ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม



    ณ บ้านกลางสวนนอกเมืองวัฒนานิมิต ยมกับอนงค์รัตน์นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อฟังไฟล์เสียงบทสนทนาที่อัดได้จากสนามกอล์ฟ ส่วนสะพายเดินดื่มนมเข้ามาในห้องนั่งเล่นและพูดติดตลกกับยมว่า

    “นอกจากเรื่องสารวัตรยมฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้ว ยังมีเรื่องอื่นที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้อีกเหรอ”

    “มีสิ ลองฟังดูเองก็แล้วกัน”

    เสียงบทสนทนาระหว่างทรงยศกับประเสริฐจากไฟล์เสียงดังขึ้น พอฟังไปสักพักยมก็กดหยุด แล้วถามความคิดเห็นของสะพายในเรื่องนี้ เขาตอบว่าพวกนั้นน่าจะงัดข้อกันอยู่ และทรงยศพยายามดึงบอร์ดลงมาเล่นเกมด้วย ยมเปิดไฟล์เสียงอีกครั้ง และอธิบายว่า

    “เห็นชัดว่านายทรงยศตั้งใจที่จะคานอำนาจกับบอร์ดโดยเล่นทั้งเกมบนดินและเกมใต้ดิน”

    อนงค์รัตน์เสริมว่าธนสารคือไพ่ใบหนึ่งในเกมนี้

    “ใช่ แต่ไม่ว่านายทรงยศจะมีไพ่เด็ดสักกี่ใบ เราก็จะบีบให้เขาต้องทิ้งไพ่พวกนั้นลงมา จนเหลือแค่ไพ่ใบสุดท้ายที่เป็นเป้าหมายของพวกเรา”
    “นั่นก็คือบอร์ด” สะพายสรุปทิ้งท้าย

    จากสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ยมเตือนอนงค์รัตน์ให้ระมัดระวังตัวอย่าออกไปไหนและไม่ควรติดต่อใครถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แม้แต่ผู้ใหญ่ที่นับถือ ในขณะที่เธอมั่นใจว่าคุณอาสุวรรณ เพื่อนคุณพ่อจะช่วยล้มอาณาจักรนายทรงยศ ถ้ามีหลักฐานเพียงพอ ยมยังคงยืนยันให้เธอเชื่อเขาเพราะในเวลานี้เรื่องต่างๆยังคลุมเครืออยู่มาก

    ooooooo

    เสียงแทงพนันจากวงไฮโลเล็กๆที่มีคม ลูกน้องของนักรบเป็นเจ้ามือดังจอแจ เขาเชิญชวนให้นักพนันทุกคนวางเงินก่อนที่จะปิดรับแทง ทันใดนั้นมือใครคนหนึ่งมาจับถ้วยไม่ให้เปิด เมื่อคมเงยหน้าขึ้นมองก็วงแตก ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นจ่าเที่ยงนั่นเอง

    คมจะลุกหนีแต่จ่าเที่ยงไวกว่า ใช้เท้าเตะปืนในมือเขาจนกระเด็นแล้วสับกุญแจมือทันที จ่ารีบตะโกนบอกคนอื่นๆไม่ต้องตกใจ วันนี้ไม่ได้มาจับพนันแต่ถ้าไม่เลิกเล่นโดนแน่ ก่อนจะดันร่างคมให้เดินไป

    เมื่อจ่าเที่ยงนำตัวคมมาถึงโรงพัก ทุกคนต่างหันมามองจ่าเที่ยงเป็นตาเดียวกัน ทุกคนตะลึงด้วยความงุนงง เช่นเดียวกันกับสิบตำรวจตรีแพรวดาว เสมียนประจำโรงพัก เธอเงยหน้ามองอย่างประหลาดใจระคนโล่งใจที่เขายังมีชีวิตอยู่ ในขณะที่จ่าแหลมพูดเสียงหลงเหมือนเห็นผี

    “จ่าเที่ยง! แล้ว...แล้วที่จ่าโดนระเบิด”

    “ใครบอกว่าฉันโดนระเบิด”

    ธนสารเองก็เดินออกมาดูด้วยสีหน้ามึนงง ก่อนจะถามว่าที่ผ่านมาจ่าเที่ยงหายไปไหน

    “โทษทีที่ไม่ได้แจ้ง พอดีมีคำสั่งด่วนเรียกตัวจากผู้บังคับบัญชา ให้ย้ายไปประจำตำแหน่งใหม่น่ะ”

    พูดเสร็จแล้ว จ่าเที่ยงก็หยิบสำเนาเอกสารแต่งตั้งในกระเป๋ามายื่นส่งให้ พร้อมกับย้ำว่านี่คือตำแหน่งประจำหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองปราบปราม มีอำนาจในการสืบสวนและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทั่วราชอาณาจักร จ่าแหลมแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน เมื่อหันไปมองหน้าลูกพี่ที่พยักหน้ายืนยัน ก็เกิดอาการเซ็งจัด

    จ่าเที่ยงยิ้มมุมปาก แล้วเดินไปลากไอ้คมเข้าไปในห้องสอบสวน ธนสารนิ่งอึ้ง สีหน้าเคร่งเครียด

    ในห้องสอบสวน จ่าเที่ยงผลักคมให้นั่งลง ก่อนที่จะเดินมานั่งจ้องจากที่นั่งฝั่งตรงข้าม พูดด้วยน้ำเสียงเข้มและดุดัน

    “ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา มีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้าง ความผิดฐานขัดขืนการจับกุมและเจตนาฆ่าตำรวจ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ แน่ใจนะว่าแกจะยอมเสียสละรับโทษไปเต็มๆคนเดียว”

    คมหน้าเหวอเมื่อได้ยินโทษที่จะได้รับ จ่าเที่ยงได้ทีรีบสำทับว่าถ้าเขายอมเปิดปาก โทษหนักจะกลายเป็นเบา แล้วยิ่งสิ่งที่พูดเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากเท่าไร โทษจะลดน้อยลงเท่านั้น หรือไม่แน่อาจช่วยกันไว้เป็นพยาน

    ขณะเดียวกันตรงหน้าห้อง ธนสารกับจ่าแหลมยืนมองการไต่สวนด้วยความไม่สบายใจ ทั้งสองรู้ดีว่าพวกนักฆ่าหิวเงินอย่างคมทำทุกอย่างได้ก็เพื่อเงิน คงไม่ซื่อสัตย์กับใคร ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องให้การซัดทอดไปหาผู้จ้างวานและความตายของมันอยู่แค่เอื้อมเท่านั้นเอง

    ooooooo

    ห่างออกไปไม่ไกลนัก ทรงยศและลูกน้องกำลังกดดันถาวรให้ขายถาวรพาราไดซ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบและเคร่งเครียดเนื่องจากถาวรไม่ต้องการจะทำแบบนั้น เขายังคงยืนยันว่า

