ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม

    เช้าวันนี้ที่ลานดินหลังบ้าน ยมและสะพายสอนยิงปืนแบบเป้านิ่งให้กับอนงค์รัตน์และถมทอง อนงค์รัตน์ทำได้ดีเยี่ยมยิงเข้าเป้าทุกนัด ขณะที่ถมทองสักแต่ว่ายิง กระสุนไม่เฉียดเป้าเอาเสียเลย

    ถมทองเซ็งจัดแต่ไม่ยอมแพ้และขอลองอีกครั้ง สะพายกุลีกุจอเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงสอนเธอในขณะที่ยมบอกให้อนงค์รัตน์ไปพักผ่อนเพราะยังไม่แข็งแรงเต็มที่ ทันทีที่ถมทองเห็นความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เธอเหล่มองค้อนๆก่อนหันกลับไปยิงเป้าจนกระสุนหมด สะพายมองตามแล้วคราง

    “โหย ใจเย็นๆไม่ต้องรีบร้อน เห็นไหมไม่เข้าเป้าเลยสักลูก”

    ยมพาอนงค์รัตน์กลับเข้ามาพักในบ้าน รินน้ำให้ดื่มแล้วมานั่งลงข้างๆ

    “ผมว่าอีกไม่กี่วันคุณคงแข็งแรงพอจะกลับบ้านได้แล้วล่ะ”

    “บ้านไหนคะ”

    “บ้านที่กรุงเทพฯน่ะ อย่าบอกนะว่าคุณไม่คิดจะกลับไป ส่วนทางนี้ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจัดการได้ รับรองนายทรงยศกับพวกต้องได้รับผลกรรมที่พวกมันก่อไว้แน่”

    อนงค์รัตน์จิบน้ำ ครุ่นคิดอย่างไม่มั่นใจนัก หลังจากนั้นเธอต่อสายโทร.หามารดาเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แต่กลับเจอคำตอบที่ทำให้ใจหาย เพราะพวกนั้นบุกไปค้นหาตัวเธอถึงที่บ้าน โชคดีที่ยังไม่ได้ทำอันตรายใคร เธอบังคับให้มารดาออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นสักพัก มารดาตัดสินใจจะไปอยู่กับญาติที่เชียงรายและขอให้เธอตามไปพบกันที่นั่น

    หลังวางสายแล้ว อนงค์รัตน์รู้สึกหนักใจ ยมยื่นมือมาแตะหลังมือเธอเบาๆอย่างปลอบโยน

    “ถ้างั้นเราคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องช่วยกัน ซัดกับพวกมันให้ถึงที่สุด”

    “รัตน์พร้อมสู้กับพวกมันทุกรูปแบบ ขอแค่คุณบอกมาเท่านั้น”

    เวลาเดียวกันที่บ้านพักบนภูเขา ระมาดและลูกน้องอีกหลายคนมาแอบประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อหาทางเรียกความเชื่อมั่นของนายให้กลับคืนมา เพราะตั้งแต่เกิดการลอบฆ่าหลายครั้ง ทรงยศก็หมดความไว้วางใจในตัวลูกน้องทุกคน ไม่มีใครสามารถเข้าหน้าเขาติด นอกจากราโพ ฟากนักรบกังวลใจที่จะทำอะไรโดยไม่บอกให้นายรู้ จึงถามความเห็นระมาดว่า

    “แล้วคุณคิดจะทำยังไง”

    “เราต้องหาทางจับตัวไอ้โม่ง โดยวางเหยื่อล่อให้มันมาติดกับ”

    “เหยื่อ?”

    “แน่นอน เหยื่อที่ไม่ว่ากี่ครั้งๆก็ใช้ได้ผล และคราวนี้มันจะต้องหลงกลเราอีก”

    ระมาดยิ้มอย่างมั่นใจในแผนนี้

    ooooooo

    สะพายเดินหิ้วของพะรุงพะรังคู่มากับถมทองที่ถือรายการสินค้าขึ้นดูอยู่ในตลาดวัฒนานิมิต เขากระเซ้าเธอว่าของที่ซื้อมาสามารถเลี้ยงคนได้ทั้งกองทัพ ถมทองหมั่นไส้แว้ดกลับไม่ให้เขาบ่น

    “มีหน้าที่ถือก็ถือไป เอาผลไม้อีกหน่อยดีกว่า”

    พูดเสร็จแล้วเธอก็เดินตรงดิ่งไปยังร้านขายผลไม้ โดยมีสะพายเดินโอดครวญตามไป ขณะที่กำลังเลือกผลไม้อย่างเพลิดเพลิน ถมทองไม่ทันสังเกตว่าระมาดเข้ามายืนข้างๆ เมื่อยื่นมือจะหยิบผลไม้ลูกหนึ่ง ปรากฏว่ามีมือมาคว้าเอาไปก่อน ด้วยความโกรธเธอหันไปต่อว่าคนนั้นทันที แต่ภาพที่เห็นคือระมาดยืนยิ้มกวนๆพร้อมกับถามว่า

    “อยากได้ลูกนี้เหรอ เอาไปสิ”

    ถมทองตกใจมากเรียกชื่อเขาออกไปเสียงดัง ส่วนระมาดมองสะพายที่หิ้วของเต็มสองมือด้วยความสงสัย

    “ซื้อของมาตั้งเยอะแยะ จะเอาไปไหนกันเหรอ”

    “คือ...ถมว่าจะลองทำขนมแบบใหม่ๆดูน่ะ กะว่าเสร็จแล้วจะเอาให้พี่ระมาดชิมด้วย งั้นรีบกลับไปทำดีกว่านะ”

    ก่อนที่จะเกิดเรื่องกันอีก ถมทองรีบรุนหลังสะพายให้เดินไปข้างหน้าโดยมีระมาดมองตามกิริยานั้นด้วยสายตาหึงหวงและดุดัน ไม่ไกลกันนัก จ่าเที่ยงเดินเขยกมาอย่างช้าๆ ทันใดนั้น นักรบก็เข้ามาขวางหน้าเขาตามด้วยลูกน้องอีกหลายคน ทั้งหมดยืนล้อมอย่างจะหาเรื่อง

    “ถ้าไม่อยากเจ็บตัวมากไปกว่านี้ ไปด้วยกันดีๆ”

    จ่าเที่ยงเห็นท่าไม่ดีรีบชักปืนออกมา แต่อาศัยที่นักรบมีความไวมากกว่า เขากระโดดเตะมือที่ถือปืนและใช้เท้าถีบจนตัวจ่าลอยกระแทกข้าวของตามร้าน ยังไม่ทันที่จะลุกขึ้น นักรบอาศัยจังหวะนั้นหยิบปืนและยกเท้าเหยียบไปตรงหัวเข่าที่มีรอยแผลเดิม ทำให้จ่าเที่ยงทรุดและร้องสุดเสียง ก่อนนักรบจะซ้ำด้วยการตบที่หน้าจนสลบ ลูกน้องของนักรบรีบเข้ามาลากตัวไปที่รถ

