ตอนที่ 10
เมื่อคืนดอกสร้อยหลับสบายเพราะไม่ต้องหวาดผวาจะมีผีกะมาสิงร่าง เช้านี้เธอจึงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใสอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ม่อนกับผากำลังช่วยกันสับฟืน เห็นสีหน้ายิ้มแย้มของเธอพากันร้องทักทำไมวันนี้ถึงดูมีความสุขไม่อมทุกข์เหมือนเคย
“ฉันไม่ใช่คนเก่าแล้วนะพี่...เอ่อ พี่ม่อนเห็นพ่อคำป้อนไหมจ๊ะ”
“พ่อคำป้อนนั่งซ่อมพิณอยู่ทางโน้นจ้ะ”...
ดอกสร้อยชวนคำป้อนกลับเขลางค์นคร แต่เขาอิดออดไม่อยากกลับ อยู่ที่นี่ได้เงินได้ทองมากกว่า เธอขอให้เขาเห็นใจเธอบ้าง ตั้งแต่เราออกจากเรือนมามีแต่เหตุร้าย คนตายเพราะเรามากมาย สักวันอาจเป็นหนึ่งในพวกเราก็ได้ คำป้อนตั้งแง่จะกลับหรือไม่ผีกะก็ตามเธอไปทุกที่ เธอคุยอวดตอนนี้มันสิงเธอไม่ได้แล้ว
“ไอ้ใบ้คนหนึ่งมันเอาของอาคมให้สร้อย”
คำป้อนนึกออกทันทีว่าต้องเป็นไอ้ใบ้คนเดียวกับลูกศิษย์พรานปราบผี ดอกสร้อยชูสร้อยตะกรุดกระดูกผีให้พ่อดู เล่าให้ฟังว่าผีกะกลัวสร้อยเส้นนี้มากไม่กล้า
สิงเธออีกแล้ว คำป้อนคว้าสร้อยไปจากมือลูกจะเอาไปทิ้ง วิ่งลิ่วไปที่หน้าผา ดอกสร้อยตกใจรีบตามไปห้าม เขาเตือนถ้าไม่ทิ้งสร้อยเส้นนี้ ผีกะจะทำร้ายพวกเรา และที่สำคัญถ้าเธอไม่เลี้ยงมันไว้ แล้วจะฟ้อนได้อย่างไร เพราะมันช่วยให้ชาวบ้านหลงใหลในตัวเธอ
“สร้อยไม่ต้องพึ่งมันอีกแล้ว สร้อยรู้ว่าพ่อรักสร้อย มีคนรักสร้อยหวังดีกับสร้อย สร้อยมีกำลังไม่ต้องพึ่งพา
มันอีก พ่อจ๊ะ อย่าตกอยู่ใต้อำนาจชั่วร้ายของมัน เราต้องอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง สร้อยไม่อยากให้พ่อฆ่าสัตว์ตัดชีวิตสังเวยมันอีกแล้ว พ่อหยุดก่อบาปเถอะจ้ะ” ดอกสร้อยยื่นมือไปขอสร้อยเส้นนั้นคืน คำป้อนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งคืนให้ เธอโผกอดพ่อด้วยความดีใจ จากนี้ไปไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจผีกะอีกแล้ว...
ซอมพอมาชะเง้อคอยาวรอเปรื่องอยู่ที่ริมลำธาร หลายวันแล้วที่เขาหายหน้าไป หรืออยู่สุขสบายที่ปากน้ำโพไม่หวนมาที่นี่อีกแล้ว พลันมีเสียงปี่ดังแว่วมาตามลม เธอดีใจจะตามเสียงนั้นไป แต่นึกขึ้นได้ว่าอาจเป็นไอ้ใบ้เหมือนครั้งที่แล้วก็เลยเปลี่ยนใจ คว้าก๋วยใส่หน่อไม้และผักป่ากลับเรือน
ooooooo
ระหว่างเดินมาตามทางในป่า ซอมพอแปลกใจ ทำไมเสียงปี่ถึงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หรือไอ้ใบ้ตามตื๊อจะหันไปต่อว่ากลับเจอเปรื่องเดินเป่าปี่เข้ามาหา เธอดีใจมากที่ได้พบกับเขาอีกครั้งอยากจะโผเข้าหา แต่พอตั้งสติได้ทำเป็นไม่สนใจหันหลังกลับ เขาตัดพ้อหรือลืมเสียงปี่นี้แล้วถึงคิดจะหนี
“ข้าไม่ลืม แต่เสียงมันขวางพิลึก ข้าไม่อยากฟัง” ซอมพอเดินหนี
เปรื่องขอร้องให้ฟังกันก่อน เธอหันไปแลบลิ้นใส่แล้วจะเดินต่อไม่ทันระวังสะดุดก้อนหินล้ม เขาเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้น ปัดเศษดินที่เปื้อนขาให้ แถมก้มลงเป่าเรียกขวัญกลับมา เธอแอบยิ้มชอบใจ แต่แกล้งปัดมือเขาออก เปรื่องน้อยใจมากตัดพ้อต่อว่าที่รังเกียจเพราะเขาไม่ใช่ไกรใช่ไหม
“เอ็งรู้แก่ใจก็ขยับไปให้ห่าง ข้าคิดถึงท่านขุนใจแทบขาด ท่านขุนอยู่ไหนล่ะ”
“ข้าไม่บอก” เปรื่องยียวน
“ทำเป็นพาลริษยา รู้ว่าพี่สร้อยจะผูกข้อมือกับ
พี่ไผ่ก็ทำพาลขวางทางรัก” ซอมพอยิ้มเย้ยก่อนจะผละจากไป เปรื่องเจ็บใจรีบเดินตาม...
ทางฝ่ายดอกสร้อยชอบชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจผีกะ จากนี้ไปหากต้องฟ้อนให้ใครชม เธอจะฟ้อนด้วยแรงกายแรงใจของตัวเองไม่ต้องพึ่งอาคมของผีกะอีก ครั้นเดินมาถึงดงกาสะลอง ดอกสร้อยอธิษฐานบอกดวงวิญญาณของแม่ว่าผีกะไปจากชีวิตเธอแล้ว เหมือนท่านจะรับรู้ กลีบดอกกาสะลองโปรยปรายลงมา
หญิงสาวมองผ่านม่านดอกกาสะลองเห็นไกรยืนมองอยู่ดีใจมากที่เขาหายป่วย รีบเดินไปหา พอได้สติ เธอจำต้องหยุดใจหยุดกายไว้ รักษาระยะห่างตามสมควร ก่อนจะถามว่ากลับมานี่มีธุระอะไร
“พี่ไม่ขวางรักของสร้อยกับไผ่หรอก สร้อยเลือกสิ่งใดพี่ก็พลอยมีสุข พี่มายินดีกับสร้อย”
“ที่นี่มีอันตรายรอบตัวพี่ไม่ควรกลับมาทนเสี่ยงอีก”
ไกรจำเป็นต้องกลับมาแก้แค้นให้พ่อ ตามล่าผีกะที่ฆ่าท่าน แล้วหันหลังจากไป ดอกสร้อยอดเป็นห่วงเขาไม่ได้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร พลันมีลมพัดกระโชกเข้ามา เธอใจคอไม่ดีคว้าสร้อยตะกรุดกระดูกผีมากุมไว้ อยู่ๆลมก็สงบ เธอมั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือผีกะ เร่งฝีเท้ากลับเรือน ผีกะปรากฏตัวขึ้นบนต้นกาสะลอง มองตามดอกสร้อยที่เดินจากไปอย่างเคืองแค้น...