    “ก็เหมือนที่บอกตั้งแต่แรกและทุกครั้งว่า ไม่ ไม่ ไม่ ยังไงผมก็ไม่ขายถาวรพาราไดซ์ให้ใครทั้งนั้น”

    “บางทีปืนนี่อาจช่วยให้คุณตัดสินได้ดีขึ้น บอกราคามา” ทรงยศพูดข่มขู่

    ถาวรมองหน้าทรงยศอย่างไม่เกรงกลัวและท้าให้ลงมือ ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทรงยศกดรับและฟังปลายสายรายงานข้อมูล สีหน้าเขาเปลี่ยนไปฉับพลันสบถคำด่าอย่างฉุนเฉียวเมื่อรู้ว่าจ่าเที่ยงกลับมาอีกแล้ว ทุกคนต่างมีสีหน้าประหลาดใจ ทรงยศรีบเดินออกมาขึ้นรถและสั่งการให้ระมาดกับราโพ โทร.แจ้งทุกพื้นที่ระงับการส่งสินค้าในทุกเส้นทาง

    หลังจากพวกทรงยศไปแล้ว ถมทองเดินเข้ามาในห้องประชุมและมองพ่ออย่างเดาเรื่องราวทั้งหมดได้ เธอรู้ว่าเรื่องนี้คงจบไม่ได้ง่ายๆแน่ ถาวรมองลูกสาวด้วยความรักสุดชีวิตที่โชคชะตาเล่นตลกกับเขาอีกแล้ว เขากอดลูกไว้และพูดว่า

    “ยังไงป๊าก็ไม่ยอมเสียที่นี่ไป ป๊ากับแม่ของถม เราสร้างที่นี่มาด้วยกัน ยังไงป๊าก็ไม่ยอมให้ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น”

    ด้วยความอึดอัดใจที่ยังหาทางออกให้พ่อไม่ได้ ถมทองมาที่บ้านกลางสวนและใช้ปืนยิงเป้านิ่งเพื่อระบายอารมณ์ สะพายมองดูอย่างขำๆที่ไม่มีกระสุนเข้าเป้าแม้แต่นัดเดียว ท่าทีของเธอนิ่งไม่ตอบโต้ก่อนจะหันหลังกลับเข้าบ้านไปทันที

    สะพายรีบเดินตามมาปลอบหญิงสาวไม่ให้อารมณ์เสียกับเรื่องนี้ ถมทองแย้งว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม คนดีๆ ต้องตายไปกันหมด แต่คนเลวอย่างทรงยศกลับกลายเป็นผู้มีอิทธิพลที่ใครๆก็ต้องสยบ ทันใดนั้นเสียงของยมดังขึ้น

    “ถึงเวลาแล้วที่คนพวกนี้จะหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย”

    ถมทองลุกขึ้นมองแล้วขยี้ตาตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา คนอื่นๆพากันยิ้มขำท่าทางของเธอ ยมชี้แจงว่าเขากับจ่าเที่ยงหนีออกจากเรือมาได้แบบหวุดหวิด คงทำให้พวกนั้นหัวเสียกันน่าดู

    “พวกมันอุตส่าห์วางกับดักล่อให้คุณกับจ่าเที่ยงไปตาย แล้วตอนนี้ยังจะรออะไรอยู่อีกล่ะ บุกจับพวกมันเลย ถล่มโรงงานของนายทรงยศให้ไม่เหลือซาก” ถมทองพูดอย่างเข่นเขี้ยว

    อนงค์รัตน์ปรามถมทองให้ใจเย็นๆ เพราะโรงงานผลิตยาเสพติดสามารถสร้างได้อย่างพริบตาเดียว หนทางเดียวที่จะหยุดขบวนการนี้ได้คือการเจาะไปให้ถึงหัวขบวนและคนที่อยู่เบื้องหลัง ยมเห็นด้วยและกล่าวเสริมว่า

    “เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดนั้น เราทุกคนจะต้องร่วมมือกัน”

    ทั้งสี่คนมองหน้ากันก่อนที่จะเอื้อมมือมาประสานกันไว้ และรู้สึกถึงพลังที่กำลังจะเกิดขึ้น

    ooooooo

    เช้าวันต่อมาที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิต ผู้สื่อข่าวมากมายยืนออกันทำข่าวผู้ต้องหาผูกคอตายในห้องขัง จ่าเที่ยงเดินเข้ามาดูอย่างคาดไม่ถึง
    แพรวดาวรีบตามมาประกบก่อนจะแจ้งว่าสารวัตรยม โทร.สั่งไม่ให้เขาพูดอะไรมากกับพวกนักข่าว จ่าเที่ยงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตรงกันข้ามกับธนสารที่รีบเสนอหน้าป้ายความผิดนี้ให้กับคู่ปรับทันที เขาให้สัมภาษณ์ว่าผู้ต้องหาคงทนแรงกดดันจากการสอบสวนไม่ไหวจึงตัดสินใจกระทำอัตวินิบาตกรรม

    เวลาเดียวกันที่บ้านกลางสวน ยมกับอนงค์รัตน์นั่งมองดูข่าวโทรทัศน์รายงานการสัมภาษณ์จ่าเที่ยง

    “ผมมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ที่รู้แน่ๆคือคดีนี้มีกลุ่มคนอยู่เบื้องหลังและกำลังเดือดร้อน ถ้าหากผู้ต้องหายอมสารภาพและซัดทอดไปถึงพวกเขา”

    สะพายฟังการรายงานด้วยความสะท้อนใจ อนงค์รัตน์เชื่อว่าคนพวกนี้ทำได้ทุกอย่าง เช่นเดียวกับที่ยมพูดว่าพวกมันทำทุกวิถีทางเพื่อหนีความผิด แต่ยิ่งพยายามดิ้นรนก็ยิ่งมีหลักฐานมัดตัวพวกมันมากขึ้น

    ที่โรงพยาบาลในห้องชันสูตร ศพของคมนอนอยู่บนเตียงโดยมีหมอในชุดปฏิบัติงานคุยโทรศัพท์บอกปลายสายว่าจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วไม่มีปัญหา เมื่อวางสายก็หันมาบอกผู้ช่วยให้เอาศพไปเก็บ ทันใดนั้น ยมปรากฏตัว ถามหมอว่าจะไม่ตรวจให้ละเอียดก่อนหรือ หมอมองเขาอย่างไม่พอใจ

    “คุณสารวัตร งานของหมอ หมอรับผิดชอบเองได้”

    “จริงเหรอครับ แล้วที่ชันสูตรไป คุณหมอพบอะไรผิดสังเกตบ้างล่ะ”

    “ก็...ไม่มีอะไรนี่ ทุกอย่างชี้อยู่โต้งๆว่าเป็นการฆ่าตัวตาย”

