ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม

    หลังจากรู้ว่าหญิงสาวคนรักตกอยู่ในอันตราย ยมรีบวิ่งมาที่ห้องแต่งตัวภายในบาร์แองเจิ้ล แต่เวลานี้ในห้องว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของอนงค์รัตน์และระมาด เขายืนนิ่งอย่างใช้ความคิด มันต้องมีบางอย่างผิดพลาด

    เมื่อปราบวิ่งตามเข้ามาก็ตกใจเช่นกัน ในขณะที่สะพายกับถมทองเดินเข้ามามองอย่างงงๆ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ยมกดรับสายทันที ปลายสายเป็นเสียงระมาด

    “ฉันมีข้อเสนอ ถ้าแกไม่อยากให้อนงค์รัตน์ตายไปเจอกันที่โกดังวัฒนาวันคนเดียวและห้ามมีอาวุธใดๆ มาด้วย”

    “เดี๋ยวสิระมาด ถ้าแกทำอะไรคุณรัตน์ ฉันไม่ไว้ชีวิตแกแน่”

    เสียงกดวางสาย ยมแทบคลั่งที่ไม่สามารถต่อรองอะไรได้อีก สะพาย ถมทองและปราบเข้ามาหายมด้วยความอยากรู้ เขาบอกกับทุกคนว่าระมาดนัดให้ไปพบที่โกดังนอกเมืองแต่ต้องไปคนเดียว ไม่เช่นนั้นพวกมันไม่รับรองความปลอดภัยของอนงค์รัตน์ ทั้งหมดต่างพูดไม่ออกและตกอยู่ในอาการเคร่งเครียดอย่างหนัก

    ยมไม่มีเวลาคิดหาทางแก้ไขที่ดีไปกว่าการไปพบตามนัดหมาย เขาขี่มอเตอร์ไซค์แล่นไปในความมืดของท้องถนนมุ่งหน้าออกนอกเมือง เมื่อไปถึงเขาก้าวเข้าไปในโกดังก็เห็นระมาดกับเหล่าลูกน้องยืนรอพร้อมอาวุธเต็มอัตรา ระมาดกล่าวทัก

    “กล้ามากนะสารวัตรยม...หรือว่าจะให้เรียกว่าสารวัตรเถื่อนดีล่ะ”

    “คุณรัตน์อยู่ที่ไหน” ยมถามด้วยความร้อนใจ

    แทนคำตอบระมาดยกรีโมตขึ้นกดหน้าจอโทรทัศน์ที่เชื่อมกับกล้องปรากฏเป็นภาพใบหน้าของทรงยศที่อยู่ในห้องลับซึ่งใช้ขังอนงค์รัตน์และราโพภายในโรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ

    “ขอสวัสดีกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แกคงต้องอิจฉาแน่ ถ้ารู้ว่าเวลานี้ฉันอยู่กับผู้หญิงสองคนที่ฉันเคยไว้ใจ แต่ดูสิว่าพวกมันกล้าทรยศหักหลังฉัน เพราะฉะนั้นจึงมีเหตุผลที่สมควรอย่างยิ่งที่ฉันจะต้องฆ่าพวกมัน”

    ทรงยศล้วงปืนออกมาแล้วขึ้นไกเตรียมยิง ยมตกใจร้องห้ามทันที ตรงกันข้ามกับทรงยศหัวเราะอย่างสะใจที่เป็นต่อในเกมนี้ เขาพูดว่ายังไม่ให้ตัวประกันตายง่ายๆเพราะพวกมันยังมีค่าอยู่ อย่างน้อยยังใช้บีบให้แกคายความลับออกมาได้ ยมแกล้งทำไขสือไม่รู้เรื่องว่าทรงยศหมายถึงอะไร จนกระทั่งได้ยินคำถาม

    “ความลับที่ว่าแกเป็นใคร ทำงานให้กับใครและเป้าหมายคืออะไร โดยเลือกเอาว่าระหว่างชีวิตผู้หญิงสองคนกับความลับที่เก็บซ่อนไว้ อะไรจะสำคัญกว่ากัน”

    ยมนิ่งอึ้งกับคำถามของทรงยศพร้อมๆกับภาพในจอดับพรึ่บ ระมาดพูดอย่างสะใจว่าถึงเวลาแล้วที่ยมต้องเปิดเผยตัวเอง ก่อนตะโกนสั่งให้ลูกน้องเข้าล็อกตัวยมไว้ซึ่งเขายินยอมให้จับโดยไม่ขัดขืน ระมาดระดมต่อยหมัดไม่ยั้งเข้าที่หน้าและท้องของยม จนเขาจุกแต่ก็ยังกัดฟันขอร้องให้ปล่อยตัวประกันหญิงสาวสองคนไป

    แต่สัจจะไม่มีในหมู่โจรเพราะหลังจากยื่นข้อเสนอให้ยมตัดสินใจแล้ว ทรงยศก็หันมาเล่นงานตัวประกัน สองคนต่อ ข่มขู่อย่างเจ็บแค้นว่า

    “ไม่อยากเชื่อเลย ที่ผ่านมาฉันโง่จนดูพวกเธอไม่ออก แต่ยังโชคดีที่ไอ้สารวัตรเถื่อนมาช่วยยืดเวลาให้ ถ้ามันคายความลับทั้งหมดออกมาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเตรียมลงไปอยู่ในหลุมด้วยกันทั้งสามคน”

    อนงค์รัตน์ใช้ตาที่ใส่กล้องคอนแทกเลนส์จ้องทรงยศและถามอย่างท้าทายว่าเขาเคยรู้บ้างไหม ทุกอย่างที่ทำมาเลวร้ายแค่ไหน แทนคำตอบทรงยศใช้หลังมือฟาดเข้าที่หน้าของเธออย่างรุนแรง แม้แต่ปราบที่มองจากจอยังรู้สึกเหมือนโดนตบ ขณะนั้นเองสะพายกับถมทองที่มีอาวุธครบมือเดินเข้ามาถามถึงสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อทราบว่าทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ารอ ทั้งหมดเกิดภาวะกดดันและเครียดมากกว่าเดิม

    ooooooo

    เหตุการณ์ที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิตก็อึมครึมไม่แพ้กัน นับตั้งแต่จ่าแหลมนำรูปสารวัตรยมขึ้นติดบนบอร์ดพร้อมด้วยข้อความประกาศจับสารวัตรเถื่อน ทุกคนที่นั่นมองด้วยความสับสน จนกระทั่งจ่าเที่ยงเข้ามาถาม

