ตอนที่ 3
คุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลางทนเสียงรบเร้าน้องสาวคนเดียวไม่ไหว ยอมโทร.นัดคุณชายรองออกมาพบในคลับหรูของโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยผ่านทางคุณชายเล็ก เพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็ก
คุณชายรองไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อน้องชายอ้างว่าคุณหญิงกลางมีเรื่องปรึกษาก็ปฏิเสธไม่ลง แต่แล้วก็ได้รู้ว่าตัดสินใจผิด เมื่อเห็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยปรากฏตัวพร้อมพี่สาว
คุณชายเล็กอึดอัดใจมาก แต่คงไม่เท่าคุณชายรองที่ทำท่าจะกลับ คุณหญิงก้อยถลาตามและขอให้เขาอภัย
“ผมเกรงว่าผมไม่มีสิ่งใดที่จะให้อภัยหญิง และช่วงเวลานี้ เวลาที่...”
“หญิงเป็นแม่ม่ายใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ...เราไม่ควรพบปะกัน มันจะเสียชื่อเสียงหญิงเอง โทษ...ผมขอตัว”
คุณชายรองลุกออกไป คุณหญิงก้อยรีบตาม ทิ้งคุณชายเล็กให้มองหน้าคุณหญิงกลางเครียดๆ
“หญิงกลาง...ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะนัดหญิงก้อยมาพบพี่รอง”
“โธ่...ถ้าบอก คุณรองก็คงไม่มาหรอก จริงไหมคะ... เฮ้อ...หญิงไม่น่าทำแบบนี้เลย”
คุณหญิงก้อยไม่ได้ยี่หระแม้แต่น้อยที่ต้องทำให้ใครไม่สบายใจบ้าง เพราะภารกิจสำคัญทวงหัวใจอดีตคนรักสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด และครั้งนี้ราชนิกุลสาวก็ทุ่มสุดตัว โถมกอดคุณชายรองจากด้านหลัง พร้อมบีบน้ำตา
“คุณรอง...จะไม่ยกโทษให้หญิงเลยหรือคะ”
“เทพีเพ็ญแสง...ปล่อยผม”
“ไม่...ไม่ปล่อย จะปล่อยเมื่อคุณชายอภัยให้หญิง”
“บอกแล้วไงไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องให้อภัย”
“หมายความว่าคุณรองไม่แยแสในตัวหญิงแล้วใช่ไหมคะ”
“เปล่า...แต่หมายถึงสิ่งที่หญิงทำ มันเป็นสิทธิ์ของหญิง ผมเป็นแค่คนอื่นที่ไม่มีอำนาจอะไรไปตัดสินหญิงได้”
“เป็นแค่คนอื่นอะไร เราคือคนรักกัน หญิงรู้เต็มอกว่าหญิงทำลายความรักที่คุณรองมีให้หญิง แต่ขอ เวลาสักหน่อยเถอะค่ะ หญิงจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง”
น้ำตาของอดีตคนรัก ทำให้คุณชายรองทนใจแข็งไม่ไหว ยอมให้เธออธิบายเหตุผล คุณหญิงก้อยพอใจมาก และปั้นเรื่องโกหกว่าได้ยินข่าวลือเรื่องเสด็จพระองค์หญิงไม่ชอบเธอ จนต้องหาคู่หมั้นคู่หมายมาประทานให้อดีตคนรัก จนเธอเสียใจมาก ต้องหาทางไปเมืองนอก
“เป็นความโง่เขลาและดื้อรั้นของหญิงเองค่ะ ในช่วงเวลาที่สับสนนั้น หญิงอยู่ลำพังที่นิวยอร์ก มันทั้งเหงา ทั้งเศร้า หญิงต้องการใครสักคนเพื่อพักพิง หญิงเลยตัดสินใจผิดพลาดไปอย่างที่เห็น แล้วหญิงก็ได้บทเรียนอันแสนเจ็บแสบ เมื่อแต่งงานไปกับคนไร้ค่าที่สุดเมื่อเทียบกับคุณชาย”
คุณหญิงก้อยบีบน้ำตา ตีหน้าเศร้าได้อย่างแนบเนียน จนคุณชายรองใจอ่อนยวบ เชื่อหมดใจ
“ทั้งหมดเป็นความจริงใช่ไหม...เทพีเพ็ญแสง”
“ค่ะ...นี่คือความจริง โปรดยกโทษให้หญิง และมอบความรักให้หญิงเหมือนเดิมเถิดนะคะคุณชาย ไม่อย่างนั้น...หญิงคงมีชีวิตต่อไปในโลกนี้ไม่ได้อีกแล้ว หญิงรักคุณชายรอง ยกโทษให้หญิงนะคะ”
ooooooo
ยุทธการถ่านไฟเก่าของคุณหญิงก้อยสำเร็จสวยงามตามปรารถนา คุณหญิงกลางได้แต่มองภาพน้องสาวเต้นรำกับคุณชายรองจนดึกดื่นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องเปิดฉากถามถึงเรื่องทั้งหมดในเช้าวันต่อมา แล้วก็ถึงกับผงะ เมื่อน้องสาวคนเดียวบอกอย่างไม่อายว่ากุเรื่องทั้งหมด เพื่อให้ได้คืนดีกับคุณชายรอง
“หญิงอ้างถึงเสด็จป้าว่าทรงไม่ปลื้มหญิง ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงเสียด้วย คุณรองถึงได้เชื่อไงคะ”
“แล้วเธอยังกุเรื่องว่าเสด็จป้าทรงเตรียมคู่หมั้นคู่หมายให้คุณรองระหว่างเธอไปนิวยอร์ก เธอบังอาจมากเลยนะ”
“ช่วยไม่ได้ค่ะ นี่แหละเหตุผลดีที่สุดที่ช่วยแก้ต่างให้หญิงพ้นมลทิน คุณรองให้อภัยหญิงอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ”
“ระวังเถอะ คุณรองไปสืบสาวราวเรื่องแล้วพบความจริง เขาจะไม่ให้อภัยเธอเลยในชีวิตนี้”
