ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สาปดอกสร้อย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไกรคิดวนเวียนเรื่องพรานเวทย์บอกว่าดอกสร้อยเป็นผี แต่เป็นเรื่องประหลาดตรงที่เขาสามารถจับเนื้อต้องตัวหญิงสาวได้ เปรื่องฟังแล้วแปลกใจเช่นกัน

“เอ็งให้คำกับข้าเอง...ว่าพรานไสยเวทย์เผยข้อลับว่าผีกะเข้าสิง”

“มดเท็จเป็นหนึ่งเทียว! เห็นแต่มันแล่นจะแทงทำร้าย แม่หญิงกลับไม่มีแรงรุกสู้ใดๆ หากแม้นผีสิงนางจริงดังว่า...ผีย่อมสู้ มิใช่ป่นหมดท่าเยี่ยงนั้น”

เปรื่องพยักหน้าเห็นด้วยแล้วชวนเพื่อนให้หาที่นอนเอาแรงก่อน แต่ไกรยังกังวลเรื่องนี้ไม่คลาย...

ซอมพอและคนอื่นๆชะเง้อมอง เฝ้ารอไผ่กับคำป้อนด้วยความกังวล พอเห็นทั้งคู่เดินมาแต่ไกล ซอมพอรีบตะโกนบอกฟองจันทร์ให้ทราบและงุนงงที่เห็นดอกสร้อยมากับพวกนั้นด้วย ฟองจันทร์หงุดหงิดที่เห็นลูกเลี้ยงกระชากเสียงถาม

“เอ็งตามมาทำไม...ปากดีเสแสร้งแกล้งว่าอยู่ตัวคนเดียวได้ แต่พอพวกข้าลับคล้อยก็ตามติดมาเป็นภาระ”

“ฉันเป็นห่วงพ่อจ้ะ”

“ห่วงพ่อรึห่วงตัวเอง...แล้วที่ผัวข้าพลัดหลงป่า คงเป็นเพราะเอ็งสินะ...ตัวกาลกิณีทำให้เกิดภัยอาเพศแท้ๆ”

ดอกสร้อยน้ำตาคลอเสียใจ ไผ่โมโหตอกกลับแทน

“น้าโยนความผิดให้สร้อยก็ไม่ถูก ถ้าน้าไม่อยากกินกระรอก พ่อคำป้อนก็ไม่ต้องเข้าป่า!”

คำป้อนรำคาญ ประกาศกร้าวจะพาดอกสร้อยไปบ้านผาหมอกด้วย ฟองจันทร์จะโวยต่อแต่สามีตัดบทให้เร่งเดินทาง ดอกสร้อยยิ้มดีใจตรงเข้าประคองพ่อขึ้นเกวียนแม้จะรู้สึกไม่ดีที่แม่เลี้ยงส่งสายตาอาฆาตเข้าใส่

เวลาเดียวกันนั้น พรานเวทย์หัวเสียที่จับผีกะไม่ได้แถมยังได้รับบาดเจ็บ พอเห็นไอ้ใบ้ก็ก่นด่าหาว่าเป็นตัวการให้เกิดเรื่อง ตรงเข้าตบหน้าลูกน้องอย่างแรงจนเลือดกบปาก ไอ้ใบ้ฝืนทนไม่ตอบโต้และเก็บความแค้นไว้ในใจ

ooooooo

รุ่งเช้าที่ลานในหมู่บ้านผาหมอก เอื้องคำ ดาวเด่นประจำหมู่บ้านกำลังฟ้อนรำคลอตามเสียงร้องและดนตรี โดยมีหนุ่มๆมองด้วยความชื่นชม ศรีออนสาวใช้คนสนิทพลอยยิ้มปลาบปลื้มไปด้วย

แต่เมื่อมีชาวบ้านมาแจ้งข่าวเรื่องการมาถึงของคณะดอกสร้อย ทำให้นักดนตรีหยุดเล่นแล้ววิ่งไปหน้าหมู่บ้านทันที เอื้องคำมัวแต่ฟ้อนไม่ทันได้ฟังว่าใครมาก็ตะโกนถามศรีออนอย่างแปลกใจ

“อีศรีออน เอ็งจะวิ่งไปไหนกัน”

“นังดอกสร้อยกับคณะมาถึงที่หน้าหมู่บ้านเจ้า...”

เอื้องคำนิ่วหน้าด้วยความโกรธเพราะอิจฉาที่ชาวบ้านโดยเฉพาะพวกหนุ่มๆให้ความสนใจกับดอกสร้อยคู่แข่งตั้งแต่เด็กมากกว่าเธอ แม้จะไม่ชอบใจนักแต่ยังเร่งฝีเท้าตามไปอย่างเสียไม่ได้

ที่หน้าหมู่บ้าน คำป้อนสั่งให้พวกผู้หญิงรอ ส่วน

ตัวเองกับพวกผู้ชายแยกตัวไปไหว้ผู้ใหญ่บ้านตามธรรมเนียมปฏิบัติ ชาวบ้านต่างวิ่งกรูร้องเรียกดอกสร้อยด้วยความดีใจและเอ็นดู ดอกสร้อยยิ้มรับอย่างมีความสุข ฟองจันทร์มองด้วยความหมั่นไส้จะเข้าไปขัด แต่เผอิญเห็นเอื้องคำกับศรีออนตามมาด้วยจึงหยุดเพราะมั่นใจว่าทั้งคู่ต้องมาเล่นงานลูกเลี้ยง

เอื้องคำตะโกนเรียกดอกสร้อยเสียงดังทำให้เสียงเซ็งแซ่ของชาวบ้านเงียบลงทันควัน ทุกคนยืนลุ้นกลัวจะมีเรื่องเหมือนเคย แต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อเอื้องคำโผกอดดอกสร้อยเสมือนเพื่อนรัก

ฟองจันทร์ผิดหวังกับท่าทีนั่น ซอมพอกังวลใจกับภาพที่เห็นเพราะรู้ว่าเอื้องคำกับศรีออนไม่เคยเป็นมิตรกับพี่สาวมีแต่หาทางกลั่นแกล้งตลอด ดอกสร้อยเองก็แปลกใจแต่ยิ้มรับไมตรี เอื้องคำยิ้มหวานเอ่ยปากชวนไปด้วยกัน

“ข้าคิดถึงเอ็งเหลือแสนนับตั้งแต่เอ็งมาฟ้อนงานตานก๋วยสลากก็ไม่ได้พบหน้าอีก วันนี้เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย ข้าจะพาไปพักและจัดข้าวปลามาเลี้ยงต้อนรับเพื่อนข้า ไปกันเถอะดอกสร้อย”