    “จ่าแหลม ใครอนุญาตให้ทำแบบนี้เนี่ย”

    “ฉันเอง พันตำรวจเอกธนสาร ปานไผท สารวัตรใหญ่คนใหม่ของวัฒนานิมิต...มีปัญหาอะไรหรือเปล่า แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ จะทำอะไรก็คิดให้ดีๆเพราะอาจโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับผู้ร้ายและแต่งตัวเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจไปด้วยอีกคน”

    จ่าเที่ยงยืนประจันหน้ากับคู่ปรับอย่างไม่เกรงกลัว จนธนสารต้องย้ำว่าที่ผ่านมาตำรวจอย่างตนต้องเสื่อมเสียก็เพราะคนพวกนี้ ไม่มีการตอบโต้จากจ่าเที่ยง เขายืนนิ่งขบคิดหาหนทางช่วยเหลือเพื่อนผู้มีพระคุณอย่างเร่งด่วน เวลาเดียวกันนั้นที่ตลาดในเมือง ชาวบ้านกำลังมุงดูป้ายประกาศจับสารวัตรยมที่ติดอยู่ตามผนังและเสารอบตลาด ทุกคนแทบไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง ต่างบ่นเสียดายคนแบบนี้สมควรเป็นตำรวจมากกว่าที่มีอยู่อีกหลายคน

    เช่นเดียวกับแพรวดาว เสมียนประจำโรงพักก็เกิดอาการเซ็งกับธนสารและจ่าแหลม เธอนึกว่าจะได้หัวหน้าดีๆอย่างยมแต่กลับต้องมาเป็นลูกน้องคนห่วยๆเหมือนเดิม แถมคนพวกนี้ยังได้ดิบได้ดีทั้งๆที่ไม่มีความสามารถจริงๆ จ่าเที่ยงปลอบให้ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดโดยไม่ต้องใส่ใจเรื่องแบบนี้ พลันเสียงโทรศัพท์ของจ่าเที่ยงดังขึ้น เขากดรับก่อนจะถามปลายสายว่าเป็นใคร

    “ผมเป็นใครไม่สำคัญหรอกจ่า เรื่องสำคัญคือจะมีการส่งยาเสพติดลอตใหญ่ที่ท่าเรือเย็นนี้ ผมอาจโกหกจ่าก็ได้ แต่ถ้าจ่าไม่ไปดูด้วยตาตัวเองจะแน่ใจได้ยังไงล่ะ แค่นี้ก่อนนะครับ”

    จ่าเที่ยงถือโทรศัพท์ค้าง สีหน้าครุ่นคิดก่อนจะชวนแพรวดาวที่เบื่องานเอกสารเต็มแก่ให้ออกไปผจญภัยด้วยกัน เธอลุกขึ้นยืนอย่างกระฉับกระเฉง จ่าเที่ยงถูกใจที่ได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์คนใหม่

    ooooooo

    ระหว่างที่สะพายและปราบนั่งอย่างเบื่อๆที่กองบัญชาการบ้านกลางสวน ถมทองก็ร้องเสียงอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นไฟแดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เคลื่อนตัวออกไปเป็นแถว และในเวลาเดียวกันที่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ มังกรโทร.รายงานว่า

    “พี่ระมาด รถขนสินค้าออกไปหมดแล้วครับ”

    “กำชับให้ทุกคันกระจายไปตามแผนและรักษาเวลาอย่าให้ผิดพลาด ถ้าใครทำเสียเรื่อง ฉันจะฆ่ามัน”

    ระมาดสั่งการลูกน้องผ่านโทรศัพท์อยู่ที่ท่าเรือด้วยใบหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อวางสายเขาหันมาบอกพ่อค้ายาให้เชื่อมั่นว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอนเพราะตนมาคุมการส่งของเอง

    ทางด้านอนงค์รัตน์และราโพยังคงถูกขังอยู่ที่เดิม ทั้งคู่ถูกปิดปากด้วยผ้าพูดอะไรกันไม่ได้ กระทั่งกุ่ยช่ายเอาน้ำมาส่งให้ดื่มพร้อมหลอดและคลายผ้ามัดปากให้ สองสาวก้มหน้าดูดน้ำอย่างกระหาย ก่อนที่อนงค์รัตน์จะกระซิบบอกราโพว่าพวกเพื่อนของเรามองเห็นแต่ไม่ได้ยินเสียง เมื่อราโพมองสบตาอนงค์รัตน์ก็เข้าใจ

    สิ่งที่เธอบอกและทำตามทันที เธอขยับปากพูดช้าๆว่าห้อง-ลับ-ใต้-ดิน แต่ปราบนั่งมองเธอพูดผ่านกล้องคอนแทกเลนส์อยู่ที่บ้านกลางสวนกลับอ่านปากราโพได้เป็นคำว่า

    “พูดอะไรน่ะ กวย จั๊บ ไอ้ ติม หรือว่าเจ๊จะหิว มันใช่เวลาจะอยากกินนั่นนี่เหรอ”

    ประจวบเหมาะกับสะพายและถมทองเดินเข้ามาถามว่ามีข่าวอะไรคืบหน้าบ้าง ปราบจึงขอให้สะพายแปลคำพูดจากปากราโพ เมื่อกดย้อนภาพดู สะพายจ้องปากอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มบอกว่า “ห้องลับใต้ดิน สองคนนั่นถูกขังอยู่ที่ห้องลับใต้ดิน!”

