ตอนที่ 4
ระหว่างที่คุณสร้อยและคุณสอางค์เข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงที่ตำหนักใหญ่ บรรดาสาวๆต้นห้องต่างพากันรุมล้อมวงนั่งฟังคุณชายเล็ก ราชนิกุลหนุ่มหล่อเจ้าสำราญ เล่าถึงเมืองนอกเมืองนาที่ศาลากลางสวน กว่าสองป้าจะรู้และมาตามกลับตำหนัก คุณชายเล็กก็แทบจะไม่เหลือเรื่องเล่า
หลังทักทายพอหอมปากหอมคอ คุณชายเล็กก็อาสาไปเชิญเสด็จพระองค์หญิงมารับของว่างด้วยกันที่ศาลากลางสวน ทิ้งสองป้าให้มองตามด้วยความชอบใจในอัธยาศัยแจ่มใสและไม่ถือเนื้อถือตัว จนนึกอยากจับคู่ให้
“นี่แม่สร้อย...คุณชายเล็กน่ะยังตัวเปล่าเล่าเปลือย อย่าลืมสิ เรายังมีหลานสาวอีกคน”
คุณสร้อยคิดนิดเดียว ก่อนจะส่ายหน้า “แม่สาลินน่ะหรือ ว้าย...ไม่ไหวล่ะค่ะคุณพี่ แม่นั่นน่ะ ยิ่งกว่าทหารพระราม กิริยามารยาทยังกับแก้วหน้าม้า ให้อยู่ก้นสวนเมืองนนท์น่ะดีแล้ว”
“แหม...คุณชายเล็กก็ซุกซนหยอกอยู่เมื่อไหร่ อาจจะติดเนื้อต้องใจก็ได้”
“หนูกลัวจะขายหน้าวันละห้าเบี้ย”
“ก็เอาแม่สาลินมาฝึกซะในวัง”
“หนูก็ยังกลัวว่าจะเป็นทหารพระลักษณ์”
สองป้าเถียงกันไม่รู้จบ ตามประสาคนชอบจับคู่ ไม่รู้เลยว่าคุณชายเล็กแอบได้ยินทุกอย่างจากซุ้มต้นไม้ไม่ไกลกันนั้น แต่กลับไม่โกรธจอมวางแผนการเลย นึกสนุกตามไปด้วยซ้ำ
คืนเดียวกันนั้น...คุณชายเล็กก็ได้โอกาสเหมาะ ตะล่อมถามเรื่องสาลินจากคุณสร้อย ระหว่างทางไปส่งอีก ฝ่ายถึงบ้านราชดำริ เพราะรถเธอเสีย จนได้รู้ว่าบ้านสวนของสาลินอยู่เยื้องตลาดใหญ่ ใกล้กับปั๊มน้ำมัน
กว่าจะถึงบ้านราชดำริ คุณชายเล็กก็หลอกถามเรื่องสาลินได้อีกกระบุงโกย โดยที่คุณสร้อยไม่ระแคะระคาย ราชนิกุลหนุ่มหมายมั่นปั้นมือจะไปดูหน้าตาสาลินถึงบ้านสวนให้ได้ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เขาก็ต้องตะลึงเสียก่อน เมื่อเห็นหน้าหญิงสาวหนึ่งในสองคนที่มาเปิดประตูให้คุณสร้อย
ศรีจิตราเห็นหน้าคนขับรถคันโก้มาส่งคุณสร้อย ก็ตกในภวังค์ไม่ต่างกัน แต่เสียงร้องเรียกจากเด็กในบ้าน ก็ทำให้ได้สติ และคิดเอาเองว่าเขาคงเป็นคนขับรถจากวังวุฒิเวสม์
ooooooo
คุณชายรองเมินเฉยต่อคำสั่งของเสด็จพระองค์หญิงเรื่องคู่หมั้นคู่หมาย ควงคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวคนดังแห่งพระนครไปไหนต่อไหนแทบทุกวัน เช่นเดียวกับวันนี้ ที่เขาพาเธอไปเล่นเทนนิสที่สโมสร
แม้คุณชายรองจะเอาอกเอาใจแค่ไหน คุณหญิงก้อยก็อดเบื่อไม่ได้ เพราะท่าทางนิ่งเฉยและติดจะถือตัวของราชนิกุลหนุ่ม และวันนี้เขาก็ทำให้เธอเซ็งสุดขีด เมื่อเห็นกลุ่มวิรงรอง เธอเลยรีบปลีกตัวไปทัก ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งรอ
วิรงรองมองราชนิกุลสาวคนดังที่เธอแอบตามมาด้วยแววตาสาสมใจ เมื่ออีกฝ่ายเดินมาใกล้ ก็รีบปรับสีหน้าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และอ้างว่าทุกอย่างเป็นความบังเอิญ คุณหญิงก้อยไม่เชื่อ รู้ทันแต่ก็ไม่ถือสา เพราะอยากมีเพื่อนสังสรรค์ และกลุ่มของวิรงรอง ซึ่งมาพร้อมกับจิตติณและจิตริณีก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย
จิตติณสบตากับวิรงรอง ก่อนจะหันไปทางคุณหญิงก้อย และเอ่ยถึงเรื่องที่ทำให้พวกเขาถ่อมาถึงนี่
“นายอัศนีย์น่ะครับ จะกลับกรุงเทพฯเร็วๆนี้”
“แล้วทำไมฉันต้องรับรู้คะ”
“เจ้าอัศอยากพบคุณหญิงนี่ครับ คงมีเรื่องเกี่ยวกับเอกสารบางอย่างที่คุณหญิงต้องเคลียร์ละมัง”
“ได้ค่ะ...บอกอาร์นี่นะคะว่าฉันพร้อมจะเจรจากับเขาทุกเรื่อง”