    ยมเดินมาชี้รอยเชือกที่คอ แล้วบอกว่า “บางทีหมออาจจะไม่ทันสังเกตรอยรัดที่คอให้ละเอียด ดูดีๆ มันไม่ได้มีแค่รอยเดียว ผู้ตายเสียชีวิตด้วยการถูกรัดคอ ก่อนที่จะอำพรางคดีให้เหมือนกับว่าเป็นการฆ่าตัวตาย”

    หมอยืนนิ่งอึ้งเพราะจำนนด้วยหลักฐานและยอมแก้ผลชันสูตรให้ถูกต้อง ก่อนที่ยมจะเดินจากไป

    ฟากทรงยศและลูกน้องเกิดอาการเครียดหลังจากทราบข่าวว่าไม่มีใครตายจากการระเบิดที่ท่าเรือ พวกเขาประชุมกันเครียดหาทางแก้ไข ระมาดเสนอวิธีจัดการด้วยมนตราของเทคโนโลยี พร้อมกับผายมือเชิญให้พบกับใครคนหนึ่ง เมื่อประตูห้องเปิดออก ชายหนุ่มที่มีท่าทางเหมือนพวกแก่เรียนเดินเข้ามาด้วยลีลานักขายชั้นเลิศ เขากล่าวสวัสดีและแนะนำตัวเอง

    “ผมมิสเตอร์ปราบ ขอนำเสนอพาหนะสุดพิเศษที่มีนามว่า...รถขนของสองมาตรฐานสะท้านโลกันตร์”

    ปราบเชื้อเชิญให้ทุกคนตามเขามาที่ด้านหน้าอาคาร และอธิบายถึงประสิทธิภาพของรถ

    “มองเผินๆ รถคันนี้ก็ไม่ต่างจากรถที่เราเห็นกันทั่วไป แต่มันมีช่องลับต่างๆ...ที่ไม่ว่าซ่อนอะไรไว้ รับรองไม่มีใครรู้แน่ แม้แต่เครื่องเอกซเรย์ยังทะลุทะลวงเข้าไปส่องของที่อยู่ข้างในไม่เห็นเลย”

    ทรงยศยิ้มด้วยความพอใจและสั่งซื้อทันทีสิบคัน เขาบอกปราบว่าราคาไม่สำคัญ ขอให้จัดส่งมาเร็วๆ

    ooooooo

    ในห้องสารวัตรใหญ่ ยมเชิญธนสารและจ่าแหลมเข้ามาคุย ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันอย่างหยั่งเชิง ก่อนที่ธนสารจะชิงตัดหน้าพูดขึ้นว่า “ถ้าเรื่องผู้ต้องหาเสียชีวิตล่ะก็...ขอบอกเลยว่าเราสองคนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”

    ยมยิ้มอย่างใจเย็นก่อนตอบกลับว่าไม่ต้องร้อนตัวไป ตนแค่อยากให้มาร่วมมือกันล่ามือสังหารผู้ต้องหาที่ตายในห้องขัง เนื่องจากตนเป็นคนใหม่ของที่นี่แต่พวกเขาเป็นตำรวจผู้เชี่ยวชาญในท้องที่ บางทีอาจจะมีเบาะแสรู้ว่าใครมีแรงจูงใจให้ก่อเหตุฆาตกรรมเช่นนี้

    ธนสารกับจ่าแหลมต่างนั่งนิ่งกับคำพูดของยม ก่อนที่ธนสารจะยืนยันเหมือนเดิม ยมเห็นเช่นนั้นจึงพูดตรงๆว่าตนทราบเรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจกับผู้ก่อคดี หากสืบพบว่ามีคนในเข้าร่วม เรื่องก็คงไม่จบอย่างเงียบๆ ธนสารลุกขึ้นอย่างไม่พอใจและตอบว่า ไม่กลัวการขู่จากคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า พูดแล้วก็หันเดินออกไป จ่าแหลมมีสีหน้าเหลอหลาก่อนวิ่งตามลูกพี่ ทุกกิริยาที่คนทั้งคู่แสดงออกมาทำให้ยมเริ่มแน่ใจมากยิ่งขึ้นว่าเกลือเป็นหนอน

    จังหวะนั้นเอง จ่าเที่ยงเดินสวนเข้ามา ทั้งธนสารกับจ่าแหลมจ้องหน้าเขาอย่างชาตินี้ไม่มีวันญาติดีต่อกัน จนกระทั่งจ่าเที่ยงเดินลับไป ธนสารจึงบอกกับลูกน้องคนสนิทว่า

    “ถ้ามีใครต้องติดคุกเพราะเรื่องนี้ ก็คงไม่แค่เราสองคนหรอก สาบานได้ ฉันจะลากทุกคนไปด้วยกันให้หมด”

    จากนั้นธนสารบุกไปหาทรงยศที่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟในทันที เขาต้องการทวงสัญญากับทรงยศที่จะให้ขึ้นเป็นสารวัตรใหญ่ของเมืองนี้ แต่ทรงยศกลับไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ทำให้เขาจนตรอกต้องพูดอาฆาตว่า

    “ทุกคนจะได้รู้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้บ้าง ผมจะไม่ยอมรับโทษอยู่คนเดียว ถ้าต้องซวยก็ซวยกันให้หมด”

    ทรงยศยืนมองธนสารที่เดินออกไปด้วยกิริยานิ่งเงียบและเดินกลับเข้าห้องไปอย่างเคร่งเครียด ราโพบอกระมาดว่าไม่ต้องสนใจคนอย่างธนสาร เพราะดีแต่ปาก เขาไม่กล้าลงมือจริงๆแน่นอน

    ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ปราบก็นำรถมาส่งตามคำสั่งซื้อ ระมาดและราโพสั่งการให้คนงานบรรจุสินค้าในช่องลับอย่างเร่งด่วน ปราบรายงานเอาใจลูกค้าว่ารถคัน

    พิเศษนี้สมบูรณ์แบบ ไม่มีทางที่ตำรวจจะรู้ว่าสินค้าซ่อนอยู่ที่ไหน การส่งรถก็ใช้คนของลูกค้าดำเนินการ ดังนั้นทุกอย่างจึงเป็นความลับระดับสุดยอด ทรงยศฟังแล้วก็ส่งเช็คให้ด้วยความพึงพอใจ

    ปราบเดินออกมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านนอกโรงงาน เมื่อรถแล่นไปสักพัก ยมก็หันมาถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยตามแผนหรือไม่

    “ถามได้ มือชั้นนี้แล้ว มีหรือจะไม่เรียบร้อย”

    “เอ็งนี่สุดยอด หลอกได้ตั้งแต่ให้ระมาดพาเข้าไปข้างใน จนเอาของไปส่งได้สำเร็จ”

    “เรื่องแอ๊บน่ะขอให้บอก อยากให้เล่นบทไหน ตีบทแตกกระจุยหมด”