    เวลาเดียวกันนั้น อนงค์รัตน์กับราโพได้แต่ภาวนาให้พวกตัวเองเข้าใจในสิ่งที่สื่อสารออกไป ฉับพลัน

    ทรงยศก็เดินเข้ามาในห้องและถามอย่างอารมณ์ดี

    “ว่ายังไงสาวๆ พร้อมสำหรับการแสดงแล้วหรือยัง ถ้าพวกเธอร่วมมือดีๆทุกอย่างจะเรียบร้อย ตกลงไหม”

    อีกฟากหนึ่งของเมือง พวกนักรบกำลังจัดเตรียมเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างโรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟกับโกดังวัฒนาวัน เมื่อได้รับคำสั่งจากทรงยศ กุ่ยช่ายกดเปิดกล้องเริ่มถ่ายทำการแสดง ภาพทรงยศและตัวประกันสองคนปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมกันนั้นนักรบก็จับตัวยมให้หันหน้าไปมองกล้องเช่นกัน ทรงยศเริ่มคำถามแรก

    “แกเป็นใคร และใครที่ส่งแกมา”

    ทรงยศมองไปยังหน้าจอที่มีภาพยมอยู่ เขานั่งนิ่งไม่ปริปากใดๆทั้งสิ้น ทรงยศยิ้มอย่างมั่นใจว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้

    “เดาไว้ไม่ผิดเลยว่าถ้าจะให้แกยอมเปิดปาก ต้องมีโชว์อะไรนิดหน่อย ว่าแต่จะเริ่มที่ใครดีล่ะ”

    เสียงร้องเพลงลูกแมวเหมียวจากปากทรงยศดังขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วสลับกันไประหว่างสองสาว จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ราโพ เขาชักมีดออกมาแล้วเอื้อมมือไปจับมือราโพที่ถูกมัดไว้ด้วยกันขึ้นมา ราโพตาลุกโพลงมองเห็นชะตากรรมของตนเอง พริบตาเดียวทรงยศตวัดมีดไปกรีดที่ฝ่ามือของเธอ เสียงร้องโหยหวนดังก้อง ยมมองภาพในจอด้วยความรู้สึกตกใจและเคียดแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรได้

    “หยุดนะ แกทำบ้าอะไรน่ะ”

    “พูดความจริงมาว่าแกเป็นใครและทำงานให้ใคร ไม่งั้นฉันจะไล่กรีดต่อไปเรื่อยๆจนทั่วตัวหรือจนกว่ามันจะตาย”

    เพื่อให้เห็นว่าเขาทำจริง ทรงยศกรีดมีดลงบนแขนของราโพอีกครั้ง คราวนี้เสียงแห่งความเจ็บปวดดังลั่นราวกับทะลุออกมาข้างนอก ยมจ้องจออย่างไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงได้ ในที่สุดเขาจำต้องยอมเปิดปากบอกทุกอย่างโดยต่อรองให้ปล่อยตัวประกันก่อน แต่ทรงยศกลับบอกว่าเวลานี้เขาไม่อยู่ในฐานะต่อรอง สิ่งเดียวที่ต้องทำคือตอบทุกคำถาม

    ทรงยศยกแขนราโพขึ้นมาเตรียมจะกรีดอีกครั้ง ยมรีบชิงสารภาพความจริงออกมา

    “ตกลง ฉันยอมบอกก็ได้ ที่จริงฉันไม่ได้ชื่อยมแต่ชื่อของฉันคือธนุส ทำงานให้กับหน่วยงานลับที่มีชื่อว่า...”

    ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ประตูห้องขัง พร้อมกับร่างของสะพายกับปราบที่เข้ามาอย่างอาวุธครบมือ ทรงยศหันไปมองอย่างตกใจสุดขีด ปราบเล็งปืนไปที่กุ่ยช่ายแต่เขายกธงขาวยอมแพ้ทันที ส่วนสะพายสั่งให้ทรงยศทิ้งมีดและแก้มัดตัวประกัน แต่ทรงยศยังยืนนิ่งจนสะพายตะคอกอีกครั้ง เขาสะดุ้งก่อนรีบทำตามคำสั่งในทันที

    หลังเป็นอิสระ อนงค์รัตน์มองแผลของราโพอย่างเป็นห่วงและบอกให้อดทนไว้ก่อน ในขณะเดียวกันที่โกดัง พวกนักรบกับลูกน้องต่างมองภาพบนจอด้วยความตกใจ จังหวะนั้นเองสะพายเดินมาหน้ากล้องแล้วบอก

    “คุณยม เอ๊ะไม่ใช่สิต้องเรียกว่าธนุสถึงจะถูก ทางนี้ เรียบร้อยแล้ว ส่วนทางคุณจะทำอะไรก็เต็มที่ได้เลย”

    พริบตาเดียวหลังจากสะพายพูดจบ ยมก็ใช้วิชาแก้มัดพาตัวเองหลุดจากเชือกได้อย่างรวดเร็ว นักรบเห็นแบบนั้นถึงกับเหวอ รีบสั่งลูกน้องให้เข้าขวางแต่ด้วยชั้นเชิงการต่อสู้ที่ต่างกัน เพียงไม่นานยมก็จัดการลูกน้องของนักรบได้หมด

    ส่วนนักรบไม่ยอมแพ้รีบชักปืนออกมาจะยิง แต่ยมกระโจนเข้ามาผลักปากกระบอกได้ทัน ทำให้กระสุนพุ่งทะลุหลังคาจนส่วนหนึ่งร่วงลงมาทับร่างของนักรบอย่างจัง ในขณะที่ยมกระโดดหลบรอดได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะวิ่งไปยังรถของนักรบขับมุ่งหน้าสู่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ

    ooooooo

    สถานการณ์ที่โรงงานหลังจากระเบิดเต็มไปด้วยความวุ่นวาย อนงค์รัตน์รีบเข้าช่วยเหลือราโพโดยใช้ผ้าพันแผลเพื่อหยุดเลือดไว้ได้ชั่วคราวจนสำเร็จ สะพายสั่งการให้รีบออกจากที่นี่

    ในขณะที่ปราบยังคงเล็งปืนไปยังทรงยศและกุ่ยช่าย เขาถามสะพายว่าจะให้ทำยังไงกับสองคนนี่ แทนคำตอบสะพายยกปืนเล็งไปที่ทรงยศพร้อมกับพูดว่า เวลาของพวกมันหมดแล้ว เมื่อทรงยศได้ยินก็หน้าเสีย รีบบอกว่า

    “เฮ้ย อย่านะเว้ย อยากได้อะไรก็บอกมา ฉันจะยกให้แกทั้งหมด”

    “ใครบอกว่าฉันอยากได้ของของแก ฉันมาวัฒนา-นิมิตก็ด้วยเป้าหมายเดียวเท่านั้นคือฆ่าแก และยุติธุรกิจค้ายา”

