ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สาปดอกสร้อย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ดอกสร้อยวิ่งหนีจากกระท่อมร้างไม่คิดชีวิตกระทั่งถึงธารน้ำตก พยายามล้างคราบเลือดที่มือด้วยความตกใจและรู้สึกผิดที่ฆ่าคนตาย หญิงสาวร้องไห้ราวกับคนเสียสติเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทันใดนั้น ดอกสร้อยรู้สึกว่ามีคนกำลังมอง จึงหันขวับไปดูอย่างหวาดระแวง...คำป้อนยืนอยู่ริมลำธารมองลูกสาวด้วยความสงสาร

“พ่อเห็นหมดแล้ว...ลูกไม่ต้องกลัว จะไม่มีใครทำร้ายลูกได้”

“พ่อ...ช่วยสร้อยด้วย สร้อยกลัว”

คำป้อนเดินไปหาลูกสาวแล้วกอดปลอบโยนให้คลายความตกใจ ดอกสร้อยร้องไห้โฮไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรและพูดซ้ำไปมาว่าตนเองฆ่าคนตาย คำป้อนจับหน้าดอกสร้อยแล้วสบตา

“ฟังพ่อนะ...ลูกไม่ได้ฆ่าพวกมัน แต่เป็นผีกะต่างหากที่ทำ”

ดอกสร้อยคิดตามที่คำป้อนบอกพลางนึกทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา เธอจำได้ว่านอนหมดสติอยู่กับพื้นในเรือนพัก แต่ตื่นขึ้นเพราะฝีเท้าของใครบางคนบนเรือน เมื่อชะเง้อมองกลับไม่เจออะไร ฉับพลันหญิงสาวรู้สึกเหมือนมีคนจ้องจึงค่อยๆหันไปมองที่กระจก...เงาสะท้อนในนั้นกลับเป็นผีกะที่แสยะยิ้มและพุ่งตัวเข้ามาสิงร่างของเธอทันที...

ดอกสร้อยก้มมองร่างกายตัวเองด้วยท่าทีตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าผีกะอยู่ในตัวเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองพ่อเหมือนจะขอความช่วยเหลือ คำป้อนส่งสายตาปลอบและโอบกอดลูกสาวแน่นพลางกระซิบเบาๆ

“ลูกไม่ต้องกลัว พ่ออยู่กับลูกแล้ว...พ่อจะพาหนูกลับบ้าน...”

คำป้อนประคองลูกสาวเดินออกไป...วิญญาณสีดำวูบออกจากร่างดอกสร้อยลอยไปเหนือโขดหินใหญ่กลางน้ำตก มันมานั่งยองๆมองเล็บแหลมที่มีหยดเลือด แล้วค่อยๆเลียกินอย่างมีความสุข!

ไกรวิ่งวนตามหาดอกสร้อยด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่พบ เขาหวนกลับไปที่กระท่อมร้างแล้วเจอกับไผ่และม่อน สองคนนั่นกำลังตื่นตะลึงกับศพถึงสามศพ แล้วเอ่ยถามไกรว่าศพนั้นคือใคร

“คงเป็นพวกโจรที่มาฉวยตัวสร้อยไม่ผิดแน่! ข้าพยายามสืบหาตัวเธอก็ยังไม่เห็นรอย”

“ถ้าเช่นนั้น...ไอ้บ้าที่มันวิ่งหนีกระเซอะกระเซิง...ก็ต้องเป็นพวกเดียวกัน...มันกลัวถูกฆ่าตายจนเป็นบ้า! เท่าที่เห็นพวกมันตายอย่างอนาถ...ใครกันเล่าที่ฆ่าพวกมัน”

ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างพิศวง ก่อนแยกย้ายตามหาดอกสร้อยอีกครั้ง ขณะนั้นเอง ผาก็วิ่งมาบอกทุกคนว่าเจอตัวดอกสร้อยแล้วที่น้ำตก เวลานี้คำป้อนพากลับบ้าน ไกรโล่งใจเมื่อรู้ว่าหญิงสาวปลอดภัยดี

ooooooo

รุ่งเช้า กลุ่มชาวบ้านผาหมอกยืนมุงดูศพโจรแล้วโจษจันถึงสภาพศพที่ถูกกัดกินทั้งตัว ดอกสร้อยแอบชะเง้อดูห่างๆ กังวลใจกลัวชาวบ้านจะล่วงรู้ว่าเป็นการกระทำของเธอ เอื้องคำมองศพแล้วอดถามไม่ได้

“พ่อผู้ใหญ่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

“พวกโจรป่าจะข่มขืนดอกสร้อยแต่โดนฆ่าตาย... พวกมันโดนผีกะกิน!”

เอื้องคำและพวกชาวบ้านอึ้งกับคำพูดของผู้ใหญ่สักเพียงครู่เดียว ความหวาดกลัวก็แผ่ขยายไปทั่วหมู่บ้าน เปรื่องได้ยินเข้าก็นึกแคลงใจเพราะยังไม่ได้พิสูจน์ศพ ...ม่อนกับไผ่ก็เห็นเช่นเดียวกัน

“อย่าเพิ่งเอาไปเผาเลย...บ้านเรามีตำรวจมาอยู่ตั้งสองคน...ขุนพิษณุแสนและขุนฤทธิไกร...ให้พวกเขามาดูก่อน”

“เอ็งจะให้สาบผีเป็นเสนียดชาวบ้านก็ตามใจ....วางศพไว้กลางลานนี่แหละ”

บรรดาชาวบ้านต่างโวยวายไม่ยอมให้วางศพกลางลาน ไผ่และม่อนจำใจเอาศพไปเผา เปรื่องรีบกลับบ้านพักแล้วเล่าให้ไกรฟัง เพื่อนรักไม่มีท่าทีตกใจ กลับบอกว่าจะไปหาดอกสร้อยที่เรือนท้ายหมู่บ้าน

“ข้าหมายรู้ความใครฆ่าพวกมัน...ดอกสร้อยเป็นผู้เดียวที่รู้!”

