ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม

    ที่สระว่ายน้ำของถาวรพาราไดซ์ ยมมองหน้าอนงค์รัตน์อย่างชั่งใจก่อนจะพูดว่าเขารู้มานานแล้วตัวจริงของเธอเป็นใคร หญิงสาวทำหน้าแปลกใจที่เขาทราบ

    “ถึงคุณจะพยายามลบเรื่องราวในอดีตไปจนหมด แต่ก็ยังมีร่องรอยบางอย่างให้ตามหาจนได้”

    “อะไรหรือคะที่ทำให้คุณต้องมาสืบเรื่องของรัตน์ หรือว่า...ที่จริงแล้วคุณไม่ใช่นายยม เพลย์บอยที่ใช้ชีวิตสนุกไปวันๆอย่างที่ทุกคนเห็นกัน”

    ยมอึ้งกับคำถามนี้ เธอพยายามคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้จนเขาต้องบอกว่าอีกไม่นานเธอจะทราบ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา อนงค์รัตน์ยินดีรอให้ความจริงปรากฏ

    ถาวรคุมพนักงานช่วยกันจัดสถานที่เพื่อการแสดงโชว์ของทริปเปิ้ลในคืนนี้ แม้แต่ถมทองยังเอาใจช่วยให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี กิจการโรงแรมซบเซาไปตั้งแต่เกิดเรื่องยิงนายทรงยศคราวก่อน จะได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แถมน้อยหน่ายังเสริมอีกว่ามืออาชีพทำอะไรไม่มีพลาดแน่นอน

    จังหวะนั้นเองประตูโรงแรมเปิดออก บีเยศก้าวเข้ามาเป็นคนแรก เธอใส่ชุดสีสันฉูดฉาด ตามด้วยวิชชุดาและส่าหรีซึ่งเฉิดฉายไม่แพ้กัน ปิดท้ายขบวนด้วยทีมงานชุดใหญ่ ทุกคนในล็อบบี้ต่างตกตะลึงในความเซ็กซี่ของสามสาว

    แม้แต่ถาวรผู้ผ่านประสบการณ์เจอสาวสวยมามากมายยังตะลึงกับความงามของพวกเธอเช่นกัน เขาถึงขั้นตาค้างพูดอะไรไม่ออกได้แต่กลืนน้ำลาย จนกระทั่งสามสาวเดินเข้ามาทักทาย เขายิ่งประหม่าพูดจาตะกุกตะกัก

    “ขอบคุณนะครับที่ให้เกียรติโรงแรมเล็กๆแบบนี้ คุณ...ผม...เอ้อ...เรา...เตรียมห้องที่จะใช้แสดงไว้แล้วต้องจัดอะไร แบบไหน ยังไง ตามสบายเลย ขาดเหลืออะไรบอกผมโดยตรงได้ทุกเวลา เอ้อ ลืมแนะนำตัวไป ผมถาวร ประธานกรรมการบริหารของถาวรพาราไดซ์ครับ”

    บีเยศหว่านเสน่ห์ใส่เขาทันทีด้วยการจับมือไว้ไม่ยอมปล่อย เธอกล่าวขอบคุณและบอกว่าได้เตรียมทุกอย่างมาเรียบร้อย งานนี้จะต้องเต็มไปด้วยแสงสีอลังการ ทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจอย่างไม่มีวันลืม บีเยศพูดพลางก้มลงมองที่จุดสงวนของถาวรอย่างมีความนัย ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเสียวสะท้านทันที

    สามสาวประสานเสียงหัวเราะกัน จนถมทองรู้สึกว่าพ่อคงจะหลงไปกับเสน่ห์ที่โปรยมา แต่น้อยหน่ากลับบอกว่าลูกสาวเจ้านายคงจะได้แม่ใหม่เพราะแต่ละนางทั้งสวย ขาว อึ๋มกันขนาดนี้ แม้แต่เธอเป็นผู้หญิงแท้ๆ ยังไม่มีปัญญาจะสู้ แล้วนายถาวรพ่อม่ายร้างคู่มานานหลายปี มีเหรอจะไม่เผลอใจเผลอกายให้ใครคนใดคนหนึ่งหรืออาจจะเหมารวมก็เป็นได้ ถมทองได้แต่นึกสยองในความคิดนั้น

    ฟากยมยังไม่เลิกเป็นห่วงอนงค์รัตน์ เขาพร่ำแต่ย้ำเตือนให้เธอออกไปจากเรื่องอันตรายพวกนี้ แต่อนงค์รัตน์ปฏิเสธจนยมเลิกล้มความตั้งใจเดิมนั้นและบอกว่า

    “ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไงก็ตาม ต่อจากนี้ไปผมจะคอยปกป้องคุณเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ สร้อยนั่น...จะพาผมไปหาคุณ”

    อนงค์รัตน์จับสร้อยที่คออย่างนึกไม่ถึงแล้วถามว่า

    “ทำไมหรือคะ คุณทำแบบนี้ด้วยหน้าที่หรือด้วยเหตุผลอะไรกัน”

    “ไม่ใช่ด้วยหน้าที่หรอกครับ แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง...ความรู้สึกที่มันบอกว่าผมจะปล่อยให้คุณเป็นอะไรไม่ได้”

    ooooooo

    ทีมงานของทริปเปิ้ลโชว์เริ่มงานอย่างแข็งขัน พวกเขาปิดประตูบาร์แองเจิ้ลก่อนแยกกันยืนเฝ้าไม่ให้คนนอกย่างกรายเข้าไปก่อนได้รับอนุญาต

    แม้แต่ถาวรยังเข้าไม่ได้ เขาทำได้แค่เพียงยืนส่งสามสาวที่หน้าประตูก่อนจะมองตามพวกเธอเดินเข้าไปข้างใน ไม่นานจากนั้นระมาดทำท่าจะเดินเข้าไปในบาร์ ถาวรรีบเข้ามาบอกว่ายังเข้าไม่ได้ มันเป็นความลับ แต่แทนที่จะต้องรออยู่ด้านนอก ทีมงานกลับปล่อยให้ระมาดเดินเข้าไป ทิ้งให้ถาวรยืนเหวอ

    ภายในบาร์แองเจิ้ล สามสาวยืนดูทีมงานขนข้าวของต่างๆที่ต้องใช้ในการแสดงเข้ามา เมื่อหันมาเจอกับระมาดและราโพที่กำลังเดินตรงมา ส่าหรีมองเขาอย่างทึ่งๆที่ยังมาไหว ทั้งๆที่เมื่อคืนเจอการจัดหนักจากพวกเธอ ระมาดมองการจัดเตรียมที่กำลังเกิดขึ้น

    “ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม”

