ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่ง "สารวัตรเถื่อน" ได้ "เคลลี่" ประกบ "เกรซ"

    ณ โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ เสียงกดชัตเตอร์ดังเป็นระยะไม่ขาดสาย ภาพเบื้องหน้ามีกลุ่มชายล่ำสันกำลังช่วยกันขนลังใบกัญชาเข้ามา หัวหน้าฝ่ายควบคุมคุณภาพยกใบกัญชาขึ้นมาดูแล้วลงนามรับรอง

    คนงานขนลังบรรจุใบกัญชาไปเทลงในเครื่องสกัดสำหรับการผลิตออกมาเป็นเม็ด ก่อนที่จะช่วยกันลำเลียงของขึ้นรถและปิดประตูด้านหลัง คนขับเซ็นเอกสารรับคำสั่งแล้วปีนขึ้นรถไป เสียงชัตเตอร์จากกล้องที่แอบเก็บภาพยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง

    ไม่นานนัก อนงค์รัตน์เดินรีบร้อนเข้ามา แต่เธอกลับต้องชะงักตกใจเมื่อพบราโพยืนดักรออยู่ เธอรีบแก้ตัวว่าไปห้องน้ำมา ราโพจ้องหน้าเธอด้วยสายตาดุดันเหมือนกับไม่เชื่อในคำแก้ตัวนั้น พร้อมกับย้ำเตือนว่าทุกพื้นที่ในอาคารเป็นเขตหวงห้าม อย่าได้เดินยุ่มย่ามเพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ จังหวะนั้นเอง ครูสอนเต้นมาตามให้เธอกลับไปซ้อมต่อพร้อมกับฉุดมือเธอออกไปทันที

    ราโพมองตามอย่างคนมากประสบการณ์ว่าเรื่องนี้มีพิรุธ ขณะนั้นเองระมาดเดินเข้ามายืนข้างเธอ เขามองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน และรู้ดีว่าสายตาของราโพแบบนี้ไม่ใช่แค่หมั่นไส้ตามประสาผู้หญิง มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น แต่เขาไม่ชอบอ่านใจใครเพราะผู้หญิงมักมีอะไรที่เกินกว่าจะคาดถึงอยู่เสมอ ซึ่งแม้แต่ราโพเองก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ระมาดมองแล้วก็ได้แต่ยิ้มขำๆ

    หลังจากซ้อมเต้นเสร็จ อนงค์รัตน์พบว่ายมมายืนรอเธอที่ล็อบบี้โรงแรม เธอมองยมอย่างติดใจในเรื่องวันก่อน ยมกลับบอกว่าเขาแค่อยากขอโทษแม้ว่าตัวเองจะเจ็บตัวจากเธอกัดก็ตาม อนงค์รัตน์รีบขอโทษและท้วงว่าเขาสมควรเจอแบบนั้นเพราะบุกเข้าในห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ยมไม่ตอบโต้อะไรแต่ยื่นกล่องของขวัญวันเกิดให้เธอ เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นสร้อยคอเส้นเล็กๆมีจี้เงินน่ารัก เธอขอบคุณเขา ทั้งคู่สบตากัน ต่างยิ้มให้กันอย่างรู้สึกดี ทันใดนั้นถมทองเห็นเข้าพอดี เธอหยุดมองภาพนั้นด้วยความเสียใจ

    ที่ริมสระน้ำในโรงแรม ถมทองนั่งร้องไห้เงียบๆไม่อยากให้ใครเห็น สะพายเดินเข้ามานั่งมองและอดไม่ได้ที่จะแหย่ว่าใครกันมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งแถวนี้ ถมทองมองเขาอย่างหงุดหงิด พลางปาดน้ำตาออกอย่างเร็ว เธอตวาดไล่เขาไม่ต้องมายุ่งเรื่องของเธอ สะพายยิ้มหน้าทะเล้น ถมทองฉุดมือเขาให้ลุกขึ้นและผลักออกไปให้พ้นหน้า เมื่อเห็นว่าเขาไม่ไป เธอปล่อยมือที่จับเขาอย่างเร็ว ทำให้เขาเสียหลักหงายหลังหล่นตูมลงไปในสระน้ำ

    ถมทองหน้าเสีย คนอื่นๆวิ่งออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงนั้น ถมทองรีบแก้ตัวว่าสะพายร้อนอยากลงไปว่ายน้ำเล่น เขาโผขึ้นมาจากน้ำหน้าตายิ้มระรื่น เธอรู้สึกหมั่นไส้เดินจ้ำออกไป สะพายมองตามยิ้มๆ คนอื่นมองกิริยานั้นด้วยความมั่นใจว่าคู่นี้ต้องมีอะไรพิเศษแน่

    ข้างอนงค์รัตน์เมื่อได้รับสร้อยคอเป็นของขวัญวันเกิดจากยมแล้ว เธอลองสวมมันที่หน้ากระจกในห้องพักแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ตรงกันข้ามกับยม เขายืนมองออกไปข้างนอก ในสมองมีแต่เรื่องที่ต้องครุ่นคิดอย่างหนัก มันเกิดขึ้นหลังจากอ่านประวัติและดูภาพของอนงค์รัตน์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ

    ooooooo

    ไม่ไกลกันนักที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิต พลถือแฟ้มคดีเดินมาส่งที่โต๊ะจ่าเที่ยงพร้อมกับบอกว่านี่คือแฟ้มคดีตอนที่เขาหลบไปพักร้อน

    ขณะที่จ่าเที่ยงก้มลงพลิกแฟ้มคดีอ่านอย่างสงบ จ่าแหลมกลับยืนมองดูพฤติกรรมนี้อย่างรู้สึกแปลกใจ จากนั้นเขายื่นหน้ามากระซิบกับธนสารว่าจ่าเที่ยงดูไม่เหมือนเดิม อาจเป็นตัวปลอมเพราะตัวจริงไม่ใช่แบบนี้ ธนสารตอบว่าจ่าเที่ยงคงรู้ตัวแล้วว่าต้องทำยังไงถึงจะอยู่ที่นี่ได้อย่างมีความสุข

    ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูห้อง ธนสารกับจ่าแหลมหันไปมอง จ่าเที่ยงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าปกติและแจ้งว่าจะมาขออนุมัตินำกำลังไปตั้งด่านตรวจ เพราะว่าในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีคดีฆ่ากันตายในพื้นที่ใกล้เคียงกันและทุกคดีมีความเกี่ยวข้องกัน อีกทั้งข้อมูลต่างๆก็โยงใยไปถึงเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ที่มีแหล่งผลิตอยู่ในวัฒนานิมิต ธนสารกลับแย้งว่าถ้าไม่มีหลักฐานแน่ชัด อย่าจินตนาการไปเอง

    จ่าเที่ยงไม่โต้ตอบแต่ขอทราบว่าจะอนุมัติให้ดำเนินการหรือไม่ ธนสารนิ่งคิดก่อนจะหันไปสั่งให้จ่าแหลมไปดำเนินการแทน เมื่อมีคำสั่งแบบนั้น จ่าเที่ยงก็พยักหน้าเข้าใจไม่ตอบโต้อะไรอีก จ่าแหลมเข้ามาประชิดตัวลูกพี่ก่อนบอกว่าอย่างนี้คือจ่าเที่ยงตัวจริง ธนสาร มองออกไปนอกห้องอย่างใช้ความคิดหนัก

    หลังได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติงาน จ่าแหลมได้นำกำลังตำรวจสองนายมาตั้งด่านตรวจโดยไม่เคร่งครัด แถมเมื่อเห็นเป็นรถบรรทุกของทรงวัฒนากรุ๊ฟก็ปล่อยให้ผ่านไปอย่างง่ายดาย แต่หารู้ไม่อีกไม่ไกลกันนัก จ่าเที่ยงกับพลก็ตั้งด่านตรวจอีกหนึ่งด่าน คนขับรถมองเห็นด่านที่เพิ่มขึ้นอย่างหงุดหงิด เขาชะลอรถจอดแล้วลดกระจกลงเพื่อแจ้งว่าได้รับการตรวจรถจากด่านก่อนหน้านี้ จ่าเที่ยงมองหน้าคนขับแล้วสั่งให้เปิดท้ายรถ คนขับ ขยับจะเปิดประตูแต่เปลี่ยนใจเหยียบคันเร่งออกไปชนป้ายหยุดตรวจจนล้ม

    ตอนนี้จ่าเที่ยงแน่ใจแล้วว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบ มาพากลจึงตะโกนบอกพลให้หยุดรถนั้นไว้ พลเห็นท่าไม่ดีชักปืนออกมายิงไปที่รถบรรทุก แต่ไม่เกิดผลใดๆ เขาตัดสินใจกระโดดเกาะท้ายรถทันที ส่วนจ่าเที่ยงรีบกระโจนขึ้นมอเตอร์ไซค์ตามออกไป รถบรรทุกยังคงวิ่งทะยานไปโดยไม่รู้ว่ามีพลเกาะตามมาด้วย

    เมื่อเห็นรถคันนั้นวิ่งไกลเกินจะตามทันด้วยหนทางธรรมดา จ่าเที่ยงก็ตัดสินใจหักรถออกนอกถนน ขับฝ่าทุ่งเพื่อไปดักหน้ารถบรรทุกที่แล่นมาถึงพอดี เขาจอดรถใช้ปืนชี้สั่งให้มันหยุดและลงมา คนขับค่อยๆชะลอหยุดแต่ยังไม่ยอมลงจากรถ วินาทีนั้นคนขับตัดสินใจเหยียบคันเร่งไปต่อ รถวิ่งพุ่งเข้าหาจ่าเที่ยง พลกระโดดลงมาผลักลูกพี่ให้พ้นทางแต่ตัวเองกลับไม่พ้น รถกระแทกเข้ากับบางส่วนในร่างกายเจ็บจนลุกไม่ขึ้น

    จ่าเที่ยงวิ่งมาดูอาการแต่พลบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงให้ตามรถนั้นไปทันที จ่าเที่ยงกระโดดขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ตามอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคนขับไม่หยุดแน่ เขาตัดสินใจใช้ปืนยิงไปที่ยางรถบรรทุกทำให้รถเสียศูนย์ คนขับมองเห็นรถของจ่าเที่ยงวิ่งตามมาใกล้มากขึ้นก็ตัดสินใจเปิดประตูกระโดดออกมา รถเสียการควบคุมวิ่งตกไหล่ทางพุ่งชนสิ่งของข้างทาง เสียงระเบิดดังสนั่นไฟลุกไหม้ไปทั้งคัน

    จ่าเที่ยงหยุดรถด้วยอาการตกใจ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบวิ่งตามคนขับรถที่กำลังหนี สุดท้ายก็กระโดดจับคนขับได้ พยายามเค้นสอบมันว่าที่ขับรถหนีเพราะบรรทุกยาเสพติดใช่ไหม คนขับรถหัวหมอขู่กลับว่ายังไม่เข็ดจากคราวแล้วหรือไง จ่าเที่ยงจ้องหน้ามันอย่างโกรธๆพร้อมเงื้อหมัดต่อย

    ooooooo

    ที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิต จ่าเที่ยงและลูกน้องลากคนขับรถเข้ามา ธนสารและตำรวจคนอื่นๆตามมาดูอย่างสงสัย

    ธนสารถามจ่าเที่ยงว่าเกิดอะไรขึ้น เขารายงานว่ามันขับรถฝ่าด่านไม่ยอมให้ตรวจค้น สงสัยน่าจะมียาเสพติดซ่อนอยู่ ธนสารมองอย่างจะพอเดาอะไรได้จึงสั่งให้จ่าเที่ยงไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาใหม่ ส่วนทางนี้เขาจะจัดการสอบสวนเอง จ่าเที่ยงชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะผลักคนขับรถไปหาเขา ขณะเดียวกันจ่าแหลมกับพวกวิ่งสวนเข้ามา เมื่อธนสารเห็นก็สั่งให้นำตัวคนขับรถไปสอบสวนก่อนจะหันกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์

    เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเรื่อง มีรายงานข่าวออกทางโทรทัศน์อย่างครึกโครม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