    ไม่เพียงแต่ทรงยศเท่านั้นที่ตกใจ ปราบเองก็คาดไม่ถึงว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้ เขาร้องห้ามสะพายไม่ให้ทำและให้นึกถึงข้อตกลงที่มี แต่สะพายไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้ผ่านไป ทั้งสองคนยื้อแย่งปืนกันจนกระสุนลั่นไปโดนไหล่ของกุ่ยช่าย ส่วนทรงยศใช้จังหวะนี้พุ่งตัวเข้าหาอนงค์รัตน์พร้อมกับคว้ามีดจี้เธอไว้เป็นตัวประกัน แล้วสั่งไม่ให้ใครตามไป สะพายหันมาต่อว่าปราบด้วยความไม่พอใจ

    “คุณไม่น่าทำแบบนี้เลย”

    “ผมไม่มีทางเลือก เพราะถ้าเกิดนายทรงยศตายไป แผนที่เราวางไว้ว่าจะสาวไปให้ถึงบอร์ดก็เป็นอันจบกัน”

    ราโพเข้ามาห้ามไม่ให้สองหนุ่มเถียงกันแต่ให้ไปช่วยอนงค์รัตน์ก่อน ทั้งหมดรีบตามออกไปโดยทิ้งให้กุ่ยช่ายนอนหมดสติจมกองเลือด จากนั้นยมตามมาสมทบทันพอดี เขาใช้กำปั้นซัดเข้าหน้าทรงยศจนสลบ ก่อนจะพาทุกคนขึ้นรถขับออกจากโรงงานได้สำเร็จ

    ที่ท่าเรือ ระมาดรับสายรายงานจากมังกรว่าถูกพวกของยมมาบุกถล่มโรงงานจนราบ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและสั่งให้ลูกน้องจัดการดูแลเรื่องให้เรียบร้อยแล้วจะตามไปสมทบ เมื่อหันมาทางพ่อค้ายาอีกครั้ง เขาก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่แววตาฉายความแค้น ขณะนั้นเองรถขนสินค้าเริ่มทยอยวิ่งเข้ามาจนครบ ทั้งคู่มองด้วยความพอใจ

    จากนั้นกระบวนการตรวจเช็กสินค้าก็เริ่มขึ้น พ่อค้ายาใช้ลิ้นเลียยาเพื่อทดสอบคุณภาพ เมื่อแล้วเสร็จก็หันไปสั่งให้ลูกน้องขนถ่ายสินค้าทันทีพร้อมกับส่งกระเป๋าเงินให้ระมาด แต่ทันใดนั้นรถตำรวจพุ่งเข้ามา ทุกคนต่างตกใจวิ่งหนีกันชุลมุน พ่อค้ายากระชากกระเป๋าเงินกลับแต่ระมาดยื้อไว้ก่อนลั่นไกสังหาร

    จ่าเที่ยงกับแพรวดาวพร้อมด้วยกลุ่มตำรวจกองปราบกระจายกำลังเข้าล้อม และประกาศผ่านทางโทรโข่งให้มอบตัว วินาทีนั้นระมาดรีบวิ่งขึ้นรถขับฝ่าวงล้อมออกไป จ่าเที่ยงสั่งการให้ลูกน้องดูแลทางนี้ ส่วนเขากระโจนขึ้นรถอีกคันขับตามไปอย่างกระชั้นชิด

    เมื่อระมาดเห็นว่าจวนตัวจะถูกไล่ทัน เขาใช้ไม้ตายโดยหันหัวรถกลับไปทางเดิม ทำให้รถสองคันต่างวิ่งพุ่งตรงเข้าหากันเหมือนเป็นการวัดใจ แต่แล้วเมื่อวิ่งจนเกือบจะชนกัน จ่าเที่ยงก็เบี่ยงรถหลบอย่างฉิวเฉียดทำให้รถพลิกคว่ำตกลงในคูน้ำข้างทาง ส่วนระมาดบังคับรถให้หยุด เขามองด้วยความสะใจก่อนจะเร่งเครื่องหนีหายไปอย่างไว

    ด้วยกำลังสนับสนุนจากตำรวจกองปราบ จ่าเที่ยงและแพรวดาวสามารถจับกุมลูกน้องของพ่อค้ายากลับมาได้ทั้งหมดทำให้ห้องขังบนโรงพักแน่นเอี๊ยด เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นจนทำให้ธนสารกับจ่าแหลมต้องเดินเข้ามาดูอย่างไม่พอใจ

    “จ่าเที่ยง นี่มันอะไรกันน่ะ” ธนสารถาม

    “ผู้ต้องหาคดีค้ายาหลักฐานพร้อม รบกวนฝากขังไว้ก่อนคงไม่ว่ากันนะ”

    ธนสารมองหน้าจ่าเที่ยงอย่างไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรดี แล้วจู่ๆจ่าเที่ยงก็จามออกมาเสียงดังลั่น น้ำลายกระจายเต็มหน้าธนสาร ลูกน้องคนสนิทรีบยื่นทิชชูให้ เขารับมาเช็ดหน้าอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะกระแทกเท้าเดินเข้าห้องไป แพรวดาวมองตามขำๆ และชื่นชมที่จ่าเที่ยงทำให้หัวหน้าของเธอไปต่อไม่เป็น

    ooooooo

    เมื่อเหตุการณ์ระทึกใจผ่านพ้นไปและราโพได้รับการรักษาจนพ้นขีดอันตรายแล้ว อนงค์รัตน์หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับยม จนเขาตามง้อและถามว่ายังไม่หายโกรธอีกเหรอ เธอสะบัดหน้ากลับมาจ้องและพูดเสียงแข็งว่า

    “ตลอดเวลาที่รู้จักกัน รัตน์ไม่เคยรู้จักตัวจริงของคุณเลย ถึงตอนนี้ยิ่งไม่แน่ใจว่าคุณเป็นใครกัน นายยม สารวัตรยม หรือว่าธนุส เมื่อไหร่ที่เราจะพูดความจริงกันซะที”

    “คุณรัตน์ ผมขอโทษ ผมไม่อยากให้คุณถลำลึกเข้ามาจนเกินไป ยิ่งคุณรู้เกี่ยวกับตัวผมมากเท่าไรก็จะยิ่งมีอันตราย”

    “งั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องพูดกันอีก”

    “ถ้าคุณอยากรู้ความจริง...ผมไม่ได้ชื่อยมและไม่ได้เป็นตำรวจ ผมทำงานให้กับหน่วยปฏิบัติการลับที่มีชื่อว่าบราโว่ เพราะกับคนร้ายบางประเภท เราใช้กฎหมายและวิธีการปกติจัดการพวกมันไม่ได้ บราโว่เกิดขึ้นมาก็ด้วยวัตถุประสงค์นี้”

    “แล้วชื่อจริงๆของคุณคือ...”