“ไม่มีวันค่ะ คุณรองไม่สงสัยหญิงอีกแล้ว นี่ไงคะ เดี๋ยวคุณรองก็จะมารับหญิงไปหัวหินด้วยกัน”
สีหน้าตกตะลึงของพี่สาว ไม่ได้ทำให้คุณหญิงก้อยสนใจนัก มัวเลือกชุดสวยเตรียมไปหัวหินกับคนรัก คุณหญิงกลางอยากจะเป็นบ้าตาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทิ้งท้ายด้วยความหมั่นไส้
“แล้วก็ระวังไว้อีกเรื่อง ไอ้เรื่องคู่หมั้นคู่หมายที่กุขึ้นมา มันอาจจะเป็นจริงขึ้นมาก็ได้นะ”
คุณหญิงก้อยไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ของพี่สาวเลย ออกจะเห็นขันด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าของตายอย่างคุณชายรองไม่มีวันทิ้งหรือทำให้เธอช้ำใจแน่ และคืนวันแสนหวานที่หัวหิน ฉลองการกลับมาคืนดีของเขากับเธอก็ผ่านไปได้อย่างงดงาม แถมเลยเถิดถึงเช้าวันจันทร์ต่อมา ซึ่งเป็นวันทำงานของใครหลายคนและหนึ่งในหลายคนนั้นก็คือพวกสาลิน ทั้งบราลี ลลิตาและจิตริณี ซึ่งแวะมาทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารหรูเจ้าประจำ สาลินอิดออดไม่อยากกินที่นี่ กลัวเจอคุณชายคู่ปรับ แต่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้ บราลี ลลิตาและจิตริณีเข้าไปนั่งแล้ว สาลินได้แต่มองเสื้อผ้าปอนๆเหมือนเด็กนักเรียนของตัวเองด้วยความเซ็ง ก่อนจะตาลุกวาว เมื่อเห็นรถยุโรปคันยาวของคุณชายคู่ปรับ จึงตัดสินใจไปแอบดูคุณชายรองไม่รู้ตัวว่ามีพวกถ้ำมองนอกรถ มัวพร่ำพลอดคำหวานกับคุณหญิงก้อยที่ยังสวมแหวนแทนใจของเขา
“หญิงใส่แหวนวงนี้ทุกวันเลยเหรอครับ”
“ทำไมถามอย่างนั้นคะ หญิงแทบไม่เคยถอดแหวนวงนี้ออกจากนิ้วต่างหาก”
“ทั้งๆที่แหวนวงอื่นของหญิงราคามากกว่านี้เป็นสิบเท่า”
“ของที่คุณรองให้หญิงมีค่ามากกว่าสิ่งใดค่ะ”
รอยยิ้มหวานของเธอ ทำให้คุณชายรองเหมือนต้องมนตร์ โน้มตัวจูบเธออย่างหลงใหล ไม่รู้เลยว่ากำลังทำให้ใครอีกคนอ้าปากค้าง ต้องเห็นภาพหนังสดหญิงชายพลอดรักกันกลางถนนกลางวันแสกๆ!
ooooooo
สาลินไม่อยากเชื่อเลยว่าราชนิกุลหนุ่มจะทำประเจิดประเจ้อแบบนี้ นึกรังเกียจและจะลุกกลับไปสมทบเพื่อนๆในร้าน แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น ถูกคุณชายรองเห็นเข้าเสียก่อน
โชคดีที่คุณหญิงก้อยไปรอในร้านแล้ว เลยไม่ทันเห็นชายคนรักต่อปากต่อคำกับผู้หญิงคนอื่น แต่กระนั้นสาลินก็ไม่อยากเป็นเป้าสายตาใคร พยายามบิดมือจากเขา แต่คุณชายรองก็ไม่จบง่ายๆ จนเธอต้องโพล่งออกไป
“คุณกอดจูบผู้หญิงอยู่ริมถนน”
“นี่มันรถส่วนตัวของฉัน ถ้าเธอไม่โก้งโค้งมา สอดตาดูก็คงไม่เห็น”
“แต่นี่มันถนนสาธารณะ คนผ่านไปผ่านมาเป็นร้อย ถึงไม่สอดตาดูก็ต้องเห็น”
คุณชายรองมองหญิงสาวคู่ปรับตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นท่าทางกะโปโลเหมือนเด็ก เลยดุเสียงเข้ม
“ยังเด็กยังเล็กแต่เถียงคำไม่ตกฟาก นี่หนีโรงเรียนมาเที่ยวใช่ไหม แล้วยังมาถ้ำมองคนอีก ไม่มีมารยาท!”
“ฉันไม่ใช่เด็กนักเรียน แล้วที่ไม่มีมารยาทนั่นคือคุณ”
“ฉันน่ะนะ ฉันไม่มีมารยาทยังไง”
“ก็คุณมาเล่นหนังสดกลางวันแสกๆแบบนี้”
ท่าทางโกรธจัดของคุณชายคู่ปรับทำให้สาลินนึกขยาดไม่น้อย แต่ก็ทำใจกล้า โต้ว่ามาด้อมๆมองๆ รถเขาเพราะอยากให้แน่ใจ ว่ารถเขาคือคันเดียวกับที่ขับรถเหยียบแอ่งน้ำสาดโคลนใส่ชุดเธอถึงสองครั้งสองครา!
“ครั้งแรกเมื่อ 13 มิถุนายนปีก่อน ครั้งที่สองเมื่อ 20 กันยายน หลายเดือนก่อนเหมือนกัน ฉันจดไว้ถี่ถ้วน”
คุณชายรองอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเหยียดยิ้ม “อ้อ...น่าเชื่อจริงนะ มีจดเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย”
“นี่คุณไม่เชื่อฉัน ว่าแต่ว่าสองวันก่อนนั้น คุณมาแถวนี้หรือเปล่า”
“ฉันเองก็เป็นคนจดบันทึกเหมือนกัน ฉันจะกลับไปดูบันทึกฉัน ว่าสองวันนั้นฉันมาแถวนี้หรือเปล่า และถ้าฉันมาจริง ฉันจะถือว่าฉันผิดจริงตามที่เธอกล่าวหา แล้วเธอต้องการให้ฉันทำอะไร”
สาลินแค่อยากได้คำขอโทษ แต่เขากลับบอกว่าไม่จำเป็น
“อ้อ...คุณชายผู้ดีอย่างคุณ ขอโทษใครไม่เป็น”
“เปล่า...แต่เพราะเธอก็ทำกางเกงฉันเปียกมาสองหนแล้วเหมือนกัน ถือว่าหายกัน!”
