากไปแล้ว

ที่เรือนดอกสร้อย ฟองจันทร์นั่งซ่อมชุดฟ้อนด้วยความหงุดหงิดเพราะคิดถึงเหตุการณ์ที่พวกชายหนุ่มจากต่างเมืองรุมสนใจในตัวดอกสร้อย ไม่มีสายตาเหลือไปเหลือบแลซอมพอแม้แต่น้อย

“ถ้าข้ารู้ว่ามันโตมาดักหน้าแย่งชิงผู้ชายของลูกข้าล่ะก็ ข้าจับโยนลงเหวไปแล้ว...อีปันตาย!”

ทันใดนั้น ฟองจันทร์ได้ยินเสียงผาและม่อนร้องเรียกหาดอกสร้อยก็ยิ่งเจ็บใจ ทิ้งผ้าลงพื้นลุกออกไปทันที ที่ด้านนอก ผาและม่อนถือกระบุงคนละใบใส่ช่อลำไยมากมาย

“อีผาไอ้ม่อน...พวกเอ็งได้ลำไยแต่ใดมารึ”

“ชาวบ้านเขากลัวเป็นเสนียดลูกกะตา เอาลำไยยัดมาให้เพื่อให้อีผาหยุดฟ้อน”

ผามองค้อนม่อนไม่พอใจ ฟองจันทร์นิ่งคิดชั่วครู่แล้วนึกแผนบางอย่างได้ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์

“ข้าจะกิน...พวกมึงเอามาทั้งหมด ถ้าไม่ให้ กูจะไม่ให้เงินพวกมึงสักเบี้ย!”

ฟองจันทร์ควักถุงใส่เบี้ยออกมาหลอกล่อผากับม่อน เพียงครู่เดียวทั้งคู่ก็ยอมยื่นกระบุงลำไยให้ ฟองจันทร์ตะโกนเรียกซอมพอแล้วสั่งให้นำกระบุงลำไยไปให้ขุนฤทธิไกร ลูกสาวทำท่าอิดออดไม่อยากไป

“ฉันไม่อยากไปที่เรือนนั้นเลย ทำไมไม่ให้พี่ผาพี่ม่อนเอาไปให้ล่ะจ๊ะ”

“ขืนปล่อยให้อีผาไป มันคงไปลวนลามเขา...ทำไม เอ็งรังเกียจขุนฤทธิไกร หรือกลัวไอ้หื่นตัณหาเปรื่อง”

ซอมพอส่ายหน้าบอกว่าเปรื่องไม่ได้ทำรุ่มร่ามกับตนอีก ฟองจันทร์เลยคะยั้นคะยอให้ลูกสาวเอาไปให้ขุนฤทธิไกรเพื่อเร่งสร้างความสัมพันธ์ ส่วนตัวเองจะนำอีกกระบุงไปให้ขุนพิษณุแสนเพื่อต่อยอดความสัมพันธ์เช่นกัน

ด้านไกรนั่งซึมเศร้าเรื่องดอกสร้อย เปรื่องเข้าหาก็ยังไม่รู้ตัว จนต้องเรียก

“ข้าเห็นตัวเอ็งนั่งที่นี้ แต่ใจเอ็งลอยไปอยู่แนวไม้ใด เอ็งซึมกะทือยังกะคนสิ้นรักหักใน...รึว่าเอ็ง!”

“เอ็งก็พล่ามใหญ่ไป เอ็งอยู่เฝ้าไอ้บ้าไว้ ข้ามิวางใจพวกไอ้ปลิว มันจะถลันกลับมาได้ ข้าจะลงไปขอตำรับยาจากชาวบ้านมาให้ไอ้บ้า...เผื่อช่วยให้มันหมดไข้ไวขึ้น”

เปรื่องพยักหน้าเข้าใจ แต่มิวายบ่นด้วยความเบื่อหน่ายที่ต้องมาจับเจ่าเฝ้าโจรบ้า

“ข้ามีเวรใดกับเอ็งรึบ๊ะ แทนที่จะได้ไปหยอกเอินแม่หญิงซอมพอ กลับต้องมาปัดริ้นไรให้เอ็ง...ไอ้บ้า”

ooooooo

ที่หน้าเรือนผู้ใหญ่สัก ดอกสร้อยเดินวนเวียนไปมาพลางคิดถึงคำสั่งของคำป้อนที่ไม่ให้ยุ่งกับบัวศรีอีกเพราะเป็นเรื่องของเวรกรรม แต่หญิงสาวเป็นห่วงบัวศรีมากจนมิอาจตัดใจจึงตัดสินใจขึ้นเรือน

ผีตายโหงในร่างบัวศรีรับรู้ถึงการมาของเธอก็ลืมตาโพลง แววตาเกรี้ยวกราดไม่พอใจ ดอกสร้อยเดินเข้ามามองหาผู้ใหญ่สักเพื่อจะบอกให้รีบพาบัวศรีไปรักษาตัว แต่กลับไม่เจอใครที่นั่น และแล้วเสียงบัวศรีก็ดังขึ้นด้านหลัง

“เอ็งมาหาใคร...ข้าเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่ง เอ็งจะบอกผู้ใหญ่ให้หาคนมากำจัดข้า แส่หาที่ตายจริงๆ!”