เอื้องคำคล้องแขนลากดอกสร้อยให้เดินตามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เมื่อเพื่อนละสายตาสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นชิงชัง

ooooooo

ไกรกับเปรื่องควบม้าไปสถานที่ที่นายทองถูกฆ่าตามคำบอกเล่าของปันบ่าวคนสนิทของพ่อ ไกรเดินสำรวจบริเวณนั้นอยู่ครู่หนึ่งก็พบคราบเลือดแห้งแถวกอหญ้าข้างลำธาร จึงหยิบห่อกระดูกของพ่อออกมาแล้วพนมมือ

“น้าปันเล่าความว่าพ่อข้าตายที่นี่...ฉันจะยกแค้นที่สุมอกออกไปให้ได้ ข้าจะสืบทางที่พวกโจรมันลี้ไป”

เปรื่องเดินตามไกรพลางมองหาร่องรอยที่หลงเหลือและหลักฐานต่างๆ

“สะกดหลังมาไม่เห็นร่องรอยอะไรเลย...มันอาจไม่ใช่คนอย่างที่น้าผินพูด แถวนี้เป็นดงผีกะ...มันชอบกินของสด!”

ทันใดนั้น ไกรเห็นใบไม้ใบหนึ่งผิดสังเกต จึงหยิบมาดู เห็นมีหยดน้ำอยู่หยดหนึ่งพอดมก็รู้ว่าไม่ใช่น้ำค้าง บอกกับเปรื่องว่าน้ำค้างจะต้องไม่มีกลิ่นสาป...แล้วแหงนหน้ามองบนต้นไม้ใหญ่ก็ได้คำตอบทันทีว่าหยดน้ำนี้มาจากไหน มีโจรป่าโพกหน้าปิดตาคาบดาบโหนเชือกโรยตัวลงมาหาทั้งคู่

ไกรและเปรื่องตกใจรีบชักดาบมาตั้งรับ โจรป่าห้าคนต่างพุ่งเข้าฟันอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักไกรก็สามารถจับตัวโจรผู้หนึ่งไว้ได้เหลือบเห็นรอยสักรูปร่างแปลกประหลาดบนตัว แต่ไม่ทันได้เล่นงาน โจรอีกคนก็เข้ามาช่วยไว้แล้ววิ่งหนีไป ไกรรีบวิ่งตามแต่ไม่ทัน เขามั่นใจว่าพวกโจรนั่นต้องมีส่วนเกี่ยวกับการตายของพ่อ

คล้อยหลังพวกไกร ปลิวกับดำที่ถูกสั่งให้มาสืบเรื่องโจรป่าเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่พลางยิ้มหยัน ก่อนจะเลือกไปตามทางที่โจรป่าหนีไป

ที่กลางป่า พวกโจรวิ่งหนีการไล่ล่าของไกรและเปรื่องจนเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงถอดผ้าโพกหน้าออก ฝานชาวบ้านในคราบโจรสั่งให้ทุกคนซ่อนตัวจนกว่าจะเรียกใช้งานอีกครั้ง กลุ่มโจรป่าทั้งหมดสลายตัวอย่างรวดเร็ว

ฝานรีบลัดเลาะกลับหมู่บ้านผาหมอก แต่วิ่งไปไม่ทันไรก็พบกับดำและปลิวเข้ามาขวางหน้าพร้อมกับดาบจ่อหน้า

“เอ็งไม่อยากตายเป็นผีเฝ้าป่า...รีบบอกมาใครเป็นนายเอ็ง”

ฝานตกใจหน้าซีดแต่ยังปากแข็งไม่บอกว่าใครเป็นหัวหน้า ปลิวจึงสั่งให้ดำทรมานฝานเพื่อเค้นเอาความจริง

ooooooo

ที่หน้าหมู่บ้านผาหมอก ไผ่กลับมาแจ้งให้พวกฟองจันทร์รู้ว่าผู้ใหญ่สักอนุญาตให้พักอาศัยและเปิดการแสดงที่นี่ได้ ทุกคนในคณะช่วยขนของไปท้ายหมู่บ้าน ซอมพอชะเง้อคอรอดอกสร้อยด้วยความเป็นห่วงจนถูกฟองจันทร์ดุ

“ลูกจะไปไยดีมันทำไม ป่านนี้คงอิ่มหมีพีมัน ปล่อยให้ลูกกับแม่หิวตาย!”

ซอมพอได้จังหวะอ้างจะไปหาอาหาร แต่ที่จริงแล้วเป็นห่วงพี่สาวเพราะไม่รู้เอื้องคำพาไปที่ไหน...

เวลานั้น ดอกสร้อยกำลังนั่งกินข้าวในใบตองแถวน้ำตกใกล้หมู่บ้าน เอื้องคำทำใจดีคอยจัดแจงอาหารไม่ให้ขาด ทั้งยังบอกอีกว่าดีใจที่เจอเพื่อนเก่าและมีโอกาสได้กลับมาฟ้อนรำกันอีก ดอกสร้อยยิ้มรับพลางขอตัวไปล้างมือที่ริมน้ำตก

“ตรงนี้หินมันลื่น เอ็งระวังหน้าคะมำลงไปนะ... ดอกสร้อย แต่ไหนๆก็มาแล้วลงเล่นน้ำเป็นเพื่อนข้าหน่อยจะเป็นไร”

“ฉันไม่ค่อยสบายตัว...”

“ข้าอยากให้เอ็งลงเล่นน้ำกับข้า อย่าทำให้ข้าเสียใจเหมือนที่ผ่านมา!”

ดอกสร้อยสะดุดหูกับคำพูดนั่น ยังไม่ทันถามเอื้องคำก็ผลักเธอตกลงในน้ำตกทันที พอผุดขึ้นมาเหนือน้ำได้ ก็มองอย่างตกใจ เอื้องคำยิ้มสะใจแล้วกระโดดตามดอกสร้อยรีบว่ายน้ำหนีแต่ไม่ทัน โดนเอื้องคำกระชากหัวกดให้จมอยู่ใต้น้ำ

“ข้าไม่ปล่อยให้เอ็งมาชิงดีชิงเด่นกับข้าได้อีก! เอ็งมันมารผจญ!”