พูดจบก็ยิ้มกริ่มเป็นต่อ สะใจมากที่เห็นอีกฝ่ายกำหมัดแน่นด้วยความโมโห ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทัน ตามมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสะบัดหน้าเข้าไปในร้านอาหารหรูเสียแล้ว
หญิงสาวกะโปโลคู่ปรับหายไปไหนไม่รู้ แต่คุณชายรองก็ไม่คิดตามหา มัวปะเหลาะคุณหญิงก้อยให้หายงอนที่เขาไม่ไปเดินเล่นด้วย แต่จะไปทำงานหลังมื้อกลางวัน ราชนิกุลสาวพยายามข่มใจไม่อาละวาดปึงปังเหมือนเมื่อก่อน ปั้นหน้ายิ้มว่าเข้าใจดี จนเขานึกสงสาร เสนอให้ไปเดินห้างแล้วจะไปรับหลังเลิกงานอย่างเอาใจ
คุณหญิงก้อยพอใจมากที่คุณชายรองยอมลงให้ แต่ไม่นานก็ต้องอารมณ์เสีย เมื่อเจอจิตริณี เพื่อนสนิทอัศนีย์ที่หน้าห้องน้ำ ต่างจากอีกฝ่าย ไม่สะทกสะท้านกับสายตาเย็นชาของเธอเลย แถมมองมาอย่างท้าทายอีกต่างหาก จนราชนิกุลสาวเริ่มนั่งไม่ติด และเปลี่ยนใจไม่ไปเดินห้างแต่ขอให้คุณชายรองไปส่งสำนักพิมพ์ของวิรงรอง
สาลินซึ่งมาเข้าห้องน้ำกับจิตริณีถึงกับตาโต ได้เห็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยตัวจริง แต่คนตื่นเต้นกว่าคือบราลีกับลลิตา ซุบซิบเรื่องราชนิกุลสาวกันอย่างสนุกสนาน บรรณารักษ์สาวรับฟังด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะอ้าปากค้าง เมื่อจิตริณีบอกว่าคุณหญิงก้อยมีอัศนีย์เป็นสามีแล้ว แต่กลับควงมากับคุณชายคู่ปรับของเธอ!
ooooooo
วิรงรองให้การต้อนรับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวคนดังแห่งพระนครเป็นอย่างดี ตามประสาคนทำข่าวที่อยากได้ประเด็นไปลงหนังสือ แต่ท่าทางแช่มชื่นของอีกฝ่าย ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้
“ไม่อยากจะเชื่อเลย เธอทิ้งทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทย”
“ก็แค่พวกนูโวริช เศรษฐีใหม่ มีแต่เงิน ไม่มีชาติ ไม่มีตระกูล คนอย่างฉัน ถ้าจะมีใหม่ก็ต้องดีกว่าเดิม”
“กับคุณชายรองงั้นสิ”
“ถ้าไม่นับเรื่องเงิน คุณรองเหนือกว่านายอัศนีย์ทุกอย่าง แล้วต่อให้นับเรื่องเงิน ก็ไม่แน่ว่าจะด้อยกว่า”
วิรงรองพยักพเยิดเห็นด้วย ได้ยินมาเหมือนกันว่าคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองเป็นหลานชายคนโปรดของเสด็จพระองค์หญิงแห่งวังวุฒิเวสม์ แต่ไม่ทันซักต่อ คุณหญิงก้อยซึ่งกลัวจิตริณีจะปากสว่างไปบอกอัศนีย์ เรื่องเธอกลับไปคืนดีกับอดีตคนรัก ก็โพล่งออกมาเสียก่อน
“ฉันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องประกาศสถานะโสดของฉันอย่างเป็นทางการ”
คอลัมนิสต์สาวยิ้มกว้าง ชอบใจที่มีข่าวให้เล่นโดยไม่ต้องตามหา และไม่รอช้าเรียกลูกน้องมาช่วยกันพาดหัวข่าว ราชนิกุลสาวซึ่งตั้งใจจะมาให้ข่าว ถึงกับทึ่งในความสามารถของอีกฝ่าย โดยเฉพาะบรรดาลูกน้องของวิรงรอง รู้เรื่องราวและข้อมูลของเธอหลังกลับจากเมืองนอก มากกว่าเธอรู้เรื่องตัวเองเสียอีก!
คืนวันเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...คุณชายรองรื้อหาสมุดบันทึกเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาของหญิงสาวกะโปโลคู่ปรับ แต่ไม่ทันเจอ ก็ต้องหยุดไว้ เมื่อคุณชายเล็กแวะมาถามเรื่องคืนดีกับคุณหญิงก้อย
“อยากรู้จัง หญิงก้อยอ้างเหตุผลอะไร ถึงทำให้พี่ชายใจอ่อน อภัยหญิงก้อยทั้งหมด”
“มันเป็นความเข้าใจผิดที่ฉันพร้อมจะให้อภัย เพราะที่สุดแล้ว หญิงก้อยยังรักฉันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง บทเรียนนี้ทำให้หญิงก้อยรักฉันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ”
“ระวังนะครับ เด็จป้าจะกริ้ว และไม่ประทานอภัยให้พี่อีกเลย...เพราะพี่รับปากเด็จป้าแล้วเรื่องคู่หมาย”
วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน...คุณชายรองกับคุณหญิงก้อย คืนดีกันอย่างเป็นทางการ แถมออกงานร่วมกันจนเป็นที่ซุบซิบทั่วพระนคร แต่ทางบ้านราชดำริก็ยังไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะคุณสร้อย หมายมั่นปั้นมือจะชุบตัวศรีจิตรา หลานสาวคนโตผู้หัวอ่อนให้งามหมดจด จนคุณชายแห่งวังวุฒิเวสม์ตะลึงให้ได้
ส่วนเสด็จพระองค์หญิงยังไม่ระแคะระคายเรื่องหลานชายคนโปรดคืนดีกับคนรักเก่า มัวตะลึงกับข่าวใหม่ซึ่งเพิ่งได้รู้ เรื่องลูกชายคนแรกของคุณชายโตกับจรวยที่ชื่อตุ้ม คุณสอางค์กับเหล่านางต้นห้องหน้าถอดสี แก้ตัวอึกอัก ไม่กล้าทูลก่อนหน้า เพราะกลัวจะทรงไม่ยอมรับเด็กน้อยสมาชิกใหม่เป็นพระนัดดาเสด็จฯถึงกับถอนใจยาว ไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ ทรงเห็นว่าเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่ความผิดของเด็ก จะมีต้องระวังก็จรวย หลานสะใภ้คนโตที่ดูท่าหูตาจะไม่น่าไว้ใจ
คุณสอางค์และเหล่านางต้นห้องอาสาไปสืบความให้ แต่เสด็จฯก็ทรงห้ามไว้ ไม่อยากให้ยุ่งเรื่องตำหนักเล็ก ควรปล่อยเป็นภาระของหม่อมอำพันดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเวียนหัวภายหลัง...
ooooooo
สาลินแบกหนังสือนิทานหลายเล่มมาถึงบ้านราชดำริ เห็นศรีจิตรานุ่งกระโจมอกนั่งขัดและอบผิวเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อนก็นึกสงสัย จนเมื่อรู้ว่าพี่สาวจะถูกส่งตัวไปเป็นคู่หมั้นของคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ ก็โวยวายใหญ่ กลัวพี่สาวต้องกลายเป็นแม่สายบัวเตรียมตัวเก้ออีกรอบ
ศรีจิตราหน้าเสีย นึกกลัวขึ้นมาจริงๆ จนอุ่นเรือนต้องปรามลูกสาวคนเล็กที่ชอบพูดถึงพวกคุณชายในแง่ร้าย
“ทีหนูกับพี่ศรี คลานตามกันมาแท้ๆ ยังไม่เหมือนกันเลย”
“ฮึ...แม่น่ะ ไปเข้าข้างอีตาคุณชายนั่นทำไม”
“แม่ยังไม่รู้จักตัวเลย แม่จะไปเข้าข้างเขาทำไม แม่แค่บอกว่าอย่าเพิ่งไปตั้งแง่ มีอคติกับเขาก่อนต่างหาก”
แม้คำพูดของแม่จะมีเหตุผล แต่สาลินก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี
“มันไม่ใช่พี่ศรีไปดูตัวเขาสิคะ เขาต่างหากเป็นคนดูตัวพี่ศรี”
“ใครจะเป็นฝ่ายดูใคร ก็ไม่เห็นจะเป็นไร”
“เป็นสิคะแม่ พี่ศรีน่ะดีทุกอย่าง อีตาคุณชายนั่นก็คงชอบ แต่ถ้าพี่ศรีเห็นเขาแล้วไม่ชอบ พี่ศรีก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงจะปฏิเสธ นี่แหละผู้หญิงสมัยนี้ เขาถึงลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิสตรี”
ศรีจิตราทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ อุ่นเรือนเลยต้องเอ็ดลูกสาวคนเล็กอีกรอบ แต่มีหรือสาลินจะยอม ยืนกรานว่าทุกอย่างที่พูดเป็นความจริงทั้งนั้น ศรีจิตรากลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามพูดให้น้องสาวสบายใจ
“เอาเถอะสา ยังไงพี่ก็ขอรู้จักตัวกันก่อน เขาอาจดีเพียบพร้อมทุกอย่างก็ได้ อีกอย่าง...พี่คงไม่โชคร้ายขนาดนั้น”
“พี่ศรีจะแน่ใจได้ยังไงว่าพี่จะไม่โชคร้ายซ้ำสอง”
สีหน้าหนักใจของพี่สาว ทำให้สาลินแอบรู้สึกผิด จนต้องเปลี่ยนเรื่อง คว้าถุงหนังสือนิทานมาอวดตามสัญญา ศรีจิตราเลยยิ้มได้บ้าง...อย่างน้อยๆ หนังสือนิทานก็คงทำให้เธอลืมเรื่องที่กังวลไปได้สักพัก...
ด้านหม่อมอำพัน...เห่อตุ้มหลานชายคนแรกจนรู้กันทั่ววัง คุณชายโตปลื้มใจมาก ตามประสาคนเป็นพ่อที่อยากให้ทุกคนชมชอบลูกตัวเอง ส่วนจรวยกลายเป็นคุณนายหม่อมเต็มตัว แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหรา แต่ก็หัวสูง ไม่เห็นหัวใคร แม้แต่เพื่อนสาวใช้ที่เคยทำงานด้วยกันอย่างเจียม ซึ่งถูกส่งมาช่วยเลี้ยงทารกตัวน้อย
แต่กระนั้น...อารมณ์ของหม่อมอำพันก็ลมเพ ลมพัด ในวันเสียไพ่ก็หงุดหงิด พาลลงกับคนทั่ววัง ไม่เว้นแม้แต่ตุ้มหลานชายคนโปรด จรวยเบื่อหน่ายมาก และอดไม่ได้จะไปค่อนแคะหม่อมแม่ผัวลับหลังกับคุณชายโต
“นี่จรวย...เธอจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมานะ หม่อมแม่น่ะ โปรดตาตุ้มอย่างกับอะไร”
“อูย...ขนาดโปรดยังต้องระเห็จลงมาอยู่ชั้นล่าง ถ้าหม่อมรัก คงต้องไปอยู่เรือนแถวกับนังเจียมมังคะ”
เจียมชักสีหน้าที่ถูกแขวะ แต่ไม่นานก็เหยียดยิ้ม ย้อนเสียงหยัน “แหม...ที่จริงอยู่เรือนแถวน่ะสบายนะคะ เย็นทั้งกายเย็นทั้งใจ ไม่ร้อนเหมือนอยู่บนตำหนัก คุณจรวยก็น่าจะรู้ดีนี่คะ”
ooooooo
หลังพูดคุยกับแม่และพี่สาวจนหนำใจ สาลินก็จะกลับบ้านสวน อุ่นเรือนเลยให้ไปลาคุณสร้อย ซึ่งผล็อยหลับมาตั้งแต่กลางวัน บรรณารักษ์สาวคลานไป กราบตามที่แม่สั่ง ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อคุณป้าจอมโวยลืมตา!