“แหม...มันได้ยินคงดีใจ”
“ค่ะ...แต่การเจรจาทั้งหมดผ่านทนายค่ะ”
พูดจบก็แยกตัวออกไป ทิ้งพวกวิรงรองให้มองหน้ากันอึ้งๆ ไม่คิดเลยว่าราชนิกุลสาวจะหัวหมอขนาดนี้
คุณหญิงก้อยไม่ได้สังสรรค์กับพวกวิรงรองอีกในคืนนั้น คุณชายรองสบายใจขึ้นมาก แต่ก็อารมณ์ดีได้ไม่นาน ก็ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อดันได้ยินจิตติณกับจิตริณีซุบซิบกันแถวหน้าห้องน้ำ
“ที่ยายคุณหญิงแต่งกับอัศนีย์ เพื่อเงินหรือเปล่า” จิตริณีเปิดฉาก
“คงใช่...ได้ข่าวว่าฐานะที่วังยอบแยบเต็มทน ได้เงินจากเสด็จพระองค์หญิงช่วยจุนเจือ อีกอย่างที่ไอ้อัศมันเล่า พอยายคุณหญิงได้แหวนเพชรเข้าเท่านั้น...ใจอ่อน ตกลงไปอเมริกากับไอ้อัศทันที”
“งั้นคงไม่ใช่ความรักหรอกนะที่แต่ง ไม่งั้นคงไม่หย่าเร็วแบบนี้”
“ไอ้อัศมันบอก แรกๆก็รักกันดี แต่พอมาเจอพ่อกับแม่ไอ้อัศ ยายคุณหญิงก็เย็นชากับมัน แล้วขอหย่าเลย”
“เธอคงรับตระกูลพ่อค้าไม่ได้ละมัง เลยกลับไปหาคุณชายอีกครั้ง”
“เออ...ไอ้คุณชายนี่ก็โง่บรม ดันรับของเหลือเดนจากไอ้อัศหน้าชื่นตาบาน”
“แสดงว่าคุณชายเขารักจริงต่างหาก”
“รักจริงกับโง่บรม...ฉันว่าไม่ต่างกันนะ”
ooooooo
คำพูดซุบซิบของจิตติณกับจิตริณีทำให้คุณชายรองสับสน ไม่แน่ใจเป็นครั้งแรกว่าคุณหญิงก้อยรักและอยากกลับมาหาเขาจริงหรือไม่ และในระหว่างที่ครุ่นคิดอย่างหนักนั่นเอง คุณชายเล็กซึ่งกำลังเก็บข้อมูลเรื่องสาลินกับศรีจิตรา ก็แวะมาเพื่อหยั่งเชิงพี่ชาย แต่ราชนิกุลหนุ่มนักการทูตก็เย็นชา จำไม่ได้แม้แต่ชื่อ
ว่าที่คู่หมั้นตัวเอง
“เด็จป้าเคยตรัสชื่อมาหนเดียวเองเลยจำไม่ได้”
“ชื่อศรีอะไรสักอย่างหรือเปล่าฮะ”
“ไม่รู้...อีกอย่างเขาไม่ใช่คู่หมั้นฉัน ยังไม่มีเรื่องหมั้นหมายอะไรสักอย่าง”
“ไม่หมั้นก็ยิ่งกว่าหมั้นครับ ผมได้ข่าวว่าเด็จป้าจะให้ว่าที่พี่สะใภ้ผมเข้าวังอาทิตย์หน้านี้แล้ว พี่รองจะได้รู้จักไว้”
คุณชายรองชักสีหน้า สวนกลับเสียงเรียบ “ฉันไม่เห็นอยากรู้จักเลย”
“อ้าว...ใจคอพี่รองจะไปแนะนำตัวในคืนเข้าหอหรือครับ”
“บ้าน่ะสิ เรื่องมันยังไม่มีอะไรแน่นอน ฉันก็เลยไม่อยากเอาตัวไปพันหลัก”
“พี่รองคงไม่อยากทรยศหญิงก้อย”
“อย่าใช้คำว่าทรยศเลย ฉันแค่...ยังไม่อยากรู้จักเขา”
“ถ้าพี่รองเปิดใจทำความรู้จักเขาเสียก่อน เขาอาจจะสวย ฉลาดและแสนดีจนพี่รองชอบเขาได้สนิทใจก็ได้”
คุณชายรองส่ายหน้า ย้อนเสียงเรียบ “ถ้าลองเป็นนายถูกจับคลุมถุงชนบ้าง นายคงไม่หน้าระรื่นอย่างนี้หรอก”
“ไม่แน่นะฮะ ผมอาจจะถูกหมายหัวเป็นรายต่อไปก็ได้”
“ถ้าเป็นจริง นายจะทำยังไง”
“ผมก็จะรีบไปดูว่าที่เจ้าสาวของผมซะแต่เนิ่นๆ ไงครับ”
คุณชายเล็กทำตามที่พูดจริงๆในวันต่อมา เมื่อเขาในสภาพช่างฟิต ไปตรวจงานปั๊มเมืองนนท์ พุดซ้อนหรือชื่อใหม่ว่าพุทธชาติ เศรษฐินีเจ้าของปั๊มเห็นสภาพเขาหน้าดำเพราะน้ำมันเครื่อง ก็นึกดูถูก แต่ยังเวทนาไล่ไปล้างหน้าในห้องน้ำ ต่างจากชบาหรือชบาทิพย์มองตามช่างฟิตตาเยิ้ม เพราะชอบใจหน้าตาและรูปร่างของเขา
พุดซ้อนเห็นลูกสาวคอยื่นคอยาวตามช่างฟิตหน้าดำ ก็อดปรามไม่ได้
“ถึงจะพูดจาดี มีสัมมาคารวะ รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่ยังไงก็พวกกรรมกร นี่ลูกชบาทิพย์ คุณแม่เปิดปั๊มน้ำมันก็เพื่อให้เธอดูแล มีสมบัติติดตัว เดี๋ยวนี้เราไม่ใช่ชาวสวนบ้านนอกแล้ว แต่เราเป็นคฤหัสต์ปัตตานี”
“คหปัตนีใช่ไหมคะ”
“นั่นแหละๆ ฉะนั้น...เธอก็ควรจะหมายสูงมองลูกเจ้า ลูกนาย ลูกเศรษฐี ไม่ใช่มองพวกช่างเครื่อง ช่างฟิต!”