    “แน่นอนค่ะ คืนนี้คุณรอเก็บศพจ่าเที่ยงอะไรนั่นได้เลย หรือถ้าอยากจะได้ศพใครเพิ่มเป็นของแถมก็บอกได้ บีกับน้องๆชอบอยู่แล้วเรื่องฆ่าคนเนี่ย”

    “เยี่ยมมาก สมแล้วที่ทุกคนยกนิ้วให้ บอกว่าเรียกใช้ทริปเปิ้ลแล้วไม่มีคำว่าผิดหวัง”

    ในวันเดียวกันที่บ้านสารวัตรเชษฐ์ พิไรเดินเข้ามาดูจ่าเที่ยงแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเพื่อออกไปดูโชว์ของสามสาวทริปเปิ้ลในคืนนี้ เธอตื่นเต้นกับการออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้าน ในขณะที่จ่าเที่ยงรู้สึกกังวลอะไรบางอย่าง พอดีกับเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขากดรับสาย ก่อนจะขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก

    สายนั้นมาจากยมที่โทร.มาเตือนจ่าเที่ยงให้อยู่แต่ที่บ้าน ห้ามออกไปไหนเพราะพวกนั้นวางกลลวงเอาไว้ ตัวเขาเองยังไม่รู้แน่ชัดว่าพวกมันจะทำอะไร รู้เพียงว่าเป้าหมายหลักที่มันต้องการคือจ่าเที่ยง เมื่อได้ยินคำเตือนเช่นนั้น จ่าเที่ยงยิ่งกังวลใจหนักขึ้น เขายืนนิ่งจนพิไรเดินเข้ามาถามว่ามีปัญหาอะไรไหม เขาต้องรีบกลบเกลื่อนว่าเป็นเพียงสายเตือนให้ไปงานเลี้ยงรุ่นศุกร์หน้า เขาหนักใจกลัวว่าพิไรจะเครียดไปด้วยถ้าเกิดรู้เรื่องจริงเข้า

    ที่ล็อบบี้โรงแรม เสียงน้อยหน่าบอกทุกคนให้พร้อมตั้งท่าถ่ายรูป ก่อนที่สะพายจะเดินเข้ามาขอร่วมวงถ่ายด้วย เขารีบไปยืนข้างถมทองที่ทำหน้าบูดทันทีเมื่อเห็นเขา ครั้นถ่ายรูปเสร็จ ถาวรเดินเข้ามาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเพราะไม่อยากให้ใครไปรบกวนกลุ่มสามสาวแองเจิ้ล

    แต่สามสาวกลับบอกว่าชอบถ่ายรูปมาก ถาวรได้ทีรีบขอถ่ายรูปด้วยโดยมีสามสาวรุมล้อมและทำท่าลูบไล้เหมือนเขาเป็นราชาแห่งฮาเร็ม เสียงชัตเตอร์รัวไม่ยั้ง ถมทองกับสะพายยืนมองดูอย่างขำๆ เธอแซวเขาว่า

    “ไม่นึกเลยนะ ว่าแมนๆอย่างคุณก็ปลื้มสาวๆแนวนี้กะเขาด้วย”

    “ใครบอกกันล่ะว่าผมปลื้มพวกนี้ คนที่ผมปลื้มน่ะอยู่ตรงหน้าผมนี่ต่างหาก”

    จบคำพูดของสะพาย ถมทองเกิดอาการเขินอย่างหนักจนทำอะไรไม่ถูก ในเวลาเดียวกันที่บนห้องพัก อนงค์รัตน์นั่งจับสร้อยคอแล้วนึกถึงสิ่งที่ยมพูดว่าเขาจะคุ้มครองเธอและสร้อยนี้จะนำทางไป เธอยิ้มและพูดขอบคุณ เสียงของเธอดังออกมาจากคอมพิวเตอร์บนโต๊ะในห้องยม ชายหนุ่มได้ยินแล้วยิ้มกับตัวเองอย่างสุขใจ

    ooooooo

    ทรงยศนั่งอยู่ในโรงงาน สายตาจับจ้องภาพบนจอคอมพิวเตอร์ที่ต่อมาจากห้องรับรองสำหรับประเสริฐ ในห้องนั้นมีราโพยืนอยู่ข้างเตียงที่ประเสริฐนอนรอการนวด

    ราโพนำผ้าที่อบสะอาดมาปิดตาเขาไว้ ก่อนจะบีบนวดแขนของเขา ประเสริฐชื่นชมว่า

    “ไม่น่าเชื่อว่าเลขาอย่างหนู นอกจากจะทำงานเก่ง ยังมีฝีมือทางบีบนวดด้วย”

    “ด้วยความยินดีค่ะ เพราะถ้าไม่ได้คุณประเสริฐช่วยสนับสนุน เราคงไม่ก้าวหน้ากันเร็วขนาดนี้หรอก”

    “ฉันก็แค่ตัวประสาน ระหว่างคนทำงานอย่างคุณทรงยศกับบอร์ดเท่านั้นเอง”

    “แปลกนะคะ ทำงานอยู่ที่นี่มาตั้งหลายปีไม่เคยพบเจ้านายตัวจริงว่าเป็นใคร”

    “ถ้าเจ้านายตัวจริงที่ว่าหมายถึงบอร์ด ชีวิตนี้เธอไม่มีวันได้เจอและไม่รู้ว่าใครคือบอร์ดเพราะนี่ถือเป็นความลับสุดยอด ถึงฉันต้องตาย ความลับนี้ก็จะตายไปพร้อมกับฉัน”

    ทั้งทรงยศและราโพชะงักไปกับคำตอบที่ได้ยินจากปากของประเสริฐ อย่างไรก็ตามทรงยศเชื่อว่ามันเป็นแค่คำข่มขู่ เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่บอร์ดต้องให้ความสำคัญกับเขามากกว่าที่เป็นอยู่ โดยมีเลขาของเขาคอยหาทางช่วยเหลือทุกวิถีทาง สำหรับตอนนี้ ราโพชวนเขาให้มาสนุกกันต่อ เสียงแส้ฟาดลงบนร่างของเธอพร้อมกับการครวญครางอย่างมีความสุข

    ณ มุมหนึ่งของถาวรพาราไดซ์ ชายลึกลับคนหนึ่งยืนพูดโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นกับปลายสายว่า

    “มั่นใจได้เลยว่านายทรงยศไม่พลาดมาดูโชว์ของสามสาวแน่ ในโชว์จะมีคนดูเต็มไปหมด ทุกสายตาจะจับจ้องอยู่แต่บนเวที เขาก็คงสนุกจนลืมตัว แล้วเมื่อนั้นแหละคือโอกาสที่เราจะจัดการกับเขา”