ดอกสร้อยหันมาเผชิญหน้ากับผีตายโหงในร่างบัวศรีด้วยความตกใจ ยังไม่ทันจะเอ่ยความ บัวศรีก็พุ่งมาบีบคอหญิงสาวแน่น จนเธอเกือบหมดลมหายใจ...โชคยังดีที่ปลิวเห็นดอกสร้อยเดินอยู่บนเรือน จึงโผล่มาทัก

“ดอกสร้อย นั่นใช่เอ็งหรือไม่”

ผีตายโหงในร่างบัวศรีตกใจปล่อยมือจากคอดอกสร้อย แล้วทรุดตัวนอนบนเบาะ เมื่อปลิวเดินมาถึงจึงเห็นเพียงแค่บัวศรีกำลังนอนหลับอยู่ข้างหญิงสาวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดอกสร้อยฉวยโอกาสนั้นขอลากลับ

ประจวบเหมาะฟองจันทร์มาถึงบ้านผู้ใหญ่สักเลยหาที่หลบดูห่างๆ เห็นปลิวตามติดดอกสร้อย

“ประเดี๋ยวก่อน เอ็งจะเร่งไปไหน ทำหนีข้าเพราะยังเคืองอยู่รึ”

“ฉันอโหสิกรรมให้ท่านแล้ว สุมาเต๊อะ ฉันต้องไปช่วยงานพ่อ”

“ข้ามาพักย่านนี้นานวัน มิเคยได้เที่ยวป่าชมทุ่ง ข้าขอให้สร้อย...นำทางไปทีได้หรือไม่”

ขณะที่ดอกสร้อยอึกอักหมดหนทางหนีเอาตัวรอด ไกรก็เดินตรงมาหาคนทั้งสอง

“สร้อยคงสนองตามใจเอ็งมิได้หรอก เพราะสร้อยรับ อาสาช่วยข้าหาสมุนไพรไว้ก่อนแล้ว...เร่งไปกันเถอะสร้อย”

ปลิวเลิกคิ้วจ้องมองดอกสร้อยรอคำยืนยัน หญิงสาวแปลกใจที่ไกรพูดอย่างนั้น แต่เพราะไม่อยากไปกับปลิวจึงตอบรับ ปลิวเจ็บใจที่ไกรมาขวาง ไม่ต่างจากฟองจันทร์ที่มองลูกเลี้ยงด้วยความเกลียดชังมากขึ้น

เวลานั้นไผ่จะเดินกลับเรือน เห็นดอกสร้อยแต่ไกลก็จะไปหา แต่ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นไกรตามหญิงสาวมาด้วย เขารีบซุ่มมองว่าทั้งสองคุยอะไรกัน ได้ยินดอกสร้อยขอบใจไกรที่ช่วยให้รอดพ้นเหตุการณ์อึดอัดใจกับปลิว

“ฉันดูเชิง ขุนพิศณุแสนออกจะชอบพอสร้อย สาวๆบ้านไหนก็ชอบ เหตุใดสร้อยจึงตีตัวออกห่าง...จริงสิข้าลืมไป เอ็งมีไผ่เป็นคู่หมายอยู่แล้ว คำของน้าฟองจันทร์ยังก้องกลางใจว่าสร้อยรักไผ่!”