ณ หมู่บ้านผาหมอก ซอมพอแบกก๋วยใส่หน่อไม้กับของป่าเดินหนีเปรื่องที่พยายามจะแย่งก๋วยไปถือให้ เธอไม่ยอมจึงยื้อแย่งเอาไว้ ทันใดนั้นไอ้ใบ้เข้ามากระชากตัวเปรื่องแล้วประเคนกำปั้นใส่ เขาไม่ทันตั้งตัวล้มกลิ้งไปกับพื้น ไอ้ใบ้จะตามเข้าไปซ้ำ ซอมพอต้องเข้าไปห้าม พร้อมกับร้องบอกว่าชายคนนี้เป็นเกลอของเธอเอง แล้วช่วยพยุงเปรื่องลุกขึ้น แนะนำให้รู้จักกับไอ้ใบ้ลูกศิษย์พรานเวทย์มือปราบผี
“ใบ้ช่วยปราบผีตายโหงจากน้าบัวศรี แล้วก็ตามล่าผีกะอาคม”
ไอ้ใบ้เห็นเปรื่องมีทีท่าสนใจทำโม้โอ้อวด ซอมพอจะเดินไปหยิบก๋วย ไอ้ใบ้หันไปเห็นก็รีบเข้าไปช่วยถือ แล้วเดินตามเธอกลับเรือน เปรื่องไม่พอใจที่เห็นเขาตามเธอติด แถมยังหันมายิ้มเย้ยอีกต่างหาก หมายหัวเอาไว้ วันหน้าต้องเอาคืนให้สาสม...
ไม่นานนัก ซอมพอกลับถึงเรือน ดอกสร้อยกำลังจะไปอาบน้ำที่น้ำตก เห็นไอ้ใบ้ช่วยน้องสาวแบกก๋วยกลับมาหยุดมองอยู่ห่างๆ ซอมพอจะขึ้นเรือน ไอ้ใบ้จะตามขึ้นไปด้วย แต่ถูกฟองจันทร์เอาน้ำสาดหน้า อีกทั้งไล่ตะเพิดไปให้พ้นเขตเรือน เขายังรีๆรอๆ ฟองจันทร์หันไปคว้าไม้ขู่ถ้ายังไม่ไปให้พ้นหน้าจะเอาไม้ฟาดให้ตาย
“พอเถอะแม่ ขอบใจจ้ะใบ้ กลับไปเถอะ”
ไอ้ใบ้พยักหน้ารับคำแล้วหันหลังจะกลับ เจอดอกสร้อยยืนมองอยู่ชี้โบ๊ชี้เบ๊ทำท่าจะถามถึงสร้อยตะกรุดเส้นนั้น ฟองจันทร์กับซอมพอเห็นท่าทางแปลกๆของเขาก็หันมองตามเจอดอกสร้อยยืนอยู่พากันสงสัย ดอกสร้อยไม่อยากมีปัญหากับแม่เลี้ยง เดินเลี่ยงออกมา
ooooooo
เมื่อกลับถึงเรือนพัก เปรื่องเล่าเรื่องไอ้ใบ้กับพรานเวทย์กำลังออกล่าผีกะอาคมให้ไกร ปันและผินฟัง ไกรไม่เข้าใจ ผีกะอาคมต่างจากผีกะดงที่เคยได้ยินมาอย่างไร ผินอธิบายว่าผีกะดงเป็นวิญญาณสิงคนหากินไปทั่วใครไม่เลี้ยงดู มันก็เตลิดเป็นวิญญาณเร่ร่อน ออกหาคนที่จะเลี้ยงดูคนใหม่
“แต่ผีกะอาคมน่ากลัวกว่านัก หากมันสิงใครนานเป็นแรมเดือน อาคมในกายมันก็จะติดตัว มันจะฝังจิตอยู่กับร่างนั้นเพียงร่างเดียว มิสิงร่างใครอีกและหากมันสิงสูบดวงจิตในร่างนั้นนานมากพอ มันจะแก่กล้าฤทธิเดช สามารถปรากฏกายแม้ยามตะวันจ้า”...
เป็นอย่างที่ผินว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ดอกสร้อยนุ่งผ้าซิ่นกระโจมอกผืนเดียวเดินลุยลงไปแช่ในน้ำตก เผยให้เห็นแผ่นหลังของเธอมีอักขระโบราณทางล้านนาปรากฏอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ไม่เห็น...
ผินยังคงเล่าเกี่ยวกับผีกะให้ไกร ปันและเปรื่องฟัง ปันอยากรู้ว่าผีกะที่สิงดอกสร้อยเป็นแบบไหน ผินเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เปรื่องส่งสายตาดุให้ปันซึ่งเพิ่งนึกขึ้นได้ไม่ควรพูดเรื่องนี้ต่อหน้าไกรรีบเก็บปากเก็บคำ แม้จะไม่ค่อยพอใจที่ทุกคนปักใจเชื่อว่าดอกสร้อยเลี้ยงผีกะ แต่ไกรก็ต้องการพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้
“ตาผินใช้วิชาที่มี ทำให้ฉันกระจ่างกับตาทีว่าดอกสร้อยเลี้ยงผีกะ”
ในเมื่อเป็นความต้องการของไกร ผินยินดีทำให้ สั่งให้ปันไปหาลูกมะพร้าวแก่ โดยจะใช้แค่กะลาเท่านั้น แต่ต้องขัดให้ขึ้นเงาก่อน แล้วหยิบคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งยื่นให้ไกร
“พ่อไกรเอาคาถานี้ไปท่องให้ขึ้นใจ ฉันจะให้พ่อไกรพ้นอุบายด้วยตาตัวเองว่าดอกสร้อยเลี้ยงผี”...
