ข่าว

วิดีโอ



สาปดอกสร้อย

อ่านเรื่องย่อ

แนว: พีเรียด-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ลายน้ำ

กำกับการแสดงโดย: ธนาพล ผังดี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วงศกร ปรมัตถากร,ทิสานาฎ ศรศึก

ไกรออกจากห้องแต่เช้า ไม่เห็นทั้งพรานเวทย์ทั้งไอ้ใบ้ ถามจากเปรื่องก็ไม่ได้ความอะไร นวลแนะ ให้เขาลองถามศรีออนดู เห็นเตลิดเข้าดงพงป่ากับไอ้ใบ้ยาวจนตะวันลับคุ้งถึงกลับ ไกรหันไปถามศรีออนที่นั่งบิดอย่างเขินอายว่าพรานเวทย์ไปไหน

“ศรีออนบ่เห็นเจ้า ส่วนพี่ใบ้ออกไปทางโน้นเจ้า”

ท่านขุนหนุ่มเดินไปตามทางที่ศรีออนชี้โดยมีเปรื่องตามไปด้วย นวลสบช่องเข้ามาเลียบๆเคียงๆถามเธอว่าเมื่อวานหายไปขุดเผือกขุดมันกับไอ้ใบ้มาหรือ เธออายหน้าแดงปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ขุด เขาขุดคนเดียว

“เผือกมันบ้านนี้ท่าจะหวาน มื้อหน้าข้าจะให้ไอ้ใบ้พาไปขุดให้สนุกใจ”

“ไม่ได้...ยายอย่ามายุ่งกับเผือกกับมันของผัวข้า” ศรีออนสะบัดหน้าใส่แล้วผละจากไป นวลมองตามหมั่นไส้ที่เธอเรียกไอ้ใบ้ว่าผัวเต็มปากเต็มคำ...

ที่มุมหนึ่งของหมู่บ้าน ขณะพรานเวทย์กำลังครุ่นคิดหนักถึงวิธีปราบผีกะโดยมีไอ้ใบ้คอยดูแลรับใช้ไม่ห่าง ไกรเดินนำเปรื่องเข้ามาไหว้ขอร้องพรานเวทย์ช่วยดอกสร้อยให้พ้นภัยจากผีกะก่อนราหูจะกินจันทร์

“อาคมที่ข้ามีมิสู้ได้ มีหนทางเดียวก็คือปลุกเสกดวงวิญญาณใหม่ต่อกรสู้กับมัน”

เปรื่องอยากรู้จะเป็นดวงวิญญาณของศพใด พรานเวทย์ต้องใช้ดวงวิญญาณที่หลุดออกจากร่างในขณะรู้ตัว นั่นคือต้องฆ่าคนคนนั้นโดยฉับพลันแล้วปลุกเสกวิญญาณขึ้นมาทันที ทั้งไกร เปรื่องและไอ้ใบ้ต่างตกใจกับวิธีการของเขา ไกรตั้งสติได้อาสาจะเป็นคนคนนั้นให้เอง พรานเวทย์อึ้งที่ไกรยอมสละชีวิตตัวเอง

“ฉันกราบล่ะพ่อพราน อย่ามีลังเลเอาวิญญาณฉันไปช่วยดอกสร้อย”

ทันใดนั้น ไผ่ปรี่เข้ามาเสนอให้ใช้วิญญาณของตนแทน ไกรไม่ยอม ยืนยันหนักแน่นพร้อมจะตายเพื่อหญิงที่เขารัก ไผ่เตือนสติไกร หากพรานเวทย์ช่วยกระชากวิญญาณผีกะออกมาได้ ดอกสร้อยเป็นอิสระแล้วใครจะอยู่ดูแล ไกรถึงกับพูดไม่ออก

“เอ็งรักสร้อยและสร้อยก็รักเอ็ง หากมีคนต้องตาย คนนั้นต้องเป็นข้า คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชาย ข้าเห็นแก่ตัว รั้งสร้อยและทำให้เสียการหลายครานักแล้ว คนที่มีรัก และเสียสละใหญ่อย่างเอ็ง คู่ควรจะเคียงหมอนกับสร้อย” ว่าแล้วไผ่เข้ามากราบพรานเวทย์ขอให้ช่วยดอกสร้อยด้วย เขาหยิบคัมภีร์โบราณออกจากย่าม

“ข้ามิเคยใช้คาถาอาคมนี้ ข้ามิมั่นใจจะปลุกเสกเอ็งสัมฤทธิผล”

ไผ่ยินดีสละชีวิตหากช่วยให้ดอกสร้อยเป็นอิสระจากผีกะ ไกร เปรื่องและไอ้ใบ้ซาบซึ้งใจกับสิ่งที่เขาทำ

ooooooo

ระหว่างไผ่เดินกลับเรือน ไกรเข้ามาเรียกไว้ ไผ่รีบบอกว่าอย่าคิดมาห้ามตนให้ยาก ชีวิตของตนยินดีจะยกให้ดอกสร้อย และที่ตนเสียสละก็ไม่ใช่เพราะตนรักเธอมากกว่าเขา

“ข้าศรัทธาในรักของเอ็งที่มีต่อสร้อย หากพวกเราช่วยสร้อยได้ถึงฝั่งข้าจะบอกสร้อยว่าชีวิตของสร้อยเกิดใหม่ได้เพราะชีวิตเอ็งหนุนนำ เอ็งคือเทวดามาต่อลมหายใจให้สร้อย ข้าขอกราบใจเอ็งไอ้เกลอ” พูดจบไกรโผกอดไผ่ร้องไห้ เปรื่องที่ยืนดูไม่ห่างนักน้ำตาซึมไปด้วย ไผ่ดันตัวเขาออก

“ตะวันใกล้ลับ เหลือเวลาไม่เยอะนัก ข้าต้องไปลาพ่อ ไอ้ผา ไอ้ม่อน” ว่าแล้วไผ่ผละจากไป เปรื่องเข้ามาบอกไกรว่าตนนับถือน้ำใจของไผ่เช่นกัน ไกรปาดน้ำตาทิ้งชวนเขาไปตะลุยป่าไล่ล่าปลิวกับผู้ใหญ่สัก ตัวการที่ทำลายทุกสิ่ง...

คนที่ไกรกับเปรื่องออกตามล่ากำลังหักหลังกันเอง ปลิวอาศัยจังหวะที่ผู้ใหญ่สักนอนหลับ เอาเชือกมัดขาติดกับต้นไม้ไว้ ครั้นเขาตื่นขึ้นมาแปลกใจที่ตัวเองถูกล่าม ร้องถามว่ามัดเขาทำไม ปลิวไม่ยอมตอบอะไรได้แต่หัวเราะสะใจ...