ไผ่ยิ้มพอใจ แต่ยังไม่ทันไรก็ต้องหุบยิ้ม เมื่อดอกสร้อยยืนยันกับไกร

“ฉันมีห่วงมีใยกับพี่ไผ่ดั่งเช่นพี่น้อง ไม่อาจแปรเป็นอื่นได้ พี่จะเชื่อคำฉันหรือคำใคร แล้วแต่ใจพี่เถอะ”

ไกรคิดตามแล้วตะโกนก้องอย่างมีความสุขว่าตนเชื่อคำสร้อยเท่านั้น ดอกสร้อยผละไปและยิ้มปลื้มเช่นกัน โดยไม่รู้เลยว่าไผ่ได้ยินทุกอย่างและตัดสินใจไปคุยกับไกรให้รู้เรื่อง

เวลาเดียวกันนั้น ซอมพอถือกระบุงใส่ลำไยมาถึงเรือนของไกร พลางร้องเรียกหาชายหนุ่มแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เปรื่องอยู่ในห้องได้ยินเสียงหญิงสาวก็ตื่นเต้นดีใจอยากออกไปหาแต่ติดที่ต้องเฝ้าโจรบ้า เขาได้แต่เฝ้ามองเธอผ่านรอยแยกของผนังเรือน แต่แล้วโจรบ้าส่งเสียงโวยวาย เปรื่องตกใจรีบตะปบปากทันที

ซอมพอได้ยินเสียงแว่วมาก็ไม่แน่ใจ ตะโกนเรียกไกรอีกครั้ง ไม่มีเสียงตอบเช่นเดิม หญิงสาวตัดสินใจทิ้งกระบุงลำไยไว้หน้าบ้านแล้วเดินจากไป เปรื่องรีบวิ่งตามแล้วนึกได้ว่าเปิดประตูทิ้งไว้ กลัวพวกปลิวอาจย้อนกลับมาเจอได้ เขาผิดหวังและจำใจต้องอยู่เฝ้าต่อไป โดยไม่รู้เลยว่าดำที่มาแอบซุ่มดูอยู่หลายวันเห็นแล้วว่ามีใครบางคนอยู่บนเรือนนั่น!

ดอกสร้อยมีความสุขไม่นานก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อเห็นฟองจันทร์ที่ถือกระบุงลำไยตรงมาหาด้วยสีหน้าถมึงทึง หญิงสาวเลี่ยงเดินหนีเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ฟองจันทร์ก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“เอ็งมันคงได้แม่...แพศยา แสร้งเล่นเป็นแม่หญิงแสนงาม แอบย่องเข้าหาผู้ชายถึงเรือน พอเขามาเล่นด้วยก็ยวนยั่วเล่นเนื้อเล่นตัว ไปนัดหมายผู้ชายอีกคน แม่หญิงอย่างเอ็ง...มันอืนขึ้นอืนล่อง”

“แม่ฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วย น้าหยุดด่าแม่ฉัน และหยุดระรานฉันได้แล้ว สิ่งที่น้าพูดมามันไม่เป็นความจริง”

ดอกสร้อยมองฟองจันทร์ไม่พอใจ ย่างสามขุมเดินเข้าหาแม่เลี้ยงราวกับโดนผีกะเข้าสิง...

ooooooo

ฟองจันทร์เดือดดาลรำคาญใจกับท่าทีของดอกสร้อยเพราะมีแรงแค้นเป็นทุนเดิมเรื่องพวกชายหนุ่มที่ หมายตาให้ความสนใจดอกสร้อยมากกว่าซอมพอบุตรสาว พอเห็นลูกเลี้ยงย่างสามขุมเข้าหาจึงผลักอย่างแรงจนล้ม แล้วตวาดลั่น

“ทำไม เอ็งจะทำอะไรข้า เข้ามาเลย กูจะตบให้หายแค้น! อย่าดีแต่ปาก แน่จริง...ก็เข้ามาเลย”

“ที่ผ่านมา ฉันยอมเพราะไม่อยากทำให้พ่อทุกข์ใจ น้าเลิกยุ่งกับฉันเสียเถอะ ไม่งั้นฉันจะไม่เกรงใจ”

ดอกสร้อยพูดจบก็ตัดสินใจเดินหนี แต่ฟองจันทร์ไม่ยอมจบ ตามไปจิกหัวลูกเลี้ยงแล้วตบไม่ยั้ง ดอกสร้อยพยายามปัดป้องแต่ก็สู้ไม่ไหว ถูกฟองจันทร์ขึ้นคร่อมแล้วเอาช่อลำไยยัดปาก

“มึงกินเข้าไป...กินให้เม็ดลำไยติดคอมึงตาย กูจะฆ่ามึงให้ตายวันนี้!”

ซอมพอที่เพิ่งกลับมาจากเรือนไกรผ่านมาเห็น รีบพุ่งเข้ามาดึงมารดาแล้วขอร้องให้หยุดเมื่อเห็นสภาพสะบักสะบอมของดอกสร้อย ฟองจันทร์มองลูกเลี้ยงด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะหันไปเล่นงานลูกสาว

“ซอมพอ...ลูกไม่เจอขุนฤทธิไกรที่เรือนใช่ไหม มันเป็นเพราะอีดอกสร้อยใช้มารยาหลอกล่อเขาให้มาหา แลขุนพิษณุแสนก็ไม่เว้น มันปั่นหัวพวกผู้ชายจนเกิดความหมางใจ มันรู้ว่าลูกชอบใคร...มันเลยคิดแย่งผู้ชายของลูก!”