สาลินรีบบอกว่าเอาหนังสือนิทานฝรั่งมาฝาก ศรีจิตรา คุณสร้อยเลยขอดู ก่อนจะตบอกผาง
“ว้าย...นิทานอะไร มีนอนเตียงจูบกัน ว้าย... บัดสีบัดเถลิง ฉันกะแล้วนังเด็กคนนี้ ไปทำงานกับฝรั่งมังฆ้อง ต้องใจแตก แล้วเลยมาพาให้เธอใจแตกตาม”
ศรีจิตรากลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนบอก “โธ่...นั่นมันเรื่องเจ้าหญิงนิทราค่ะคุณป้า”
คุณสร้อยค้อนหลานตาคว่ำ คว้าเล่มอื่นมาดู แล้วก็ถึงกับตาโตอีกรอบ
“แล้วนี่เรื่องอะไร อีนางเอกถึงแก้ผ้าหมดตัว ยังดีมีผมยาวปิดนมต้มไว้”
สาลินหัวเราะเบาๆตอบแทนพี่สาว “อ๋อ...เรื่องเงือกน้อยค่ะ นางเอกกินยาวิเศษ หางปลาเลยกลายเป็นขาค่ะ”
แต่เล่มไหนก็ไม่ทำให้คุณสร้อยประสาทเสียเท่าเล่มที่ชื่อว่าเสียวสวาด ถึงกับโยนทิ้งคล้ายเป็นสิ่งปฏิกูล
“นี่คือที่เขาเรียกหนังสือปกขาวใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ...ปกขาวแล้วก็เดินทองด้วยค่ะ” สาลินตอบรับยิ้มๆ
“ว้าย...หนังสือลามก”
“ไม่ใช่ค่ะ เป็นเรื่องตลก แต่มีสัปดนนิดหน่อย”
สาวใช้ที่บ้านต่างพากันมุงดูด้วยความอยากรู้ คุณสร้อยเลยสั่งให้ไปเผาทิ้ง สาลินกลัวไปกันใหญ่ เลยเฉลยว่าเสียวสวาดเป็นนิทานพื้นบ้านอีสาน แปลว่าเฉลียวฉลาด เป็นเรื่องคนเจ้าปัญญาเหมือนศรีธนญชัย
คุณสร้อยถึงบางอ้อ แต่ก็ไม่อนุญาตให้อ่านอยู่ดี ศรีจิตราได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง จนคนสั่งเองก็นึกสงสาร ปลอบให้รอไปอ่านหนังสือดีๆในห้องสมุดวังวุฒิเวสม์...รับรองได้อ่านจนเบื่อแน่ มีเป็นหมื่นเป็นแสนเล่ม
ระหว่างที่สาวๆบ้านราชดำริเตรียมตัวเข้าวัง...เหล่าคุณชายที่วังวุฒิเวสม์ก็ต้องกุมขมับ เมื่อหม่อมอำพันบ่นไม่หยุดปาก โดยเฉพาะกับลูกชายคนเล็ก ที่ต้องออกตรวจตามปั๊ม ตากแดดตากลม ไม่สมเกียรติเชื้อพระวงศ์ คุณชายโตกับคุณชายรองต้องช่วยกันพูดว่าเงินเดือนของคุณชายเล็กมากกว่าทั้งสองรวมกันไม่รู้กี่เท่า
“นี่อย่ามาเข้าข้างมันนะยะ สิบพ่อค้ายังไงก็ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง”
คุณชายรองชี้แจงอย่างใจเย็น “ยุคมันเปลี่ยนไปแล้วนะครับ ตอนนี้พระยาก็แทบไม่เหลือแล้ว”
“ถ้าเหลือ ก็เหลือพระยาเทครัวน่ะครับ”
คุณชายเล็กแซวขำๆ จนหม่อมอำพันอดค้อนไม่ได้ นมย้อยกลั้นขำแทบแย่ ก่อนจะช่วยไกล่เกลี่ยด้วยการดึงให้คุณชายเล็กไปอาบน้ำ คุณชายโตกับคุณชายรองตามไปด้วย ทิ้งหม่อมอำพันให้ฮึดฮัดคนเดียว ไม่มีใครกล้าเข้าหน้า
ooooooo
สองสัปดาห์ต่อมาที่วังวุฒิเวสม์...สถานการณ์ของเหล่าคุณชายยังเหมือนเดิม คุณชายโตเริ่มชินกับความเป็นพ่อ คุณชายเล็กมุ่งมั่นกับงานบริษัทฝรั่งจนกลับบ้านไม่เป็นเวล่ำเวลา ส่วนคุณชายรองเคร่งขรึมเหมือนเคย แต่คงไม่ใช่กับคุณหญิงก้อย หญิงคนรักที่มาพลอดรักกันที่ตำหนักเล็กแทบทุกเย็น
มาลากับวรรณาซึ่งมาเก็บมะลิตามคำสั่งคุณสอางค์ผ่านมาเห็นฉากเด็ด คุณชายรองกกกอดคุณหญิงก้อยกลางสวนก็ตาโต และไม่รอช้าจะไปรายงานคุณสอางค์ แม่บ้านของตำหนักใหญ่
“อ้าว...แล้วที่มีข่าวว่ากลับมาก่อน ผัวเศรษฐีจะตามมาวันหลังล่ะ”
“ข่าวปล่อยเพราะกลัวเสียหน้าน่ะสิคะ ความจริงคือคุณหญิงเธอถูกผัวทิ้ง เลยซมซานกลับมาเมืองไทย พอถึงก็โร่กลับมาหาถ่านไฟเก่า เป่ากันแป๊บเดียวก็ไฟติดแดงโร่ขึ้นมา นี่อิฉันสองคนเห็นเป่ากันคาตาเลยค่ะ”
มาลากับวรรณาหัวเราะคิกคักกันใหญ่ คุณสอางค์ต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะถอนใจยาว
“เฮ้อ...ถ้าเสด็จทรงทราบคงกริ้ว ช่วยๆกันปิดความอย่าให้ทรงทราบแล้วกัน ไม่งั้นคุณชายรองโดนขนาบแน่”
คุณสร้อยทราบเรื่องคุณชายรองกับคุณหญิงก้อยจากคุณสอางค์ในเวลาต่อมา เซ็งสุดขีดที่หลานสาวคนโตต้องอยู่ในสภาพเหมือนคราวที่แล้ว และพาลหงุดหงิดเมื่อสาวใช้มาขออนุญาตไปตลาด
“ขมิ้นกับมะขามเปียกหมดเจ้าค่ะ ขัดผิวคุณศรีเมื่อเช้าจนหมดเกลี้ยงเลยเจ้าค่ะ”
“ว้าย...สิ้นเปลืองอะไรขนาดนี้ไม่รู้ พอๆ เลิกๆ ทีนี้ไม่ต้องข่งต้องขัดกันแล้ว เลิกเด็ดขาด!”