และที่ปั๊มน้ำมันพุดซ้อนนี่เอง คุณชายเล็กหรือพล ชื่อที่เขาอนุญาตให้เพื่อนร่วมงานเรียก ก็ได้เจอสาลิน สาวแสบบ้านสวน หลานสาวคนเล็กของคุณสร้อยว่าที่คู่หมายของเขาเป็นครั้งแรก และมีโอกาสซ่อมรถให้เธอด้วย
สาลินไม่ได้สนใจช่างฟิตหนุ่มหน้าตาท่าทางดีเท่าไหร่นัก ทักทายสองแม่ลูกเจ้าของปั๊มสองสามคำ แล้วเดินกลับบ้านสวน โดยทิ้งผลคนงานเก่าแก่ของบ้าน ให้รอเอารถกลับหลังซ่อมเสร็จ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิต ได้แต่มองตามสาวสวยบ้านสวนจนลับตา ก่อนจะหันมาสนใจเครื่องยนต์รถ พร้อมกับเงี่ยหูเก็บข้อมูลของสาลินจากพุดซ้อนไปด้วย
“ร่ำรวยไม่รู้เท่าไหร่ ที่ทางไม่รู้กี่ขนัด เชื้อสายขุนนางรางน้ำ จะออกรถใหม่กี่คันก็ได้ นี่ออกรถมือสองซะงั้น”
“อ้าวอีซ้อน...คนรวยจริงเขารู้จักใช้เงิน แต่อีคนรวยปลอมน่ะ วันๆมีแต่อวดรวย ซื้อนั่นซื้อนี่ ลงท้ายก็หมดตูด”
พุดซ้อนถึงกับสะอึกกับคำตอกกลับของผล คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพลอดไม่ได้ หลุดขำตาม แต่ก็ต้องรีบทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและไม่ได้ยิน เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของพุดซ้อนคุณนายเจ้าของปั๊ม
ooooooo
สาลินลืมเรื่องช่างฟิตหนุ่มไปหมดแล้ว กลับถึงบ้านสวนก็เปลี่ยนเสื้อผ้า คว้าหนังสือเล่มโปรดเตรียมไปนั่งอ่านในสวน แต่ดันเห็นคุณยายกับพิณเมียของผลช่วยกันทำอาหาร เลยแวะไปคุยด้วย
“นี่คุณยายทำอาหารชาววังแข่งกับบ้านราชดำริหรือคะ”
“ชาววงชาววังอะไร อาหารไทยน่ะ ไม่มีชาวบ้าน ชาววังหรอกลูก คนไทยเราก็กินเหมือนกันทั้งนั้น เพียงแต่ทำให้ครบเรื่องกว่า ประณีตกว่าเท่านั้นเอง”
สาลินพยักหน้าหงึกๆ คว้าของทำอาหารมากินไม่หยุดปาก ก่อนจะปั้นหน้าทำท่าและเสียงเลียนแบบคุณสร้อย
“แกงเป็ดย่างใส่พุทราแดง หล่อนคงไม่เคยเห็นล่ะสิ หลานอาซิ้มบ้านสวน วันๆคงดูดแต่หนำเลี้ยบ”
คุณยายขำมาก ชอบใจท่าทางเลียนแบบของหลานสาว แต่ก็ไม่วายเอ็ดเบาๆ
“ล้อป้า ล้อเชื้อ ไม่เอาลูก รู้ไว้เถอะ หนูโชคดีกว่าใคร ของชาววัง ของพื้นบ้าน อาหารจีนก็รู้จักทั้งนั้น”
“ถ้าไม่รู้คงโดนพวกผู้ดีค่อนตายสิ ว่าเราเป็นพวกหลังเขาไกลปืนเที่ยง”
คุณตาเสริมเสียงขุ่น คุณยายต้องส่งสายตาปรามเบาๆ สาลินเห็นว่าคุยพอหอมปากหอมคอแล้ว เลยจะลุกไปอ่านหนังสือในศาลากลางสวนตามที่ตั้งใจแต่แรก คุณตาเลยร้องเรียกให้แกะตามไปเป็นเพื่อน
“คุณสาจะไปอ่านหนังสือ ให้เจ้าแกะไปซนให้หนวกหูทำไมคะ” พิณข้องใจ
“บ้านสวนตอนนี้มันไม่เหมือนก่อน ผู้คนคึ่กๆ ดีหรือร้ายยังไม่รู้ กันไว้ดีกว่าแก้”
สิ่งที่คุณตาคาดไว้ไม่เกินจริงเลย เพราะไม่กี่อึดใจต่อมา สาลินก็ได้เจอหน้าผู้บุกรุก!
คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตหนุ่มที่ปั๊มของพุดซ้อนนั่นเอง ที่แอบล้วงข้อมูลจากผล ลัดเลาะตามมาถึงสวนจนได้ และเมื่อเห็นสาวสวยเป้าหมาย ก็จะกระโดดข้ามท้อง ร่องไปหา แต่ไม่ทันขยับ ก็มีกระสุนดินปั้นยิงเฉียดหัว
“นั่นเป็นการเตือน เพราะที่ที่คุณยืนเป็นสวนของน้าพุดซ้อน แต่ถ้ากระโดดมาอีกก็เป็นสวนของฉัน”
สาลินเตือนขำๆ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตเลยต้องส่งสายตาขอร้องไปทางเจ้าของหนังสติ๊กและกระสุนดินปั้น แกะมองไปทางลูกพี่สาว สาลินพยักหน้าให้ลดมือ คุณชายเล็กเลยหายใจได้ทั่วท้องบ้าง
“คุณคือช่างฟิตหน้าดำเมื่อกี้นี้หรือ”
“เห็นไหมว่าเรารู้จักกันแล้ว ทีนี้คุณจะอนุญาตให้ผมเข้าสวนได้หรือยัง”
คงเพราะสายตาอ้อนๆของเขา ทำให้สาลินใจอ่อนอนุญาต แกะขยับมาข้างลูกพี่สาวทันที คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตเลยควักรถของเล่นคันจิ๋วให้เป็นของผูกมิตร แกะอ้าปากค้าง อยากได้มาก และสาลินก็รู้ดี เลยพยักหน้าให้รับมา
เสียงพิณร้องเรียกให้ลูกชายมายกของว่างให้ลูกพี่สาว แกะเลยรีบวิ่งไป ช่างฟิตหนุ่มได้ยินเสียงก็หัวเราะ นึกรู้ว่าต้องเป็นเสียงของพิณแน่ สาลินขมวดคิ้ว ถามอย่างเอาเรื่องว่าเขาติดสินบนผลไปเท่าไหร่
“เปล่านะครับ ผมซ่อมรถแล้วแกก็ชวนคุย แกเล่าว่ามีลูกจอมซนชื่อเจ้าแกะ มีเมียเสียงแปดหลอดชื่อยายพิณ”
สาลินกลั้นหัวเราะแทบแย่ ช่างฟิตหนุ่มลอบมองด้วยความชอบใจ ก่อนจะเชิญตัวเองนั่งและชวนเธอคุย
“คุณอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือครับ”
“ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด”
“ท่าทางคุณ ไม่เห็นเหมือนสาวชาวสวนเลย”
“นี่คุณ...ตอนนี้เมืองนนท์จะเป็นกรุงเทพฯอยู่แล้ว ผู้หญิงชาวสวน เดี๋ยวนี้นุ่งกางเกงยืด ใส่ส้นสูง ผมยีโป่งทุกคน”
คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตนิ่งคิด ภาพพุดซ้อนและชบาลอยแวบในหัว พยักหน้าเห็นจริงกับสาลิน
“ผมเห็นแล้วฮะ ทั้งแม่ทั้งลูกสาวเจ้าของปั๊ม แต่ยังไงเขาก็ยังดูเหมือนสาวชาวสวน...ไม่เหมือนคุณ”
“คุณกำลังนินทาคหปัตนีประจำจังหวัดอยู่นะ สวนเขาน่ะ ตลอดคุ้งน้ำเลย”
“แล้วรู้ได้ยังไงฮะ ว่าเขตของใครแค่ไหน”
“เขาตอกหมุดไว้ตรงมุมสี่มุม แล้วถือร่องสวนเป็นเกณฑ์ไง”
“แล้วเวลาเก็บผลไม้ล่ะ ไม่มีใครเผลอไปเก็บในเขตคนอื่นบ้างหรือฮะ”
“คนที่นี่เขามีหิริโอตตัปปะ มีศีลธรรม ไม่เหมือนคนในกรุงเทพฯหรอก”
แกะยกถาดของว่างเข้ามาพอดี สาลินเลยแบ่งให้ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตรีบตอบรับด้วยความยินดี
“คนแถวนี้เขาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีมิตรจิตมิตรใจ ไม่เหมือน...”
คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตต่อให้อย่างรู้ทันว่าคนกรุงเทพฯ สาลินพยักหน้า พูดต่อ
“แต่อีกหน่อยที่นี่ก็คงเปลี่ยนไปหมด เพราะความเจริญที่เข้ามานี่แหละ”
“ถ้าจริงเราก็ต้องทำใจว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราอย่างแท้จริงเลย แม้แต่ชีวิตของเราเอง”
“บางที...พี่สาวฉันก็อาจถือคตินี้เหมือนกัน”
คุณชายเล็กหูผึ่ง อยากรู้เรื่องพี่สาวของเธอขึ้นมาทันที แต่เธอก็ตัดบทขอตัวกลับบ้านก่อน ราชนิกุลหนุ่มช่างฟิตได้แต่มองตามสาวสวยบ้านสวนด้วยความเอ็นดู และหมายมั่นปั้นมือจะกลับมาที่นี่อีกแน่
สาวสวยบ้านสวนกับช่างฟิตหนุ่มแยกย้ายกันไปแล้ว ไม่รู้เลยว่าพุดซ้อนกับชบาแอบเห็นจากมุมไกลๆ แม้จะไม่ได้ยินเสียงชัดๆ แต่พุดซ้อนก็คิดไปไกล ว่าสาลินเป็นสาวไวไฟ นัดเจอช่างฟิตหนุ่มที่เจอกันแค่แวบเดียว!
ooooooo
ระหว่างที่คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตแก้ตัวกับพุดซ้อนและชบาเรื่องบุกหาสาวถึงบ้านสวน สาลินก็นึกสนุก แกล้งฟ้องคุณตาคุณยายว่าผลเป็นตัวการชักศึกเข้าบ้าน พาผู้ชายแปลกหน้ามาหาเธอในสวน
คุณตาถึงกับตาเขียว ขยับไม้ตะพดในมือ พร้อมกับที่พิณทำท่าจะคว้าตะบันหมากปาหัวผัว
ผลหน้าเสีย ละล่ำละลักแก้ตัว “โธ่...เขามาช่วยซ่อมรถให้ฟรีๆ คุยก็สนุก เขาถามว่าสวนแถวนี้เดินเล่นได้ไหม นังชบามันก็บอกว่าได้ ผมก็บอกว่าสวนท่านก็อยู่ถัดไป”
คุณตาคุณยายถึงบางอ้อ แกะขยับมาฟังใกล้ๆ สาลินเลยถือโอกาสป่วนอีกรอบ
“ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ เขายังเอารถของเล่นมาติดสินบนเจ้าแกะ แถมยังรู้ว่ายายพิณเสียงแปดหลอด”
สายตาเอาเรื่องของพิณทำให้ผลหน้าเจื่อน ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงเอ็ดคุณตาคุณยาย ที่เขาพูดมากจนเป็นเรื่อง สาลินนึกสงสาร พยายามช่วยไกล่เกลี่ย คุณตาคุณยายเลยลดท่าทีลง แต่ไม่วายกำชับหลานสาวคนเล็กให้ระวังตัว และหากช่างฟิตหนุ่มแวะมาอีกครั้งก็ให้พามาพบท่านทั้งสองที่บ้าน...
คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพล เดินผิวปากเข้าตำหนักเล็กอย่างอารมณ์ดี จนคุณชายรองซึ่งแต่งตัวพร้อมไปเที่ยวกับคุณหญิงก้อย อดทักไม่ได้ แต่ไม่ทันได้คำตอบ หม่อมอำพันซึ่งหงุดหงิดเพราะเสียไพ่ก็โผล่มา
สองหนุ่มพี่น้องไม่อยากฟังแม่บ่น เลยขอตัวไปข้างนอกดื้อๆ เช่นเดียวกับคุณชายโตกับจรวยซึ่งผ่านมาหลังจากนั้น รีบผละไปดูลูกชายในห้องนอน โดยทิ้งนมย้อยกับสาวใช้ในตำหนักให้รับหน้าหม่อมอำพันด้วยความเหนื่อยใจ
คืนเดียวกันที่บ้านสวนเมืองนนท์...สาลินนั่งคว้านเงาะไปกินไปอย่างมีความสุข แต่เมื่อคุณยายถามถึงว่าที่คู่หมั้นของศรีจิตรา ก็อารมณ์เสีย กระแทกกระทั้นคว้านเงาะจนช้ำแทบทุกลูก
“ชื่อคุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์ค่ะ คนอะไรชื่อยาวตั้งโยชน์ ยาวกว่านามสกุลอีก...แหยะ!”