    “ชื่อของผม ธนุส นิราลัย หัวหน้าชุดปฏิบัติการบราโว่ 01”

    สะพายเดินยิ้มเข้ามาเมื่อธนุสเฉลยตัวตนว่าไม่ใช่สารวัตรยม เขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้วเพราะทำงานให้สารวัตรยมตัวจริงที่ป่วยหนักมาหลายปีและยินดีที่จะร่วมมือกับหน่วยงานบราโว่ต่อด้วยเหตุผลอย่างเดียวกัน พลันเสียงโทรศัพท์ของธนุสดังขึ้น เขากดรับสาย ฟังอยู่ครู่เดียวก็หันไปบอกอนงค์รัตน์กับสะพายว่ามีคนต้องการพบตัวเขาตอนนี้

    ที่มุมหนึ่งของเมืองวัฒนานิมิต ธนุสยืนมองใบปลิวประกาศจับตัวสารวัตรเถื่อน เมื่อได้ยินเสียงคนเดินผ่านเข้ามาใกล้ เขารีบดึงหมวกแก๊ปมาบังใบหน้าและดึงใบปลิวนั้นมาพับเก็บทันที ขณะนั้นเองมีรถตู้สีดำแล่นเข้ามาจอด ธนุสก้าวขึ้นรถและพบกับท่านรองผู้ซึ่งมาหาด้วยเรื่องของนายทรงยศ เขาอธิบายว่า

    “ตอนนี้เกมเปลี่ยนไปแล้ว การที่คุณกับพวกบุกไปถล่มโรงงานของพวกมันทำให้พวกมันต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ จากนี้พวกมันจะไม่เล่นด้วยวิธีเดิมอีกต่อไป แต่พวกมันจะพรางทุกอย่างทำให้งานของเรายากยิ่งขึ้น”

    ธนุสรู้สึกผิดที่ทำให้เหตุการณ์กลับตาลปัตรเป็นแบบนี้ เขาเรียนท่านรองว่าปฏิบัติการครั้งนี้สุดวิสัยเพราะจำเป็นต้องเข้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน แต่ท่านรองกลับเสริมว่า...กับอีกหนึ่งคนรักและเตือนเขาให้ตระหนักว่างานของหน่วยกับความรักมักจะไปด้วยกันไม่ได้ ธนุสทราบในเรื่องนี้ดี ความเงียบเข้าครอบงำอยู่ครู่หนึ่ง ท่านรองจึงพูดว่า

    “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ผมให้โอกาสคุณอีกครั้งทำภารกิจให้สำเร็จ อย่าลืมว่าเป้าหมายของเราคือบอร์ด สืบมาให้ได้ว่าพวกเขาเป็นใครเพราะนี่คือหนทางเดียวที่เราจะล้มขบวนการค้ายาของนายทรงยศได้”

    การคาดคะเนเหตุการณ์ของท่านรองแม่นยำนักเพราะไม่ไกลกันนั้นในห้องประชุมลับ ประเสริฐกับบอร์ดกำลังหารืออย่างเคร่งเครียด ก่อนที่บอร์ดจะทุบโต๊ะดังปังและสั่งการให้ย้ายโรงงานโดยเร็วที่สุด จากนี้ไปทุกอย่างต้องเป็นความลับ ใครก็ตามที่เป็นคนนอกก้าวเข้าไปจะต้องตายทันที ประเสริฐตอบรับด้วยแววตาสะใจ เพียงครู่เดียวเขาก็ยกโทรศัพท์แจ้งคำสั่งจากบอร์ดให้ทรงยศปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

    แม้ว่าจะได้รับคำสั่งแล้ว ทรงยศกลับไม่ทำอะไรจนระมาดต้องเข้ามาถามถึงการตัดสินใจของเขา

    “ตกลงเรื่องที่บอร์ดสั่งให้ย้ายโรงงาน คุณจะเอายังไง ยังไงก็ต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง”

    “ออกไปก่อน บอกให้ออกไป!” ทรงยศตวาดอย่างหัวเสีย

    ระมาดไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากล่าถอยออกไปทั้งที่ไม่พอใจ ในขณะที่ทรงยศยกแก้วเหล้าขึ้นมามองอย่างครุ่นคิด

    ooooooo

    เสียงรายงานข่าวด่วนบนจอโทรทัศน์ภายในสถานีตำรวจวัฒนานิมิต ผู้สื่อข่าวพูดถึงการล้อมจับการซื้อขายยาเสพติดครั้งใหญ่ อันนำมาสู่ความขัดแย้งและต่อสู้กันเองจนกลายเป็นจุดจบของพงษ์ตาวัน เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่

    ใกล้ๆกันนั้น จ่าเที่ยงและลูกน้องระดมกำลังสอบสวนผู้ต้องหาทุกรายที่จับมาได้ แต่ก็น่าผิดหวังที่ได้คำตอบเหมือนกันคือไม่รู้เรื่องกับเหตุการณ์ที่
    เกิดขึ้นตรงท่าเรือ แม้แต่สินค้าที่อยู่ในรถบรรทุกก็ไม่มีใครทราบว่ามาได้อย่างไร จ่าเที่ยงไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่ได้ยิน พูดขึ้นว่า

    “ถึงจะปฏิเสธยังไง พวกมันก็ไม่รอด ของกลางขนมากันเพียบซะขนาดนั้น ส่วนจะสาวไปได้ถึงต้นตอไหมค่อยว่ากันอีกที แต่สำหรับสารถีส่งยาพวกนี้จัดการทำเรื่องส่งฟ้องได้เลย”

    แพรวดาวรับคำสั่งด้วยความแข็งขันและเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อทำสำนวนส่งฟ้อง พลมองตามยิ้มๆกระเซ้าลูกพี่ว่าลูกน้องคนใหม่มีท่าทีเป็นมิตรเกินกว่าเพื่อนร่วมงานธรรมดา จ่าเที่ยงปรามเขาให้สงบปากสงบคำก่อนจะเห็นแพรวดาวส่งยิ้มหวานมาให้อย่างเปิดเผย จ่าเที่ยงมองตาค้างและค่อยๆหลบสายตาไปยิ้มเขิน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรู้สึกดีๆ