    เป็นเวลาเดียวกันกับถมทองและสะพายเดินมาถึงจุดที่จอดมอเตอร์ไซค์ไว้ พวกเขาได้ยินเสียงชาวบ้านซุบซิบชี้ชวนให้ดูว่าพวกของนักรบได้จับจ่าเที่ยงใส่ไว้ในหลังรถที่กำลังแล่นออกไป เมื่อสะพายมองตามก็เห็นร่างของจ่าเที่ยงที่สลบเหมือด เขาตกใจรีบส่งของให้ถมทองถือแทน

    “คุณถมไปรอที่ร้านกาแฟก่อนนะ เดี๋ยวผมตามไปดูให้รู้เรื่องแล้วจะกลับมารับ”

    ว่าแล้วเขาก็กระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ชีพขับตามรถคันนั้นไป ทิ้งให้ถมทองยืนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก

    ooooooo

    หลังจากสะพายสะกดรอยตามพวกนักรบไปจนถึงบ้านบนภูเขาแล้ว เขารีบกลับมารายงานยมถึงสิ่งที่เห็นอย่างวิตกกังวล ส่วนยมมีท่าทีตกใจเมื่อรับทราบเรื่อง

    “ถ้างั้นเราต้องรีบไปช่วยแล้วล่ะ”

    “เดี๋ยวก่อน” เสียงอนงค์รัตน์ขัดขึ้นมาอย่างเร็ว

    ยมชะงักและหันมาถามเธอด้วยความสงสัย อนงค์รัตน์อธิบายว่ามันแปลกที่พวกนั้นต้องขับรถผ่านเข้าไปในที่ชุมชนเหมือนตั้งใจจะให้คนเห็น ยมคิดตามก่อนโพล่งออกมาว่ามันอาจเป็นแผนของพวกมันก็เป็นได้ ทุกคนยืนนิ่งอย่างใช้ความคิด ฉับพลันมีรถคันหนึ่งเข้ามาจอด สะพายเพ่งมองก่อนจะตกใจจนหน้าซีดคล้ายงานจะเข้าหนัก

    ถมทองลงมาจากรถด้วยกิริยากระฟัดกระเฟียด สองมือของเธอเต็มไปด้วยข้าวของที่ซื้อมาจากตลาด สะพายรีบวิ่งออกไปช่วยถือของ แต่เธอตวาดเสียงดุว่าไม่ต้องช่วยแล้ว เดินจ้ำเข้าบ้านไป สภาพของเขาตอนนี้คือหมาหงอยเพราะลืมนาย

    หลังจากจับตัวจ่าเที่ยงมาแล้ว พวกนักรบก็เอาเขามากักขังไว้ที่บ้านบนเขา เมื่อฟื้นคืนสติ จ่ามองไปรอบๆ ด้วยอาการมึนงง ทันใดนั้น ยมในสภาพพรางหน้าพุ่งตัวเข้ามาหาทำให้จ่าตกใจผงะหนี ก่อนจะได้ยินเสียงเขาบอกว่าไม่ต้องกลัว เขามาช่วยแล้ว ระหว่างที่แก้มัดอยู่นั้น นักรบกับลูกน้องก็ก้าวเข้ามายืนล้อมพร้อมด้วยอาวุธครบมือ

    “คิดว่าพวกแกจะหนีกันไปง่ายๆแบบนี้น่ะเหรอ”

    “ก็สงสัยอยู่แล้วล่ะ ที่แท้ก็แผนของพวกแกจริงๆ”

    นักรบสั่งลูกน้องให้มัดผู้มาเยือนรวมกับจ่าเที่ยง ก่อนเดินมาหยิบผ้าคลุมหน้าเขาออก เพื่อจะรู้สักทีว่าเป็นใคร แต่ระมาดเข้ามาห้ามเพราะอยากให้เป็นของขวัญสำหรับนาย จากนั้นเขาก็โทร.รายงานอย่างภูมิใจในผลงาน

    “คุณทรงยศ ได้ตัวไอ้โม่งแล้วครับ ตอนนี้มันอยู่ที่กระท่อม รอคุณมาปิดเรื่องนี้ให้จบๆไปซะที”

    “เยี่ยม! ฉันจะไปเชือดมันด้วยมือฉันเอง”

    ระหว่างที่รออย่างไม่รู้ชะตากรรม ยมบอกจ่าเที่ยงว่าถ้าพวกเรารอดไปได้ ขอร้องให้จ่าย้ายออกจากเมืองนี้ไปประจำที่อื่นเสีย แต่จ่าเที่ยงยังดื้อแพ่งที่จะสู้กับคนชั่วที่นี่จนยมโมโห

    “ผมรู้ดีว่าจ่าตั้งใจจะปิดบัญชีนี้ให้ได้ แต่ถ้ายังขืนใช้วิธีลุยดุ่ยๆไปโดยไม่ฟังใครแบบนี้ นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว จะยิ่งทำให้เรื่องบานปลายออกไปอีกรู้ไหม”

    “นี่คุณโทษผมเหรอ คิดดูให้ดีๆที่เราต้องมานั่งอยู่แบบนี้ ไม่ใช่เพราะคุณเหรอ ทุกครั้งที่พวกมันเล่นงานผม คำถามที่ผมได้จากพวกมันก็คือไอ้โม่งที่คอยช่วยผมเป็นใคร สรุปแล้วคุณเป็นใครกันแน่?”