    “อุบัติเหตุที่เกิดกับรถขนส่งสินค้าของทรงวัฒนากรุ๊ฟ ทำให้เกิดกระแสความสงสัยของคนทั้งประเทศ ทุกสื่อต่างตั้งคำถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่าตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ และทำไมถึงได้ขับรถหนีตำรวจทั้งๆที่ยืนยันว่าในรถไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย”

    ยมนั่งดูข่าวด้วยความสนใจ ในข่าวคนขับรถอ้างว่าตกใจที่เห็นตำรวจชักปืนมาขู่ ทำให้สติหลุด แถมยังโดนซ้อมอีกด้วย ยมฟังแล้วมีสีหน้ากังวลใจ ส่วนระมาดกลับโวยวายโทร.หาธนสารว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เขาต้องเสียหายมหาศาลเพราะตำรวจเพียงคนเดียว ส่วนธนสารก็ไม่มีเหตุผลอื่นมาอธิบายหักล้างได้จึงต้องขอโทษไปและสัญญาว่าจะดูแลลูกน้องไม่ให้ก่อเรื่องทำนองนี้อีก ในระหว่างนั้นเอง เขาได้ยินเสียงโต้เถียงกันอยู่หน้าห้องมองออกไปเห็นจ่าเที่ยงผลักจ่าแหลมให้เข้ามาในห้องพร้อมกับถามเรื่องการปล่อยตัวผู้ต้องหา ธนสารต่อว่าจ่าเที่ยงที่ทำเกินกว่าเหตุจนถูกสวนกลับว่า

    “ไอ้คนขับนั่นมันตั้งใจขับรถชนจนระเบิดเพื่อทำลายหลักฐาน เพราะในรถนั่นมียาเสพติดขนมาจนเต็มคันรถ ใครๆก็รู้ว่าสมุนไพรที่พวกนั้นพูดถึงคืออะไร ถ้ายังแกล้งโง่กันอยู่ บอกให้ก็ได้ กัญชาไง ส่วนสมุนไพรสกัดก็คือกัญชาอัดเม็ดเข้มข้นที่ดึงสารเสพติดจากกัญชาออกมาแบบเน้นๆ”

    ธนสารหาว่าเขาพูดเพ้อเจ้อเพราะทุกอย่างในเมืองนี้เป็นของทรงวัฒนากรุ๊ฟ ไม่มีความจำเป็นที่พวกนั้นจะต้องทำเรื่องผิดกฎหมาย จ่าเที่ยงตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าว่านั่นเป็นหน้าฉากที่จะจัดให้สวยหรูยังไงก็ทำได้เพื่อซ่อนความสกปรกไว้เบื้องหลัง และอยากให้ธนสารอย่าทำตัวเหมือนเด็กซื่อๆไม่รู้เดียงสา หลังพูดจบคนทั้งคู่ก็ยืนจ้องหน้ากันไปมาแบบไม่มีใครยอมใคร

    ผลจากข่าวที่มีออกในทุกสื่อ ทำให้ประเสริฐมาพบกับทรงยศที่สนามกอล์ฟและพูดเสียดสีว่าวัฒนานิมิตเป็นเมืองของทรงยศ แต่เขาไม่สามารถจัดการอะไรได้อย่างที่เคยคุยไว้ จะให้รายงานบอร์ดว่ายังไง หรือให้บอกว่านี่คือผลงานที่ดีเยี่ยม ทรงยศหยิบสมุดเช็คออกมาเซ็นส่งให้ประเสริฐพร้อมกับให้รายงานไปว่าทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุมของเขา แต่ถ้าตัวเลขในเช็คยังน้อยไป... ประเสริฐรีบสวนกลับว่าตัวเลขไม่น้อย แต่อยากให้รีบจัดการกับจ่าเที่ยงให้เรียบร้อยโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นบอร์ดอาจส่งคนอื่นๆมานั่งเก้าอี้แทน

    ทรงยศมีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก ประจวบเหมาะกับที่อนงค์รัตน์ขับรถกอล์ฟมาถึงพอดี ประเสริฐจึงหันไปสนทนาเรื่องเพลงกับเธอแทน เขาคุยโม้ว่ามีเพลงใหม่ให้ร้องแล้ว และขอตัวเธอไปสนทนาด้วยสักครู่ ทรงยศพยักหน้าแบบแกนๆและมองคนทั้งคู่นั่งรถไปด้วยกันจนลับสายตา ระมาดเดินเข้ามาหาทรงยศถามว่าต้องการให้เขากำจัดประเสริฐไหม ทรงยศบอกว่ายังไม่ถึงเวลา แต่สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นเกลียดชัง

    เมื่อกลับมาจากการคุยเพลงกับประเสริฐที่สนามกอล์ฟ อนงค์รัตน์มานั่งฟังเพลงผ่านหูฟังที่ล็อบบี้โรงแรม เธอฮัมเพลงตามอย่างมีความสุข ยมเดินเข้ามาทักทาย เธอเงยหน้าขึ้นมองแล้วถามเสียงดังเพราะไม่ได้ยินสิ่งที่ยมพูด จนเขาต้องขยับเข้าไปใกล้และดึงหูฟังออก เธอยิ้มเขินที่พูดเสียงดัง

    ยมถามว่าเธอกำลังฟังเพลงอะไรอยู่ อนงค์รัตน์อธิบายว่าเป็นเพลงที่ครูเสริฐเอามาให้ฝึกร้อง ยมอ้อนให้เธอร้องให้ฟัง เธออิดออดสักครู่แล้วก็ร้องเพลงท่อนแรกด้วยเสียงเปล่าๆใสๆ ยมยิ้มแล้วหยิบฮาโมนิก้าออกมาเป่าคลอไปกับท่วงทำนองเพลงนั้น สักพักมีเสียงกีตาร์ของสะพายดังขึ้นประสานกัน จนกระทั่งจบเพลงในที่สุด

