สมัครบริการ
สมาชิก

สะใภ้จ้าว

ตอนที่ 6


คำพูดเตือนสติทิ้งท้ายของแม่ ทำให้คุณชายรองเครียดหนัก จนต้องไประบายกับน้องชายคนเล็กด้วยความอึดอัดใจ คุณชายเล็กได้ยินวีรกรรมของสาลินมาก่อนหน้านั้น กลั้นขำแทบแย่เมื่อเห็นอาการพี่ชาย แต่ก็บอกอะไรไม่ได้ นอกจากพูดเป็นนัยๆว่าหลานสาวสองคนของคุณสอางค์ ไม่น่าเป็นคนเลวร้ายอย่างที่อีกฝ่ายคิด

หลังจากเป็นที่ระบายให้พี่ชาย คุณชายเล็กก็แวะไปตำหนักใหญ่เพื่อเข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิง แต่ไม่ทันได้ทำตามที่ตั้งใจ ก็ต้องเจอข้อกล่าวหาว่าเป็นขโมยอีกรอบจากศรีจิตรา ที่ยังเข้าใจว่าเขาคือยอด คนขับรถประจำวัง

“เธอ...วางรูปเทพธิดาวีนัสลงเดี๋ยวนี้นะ”

คุณชายเล็กแกล้งทำหน้าเหลอหลา “หา...นี่น่ะเหรอครับรูปปั้นวีนัส ไม่น่าเชื่อเลย โธ่...เป็นเทพธิดาของความรักทั้งที ก็น่าจะสวยหน่อยสิครับ นี่เอวก็หนา อ้วนก็อ้วน อกก็ห่าง ถ้าสวยอย่างคุณ ค่อยสมเป็นเทพธิดาแห่งความรัก”

ศรีจิตราถูกเกี้ยวตรงๆก็ถึงกับอึ้ง แล้วทำเป็นเย็นชากว่าเดิม

“นี่นายยอด เธอไม่ต้องทำมาพูดเฉไฉ วางรูปวีนัสลง แล้วก็ที่เธอซุกไว้ในอกเสื้อด้วย”

คุณชายเล็กแสร้งตีหน้าเศร้า สำนึกผิด วางรูปปั้นวีนัสและรูปปั้นนกที่หยิบก่อนหน้าลง ศรีจิตราเห็นหน้าจ๋อยๆก็นึกสงสาร แต่ต้องฝืนใจทำเสียงแข็ง ไล่เขาออกจากตำหนักใหญ่

“จำไว้นะ...ว่านี่เป็นครั้งที่สอง ถ้ามีครั้งที่สามอีก ก็ถือว่าเธออาการหนัก ยากจะเกินแกงแล้ว”

ท่าทางขึงขังของเธอ ทำให้คุณชายเล็กนึกเอ็นดูมากกว่าโกรธ แต่ก็ยังไม่ยอมเฉลยความจริง

“แล้วคุณจะทำยังไง ถ้าผมจะเอาของพวกนี้ไปจริงๆ”

“ฉันก็จะกราบทูลเสด็จตามความเป็นจริงให้ไล่เธอออกจากวัง”

คุณชายเล็กไม่กลัวคำขู่แม้แต่น้อย แกล้งทำหน้าเหี้ยม คว้านาฬิกาเจ้าปัญหาคราวที่แล้วมาถือไว้

“นี่คงถือเป็นครั้งที่สามแล้ว”

“นี่...เธอมันสันดานโจร ไม่สำนึกจริงๆ”

จบคำก็หยิบแจกันใกล้มือจะปาใส่เขา พร้อมตะโกนเรียกสาวๆในตำหนักมาจับขโมย มาลากับวรรณาวิ่งนำมาก่อนคนอื่น แต่ไม่ได้จับคนขับรถหนุ่มอย่างที่ต้องการ แต่กลับทำให้ศรีจิตราแทบล้มทั้งยืน เมื่อสาวใช้ทั้งตำหนักยืนยันว่า หัวขโมยหนุ่มรูปหล่อที่เธอเคยเข้าใจมาตลอดว่าคือคนขับรถ แท้จริงแล้วคือคุณชายเล็กแห่งวังวุฒิเวสม์!

ooooooo

เครื่องเสวยสีสันสวยงามบนโต๊ะไม่ได้ทำให้ศรีจิตราตื่นตาตื่นใจเหมือนเคย เพราะหัวเสียไม่หายที่ถูกปั่นหัว และคุณชายเล็กก็รู้ตัวดี แต่ยังแกล้งทำตาหวานใส่เหมือนจะเย้า จนเธอทำตัวไม่ถูก

แต่หากไม่นับเรื่องแกล้งให้เข้าใจผิดก่อนหน้า

ศรีจิตราก็อดทึ่งไม่ได้ เมื่อได้ยินสิ่งที่เสด็จพระองค์หญิงตรัสกับคุณชายเล็ก ถึงวีรกรรมสมถะติดดินของเขา เมื่อครั้งไปใช้ชีวิตเมืองนอก แต่อารมณ์ที่เริ่มดีขึ้นก็ต้องขุ่นมัวอีกครั้ง เมื่อเสด็จฯทรงถามถึงนาฬิกาเรือนที่เสียในตำหนัก และอยากให้หลานชายคนเล็กเอาไปซ่อม

“โธ่...ไม่ลืมพ่ะย่ะค่ะ เกล้ามาเอาตั้งหลายหนแล้ว ไม่ทรงเชื่อก็ถามคุณคนนี้ดูก็ได้”

คุณคนนี้ของคุณชายเล็ก จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากศรีจิตรา ที่ถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อถูกโบ้ยดื้อๆ

“แต่ว่ามีเหตุขัดข้องทุกครั้ง เกล้าก็เลยเอาไปไม่ได้สักที ไม่ทรงเชื่อก็ถามคุณคนนี้ดูก็ได้”

เสด็จฯปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้ ยังไม่เข้าใจว่าคุณคนนี้คือใคร คุณชายเล็กเลยแกล้งกลบเกลื่อน

“คือว่า...นาฬิกาตรงนั้นมันมีหลายเรือนพ่ะย่ะค่ะ เกล้าก็เลยไม่ทราบว่าเรือนไหน”

ศรีจิตรารู้ว่าเขาตั้งใจจะยั่วประสาทให้เธอยอมรับ เลยสวนกลับเสียงเรียบ

“แต่ดิฉันทราบค่ะว่าเรือนไหน เดี๋ยวดิฉันจะหยิบให้คุณชายเอง”

นาฬิกาเจ้าปัญหาถูกวางบนมือคุณชายเล็กหลังจากนั้นไม่นาน พร้อมคำพูดค่อนแคะของศรีจิตรา

“ความจริง...คุณควรจะเอาไปตั้งนานแล้ว ถ้าไม่มัวเล่นสนุกอยู่”