    ยมนิ่งอึ้งกับคำถามนั้น ยังไม่ทันจะตอบอะไร นักรบก็เข้ามาด้วยความรำคาญจากการเถียงของคนทั้งคู่ เขาตวาดว่าไม่มีใครรอดไปไหนได้ ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดดังสนั่นตรงข้างบ้าน สมุนของนักรบเริ่มจะขยับตัวก็ถูกกระสุนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่จนล้มลงขาดใจตายทันที

    เมื่อทุกอย่างสงบ สะพายก้าวเข้ามาพร้อมปืนกลในมือแล้วขอโทษที่มาช้าไปนิด ยมพยักหน้าอย่างเข้าใจ จนเมื่อมองเลยไปก็เห็นอนงค์รัตน์ เขามองอย่างคาดไม่ถึง แต่ยังไม่ทันจะแก้เชือกออก ระมาดเข้ามาพร้อมเล็งปืนไปที่เธอ ส่วนสะพายก็ถูกจี้โดยนักรบที่กำลังยิ้มอย่างมีชัยชนะ โดยหารู้ไม่ว่าถมทองย่องมาข้างหลังแล้วฟาดเขาด้วยท่อนไม้จนล้มคว่ำ

    จังหวะนั้นเอง ยมแก้เชือกได้แล้ว เขาโผเข้าแย่งปืนจากระมาดมาได้สำเร็จ จึงนำเอาตัวระมาดมามัดไว้กับนักรบที่ยังไม่ได้สติ และถ่ายภาพนั้นส่งไปยังทรงยศที่กำลังเดินทางมายังบ้านพักบนเขา ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อทรงยศกดเปิดดู สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นโกรธอย่างถึงขีดสุด

    หลังรู้ข่าวการเกิดเหตุที่บ้านบนเขา ธนสารนำกำลังตำรวจเข้ามาตรวจค้น ก็พบว่ามีศพลูกน้องของนักรบนอนตายเกลื่อนจึงสั่งให้ตำรวจกระจายกันค้นหาให้ทั่วบ้าน เมื่อเดินต่อเข้าไปในบ้านก็เห็นระมาดกับนักรบถูกมัดทิ้งไว้ด้วย เขาเดินไปแก้เชือกให้ก่อนจะถามว่า

    “ระมาด คุณคิดจะทำอะไรต่อเหรอ”

    ไม่มีเสียงตอบจากเขา นอกจากสีหน้าที่เต็มไปด้วยความแค้นและครุ่นคิดอย่างหนัก

    ooooooo

    หลังจากปฏิบัติภารกิจเรียบร้อย ยมกับพวกก็มาส่งจ่าเที่ยงที่หน้าบ้านของสารวัตรเชษฐ์ เมื่อเขาเดินเข้าไปในบ้านไม่นานนัก ได้ยินเสียงรถอีกคันเข้ามาจอด ธนสาร จ่าแหลมและตำรวจอีกสองนายจู่โจมเข้ามาถามพิไรว่า

    “จ่าเที่ยงอยู่ที่ไหน ผมมาจับกุมเขาโทษฐานฆ่าคนตาย”

    พิไรตกใจเมื่อได้ยินคำชี้แจงนั้น ธนสารเล่าว่าจ่าเที่ยงบุกไปหาทรงยศที่บ้านพักบนเขาและใช้อาวุธสงครามยิงลูกน้องเสียชีวิตไปหลายคน ขณะที่พูด เสียงจ่าเที่ยงดังมาจากในบ้านว่าตนอยู่ที่นี่ พิไรมองเขาอย่างเป็นห่วงแต่เขาบอกว่าอย่าพยายามทำอะไรทั้งนั้น ตนจะส่งข่าวมาเอง จากนั้นก็เดินนำหน้าธนสารและพวกออกไป

    เพื่อจะหาความดีความชอบใส่ตัวเอง ระมาดรีบรายงานเรื่องจ่าเที่ยงถูกจับให้ทรงยศทราบก่อนจะถูกนายตอกหน้าว่าถ้าตนไม่ได้เรียกไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามาอีก มันเป็นความผิดของตนเองที่เลือกคนผิดมาเป็นมือขวา ระมาดเดินคอตกออกมาจากห้องนาย และต้องหยุดยืนทำใจอยู่นาน ก่อนบอกราโพว่า

    “ถ้าจ่าเที่ยงไม่มีคนคอยช่วย ป่านนี้คงตายไปนานแล้ว และผมจะไม่เลิกตามไล่บี้จนกว่าจะแหลกกันไปข้างหนึ่ง”

    ณ สถานีตำรวจวัฒนานิมิต จ่าเที่ยงถูกนำเข้าที่คุมขังโดยมีจ่าแหลมไขกุญแจล็อกด้วยใบหน้ายิ้มย่อง จ่าเที่ยงจ้องหน้าธนสารและลูกน้องคนสนิทอย่างโกรธแค้น ในเวลานั้นเอง มีนายตำรวจคนหนึ่งก้าวเข้ามายืนด้านหลังของธนสาร

    “ผมว่าคุณจับผิดตัวแล้วล่ะ”

    ทุกคนหันไปมองอย่างแปลกใจ ก่อนที่นายตำรวจคนนั้นจะแนะนำตัวเองว่า

    “ผมพันตำรวจโท ยม วิทยุต สารวัตรใหญ่คนใหม่แห่งวัฒนานิมิต ขอบใจมากนะที่ช่วยรักษาการแทนในช่วงที่ผมยังมาทำงานไม่ได้ ต่อจากนี้ไปขอให้คุณกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมและคอยรับคำสั่งจากผม”

    ธนสารพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ทำสีหน้าไม่เชื่อถือ จนยมต้องหยิบเอกสารแต่งตั้งจากสำนักงานตำรวจออกมายื่นให้เขาดูพร้อมกับพูดว่า ชื่อ ลายเซ็นและตราประทับบนเอกสาร คงจะพอยืนยันได้

    นอกจากนี้ยมยังสั่งการให้ปล่อยตัวจ่าเที่ยงออกจากที่คุมขังด้วยเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ธนสารไม่มีอะไรจะโต้แย้งนอกจากคืนเอกสารให้เขาก่อนเดินออกไปอย่างไม่พอใจ ส่วนจ่าเที่ยงเมื่อออกจากห้องขังยังมองยมด้วยความแปลกใจ

    “นี่คุณเล่นตลกอะไร จากนายยมนักท่องราตรี กลายมาเป็นสารวัตรยมเนี่ยนะ”

    “ที่ผ่านมา ผมอยากให้แน่ใจเสียก่อนว่าวัฒนานิมิตที่เขาร่ำลือกันในเรื่องอิทธิพลมืดนั้น จริงๆแล้วเป็นยังไงกันแน่ และผมก็คิดว่าได้เห็นมาพอแล้ว ต่อจากนี้ถึงเวลาที่ต้องลุยกันซะที พร้อมลุยไหม”

    จ่าเที่ยงยิ้มรับแทนคำตอบ ยมจึงเรียกให้มีประชุมด่วนกับตำรวจทุกคนในโรงพักนี้ เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าแล้ว เขาบอกนโยบายของการทำงานต่อจากนี้ไปว่า

    “ผมขอสัญญาว่าจะร่วมกับพวกเราทุกคนกวาดล้างสิ่งสกปรกทุกรูปแบบในวัฒนานิมิตไม่ให้หลงเหลืออยู่อีกต่อไป ไม่เว้นแม้แต่ในโรงพักแห่งนี้ ถ้าใครไม่พร้อมที่ลุยไปกับผม ให้ทำเรื่องขอย้ายได้เลย ผมจะรีบดำเนินการต่อให้โดยเร็ว แต่ถ้าใครตั้งใจจะรับใช้แผ่นดินให้สมกับที่ชีวิตนี้เกิดมาเป็นตำรวจ เราจะสู้ไปด้วยกัน พร้อมหรือไม่”