ขณะที่ไกรขะมักเขม้นท่องคาถาที่ได้จากผิน ดอกสร้อยซึ่งยังอยู่ที่น้ำตกรู้สึกเหมือนมีใครมอง พลันเกิดลมพัดวูบใหญ่จนต้นไม้ไหวน่ากลัว เธอรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติรีบขึ้นจากน้ำ ผีกะปรากฏตัวขึ้นไล่ตามเธอมาติดๆ อารามรีบร้อนเธอสะดุดก้อนหินล้ม พอหันไปมองอีกที เจอผีกะประจันหน้าอยู่พร้อมกับคำรามเสียงลั่นป่า
ooooooo
ตกค่ำได้เวลาที่คณะจะต้องไปฟ้อนที่เรือนผู้ใหญ่สัก ฟองจันทร์สั่งให้ซอมพอแต่งตัวสวยๆรอ ตนจะไปเล่นงานดอกสร้อยให้ใจฝ่อ ไม่มีแรงฟ้อน ลูกจะได้ฟ้อนแทนมัน แล้วเดินลิ่วไปที่ห้องพักของดอกสร้อย
คราวนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อนๆ ดอกสร้อยไม่ใช่คนเดิมที่ฟองจันทร์จะเหยียบย่ำได้อีกต่อไปแล้ว แม่เลี้ยงด่ามาเธอด่ากลับ อีกฝ่ายแรงมาเท่าไรดอกสร้อยแรงกลับไปเท่าทวีคูณ ฟองจันทร์เถียงสู้ไม่ได้เงื้อมือจะตบ
“น้าตบ สร้อยตบ สร้อยยังสาวแรงสร้อยดีกว่าน้า รึน้าอยากลอง”
ท่าทางเอาจริงของดอกสร้อยทำให้ฟองจันทร์เงื้อมือค้าง ดอกสร้อยเห็นซอมพอตามมาสมทบหันหลังกลับเข้าห้อง ปิดประตูใส่หน้าฟองจันทร์ ซอมพอไม่อยากให้มีเรื่องกัน รีบดึงแม่ออกมา เธอสะบัดมือลูกออก ต่อว่าว่าไม่น่ามาห้าม เธอจะตบมันอยู่แล้ว ซอมพอท้วงแม่สู้แรงพี่สร้อยได้หรือ
“แม่จะด่าให้มันน้ำตาร่วงไม่มีแรงฟ้อน มันกลับด่าแม่ป่าวๆ สายตามันดุมันจ้องจะกินเลือดกินเนื้อแม่ ราวกับผีห่าสิงในตัวมัน” คำพูดของแม่ทำให้ซอมพอสะดุดใจ คิดถึงตอนที่ไอ้ใบ้ชี้ไปที่ดอกสร้อยแล้วทำท่าสื่อถึงผี ฟองจันทร์เห็นลูกนิ่งไป ถามว่าคิดอะไรอยู่ เธอปฏิเสธว่าเปล่าแล้วขอตัวไปผัดหน้าแต่งตัวต่อ...
ฝ่ายดอกสร้อยรู้สึกมั่นใจในตัวเองไม่เกรงกลัวฟองจันทร์อีกแล้ว ทรุดตัวลงนั่งหน้ากระจกเงา เริ่มแต่งหน้าเตรียมตัวไปฟ้อน...
ในเวลาต่อมา คำป้อนพร้อมด้วยคณะดนตรีมาถึงลานหน้าเรือนผู้ใหญ่สัก เห็นบัวศรีที่เข้ามาต้อนรับเดินได้คล่องไม่ต้องให้ตองนวลประคอง แถมมีสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขก็พลอยดีใจกับเธอด้วย
“ฉันได้ยินเขาลือกันว่าผีตายโหงมันสิงแม่บัวศรี มันเป็นผีตนใดถึงอาฆาตมาสิงแม่บัวศรี”
บัวศรีไม่พูดอะไรได้แต่หันมองผู้ใหญ่สักซึ่งเป็นคนตอบคำถามแทนเมียว่าตนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ได้ไหว้วานพรานเวทย์ออกล่าวิญญาณมัน แล้วรีบตัดบทชวนคำป้อนไปนั่งดื่มน้ำเมาด้านโน้น...
ระหว่างที่ไกรเดินนำเปรื่อง ผินและปันมุ่งหน้าไปยังเรือนผู้ใหญ่สัก ปลิวกับสมุนมาขวางทางไว้ แสร้งพูดจาดีด้วย ไกรรู้เช่นเห็นชาติคนอย่างเขา ขอร้องอย่าทำมาพลิกลิ้นผูกมิตรกับตน
“เนื้อแท้เอ็งเป็นเยี่ยงไร เล่นหน้าให้ตรงตามใจเอ็ง อย่ามาลวงหลอกผี” ไกรตอกหน้าปลิวอย่างเจ็บแสบ เปรื่อง ผินและปันต่างหัวเราะชอบใจ ก่อนจะพากันผละไป ปลิวมองตามแค้นใจ ในเมื่อไกรประกาศตัวเป็นศัตรูกับตนก็ไม่ต้องปั้นหน้าใส่กันอีก สั่งสมุนไปเอาอาวุธมาให้ครบมือ เราจะเข้าป่าล่าโจร เอาความดีความชอบกลับกรุงศรีอยุธยาเพื่อหักหน้าไกร...
ครั้นมาถึงลานหน้าเรือนผู้ใหญ่สัก ไกรหันมองไปยังทิศทางที่เจอปลิวกับพวกแล้วเตือนเปรื่อง ผินและปันให้ระวังตัวไว้ด้วย พวกมันไม่ยอมวางมือแน่ๆ ผินขอร้องเขาอย่าไปใส่ใจกับเรื่องปลิว มีงานสำคัญกว่ารอเราอยู่ ไกรพยักหน้ารับรู้ ระหว่างนั้นฟองจันทร์พาซอมพอเข้ามาไหว้ทักทาย
“ลูกซอมพอสืบข่าวว่าท่านขุนเจ็บหนัก มันถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ นี่พอรู้ว่าท่านขุนรอดชีวิตกลับมาบ้านผาหมอก ลูกซอมพอก็กินไม่ได้นอนไม่หลับหนักขึ้นไปอีก ลูกฉันพลอยดีใจกับท่านขุน...ลูกซอมพอ พาท่านขุนเข้าไปหาพ่อผู้ใหญ่...ไปลูก...ช่วยประคอง ท่านขุนยังไม่หายดี” ฟองจันทร์พยายามยัดเยียดลูกสาวให้ไกร ซอมพอไม่อยากขัดใจแม่จำต้องพาเขาเข้าไปในเรือนผู้ใหญ่สัก
เปรื่องอยู่ดีไม่ว่าดีอ้างตัวเองป่วยเช่นกัน วานให้ฟองจันทร์ช่วยดูแลด้วย เธอกลับไล่ให้เขาไปตายแล้วเดินเข้างานไปเลย ผินกับปันหัวเราะชอบใจที่เปรื่องโดนเล่นงาน
ooooooo
ไม่นานนัก ดอกสร้อยออกมาฟ้อน ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมผิดแผกแตกต่างไปจากการฟ้อนเดิมๆของเธอ ประหนึ่งเป็นคนใหม่ ผิวพรรณสวยงามผุดผ่องและสีหน้ายิ้มแย้มมีชีวิตชีวาของดอกสร้อยทำให้ทุกคนมองการฟ้อนเพลินตาเพลินใจโดยเฉพาะไกรมองเธอไม่วางตา ครั้นเหลือบเห็นไผ่จ้องมา เขาจำต้องยั้งใจไว้
ซอมพอเห็นสายตาของไกรที่มองดอกสร้อยก็ตระหนักในทันทีว่าเขารักเธอมากมายแค่ไหน ฟองจันทร์เห็นแววตาของเขาเช่นกัน ยิ่งทำให้ชิงชังลูกเลี้ยงเป็นเท่าทวีคูณ ทุกคนต่างใจจดจ่อกับนางฟ้อน ไม่เห็นว่าด้านนอกเรือนมีผีกะจ้องดอกสร้อยด้วยสายตากร้าว...