คุณชายเล็กยังทำเป็นไม่รู้เรื่อง “เล่นสนุก...เล่นสนุกอะไรกันครับ”

“ก็...เล่นสนุกกับความโง่ของดิฉันไงคะ”

น้ำเสียงประชดประชันของเธอทำให้เขาอยากแก้ตัว แต่ไม่ทันขยับปาก คุณสอางค์กับคุณสร้อยก็เดินมาเสียก่อน คุณชายเล็กเลยเสนอตัวไปส่งคุณป้าจอมจู้จี้แห่งบ้านราชดำริ

“วุ้ย...ถ้ารู้อย่างนี้ไม่เอารถที่บ้านมาหรอกค่ะ แต่ไม่รบกวนดีกว่า คราวที่แล้วไปส่ง ดิฉันยังเกรงใจแทบแย่”

คุณชายเล็กทำหน้างง ก่อนจะยิ้มกว้าง เมื่อได้ยินคุณสร้อยถามศรีจิตราให้แน่ใจ แต่เธอก็ปฏิเสธว่าจำไม่ได้

“คุณศรีจิตราคงจำได้แต่ตอนที่นายยอดไปส่งมั้งครับ”

ศรีจิตราอับอายมาก แต่ก็ต้องสงบท่าทีไว้ รอจนคุณป้าทั้งสองผละไป จึงหันไปเอาเรื่องราชนิกุลหนุ่มช่างแกล้ง แต่คุณชายเล็กก็รู้แกว ส่งยิ้มกวนประสาทและขอตัวกลับตำหนักเล็กดื้อๆ ทิ้งสาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริให้ฮึดฮัดคนเดียวด้วยความเจ็บใจ...อย่าให้มีคราวหน้าก็แล้วกัน!

ooooooo

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตแวะไปหาสาลินเหมือนเคยในวันต่อมา สาวแสบบ้านสวนให้การต้อนรับอย่างดี ตามประสาคนคุ้นหน้าคุ้นตา แถมระบายใส่เขาอย่างอึดอัดใจอีกต่างหาก เรื่องไนเจลเจ้านายหนุ่มตาน้ำข้าวตั้งชื่อฝรั่งให้พนักงานทุกคนในห้องสมุด และชื่อของเธอก็คือลินซี่

“เจ้านายฝรั่งบอกว่าชื่อคนไทยเรียกยาก คุณบรรณารักษ์ที่จบมาจากนิวยอร์กเลยเสนอให้ทุกคนมีชื่อฝรั่ง”

“โธ่...เรื่องธรรมดาจะตาย ตอนไปเรียนเมืองนอก ผมยังชื่อพอลเลย”

เรื่องเขามีชื่อฝรั่งไม่น่าแปลกใจเท่าเขาเคยไป

เรียนเมืองนอก และสายตาเป็นคำถามของเธอก็ทำให้พลต้องแก้ตัวเจื่อนๆ ว่าเจ้านายเคยส่งไปดูและเรียนงานที่เมืองนอก

สาลินพยักหน้ารับรู้ ไม่ติดใจอะไร “ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมคนไทยถึงเห่อฝรั่งกันนัก”

“โธ่...เราเห่อมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่สี่แล้วมังครับ”

“เนี่ย...เมื่อวานฉันนั่งรถผ่านร้านนนท์เกษา เห็นเขายกป้ายใหม่เป็นร้านนนท์บาร์เบอร์ นอกจากเห่อฝรั่ง ก็ยังเห่อคนรวย เห่อผู้ดีอีกต่างหาก เฮ้อ...นี่ฉันเป็นห่วงพี่สาวฉันจัง”

บทสนทนาวกมาเรื่องของศรีจิตราจนได้ พลต้องปลอบให้คิดในแง่ดี เพราะอีกฝ่ายอาจเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบของคุณชายชื่อยาวว่าที่คู่หมั้นก็ได้ แต่สาลินกลับไม่คิดเช่นนั้น

“ใครจะรู้ เขาผู้ดีเก่าเหง้าผู้ดีเขาอาจทำเชิดหัวสูง เห็นพี่สาวฉันต้อยต่ำจนเขาไม่อยากชายตามองก็ได้”

“นี่...คุณรู้ได้ยังไงว่าพี่เขยคุณเป็นอย่างนั้น”

“ก็ฉันเคยเจอ คุณชายจอมเก๊กทำเชิดอยู่คนหนึ่งน่ะสิ เจ้าประคู้ณ...อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย”

“แหม...ว่าที่พี่เขยคุณ เขาคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”

“จะว่าได้เหรอ อีกอย่าง เขาอาจจะรักอยู่กับคุณหญิงคุณหยัง แม่กระชังก้นใหญ่คนหนึ่งก็ได้”

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตถึงกับสะดุ้ง สาลินพูดราวกับรู้ทุกอย่าง และเมื่อเขากลับถึงวังวุฒิเวสม์ในคืนเดียวกัน นมย้อยก็ตอกย้ำความคิดเขา ด้วยการปรับทุกข์เรื่องคุณชายรอง

“เสด็จฯทรงรับหนูศรีเข้ามาแบบนี้ ก็แปลว่าทรงไม่ยอมรับหญิงก้อยเด็ดขาด”

คุณชายเล็กอดเย้าไม่ได้ “หนูศรี...นี่แปลว่านมไปสนิทสนมกับเขามาแล้วหรือ”

“ก็ใช่สิคะ เธอทั้งสวย ทั้งเรียบร้อย คุยด้วยแล้วเย็นตาเย็นใจค่ะ”

“แหม...แต่ตอนผมเจอไม่ยักกะเย็นเท่าไหร่ ค่อนข้างร้อนเลยล่ะนม”

“นี่คุณเล็กก็เจอหนูศรีมาแล้วหรือคะ คุณเล็กคงไปซุกซนอะไรเข้าสิคะ เธอถึงร้อนใส่”

“โธ่...เปล่าสักหน่อย นี่ไม่ทันไรเลย นมไปเข้าข้างเขาแล้ว”

“หนูศรีน่ะ ใครเข้าใกล้ก็รักทั้งนั้นแหละค่ะ”

คำโฆษณาชวนเชื่อของนมย้อย ทำให้คุณชายเล็กยิ้มบางๆ เพราะมันเหมือนคำพูดของสาลินไม่มีผิด และเมื่อนมย้อยถามเขาถึงศรีจิตราบ้าง เขาก็ตอบไปตามที่รู้สึก

“สวย...เหมือนนางในวรรณคดีมั้งครับ”

นมย้อยมองค้อน คิดว่าเขาแกล้งพูดประชด “คุณไม่ชอบแบบนี้ แต่คุณรองอาจจะชอบก็ได้”

“แหม...นมรู้ด้วยหรือว่าผมชอบผู้หญิงแบบไหน”

“จะแบบไหน ก็แบบที่เปรี้ยวปรู๊ดปร๊าด ซุกซนแบบคุณน่ะสิคะ”