อีกมุมหนึ่งใกล้ลำธาร ฟองจันทร์วิ่งหนีจนคอแห้งผาก ได้ยินเสียงน้ำไหลรีบไปที่ลำธารเพื่อดื่มน้ำและล้างหน้าล้างตาแต่แล้วร่างไร้วิญญาณของเอื้องคำลอยอืดมาตรงหน้า เธอสะดุ้งโหยงผลักร่างนั้นออกห่าง แล้วรีบขึ้นจากน้ำ นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้ดื่มน้ำที่แช่ศพผี อ้วกออกมาแทบไม่ทัน...

ฝ่ายซอมพอ ผากับม่อนรู้ความจริงว่าไผ่ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยดอกสร้อยต่างร้องไห้โผกอดเขาไว้ ไผ่ต้องขอร้องทั้งสามคนไม่ให้ร้องไห้ ควรยินดีและภูมิใจในตัวเขาถึงจะถูก ตอนนี้เขาต้องการกำลังใจจากทุกคนเพื่อไปปราบผีกะ ทุกคนฝืนยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา แต่แล้วไผ่กลับเป็นฝ่ายร้องไห้เสียเอง คำป้อนเข้ามาตบไหล่เขาปลอบใจ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ลูกของตน แต่ตนก็รักเหมือนลูก ไผ่คุกเข่าลงตรงหน้าคำป้อน

“ฉันเกิดมาก็อาภัพพ่อแม่ตาย พ่อชุบเลี้ยงฉัน นี่เป็นหนทางเดียวที่ฉันจะตอบแทนบุญคุณพ่อ ฉันมากราบลาพ่อ หากฉันเลือกเกิดได้ ฉันขอเกิดมาเป็นลูกของพ่อทุกชาติไป”

คำป้อนโอบกอดไผ่ไว้ร้องไห้ ซอมพอ ผาและ ม่อนพลอยน้ำตาร่วงไปด้วย...

ในเวลาเดียวกัน ไกรกับเปรื่องแกะรอยตามพวกปลิวมาถึงจุดที่หนานอินถูกผีกะฆ่าตาย พบรอยเลือดเป็นกองๆกระจายอยู่ มีเศษผ้าฉีกขาดเปื้อนเลือดตกอยู่ ไกรหยิบขึ้นมาพิจารณา น่าจะเป็นของหนานอิน เปรื่องสำรวจดูโดยรอบไม่เห็นเศษกระดูก แสดงว่าผีกะกินเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ซาก

“มีเลือดกองเดียว ผู้ใหญ่สักกับไอ้ปลิวยังไม่ตาย” ไกรว่าแล้วออกตามล่าทั้งคู่ต่อไป

ooooooo

ไม่ห่างกันนัก ปลิวจับผู้ใหญ่สักมัดขึงพืดแล้วเดินไปหยิบห่อผ้าใส่ทองคำของเขาขึ้นมา ในเมื่อเขาต้องตายก็คงไม่ต้องใช้สมบัติเหล่านี้ ตนจะเอาไปใช้ให้เอง

“เอ็งช่วยข้าทำไม เอ็งคิดฆ่าข้าก็ปล่อยให้ข้าถูกผีกะมันกินไปพร้อมกับไอ้หนานอิน”

“ข้ามิได้มีใจช่วย ข้าเอาเอ็งมาล่อเป็นเหยื่อ ถ้าผีกะมันมา มันก็กัดกินเอ็ง คงถ่วงเวลาให้ข้าหนีข้ามเขาผาหมอก” ปลิวว่าแล้วหยิบกรงเล็บสัตว์ที่ผู้ใหญ่สักใช้ฆ่าทองขึ้นมาสวมมือไว้ เจ้าของกรงเล็บถึงกับตาเหลือก พยายามร้องขอชีวิตแต่ปลิวไม่สนใจจ้วงแท้งท้องเขาถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

เสียงร้องนั้นดังมาถึงหูของไกรกับเปรื่องที่กำลังแกะรอยอยู่ รีบกระชับดาบในมือ วิ่งไปยังต้นเสียง...

ปลิวตะปบกรงเล็บลงไปที่ท้องผู้ใหญ่สักอีกครั้ง ความเจ็บปวดแผ่ไปทั่วร่าง เขาทั้งร้องทั้งดิ้นทุรนทุราย ปลิวกลับยิ้มมีความสุขที่ได้ฟังเสียงร้องของเขา

“ข้าไม่ฆ่าเอ็งหรอก เพราะเอ็งต้องทรมานเป็นอาหารของผีกะ” ปลิวคว้าดาบมาตัดเชือกที่มัดมือผู้ใหญ่สักออกทั้งสองข้าง แล้ววางกรงเล็บสัตว์ไว้ข้างตัวเขา สำหรับเป็นอาวุธสู้กับผีกะจะได้สมน้ำสมเนื้อกัน จากนั้นเดินไปหยิบห่อผ้าใส่ทองคำ ก่อนจะเดินจากไป ผู้ใหญ่สักแค้นมากแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ตะโกนด่าหยาบๆคายๆ

กลิ่นคาวเลือดทำให้ผีกะซึ่งนอนหลับอยู่ในถ้ำ ตาลุกวาวขึ้นมาทันที...

ทางด้านศรีออนเห็นไอ้ใบ้จะลงจากเรือนรีบเข้าไปควงแขนตามติดไปไหนไปด้วย นวล ผินและปันเข้ามาบอกเขาว่าพรานเวทย์เรียกหา ตอนนี้รออยู่ท้ายหมู่บ้าน ไอ้ใบ้พยักหน้ารับรู้ ขยับจะไป ศรีออนจะตามไปด้วยแต่นวลดึงแขนไว้ พรานเวทย์สั่งให้ไอ้ใบ้ไปคนเดียว เขาหันมาจับมือศรีออน รับปากจะรีบกลับมาแล้วจูบหน้าผากหนึ่งฟอดเป็นเหมือนคำมั่นสัญญา ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกไป ศรีออนหันมาทางผิน

“น้าผินรู้ไหม พ่อพรานมีความกระไร”

“ข้าไม่รู้ ท่าจะสำหลักสำคัญ”

จากนั้นไม่นาน ไอ้ใบ้มาถึงท้ายหมู่บ้าน เห็นพรานเวทย์นั่งหลับตาทำสมาธิ รีบคลานเข้าไปหา เขาลืมตาขึ้นมอง แล้วหันไปคว้าคัมภีร์โบราณยื่นให้ศิษย์รัก

