ข่าว

วิดีโอ



สารวัตรเถื่อน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอ็กชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จรูญพร ปรปักษ์ประลัย

กำกับการแสดงโดย: รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก

ผลิตโดย: บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: เคลลี่ ธนะพัฒน์,เกรซ กาญจน์เกล้า

อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม

เพื่อนเก่าสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งพยัคฆ์ดำและนักรบต่างก็ไม่มีความเกรงกลัวต่อกันและกันเพราะคนทั้งสองมีภารกิจที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น วินาทีนี้เป็นการพิสูจน์ฝีมือว่าใครจะเก๋าในเกมมากกว่ากัน พยัคฆ์ดำหันไปสั่งลูกน้องก่อนท้าทายนักรบ

“ไปเอาตัวนายทรงยศมา ข้าขอสนุกกับเพื่อนเก่า ของข้าก่อน แกจะเอายังไง”

“พยัคฆ์ดำ....ฉันไม่มีเวลาทั้งคืนหรอกนะ ถ้าจะสู้ก็สู้กันเลย” นักรบพูดจบก็ชักปืนคู่ใจขึ้นมายิงกระหน่ำทันที ลูกน้องของพยัคฆ์ดำล้มลงราวกับใบไม้ร่วง ดวงตาของเกลอเก่าเต็มไปด้วยความแค้นก่อนจะสั่งลูกน้องที่เหลือให้สู้ตาย ทั้งสองฝ่ายวิ่งทะยานเข้าหากันทันที ไม่นานนักผลงานก็ประจักษ์ เมื่อนักรบใช้ชั้นเชิงเด็ดชีพพยัคฆ์ดำได้ในที่สุด

ไม่ไกลจากที่พวกทรงยศอยู่ รถของพวกธนุสค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจอด ปราบกับราโพลงจากรถและสังเกตจอที่ข้อมือของปราบ ราโพบอกว่าถมทองอยู่ในนั้น พวกเราเอายังไงดี ธนุสเดินเข้ามามองที่ข้อมือปราบกำลังจะสั่งการ แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ สะพายหยิบปืนสไนเปอร์กับปืนพก แล้วรีบวิ่งไป ธนุสพยายามห้ามไว้แต่เขาไม่สนใจผลักธนุสให้พ้นทาง

“เดี๋ยวก่อนสะพาย วางแผนกันก่อน ไม่ได้มีแค่พวกทรงยศนะ เพราะคุณใจร้อนแบบนี้ ทำให้เราพลาดหลายต่อหลายครั้งแล้ว...” ธนุสจ้องหน้าสะพายอย่างจริงจัง แต่ท่าทางนั้นไม่ได้ทำให้สะพายลดดีกรีความหุนหัน สวนกลับว่า

“นี่เราถึงเวลาต้องโทษกันเองแล้วสินะ ก็ได้งั้นเราจบกันแค่นี้ แต่ผมจะไม่หยุด ผมจะเข้าไปช่วยถมทอง หลบไป!”

ธนุสยืนนิ่งไม่หลบ พลันสะพายตัดสินใจใช้กำลังเข้าต่อสู้ ทั้งคู่ฟัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงอนงค์รัตน์ตะโกนให้หยุดพร้อมกับหันมาขอความช่วยเหลือจากลูกน้องของธนุส ไม่นานนักราโพกับปราบก็สามารถแยกทั้งคู่ออกจากกันได้สำเร็จ ธนุสมองสะพายอย่างตัดใจบอกราโพว่า “ปล่อยสะพายเถอะ ปล่อยเขาไป”

สะพายรีบเดินจากไปทันที ราโพมองตามด้วยความเป็นห่วงและขอตัวตามเขาไป ในขณะที่อนงค์รัตน์เดินเข้ามาดูอาการของธนุส กิริยาท่าทางของเขาทำให้เธอหนักใจไม่กล้าพูดถามไถ่อะไรมาก ปราบปลอบเธอให้ใจเย็นๆเพราะรู้ดีว่าลูกพี่แค่เครียด ตอนนี้อาจจะคิดปรับเปลี่ยนแผนอยู่

เวลาเดียวกันนั้น ผู้กองเที่ยงนำทีมติดตามมาพร้อมกับถาวรเช่นกัน เมื่อมาถึงทุกคนมองเข้าไปข้างในพื้นที่เพื่อดูลาดเลา ในขณะที่ถาวรมองอย่างตื่นตระหนก เขาคร่ำครวญด้วยความเป็นห่วงลูกสาวอย่างจับใจและทำท่าจะวิ่งเข้าไปช่วยจนทุกคนต้องห้ามปราม ผู้กองเที่ยงรีบชี้แจงว่า

“ไม่ได้นะคุณถาวร มันยิงกันขนาดนั้นเราต้องรอกำลังเสริมก่อนนะครับ เข้าไปตอนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ คนเรามีน้อยกว่า รออีกนิดเถอะครับคุณถาวร กำลังเสริมใกล้จะถึงแล้ว”

“ไม่! ผมไม่รอ ผมจะไปช่วยลูกถม ให้ผมอยู่เฉยๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก” พูดแล้วถาวรก็รีบร้อนลงจากรถ

ทุกคนมองตามด้วยความตกใจ ผู้กองเที่ยงตะโกนเรียกเขาพร้อมกับวิ่งตามไปทันที ประจวบเหมาะกับทรงยศเดินออกมาเจอถาวร เขาเอ่ยปากถามด้วยความแปลกใจ

