ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม

    ประเสริฐยืนมองทรงยศหวดลูกกอล์ฟออกไปอย่างแรง ก่อนเอ่ยชมอย่างมีนัย

    “โอ้โหทรงยศ นานๆจะเห็นคุณหวดได้สุดๆแบบนี้ซะที”

    “มันก็ต้องมีบ้างแหละคุณประเสริฐ วันหนึ่งเราอาจแพ้ แต่อีกวันเราต้องชนะ”

    “ไม่เหมือนผม ถ้าลองคิดจะเล่นอะไรแล้ว ถ้าไม่ชนะก็ไม่รู้จะเล่นไปทำไม ตาผมแล้วสินะ”

    จังหวะนั้นเอง รถกอล์ฟคันหนึ่งแล่นเข้ามา ทรงยศกับประเสริฐหันไปก็เห็นอนงค์รัตน์ถูกผลักออกมา เธอล้มลงนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น มือทั้งสองข้างมีผ้ามัดไว้ ระมาดกับมังกรก้าวตามลงมาเพื่อยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ทรงยศเดินมาเชยคางอนงค์รัตน์แล้วจ้องหน้าเย้ยว่า

    “ว่าไง อนงค์รัตน์ หรือจะให้เรียกอีกอย่างดี คุณปลัดหญิงอนงค์รัตน์” แล้วใช้หลังมือตบเข้าที่หน้าเธออย่างแรงจนเซล้ม ตวาดซ้ำอย่างมีโทสะว่า

    “รู้ไหมฉันเกลียดอะไรที่สุด พวกที่ชอบเล่นละครตบตาไง เธอเห็นฉันโง่ใช่ไหมถึงได้กล้าทำแบบนี้”

    ทรงยศเงื้อไม้กอล์ฟเตรียมฟาด แต่ประเสริฐเข้ามาห้ามไว้เสียก่อน

    “เดี๋ยวก่อนสิทรงยศ คุณนี่ก็ใช้แต่อารมณ์ ฆ่านังนี่ไป เราก็อดรู้ความลับที่มันเก็บไว้น่ะสิ”

    ระมาดก็คิดเช่นเดียวกัน เขาบอกว่าก่อนที่จะฆ่าเธอให้ตาย พวกเราควรได้ข้อมูลที่จะสาวไปถึงคนบงการก่อน ทรงยศฟังแล้วได้สติ เขาลดอาการโมโหหุนหันลง ในขณะที่ประเสริฐนั่งลง แล้วยิ้มทำท่าใจดีกับอนงค์รัตน์

    “นี่หนู เจ็บมากไหมเนี่ย เรามาตกลงกันดีๆ ฉันสัญญาว่าถ้าหนูยอมร่วมมือบอกทุกเรื่องที่เราอยากรู้ จะไม่มีใครทำอะไรหนูอีก แต่ถ้าหนูยังขืนดื้อฉันก็คงช่วยอะไรไม่ได้”

    อนงค์รัตน์ยืนยันว่าไม่มีใครส่งเธอมาทั้งนั้น ทุกอย่างที่ทำไปล้วนแต่ต้องการทวงความยุติธรรมให้กับน้องชายเท่านั้น ประเสริฐส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อในคำพูด และได้ยินเสียงจากเธออีกครั้งว่า

    “ในเมื่อคนที่ถือกฎหมายอยู่ไม่ยอมทำอะไรพวกคุณ ผู้หญิงอย่างฉันก็เลยต้องลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้เองไงล่ะ”

    คำตอบของอนงค์รัตน์ทำให้ทรงยศเดือดดาล ถลันเข้าไปกระชากคอเธอให้บอกความจริง แต่สิ่งที่ได้ยินก็ยังคงเหมือนเดิม

    อนงค์รัตน์พยายามตะเกียกตะกายหนี เธอรวบรวมกำลังสุดท้ายที่มีอยู่วิ่งออกไป แต่เพียงไม่กี่ก้าว ก็ถูกทรงยศตามมากระชากคอจนสร้อยขาดหลุดร่วงไปที่พื้นและตบอีกหลายครั้งจนสลบ ประเสริฐเข้ามาห้ามเพราะเธอน่าจะตายคามือหากปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ โดยสั่งให้ระมาดนำตัวออกไป

    หลังจากนั้นอนงค์รัตน์ถูกจับไปขังไว้ในห้องลับภายในโรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ เธอถูกล่ามโซ่ไว้ทั้งแขนและขา โดยมีทรงยศ ราโพ และประเสริฐยืนมองดู ประเสริฐบ่นเสียดายความสาวและสวยที่จะน่าถูกลิ้มลองก่อน ทรงยศสวนกลับทันที

    “คุณประเสริฐ ผู้หญิงคนนี้เป็นของผม ใครหน้าไหนก็ห้ามยุ่งทั้งนั้น”

    “โถๆ ขนาดนี้แล้วยังหวงอีกนะคุณ ในเมื่อเจ้าบ้านหวงของนัก ผมออกไปหากินเองก็ได้ แถวนี้มีเยอะแยะไป” พูดเสร็จเขาก็เดินออกไป

    ราโพถามทรงยศจะทำอย่างไรต่อไป เขาบอกว่าคนที่กล้ามาเหยียบจมูกเขาถึงถิ่นจะต้องได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาราโพดูหวาดกลัวขึ้นมา แต่พยายามซ่อนเอาไว้ภายใต้หน้าเรียบเฉย

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกันนั้น ยมกับสะพายนั่งคุยกันข้างเตียงของจ่าเที่ยงที่ยังคงไม่ได้สติ ทันใดนั้นมือถือของยมมีสัญญาณไฟกะพริบ เขารีบลุกขึ้นไปหยิบมันด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนจะบอกว่าอนงค์รัตน์กำลังตกอยู่ในอันตราย

    เขาฝากสะพายให้ดูแลจ่าเที่ยงก่อนจะมีคนมารับช่วงต่อ แล้วค่อยกลับโรงแรมเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต หลังพูดจบยมขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างเร็ว เมื่อมาถึงสนามกอล์ฟ ยมมองไปรอบๆแต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว เขาใช้มือถือเช็กสัญญาณจากสร้อย ไม่นานนักก็พบว่ามันตกอยู่บนพื้น ขณะนั้นเองพนักงาน รปภ.สองนายถือไม้กระบองเข้ามาสอบถาม