    เสียงคำว่าพร้อมดังกึกก้องโรงพักจากตำรวจทุกคน ยกเว้นคู่ปรับเจ้าเก่าที่ยืนมองแบบตั้งป้อมเป็นศัตรู

    ข่าวการเข้ารับงานของสารวัตรใหญ่คนใหม่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทรงยศหัวเสียอย่างมากที่เหตุการณ์พลิกผันอีกครั้งหนึ่ง เขายกโทรศัพท์โทร.หาประเสริฐให้หาคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้และทวงถามเรื่องการพบกับบอร์ดด้วย เมื่อวางสายทรงยศก็ยังไม่วางใจสั่งให้ราโพไปสืบมาอีกทางว่าสารวัตรยมคนนี้เป็นตัวจริงหรือใครแอบแฝงมากันแน่

    ooooooo

    ขณะที่ชายอ้วนเจ้าของเขียงหมูก้มหน้าหั่นหมูบริการลูกค้าอยู่ที่ตลาดวัฒนานิมิตนั้น มังกรกับลูกน้องเดินกร่างเข้ามาทำให้คนอื่นๆที่รอต้องรีบเดินหนีไป เสียงมังกรถามว่า

    “ได้หรือยังเฮีย”

    เจ้าของร้านเอาหมูใส่ถุงยื่นให้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ตกใจหน้าเสียเพราะรู้ว่าพวกมันเข้ามาทวงหนี้ จึงอ้อนวอนให้เห็นใจเนื่องจากช่วงนี้มารดาไม่สบายต้องใช้เงินรักษา มังกรวางปืนบนเขียงหมูและย้ำให้รีบชดใช้หนี้ที่ติดค้างมานานแล้ว แต่เมื่อเห็นท่าทีดูส่อพิรุธ มังกรใช้ปืนตบหน้าเขาอย่างแรงแล้วยกเขียงขึ้น ที่นั่นมีเงินสองพันบาทพับซ่อนไว้ มังกรหยิบเงินแล้วกระชากคอมาถามว่านี่คืออะไร

    ทันใดนั้นเอง เสียงสารวัตรยมดังขึ้นมาให้หยุดการกระทำนั้น มังกรกับลูกน้องหันไปมองอย่างคนตกข่าว

    “หน้าตาคุ้นๆแต่วันนี้มาแปลก เอาชุดตำรวจที่ไหนมาใส่เล่นเนี่ย”

    “ระวังปากหน่อย นี่คือสารวัตรยม สารวัตรใหญ่คนใหม่แห่งวัฒนานิมิต”

    มังกรย้อนถามอย่างยียวนว่าแล้วไงและมองหน้ายมอย่างท้าทาย เสียงชาวบ้านดังเซ็งแซ่จนถมทองกับน้อยหน่าที่มาเลือกซื้อของต้องเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ เธอได้ยินยมเตือนให้พวกมังกรรีบออกไปจากที่นี่ ก่อนจะถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายกับพกพาอาวุธในที่สาธารณะ แต่มังกรไม่สนใจกลับพูดท้าทายว่ากล้าจับตนเหรอ ยมยิ้มอย่างใจเย็นแล้วคว้าแขนมังกรใส่กุญแจมือทันทีและสั่งการให้จ่าเที่ยงนำตัวไปโรงพัก ลูกน้องทั้งหมดมองอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนที่จะเดินตามกันไป

    เมื่อยมดันหมวกที่ตกลงมาขึ้น ถมทองกับน้อยหน่ามองตะลึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ ขณะที่ชาวบ้านมองอย่างชื่นชมยินดีที่มีคนมาปราบกลุ่มอิทธิพลในเมืองนี้เสียที ไม่เว้นแม้แต่อนงค์รัตน์กับสะพายที่พอรู้เรื่องก็อึ้ง ถมทองย้ำว่าไม่ใช่แค่ตำรวจธรรมดาแต่เขาเป็นสารวัตรใหญ่ของเมืองนี้ ทุกคนสงสัยทำไมยมต้องปิดเรื่องนี้ไม่ให้คนอื่นรู้

    หลังทราบข่าวเรื่องสถานะของยมที่เปลี่ยนไป อนงค์รัตน์มายืนเหม่อครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านมา ยมเดินเข้ามาหาในชุดตำรวจและขอโทษที่ไม่สามารถบอกได้ทุกเรื่อง แต่ขอให้มั่นใจว่าทุกความรู้สึกที่มีต่อเธอเป็นความจริงทั้งหมด ก่อนจะสวมสร้อยคืนให้

    ถาวรเป็นคนกลุ่มแรกๆที่นำกระเช้าของขวัญมาแสดงความยินดีและต้อนรับสารวัตรใหญ่คนใหม่ถึงโรงพัก เขาเปลี่ยนท่าทีไปจนยมแปลกใจแถมยังโอดครวญว่าถ้ารู้ตั้งแต่แรก เขาจะดูแลให้เต็มที่ จากนี้ไปขออย่าเกรงใจก่อนกล่าวลากลับ จังหวะนั้นเอง ระมาดกับราโพเดินคู่กันเข้ามา ยมมองอย่างหยั่งเชิงว่าจะมาไม้ไหนกัน

    “สวัสดีท่านสารวัตรใหญ่ ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากคุณทรงยศครับ”

    ระมาดเอ่ยปากทักทาย ขณะที่ราโพกล่าวเสริมว่า

    “ทั้งหมดเป็นสินค้าของทรงวัฒนากรุ๊ฟ อยากให้สารวัตรได้ลองใช้ดู จะได้รู้จักเราดีขึ้นค่ะ”

    ยมขอบคุณและตอบอย่างไว้เชิงว่า “ไม่คิดว่าทรงวัฒนากรุ๊ฟจะมีสินค้าหลากหลายถึงขนาดนี้”

    “นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ สารวัตรคงพอรู้ว่าคุณทรงยศมีธุรกิจมากมายขนาดไหน หวังว่าเราคงได้ร่วมมือกัน เพื่อความเจริญก้าวหน้าของวัฒนานิมิต”

    “ครับ ผมก็ตั้งใจไว้เหมือนกันว่าจะทำให้เมืองนี้สงบสุขให้ได้ ไม่ว่าจะต้องชนกับผู้มีอิทธิพลหน้าไหนก็ตาม”