ดอกสร้อยตั้งท่าจะแก้ตัวแต่คงสายเกินไป เพราะดูท่าน้องสาวคนละแม่จะเชื่อคำพูดของแม่เลี้ยงทั้งหมด

ooooooo

ไกรยืนยิ้มมีความสุขที่รู้ความจริงจากดอกสร้อย แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มฉับพลันเมื่อเห็นไผ่เดินถือมีดพร้ามาร้องท้า

“เอ็งเข้ามาสู้กับข้า...ใครแพ้เลิกยุ่งกับดอกสร้อย หากเอ็งรักศักดิ์ศรีเป็นชาย เอ็งต้องไปดวลกับข้า”

“ข้าสู้เอ็งอย่างลูกผู้ชาย ไม่คิดเอาดอกสร้อยเป็นของเดิมพัน”

ไกรตั้งหมัด ไผ่ใช้จังหวะนั้นพุ่งหาไกร ทั้งคู่โรมรันอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดไผ่ก็เสียหลักล้มลง

“เอ็งกลับไปเถิด แลเลิกโห่มาหาความข้าเสียที ฝีมือเอ็งออกจะเบานัก เหตุใดถึงมาท้าตีข้า”

“ข้าไม่ยอมแพ้เสียง่ายๆ! น้ำลายถ่มดินไปแล้ว! ถึงตัวตาย...ข้ามิยอมให้ใครมาใกล้สร้อยของข้า”

“สร้อยมิใช่ของใคร หากเอ็งหมายจะครองสร้อย ใช่มาพ่นหมัดเอาชนะข้า แต่เอ็งต้องเอาชนะใจสร้อย”

ไกรทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป ไผ่เจ็บใจที่แพ้พ่าย หันไปมองมีดกำพร้าใกล้มือแล้วตัดสินใจชั่วเสี้ยววินาทีพุ่งตัวเข้าหาไกรจากด้านหลัง แต่จู่ๆไผ่ก็หยุดชะงัก ไกรหันไปมองแปลกใจ

“ข้าจะย่ำเอ็งให้ราบ...ใจสร้อยต้องสลักลงเป็นของข้า”

ไผ่ลดมีดลงเดินออกไป ไกรกังวลใจเพราะรู้แน่แล้วว่ามีอุปสรรคใหญ่ในเรื่องความรัก ส่วนซอมพอก็กังวลใจไม่แพ้กัน เมื่อฟองจันทร์พยายามยัดเยียดความคิด ว่าไกรและปลิวเป็นผู้ชายของเธอ อย่าให้ดอกสร้อยแย่งไปได้

“แม่เลิกพูดว่าเขาเป็นผู้ชายของฉันเถอะ เขาไม่เคยแสดงท่าทีชอบพอฉันสักนิด แล้วอีกอย่างฉันไม่ได้รักพวกเขา ฉันไม่ได้ชอบใครทั้งนั้น...ฉันยังไม่เคยคิดเรื่องนี้”

ฟองจันทร์ย้ำให้ลูกสาวเข้าใจว่าทั้งตนและคำป้อนไม่อยากฟ้อนไปจนตาย หากซอมพอมีโอกาสแต่งงานกับใครคนใดคนหนึ่ง พ่อกับแม่จะได้พึ่งใบบุญ ซอมพออึดอัดใจไม่ตอบ แต่ก็ถูกมารดากดดันจนต้องยอมรับปาก

ที่เรือนผู้ใหญ่สัก ปลิวเอาแต่กินเหล้าหัวราน้ำหลังถูกไกรหักหน้าช่วยดอกสร้อยให้พ้นเงื้อมมือเขา

“ไอ้ไกร เอ็งลบหน้าข้าเสียทุกมื้อ...เอ็งอย่าหวังกลับไปตายที่กรุงศรี...ข้าจะฝังหัวเอ็งจมดินมิดเสียที่นี่”

ขณะนั้นดำรีบร้อนมารายงานข่าวสำคัญว่าตนไปซุ่มดูที่เรือนของไกรหลายวันจนแน่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามแอบซุกซ่อนใครบางคนไว้ ปลิวยิ้มร้ายวางแผนจัดการคู่ปรับทันที

ooooooo

ดอกสร้อยยังไม่เลิกคิดช่วยบัวศรีจากเงื้อมมือของผีตายโหง เธอไปซุ่มมองแถวหน้าเรือนผู้ใหญ่สัก จนกระทั่งเห็นตองนวล จึงขอขึ้นเรือน