    ยมส่ายหัวอย่างขำๆในคำโม้ของปราบ ก่อนเอื้อมมือไปรับเช็คที่เป็นหนึ่งในหลักฐานเอาผิดพวกทรงยศได้แล้วรถก็แล่นต่อไปโดยพวกทรงยศไม่เฉลียวใจสักนิดว่าโดนกลลวงจากยมเสียแล้ว เมื่อพวกเขากลับมาถึงกองบัญชาการที่บ้านกลางสวน ปราบก็เริ่มอธิบายให้ทุกคนฟังว่า

    “รถที่ออกแบบมาเป็นพิเศษนี้มีกล่องดำใช้บันทึกข้อมูลการเดินทางแบบเครื่องบิน ดังนั้นพวกเราจะรู้ตลอดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางว่ายาเสพติดจะออกจากจุดไหน เคลื่อนไปตามเส้นทางไหน ไปสิ้นสุด ณ จุดไหนและนำส่งให้ใคร”

    อนงค์รัตน์มองจอคอมพิวเตอร์แล้วบอกทุกคนว่าทางโน้นมีการเคลื่อนไหว ทุกคนเข้ามามุงดูก็เห็นที่หน้าจอแสงไฟสีแดงเคลื่อนแยกออกจากกันที่บริษัททรงวัฒนากรุ๊ฟ ในขณะที่ทรงยศเองก็ยืนยิ้มย่องอยู่ที่หน้าต่าง มองดูรถที่แล่นออกไปอย่างมีความสุขและยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ห่างออกไปที่หน้าห้อง ระมาดค่อยๆย่องเข้ามาโอบกอดราโพทางด้านหลัง เธอตกใจรีบปราม

    “ระมาด คุณทำอะไรเนี่ย ปล่อย เดี๋ยวมีคนเห็น”

    “ไม่ต้องกลัว ในเมื่อคุณก็เคยบอกเองว่าคุณทรงยศไม่ได้คิดอะไรกับคุณมากไปกว่าเครื่องระบายความใคร่”

    ราโพขืนตัวไว้แล้วผลักระมาดออกไปอย่างแรงจนกระแทกเสา เขาเดินออกไปอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เธอตัดสินใจบอกว่าคืนนี้ที่ห้องคุณ ระมาดยิ้มอย่างคนได้ของถูกใจ แต่คนทั้งคู่ไม่ทราบเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ภายใต้การรับรู้ของทรงยศแล้ว

    ในเวลาเดียวกันที่บ้านกลางสวน อนงค์รัตน์นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ดูแสงไฟสีแดงเคลื่อนตัวไปตามที่ต่างๆ จนกระทั่งมันหยุดลงทั้งหมด เธอจึงหันมาบอกทุกคนว่ารถส่งของถึงที่หมายเรียบร้อยแล้ว ทุกคนเข้ามามุงดูอย่างสนใจ สะพายเอ่ยปาก

    “เยี่ยม ตอนนี้เราก็รู้ครบหมดแล้วว่าใครรับสินค้าไปกระจายต่อบ้าง ตามไปจับมันให้หมดเลยดีไหม”

    แต่ยมแย้งว่ายังไม่ถึงเวลา หลักฐานชัดเจนสามารถจับพวกมันได้ตลอด ไม่ควรรีบร้อนเพราะตัวใหญ่จะไหวตัวทัน ปราบเห็นด้วยกับความคิดนี้ ส่วนถมทองได้แต่ภาวนาให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ สะพายยืนยันว่าวันนั้นต้องมาถึงแน่ แต่ตอนนี้เธอควรจะกลับบ้านได้แล้ว โดยเขาอาสาไปส่งที่โรงแรม ฟากยมกับอนงค์รัตน์เดินมาส่งถมทองและสะพายที่หน้าบ้าน ต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

    ooooooo

    เมื่อมาถึงที่ถาวรพาราไดซ์ ถมทองรีบชิงบอกสะพายให้รออยู่ที่หน้าโรงแรมเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยว่าหายไปไหนด้วยกัน ห่างไปไม่มากนัก ถาวรกับน้อยหน่าแอบซุ่มดูอยู่

    ถาวรมีอาการหงุดหงิดที่เห็นสะพายพาลูกสาวตะลอนไปได้ทุกวัน เขาขยับจะเข้าไปซัดสะพาย แต่น้อยหน่ารีบห้ามก่อนจะบอกให้ใจเย็นๆ เพราะกลัวถมทองจะเก็บข้าวของหนีหายไปกับชายหนุ่มคนนี้

    ถาวรเริ่มมีสติได้คิด ค่อยๆถอยกลับมานั่งซุ่มดูอย่างเดิม

    ส่วนน้อยหน่าอาสาจะสืบข่าวต่อว่าทั้งคู่หายไปทำอะไรด้วยกันมา ถาวรได้แต่มองด้วยความห่วงลูกสาว

    จากนั้นน้อยหน่าเข้ามาดึงถมทองให้ไปคุยด้วยกัน เธอบอกว่าถาวรรู้แล้วว่าถมทองหายไปกับสะพายอยู่บ่อยๆ ขอให้บอกมาว่าไปไหนกัน เพราะถ้าเก็บเงียบไว้ เธอคงช่วยไม่ได้เมื่อเกิดเรื่อง ถมทองชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนกระซิบบอก สีหน้าของน้อยหน่าก็เปลี่ยนไปในทันที

    “ว่าไงนะ นายสะพายเป็นเกย์เหรอ” ถาวรถามย้ำด้วยความประหลาดใจ น้อยหน่าพยักหน้าแล้วรายงานต่อ

    “แล้วที่เขาชวนถมทองไปด้วยกันบ่อยๆ ก็เพราะเขาไปชอบผู้ชายคนหนึ่ง เลยชวนถมทองไปเป็นเพื่อนค่ะ”

    จังหวะนั้นเอง สะพายเดินถือกีตาร์เข้ามาทักทายคนทั้งสอง ทำให้วงแตกทันทีเพราะน้อยหน่าอึดอัดใจที่จะมองหน้าคนเคยชอบ ส่วนถาวรก็กลัวพวกกะเทยแอบจิต ต่างคนต่างรีบขอตัว ทิ้งให้สะพายยืนงงว่าเกิดอะไรขึ้น จนถมทองเข้ามาเฉลยว่าเธอบอกทุกคนว่าเขาชอบ
    ไม้ป่าเดียวกันและให้เขาไม่ต้องคิดมาก สะพายหน้าเหวอกับสิ่งที่ได้ยิน

    เวลาเดียวกันนั้นที่หน้าห้องพักของระมาด ทรงยศแอบอยู่ในรถฟังเสียงสนทนาของลูกน้องตัวแสบสองคนจากเครื่องดักฟัง เสียงระมาดบอกกับราโพว่า