“ข้าไม่เคยใช้วิชาปลุกดวงวิญญาณเช่นนี้มาก่อน ต้องใช้พลังมหาศาล เอ็งต้องช่วยข้า”

ไอ้ใบ้ตื่นเต้นดีใจที่อาจารย์เห็นความสำคัญ ยินดีจะช่วยเต็มที่ พรานเวทย์กำชับหากตนตายไป ย่ามกับของในนี้ยกให้เขาทั้งหมด ไอ้ใบ้ปัดมืออาจารย์ออกไม่อยากได้ของพวกนี้ อยากให้ท่านปลอดภัยมากกว่า

“ข้ารู้ว่าเอ็งอยากเป็นพรานที่เก่งฉกาจ เอ็งมิต้องไปลักขโมยวิชาให้ผิดบาปกลายเป็นผีกะ ข้าจะมอบวิชาทั้งหมดให้เอ็ง...เอ็งเป็นลูกศิษย์ข้า” พรานเวทย์ยัดเยียดย่ามกับคัมภีร์ให้ ไอ้ใบ้รับมาทั้งน้ำตาแห่งความดีใจที่อาจารย์วางใจ เอาย่ามกับของวางไว้แล้วยกเท้าอาจารย์ขึ้นมาวางบนหัว ส่งเสียงแบะๆเป็นทำนองว่า

“อาจารย์ต้องไม่ตาย ข้าจะช่วยอาจารย์กำราบมัน”

พรานเวทย์ลูบหัวศิษย์รักด้วยความเอ็นดูเป็นครั้งแรกในชีวิต สั่งให้เขาเช็ดน้ำตาแล้วรีบฝึกวิชาก่อนตะวันตกดิน ไอ้ใบ้รับคำหนักแน่นจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง...

ผีกะพุ่งออกจากถ้ำมาปรากฏตัวบนโขดหินใกล้น้ำตก จ้องมองไปยังตำแหน่งที่ได้กลิ่นเลือดของผู้ใหญ่สัก

ooooooo

ฟองจันทร์กึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อจะหนีไปให้พ้นบ้านผาหมอก พึมพำกับตัวเอง ข้ามเขาลูกนี้ไปก็จะพ้นหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว เธอหันกลับไปมองทางที่เดินจากมา

“พวกเอ็งมันโง่ ทั้งผัวทั้งลูกไม่รักดี” คิดถึงผัวกับลูกขึ้นมาฟองจันทร์เจ็บปวดใจมาก แกะห่อผ้าหยิบสมบัติออกมาดู “ไม่มาก็ดี ข้าจะได้ใช้เงินทองคนเดียว กลับไปคราวนี้ ข้าก็จะกลายเป็นแม่เลี้ยง มีคนนับหน้าถือตาที่สุดในหมู่บ้าน” ฟองจันทร์ยิ้มพอใจเก็บข้าวของใส่ห่อผ้า แล้วก้าวเดินต่อไป แต่ดันก้าวพลาด ตกลงไปในหลุมดักสัตว์ที่พรานเอาใบไม้มาคลุมอำพรางไว้ ถึงกับร้องเสียงหลง...

ด้านผู้ใหญ่สักหวาดระแวงผีกะจะมากัดกิน คว้ากรงเล็บสัตว์มาสวมมือไว้ แล้วใช้มันตัดเชือกที่มัดข้อเท้าข้างซ้ายจนเชือกขาด กำลังจะตัดเชือกข้างขวา แต่มีเสียงขู่ฟ่อดังขึ้นเสียก่อน เขาหันมองตามเสียงเห็นงูเห่าแผ่แม่เบี้ยใส่ก็ตกใจ พยายามรวบรวมสติส่งเสียงไล่ งูเห่ากลัวเสียงดังเลื้อยหนี

พลันมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ผู้ใหญ่สักหันมองถึงกับผงะเมื่อเห็นผีกะแสยะยิ้มเดินเข้าหา เขารีบใช้กรงเล็บสัตว์ตัดเชือกที่ขาข้างขวา แต่ไม่ทันใจรีบคลานไปหยิบดาบมาฟันเชือกขาด แล้วใช้ดาบพยุงตัวต่างไม้เท้าวิ่งหนี ผีกะหักเล็บตัวเองปาใส่ เล็บปักกลางหลัง ผู้ใหญ่สักทรุดลงกับพื้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

ไกรกับเปรื่องซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนักได้ยินเสียงร้องก็เร่งฝีเท้าขึ้นอีก...

ผีกะย่างสามขุมเข้าหาผู้ใหญ่สักซึ่งคว้าดาบขึ้นมาปัดป้อง มันหักเล็บตัวเองอีก ปาใส่ข้อมือทั้งสองข้างของเขา เล็บตรึงเขาไว้กับพื้นทำให้หมดทางหนีและต่อสู้ เป็นจังหวะเดียวกับไกรและเปรื่องวิ่งมาถึงบริเวณนั้น ผู้ใหญ่สักดีใจร้องเรียกให้ช่วย แต่ไม่มีใครไม่ได้ยิน สองเกลอวิ่งเลยตัวเขาออกไปหน้าตาเฉย

“ช่วยข้าด้วย ข้าอยู่นี่” ผู้ใหญ่สักตะโกนสุดเสียง ทั้งคู่ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง

ผีร้ายหักเล็บตัวเอง วางบนท้องผู้ใหญ่สัก ทันใดนั้นเล็บงอกยาวแทงทะลุท้องเสียงร้องโหยหวนดังลั่น เลือดสดๆไหลออกจากปากและจมูกของเขา...

ขณะที่ผู้ใหญ่สักนอนหายใจรวยรินอยู่กลางป่า ซอมพอแอบดูการทำพิธีของพรานเวทย์ โดยมีคำป้อน ผาและม่อนนั่งเล่นดนตรีอยู่ใกล้ๆ พลันมีเสียงขลุ่ยดังขึ้น เธอหันมองตามเสียงเห็นไผ่เป่าขลุ่ยอยู่กลางลานพิธี เป่าขลุ่ยไปเขาคิดถึงเหตุการณ์ระหว่างตัวเองกับดอกสร้อยไปด้วย น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม

พรานเวทย์ยืนบริกรรมคาถาอยู่ที่มุมหนึ่ง มีไอ้ใบ้ถือมีดอยู่ในมือคอยทำหน้าที่เพชฌฆาตฆ่าไผ่ อาจารย์มองสบตากับลูกศิษย์เหมือนเป็นสัญญาณบางอย่าง เขาพยักหน้ารับคำ ใช้มีดแทงไปที่หัวใจของไผ่ เสียงขลุ่ยกับเสียงดนตรีเงียบกริบ ทุกคนรู้ทันทีว่าไผ่ตายแล้ว คำป้อน ผาและม่อนรีบประคองร่างไผ่ไว้ไม่ให้ล้มลงดิน