“พี่ตองนวล ฉันมาหาพ่อผู้ใหญ่จ้ะ”

“สร้อยมาผิดเวลาแล้ว...พ่อผู้ใหญ่ขึ้นเขาไปแต่เช้ามืด สร้อยมีสิ่งใดสำคัญฝากบอกแม่บัวศรีก็ได้”

“ไม่เป็นไร สุมาเตอะ...ฉันลืมไป ฉันต้องไปฝึกฟ้อน...มื้อหน้าฉันค่อยมาใหม่นะเจ้า ฉันลาล่ะจ้ะ”

ตองนวลจะรั้งไว้ แต่ดอกสร้อยรีบเดินออกไป โดยไม่รู้เลยว่าผีตายโหงในร่างบัวศรียืนมองด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนจะพุ่งตัวออกจากร่างบัวศรีตามดอกสร้อยไปเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด ผีตายโหงรู้ดีว่าหญิงสาวต้องทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดมันให้ออกจากร่างของบัวศรี

เวลานั้นที่เรือนดอกสร้อย เหล่านักดนตรีซ้อมอย่างขะมักเขม้น คำป้อนถามหาไผ่เพราะไม่เห็นมาซ้อมด้วยกัน ม่อนเลยฟ้องว่าตั้งแต่กลับมาเมื่อวาน ร่างกายของไผ่ก็บอบช้ำเหมือนถูกใครซ้อม แล้วก็เอาแต่กินเหล้าไม่สนใจใคร คำป้อนส่ายหน้าอ่อนใจ

“ข้าริคิดฟ้อนเจิงดาบมาสอนมัน...แต่มันกลับกินแต่เหล้าแบบนี้จะทำเช่นไรดี”

“ฉันขอเป็นศิษย์แทนได้หรือไม่”

ทุกคนหันไปมองตามเสียงก็พบว่าเป็นไกรมาขอเป็นศิษย์เรียนฟ้อนดาบ ดอกสร้อยมองเขาอย่างประหลาดใจเพราะชายหนุ่มเชี่ยวชาญเชิงดาบอยู่แล้ว ไกรยกมือไหว้คำป้อนพร้อมกับอธิบาย

“ฉันจับดาบเพื่อคงความเป็นธรรม แต่หนนี้ฉันอยากจับดาบอย่างเชิงศิลป์ เพื่อความรื่นใจ แลฉันมาพักในถิ่นใหม่ ฉันควรเรียนวิถีของเขาให้ได้ถึงแท้...จึงจะเข้าถึงใจคนย่านนี้”

ดอกสร้อยยิ้มเขิน รู้ดีว่าไกรสื่อถึงเธอ คำป้อนมองกิริยาของคนทั้งคู่ก็รู้ดีว่าต่างก็มีใจให้กัน เลยตัดสินใจรับไกรเป็นลูกศิษย์ฟ้อนดาบ ดอกสร้อยปลื้มใจมากยิ้มไม่หุบจนฟองจันทร์ต้องแหวออกไปด้วยความหมั่นไส้สุดขีด

“นังดอกสร้อย! เอ็งมันอยู่ไม่ติดเรือน เช้ามาก็อืนขึ้นอืนล่องไปยั่วยวนผู้ชาย...ไปหุงหาทำแกงได้แล้วไป!”

ทันทีที่ลูกเลี้ยงลับตา ฟองจันทร์ก็วางแผนกระชับความสัมพันธ์โดยคะยั้นคะยอซอมพอให้แต่งตัวสวยต้อนรับไกรที่จะร่วมวงกินข้าวด้วยในคืนนี้

ooooooo

ที่เรือนของไกร เปรื่องนั่งกินลำไยมองหน้าโจรบ้าด้วยความเบื่อหน่าย

“กรรมข้ามันหนักล้นเทียว มิได้ไปเกี้ยวสาวให้ชุ่มใจ ต้องมางุดหัวเฝ้าเอ็ง”

บ่นเสร็จแทนที่โจรจะสลด มันกลับจ้องหน้าท้าทายแล้วพ่นลำไยที่กินเข้าไปใส่หน้าเปรื่อง

เป็นเรื่องทันที! เปรื่องหมดความอดทน เล่นงานมันแล้วจับมัดมือมัดเท้าขังไว้ในห้อง ส่วนตัวเองเดินผิวปากลงเรือนไปหาซอมพอ แต่ยังไปไม่ถึงไหนก็เห็นพวกดำถือคบไฟเดินตรงมา เปรื่องตกใจรีบวิ่งกลับเรือนเพื่อไปรับหน้า