    “นี่คุณ มาทำอะไรตรงนี้น่ะ ไม่รู้หรือไง สนามที่นี่เข้ามาได้เฉพาะคนที่เป็นสมาชิกเท่านั้น”

    ยมไม่สนใจในคำถามนั้น เขาเดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์ รปภ.รีบรายงานไปที่ส่วนกลางว่ามีคนต้องสงสัยขี่มอเตอร์ไซค์หนี ขอให้ช่วยสกัดจับด่วน แต่ใครจะขวางได้ เขาใช้พาหนะขี่แหวกกลุ่ม รปภ.ออกไปอย่างสบาย

    ไม่ไกลกันนัก ถาวรเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิดอยู่ในบาร์แองเจิ้ลเพราะทั้งนักร้องและมือกีตาร์หายตัวไป ถมทองมองดูพ่อด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนที่จะบอกให้พ่อหยุดการกระทำนั้นได้แล้ว เพราะเธอเวียนหัว

    จังหวะนั้นเอง สะพายเดินยิ้มเข้ามา ถาวรหันไปมองและถอนใจอย่างโล่งอก แต่ยังไม่วายขู่ว่า

    “หายไปไหนมา ทีหลังถ้าหายไปไม่บอกแบบนี้อีก ฉันไล่ออก! ไล่ออกสถานเดียวเลยรู้ไหม!”

    สะพายทำท่ายักคิ้วให้ถมทองแต่เธอทำเป็นไม่สนใจ ในขณะที่น้อยหน่าเข้ามาถามว่าใครจะร้องเพลงแทนนักร้องที่หายตัว ถมทองนิ่งคิดก่อนจะบอกว่า นึกออกแล้วว่าเป็นใคร เสียงทุกคนถามด้วยความอยากรู้ แต่เธอส่งยิ้มให้อย่างมีเลศนัย

    อีกมุมหนึ่งของบาร์ ธนสารกับจ่าแหลมเดินเข้ามานั่ง เมื่อบาร์เทนเดอร์เห็นก็ทำหน้าตกใจเล็กน้อย

    “ตกใจอะไร ทำหน้างง อย่างกะไม่เคยเห็นตำรวจมากินเหล้า จัดมาเลยสองแก้ว”

    เมื่อเหล้าถูกวางลงตรงหน้า ธนสารสอบถามถึงเรื่องผิดสังเกตที่นี่แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ นอกจากลูกค้าหายไปจนเงียบ ส่วนขาประจำที่หายไปก็คือยม ธนสารครุ่นคิดตาม เสียงพนักงานยังเล่าต่อว่า

    “พวกนักเที่ยวก็แบบนี้แหละครับ พอเห็นที่ไหนเริ่มจืดก็หาที่ใหม่ที่มันสดใสซาบซ่ากว่า อ้อ อีกคนที่อยู่ๆ ก็หายไปเฉยๆคืออนงค์รัตน์ เล่นเอาวุ่นหาคนร้องแทนกัน แต่ได้ยินว่านักร้องใหม่มาแล้ว แจ่มแจ๋วไม่แพ้กันด้วย”

    ทันใดนั้นเสียงน้อยหน่าดังขึ้นจากบนเวทีเพื่อต้อนรับนักร้องหน้าใหม่ที่ชื่อ พรแพรวพรรณ สุวรรณ–แวววาว ทุกคนหันไปมองตามเสียง แม้แต่ถาวรยังประหลาดใจเข้ามาสอบถามว่าเป็นใครกัน ที่บนนั้นมีหญิงสาวในชุดนักร้องแบบจัดเต็มยืนหันหลังให้ผู้ชม ถาวรหรี่ตาเพ่งมองที่แท้ก็คือถมทองลูกสาวของตนนั่นเอง

    เมื่อดนตรีเริ่มต้นขึ้น คนร้องพยายามอย่างหนักที่จะให้เสียงตนเองเข้ากับจังหวะดนตรี แต่มันเป็นการร้องอย่างเสียงหลงและผิดคีย์ จนกระทั่งลูกค้าค่อยๆลุกหายกันไป แม้แต่ธนสารกับจ่าแหลมยังส่ายหัวกับเสียงร้องนั่น สะพายที่อยู่บนเวทีอดยิ้มขำกับการร้องเพลงของถมทองไม่ได้ ในที่สุดถาวรต้องเดินเข้ามาตอนช่วงพักระหว่างท่อน เขาคว้าไมค์มาพูด

    “และที่จบไปก็คือบทเพลงจากนักร้องคนใหม่ ในช่วงต่อไปเราจะมาคั่นรายการด้วยเกมสนุกๆจากสวีตฟรุ๊ตตี้”

    ถมทองมองพ่ออย่างงอนๆที่เข้ามาขัดจังหวะ ถาวรบอกให้ลูกสาวเลิกร้องได้แล้ว ทำให้เธอโกรธกระทืบเท้าลงจากเวทีและมานั่งหน้าบูดอยู่ในห้องแต่งตัว กระทั่งสะพายเข้ามายืนมองขำแกมเอ็นดูแต่ก็พูดความจริงกับเธอว่าเป็นการร้องเพลงที่แย่มากถึงมากที่สุด แค่นี้หน้าของถมทองก็เปลี่ยนเป็นโกรธจนฟังต่อไปไม่ได้ เธอไล่เขาออกจากห้องจนเขาเหวอ

    ขณะนั้นเอง ยมก้าวเข้ามาสีหน้าเคร่งเครียดและท่าทีกระวนกระวาย เขาขอตัวสะพายออกไปคุยกันข้างนอก เมื่อสะพายเดินตามออกมาก็รู้ทันทีว่าต้องเป็นเรื่องของอนงค์รัตน์ ยมหันมาจะพูดก็เห็นถมทองเดินตามออกมาด้วย

    “บอกแล้วไงว่าเราต้องเคลียร์กัน แล้วถมก็จะไม่รอด้วย”

    “งั้นได้ ถ้าอยากรู้นักล่ะ ฟังไปพร้อมๆกันเลย... คุณรัตน์ถูกจับตัวไป”

    สะพายมีสีหน้าตกใจ ในขณะที่ถมทองตื่นเต้นมากจนทำอะไรไม่ถูก โวยวายเสียงดัง

    “หา! ถูกจับตัวไป ใครจับ จับไปทำไม จับไปไว้ที่ไหน แล้วทำยังไงกันล่ะ ถมว่ารีบไปแจ้งความกันก่อนเถอะ”