    ระมาดหน้าเจื่อนที่เจอยมตอกกลับ แต่แล้วยิ้มกลบเกลื่อนพร้อมกับเชิญให้รับประทานอาหารร่วมกันกับนายทรงยศคืนนี้ที่ถาวรพาราไดซ์ ยมตอบรับด้วยความยินดีและหันมาสั่งให้จ่าเที่ยงนำตัวธนสารไปร่วมงานเลี้ยงด้วย

    ooooooo

    บรรยากาศในบาร์แองเจิ้ลคืนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทรงยศนั่งรอการมาของสารวัตรคนใหม่พร้อมกับลูกน้องอย่างหงุดหงิด ไม่นานนักยมในชุดลำลองก็เดินเข้าประตูมา เขามองทรงยศที่ปั้นหน้ายิ้มให้

    ถาวรกุลีกุจอรินแชมเปญแจกทุกคน พร้อมกับพรีเซนต์อาหารมากมายที่เตรียมไว้ สักพักทรงยศยกแก้วแชมเปญเพื่อกล่าวต้อนรับและยินดีกับสารวัตรยมแห่งวัฒนานิมิต

    “ต่อจากนี้ไปให้ถือว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน หากขาดเหลืออะไร ผมพร้อมช่วยเหลือทุกอย่าง ขอแค่บอกมาเท่านั้น ที่จริงเรื่องนี้ธนสารเขารู้ดีอยู่แล้ว”

    ท่าทางของธนสารเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ ก่อนที่ยมจะตัดบทขอบคุณและเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ต้องตรวจตรากวดขันมากขึ้น หากไม่ได้ทำผิดอย่าร้อนตัว ทรงยศหน้าเจื่อนแต่แสร้งทำเป็นไม่สนใจและยกแก้วชักชวนให้ทุกคนดื่มแทน ยมไม่ดื่มและขอตัวกลับเนื่องจากมีงานอีกมากที่ต้องทำ เขาเดินออกไปในทันที ทำเอาทุกคนมองตามอย่างไม่พอใจ ทรงยศโกรธจัดสั่งการให้ราโพตามตัวประเสริฐมาพบเพื่อหารือในเรื่องนี้โดยด่วน

    ที่มุมบาร์เทนเดอร์ ระมาดกับธนสารนั่งดื่มด้วยกัน

    “ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะมีสารวัตรตัวแสบเข้ามาประจำเร็วแบบนี้ ต่อจากนี้งานของเราคงยิ่งยากขึ้นไปอีก”

    “ไม่แค่นั้นหรอก ตอนนี้สารวัตรยมกับจ่าเที่ยงช่วยกันรื้อคดีเก่าๆขุดความผิดที่พวกเราซ่อนไว้กลับมา”

    ธนสารเตือนระมาดถึงสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนและถึงเวลาแล้วกับการฆ่าทุกคนที่ขวางทางให้หมด

    ด้วยสถานการณ์ต่างๆที่กดดัน ระมาดดื่มและใช้ความคิดอย่างหนักก่อนมองเห็นถมทองนั่งอยู่ริมสระน้ำ เขาเดินไปฉุดกระชากให้เธอมาอยู่เป็นเพื่อนในคืนนี้ น้อยหน่าเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาห้ามแต่ระมาดผลักเธอออกไป ถมทองพยายามจะสะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุม จังหวะนั้นเองสะพายก็ปราดเข้ามาช่วยแล้วชกระมาดล้มลง

    ระมาดจ้องมองสะพายด้วยความโกรธ พยายามประคองร่างลุกขึ้นมาประจันหน้า ก่อนที่จะพุ่งหมัดเข้าใส่ แต่ด้วยความเมาเพียงแค่สะพายขยับหลบไม่กี่ครั้ง เขาก็เสียหลักล้มลง ราโพรีบเข้ามาห้ามก่อนลากตัวออกไป ถมทองมองอย่างโล่งอกและหันไปขอบคุณสะพายที่มาช่วย
    ราโพพาระมาดมาส่งที่ห้องพัก เธอยืนมองเขานอนบนเตียงด้วยความเห็นใจที่ไม่สมหวังทั้งในเรื่องงานและความรัก ก่อนที่จะบอกให้เขาพักผ่อน แต่เมื่อเธอขยับได้ก้าวเดียว ระมาดก็เอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้เพ้อถึง

    ถมทองพร้อมกับฉุดรั้งให้นั่งลงบนเตียง แล้วสวมกอดราโพจากด้านหลังก่อนดึงร่างเธอลงไปนอนด้วยกัน

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ยมสอนอนงค์รัตน์ให้รู้จักศิลปะการป้องกันตัวแบบแม่ไม้มวยไทยนอกเหนือไปจากการยิงปืน ระหว่างที่ร่ายรำเขาย้ำว่าทุกส่วนในร่างกายเรา เป็นอาวุธที่ใช้พิฆาตคู่ต่อสู้ได้ทั้งสิ้น

    ลูกศิษย์อย่างอนงค์รัตน์เรียนรู้ได้รวดเร็ว เธอใช้ทั้งหมัด ศอก แข้งและเข่าพุ่งเข้าหายม แต่ไม่มีการโต้ตอบจากเขานอกจากคอยหลบและตั้งท่ารับ เมื่อฝึกมาจนถึงท่าสุดท้าย ยมก็จับแขนเธอล็อกไว้ก่อนจะสอนว่า

    “จำไว้ อย่ายอมให้ศัตรูทำให้เราจนมุม”

    พูดขาดคำ อนงค์รัตน์ก็ถองศอกเข้าที่ท้องเขาอย่างแรง จนเขาต้องปล่อยแขน กุมท้องร้องอย่างเจ็บปวด ลูกศิษย์รีบถามถึงผลงานการต่อสู้ เขากัดฟันตอบว่าทำได้ดีเยี่ยม จากนั้นก็สั่งพักและมานั่งตรงเก้าอี้หน้าบ้าน

    “ตอนนี้คุณได้พื้นฐานหมดแล้ว เหลือแต่ต้องฝึกให้ชำนาญจนทุกการเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ”

    “ที่คุณให้รัตน์ฝึก เพราะคิดว่าพวกนั้นยังตามล่ารัตน์อยู่เหรอคะ”

    “ไม่มีใครรู้หรอก ว่าพวกมันมีแผนอะไรอยู่ในใจบ้าง ทางที่ดีคือเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมไว้เสมอ”

    ยมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างที่อนงค์รัตน์เรียนรู้ไปจะช่วยให้เธอป้องกันตัวเองจากเหตุอันตราย เพราะการต่อสู้ส่วนใหญ่ไม่ได้วัดกันที่กำลัง เล็กชนะใหญ่ อ่อนชนะแข็งเป็นเรื่องปกติ