“เฮ้ย...พวกเอ็งหยุด มาทำอะไรที่นี่ หรือทำตัวเยี่ยงโจรบุกเรือนข้า”

“พวกข้าหาใช่โจร พี่ปลิวสั่งให้ข้าเอาหมูมาให้เพราะสังเวชใจ เห็นพวกเอ็งต้องกินผักกินของป่าทุกเมื่อเชื่อวัน”

ดำยิ้มเจ้าเล่ห์ถือหมูเดินขึ้นเรือน เปรื่องรีบขวางไว้และบอกว่าไกรไม่อยู่ แต่ก็ต้องตกใจหน้าเสีย เมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงปลิวทักจากบนเรือน

“เกลอข้าอยู่ที่ไหนเสียล่ะ”

เปรื่องแหงนหน้ามองอย่างตกใจ ขยับปากจะห้ามเมื่อเห็นปลิวเดินลิ่วไปยังห้องที่ขังโจรบ้าไว้ แล้วใช้เท้าถีบประตูให้เปิดออก และหันซ้ายแลขวาราวกับจะมองหาใคร แต่กลับไม่มีใครในห้องนั้น เปรื่องลอบถอนใจโล่งอกพลางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน

“ไกรคงกลับใกล้แจ้ง ข้าขอรับเนื้อหมูไว้เอง...จะไปทำแกงให้เกลอข้าจนอิ่มหมีพีมันเชียว ขอบน้ำใจเอ็ง”

ปลิวจ้องหน้าลูกน้องอย่างจะกินเลือดกินเนื้อที่มาเสียเที่ยวและเสียหน้า เดินออกไปด้วยความโมโห เปรื่องยิ้มเยาะไล่ตามหลังพลางนึกพิศวงว่าโจรบ้าหายไปไหน...

ooooooo

ยามค่ำ ดอกสร้อยจัดเตรียมสำรับมื้อเย็นเรียบร้อย ฟองจันทร์จึงสั่งให้ยกสำรับเดินตามซอมพอที่แต่งชุดสวยราวกับจะมีงานสำคัญออกไป หญิงสาวเหลือบมองน้องสาวด้วยความประหลาดใจ

ที่ลานหน้าเรือน ไกรยังฝึกฟ้อนดาบท่ามกลางคบไฟที่จุดเรียงรายอยู่เต็มลาน ในขณะที่ผากับม่อนยอมแพ้ หันไปเล่นเครื่องดนตรีแทน ดอกสร้อยถือถาดเดินมามองไกรอย่างชื่นชม ฟองจันทร์เห็นสายตาลูกเลี้ยงก็ไม่พอใจ ออกปากไล่ให้กลับเข้าห้อง ดอกสร้อยจำต้องทำตามคำสั่งโดยมีไกรมองตามอย่างผิดหวัง

ดอกสร้อยเดินคอตกกลับห้อง ก่อนจะตกใจสุดขีดเมื่อเห็นผีตายโหงปรากฏตัวต่อหน้า หญิงสาวจะหนีแต่ก็ไม่พ้น ถูกผีตายโหงเข้าสิงเพราะต้องการมากำจัดเธอให้พ้นทาง เนื่องจากกลัวดอกสร้อยจะบอกผู้ใหญ่สักให้ทราบว่าบัวศรีถูกมันสิงร่างจนมีอาการป่วยเป็นอัมพาต

ระหว่างที่ซอมพอช่วยฟองจันทร์จัดอาหารวางเรียงบนแคร่ เธอเห็นพี่สาวเดินกลับมาก็แปลกใจ ฟองจันทร์ไม่พอใจคิดว่าลูกเลี้ยงอยากลองดีก็ลุกไปหาทันที

“อีดอกสร้อย เอ็งชักจะแข็งข้อกับข้ามากไปแล้ว ข้าสั่งให้กลับไป!”