    ทั้งยมและสะพายไม่คิดว่าการแจ้งความจะมีประโยชน์เพราะตำรวจเมืองนี้ไม่จัดการอะไรที่เกี่ยวข้องกับนายทรงยศ เวลานี้คงต้องหาทางช่วยอนงค์รัตน์ด้วยตัวเอง ฉับพลันธนสารกับจ่าแหลมก็เดินเข้ามาอย่างจับผิดและถามยมว่าอยู่ที่ไหนตอนที่เกิดการยิงทรงยศในบาร์แองเจิ้ล ถมทองรีบพูดแซงขึ้นมา

    “ตอนนั้นเขาอยู่กับถมค่ะ พอดีถมต้องไปตรวจดูความเรียบร้อยด้านหลังเวที ก็เลยชวนยมไปเป็นเพื่อน”

    คำตอบของถมทองช่วยให้ยมรอดตัว แต่ว่าธนสารยังคงไม่คลายใจ เขาสั่งให้จ่าแหลมคอยจับตามองไว้ห่างๆ ก่อนรถจะแล่นออกไป

    “แล้วเราจะเอายังไงกันต่อ” สะพายถาม

    “ก็คงไม่มีทางอื่น นอกจากบุกเข้าไปที่รังของพวกมัน และช่วยอนงค์รัตน์ออกมาให้เร็วที่สุด”

    ถมทองได้ฟังแล้วเกิดนึกสนุกขึ้นมา เธอขอร่วมวงไปด้วยแต่ไม่มีใครเห็นด้วยเพราะเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายอย่างมาก จนเธอต้องยื่นไม้ตายว่า

    “แน่ใจนะว่าไม่ให้ถมไปด้วย ถ้าอย่างงั้น...ถมจะบอกทุกคนให้หมดเลยว่าคุณยมเข้าไปทำอะไรด้านหลังเวที จากนี้ไปใครๆก็จะรู้กันทั่วว่าคุณไม่ใช่นักเที่ยวธรรมดา”

    ยมอ้าปากค้างกับคำขาดของเธอ เมื่อเห็นว่าเป็นต่อแล้ว ถมทองพูดสำทับให้คนทั้งคู่ต้องรอเธอเปลี่ยนชุด แต่ถ้าหายไปไหนรับรองว่าเรื่องแดงขึ้นมาแน่ ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันอย่างอึดอัดใจ

    ooooooo

    ภายในห้องขังที่ทรงวัฒนากรุ๊ฟ อนงค์รัตน์ค่อยๆฟื้นคืนสติ เธอปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ราโพที่คอยเฝ้าดูอยู่หันไปมองเมื่อได้ยินเสียงขอน้ำอย่างแผ่วเบา

    “ถ้าไม่อยากทรมานไปกว่านี้ บอกความจริงมาให้หมด”

    “ฉันบอกไปหมดแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะคุณราโพ”

    “มันสายไปแล้วอนงค์รัตน์ ฉันเคยบอกเธอให้รีบออกไปจากวัฒนานิมิต แต่เธอก็ไม่เชื่อจนกระทั่งมันหมดเวลา”

    จังหวะนั้นเอง ทรงยศเดินเข้ามาพูดเสียงเหี้ยมให้อนงค์รัตน์สารภาพความจริงออกมา ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจใช้กำลังกับเธออีก ในขณะที่ห้องข้างๆ ประเสริฐกำลังรายงานตรงกับบอร์ดผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบออนไลน์ เขาสอบถามอย่างร้อนใจว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อ บอร์ดตอบอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

    “เวลานี้อะไรๆในวัฒนานิมิตมันชักจะวุ่นวายเกินไปแล้ว จนบอร์ดเริ่มกังวลว่ามันอาจสร้างปัญหาใหญ่ให้กับธุรกิจของเรา แต่คิดอีกทีบางทีอาจเป็นความผิดของบอร์ดเองที่เลือกคนอย่างทรงยศมาทำงานใหญ่แบบนี้”

    “แต่ไม่ว่าทรงยศจะอยู่หรือตาย ธุรกิจนี้ก็จะต้องอยู่ต่อไป ขอแค่สั่งมาเท่านั้นว่าจะให้จัดการกับเขาแบบไหน”

    “บอร์ดให้สิทธิ์คุณจัดการได้เลย ใช้วิธีที่เนียนที่สุด อย่าให้เกิดคลื่นใต้น้ำตามมา”

    เวลาเดียวกันที่ด้านหน้าโรงงาน ยมกับสะพายมาถึงพร้อมถมทอง ทั้งหมดนั่งอยู่ในรถเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวผ่านหน้าจอแท็บเล็ต ภาพตึกทรงวัฒนากรุ๊ฟปรากฏขึ้นก่อนที่จะกลายเป็นกราฟฟิกแสดงลายเส้นรูปโครงสร้างตึก ระบบจับความร้อนทำให้เห็นคนที่เดินอยู่ในอาคารเป็นสีแดง

    ถมทองทึ่งเมื่อเห็นเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่นานนักยมก็สามารถหาห้องที่ขังอนงค์รัตน์ไว้เจอ ระบบจับความร้อนแสดงภาพให้เห็นว่ามีคนสามคนอยู่ในห้องดังกล่าว และมีการเคลื่อนไหวของโครงร่างสีแดง ซึ่งเป็นภาพที่ทรงยศกำลังบีบคออนงค์รัตน์จนเธอดิ้นลนลาน ราโพยืนมองอึ้งทำตัวไม่ถูก เสียงของทรงยศตวาดคาดคั้นให้อนงค์รัตน์สารภาพมาโดยเร็ว

    ทันทีที่ยมเห็นภาพนั้น เขารีบเปิดประตูรถจะวิ่งเข้าไปในโรงงานด้วยอารมณ์โกรธแค้นบวกกับความเป็นห่วงอนงค์รัตน์ แต่สะพายเข้าขวางจับยมไว้แน่น บอกมันยังพอมีเวลาที่จะคิดวางแผนเข้าช่วยเหลือ ถ้าหุนหันไปในเวลานี้ ทุกคนอาจจะตายได้ ท่าทีของยมอ่อนลง สะพายพยักหน้าให้เชื่อเขา ถมทองยืนดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าวิตกกังวล

    ข้างในโรงงานยังคงตึงเครียด ราโพเห็นทรงยศบีบคออนงค์รัตน์จนสลบไปอีกครั้ง เธอรีบเข้าไปดึงมือเขาออก