“พวกเอ็งเร่งเอาศพมันไปเผา จำต้องทำลายร่างนี้เพื่อให้ดวงจิตของมันร้อนยิ่งกว่าเปลวไฟ”

สิ้นเสียงพรานเวทย์ เกิดลมพัดกระโชก ทุกคนรู้สึกได้ว่านั่นคือดวงวิญญาณของไผ่ที่ออกจากร่าง จอมขมังเวทย์สั่งไอ้ใบ้ หากตะวันตกดินเมื่อไหร่ เขาจะต้องทำพิธีปลุกดวงวิญญาณไผ่กับตน

ooooooo

ไกรแปลกใจมากที่หาตัวผู้ใหญ่สักไม่เจอทั้งที่ได้ยินเสียงใกล้ๆ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เปรื่องตั้งข้อสังเกตหรือเราโดนผีบังตา คิดได้ดังนั้น เขาหยิบกระบอกไม้ไผ่มาเทน้ำใส่มือ บริกรรมคาถาก่อนจะเอามาล้างหน้าตัวเอง แล้วหันไปยังทิศทางที่เดินผ่าน เห็นผู้ใหญ่สักนอนอยู่

“ข้าเจอแล้ว เอ็งตามข้ามา” เปรื่องวิ่งลิ่วกลับไปทางเก่าโดยมีไกรตามติด

กระทั่งมาเจอร่างผู้ใหญ่สักนอนจมกองเลือด ไกรเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เขาคว้าขาเอาไว้ ท่านขุนหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง ผู้ใหญ่สักร้องขอให้ช่วยเขาด้วย ไกรนึกถึงเหตุการณ์ที่พ่อถูกเขาฆ่าตาย เงื้อดาบขึ้นจะฟัน แต่สุดท้ายลดดาบลง เปรื่องแปลกใจ คิดว่าเขาจะล้างแค้นให้พ่อ

“ข้าไม่ยอมเปื้อนเลือดชั่วของมัน แม้ข้าเอามันไปรับผิดไม่ได้ แต่กรรมเล่นงานมันแล้ว” ไกรพูดจบ ขยับขาออก ผู้ใหญ่สักจะคว้าขาเขาอีกแต่สิ้นใจเสียก่อน เปรื่องมองไปรอบๆไม่เห็นร่องรอยของปลิว ไกรตั้งข้อสังเกต

“มันคงเตลิดไปไกลแล้ว...มันน่าพิกลที่เราเพิ่งผ่านทางนี้ แต่กลับไม่เห็นผู้ใหญ่”

“ข้าบอกเอ็งแล้วไง ผีบังตา”

ไกรกับเปรื่องฉุกคิดได้พร้อมกัน เงยหน้ามองไปบนต้นไม้ ผีกะพุ่งเข้าหาคำรามเสียงน่ากลัว ไกรคว้าตัวเปรื่องวิ่งหนี ผีกะแสยะยิ้มมองตาม...

ตกค่ำซอมพอกับตองนวลถือคบไฟเดินนำบัวศรีจะไปที่ลานพิธี เจอกับศรีออนที่ถือคบไฟมากับแม่แสงและนวล ซอมพอร้องทักจะไปไหนกัน ได้ความว่าศรีออนกับพวกจะไปช่วยพรานเวทย์ ตองนวลนิ่วหน้าสงสัย

“พวกเอ็งมีวิชาอาคมช่วยได้รึ ประเดี๋ยวก็ถูกผีกะกินหรอก”

แม่แสงรีบออกตัว ถึงไม่มีวิชาอาคมติดตัว แต่จะให้ซ่อนหน้าหวาดผวาอยู่แต่ในเรือนก็ใช่ที่ จึงคิดจะไปช่วยดอกสร้อยให้พ้นจากการเป็นทาสของผีกะ บัวศรีเองก็คิดแบบเดียวกัน แม้เป็นหญิงก็ใช่จะสิ้นความหมาย ถึงแรงกายจะสู้ไม่ได้ แต่จะส่งแรงใจไปช่วย

ระหว่างนั้นมีพวกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งหอบผ้าหอบผ่อนจะออกจากหมู่บ้าน ซอมพอร้องถามจะไปไหนกัน หัวหน้าชาวบ้านอ้างว่าอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ไหว หากพรานเวทย์ปราบผีกะไม่ได้ มันจะกัดกินพวกเราหมดหมู่บ้านแน่นอน ศรีออนต่อว่าชาวบ้านที่คิดจะหนีเอาตัวรอดแทนที่จะอยู่ช่วยกันก่อน

“เอ็งไม่อายพวกคนต่างถิ่นรึ เขายังมีใจสู้ ร่วมปกป้องบ้านผาหมอก” บัวศรีช่วยต่อว่าอีกแรงหนึ่ง

“พวกข้าไม่อยากตาย”

นวลกลัวตายเหมือนชาวบ้าน แต่หากต้องตายก็ขอตายอย่างคนไม่ใช่หมาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แล้วชวนพวกของตัวเองให้ไปกันได้แล้ว หัวหน้าชาวบ้านไม่สนใจ เดินนำลูกบ้านออกไปอีกทางหนึ่ง

ooooooo

ที่ลานพิธี พรานเวทย์กับไอ้ใบ้นั่งหลับตาบริกรรมคาถา มีตุ๊กตาขี้ผึ้งปั้นเป็นตัวไผ่ใส่พานวางไว้ตรงกลางระหว่างทั้งคู่ โดยมีสายสิญจน์สีดำผูกไว้ ผาที่เฝ้ามองพิธีอยู่กับคำป้อนและม่อน บ่นทั้งน้ำตา ถ้าวิญญาณไผ่ไม่กลับมา การตายของเขาอาจจะตายเปล่าก็ได้ ม่อนคิดคล้อยตาม

“มันก็จริงของเอ็ง นี่ก็นานแล้ว ยังไม่เกิดอะไรขึ้นเลย”

ผิดกับคำป้อนที่ยังมั่นใจว่าถึงอย่างไรวิญญาณไผ่จะต้องกลับมา...