ดอกสร้อยจ้องหน้าฟองจันทร์อย่างไม่สะทกสะท้าน ซอมพอรีบเข้ามาห้ามไม่อยากให้เกิดเรื่อง

ฟองจันทร์ก็ไม่ฟังผลักดอกสร้อยเต็มแรงแต่ร่างลูกเลี้ยงสาวกลับไม่ขยับเขยื้อน ส่วนฟองจันทร์เสียหลักเซจะล้ม ซอมพอถลาเข้ามาประคองไว้ได้ทัน ทั้งคู่มองตามด้วยความพิศวง

จากนั้น ดอกสร้อยเดินตรงเข้าไปกลางวงฟ้อนดาบแล้วจับข้อมือไกรให้หยุดฟ้อน คำป้อนส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด

“ลูกสร้อยจะทำอะไร”

“สร้อยอยากฟ้อนดาบจ้ะพ่อ ขอให้ลองหน่อย เผื่อมื้อหน้าจะได้ฟ้อนเจิงดาบต่อหน้าชาวบ้าน คงได้เงินอีกโข”

คำป้อนจะห้ามเพราะฟ้อนดาบนั้นอันตรายแต่ฟองจันทร์กลับยุเห็นดีเห็นงาม คำป้อนเลยต้องยอมให้ลูกสาวได้ลองฝึก

ไกรส่งดาบให้ดอกสร้อยอย่างไม่มั่นใจนัก ฟองจันทร์เลยสบโอกาสลากเขาไปกินข้าว และหันไปกระซิบขู่ดอกสร้อย

“ข้าจะนั่งดูเอ็งฟ้อนเจิงดาบ รอดูคมดาบปาดเนื้อปาดคอเอ็ง”

ดอกสร้อยยิ้มเย้ยไม่มีทีท่าหวาดกลัวจนฟองจันทร์สงสัย ส่วนไกรมองหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง ไม่ต่างจากคำป้อนที่กำลังฝึกท่ารำให้ลูกสาวและผากับม่อนที่รู้ดีว่าดอกสร้อยกลัวคมหอกคมดาบมาตั้งแต่เด็ก

หลังฝึกฝนอยู่ครู่หนึ่ง ดอกสร้อยก็พร้อมที่จะฟ้อน คำป้อนเลยสั่งให้ผากับม่อนเตรียมตัวเล่นดนตรีประกอบการฟ้อน ผาสังเกตเห็นแววตาของดอกสร้อยที่ดุดันผิดปกติ ก็อดกังขาไม่ได้ แล้วถึงกับอึ้งเมื่อเห็นเธอเอาดาบปักบนพื้นดินรอบๆเป็นอาณาเขตในการฟ้อน คำป้อนก็ประหลาดใจเช่นกัน

“สร้อย ทำไมลูกต้องปักดาบ ลูกเองเพิ่งฝึกซ้อม มันอันตราย”

“กระบวนท่าฟ้อนเจิงดาบมันต้องหวาดเสียว...พ่ออย่าได้ห่วง ถึงคราวตาย ฉันก็ต้องตาย พ่อไปเล่นดนตรีได้แล้ว”

ดอกสร้อยเอาดาบเล่มสุดท้ายปักพื้น มองคมดาบนั้นด้วยแววตาแข็งกระด้างเหมือนถูกผีเข้าสิง

ooooooo

ไกรนั่งกินอาหารบนแคร่แต่สายตาจับจ้องดอกสร้อยด้วยความเป็นห่วง หูแทบไม่ได้ยินว่าซอมพอกับฟองจันทร์เอ่ยเชิญชวนให้ลิ้มลองอะไรบ้าง ใจของเขาเต้นระรัวเมื่อเห็นหญิงสาวเดินไปที่กลางลานฟ้อนโดยมีดาบคมกริบในมือ

เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น ไกรลุกขึ้นรีบเดินออกจากวงอาหารเพราะใจพะวงถึงแต่ความปลอดภัยของดอกสร้อย ฟองจันทร์เห็นแล้วยิ่งหมั่นไส้ลูกเลี้ยง รีบลากลูกสาวตามไปที่ลาน

เสียงดนตรีบรรเลงให้จังหวะ ดอกสร้อยเริ่มฟ้อนเจิงดาบด้วยท่าทางทะมัดทะแมงราวกับผู้ชาย

ผาได้ยินเสียงม่อนเอ่ยชื่นชมการฟ้อนดาบของดอกสร้อย ก็เงยหน้าดูแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นมีร่างผู้ชายคนหนึ่งซ้อนทับในตัวหญิงสาว ผาขยี้ตาหลายครั้งก็เห็นเช่นเดิม จึงรีบสะกิดม่อนละล่ำละลักบอก

“ไอ้ม่อน...ข้าเห็นผู้ชายอยู่ในร่างน้องสร้อยเอ็งเห็นเหมือนกันไหม”

ม่อนส่ายหน้าขำ คิดว่าผาเพี้ยนเพราะบ้าผู้ชายเลยไม่ใส่ใจ ส่วนคำป้อนนั้นเอะใจในท่าฟ้อนของลูกสาว

“สร้อยทำอะไร ไม่ใช่ท่าที่ข้าสอนเลยแม้แต่ท่าเดียว!”