    “พอก่อนเถอะคุณทรงยศ หนักมือแบบนี้ เดี๋ยวก็ตายกันพอดี ทีนี้อดรู้กันว่าใครที่บงการอยู่เบื้องหลังมัน รวมทั้งเรื่องภาพที่มันแอบถ่ายไว้ด้วย ว่ามันเก็บซ่อนไว้ที่ไหน”

    ทรงยศชะงักหันมาหาราโพอย่างแปลกใจในข้อมูลใหม่ ที่ได้รับ ส่วนภายในรถที่ซุ่มหน้าโรงงาน ยมกดปุ่มเร่งเสียงตั้งใจฟังการสนทนากันระหว่างทรงยศกับราโพ

    “ภาพที่มันแอบถ่ายไว้ ภาพอะไรกัน แล้วทำไมเธอถึงเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ล่ะ”

    “ก็...ราโพคิดว่าจะจัดการเองได้ ไม่ต้องให้เป็นเรื่องกวนใจคุณเพิ่มขึ้นอีก ตอนนี้ให้คนไปค้นในรถ และเปิดเช็กดูในคอมพิวเตอร์ของมันแล้ว แต่ยังไม่เจอ คิดว่ามันอาจซ่อนไว้ในห้องพักที่ถาวรพาราไดซ์ ราโพจัดส่งคนไปที่นั่นแล้ว เดี๋ยวคงได้เรื่อง”

    ทรงยศดูเครียดมากกว่าเดิมแต่ก็ยอมไปพักผ่อนเพื่อรอฟังรายงาน ส่วนสะพายได้รับคำสั่งจากยมให้เข้าไปสืบเสาะในโรงแรมตามข้อมูลที่ได้ยิน

    สะพายเปิดประตูเข้าไปในห้องอนงค์รัตน์ ภายในห้องเงียบกริบ แต่พริบตาเดียวก็มีร่างของใครบางคนพุ่งเข้าใส่ แล้วกระแทกเขาเข้ากับข้างฝาอย่างจัง นักรบให้ลูกน้องใช้ท่อนแขนกดที่คอของสะพายเพื่อจะเปิดดูหน้าภายใต้หมวกคลุม แต่สะพายใช้จังหวะนั้นถีบลูกน้องของนักรบกระเด็นล้ม

    นักรบพุ่งหมัดเข้ามา สะพายหลบทันก่อนถอยหนีไป ลูกน้องนักรบใช้ปืนยิงเข้าใส่เขา ทั้งสองยิงสู้กันจนกระสุนหมด

    นักรบตามมาจะยิงซ้ำแต่สะพายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาสั่งลูกน้องไม่ต้องตาม เพราะต้องค้นหาของบางอย่างที่สำคัญกว่าตามคำสั่งที่ได้รับมา

    สะพายมายืนหอบอยู่ตรงบันไดหนีไฟโทร.รายงานยมว่าตนทำงานไม่สำเร็จ ยมเข้าใจแล้วเร่งให้เขากลับมาที่เดิมเพราะมีหลักฐานอย่างอื่นที่จะใช้เล่นงานพวกมันได้ ถมทองได้ยินเกิดอยากจะแสดงฝีมือบ้างแต่ยมห้ามไว้เพราะมันเสี่ยงอันตรายเกินไป ถมทองขู่เขาว่าถ้าไม่ให้ยุ่ง เธอจะแฉเบื้องหลังเขาแน่ ยมถอนหายใจอย่างระอาที่ทำอะไรไม่ได้ ยกนี้ชัยชนะเป็นของถมทองอีกครั้ง

    ทางฝ่ายนักรบที่พาลูกน้องเข้าไปค้นหาหลักฐานในห้องพักของอนงค์รัตน์ ปรากฏว่าลูกน้องไม่พบสิ่งผิดปกติ จนกระทั่งนักรบเข้าไปในห้องน้ำแล้วเอะใจ เปิดฝาถังพักน้ำตรงชักโครก พบแผ่นซีดีสองแผ่นซ่อนอยู่ นักรบรีบรายงานราโพทันที

    ooooooo

    ระหว่างที่นั่งรออยู่ในรถนอกโรงงาน ถมทองพยายามซักถามยมถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่ออนงค์รัตน์ ยังไม่ทันจะได้ความอะไรมาก ก็มีรถวิ่งเข้ามาจอดตรงหน้าประตูโรงงาน

    ทั้งคู่ต่างชะเง้อมองจึงรู้ว่าเป็นรถของสามสาวทริปเปิ้ล แสดงว่าคืนนี้จะต้องมีโชว์พิเศษเกิดขึ้นที่นี่อย่างแน่นอน

    เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทรงยศกำลังรินเหล้าลงแก้วหันไปมองอย่างหงุดหงิดพร้อมกับถามว่าใคร? กลับไม่มีเสียงตอบ นึกระแวงจึงหยิบปืนเล็งไปที่ประตูแต่ปรากฏว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ทรงยศตัดสินใจเปิดประตูออกมา แปลกใจเมื่อเห็นกล่องของขวัญขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นเสียงเพลงก็ดังขึ้นพร้อมกับกล่องของขวัญที่ค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นสามสาวทริปเปิ้ลโยกย้ายเรือนร่างไปตามจังหวะเสียงเพลงด้วยลีลาอันเร่าร้อนเข้าไปยั่วยวนลูบไล้ตามร่างของทรงยศ

    ทรงยศยิ้มอย่างพอใจแต่ก็ไม่คลายความสงสัย บีเยศเฉลยว่าของขวัญจากบางคน โชว์พิเศษเพื่อช่วยให้เขาได้ผ่อนคลาย แล้วสั่งให้เขานอนลงบนเตียงก่อนที่ส่าหรีจะใช้กุญแจมือล่ามไว้กับหัวเตียง วิชชุดาใช้แส้ฟาดลงไปที่หลังของเขาอย่างแรง ทรงยศครวญครางอย่างเมามันในอารมณ์ ก่อนที่จะจับสังเกตได้เมื่อแส้พันรอบคอเริ่มมัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ เขารีบเอื้อมมือคว้าปืนยิงใส่วิชชุดาทันที