    ผิดกับบรรยากาศเคร่งเครียดในห้องสารวัตรใหญ่ จ่าแหลมนั่งมองหน้าลูกพี่ที่มีสีหน้าเซ็งกับเหตุการณ์

    ข้างนอก ยิ่งมีคำสั่งจากส่วนกลางให้ตำรวจท้องที่ร่วมมือกับตำรวจปราบปรามอย่างเต็มที่ ทำให้ธนสารไม่สามารถจัดการอะไรได้มากนักนอกจากต้องเล่นตามน้ำไป พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มันเป็นสายมาจากระมาดแจ้งว่า

    กรุยทางให้ราบรื่นเพราะจะมีการขนย้ายครั้งใหญ่ในอีกสองวันข้างหน้า

    ooooooo

    หลังกลับมาจากการประชุมลับกับท่านรองของหน่วยงานบราโว่ ธนุสมีสีหน้าวิตกกังวลอยู่ตลอดจนอนงค์รัตน์ต้องเข้ามาหาอย่างเป็นห่วง เธอสอบถามว่าเรื่องใดที่ทำให้ไม่สบายใจ เขาทำท่าอึกอัก เธอเลยท้วงว่า

    “ไหนคุณสัญญากับรัตน์แล้วไง ว่าระหว่างเราจะไม่มีความลับต่อกัน”

    ธนุสชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนตัดสินใจเล่าว่าตอนนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในขบวนการค้ายาของนายทรงยศ และอาจทำให้แผนที่วางไว้ทั้งหมดใช้การไม่ได้ อาจถึงขั้นต้องถอยไปเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่อีกครั้ง อนงค์รัตน์ยื่นมือเข้ากุมมือเขาไว้และพูดอย่างเชื่อมั่นว่าถ้าเราร่วมแรงร่วมใจกัน สิ่งที่เราตั้งใจไว้ต้องสำเร็จแน่ ธนุสสบตาเธออย่างมีกำลังใจ

    ในห้องนั่งเล่น ปราบกำลังง่วนพิมพ์บางอย่างลงคอมพ์ควบคู่กับการกินโดนัทของโปรด สะพายเดินเข้ามามองดูอย่างสนใจและถามว่าเขาทำอะไรอยู่ ปราบตอบโดยที่ตายังมองจอและมือยังคงพิมพ์งานไม่หยุด

    “กำลังสั่งทีมซับพอร์ตให้จัดเตรียมรถขนสินค้าลอตใหม่ให้นายทรงยศ”

    สะพายแปลกใจเพราะยังไม่มีใบสั่งซื้อ ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปราบยกดูเบอร์และทำท่าให้สะพายตั้งใจฟังสิ่งที่เขาจะสนทนากับปลายสาย

    “สวัสดีครับคุณระมาด มีอะไรให้มิสเตอร์ปราบรับใช้ครับ...ได้เลยครับ...รถขนสินค้าลอตใหม่จะส่งถึง มือคุณภายในสามวันแต่ถ้าเพิ่มเงินให้อีกนิด ผมอาจเร่งให้ส่งรถได้ภายในสองวัน...ถ้ายังงั้นไม่มีปัญหา ยินดีรับใช้เสมอ สวัสดีครับ”

    หลังวางสายปราบอธิบายว่ารถขนสินค้าของพวกมันโดนจ่าเที่ยงยึดไว้เป็นของกลางหมด เขาคำนวณแล้วว่าพวกมันจะต้องสั่งซื้อรถใหม่อย่างแน่นอน ฟากระมาดเมื่อโทร.สั่งเรียบร้อยก็มานั่งรวมกลุ่มกับลูกน้องคนอื่นๆ ทรงยศยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มแล้วมองแต่ละคน เขาหยิบปืนบนโต๊ะขึ้นมาค่อยๆเล็งไปที่ลูกน้องแต่ละคน

    “รู้ไหมฉันคิดอะไรอยู่ สิ่งที่ฉันน่าจะทำตอนนี้ก็คือยิงพวกแกทีละคน แต่ไม่หรอก ฉันจะไม่ทำแบบนั้น ถ้ามีใครสักคนที่ฉันคิดจะฆ่าน่าจะเป็นบอร์ดมากกว่า ในเมื่อมีบอร์ดหรือไม่มีก็ไม่เห็นว่ามันจะต่างกัน ทำไมเราต้องจ่ายให้พวกเขา ทั้งๆที่ผ่านมามีแต่เราเท่านั้นที่ต้องเหนื่อยและเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย พวกเขาไม่เคยยื่นมือเข้ามาช่วยมีแต่สั่งอย่างเดียว มันก็ควรเป็นของเราทั้งหมดไม่ใช่หรือไง ไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว ฉันถามพวกแกคำเดียว มีใครไม่เอากับฉันบ้าง”

    ระมาดไม่เห็นด้วยที่จะประกาศสงครามทั้งสองด้าน แต่เมื่อลูกน้องทุกคนนิ่งเงียบ เขาจำเป็นต้องคล้อยตาม จากนั้นเขาก็ไปหาประเสริฐที่สนามกอล์ฟเพื่อตกลงอะไรบางอย่าง

    “ว่าไงระมาด คุณตัดสินใจดีแล้วสินะ ถึงเวลาที่นายทรงยศจะต้องร่วงลงจากเก้าอี้แล้วมีใครสักคนขึ้นนั่งไปแทน คนที่หนุ่มกว่า เก่งกว่า เด็ดขาดมากกว่า คุณว่า...คนคนนั้นน่าจะเป็นใครกันล่ะ”

    ระมาดยิ้มอย่างเข้าใจว่าประเสริฐหมายถึงใคร ก่อนจะถามว่า

    “แล้วถ้าผมรับข้อเสนอของคุณ”

    “อย่าเพิ่งร้อนใจไป เล่นกอล์ฟกันให้เพลินๆแล้วค่อยๆคุยกันไป เวลายังมีอีกเยอะ”

    ooooooo

    ณ กองบัญชาการบ้านกลางสวน ธนุสและคนอื่นๆยืนรวมกันอยู่ที่โต๊ะ มองดูแผนที่เพื่อค้นหาว่าพื้นที่ใดน่าจะเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดแห่งใหม่ของนายทรงยศ ธนุสชี้แจงว่า