    วันเดียวกันที่สถานีตำรวจ จ่าเที่ยงกำลังง่วนหาแฟ้มคดีที่หายไปจากตู้เก็บเอกสาร จนกระทั่งจ่าแหลมเดินเข้ามาถามอย่างยียวนว่าหาอะไร เขาเงยหน้าขึ้นจ้อง

    “ไม่ต้องมาทำไก๋เลย แฟ้มคดีหายไปไหนหมด”

    “แฟ้มคดีอะไร สงสัยคงมีใครเอาไปใช้งานมั้ง ลองดูดีๆอยู่ในห้องสารวัตรใหญ่หรือเปล่า”

    “สารวัตรยมนั่นแหละให้มาเอา บอกมาว่าเอาแฟ้มไปไว้ที่ไหน”

    จ่าแหลมปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไปและไม่รู้เรื่อง พอดีกับยมได้ยินจึงโพล่งขึ้นว่า

    “ไม่เป็นไรหรอกจ่าเที่ยง จริงๆแล้วแฟ้มคดีที่ได้มาก่อนหน้านี้ ก็น่าจะพอแล้วสำหรับเอาผิดคนบางคนที่รู้เห็นเป็นใจกับผู้มีอิทธิพลในวัฒนานิมิต”

    ธนสารเดินปรบมือเข้ามาและแขวะว่าก่อนจะทำอะไร...ดูทิศทางให้ดี ศรอาจย้อนกลับมาเล่นงานได้ แต่ยมสวนกลับว่ารู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ไม่เหมือนบางคนที่ไม่รู้ตัวว่าตนเองได้ทำอะไรลงไปบ้าง พูดเสร็จแล้ว

    ทั้งสองก็ยืนจ้องหน้ากันอย่างไม่หลบสายตา

    ooooooo

    ที่เส้นทางเข้าออกเมือง รถขนสินค้าของทรงวัฒนากรุ๊ฟแล่นมาตามทางก่อนที่จะถูกสั่งให้หยุดเพื่อตรวจสอบโดยทีมของสารวัตรยม คนขับรถมาเปิดท้ายรถ จ่าเที่ยงกับพวกลูกน้องเข้าไปรื้อดู

    “ระวังหน่อยนะคุณตำรวจ ถ้าสินค้าพวกนี้ชำรุดเสียหายไปคงไม่เฉพาะแต่ผมหรอกนะที่ต้องเดือดร้อนน่ะ”

    “ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายครับ”

    ยมกล่าวขอบคุณที่ให้ความร่วมมือก่อนปล่อยรถออกไป รถแล่นไปได้ครู่เดียว คนขับรถก็ยกโทรศัพท์ขึ้นรายงาน

    “พี่ระมาดครับ พวกมันมาคอยดักตรวจรถสินค้าของเราจริงๆครับ ดีนะที่รู้ตัวก่อน ไม่งั้นจบเห่แน่คราวนี้”

    “จัดคนคอยซุ่มจับตาดูพวกมันไว้ ไม่ว่าพวกมันจะทำอะไร คอยรายงานมาเป็นระยะ”

    แท้ที่จริงแล้วระมาดสับเปลี่ยนสถานที่ในการส่งสินค้า หลังจากเขาได้รับอนุญาตจากนายให้แสดงฝีมืออีกครั้ง เขารีบสั่งการให้ลูกน้องขนสินค้าไปลงเรือที่ท่าทันที โดยไม่รู้เลยว่าสายของยมก็รายงานเรื่องนี้ให้เขาทราบเช่นกัน ยมกับลูกน้องแอบมาซุ่มดูอยู่เงียบๆ รอคอยเวลาจะเข้าจับกุม

    เมื่อสินค้ากล่องสุดท้ายถูกลำเลียงลงไปในเรือ ทันใดนั้นยมกับจ่าเที่ยงก็วิ่งเข้ามาพร้อมปืน

    “หยุด พวกแกโดนจับแล้ว”

    “ข้อหาอะไรเหรอครับคุณตำรวจ”

    นักรบพูดแล้วก็กระโจนเข้าหาจ่าเที่ยงที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เขาล้มกลิ้งพร้อมกับเสียงปืนลั่น ส่วนลูกน้องนักรบฉวยโอกาสนั้นวิ่งลงเรือขับออกไป โดยมียมยิงปืนขู่แล้วกระโดดตามลงไปในเรือพอดี ทางด้านจ่าเที่ยงกับนักรบยังต่อสู้กันอย่างชุลมุน ระหว่างนั้นตำรวจสองนายวิ่งเข้ามาเป็นกองกำลังหนุนบังคับให้นักรบปล่อยจ่าเที่ยงและทิ้งปืน แต่เพียงพริบตาเดียวนักรบก็ใช้เท้าตวัดปืนขึ้นมายิงต่อสู้ และขับรถหนีไป

    จ่าเที่ยงมองเรือที่กำลังแล่นออกไป เขารีบวิ่งตามลูกพี่ไปทันกันเพียงเสี้ยววินาที เมื่อตั้งหลักได้ ทั้งคู่เดินตรงไปยังคนขับ พร้อมยกปืนขึ้นสั่งให้หันหัวเรือกลับไปที่ท่า แต่คนขับไม่สนใจหันกลับมาใช้ปืนยิงก่อนใช้จังหวะนั้นกระโดดลงน้ำ จ่าเที่ยงเข้าประจำที่ขับเรือแทน ในขณะที่ยมเปิดกล่องดูสินค้าข้างในแล้วต้องตกใจอย่างที่สุด

    “แย่แล้วจ่าเที่ยง เราถูกหลอก เป็นกลลวงของพวกมัน มีระเบิดอยู่ในกล่อง หนีเร็ว!”

    อีกฟากหนึ่งของท่าเรือ ระมาดมองดูเหตุการณ์ต่างๆอย่างใจเย็น เมื่อทุกอย่างตรงตามแผน เขากดเครื่องควบคุมระเบิดและพึมพำอย่างสะใจว่า “ลาก่อนสารวัตรยม จ่าเที่ยง” เสียงระเบิดดังสนั่นในพริบตานั้นเอง!

    สะพายกับถมทองมาที่บ้านกลางสวนอย่างรีบร้อน แจ้งข่าวกับอนงค์รัตน์ว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ยมกับจ่าเที่ยงโดนระเบิด เสียชีวิตทั้งคู่!