ขณะที่ทุกคนลุ้นกันตัวโก่งว่าพิธีดับวิญญาณไผ่ของพรานเวทย์จะได้ผลหรือไม่ ไกรกับเปรื่องวิ่งหนีมาเจอผีกะดักหน้า ครั้นหันหลังจะวิ่งกลับก็เจอมันขวางทางอีก ก่อนที่ผีกะจะเล่นงานทั้งคู่ เกิดเปลวไฟลุกโชติช่วงล้อมตัวมันไว้ ผินวิ่งนำปันเข้ามาหาไกรกับเปรื่อง

“ข้าออกตามเพราะเห็นพ่อไกรลับตาไปสอง สามนาน ข้าใช้มนต์ไฟสกัดไว้ได้มินาน”

ปันเตือนให้ผินหยุดคุยได้แล้ว เร่งไปหาพรานเวทย์ก่อนที่ผีกะจะหนีจากมนต์ไฟ ทุกคนรีบหนีทันที สักพักผีกะที่อยู่ในวงล้อมของไฟร่ายคาถาทำให้เกิดลมพัดแรง พัดมนต์ไฟดับ แล้วหายตัววับไป...

ระหว่างทางไปลานพิธี เกิดลมพัดวูบเข้ามาพร้อมกับกลิ่นสาบ ศรีออน นวลและตองนวลเหม็นแทบอ้วก อยู่ๆลมสงบ แต่กลิ่นสาบไม่หายไปไหน นวลลองดมไปทั่วเพื่อหาที่มาของกลิ่น ในที่สุดก็เจอ

“ชัดแล้ว กลิ่นเหม็นอยู่ตรงนี้” นวลเงยหน้ามอง แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นผีกะอยู่ตรงหน้า มันเงื้อเล็บจะแทง แต่ผินกับปันช่วยกันหิ้วปีกเธอหนีมาได้ ไกรและเปรื่องควงดาบเข้าหาผีกะ พร้อมกับตะโกนบอกให้ทุกคนหลบไป ซอมพอ ศรีออนและแม่แสงเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้าต้องตกใจที่เห็นราหูเริ่มกินจันทร์

“ถ้าราหูกินจันทร์จนมิดดวง พี่สร้อยก็ต้องตาย” ซอมพอใจคอไม่ดี

ผีกะเห็นทุกคนมัวแต่มองท้องฟ้าก็พุ่งเข้าหา ไกรกับเปรื่องใช้ดาบกันไม่ให้มันเข้าใกล้ ผีกะแรงเยอะกว่า กระแทกทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง ไกรเงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นราหูกินจันทร์ไปครึ่งดวงก็ยิ่งเป็นห่วงหญิงคนรัก คว้าดาบเข้าไปต่อสู้กับผีกะ เปรื่องเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง แต่ต้านไม่ไหวถูกฟาดลงไปกองกับพื้น

ก่อนที่ราหูจะกินจันทร์หมดดวง มีเสียงตีเกราะเคาะไม้ดังขึ้น ไกรกับพวกหันมองตามเสียง เห็นกลุ่มชาวบ้านที่เคยคิดจะหนีต่างถือเกราะเคาะไม้ทำให้เกิดเสียงดังขับไล่ราหู

“พวกเราไม่ทิ้งบ้าน พวกเราจะช่วยกัน” หนึ่งในชาวบ้านตะโกนโหวกเหวก เสียงเคาะไม้ทำให้ราหูตกใจเริ่มคายจันทร์ออก ชาวบ้านเห็นดังนั้นก็เร่งให้ซอมพอกับพวกช่วยกันตีเกราะเคาะไม้ดังๆ

ซอมพอ ศรีออน ตองนวลกับนวล รวมทั้งแม่แสงและบัวศรีร่วมแรงร่วมใจกับพวกชาวบ้านเคาะไม้เสียงดังสนั่น ผีกะเห็นราหูกำลังคายจันทร์ คำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด แล้วพุ่งใส่ไกรกับเปรื่อง

สองเกลอกำลังจะเสียทีให้ผีร้าย แต่ผินกับปันแหย่คบไฟขวางไว้ ผีกะพ่นลมใส่ เกิดเปลวไฟย้อนไปหาปันกับผินจนต้องทิ้งคบไฟ แล้วช่วยกันประคองไกรกับเปรื่องหลบออกมา ศรีออนเห็นราหูเคลื่อนพ้นจากดวงจันทร์ก็ตะโกนลั่นด้วยความดีใจ

“ราหูคายจันทร์หมดแล้ว”

“แต่ถ้ากำราบผีกะไม่ได้ พี่สร้อยก็ต้องตาย”

ซอมพออดเป็นห่วงพี่สาวไม่ได้

ooooooo

ไอ้ใบ้กับพรานเวทย์ยังคงนั่งหลับตาเร่งบริกรรมคาถา ทันใดนั้นตุ๊กตาขี้ผึ้งในพานเริ่มสั่น ก่อนจะเกิดเปลวไฟลุกโชน ตุ๊กตาเริ่มละลายกลายเป็นขี้ผึ้งเหลวๆ ผาตกใจร้องเอะอะ

“ดวงวิญญาณไอ้ไผ่ดับแล้ว”

พรานเวทย์ลืมตาขึ้นมอง “มันดับเพื่อเกิดใหม่”

คำป้อน ผากับม่อนต่างดีใจที่พิธีดับวิญญาณได้ผลสามารถทำให้วิญญาณไผ่กลับมาได้...

ไกร เปรื่องกับผินและปันถอยร่นไม่เป็นขบวนโดยมีผีร้ายไล่ตามไม่ลดละ จังหวะหนึ่งมันพุ่งประชิดตัวไกร หวังจะจับกินเป็นมื้อค่ำ แต่แล้วร่างของมันถูกกระชากออกอย่างแรง ไกรกับทุกคนแปลกใจมองไปตรงหน้าเห็นวิญญาณไผ่ปรากฏกายขึ้น ทุกคนดีใจที่เขามาช่วย ไผ่ยิ้มให้พวกนั้นแล้วหันไปเผชิญหน้ากับผีร้าย...

พรานเวทย์ซึ่งอยู่ที่ลานพิธีรู้ถึงการปรากฏตัวของไผ่ สั่งให้ไอ้ใบ้บริกรรมคาถาต่อไปอย่าให้ไฟบนขี้ผึ้งดับ ส่วนตนจะไปช่วยไผ่เอง แล้วคว้าย่ามลุกออกไป คำป้อนตัดสินใจตามไปด้วย ทิ้งให้ผากับม่อนนั่งลุ้นไม่ให้ดวงไฟที่ลุกไหม้ขี้ผึ้งในพานดับก่อนเวลาอันควร...