    ไม่ไกลกันนัก ธนสารและจ่าแหลมยืนมองลูกค้ามากมายที่กำลังรอเวลาประตูเปิด พวกเขาเองก็สอดส่ายสายตามองหาจ่าเที่ยงพร้อมกับพนันกันว่าคนบ้างานแบบนั้นจะมาดูโชว์หรือเปล่า ระมาดเดินตรวจตราความเรียบร้อยก่อนการแสดงจะเริ่ม ธนสารจึงยืนยันว่าไม่ต้องห่วง มีตำรวจทั่วทุกแห่งในโรงแรมนี้ คงไม่มีใครกล้าทำอะไรบ้าบิ่นแน่

    จังหวะนั้นเอง จ่าเที่ยงกับพิไรเดินคู่กันเข้ามา ทั้งหมดหันไปมองด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จ่าแหลมจะพูดว่าเขาชนะพนันและได้คำตอบว่าจ่าเที่ยงไปหลบอยู่ที่ไหน สีหน้าธนสารเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดไม่พอใจขึ้นมาทันที ส่วนระมาดดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขายกโทรศัพท์ขึ้นและส่งข้อความเข้ามือถือของทรงยศที่นั่งรถมากับราโพ ทรงยศยิ้มพอใจบอกราโพว่าจ่าเที่ยงกำลังจะติดกับดัก ถ้าโชคดีอาจได้ตัวไอ้โม่งที่คอยช่วยมัน แต่ราโพดูนิ่งๆเหมือนครุ่นคิดบางอย่างในใจ

    เมื่อรถของทรงยศมาจอดที่หน้างาน ระมาดรีบตรงเข้ามาต้อนรับและรายงานว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ห่างออกไปเล็กน้อย สะพายยืนมองอยู่อย่างมีแผนเช่นกัน ยมเดินเข้ามาข้างๆแล้วถามเขาว่าไม่เข้าไปดูโชว์หรือไง สะพายตอบว่าไม่พลาดแน่นอนก่อนเดินจากไป ยมมองตามเขาที่มีท่าทีพิรุธ

    ถาวรพานายทรงยศแขกวีไอพีไปยังที่นั่งด้านหน้าพร้อมกับระมาดและราโพ เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ระมาดกระซิบบอกบางอย่างกับนาย ก่อนที่เขาจะหันไปดูรอบๆ จนกระทั่งเห็นจ่าเที่ยงกับพิไรที่มีสีหน้ายิ้มแย้มห่างออกไปสองสามที่นั่งในแถวเดียวกัน ทรงยศยิ้มเหี้ยมแล้วละความสนใจไปมองยังเวทีแทน

    สักพักเดียวไฟในห้องจัดการแสดงหรี่ลง ทุกคนในห้องนั้นต่างดูตื่นเต้น ธนสารมองท่าทีของพิไรและจ่าเที่ยงด้วยความโกรธแกมริษยาแต่ทำอะไรมากไม่ได้นอกจากต้องนิ่งเงียบ ส่วนยมหลังจากเดินเข้ามานั่งข้างๆถมทองก็ได้แต่มองไปรอบๆเพื่อตรวจดูสถานการณ์ จนเธออดเหน็บไม่ได้ว่ามองหาอนงค์รัตน์หรือเปล่า เขาปฏิเสธแล้วอธิบายว่า

    “มองหาสะพายน่ะ เมื่อกี้เดินตามกันมาแท้ๆ คนอะไรก็ไม่รู้ แวบหายไปไวจริง”

    ไม่นานนักสะพายเข้ามายืนที่ด้านหลังยม และมองตรงไปทางทรงยศด้วยสายตาดุดัน ยมมองตามอย่างสนใจ ถมทองสังเกตเห็นความผิดปกตินี้จึงถามยมว่ามีเรื่องอะไรกัน เขาตอบว่าไม่มีอะไรมากแค่สงสัยว่าโชว์วันนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่มีใครบางคนวางไว้

    ถมทองงงกับคำตอบนั้น ยมชี้แจงว่าเรื่องมันซับซ้อนคงต้องหาเวลาอธิบายกันยาว ในเวลานั้นเอง เสียงโฆษกประกาศขึ้นว่า

    “ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ช่วงเวลาต่อจากนี้ ความสุข ความสนุก ความตื่นเต้น ตื่นตาและตื่นใจจากเมืองใหญ่ชายทะเลจะปรากฏสู่สายตาทุกท่าน เราจะมาร่วมนับถอยหลังไปพร้อมๆกัน”

    คนทั้งห้องเริ่มนับตาม เสียงเพลงจากการแสดงดังกระหึ่ม พิไรมองไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น ในขณะที่จ่าเที่ยงมีท่าทางกังวลใจ ในเวลาเดียวกันยมหันมองด้านหลังอีกครั้ง สะพายหายตัวไปแล้ว ยมขยับจะลุกขึ้นแต่ถมทองคว้าข้อมือเขาไว้แล้วบอกว่าไม่ต้องไปไหน มีตำรวจเต็มไปหมดใครจะกล้าทำอะไร

    วิชชุดา ส่าหรีและบีเยศ ปรากฏตัวออกมาพร้อมเอฟเฟกต์สุดอลังการ ทั้งหมดกล่าวทักทายกับผู้ชมและบอกว่านี่คือเดอะ ทริปเปิ้ล คาบาเร่ต์ เมจิก โชว์ ทุกคนมองลีลาการเปิดตัวของสามสาวด้วยความละลานตา ต่างจากราโพที่ดูกังวลกับอะไรบางอย่าง เธอลุกขึ้นขอตัวไปห้องน้ำ ทรงยศกลับไม่มีทีท่าสนใจอะไรนอกจากบนเวที

    ราโพเดินรีบร้อนออกมาด้านหน้า สวนกันกับยมที่เดินมาจากอีกด้าน ทั้งคู่หันมองหน้ากันก่อนที่จะผ่านไป ทันใดนั้นเสียงมือถือของยมดังขึ้น เขารับสายทันที ปลายสายแจ้งว่าจะมีการเล่นงานจ่าเที่ยงในระหว่างการแสดง สีหน้าของยมแปรเปลี่ยนเป็นกังวลหนักขึ้น

    ooooooo

    ในขณะที่ข้างล่างกำลังมีการแสดงโชว์อันตระการตา อนงค์รัตน์กลับนั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพัก บนจอปรากฏภาพธุรกิจยาเสพติดของทรงยศ เธอสอดแผ่นซีดีเข้าในเครื่องแล้วกดคัดลอกลงแผ่น

    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็เดินโทรศัพท์ออกมาจากห้อง และต้องตกใจเมื่อเห็นราโพยืนอยู่ที่หน้าประตู อนงค์รัตน์รีบแก้เกี้ยวว่าเธอกำลังจะลงไปดูโชว์ แต่ราโพ กลับพูดว่า

    “ฉันขอเตือนครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย รีบไปจากวัฒนานิมิตซะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ไป”

    เวลานั้นบนเวทีสามสาวโชว์มายากลหนีจากพันธนาการโดยบีเยศนั่งอยู่ในกล่องที่เปิดทุกด้านออก วิชชุดาและส่าหรีช่วยกันใส่กุญแจมือและเท้า จากนั้นฝาทุกด้านถูกยกขึ้นปิดจนไม่เห็นร่างบีเยศที่อยู่ในนั้น วิชชุดาฉีดน้ำมันไปที่กล่องแล้วส่าหรีก็จุดไฟให้ลุกท่วมกล่องทันที พิไรมองอย่างตื่นเต้น ส่วนจ่าเที่ยงเองก็ดูจะลืมทุกอย่างเมื่อหลงไปกับสิ่งที่ได้เห็น

    ขณะนั้นเองราโพเดินกลับเข้ามานั่งยังที่ของตัวเอง ระมาดหันไปถามไถ่อาการก่อนที่จะหันไปให้ความสนใจบนเวทีแทน บนเวทีไฟยังคงลุกท่วมกล่องที่มีร่างของบีเยศอยู่ภายใน ทั่วทั้งห้องเงียบกริบจนจ่าเที่ยงทนไม่ไหวลุกขึ้นชี้ไปที่เวที พร้อมร้องบอกให้หยุดการแสดง แต่ยังไม่ทันขาดคำ กล่องก็เปิดออก บีเยศลุกขึ้นผายมือให้ผู้ชม เสียงปรบมือดังกึกก้อง จ่าเที่ยงยังยืนค้างจนกระทั่งจ่าแหลมสะกิดให้นั่งลง

    “และต่อจากนี้เป็นการแสดงที่เราจะเปิดเวทีให้ผู้ชมขึ้นมาร่วมสนุกกับเรา ใครที่คิดว่าใจกล้า ขึ้นมาเลยค่ะ”

    คนดูต่างนั่งนิ่งมองกันไปมา ไม่มีใครอาสา บีเยศชี้ไปที่จ่าเที่ยงให้ขึ้นมาบนเวที ทรงยศยิ้มที่ทุกอย่างตรงตามแผน ผิดกับราโพที่มีสีหน้าเคร่งเครียดมากยิ่งขึ้น ยมมองตรงมาด้วยสีหน้าตกใจ เขารู้ว่าถึงเวลาแล้ว ขยับจะร้องห้ามแต่สายไป สองสาวพาจ่าเที่ยงไปที่ตู้เมจิกบอกซ์และให้เขาเข้าไปยืนข้างในก่อนปิดฝาด้านหน้า

    ยมลุกขึ้นยืนและเดินออกจากที่นั่งไปทันที บนเวทีวิชชุดากับส่าหรีช่วยกันหมุนตู้เมจิกบอกซ์ว่าไม่มีอะไรซ่อนอยู่ รอบด้านมีฝาปิดหมด บีเยศให้ผู้ชมนับหนึ่งถึงสามพร้อมกัน สิ้นคำว่าสามเอฟเฟกต์บนเวทีตูมขึ้นมา เมื่อเปิดฝาตู้ ร่างจ่าเที่ยงหายไปแล้วกลายเป็นวิชชุดากับส่าหรีที่ยืนจูบกันอยู่ ผู้ชมปรบมือเกรียวกราว

    พิไรไม่ตื่นเต้นกับการแสดงแต่แปลกใจว่าจ่าเที่ยงหายไปไหน ทันใดนั้นเองสะพายในคราบของชายสวมหน้ากากก้าวออกมาจากมุมหนึ่งของห้องมองตรงไปที่ทรงยศ ส่วนยมรีบวิ่งมาด้านหลังเวทีแต่เจอทีมงานขวางไว้ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง กระชากทีมงานมาต่อยทีเดียวสลบ ทีมงานอีกคนเข้ามาก็โดนซัดร่วงเช่นกัน ยมกำลังจะเดินผ่านเข้าไปมีเสียงเรียกจากถมทอง เธอเดินมาต่อว่าที่เขาทำลายการแสดง

    เขาไม่โต้เถียงอะไรเพราะต้องรีบเข้าไปช่วยจ่าเที่ยง โดยด่วน แต่แล้วพวกของทริปเปิ้ลก็กรูกันออกมารุมล้อมเขาไว้ ยมมองหยั่งเชิงแล้วก็ซัดทุกคนจนนอนบนพื้นหมด ถมทองเดินเข้ามาอย่างสับสนและสงสัย

    “ไหนบอกถมหน่อยสิ ว่านี่มันอะไรกัน แล้วคุณยม ที่แท้คุณเป็นใครกันแน่”

    บนเวทีด้านหน้า สามสาวทริปเปิ้ลกำลังจะปิดการแสดง แต่ที่นั่งของจ่าเที่ยงยังว่างเปล่า พิไรเป็นห่วงเขามาก จนธนสารยื่นหน้าจากเก้าอี้แถวหลังบอกว่าอย่าห่วงไปเลย ตอนนี้คงมีความสุขอยู่หลังเวที ขณะเดียวกันบีเยศกล่าวลาผู้ชมว่า

    “ในนามของทริปเปิ้ล ขอขอบคุณทุกเสียงปรบมือที่มอบให้ หวังว่าเราคงได้กลับมาวัฒนานิมิตอีกนะคะ ด้วยรักจากเราทั้งสามคนและเพื่อส่งทุกท่านกลับบ้านอย่างมีความสุข เราจะขอส่งท้ายท่านด้วยบทเพลงต่อไปนี้”

    เมื่ออินโทรเพลงดังขึ้นมา ชายสวมหน้ากากล้วงปืนออกมาแล้วเดินตรงไปที่ทรงยศ ทันใดนั้นมังกรก็พุ่งเข้ามาดันปืนในมือชายลึกลับขึ้นฟ้า เสียงปืนดังปัง ทั้งคู่พยายามยื้อแย่งปืนอย่างชุลมุน ในขณะที่ยมกับถมทองหันมามองหน้ากันแล้วหาที่มาของเสียงนั่น

    ทรงยศมองชายสวมหน้ากากอย่างโกรธจัด เขาสั่งเสียงกร้าวให้ฆ่ามันทิ้ง ระมาดชักปืนออกมาเล็งไปที่ชายคนนั้น แต่เพราะมีการผลักกันไปมาทำให้ไม่มีจังหวะที่จะยิง ทรงยศไม่รีรอสั่งการให้ยิงทันที ทำให้ระมาดต้องลั่นกระสุนออกไป

    ถมทองร้องกรี๊ดเข้าซุกยมทันที ขณะนั้นชายสวมหน้ากากได้จังหวะผลักมังกรออกไปแล้วหลบกระสุนที่ยิงมา เขาหันหลังวิ่งไปท่ามกลางผู้คนที่แตกตื่น มังกรกับระมาดรีบวิ่งตาม ฟากพิไรยืนสับสนทำอะไรไม่ถูก ธนสารเข้ามาบอกให้รอเขาที่นี่ ก่อนจะผลุนผลันออกไป

    ooooooo

    ภายในโถงโรงแรม เสียงผู้คนหวีดร้องวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น อนงค์รัตน์เดินเข้ามาโดยไม่รู้เรื่อง ทันใดนั้นชายสวมหน้ากากวิ่งเข้ามาพร้อมตะโกนบอกให้เธอหลบไป

    เสียงดวลปืนดังสนั่น ยมรีบวิ่งเข้ามาโอบร่างเธอไว้แน่น ทุกคนพยายามหาที่หลบภัย ส่วนกุ่ยช่ายนำลูกน้องกรูเข้ามาช่วยลูกพี่ เมื่อเห็นท่าไม่ดี ชายสวมหน้ากากรีบวิ่งออกจากพาราไดซ์ เขาหันหลังไปยิงพวกที่วิ่งตามมา ทั้งสองฝ่ายยิงต่อสู้กันอย่างไม่ลดละ ยมขอให้อนงค์รัตน์กลับขึ้นไปบนห้อง ส่วนเขายังมีเรื่องที่ต้องจัดการ เธอมองเขาวิ่งออกไปด้วยสายตาเป็นห่วง

    ชายสวมหน้ากากยังคงยิงต่อสู้จนกระสุนหมด เขามองปืนในมืออย่างเคร่งเครียดก่อนตัดสินใจออกจากที่ซ่อนแล้ววิ่งไป ระมาดบอกให้ลูกน้องรีบตามไป แต่ไปไม่ได้ไกล ธนสารกับจ่าแหลมเข้ามาขวางหน้าไว้พร้อมกับเล็งปืนไปที่ชายสวมหน้ากาก ธนสารตะโกนบอกให้หยุดแล้วยอมมอบตัว

    แต่ทันใดนั้น เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่าเข้ามา จนธนสารกับจ่าแหลมต้องผงะถอย คนขี่ตะโกนให้ชายสวมหน้ากากกระโดดขึ้นซ้อนท้าย แล้วรีบบิดรถออกไปอย่างไว แม้จะยิงตามหลังไปก็ไม่เป็นผล ระมาดเดินเข้ามาอย่างหัวเสียที่เหตุการณ์พลิกผัน ธนสารไม่มีคำอธิบายใดๆ เขารีบยกวิทยุสื่อสารขึ้นสั่งการทันที

    ยมขี่รถพาชายสวมหน้ากากมาตามถนน จนได้ยินเสียงคนซ้อนท้ายถามถึงจ่าเที่ยง เขาตอบว่าเวลานี้คงต้องรีบหนีก่อน ขณะนั้นเองมีรถตำรวจคันหนึ่งแล่นตามมา ยมตัดสินใจหักรถเลี้ยวเข้าซอยแคบ รถตำรวจหยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะขับต่อไป แต่ภายในรถตำรวจกำลังรายงานผ่านวิทยุสื่อสารว่า

    “พบผู้ต้องสงสัยแล้ว ผมกำลังมุ่งหน้าไปดักไว้ ขอกำลังเพิ่มเติมด่วน”

    บนถนนอีกเส้นหนึ่ง รถตู้คันหนึ่งกำลังแล่นไปทางนอกเมือง ภายในรถ จ่าเที่ยงถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก เขาพยายามขยับตัวดิ้นรน บีเยศจ้องมองกิริยานั้นแล้วยิ้มร่าอย่างสนุกสนาน

    “รู้ไหม ไม่มีอะไรเซ็กซี่มากไปกว่าผู้ชายถูกมัดไว้แบบนี้ บีรับรองว่าวันนี้จ่าจะต้องสนุกสุดชีวิตแน่ๆ”

    วิชชุดากับส่าหรีที่นั่งประกบรีบขยับเข้าแนบชิดโอบกอดเขา วิชชุดากระซิบว่าเขาจะสนุกแบบคูณสามพร้อมกับแลบลิ้นยาวเลียไปที่แก้มของจ่าเที่ยง

    หลังจากหนีตำรวจเข้าซอยแคบ ยมขี่มอเตอร์ไซค์ตรงมาตามทาง ไม่นานนักเขาก็เห็นรถตำรวจไล่ตามมาข้างหลัง เขาบอกคนซ้อนท้ายให้เตรียมตัวจับให้มั่นก่อนที่จะหักเลี้ยวเข้าในตลาดวัฒนานิมิตเพื่อทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ตำรวจที่ไล่ตามเปิดประตูลงมายืนมองด้วยความหงุดหงิด เมื่อยมขี่ทะลุออกมาได้ก็เร่งเครื่องหายไปอย่างรวดเร็ว

    ในขณะที่ผู้คนเดินออกจากถาวรพาราไดซ์ พิไรยืนมองพวกเขาด้วยสีหน้าวิตกกังวล สับสนและห่วงจ่าเที่ยง เธอเห็นธนสารเดินสวนคนอื่นตรงเข้ามาหาและบอกว่าจะพาไปส่งที่บ้าน เธอยืนนิ่งจนกระทั่งธนสารเข้ามาจับแขนเบาๆเซ้าซี้ให้ตามเขาไป เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเธอจำต้องเดินตามเขาขึ้นรถ สักพักเขาถามเธอว่า

    “จ่าเที่ยงไปขออาศัยอยู่กับคุณนานแล้วเหรอ”

    “อย่าพูดว่าขออาศัยเลย พี่เที่ยงน่ะเป็นเหมือนพี่แท้ๆ เมื่อพี่มีเรื่องเดือดร้อน เราจะใจดำอยู่ได้ยังไงล่ะ”

    ธนสารยิ้มหยันเมื่อได้ยินคำตอบจากเธอ เขาขับรถต่อไปเรื่อยๆไม่ถามอะไรอีก เมื่อถึงบ้านเธอกำลังจะเปิดประตูรถลงไปแต่ก็ต้องชะงักกับคำพูดมีเยื่อใยของธนสาร

    “รู้ไหมพิไร ผมน่ะยังรอคุณอยู่เสมอนะ ถ้าตอนนี้คุณยังไม่มีใครในชีวิต ผมหวังว่าเรา...”

    “เลิกพูดเถอะธนสาร มันไม่เหมาะที่คุณจะพูดกับภรรยาของอดีตเพื่อนแบบนี้”

    “เชษฐ์มันดีกว่าผมตรงไหน คุณถึงได้เลือกมาลำบากอยู่กับมัน ถ้าคุณไปอยู่กับผม ผมสัญญาว่าจะทำให้ทั้งชีวิตคุณมีแต่ความสุขสบาย ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณต้องการ ไม่ว่ามันจะแพงสักแค่ไหน ผมจะสรรหามาให้คุณ”

    “ตรงนี้แหละค่ะ ที่คุณแตกต่างจากเชษฐ์...ขอบคุณอีกครั้งนะที่มาส่ง”

    หลังจากพิไรลงรถไปแล้ว ธนสารพูดอย่างคับแค้นใจว่า สักวันเถอะ เธอต้องเป็นของฉัน

    ooooooo

    ยมพาชายสวมหน้ากากมาหลบซ่อนตัวที่ห้องพัก คาดคั้นให้เขาถอดหน้ากากออก เมื่อเห็นหน้าเป็นสะพายมือกีตาร์แห่งบาร์แองเจิ้ลแล้ว ยมไม่ประหลาดใจกลับย้อนถามว่า

    “คราวนี้ก็บอกมาไม่ต้องอ้อมค้อม ตกลงแล้วคุณเป็นใครและใครที่ส่งคุณมาทำงานนี้”

    แทนคำตอบสะพายยื่นนามบัตรส่งให้ บนบัตรเขียนว่าเขาคือสายสืบพิเศษแห่งหน่วยตำรวจแห่งชาติ ถูกส่งมาเพื่อสืบหาเงื่อนงำของเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งเชื่อกันว่ามีแหล่งผลิตอยู่ที่วัฒนานิมิต แล้วเขาก็พบว่าต้นตอใหญ่มาจากกลุ่มบริษัททรงวัฒนากรุ๊ฟของนายทรงยศ ธุรกิจถูกกฎหมายมากมายที่ตั้งขึ้นมาเพื่อบังหน้า ยาเสพติดที่สร้างผลกำไรมหาศาลต่างหากคือธุรกิจที่แท้จริง แต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าใครสั่งให้เก็บทรงยศ ซึ่งยมไม่สนใจในเรื่องนั้น

    กลางคืนวันเดียวกัน ณ โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ ทรงยศกำลังอาละวาดใส่ธนสารที่ไม่สามารถตามจับตัวคนร้ายลอบยิงเขามาได้ มีแต่คำขอโทษ ทุกคนนิ่งเงียบ จนกระทั่งประเสริฐเดินยิ้มเยาะเข้ามาพูดว่า

    “โดนเล่นงานอีกแล้วสินะคุณทรงยศ ดูเหมือนที่คุณเคยบอกว่าเมืองนี้เป็นของคุณ ทุกอย่างอยู่ในมือคุณ คงไม่จริงอีกต่อไปแล้วมั้ง”

    “บางทีอาจถึงเวลาที่ต้องล้างไพ่กันแล้วก็ได้” ทรงยศสวนกลับอย่างโกรธๆ

    ฟากสามสาวทริปเปิ้ล หลังจากนำตัวจ่าเที่ยงออกมาจากบาร์แองเจิ้ลแล้ว พวกเธอก็พาเขามาที่โกดังไม่ห่างจากเมืองนัก จ่าเที่ยงถูกจับถอดเสื้อให้นั่งบนเก้าอี้ มือเท้าและปากถูกมัดไว้แน่น เขาพยายามดิ้นรนให้เป็นอิสระในขณะที่พวกสาวๆกำลังจับไม้สั้นไม้ยาวเพื่อจะได้เล่นเกมสนุก

    วิชชุดาจับได้ไม้ยาวที่สุดเป็นคนเริ่มก่อน เธอหยิบแส้สองเส้นที่เหน็บไว้ออกมาถือและตวัดแส้ในมือซ้ายและมือขวาพลิ้วไหวไปมาอย่างสวยงาม ก่อนฟาดลงไปบนแผ่นหลังของจ่าเที่ยงหลายครั้งติดกัน เสียงแส้กระทบเนื้อดังเพียะเกิดรอยแดงทันที เขาเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ดวงตาเหลือกลานแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากผ้าปิดปาก เสียงวิชชุดาหัวเราะด้วยความสะใจดังก้อง

    ในเวลาเดียวกัน ยมที่เป็นห่วงสวัสดิภาพของจ่าเที่ยงถามสะพายว่าจะไปช่วยกันหรือไม่ สะพายตอบรับง่ายดายและขออาวุธคู่กายอีกสองกระบอก ยมไม่ลังเลที่จะส่งให้ตามคำขอ เมื่อออกไปที่โรงเก็บรถ สะพายถึงกับทึ่งในรถสปอร์ตที่จอดรอ เขาไม่รอช้าขอขับรถคันเท่ออกปฏิบัติการ เสียงเครื่องครางกระหึ่มแล้วพุ่งทะยานออกไป

    เมื่อเหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านไป ถมทองมานั่งนิ่งๆ ข้างสระน้ำของโรงแรม ครุ่นคิดอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก อนงค์รัตน์เดินเข้ามานั่งข้างๆ

    “เสียใจด้วยนะเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้”

    “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เหมือนทุกๆเรื่องนั่นแหละ ตั้งแต่เห็นแม่เสียไปต่อหน้าต่อตา ถมก็รู้ว่าเมืองอย่างวัฒนานิมิต อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น”

    “แล้วรู้ไหมว่าเป็นฝีมือใคร”

    “รู้สิ แต่ใครจะทำอะไรคนอย่างนายทรงยศได้ล่ะ ที่จริงเขาตั้งใจส่งคนมายิงป๊าเพื่อกำจัดคู่แข่งทางธุรกิจ แต่แม่ดันต้องมารับเคราะห์แทน ป๊าน่ะเกลียดเขาอย่างที่สุด แต่เพื่อความอยู่รอดของเรา ป๊าเลยจำเป็นต้องเล่นบทพินอบพิเทา ไม่ทำตัวเป็นคู่แข่งอีก ทั้งหมดก็เพื่อรักษาโรงแรมนี้ไว้ให้ลูกสาวอย่างถมนี่แหละ”

    ที่บ้านถมทอง ถาวรจุดธูปปักที่กระถางหน้ารูปถ่ายของภรรยา เขาพูดกับเธอเหมือนเธอยังมีชีวิต ก่อนหันไปหาลูกสาวที่เพิ่งกลับเข้ามา สองพ่อลูกกอดให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยมีอนงค์รัตน์ยืนมองอยู่ที่ประตูด้วยความประทับใจและสะเทือนใจกับเรื่องราวในอดีต คืนนั้นเอง อนงค์รัตน์โทรศัพท์หาใครคนหนึ่งด้วยสีหน้าครุ่นคิดกังวล เพื่อบอกว่า

    “ขอโทษทีที่ไปตามนัดไม่ได้ รัตน์ว่าเราอย่าเพิ่งเจอกันเลย ตอนนี้สถานการณ์กำลังตึงเครียด บางทีอาจมีใครคอยตามดูรัตน์อยู่ก็ได้ เพื่อให้พวกนั้นไม่สงสัยไปมากกว่านี้ รัตน์คงต้องเล่นละครต่อไปอีกสักระยะ แล้วเราค่อยหาทางเจอกัน”

    ooooooo

    ข้อมูลจากสายที่แจ้งมาเรื่องจ่าเที่ยงถูกขังอยู่ในโกดังแห่งหนึ่ง ทำให้สองหนุ่มต้องขับรถมาตามซุ่มดูอย่างเงียบๆ สะพายแปลกใจที่ยมมีสายสืบมากมายรอบตัวเขา เมื่อย้อนถาม กลับได้รับคำตอบว่าเขาชอบลุยเดี่ยวมากกว่า

    ภายในโกดังจ่าเที่ยงยังนั่งอยู่ที่เดิม สีหน้ายังเต็มไป ด้วยความเจ็บปวด บีเยศยืนมองอย่างสะใจและสั่งให้ส่าหรีเอาผ้าปิดปากออก ก่อนเดินเข้าถามเขาว่า

    “ถึงเวลาที่แกต้องพูดแล้วว่าไอ้โม่งที่คอยช่วยเหลือแกอยู่เป็นใคร”

    จ่าเที่ยงมองหน้าบีเยศตอบว่าชื่ออะไรยังไม่รู้ เขามาแล้วก็ไป คำตอบนี้ทำให้เธอมีสีหน้าหงุดหงิดและหันไปสั่งส่าหรีให้หาอะไรเตือนความจำหน่อย น้ำร้อนๆในกาชาถูกสาดไปที่หน้าของจ่าเที่ยง เขาก็ยังยืนยันคำตอบเดิม ส่าหรีเดินอ้อมไปด้านหลังแล้วรินชาร้อนๆลงบนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากแส้ ไอร้อนกระจายออกมาพร้อมด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวด

    ทั้งยมและสะพายต่างได้ยินเสียงร้องของจ่าเที่ยงที่แผดออกมาจากโกดัง สะพายบอกว่าเขาไม่ค่อยสันทัดกับกะเทยซาดิสม์พวกนี้ ขอคุมสถานการณ์ห่างๆข้างนอก ยมไม่ว่าอะไรแต่ให้เขาเตรียมตัวรอรับด้วย

    บีเยศเดินเข้ามาหาจ่าเที่ยงแล้วปักเข็มเข้าที่ใต้เล็บมือ เขากัดฟันร้องด้วยความเจ็บปวด เข็มหลายเล่มทยอยปักเข้าใต้เล็บมือ และเธอก็ชักมีดที่เหน็บไว้ออกมาแล้วสั่งให้อีกสองสาวถอดกางเกงของจ่าเที่ยงเพื่อจะตัดนกเขาน้อยเก็บไว้

    ทันใดนั้นยมก็โหนตัวเข้ามาจากโซ่ที่โยงอยู่บนหลังคา เขาตะโกนให้พวกมันหยุดการกระทำนั้น พร้อมกับกระโดดเข้าถีบบีเยศกระเด็นไป เสียงส่าหรีพูดขึ้นว่า

    “ในที่สุดก็มาจนได้นะ”

    วิชชุดาเดินมาพร้อมแส้ในมือ แต่ยมไม่พร้อมจะเล่นสนุก เขายกปืนขึ้นเล็ง ทันใดนั้นแส้ก็สะบัดใส่มือเขาจนปืนกระเด็นไป มันพลิ้วไหวไปมาก่อนที่จะฟาดใส่อีกครั้ง แต่เขาสามารถคว้าปลายแส้ได้ก่อนกระชากร่างวิชชุดาเข้ามาต่อยจนล้มกลิ้งไป ส่วนส่าหรีเข้ามาพร้อมปืนเพลิง เปลวเพลิงจากปากกระบอกพุ่งเข้าใส่ยม จ่าเที่ยงมองดูอย่างเป็นห่วง บีเยศเดินมายืนข้างๆแล้วก้มลงพูดที่ข้างหู

    “การแสดงพิเศษสำหรับแกโดยเฉพาะ หวังว่าคงจะชอบ”

    “พวกแกมันโรคจิต” จ่าเที่ยงตวาดสวนอย่างโกรธจัด

    และแล้วมีดในมือของบีเยศก็ปักลงที่หัวเข่าของจ่าเที่ยง เขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ยมหันมามองด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะเงื้อมีดอีกเล่มขึ้นมาเตรียมปักเข้าที่หัวเข่าอีกข้าง พริบตานั้น สะพายก็วิ่งเข้ามาพร้อมปืนในมือ นัดหนึ่งยิงโดนมีดในมือบีเยศกระเด็นไป อีกนัดพุ่งเข้าที่ปืนเพลิงของส่าหรีจนมันหงายขึ้น ยมฉวยจังหวะนั้นเองกระโจนเข้าใส่ส่าหรี ต่อยไปที่หน้าโดยไม่ยั้งจนเธอสลบ

    จังหวะนั้นเอง วิชชุดาเข้ามาข้างหลังสะพายแล้วรัดคอเขาด้วยโซ่ สะพายจับโซ่ยื้อไว้ พอร่างเธอขยับมาใกล้ ก็กระทุ้งศอกใส่แล้วกระโดดถีบอีกครั้งไม่ให้ได้ทันตั้งตัว เธอกระเด็นไปสลบอีกคนทันที ในขณะที่บีเยศใช้มีดแทงยม แต่เขาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ ก่อนที่ยมจะยันและเหวี่ยงเธอลอยข้ามหัวไป เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็ควงมีดก่อนที่จะปาออกไปอย่างไว ทว่ายมก็หลบได้ทั้งหมด

    สักพักมีจังหวะเข้าชาร์จ ยมก็วิ่งตรงเข้ามาตวัดขาเตะสูงเป็นท่าจระเข้ฟาดหางเข้าที่ก้านคอของบีเยศ จนเธอล้มลงและสลบไปทันที หลังจากนั้นสะพายประคองจ่าเที่ยงเข้าไปทางเบาะหลังของรถ ยมเดินตามมาแล้วรถคันเท่ก็แล่นหายไปในความมืด

    ooooooo

    เมื่อกลับมาถึงบ้านพัก ยมกับสะพายช่วยกันประคองจ่าเที่ยงมาที่เตียง วางเขานอนลงอย่างเบามือ พิษจากบาดแผลทำให้เขาถึงกับไข้ขึ้นสูง สะพายแตะที่หน้าของจ่าอย่างเป็นห่วง

    ยมมีสีหน้าไม่สบายใจนัก จ่าเที่ยงหลับไม่ได้สติมีแต่อาการเพ้อด้วยพิษไข้เรียกชื่อพิไรหลายครั้ง ทั้งคู่มองเขาด้วยความเห็นใจ ส่วนที่บ้านสารวัตรเชษฐ์ พิไรนั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานเพ้นต์กระถาง สายตามองเหม่อไปข้างหน้า เธอหันกลับมามองรูปสามี แล้วพูดกับรูปนั้นให้ช่วยจ่าเที่ยงกลับมาอย่างปลอดภัย