หลังเกิดเรื่อง ดอกสร้อยเอาแต่นั่งซึมเศร้าจนคำป้อนสงสาร ต้องเข้ามาปลอบใจ

“ลูกอย่ากังวลใจ...พวกมันเป็นโจรทำเลวและข่มเหงลูก มันตายไปชดใช้กรรมที่มันก่อ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลแห่งเวรแห่งกรรม...พ่อจะไปหาผู้ใหญ่สัก หากใครถามลูกเรื่องนี้...ลูกต้องพูดตามที่พ่อสอนไว้”

ดอกสร้อยรับคำเสียงเบาแต่ยังกังวลใจเพราะกลัวชาวบ้านจะรู้ว่าเธอเลี้ยงผีกะ!

คล้อยหลังจากนั้น ซอมพอถือถาดใส่อาหารมาให้พี่สาว พยายามไม่แสดงออกถึงความเป็นห่วง ดอกสร้อยเห็นน้องสาวก็ใจชื้น อ้อนวอนให้อยู่เป็นเพื่อน ซอมพอไม่ยอมเพราะยังฝังใจกับเรื่องราวหนหลัง ไกรและเปรื่องแอบมองสองสาวพี่น้องคุยกันแล้วคิดสงสัยปฏิกิริยาของทั้งคู่

ขณะนั้นเองผาวิ่งแจ้นมาลากตัวดอกสร้อยไปจากเรือน หญิงสาวมองผาอย่างสงสัย และแล้วก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าเอื้องคำกับศรีออนจะมาระรานเพราะแคลงใจว่าเธออาจเสียทีพวกโจรไปแล้ว ผาโมโหมากและตั้งใจจะเล่นงานสองสาวนั่นให้เข็ดหลาบ จึงสั่งดอกสร้อยให้หลบอยู่แถวน้ำตกก่อน หญิงสาวซาบซึ้งใจกับผายิ่งนัก

ระหว่างนั่งเล่นแถวน้ำตก ดอกสร้อยยิ้มให้กับเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ แต่แล้วเงานั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเงาของผีกะ หญิงสาวสะดุ้งรีบลุกขึ้นถอยหนีแล้วชนกับใครคนหนึ่งจนเกือบล้ม ดอกสร้อยกำลังจะหวีดร้อง... ไกรนั่นเองที่แอบตามเธอมาด้วยความเป็นห่วง

“ฉันเป็นห่วงสร้อยมากเทียวนะ เอ็งจะบอกพี่ได้ไหมว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นในกระท่อมร้างนั่น ผู้ใหญ่สักแลชาวบ้านต่างลือใหญ่...ว่าผีกะฆ่าพวกมัน”

“หากฉันพูดไป...พี่ไกรจะเชื่อฉันไหมเล่า”

“ฉันรับคำของสร้อย...แต่ผู้เดียว”

ดอกสร้อยมองไกรอย่างชั่งใจ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องว่าตนถูกพวกโจรจับตัวไป พอมันจะทำมิดีมิร้ายก็มีผีกะพุ่งเข้ามาจัดการพวกมัน ตนตกใจจนเป็นลม เมื่อฟื้นขึ้นก็เห็นพวกมันเป็นซากศพแล้ว ตนตกใจกลัววิ่งหนีเตลิดมาจนถึงน้ำตก แล้วเจอเข้ากับคำป้อนพอดี จึงพาตนกลับบ้าน ไกรย้อนถามว่าใครคือผีกะ ดอกสร้อยไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว...

เวลาเดียวกันนั้น คำป้อนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นแก่พวกผู้ใหญ่สักและชาวบ้าน ยืนยันว่าผีกะฆ่าพวกโจรทั้งหมด ไผ่ติดใจสงสัยว่าใครเลี้ยงผีกะ แต่ผู้ใหญ่สักกลับไม่ติดใจเรื่องนี้ คำป้อนจ้องหน้าลูกน้องให้ไผ่กับม่อนหุบปากและเร่งสับฟืนเพื่อเผาศพ ม่อนหวาดหวั่นว่าเรื่องร้ายยังไม่จบแค่นี้ ส่วนไผ่หมายมั่นจะถามดอกสร้อยว่าความจริงเป็นเช่นไร...

ooooooo

ณ ดงกาสะลอง ไกรถือผ้าที่เคยมอบให้ดอกสร้อยชุ่มไปด้วยน้ำมาเช็ดหน้าให้หญิงสาวที่มองเขาด้วยความประทับใจ ชายหนุ่มมีความสุขกับการดูแลดอกสร้อยเช่นกัน ความรู้สึกดีๆเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจทั้งสอง

“สร้อยเล่าความหมดสิ้น พี่ยังมีอะไรคาใจในตัวฉันไหม”

“พี่ไม่เคยนึกสงสัยอะไรในตัวสร้อยเลย...ซ้ำยังห่วงใย เพียงแค่รู้ว่าสร้อยแคล้วคลาดจากอันตราย พี่ก็คลายใจ”

ดอกสร้อยยิ้มรับดีใจพลางขอผ้าคืน ไกรมองผ้าในมือจะยื่นให้ พลันก็นึกถึงความสัมพันธ์ของไผ่กับหญิงสาว

“สร้อยมีคู่สมแล้ว เขาคงดาหน้าพี่เป็นแน่ หากสร้อยจะเอาผ้าผืนนี้ติดกาย ชายผู้นั้นก็คือพี่ไผ่ของสร้อย!”

“สร้อยโตมากับพี่ไผ่...พ่อเลี้ยงดูเราเป็นพี่น้อง สร้อยมิเคยคิดไกลกว่านั้นจ้ะ”

หลังได้คำตอบชัดเจน ไกรยิ้มมีความสุขที่รู้ว่าดอกสร้อยไม่ได้เป็นคู่รักของไผ่ จึงรีบยื่นผ้าให้ไว้แทนใจ

“พี่ให้ผ้าผืนนี้กับสร้อยไว้...หากมื้อหน้าที่สร้อยเลิกไยดีเสีย หรือมีใจให้ใครอื่น...ขอคืนให้พี่”

ด้านซอมพอรู้สึกหงุดหงิดที่เปรื่องเฝ้าตามไม่ห่างและเพียรถามถึงท่าทีมึนตึงระหว่างเธอกับพี่สาวคนละแม่ หญิงสาวรำคาญใจจึงหลอกให้เขาตามไปที่น้ำตกแล้วจะเล่าให้ฟัง ชายหนุ่มหลงกล รีบเดินตาม ก่อนจะพบว่านอกจากจะไม่ได้ความจริงแล้ว ยังถูกซอมพอผลักตกน้ำ ซอมพอแลบลิ้นยั่ว หัวเราะสะใจก่อนวิ่งหนีไปที่เรือนพักดอกสร้อย เอื้องคำใช้ศรีออนไปสืบดูว่าดอกสร้อยอยู่บนเรือนหรือไม่ บ่าวคนสนิทยิ้มย่องมารายงาน

“บ่มีไผ๋...ดอกสร้อยอยู่คนเดียวเน้อ”

“แหมดี วันนี้กูจะจิกหัวตบให้มันคายปากจนสาแก่ใจ!”