    เหตุการณ์พลิกผัน ส่าหรีวิ่งตรงเข้าใช้ไฟพ่นใส่ทรงยศแต่เขาหลบทันยิงสวนเปลวไฟกลับไปจนเธอล้มลงอีกคน ส่วนบีเยศมาพร้อมดาบซามูไรฟันใส่เขาไม่ยั้ง ทรงยศดวงยังแข็งหลบได้อย่างฉิวเฉียด แล้วกระชากคอบีเยศมาถามด้วยความโกรธจัดว่าใครจ้างมา แทนคำตอบ เธอหยิบมีดสั้นออกมาเงื้อขึ้นจะแทงที่คอ แต่เขาไวกว่ายิงเข้าใส่ร่างของเธอจนกระสุนหมดแม็ก

    ทันใดนั้น ลูกน้องก็รีบเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับถามว่าเกิดอะไรกันขึ้น ทรงยศหัวเสียตวาดกลับเสียงดังลั่น

    “ฉันต่างหากที่ต้องถามว่ามันอะไรกัน พวกแกถึงได้ปล่อยให้นังพวกนี้เข้ามาฆ่าฉันถึงในห้อง”

    ระมาด มังกร และกุ่ยช่ายต่างหน้าเสียที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับนาย ทรงยศมองไปที่ลูกน้องถามว่าใครเฝ้าหน้าประตู กุ่ยช่ายยกมือขึ้นรับผิด พริบตานั้นเองทรงยศต่อยและเสยที่ปลายคางกุ่ยช่ายจนสลบ เป็นเวลาที่ประเสริฐเดินเข้ามาพอดีด้วยใบหน้ายิ้มเยาะอย่างสาแก่ใจ มองดูร่างสามสาวที่กองบนพื้นด้วยท่าทีเสียดายแต่แววตาแฝงด้วยความผิดหวังที่ไม่ตรงตามแผน

    หลังการถูกลอบฆ่า ทรงยศเริ่มระแวงและมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา อีกทั้งประเสริฐพูดกดดันว่า

    “แบบนี้มันเหมือนประกาศสงครามกันชัดๆ ทรงยศ คุณคิดว่าคราวนี้ใครอยู่เบื้องหลัง”

    “ไม่รู้สิ ดูเหมือนตอนนี้ใครก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น รวมทั้งคุณด้วย คุณประเสริฐ”

    “ไม่เอาน่าทรงยศ อย่าคิดแบบนี้ เรามันพวกเดียวกันไม่มีเรื่องลับหลังกันอยู่แล้ว”

    “หรือไม่บางที คนที่อันตรายที่สุดอาจเป็นคนที่ฉันเชื่อใจมากกว่าทุกคนก็ได้”

    เมื่อพูดจบ ทรงยศหันไปมองหน้าระมาดอย่างจับผิด ทำให้ระมาดต้องพูดว่าคนอย่างเขาจะไม่มีวันทรยศนาย ประเสริฐพูดขัดขึ้นว่าแทนที่จะระแวงกันเอง เอาเวลาไปเคลียร์ปัญหาให้ได้ทีละประเด็นดีกว่า เพราะมีอนงค์รัตน์อยู่ในกำมือแล้ว

    เสียงปืนหลายนัดที่ดังออกมา ยมคิดว่าเวลานี้เป็นจังหวะเหมาะที่จะแอบเข้าไปในนั้น เขาชักปืนออกมาหันไปสั่งถมทองให้รอที่รถ ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็ขับหนีออกไปได้เลย

    ยมปีนข้ามรั้วเข้ามาแล้วค่อยๆย่องไปจัดการกับกลุ่มชายที่มีอาวุธล้มลงไปกองกับพื้นจนหมด ก่อนจะกระชากคีย์การ์ดที่ห้อยคอชายหนึ่งคนในกลุ่มนั้นออกมาเปิดประตู แล้วก้าวเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง

    อีกด้านหนึ่ง ถมทองดูยมจัดการกลุ่มชายฉกรรจ์ด้วยความตื่นตาตื่นใจลุ้นเอาใจช่วยยมผ่านแท็บเล็ตอยู่นั้น ประตูรถก็เปิดพรวด ถมทองสะดุ้งเฮือกแล้วร้องกรี๊ดเสียงดัง เป็นสะพายนั่นเองที่เข้ามา เขารีบเอามือปิดปากเธอไว้ ถมทองต่อว่าเขาที่มาเงียบๆทำให้เธอตกใจหมด เขามองหายม เธอบอกว่ายมรอไม่ไหวแอบเข้าไปข้างในโรงงานแล้ว สีหน้าสะพายเปลี่ยนไปในทันที

    ooooooo

    ในห้องขัง ราโพนั่งมองอนงค์รัตน์ที่ค่อยๆฟื้นคืนสติกลับมาอีกครั้ง เธอคาดคั้นให้หญิงสาวบอกความจริงว่าจะทำอะไรกับภาพที่แอบถ่ายนั่น อย่าปิดบังเพราะคนของเธอเจอของแล้ว

    ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกถีบให้เปิดออก ทั้งคู่หันไปมอง ยมที่พรางหน้าก้าวเข้ามาพร้อมปืน ราโพมีสีหน้าตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นหยามหยัน

    “มาแล้วเหรอ คิดว่าจะพากันออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆสินะ”

    “ไขกุญแจมือ! เดี๋ยวนี้!”

    ราโพหยิบลูกกุญแจมาไขปลดล็อกออก อนงค์รัตน์พยายามประคองตัวลุกขึ้นแต่ไม่มีเรี่ยวแรง ยมต้องรีบเข้ามาพยุง และบังคับให้ราโพเป็นตัวประกันเพื่อหนีออกจากโรงงาน แต่เธอพูดขู่ทุกคนว่าไม่มีทางหนีออกไปได้ สิ้นคำพูดของราโพ ลูกน้องคนหนึ่งโงหัวขึ้นมาพร้อมกับเล็งปืนไปที่ยม เสียงปืนดังปัง! ทั้งหมดหันไปอย่างตกใจก็พบว่าสะพายที่พรางหน้ายิงมันล้มลงเอง

    ในเวลาเดียวกันนั้น นักรบใช้ให้ลูกน้องเข้าแก้ไขเครื่องยนต์รถของหญิงสาวที่พบนอกโรงงาน ซึ่งก็คือถมทอง

    “ขับมาดีๆเครื่องมันก็ดับไปซะเฉยๆน่ะค่ะ แล้วเครื่องยนต์กลไกพวกนี้ หนูก็ดันไม่ค่อยรู้เรื่องซะด้วยสิ”