น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่ชอบของหลานสาว ทำให้คุณยายอดส่ายหน้าอ่อนใจไม่ได้
“แล้วกันแม่คุณ มันเรื่องอะไรไม่ชอบ ยังไม่ทันเห็นหน้าค่าตาเขาสักหน่อย”
“ถึงไม่เห็นก็ไม่ชอบค่ะ มีอย่างหรือคะ ตัววิเศษแค่ไหน ต้องให้พี่ศรีไปปรนนิบัติ ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ใช่อีเย็นนะคะ”
จบคำก็คว้านเงาะเข้าปาก แต่คงออกแรงมากไป เลยช้ำอีกลูก คุณยายเลยอดดุไม่ได้ “เออ...ทำงานไปก็กระแทกกระทั้นไป มันจะดีได้ยังไง เฮ้อ...เรื่องพี่ศรีน่ะ ดูๆกันไปเถอะ เราน่ะมันพวกเสมอนอก ไม่ได้ร้องได้รำกับเขา”
สาลินตอบรับแบบขอไปที แต่ในใจหมายมั่นจะช่วยพี่สาวเต็มที่ หากคุณชายวังโน่นทำให้พี่สาวเตรียมตัวเก้ออีก
ooooooo
คุณหญิงก้อยกวาดตาทั่วไนท์คลับหรู ไม่เจอคนในแวดวงสังคมที่คุ้นหน้า ก็เบ้หน้าด้วยความเบื่อหน่าย ส่วนคุณชายรองซึ่งนั่งอึดอัดอยู่ไม่ไกลกันนั้น กลับไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบข้าง แต่นึกสงสัยคนรักมากกว่า
“แหวนหายไปไหนครับหญิง”
คุณหญิงก้อยสะดุ้ง ก้มมองนิ้วว่างเปล่าของตน “หัวแหวนพลอยมันคลอนอีกแล้วค่ะ ให้ช่างซ่อมอยู่”
“ผมน่าจะซื้อแหวนเพชรน้ำงามให้คุณนะ...หมายถึงวันหมั้นผมจะสวมแหวนเพชรน้ำงามที่สุดให้คุณ”
เพราะคำพูดของจิตติณกับจิตริณีเมื่อหลายวันก่อนแท้ๆ ทำให้ราชนิกุลหนุ่มลองหยั่งเชิงแบบนั้น โชคดีที่คุณหญิงก้อยไม่ทันสะกิดใจ ราชนิกุลหนุ่มเลยไม่ต้องลำบากใจตอบคำถาม
แต่โล่งใจไม่นาน คุณชายรองก็ต้องหงุดหงิด เมื่อคุณหญิงก้อยเจ้ากี้เจ้าการเรื่องการแต่งตัวของเขาตอนจะไปเต้นรำ ราชนิกุลหนุ่มจะไม่ตามใจ แต่เมื่อเธอขู่จะไปหาคู่เต้นอื่น ก็หมดทางเลือก
เช้าวันต่อมา...คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพลไปตรวจงานที่ปั๊มน้ำมันของพุดซ้อนอีกครั้ง และเมื่อเสร็จงาน เขาก็ไล่เพื่อนร่วมงานกลับ ส่วนตัวเองถอดเสื้อชุดช่าง เผยให้เห็นชุดหล่อสะอาด เดินดุ่มๆไปหาสาลินที่บ้านสวน สองแม่ลูกเจ้าของปั๊มเห็นเข้าก็ไม่รอช้า ปิดปั๊มแล้วรีบตามติด ตามประสาพวกช่างสอดรู้สอดเห็น
สาลินเงยหน้ามองผู้บุกรุกหนุ่มหน้าเดิมด้วยท่าทางนิ่งสงบ ก่อนจะทักเสียงเรียบ
“คุณเข้ามานี่ ขออนุญาตใครหรือยัง”
“อ้าว...ก็คุณบอกว่าแถวนี้มีแต่คนใจดี ผมก็มาผูกมิตรไง”
“คุณจะมาผูกมิตรทำไม คนแถวนี้มีแต่ชาวบ้านชาวสวน ไม่มีผู้ลากมากดี ขุนนางรางน้ำที่ไหน”
“นี่คุณแอนตี้พวกผู้ดีหรือ ทำไมล่ะ”
“เพราะฉันเป็นลูกหลานเจ๊กชาวสวนมั้ง”
จบคำก็ลุกพรวด บอกให้เขาตามไปผูกมิตรกับคุณตาคุณยายที่บ้าน ช่างฟิตหนุ่มหน้าเจื่อน กลัวถูกไม้ตะพดตีหัว สาลินเลยถือโอกาสขู่ “คงไม่หรอก เพราะคุณตาไม่ชอบใช้ไม้ตะพด...คุณตาถนัดแต่ปืนลูกซอง”
สาลินเดินนำช่างฟิตหนุ่มเข้าบ้านไปแล้ว สองแม่ลูกเจ้าของปั๊มได้แต่มองตามอึ้งๆ ชบานั้นนึกเสียดายหุ่นล่ำๆ ต่างจากพุดซ้อน มั่นใจกว่าเดิมว่าสาวสวยบ้านสวนแอบเล่นงูกินหางกับช่างฟิตหนุ่มแน่ๆ
คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเจอสายตาทมึงถึงของคุณตาคุณยาย รวมทั้งผลกับพิณ แต่เพียงไม่นาน ราชนิกุลหนุ่มก็เอาตัวรอดจนได้ ชวนคุยจนบรรยากาศคลี่คลาย กลายเป็นถูกคอ
สาลินซึ่งนั่งมองเหตุการณ์ทุกอย่าง อดทึ่งไม่ได้ แล้วก็ถึงกับยิ้มกว้าง เมื่อได้รู้ชื่อของเขาเป็นครั้งแรก
“ผมชื่อพลครับ พล พ.พาน ล.ลิง”
“ดีจัง ชื่อสั้นดี”
พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตนิ่วหน้าด้วยความสงสัย สาลินเลยอธิบายขำๆ
“ก็ฉันเพิ่งไปรู้จักคนชื่อยาวเกินมนุษย์มาน่ะสิ ชื่อคนเดียวเอาตั้งชื่อชาวบ้านได้ห้าหกชื่อ”
“ชื่ออะไรหรือครับ”
“ชื่อกิตติราชนรินทร์”