    อนงค์รัตน์มองสะพายและยมพร้อมรอยยิ้ม เธออยากรู้ว่าฟังเพลงแล้วเขามีความเห็นเป็นอย่างไร ยมชม ว่าคงต้องรีบขอลายเซ็นเผื่อเธอดังแล้วคงไม่ได้คุยกันแบบนี้ อนงค์รัตน์ยิ้มเขินๆขำๆพร้อมกับยืนยันว่าไม่ว่ายังไงเราก็คงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ สะพายมองคนทั้งคู่แล้วยิ้ม แอบขำอยู่ในใจ

    ooooooo

    จ่าเที่ยงมาเยี่ยมพลที่โรงพยาบาล เขาขาหักต้องเข้าเฝือกแข็งแต่ยังมีกำลังใจดีบอกกับลูกพี่ว่าเสียดายน่าจะมีหลักฐานไปจัดการทรงยศกับพวกได้จะได้ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยฟรี จ่าเที่ยงยืนยันเขาจะไม่เจ็บตัวฟรีแน่นอน

    พลมองหน้าลูกพี่อย่างรู้ว่าเรื่องนี้ลองได้กัดแล้ว เขาไม่ปล่อยแน่ หลังจากเยี่ยมเสร็จจ่าเที่ยงเดินมาตามทางจนผ่านชายคนหนึ่งที่นั่งใส่วิกสวมหมวกปิดใบหน้า ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้น เขากดรับสาย ชายคนนั้นพูดผ่านโทรศัพท์โดยบอกให้เขาทำตัวเหมือนคนคุยโทรศัพท์ปกติ

    ระหว่างที่เดินคุยไป ยมหรือชายคนนั้นก็ลุกขึ้นเดินตามมาอยู่ห่างๆพร้อมกับขอให้ร่วมมือกันและให้จ่าเที่ยงอยู่นิ่งๆสักพักเพื่อความปลอดภัย แต่จ่าเที่ยงกลับหยุดเดินและหันไปเผชิญหน้าบอกยมว่าเขาคงไม่สามารถอยู่นิ่งได้ มันต้องเดินหน้าต่อ ยมจึงเตือนว่าต้องระวังตัวให้ดี แล้วเดินผ่านไปโดยไม่เหลือบตามอง ห่างออกไป ทุกกิริยาอยู่ในสายตาของมังกร เขารีบเดินตามยมแบบรักษาระยะห่าง

    เมื่อยมเลี้ยวตรงทางแยก มังกรรีบขยับตามไปแต่แล้วเขาต้องชะงักเมื่อมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับโดยสะพายเข้ามาหยุดขวางทางไว้ สะพายแกล้งตีหน้าซื่อถามหาร้านขายเครื่องดนตรี มังกรตวาดว่าไม่รู้แล้วผลักสะพายให้พ้นทาง ก่อนมองไปทางที่ยมเดินไปแต่ไม่มีเขาแล้ว มังกรหัวเสียที่ตามไม่ทัน ส่วนสะพายได้จังหวะขี่รถหนีทันที

    วันเดียวกันที่ถาวรพาราไดซ์ อนงค์รัตน์ต่อสายเสียบมือถือเข้ากับคอมพิวเตอร์ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภาพถ่ายโรงงานผลิตยาของนายทรงยศ เธอเปิดดูภาพเหล่านั้นด้วยสายตาอันแน่วแน่ เช่นเดียวกันกับราโพเองก็นั่งมองมอนิเตอร์ที่เปิดภาพย้อนหลัง เธอเห็นอนงค์รัตน์เดินอยู่ตามมุมต่างๆในโรงงาน พร้อมยกกล้องถ่ายเซลฟี่ตัวเองไปรอบๆ

    ราโพมีสีหน้าเคร่งเครียด ถามลูกน้องอย่างไม่พอใจว่าเห็นคนนอกเข้าไปแบบนี้แล้วทำไมไม่รายงานให้ทราบ ลูกน้องแย้งว่าอนงค์รัตน์เป็นคนสนิทของนายและดูเหมือนถ่ายรูปเล่นๆจึงไม่ได้สนใจ ราโพลุกขึ้นคาดโทษว่าถ้าภาพพวกนี้หลุดออกไปมีเรื่องแน่ แต่ยังไม่ต้องบอกใคร เธอจะจัดการเอง

    ที่ชั้นล่างของโรงงาน ระมาดพูดกับคนขับรถบรรทุกคนเดิมที่ถูกจ่าเที่ยงจับด้วยสีหน้าจริงจังว่าถ้างานนี้สำเร็จ เขาจะมีรางวัลให้อย่างงาม แต่คนขับรถไม่สนใจขอแค่ได้แก้แค้นจ่าเที่ยงเท่านั้น ระมาดสั่งให้ไปเตรียมตัว เมื่อคนขับเดินออกไป ระมาดมองตามแบบมีแผนอยู่ในใจ สักพักประเสริฐเดินเข้ามา

    “น่าอิจฉาคุณทรงยศที่มีลูกน้องเก่งๆและซื่อสัตย์อย่างคุณ ขอถามตรงๆนะว่าสักวันหนึ่งอะไรๆอาจเปลี่ยนไป ในวันข้างหน้าคุณทรงยศอาจไม่ได้ยืนอยู่ตรงจุดนี้แล้ว อาจมีคนอื่นขึ้นมาแทนที่ ถ้าวันนั้นมาถึง คุณจะทำยังไง”

    ระมาดอึ้งไปกับคำถามของประเสริฐ และตอบกลับอย่างระมัดระวังว่าเขารอให้ถึงวันนั้นก่อนแล้วค่อยคิด แต่ประเสริฐยิ้มอย่างมีคำตอบที่เหนือกว่า เขาพูดว่า ถ้าไม่มีทรงยศแล้วระมาดต้องก้าวไปแทนที่และเป็นหมาย เลขหนึ่งของวัฒนานิมิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวระมาดเองว่าจะกล้าพอหรือเปล่า

    ไม่นานนักทรงยศเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัยว่าคุยอะไรกัน ประเสริฐหันมาตอบเนียนๆว่าคุยเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับวัฒนานิมิต ทรงยศแกล้งยิ้มไปตามเกมแต่มองไปที่ระมาดอย่างจับพิรุธ ระมาดเลี่ยงไม่ยอมสบตา

    หลังจากประเสริฐกลับไปแล้ว ทรงยศเรียกระมาดมาถามอย่างคาดคั้นจนเขาต้องพูดความจริงว่าประเสริฐถามเขาเรื่องอนาคตที่อาจมีคนมาแทนที่ทรงยศ แต่เขาจะไม่ยอมเป็นคนทรยศนายและไม่เคยลืมว่าเขาลืมตาอ้าปากได้เพราะใคร ทรงยศมองระมาดอย่างพอใจ จังหวะนั้นเองเสียงเคาะประตูดังขึ้น กุ่ยช่ายเข้ามารายงานว่าเหยื่อติดเบ็ดแล้ว ทรงยศกับระมาดมีสีหน้าดีใจ สั่งให้จัดการตามแผน

    ooooooo

    รถบรรทุกแล่นมาตามถนน ตรงที่นั่งด้านหน้าคนขับรถคนเดิมมองไปทางหน้ารถและยิ้มอย่างนึกสนุก บนถนนมีป้ายหยุดตรวจ ทั้งด่านมีจ่าเที่ยงยืนอยู่คนเดียว

    เมื่อรถชะลอหยุด หน้าต่างรถเปิดออก จ่าเที่ยงจำคนขับรถได้ทันทีและสั่งให้เขาเปิดท้ายเพื่อตรวจสอบ คนขับใช้กุญแจเปิดตู้สินค้า ก่อนที่จะถอยฉากออกมา เสียงปืนดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว โชคดีที่จ่าเที่ยงไหวตัวทันกระโจนหลบวิถีกระสุนได้อย่างฉิวเฉียด นักรบกับเหล่ามือปืนซึ่งสวมหน้ากากทั้งหมด ก้าวลงมาจากตู้สินค้า จ่าเที่ยงรีบหลบหลังป้ายหยุดตรวจ พร้อมกับชักปืนขึ้นมายิงต่อสู้ แต่พวกนักรบเดินตรงมาอย่างไม่เกรงกลัวปืนของเขา ทุกคนกระหน่ำยิงอย่างสะใจ

    ส่วนคนขับบรรทุกที่แอบดูอยู่ด้วยความกลัวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายวีดิโอวาระสุดท้ายของจ่าเที่ยงที่ได้แต่หลบกระสุน ไม่สามารถทำอะไรนักรบกับพวกได้เลย เมื่อพวกมันใกล้จะถึงตัวเขา ก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขี่โดยยมปราดเข้ามาพร้อมด้วยปืนกลสาดใส่พวกมือปืนจนล้มตามกันไประนาว

    ยมหันไปตะโกนบอกให้จ่าเที่ยงหนีแต่เมื่อขยับออกมาจากที่ซ่อน นักรบเข้ามากระชากมือของเขา ทำให้ต้องถีบยันเข้าที่ร่างของนักรบ แม้นักรบจะแทบไม่สะเทือนแต่จ่าเที่ยงก็หลุดออกมาได้ ยมขี่รถฝ่าวงล้อมเข้ามารับเขาออกไป นักรบมองตามอย่างโกรธแค้น ปืนกลในมือสาดไล่หลังแบบไม่ยั้ง และแล้วมอเตอร์ไซค์ก็แล่นหายลับตาไป

    หลังจากรอดตายมาอีกครั้ง ยมขอร้องให้จ่าเที่ยงย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยและเดินหมากเกมใหม่ที่เหนือกว่าพวกทรงยศ จ่าเที่ยงมองหน้าแล้วขอร้องให้ยมเปิดเผยตัวเองว่าเป็นใคร ยมเอาแต่ยิ้มเฉยๆไม่พูดอะไรทำให้จ่าเที่ยงจนใจที่จะซักถามต่อ บ้านที่เขามาขอหลบซ่อนตัวคือบ้านของลูกพี่เก่า พิไร ภรรยาสารวัตรเชษฐ์ยินดีให้ที่พักพิงและไม่เอ่ยปากถามเรื่องใดๆ

    ณ บ้านร้างซึ่งเคยใช้เป็นที่สังหารนางประหลาดมีหลุมขนาดใหญ่ขุดขึ้นที่ข้างบ้าน ร่างไร้วิญญาณของพวกมือปืนนอนอยู่ในหลุมนั้น นักรบกับมือปืนที่เหลือยืนมองอยู่ขอบหลุม ไฟจากรถคันหนึ่งสาดเข้ามาก่อนที่รถจะแล่นเข้ามาจอด ระมาดก้าวลงจากรถเดินเข้ามายืนข้างนักรบโดยไม่มีใครพูดอะไรกันอีก

    แต่ภายในโรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ ประเสริฐกำลังต่อว่าทรงยศอย่างดุเดือดที่ไม่สามารถจับตัวไอ้โม่งมาได้ สายลืบที่ส่งไปทำงานก็ไม่มีใครรู้ประวัติหรือข้อมูลแต่อย่างใด ทรงยศมองหน้าเขานิ่งๆและขอร้องให้เขาออกไปก่อน ประเสริฐไม่ยอมทำตาม ทันใดนั้นทรงยศก็แผดเสียงอย่างบ้าคลั่งก่อนกวาดของบนโต๊ะลงไปที่พื้น เอาไม้กอล์ฟออกมาตีฟาดอย่างไม่ยั้ง เสียงข้าวของต่างๆหล่นแตกกระจายเกลื่อนทั้งห้อง ประตูเปิดออก ราโพก้าวเข้ามาดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

    เมื่อได้ระบายอารมณ์แล้ว ประเสริฐบอกให้เขาหาตัวช่วย พร้อมกับหยิบการ์ดสามใบออกมาจากกระเป๋า ภาพสาวประเภทสอง 3 คนภายใต้ชื่อว่า “ทริปเปิ้ล” กำลังยิ้มยั่วยวน ทรงยศรู้จักพวกนางดีเพราะเคยใช้บริการแบบสุขยกกำลังสามมาแล้ว ราโพมองอย่างเซ็งๆแล้วบ่นว่าในเวลาแบบนี้ยังมีอารมณ์มาคุยเรื่องอย่างว่าอีก ทรงยศเดินเข้ามาหาเธอแล้วบอกว่า

    “สามคนนี้เป็นนักฆ่าระดับห้าดาว ส่วนเรื่องเซ็กซ์น่ะแค่ของแถมชั้นเลิศเท่านั้น”

    จังหวะนั้นเอง ระมาดก้าวเข้ามามองดูห้องที่พังเละอย่างงุนงง ทรงยศสั่งการให้เขากับราโพไปพัทยาในทันทีเพื่อไปใช้บริการนักฆ่าที่เก่งกว่าที่มีอยู่ อีกทั้งสามสาวทริปเปิ้ลก็ไม่คุยธุรกิจทางโทรศัพท์ด้วย ระมาดมองดูการ์ดที่นายส่งให้ด้วยความสนใจ

    ooooooo

    ที่พัทยา ภายในบาร์เล็กๆค่อนข้างมืด ลูกค้าออกันอยู่หน้าเวทีแสงไฟสาดส่องไปมา เสียงโฆษกประกาศถึงเวลาแห่งความสุข เสียว ซาบซ่ากับสามสาวในนาม “ทริปเปิ้ล” กำลังจะเริ่มขึ้น

    เสียงโฆษกกล่าวต้อนรับสามสาวตามลำดับ เริ่มต้นที่วิชชุดาในชุดหนังพร้อมแส้ฟาดไปบนเวที ตามมาด้วยส่าหรีในชุดที่เต็มไปด้วยหมุดเหล็ก เธอเดินมาพลางใส่กุญแจมือที่ข้อมือตัวเองทั้งสองข้าง สุดท้ายบีเยศในชุดลายพราง เธอหยิบมีดพกออกมากรีดฝ่ามือตัวเองก่อนที่จะแลบลิ้นเลียเลือดอย่างมีความสุข ระมาดนั่งอยู่ที่โต๊ะจับจ้องตาแทบไม่กะพริบ ส่วนราโพมองอย่างไม่แน่ใจนัก ระมาดอธิบายว่าสามสาวนี้เป็นนักฆ่าระดับเกรดเอและมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป

    ทั้งหมดเคยจับชายหนุ่มคนหนึ่งไปทรมาน เริ่มจากวิชชุดา น้องเล็กสุด รายนี้ชอบเล่นกับเชือกหรืออะไรก็ตามที่เป็นเส้นสายยาวๆ เธอจะใช้แส้ฟาดเหยื่อจนเขาเจ็บปวดเจียนตาย ต่อมาส่าหรี เธอชอบเล่นกับของที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด ชายคนนั้นถูกเธอทรมานด้วยการใช้เหล็กลนไฟที่มีสัญลักษณ์ทริปเปิ้ลนาบลงบนหลัง แล้วตามด้วยการแช่ร่างในน้ำผสมน้ำแข็งเย็นจัด

    สุดท้ายก็พี่ใหญ่ เธอคือบีเยศที่ชอบของแหลมคมทุกชนิด เธอขว้างมีดพกไปปักบนมือของเหยื่อทั้งสองข้าง แล้วจบลงด้วยมีดเสียบเข้าที่ท้อง ระหว่างที่มีการทรมานทั้งสามจะหัวเราะสนุกสนานเหมือนเป็นคนโรคจิตและยิ่งเป็นสุขถึงขีดสุดในเวลาที่เห็นเหยื่อตายต่อหน้า

    ราโพมองสามสาวด้วยความรู้สึกสยองแต่ระมาดกลับบอกว่าคนอย่างพวกเขามองพวกเธอเป็นเทพธิดาของอาชญากรที่มีลีลาการฆ่าอย่างเลือดเย็น

    หลังกลับมาจากพัทยา ระมาดติดต่อถาวรว่าเขาจะนำโชว์พิเศษของสามสาวทริปเปิ้ลมาจัดแสดงที่พาราไดซ์ โดยมีข้อแม้เรื่องทีมงานทั้งหมดต้องเป็นของเขาเท่านั้น ห้ามใครเข้าไปย่างกรายในพื้นที่จัดแสดงตั้งแต่ช่วงระหว่างการเตรียมงาน จนกระทั่งปิดการแสดง เก็บของ และเดินทางกลับ ถาวรกับพนักงานทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้ชมโชว์พิเศษอันโด่งดังนี้เพราะมันจะทำให้บาร์แองเจิ้ลกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง คนในวัฒนานิมิตจะต้องแห่แหนมาดูโชว์อย่างแน่นอน

    ถมทองมองหน้าระมาดอย่างขอบคุณ เขาส่งสายตาบ่งบอกความนัยให้เธอ ก่อนที่จะจับมือเธอไว้

    ถมทองรีบชักมือออก ถาวรมองการกระทำนั้นอย่างคนหวงลูกสาว เขาส่งเสียงเตือนทันที ระมาดเองก็เกิดความหงุดหงิดที่ถมทองเล่นตัวไม่รับรักคนอย่างเขาง่ายๆ กุ่ยช่ายแนะนำให้เขาฉุดมารวบหัวรวบหางเลยไม่ต้องรออะไร แต่ระมาดเป็นคนฟอร์มเยอะจึงไม่รับข้อเสนอแนะนั้น ไม่ไกลกันนักสะพายยืนอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมไม่พอใจกับสิ่งที่เห็น

    อีกฟากหนึ่งของเมืองวัฒนานิมิต ยมกำลังเดินเล่นกับอนงค์รัตน์ เธอมาปรึกษาเขาเรื่องที่ถูกนายทรงยศบังคับให้ย้ายออกจากพาราไดซ์ไปอยู่ที่โรงงานทรงวัฒนา จนเธอรู้สึกเหมือนนกที่ถูกจับเข้ากรงขัง ในเวลานั้นเอง รถของทรงยศแล่นผ่านมา เขามองเห็นคนทั้งคู่จึงสั่งคนขับให้จอดรถเพื่อแอบดูความสัมพันธ์ เขาเพ่งมองด้วยความหวงแล้วถามว่ามันเป็นใคร มังกรที่นั่งด้านหน้ารถหันมาบอกเรียบๆว่า

    “มันชื่อยมครับ ไม่มีใครรู้แน่ๆว่ามันเป็นใคร รู้แต่ว่ามันมาจากกรุงเทพฯ วันๆไม่ทำอะไร นอกจากรอเวลาบาร์เปิด แล้วเข้าไปนั่งแช่จนบาร์ปิด”

    ทรงยศสั่งให้มังกรลงไปจัดการกับยมที่ยังคงเตือนให้อนงค์รัตน์ถอยห่างทรงยศก่อนที่จะมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้น เมื่อรับคำสั่งจากนายแล้ว มังกรก็ปราดเข้าหายมโดยสั่งให้เขาเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงของนายพร้อมกับกระชากตัวยมสุดแรง เงื้อหมัดขึ้นต่อย ยมแกล้งทำเป็นสู้ไม่ได้และยอมให้ถูกต่อยจนล้มลง อนงค์รัตน์รีบวิ่งไปขวางหน้ามังกรไว้และมองอย่างไม่พอใจ เมื่อกวาดสายตาไปยังถนนฝั่งตรงข้ามก็เห็นนายทรงยศอยู่ในรถ เธอก้าวข้ามไปหาเขาทันที

    กระจกรถเลื่อนเปิดออก ทรงยศสั่งให้เธอขึ้นรถไปกับเขา อนงค์รัตน์ไม่มีทางเลือกอื่นจึงจำใจขึ้นรถ มังกรแสดงท่าคุกคามยมที่ยังนั่งอยู่ที่พื้นก่อนหันหลังกลับขึ้นรถไป สะพายผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี เขาเข้ามาถามไถ่อาการกับยม เมื่อพบว่าไม่เป็นอะไรมากก็เริ่มคุยโว เสียดายที่มาช้าทำให้ไม่ได้โชว์ฝีไม้ลายมือนักมวยเก่า ยมไม่ตอบได้แต่มองตามรถนายทรงยศไปด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว ส่วนภายในรถที่วิ่งไปทรงยศขอให้เธอรับปากว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยมอีก อนงค์รัตน์นิ่งไปไม่ตอบรับ

    ooooooo

    ยามเช้าที่บ้านของสารวัตรเชษฐ์ พิไรหยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มสี แล้ววาดระบายลงบนกระถางต้นไม้เล็กๆ บนโต๊ะมีกระถางขนาดกลางและเล็กที่ระบายสีแล้วและยังไม่ระบายสีอยู่อีกหลายใบ

    จ่าเที่ยงเดินเข้ามา พิไรเงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจที่เขาตื่นแต่เช้า เขาเดินเข้ามาดูสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่แบบทึ่งๆ หยิบที่ทำเสร็จแล้วมาดู เธอส่งพู่กันให้เขาลองระบายสี จ่าเที่ยงรับมาทำอย่างไม่ชินกับงานประเภทนี้ จากนั้นเขาก็ออกจากบ้านมุ่งตรงไปยังสถานีตำรวจวัฒนานิมิต เมื่อมาถึงได้ยินจ่าแหลมกำลังคุยกับธนสารว่า

    “ท่าทางจ่าเที่ยงมันจะไม่กล้าโผล่หน้ามาโรงพักนี้อีกแล้วล่ะ คงกลัวตาย หดหัวหลบอยู่ในกระดองที่ไหนสักแห่ง แบบนี้ก็ง่ายกับเราไปใหญ่ ขาดงานเกินกำหนดเวลาโดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควร โทษฐานถึงขั้นไล่ออก”

    ธนสารยิ้มชอบใจ แต่ก็ต้องมีสีหน้าเปลี่ยนเมื่อเห็นจ่าเที่ยงเดินเข้าไปในชุดตำรวจและถามหาใบลา ทั้งคู่หันมามองตากันด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่ธนสารจะแอบโทร.บอกระมาดว่าจ่าเที่ยงกลับมาทำงานเหมือนเดิมแล้ว เมื่อนักรบทราบข่าวนี้ เขาอาสาขอไปฆ่าจ่าเที่ยงให้เองแต่ระมาดห้ามและยอมปล่อยให้ฝ่ายนั้นเกิดความชะล่าใจเพราะเขามีทีเด็ดจะเล่นงานคู่ปรับในภายหลัง

    ที่หน้าถาวรพาราไดซ์ ช่างทำป้ายกำลังติดตั้งป้ายคัตเอาต์การแสดงโชว์ของทริปเปิ้ล โดยมีถาวร ถมทองและน้อยหน่าช่วยกันดูอยู่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ป้ายล้มซ้ำรอยเก่า ไม่ไกลกันนัก ยมยืนดูป้ายนั้นอย่างไม่สบายใจ สะพายเดินมายืนข้างๆแล้วถามว่า

    “มองไม่ละสายตาเลยนะคุณ ไม่ยักกะรู้ว่าชอบสาวๆแนวนี้ด้วย”

    “สามสาวพวกนี้ไม่ธรรมดากันเลยสักคน มาเมื่อไรคงได้สนุกกันสุดๆแน่”

    สะพายรู้ว่าคำพูดของยมแฝงความนัยบางอย่าง ทันใดนั้นไม้ค้ำป้ายเกิดการบิดงอทำให้คนงานต้องรีบวิ่งหนี ต่างจากถมทองเงยหน้ามองป้ายที่จะล้มใส่ตนเองด้วยความตกใจ จังหวะนั้นเอง สะพายรีบพุ่งตัวเข้าไปคว้าร่างของเธอได้ทัน ถมทองยังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็บอกว่าเธอไม่เป็นไร ส่วนถาวรไม่พอใจที่คนงานไม่ระมัดระวังตามคำสั่ง เมื่อสติกลับคืนมา ถมทองพบว่าตนเองยังอยู่ในอ้อมกอดของสะพาย เธอรีบลุกขึ้นหน้าแดงพร้อมกับเดินจ้ำหนีไป สะพายมองตามแล้วยิ้มอย่างสุขใจ

    ในเวลาเดียวที่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ ราโพยืนมองอนงค์รัตน์ก้าวลงมาจากรถ ระมาดเข้ามายืนข้างๆก่อนแหย่เธอว่า

    “ยังไม่เลิกมองอนงค์รัตน์ด้วยสายตาแบบนี้อีกเหรอ หรือว่า...คุณกำลังกลัวว่าความสัมพันธ์ของคุณกับคุณทรงยศจะต้องสั่นคลอน เพราะผู้หญิงอย่างอนงค์รัตน์”

    ราโพปฏิเสธเพราะรู้ตัวดีว่าเธอเป็นได้แค่เครื่องระบายความใคร่ของเขาเท่านั้น แต่ที่มองอนงค์รัตน์แบบนั้นเพราะมั่นใจว่าหญิงสาวคนนี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังสำหรับการเข้ามาที่นี่ ระมาดยิ้มไม่เชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวจะมีพิษสง ราโพเตือนเขาอย่าประมาทกับผู้หญิงแล้วจะเสียใจ

    ในห้องซ้อมเต้น อนงค์รัตน์กำลังร้องเพลงสดอยู่ต่อหน้าประเสริฐ เมื่อเพลงจบเขาลุกขึ้นปรบมือเสียงดังพร้อมกับชมว่าเธอมีความสามารถด้านร้องเพลงจริงๆ และถือโอกาสจับมือเธอไว้ ทรงยศมองอย่างไม่พอใจแล้วสอบถามว่าพร้อมจะย้ายออกจากโรงแรมเมื่อไหร่ อนงค์รัตน์ต่อรองขอเวลาเพิ่ม เขายอมแต่ก็ย้ำให้เธอทราบว่าไม่ชอบรอนานนัก

    ประเสริฐเดินมาต่อสายหาบอร์ดในห้องรับรองใกล้ๆกัน ยังไม่ทันจะคุยเสร็จก็พบว่าสายถูกดักฟัง ทำให้เขาต้องรีบเขวี้ยงมือถือทิ้ง แล้วเรียกประชุมอย่างเร่งด่วน เขาโวยวายว่าจะต้องมีเกลือเป็นหนอนที่นี่ และขู่ทรงยศว่าถ้าบอร์ดถูกเปิดเผย ทุกองค์กรในประเทศจะต้องสะเทือนอย่างแน่นอน ในทางกลับกันทรงยศรู้สึกสะใจที่เกิดเหตุการณ์นี้ ในขณะที่ราโพกับระมาดมองหน้ากันเพราะรู้ว่าใครคือบุคคลผู้ต้องสงสัยนั้น

    หลังซ้อมเต้น อนงค์รัตน์กับครูสอนเต้นมานั่งรอรถไปส่งอย่างเซ็งๆ ทันใดนั้นมีเสียงเรียกเข้า ทั้งสองยกโทรศัพท์ขึ้นดูพร้อมกัน มันเป็นสายของครู เมื่อเธอวางสายก็ชวนให้ออกไปเรียกรถที่ข้างนอกดีกว่า อนงค์รัตน์รีบคว้ากระเป๋าเดินตามไปทันที

    หลังประชุม ราโพรีบเดินมาที่ห้องซ้อมแต่ไม่มีใครอยู่แล้ว เธอยืนหน้านิ่งโกรธเพราะมั่นใจว่าอนงค์รัตน์เป็นสายสืบที่ถูกส่งมาเก็บข้อมูล ระมาดเองก็คิดเช่นนั้น

    ooooooo

    เพื่อไม่ให้พิไรต้องเดือดร้อนกับการให้ที่พักพิงกับเขา จ่าเที่ยงเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าออกบ้าน และเย็นวันนี้เขาก็พบว่าจ่าแหลมกำลังติดตามมาอย่างรักษาระยะห่าง

    เขาเลี้ยวเข้าซอยแล้วรอให้ปลามาติดเบ็ด ไม่นานนักจ่าแหลมก้าวตามเข้ามาในซอย เขากระชากคอถามทันที แต่จ่าแหลมรีบแก้ตัวว่าไม่ได้ตาม เผอิญมีความจำเป็นต้องไปทางเดียวกัน เมื่อไม่มีหลักฐาน จ่าเที่ยงจำต้องปล่อยตัวผู้ร้ายปากแข็งไป จากนั้นเขาเลือกเข้าทางหลังบ้านแทนและเตือนให้พิไรรู้ในเรื่องนี้

    เมื่ออนงค์รัตน์กลับมาจากข้างนอก เธอรีบเตรียมตัวร้องเพลงที่บาร์ตามปกติแต่ยังไม่ทันจะลงไปก็ถูกราโพลากกลับเข้าไปในห้องพักและเค้นให้เธอบอกความจริง พร้อมกับสั่งให้ลบภาพถ่ายและคลิปวีดิโอทั้งหมดก่อนที่จะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ จากนั้นก็ออกจากห้องไป ยมวิ่งเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง เธอบอกเขาว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองและขอตัวไปทำงาน

    ที่บาร์แองเจิ้ล สะพายเดินสวนกับอนงค์รัตน์ที่มีสีหน้าไม่สบายใจ เขารู้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น ยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อฟังยมเล่าว่าเธอมีความลับบางอย่างที่น่าจะเกี่ยวข้องกับนายทรงยศ แต่เธอไม่ยอมเปิดเผยความลับนั้น ทำให้เขาช่วยอะไรไม่ได้มาก

    เช้าวันต่อมา จ่าแหลมเอาบัตรชมโชว์ที่ถาวรพาราไดซ์มาแจก พวกตำรวจแย่งกันรับบัตร มีเพียงจ่าเที่ยงเท่านั้นที่ไม่สนใจ จนกระทั่งมีบัตรวางทิ้งไว้บนโต๊ะ เขาเอามันไปให้พิไรที่ตื่นเต้นอยากดูมาก เธอชวนเขาไปดูด้วยจนเขาปฏิเสธไม่ลง เรื่องนี้ไปถึงหูของทรงยศ เวลาที่เขารอคอยใกล้จะมาถึงแล้ว

    ในเวลาไม่ห่างกันนัก ยมกำลังคุยกับอนงค์รัตน์ที่สระว่ายน้ำของโรงแรม

    “ถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังไม่ยอมบอกอีกเหรอว่าจริงๆแล้วเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ คุณมาที่นี่ไม่ได้แค่ต้องการเป็นนักร้องใช่ไหม”

    “เปล่าหรอก ฉันมาที่นี่เพื่อใครบางคน”

    อนงค์รัตน์เปิดกระเป๋าหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งออกมา เป็นภาพคู่ของเธอกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ยมมองแล้วถามว่าเขาเป็นใครกัน เธอตอบหนักแน่นแฝงไปด้วยความขมขื่นร้าวรานว่า

    “เขาเป็นคนที่รัตน์รักมากและยอมตายเพื่อเขาได้”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:49 น.