    “ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าโรงงานใหม่อยู่ที่ไหนกันแน่ รู้แค่ว่าออกนอกเขตพื้นที่วัฒนานิมิตไปแล้ว”

    สะพายเสริมว่าพวกมันฉลาดที่จัดรถวิ่งไปหลายเส้นทางเพื่อหลอกให้สับสน แต่ปราบแย้งว่าไม่ยากเกินความสามารถของตนเพราะทันทีที่เอารถขนสินค้าลอตใหม่ไปส่งในวันพรุ่งนี้ พวกเราก็จะทราบที่ตั้งของโรงงานแน่นอน

    เช้าวันต่อมา ปราบนำรถบรรทุกไปส่งตามนัดหมายที่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ ระมาดกับมังกรยืนฟังคำโม้ของเขาอย่างใจเย็นเพราะทราบดีถึงคุณภาพของรถจากการใช้ในคราวก่อน เมื่อปราบพูดจบก็แบมือขอรับเช็คจากระมาดที่ส่งให้อย่างพอใจ ในเวลาเดียวกันนั้น ธนุสและพวกต่างนั่งฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่จากหูฟังอยู่บนรถที่เอามาส่ง ระมาดสั่งการ

    “จอดรถไว้ที่นี่แหละ หมดธุระของคุณแล้ว เชิญกลับได้เลย”

    ปราบรับทราบและขอบคุณ ก่อนจะส่งสัญญาณให้คนขับทุกคันละทิ้งรถแล้วออกไปพร้อมกัน ธนุสกับสะพายที่พรางตัวรีบเดินมาขนาบข้างปราบ ก่อนที่สะพายจะบ่นว่าเสียเวลามา ไม่เห็นระมาดจะเผยไต๋อะไรมากกว่านี้ ปราบแย้งว่าไม่ต้องห่วง สุดท้ายรถพวกนี้ก็นำทางไปถึงรังลับได้แน่ๆ ระหว่างที่เดินออกไปนั้น ระมาดและมังกรมองตามโดยไม่นึกสงสัยว่ากลุ่มคนเหล่านั้นคือศัตรูคู่แค้นของพวกตน

    จากนั้นการติดตามก็เริ่มขึ้น ระมาดกับมังกรอยู่ในรถยนต์ที่ขับนำหน้ารถบรรทุกลอตใหม่มุ่งไปตามเส้นทางกลางป่าโดยมีปราบนั่งมองการเดินทางนั้นจากจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับคนอื่นๆที่ยืนอยู่ด้านหลัง ไฟสีแดงเคลื่อนที่เป็นแถวไปเรื่อยๆมุ่งตรงเข้าในป่าลึก ทันใดนั้นภาพสัญญาณเริ่มล้มก่อนจะหายไปในที่สุด ปราบหน้าจ๋อยในขณะที่คนอื่นๆต่างพากันแปลกใจ ต่างจากราโพที่เดินเข้ามาดูและพูดอย่างไม่มีท่าทีตื่นเต้น

    “พวกนั้นติดตั้งสัญญาณรบกวนทำให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นเหมือนแดนสนธยา ระบบสื่อสารแบบไหนก็ใช้งานไม่ได้ และยากต่อการค้นหาเพราะกว้านซื้อที่กระจายทั่วไปหมด จากนั้นก็ว่าจ้างพวกชาวบ้านให้ปลูกกัญชาแบบครบวงจร พร้อมทั้งจัดหาเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาบำรุง ยากำจัดศัตรูพืชวัชพืชให้ ชาวบ้านที่เข้าร่วมด้วยมีฐานะร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนพวกที่ดื้อดึงไม่เข้าร่วมจะเจอชะตากรรมเดียวกับนางประหลาด”

    ทั้งหมดฟังราโพอย่างเข้าใจ เพราะเหตุนี้เองชาวบ้านที่ร่วมมือจึงคอยเป็นหูเป็นตา มีเวรยามสอดส่องและเล่นงานคนแปลกหน้าที่เข้ามาใกล้ ราโพอธิบายต่อว่านอกจากจะจ้างชาวบ้านแล้ว พวกนั้นยังมีผู้เชี่ยวชาญมาทำงานด้วยทำให้สามารถคัดสายพันธุ์กัญชาที่ให้ผลผลิตได้มากที่สุด ก่อนจะนำไปแปรรูปเป็นอัดแท่ง อัดเม็ดหรือแม้แต่แบบน้ำ

    สักพักปราบก็โพล่งขึ้นมาอย่างหงุดหงิดที่ไม่สามารถใช้เครื่องมือติดตามได้ ทุกคนหันมามองเขาอย่างเห็นใจ ก่อนที่ธนุสจะพูดว่า

    “ไม่เป็นไรหรอกปราบ อย่างน้อยเราก็รู้ว่ารถทั้งหมดมุ่งหน้าไปในทิศทางไหน อาจต้องเหนื่อยกันหน่อยแต่ยังไงเราต้องรู้ที่ตั้งโรงงานใหม่ของพวกมันแน่”

    ooooooo

    ณ บ้านบนเขา ทรงยศนั่งอยู่ที่หน้าบ้านมองออกไปยังท้องฟ้ากว้างพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ระมาดเดินเข้ามารายงานการขนย้ายเป็นไปอย่างเรียบร้อย อีกไม่นานก็เริ่มผลิตยาได้ ทรงยศยิ้มอย่างพอใจที่ทุกอย่างดำเนินตรงตามแผน

    “ดีมาก แล้วเรื่องนายประเสริฐล่ะ”

    “ตอนนี้เขาเชื่อพันเปอร์เซ็นต์ว่าผมพร้อมจะหักหลังคุณแล้วขึ้นเป็นนายใหญ่คนใหม่แห่งวัฒนานิมิต ผมเชื่อว่าบอร์ดคงคิดไม่ต่างกัน”

    “ถามจริงข้อเสนอดีขนาดนี้ ทำไมถึงไม่รีบ ตะครุบไว้”

    “ในเมื่อเขาทำกับคุณแบบนี้ได้ สักวันเขาก็คงทำกับผมไม่ต่างกัน”

    ระมาดนั่งลงข้างๆและรับแก้วเหล้าที่นายส่งให้อย่างรู้สึกดี เพราะเหล้าแก้วนี้เหมือนสื่อแทนความหมายอันพิเศษ