ผาและม่อนเห็นดอกสร้อยเอาดาบมาทำท่าปาดเนื้อปาดตัวอย่างหวาดเสียว พอหญิงสาวทำท่าสะพานโค้ง ไกรก็ใจหายวาบเพราะดอกสร้อยแหงนคอลงมาเกือบโดนคมดาบที่ปักไว้

ดอกสร้อยฟ้อนดาบด้วยท่าทางและลีลาน่าหวาดเสียวขึ้นเรื่อยๆ ไกรทนไม่ไหวร้องตะโกนเตือน เสียงของเขาปลุกให้หญิงสาวได้สติ มองเห็นตัวเองจะเอาดาบปาดคอก็ตกใจขืนข้อมือไว้ ผีตายโหงจึงออกจากร่างของเธอมาประจันหน้า

ไม่ไกลจากเรือน ผีกะรับรู้ว่าดอกสร้อยตกอยู่ในอันตราย ก็คำรามอย่างโกรธแค้น

มือของผีตายโหงเคลื่อนดาบมาจ่อที่คอดอกสร้อยแล้วกดคมดาบให้ปาดคอ ท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่เห็น

“มึงยุ่งเรื่องของกู...มึงตายซะ!”

ไกรจะพุ่งไปห้าม แต่ฟองจันทร์ปราดมารั้งไว้ ชายหนุ่มสะบัดตัวออก...ฉับพลันก็เกิดลมพัดมาหอบใหญ่ คบไฟทุกดวงดับลงกะทันหัน ผีตายโหงกวาดตามองรอบตัว ก่อนจะตะลึงงันเมื่อเห็นหน้าดอกสร้อยกลายเป็นหน้าผีกะที่แยกเขี้ยวมองมาด้วยความอาฆาตแค้น

คำป้อนและทุกคนต่างอ้าปากค้างกับเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะวิ่งหาที่หลบกันชุลมุน ไกรพยายามฝืนแรงลมเพราะเป็นห่วงดอกสร้อย แต่ก็เข้าไปช่วยไม่ได้ ผีกะหันไปหาผีตายโหงคำรามสั่ง

“ครานี้เป็นเรื่องของมึงกะกู มึงคิดฆ่าคนของกู... ใครที่คิดทำลายร่างของกู มันต้องตาย!”

ผีตายโหงดึงมีดดาบจากพื้นขึ้นมาต่อสู้ ในขณะที่ผีกะใช้กรงเล็บมือจ้วงแทงไม่ยั้ง ทั้งสองต่อสู้อย่างดุเดือดผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ก่อนผีกะจะออกแรงกระชากร่างผีตายโหง

วิญญาณทั้งสองหายไป ลมที่กำลังพัดอื้ออึงสงบลง ไกรรีบวิ่งเข้าไปกลางลานฟ้อน แต่ก็ต้องตกใจเพราะไม่เห็นร่างดอกสร้อยเสียแล้ว...

ooooooo

ที่ป่าไผ่ วิญญาณผีกะลากผีตายโหงมาชำระความด้วยการเงื้อเล็บแหลมพุ่งแทงร่างฝ่ายตรงข้าม ฉับพลันผีตายโหงหายตัวไป เสียงหัวเราะของมันดังขึ้นที่ป่าไผ่เบื้องหลัง

ผีกะคำรามแค้นใช้กรงเล็บฟันต้นไผ่หักเป็น

คมแหลมแล้วกระชากร่างผีตายโหงออกจากต้นไผ่ ดันตัวมันเข้าหาคมแหลมนั่น เพียงครู่เดียวผีตายโหงก็เสียท่ายอมแพ้

“กูยอมแล้ว กูจะไม่ยุ่งกับคนของมึง ปล่อยกูไป”

“มึงจำไว้ ใครทำร้ายคนของกู...มันต้องดับสูญ”

ผีตายโหงมองผีกะด้วยความกลัวและพยักหน้ารับรู้ ผีกะจึงปล่อยให้เป็นอิสระ...

แล้วลมพายุก็สงบลง เผยให้เห็นดอกสร้อยนั่งอยู่กลางดงไผ่ในสภาพบอบช้ำหวาดกลัวสุดขีด!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง

ช่อง 7 ส่งพระนางสุดฮอต "โซ่เวรี-จากศัตรูสู่หัวใจ-ล่ารักสุดขอบฟ้า" ลงจออีกครั้ง
17 ก.ย. 2564

13:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 17:13 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์