วิญญาณไผ่จับผีกะหักเล็บทั้งสิบนิ้วโยนทิ้ง มันกลับเสกให้เล็บตัวเองงอกใหม่ แล้วจ้วงแทงไปที่ร่างศัตรู ซึ่งหายตัวไปโผล่ด้านหลังผีกะ เอาเล็บของมันที่ตกพื้นแทงที่หัว ผีร้ายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แล้วกลายร่างเป็นดอกสร้อย หันไปอ้อนวอนให้ไกรช่วย เปรื่องเห็นเกลอลังเลร้องเตือนไม่ให้เข้าไป

“ร่างนั้นเป็นสร้อย...สร้อยกำลังจะตายไปด้วย ไผ่หยุดเถอะ” ไม่ใช่แค่ห้าม ไกรยังวิ่งไปหาอีกด้วย

พรานเวทย์เดินนำคำป้อนเข้ามาพอดี ตะโกนห้ามไกรแต่ไม่ทัน เขาเอาเล็บที่ไผ่แทงไว้ออกจากหัวดอกสร้อยเสียก่อน เธอถึงกับทรุด ไกรรีบประคองเอาไว้ แต่แล้วร่างของเธอกลับไปเป็นผีกะอีกครั้ง จะกัดคอเขา วิญญาณไผ่กระชากร่างมันออกจากไกรได้ทัน ผีกะหักเล็บตัวเองแทงวิญญาณไผ่เต็มอกถึงกับร้องลั่น ส่งผลให้เปลวไฟบนขี้ผึ้งในพานค่อยๆหรี่ลง ไอ้ใบ้เร่งบริกรรมคาถาเพื่อช่วยต่อพลังให้เขา

ไกรเห็นวิญญาณไผ่กำลังจะสลายก็หน้าเสีย พราน เวทย์ถามเขาว่าพร้อมจะช่วยหรือไม่ ไกรยินดีหมดใจ แม้ต้องตายก็ขอตายเพื่อดอกสร้อยและทุกคน ผีกะอ้าปากกว้างกำลังจะกลืนกินวิญญาณไผ่

“หนทางเดียวที่จะเพิ่มพลังได้ ใช้ร่างของเอ็ง”

ไกรพยักหน้ารับคำ พรานเวทย์บริกรรมคาถา ทำให้ร่างของไผ่กลายเป็นเปลวไฟ ผีกะถึงกับชะงัก ทุกคนตกใจร้องเอะอะว่าวิญญาณไผ่ดับแล้ว พรานเวทย์ส่ายหน้ามองไปที่ไกรซึ่งตอนนี้ดวงตาของเขากลายเป็นดวงตาของไผ่ ทำให้ทุกคนรู้ว่าวิญญาณไผ่อยู่ในร่างเขา การสิงร่างไกรครั้งนี้ทำให้วิญญาณไผ่มีพลังเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เปลวไฟบนขี้ผึ้งสว่างอีกครั้ง ทั้งผาและม่อนต่างดีใจที่วิญญาณไผ่ยังไม่ดับ

ooooooo

ขณะไกรเดินผ่านหน้าตรงไปหาผีกะ พรานเวทย์แอบเอามีดกระดูกผีเหน็บเอวเขา ผีกะตั้งท่าจะขย้ำไกรที่เดินเข้าหา สองฝ่ายต่อสู้กันไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งผีกะพลาดท่าถูกไกรจับไว้ได้ พรานเวทย์ตะโกนลั่น

“ฆ่ามัน”

วิญญาณไผ่ในร่างไกรคว้ามีดกระดูกผีจากเอวแทงที่กลางหัวผีกะถึงกับร้องลั่น เกิดเปลวไฟรูปอักขระโบราณลามไปทั่วตัวผีร้าย ไกรกระแทกมีดกระดูกผีซ้ำอีกครั้ง มีดจมมิดด้าม แล้วใช้มือจับที่หน้ามัน กระชากอย่างแรง ผีกะถูกวิญญาณไผ่ดึงหลุดจากตัวดอกสร้อยล้มกลิ้งไปด้วยกัน มีดกระดูกผีร่วงตกพื้น

ทุกคนมองไปที่ไกรซึ่งลืมตามองร่างดอกสร้อยที่อยู่ตรงจุดเดิมก่อนผีกะจะถูกกระชากร่างไป เธอยิ้มให้ชายคนรักก่อนจะทรุดลงหมดเรี่ยวแรง เขารีบประคองเธอไว้ในอ้อมกอด ผีกะพยายามจะกลับมาสิงร่างดอกสร้อยแต่วิญญาณไผ่รั้งตัวไว้ ดอกสร้อยหยิบมีดกระดูกผียัดใส่มือไกร

“พี่ฆ่าสร้อยเถอะ พี่ต้องลงมือฆ่าสร้อย ให้ไวก่อนมันถลันกลับมาสิงสร้อย...พี่ไผ่อุตส่าห์สละชีวิตเพื่อสร้อย อย่าให้วิญญาณพี่ไผ่สูญเปล่า”

ไกรลังเลไม่กล้าลงมือ ดอกสร้อยเห็นผีกะใช้มือหนึ่งบีบคอวิญญาณไผ่และอีกมือหนึ่งจ้วงแทงจนเขาร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลุกเป็นเปลวไฟและค่อยๆเลือนราง เธอเห็นท่าไม่ดีตัดสินใจคว้ามือไกรข้างที่ถือมีดกระดูกผีจ้วงแทงตัวเอง

“สร้อยรักพี่...” พูดได้แค่นั้นดอกสร้อยแน่นิ่งไปในอ้อมแขนไกร ผีกะเห็นดังนั้นก็คำรามลั่นเกิดเป็นเปลวไฟเผาไหม้มัน ก่อนจะสลายกลายเป็นผงสีดำ ครั้นถูกลมพัดก็เลือนหายไป

ทุกคนดีใจที่ผีกะตาย แต่ก็อดเป็นห่วงดอกสร้อยไม่ได้ กรูกันเข้ามาดู ไกรประคองเธอไว้ในอ้อมแขนร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ซอมพอกับคำป้อนจับมือดอกสร้อยไว้ เสียใจไม่แพ้ไกรเช่นกัน เปรื่องกับพวกรวมทั้งชาวบ้านต่างร้องไห้ให้กับการเสียสละของเธอ...