    “คนอย่างคุณทรงยศ มีแต่เงินและอำนาจเท่านั้นแหละที่เขาสนใจ ส่วนเรื่องของเรา เขาไม่มีปัญญามารับรู้ได้หรอก”

    ทรงยศนั่งนิ่ง สายตาฉายแววโกรธแค้นเมื่อได้ยินทุกคำพูดของลูกน้องคนสนิท ก่อนที่จะสั่งให้คนขับเคลื่อนรถออกไปได้

    ooooooo

    เช้าวันต่อมาที่กองบัญชาการบ้านกลางสวน ยม อนงค์รัตน์และปราบนั่งพิจารณาแผ่นชาร์ตขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนัง โดยข้างบนสุดคือบอร์ดซึ่งยังเป็นเงาดำอยู่ ถัดลงมาคือกลุ่มพวกทรงยศ ก่อนที่จะแตกแขนงไปเหมือนใยแมงมุม

    สะพายเดินถือขวดนมเข้ามามองดูอย่างไม่อยากเชื่อว่าเครือข่ายของพวกมันจะใหญ่โตขนาดนี้ ยมอธิบายว่า

    “ผลประโยชน์จากยาเสพติดมันมากมหาศาล ใครๆถึงอยากมาเอี่ยว ตั้งแต่ผู้มีอิทธิพลไปจนถึงโจรกระจอก ตอนนี้จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่ต้องหาให้เจอก็คือบอร์ด จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ามีกี่คน มากกว่าหนึ่งหรือเพียงคนเดียวที่กุมอำนาจมืดนี้อยู่ สิ่งเดียวที่ทำได้คือรอ เหมือนเสือที่รอตะครุบเหยื่อ ในไม่ช้าบอร์ดจะต้องเผยตัวออกมา”

    ส่วนคนที่ยมพูดถึง ในตอนนี้เขากำลังคุยกับประเสริฐอย่างคนที่เจนประสบการณ์

    “ไม่สงสัยบ้างเหรอประเสริฐ ว่าทุกอย่างมันดูราบรื่นเกินไป ทั้งตำรวจทั้งไอ้โม่งก็เงียบหายกันไปหมด”

    “ก็แปลกๆอยู่เหมือนกัน แต่จะว่าแบบนี้ก็ดีแล้วนี่ครับ ธุรกิจของเรากำลังไปได้สวย ยอดขายเพิ่มขึ้นสองเท่า มีลูกค้าใหม่ๆมาตลอด”

    “ลูกค้าใหม่เหรอ นี่แหละที่เราต้องระวังล่ะ จำไว้ให้ดี หลังฟ้าใส ระวังพายุใหญ่ที่จะตามมา”

    ooooooo

    หลังจากได้รับหน้าที่ใหม่ จ่าเที่ยงและพล ลูกน้องคนสนิทเดินหน้าปราบปรามพวกค้ายาเสพติดอย่างหนัก วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาให้พลทำตัวเป็นนักค้ายาตัวฉกาจเพื่อล่อซื้อยาเสพติดจากอีกกลุ่มหนึ่ง

    “ผมมาแล้ว มาคนเดียว พร้อมด้วยเงินใหม่เอี่ยมตามที่ตกลงกันไว้”

    ชายร่างอ้วนกับลูกน้องสองคนก้าวลงมาจากรถและขอดูเงินก่อนเพราะกลัวการยัดไส้ เมื่อตรวจเช็กเรียบร้อยเขายื่นมือไปคว้ากระเป๋า แต่พลยื้อไว้บอกให้ส่งกระเป๋าใส่ยามาด้วย มันเป็นกฎของการยื่นหมู

    ยื่นแมว ทั้งสองจัดการส่งกระเป๋าให้กันและกัน ทันใดนั้นเอง รถตำรวจก็แล่นเข้ามาจอด จ่าเที่ยงกับลูกทีมคนอื่นๆ กระจายกำลังล้อมกลุ่มพ่อค้ายาไว้

    ในขณะที่กลุ่มพ่อค้ายาจะยกปืนขึ้นยิงใส่ตำรวจ จ่าเที่ยงและลูกทีมยิงสวนกลับไปหลายนัดจนไม่มีใครในกลุ่มเหลือรอด ส่วนพลที่ก้มหัวหลบอยู่ จ่าเที่ยงต้องมาฉุดเขาให้ลุกขึ้น ก่อนที่พลจะเห็นศพตายเกลื่อนบนพื้น

    เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มของพวกยม ทุกคนต่างเร่งทำงานเพื่อให้เรื่องเหล่านี้จบลงโดยเร็วและคืนความสุขให้กับเมืองวัฒนานิมิต

    ปราบเดินกินโดนัทเข้ามามองดูงานที่อนงค์รัตน์กำลังง่วนทำอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เขาอยากให้เธอพักบ้าง แต่หญิงสาวอยากทำให้เสร็จโดยเร็ว เพราะอยากรู้ว่าคนแบบไหนที่หิวเงินจนไม่สนใจชีวิตผู้อื่น

    ขณะนั้นเอง ยมเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลใจและบอกให้อนงค์รัตน์ปรับแก้ไขแฟ้มประวัติเครือข่ายยาเสพติดเพราะจ่าเที่ยงจัดการพวกมันไปหลายคนแล้ว พูดพลางกากบาทรูปของพ่อค้ายาบนบอร์ดออกไปหลายคน

    “ทำอย่างนี้ก็เสียแผนหมดน่ะสิ” ปราบเอ่ยขึ้นมาอย่างเซ็งๆ ที่ต้องปรับแผนอีกแล้ว ส่วนยมอธิบายว่า

    “เพราะฉะนั้นเราอาจต้องปรับเปลี่ยนแผนหาทางบีบให้บอร์ดปรากฏตัวออกมาเร็วขึ้นโดยยืมมือใครบางคนให้ช่วยซึ่งจะต้องเป็นคนใกล้ชิดบอร์ดมากที่สุด”

    เวลาเดียวกันในอีกฟากหนึ่งของเมือง ทรงยศนั่งจิบไวน์และฟังรายงานเรื่องสารวัตรยม

    “ตกลงยืนยันข้อมูลได้หรือยัง ว่าสารวัตรมันเป็นของจริงหรือสารวัตรเถื่อนกันแน่”

    “เท่าที่ราโพเจาะข้อมูลได้ ทุกแหล่งมีข้อมูลตรงกันหมด ทั้งชื่อ รูปถ่าย แล้วก็ประวัติราชการ ตัวจริงไม่ผิดแน่นอน”

    “ถ้าอย่างงั้น เราต้องจัดการย้ายมันออกไปจากวัฒนานิมิตโดยเร็ว เพราะถึงแม้ช่วงนี้มันยังไม่รู้เรื่องรถขนสินค้าของเรา แต่มันก็ทำให้อำนาจของเราต้องสั่นคลอนลงไป