เอื้องคำนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตภายในงานตานก๋วยสลาก เธอเคยเป็นนางรำตัวเอก พอชาวบ้านเห็นลีลาฟ้อนรำของดอกสร้อยก็ลากตัวมาสับเปลี่ยน เอื้องคำมองด้วยความผิดหวังและเสียหน้าเก็บความเจ็บใจนั้นเรื่อยมา วันนี้เมื่อมีโอกาสจึงไม่รีรอจะเอาคืน ดอกสร้อยพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดแต่สู้แรงไม่ไหว เสียงเกรี้ยวกราดของเอื้องคำดังขึ้นไม่ขาดระยะ

“ใครๆก็รักเอ็ง ชื่นชมเอ็ง ทั้งที่เอ็งไม่ใช่คนบ้านนี้ เอ็งใช้มารยาล่อหลอกให้เขารัก แสร้งทำตัวน่าสงสารให้ผู้คนเอ็นดู...เอ็งมันชิงผีมาเกิด! ข้าไม่ยอมให้เอ็งเป็นนางฟ้าอีกแล้ว เอ็งต้องตายเป็นผีเท่านั้น!”

ศรีออนตกใจกระโดดลงไปห้าม เตือนว่าถ้าดอกสร้อยตาย เอื้องคำจะมีความผิดต้องถูกลงโทษให้ตายตกตามกัน เอื้องคำฟังแล้วได้สติรีบปล่อยมือแล้วว่ายน้ำไปขึ้นฝั่ง ดอกสร้อยผุดขึ้นเหนือน้ำ...สำลักน้ำอยู่กลางน้ำตกอย่างตื่นตระหนก ศรีออนร้องบอกให้ไปดึงตัวดอกสร้อยขึ้นจากน้ำแต่เอื้องคำไม่สนใจเพราะรู้ว่าฝ่ายนั้นว่ายน้ำเป็น

ดอกสร้อยมองเอื้องคำด้วยความเสียใจและผิดหวัง พอจะว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งขาเกิดเป็นตะคริว หญิงสาวตกใจร้องเรียกเอื้องคำกับศรีออนให้ช่วย แต่ทั้งคู่เดินออกไปแล้วจึงไม่ทันได้ยิน โชคดีที่ขณะนั้นไกรเดินมาอาบน้ำล้างตัวที่ริมลำธารพอดีจึงช่วยหญิงสาวไว้ได้ทัน

ไกรอุ้มร่างอันไร้สติของดอกสร้อยขึ้นมาบนฝั่งเพื่อช่วยชีวิต แต่พยายามเท่าไรหญิงสาวก็ไม่ฟื้น

เขาตัดสินใจก้มลงเป่าปาก ไม่นานนักดอกสร้อยก็ลืมตาสำลักน้ำท่ามกลางดอกกาสะลองที่โปรยปรายลงมา

“ดอกสร้อยเป็นอย่างไรบ้าง...เอ็งจำข้าได้ไหม ข้าชื่อไกรเป็นคนช่วยเอ็งขึ้นมาจากน้ำ น้ำเย็นเฉียบเช่นนี้ไม่ควรเล่นน้ำนะ...ขาจะแข็งเหมือนเหตุการณ์สักครู่นี้”

ดอกสร้อยไม่กล้าเล่าว่าถูกเอื้องคำผลักตกน้ำ ได้แต่พยุงตัวเองลุกขึ้นแต่แข้งขาก็ไม่มีแรงเซจะล้ม ไกรผวาเข้ามาช่วยอุ้ม เป็นจังหวะเดียวกับที่ไผ่มาตามหาและเห็นเข้าพอดี ชายหนุ่มพุ่งต่อยโดยไม่ฟังไกรอธิบายความ จนดอกสร้อยต้องห้าม

“พี่ไผ่...หยุดเถอะ เขามาช่วยดอกสร้อยไม่ให้จมน้ำตาย อย่าทำร้ายเขา!”

ไผ่จึงยอมหยุด รีบเข้าประคองดอกสร้อยพาเดินออกไป หญิงสาวหันกลับมองไกรส่งสายตาพลางขอบใจที่เขาช่วยชีวิตเธออีกครั้ง ไกรมองตามด้วยความเสียดายที่รู้จักกันช้าไป เขาเข้าใจผิดคิดว่าไผ่เป็นคู่รักของหญิงสาว

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น หลังเปรื่องแยกย้ายกับไกรเพื่อมาหาของกิน ก็เผอิญมาเจอซอมพอที่เดินตามหาพี่สาวแถวดงป่ากล้วยท้ายหมู่บ้าน ชายหนุ่มตกตะลึงในความงามของหญิงสาวละทิ้งทุกอย่างรีบสะกดรอยตาม

ไม่นานนัก ซอมพอก็รู้สึกว่ามีคนเดินตาม หญิงสาว

แอบหลบหลังต้นไม้ ดึงมีดมาถือไว้พร้อมต่อสู้ เปรื่องประหลาดใจที่จู่ๆหญิงสาวหายไป กำลังหันรีหันขวาง

มองหา ซอมพอก็กระโดดออกมายืนจังก้า

“เอ็งเป็นใคร...ถึงมาตามข้า”

เปรื่องพยายามอธิบายแต่เดินสะดุดขอนไม้ ถลาคว้าตัวซอมพอจนล้มลงไปนอนที่พื้น หญิงสาวรีบผลักตัวออก

“เอ็งคิดมิดีมิร้ายกับข้า เอ็งตาย!”

“มันสุดจะคะเน ข้าไม่คิดพิรุธล่วงเกินเอ็ง...ว่าแต่เอ็งไม่ได้แผลนะ”

ซอมพอโกรธจัดใช้มีดไล่แทงเปรื่องพลางตะโกนเรียกให้คนช่วยเพราะจะถูกโจรปล้ำขืนใจ ผากับม่อนเดินผ่านมาได้ยินเสียงก็จำได้จึงเข้าช่วยเหลือ เปรื่องตกใจพยายามอธิบายแต่ไม่เป็นผล จึงหาจังหวะตอนชุลมุนวิ่งหลบหนีทันที

ฟองจันทร์ตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นไผ่โอบประคองดอกสร้อยกลับมา เอ่ยประชดเสียงดัง

“หากเกิดใหม่ได้...ข้าอยากเกิดเป็นอีดอกสร้อยเหลือเกิน...ใครๆก็เอาอกเอาใจ มีคนพาไปกินข้าวกินปลาอิ่มหมีพีมันก็สำราญใจลงไปเล่นน้ำตก ปล่อยให้ข้ากับน้องต้องแบกของกันหลังแทบหัก...ปากบอกรักพ่อ แต่หนีไปเสพสุขอยู่คนเดียว!”