ศรีจิตราได้ยินก็ถามเสียงซื่อ “งั้นทีนี้หนูก็ลงครัวได้แล้วใช่ไหมคะคุณป้า”
“ย่ะ...ตามใจย่ะแม่คุณ เอาให้ผิวไหม้ เขม่าจับเลยนะยะ”
คุณสอางค์ไม่ชอบที่น้องสาวช่างค่อนช่างแคะ เลยหยิกปรามจนเนื้อเขียว แต่คุณสร้อยก็ไม่สำนึก บ่นโน่นนี่ไม่หยุด จนศรีจิตราใจไม่ดี อุ่นเรือนสงสารลูกมาก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากปลอบให้ทำใจ
“ถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมาจริง คุณป้าก็บอกเองล่ะจ้ะ”
“ค่ะ...เราสองคน อะไรก็สุดแท้แต่คุณป้า เฮ้อ...บางที หนูก็อิจฉายายสาจัง”
ooooooo
และแล้วเวลาที่คุณหญิงก้อยรอคอยก็มาถึง หนังสือพิมพ์ของวิรงรองตีข่าวเรื่องเธอเลิกกับอัศนีย์ บราลีกับลลิตา สองสาวบรรณารักษ์เห็นแล้วก็ซุบซิบใหญ่ จิตริณีเพิ่งมาถึง เลยเดินมาดูหนังสือพิมพ์ด้วย
“ต๊าย...ออกข่าวแล้วหรือนี่”
ลลิตาเลิกคิ้ว ก่อนจะตาโต “อุ๊ย...แปลว่าคุณจิตริณีรู้ข่าวนี้มานานแล้วหรือคะ”
“ค่ะ...อัศนีย์เป็นเพื่อนฉันเอง คุณหญิงก้อยเลิกกับอัศนีย์มาสามเดือนแล้ว แต่ว่ามีการปิดข่าวไว้”
“หรือคะ แล้วทำไมถึงมาเปิดข่าวตอนนี้ล่ะคะ”
“คงเพราะ...คุณหญิงก้อยเธอมีคู่ควงคนใหม่แล้วน่ะสิคะ ที่เราเห็นเมื่อวันก่อน”
ลลิตากวาดตาดูภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ เห็นภาพคุณชายกิตติราชนรินทร์ควงคู่กับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงในงานแฟชั่นโชว์เด่นหรา บราลีชะโงกมาดูด้วย จำได้ทันทีว่าเขาคือคนเดียวกับคุณชายคู่ปรับของสาลิน
จิตริณีไม่ได้สนว่าคุณชายรองจะเป็นคู่ปรับใคร แต่อยากให้บราลีกับลลิตารู้ความจริงเรื่องคุณหญิงก้อยมากกว่า
“ความจริงก็ไม่ใช่คนใหม่หรอกค่ะ คุณชายกิตติเป็นคนรักเก่าของคุณหญิง ก่อนมาแต่งงานกับอัศนีย์”
บราลีกับลลิตาอยากจะซักต่อมาก แต่จิตริณีเลขาสาวคนสวยของไนเจลก็ผละไปทำงานเสียแล้ว จังหวะ เดียวกัน...สาลินก็มาถึง ทันเวลาเข้างานพอดี สองสาวเลยลองหยั่งเชิงถามว่ารู้จักคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือไม่
“นี่...ฉันวิ่งมาเหนื่อยแทบตับแลบ มาถามอะไร ฉันไม่ใช่ผู้ดี ฉันเป็นชาวสวน ไม่เคยรู้จักคุณชายคนไหนทั้งนั้น”
“งั้นเธอรู้ไหมว่าคุณชายขี้เก๊กของเธอคือใคร” ลลิตาแกล้งถาม สาลินไม่สนใจ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ลลิตาเลย ตัดสินใจไม่บอกเรื่องคุณชายกิตติราชนรินทร์...ปล่อยให้สาลินรู้เอง อยากรู้เหมือนกันว่าบรรณารักษ์สาวชาวสวนจะทำเช่นไรถ้ารู้ว่าเขาเป็นใคร
เช้าวันเดียวกันที่ตำหนักใหญ่วังวุฒิเวสม์...คุณสอางค์แทบเป็นลมเมื่อเห็นข่าวใหญ่ของคุณหญิงก้อย
“ถ่านไฟเก่าคุ ลุกโพลงแทบมอดไหม้ คงจะมีข่าวดีเร็วๆนี้”
มาลากับวรรณาพลอยแตกตื่นไปด้วย ก่อนจะช่วยกันกับคุณสอางค์หาทางเอาหนังสือพิมพ์ไปซ่อน แต่ไม่ทันขยับ ทั้งสามก็ต้องหน้าซีด ตัวชา เมื่อเสด็จพระองค์หญิงรับสั่งถามหา
“ไหน...เอาหนังสือพิมพ์มาซิ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าเขาลงข่าวตารองกับยายก้อยว่ายังไง”
คุณสอางค์ตาเหลือก “เสด็จทรงทราบได้ยัง ไงเพคะ”
“บรรดาญาติมิตรฉัน เขาส่งข่าวกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว ตารองนะตารอง คิดสั้นจริงๆ”
“โธ่...คนเคยรักกันมาตั้งนาน คุณชายรองน่ะ รักคุณหญิงก้อยมากนะคะ”
“ตารองน่ะรักจริง แต่ยายก้อยน่ะรักชายรองจริงหรือ ถ้ารักจริงจะทำกับตารองอย่างนั้นได้ยังไง”
มาลากับวรรณาพยักพเยิดเห็นด้วย คุณสอางค์ได้แต่ส่งสายตาปราม ก่อนจะถามความเห็นของเสด็จฯ
“ถึงจะเป็นหลาน แต่ฉันก็ไม่ขอเอายายก้อยเป็นสะใภ้เด็ดขาด งานนี้ฉันขอเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายสักหน่อยเถอะ”
“แล้วเรื่องแม่ศรีล่ะเพคะ”
“ให้เตรียมตัวเข้าวังได้แล้ว”
ooooooo
บรรยากาศที่บ้านราชดำริวุ่นวายกันใหญ่ เพราะคุณสร้อยมีคำสั่งเตรียมตัวศรีจิตราให้พร้อมเข้าวัง ต่างจากบรรยากาศที่ตำหนักเล็กของวังวุฒิเวสม์ หม่อมอำพันหนักใจมาก เมื่อเสด็จพระองค์หญิงมีรับสั่งถามถึงเรื่องระหว่างลูกชายคนรองกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง ราชนิกุลสาวคนดังที่เพิ่งหย่า!