คุณชายเล็กไม่เถียง แต่บอกตรงๆว่าแอบไปคุยอยู่หนึ่งคน ไม่เปรี้ยวแต่ซนมากกว่า นมย้อยหูผึ่ง ซักใหญ่ด้วยความอยากรู้ว่าเป็นลูกสาวบ้านไหน ราชนิกุลหนุ่มเจ้าสำราญไม่ตอบ แต่บอกใบ้เป็นนัยๆ

“ไม่ใช่คนห่างไกลหรอกฮะ โลกเรายิ่งกลมเกินเหตุอยู่ด้วย”

“อ้อ...คนนี้ล่ะสิ ที่คุณขนขนมนมไปให้จนหมดตำหนัก ขาไพ่จะกินขนม ต้องทอดข้าวตากโรยน้ำตาลให้แก้ขัด!”

ooooooo

คุณชายเล็กไม่ถือสาคำพูดประชดประชันของนมย้อย และลืมมันสนิทในเช้าวันต่อมา ต่างกับคุณชายรอง แค้นฝังหุ่นกับวีรกรรมสุดแสบของน้องสาวคนเดียวของศรีจิตรา เจ้าของมะม่วงรสดีที่วางตรงหน้า คุณชายเล็กเห็นพี่ชายทำหน้าบอกบุญไม่รับ เลยแกล้งกระเซ้าว่าคงเพราะมะม่วงเปรี้ยวไม่ถูกใจ

“ไม่ใช่...ฉันหมายถึงยายเด็กปากจัดเจ้าของมะม่วง ปากร้าย อวดดี ไม่มีมารยาท”

“พี่รองเกลียดเขาเรื่องปากจัด หรือว่าเรื่องที่ทำให้หญิงก้อยรู้เรื่องคุณศรีกันแน่”

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ”

“แต่ผมว่าที่จริงพี่รองน่าจะขอบใจ...ยายเด็กปากจัดนั่นมากกว่า เพราะเขาทำให้เรื่องดำเนินต่อไปไม่คาราคาซังไงฮะ พี่รองต้องตัดสินใจได้แล้ว ถ้าเลือกหญิงก้อยก็ต้องกราบทูลเด็จป้าไปตรงๆ”

“ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าอกตัญญู ฉันอยากทดแทนพระคุณเด็จป้า”

คุณชายเล็กถอนใจยาว เปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงเป็นจริงจัง “งั้นก็ต้องกราบทูลเด็จป้าว่าขอตอบแทนพระคุณแบบอื่น ไม่ต้องเอาชีวิตไปจมอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก...

แล้วมันก็ไม่ยุติธรรมกับคุณศรีจิตราด้วย”

“รู้ไหม...นายนี่พูดเหมือนยายเด็กปากดีคนนั้น ทุกคำ”

“หรือฮะ...สงสัยผมกับเขาเป็นคนประเภทเดียวกัน”

คุณชายเล็กพูดยิ้มๆ แต่คุณชายรองกลับไม่ตลกด้วย...เกลียดขี้หน้ายายเด็กปากดีนั่นจริงๆ

เช้าวันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...คุณหญิงก้อยอาละวาดไม่หยุด ข้าวปลาอาหารไม่ยอมแตะ หม่อมวาณีร้อนใจมาก จนไม่เป็นอันทำอะไรด้วยความเป็นห่วงลูก คุณหญิงกลางเลยต้องออกโรง จัดการน้องสาวคนเดียวเอง

“จะออกฤทธิ์ออกเดชไปถึงไหนหญิงก้อย หม่อมแม่ทุกข์ใจแค่ไหนรู้บ้างหรือเปล่า”

“แล้วหญิงล่ะ หญิงก็ทุกข์ใจ โดนคุณชายรองหลอกเรื่องคู่หมั้น มีใครเห็นใจหญิงบ้าง”

“ที่จริงเธอเป็นคนหลอกชายรองเองนะ เธอกุเรื่องเสด็จฯทรงจับคู่ให้คุณรองแล้วมันก็กลับมาสนองเธอ”

“พี่กลางจะมาพูดซ้ำเติมหญิงอีกทำไมคะ”

“เธอควรจะรู้ตัวเองบ้างว่าหลายเรื่องที่เธอทำน่ะมันผิด มันไม่สมควร”

คุณหญิงก้อยยังไม่สำนึก แต่ไม่ทันโต้พี่สาว สาวใช้ก็มารายงานว่าคุณชายรองขอพบ คุณหญิงกลางแนะให้พูดกันให้รู้เรื่อง แต่ราชนิกุลสาวหัวสูงปฏิเสธ งอนไม่เลิกเพราะเชื่อว่าเขาต้องแต่งงานตามที่เสด็จพระองค์หญิงต้องการแน่

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น คุณหญิงก้อยก็แอบไปยืนฟัง ระหว่างที่คุณหญิงกลางไปรับหน้าชายคนรัก

“ถ้าหญิงก้อยพร้อมจะแต่งงานกับผม ผมก็พร้อมที่จะขัดพระทัย ผมพร้อมจะเป็นหลานทรยศ”

คุณหญิงก้อยยิ้มสาสมใจ ต่างจากคุณหญิงกลางกับหม่อมวาณี สีหน้าเป็นกังวล กลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ หากราชนิกุลหนุ่มขัดรับสั่งเสด็จพระองค์หญิงจริงๆ

คุณชายรองเห็นว่าหญิงคนรักคงไม่ยอมพบตนจริงๆ เลยขอตัวกลับ คุณหญิงก้อยปรากฏตัวทันทีที่ลับหลังชายคนรัก คุณหญิงกลางมองมาอย่างรู้ทัน และไม่รอช้าจะถามเสียงเครียด

“แล้วจะยังไง คุณรองพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อเธอแล้วนะ”

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือคะ”

หม่อมวาณีพยายามไกล่เกลี่ย “งั้นแม่จะเรียกชายรองมาคุยอีกที เย็นนี้ดีไหมลูก”

แต่คุณหญิงก้อยก็เล่นตัวไม่เลิก “ยังค่ะ เขาทำให้หญิงเสียหน้า เขาทำให้หญิงไม่พอใจ ฉะนั้น...เขาต้องรอไปก่อน หญิงอยากให้เขาทุรนทุราย ให้เขาทุกข์ ให้เขาทรมานใจที่กล้าทำกับหญิงแบบนี้”

หม่อมวาณีอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ไม่กล้าท้วงอะไรเหมือนเคย ต่างจากคุณหญิงกลางที่ยุส่ง