เอื้องคำลักลอบขึ้นเรือน มาถึงหน้าห้องนอนของดอกสร้อย ศรีออนให้สัญญาณแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มีแสงสลัว ทั้งคู่เห็นดอกสร้อยเอาผ้าคลุมโปงนั่งหันหลังทำอะไรบางอย่าง เอื้องคำแสยะยิ้ม พูดเย้ยเสียงดัง

“นังดอกสร้อย เขาลือกันให้ทั่วว่าผีกะฆ่าพวกโจร...ข้าไม่เชื่อ! ข้าอยู่นี่สุขสงบมาชั่วนาตาปี บ่มีผีกะสักตัว ข้าสังก๋าว่าเอ็งโกหก อย่าทำเป็นนิ่งเฉย! อีศรีออนไปจิกหัวลากมา...ข้าจะตบให้ฟันร่วงหมดปาก จนกว่ามันจะคายความจริง”

ศรีออนจะทำตามสั่ง แต่แล้วก็ได้กลิ่นเหม็นคาว จึงหันกลับมาถามนายสาวว่าได้กลิ่นหรือไม่ ยังไม่ทันได้คำตอบ เอื้องคำก็เห็นมือดอกสร้อยขยับกินอะไรบางอย่าง

“เอ็งกินอะไร อีดอกสร้อย ข้าถามไม่ได้ยินหรือไง!”

ดอกสร้อยหันหน้ามาช้าๆ...ในมือมีไก่สดหนึ่งตัวที่ดิ้นจนขนกระจาย เอื้องคำและศรีออนมองเห็นดอกสร้อยผัดหน้าทาแป้งจนหน้าขาววอก...มีคราบเลือดติดบนปาก ทั้งคู่ผงะถอยหนีนึกว่าตาฝาดที่เห็นดอกสร้อยทำตัวดั่งผีกะ เอื้องคำกลัวสุดขีด ขยับจะหนีแต่ติดศรีออนที่ยืนตัวแข็งเลยถีบกระเด็นให้พ้นทาง

ศรีออนแทบสิ้นสติเมื่อถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับผีกะที่จ้องมาพร้อมกับยื่นไก่สดๆให้

“กินต๋วยกันเน้อ...กินไก่สดๆ...ลำแต้ๆ!”

เอื้องคำวิ่งหนีลงเรือนโดยมีศรีออนวิ่งตามติด ดอกสร้อยเดินออกจากห้องพร้อมกับผ้าคลุมที่เผอิญถูกพื้นไม้เกี่ยวจนลื่นหลุด เผยให้เห็นว่าเป็นผาไม่ใช่ดอกสร้อยตามที่สองคนเข้าใจ เอื้องคำหันมาเห็นก็โกรธจัด

“อีผา! มึงหลอกกู อีศรีออนจ๊าดง่าว...อีผามันหลอกเอ็งว่าเป็นผีกะ!”

“เออ...กูเองเน้อ บ่ได้แกล้งไผ๋...เขาเรียกว่ากรรมตามสนองเน้อ เอ็งคิดรังควานดอกสร้อยก็ต้องเจอดี...กินไก่อีกบ่”

ผาโยนไก่ตัวเป็นๆใส่สองนายบ่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงลั่น เมื่อเห็นทั้งคู่วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต...

ooooooo

ขณะที่ผู้ใหญ่สักยืนมองไฟเผาร่างพวกโจรตรงท้ายหมู่บ้าน หนานอินลูกน้องคนสนิทก็เข้ามารายงานว่าขุนพิษณุแสนเจอตัวไอ้ฝานลูกน้องที่กลางป่า ผู้ใหญ่สักยิ้มดีใจที่จะได้ชำระความเสียที รีบรุดเดินตามไปที่นั่น

“ท่านขุนพิษณุแสนเจอไอ้ฝานที่ใด มันอยู่ที่ไหน ข้าจะโบยมันให้สิ้นใจ...ด้วยน้ำมือข้าเอง”

ปลิวหรือขุนพิษณุแสนขยับตัวเผยให้เห็นร่างของฝานนอนตายในสภาพที่ถูกกัดกินตรงช่องท้อง ไม่ต่างอะไรกับศพของนายทองพ่อไกร ผู้ใหญ่สักชะงักเท้าหยุดอย่างตกใจ เสียงปลิวดังขึ้น

“ข้าออกตามหามัน...จนมื้อเช้าก็พบซากศพ ร่างของมันแข็งทื่อคงสิ้นใจตั้งแต่มื้อค่ำ”

“มันทำชั่วปล้นฆ่าเขาจึงต้องมารับกรรมเลวเช่นนี้...เหมือนไอ้พวกโจรทั้งสามตัวที่เมื่อคืนดักฉุดดอกสร้อยแล้วถูกผีกะฆ่าตาย หนานอิน...พวกเอ็งเร่งเอาศพไปเผาเสีย!”

ปลิวยืนงงเรื่องผีกะ ไกรและเปรื่องรีบสาวเท้าเข้ามาร้องห้ามไม่ให้กระทำการนั่น ทุกคนประหลาดใจที่พวกไกรเข้ามาขวาง ปลิวไม่พอใจกระชากเสียงสั่ง

“อูวะ...เอ็งไม่ต้องยื่นมือเพราะมิใช่กิจเอ็ง!”