ในขณะเดียวกัน ที่กลางป่าไอ้ใบ้นั่งปิ้งปลาไปพลางนึกถึงซอมพอไปด้วยก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พรานเวทย์เห็นเขานั่งยิ้มนึกหมั่นไส้ถีบกระเด็น แล้วทวงถามถึงสร้อยตะกรุดกระดูกผีว่าอยู่ไหน ตนจะเอามาปลุกเสกลงคาถาไว้ใช้เล่นงานผีกะ ไอ้ใบ้ไม่กล้าบอกว่าให้ดอกสร้อยไปแล้ว เสหยิบปลาย่างหอมกรุ่นยื่นให้เขา
“ปลาสุกแล้ว ข้าไปตักน้ำมาให้จ้ะ” ส่งเสียงแบะๆ เสร็จ ไอ้ใบ้คว้ากระบอกไม้ไผ่ไปที่ริมลำธาร พรานเวทย์หิวจัดกัดกินปลาย่างอย่างเอร็ดอร่อยลืมเรื่องสร้อยตะกรุดเส้นนั้นไปสนิทใจ...
บัวศรีตกรางวัลให้ดอกสร้อยอย่างงามที่ฟ้อนได้ถูกใจ หญิงสาวดีใจเห็นเธอกลับมาเดินได้อีกครั้งและหวังว่าผีตายโหงจะไม่กลับมาทำร้ายเอาอีก บัวศรีให้พรานเวทย์ออกตามล่าเพื่อดับวิญญาณมันแล้ว
“พ่อพรานเขาออกตามล่าผีกะด้วย” ตองนวลเสริม ดอกสร้อยใจคอไม่ดีที่ได้ยินเรื่องผีกะ จึงขอตัวกลับก่อน ไกรต้องการพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้เลี้ยงผีกะ เข้ามาขอร้องเธออย่าเพิ่งกลับ
“พี่ได้ยินพ่อผู้ใหญ่เขาร่ำลือว่าแม่บัวศรีมีเชิงฟ้อน พี่อยากเห็นแม่บัวศรีร่วมวงฟ้อนกับพวกเรา”
ดอกสร้อยอิดออด บัวศรีต้องช่วยขอร้องอีกแรงหนึ่ง เธอหนีไม่ออกจำต้องรับคำ...
หลังจากยื้อดอกสร้อยไว้ได้ ไกรเตรียมอุปกรณ์ทั้งกะลาขัดมันและมีดเล็กๆเล่มหนึ่งไว้ในย่าม ครั้นดนตรีเริ่มบรรเลง บัวศรีออกไปฟ้อนกับดอกสร้อยและตองนวล ไกรจะเข้าไปฟ้อนใกล้ๆ แต่ฟองจันทร์ดันตัวซอมพอมากันท่า เขาจะฟ้อนไปอีกทางฟองจันทร์มาดักหน้าไว้
เปรื่องเห็นเหตุการณ์โดยตลอด ชวนผินกับปันเข้าร่วมวงฟ้อนช่วยกันซอมพอกับฟองจันทร์ให้ห่างจากไกรเพื่อเขาจะได้ทำงานสำเร็จ ในที่สุดไกรก็ได้ฟ้อนกับดอกสร้อย ไผ่เห็นเขาอยู่ใกล้กับหญิงคนรักของตัวเองก็ไม่พอใจหยุดเล่นดนตรีหน้าตาเฉย คำป้อนหันไปเอ็ด
“ไอ้ไผ่ ข้ารู้ว่าเอ็งรักของเอ็ง ยังไม่ทันผูกข้อมือก็อย่าแสดงตัวเป็นเจ้าชีวิต”
ไผ่จำต้องเล่นดนตรีต่อไป ไกรดึงปิ่นปักผมดอกสร้อยออกเพื่อให้ผมเธอสยายลงมา เธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างไม่ชอบมาพากลจะเดินหนีออกจากวงฟ้อน เขาคว้ามือเธอไว้พร้อมกับขอโทษ
จากนั้นไกรหยิบกะลามะพร้าวออกจากย่ามเอาครอบหัวดอกสร้อยแล้วเอามีดอาคมขึ้นมากรีดลงบนกะลา ไผ่คิดว่าเขาจะทำร้ายเธอปรี่เข้าหา เปรื่อง ผินกับปันขวางไว้ อธิบายว่าพวกตนไม่ได้คิดจะทำร้ายดอกสร้อย แค่จะดูว่าเธอเลี้ยงผีกะหรือเปล่า ไกรเก็บมีดใส่ยามแล้วเอากะลาออก ประกาศให้ได้ยินทั่วกันว่า
“ถ้าดอกสร้อยเลี้ยงผีกะจริงดังคำเขาว่า ผมดอกสร้อยจะหลุดติดมือตามรอยกรีดของกะลา”
ไกรเอามือรูดผมดอกสร้อย ไม่มีผมหลุดติดมือแม้แต่เส้นเดียวนั่นเท่ากับเธอไม่ได้เลี้ยงผีกะ เขากับบัวศรี ตองนวลและพวกชาวบ้านต่างส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ ไกรขอโทษทุกคนด้วยที่ต้องเสียมารยาท เขาเพียงต้องการให้ทุกคนรับรู้ว่าดอกสร้อยไม่ได้เลี้ยงผีกะ ผู้ใหญ่สักรีบตัดบท
“เอาล่ะ สิ้นสงสัยกันแล้วก็อย่าบาดหมางกัน... มาๆดื่มกินฟ้อนให้ลืมเรื่องร้ายๆ”
ผิน ปันและเปรื่องแปลกใจที่ผลออกมาเยี่ยงนี้ โดยเฉพาะเปรื่องที่เห็นกับตาตัวเองว่าดอกสร้อยคือผีกะ
“รึว่าผีตนนั้นมันออกจากดอกสร้อยแล้ว มันเป็นแค่ผีกะดงมิใช่ผีกะอาคม” เปรื่องสีหน้าครุ่นคิดหนัก
ooooooo
ระหว่างที่ดอกสร้อยช่วยผาขนของจากการฟ้อนกลับมาถึงหน้าเรือน ฟองจันทร์ปรี่เข้ามาดึงปิ่นปักผมบนหัวเธอออก แล้วใช้มือรูดเส้นผมอย่างแรง แต่ต้องผิดหวังไม่มีผมติดมือแม้แต่เส้นเดียว เธอไม่ยอมรามือดึงผมดอกสร้อยอีก คราวนี้ออกแรงมากขึ้น คนถูกรังแกทนไม่ไหวจับมือเธอไว้แล้วบิดสุดแรง
“โอ๊ย...ข้าเจ็บ ปล่อย”
นอกจากจะไม่ปล่อย ดอกสร้อยยังทำแบบเดียวกับที่ฟองจันทร์ทำกับตัวเอง ผามองด้วยสีหน้าแปลกใจที่เธอกล้าสู้กับแม่เลี้ยง ดอกสร้อยรูดผมจนสาแก่ใจแล้วจึงผลักฟองจันทร์พ้นทาง แม่เลี้ยงตัวแสบชี้หน้าด่าเธอที่บังอาจมาทำร้าย เธอเถียงว่าฟองจันทร์ทำเธอก่อน เธอก็แค่อยากทำให้ฟองจันทร์รู้สึกเหมือนที่เธอรู้สึก
“ข้าไม่ได้ทำร้ายเอ็ง ข้าจะจับให้มั่นว่าเอ็งเลี้ยงผีกะ”