ช่างฟิตหนุ่มแทบจะสำลักน้ำชาที่ดื่ม ก่อนจะหัวเราะชอบใจ
“ชื่อยาวจริงๆด้วย แต่ชื่อพวกนี้เป็นชื่อที่เจ้านายประทานมา ไม่มีใครอยากใช้ชื่อยาวๆให้เพื่อนล้อหรอก”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นชื่อเจ้า”
“ผมก็รู้แล้วกันน่า”
ooooooo
ในที่สุดก็ถึงวันที่ศรีจิตราเข้าวัง เสด็จพระองค์หญิงมองท่าทางกิริยามารยาทเรียบร้อยของว่าที่คู่หมั้นหลานชายด้วยความพอพระทัย จนถึงกับตรัสชมคุณสร้อยที่อบรมเลี้ยงดูหลานมาอย่างดี
คุณสร้อยยิ้มรับแก้มแทบปริ “อุ๊ย...เหนื่อยสายตัวแทบขาดเพคะ กว่าจะได้ขนาดนี้”
เสด็จฯส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะเบือนพระพักตร์ไปทางอุ่นเรือน
“สวยเหมือนแม่นี่เอง ไหน...อุ่นเรือนเข้ามาใกล้ๆซิ”
อุ่นเรือนตื้นตันมาก ขยับมาใกล้ลูกสาวแล้วหมอบกราบ
“ผิวพรรณวรรณะจมูกปากมาจากแม่ แต่คิ้วกับตาเหมือนตาสาวิตร”
“เพคะ แม่ศรีเหมือนพ่อ...เหมือนคุณสาวิตรมากเพคะ”
“อุ่นเรือน...ฉันขอลูกสาวมาอยู่ด้วยกันที่นี่ อย่าห่วงเลยนะ ฉันจะดูแลให้ดีที่สุด”
“เป็นพระกรุณาเพคะ แต่วิสัยแม่ ถึงยังไงก็ห่วงเพคะ”
คุณสร้อยตาเขียวปัด แทบจะกราดมาหยิกน้องสะใภ้ แต่เสด็จฯกลับไม่ถือสา และประทานอนุญาตให้สองแม่ลูกเจอกันบ่อยตามที่ต้องการ หลังจากนั้นก็ทรงหันไปสร้างความคุ้นเคยกับศรีจิตรา ชี้ชวนให้เห็นถึงข้อดีของการย้ายมาอยู่วังวุฒิเวสม์ คือจะได้ฝึกหัดทำงานจากข้าหลวงเก่าแก่ฝีมืองดงามไม่แพ้วังไหนๆ
มาลากับวรรณาพยักพเยิดรับสมอ้างเต็มที่ เลยถูกเสด็จฯเอ็ด
“ข้าหมายถึงข้าหลวงผู้ใหญ่ ไม่ใช่หล่อนสองคน ดูรึให้ร้อยกระแต ไพล่ไปเหมือนชะนี”
คุณสร้อยกับคุณสอางค์พลอยขำ เช่นเดียวกับ ศรีจิตรา เสด็จฯหันมาเห็นก็อดชมไม่ได้
“น่าเอ็นดูจริง จะยิ้มจะแย้มอะไรก็ไม่งามเกินเหมือนสาวๆสมัยนี้”
“จริงเพคะ สาวๆสมัยนี้เหมือนม้าดีดกะโหลก หัวเราะทีเห็นไปถึงลิ้นไก่” คุณสอางค์เสริม
“เพคะ ยิ่งแม่หลานสาวหม่อมฉันอีกคน พูดแล้วอ่อนใจเพคะ”
ถ้อยคำของคุณสร้อย ทำให้เสด็จฯสนพระทัยว่าใครคือหลานสาวอีกคน อุ่นเรือนเป็นคนกราบทูล
“ยายสา...เอ่อ...สาลินอยู่ที่บ้านเดิมหม่อมฉันที่สวนนนท์เพคะ ได้อาศัยแกดูแลตากับยายแทนหม่อมฉัน”
คุณสร้อยอดค่อนแคะไม่ได้ “เพคะ เลยแก่นแก้วแววชะนีอยู่ในสวน”
คุณสอางค์ส่งสายตาปรามน้องสาว “หม่อมฉันน่ะอยากให้เข้ามาอบรมในวังเพคะ แต่แม่สร้อยขัดไว้”
“อย่าให้หม่อมฉันขายหน้าวันละห้าเบี้ยเลยเพคะ ถ้าจะให้มาจริงก็ต้องอบรมอีกนาน”
เสด็จฯส่ายพระพักตร์ ตัดบท “จะมาเที่ยวเกณฑ์ใครให้เข้าวังหมดน่ะไม่ได้หรอกแม่สร้อย โลกวันนี้มันเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว น้องสาวแม่ศรีจิตราดูแลตายายแทนแม่ได้ก็ถือว่าใช้ได้”
“แหม...อย่าให้หม่อมฉันต้องพูดเลยเพคะ แม่สาลินนี่”
“ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด ดู๊...มานินทาลูกสาวเขาต่อหน้าแม่ มาว่าน้องสาวต่อหน้าพี่ ไม่มีใครเขาอยากฟังหรอก!”
หลังจากนั้นคุณสอางค์ก็พาศรีจิตราไปดูห้องที่ตกแต่งใหม่เพื่อต้อนรับโดยเฉพาะ โดยมีคุณสร้อย อุ่นเรือน มาลาและวรรณาตามมาด้วย สาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริกวาดตามองรอบห้องด้วยความชอบใจ ก่อนจะก้มลงกราบขอบคุณป้าทั้งสอง และปิดท้ายกราบลาอุ่นเรือน
“หนูอยู่นี่ขอให้อยู่เย็นเป็นสุขนะลูก”
“ยังไงก็ไม่ใช่บ้านเรา หนูกลัวจังค่ะ”
“คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ยิ่งเสด็จฯทรงเมตตาอย่างนี้ อย่ากลัวเลยลูก”
สองแม่ลูกกอดกันทั้งน้ำตา คุณสอางค์และสองสาวใช้ต้นห้องเสด็จฯพลอยซึ้ง ต่างจากคุณสร้อย ค่อนแคะแดกดันตามประสา เลยถูกคุณแม่บ้านแห่งตำหนักใหญ่หยิกจนเนื้อเขียว!