    เวลาเดียวกันที่บ้านของสารวัตรเชษฐ์ พิไรกำลังนั่งฟังวิทยุรายงานข่าวด่วน

    “ได้ชื่อว่าเป็นแดนคนดุไปแล้วสำหรับวัฒนานิมิต เหตุการณ์ระเบิดล่าสุดที่คร่าชีวิตของสองตำรวจ ได้แก่ พันตำรวจโทยม วิทยุตกับจ่าสิบตำรวจเอกเที่ยง อุดมการณ์ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นเรือที่ใช้ขนส่งยาเสพติด”

    ทั้งโรงพักต่างเต็มไปด้วยความนิ่งเงียบ เหมือนทุกคนต่างไว้อาลัยให้แก่ยมและจ่าเที่ยง จนกระทั่งธนสารกับจ่าแหลมเดินยิ้มเข้ามาอย่างอารมณ์ดี ธนสารสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันทำงานตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ทันใดนั้นเอง พิไรเดินฉับๆเข้ามาต่อว่าธนสารอย่างโกรธแค้น

    “ทำไมคุณถึงได้ทำแบบนี้ อีกกี่ชีวิตคุณถึงจะพอใจ”

    “พิไร พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของใครนะ ผมเคยเตือนพวกเขาให้ระวังตัวแต่พวกเขาก็ไม่เคยเชื่อ จนเกิดเรื่องแบบนี้”

    ooooooo

    หลังเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือ ทรงยศกับลูกน้องกลับมาเลี้ยงฉลองอยู่ในบาร์แองเจิ้ลด้วยความดีใจที่หมดเสี้ยนหนามไปจากวัฒนานิมิต

    ในขณะที่ทุกคนยิ้มแย้มและดื่มฉลองกันอย่างมีความสุข ราโพยังคงทำหน้านิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่ ส่วนอีกมุมของบาร์ ถมทองกับสะพายมองอย่างโกรธแค้นที่ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ พวกเขาเชื่อว่ายังไงความดีต้องชนะความชั่วในสักวันหนึ่ง

    ไม่นานหลังงานเลี้ยงฉลอง ระมาดพาราโพกลับมาที่ห้องพักเขา สีหน้าของเธอยังวิตกกังวล จนอดถามไม่ได้ว่า

    “คุณแน่ใจเหรอว่าสารวัตรยมกับจ่าเที่ยงตายจริงๆน่ะ ยังไม่มีใครพบชิ้นส่วนศพของพวกนั้นเลยนะ”

    “แน่ใจสิ พวกมันโดนระเบิดแหลกเหลวเละไม่มีชิ้นดีขนาดนั้นจะเอาซากที่ไหนมาเหลือ ถ้ามีอยู่บ้าง ป่านนี้ก็คงกลายเป็นอาหารปูปลาไปหมดแล้ว”

    ราโพค่อยคลายกังวลและดีใจที่เรื่องจบลงแบบนี้เพราะระมาดได้รับความเชื่อใจจากนายกลับมาอีกครั้ง เขาหยิบแก้วไวน์ออกมาดื่มฉลองพร้อมอ้อนให้เธออยู่ต่อถึงเช้า ระมาดดึงราโพไปที่เตียงอย่างรู้ว่าไม่มีอะไรจะคุ้มค่ามากไปกว่านี้แล้ว

    รุ่งขึ้นเช้าของอีกวัน อนงค์รัตน์นั่งเหม่ออยู่ในห้องพักของบ้านกลางสวน เธอนึกถึงคำสัญญาของยมที่บอกว่าจะอยู่กับเธอเสมอ แต่เวลานี้เขาไม่อยู่แล้ว มือของเธอค่อยๆปลดสร้อยออกแล้วร้องไห้อย่างโศกเศร้า เมื่อได้สติ เธอสลัดทุกอย่างทิ้งไว้เบื้องหลัง หันมาฝึกซ้อมตามที่ยมเคยสอนไว้อย่างหนัก

    เสียงกระสุนปืนยิงออกไปกระทบเป้าอย่างแม่นยำดังขึ้นหลายครั้ง สายตาที่ฉายแววมุ่งมั่นของอนงค์รัตน์มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ สะพายและถมทอง

    มองพฤติกรรมนั้นอย่างเป็นห่วง เพราะไม่แน่ใจว่าอนงค์รัตน์ตัดสินใจจะทำอะไรต่อไป ในที่สุดเขาก็เข้ามาคุยกับเธอว่า

    “ผมรู้ว่าคุณเสียใจมาก แต่ในเมื่อคุณยมไม่อยู่แล้ว ผมว่าคุณตัดใจจากเรื่องนี้เถอะ กลับไปเป็นอนงค์รัตน์คนเดิม ก่อนที่คุณจะมาที่วัฒนานิมิต แล้วลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ไปให้หมด”

    “รัตน์ทำไม่ได้หรอกค่ะ แล้วก็จะไม่หยุดด้วย รัตน์จะเดินหน้าต่อ เก็บรวบรวมหลักฐานมาจัดการกับพวกมันให้ได้”

    “คุณจะทำได้ยังไง ในเมื่อพวกนั้นรู้หมดแล้วว่าตัวจริงของคุณคือใคร”

    “รัตน์มีวิธีของรัตน์ก็แล้วกัน”

    สะพายมองตามอย่างเซ็งๆ อดบ่นไม่ได้ว่าผู้หญิงทุกคนดื้อและน่าเบื่อ ถมทองได้ยินเข้าก็กระทืบเท้าเดินงอนออกไปอีกคน

    ooooooo

    เมื่อทุกอย่างกลับเข้ามาอยู่ในกำมืออีกครั้ง ทรงยศไปออกรอบตีกอล์ฟอย่างสบายอารมณ์ โดยมีลูกน้องยืนคุมเป็นการ์ดอยู่อย่างพร้อมเพรียงกัน สักพักมีรถกอล์ฟแล่นเข้ามาจอด ประเสริฐก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าหงุดหงิด

    “อะไรของคุณเนี่ยทรงยศ มีธุระสำคัญอะไรนักหนา ถึงต้องส่งคนไปรับผมมาจากกรุงเทพฯ”

    ทรงยศยิ้มอย่างเป็นต่อก่อนถามกลับว่าเห็นเงียบหายไป เลยสงสัยว่าเรื่องที่ขอให้ทำเป็นยังไง

    “ผมรายงานบอร์ดไปแล้ว เรื่องที่คุณอยากขอพบ แต่บอร์ดปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่เรารู้ๆกันดี พวกเขาเป็นระดับนโยบายสั่งการอยู่ข้างบน ถ้าลงมาเล่นเองจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี”

    “ง่ายดีนี่ สั่งการอยู่ข้างบนไม่ต้องทำอะไรมาก แต่กลับได้เค้กชิ้นใหญ่ไปเต็มๆ”