ทางด้านไอ้ใบ้ลืมตามองเปลวไฟบนขี้ผึ้งซึ่งค่อยๆ มอดดับก็เศร้าใจ ผาร้องไห้โฮโผกอดม่อนที่ได้แต่ปลอบให้ทำใจ ถึงอย่างไรไผ่ก็ตายไปแล้ว ผานึกถึงดอกสร้อยขึ้นมาได้

“แล้วน้องสร้อยล่ะ หลุดรอดจากผีกะรึยัง” ผาว่าแล้วชวนม่อนกับไอ้ใบ้ตามไปดู

ooooooo

ไกรยังคงโอบกอดดอกสร้อยไว้ไม่ยอมปล่อย คร่ำครวญทั้งน้ำตาไม่ว่าชาติไหน ขอให้เราได้เกิดมาร่วมเรียงเคียงกันอีก เขาจะไม่หยุดปกป้องชีวิตเธอและจะไม่ยอมแพ้พ่ายต่อชะตากรรมที่ทำให้เราต้องพลัดพราก ขอให้คำมั่นสัญญาจะดูแลคำป้อน ซอมพอและทุกคนที่เธอรัก

“พี่จะอยู่เป็นคนบ้านผาหมอก คุ้มภัยให้ทุกคนอยู่เย็นแคล้วเขี้ยวแคล้วงาอันตรายใดๆ สร้อย...พี่รักสร้อย” ไกรร้องไห้น้ำตาหยดลงบนใบหน้าของดอกสร้อย อึดใจเธอค่อยๆลืมตาขึ้น ยิ้มให้เขา ทั้งซอมพอ คำป้อนและเปรื่องต่างตื่นเต้นดีใจที่เธอยังไม่ตาย เข้ามาจับไม้จับมือ ผาม่อนและไอ้ใบ้ที่ตามมาสมทบรู้ว่าดอกสร้อยยังไม่ตายต่างโผกอดกันด้วยความดีใจ เปรื่องเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวถามพรานเวทย์ว่า

“พ่อพรานเคยบอกว่าผีกะจะสิ้นไปหากร่างนี้ดับ ดอกสร้อยยังไม่จากไป ทำไมผีกะจึงดับสิ้นได้”

พรานเวทย์อธิบายว่าเป็นเพราะพลังสามัคคีของทุกคน ช่วยไม่ให้ราหูกินจันทร์ จึงทำให้อิทธิฤทธิ์ของผีกะอ่อนแรงและที่สำคัญก่อนที่มันจะกลับมาสิงร่างดอกสร้อย วิญญาณไผ่ตัดสินใจกระโจนไปรั้งตัวมันไว้ ยอมสละดวงวิญญาณตัวเองเกิดเป็นเปลวไฟเผาผีกะตายไปด้วยกัน ดอกสร้อยสะเทือนใจมากที่รู้ว่าไผ่เสียสละเพื่อตัวเองมากขนาดไหน

“พี่ไผ่ ขอให้ดวงวิญญาณพี่ไปสู่สุคติภูมิด้วยเถอะ” ดอกสร้อยยกมือไหว้ท่วมหัว ทุกคนยกมือไหว้ตาม ร่วมใจกันส่งดวงวิญญาณไผ่ พลันปรากฏภาพไผ่บนท้องฟ้ายิ้มให้ทุกคนก่อนจะเลือนหายไป นวลยังคาใจไม่หายดอกสร้อยคว้ามือไกรแทงตัวเองอย่างจัง ทำไมถึงรอดชีวิตมาได้

“ฉันยั้งมือไว้ ฉันมิอาจทำร้ายดอกสร้อยได้เต็มมือหรอก”

“พ่อไกร พาลูกสร้อยไปรักษาตัวเถอะ” แม่แสงร้องเตือน ดอกสร้อยดีใจที่ท่านเมตตาเรียกเธอว่าลูก จากนั้น ไกร เปรื่องและซอมพอช่วยกันประคองดอกสร้อยกลับเรือน...

ฟองจันทร์รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองตกลงมาในหลุมดักสัตว์ก็ตกใจมากร้องตะโกนลั่น

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย ข้าอยู่ในนี้”

พรานป่าสองคนถือคบไฟเดินผ่านบริเวณนั้นได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง นึกถึงหลุมดักสัตว์ขึ้นมาได้ รีบวิ่งไปดู ฟองจันทร์ดีใจมาก เสนอจะให้เงินให้ทองถ้าทั้งคู่ช่วยเธอขึ้นจากหลุม สองพรานมองลงไปในหลุมกลับเห็นแต่ตัวเงินตัวทองเนื่องจากถูกผีบังตา ไม่มีใครต้องการสัตว์ชนิดนี้หนึ่งในพวกพรานจึงโยนคบไฟลงในหลุมแล้วเดินจากไป ไฟลุกพรึบน่ากลัว เธอร้องเรียกให้คนช่วยแต่ไม่มีใครได้ยินก็เลยถูกทิ้งให้ไฟคลอกตายอยู่ในนั้น

ooooooo

หลังเมฆหมอกร้ายผ่านพ้นไป บ้านผาหมอกกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เรือนคำป้อนถูกตกแต่งอย่างสวยงามเนื่องจากจะมีพิธีผูกข้อมือ ไกรในชุดชาวเหนือเข้ามายืนหน้าเรือน ดอกสร้อยในชุดงดงามเดินตรงมาหา ขณะสองคนมองสบตากันอย่างลึกซึ้ง ผาพุ่งพรวดมาแทรกตรงกลาง

“ท่านขุน น้องสร้อยเจ้า จะยืนจ้องอีกนานไหมเจ้า คู่บ่าวสาวเขาจะทำพิธีผูกข้อมือกันแล้ว”

ดอกสร้อยยิ้มเขิน ก่อนจะขอตัวไปตามน้องสาว แล้วรีบเดินขึ้นเรือน ผาสบช่องชวนไกรผูกข้อมือด้วยกัน เขาไม่เล่นด้วยรีบเดินหนี...

ครั้นแขกผู้ใหญ่มากันพร้อมหน้า ดอกสร้อยพาซอมพอมายังบริเวณที่จะทำพิธี ขณะที่ไกรพาเปรื่องเข้ามาจากที่ด้านหนึ่ง จากนั้นคู่บ่าวสาวพากันมานั่งตรงหน้าคำป้อนซึ่งมีบายศรีวางอยู่ เปรื่องยกมือไหว้เขา

“ฉันเองเร่มาจากต่างถิ่นแดนไกล มิได้พาพ่อพาแม่มาสู่ขอตามธรรมเนียม ฉันกราบขอโทษด้วยจ้ะ”

แม่แสงเสนอตัวจะเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวให้ แม้เปรื่องจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ตนก็รักไม่ผิดลูกชาย หวังว่า คำป้อนคงไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ เขารีบออกตัวไม่เคยยึดติดกับธรรมเนียม ขอเพียงใจลูกรักเปรื่องก็พอ ดอกสร้อยเห็นได้เวลาแล้ว เชิญให้เริ่มพิธีได้ คำป้อนยังไม่ทันจะขยับ เปรื่องโพล่งขึ้นเสียก่อน

“ฉันมิอาจผูกข้อมือได้ หากซอมพอมิรักใคร่ฉัน ฉันเคยเฉลยคำรักหมดใจ แต่ซอมพอมิเคยเอ่ยปากบอกรักฉันแม้แต่คำเดียว”