ooooooo
บรรยากาศในวังวุฒิเวสม์ไม่เลวร้ายนักสำหรับศรีจิตรา แม้ต้องไกลจากแม่และญาติพี่น้อง แต่ก็มีเรื่องน่าสนใจให้เรียนรู้มากมาย แถมมีมาลากับวรรณาเป็นเพื่อนคลายเหงาที่ดี อย่างเช่นเย็นวันนี้ที่สองสาวเชิญชวนเธอไปเก็บดอกไม้ในสวนมาทำงานฝีมือถวายเสด็จพระองค์หญิง
แต่การเก็บดอกไม้ก็ไม่สนุกอย่างที่คิด เพราะ
ศรีจิตราดันเห็นคุณชายรองนั่งอ่านหนังสือในสวน เธอไม่กล้าสู้หน้าเพราะยังสะเทือนใจกับท่าทางเขาเมื่อคราวก่อน เลยหมุนตัวกลับไปสมทบมาลาและวรรณาที่อีกด้านของสวน
จรวยผ่านมาเห็นหญิงสาวแปลกหน้า พูดคุยกับมาลาและวรรณาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก็อดไม่ได้จะไปสืบ และเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือศรีจิตรา ว่าที่คู่หมั้นของคุณชายรอง ก็ไม่รอช้าจะวางท่าเบ่งใส่
“เก็บดอกไม้ก็ระวังหน่อย อย่าเลยเถิดมาเก็บถึงเขตตำหนักเล็ก พวกฉันก็ต้องใช้ดอกไม้ทำงานฝีมือเหมือนกัน”
มาลาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนศรีจิตรา เลยแกล้งแขวะ “งานฝีมือหรืองานรำพัดคะ”
จบคำก็หันไปหัวเราะกับวรรณา จรวยกัดฟันแน่น สะบัดหน้าหนีเพราะเถียงสู้ไม่ได้ ทิ้งให้ศรีจิตรามองตามงงๆ แต่ก็ไม่ทันซักอะไร สองสาวต้นห้องเสด็จฯก็เปลี่ยนเรื่องและพากลับตำหนักใหญ่เสียก่อน
กว่าคุณชายรองจะรู้เรื่องศรีจิตราย้ายมาอยู่ตำหนักใหญ่ก็เย็นวันเดียวกัน แต่ไม่ใช่เพราะเสด็จฯทรงส่งข่าวบอก แต่เพราะแอบได้ยินจากบทสนทนาของคุณชายโตและจรวย
“หลานคุณสอางค์เข้ามาอยู่ในตำหนักแล้วหรือ”
“ค่ะ...มาวันนี้แหละ แต่ที่จริงก็ดูเหมาะกับคุณรองดี”
คุณชายรองเงี้ยหูฟังเต็มที่ แล้วก็ถึงกับหน้าเครียด เมื่อได้ยินเหตุผลของจรวย
“ก็เย็นๆชืดๆเหมือนคุณรองน่ะสิคะ แต่คุณชาย...ถ้าหลานคุณสอางค์มาอยู่ที่นี่ แล้วจรวยกับคุณโตจะเป็นยังไง”
“จะเป็นยังไง ไม่เข้าใจคำถาม”
“เราจะเป็นรองเขาน่ะสิคะ ยิ่งจรวยถูกดูถูกว่าเป็นเมียบ่าว เมียนอกคอกอยู่แล้ว ต่อไปเขาคงเฉดหัวออกจากวัง”
“โธ่...ไม่อย่างนั้นหรอกน่าจรวย ใครจะมาเฉดหัวเธอได้ เธอเป็นเมียฉันนะ”
จรวยสะอื้น บีบน้ำตาเรียกความสงสาร คุณชายโตต้องกอดปลอบ ไม่รู้เลยว่าคุณชายรองแอบมองจากอีกมุมด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะผละไปเงียบๆ ยังคิดไม่ตกว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรดี
คืนแรกในวังวุฒิเวสม์ของศรีจิตราไม่เงียบเหงาและอ้างว้างอย่างที่นึกกลัว คุณสอางค์ มาลาและวรรณาแวะมาคุยด้วย เล่าถึงความหลังกันใหญ่ โดยเฉพาะอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนของคุณแม่บ้าน ซึ่งเคยเป็นถึงคู่หมั้นของท่านชายใหญ่แห่งวังวุฒิเวสม์ แต่ก็ต้องเป็นหม้ายขันหมาก เพราะท่านชายสิ้นพระชนม์เสียก่อน
บทสนทนาของสี่สาวลากยาวถึงอดีตของคุณสร้อย ที่หน้าตาเคร่งขรึมและจริงจังกับทุกเรื่องตั้งแต่เด็ก แต่ที่ทำให้ศรีจิตรานิ่วหน้าด้วยความสงสัย ก็เมื่อได้ยินชื่อคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย คุณสอางค์ใจไม่ดี ไม่อยากให้หลานสาวคิดมาก เลยตัดบทและกลบเกลื่อนว่าราชนิกุลสาวเป็นแค่ญาติห่างๆของเสด็จฯเท่านั้น
ศรีจิตราไม่ได้คิดเรื่องคุณหญิงก้อยอีกเลยหลังจากนั้น และลืมสนิท เมื่อคุณสอางค์ มาลาและวรรณาออกจากห้อง แต่กระนั้น...เธอก็นอนไม่หลับเพราะแปลกที่ จึงไปรับลมที่หน้าต่าง แล้วก็ได้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจเต้นแรง!
คุณชายเล็กในสภาพเลอะน้ำมันเครื่องไปทั้งตัวเพราะกำลังซ่อมรถ ศรีจิตราเลยเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นคนขับรถ แต่เมื่อเขาถอดเสื้อนอก เห็นแผงกล้ามอกเป็นมัดๆ ก็ทำให้เธอหายใจติดขัดอย่างช่วยไม่ได้ และเมื่อเขาหันมาเหมือนจะรู้ว่ามีคนแอบดู สาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริก็รีบหลบ ราวกับสาวแรกรุ่นที่แอบมองหนุ่มในฝันไม่มีผิด!
ooooooo
คืนเดียวกันที่ไนท์คลับหรู...คุณหญิงก้อยกำลังเซ็งสุดขีด เมื่อค่ำคืนแสนหวานของเธอกับคุณชายรองกลับต้องเจอกับบรรยากาศหน้าเบื่อ ผู้คนซ้ำหน้า ซ้ำกลุ่ม และซ้ำชุด!
คุณชายรองถอนใจเหนื่อยหน่าย พยายามพูดในแง่ดี ว่าคงไม่มีใครจำได้ แต่คุณหญิงก้อยกลับไม่คิดเช่นนั้น
“หญิงก็คงจำไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าชุดเขาไม่เร่อร่าเหมือนเป็นพวกเศรษฐีใหม่ขนาดนั้น”
“แต่หญิงเองก็คุ้นเคยกับพวกนี้หลายคนไม่ใช่หรือครับ”
“แค่บางคนเท่านั้นล่ะค่ะ บางคนที่มีรสนิยมบ้าง แต่ไม่ใช่พวกตู้ทองเคลื่อนที่แบบนั้น”
จบคำก็โบกไม้โบกมือให้เหล่าเศรษฐีใหม่ ปั้นหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะชักสีหน้า เมื่อคนรักทำท่าจะไปทักทายกลุ่มของวิรงรอง
“หญิง...นัดเพื่อนกลุ่มนี้มาเหรอ”
“ไม่ได้นัดค่ะ ยายติ่งเขาก็มาของเขา”
“บอกตามตรงนะ ผมไม่ชอบเพื่อนกลุ่มนี้ของหญิงเลย”
“เข้าใจค่ะ ถึงได้ไม่เรียกมาจอยกับเราไงคะ”
คุณหญิงก้อยไม่ทำจริงตามที่พูดจริงๆ วิรงรองพร้อมกับสมาชิกหน้าเดิม อย่างจิตติณและจิตริณีเลยเป็นฝ่ายเดินไปหา พร้อมกับข่าวใหญ่ ว่าจะมีมหาเศรษฐีลงทุนเปิดคลับใหม่ที่หรูและใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเร็วๆนี้
คุณชายรองรับฟังเรื่องเห่อเศรษฐีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย คุณหญิงก้อยเลยตัดสินใจพาเขาแยกไป ส่วนตัวเองก็ย้อนไปสังสรรค์กับกลุ่มวิรงรองตลอดทั้งคืน คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากดื่มเหล้าย้อมใจจนเมาฟุบหลับคาโต๊ะ!