    เมื่อได้ยินเสียงปืน นักรบและลูกน้องรีบทิ้งงานแล้วชักปืนวิ่งมุ่งหน้าเข้าโรงงาน ถมทองเข้ามาขวางไว้แต่ไม่มีใครสนใจ จากนั้นเมื่อเข้ามาข้างใน พวกเขาเห็นยมประคองอนงค์รัตน์ โดยมีสะพายจี้ราโพเป็นตัวประกัน

    เช่นเดียวกันกับทรงยศและพวกวิ่งออกมาดูที่ประตูอาคาร เมื่อเห็นว่าราโพถูกจับก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร ทรงยศยืนมองอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจตะโกนสั่งว่า

    “ปล่อยพวกมันไป”

    ทุกคนชะงักแปลกใจในคำสั่งนั้น

    ในขณะที่ยมและพวกเดินออกไปข้างนอกอย่างช้าๆ และสั่งห้ามไม่ให้ใครตาม ไม่เช่นนั้นตัวประกันตายสถานเดียว ระมาดก็ร้องถามทรงยศอย่างไม่เข้าใจ นายมองหน้าเขาก่อนตะคอกว่า

    “ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะตอนนี้มีแต่ราโพคนเดียวเท่านั้นที่ฉันยังไว้ใจได้อยู่ ฉันถึงไม่ยอมเสียเธอไปไงล่ะ”

    ทรงยศพูดเสร็จก็หันเดินเข้ากลับเข้าไปทันที

    ระมาดยังยืนนิ่ง ส่วนประเสริฐยิ้มเย้ยอย่างสะใจ

    หลังจากรอดพ้นเหตุการณ์เฉียดตาย ถมทองเอารถมาจอดรอรับยมกับพวกที่หน้าโรงงาน พวกเขาเอาราโพขึ้นรถไปด้วยเพราะรู้ว่าระมาดกับลูกน้องยังคงติดตามอยู่ รถสองคันวิ่งตามกันมาสักพักก็คลาดกันไป ราโพถูกทิ้งไว้กลางถนนในสภาพถูกปิดตาและมัดแขน ระมาดช่วยแก้มัดและเอาผ้าปิดตาออกให้เธอ

    มังกรกับกุ่ยช่ายเดินตามมาถามลูกพี่ว่าจะเอายังไงต่อ ระมาดยืนนิ่งอย่างใช้ความคิดก่อนตอบว่า

    “อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าพวกมันมีมากกว่าหนึ่ง แล้วก็เชื่อเถอะ อีกไม่นานหรอกพวกมันต้องกลับมาอีกแน่”

    ณ บ้านกลางสวนนอกเมืองวัฒนานิมิต ยมอุ้มอนงค์รัตน์ที่อ่อนเพลียและหลับสนิทมาวางไว้บนเตียง ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ ส่วนสะพายและถมทองยืนมองอยู่ที่ประตูห้อง

    ถมทองบอกให้ทุกคนไปพักผ่อน ส่วนเธอจะดูแลคนป่วยให้ไม่ต้องเป็นห่วง สะพายตบไหล่ยมเบาๆ แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไป ถมทองมองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิด

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ยมนั่งจิบกาแฟอยู่เงียบๆ สะพายถือขวดนมสดมานั่งลงข้างๆ เดาว่ายมคงเป็นห่วงอนงค์รัตน์

    “มันมีหลายเรื่องให้ต้องคิดน่ะ บางที...คงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเดินหมากต่อไป”

    “อย่าบอกนะ ว่าคุณจะยอมเผยตัวจริงของคุณน่ะ”

    “ก็ไม่แน่ แค่หวังว่ามันจะได้ผล”

    กลิ่นแพนเค้กหอมกรุ่นลอยมา ถมทองถือจานขนมมาวางลงบนโต๊ะ สะพายจัดการกับอาหารเช้าตรงหน้าทันที ในขณะที่ยมยังนั่งนิ่ง บอกแต่เพียงว่าขอบใจ เธอมองเขาอย่างน้อยใจที่ไม่ยอมแตะต้องอาหาร ก่อนจะหยิบจานกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง เมื่อเห็นเช่นนั้น สะพายรีบตามถมทองเข้าไปด้านในเพื่อจะอ้อนขอทานเพิ่ม

    จากนั้นยมถือถาดอาหารขึ้นไปหาอนงค์รัตน์ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างอ่อนแรง

    “เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”

    “ได้พักอีกสักวัน พรุ่งนี้ก็คงจะลุกขึ้นร้องเพลงได้สบายแล้วค่ะ”

    ยมพยายามจะป้อนข้าวให้อนงค์รัตน์ จนเธอบ่นว่าไม่ใช่เด็ก กินเองได้ แต่เขาก็ยังดื้อที่จะป้อน อนงค์รัตน์จนใจยอมอ้าปากรับข้าวต้มแล้วยิ้มเขินๆเมื่อเขากระเซ้าว่ามันอร่อยกว่ากินเองใช่ไหม

    ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ถมทองก็มาลายมด้วยเสียงงอนๆ พร้อมกับบอกว่ากลัวพ่อจะคลั่งตายที่ลูกสาวหายไปทั้งคืน สะพายได้โอกาสรีบบอกว่าเขาอาสาพาเธอไปส่งที่พาราไดซ์เอง แต่ก่อนที่มอเตอร์ไซค์จะแล่นออกไป ถมทองหันมองยมด้วยสายตาอาลัย เขามองตอบแล้วยกมือให้เป็นสัญญาณร่ำลา สารถีขี่รถไปอย่างมีความสุขโดยไม่รู้เลยว่าคนซ้อนท้ายกำลังมีความเศร้า

    เมื่อถมทองกลับมาถึงโรงแรม ทุกคนกรูเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ถาวรคิดว่าลูกเสียใจที่ห้ามไม่ให้ร้องเพลงต่อบนเวทีเมื่อคืนนี้ เธอรีบเบรกพ่อว่าเลิกคิดเรื่องนั้นไปตั้งนานแล้ว ที่หายไปก็เพราะไปอยู่บ้านเพื่อนมา จากนั้นเธอเดินมานั่งเงียบๆอยู่ริมสระน้ำ ถาวรและน้อยหน่าตามมาดูอย่างแปลกใจในท่าทีหงอยๆ ถาวรสั่งลูกน้องให้สืบข้อมูลด่วน

    บ่ายวันเดียวกัน อนงค์รัตน์พยายามลุกจากเตียง แต่พอก้าวขาเดินได้ไม่กี่ก้าวก็รู้สึกอ่อนแรงทรุดลง พอดีกับที่ยมเดินเข้ามาเช็กอาการอีกครั้ง เขาโผเข้าไปรับเธอไว้ได้ทัน