แม้จะเขินอาย แต่ซอมพอก็ยอมเอ่ยปากบอกรักเปรื่อง ได้คืบจะเอาศอกเขาซักเธออีกทีว่ารักเขานั้นรักมากแค่ไหน ซอมพอรำคาญ หากเรื่องมากนักก็ไม่ต้องแต่ง แล้วขยับจะหนี เปรื่องดึงมือไว้ หันไปทางคำป้อน

“พ่อจ๊ะ ทำพิธีเถอะจ้ะ”

คำป้อนเอาสายสิญจน์มามัดเทียนขี้ผึ้งสองเล่มไว้ด้วยกัน แล้วบอกกับคู่บ่าวสาวว่า “ครานี้ขวัญของลูกทั้งสองมัดรวมเป็นใจเดียวแล้ว ขอให้ลูกดูแลกันรักกันเป็นดวงจิตดวงเดียวกัน อย่ามีสิ่งใดมาพรากจากกัน”

เปรื่องและซอมพอยกมือไหว้คำป้อนแล้วรับเทียนที่ถูกมัดรวมกันมาถือไว้เพื่อจะเอาไปวางบนหิ้งในเรือน จากนั้นญาติผู้ใหญ่ก็เข้ามาผูกข้อมือให้กับคู่บ่าวสาว บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะมีความสุข...

ไม่นานนัก เปรื่องจูงมือซอมพอลงมาที่ลานหน้าเรือน เนื่องจากดอกสร้อยมีของขวัญจะให้เธอ จังหวะนั้น ศรีออนกับตองนวลโปรยกลีบดอกกาสะลองไปทั่วลานซึ่งมีการจัดดอกไม้ไว้อย่างงดงาม ดอกสร้อยออกมาฟ้อนกาสะลองเป็นของขวัญแก่น้องสาว การฟ้อนของเธองดงามไม่เปลี่ยน เรียกเสียงชื่นชมจากทุกคน เธอจบการฟ้อนด้วยการโปรยกลีบดอกกาสะลองให้ซอมพอและเปรื่อง

จากนั้นดนตรีบรรเลงเพลงจังหวะสนุกสนาน

ซอมพอดึงเปรื่องเข้าไปร่วมวงฟ้อนรำ ไกรร่วมวงด้วยโดยฟ้อนคู่กับดอกสร้อย ไอ้ใบ้อุ้มศรีออนมากลางวงแล้วฟ้อนไปด้วยกัน บัวศรีและตองนวลเข้าไปร่วมวงด้วย ทุกคนร่วมฟ้องรำกันอย่างสนุกสนาน

ooooooo

ดอกสร้อยหลบทุกคนมาที่ดงกาสะลอง มีลมพัดมาเบาๆ ทำให้ดอกกาสะลองร่วงลงมา เธอยื่นมือจะไปรับแต่มีมือของไกรยื่นมารับมันไว้เสียก่อน เขาเอาดอกกาสะลองนั้นเสียบผมให้เธอ

“พี่ไกรมิอยู่ฟ้อนรำทำเพลงล่ะ ทุกคนกำลังสนุกใจ มีความสุขใหญ่เชียว”

“พี่จะสุขได้ไงในเมื่อใจพี่อยู่ตรงนี้” ไกรว่าแล้วสวมกอดดอกสร้อยจากด้านหลัง “ฟ้าแจ้งวันพรุ่ง เราต้องออกเดินทางกันแล้วนะ พี่จะพาสร้อยเข้ากรุงศรี พี่จำต้องไปแจ้งความทุกข้อที่เกิดและหากพบไอ้ปลิว กลับไปพี่ ต้องแจ้งความเอาผิดมัน”

“แล้วทำไมต้องพาสร้อยไปด้วย”

ไกรจะพาดอกสร้อยไปกราบผู้ใหญ่ที่เขาเคารพรัก ท่านคงอยากเห็นหน้าตาคู่ครองของเขา เธอแกล้งทักท้วง ยังไม่เคยเอ่ยปากจะร่วมผูกข้อมือกับเขาสักครั้ง

“พี่มิจำเป็นต้องถามอีกแล้ว เพราะใจของเราต่างเป็นดวงเดียวกัน พี่ไปครั้งนี้เพื่อกล่าวร่ำลา พี่จะกลับมาดูแลสร้อยและคุ้มภัยทุกคนที่บ้านผาหมอก”

“แล้วแม่พี่ไกร?”

“บ้านผาหมอกไม่ห่างจากพระธาตุลำปางหลวงนัก แม่ของพี่ปลงใจจะอยู่เสียที่นี่เพื่อจะได้ไปสักการบูชา

ให้ใจคอสบาย แลว่าจะอยู่บ้านผาหมอกต่อเรื่อยไป เป็นขวัญกำลังใจให้ลูกแลหลานที่จะเกิดมา...อีกไม่นาน เราจะผูกข้อมือผูกใจร่วมเคียงกันจนชีวิตจะหาไม่” ไกรจูบหน้าผากดอกสร้อยเหมือนเป็นการย้ำคำสัญญา

ลมพัดมาเบาๆอีกครั้ง ดอกกาสะลองโปรยปรายไปทั่วบริเวณ ไกรโอบกอดดอกสร้อยไว้ ต่างเงยหน้ามองดอกกาสะลองที่ร่วงหล่นลงมาอย่างมีความสุข...

ขณะที่คนดีอย่างดอกสร้อยได้รับผลกรรมดีตอบแทน คนชั่วอย่างปลิวก็ได้รับผลกรรมชั่วตอบสนองระหว่างเขาเดินลุยน้ำที่สูงท่วมเอวไปยังลำธารฝั่งตรงข้ามเพื่อออกจากเขตบ้านผาหมอก แต่ไปได้แค่กลางลำธาร ปลิวต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อร่างเอื้องคำซึ่งโดนวิญญาณของผู้ใหญ่สักสิงโผล่ขึ้นจากน้ำมายืนประจันหน้า

ทันใดนั้น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นใบหน้าของผู้ใหญ่สักซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยถูกผีกะตะปบ เล็บผีงอกยาวออกมาแล้วแทงร่างปลิวอย่างโหดเหี้ยม เสียงร้องโหยหวนของเขาดังก้องป่า

ooooooo

–อวสาน–


ละครสาปดอกสร้อย ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านสาปดอกสร้อย ติดตามสาปดอกสร้อย ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วงศกร ปรมัตถากร,ทิสานาฎ ศรศึก 8 ก.พ. 2560 08:55 2017-02-12T02:40:54+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