    ในขณะที่หน้าบ้าน ธนสารกับจ่าแหลมอยู่ในรถนั่งเฝ้าดักรอดูจ่าเที่ยง แต่เหตุผลที่แท้จริงคือการมาเฝ้าดูเมียม่ายของสารวัตรเชษฐ์ จ่าแหลมในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรงแนะนำเจ้านายหนุ่มว่าต้องใช้กำลังฉุด มานั่งเฝ้าไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่ธนสารไม่คิดแบบนั้น เขาอยากให้พิไรเปลี่ยนใจมารักเขามากกว่า

    หลายชั่วโมงผ่านไป ระมาดกับลูกน้องมาที่หน้าโกดังเพื่อคอยชมผลงานอันเยี่ยมยอดของสามสาวอันโด่งดัง แต่เมื่อเดินเข้าไปในนั้น ทุกคนต้องชะงัก ภาพที่เห็นคือสามสาวนอนหมดสภาพแยกกันอยู่ตามมุมต่างๆ มังกรนั่งลงสำรวจอาการก่อนรายงานว่าแค่สลบไป กุ่ยช่ายมองงงๆที่เห็นใบหน้าของพวกเธอยิ้มอย่างมีความสุขแล้วคาดว่าจ่าเที่ยงมีคาถาคงกระพันชาตรีหรือไม่ก็ได้พระดีมาจากวัดไหนสักแห่ง

    ระมาดมองแล้วก็ตอบแบบฟันธงว่า “ไม่ใช่เพราะมันมีของดีอะไรหรอก แต่เพราะมีคนคอยช่วยมันอยู่ และแน่ใจว่า ไม่ได้มีคนเดียวเป็นไปอย่างที่นายประเสริฐเคยบอก...คนใกล้ตัวเราที่เป็นสายคอยป้อนข้อมูลให้พวกมัน ทำให้พวกนั้นรู้ความเคลื่อนไหวของเราทุกฝีก้าว”

    ooooooo

    รุ่งเช้าของอีกวัน ถมทองและน้อยหน่าไปยืนเตรียมรอใส่บาตรพระที่ตลาด ทั้งสองคุยกันถึงยมว่าเขาน่าจะ เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบหรือคนในแก๊งอื่นเพราะมีความสามารถในการจัดการคนที่มีอาวุธได้เป็นสิบ

    แต่เขาก็หายตัวไปหลังจากเกิดเรื่องที่บาร์ ถมทองบังคับให้น้อยหน่าเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพราะกลัวมันจะแย่ไปกว่านี้

    ทางด้านอนงค์รัตน์ แม้ว่าเธอจะถูกเตือนหลายครั้งให้ออกจากเมืองนี้ แต่เธอกลับเพิกเฉย แถมวันนี้ยังกลับเข้าไปที่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟอีก เมื่อราโพเห็นก็แปลกใจในความกล้าบ้าบิ่นของเธอ

    “เธอไม่น่ามาที่นี่อีกเลย”

    “ฉันมาที่นี่ก็ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวเท่านั้น คือการเป็นนักร้อง และฉันจะไม่ยอมเสียโอกาสนี้ไป”

    “พอได้แล้ว อนงค์รัตน์ มันจบแล้ว”

    ระมาดเดินยิ้มเข้ามาหาสองสาวแล้วถามหาข้อมูลที่ให้ค้น ราโพชี้ให้อ่านเอาจากจอคอมพิวเตอร์ อนงค์รัตน์รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เมื่อระมาดเงยหน้าอีกครั้งก็บอกให้เธอไปซ้อมเต้นได้แล้ว ก่อนหันไปพูดกับราโพอย่างมีเลศนัยว่า

    “ถ้าคุณทรงยศได้เห็นข้อมูลนี้ คงสนุกน่าดูเลยล่ะ”

    ใบหน้าของทรงยศโกรธจัดเมื่อได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอนงค์รัตน์ ระมาดพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่านับตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาที่นี่ ก็มีแต่เรื่องยุ่ง คนที่เป็นสายให้พวกนั้นคงเป็นคนอื่นไม่ได้นอกจากเธอ แล้วเขาก็ส่งแฟ้มประวัติข้อมูลให้นายอ่านรายงานและเพิ่มเติมว่า

    “พอสืบประวัติคนในครอบครัวต่อก็ยิ่งแน่ชัด อนงค์รัตน์มีพี่น้องสองคน แต่น้องชายเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้วเพราะเสพยาเกินขนาด ยาที่ว่าก็คือสมุนไพรสกัดสูตรหนึ่งของเรานี่เอง ที่เธอทำทั้งหมดก็เพื่อแก้แค้นให้น้องชาย”

    ทรงยศปิดแฟ้มอย่างเห็นภาพทุกอย่างกระจ่างแจ้ง เขาสั่งการให้ไปลากตัวมาฆ่า ขณะนั้นเองราโพรีบร้อนเข้ามาบอกว่าอนงค์รัตน์ไม่อยู่แล้ว แอบออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

    เมื่อกลับมาถึงโรงแรมที่พัก อนงค์รัตน์รีบเก็บข้าวของพร้อมกับรูปถ่ายของน้องชาย แล้วออกจากห้องไปโดยไม่ลืมสวมสร้อยที่ยมให้ไว้ ทันทีที่รถของเธอเลี้ยวออกไปบนถนนก็มีอีกคันแล่นตาม เธอเร่งความเร็วรถหนีแต่ไม่ทัน มองไปข้างหน้าพบว่ามีรถอีกคันจอดหันข้างขวางอยู่ เธอจนมุมเสียแล้ว ระมาดกับพวกลงจากรถเดินมาหา เธอรีบจับสร้อยอย่างรู้สึกว่านี่คือที่พึ่งสุดท้าย

    “คุณยม ช่วยฉันด้วย”

    ระมาดกระชากประตูด้านคนขับเปิดออก ฉุดอนงค์รัตน์ออกมาจากรถแล้วใช้หลังมือตบเข้าที่หน้าเธอจนล้มลง เลือดไหลออกที่มุมปาก เขายื่นหน้าเข้ามาหาพร้อมปืนในมือ

    “รู้ไหม ฉันไม่ได้ชอบทำร้ายผู้หญิงหรอกนะ แต่บางทีมันก็อดไม่ได้ โดยเฉพาะกับผู้หญิงตัวแสบอย่างเธอ”

    ระมาดฉุดกระชากแขนเธอไปขึ้นรถอย่างไม่ปรานี อนงค์รัตน์ทั้งสงสัยและหวาดกลัว แต่สุดจะคาดเดาชะตากรรมของตัวเอง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:48 น.