    “คุณรัตน์! จะไปไหนเหรอครับ”

    “รัตน์แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างน่ะ วันๆเอาแต่นอนอยู่ในห้อง”

    “งั้นผมพาคุณออกไปนั่งข้างนอกนะ”

    ยมประคองอนงค์รัตน์ออกมานั่งข้างนอก ทั้งคู่มองไปข้างหน้าอย่างใช้ความคิด ครู่หนึ่งเสียงอนงค์รัตน์ดังขึ้น

    “ที่จริงคุณไม่น่าต้องมาเดือดร้อนเพราะรัตน์เลย รัตน์ทำพลาดทุกอย่าง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ รัตน์ก็จะไม่เลิกล้มความตั้งใจ...สองปีแล้วนับตั้งแต่ที่เสียน้องชายไป ไม่มีวันไหนเลยที่จะไม่นึกถึงภาพวันนั้น”

    พูดแล้วน้ำตาของอนงค์รัตน์ก็เริ่มไหลออกมา เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนที่โรจน์น้องชายนอนหมดสติอยู่บนเตียง เธอพยายามเขย่าและเรียกให้ตื่น ทว่าเขาจากไปแล้ว เธอกอดร่างน้องไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้อย่างหนัก เมื่อมองไปที่โต๊ะข้างเตียงและบนที่นอน มันเต็มไปด้วยยาเสพติด เธอหยิบกล่องที่มีตราโรงงานทรงวัฒนาขึ้นมาดูอย่างเคียดแค้น ก่อนขว้างมันไปกระทบฝาห้องอย่างรุนแรง

    เสียงของอนงค์รัตน์เต็มไปด้วยความเศร้า ก่อนที่จะพูดต่อว่า

    “รัตน์ไม่อยากให้ใครต้องเป็นแบบโรจน์ น่าเสียดายที่มีหลักฐานไว้ใช้มัดตัวนายทรงยศได้แล้ว ดันเสียท่าให้มันอีก”

    “ไม่เป็นไรหรอก ผมรับรองว่าความพยายามของคุณจะต้องไม่สูญเปล่า มันจะต้องชดใช้ความผิดที่ทำมาอย่างสาสม”

    ooooooo

    จ่าเที่ยงนอนซมด้วยพิษไข้ภายในห้องพักที่ยมพามาทิ้งไว้ เขาเพ้ออย่างคนฝันร้ายจนสะดุ้งตื่น เมื่อได้สติก็มองไปรอบๆก่อนจำได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
    เขาค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วเห็นเสื้อสะอาดวางอยู่ข้างๆ มันเป็นเสื้อที่พิไรซื้อให้ ในห้วงคิดเขาบอกตัวเองที่ยืนอยู่หน้ากระจกว่าเขาจะต้องกลับไป

    ที่หน้าบ้านสารวัตรเชษฐ์ ธนสารกับจ่าแหลมมานั่งเฝ้าดูสถานการณ์ต่างๆอยู่ในรถ จ่าแหลมเซ็งจัดและบ่นจนเจ้านายรู้สึกรำคาญบอกให้กลับบ้านไปก่อนได้เลย แต่เขากลับพูดว่า

    “เรื่องอะไรล่ะผู้พัน อุตส่าห์มาเฝ้าอยู่จนขนาดนี้แล้วจะให้ไปง่ายๆไม่มีทาง เราจะรออยู่แบบนี้ไปอีกกี่เดือนกี่ปีกัน”

    “ก็จนกว่าจ่าเที่ยงจะมานั่นแหละ นั่นไง มันมาแล้ว”

    จ่าแหลมเงยหน้าขึ้นมองเห็นจ่าเที่ยงเดินโดยใช้ไม้เท้ามาหยุดหน้าบ้าน แล้วเขาก็หันมามองธนสารนิ่งๆสักครู่ก่อนกดกริ่ง เมื่อประตูบ้านเปิดออก พิไรเห็นสภาพเขาแล้วสงสารจนอดหลั่งน้ำตาไม่ได้ เธอรีบประคองเขาเข้าบ้าน จ่าแหลมตั้งข้อสังเกตว่า

    “สองคนนี้เขาไม่มีอะไรกันจริงๆเหรอ คิดแค่เป็นพี่เป็นน้องกันเท่านั้นเนี่ยนะ”

    ธนสารไม่ตอบแต่คำพูดนั้นยิ่งตอกย้ำสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจ

    หลังจากเข้ามาในบ้านแล้ว พิไรขอร้องให้จ่าเที่ยงทำเรื่องย้ายออกจากพื้นที่โดยเร็ว ไม่มีเสียงตอบจากเขา จนเธอต้องอ้อนวอนให้เขาพูด

    “ผมขออยู่ที่นี่ จะไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมจะยอมตายแต่จะไม่ยอมให้คนชั่วมาเป็นใหญ่เหนือแผ่นดินไทย”

    พิไรอึ้งไปกับคำตอบของเขา แต่ก็ยินดีที่จะอยู่เป็นกำลังใจให้เขาต่อไป

    ณ บ้านกลางสวน เสียงปืนดังปัง! จากปลายกระบอกปืนของอนงค์รัตน์ที่พยายามเล็งให้เข้าเป้า แต่น่าเสียดายมันไม่ได้เฉียดกับสิ่งที่เธอตั้งใจไว้เลยสักนิด ยมยิ้มอย่างใจเย็นก่อนบอกว่า

    “อีกทีนะครับ คราวนี้ลองคิดใหม่ว่าปืนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายคุณ แล้วยิงออกไปเหมือนว่าคุณรู้จักมันมาทั้งชีวิต”

    อนงค์รัตน์ตั้งท่ายิงอีกครั้ง คราวนี้เป้าที่วางไว้กระเด็นล้มลงทันที ทั้งเธอและยมยิ้มอย่างดีใจ

    “จากนี้ไปคุณต้องหัดยิงบ่อยๆ เพราะตอนนี้คุณกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของนายทรงยศไปแล้ว ดังนั้นคุณต้องมีเขี้ยวเล็บไว้ป้องกันตัว ปืนกระบอกนี้คือเพื่อนใหม่ของคุณ ไม่ว่าคุณไปไหนพามันไปด้วยทุกที่”