“เสี่ยถาวร ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะมาถึงนี่ได้ ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าผมเสร็จงานเมื่อไรจะรีบส่งลูกสาวคุณคืนทันที”

“ไม่! ปล่อยเดี๋ยวนี้ ฉันต้องการลูกสาวฉันคืน ถ้าไม่ปล่อยฉันยิงจริงๆด้วย”

สะพายมองเหตุการณ์ต่างๆผ่านกล้องสไนเปอร์แล้วหงุดหงิด พึมพำว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับถมทองพวกมันทุกตัวจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ราโพรีบรายงานกลับไปหาหัวหน้าธนุสเพื่อให้มาพบกันและจัดการปิดบัญชีเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ฟากผู้กองเที่ยง เมื่อวิ่งตามมาทัน เขาสั่งการให้ลูกน้องเตรียมบุกจับ ทันใดนั้นธนสารกับบิ๊กฮีโร่ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ

แต่ยังไม่ทันทำอะไร สะพายกับราโพก็วิ่งเข้ามาสมทบและยิงมือปืนที่มากับธนสารล้มลง

“ปล่อยถมทองเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันไม่ไว้ชีวิตแกแน่”

สะพายขู่ทรงยศอย่างเกรี้ยวกราด ในขณะที่ทรงยศไม่มีท่าทีตกใจ เขากลับชักปืนออกมาจะยิงถมทอง สะพายวิ่งไปหาทรงยศอย่างสุดฝีเท้าแต่ถูกสกัดโดยบิ๊กฮีโร่ที่กระแทกเขาจนล้มลง ถาวรตกใจสุดขีดเมื่อเห็นทรงยศกำลังจะเหนี่ยวไก พลันมีกระสุนปืนวิ่งเข้าใส่ปืนในมือของทรงยศจนกระเด็นไป

ขณะนั้นเองพวกธนุสกับอนงค์รัตน์มาถึงแล้ว ทั้งหมดจ้องหน้าจะฆ่ากัน ต่างคนต่างจ่อปืนใส่กัน แต่สักพักเดียวระเบิดก็ดังสนั่นขึ้น ทั้งหมดวิ่งหลบระเบิดกันอย่างชุลมุน

นักรบโผล่มารัวกระสุนใส่ทุกคนตรงนั้น ระมาดเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาบอกนายให้หนีไปเพราะเวลานี้นักรบเกิดบ้าเลือดและยังลากถมทองให้ไปเป็นตัวประกันด้วย ถาวรเห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามหกล้มคลุกคลานก่อนตะโกนถาม

“แกจะพาลูกสาวฉันไปไหน”

ระมาดยกปืนขึ้นยิงออกไปซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับสะพายวิ่งเข้ามารับกระสุนแทน เขาล้มลง แล้วพวกทรงยศก็รีบวิ่งหนี โชคดีที่สะพายใส่เสื้อเกราะทำให้รอดพ้นจากกระสุนที่ยิงมา จากนั้นเขากระโดดขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์เร่งตามไปด้วยใจร้อนรุ่ม ฝ่ายผู้กองเที่ยงวิ่งเข้ามาดูถาวรกับสะพาย แต่โดนธนสารยิงเข้าที่แขนจนล้มลง ธนสารเดินเข้ามาจ่อยิงเผาขน ผู้กองเที่ยงรวบรวมพลังแล้วลุกขึ้นวิ่งเข้าใส่

เสียงปืนดังขึ้น ทั้งหมดตะลึง ร่างของผู้กองเที่ยงเต็มไปด้วยเลือด เขาลุกขึ้นยืนโซเซ ทุกคนเข้าใจว่าเขาโดนยิง แต่การณ์กลับเป็นว่าธนสารนอนนิ่งกับพื้นสิ้นลมหายใจแล้ว เช่นเดียวกันกับนักรบก็ถูกธนุสยิงเข้าที่ศีรษะล้มลงขาดใจตายตามไปด้วย ราโพวิ่งมาบอกว่าพวกทรงยศหนีไปได้ ทุกคนขึ้นรถแล้วติดตามทันที

ราโพเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา สัญญาณติดตามตัวถมทองเป็นไฟกะพริบสีแดงบนหน้าจอ ธนุสร้องถามว่าพวกมันจะไปที่ไหนกัน เธอมองแผนที่แล้วตอบว่า

“จากสัญญาณติดตามตัวที่อยู่กับถมทอง พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่ทรงวัฒนากรุ๊ฟ และฉันก็มั่นใจว่าทรงยศกลับไปเอาเงินสดที่อยู่ในตู้เซฟ มันมีจำนวนมหาศาลเพียงพอสำหรับเขาจะใช้ชีวิตได้อย่างราชาทีเดียว”

“แต่เราจะไม่ยอมให้มันหนีไปได้หรอก ปราบ เร็วเข้า!”

คืนเดียวกันหลังจากรายชื่อผู้พัวพันในขบวนการค้ายาเสพติดถูกเปิดโปง ท่านรองแบ่งกำลังตำรวจออกเป็นสี่สายเพื่อไปจับกุมคนเหล่านั้นที่บ้าน ทุกคนยอมให้จับกุมโดยดียกเว้นบอร์ดแจ๊คและบอร์ดเอดที่ขัดขืนจนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ

ooooooo

ฟ้าสางวันต่อมาที่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ ทรงยศสั่งการให้ลูกน้องขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบไปใส่ไว้ในรถบรรทุก ก่อนจะหันมาบอกระมาดให้แยกย้ายกันหนี เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมาเจอกันใหม่

ระมาดมองเข้าไปในรถเขาที่มีถมทองถูกจับมัดอยู่ สายตาเขาเป็นคำถามเหมือนกับว่าจะให้ทำเช่นไรกับหญิงสาวตัวประกัน เสียงทรงยศสั่งการว่า
“นังนี่ไม่มีประโยชน์กับเราแล้ว ฆ่าทิ้งไปซะ รีบๆ ทำแล้วหนีให้ไว”

ถมทองร้องโวยวายด้วยความหวาดกลัวหลังจากได้ยินเช่นนั้น ทันใดนั้นเองพวกธนุสก็ขับรถเข้ามาถึง ทรงยศหันไปมองด้วยความโกรธก่อนจะรีบกระโดดขึ้นรถทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง สะพายตะโกนสั่งให้ระมาดปล่อยตัวถมทอง แต่เขาไม่มีทีท่าจะปล่อยตัวประกันไปง่ายๆ ราโพเห็นเหตุการณ์แบบนั้นก็กลัวว่าจะเสียเวลานาน จึงเสนอตัวเองแลกเปลี่ยนกับถมทอง

ระมาดไม่ขัดข้องแต่สั่งให้ราโพค่อยๆเดินเข้ามาหา เมื่อไปถึงเขาก็ผลักถมทองออกไปแล้วจับราโพมาโอบกอดพร้อมกับจ่อปืนลากเธอขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว อนงค์รัตน์มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความไม่เข้าใจและไม่พอใจที่ไม่มีใครในทีมดูเดือดร้อน เธอถามอย่างอดไม่ได้ว่า

“ธนุส คุณไม่คิดจะห้ามราโพหน่อยหรอคะ”

“ราโพเขาเป็นสายลับที่เก่ง เขาเอาตัวรอดได้ สะพายพาคุณถมทองกลับไปก่อนเถอะ คุณรัตน์ก็ด้วย”

พูดแล้วธนุสกับปราบก็รีบออกรถติดตามนาย ทรงยศทันที เวลานั้นทรงยศกำลังจิบไวน์อย่างสบายใจอยู่ภายในรถบรรทุกโดยไม่คาดคิดว่าจะมีใครตามทัน แต่แล้วไม่นานพวกธนุสก็ไล่ตามมาทัน ธนุสเปิดกระเป๋าหยิบปืนใหญ่ขึ้นมายิง กระสุนพุ่งไปติดที่ประตูหลังของรถบรรทุก เสียงทรงยศร้องดังด้วยความตกใจ

ธนุสปีนขึ้นหลังคารถบรรทุกแล้วค่อยๆไต่ไปยังข้างหน้ารถ พลันบิ๊กฮีโร่โผล่หัวขึ้นมาจากหน้ารถ ทั้งสองสู้กันอย่างเมามัน ต่างฝ่ายต่างแลกหมัด ธนุสถูกบีบคอลงกับขอบรถกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ แต่แล้วมีเสียงปืนดังขึ้นจากข้างหลัง บิ๊กฮีโร่สะดุ้งเฮือกก่อนจะถูกธนุสถีบตกจากรถไป เขามองหาที่มาของกระสุนปืนช่วยชีวิตก็พบว่าเป็นอนงค์รัตน์นั่นเอง จากนั้นเขาเดินไปหน้ารถ ปีนลงมาจับคนขับรถกระชากลงข้างทางแล้วเข้าควบคุมรถเอง เสียงธนุสพูดผ่านไมค์ตัวเล็กว่า

“เจอกันที่โรงพักนะ ปราบขับนำให้ที”

รถทั้งสามคันขับตามกันไปเป็นขบวน ฟากราโพหลังแยกตัวจากทีมมาเป็นตัวประกันแทนถมทอง เธอมองระมาดที่จ่อปืนใส่อยู่ตลอดเวลาด้วยความรำคาญ เพียงครู่เดียวเสียงระมาดก็ดังขึ้น

“คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ มากับผมแบบนี้ง่ายเกินไป มันไม่ใช่คุณ”

“ทำไมล่ะ ฉันมากับคุณเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมทีมและก็เพื่อภารกิจ”

“ใช่สิ คุณมีแต่ภารกิจ ที่คุณหลอกผม ก็เพราะภารกิจ ครั้งนี้ก็เช่นกัน คุณนี่เลือกฝั่งผิดนะราโพ”

“ฉันไม่เคยเลือกฝั่งผิด และฉันตัดสินใจถูกทุกครั้ง”

ราโพมองระมาดอยู่ชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจดึงพวงมาลัยให้รถหมุน ระมาดร้องอย่างตกใจก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างหน้า แล้วหยุดนิ่ง ราโพเปิดประตูรถลงมาพร้อมๆกับเสียงปราบดังขึ้นในหูฟัง

“เจ้...ได้ยินมั้ย ตอบด้วย เจ้ปลอดภัยดีไหม จะให้ไปรับที่ไหน”

“ปลอดภัยดี ไม่ต้องมารับ เดี๋ยวฉันกลับเอง ฝากบอกหัวหน้าด้วย”

พูดยังไม่ทันจบดี ระมาดก็โผล่หน้าที่เต็มไปด้วยเลือดมาพร้อมกับปืน เขามองเธอทั้งรักและแค้น เดินเข้ามาหาโดยราโพไม่มีท่าทีขัดขืน

“เธอจ่อปืนฉันมากี่รอบแล้วระมาด ฉันเคยร้องขอชีวิตเธอสักครั้งมั้ย ถ้าเธอจะยิง เธอก็ยิงตรงนี้”

ราโพจับปืนของเขามาตรงที่หัวใจเธอ ระมาดอึ้งและสับสน แต่ด้วยความโมโหเขาจะตบเธอ ครั้งนี้ราโพจับได้ทันก่อนดึงระมาดมาต่อย ทั้งสองฝ่ายสู้กันทันที ไม่นานนักมีเสียงระเบิดดังขึ้น ร่างของราโพเลือดโชก เธอพึมพำกับตัวเองว่า “ความรักกับหน้าที่ ถ้าให้ฉันเลือก ...ต้องเป็นหน้าที่”

ooooooo

ข่าวการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ถูกรายงานเป็นข่าวชิ้นเอกในโทรทัศน์ทุกช่อง ภาพถ่ายของนายทรงยศและบอร์ดทั้งสี่ปรากฏขึ้นมาบนจอ พร้อมกับเสียงผู้สื่อข่าวรายงานว่า

“นอกจากนายทรงยศ อัครวาณิชย์อุดม หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในนามเจ้าพ่อแห่งวัฒนานิมิตแล้ว ขบวนการยาเสพติดรายนี้ยังประกอบไปด้วยผู้ใหญ่ในหลายวงการ ซึ่งทั้งหมดอยู่เบื้องหลังในฐานะมันสมองของขบวนการมาเป็นเวลายาวนาน”

จากนั้นคลิปวีดิโอเหตุการณ์นัดพบกันในโรงพยาบาลของทั้งสองฝ่ายถูกถ่ายทอดออกทางทีวีเพื่อเป็นการยืนยันความเกี่ยวข้องของบุคคลเหล่านี้ แม้ว่าผู้ต้องหาทุกคนยังคงให้การปฏิเสธในเรื่องนี้

ที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิต เสียงโวยวายของทรงยศดังลั่นไปทั่ว เขาเขย่าลูกกรงด้วยความโกรธจัด

“ฉันจะฟ้องกลับให้หมด พวกแกทำอย่างนี้ได้ไง ฉันเป็นนักธุรกิจมือสะอาด ฉันสร้างเมืองนี้ทั้งเมืองขึ้นมาด้วยธุรกิจของฉัน พวกแกคอยดู ทุกคนจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม”

ท่านรองเดินเข้ามาพูดกับเขาอย่างสุขุมนุ่มลึก “หัดสงบจิตสงบใจไว้ คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรไว้บ้าง และตอนนี้เราก็มีทั้งพยานและหลักฐานที่จะชี้ชัดเอาผิด
กับคุณในฐานะหัวหน้าขบวนการนี้ นอกจากนี้ยังมีคดีฆ่าคนตายอีกหลายคดีซึ่งผมรับประกันได้เลยว่าโทษทั้งหมดรวมกัน คงทำให้คุณต้องติดตะรางไปอีกหลายชาติแน่”

พูดเสร็จแล้ว ท่านรองก็หันหลังเดินไป ทรงยศมองตามด้วยสายตาแข็งกร้าวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จากนั้นท่านรองเดินเข้ามาหาทีมของพวกธนุสกับผู้กองเที่ยงที่ยืนรวมกันอยู่ ชื่นชมว่างานนี้คงไม่สำเร็จ ถ้าหากไม่ได้ทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจมากถึงขนาดนี้ ธนุสตอบกลับอย่างยินดีว่า

“อะไรก็ตามที่จะกำจัดคนเลวให้พ้นไปจากแผ่นดิน และช่วยให้แผ่นดินนี้สูงขึ้นมาบ้าง ผมพร้อมที่จะทำ เสมอครับ”

ท่านรองยิ้มและทำท่าจะสั่งงานชิ้นต่อไป ทุกคนแม้กระทั่งธนุสรีบยกมือห้าม

“ล้อเล่นน่า ที่จริงฉันมีของขวัญมาให้ ทะเลสวย ที่พักหรู อาหารเลิศรสครบทุกมื้อ หวังว่าทุกคนจะชอบ”

ทั้งหมดเปลี่ยนสีหน้าเป็นดีใจอย่างทันควัน ธนุสรับบัตรกำนัลมาแล้วเดินไปหาผู้กองเที่ยงชักชวนให้ไปด้วยกันแต่ได้รับการปฏิเสธเพราะยังมีเอกสารให้สะสางอีกมาก ธนุสกล่าวขอบคุณผู้กองก่อนจะบอกว่า

“ถ้าไม่ได้ความร่วมมือจากตำรวจน้ำดีอย่างคุณ งานนี้ก็คงไม่มีทางสำเร็จได้ หวังว่าสักวันเราคงมีโอกาสได้กลับมาร่วมงานกันอีก”

“ผมก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน บอกตรงๆนี่เป็นอีกครั้งหนึ่งในชีวิตตำรวจที่ผมภูมิใจมากที่สุด ได้ทั้งแก้แค้นให้คนดีๆอย่างสารวัตรเชษฐ์และได้ทำให้คนอย่างทรงยศรับผลกรรมที่ก่อขึ้น และยังช่วยให้คนอีกมากไม่ต้องเป็นทาสยาเสพติดด้วย”

ooooooo

ณ ชายหาดแห่งหนึ่ง ธนุสกับอนงค์รัตน์เดินเลียบชายหาดจูงมือคุยกันมา

“ในที่สุด สิ่งที่คุณสัญญาไว้กับน้องชายของคุณเป็นความจริงเสียที”

“ใช่ คราวนี้โรจน์คงนอนตายตาหลับ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม รัตน์ยังคงวิงวอนขออย่าให้มีใครต้องพบจุดจบแบบเขาอีกเลย ทุกชีวิตล้วนมีทางเลือก ขึ้นสูงหรือลงต่ำ ขอให้เราให้คิดดีๆคิดให้รอบคอบ ก่อนที่จะทำอะไรลงไปเท่านั้น”

ไม่ไกลกันนั้น คู่ของสะพายกับถมทองก็จับมือมองหน้ากันอยู่ริมทะเล เสียงถมทองร้องอย่างตกใจว่า

“อะไรนะ คุณจะลาออกจากงานจริงๆเหรอคะ”

“จริงสิ ผมว่าจะลองเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นบ้าง เผื่อว่าจะรุ่งกว่างานที่ทำอยู่ เช่น เปิดสนามฝึกซ้อมยิงปืน เปิดโรงเรียนสอนการต่อสู้ หรือไม่ก็...ผันตัวไปเป็นนักร้องนักดนตรีเต็มตัว”

“ก็...พอได้นะ...แต่ฉันกำลังมีความคิดอีกอย่างไม่รู้ว่าคุณจะสนใจทำด้วยกันหรือเปล่า ตอนนี้ขออุบไว้ก่อน”

สะพายจูงมือถมทองไปนั่งลงแล้วหยิบกีตาร์ขึ้นร้องเพลง ไม่นานนักทุกคนก็มารวมตัวกันฟังเพลง พร้อมกับทานอาหารเคล้าเสียงเพลงอย่างมีความสุข ในขณะที่ปราบลุกขึ้นเต้นท่าปูอย่างฮาๆ แต่ช่วงเวลาแบบนี้มักจะสั้นนัก เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่เครื่องของปราบ เขารับสายก่อนจะส่งให้ธนุส ทุกคนมองด้วยความสนใจ แล้วทันใดนั้นเอง สีหน้าของธนุสก็แปรเปลี่ยนเป็นตกใจพร้อมกับตะโกนเสียงดัง “หา! ว่าอะไรนะ”

เสียงจากปลายสายคือผู้กองเที่ยงที่โทร.มาแจ้งว่ามีคนมาช่วยทรงยศให้หลบหนีออกจากห้องขังไปได้แล้วเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ ธนุสฟังจากรายละเอียดก็มั่นใจว่าคนที่ช่วยต้องเป็นหนึ่งในพวกนักฆ่ามือพระกาฬที่ทรงยศจ้างมา

ผู้กองเที่ยงพูดอย่างผิดหวังท้อแท้เอาแต่โทษตัวเองที่กลับมาสายเกินไป ผิดกับธนุสที่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวว่า

“ไม่มีคำว่าสายเกินไป บอกมาว่านายทรงยศไปทางไหน ผมจะไปลากคอเขากลับมาเอง”

ผู้กองเที่ยงบอกธนุสว่าตอนนี้ตำรวจทุกหน่วยกำลังติดตามนายทรงยศอยู่ คาดว่ามันคงไปที่ท่าเรือเพื่อหนีออกนอกประเทศให้เร็วที่สุด ระหว่างนั้นธนุสหันมาสั่งการให้ทุกคนเตรียมพร้อมกับศึกใหญ่อีกครั้ง เสียงผู้กองเที่ยงเริ่มมีความหวัง

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะได้ทำงานกันอีกครั้งเร็วแบบนี้ แล้วเจอกัน”

ooooooo

ที่ท่าเรือ รถคันที่ใช้พาทรงยศหนีจอดอยู่ท่ามกลางการคุ้มกันของรถตำรวจหลายคัน ผู้กองเที่ยงกับพลเดินร้อนใจเข้ามาถามสถานการณ์กับหัวหน้าตำรวจที่คุมสถานการณ์อยู่ก็ได้รับคำตอบที่น่าตกใจมากขึ้น

“นายทรงยศขู่ว่าจะระเบิดแพใหญ่ที่กลางทะเล ถ้าเราส่งกำลังตำรวจขึ้นไป ทุกคนจะต้องตายกันหมด”

“หมาจนตรอกอย่างมันพร้อมที่จะสู้จนตัวตาย ผมเชื่อว่าคราวนี้มันไม่ได้แค่ขู่แน่”

หลังพูดจบ ผู้กองเที่ยงมีสีหน้าวิตกกังวลก่อนสั่งการให้ลูกทีมเอาเรือออกไปซุ่มดูสถานการณ์ใกล้ๆ

แพใหญ่กลางทะเลของนายทรงยศ เวลาผ่านไป ผู้กองมีความเครียดเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้รับรายงานจากวิทยุสื่อสารว่าภาพจากกล้องส่องทางไกลเผยให้เห็นระเบิดรอบแพของทรงยศ

แพรวดาวถามลูกพี่อย่างหวั่นใจว่าจะเอายังไงดี ถ้าไม่รีบบุก มีหวังผู้ต้องหาหนีไปได้ในที่สุด ผู้กองเที่ยง

มองหน้าลูกน้องและอธิบายว่าตนเองไม่อยากให้ทุกคนไปเสี่ยงอันตรายได้แต่หวังว่าพวกบราโว่จะหาวิธีจัดการ

พวกทรงยศได้อย่างละมุนละม่อมไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อกัน

เช่นเดียวกันกับนายทรงยศเองก็ใช้กล้องส่อง ทางไกลมองกลับไปที่ฝั่งเพื่อจับตาดูสถานการณ์ ยูริ

นักฆ่าสาวชาวญี่ปุ่นเดินถือแก้วไวน์มาส่งให้พร้อมกับรายงานว่าอีกไม่นานเฮลิคอปเตอร์ที่สั่งไว้จะมาถึง

ทรงยศยิ้มด้วยความพอใจก่อนจะย้ำว่า

“ถ้าใครมาใกล้ๆเรา ยิงทิ้งให้หมด ถ้าจวนตัวนักก็ใช้ระเบิดนี่แหละฆ่ามัน”

ยูริพยักหน้ารับทราบคำสั่งนายแล้วเดินออกไป ทรงยศมองไปที่ฝั่งอีกครั้งด้วยความรู้สึกว่าอีกไม่นานพวกบราโว่จะต้องตามมาแน่นอน ความรู้สึกนั้นช่างแม่นยำยิ่งนักเพราะไม่ไกลจากนั้น มีเรือเล็กอีกลำลอยอยู่กลางทะเลโดยมีสะพายทำทีเป็นว่ากำลังตกปลาอยู่ ในขณะที่ถมทองนั่งมองเหตุการณ์ต่างๆบนแพผ่านกล้อง ส่องทางไกล จากนั้นสะพายรีบสื่อสารกลับไปยังทีมว่า

“ทรงยศอยู่บนนั้นจริงๆ เราต้องรีบหยุดมันก่อนจะหนีไปอีก”

ธนุสกับราโพตอบรับทราบผ่านไมค์ก่อนจะเร่งเครื่องเจ็ตสกีมุ่งหน้าไปยังแพของนายทรงยศทันที ธนุสสั่งให้ราโพขี่อ้อมไปอีกทางและให้ทุกคนรอสัญญาณการบุกจากเขา เวลานั้นผู้กองเที่ยงได้แต่ยืนรำพึงกับตัวเองว่าพวกคุณอยู่ที่ไหน ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องขับเรือไปให้ใกล้แพมากยิ่งขึ้น

เมื่อทรงยศมองเห็นเรือตำรวจแล่นมุ่งหน้ามาที่แพ เขามองอยู่ครู่หนึ่งและสั่งให้ยูริจัดการตามที่สั่งได้เลย เพียงพริบตาเดียวยูริเดินออกมาพร้อมปืนใหญ่ ปลดล็อกแล้วสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง เสียงปืนดังไม่ขาดสายทำให้ผู้กองเที่ยงต้องหักพวงมาลัยเรือหลบกระสุนไปมาก่อนจะตัดสินใจหักหัวเรือเลี้ยวกลับ ทันใดนั้นก็มีเจ็ตสกีลำหนึ่งขี่ผ่านเรือพวกเขาไป

“นั่นไง ในที่สุดพวกเขาก็มา พวกเราเตรียมซัพพอร์ตพวกบราโว่ เดี๋ยวนี้!”

ไม่นานนัก ธนุสใช้ความเชี่ยวชาญหลบรอดกระสุนปืนจากยูริขึ้นแพได้ และพร้อมกันนั้นเจ็ตสกีที่ราโพขับก็เทียบท่าข้างแพเช่นกัน ธนุสมองนักฆ่าสาววิ่งหลบกระสุนไปมาแล้วใช้จังหวะนั้นเล็ดลอดเข้าไปข้างในแพได้สำเร็จและพบว่านายทรงยศกำลังขนกระเป๋าออกไปรอเฮลิคอปเตอร์เพื่อหนี เสียงธนุสเตือนเขาว่า

“อย่าหนีเลยทรงยศ ยังไงผมก็ตามจนเจอตัวคุณอยู่ดี คุณหนีไม่พ้นหรอก”

“แล้วถ้าฉันมีรีโมตนี่ล่ะ แกคิดว่าฉันกลัวปืนง่อยๆ ของแกรึไง แค่ฉันกดทีเดียว แพทั้งหมดนี่ก็จะหายกลายเป็นจุณไปในพริบตาเดียว แกจะแลกไหมล่ะ”

“ทรงยศ ผมลืมบอกไปอย่างนะ ผมมีมือปืน สไนเปอร์ที่แม่นที่สุดเท่าที่ผมรู้จักและตอนนี้เขากำลังเล็งคุณอยู่”

ทรงยศมองตาธนุสแล้วหันไปมองรอบๆอย่างไม่แน่ใจ แต่แล้วเขาก็หัวเราะก่อนยื่นคำขาดว่า

“ฉันจะให้เวลาแกสิบวินาที ถ้าแกไม่ยอมไปจากที่นี่ ฉันจะระเบิดที่นี่ให้เละเลย”

เสียงทรงยศเริ่มนับถอยหลังจากสิบ...เก้า...แปด...

ในขณะที่ธนุสยังคงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว เวลานั้นราโพต่อสู้กับยูริอย่างดุเดือด ก่อนยูริพลาดท่าและใช้ไม้ตายเปิดเสื้อโชว์ระเบิดที่พันไว้รอบตัว พริบตาเดียวยูริกดรีโมตให้ระเบิดทำงาน ราโพรีบวิ่งกระแทกยูริทันที ทั้งคู่ตกลงน้ำไปพร้อมๆกับเกิดเสียงระเบิดลูกใหญ่ข้างแพ ลูกทีมของธนุสมองเหตุการณ์นั้นด้วยความตกใจสุดขีด แต่เพียงเสี้ยววินาที สะพายที่กำลังเล็งปืนไปที่รีโมตในมือของทรงยศก็รีบส่งเสียงเร่งเร้าผ่านไมค์ไปหาธนุส

“เอาไงธนุส จะให้ยิงตอนไหนก็สั่งมาเลย เวลาเหลือไม่มากแล้ว”

ทั้งทรงยศและธนุสยังคงมองหน้ากันนิ่ง เสียงทรงยศนับถอยหลังมาจนถึงสาม พลันคำสั่งว่ายิงก็หลุดออกจากปากของธนุส สะพายลั่นไกปืนทันที กระสุนวิ่งออกจากปากกระบอกปืนตรงเข้ามือนายทรงยศพอดี โอกาสเป็นของธนุสเมื่อเขากระโดดรับรีโมตได้ทัน

“ผมเตือนคุณแล้วนะทรงยศ ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะเข้าฝั่งสักทีนะ”

“แกคิดว่าฉันจะยอมให้แกจับรึไง”

ทรงยศพูดพลางเปิดเสื้อออกโชว์ให้เห็นว่ารอบตัวเขามีระเบิดพันไว้ แต่ธนุสไม่หวั่นไหวกับภาพที่เห็น เขาใช้วินาทีนั้นกดรีโมตระเบิดทันที ทรงยศตาเหลือกแล้วรีบวิ่งไปทางด้านหลังของแพ ระเบิดทำงานอย่างรวดเร็วเกิดเป็นก้อนไฟยักษ์กลางทะเล

อนงค์รัตน์มองภาพแพระเบิดนั้นด้วยความตกใจ เธอร้องไห้โฮอย่างเสียขวัญ เช่นเดียวกับคนที่อยู่ตามชายหาด ต่างก็ตกตะลึงกับก้อนไฟกลางทะเล ตรงกันข้ามกับราโพที่โผล่ขึ้นจากน้ำแล้วเดินขึ้นฝั่งมานั่งที่บาร์ พูดอย่างมั่นใจว่า

“คุณรัตน์...หัวหน้าไม่ตายหรอกค่ะ”

“ราโพ ราโพ...คุณยังไม่ตาย”

“ใช่ค่ะ คุณรัตน์ใจเย็นๆนะคะ เดี๋ยวหัวหน้าคงตอบมาในไม่ช้า”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อนงค์รัตน์ค่อยคลายความกังวลลง ขณะนั้นเองมีมือหนึ่งส่งผ้าเช็ดตัวให้กับราโพ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นระมาดที่ยืนส่งยิ้มให้ ราโพกล่าวขอบคุณเขาด้วยความเขิน

ที่ชายหาด ทรงยศว่ายน้ำหนีตายจากแพขึ้นมานอนบนหาดอย่างหมดสภาพ ก่อนจะถูกธนุสเตะเข้า อย่างแรงเพื่อปลุกให้ฟื้น ทรงยศสะบัดตัวออกแล้วพยายามจะต่อยคืนแต่ด้วยชั้นเชิงที่ห่างกันสุดกู่ พริบตาเดียวหน้าทรงยศก็เต็มไปด้วยเลือดไหลโกรก เขายกมือทำท่ายอมแพ้แต่เพียงครู่เดียวก็ชักปืนที่เหน็บบนเอวด้านหลังออกมายิงธนุส จังหวะนั้นเอง ผู้กองเที่ยงมาถึงพอดี เขายิงสวนกลับใส่ทรงยศจนล้มลงทันที ธนุสไม่ได้สนใจอีกได้แต่เดินผ่านผู้กองเที่ยงไปพร้อมกับเสียงกระเซ้าว่า

“ฝากด้วยนะ...ท่านสารวัตร”

ผู้กองเที่ยงทำหน้างงๆมองตามธนุสที่เดินจากไป

ooooooo

หลายวันต่อมาเมื่อเหตุการณ์ต่างๆกลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติ ทุกคนต่างกลับเข้าสู่วิถีทางการดำเนินชีวิตตามที่เคยเป็นมา อย่างเช่นวันนี้ อนงค์รัตน์ยืนหน้ากระจกแล้วบรรจงสวมชุดข้าราชการด้วยความภาคภูมิใจ แม่ของเธอเดินเข้ามามองและยิ้มปลาบปลื้ม

“โอ้โห ลูกสาวแม่ แต่งตัวชุดนี้แล้วโก้น่าดูเลย”

“แม่คะ ได้กลับมาทำหน้าที่ปลัดอำเภอคราวนี้ รัตน์ตั้งใจว่าจะทำทุกวิถีทางที่จะพัฒนาทุกชีวิตในวัฒนานิมิตให้ดีขึ้น ให้ทุกคนได้เห็นว่าถ้าเรามุ่งมั่นทำงานเสียอย่าง อนาคตที่ดีงามก็รอเราอยู่ไม่ไกล ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องทำเรื่องที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรมแบบที่นายทรงยศทำ”

“แม่เชื่อว่าลูกของแม่จะต้องเป็นผู้นำที่ดีอย่างแน่นอน แม่คอยเอาใจช่วยลูกเสมอนะ”

ห่างออกไปไม่ไกลนัก ถมทองได้ทำตามความฝันอย่างที่เคยบอกทุกคนไว้ เธอเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆในเมืองโดยมีสะพายคอยเป็นลูกมือช่วยเหลือ ความรักของคนทั้งคู่ค่อยๆงอกงามขึ้นตามลำดับแม้ว่าฝ่ายชายจะต้องสู้รบปรบมือกับว่าที่พ่อตาบ้างในบางครั้ง เช่นเดียวกันกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้กองเที่ยงกับพิไรที่เป็นไปอย่างชื่นมื่น

วันนี้ถมทองถือเป็นฤกษ์ดีในการฉลองให้กับการเปิดร้านวันแรกและเปิดตัวอนงค์รัตน์ในฐานะปลัดอำเภอคนใหม่ของวัฒนานิมิต ทุกคนต่างมีความสุขในช่วงเวลาพิเศษนี้และร่วมกันร้องเพลงแห่งมิตรภาพซึ่งทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคขวากหนามอันตรายต่างๆมาได้แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เพียงไม่นานหลังจากนั้น ธนุสได้รับโทรศัพท์จากท่านรองให้เข้าพบเพื่อรับมอบงานชิ้นต่อไป เสียงอนงค์รัตน์ถามว่า

“งานใหม่อีกแล้วสิคะ แล้วคราวนี้ต้องไปถึงไหนกันล่ะคะ”

“ยังไม่รู้เลยครับ แต่ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไร ทันทีที่มีคำสั่ง เรา...บราโว่ทุกคนก็ต้องพร้อมปฏิบัติการเสมอ”

“ค่ะ รัตน์รู้ดีว่าการรับใช้ชาติคือภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตคุณ รัตน์จะคอยเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ”

จากนั้น ธนุสก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าท่านรองในฐานลับบราโว่

“ธนุส ฉันมีงานใหญ่ที่ต้องให้ช่วยอีกครั้ง แต่ก่อนอื่นมารู้จักกับทีมที่จะร่วมงานด้วยกันก่อน”

“ท่านครับ คราวนี้ไม่ให้ผมเลือกทีมของผมเองเหรอครับ”

“งานนี้ด่วนมากจนไม่มีเวลาให้เลือกเอง แต่ฉันเชื่อว่าทีมนี้คงไม่ทำให้ผิดหวังแน่ เข้ามากันได้แล้ว”

ธนุสหันไปมองชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามา ธนุสยิ้มเมื่อเห็นคนทั้งสอง ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือราโพและปราบ ท่านรองอธิบายต่อไปว่า

“นี่จะเป็นทีมหลักในปฏิบัติการครั้งนี้ร่วมกับทีมสนับสนุนที่จะแฝงตัวอยู่ และคอยให้การช่วยเหลือทุกรูปแบบ”

“ทีมสนับสนุน?” ธนุสทวนคำงงๆ

“ใช่ เข้ามาได้”

สิ้นเสียงของท่านรอง สะพายเดินยิ้มเข้ามา และตามด้วยถมทอง ธนุสกล่าวต้อนรับทุกคนด้วยความยินดี ก่อนจะแปลกใจเมื่อท่านรองบอกว่ายังเหลืออีกคนหนึ่ง คนสุดท้ายที่จะมาร่วมทีมกับพวกเขา ทุกคนหันไปมองที่ประตูห้อง แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นอนงค์รัตน์ก้าวเข้ามา ธนุสอุทานด้วยความยินดี

“คุณรัตน์! สำหรับผม นี่คือทีมบราโว่ที่ดีที่สุดแล้ว”

“ใช่แล้ว อนงค์รัตน์จะร่วมกับบราโว่ในการสืบหาข่าวที่จะช่วยให้ปฏิบัติการนี้สำเร็จ เอาล่ะ คราวนี้ก็มาฟังพร้อมๆกัน ภารกิจที่ทุกคนได้รับมอบหมายให้ทำก็คือ...”

ทุกคนนิ่งเงียบตั้งใจฟังคำอธิบายงานของท่านรองอย่างใจจดใจจ่อ และพร้อมใจกันร่วมฝ่าฟันไม่ว่าภารกิจใหม่จะยากเย็นและเสี่ยงตายสักเพียงใด

ooooooo

- อวสาน -


ละครสารวัตรเถื่อน ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านสารวัตรเถื่อน ติดตามสารวัตรเถื่อน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย เคลลี่ ธนะพัฒน์,เกรซ กาญจน์เกล้า 18 มี.ค. 2559 08:01 2016-03-20T02:04:03+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