    ในขณะที่ระมาดรู้สึกไม่สบายใจ เขาไม่เคยเชื่อในฝีมือของประเสริฐว่าจะจัดการเรื่องย้ายสารวัตรคนนี้ออกไปได้ ทรงยศเองก็ไม่ได้คาดหวัง ก่อนที่จะบอกกับลูกน้องว่าไม่ได้คิดว่าสารวัตรยมต้องย้ายออกไปแบบมีชีวิตหรือเป็นศพ ควรมองหาช่องทางเอาไว้ มีโอกาสเมื่อไหร่จัดการทันที ระมาดยิ้มอย่างเข้าใจในความนัยนั้น

    ราโพขยับจะบอกเรื่องจ่าเที่ยง ทรงยศรีบตัดบทว่าทราบเรื่องแล้ว พร้อมกับถามกลับว่าทั้งสองคนมีเรื่องอื่นจะรายงานตนอีกไหม ทั้งระมาดและราโพต่างนิ่งอึ้งกับคำถามนั้น ก่อนจะตอบว่าไม่มี ทรงยศพยักหน้าและสำทับว่า

    “จำไว้ ฉันไม่ชอบให้คนของฉันมีความลับ หรือแอบทำอะไรข้างหลังฉัน เข้าใจไหม”

    ทั้งคู่ออกมายืนถกเถียงกันหน้าห้องทำงานของทรงยศ แต่ระมาดยังชะล่าใจเพราะคิดว่าใครจะมีหูทิพย์ตาทิพย์

    ooooooo

    ธนสารเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม เพราะหันไปทางไหนก็ดูเหมือนไม่มีใครจะช่วยเขาได้สักคน วันนี้เองเขาเดินดื่มเหล้าโซซัดโซเซมาที่หน้าสถานีตำรวจวัฒนานิมิต

    เมื่อตำรวจคนอื่นเห็นสภาพธนสารเมา ทุกคนมองด้วยความสมเพช ก่อนที่เขาจะมองกลับตาขวางและสั่งให้ทุกคนไปทำงาน ส่วนตัวเองเดินมานั่งกุมขมับอย่างใช้ความคิดอยู่ที่โต๊ะ แล้ววูบหนึ่งของความคิดเขานึกอะไรบางอย่างได้ เขารีบเดินมุ่งตรงไปยังห้องสารวัตรใหญ่

    “ไม่ใช่ นี่ก็ไม่ใช่ แล้วมันอยู่ไหนวะเนี่ย โธ่เว้ย”

    แพรวดาวและตำรวจคนอื่นเดินเข้ามาดู แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรนอกจากยืนมองอยู่ที่หน้าประตู ในที่สุดธนสารก็เจอสิ่งที่ต้องการ เขายิ้มอย่างหมายมั่น

    ก่อนที่จะเรียกให้ทุกคนมาดูแฟ้มประวัติของสารวัตรยม

    “มาๆ มาดูกัน จะได้รู้กันถ้วนหน้าว่าสารวัตรคนนี้ มันเป็นสารวัตรยมตัวปลอม เป็นแค่สารวัตรเถื่อน”

    แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปตามคำชวนของเขา แฟ้มถูกเปิดออกอย่างไว ทว่าเวลานี้ภาพที่อยู่ในแฟ้มกลับกลายเป็นภาพของนายยมนักเที่ยวไปแล้ว ธนสารตะลึง ทันใดนั้นเสียงของสารวัตรยมดังขึ้นว่า “ดูพอหรือยัง คุณธนสาร”

    ธนสารเงยหน้าขึ้นมองยมและชูแฟ้มโบกไปมาโวยวายกล่าวหาว่ามีการเปลี่ยนแปลงเอกสารประวัตินี้ ยมเดินเข้ามาดึงแฟ้มออกจากมือก่อนจะไล่เขาออกไป ธนสารทำท่าฮึดฮัดอย่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เมื่อเขาเดินผ่านยมก็ได้ยินเสียงสำทับว่า

    “ผมไม่ชอบที่ตำรวจในบังคับบัญชากินเหล้าในเวลาราชการ อย่าให้มีเรื่องแบบนี้อีก”

    เมื่อธนสารเดินออกไปแล้ว ยมเอาแฟ้มกลับมาวางบนโต๊ะและครุ่นคิดบางอย่างในใจ

    ไม่นานหลังจากนั้น ธนสารเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านสารวัตรเชษฐ์ด้วยความเมาผสมความแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรกับสารวัตรยมได้ เขาตะโกนเรียกชื่อพิไรเสียงดัง จนกระทั่งเธอต้องเดินออกมาจากบ้านอย่างไม่สบายใจ

    “ธนสาร ทำไมถึงได้เมาขนาดนี้ เมาแล้วก็กลับไปซะ”

    “พิไร ฉันคิดถึงเธอ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม ตอนนี้ฉันตกอับจะถูกถอดยศเมื่อไรก็ไม่รู้ ใครๆก็มองฉันเหมือนหมา”

    “เอาไว้ให้หายเมา ค่อยมาพูดกันใหม่นะ ตอนนี้กลับไปก่อน”

    ธนสารเอาแต่คร่ำครวญอยู่นอกรั้วจนเมาวูบทรุดลง พิไรตกใจรีบไขกุญแจเปิดประตูออกไปพยุง เขาฉวยโอกาสนั้นกอดเธอแน่น พิไรพยายามขืนตัวพร้อมกับผลักร่างเขาออก ทันใดนั้นจ่าเที่ยงเข้ามากระชากธนสารออกอย่างแรงแล้วต่อยจนกระเด็น

    ล้มลงกับพื้น พอประคองตัวขึ้นได้ เขาก็ยิ้มหยัน

    “อ๋อ นึกว่าใคร ที่แท้ก็หวานใจคนใหม่ หรือว่าให้เรียกว่าผัวคนใหม่ดีล่ะ”

    หมัดของจ่าเที่ยงเข้ามาซ้ำอีกรอบ และหยิบปืนออกมาขู่ธนสารให้ออกไปจากที่นี่ ก่อนที่เขาจะสะกดอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ต้องยิงเพื่อนร่วมงาน ธนสารลุกขึ้นเดินออกไปอย่างคนไม่มีทางสู้ พิไรเข้ามาถามจ่าเที่ยงอย่างเป็นห่วง

    “พี่เที่ยง พี่เที่ยงหายไปไหนมา”

    “โทษทีที่ไม่ได้บอก พอดีผมถูกเรียกตัวไปประจำกองปราบปราม ก็เลยมีเรื่องให้ต้องเดินทางไปที่นั่นที่นี่อยู่ตลอด”

    “คดียาเสพติดหลายคดีในช่วงนี้ ทั้งที่จับเป็นและจับตาย ฝีมือพี่ใช่ไหม”