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ให้คุณรองเธอรอไป เผื่อเธอจะคิดได้ว่าไม่ควรต้องรออีกต่อไป!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งคุณหญิงก้อยกระทืบเท้าเร่าๆด้วยความหัวเสียสุดขีด โดยมีหม่อมวาณีคอยปลอบตามเคย

ooooooo

ศรีจิตรากลุ้มใจไม่เลิกเรื่องแต่งงานกับคุณชาย รอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ออก เมื่อมาลากับวรรณานำนิตยสารฝรั่งมาให้เลือกแบบชุดแต่งงาน คุณสอางค์แวะมาคุยด้วย และถือโอกาสถามถึงคุณชายเล็ก เพราะอยากจะจับคู่ให้กับสาลิน

เพราะวีรกรรมหน้าแตกก่อนหน้า ทำให้ศรีจิตรามีท่าทีอึกอัก แต่ก็พยายามข่มอาการ

“ก็...ดูรื่นเริงดีค่ะ หนูไม่เคยเห็นเสด็จทรงพระสำราญขนาดนี้ คุณชายเล็กนี่ลูกคนโปรดของหม่อมหรือคะ”

“อุ๊ย...ไม่ใช่จ้ะ ลูกรักน่ะคุณชายโต ส่วนคุณชายรองน่ะ หม่อมอำพันลงมาถวายเสด็จ เลยเป็นพระภาติยะคนโปรด ส่วนคุณชายเล็กน่ะ ตอนเกิดมาหม่อมเสียไพ่หลายหมื่น เลยพาลโกรธลูก ยกให้นมย้อยเลี้ยง”

ศรีจิตราตาโตไม่อยากเชื่อ มาลากับวรรณาหัวเราะคิกคัก จนคุณสอางค์ต้องส่งสายตาปราม

“แต่นมย้อยน่ะเลี้ยงคุณชายเล็กมาดีเหลือเกิน คุณชายเล็กเป็นเด็กดี ช่างพูดช่างเจรจา ไม่ถือตัวเลย”

ศรีจิตราอดค่อนแคะไม่ได้ “ค่ะ...แล้วก็ช่างเล่นเกินไปนิดหนึ่งด้วย”

แต่คุณสอางค์ก็ไม่ทันจับผิดน้ำเสียงหลานสาว มัวแต่นึกถึงเรื่องจับคู่ “ป้าถึงอยากให้รู้จักยายสาไง”

ชื่อของสาลิน ทำให้ศรีจิตรายิ้มออก นึกถึงความซนและความแสบของน้องสาว แล้วก็อดคล้อยตามคุณสอางค์ไม่ได้ ว่าคงเป็นการจับคู่ที่โกลาหลน่าดู เพราะว่าที่คู่หมั้นหนุ่มสาวไม่ธรรมดา แต่แล้วบรรยากาศสนุกสนานก็ต้องหมองลง เมื่อเธอดันเปิดไปเจอรูปถ่ายแบบของคุณหญิงก้อยในนิตยสารฝรั่ง

มาลากับวรรณาหน้าเสีย เช่นเดียวกับคุณสอางค์ ถึงกับคว้านิตยสารในมือหลานสาวมาปิด แล้วพยายามกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่อง ศรีจิตราเห็นว่าไม่มีประโยชน์เลยโพล่งออกไปตรงๆว่ารู้เรื่องคุณหญิงก้อยรักกับคุณชายรองแล้ว

คุณสอางค์เบิกตาโพลง ดุมาลากับวรรณาใหญ่ เพราะเข้าใจว่าเป็นคนปากสว่าง ก่อนจะหันไปปลอบหลานสาว

“คงมีนังบ่างช่างยุบอกหนูสินะ เรื่องนี้มันยืดเยื้อมานาน ตั้งแต่คุณชายรองยังรุ่นๆ แต่ก็เลิกรากันไปทีหนึ่ง เพราะคุณหญิงก้อยเกิดแปรใจไปแต่งกับคนอื่น แล้วยังไงไม่รู้ เกิดเลิกร้างกับผัวหันมาหาคุณรองใหม่”

ศรีจิตราพยักหน้ารับน้อยๆ แต่สีหน้าหนักใจเหลือเกิน จนคุณสอางค์เริ่มใจไม่ดี

“ไอ้ข้างนี้ก็ใจอ่อน ผู้หญิงมาขอคืนดี เสด็จฯทรงกริ้วนักถึงได้ขอหนูมาอยู่นี่ไง อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกาเลยนะลูก หนูคือสะใภ้ที่เสด็จฯทรงเลือก ต่อให้สิบคุณหญิงก้อยก็ทำอะไรหนูไม่ได้”

วันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...คุณชายรองแวะมาง้องอนหญิงคนรักเหมือนเคย แต่ไม่ทันได้พบ เขาก็ต้องหน้าเสีย เมื่อได้ยินคุณหญิงก้อยพูดกับคุณหญิงกลาง ให้ฝากไปบอกเขา

“บอกเขาด้วยนะคะว่าขอให้เขาทำตามพระประสงค์ของเด็จป้า ไปแต่งงานกับแม่ผู้หญิงบ้านนอกนั่นซะ!”

คุณชายรองยืนนิ่ง แล้วก็ถึงกับตัวชาเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของหญิงคนรัก

“เมื่อเด็จป้าจงเกลียดจงชังหญิงนัก หญิงก็ไม่อยากไปร่วมวงศ์วานว่านเครือเหมือนกัน ปล่อยหญิงไปเถอะค่ะ อย่าให้หญิงต้องทำให้คุณรองกลายเป็นหลานอกตัญญูเลย”

คำพูดประชดแดกดันถึงเสด็จพระองค์หญิง ทำให้คุณชายหน้าตึง และตัดสินใจเผชิญหน้ากับหญิงคนรัก พร้อมกับยอมรับคำพูดขอตัดความสัมพันธ์ของเธอทุกอย่าง แล้วขอตัวดื้อๆ หม่อมวาณีร้อนใจแทนลูกสาว เช่นเดียวกับคุณหญิงกลาง ต่อว่าน้องสาวใหญ่ที่พูดอะไรไม่รู้จักคิด

“เพราะทำอะไรเอาแต่อารมณ์อย่างนี้ไง ถึงได้หน้าชื่นอกตรมอย่างนี้”

แต่คุณหญิงก้อยก็ทิฐิ ไม่สำนึก จนท่านชายจันทร์ซึ่งแอบฟังอยู่นาน อดไม่ได้ ต้องออกโรงค่อนแคะแดกดันลูกสาวด้วยตัวเอง “ไม่ใช่แค่มันหรอก พ่อ แม่ พี่ ก็หน้าชื่นอกตรมไปด้วย!”