“ที่ข้าห้ามเพราะตรองแล้วว่ามันไวไปที่จะโยนบาปให้ผี! ข้ามั่นใจว่ามันเป็นก๊กเดียวกับไอ้โจรที่ตายไป...เพราะมันสักรอยเดียวกันที่ขา ตอนที่ข้าต่อสู้กับพวกโจรป่า เผอิญเห็นรอยสักนั่นเข้าจึงจำได้แม่นนัก”

ผู้ใหญ่สักฟังแล้วโกรธจัดสบถด่าฝานที่บังอาจคิดฆ่าไกร กรรมเลยตามสนองจนถูกฆ่าด้วยน้ำมือผีกะ ไกรย้อนถาม

“พ่อผู้ใหญ่ลงความแน่วแน่ว่าผีกะฆ่ามันหรือ”

“ศพนี้ก็ไม่ต่างจากร่างของพ่อทอง ข้าเชื่อเหลือเกินว่าผีกะมันอยู่ย่านนี้ มันถึงได้กัดกินคนหลายศพ”

ปลิวพยักหน้าคล้อยตาม แต่เมื่อไกรขอดูศพกลับส่ายหน้าไม่ให้เพราะได้รับคำสั่งจากเจ้าพระยาให้มาปราบโจรป่าในถิ่นนี้ ดังนั้นอำนาจสิทธิ์ขาดขึ้นกับตนเพียงผู้เดียว เปรื่องผิดหวังที่ไกรไม่ตอบโต้ ส่วนปลิวมองตามด้วยความสะใจแล้วตะโกนสั่งลูกน้องให้นำศพฝานไปเผาทันที

เปรื่องเดินตามเพื่อนรัก ถามอย่างไม่เข้าใจ

“ข้าล่ะโกรธเอ็งใหญ่นัก เอ็งมีศักดิ์เทียมๆกับมัน ...กลับเว้นให้มันกร่างเกินเอ็ง!”

“ขวางลำไปก็ไม่ชนะ...มันแบกอำนาจล้นกำมือ และข้าก็คะเนได้...มันหมายจับโจรลบหน้าข้า! เพลานี้ข้ามองหาแต่โจรบ้าที่หนีไป หากเราจับได้...มันผู้นั้นที่จะคลายข้อสงสัย...พ่อข้าตายด้วยเหตุใด แลศพอื่นที่ตายเกลื่อนเพราะคนหรือผีกะ”

เวลาเดียวกันนั้น โจรบ้าหรือมีอีกชื่อหนึ่งว่าคมกำลังวิ่งหนีภาพหลอนผีกะมาถึงลำธาร เมื่อวักน้ำกินก็ต้องตกใจสุดขีดที่เห็นผีกะอยู่ใต้น้ำ...มันผงะหงายหลังแล้วแหกปากร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว ทั้งที่จริงแล้ว...น้ำในลำธารใสเป็นปกติ!

ooooooo

ที่เรือนพรานเวทย์ เขานั่งบริกรรมคาถาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอยู่หน้าหิ้งบูชาผี พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่พยายามจับผีกะแต่มันหลุดรอดไปสิงร่างของหญิงสาวชาวบ้านผู้หนึ่งจนได้ พรานเวทย์นึกเจ็บใจที่จัดการมันไม่ได้

ขณะครุ่นคิดหาทาง พรานเวทย์รู้สึกตัวว่ามีใครบางคนแอบซุ่มมองอยู่ เขาตะคอกเสียงลั่น

“ไอ้ใบ้! มึงออกมาประเดี๋ยวนี้...จะมาขออะไรจากข้าอีกวะ”

ไอ้ใบ้คลานเข่าเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษ แล้วยื่นขันใส่ดอกไม้เพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์ให้พรานเวทย์ถ่ายทอดวิชากำจัดผีกะ แต่นอกจากจะไม่ยอมรับไอ้ใบ้แล้ว พรานเวทย์ยังปรามาสและถุยน้ำลายใส่

“เอ็งเอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะ...มันร้ายกาจกว่าผีกะทุกตัวที่ข้าเคยพบเจอเพราะมันเป็นผีกะอาคม! ทั้งยังเคยเป็นนักรบโบราณและเลี้ยงดูผีครูแต่ดูแลไม่ดี อีกทั้งเหิมเกริมขโมยวิชาคุณไสยของครูบา ผีครูจึงฆ่ามันตายด้วยอาคม มันกลายเป็นผีเร่ร่อนอยู่ในป่า จนข้ารู้เข้าจึงจะใช้วิชาฆ่ามันให้สูญสิ้น มันโกรธข้า จึงสิงร่างผู้หญิงคนเลี้ยงดูมันและบุกมาฆ่าลูกเมียข้า...”

สายตาของพรานเวทย์เต็มไปด้วยความแค้นและประกาศเสียงกร้าว

“ข้าต้องฆ่ามัน! ใครก็ตามที่เลี้ยงดูมัน ก็ต้องตายไปพร้อมกับมันด้วย!”

เวลานั้นที่เรือนของดอกสร้อย หญิงสาวเพิ่งกลับจากหาของป่า ค่อยๆย่องขึ้นเรือนเพราะรู้ว่าฟองจันทร์พักผ่อนอยู่ แต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อฟองจันทร์กระชากประตูออกมาด่า

“อีดอกสร้อย เอ็งแกล้งข้า...จงใจย่ำตีนหนักให้ข้าตื่น อีปันตาย!”

ฟองจันทร์ตีหน้ายักษ์ใส่ลูกเลี้ยง ดอกสร้อยไม่อยากมีเรื่องเลยหลบเข้าห้องครัวอ้างว่าจะไปทำอาหารเตรียมไว้พรุ่งนี้เช้า ฟองจันทร์มองตามหลังดอกสร้อยเคืองๆแล้วต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นลูกเลี้ยงมีสี่เท้า แต่เมื่อเพ่งมองอีกครั้งกลับไม่พบอะไร เลยคิดว่าตัวเองตาฝาด!

ooooooo

รุ่งเช้าที่หน้าผาหมอก ไกรกับเปรื่องมาสำรวจพื้นที่โดยรอบเพื่อสืบหาร่องรอยของโจรบ้าที่หนีไป แต่หาอยู่นานก็ไม่พบจนเปรื่องเสนอให้ยุติการค้นหา ไกรต้องยอมด้วยไม่มีทางเลือกอื่น

เวลาเดียวกันที่บ้านเอื้องคำ ศรีออนมาชักชวนเจ้านายสาวไปแอบดูไกรอาบน้ำที่ริมน้ำตก เอื้องคำตื่นเต้นตาโตเพราะหวังรวบรัดชายหนุ่มรูปงามเป็นสามี รีบกระวีกระวาดเดินตามบ่าวคนสนิท

“อีศรีออน...พ่อขุนฤทธิไกรเรืองรองผ่องอำพรรณของข้าอยู่ไหน...ข้าจะจำแลงแปลงกายเป็นเทวีเล่นน้ำคู่เทวา”

“เมื่อกี้ศรีออนเห็นเล่นน้ำอยู่...โน่นไงอยู่ตรงริมลำธาร”

เอื้องคำมองตามมือบ่าวชี้ ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วถอดเสื้อเดินลงธารน้ำตกอย่างย่ามใจ ไกรมิได้ระวังตัวมัวแต่อาบน้ำอย่างเพลิดเพลิน ตกใจแทบตายเมื่อเห็นเอื้องคำโผล่ขึ้นจากผิวน้ำพร้อมกับยิ้มยั่วยวน

“มาเล่นน้ำด้วยกันเจ้า เอื้องคำบ่มีเพื่อน...ตอนนี้ก็หนาว บ่มีเสื้อผ้าใส่...หนาวเหลือเกิน!”

พูดจบก็โผเข้ากอดไกร ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อรู้ว่าหญิงสาวเปลือยกาย พยายามดันตัวเธอออกห่าง

แล้วกระโจนขึ้นฝั่ง เอื้องคำไม่ยอมแพ้มีแผนเผด็จศึกรอบสอง ตะโกนลั่น

“ขุนฤทธิไกรจะหนีไปไหน! พ่อขุนทิ้งฉันไม่ได้...พ่อขุนเป็นผัวฉันแล้ว...เมื่อแตะต้องเนื้อตัวกันจำต้องเสียผี...รับฉันเป็นเมียตามประเวณีของคนถิ่นนี้ แลต้องเอาเงินตราเอาหมูมาบูชาผี”

“เสียผีได้เช่นไรกันเล่า ข้าหาได้ทำทรามเยี่ยงนั้น หรือล่วงเกินเอ็งแต่อย่างใด”

เอื้องคำเสแสร้งร้องไห้โวยวายเพราะอายผีบ้านผีเรือนและกลัวชาวบ้านนินทา ไกรถึงกับพูดไม่ออก แต่แล้วเหมือนโชคช่วยเมื่อเปรื่องเพื่อนรักเดินมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน

“แล้วที่แม่หญิงทำลงไป บ่อายเน้อ บูชาผีโกหกกระนั้นหรือ...เกลอข้าหาได้ย่องหาแม่หญิง เจ้านั่นแลมาซุ่มแล้วทำเปลื้องผ้าลงน้ำไปรัดเกลอข้าหมายปล้นค่าเสียผี ข้าหาได้พูดโดยไม่มีประจักษ์พยานเสียไม่... ออกมาได้แล้ว!”

ศรีออนค่อยๆโผล่หัวขึ้นจากหลังโขดหินใหญ่ หน้าเสียเดินก้มหน้ามาช้าๆ

“แม่นแล้วเจ้า แม่เอื้องคำเต้นริกอยากได้ขุนฤทธิไกรทำผัว! บุกไปกอดไม่ให้ท่านดิ้นหนี หวังมัดรับเป็นเมียเสียผี ข้าเจ้าต้องพูดเพราะถูกจับสาบาน หากโกหกต้องตายตกนรก ศรีออนกลัว...เจ้า”

เอื้องคำเจ็บใจที่พลาดท่า ถูกเปรื่องกับไกรตลบหลัง เลยหันไปพาลพาโลใส่ศรีออนที่กลัวลนลาน

“นายเจ้า...มื้อนี้พลาดท่าเสียที ก็ใช่จะไม่มีโอกาสเน้อ รอเวลาเหมาะ...ค่อยดอดย่องเข้าหาขุนพิษณุแสนอีกคน...เจ้า”

ooooooo

หลังเลี่ยงปะทะกับแม่เลี้ยงเมื่อคืนก่อน ดอกสร้อยรีบตื่นแต่เช้ามาจัดเตรียมอาหารรอท่า ฟองจันทร์ได้ยินเสียงในครัวก็รู้แน่ว่าเป็นลูกเลี้ยงจึงปรี่มาโวยวายด้วยความหิว

“ข้าสั่งให้ต้มข้าวก่อนไก่โห่...ไฉนจึงยังไม่แล้วเสร็จ เอ็งมันขี้เกียจนอนตื่นสาย ทำอะไรก็เชื่องช้ามิได้ความ!”

“ฉันตื่นขึ้นมาก่อไฟแต่เช้าแล้ว แต่ฟืนเปียกจึงต้องไปหาใหม่...น้ารอประเดี๋ยวข้าวจะสุกแล้วเจ้า”

ด้วยความโมโหหิว ฟองจันทร์ปราดไปหยิบฝาหม้อด้วยมือเปล่าจะฟาดลูกเลี้ยง แต่กลับต้องเขวี้ยงทิ้งเพราะร้อนมือ

“โอ๊ย...ร้อน อีดอกสร้อย...มึงแกล้งกู! เอ็งจงใจเอาฝาหม้อร้อนๆให้ข้าจับ...แล้วอย่าสาระแนเถียงข้า”

ดอกสร้อยเห็นท่าไม่ดี รีบหยิบผ้าจะจับหูหม้อแต่ฟองจันทร์ก็กระชากผ้ามาโยนทิ้งและใช้เท้าเหยียบ หญิงสาวจะหยิบผ้าแต่แม่เลี้ยงยิ้มร้าย กระทืบเท้าบนมือของเธออย่างแรง แล้วกระชากมือลูกเลี้ยงสาวไปจับหูหม้อร้อนๆนั่น ดอกสร้อยร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พยายามสลัดมือออกแต่ถูกฟองจันทร์กดไว้

“ร้อนเรอะ...แต่กูไม่ร้อน เอ็งยกหม้อลงมาเดี๋ยวนี้!”

ไผ่ได้ยินเสียงดอกสร้อยก็ถลันเข้ามาดูหน้าตาตื่น ฟองจันทร์รีบปล่อยมือหญิงสาวแล้วแสร้งบ่นด่า

“มันสำออยตามเคย รีบหุงข้าวไวๆ ข้าหิวแล้ว อีดอกสร้อย!”

ฟองจันทร์ลอบยิ้มสะใจ ไผ่เห็นมือดอกสร้อยเป็นแผลพุพองก็รีบหายามาทา ดอกสร้อยรู้สึกปวดแสบปวดร้อนแต่ก็อดกลั้นก้มหน้าหุงข้าวและเตรียมอาหารต่อ ไผ่ออกจากบ้านไปหายาสมุนไพรมาทาเพิ่ม ฟองจันทร์เลยเดินกลับมาหาเรื่องลูกเลี้ยงอีกครั้ง

“โถ...มือพุพองไปหมดแล้วสร้อยเอ๊ย...เอ็งเคยได้ยินปู่ย่าตาทวดสั่งสอนไหมลูกว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง”

ดอกสร้อยมองแม่เลี้ยงไม่ไว้ใจ ทันใดนั้น ฟองจันทร์ก็กระชากมือหญิงสาวไปอังไฟที่เตา ดอกสร้อยดิ้นหนีเพราะร้อนจนทนไม่ไหว ผลักแม่เลี้ยงเต็มแรง...กระเด็นไปกระแทกฝาผนัง

“อีดอกสร้อย มึงสู้กู...เอ็งทำข้าเจ็บ เอ็งต้องเจ็บกว่าข้า!”

ฟองจันทร์ตั้งท่าจะฟาด ไผ่กลับมาพอดีตวาดให้หยุดและขู่ว่าตนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและจะฟ้องคำป้อน แทนที่ฟองจันทร์จะกลัว กลับตอกว่าจะบอกคำป้อนเรื่องไผ่อยากได้ดอกสร้อยเป็นเมีย

ไผ่อึ้ง...คิดไม่ถึงว่าฟองจันทร์จะเอาเรื่องนี้มาขู่ ดอกสร้อยร้องไห้เสียใจเพราะโดนแม่เลี้ยงข่มเหง...วิ่งหนีเข้าห้อง ชายหนุ่มสงสารเข้าไปปลอบและยืนยันจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้คำป้อนรับรู้ หญิงสาวขอร้องไม่ให้ บอก ไผ่ส่ายหน้าไม่เข้าใจ

“พ่อรักน้าฟองจันทร์มาก สร้อยไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจ...ก่อนตายแม่ขอร้องสร้อยให้รักและดูแลพ่อด้วย สร้อยไม่อยากเป็นตัวปัญหาทำลายความสุขของพ่อ หากทนได้...สร้อยก็ยินดีทำเพื่อความสงบสุขในครอบครัว”

ooooooo

ที่บ้านผู้ใหญ่สัก ปลิวนอนเอกเขนกโดยมีสาวใช้คอยบีบนวดเอาใจ ผู้ใหญ่สักกังวลใจเรื่องฝาน

“ถ้าไอ้ฝานไม่ตายล่วงไปก่อน...ท่านขุนคงรู้ตัวพวกกองโจร ฉันเองเป็นนายที่เหลวไหล ละเลยให้ลูกน้องทำตัวชั่วจนกลายเป็นกองโจร ถ้าท่านขุนจะซักความฉันก็ยินดี”

ปลิวหรี่ตามองผู้ใหญ่สักอย่างชั่งใจ ก่อนจะไม่ติดใจเอาความ แต่ย้ำให้ช่วยกันกำจัดคนชั่วเท่านั้น ผู้ใหญ่สักยิ้มรับอย่างดีใจที่ปลิวไว้วางใจ

“ท่านขุนอยากสิ่งใด ข้าพร้อมลงมือช่วยหนุน ขอให้บอกฉันมาแค่นั้น”

“ยามนี้ข้าอยากพักตาชมฟ้อนจากหญิงงามนามว่าดอกสร้อยแต่เพียงลำพังที่นี่...ทำให้ได้ไหมล่ะ”

ผู้ใหญ่สักไม่ขัดข้องรีบดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว ปลิวคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวันวาน เจ็บใจที่ดอกสร้อยเหมือนมีใจให้ไกรคู่แข่ง พลันก็เกิดความคิดอยากแก้เผ็ด...จึงเรียกหนานอินมาสั่งความให้เชิญขุนฤทธิไกรมาร่วมชมฟ้อนในคืนนี้ ดำลูกน้องคนสนิทประหลาดใจกับคำสั่งนั่นจึงทักท้วง

“ข้าแคลงใจนัก ไอ้ไกรเป็นศัตรูคู่อาฆาต เหตุใดพี่ใคร่มีน้ำใจให้มันมาร่วมชมฟ้อน”

“ข้ามิเคยญาติดีกับมัน ข้าหมายใจหยามเย้ยให้มันสำนึก...ว่าข้ามีอำนาจเหนือมัน เพลานี้มันเป็นเพียงธุลีดินใต้ตีนข้า!”

ดำยิ้มร้ายเข้าใจความคิดของลูกพี่ทะลุปรุโปร่ง ปลิวยันหมากเคี้ยวกินมีความสุข รอคอยเวลาอย่างใจเย็น...

เวลาเดียวกันนั้น ผาและม่อนมองสภาพมือของดอกสร้อยอย่างกังวลใจ ทั้งคู่ไม่คิดว่าดอกสร้อยจะสามารถฟ้อนได้ในคืนนี้ ผาก่นด่าฟองจันทร์อย่างเจ็บใจ พะวงว่าจะหาใครไปฟ้อนแทน ครั้นจะปฏิเสธไม่ให้แสดงก็ทำไม่ได้เพราะคำป้อนรับเงินมาล่วงหน้าแล้ว ดอกสร้อยกังวลใจที่เป็นตัวปัญหา

ด้านฟองจันทร์ หลังจากมั่นใจว่าดอกสร้อยฟ้อนไม่ได้ ก็นำชุดฟ้อนและปลอกเล็บมาให้ลูกสาว ซอมพอไม่พอใจแย้งว่าขุนพิษณุแสนอยากชมดอกสร้อยฟ้อนไม่ใช่ตน ฟองจันทร์พยายามหว่านล้อมให้แสดงแทนแต่ก็ไม่สำเร็จ ซอมพอตัดพ้อน้อยใจ

“พอพี่สร้อยฟ้อนไม่ได้ก็โยนมาให้ฉัน...ฉันต้องเป็นตัวแทนพี่สร้อยไปอีกนานแค่ไหนกัน”

“ลูกอย่าคิดอย่างนั้น ลูกแม่สวยและฟ้อนงามกว่ามัน...ฟังแม่นะ...อย่าลืมสิว่ามันเกลียดลูกและเคยคิดฆ่าลูก...ลูกต้องทำตัวเองให้เหนือกว่ามัน...เอาชนะมันให้ได้! ค่ำคืนนี้....ขุนพิษณุแสนต้องพึงใจในฟ้อนของลูก”

ซอมพอคิดตามและตัดสินใจจะแสดงความสามารถให้ทุกคนประทับใจให้ได้

ooooooo

ข่าวการบาดเจ็บมือของดอกสร้อยล่วงรู้ถึงหูเอื้องคำจนได้ ศรีออนยุให้เจ้านายสาวแสดงแทน เอื้องคำ เลยคิดแผนจะยั่วยวนขุนพิษณุแสนให้ตกหลุมกับดักที่เธอวางไว้

ขณะนั้นดอกสร้อยมีแต่ความเศร้ามองดูรอยพุพองที่ฝ่ามือและนิ้วทั้งหมด เสียงเย้ยของฟองจันทร์ยังคงดังก้องในหัว หญิงสาวเจ็บใจที่ไม่อาจป้องกันตัวเองจากแม่เลี้ยงได้ สักพักน้ำตาก็ไหลหยดลงบนฝ่ามือ แล้วรอยพุพองนั่นก็ค่อยๆเปลี่ยนสภาพเป็นมือที่สวยงามดังเดิม ดอกสร้อยนิ่งค้างอย่างตกใจ เมื่อเงยหน้ามองในกระจกก็ปรากฏเป็นเงาของผีกะ

“ข้าไม่เคยผิดคำสัญญา...เอ็งบูชาข้า เลี้ยงดูข้า แล้วข้าจะตอบแทนคุณ...นี่คือผลที่เอ็งกระทำต่อข้า”

ผีกะในกระจกหายวับไปแล้ว ดอกสร้อยถอนใจโล่งอก ก่อนจะต้องตกใจสุดขีดเมื่อผีกะโผล่มาอีกครั้งในระยะประชิดและสั่งให้เธอไปฟ้อน ดอกสร้อยกลัวเหตุการณ์จะซ้ำเดิม ผีกะใช้ร่างเธอฆ่าคนเพื่อเป็นอาหาร แต่ก็สู้แรงไม่ได้ ถูกผีร้ายเข้าสิงในอึดใจต่อมา

ด้านไกรและเปรื่องประหลาดใจเมื่อได้รับคำเชิญจากปลิวให้มาชมการฟ้อนที่บ้านผู้ใหญ่สัก พักเดียวก็เข้าใจเจตนาของคู่อาฆาตเมื่อเห็นการจัดวางอาหารบนพื้น

ไม่มีขันโตกรองรับเหมือนไม่ให้เกียรติกัน เปรื่องทำท่าไม่พอใจแต่ไกรกลับนิ่งเฉย ก่อนจะกระซิบอธิบาย

“ศักดิ์ศรีของข้าคือคุณงามความดีในอก...หาได้ลบด้วยการนั่งต่ำกว่าผู้ใด”

ด้านนอกเรือน ศรีออนกับเอื้องคำมาถึงแล้วแต่โดนตองนวลบ่าวคนสนิทของบัวศรีขัดขวางไม่ให้ขึ้นไปยุ่มย่ามเพราะเป็นการจัดฟ้อนส่วนตัว สองนายบ่าวแสร้งโดนผีเข้าสิงหลอกล่อให้ตองนวลมึนงงแต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งตองนวลเห็นวิญญาณสีดำลอยวาบผ่านหน้าเธอไป

ตองนวลนิ่งอึ้ง เอื้องคำกับศรีออนเลยฉวยจังหวะนั้นวิ่งขึ้นเรือน ตองนวลเพ่งมองข้างหน้าไม่เห็นวิญญาณสีดำแล้วจึงคลายใจ และวิ่งตามสองนายบ่าวขึ้นไปบนเรือน

ฟองจันทร์ให้ซอมพอมาฟ้อนแทนโดยอ้างว่าดอกสร้อยไม่สบายมาฟ้อนไม่ไหว ไกรเป็นห่วงจะไปเยี่ยมแต่ต้องชะงักเมื่อจู่ๆเอื้องคำก็โผล่มาฟ้อนแทน ฟองจันทร์โมโหมากที่ถูกตัดหน้า ส่วนซอมพอก็ทั้งโกรธทั้งอายที่ไม่มีใครสนใจเธอเลย

ปลิวมองทุกอย่างด้วยแววตานิ่งเฉย ก่อนจะลุกยืนด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นดอกสร้อยรำฟ้อนเข้ามาจากอีกมุม เอื้องคำเสียหน้ามากจะอาละวาดแต่ก็ถูกปลิวผลักกระเด็น ฟองจันทร์เห็นหน้าดอกสร้อยก็ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อตาตัวเองเลยว่าบาดแผลที่มือของลูกเลี้ยงสาวจะหายเร็วขนาดนี้

ooooooo

บัวศรีดีใจที่เห็นดอกสร้อยหายจากอาการป่วยมาฟ้อนได้ ในขณะที่ตองนวลแปลกใจว่าดอกสร้อยขึ้นเรือนมาได้อย่างไรโดยที่เธอไม่เห็น แสงคบไฟสาดส่องใบหน้าอันงามระยับของดอกสร้อย เปรื่องอดชื่นชมไม่ได้

“มันน่าฉงน ซอมพอเป็นน้องงามสมวัย...ไฉนดอกสร้อยเป็นพี่ถึงงามอ่อนเยาว์ประหลาด”

“งามดั่งได้มนต์ผีกะ!” ตองนวลเสริม

ไกรเลิกคิ้ว ตองนวลเลยอธิบายว่าในอดีตผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าผู้ใดก็ตามที่เลี้ยงผีกะจะได้คุณเพราะมันจะเลียหน้าให้งามผ่อง ชายหนุ่มมองไปที่ดอกสร้อย...ผิวหน้าของเธองดงามยิ่งนัก เปรื่องย้อนถามด้วยความสงสัย

“ผีกะมานั่งเลียหน้าได้อย่างไรกัน”

“ไม่ใช่จ้ะ ผีกะจำแลงแปลงเป็นลิงมาเกาะไหล่แล้วเลียหน้าให้”

ขณะนั้นเป็นจังหวะที่ปลิวยกไหเหล้าดื่ม แล้วเห็นลิงเกาะบนไหล่ของดอกสร้อยพร้อมกับเลียหน้า...ชายหนุ่มชะงักตกใจ เพ่งมองอีกครั้ง คราวนี้ไม่เห็นอะไรพอยก เหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งก็เห็นลิงเกาะไหล่ดอกสร้อยและเลียหน้าระหว่างที่หญิงสาวฟ้อน ปลิวผงะถอยทำไหเหล้าหลุดมือตกแตก ทุกคนหันมองตามเสียง

“ข้าเห็นลิง...อยู่ตรงไหล่ดอกสร้อย หรือข้าจะตา ฝาดวะ!”

ดำยืนยันว่าไม่เห็นอะไรบนไหล่ดอกสร้อย ปลิวจำต้องนิ่งเงียบ ปล่อยให้หญิงสาวฟ้อนจนจบ ซอมพอยืนมองพี่สาวอยู่ครู่หนึ่งก็ทนไม่ไหวขอตัวกลับเรือน ฟองจันทร์สงสารลูกสาวจะตามไปปลอบแต่ไม่ทันเจอตัวก็เห็น

ศรีออนกับเอื้องคำยืนซุบซิบลับๆล่อๆเลยแอบฟัง

“ข้าเจ็บใจนักที่ทุกคนสนใจอีดอกสร้อย ไม่มีใครมองข้า...อีนั่นมันจงใจหักหน้าข้า แย่งทุกอย่างไป...ข้าจะดักตบมัน!”

ฟองจันทร์แอบยิ้มสะใจ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเปลืองแรงหาเรื่องตบตีลูกเลี้ยงเพื่อลดทอนความหมั่นไส้

ที่บนเรือนผู้ใหญ่สัก ปลิวเห็นไกรเอาแต่จ้องมองดอกสร้อยไม่วางตา ก็นึกขวางอยากหาเรื่องจึงเดินตรงเข้าหาหญิงสาวแล้วจับเล็บฟ้อน ดอกสร้อยร้องเตือนเสียงเย็นเพราะกลัวว่าความแหลมของฟ้อนจะทิ่มแทงปลิวบาดเจ็บ

ปลิวไม่สนใจ กลับจับมือดอกสร้อยมาวางกลางอก... พลันสีของเล็บฟ้อนก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำเหมือนเล็บของผีกะ ดอกสร้อยรีบสะบัดมือ สีเล็บฟ้อนก็กลายเป็นปกติ ปลิวฉวยจังหวะนั้นพยายามจะหอมมือดอกสร้อยเพื่อเย้ยไกร ได้ผล...ไกรโมโหจนเลือดขึ้นหน้า พุ่งตัวไปลากปลิวออกมา

“เอ็งเมาหนักแล้ว ไปนอนเสีย อย่ามาทำรุ่มร่ามถึงตัวดอกสร้อย”

“ข้าพอใจนาง พ่อผู้ใหญ่จัดมาประเคนข้า... ดอกสร้อยเป็นของข้า ข้าจะทำการอะไรก็ได้!”

ชั่วพริบตาเดียวก็เกิดการต่อสู้ระหว่างไกรกับปลิวโดยมีผู้ใหญ่สักคอยห้าม พวกบัวศรีตกใจรีบหาที่กำบัง ฟองจันทร์ฉวยโอกาสนั้นลากดอกสร้อยลงเรือนพลางร้องตะโกนบอกคำป้อนว่าจะพาลูกเลี้ยงกลับ พอลับตาคนก็ผลักดอกสร้อยจนล้มแล้วดุด่าหาว่าเป็นตัวเสนียด ก่อนจะตกใจพูดไม่ออกเมื่อกระชากเล็บฟ้อนออกแล้วไม่เห็นร่องรอยบาดแผล

“มันเป็นไปได้ยังไงกัน มือพุพองหายราวกับผีเป่ามนต์...ต่อให้เป็นยาเทวดาก็รักษาไม่หายในวันเดียว เอ็งเกลียดน้องมากใช่ไหมถึงมาฟ้อนหักหน้าลูกสาวข้า เอ็งอิจฉาซอมพอ...รู้ไหมว่ามันน้อยใจหนีไปแล้ว”

ดอกสร้อยน้ำตาคลอรู้สึกผิดพยายามอธิบาย แต่ฟองจันทร์ไม่ฟังกลับตบเธอจนล้ม แล้วจู่ๆแววตาดอกสร้อยก็เปลี่ยนเป็นดุดัน คว้าข้อมือฟองจันทร์บีบไว้แน่น...แต่เสียงคำป้อนร้องหาจากที่ไกลๆก็ทำให้ดอกสร้อยต้องปล่อยมือแม่เลี้ยงแล้วเดินหนี

เอื้องคำกับศรีออนที่รอดักตบดอกสร้อย เห็นเป้าหมายเดินมาแต่ไกลก็เตรียมตัว แต่ดอกสร้อยก็เดินแยกไปอีกทางไม่ได้กลับเรือน สองนายบ่าวรุดตามด้วยความสงสัย แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นท่าทางและแววตาดุดันของอีกฝ่าย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 00:57 น.