หลังจากให้ศรีจิตราย้ายมาอยู่ที่ตำหนักได้สองวัน เสด็จพระองค์หญิงก็มีรับสั่งให้หม่อมอำพันเข้าเฝ้า เพื่อแนะนำให้รู้จักว่าที่ลูกสะใภ้ ศรีจิตราก้มกราบด้วยท่าทางนอบน้อม หม่อมอำพันรับไหว้แต่ไม่วายพูดกระทบคุณสอางค์
“คุณสอางค์คง...วางแผนอบรมอยู่นานสิคะ”
“ไม่นานเท่าไหร่หรอกค่ะหม่อม เด็กเองก็มีแววหงส์อยู่แล้ว ถ้าเป็นแววกาล่ะก็ ยังไงก็อบรมไม่ได้ค่ะ”
“แต่ถ้าหงส์ลงปลักล่ะก็ มันอาจจะดำกว่ากาอีกนะคะ”
สองสาวต่างฐานันดรไม่มีทีท่าจะยอมกัน เสด็จฯเบื่อจะฟังเลยรับสั่งปราม
“พอๆ เรื่องกาเรื่องหงส์นี่ ฉันไม่ได้จะทำสวนนก... ฉันคิดว่าตารองได้รู้จักมักคุ้นกับศรีจิตราแล้วคงพอใจ”
“อะไรที่เสด็จป้าประทานให้ ชายรองคงพอใจเสมอล่ะเพคะ”
“แต่บางที ฉันเห็นตารองไปพอใจกับของที่ฉันไม่ได้ให้นี่นะ”
“ตารองคงจะจัดการได้เร็วๆนี้ล่ะเพคะ”
“นั่นสิ ฉันก็หวังว่าตารองจะยุติเรื่องวุ่นวายทั้งหลายของเขาได้เสียที”
“หม่อมฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนกันเพคะ”
แม้จะรับปากเสด็จพระองค์หญิงแบบนั้น แต่หม่อมอำพันกลับไม่มั่นใจเลยว่าลูกชายคนรองจะทำได้ตามที่หวัง และเมื่อกลับตำหนักเล็ก ก็อดไม่ได้จะพาลไปลงกับตัวต้นเรื่อง
“มาแล้ว ลูกสะใภ้ฉัน เสด็จทรงโปรดมากๆด้วย ตารอง...เธอจะว่ายังไงล่ะ เสด็จทรงเตือนมาแล้วนะเรื่องแม่หญิงก้อยของเธอ ตกลงจะเลือกใคร นางในวรรณคดีหรือนางเอกจากแมกกาซีน”
“ผมบอกแล้วไงครับ เมื่อผมตัดสินใจ ผมจะกราบทูลเสด็จทันที”
“เฮ้อ...ฉันไม่รู้แล้ว ให้เสด็จทรงขนาบเธอเองแล้วกัน ดูซิ...ต้องไปดูหน้าสะใภ้ ฉันเสียงานเสียการไปทั้งวัน!”
พูดจบก็ผละไปหาวงไพ่ตามเคย ทิ้งคุณชายรองให้นั่งกลุ้มอยู่กับนมย้อย
“นมครับ...เรื่องความรัก ไม่ใช่เรื่องที่จะจับคู่กันแล้วเกิดเป็นความรักขึ้นได้ง่ายๆนะครับ ผมเองก็มีคนรักแล้ว”
“คุณรอง...อย่าลืมนะคะว่าคุณรับปากกับเสด็จแล้ว”
“ผมจะต้องทำยังไงล่ะครับผม”
“ก็ลองพบคุณศรีเธอก่อนสิคะ ทำความรู้จักกันก่อน”
แต่คุณชายรองคงใช้เวลาคิดนาน เสด็จพระองค์หญิงเลยทรงออกโรงเอง โดยมีรับสั่งให้คุณชายรองมารับประทานมื้อเย็นกับศรีจิตรา งานนี้คุณสอางค์ทุ่มสุดตัว จัดแจงทุกอย่าง ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมให้หลานสาว เช่นเดียวกับหม่อมอำพัน ที่แม้จะไม่ชอบหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ แต่ก็ขัดรับสั่งเสด็จฯไม่ได้
คุณชายรองรับคำสั่งแม่ด้วยความลำบากใจ สุดท้ายก็เลือกปฏิเสธ เพราะมีนัดกับคุณหญิงก้อยแล้ว
“นัดได้ก็เลิกได้ ฉันอยากจะเตือนเธอเป็นครั้งที่ร้อยว่าเสด็จป้าไม่ทรงโปรดหญิงก้อย”
“หญิงก้อยไม่ได้ทำผิดคิดร้ายอะไร หญิงก้อยพลาดไปเพราะอ่อนต่อโลก”
“อ่อนต่อโลกหรือว่าเจนโลกกันแน่ยะ”
“ไม่ว่ายังไง หญิงก้อยก็ควรได้โอกาสแก้ตัว”
“การแก้ตัวน่ะทำได้หลายทาง ไม่จำเป็นต้องแก้โดยการแต่งงานกับเธอ ตอนนี้เธอน่ะเป็นของต้องห้ามไปแล้ว”
พูดจบหม่อมอำพันก็สะบัดหน้าออกไป ทิ้งคุณชายรองให้นั่งนิ่งตามลำพัง นมย้อยได้ยินทุกอย่าง สงสารราชนิกุลหนุ่มมาก แต่ก็ทำได้แค่เดินไปลูบหลังปลอบใจ พร้อมกับแนะให้โทร.ไปเลื่อนนัดคุณหญิงก้อย
ooooooo