    ระหว่างที่บทสนทนาดำเนินไป ในรถกอล์ฟตรงที่นั่งคนขับ อนงค์รัตน์ปลอมตัวเข้ามาเป็นคนขับก็ใช้เครื่องบันทึกเสียงประสิทธิภาพสูงอัดเสียงไว้ เธอกำลังตั้งใจฟัง กุ่ยช่ายเดินเข้ามาเพ่งมองกวนๆ ถามว่ากำลังฟังอะไร

    “ฟังเพลงฮะพี่” อนงค์รัตน์ดัดเสียงเป็นผู้ชายสำเนียงสุพรรณ

    ด้วยวิสัยชอบสอดรู้สอดเห็น กุ่ยช่ายดึงเอาหูฟังมาแนบกับหูตนเอง อนงค์รัตน์รีบกดปุ่มเปลี่ยนเป็นเพลงลูกทุ่งทันทีแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รอดการสงสัยไปได้อย่างฉิวเฉียด เมื่อเขาส่งหูฟังคืน เธอรีบกดปุ่มเปลี่ยนเป็นอัดเสียงอีกครั้ง ทรงยศกำลังพูดถึงเรื่องของสารวัตรยมและจ่าเที่ยงอยู่พอดีประเสริฐตอบกลับอย่างเบื่อๆ

    “พวกเขาชื่นชมมากที่คุณทำงานนี้สำเร็จ แต่ยังมีไอ้โม่งที่ซุ่มเล่นงานเราอยู่ ตราบใดที่ยังลอยนวลเราก็จะนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้”

    “ผมคงไม่นิ่ง มันลอบฆ่าผมมาสองครั้งโชคดีที่ผมไม่ตายง่ายๆ แต่เพื่อให้อะไรๆมันง่ายขึ้น ขอให้ช่วยหาทางดันธนสารขึ้นเป็นสารวัตรใหญ่แทนด้วย”

    ประเสริฐไม่ปฏิเสธคำขอนั้นแต่รีบขอตัวกลับทันที ทรงยศมองตาม ก่อนจะพูดกับระมาดว่า

    “นานเกินไปแล้วที่เราเป็นหมากให้กับบอร์ด ถึงเวลาที่จะต้องสลับให้บอร์ดกลายมาเป็นหมากในเกมของเราบ้าง”

    หลังจากแยกกับประเสริฐแล้ว อนงค์รัตน์รีบโทรศัพท์หาใครบางคน โดยรายงานว่าเธอได้อัดเสียงบทสนทนาที่อาจสาวไปถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลังหรืออาจใช้บีบคนพวกนี้ให้บอกว่าใครคือบอร์ด ทำให้ปลายสายสั่งเธอรีบออกไปหาทันที

    หลังจากนั้นอนงค์รัตน์รีบกลับมาที่บ้านสวน สะพายเห็นหญิงสาวรีบร้อนเอากระเป๋าลงมาจากข้างบน จึงถามว่าจะไปไหน เธอไม่ตอบแต่ขอยืมมอเตอร์ไซค์ ระหว่างทางที่ขี่รถมา อนงค์รัตน์รู้สึกผิดสังเกตที่มีมอเตอร์ไซค์ อีกสองคันไล่ตาม เธอหักเลี้ยวออกจากถนนหลักทันที เมื่อมองไปข้างหน้าก็พบรถคันหนึ่งแล่นมาจอดขวางถนน เธอตกใจรีบเบรกจนรถเสียหลักล้มลง ร่างกระเด็นออกมาอีกทางเจ็บจนลุกไม่ขึ้น ทรงยศเดินมากระชากหมวกกันน็อกของอนงค์รัตน์ออก

    “สวัสดี คิดถึงเธอเป็นบ้าเลย”

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะมา”

    “ง่ายมาก หูตาฉันมีอยู่ทุกที่ ฉันยอมจ่ายเพื่อได้รู้ว่าใครจะเล่นตลกกับฉันอยู่บ้าง เธอกล้ามากนะที่ปลอมตัวเข้าไปอัดเสียงฉันถึงในสนามกอล์ฟ...เสียงนั่นอยู่ไหน ส่งมาเดี๋ยวนี้”

    ระมาดเข้ามาดึงเป้ของอนงค์รัตน์มารื้อดูแล้วก็พบเครื่องบันทึกเสียง ทรงยศหยิบปืนขึ้นมาเล็งไปที่เธอ ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังปัง! ลูกกระสุนโดนปืนในมือทรงยศจนมันกระเด็นไปทันที มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นออกมาจากข้างทางและพุ่งตรงเข้าใส่ ระมาดกระโจนเข้าไปผลักทรงยศออกได้ทันพอดี

    จากนั้นมอเตอร์ไซค์พุ่งต่อไปหามังกรกับกุ่ยช่าย สองคนนั้นต้องกระโดดหนี ก่อนที่รถจะตีโค้งเข้ามาจอด แล้วคนขับก็ฉุดอนงค์รัตน์ให้ขึ้นซ้อนท้ายหนีออกไป โดยมีพวกมังกรขี่ติดตามอย่างกระชั้นชิด จนมาถึงทางข้ามรถไฟ เสียงรถไฟกำลังแล่นตรงมาพอดีพร้อมกับเปิดหวูดเตือนเสียงดังลั่น

    ชายลึกลับเร่งเครื่องพุ่งผ่านหน้ารถไฟไปได้หวุดหวิด ส่วนมังกรกับพวกตามมาไม่ทันต้องเบรกกะทันหันมองดูรถไฟที่วิ่งผ่านหน้า จนเมื่อหมดขบวนรถไฟนั่น อีกฟากของรางรถไฟก็ไม่ปรากฏวี่แววของมอเตอร์ไซค์คันนั้นอีกแล้ว ทรงยศกับพวกมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างโกรธแค้น

    ที่ชายป่าไม่ไกลจากเมือง ชายลึกลับนำมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด อนงค์รัตน์ก้าวลงมาจากรถ แล้วหันไปบอกว่า

    “ขอบคุณที่ตามมาช่วยฉันนะ คุณสะพาย”

    ชายลึกลับถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเข้มของเขา อนงค์รัตน์ถึงกับตะลึงร้องเรียกชื่อยมสุดเสียงด้วยความดีใจ

    “ผมขอโทษ ผมแค่ต้องการเล่นเกมซ้อนเกมกับพวกมันเท่านั้นเอง ให้พวกมันชะล่าใจว่ากำจัดเสี้ยนหนามได้สำเร็จ มันจะได้เผลอเปิดจุดอ่อนให้เราเล่นงานแบบจะจะ”

    เพียงเท่านั้น น้ำตาอนงค์รัตน์ก็ไหลออกมาทั้งสองตาแล้วโผเข้ากอดยมแนบแน่น

    “บอกแล้วไงล่ะ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่กับคุณเสมอ คราวนี้เชื่อแล้วหรือยัง”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:46 น.