ไผ่พยายามอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ฟองจันทร์ ไม่ฟังผลักลูกเลี้ยงเต็มแรง ดอกสร้อยละล่ำละลักขอโทษ ขณะนั้นคำป้อนกลับมาพอดี ฟองจันทร์จึงหยุดแต่ถลึงตาคาดโทษไว้

“พ่อคุยกับผู้ใหญ่สักแล้ว เขายินดีให้พวกเราจัดฟ้อนได้และให้ไปพักที่เรือนท้ายหมู่บ้าน ซอมพอกับผา ม่อนอยู่ไหน”

ทุกคนแปลกใจที่พวกนั้นหายไป ฟองจันทร์เห็นผาเดินมาแต่ไกลก็พุ่งไปด่า

“อีผา! ข้าสั่งให้ไปตามซอมพอ หายไปนานสองนาน คงไประริกระรี้วิ่งหาผู้ชายสิท่า สันดานเอ็งคิดแต่จะเสพสู่”

“เออ...ฉันวิ่งโร่หาผู้ชาย ในหัวน้าฟองจันทร์

คงมีแต่เรื่องนั้น...ฉันน่ะไปวิ่งไล่จับผู้ชายที่มันจะขืนใจลูกสาวน้าในป่า!”

จังหวะนั้นซอมพอเดินเข้ามาพร้อมกับม่อน ฟองจันทร์ เข้าไปถามไถ่อย่างห่วงใย เช่นเดียวกับดอกสร้อยที่ส่งสายตาให้ซอมพอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง คำป้อน จึงเตือนให้ทุกคนระวังตัวเพราะขณะนี้มีโจรป่าชุกชุม

ดอกสร้อยสบโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับซอมพอ หญิงสาวขอบคุณที่น้องสาวออกตามหาด้วยความเป็นห่วง ซอมพอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นห่วงแค่อยากไปขุดหน่อไม้มาทำอาหารให้มารดารับประทาน ดอกสร้อยยิ้มรู้ทันความคิดน้อง

“ในป่าน้ำตก...ไม่มีหน่อไม้ให้ขุดกินหรอก แต่ใจ เอ็งห่วงพี่...กลัวเอื้องคำทำร้ายพี่ใช่ไหม แม้นเราไม่ใช่ พี่น้องคลานตามกันมา...แต่พี่ก็รักเอ็งเสมือนน้องท้องเดียวกัน”

“ถ้าพี่รักฉันจริง พี่คงไม่เอาขี้เถ้ายัดปากฉัน หรือผลักฉันตกน้ำดอก จริงไหม...พี่คงจำได้ดีว่าทำอะไรกับฉันไว้!”

ซอมพอจ้องหน้าพี่สาวอย่างตัดพ้อ ภาพเรื่องราวแต่หนหลังเข้ามาในห้วงคำนึง ดอกสร้อยถูกเอื้องคำหลอกว่าสอนซอมพอว่ายน้ำจนเป็นแล้ว หญิงสาวจึงดึงมือน้องสาวลงเล่นน้ำด้วยโดยไม่สนใจเสียงร้องด้วยความกลัวของน้องสาวที่ยังว่ายน้ำไม่เป็น เพียงไม่กี่อึดใจ ซอมพอ ก็จมน้ำ

ดอกสร้อยตกใจรู้แน่ว่าน้องสาวยังว่ายน้ำไม่เป็นถลาจะเข้าช่วยแต่ถูกฟองจันทร์ชิงตัดหน้าเข้าช่วยและกล่าวหา

“มึงจะฆ่าลูกกู...สักวันกูจะฆ่ามึง!”

ซอมพอมองพี่สาวอย่างผิดหวัง เข้าใจผิดคิดว่าเกลียดเธอ นับตั้งแต่นั้นจึงเป็นความฝังใจเรื่อยมา...ดอกสร้อยเสียใจที่ไม่มีโอกาสแก้ไขความเข้าใจผิดนั่น

ooooooo

หลังแยกกับดอกสร้อยและไผ่ ไกรเดินตามหาเปรื่องจนเกือบอ่อนใจ ในที่สุดก็เจอที่ป่ากล้วยใกล้ๆ

หมู่บ้านผาหมอก ชายหนุ่มแปลกใจกับท่าทีของเพื่อนที่เหมือนกำลังหลบซ่อนตัว เปรื่องถอนใจโล่งอกเมื่อมองรอบๆแล้วไม่เห็นใคร

“ข้าน่าจะเป็นคู่เวรกับน้องนางคนสวย เจอทีไรก็มีเรื่องอยู่เรื่อย”

“ผิดกับข้านะ ไอ้เปรื่อง เจอหน้าแม่ดอกสร้อยทุกครามีแต่ความสุข ชะรอยจะเป็นคู่บุญ”

เปรื่องยังติดใจเรื่องพรานเวทย์บอกว่าดอกสร้อยถูกผีกะสิง จึงเตือนไม่ให้เพื่อนถลำตัวรักชอบไปมากกว่านี้ ไกรไม่เชื่ออยากสืบหาความจริงให้ได้เสียก่อน เพื่อนรักส่ายหน้าหนักใจ

ตกค่ำ ณ หมู่บ้านผาหมอก ผู้ใหญ่สักต้อนรับไกรกับเปรื่องปนกับความสงสัยว่าทั้งคู่มีกิจอันใดที่มาหา

“ฉันชื่อขุนฤทธิไกรเป็นตำรวจมาจากกรุงศรี พ่อฉันตายตกไปที่ป่าท้ายหมู่บ้าน...ฉันมาสืบจับคนเลวที่มันฆ่าพ่อฉัน! พ่อผู้ใหญ่คะเนได้หรือไม่ว่ามันเป็นโจรก๊กใดกันที่ฆ่าพ่อฉัน”

“ตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็นพวกโจรป่าที่ฉันกำลังตามจับอยู่ แต่พอดูสภาพศพ เอ็งเชื่อข้าไหมว่าคนทำเป็นผี”

ไกรพิศวงกับคำตอบของผู้ใหญ่สัก แต่พอจะซักความต่อ กลับถูกตัดบทให้พักผ่อนแล้วค่อยคุยกันใหม่ เปรื่องและไกรจึงเดินตามหนานอินลูกน้องผู้ใหญ่สักไปพักยังเรือนที่จัดเตรียมไว้

ตกค่ำ ดอกสร้อยไปเยี่ยมเยียนบัวศรีเมียผู้ใหญ่สักที่บ้าน ขณะนั้นเองมีลมพัดมาวูบใหญ่พร้อมกับมี

เงาสีดำเคลื่อนผ่านด้านหลังเธอไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาว หันกลับไปมองไม่เจออะไร จึงเดินขึ้นบนบ้านแล้วมองเห็น เงาผู้ชายอยู่ในบ้าน หญิงสาวเข้าใจว่าเป็นผู้ใหญ่สัก แต่พอเดินเข้าไปกลับไม่เจอใคร

พลันก็มีเสียงของตกบนพื้น หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หันไปมองก็เห็นเงาผู้ชายนั่งอยู่ แต่เมื่อมองอีกครั้งกลับกลายเป็นเงาของผู้หญิง ดอกสร้อยคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงไม่ได้สนใจ เมื่อเดินเข้าใกล้ ดอกสร้อยเห็นเงานั้นถือมีดจะจ้วงแทงตัวเองก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปห้ามทันที

“แม่บัวศรี...แม่อย่าทำเช่นนี้! ใครก็ได้มาช่วยที”

ดอกสร้อยแย่งมีดจากมือบัวศรีไปเขวี้ยงทิ้งแล้วดึงหญิงสูงวัยออกไปนอกห้อง แต่แล้วร่างบัวศรีก็ทรุดตัวลงกองกับพื้นเหมือนคนขาไม่มีแรง หญิงสาวตกใจ บัวศรีมองเธอน้ำตาไหลที่ไม่สามารถเดินได้และเอามือทุบขาอย่างน่าเวทนา

“แม่เดินไม่ได้อีกแล้ว ขาแม่มันตายทั้งสองข้าง...แม่อยากตาย แม่อยากตาย!”

“แม่ตายไม่ได้...สร้อยรักแม่เหมือนแม่แท้ๆ ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้แม่หายนะจ๊ะ”

ดอกสร้อยโอบกอดบัวศรีร้องไห้ด้วยกัน ตองนวลสาวใช้คนสนิทของบัวศรีถลันเข้ามาหลังจากได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ พอเห็นเป็นดอกสร้อยก็คลายใจช่วยประคองบัวศรีลงนอนแล้วเล่าอาการป่วยของนายหญิง ว่าหาหมอทั่วสารทิศมารักษาแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น บัวศรีเอ่ยเสียงเครืออย่างคนสิ้นหวัง

“มันไม่มีทางหายหรอก ทำได้แค่นอนรอความตายเท่านั้น...มันเป็นโรคเวรโรคกรรม!”

ดอกสร้อยปลอบใจบัวศรีอยู่ครู่ใหญ่จึงลากลับ เธอครุ่นคิดถึงสิ่งที่บัวศรีพูดเกี่ยวกับโรคเวรโรคกรรม...แล้วเห็นร่างของใครคนหนึ่งเคลื่อนเข้ามาใกล้ หญิงสาวตกใจรีบเดินหนี...

ขณะนั้นไกรกำลังเดินสำรวจบริเวณบ้านผู้ใหญ่สักแล้วได้กลิ่นเหม็นสาบจึงเดินตามหา เขาเห็นด้านหลังดอกสร้อยก็จำได้ พยายามร้องเรียกแต่หญิงสาวกลับเร่งฝีเท้าหนี ชายหนุ่มรีบวิ่งตาม...

เพียงครู่เดียว ไกรก็ต้องตกใจที่เห็นเงาสีดำคลานสี่เท้าอยู่บนพื้น พอเดินเข้าใกล้ มันกลับเคลื่อนตัวหายเข้าไปในป่าที่ดอกสร้อยเพิ่งเดินไป ไกรไม่มั่นใจกับสิ่งที่เห็นกลัวเป็นภัยกับตัวเองจึงไม่คิดติดตาม

พอคล้อยหลังชายหนุ่ม ผีกะคลานสี่ขาออกจากมุมมืดกระโดดขึ้นบนต้นไม้มองไกรอย่างไม่พอใจ...

ooooooo

รุ่งเช้า ฟองจันทร์โมโหจัดที่ยังไม่เห็นดอกสร้อยก่อไฟทำอาหาร แล่นไปถีบประตูห้องนอนหญิงสาว อย่างแรง

“เอ็งคิดว่าเป็นเจ้านางดอกสร้อยรึไง...ถึงนอนกินเดือนกินตะวัน ลุกไปหุงหาอาหารเดี๋ยวนี้ อีดอกสร้อย!”

ดอกสร้อยงัวเงียตื่นขึ้นพลางบอกว่าไม่สบาย แต่ฟองจันทร์ไม่สนใจกระชากตัวออกจากที่นอนลากไปนอกห้อง ผาและม่อนกำลังผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน รีบเข้าห้ามและรับอาสาหุงหาอาหารให้แทนเพื่อไม่ให้ฟองจันทร์ โวยวายอีก

คำป้อนกลับมาจากป่าพอดี พอรู้ว่าลูกสาวไม่สบายก็หนักใจเพราะคืนนี้ดอกสร้อยต้องรำฟ้อนที่ลานหน้าหมู่บ้าน

“ผู้ใหญ่จ้างให้พ่อจัดฟ้อน...แม่บัวศรีอยากดูลูกฟ้อนกาสะลอง เห็นท่าคืนนี้ลูกคงฟ้อนไม่ไหว”

“ฉันไหวจ้ะพ่อ ต่อให้เจ็บปางตาย ฉันก็ขอฟ้อนให้แม่บัวศรีดู...เพื่อตอบแทนที่เขามีเมตตารักฉันเหมือนลูก...”

คำป้อนยิ้มดีใจที่จัดฟ้อนได้ตามสัญญากับผู้ใหญ่สัก ดอกสร้อยมองหน้าพ่อด้วยความสุขใจ

ตกเที่ยง ผู้ใหญ่สักก็ตกใจเมื่อเห็นปลิวกับดำลากตัวฝานลูกน้องที่ถูกมัดมือมัดไหล่แล้วผลักมาล้มกองบนพื้นตรงหน้า

“ข้าขุนพิศณุแสน ตำรวจฝ่ายขวาจากกรุงศรี ข้าได้คำสั่งให้มาสืบโจรป่าละแวกนี้และข้าก็ลงมือจับมันได้! มันรับจนสิ้นว่านายมันเป็นผู้ใหญ่สัก...ซึ่งต้องรับโทษหนักข้อเหนือมัน!”

“ข้าเกิดมาปูนนี้มิเคยคิดทำชั่วทำเลวสักครั้งและขอสาบานต่อผีใจบ้านว่ามิรู้เห็นหรือเสี้ยมสอนให้ลูกน้องทำตัวเยี่ยงโจร หากข้าบิดเบือนเป็นโจรเสียเอง ขอให้ตายโหงตายห่า ข้ายินยอมให้ไต่สวน หากผิดจริง...ยินดีให้ลงโทษตัดคอ”

ทั้งปลิวและดำยืนมอง ชั่งใจกับการกระทำของผู้ใหญ่สัก แต่เพื่อไม่ให้เสียเชิง ปลิวยืนยันจะสอบสวนความโดยละเอียดอีกครั้งและสั่งลูกน้องให้มัดฝานไว้รอการชำระความ

ด้านไกรกับเปรื่องยังคงสำรวจหาหลักฐานเรื่องการตายของพ่อทองอย่างไม่ลดละ แม้ว่าผู้ใหญ่สักจะเชื่อว่าเป็นการกระทำของผีกะแต่ไกรยังไม่ปักใจ เปรื่องเตือนเพื่อนให้ตรองอีกครั้งเพราะผู้ใหญ่สักเป็นคนถิ่นนี้ย่อมรู้แจ้งกว่า

“หากเป็นสัตย์จริงมีผีกะดังว่า...เอ็งจะให้ข้าล่ามันจากที่ใดเล่า ไอ้เปรื่อง”

“จะล่าผี...ก็ต้องรอตะวันลับ เพลานี้ควรย้อนเข้าหมู่บ้านเพราะค่ำนี้มีฟ้อนที่เขาลือกันนักว่าแม่ดอกสร้อยฟ้อนงามนัก”

ทันใดนั้น เสียงสะล้อซอซึงดังแว่วเข้ามา ไกรหูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อดอกสร้อย เปรื่องไม่รอช้ารีบชวนเพื่อนกลับหมู่บ้านไม่กี่ชั่วยาม ลานหน้าหมู่บ้านก็เต็มไปด้วยชาวบ้านที่มาจับจองพื้นที่ดูการแสดง ตองนวลประคองบัวศรีมาชมการแสดงดนตรีและรอชมการฟ้อนอย่างใจจดจ่อ ต่างจากเอื้องคำที่มีแต่ความริษยาชักชวนศรีออน บ่าวคนสนิทไปดักตบดอกสร้อยกลางทาง

ที่เรือนพักท้ายหมู่บ้าน ดอกสร้อยเพิ่งติดประดับดอกกาสะลองบนผมเสร็จจึงสำรวจตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายที่กระจก เมื่อขยับลุกขึ้น ฉับพลันก็เกิดปวดหัวหนักทรุดตัวล้มกองกับพื้น แม้พยายามฝืนตัวลุกขึ้นอีกครั้งก็ไม่สำเร็จ และจังหวะนั้นเอง เมื่อเธอผินหน้าไปมองกระจก...กลับมีภาพหน้าผีกะปรากฏขึ้น ดอกสร้อย
ตกใจกลัวจนหมดสตินอนกองกับพื้น

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนเลยเวลาแสดง ดอกสร้อยก็ยังไม่มา คำป้อนและลูกคณะเริ่มนั่งไม่ติดที่ด้วยความเป็นห่วง คำป้อนสั่งซอมพอให้ไปตามพี่สาว แต่ฟองจันทร์ กลับเห็นเป็นโอกาสดีที่จะเปิดตัวซอมพอในฐานะนางฟ้อน คนใหม่จึงลากตัวไปแต่งหน้าข้างวงดนตรีแทน ขณะนั้น

เอื้องคำกับศรีออนก็ชะเง้อมองหาดอกสร้อยเช่นกัน พร้อมทั้งแช่งชัก

“นังดอกสร้อยมันต้องมาทางนี้ นี่ยังไม่มาแสดงว่า ...มันตายแล้ว...ก็จะกลายเป็นผี!”

ระหว่างที่สองสาวหัวเราะด้วยความสะใจ ร่างของผีกะค่อยๆเคลื่อนทาบทับลงบนตัวดอกสร้อยที่ลืมตาตื่นขึ้นและหันมองกระจกเหมือนคนตกอยู่ในภวังค์ ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวออกไปฟ้อน...

ooooooo

ไกรกับเปรื่องเร่งฝีเท้าไปยังลานหน้าหมู่บ้าน แต่ถูกเอื้องคำและศรีออนที่มาดักรอตบดอกสร้อยขวางหน้า สองสาวพยายามใช้มารยาล่อหลอกให้ชายหนุ่มสนใจแต่ไม่ได้ผล และยิ่งหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าไกรสนใจชมการฟ้อนของดอกสร้อยเท่านั้น

“ดอกสร้อยเป็นเพื่อนน้องเอง...น่าสงสารที่ป่วยอมโรคนอนซม คืนนี้คงบ่ออกมาฟ้อนแต่อยู่ที่เรือนมากกว่า!”

ทันทีที่เอื้องคำใส่ความจบ เสียงดนตรีบรรเลงเพลงฟ้อนกาสะลองก็ดังขึ้น...ทั้งหมดก็มองหน้าด้วยความพิศวง ไกรกับเปรื่องรีบจ้ำเท้ามุ่งหน้าไปยังลานหน้าหมู่บ้าน ส่วนเอื้องคำได้แต่ข่มความโกรธสะบัดหน้ากลับเรือนพร้อมศรีออน

ณ ที่นั้น ดอกสร้อยค่อยๆเยื้องย่างฟ้อนรำไปตามจังหวะเพลงอย่างสง่างาม การแสดงอันสวยงามสะกดตรึงให้สายตาทุกคู่มองอย่างประทับใจ ไกรเฝ้ามองอย่างชื่นชม เช่นเดียวกับทุกคนในวงดนตรียิ้มดีใจที่ดอกสร้อยฟ้อนได้ ไม่เหมือนฟองจันทร์มองด้วยแววตาริษยา ส่วนซอมพอจ้องมองพี่สาวคนละแม่ด้วยความปลาบปลื้มในความสวยงามมากกว่าทุกวัน

ขณะที่ปลิวกับดำนั่งเฝ้าฝานอยู่นั้น ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงเพลงดังแว่วเข้ามา ผู้ใหญ่สักรีบอธิบาย

“ฉันให้คณะพ่อคำป้อนจัดฟ้อน...ท่านขุนน่าไปชมดอกสร้อยที่ฟ้อนงามเหนือสาวใด ไม่ต้องห่วงทางนี้ดอก”

“พี่ปลิวไปเถอะ ฉันอยู่ดูโซ่ไอ้ฝานเอง...ขอแรงหนานอินช่วยเฝ้าเป็นเพื่อนอีกแรง” ดำเอ่ยเอาใจลูกพี่

ปลิวตัดสินใจเดินตามผู้ใหญ่สักไป ทันที... เมื่อไปถึงที่นั่น ปลิวไม่สนใจใครเอาแต่จ้องมองดอกสร้อยด้วยความหลงใหล ไกรมองกิริยานั้นอย่างขัดใจ...ดูเหมือนปลิวจะเป็นอริฆาตกับเขาเสียทุกเรื่อง

ฟองจันทร์หมั่นไส้ลูกเลี้ยงจนออกนอกหน้าคิดหาทางกลั่นแกล้งโดยใช้วิธีเดิมคือจ้องมองจนดอกสร้อยเสียสมาธิ แต่คราวนี้นอกจากดอกสร้อยจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรแล้ว ยังถลึงตาใส่ ฟองจันทร์สะดุ้งตกใจผงะถอยหลัง ทันเห็นยิ้มหยันของลูกเลี้ยง ซอมพอรีบเข้าประคองมารดาด้วยความเป็นห่วง

“อีดอกสร้อย มันทำตาแข็งใส่แม่...มันสู้ตาแม่! แววตามัน...ยังกะผี!”

ดอกสร้อยฟ้อนจะโปรยกลีบดอกกาสะลองในนิ้วมือออกไป ปลิวจะคว้าไว้...แต่ดอกสร้อยกลับไม่ได้โยนให้ หมุนตัวยั่วยวนโปรยไปอีกทาง ชาวบ้านหนุ่มๆต่างเฝ้ารอจะรับดอกกาสะลอง...แต่ดอกสร้อยกลับโยนดอกไม้ให้ไกรอย่างจงใจ ชายหนุ่มยิ้มรับมีความสุข และแล้วการแสดงก็จบลง...

ชาวบ้านประทับใจควักเงินให้คณะดอกสร้อยมากมาย ปลิวเดินตรงมาหาดอกสร้อยแล้วยื่นถุงเงินให้

“เบี้ยนี้ไว้เป็นสินน้ำใจ...ที่เอ็งมอบความสุขใจเหลือหลายให้ข้า...ได้ข่าวว่าเอ็งจ๊อยซอได้ไพเราะ ข้าอยากฟัง...ไปกับข้าในค่ำคืนนี้ ข้าอยากฟังล่วงไปจนฟ้าสาง แล้วข้าจะชดเชยน้ำใจเอ็งอย่างสุดงาม”

ดอกสร้อยปฏิเสธอ้างว่าเหนื่อย ปลิวทำท่าไม่ยอม จนไกรต้องเข้ามาขวางและดึงมือปลิวออกจากแขนหญิงสาว ไผ่ก็ไม่พอใจเช่นกันตรงเข้ามาต่อว่าทั้งปลิวและไกร ก่อนที่เรื่องจะลุกลาม ผู้ใหญ่สักรีบเข้ามาห้าม

“พวกเอ็งใจเย็นก่อน พ่อหนุ่มสองคนนี้เป็นตำรวจจากกรุงศรี...ข้าเชื่อว่าเขามาดีมิมาร้าย พวกเขาคอยปราบโจรและดูแลทุกข์สุขของพวกเรา...ขอให้ทุกคนคอยดูแลท่านขุนทั้งสองด้วย”

ผู้ใหญ่สักแนะนำให้ทุกคนรู้จักไกรกับปลิว ฟองจันทร์ ตาโตพอใจกับสิ่งที่ได้ยิน หมายมั่นในใจว่าต้องจับใครสักคน เป็นคู่กับซอมพอให้ได้ ในขณะที่ปลิวทำตัวกร่าง ไกรกลับยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร ดอกสร้อยเองก็มองไกรอย่างชื่นชมก่อนจะปลีกตัวไปทักทายกับบัวศรีและตองนวล

ไกรตามหาเปรื่องด้วยความกังวล จนกระทั่งพบว่าเพื่อนถูกพวกผาและม่อนจับตัวไปชำระความเรื่องทำผิดผีกับซอมพอ ชายหนุ่มเอ่ยปากขอโทษและให้คำมั่นแทนว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้อีก ซอมพอยอมให้อภัยเพราะรู้ดีว่าตัวเองก็มีส่วนผิด เรื่องราวต่างๆจึงจบลงด้วยดี

ooooooo

ปลิวเดินหัวเสียกลับมายังเรือนพักเพราะดอกสร้อยไม่เล่นด้วย ผู้ใหญ่สักอยากเอาใจเลยอาสาจะหาโอกาสให้ดอกสร้อยปรนนิบัติดูแลในคราวหน้า แล้วทั้งคู่ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างดำและหนานอินนอนสลบอยู่บนพื้น

เมื่อดำและหนานอินฟื้น ทั้งคู่ต่างอยู่ในสภาพที่มึนงงและสับสน ก่อนที่หนานอินจะลำดับเรื่องราว

“พ่อผู้ใหญ่...ข้าเห็นเงาดำมันวาบมาทางหลังข้า พอหันไปก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย”

“ไม่ได้การล่ะ หรือว่าพวกเอ็ง...โดนผีเล่นงานวะ”

ปลิวยังไม่ปักใจเชื่อตามคำบอกเล่าของผู้ใหญ่สัก เขาเดินไปดูตรงที่ฝานถูกมัดไว้แล้วพบว่าเชือกถูกตัดด้วยคมดาบ ชายหนุ่มจึงยืนยันว่าไม่ใช่การกระทำของผีแน่นอน ทุกคนตกใจเมื่อเห็นหลักฐานในมือปลิว

“พวกมันตะบันมาช่วยไอ้ฝาน...กะลบหน้าข้า...ข้าจะฆ่ามันให้สิ้น ไอ้พวกโจรป่า!” ปลิวคำรามอย่างแค้นใจ

“หนานอิน...เอ็งไปช่วยท่านขุนพิศณุแสนไล่ล่าพวกมัน อีกประเดี๋ยวข้าจะพาคนตามไป”

ที่กลางป่า กลุ่มโจรป่าพาฝานลัดเลาะมายังที่ปลอดภัย ฝานดีใจที่พวกเดียวกันมาช่วย กล่าวขอบใจเสียยกใหญ่ หนึ่งในโจรเตือนไม่ให้เขากลับหมู่บ้านแต่ต้องหาที่หลบซ่อนตัวจนกว่าเรื่องเงียบ ส่วนพวกมันมีอีกภารกิจที่ต้องจัดการแล้วแยกย้าย

ระหว่างที่ดอกสร้อยกำลังเดินกลับบ้านพลางชื่นชมดอกกาสะลองอย่างสุขใจ ทันใดนั้นมีมือหนึ่งมาคว้าแขนเธอไว้ ดอกสร้อยเกือบจะกรีดร้อง ไกรเลยรีบปรากฏตัว

“ฉันขอโทษที่ทำให้สร้อยตกใจ...อยู่คุยกับฉันสักประเดี๋ยว...คือฉันชอบสร้อยมาก! ฉันชอบเธอร่ายรำได้งดงามมาก”

“คนบ้านนี้เขาเรียกว่าฟ้อนเจ้า...ข้าต้องเร่งกลับเรือน อยู่มิได้แล้ว...ท่านขุนฤทธิไกร”

ไกรรั้งตัวไว้แล้วรีบดึงผ้าคาดเอว...ยื่นส่งให้ดอกสร้อยเพื่อเป็นของกำนัลแทนใจ ดอกสร้อยมีท่าทีเขินอายพลางเอ่ยปฏิเสธเพราะผ้าผืนนั้นมีมูลค่าสูงเกินกว่าจะรับไว้ได้ ชายหนุ่มดึงดันเอาผ้าใส่มือหญิงสาว

“ฉันมีใจให้สร้อย ขอให้รับน้ำใจไว้ด้วยเถิด...ข้าจะพาเจ้าไปส่งเรือนและคราวหลังเรียกฉันว่าไกรก็พอนะ”

“อย่าเลย...สร้อยกังวลใจ กลัวพี่ไผ่จะทำร้ายพี่อีก ส่งฉันแค่ตรงนี้ก็พอแล้ว”

ดอกสร้อยมองไกรเดินจากไปจนลับสายตาแล้วก้มมองผ้าของไกรด้วยความรู้สึกแช่มชื่น แต่เมื่อก้าวเท้าจะออกเดินก็ตกใจสุดขีด มีกลุ่มโจรสี่คนเข้ามาล้อมเธอไว้ หญิงสาวกำลังจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

แต่โจรรีบปิดปากจับตัวลากออกไป เหลือเพียงผ้าของไกรที่ร่วงหล่นตกพื้น...

ไกรเดินจากไปได้ไม่นานรู้สึกเป็นห่วงดอกสร้อยจึงตัดสินใจกลับไปหา ก่อนจะเอะใจว่าน่าจะเกิดเรื่องร้ายกับหญิงสาวเพราะเขาไม่พบเธอมีแต่ผ้าของเขาถูกทิ้งบนพื้น และมีร่องรอยของการลากออกไป ชายหนุ่มรีบวิ่งตามจนถึงเรือนพักท้ายหมู่บ้าน ไผ่โวยวายเมื่อเห็นหน้าไกร คำป้อนปรามให้หยุด

“ขุนฤทธิไกรมีเหตุอันใดจึงมาที่นี่กัน”

“ฉันให้ผ้าผืนนี้กับดอกสร้อยเป็นสิ้นน้ำใจเมื่อกี้นี้ก่อนจะแยกจากกัน แต่เผอิญนึกห่วงเห็นเป็นผู้หญิงคนเดียวเดินกลับบ้านยามค่ำคืนเลยหวนกลับมาตามก็ไม่พบเสียแล้ว เจอเพียงผ้าตกอยู่ที่พื้น...เกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น”

คำป้อนหน้าเสียสั่งให้ลูกคณะทุกคนเตรียมอาวุธและออกตามหาสร้อยทันที ฟองจันทร์ได้ยินเรื่องก็สาแก่ใจยิ่งนัก

พวกโจรลากดอกสร้อยเข้าไปในป่าลึกหวังทำมิดีมิร้ายให้สมกับที่เฝ้ามองเธอฟ้อนอยู่ที่ลานหน้าหมู่บ้านเมื่อหัวค่ำ หญิงสาวพยายามอ้อนวอนขอร้องให้ปล่อยตัวไปแต่ไม่มีใครสนใจ ต่างกระหยิ่มยิ้มย่องจะได้เผด็จศึกในคืนนี้ โดยไม่รู้เลยว่ามีเงาดำลอยตามอย่างเงียบๆราวกับจะรอคอยเวลาจัดการให้สาสมกับการกระทำอันเลวทรามเช่นนี้...

เมื่อมาถึงกระท่อมร้างกลางป่า โจรหัวโจกก็ออกปากไล่พวกที่เหลือให้หลบไปเพราะอยากพา

ดอกสร้อยขึ้นสวรรค์ เสียงหัวเราะของพวกโจรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของป่า ดอกสร้อยลนลานหาทางหนีพลางก่นด่า

“อย่านะ...ข้าขอสาปแช่งให้พวกแกตกนรกไม่ตายดี”

ไอ้โจรผู้นั้นไม่สนใจย่างสามขุมเข้ากอดรัดดอกสร้อยที่ดิ้นรนหนี แต่แล้วจู่ๆร่างของมันก็ถูกกระแทกจนกระเด็น เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็เห็นผีกะคลานอยู่ตรงหน้า...คำรามด้วยความโกรธแล้วกระโจนพุ่งใส่พร้อมกับเงื้อมือที่มีเล็บงอกยาวออกมาจ้วงแทงที่หน้าอกโจรแล้วกระชากเอาหัวใจออกมา...เสียงร้องอย่างโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแล้วขาดใจตาย

กลุ่มโจรข้างนอกเริ่มแปลกใจที่เพื่อนหายไปนานจึงรีบวิ่งเข้าไปในกระท่อม แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดกับภาพผีกะกำลังกินหัวใจเลือดแดงฉาน ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดแต่ก็ไปไหนไม่ได้ไกล โจรคนหนึ่งพยายามจะใช้ดาบเข้าฟัน ผีกะพุ่งตัวกระแทกร่างมันจนล้มหงายตึง เมื่อเห็นว่าตัวเองคงสู้ไม่ไหวจึงฉวยจังหวะคลานหนีออกไปได้ ส่วนสองโจรที่เหลือถูกผีกะจับขาแล้วใช้กรงเล็บพุ่งแทงทะลุร่างจนสิ้นใจ

เวลาเดียวกันนั้น พวกคำป้อนและไกรแยกย้ายกันตามหาดอกสร้อย ไกรเดินร้องเรียกมาจนใกล้จะถึงตัวผีกะที่กำลังกินตับไตจากศพโจร มันชะงักหยุด พอเห็นแสงจากคบไฟจึงรีบวูบหายตัวไป...ดอกสร้อยค่อยๆฟื้นคืนสติลุกขึ้นมองไปรอบๆอย่างมึนงง พอจะก้าวเดินก็สะดุดบางอย่างล้มลง

ดอกสร้อยเพ่งมอง...ตกใจแทบสิ้นสติเพราะรอบตัวมีแต่ศพโจรที่ตายอย่างสยดสยอง หญิงสาวก้มมองมือตัวเองก็พบว่าเต็มไปด้วยเลือด เธอกรีดร้องเสียงดัง ...พวกไผ่และไกรต่างชะงักหยุดแล้ววิ่งตามเสียงนั่น...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:36 น.