คุณหญิงก้อยแทบกรี๊ด แต่ก็ทำได้แค่ประชดกลับ “ถ้าเช่นนั้น หญิงก็ขอประทานอภัยด้วยเพคะ”

พูดจบก็สะบัดหน้าหนีขึ้นห้อง ทิ้งท่านชายจันทร์ให้มองตามด้วยความโมโห โกรธนักที่ลูกสาวคนเล็ก ซึ่งเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของคนทั้งวัง ก่อเรื่องงามหน้าไม่เว้นแต่ละวันจนอับอายทั่วพระนคร แถมไม่สำนึกแบบนี้

ooooooo

คำพูดตัดรอนของคุณหญิงก้อย ทำให้คุณชายรองหัวเสียมาก จนอยากไปเที่ยวแก้เซ็ง แต่กลับไม่มีเพื่อนคนไหนไปด้วย สุดท้าย…ราชนิกุลหนุ่มขี้เก๊กเลยต้องไปพาลใส่ตัวต้นเรื่องที่ทำให้เขามีสภาพเช่นนี้

สาลินนั่นเองเป้าหมายของคุณชายรอง และเขาก็ไม่รอช้าจะไปดักรอเธอที่ถนนใกล้ห้องสมุดในเย็นวันเดียวกัน บีบแตรดังสนั่น จนผู้คนละแวกนั้นแตกตื่น บรรณารักษ์สาวคู่ปรับตาโต เอาเรื่องเสียงเข้ม

“นี่คุณ...จะบ้าหรือ ฉันเกือบหัวใจวาย”

“เห็นเก่งกล้าสามารถ แค่นี้ไม่น่าตกใจ”

สาลินเชิดหน้า สวนกลับอย่างไม่กลัว “ตกใจสิ แต่ไม่ตกใจเท่าเวลาเห็นคนมาเล่นหนังสดต่อหน้า”

คุณชายรองตาวาว โกรธมากแต่พยายามข่มไว้ แล้วขอแกมบังคับให้เธอไปคุยธุระด้วย บราลีกับลลิตาซึ่งเดินมากับสาลินด้วยถึงกับอึ้ง สังหรณ์ว่าคุณชายขี้เก๊กกับบรรณารักษ์สาวบ้านสวนจะมีอะไรปิดบัง แต่ไม่ทันถาม สาลินก็ตัดปัญหาไทยมุงด้วยการตกลงไปคุยกับเขา

สาลินนั่งตัวเกร็งไปตลอดทาง ใจตุ๊มๆต่อมๆ กลัวเขาพาไปทำมิดีมิร้าย แต่แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอก เมื่อเขาแล่นรถมาจอดในสวนสวย เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และสระน้ำกว้าง น่าเดินเล่นและพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุด

ภาพหญิงสาวตื่นเต้นกับธรรมชาติงดงามทำให้คุณชายรองเพลิดเพลินชั่วขณะ ก่อนจะเข้าเรื่องเสียงเข้ม

“เธอเป็นคนทำให้ฉันลำบาก เพราะฉะนั้น เธอต้องเป็นคนแก้ไขเรื่องนี้”

“เรื่องอะไรกัน อ๋อ...เรื่องที่คุณถูกคู่รักของคุณโกรธ เพราะคุณต้องแต่งงานกับพี่สาวฉันน่ะหรือ”

คุณชายรองพยักหน้ารับไม่ปฏิเสธ สาลินส่ายหน้า ถอนใจยาวปลงๆ

“พุทโถ พุทถัง...คุณนี่พาลพาโลจริงๆ ยังไงคู่รักของคุณก็ต้องรู้เรื่องนี้วันยังค่ำ ถึงไม่รู้จากฉัน ก็ต้องรู้จากคนอื่น คุณคิดจะหลอกคู่รักของคุณไปอีกนานเท่าไหร่”

“ฉันไม่เคยคิดหลอกใคร ฉันกำลังรอจังหวะเหมาะๆบอกเขาอยู่”

“นั่นไง ฉันก็เลยช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น”

“ง่ายบ้าอะไรกัน เขารู้จากฉัน กับรู้จากเธอน่ะ มันต่างกันมากรู้ไหม”

สาลินนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะพยักหน้ารับรู้ พอเข้าใจความอึดอัดของเขา แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนความตั้งใจเดิม

“คุณหาทางกราบทูลเสด็จหรือยัง ว่าจะไม่แต่งงานกับพี่สาวฉัน”

คุณชายรองส่ายหน้า ยังหาโอกาสไม่ได้ สาลินไม่เชื่อคำแก้ตัวแบบขอไปทีของเขาเลยแม้แต่น้อย

“ขนาดเด็กโตมากับเรือกกับสวนอย่างฉัน ยังรู้จักความรับผิดชอบ แต่เด็กโตมาในรั้วในวังอย่างคุณ น่าจะมีความรับผิดชอบสูงส่งกว่าฉัน...แต่นี่เปล่าเลย”

“เธอจะว่าวังวุฒิเวสม์ไม่ได้อบรมสั่งสอนฉันใช่ไหม”

เพราะความโมโหแท้ๆ ทำให้คุณชายรองก้าวไปจับไหล่เธอ บีบแน่นตามอารมณ์พลุ่งพล่าน สาลินเจ็บไม่น้อย แต่ไม่กลัว แถมท้าอีกต่างหากให้เขาหักคอเธอถ้าต้องการ

คุณชายรองเริ่มรู้สึกตัว คลายมือออก “ถ้าไม่คิดว่าฉันต้องแต่งงานกับพี่สาวเธอล่ะก็ ฉันทำไปแล้ว”

“ที่ไม่ทำเพราะว่าคุณขี้ขลาดมากกว่ามั้ง รู้ไว้...ว่าฉันไม่อยากให้พี่สาวฉันแต่งงานกับคุณ เพราะคนขี้ขลาด เห็นแก่ตัว และพาลพาโลอย่างคุณน่ะ ไม่สมควรเป็นผู้คุ้มครองใครทั้งนั้น และคุณมันงก ที่คุณปฏิเสธการแต่งงานกับพี่สาวฉัน เพราะคุณงก อยากได้สมบัติจากเสด็จ!”

พูดจบก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง คุณชายรองถึงกับสะอึก ก่อนจะตั้งสติได้ ตามติด

“ด่าฉันแล้วทำเป็นเดินหนี พูดให้จบสิ ฉันเป็นคนยังไงอีก”

“ได้...ผู้ชายอย่างคุณ ถ้าแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รัก คุณคงจะตั้งหน้าตั้งตาทรมานใจเขาอย่างอยุติธรรมที่สุด”

คุณชายรองยิ้มหยัน “ช่างรู้ดีนักนะ”

สาลินเหยียดยิ้มเย็น ก่อนจะตอกกลับไม่ไว้หน้า “และผู้ชายอย่างคุณ ถ้าแต่งงานกับคนที่คุณรักทูนหัวทูลเกล้า คุณคงหลับหูหลับตาให้เขาสนตะพายจูงจมูกไปได้ทุกที่...ใช่หรือเปล่า”

ooooooo

คุณชายรองคงจะเถียงเอาชนะจนได้ ถ้าฝนจะไม่ตก สาลินรีบไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ราชนิกุลหนุ่มขี้เก๊กขยับตาม สองสายตาประสานกันชั่วอึดใจ เกิดประกายประหลาดแล่นทั่วร่าง แต่เขาก็พยายามกลบเกลื่อนไว้ แล้วจัดการลากตัวหญิงสาวคู่ปรับขึ้นรถ ก่อนจะเปียกปอนไปมากกว่านี้