    ในระหว่างที่ทรงยศและพวกกำลังมีความสุขและชะล่าใจไม่คิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะเริ่มปฏิบัติการค้นหาแบบปูพรมอย่างรีบเร่ง ธนุสนำสะพายกับปราบเดินทางเข้าไปในป่าลึกโดยใช้แผนที่และเข็มทิศ กระทั่งธนุสเห็นรอยล้อรถบนพื้นถนน เขาเรียกปราบให้มาดูเพื่อความแน่ใจ

    “ถูกต้องตรงเผง ลายดอกยางแบบนี้ใช่แน่ๆ”

    “ลองไปตามเส้นทางนี้ดูว่ามันจะพาเราไปถึงไหน”

    ปราบผู้ถนัดแต่เรื่องเทคโนโลยีเริ่มบ่นกระปอด กระแปดว่าจะต้องเดินไปอีกนานแค่ไหนกัน ธนุสส่ายหัวอย่างขำๆพร้อมทั้งสั่งให้เดินไปอย่าบ่น ไม่นานนักคนทั้งหมด ก็เห็นรถบรรทุกหลายคันจอดอยู่ข้างหน้า มีคนงานช่วยกันขนของลงมาจากรถ ใกล้ๆกันนั้นนักรบกับลูกน้องมือพระกาฬหลายคนยืนถือปืนคอยคุมเชิงดูแลความเรียบร้อย

    ธนุส สะพายและปราบแอบซุ่มมองดูเงียบๆเพื่อมองหาโรงงานแต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากต้นไม้ จนกระทั่งพวกคนงานเดินตรงไปที่ช่องลับซึ่งมีฝาปิดอยู่และเปิดมันออกก่อนก้าวลงไปในนั้น ทั้งหมดแทบจะไม่เชื่อว่าโรงงานซ่อนอยู่ใต้ดินตรงตามที่ท่านรองเคยคาดคะเนไว้ ปราบลุกขึ้นมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังก่อนบอกกับพรรคพวกว่าเขาจะไปหาเครื่องรบกวนสัญญาณแล้วทำลายให้สะใจเพราะเดินกันขาลากกว่าจะมาถึงที่นี่

    ไม่นานหลังจากนั้น ธนุสกับสะพายก็เห็นปราบวิ่งหน้าตั้งออกมาพร้อมเสียงปืนยิงกราด แล้วตะโกนให้ทุกคนรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดโดยด่วน สิ้นเสียงของเขา นักรบกับลูกน้องที่วิ่งไล่ตามยังคงสาดกระสุนแบบไม่ยั้ง พวกของธนุสวิ่งกระจายตัวหาที่หลบแล้วยิงสวนกลับ พวกเขาใช้วิชาการต่อสู้ที่ติดตัวมาค่อยๆจัดการพวกนักรบทีละคนตามแต่สถานการณ์ที่เผชิญอยู่

    ฟากนักรบและลูกน้องที่เหลืออยู่ได้ยินเสียงปืนที่ดังขึ้นก็คิดว่าเป็นต่อ จึงเดินตามไปอย่างย่ามใจ จังหวะนั้นเองธนุสก็โผออกมาจากที่ซ่อนและแย่งปืนในมือเขาได้พร้อมกับใช้ปลายปืนซัดอย่างแรงเข้าตรงปลายคางของนักรบจนล้มลงหมดสติทันที จากนั้นธนุสก็หันไปหาพวกที่เหลือเล็งปืนยิงใส่ กระสุนปืนที่พุ่งมาทำเอาพวกนั้นขวัญเสียแตกฮือวิ่งหนีหายไป

    ชั่วเวลาไม่นานนัก สะพายกับปราบเดินเข้ามาสมทบจากคนละทาง ธนุสถามสะพายว่า

    “ทางนั้นพวกคุณคงจัดการเรียบร้อยแล้วสิ”

    “ใช่ ไม่ปล่อยเอาไว้หรอก คุณนี่ใจดีกับพวกมันจริงๆปล่อยไปเดี๋ยวก็กลับมาเล่นงานเราอีก”

    ปราบเริ่มโอดครวญกับการเดินกลับอีกครั้ง แต่เหมือนสวรรค์มาโปรด พวกเขาได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอด สะพายตกใจทำท่าจะวิ่งหลบ ก่อนจะเห็นว่าคนขับรถนั้นคือถมทองและมีอนงค์รัตน์นั่งอยู่ข้างๆ ทั้งสามรีบขึ้นรถทิ้งตัวอย่างอ่อนแรงแต่ไม่วายสงสัยสองสาวรู้ได้ยังไงว่าพวกตนมาทางนี้
    อนงค์รัตน์เปิดคอมพิวเตอร์ให้พวกธนุสดูบนหน้าจอ ภาพสัญญาณเครื่องติดตามกลับคืนมาเหมือนเดิม ปราบยักคิ้วให้ทุกคนแล้วโม้ว่า

    “มือชั้นนี้แล้วไม่สำเร็จได้ไง พอผมจัดการเครื่องรบกวนสัญญาณเสร็จ พวกมันถึงมาเจอแล้วก็ไล่ยิงนี่แหละ”

    แล้วรถก็แล่นต่อไปมุ่งหน้าสู่บ้านของพวกเขา เพียงครู่เดียวหลังจากพวกธนุสเข้าถึงฐานที่มั่นใหม่ของทรงยศ มังกรก็ได้รับรายงานข่าวร้าย เขานำเรื่องเข้าเรียนให้ระมาดและนายทราบทันที ทรงยศสั่งให้เพิ่มเวรยามและอาวุธอย่างเต็มอัตราเพื่อต่อกรในรูปแบบของสงครามอย่างแท้จริง

    เมื่อกลับมาถึงกองบัญชาการ พวกธนุสมารวมตัวอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเพื่อวางแผนค้นหาบอร์ดผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายการค้าของนายทรงยศทั้งหมด ธนุสโชว์ใบปลิวประกาศจับสารวัตรเถื่อนที่เก็บมาให้ทุกคนดู ก่อนบอกว่าเขาจะใช้ประโยชน์จากมันโดยการมอบตัว สิ้นคำพูดของเขา ทั่วทั้งห้องมีแต่ความเงียบเพราะไม่มีใครเข้าใจการตัดสินใจแบบนั้น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:45 น.