    จ่าเที่ยงพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนพูดว่าพวกมันมีมากมายจนจับแทบไม่หมด ตอนนี้ต้องทำได้อย่างเดียวคือยืนหยัดสู้จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง พิไรไม่สนใจรายละเอียดอื่นๆ แต่ชวนเขาไปกินข้าวในบ้านแทน

    ooooooo

    ภาพที่พ่อค้ายาปลายแถวโดนปากกาแดงกากบาททับมีเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวันบนบอร์ด ยมกับปราบมองด้วยความหนักใจ เพราะรู้ดีว่าอีกไม่นาน พวกนั้นคงลงขันเก็บจ่าเที่ยงเป็นแน่แท้

    ส่วนอนงค์รัตน์เชื่อว่าจ่าเที่ยงน่าจะรู้ตัวแล้ว แต่คนแบบนั้นคงสู้ไม่ถอย ตายเป็นตาย ขอให้ได้รับใช้แผ่นดินให้สมกับที่เป็นตำรวจเท่านั้น สักพักสะพายยื่นหน้าเข้ามาบอกให้ไปรับประทานอาหารฝีมือถมทองได้แล้ว

    หลังทานอาหารแล้ว ยมออกมายืนมองท้องฟ้านอกบ้านเงียบๆ อนงค์รัตน์เดินตามมายืนข้างๆ ถามเขาว่าคิดอะไรอยู่

    “เคยคิดไหมว่าการที่คุณมาร่วมกับพวกผมแบบนี้ มันอาจไม่เป็นไปอย่างที่ตั้งใจไว้ และคุณจะไม่มีโอกาสกลับไปที่จุดเดิมได้อีก”

    “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น รัตน์จะสู้กับคนอย่างนายทรงยศให้ถึงที่สุด ถึงแม้จะต้องตายก็ตาม”

    “ขอบคุณนะครับคุณรัตน์ ผมสัญญาว่าผมจะคอยปกป้องคุณจากคนพวกนั้น” นี่คือสัญญาจากใจของยม

    ที่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ป ทรงยศเรียกประชุมลูกน้องและหัวหน้างานส่วนต่างๆอย่างเร่งด่วนเพราะถึงเวลาต้องส่งสินค้าอีกครั้ง เขาประกาศว่า

    “ทุกคนคงรู้ว่าช่วงที่ผ่านมา เครือข่ายของเราโดนตำรวจบ้าๆอย่างไอ้จ่าเที่ยงเล่นงานไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว แต่การส่งของคราวนี้จะมีอะไรผิดพลาดแบบนั้นอีกไม่ได้ สินค้าลอตใหญ่ที่สุดของเราจะต้องไปถึงมือลูกค้าอย่างครบถ้วน”

    ระมาดเสนอแผนการส่งสินค้าแบบใหม่โดยจะแยกย้ายกันออกไปก่อนจะไปพบกันที่ท่าเรืออีกครั้ง ทรงยศพอใจในแผนนี้และย้ำว่ามีเวลาแค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น ทุกอย่างต้องเรียบร้อย เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม ราโพรีบขอตัวไปห้องน้ำและกดโทร.ออก ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่มือถือของยมดังขึ้นที่กองบัญชาการ เขากดรับสายฟังรายงานก่อนจะถามย้ำว่า

    “นี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่กลลวงเหมือนที่แล้วๆมาใช่ไหม”

    เสียงราโพตอบกลับมาอย่างจริงจังว่า “ไม่ผิดแน่ สินค้าจะมีมูลค่านับร้อยล้านเมื่อส่งถึงมือลูกค้าที่ยุโรป แค่นี้ก่อนนะ มีอะไรเพิ่มเติมจะรีบโทร.มาบอก”

    ยมสั่งการให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมเพราะถึงเวลาที่จะต้องออกศึกกันอีกครั้ง ขณะนั้นอนงค์รัตน์เดินเข้ามาขอร่วมงานด้วย ยมมองอย่างไม่ค่อยแน่ใจก่อนจะตอบตกลงเมื่อเธอบอกว่าจะไม่ทำตัวให้เป็นภาระ

    เมื่อออกจากห้องน้ำ ราโพเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นระมาดนั่งอยู่ที่นั่นกำลังพิมพ์บางอย่างที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ ราโพถามด้วยความตกใจว่ามาทำอะไรกับเครื่องคอมฯ ระมาดหันมายิ้มและบอกว่า

    “โทษที พอดีผมรีบ เลยขอใช้เครื่องคอมฯ ของคุณคุยกับลูกค้าหน่อย”

    ระมาดสังเกตท่าทางของราโพมีพิรุธอย่างคนมีความลับ เขาจับแขนเธอเบาๆ ถามด้วยความเป็นห่วง แต่ราโพกลับบอกว่าไม่มีอะไรและแอบมองหน้าจอก็เห็นมีข้อความสนทนาจริงๆ พลันเสียงโทรศัพท์ภายในจากห้องของทรงยศก็ดังขึ้น เธอสะดุ้งเล็กๆ พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ระมาดมองท่าทางของเธอด้วยความแปลกใจ

    เมื่อราโพเดินเข้าไปในห้องของทรงยศแล้ว ระมาดครุ่นคิดอย่างแน่ใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาเห็นมือถือของเธอวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ตัดสินใจโทร.ออกจากหมายเลขสุดท้ายที่เห็นในเครื่อง เสียงจากปลายสายรับและถามว่า

    “ว่าไง มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีก”

    ระมาดฟังเสียงยมด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่พูดไม่จา แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เพราะความเงียบนี่เองทำให้ยมรู้สึกถึงความผิดปกติ ครู่เดียวก็มีเสียงของระมาดดังสวนขึ้นมา

    “ไม่ต้องห่วง ตอนนี้สายของแกยังไม่เป็นอะไร แต่ก็คงอีกไม่นานหรอก” ก่อนที่สายจะถูกตัดไป

    ooooooo

    ด้วยความชะล่าใจและคาดไม่ถึง ยมยืนนิ่ง สีหน้าเป็นกังวลอย่างมากเพราะรู้ดีว่าสายที่แฝงตัวอยู่กับนายทรงยศกำลังตกอยู่ในอันตราย อนงค์รัตน์เห็นเข้าจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “มีสายของเราที่แฝงตัวอยู่กับนายทรงยศ ตอนนี้เขาโดนจับได้แล้ว”

    ปราบตกใจเมื่อได้ยิน ถามกลับว่าพวกมันรู้แล้วเหรอว่าเจ๊ราโพเป็นสาย อุตส่าห์อุทิศตัวเข้าไปอยู่กับพวกนั้นถึงสองปี คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวให้ตลอดเวลา อนงค์รัตน์ฟังเรื่องราวนี้แล้วถึงกับอึ้ง เพราะคิดว่าราโพเกลียดชังเธอที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนายทรงยศและนึกทบทวนเหตุการณ์ต่างๆก็เข้าใจทันทีว่าที่ผ่านมาราโพพยายามช่วยเธอให้พ้นอันตราย ทุกคนมองหน้ากันอย่างเตรียมพร้อมจะบุกไปช่วยเหลือ