แต่กว่าจะฝ่าฝนขึ้นรถได้ สองหนุ่มสาวคู่ปรับก็เปียกตั้งแต่หัวจดเท้า โดยเฉพาะสาลิน เปียกทั้งตัวจนเสื้อที่สวมแนบสนิทกับเนื้อ เน้นส่วนเว้าโค้งจนคุณชายรองเริ่มหายใจติดขัด แต่เพียงไม่นาน ราชนิกุลหนุ่มขี้เก๊กก็ตั้งสติได้ เมื่อได้ยินเสียงห้วนๆขอลงจากรถของเธอ

“จะลงไปให้เปียกกว่านี้...หรือว่าตอนนี้ผ้ามันยังแนบเนื้อไม่พอ”

“คุณ...อีพวกจิตทราม ฉันบอกให้หยุดรถ”

“แล้วเธอจะกลับยังไง แท็กซี่คงชอบเสื้อบางๆของเธอ”

สาลินโมโหมาก ที่เขาพูดจาหยาบคาย คุณชายรองยักไหล่ ไม่ยี่หระ

“อ้าว...เธอชอบความจริง ชอบคนตรงไปตรงมาไม่ใช่หรือ ฉันก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง”

“ความจริง...แต่มันไม่สุภาพก็ไม่ควรพูด”

เมื่อไปไหนไม่ได้ สาลินเลยต้องหาทางแก้เฉพาะหน้า ควักผ้าเช็ดหน้าผืนโตของตัวเองมาสอดบังเสื้อชั้นในไว้ คุณชายรองใจหายวาบ กลัวแทบแย่เพราะเธอทำท่าเหมือนจะถอดเสื้อ

“ฉันไม่ใช่พวกชอบทำประเจิดประเจ้อในรถโชว์คน...เหมือนใครบางคน”

“นี่เธอเห็นฉันเป็นคนจิตทราม หมกมุ่นในกามารมณ์ตลอดเวลาสินะ”

สาลินไม่ตอบ มัวแต่กอดตัวเองด้วยความหนาวสั่น คุณชายรองสงสาร เลยหยิบเสื้อนอกของเขาส่งให้ สาวแสบบ้านสวนจำต้องละทิฐิ รับมาสวมไว้ และขนาดเสื้อที่ใหญ่เกินตัว ก็ทำให้เธอน่าเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว

คุณชายรองคงจะเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้าอีกพักใหญ่ ถ้าเธอจะไม่ส่งตาขวางมาให้

“เราน่ะเป็นผู้หญิง จะทำอะไรให้นึกถึงความเป็นผู้หญิงให้มาก อย่าคิดว่าจะทำอะไรอย่างผู้ชายได้เสียทุกอย่าง”

“คุณไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน อย่างน้อย...สิ่งที่ฉันพูดวันนี้ ฉันแน่ใจว่าฉันทำถูกทุกอย่าง”

คุณชายรองถอนใจยาว พูดเสียงเรียบ “บางอย่าง...เธอพูดถูกบางอย่างเท่านั้นแหละ”

บรรยากาศบนรถดีขึ้นมากหลังจากนั้น สาลิน อดแปลกใจไม่ได้ ที่จู่ๆราชนิกุลหนุ่มคู่ปรับก็ยอมรับความคิดเห็นของเธอง่ายๆ ที่สำคัญ...รู้สึกปลื้มไม่น้อย ที่เขามีน้ำใจอาสาไปส่งถึงบ้านสวนเมืองนนท์ แต่เพราะความอ่อนเพลียจากฝนและคร่ำเคร่งกับงานตลอดวัน ทำให้สาวแสบบ้านสวนเผลอหลับก่อนถึงบ้าน และหลับสนิทเป็นตาย ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำตอนเขาแวะเติมน้ำมันใกล้บ้าน

พุดซ้อนกับชบาเจ้าของปั๊มช่างสอด เห็นชายหนุ่มหน้าตาท่าทางดีมาเติมน้ำมัน ก็ถลาไปรับหน้าและบริการอย่างดี ก่อนจะผงะ ตาโตด้วยความตกใจสุดขีด

เมื่อเห็นหน้าผู้โดยสารสาวคนสวยที่นั่งพิงเบาะหลับมากับเขาชัดๆ

ลูกค้าหนุ่มท่าทางดีจ่ายค่าน้ำมันและขับออกไปแล้ว สองแม่ลูกถึงได้มองตากันอึ้งๆ ก่อนที่พุดซ้อนจะเป็นฝ่ายทนไม่ได้ โพล่งออกไป “ว้าย...หนูสา ไปออกแรงทำอะไรมา ถึงได้อ่อนระโหยโรยแรงตะแคงหลับอย่างนี้!”

ooooooo

ไม่กี่อึดใจต่อมา คุณชายรองก็แล่นรถมาจอดหน้าบ้านสาลิน ก่อนจะแกล้งเย้าขำๆว่าเธอหลับตลอดทาง สาลินโมโหมาก แต่ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้ เพราะเห็นแก่ความดีของอีกฝ่ายที่มาส่ง แต่ความอดทนทุกอย่างก็ต้องพัง เมื่อเขายั่วประสาทเธอกลับ ด้วยการตอบรับคำเชิญของคุณตาคุณยาย อยู่กินข้าวเย็นด้วย

แม้จะแก้เผ็ดได้ด้วยการอยู่กินข้าวเย็นด้วย แต่คุณชายรองก็ถึงกับหน้าตึง เมื่อได้ยินคนทั้งบ้านเธอ ไม่เว้นแม้แต่ผู้อาวุโสอย่างคุณตาคุณยาย เรียกเขาเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณชายชื่อยาว สาลินทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วถือโอกาสระหว่างที่เขาคุยกับคุณตาคุณยาย ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

เย็นวันเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...

ฝนตกหนักไม่ต่างจากที่เมืองนนท์ คุณชายเล็กเลยไม่ได้ออกไปไหน แต่นั่งเล่นอ่านหนังสือบนตำหนัก นมย้อยยกถาดสำรับเครื่องเสวย จะให้สาวใช้ยกไปถวายเสด็จพระองค์หญิง แต่จรวยยึดสาวใช้ไว้ให้ช่วยเลี้ยงลูกหมด เลยไม่มีใครว่างไปให้ คุณชายเล็กเลยอาสาไปถวายเอง

ลับหลังคุณชายเล็ก จรวยก็ทำหน้าหงิกใส่ นมย้อยเลยถือโอกาสพูดกระแทกจรวยให้น้อมฟัง

“คุณชายเล็กน่ะ เธอมีน้ำใจ ไม่เคยถือตัวช่วยอะไรได้เธอช่วยทุกอย่าง ผู้ดีแท้ๆน่ะ เขาถ่อมตัวอย่างนี้แหละ”

“ค่ะคุณนม...ไม่เหมือนพวกผู้ดีจอมปลอมนะคะ วันๆนั่งกรีดกรายชี้นิ้ว คอยให้บริวารมารองมือรองเท้า!”