    ห่างออกไป ถมทองนั่งมองดูคนทั้งสองด้วยความ รู้สึกเศร้าปนอิจฉา สะพายเดินเข้ามายืนมองแล้วถามว่า

    “ไม่อยากหัดยิงปืนมั่งเหรอ”

    “อยากสิ อยากมาก”

    ถมทองลุกขึ้นอย่างมาดมั่น แล้วเดินไปหยิบปืนขึ้นมาถือไว้อย่างเก้ๆกังๆ สะพายจับมือเธอให้จับมันในท่าที่ถูกต้อง ก่อนถอยออกมาสั่งให้เธอเริ่มยิง ถมทองเล็งไปที่เป้าแล้วยิง แรงดันของปืนทำเอาเธอเสียหลักล้มลงหงายหลัง สะพายโผเข้ารับร่างเธอไว้ก่อนกระเซ้าว่าครั้งแรกก็แบบนี้ แต่เธอท่าสวยกว่าคนอื่น ถมทองมองไปที่ทุกคนอย่างอายๆ ทุกคนต่างยิ้มขำ

    ooooooo

    ห่างออกไปอีกฟากหนึ่งของเมือง ระมาดยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องทำงานของทรงยศ ราโพเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    “คุณทรงยศยังไม่ออกมาอีกเหรอ”

    “ยัง เข้าไปอยู่ในนั้นตั้งแต่เมื่อคืน จนป่านนี้ก็ยังอยู่แล้วก็ห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใครเข้าไปด้วย”

    ราโพเคาะประตูเรียก ทรงยศฟังเสียงอย่างหงุดหงิดและตวาดไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง เธอดึงดันก้าวเข้าไปในห้องก็เห็นเขาเล็งปืนมาที่เธอพร้อมกับขู่ว่า

    “บอกแล้วไง ว่าไม่ให้ใครเข้ามา ออกไป ไม่งั้นฉันยิงจริงๆด้วย”

    “ราโพรู้ว่าคุณไม่ทำอะไรราโพหรอก เพราะไม่อย่างงั้น ราโพคงตายไปตั้งแต่เมื่อคืน ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว”

    เธอเดินเข้ามานั่งข้างๆ แล้วปลดปืนออกจากมือของทรงยศ ปลอบเบาๆ เขารินเหล้าดื่มอีกครั้ง

    “เรื่องนี้มันชักจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆแล้ว คงถึงเวลาเสียทีที่บอร์ดจะต้องลงมาร่วมเล่นเกมนี้กับเรา ถ้าต้องตายก็ให้ตายด้วยกัน ฉันไม่ยอมโง่ตายอยู่คนเดียวหรอก”

    “แล้วถ้าบอร์ดปฏิเสธล่ะคะ”

    “ฉันมีวิธีของฉัน ไม่มีทางที่บอร์ดจะปฏิเสธ”

    จากนั้นราโพเดินออกไปตามประเสริฐที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

    “ทรงยศ เลขาคุณบอกว่าคุณอยากพบผม มีธุระอะไรเหรอ”

    “ผมจะไม่พูดอ้อมค้อม ผมต้องการพบบอร์ดและคุณจะต้องจัดการให้ผม”

    “คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ คุณก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้”

    “ต้องได้ และถ้าคุณไม่ทำ คุณเองนั่นแหละที่จะต้องเดือดร้อน อยากรู้ไหมว่าใครดักฟังโทรศัพท์ของคุณ”

    คำพูดของทรงยศแฝงคำตอบไว้อยู่ในที เพราะบทสนทนาที่ได้ยิน ทำให้เขารู้ว่าถูกหลอกใช้มาตลอด ตราบใดที่ยังมีประโยชน์ก็ยังอยู่ตรงนี้ต่อไปได้ แต่เมื่อไหร่ที่พลาดนั่นคือจุดจบ ประเสริฐหมดหนทางโต้เถียง มองทรงยศนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับปากว่าจะหาทางประสานให้ได้พบกัน

    ระมาดมองประเสริฐที่รีบร้อนออกจากโรงงานไปอย่างสงสัย ราโพเดินเข้ามายืนข้างๆ พูดปนเยาะว่า

    “เกมใหม่เริ่มต้นแล้ว เกมระหว่างเรากับบอร์ด และฉันหวังว่าคุณคงเลือกถูกว่าควรอยู่ฝ่ายไหน”

    หลังออกจากโรงงานด้วยความรีบร้อน ประเสริฐมานั่งหน้าเจื่อนรายงานชายคนหนึ่งที่กำลังยัดยาสูบลงในไปป์

    “ผมจำเป็นต้องขอเข้าพบท่านด้วยตนเอง เพราะถ้าใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าพวกนั้นแอบติดเครื่องดักฟังไว้ที่ไหนบ้าง”

    “พวกนั้นน่ะพวกไหน”

    “ทรงยศครับ มันต้องการจะเล่นเกมกับเราครับ มันพยายามจะดึงบอร์ดลงไปจัดการกับปัญหาต่างๆในวัฒนานิมิต”

    “...มันคิดยังไงก็ปล่อยให้มันคิดไป แต่บอร์ดจะไม่ลงไปเล่นเกมกับมันแน่”

    “แล้วจะให้ผมจัดการยังไงกับมันดี”

    “เอาไว้ก่อน ฉันชักรู้สึกสนุกขึ้นมาแล้วล่ะ อยากรู้เหมือนกันว่าทรงยศมันจะทำยังไงต่อ เก็บมันไว้ดูเล่นเพลินๆ อีกสักพัก แล้วค่อยเขี่ยมันลงหลุมไป”

    วันเดียวกันที่อีกฟากของเมือง จ่าเที่ยงกำลังเดินเขยกไปหยิบขวดยามาล้างแผล ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลายสายเป็นยมที่โทร.มาเตือนว่าอย่ากลับไปทำงานในตอนนี้ให้อยู่รักษาตัวก่อนเพราะพวกนั้นจ้างนักฆ่ามืออาชีพมาเก็บจ่าเที่ยงโดยเฉพาะ ยมเชื่อว่าพวกมันจะไม่ยอมจบแค่นี้

    จ่าเที่ยงฟังด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนถามว่าจะให้เขาทำอย่างไรต่อ ยมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

    “จ่าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้ผมจัดการต่อแล้วผมจะติดต่อไปอีกที”

    ยมกดวางสาย พร้อมกับคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะรู้จักเขาในฐานะสารวัตรใหญ่แห่งสถานีตำรวจวัฒนานิมิต

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:48 น.