    เช่นเดียวกันกับในเวลานี้ที่ห้องทำงานของทรงยศ ราโพถูกนายคาดคั้นให้บอกความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับระมาด ราโพเอาตัวรอดโดยป้ายความผิดว่า

    “คุณทรงยศเข้าใจผิดแล้วค่ะ ที่ราโพยอมมีอะไรกับระมาดก็เพื่อให้เขาตายใจเพราะสงสัยว่าเขาอาจเป็นสายตำรวจที่แอบมาฝังตัวอยู่กับเรา”

    ขาดคำประตูหน้าห้องเปิดออก ระมาดก้าวเข้ามาอย่างร้อนใจและบอกว่าราโพต่างหากที่เป็นสายตำรวจ เขารายงานว่าเรื่องทุกอย่างที่เธอเคยยืนยันล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องโกหก ระมาดท้าให้ดูหลักฐานได้ที่หน้าจอคอมฯ

    ตอนนี้ ราโพทำใจดีสู้เสือโดยทำท่าขึงขังเดินอย่างเร็วออกไปข้างนอก ทรงยศกับระมาดเดินตาม แต่แล้วทันใดนั้น เธอหันมาปิดประตูทันที ก่อนที่จะวิ่งไปลบข้อมูลต่างๆในคอมพิวเตอร์ทิ้ง ระมาดตามไปพร้อมปืน

    ทรงยศเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้องทำงานของราโพ มองดูคนทั้งสองอย่างอยากรู้บทสรุป ระมาดกระชากราโพและใช้ปืนจี้ เขามองเธออย่างผิดหวังจนราโพเอ่ยปากว่ารางวัลเดียวสำหรับคนทรยศก็คือความตาย แต่ทรงยศกลับไม่คิดเช่นนั้น เขายังไม่ให้เธอตายง่ายๆ แต่ให้เธอบอกมาว่าทำงานให้ใครและพวกนั้นมีแผนที่จะทำอะไรต่อจากนี้

    ราโพใช้ความเงียบเป็นคำตอบ ทรงยศสั่งให้ระมาดเอาตัวเธอไปขังไว้ก่อนเพราะยังมีเรื่องต้องคุยกันอีกมาก

    ooooooo

    เมื่อเหตุการณ์พลิกผัน กลุ่มพวกยมหารือกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อช่วยเหลือสายสืบเช่นราโพ ทุกคนพยายามหาหนทางที่ก่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด โดยใช้สถานที่ล่อเหยื่อคือถาวรพาราไดซ์

    ถมทองยืนอยู่บนเวที พูดด้วยน้ำเสียงสดใสเพื่อเปิดตัวการกลับมาของนักร้องคนเดิม แล้วอนงค์รัตน์ก็ก้าวเข้ามาขับกล่อมด้วยเสียงอันไพเราะ ระมาดกับธนสารที่รู้เรื่องของสารวัตรยมตัวปลอมแล้วหันไปมองอย่างไม่เชื่อสายตา แต่ด้วยวิสัยของระมาดเป็นคนชอบสังเกต เขามองอย่างสงสัยว่านี่อาจเป็นกลลวงของอีกฝ่าย จึงรีบโทร.รายงานนายทันที

    เสียงโทรศัพท์ของทรงยศดังขึ้น เขารับสายด้วยความหัวเสียเพราะกำลังคาดคั้นเอาความจริงจากราโพ ปลายสายรายงานว่าอนงค์รัตน์ปรากฏตัวอยู่บนเวทีที่บาร์แองเจิ้ล ทรงยศหูผึ่งสั่งการให้จับตัวมาให้ได้ เมื่อวางสายก็หันไปเล่นงานหนอนบ่อนไส้อย่างคนโรคจิต

    ไม่นานนักอนงค์รัตน์ก็จบบทเพลงอันไพเราะตามด้วยเสียงปรบมือเกรียวกราวจากลูกค้า เธอยิ้มรับและใช้นิ้วแตะที่ปลายตาเหมือนดั่งกับว่าเสียใจที่ต้องอำลาเวที แต่แท้ที่จริงแล้วเธอกำลังปรับซูมกล้องพิเศษที่อยู่ในรูปของคอนแทกเลนส์

    ที่ด้านหน้าถาวรพาราไดซ์ ยมกับปราบนั่งดูภาพที่ส่งมาจากตาของอนงค์รัตน์บนจอคอมพิวเตอร์ เมื่อเธอหันไปยังมุมบาร์เทนเดอร์ ชายหนุ่มทั้งคู่ก็เห็นระมาดกับธนสารนั่งดื่มเหล้าเหมือนรอคอยเวลาที่จะทำอะไรสักอย่าง

    ยมมีสีหน้าห่วงใยอนงค์รัตน์ ขณะนั้นเองเสียงของอนงค์รัตน์กล่าวอำลาลูกค้าว่า

    “...ค่ำคืนนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่รัตน์จะได้ร้องเพลงบนเวทีนี้ แต่หวังว่าเราจะได้พบกันอีกในโอกาสอื่นๆ ขอขอบคุณอีกครั้งจากใจอนงค์รัตน์ สวัสดีค่ะ”

    หลังลงจากเวที อนงค์รัตน์เดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อจะหยิบกระเป๋า ทันใดนั้น ระมาดก็เข้ามาพร้อมปืน เขาสั่งให้เธอวางกระเป๋า

    “ไม่ว่าเธอกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ก็ขอให้รู้ไว้ว่าเรามันมือคนละชั้นกัน คราวนี้ก็ยืนอยู่เฉยๆ”

    อนงค์รัตน์ยืนนิ่ง ระมาดเข้าไปจับค้นทั่วตัวเธออย่างละเอียดเพื่อค้นหาของบางอย่าง จนกระทั่งเจอเครื่องดักฟังที่ขอบเสื้อชั้นใน ยมกับปราบมองเหตุการณ์นี้ด้วยความหงุดหงิด ส่วนระมาดยิ้มอย่างเป็นต่อก่อนรับไมโครโฟนมากระทืบจนใช้การไม่ได้ ปราบหน้าเสียแต่ยังใจชื้นที่มีกล้องคอนแทกเลนส์บนตาของอนงค์รัตน์สำหรับใช้นำทาง

    ยังไม่ทันจะดีใจได้นาน ระมาดก็เอาถุงดำมาครอบศีรษะของอนงค์รัตน์ทำให้หน้าจอมืดลงในทันที ปราบหน้าจ๋อย ในขณะที่ยมเปิดประตูรถก้าวพรวดออกไปพร้อมด้วยปืนในมือ ความคิดเดียวที่มีคือต้องรีบเข้าไปช่วยเธอให้เร็วที่สุด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:46 น.