คุณชายเล็กก็อดหมั่นไส้จรวยไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากเก็บมาใส่ใจ ตั้งหน้าตั้งตาเดินหลบฝน จะยกสำรับไปถวายเสด็จฯ แต่ไปไม่ถึงไหน ก็ต้องหยุดพักที่ศาลากลางสวน พร้อมเพื่อนร่วมชะตากรรมคนสวย ที่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เจอในเวลานี้ ศรีจิตรานั่นเองที่มาเดินเล่นแล้วติดฝน เธออดประหม่าไม่ได้ เมื่อต้องติดแหง็กกับราชนิกุลหนุ่มเจ้าสำราญ แต่ยังตีหน้านิ่ง เสบอกให้เขาส่งถาดสำรับมา เธอจะถือไปถวายเสด็จฯเอง แต่เขาก็ปฏิเสธ

“นี่จะไล่ผมกลับแล้วหรือฮะ”

“ดิฉันไม่ได้ไล่คุณชายกลับ แต่ดิฉันเห็นว่าไม่สมควรที่คุณชายจะมาทำอะไรแบบนี้”

“แบกถาดนี่นะครับ...โธ่...สมัยอยู่เมืองนอก ผมทำมากกว่านี้อีก ทั้งรับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร เช็ดโต๊ะ ล้างจาน เทขยะ วันดีคืนดียังต้องไปทอดเนื้อหน้าเตาด้วย”

ศรีจิตราอดทึ่งไม่ได้แต่ก็ยังสองจิตสองใจ เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง กลัวถูกหลอกปั่นหัวเหมือนคราวที่แล้ว คุณชายเล็กต้องยืนยันว่าทุกอย่างเป็นความจริง พร้อมกับสาบานให้ฟ้าผ่า หากเขาพูดไม่จริง

ขาดคำฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงสะเทือนทั้งศาลา คุณชายเล็กหลบวูบ จนศรีจิตราถึงกับยิ้มขัน และท่าทางกับรอยยิ้มของเธอนี่เอง ก็ทำให้ราชนิกุลหนุ่มคิดได้ว่า...เธอก็มีความรู้สึก ไม่ใช่หุ่นกระบอกอย่างที่พี่ชายเขาเคยค่อนขอด

สองหนุ่มสาวกำลังดื่มด่ำบรรยากาศดีๆแต่พลันก็ต้องขยับหากันโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเห็นว่าฝนเริ่มตกหนักขึ้น สองสายตาประสานโดยไม่ทันตั้งใจ ศรีจิตรามีสีหน้าประหม่าและเป็นกังวล จนเขาอดเย้าไม่ได้

“คุณทำเหมือนหายใจไม่ออก...หรือว่าผมอยู่ใกล้เกินไป เอางี้ไหมฮะ ผมจะไปยืนนอกศาลา จะได้ไม่ผิดจารีต”

ศรีจิตรายิ้มบางๆ “นี่ไม่ใช่เรื่องม่านประเพณีนะคะ”

“แน่ะ...คุณรู้จักนิยายเรื่องนี้ด้วย นมย้อยเล่าให้ผมฟัง นมย้อยน่ะเป็นขุมคลังนิทานเลยนะครับ ตอนเด็กพอผมนอนไม่หลับ นมย้อยจะจับผมหนุนตัก แล้วเล่านิทานกล่อมจนผมหลับ”

ท่าทางเหมือนกลับไปเป็นเด็กและน้ำเสียงอ่อนโยนที่พูดถึงนมย้อยทำให้ศรีจิตราอดมองมาด้วยความชื่นชมไม่ได้ รู้สึกดีกับเขามากขึ้น จนแทบไม่เหลืออคติเดิมๆ แต่ที่ทั้งสองคนไม่รู้คือจรวยแอบเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจากพุ่มไม้ไม่ไกลกันนั้น และอดคิดอกุศลไม่ได้ ว่าศรีจิตราคงให้ท่าไม่เลือก ไม่เว้นแม้แต่น้องชายคนเดียวของว่าที่คู่หมั้น!

ooooooo

สาลินเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านแล้วเมื่อลงมาร่วมวงกินข้าว คุณชายรองมองมายิ้มๆ นึกชมสาวแสบคู่ปรับในใจ ว่าแต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ ต่างจากสาลินหงุดหงิดไม่เลิกที่เห็นเขานั่งคุยกับทุกคน ในบ้านเธออย่างถูกคอ ไม่กลับหรือขอตัวอย่างที่คิดไว้ แถมทำตัวเป็นกันเองจนทุกคนหายเกร็ง

ที่แย่กว่านั้นคือหลังมื้อเย็นแสนอร่อย เธอก็ถูกคุณตาคุณยายบังคับให้เดินไปส่งเขาถึงรถ และคุณชายชื่อยาวก็รู้ทันเสียทุกอย่าง ทำหน้าและท่าทางกวนประสาทเหมือนจะเย้า จนเธอแทบหมดความอดทน

คุณชายรองเห็นท่าทางกระฟัดกระเฟียดของอีกฝ่าย ก็นึกเอ็นดูมากกว่าโกรธ แต่ยังตีหน้าขรึมขอเสื้อนอกคืน

“ฉันจะเอาไปซักให้ก่อน”

“ไม่ต้องก็ได้มั้ง มันไม่ได้เปื้อนเนื้อเปื้อนตัวอะไรเธอนี่ เพราะเธอเอาผ้าเช็ดหน้าสอดไว้แล้วไม่ใช่หรือ”

สาลินหน้าแดง แทบเต้นเร่าๆด้วยความอาย แต่ยังพยายามข่มอารมณ์เพราะเห็นแกะยืนจ้องอยู่ไม่ไกลกันนั้น

“ที่ฉันซักให้ก็เพราะฉันเป็นคนรับผิดชอบต่างหาก”

“ก็ได้ แต่เสื้อนอกฉันเป็นของมียี่ห้อ หรูหรา ราคาแพง ซักหนักมือไปเดี๋ยวจะช้ำชอกเป็นริ้วเป็นรอยหมด”

สาลินกัดฟันกรอด ก่อนจะย้อนเสียงห้วน “ฉันจะส่งซักแห้ง ไม่ซักให้เปลืองมือหรอก”

“แต่คงเปลืองเงินน่าดู”

พูดจบก็ยิ้มเย้าๆ แล้วขอตัวขับรถกลับ ทิ้งสาลินให้มองตามด้วยความเจ็บใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะอีคุณชายขี้เก๊ก!