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองถอนใจ ยาว “ผมกับหญิงก้อยรักกันมากนะครับหม่อมแม่”
“จ้า...รักมาก ก็เลยจะรับของเหลือเดนมารับประทาน”
“หม่อมแม่...หญิงก้อยเป็นคนดี แค่ผิดพลาดครั้งเดียว”
“จ้ะ...หญิงก้อยน่ะดี วิเศษ เลิศล้ำสารพัด แต่ไอ้ที่ผิดพลั้งไปครั้งเดียวน่ะ เสด็จไม่มีวันยอมหรอก”
คุณชายรองมีความหวังว่าเสด็จพระองค์หญิงจะเข้าใจ แต่หม่อมอำพันกลับไม่คิดเช่นนั้น
“แกทำฉัน...เอ๊ย...ทำเด็จป้าทรงผิดหวังมาทีหนึ่งแล้วชายรอง เธอจะมาทำซ้ำสองซ้ำสามอีกหรือ”
“หม่อมแม่ครับ อะไรจะสนองพระเดชพระคุณเด็จป้า อะไรที่ทำให้หม่อมแม่พอใจ ผมทำได้เสมอ”
หม่อมอำพันยิ้มออก คิดว่าลูกชายจะเชื่อฟัง แต่ก็ต้องยิ้มค้าง เมื่อได้ยินประโยคต่อมา
“แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับผม ขอเวลาผมคิดใคร่ครวญดูก่อนได้ไหมครับ แล้วผมจะกราบทูลเด็จป้าเอง”
หม่อมอำพันสะบัดหน้าผละไปแล้วด้วยอารมณ์หัวเสียสุดขีด คุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโต เห็นและได้ยินทุกอย่าง อดเข้ามาตบบ่าน้องชายคนรองด้วยความเห็นใจไม่ได้
“นายเคยให้ฉันตัดใจจากจรวย แล้วตอนนี้เป็นยังไงล่ะ ถึงคราวตัวเองบ้าง นายก็ตัดใจจากหญิงก้อยไม่ได้”
“อย่าเปรียบกันครับ เพราะผมเลือกหญิงก้อยคนเดียว ไม่ใช่เหมาหมดแบบพระยาเทครัวอย่างพี่”
พูดจบก็แยกตัวเข้าห้อง ทิ้งคุณชายโตให้มองตามด้วยความหมั่นไส้ คุณชายเล็กผ่านมาทันได้ยินประโยคสุดท้ายของพี่ชายคนรอง ก็อดขำไม่ได้ จนนมย้อยที่ตามมาดูแล ต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะถอนใจยาว
“อิฉันน่ะสงสารคุณศรีจิตราจริงๆ ถ้าเธอรู้ว่าทางเราไม่อยากแต่งกับเธอทั้งพี่ทั้งน้อง เธอจะรู้สึกยังไง”
“อยากเห็นตัวจริงเสียแล้วสินม สวยไหม”
“ยังไม่เคยเห็นเลยค่ะ เห็นคุณสอางค์บอกว่าสวยมาก”
วันต่อมาที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อยอารมณ์เสียแต่เช้า เมื่อตื่นมาเจอเหล่าคนงานก่อสร้างจากบ้านข้างๆ ส่งเสียงแซวด้วยความคึกคะนอง ทุกคนในบ้านก็พลอยประสาทเสียไปด้วย เพราะเจ้าของบ้านสาวใหญ่โวยวายไม่หยุด กลัวเหล่าคนงานกล้ามโตจะกลัดมัน บุกมาทำมิดีมิร้าย ถ้าพวกสาวๆไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆ
สาลินแวะมาเยี่ยมพี่สาวกับแม่ในเช้าวันเดียวกัน เลยโดนลูกหลงไปด้วย แต่มีหรือสาวแสบบ้านสวนจะเชื่อ รอเวลาให้คุณสร้อยไปจ่ายตลาด แอบขอพี่สาวไปสอยมะม่วงที่บ้านข้างๆ
เวลาเดียวกันนั้น...คุณสอางค์ก็นั่งรถคุณชายรองเข้ามา ศรีจิตราเลยได้โอกาสแอบมองว่าที่คู่หมั้นหนุ่มเป็นครั้งแรก แล้วก็ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินเขาบ่นกับคนขับรถเต็มสองหู ว่าเขาไม่ได้อยากมาเจอเธอที่นี่ แต่ถูกคุณสอางค์กับเสด็จพระองค์หญิงหว่านล้อม เลยปฏิเสธไม่ได้
ระหว่างที่ทุกคนในบ้านราชดำริตามหาศรีจิตรากันให้วุ่น คุณชายรองก็เดินเล่นชมสวนไปเรื่อย จนออกนอกเขต ราชนิกุลหนุ่มก็หมุนตัวกลับ แต่ดันไปสะดุดตากับกองผ้าถุงเป็นวงๆใต้ต้นมะม่วง!
ooooooo
นอกจากผ้าถุงปริศนาใต้ต้นมะม่วง คุณชายรองก็ต้องแปลกใจกว่าเดิม เมื่อได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวคนหนึ่ง ให้ช่วยพยุงเธอลงจากต้น แต่คงเพราะไม่เคยชิน ราชนิกุลหนุ่มเลยเก้ๆกังๆ ถูกเศษใบไม้กองใหญ่หล่นใส่ แถมด้วยช่อมะม่วงที่หล่นตามมา แต่โชคดีที่เขาหลบทัน
สาลินเบิกตาโพลงเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ช่วยเธอเต็มตา เช่นเดียวกับราชนิกุลหนุ่ม ถึงกับผงะ
“อย่า...อย่าบอกนะว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่ต้องมาเจอเธอที่นี่”
“เวรกรรมทำเข็ญ ฉันอยู่ของฉันดีๆ คุณตามรังควานฉันถึงที่นี่”
“เธออยู่ที่นี่เหรอ อย่าบอกนะว่าเธออยู่ที่บ้าน...”
คุณชายรองทำท่าเหมือนจะชี้ไปทางบ้านราชดำริ แต่หญิงสาวคู่ปรับก็ไม่ตอบ แถมย้อนถาม
“แล้วคุณล่ะมาทำอะไรที่นี่ บ้านคุณหญิงรัชฎา อ้อ...คงมาหาลูกสาวคุณหญิงสินะ นักเรียนนอกเหมือนกันนี่”
“วันนี้ฉันโชคร้ายจริงๆ คนหนึ่งถูกฉันบังคับให้มาเจอ ส่วนเธอ...ไม่ได้อยากเจอแต่ก็ต้องมาเจอจนได้”
สาลินรำคาญท่าทางหยิ่งๆของคุณชายคู่ปรับ เลยวางแผนแกล้งแขวะ จนเขาทนไม่ไหว เอ็ดลั่น
“ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอนะ สารภาพมาซะดีๆว่าเธอว่าฉัน แล้วขอโทษฉันด้วย”
“ไม่...นอกจากจะไม่ขอโทษ ฉันจะลงโทษคุณอีกต่างหาก”
“ลงโทษฉัน ยังไงเหรอ จะเอาน้ำมารดฉันล่ะสิ เสียใจนะ...ในสวนอย่างนี้คงไม่มีน้ำไว้ราดกางเกงฉันหรอก”
“ไม่ต้องใช้น้ำก็ได้นี่ค่ะ ฉันราดด้วยไอ้นี่ก็ได้”
จบคำก็คว้ากระจาดโกยเศษใบไม้ใต้ต้นโยน
ใส่เขา คุณชายรองโมโหมาก ลืมตัวคว้ากิ่งไม้แห้งไล่ตีหญิงสาวคู่ปรับจนเหนื่อยหอบ แต่ก็ตามไม่ทัน แถมกลายเป็นที่ขำขันของเหล่าคนงาน สาลินสะใจมาก ยิ้มเยาะชอบใจ ก่อนจะผละไปดื้อๆ ทิ้งคุณชายคู่ปรับให้มองตามด้วยความแค้นใจ พร้อมกับอาฆาตไล่หลัง
“ยายเด็กบ้า อ้อ...คงเป็นพวกคนงานบ้านนี้ ถึงได้ไม่มีใครสั่งสอน!”
ooooooo
สุดท้ายคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองก็กลับก่อน ไม่รอเจอศรีจิตราว่าที่คู่หมั้นสาว โดยไม่ยอมบอกเหตุผล คุณสร้อยกับคุณสอางค์เสียดายมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องสั่งบ่าวไพร่ให้ช่วยกันตามหาศรีจิตรา ซึ่งจู่ๆก็หายตัวไปตอนคุณชายรองมาที่บ้าน
ศรีจิตราไม่ยอมออกไปหาสองป้าตามคำร้องเรียก ยังทำใจไม่ได้เรื่องความรู้สึกจริงๆของคุณชายรอง จนกระทั่งสาลินกลับมา เลยขอให้น้องสาวบอกกับทุกคนว่าแอบไปเก็บมะม่วงข้างบ้านด้วยกัน
สาลินเห็นท่าทางแปลกๆของพี่สาว ก็สงสัยแต่ไม่กล้าถาม จนเมื่อได้ยินเรื่องจากสองป้า เลยถึงบางอ้อ “หวังว่าจะให้เจอกัน ทำความรู้จักก่อนที่เราจะเข้าวัง ความหวังฉันพังหมด”
สาลินอดไม่ได้ เถียงแทนพี่สาว “ถ้าเขาอยากเจอจริง เขาก็ต้องอยู่รอสิคะคุณป้า แสดงว่าเขาไม่อยากเจอ”
สองป้าถึงกับอึ้ง เห็นด้วยแต่ก็ไม่วายมีความหวัง หากคุณชายรองได้เจอความน่ารักของศรีจิตราก็คงดีสายตาเต็มไปด้วยคำถามของน้องสาว ทำให้ศรีจิตรายอมสารภาพ ว่าเห็นคุณชายรองตัวจริงแล้ว แต่ ที่ไม่ไปพบ เพราะเห็นท่าทางเขาหยิ่งๆ ติดจะเย็นชา ดูเหมือนไม่ค่อยเป็นมิตร สาลินพอจะเข้าใจ เพราะเธอก็เพิ่งปะทะคารมกับคุณชายคู่ปรับมาเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อน
“มาอีหรอบเดียวกันเลย แล้วทำไมพี่ไม่แสดงตัว แถมโกหกว่าไปเก็บมะม่วงกับสาอีก”
“พี่ไม่อยากเจอเขาตอนนี้น่ะสิ”
สาลินพยักหน้ารับรู้ “สาเข้าใจ พวกคุณชายขี้เก๊ก หยิ่งๆ น่าหมั่นไส้ คิดว่าตัวเองวิเศษคนเดียว คนอื่นต่ำต้อยหมด ถ้าพี่ไม่ชอบเขานะ ทูลเสด็จปฏิเสธการหมั้นหมายไปเลย”
“ยายสา...อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลย”
“เมื่อกี้คุณป้าบอกชื่อกิตติ...กิตติอะไรคะ”
“กิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์”
“ยี้...คนอะไร ชื่อยาวตั้งวา ยาวกว่านามสกุลอีก เอาไปตั้งชื่อคนได้อีกสามสี่คน!”
หลังจากวันนั้น เรื่องคุณชายชื่อยาวก็ไม่ได้เข้ามาในหัวสาลินอีก สาวแสบบ้านสวนสนุกกับงานบรรณารักษ์ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศบ้านสวนเมืองนนท์
เหมือนเคย แต่ก็อดใจหายไม่ได้ เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างรอบตัว ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนบ้านตั้งแต่เด็ก ที่ยกฐานะมาเป็นพวกเศรษฐีใหม่
คุณนายพุดซ้อนกับชบา สองแม่ลูกเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ของคุณตาคุณยายของสาลิน แต่ทำมาค้าขึ้น เป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน จึงมีฐานะร่ำรวย เลยถือโอกาสเปลี่ยนชื่อแส่เป็นคุณนายพุทธชาติกับชบาทิพย์
สาลินไม่ได้ติดใจหรือนึกหมั่นไส้สองแม่ลูก เข้าใจมากกว่า ว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นของธรรมดา เกิดขึ้นได้กับทุกที่และกับทุกคน และครั้งนี้สองแม่ลูกก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แค่พัฒนาตัวเองและทำให้ชีวิตดีขึ้นเท่านั้น
ระหว่างที่สาลินกับศรีจิตราดำเนินชีวิตเหมือนปกติ...คุณชายรองก็สานต่อความสัมพันธ์กับคุณหญิงก้อย จนแน่นแฟ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม จนคนทั้งวังรู้กันทั่ว เสด็จพระองค์หญิงรับฟังทุกอย่างจากคุณสอางค์และคุณสร้อยด้วยความหนักใจ โดยเฉพาะเรื่องที่คุณชายรองชอบพาคุณหญิงก้อยมาพลอดรักที่ตำหนักเล็กแทบทุกเย็น
“ก็นี่แหละ ฉันถึงจะได้ให้ศรีจิตรามาอยู่ที่นี่ ตารองจะได้เลิกพาหญิงก้อยมาสักที”
แต่กระนั้นคุณสอางค์กับคุณสร้อยก็กลัวคุณชายรองจะทำเฉย เสด็จฯเลยปลอบให้ทำใจ
“เรื่องจะไปยื่นคำขาดแบบนั้น ฉันทำไม่ได้หรอก ตารองโตป่านนี้แล้ว ให้เขาตัดสินใจเอง”
สองป้าจำต้องรับสภาพ ยอมให้ทุกอย่างเป็นไปตามพรหมลิขิต แต่ก็ไม่มั่นใจนัก จนเสด็จฯต้องทรงย้ำ ว่าไม่มีวันรับคุณหญิงก้อยเป็นสะใภ้ตระกูลวุฒิวงศ์แน่นอน
ooooooo