ผาไม่เข้าใจ ในเมื่อไกรทำให้เห็นทั่วกันแล้วว่าดอกสร้อยไม่ได้เลี้ยงผีกะ ทำไมฟองจันทร์ยังคิดว่าเธอเป็นอย่างนั้นอยู่อีก ฟองจันทร์บอกให้ผาดูสายตาดุของนังนั่นที่มองตนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเหมือนถูกผีสิงไม่มีผิดเพี้ยน ดอกสร้อยยอมรับว่าตัวเองเลี้ยงผี แต่ไม่ใช่ผีกะอย่างที่ถูกกล่าวหา
“ผีตนนี้มันสอนให้ฉันรู้จักเอาตัวรอด มันสอนให้ฉันรู้จักแยกแยะคนดีคนชั่ว ใครดีมาก็ดีตอบ แต่ใครร้ายมาก็ต้องป้องกัน คนบางคนก็แปลกพอฉันยอมให้ก็คิดว่าฉันอ่อนแอ คนพวกนี้รังแกและกดขี่ข่มเหงฉันไม่เลิกรา มันถึงเวลาแล้ว...ฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมากดหัวฉันอีกในเมื่อไม่มีใครปกป้องฉันได้ ฉันก็ต้องปกป้องตัวเองด้วยผีในตัวฉัน” ดอกสร้อยประกาศจบก็เดินขึ้นเรือน ผาถูกใจมากตบมือให้เธอไม่หยุด
“นังผา เอ็งไม่ต้องมายกยอปอปั้น เดี๋ยวข้าเอาตีนตบปาก” ฟองจันทร์มองผาอย่างเอาเรื่อง
ผาขู่กลับตนก็มีตีนเหมือนกัน ขืนมาตอแยได้เห็นดีกันแน่ ฟองจันทร์ไม่กล้าหือได้แต่เดินหนี...
ในขณะที่ดอกสร้อยกลายเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน ไกรขอร้องผิน เปรื่องและปันให้เลิกระแวงสงสัยในตัว ดอกสร้อยแล้วมาช่วยกันล่าผีกะที่ฆ่าพ่อของตนจะดีกว่า ทั้งสามคนรับคำพร้อมจะช่วยเขาเรื่องนี้...
ด้านดอกสร้อยทรุดตัวลงนั่งหน้ากระจกมองเงาสะท้อนของตัวเองด้วยความพอใจที่ไกรพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเธอไม่ใช่ผีกะ พลันฉุกคิดถึงเหตุการณ์ที่น้ำตก ตอนนั้นเธอสะดุดก้อนหินล้ม ผีกะพุ่งจะเข้าสิงร่าง แต่เธอยกสร้อยตะกรุดกระดูกผีขึ้นมากัน มันผงะหงายหลังร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก่อนร่างจะหายวับ
หญิงสาวหยิบหวีขึ้นมาสางผมสีหน้ายิ้มแย้มดีใจที่ชีวิตเป็นอิสระหลุดพ้นจากอำนาจของผีกะโดยไม่รู้เลยว่าผีกะตนนั้นยังไม่ยอมรามือ ปรากฏร่างขึ้นที่หน้าเรือนมองมายังห้องของเธอด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย
ooooooo
เอื้องคำเร่งศรีออนซึ่งถือกระบอกไม้ไผ่ใส่พริกป่นที่ได้จากไอ้ใบ้ออกจากเรือนแต่เช้าหวังจะไปดักเป่าพริกใส่หน้าดอกสร้อยเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นผีกะ อารามรีบร้อนกลัวจะตามนายหญิงให้ทัน ศรีออนหัวทิ่มตกบันได
แทนที่จะช่วยจับตัวเอาไว้ เอื้องคำกลับคว้ากระบอกไม้ไผ่ปล่อยให้ศรีออนร่วงลงไปกองกับพื้น เธอถึงกับบ่นอุบว่านายหญิงห่วงแต่พริกป่นไม่ห่วงคนบ้างเลย เอื้องคำเดินนำออกไปไม่สนใจ ศรีออนต้องรีบวิ่งตาม...
ฝ่ายผากับดอกสร้อยถือถ้วยใส่แกงคนละใบจะเอาไปให้บัวศรีที่เรือนผู้ใหญ่สัก ระหว่างทางเจอเอื้องคำกับศรีออนเดินสวนมา ผาเห็นท่าไม่ดีชวนดอกสร้อยเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง แต่เธอทักท้วง
“เราไม่ได้ทำผิดทำเลว เราไม่จำเป็นต้องหนี” พูดจบดอกสร้อยเดินตรงไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ผามองด้วยความชื่นชมก่อนจะเร่งฝีเท้าตาม...
เป็นอย่างที่ผาคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เอื้องคำกับศรีออนปราดเข้ามาขวางหน้า ดอกสร้อยขอร้องให้หลีกทาง สองบ่าวนายกลับหลบให้อย่างว่าง่าย แต่พอจังหวะที่เธอเดินผ่าน เอื้องคำสั่งให้ศรีออนจับตัวไว้ ครั้นเห็นถ้วยแกงในมือเธอก็แย่งเอาไปยื่นให้ผาเพื่อที่เขาจะได้วุ่นวายกับถ้วยแกงไม่เข้ามายุ่ง แล้วจะเทพริกป่นลงบนมือ แต่ดอกสร้อยดิ้นรนจนเป็นอิสระผลักศรีออนล้มเสียก่อน เอื้องคำต้องรีบเข้ามาช่วยจับเธอไว้
“อีผี...ตั้งแต่แกเข้ามาในหมู่บ้านผีกะออกอาละวาดฆ่าคน พอแกไปปากน้ำโพมันก็หายไป แกต้องเลี้ยงผี”
“น้องสร้อยไม่ได้เลี้ยงผี ผู้ใหญ่สักแม่บัวศรีเห็นกันหมดแล้ว” ผาช่วยเถียงแทน เอื้องคำไม่เห็นกับตาตัวเอง จึงต้องพิสูจน์ด้วยการเป่าพริกใส่ สั่งให้ศรีออนลุกขึ้นมาจับดอกสร้อยไว้อย่าโอ้เอ้ ครั้นจับเธอไว้ได้ เอื้องคำรีบเทพริกลงบนมือจะเป่าใส่ ดอกสร้อยไวกว่าเป่าพริกได้ก่อน พริกเข้าหน้าเอื้องคำเต็มๆ ถึงกับร้องลั่น
“อ๊าย...แสบ อีศรีออน ช่วยกูด้วย น้ำ...น้ำล้างตา”
ศรีออนเหลียวหาน้ำแต่ไม่เจอ ผาหมั่นไส้ส่งถ้วยแกงสองใบในมือให้ เธอเอาไปราดหน้าเอื้องคำยิ่งทำให้ปวดแสบปวดร้อนหนักข้อขึ้น นายหญิงโกรธมากไล่ตบตีศรีออนอุตลุด ผายืนหัวเราะสะใจ แล้วนึกขึ้นได้ว่า
ศรีออนเอาแกงไปเทหมดแล้วจะเอาอะไรไปให้บัวศรี ดอกสร้อยจะกลับเรือนไปทำใหม่ก่อนจะเดินลิ่วออกไป...
ในเวลาเดียวกัน ที่กลางป่าใกล้บ้านผาหมอก ไกรยังมืดแปดด้านไม่รู้จะหาผีกะเจอได้อย่างไร ผินหยิบคัมภีร์โบราณส่งให้เปรื่องซึ่งพอมีวิชาอาคมติดตัว จะให้เป็นคนฝึกฝนวิชาตามกลิ่นสาบผี เนื่องจากผีกะตนนี้เป็นผีกะอาคมแม้ตะวันแจ้งก็ยังมีฤทธิ์เดชอยู่ หากบริกรรมคาถานี้ได้ก็จะจับกลิ่นสาบของมันได้
“ฉันจะเร่งฝึกท่องคาถาให้ได้” พูดจบเปรื่องรับคัมภีร์ไปจากมือผิน ขณะที่ไกรมองอย่างมีความหวัง...
อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ไอ้ใบ้เห็นพรานเวทย์จะเสกใบไม้เพื่อใช้นำทางไปหาผีตายโหงเข้าไปอาสาจะทำให้ แล้วเด็ดใบไม้มาบริกรรมคาถา พรานเวทย์กลับเอาใบไม้ใบนั้นทิ้งลงพื้น ก่อนจะเหยียบซ้ำ สั่งห้ามเขาอวดเก่งอีก จากนั้นพรานเวทย์เด็ดใบไม้มาเสกคาถาแล้วเป่าให้นำทางไป...
ในระหว่างที่พรานเวทย์กับไอ้ใบ้ออกล่าผีตายโหง ไกรเบื่อที่จะรอเปรื่องฝึกฝนวิชาตามกลิ่นสาบผี ขอออกไปเดินเล่นแถวนี้ก่อน เขาสำเร็จวิชาเมื่อไหร่ให้ผินร้องเรียกด้วยแล้วกัน
ooooooo
ที่เรือนผู้ใหญ่สัก ขณะผานำแกงฝีมือดอกสร้อยเข้าครัวไปช่วยตองนวลจัดสำรับ ดอกสร้อยกับบัวศรีมานั่งคุยกันที่ลานกลางเรือน เธอดีใจที่นอกจากบัวศรีจะเดินได้ยังกลับมาฟ้อนได้งามเหมือนเดิมอีกด้วย
“สร้อยได้ยินเขาลือว่าผีสิงแม่บัวศรี เขาว่ากันว่าผีตายโหงมันจะสิงคนเมื่อมันอาฆาตแค้น แม่บัวศรีของสร้อยไม่เคยทำผิดบาป ทำไมมันถึงสิงแม่”
“คนเราใช่จะดีไปเสียหมด ตัวแม่เองก็มีบาปติดตัว” บัวศรีหยุดนิ่งไปอึดใจ ก่อนตัดสินใจจะเล่าเรื่องในอดีตให้ดอกสร้อยรู้ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด ผู้ใหญ่สักเข้ามาถามเสียก่อนว่าคุยอะไรกันอยู่ท่าทางสนุก
“ฉันชวนดอกสร้อยคุยไปเรื่อย พี่สักจ๊ะ ดอกสร้อยทำแกงมาให้จ้ะ” บัวศรีเปลี่ยนเรื่องคุยหน้าตาเฉย ดอกสร้อยลอบมองเธอแปลกใจที่ไม่ยอมเล่าเรื่องผีตายโหงต่อหน้าผู้ใหญ่สัก...
ใบไม้อาคมไม่ได้นำทางไปหาผีตายโหง แต่กลับพาพรานเวทย์และไอ้ใบ้ไปหาผีกะ สองคนไม่ทันตั้งตัวถูกมันพุ่งใส่พากันหลบวุ่นวาย ก่อนมันจะวูบหายเข้าป่าลึก พรานเวทย์ตั้งหลักได้ตะโกนบอกไอ้ใบ้ให้ไล่ตาม แล้ววิ่งนำออกไป ไกรได้ยินเสียงเอะอะเหลียวมองตามเสียงเห็นทั้งคู่วิ่งไล่อะไรบางอย่าง รีบตามไปดู
อาจารย์กับลูกศิษย์ไล่ตามผีกะมาถึงน้ำตก แต่มันหายตัวไปแล้ว พรานเวทย์สั่งให้ไอ้ใบ้ไปดูทางโน้น ตนจะไปทางนี้เอง ไอ้ใบ้กลับยืนนิ่งไม่ขยับ เขาไม่พอใจที่มันไม่ทำตามคำสั่ง จะเข้าไปตบสั่งสอน มันคว้ามือไว้แล้วผลักกระเด็น พร้อมกับหัวเราะเสียงดังก้องป่า มือปราบผีมองปราดเดียวก็รู้ว่าไอ้ใบ้ถูกผีสิงจะคว้ามีดหมอจากในย่ามขึ้นมาจัดการ แต่มันกระชากเขาลงน้ำ
ผีกะโผล่หน้ามาดู ก่อนจะวูบหายไป ไกรรู้สึกว่ามีบางอย่างผ่านหน้าแต่ไม่เห็นอะไร จึงมองไปที่น้ำตก เห็นไอ้ใบ้กำลังเล่นงานพรานเวทย์จนเสียท่า ผีตายโหงในคราบไอ้ใบ้จับเขากดน้ำแต่ไกรเข้ามาช่วยไว้ทัน มันไม่พอใจหันมาเล่นงานท่านขุนหนุ่มแทน ทั้งคู่ต่อสู้กันเป็นพัลวัน...
ทางฝ่ายเปรื่องท่องคาถาจนจำขึ้นใจก็หันไปบอกผินว่างานที่ให้ทำสำเร็จแล้ว ผินสั่งให้เขาลองใช้วิชาที่เพิ่งฝึกเสร็จ เปรื่องหยิบเศษดินขึ้นมาบริกรรมคาถา แล้วขยี้จนเป็นผงก่อนจะมาแตะที่ปลายจมูก มีกลิ่นสาบโชยเข้ามา เขารีบชี้ไปยังทิศทางของกลิ่น แต่ครั้นไม่เห็นไกรอยู่แถวนั้นก็เร่งให้ตามหา...
ไอ้ใบ้กับไกรต่อสู้กันได้สักพัก ฝ่ายหลังเริ่มเพลี่ยงพล้ำเนื่องจากผีตายโหงกำลังมากกว่าต่อยเขา
เซถลา พรานเวทย์รีบหยิบมีดออกจากย่ามเดินเข้าหาผีตายโหงรู้ทันออกจากร่างไอ้ใบ้ แล้วสิงไกรแทน ไอ้ใบ้ถึงกับร่วงลงไปกองที่พื้น ขณะที่ไกรมองพรานเวทย์สายตากร้าว
“มึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก” ผีตายโหงในร่างไกรประกาศกร้าว
พรานเวทย์จะใช้มีดหมอเล่นงานไกร แต่เขาหลบหลีกได้ทัน สองฝ่ายต่อสู้กันดุเดือด พรานเวทย์สู้ไม่ได้วักน้ำจากน้ำตกขึ้นมาท่องคาถา เป่าใส่ไกรทำให้ถูกตรึงอยู่กับที่ แล้วถีบหงายหลัง เปรื่องกับผินและปันเข้ามาเห็นพรานเวทย์ถือมีดหมอในมือย่างสามขุมเข้าหาไกร รีบผลักเขาออก แล้วช่วยประคองไกรขึ้นมา
“เอ็งทำอะไรเกลอข้า” เปรื่องโวยวาย พรานเวทย์สั่งให้ถอยไป ไกรถูกผีตายโหงสิง
เปรื่องยังไม่ทันขยับถูกไกรบีบคอไว้ ปันกับผินต้องช่วยกันดึงเขาออก พรานเวทย์ท่องคาถาแล้วใช้ด้ามมีดกระแทกที่หัวไกรถึงกับล้มฟุบ วิญญาณผีตายโหงไปปรากฏตัวที่มุมหนึ่งในสภาพอ่อนแรง พรานเวทย์สั่งไอ้ใบ้เอาตะกรุดกระดูกผีกำราบมัน เขาได้แต่อึกอักเพราะไม่มีของอาคมที่ว่า ทำให้ผีตายโหงฉวยโอกาสหนีไปได้
ไอ้ใบ้ไม่กล้าสู้หน้าอาจารย์ รีบวิ่งไล่ตามผีตายโหง โดยมีพรานเวทย์ตามไปอีกทอดหนึ่ง ขณะที่เปรื่องมองไกรที่หมดสติด้วยความเป็นห่วง
ooooooo
ดอกสร้อยเห็นสมควรแก่เวลาก็ขอตัวกลับก่อน บัวศรีชวนเธอมาหาอีก ไม่ต้องทำอะไรติดมือมาฝากก็ได้ แค่มาคุยด้วยท่านก็ดีใจแล้ว ผู้ใหญ่สักขอบใจที่เธอมีน้ำใจทำอาหารมาฝากจึงสั่งให้ตองนวลไปเอาชาเมี่ยงให้ดอกสร้อยกับผาติดมือกลับเรือน ผาดีใจมากรีบเดินตามตองนวลไปยังเรือนครัว
ระหว่างรอผาอยู่ที่ลานหน้าเรือนผู้ใหญ่สัก ดอกสร้อยเห็นแม่ไก่กับลูกเจี๊ยบจิกอาหารกินอยู่ใต้ถุนเรือนก็เข้าไปเล่นด้วย ได้ยินเสียงผู้ใหญ่สักตามมาต่อว่าบัวศรีถึงห้องนอนที่ไม่รู้จักเก็บปากเก็บคำ เธอต่อว่าเขากลับให้บ้างที่เธอต้องทุกข์ทรมานมาแรมปีไม่ใช่เพราะเขาหรือ ดอกสร้อยที่อยู่ใต้ถุนเรือนสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกันเดินเข้าไปฟังใกล้ๆ ผู้ใหญ่สักสั่งให้บัวศรีหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว
“พี่กลัวฉันจะบอกคนอื่น พี่ก็ฆ่าฉันตายไปอีกคน”
ผู้ใหญ่สักโมโหที่ถูกท้าทายปรี่เข้าไปบีบคอบัวศรี เป็นจังหวะเดียวกับผาลงจากเรือนมาพร้อมกับตองนวลเห็นดอกสร้อยยืนลับๆล่อๆอยู่ก็ร้องทักเข้าไปทำอะไรใต้ถุนเรือน ผู้ใหญ่สักได้ยินเสียงผาก็ตกใจรีบปล่อยมือจากบัวศรี เดินมาที่หน้าต่าง เห็นดอกสร้อยเดินออกจากเรือนไปกับผา อึดใจเธอหันมามอง พอเห็นเขายืนจ้องอยู่ก็หันกลับแทบไม่ทัน ผู้ใหญ่สักมั่นใจว่าเธอต้องได้ยินอะไรบางอย่าง เบือนหน้ามาทางบัวศรี
“หลังจากนี้ไม่ต้องออกไปไหน แล้วก็ไม่ต้องให้ใครขึ้นเรือนมาอีก”...
ทันทีที่ไกรฟื้นคืนสติ เปรื่องเล่าให้ฟังว่าเขาถูกผีตายโหงสิง ถ้าตน ผินและปันตามไปช่วยไม่ทัน ป่านนี้พรานเวทย์คงฆ่าเขาไปพร้อมผีตนนั้นแล้ว ท่านขุนหนุ่มพยายามนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็จำได้ว่าเคยเจอมือปราบผีคนนี้ในคืนราหูอมพระจันทร์และเขาคือคนที่คิดจะฆ่าดอกสร้อย ทำให้ไกรอยากรู้เรื่องผีกะรีบลงจากเรือนไปตามหาเขา เปรื่องเป็นห่วงเพื่อนรักรีบตามติด...
ระหว่างทางกลับเรือน ดอกสร้อยคิดถึงแต่เรื่องบัวศรีกับผู้ใหญ่สัก ผาเห็นเธอเดินใจลอยถามว่าคิดอะไรอยู่ เธอโกหกว่าเปล่า จังหวะนั้น ม่อนมาชวนผาไปตัดไม้มาทำพิณตัวใหม่ เธอก็เลยต้องกลับเรือนเพียงลำพัง...
ทางฝ่ายพรานเวทย์ตามหาไอ้ใบ้จนเจอ ต่อว่าว่าทำไมถึงไม่เอาสร้อยตะกรุดกระดูกผีมาปราบผีตายโหง เขาทำมือทำไม้สื่อว่าไม่มีสร้อยเส้นนั้นแล้ว พรานเวทย์โกรธมากตรงเข้าเตะต่อยเขาไม่ยั้ง พร้อมกับคาดคั้นให้บอกว่าเอาสร้อยตะกรุดไปให้ใคร ก่อนที่ไอ้ใบ้จะสะบักสะบอมไปมากกว่านี้ ไกรเข้ามาห้ามไว้ทัน
“หมอพรานหยุดเถอะ มันจะอ่วมตายเสียก่อน”
พรานเวทย์ยังคงเตะต่อยไอ้ใบ้ต่อไปไม่สนใจเสียงห้ามปรามของไกร แล้วสั่งให้ลูกศิษย์มากราบเท้าขอโทษ ไอ้ใบ้ไม่อยากอยู่ใต้อำนาจของเขาอีกต่อไป รีบมาหลบหลังไกรอย่างต้องการที่พึ่ง พรานเวทย์โกรธจัดประกาศตัดขาดจากลูกศิษย์ไม่ต้องมานับถือกันอีก แล้วผละจากไปอย่างหงุดหงิด ไกรรีบเดินตาม
ไอ้ใบ้ร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะดีใจที่ไม่ต้องถูกพรานเวทย์กดขี่อีกต่อไป
ooooooo
ไกรตามพรานเวทย์จนทัน ถามว่ามาทำอะไรที่บ้านผาหมอก ได้ความว่ามาตามล่าผีกะ ครั้นเห็นไกรใกล้ๆเขาเริ่มจำได้กระชากไหล่เข้ามาถามถึงดอกสร้อย ไกรยืนยันว่าเธอไม่ได้เลี้ยงผีกะ พรานเวทย์ไม่สนใจคาดคั้นให้เขาบอกว่าเธออยู่ไหน ไกรกลัวเธอจะเป็นอันตรายก็เลยโกหกว่าเธอไปแล้ว เขาถึงได้ปล่อยมือ
“ข้าอยากให้หมอพรานช่วยล่าผีกะ ตัวที่มันฆ่าพ่อฉัน”
“ข้าไม่สนใจว่ามันจะฆ่าใคร แต่ข้าจะล่ามันทุกตัวและดับวิญญาณไอ้ตัวนั้น เอ็งระวังตัวให้ดี เอ็งโดนผีตายโหงมันสิงได้ครั้งหนึ่งมันก็จะกลับมาสิงเอ็งอีก” ว่าแล้วพรานเวทย์เดินจากไป ทิ้งให้ไกรกังวลใจอยู่ตรงนั้น...
ผีกะเห็นดอกสร้อยอยู่เพียงลำพังปรากฏกายขึ้นตรงหน้า ขอร้องเธอยอมให้ตนเข้าสิงแล้วจะตอบแทนให้สาสม เธอยืนกรานจะไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจของมันอีก ผีกะโมโหพุ่งเข้าใส่กลับถูกฤทธิ์เดชของสร้อยตะกรุดกระดูกผีที่เธอห้อยคออยู่กระเด็นลงไปกองกับพื้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ดอกสร้อยไม่รอช้ารีบเดินหนี
“ข้าจะฆ่าพวกเอ็งให้ตาย” ผีกะตะโกนขู่ไล่หลัง
ดอกสร้อยสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เร่งฝีเท้ากลับเรือนเร็วขึ้นอีก อารามรีบร้อนไม่ทันดูทาง เธอชนเข้ากับไกรอย่างจัง เขาสงสัยว่าเธอหนีอะไรมา เธอไม่กล้าเล่าเรื่องผีกะ ได้แต่โกหกว่าไม่มีอะไร แล้วขยับจะไปไกรรีบตามไปขวางไว้ เล่าเรื่องพรานเวทย์ที่เคยคิดจะฆ่าเธอในคืนราหูอมจันทร์ ตอนนี้มาอยู่ที่บ้านผาหมอก แล้วและกำลังตามล่าผีกะ ตนกลัวเขาจะทำร้ายเธอ
“พี่คลายใจเถอะ ไม่มีผีตนใดสิงในกายสร้อย หมอพรานก็มิควรทำร้ายปลิดชีวิตสร้อย”
“แต่พี่ห่วงหมอพรานจะมุทะลุเหมือนมื้อก่อน”
“หากพรานเวทย์จะทำเช่นนั้น พี่ไผ่คงปกป้องดูแลสร้อยได้” คำพูดของดอกสร้อยทำให้ไกรจำต้องรักษาระยะห่างจากเธอ และปล่อยให้เธอเดินจากไป...
ครั้นกลับถึงเรือน ดอกสร้อยเล่าเรื่องพรานเวทย์ให้พ่อฟัง รวมทั้งเรื่องที่ผีกะขู่อาฆาตเธออีกด้วย เธอไม่กลัวมันจะทำอันตรายเพราะมีสร้อยตะกรุดกระดูกผีคอยปกป้องแล้วเร่งให้พ่อกลับเขลางค์นครโดยเร็ว
“พ่อจำบอกทุกคนให้เตรียมตัว เราจะกลับเรือนของเรา”...
ดอกสร้อยเก็บเอาคำขู่ของผีกะไปฝันร้ายว่ามันบุกขึ้นเรือนมาฆ่าฟองจันทร์ คำป้อนเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นเธอถูกผีกะกัดกินก็ร้องเอะอะ ดอกสร้อยได้ยินเสียงร้องของพ่อรีบกำสร้อยตะกรุดกระดูกผีที่ห้อยบนคอไว้แน่น แล้วเดินไปยังต้นเสียง เห็นผีกะใช้เล็บยาวน่าเกลียดน่ากลัวจ้วงแทงท้องคำป้อนลากเอาไส้มากัดกิน เธอตกใจสุดขีดร้องเรียกพ่อเสียงลั่น ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมามีเหงื่อท่วมตัว มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันร้าย
จังหวะนั้นฟองจันทร์เข้ามาจะเอาเรื่องที่เธอร้องโวยวายเรียกพ่อจนทำให้ตนต้องตื่น เธอขอโทษฟองจันทร์ด้วย เธอฝันร้ายเห็นฟองจันทร์กับคำป้อนถูกผีกะทำร้าย ซอมพอได้ยินดอกสร้อยเล่าถึงความฝันก็ตกใจ ดอกสร้อยเป็นห่วงพ่อมาก ถามว่าอยู่ไหน พอรู้ว่าท่านเข้าป่าไปตัดหวายมารัดของ รีบไปตามหา
“นังดอกสร้อยกลับมาก่อน อีนี่แกล้งข้าแล้ววิ่งหนีไป ข้ากำลังหลับสบาย” ฟองจันทร์โวยวายไล่หลัง
ซอมพอไม่สบายใจรีบเล่าให้แม่ฟังว่าฝันร้ายเห็นผีกะฆ่าแม่กับพ่อ ฟองจันทร์เองก็ฝันเห็นผีกะเช่นกัน สองแม่ลูกชักใจคอไม่ดีที่ฝันร้ายเรื่องเดียวกัน
ooooooo