คุณชายรองกลับถึงตำหนักเล็ก พร้อมกับดอกไม้กลัดกระดุมเสื้อที่สาลินทำหล่นไว้บนรถ จังหวะเดียวกับที่คุณชายเล็กก็เพิ่งรับมื้อค่ำกับนมย้อยเสร็จ สองหนุ่ม นี่น้องเลยมีโอกาสคุยกันเรื่องคุณหญิงก้อย โดยเฉพาะคุณชายรอง ได้ระบายความอึดอัดใจและบ่นเซ็งๆที่ต้องรับมือความแสบของน้องสาวคนเดียวของศรีจิตรา คุณชายเล็กตีบทแตก ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ย้อนถามถึงน้องสาวคนเดียวของศรีจิตรา

“นายไม่รู้จักหรอก แม่นี่ชื่อสาลิน”

คุณชายเล็กกลั้นขำแทบแย่ ย้อนถามหน้าตาย “นั่นสิฮะ ผมจะรู้จักได้ยังไง เขาชื่อสาลินเหรอฮะ คือคนที่เอาผลไม้มาให้บ้านเรา แล้วเจอพี่รองจู๋จี๋กับหญิงก้อย และก็เลยทำให้ความแตก หญิงก้อยเลยรู้เรื่องคุณศรีใช่ไหมฮะ”

คำพูดสาธยายเป็นฉากๆของน้องชาย ทำให้คุณชายรองอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเริ่มจับผิด คุณชายเล็กกลัวถูกซักแล้วความจะแตก เลยแกล้งเฉไฉกลบเกลื่อน เปลี่ยนไปคุยถึงวันที่คุณหญิงก้อยรู้เรื่องศรีจิตรา

“เห็นว่าวันนั้น คุณสาลินอะไรเนี่ย เล่นงานซะพี่รองตั้งตัวไม่ติด”

“แกก็ยังเทียบไม่ได้กับที่เขาด่าฉันสาดเสียเทเสียวันนี้”

“ยังไงฮะ พี่รองไปเจอเขาที่ห้องสมุดหรือ”

คุณชายรองนิ่วหน้า “แกรู้ได้ยังไงว่าเขาทำงานห้องสมุด”

“เหมือนกับ...เอ่อ...คุณศรีเคยเล่าฮะ ว่าแต่ว่าเขาว่าอะไรพี่รองมั่ง”

“เขาว่า...จนฉันแทบจะบีบคอเขาตายคามือ แต่ที่เขาว่าฉันเป็นจริงเกือบทั้งหมด”

คุณชายเล็กอึ้งไปอึดใจที่ได้ยินพี่ชายยอมรับความคิดเห็นคนอื่น แต่คุณชายรองก็ไม่ทันสังเกต

“เขาว่าฉันขี้ขลาด กลัวไปหมด กลัวหญิงก้อยโกรธ กลัวเด็จป้าเสียพระทัย กลัวต้องกลายเป็นคนอกตัญญู”

“แล้วตรงไหนฮะที่ไม่จริง”

“ก็ตรงที่เขาว่าฉันงก อยากได้มรดกเด็จป้า จนดึงพี่สาวเขามารับเคราะห์น่ะสิ”

คุณชายเล็กหัวเราะเบาๆก่อนจะแกล้งพูดให้พี่ชายได้คิด

“แปลกนะฮะ...เขาเพิ่งเจอพี่รองแค่สองหน แต่สามารถพูดเอาชนะพี่รองให้ยอมรับได้”

“นี่แกหมายความว่ายังไง”

“ก็ในบ้านนี้พี่รองเป็นคนดูแล ถึงบางทีพี่รองจะทำอะไรไม่เข้าท่า ก็ไม่มีใครกล้าพูดหรอกฮะ”

คุณชายรองทำหน้าไม่อยากเชื่อ “นี่ฉันเป็นคนแบบนั้นจริงหรือ...”

เพราะเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อเย็นทำให้สาลินเก็บไปฝันว่ามีงูตัวใหญ่รัดตัวจนแทบหายใจไม่ออก แต่เมื่อเล่าให้คุณตาคุณยาย รวมทั้งผลกับพิณฟัง ทุกคนกลับยิ้มขำๆไม่ได้บอกว่าเป็นฝันร้าย แต่บอกเป็นนัยๆว่า เป็นฝันดีมากกว่า...ที่สาวแสบบ้านสวนจะได้เจอเนื้อคู่ตัวเป็นๆ

ส่วนคุณชายรองไม่ได้ฝันร้ายแต่พฤติกรรมรวมทั้งคำพูดคำจาหลายอย่างของสาลินวันนี้ ก็ทำให้เขาได้คิดและทบทวนตัวเองมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเห็นดอกไม้กลัดเสื้อของเธอที่หล่นในรถ ก็ทำให้นึกฉงน...อยากรู้จริงๆว่าน้องสาวสุดแสบของศรีจิตราเป็นคนอย่างไรกันแน่

จรวยอดใจรอแทบไม่ไหว เมื่อมีโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับคุณชายโตเช้าวันต่อมา ก็นินทาถึงพฤติกรรมลับๆล่อๆระหว่างศรีจิตรากับคุณชายเล็ก ซึ่งแอบไปคุยกันกะหนุงกะหนิงท่ามกลางสายฝนที่ศาลาในสวน

“สงสัยว่า...เสด็จฯอาจทรงจับคู่ผิดคนก็ได้ คนพี่ที่ต้องแต่งไม่ได้รัก กลับไปรักคนน้อง”

คุณชายโตส่งสายตาปรามเมีย แต่ไม่ทันดุอะไร คุณชายเล็กซึ่งลงมาทันได้ยินก็ปรากฏตัว ตอกกลับจรวยจนอีกฝ่ายเข้าหน้าไม่ติด ต้องวิ่งร้องไห้ออกไป คุณชายโตมองตามแล้วได้แต่ส่ายหน้าเซ็งๆ

“ขอโทษพี่ด้วยที่ต้องเตือนแรงๆ ผมกลัวว่าถ้าจรวยเอาเรื่องไปลือแบบนี้ คนที่จะเสียคือคุณศรีจิตรา”

“เฮ้อ...ถ้าฉันเชื่อนายรอง ตัดใจจากจรวยแต่แรก ฉันคงไม่ต้องทนเรื่องแบบนี้”

“พี่โตพูดแบบนี้หมายความว่าพี่โตจะยอมแต่งงานแทนพี่รองเหรอครับ”

“ฉันว่านายอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย แต่ก็แปลกนะ...นายรองไม่ยักสนใจคุณศรีจิตรา”

“พี่รองรักหญิงก้อยครับ คงไม่เหลือใจให้ใครแล้ว”

ooooooo

สะใภ้จ้าว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด