ตอนที่ 11
แบบฝึกหัดมารยาทและความเป็นผู้ดีของสาลินดำเนินต่อไปที่บ้านราชดำริ ศรีจิตราเป็นผู้ช่วยอย่างดี และฉวยโอกาสเล่าให้น้องสาวฟัง เรื่องคุณสร้อยถูกคุณยายตอกกลับหน้าหงายเมื่อหลายวันก่อน ตอนที่สองป้าไปขออนุญาตให้สาลินมาค้างบ้านราชดำริเพื่อฝึกมารยาทผู้ดี
ศรีจิตราเห็นท่าทางตาโตของน้องสาวแล้วอดขำไม่ได้ ก่อนจะฟื้นความทรงจำเมื่อหลายวันก่อน ตอนคุณสร้อยถูกคุณยายเหน็บกลับ เรื่องอาหารฝีมือชาวสวนเป็นคนละชั้นกับอาหารตำรับชาววัง
“ถ้าจะวัดความเป็นไพร่หรือผู้ดี ไม่น่าจะวัดกันที่อาหารนะคะ เพราะอาหารทั้งของสวนของวัง มันก็มีคุณค่าในตัวทั้งนั้น แต่ไอ้ที่มันไร้ค่าจริงๆ มันต้องวัดกันที่นิสัย สันดานหรือกำพืดของคนค่ะ ประเภทที่เที่ยวดูถูกดูแคลนชาวบ้านเขาไปทั่ว ถือว่าตนนั่นเหนือกว่าคนอื่น นั่นแหละถือว่าเป็นไพร่ของแท้!”
คุณสร้อยถึงกับอ้าปากค้าง เถียงไม่ออกไปเลยหลังจากนั้น สาลินนึกภาพตามแล้วหัวเราะงอหาย อยากเห็นกับตาเหลือเกินตอนคุณป้าจอมเฮี้ยบจนมุม ฝ่ายอุ่นเรือน...เห็นว่าลูกสาวทั้งสองหายไปนาน เลยมาตามไปฝึกท่าทางและมารยาทบนโต๊ะอาหาร สาลินเลยหมดเวลาสนุก ต้องกลับสู่บรรยากาศการเรียนอันน่าเบื่ออีกครั้ง
กว่าจะจบบทเรียนบนโต๊ะอาหาร สาลินก็แทบหมดแรง แต่ก็ต้องฝืนใจตามพี่สาวกลับวังวุฒิเวสม์ เพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงตอนเย็น เวลาเดียวกันที่ตำหนักเล็ก... สถานการณ์วุ่นวายไม่แพ้ตำหนักใหญ่ สาวใช้วิ่งกันให้อลหม่าน ทั้งช่วยเตรียมของให้ตำหนักใหญ่และช่วยคุณชายรองกับคุณชายเล็กแต่งตัว
คุณชายรองรู้ตัวอยู่แล้ว เลยแต่งตัวเต็มยศอย่างสบายใจ ต่างจากคุณชายเล็ก มองคนนั้นทีคนนี้ทีงงๆ เพราะยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกจับคู่ แต่เพียงไม่นาน เมื่อสังเกตเห็นอาการแปลกๆของบุคคลรอบข้าง ก็ถึงบางอ้อ
คุณชายเล็กยังไม่พร้อมเจอสาลินเวลานี้ เลยหาเรื่องป่วนตำหนักเล็กด้วยการโทร.แจ้งตำรวจมาถล่มบ่อนของหม่อมอำพัน ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด บ่อนแตกกระเจิง สมาชิกน้อยใหญ่วิ่งหนีคนละทิศละทาง ร้อนถึงคุณชายโตต้องช่วยดูแลแม่ โดยมีคุณชายเล็กตามติด หวังใช้เป็นโอกาสหลบหน้าไม่ต้องเจอสาลิน
ด้านคุณชายรอง...ไม่ได้สนใจเรื่องบ่อนถูกถล่ม แต่มาเตรียมตัวต้อนรับแขกคนสำคัญที่ตำหนักใหญ่ แล้วก็สมการรอคอย เมื่อสาลินปรากฏตัวในชุดหรู สวยงามผิดหูผิดตา
“ฉันไม่เคยเห็นเธอแต่งตัวแบบนี้ แต่งตัวสวยขนาดนี้ นายเล็กตาค้างแน่ เดี๋ยวเธอก็คงได้เจอนายเล็กแล้วล่ะ”
“นี่พูดดีๆนะ ฉันไม่ได้แต่งตัวมาให้ใครดู ฉันไม่ใช่วัตถุทางเพศ”
“งั้นหรือ...แต่ฉันว่าคนเราก็เหมือนๆกัน ผู้ดีหรือยาจก...ผู้ชายก็ชอบมองผู้หญิงสวย ผู้หญิงก็ชอบมองผู้ชายหล่อ”
สองหนุ่มสาวคงต่อปากต่อคำอีกนาน ถ้าจะไม่ถึงเวลาที่เสด็จพระองค์หญิงนัดไว้ ทั้งสองเลยต้องไปนั่งตามตำแหน่งบนโต๊ะอาหาร แต่มื้อค่ำสุดหรูก็เริ่มไม่ได้ เพราะคุณชายเล็กยังไม่มา คุณสอางค์เริ่มหน้าไม่ดี ก่อนจะตาโตด้วยความตกใจ เมื่อมาลากับวรรณานำข่าวจากตำหนักเล็กมาแจ้งว่าบ่อนหม่อมอำพันโดนตำรวจบุกจับ!
ooooooo
งานเลี้ยงเลยต้องเริ่มโดยปราศจากคุณชายเล็ก แต่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และสาลินก็ผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะมารยาทบนโต๊ะอาหาร เพราะมีคุณชายรองคอยแนะและทำเป็นตัวอย่างตลอด
สาลินรู้สึกดีกับคุณชายรองมากขึ้น ที่อีกฝ่ายยอมช่วยเธอบนโต๊ะอาหาร จนยอมตามเขาไปสำรวจห้องสมุดประจำตำหนักใหญ่ หลังจากที่เสด็จฯทรงเอ่ยปากอนุญาต แต่อารมณ์ดีๆก็ต้องมาขุ่นมัวอีกครั้ง เมื่อเขาส่งสายตาปราม ไม่ให้เธอหยิบหนังสือเล่มใหญ่ชื่อบันเทิงทศวารและจันดารา
สาลินอยากอ่านหนังสือทั้งสองเล่มมาก แต่ก็ต้องตัดใจวางไว้ที่เดิม แล้วเสชวนเขาคุยเรื่องเรือนหอของพี่สาว คุณชายรองรู้ทัน ว่าเธอไม่อยากให้มีการสร้างเกิดขึ้น เลยแกล้งถามยิ้มๆ
“ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันแต่งงานกับพี่สาวเธอ เธอก็หาคนใหม่ให้ฉันสิ หาคนที่ผู้ใหญ่จะเห็นชอบด้วยน่ะ”
“ทำไมฉันต้องหาคนใหม่ให้คุณด้วย ที่คุณมีอยู่ยังไม่พอหรือไง”
“ไหน...อธิบายมาซิ เรื่องผู้หญิงคนใหม่ที่เธอว่า แถมเป็นหญิงเสเพลด้วยใช่ไหม”
“ใช่...ผู้หญิง เอ้อ...เสเพล ที่เขามีคนรักอยู่แล้ว เป็นพวกเด็กปั๊ม เขาบอกว่าคุณน่ะ ไปรับไปส่ง ไปทะเลาะหึงหวงให้คนเห็น แล้วก็ไปกินข้าวที่บ้านแม่คนนั้นบ่อยๆ”
คุณชายรองนิ่งคิดตาม ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วจับเธอหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับกระจกบานใหญ่
“ฉันพอจะนึกออกแล้วว่าหญิงเสเพลคนนั้นเป็นใคร...เจ้าหล่อนก็ยืนอยู่นี่ไง”
สาลินมองภาพสะท้อนตัวเองด้วยความงงงัน “คุณหมายความว่าอะไร”
“ก็หมายความว่า...ช่วงสองสามเดือนนี้ ผู้หญิงคนเดียวที่ฉันเคยรับส่ง เคยทะเลาะ เคยไปกินข้าวด้วยก็คือเธอ”
“ตายจริง...คือฉัน แล้วยังเอาเรื่องของฉันไปลือว่าฉันเป็นหญิงเสเพล มีแฟนเป็นเด็กปั๊ม”
“เอาล่ะ...ทีนี้บอกฉันได้หรือยังว่าใครกันที่เอา เรื่อง...ของเราไปลือ”
คำว่าของเรา ทำให้สาลินทำหน้าไม่ถูก ความร้อน ไม่รู้มาจากไหนลามเลียไปทั่วตัวอย่างรวดเร็ว จนไม่รู้จะตอบคำถามเขาว่ายังไง เลยต้องเสไปยืนเลือกหนังสืออีกมุม คุณชายรองยิ้มขัน และตามมาพูดด้วยใกล้ๆ
“แต่ฉันพอจะรู้นะว่าคนคนนั้นเขาตามไปหึงหวงเธอถึงห้องสมุดด้วย...หญิงก้อยใช่ไหม”
“รู้ก็ดีแล้ว เขาไปอาละวาดถึงห้องสมุด ให้ฉันตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่ตั้งเป็นอาทิตย์”
“ฉันขอโทษจริงๆที่มีเรื่องแบบนี้ ขอโทษด้วย”
“คุณไม่เห็นต้องมาขอโทษเลย แค่กลับไปคืนดีกับคุณหญิงซะก็สิ้นเรื่อง”
“ฉันกับหญิงก้อยคงไม่มีอะไรกันแล้ว”
“ฉันไม่เชื่อหรอก คุณกับคุณหญิงรักกันจี๋จ๋าจะเป็นจะตาย จะมาเลิกกันง่ายๆได้ยังไง”
“คนเรา...มันเปลี่ยนใจกันได้เสมอ เธอไม่รู้หรือ”
สายตาวิบวับของเขา ทำให้สาลินเขินจัด ต้องหันหน้าหนี แต่คุณชายรองก็ตามเซ้าซี้ไม่เลิก
“แล้วถ้าฉันหมดรักในหญิงก้อย เธอจะหาผู้หญิงคนใหม่ให้ฉันได้ไหม”
สาลินไม่ทันตอบคำถามนั้น ศรีจิตราซึ่งแอบหลบมุมสังเกตการณ์มาตั้งแต่ต้น ก็ตัดสินใจปรากฏตัว บรรณารักษ์สาวเลยถือโอกาสเลี่ยงคำถามนั้น และแอบไปหยิบหนังสือสองเล่มที่หมายตาแต่แรก แต่คุณชายรองก็ตามไปดักคอไว้ทัน สาวแสบบ้านสวนเลยต้องตัดใจวางคืนที่เดิมอีกรอบ
ooooooo
งานเลี้ยงดำเนินต่อจนดึก โดยที่คุณชายเล็กก็ไม่ ได้มาร่วมงานตามคาด แต่สาลินก็ไม่ตัดใจ ฉวยโอกาสตอนทุกคนเผลอ แอบเข้าไปเอาหนังสือบันเทิงทศวารกับจันดาราจากห้องสมุด แต่ก็ถูกคุณชายรองจับได้อีกรอบ
“แต่ว่าเสด็จฯทรงประทานอนุญาตแล้วนะคะ”
“ถ้าทรงรู้ว่าเป็นสองเล่มนี้ล่ะก็ ไม่มีทางอนุญาตหรอก นี่เธอไม่รู้เลยหรือว่ามันเป็นยังไง”
“ทำไมฉันจะไม่รู้ มันเป็นเรื่อง...เอ้อ...วับๆแวมๆ”
“ไม่ใช่แค่วับๆแวมๆ มันโป๊กว่านั้น”
“แล้วทำไมคุณถึงอ่านได้”
“ก็ฉันเป็นผู้ชาย แล้วก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วด้วย”
“ฮึ...ไหนคุณบอกว่าคุณนับถือความเสมอภาคทางเพศไง”
ท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอ ไม่ดูขัดตาเหมือนเคย แต่น่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
“เอาเถอะ...แล้ววันหลังฉันจะให้เธออ่าน”
“จริงเหรอ แล้ว...วันไหนล่ะ”
“วันที่เธอแต่งงาน มีสามีแล้วน่ะสิ”
สาลินหน้าแดง มองค้อนเขาวงใหญ่แล้วหมุนตัว อย่างเร็ว เลยเซจนเขาต้องช่วยจับ พร้อมกับเย้าขำๆ
“แค่นี้ก็หน้าแดงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอายหรือเพราะเหล้า ยังไงเธอก็ยังอ่านไม่ได้ กลับบ้านไปนอนได้แล้ว”
สาลินสะบัดหน้าขึ้นรถไปแล้ว คุณชายรองมองตามจนลับตา แววตาระยิบระยับ จนศรีจิตราซึ่งแอบมองจากอีกมุมอดยิ้มตามไม่ได้ แน่ใจเหลือเกินว่าตัวเองคิดไม่ผิด...ว่าที่คู่หมั้นหนุ่มคิดอะไรพิเศษกับน้องสาวเธอแน่ๆ
ไม่ใช่แค่ศรีจิตราที่สังเกตเห็นบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างคุณชายรองกับสาลิน เสด็จพระองค์หญิงก็เป็นอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องที่ศรีจิตราแอบมองจากอีกมุมด้วย ทรงแย้มพระโอษฐ์นิดๆ เพราะสิ่งที่ทรงคาดไว้ไม่ผิดเลย ก่อนทรงหันมาแสร้งตีหน้านิ่งกับคุณสอางค์ เหมือนกำลังเคืองหลานชายคนเล็กที่หายหน้าไม่มาร่วมงาน
“ฉันคิดว่าไอ้เจ้าเล็กจงใจหลบหน้าสาลิน”
“อะไรกันเพคะ คุณชายเล็กจะทำอย่างนั้นทำไม”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ไอ้เจ้าหลานคนนี้มันเจ้าเล่ห์แสนกล ไม่รู้ว่ามันมีแผนอะไรของมัน”
“ก็อย่างนี้แหละเพคะ ดิฉันถึงอยากให้จับคู่กับยายสา นิสัยใจคอเหมือนกันไม่มีผิด”
“แล้วเธอเห็นว่าศรีจิตราไว้ตัว เงียบขรึมเหมือนชายรองสินะ”
“เพคะ...ผัวเมีย เอ๊ย...สามีภรรยาต้องนิสัยใจคอเหมือนกันถึงจะไปกันได้”
ท่าทางมั่นอกมั่นใจของคุณสอางค์ ทำให้เสด็จฯทรงแย้มสรวล “มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”
คุณสอางค์ไม่ได้ติดใจรับสั่งแปร่งๆของเสด็จฯแม้แต่น้อย มัวแต่เป็นปลื้มที่งานเลี้ยงจบลงด้วยดี แถมคุณชายรองก็มีท่าทีผ่อนคลาย เสวนากับหลานสาวทั้งสอง โดยเฉพาะศรีจิตราแบบญาติดีมากขึ้น เสด็จฯได้แต่ทอดพระเนตรมาด้วยความอ่อนใจ แต่ก็ไม่ทรงคิดขัด เพราะอยากให้ข้าหลวงคนสนิทเห็นด้วยตาตัวเองในอนาคตจะดีกว่า
ooooooo
เช้าวันต่อมา...คุณชายเล็กก็ถูกชำระความขนานใหญ่ โทษฐานเบี้ยวนัด ไม่มาร่วมงานเลี้ยงและเจอหน้าสาลิน แต่มีหรือคุณชายเจ้าสำราญจะสลด แถและอ้างโน่นนี่ไปตามเรื่อง จนเสด็จฯอดหน่ายใจไม่ได้
คุณสอางค์เห็นท่าไม่ดี เลยช่วยคิดแผนใหม่ คือจัด งานเลี้ยงฉลองวันประสูติของเสด็จฯ ซึ่งจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน คุณชายเล็กหน้าเสีย ยังไม่พร้อมเจอหน้าสาลิน เลยแกล้ง ออกความคิดให้จัดเป็นงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากากด้วย
ศรีจิตรานั่งนิ่ง รับฟังทุกอย่างด้วยท่าทางสงบ ทั้งที่ในใจตื่นเต้น จะได้เห็นละครฉากใหญ่ของใครบางคน ทั้งของคุณชายรอง คุณชายเล็ก ไม่เว้นแม้แต่คุณหญิงก้อย ซึ่งเสด็จฯประทานอนุญาตให้เชิญมาร่วมงานได้เหมือนทุกปี
และบ่ายวันเดียวกัน...ศรีจิตราก็นำเรื่องงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากากไปบอกน้องสาวถึงห้องสมุด สาลินนิ่วหน้าไม่อยากไป เพราะต้องมีการแสดงร่วมกับพี่สาว แต่ที่ทำให้หงุดหงิดกว่าคือการที่เธอต้องไปเจอหน้าคุณชายเล็ก
ศรีจิตราพยายามกล่อมให้น้องสาวเปิดใจ และถือ โอกาสพาอีกฝ่ายไปเลือกซื้อผ้าจากร้านของคุณชายรองในเวลาต่อมา สาลินขัดไม่ได้ ต้องตามมาแบบไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อได้เห็นผ้าผืนสวย ซึ่งเคยติดตาต้องใจตั้งแต่คราวที่แล้ว ที่เคยมาช่วยคุณชายรองเลือกของขวัญ ก็อดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวไม่ได้
คุณชายรองแอบมองตลอด และตัดสินใจปรากฏตัว สาลินเขินมาก เลยเสจิกกัดเขาเหมือนเคย คุณชายคู่ปรับตอกกลับจนเธอหน้าหงาย แล้วจัดแจงชวนให้ศรีจิตราไปช่วยเลือกผ้าถวายเสด็จฯ
สาลินรีบถลาตามพี่สาว โดยมีศุภรตามติดเพื่อแนะนำเรื่องผ้า คุณชายรองได้แต่มองตามนิ่งๆ ก่อนจะหันมาหยิบผ้าพับที่สาลินติดใจมากดู แววตาวิบวับเหมือน กับมีแผนบางอย่าง...
เวลาเดียวกันที่วังรัชนีกุล...สมาชิกทุกคนกำลังตื่นเต้น เมื่อได้ข่าวงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากากฉลองวันประสูติของเสด็จพระองค์หญิง หม่อมวาณีกับท่านชายจันทร์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยเสด็จฯมาก ที่ทรงไม่ถือสาเรื่องเก่าๆ
และเชิญไปร่วมงาน ต่างจากคุณหญิงก้อยต้นเรื่องฉาวโฉ่ทั้งหมด ที่ไม่รู้สึกผิดและคิดว่าเป็นเรื่องสมควรแล้ว
คุณหญิงกลางเห็นท่าไม่ดี กลัวท่านพ่อจะกริ้วเลยโพล่งออกไปเรื่องงานเลี้ยงที่จะมีการแสดงอวยพรด้วย คุณหญิงก้อยสบช่องรีบเสนอตัว พร้อมกับแขวะพี่สาวทันทีว่าคงไม่ถนัดเรื่องนี้
“จ้ะ...พี่ไม่ถนัดหรอก เพราะเรื่องต้องไปแสดง...จริตมารยาอะไรต่อหน้าคนเนี่ย หญิงคงถนัดกว่าพี่”
คุณหญิงก้อยเจ็บใจมาก แต่ก็ยังเชิดหน้าเหมือนไม่เป็นไร แถมโอ่ว่าตนมีคุณสมบัติดีกว่าว่าที่คู่หมั้นของคุณชายรองเป็นไหนๆ จนท่านชายจันทร์อดระอาใจไม่ได้ ต้องหันระบายกับหม่อมวาณีว่าคงต้องทำใจให้ชินกันทั้งวังเสียแล้ว...เพราะลูกสาวคนเล็กทำให้อับอายขายขี้หน้าไม่เว้นแต่ละวัน!
กว่าสองพี่น้องบ้านราชดำริจะเลือกผ้าเสร็จ ศุภรก็ยิ้มจนเมื่อย นึกเอ็นดูและชอบใจสองสาวไม่น้อย ที่เป็นคนอัธยาศัยและมารยาทดีกว่าที่คิด คุณชายรองได้ยินเพื่อนเพ้อถึงสองสาว ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ เลยแกล้งถาม ว่าหากต้องเลือกระหว่างสองสาว เพื่อนรักและหุ้นส่วนร้านผ้าไหมจะเลือกใคร
ศุภรพอมองออกว่าเพื่อนสนิทคิดอย่างไรกับสองสาว เลยแกล้งตอบว่าเลือกคนพี่ เพราะชีวิตจะได้สงบสุข คุณชายรองลอบถอนใจโล่งอก ก่อนจะหน้าตึง เมื่อจู่ๆเพื่อนก็เปลี่ยนใจ ชอบคนน้องมากกว่าเพราะชีวิตจะได้มีสีสัน
“แกมันเผด็จการ ต้องได้เมียหวานๆ นิ่งๆ ตามใจผัวแบบนี้แหละ คุณสาน่ะ...เหมาะกับฉันว่ะ”
“อย่ามาพล่าม แล้วหญิงกลางแกไม่สานต่อหรือวะ”
“ก็ไม่มีโอกาสนี่หว่า นะ...ถ้าฉันพลาดจากหญิงกลาง แกช่วยแนะนำสาลินให้ฉันหน่อย”
คุณชายรองโมโหหึง ตอกกลับอย่างลืมตัว “ไม่ได้... ฉันไม่ให้”
ศุภรกลั้นยิ้มแทบแย่ แกล้งย้อน “ฉันไม่ให้...อะไรวะ”
“คือ...สาลินเขามีแฟนแล้ว แกอย่ามาทำให้หญิงกลางเสียใจ งานประสูติเด็จป้า แกได้เจอหญิงกลางอีกแน่”
จบคำก็ฮึดฮัดผละไป ทิ้งศุภรให้มองตามเครียดๆ
“ไอ้หม่อมเอ๊ย...หลอกเข้าหน่อยก็แบไต๋ เอาไงวะ ...หมั้นคนพี่แต่กลับรักคนน้อง”
ooooooo
งานเลี้ยงแฟนซีหน้ากาก กลายเป็นหัวข้อสนทนาของทุกคนอย่างช่วยไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่คุณชายเล็กกับศรีจิตรา ซึ่งเจอกันบ่อยในระยะหลัง เพราะมีเรื่องเรือนหอต้องปรึกษาหารือ ก็อดคุยกันเรื่องนี้ไม่ได้
“วันงานประสูติ...คุณศรีจะแต่งแฟนซีอะไรครับ”
“ดิฉันกับพี่ๆที่ตำหนักจะรำถวายพระพรเสด็จฯท่าน ก็คงแต่งชุดที่รำน่ะค่ะ”
“โธ่...แล้วมันสนุกอะไรล่ะฮะ คุณศรีไม่ลองแต่งอะไรแปลกๆดูบ้างล่ะครับ สนุกจะตายเวลาเราแกล้งเป็นคนอื่น”
“เช่นแกล้งเป็นนายยอด...โจรขโมยนาฬิกาน่ะหรือคะ”
คุณชายเล็กคอหด ก่อนจะยิ้มกว้างประจบ วกมาเรื่องเดิมจนได้
“คุณศรีน่าจะเป็นนางเซเฮราซาด ในเรื่องอาหรับราตรี มานั่งเล่านิทานไงฮะ”
ศรีจิตราสบตาเขานิ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยความเขิน คุณชายเล็กก็รู้สึกแปลกๆไม่ต่างกัน เลยเสเปลี่ยนเรื่องอีกรอบ ด้วยการขอให้เธอเล่านิทานให้ฟังจนหลับไป ศรีจิตราได้แต่มองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...ใจหายและแอบเศร้าอยู่ในที หากเขาต้องถูกจับคู่กับน้องสาวจริงๆ
แต่ถึงจะกังวลใจแค่ไหน ไม่กี่วันต่อมา ศรีจิตราก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อคุณชายรองแวะมาหาถึงตำหนักใหญ่ พร้อมหอบถุงผ้าจากร้านมาถวายเสด็จพระองค์หญิง และบางส่วนสำหรับเธอกับน้องสาวและก็เพราะผ้าพับผืนพิเศษที่เธอจำได้ดี ว่าน้องสาวติดใจนักหนา ทำให้ศรีจิตราไม่สนใจเสียงซุบซิบจากคนทั้งวัง ที่ว่าคุณชายรองอาจมีใจให้เธอแล้ว และเลือกจะไปหาน้องสาวถึงบ้านสวนมากกว่า
สาลินเห็นผ้าผืนที่ถูกใจก็ถึงกับตาโตด้วยความดีใจ แต่ก็แกล้งแขวะเจ้าของผ้าไม่เลิก
“ตายแล้ว...ตั้งหกเจ็ดหลา ไม่เป็นพันเป็นหมื่นหรือ โธ่พี่ศรี...ไปอุดหนุนคุณชายหน้าเลือดนั่นทำไม”
“เมื่อเช้า...คุณชายหน้าเลือดเอาผ้ามาถวายเสด็จฯ ให้คุณป้าใหญ่ ให้พี่ แล้วผืนนี้เธอเจาะจงให้สา”
สาลินอึ้งไปอึดใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคู่ปรับหนุ่มจะใจดี
“เขาเอามาให้สาทำไมน่ะพี่ศรี”
“พี่จะไปรู้ได้ยังไงล่ะสา”
ศรีจิตราตอบกลับยิ้มๆ ตัดสินใจไม่บอกน้องสาวถึงเรื่องที่ตนคิดและสันนิษฐาน ปล่อยให้เวลาเป็นตัวบอกทุกอย่าง...เพราะมันต้องเป็นจริงตามที่เธอคิดแน่
จบเรื่องเสื้อผ้าก็มาถึงเรื่องการแสดงรำถวายพระพรของสองพี่น้อง ขณะที่คุณหญิงก้อยเตรียมซักซ้อมการแสดงอุปรากรเรื่องความรักและความตายอย่างเต็มที่ คุณสอางค์กับคุณสร้อยก็รับหน้าที่ฝึกท่ารำให้สองสาวพี่น้อง
สาลินทำได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก แต่กระนั้น...คุณสร้อยก็ยังไม่พอใจ สั่งให้ต้มน้ำข้าวมาดัดมือหลานสาวให้อ่อนช้อย จนสาวแสบบ้านสวนอดโอดไม่ได้ ไม่อยากรำให้เจ็บตัวเลย แต่ก็ขัดสองป้าไม่ได้
คุณชายรองได้ยินว่าสองสาวมาฝึกรำที่ข้างตำหนักใหญ่ทุกเย็น ก็อดไม่ได้ หาเรื่องส่องดู จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ต้องมารอดูสองนางซ้อมรำ โดยเฉพาะคนน้อง ที่ทำให้เขาหัวเราะและยิ้มง่ายกว่าเมื่อก่อนโดยไม่รู้ตัว แต่บรรดาสาวใช้ในวังกลับเข้าใจว่าคุณชายรองแอบดูว่าที่คู่หมั้นสาว...เหมือนอิเหนาแอบดูบุษบาไม่มีผิด!
ooooooo
เพราะภารกิจในงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากาก ทำให้ทุกคนต้องแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่เว้นแม้แต่คุณชายเล็ก ที่หายหน้าหายตาไปหลายวัน จนสาลินคิดเอาเองว่าเขาคงลืมแล้วว่ามีเธอเป็นเพื่อน
“โธ่...ก็ผมคนทำงานหาเช้ากินค่ำนี่ครับ แล้วอีกอย่าง...ผมไม่ได้หายไปสักหน่อย ผมก็ไปตรวจปั๊มยายซ้อนประจำ วันหนึ่งผมแวะไปที่บ้านสวน ไม่เจอคุณ แต่เจอผู้หญิงสวยๆท่าทางนุ่มนวลเหมือนชาววัง”
สาลินยิ้มหน้าบาน นึกรู้ว่าเขาเจอศรีจิตราแน่ “เป็นไง...พี่สาวฉันสวยไหม”
พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตตอบทันทีว่าสวยมาก สาลินชอบใจ แต่ก็แอบขัดใจเล็กน้อย ที่เขาอาย ไม่ยอมไปทำความรู้จักกับพี่สาวตามที่เคยขอร้อง ช่างฟิตหนุ่มกลัวเรื่องจะเข้าตัว เลยแกล้งเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง ชวนเธอไปกินข้าวแทน สาวแสบบ้านสวนรู้ทันแต่ไม่ติดใจมาก เพราะกำลังหิวพอดี
เรื่องราวความลำบากที่ต้องเตรียมตัวไปงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากากที่วังวุฒิเวสม์ เลยถูกถ่ายทอดจากปากสาลินหลังจากนั้น คุณชายเล็กหรือพลช่างฟิตได้แต่รับคำและรับฟังไปเรื่อยๆ กลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่อเธอเล่าถึงวีรกรรมสุดแสบระหว่างซ้อมรำ แต่พลันก็เกือบสำลัก เมื่อสาลินพูดถึงคุณชายเล็กด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้
“อีตาคุณชายเล็ก...ไม่เห็นจะอยากเจอเลย นี่เขาเป็นเพื่อนคุณใช่ไหม หน้าตาเป็นไง”
“หล่อ เท่ไม่แพ้ผมเท่าไหร่หรอกฮะ แต่ไม่ถึงกับเป็นเจ้าชายเจ้าเสน่ห์อย่างพี่...เอ้อ...คุณชายรอง”
สาลินเบ้หน้าด้วยความเซ็งสุดขีด “พี่ศรีน่ะ เชียร์ฉันกับอีตาคุณชายเล็กนี่เหลือเกิน บอกว่าดีอย่างนั้น
ดีอย่างนี้ ดีไปหมด ฮึ...ถ้าดีนักก็ให้พี่ศรีแต่งกับอีตานี่เองจะดีกว่า!”
เย็นวันเดียวกันที่บ้านสวน...อุ่นเรือนแวะมาหาลูกสาวคนเล็ก เพื่อมาช่วยคุณยายเย็บชุดไปงานให้ สาลินนั่งขยุกขยิกอยู่ไม่สุขจนเหล่าคนช่วยเหนื่อยใจ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี อุ่นเรือนถึงได้ถามถึงศรีจิตรา
“เออ...วันงานพี่ศรีเขาแต่งแฟนซีเป็นอะไรลูก”
“เขาไม่ยอมบอกค่ะ บอกว่าเป็นความลับ...เดี๋ยวนี้พี่ศรีเขาพิลึกๆนะคะ”
อุ่นเรือนกับคุณยายมองหน้ากันงงๆ สาลินเลยต้องขยายความ
“ก็มีลับลมคมใน มีพูดเล่น มีล้อเล่น สดชื่นกว่าแต่ก่อนเยอะ”
“ฮึ...ใครพ้นคุณป้าสร้อยของแกมาได้ ก็สดชื่นทั้งนั้นแหละ”
อุ่นเรือนส่งสายตาขอร้องแม่ ไม่อยากให้ค่อนว่าพี่สะใภ้ “แม่ว่า...เพราะเดี๋ยวนี้คุณชายรองมาสนิทชิดเชื้อด้วยมากกว่า คุณพี่สอางค์บอกว่าหมดเยื่อใยกับทางโน้นแล้ว พี่ศรีคงเข้าพิธีอย่างโล่งใจล่ะ”
สาลินหน้าหงิก โพล่งออกไปด้วยความหงุดหงิด “กะแล้วไม่มีผิด พอหมดหนทางก็หันมาหาพี่ศรี...อีตาบ้า!”
กว่าจะวัดตัวเสร็จ สาลินก็แทบหลับคากองผ้าผืนสวย พิณซึ่งตามมาช่วยอุ่นเรือนกับคุณยายจับผ้า อดเพ้อถึงคุณชายรองตามประสาพวกเห่อเจ้าไม่ได้ ว่ารูปงามและรู้ใจสาลินที่สุด ถึงเลือกผ้าได้ถูกใจและเข้ากับสีผิว อุ่นเรือนกับคุณยายได้แต่มองหน้ากันอึ้งๆ ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะคุณชายรองเป็นว่าที่คู่หมั้นศรีจิตราไม่ใช่สาลิน!
ooooooo
และแล้วงานฉลองวันประสูติของเสด็จพระองค์หญิงก็มาถึง คุณหญิงก้อยแต่งตัวสวยแต่วัน โดยมีวิรงรองและบรรดาลูกน้องในสำนักพิมพ์มาช่วยแต่งหน้าแต่งผมให้ แต่กระนั้น...ทั้งหมดก็มีจุดประสงค์แฝง จะหลอกถามข่าววงในจากคุณหญิงก้อย โดยเฉพาะเรื่องว่าที่คู่หมั้นสาวคนสวยของคุณชายรอง
คุณหญิงก้อยเกือบหลุดปากด้วยความคะนองปาก แต่คุณหญิงกลางก็โผล่มาพร้อมถาดของว่างเสียก่อน
“หญิงก้อย...หวังว่างานนี้เธอคงไปด้วยเจตนาดีนะ ไม่มีอะไรแอบแฝง”
“พี่กลางหมายถึงอะไรคะ”
คุณหญิงกลางไม่ตอบทันที แต่เหลือบไปทางวิรงรองกับพรรคพวก
“ไม่มีอะไรหรอก คืนนี้ท่านพ่อทรงติดธุระ ทรงฝากเตือนเธอว่าอย่าทำเรื่องวุ่นอีก ท่านขายหน้ามามากพอแล้ว”
ระหว่างที่คุณหญิงก้อยแทบคลั่ง สามคุณชายแห่งวังวุฒิเวสม์ ก็แทบบ้าไม่ต่างกัน เมื่อเห็นชุดแฟนซีของหม่อมอำพันกับจรวย ซึ่งคว้านลึกเกือบเห็นทรวงอก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากควงทั้งสองไปออกงานที่ตำหนักใหญ่
เสด็จพระองค์หญิงทรงถึงกับรับสั่งไม่ออก เมื่อได้เห็นสองสาวต่างวัยจากตำหนักเล็ก ได้แต่ปลง และหันไปทักทายหลานชายทั้งสามที่แต่งตัวเป็นสามทหารเสือผู้หล่อเหลาแทน
เวลาเดียวกันที่หลังเวที...คุณหญิงก้อยซึ่งมาเตรียมตัวก่อนขึ้นแสดง เห็นสองพี่น้องบ้านราชดำริ กำลังเตรียมตัวรำถวายพระพรเช่นกันก็อดไม่ได้ ต้องไปกระแนะกระแหน ศรีจิตราไม่อยากมีเรื่อง เลยพยายามตัดบท แต่ราชนิกุลสาวหัวสูงก็ไม่ยอมจบ สาลินเลยต้องออกโรงเอง
“พวกเรามาแสดงความจงรักภักดีค่ะ ไม่ใช่มาแสดงความอิจฉาริษยา”
คุณหญิงก้อยตาวาว สวนกลับเสียงกร้าว “อย่างนั้นหรือ ฉันคิดว่าเธอมาแสดงสินค้าให้คนจับจองเสียอีก เพราะตั้งแต่ฉันมาถึง ก็ได้ยินคุณป้าทั้งสองของเธอ
โฆษณาหลานสาวสองคนไม่ขาดปาก”
ศรีจิตราหน้าซีดเผือด ผิดกับสาลินโต้กลับอย่าง
ไม่กลัว “แหม...คุณหญิงคงเข้าใจผิดแล้วค่ะ เพราะดิฉันกับพี่สาวคงไม่ต้องโฆษณามาก ไม่เหมือนใครบางคนที่ต้องโฆษณาชวนเชื่อมากหน่อย เพราะเป็นของมีตำหนิ”
คุณหญิงก้อยคงอาละวาดงานพังไปแล้ว ถ้าวิรงรองซึ่งหม่อมวาณีกำชับหนักหนา ไม่ให้ก่อเรื่องวุ่นวายจะไม่ห้ามเสียก่อน และจับแยกกันไปคนละทาง แต่ก็ไม่วายต้องกลับมาปะทะคารมกันอีกรอบ เมื่อคุณสอางค์กับคุณสร้อยแวะมาดูความเรียบร้อยของหลานสาวทั้งสอง
และครั้งนี้คุณหญิงก้อยก็เริ่มก่อนเช่นเคยด้วยการพูดจาค่อนแคะแดกดันสี่ป้าหลานว่าคงไม่คุ้นหูกับการแสดงอุปรากรของเธอ แต่ก็ถูกคุณสอางค์กับคุณสร้อยตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า จนราชนิกุลสาวหัวสูงหน้าหงาย ต้องแถไปใช้เรื่องเดิมๆในการข่มขวัญและดูถูกสาลินกับศรีจิตรา หลังจากที่สองป้าผละไปจากหลังเวทีแล้ว
“ติ่ง...ห้องนี้น่าจะแยกเป็นสัดส่วนนะ ว่าตรงไหนสำหรับเจ้า ตรงไหนสำหรับไพร่”
สาลินกับศรีจิตราชะงัก แต่เพียงไม่นาน บรรณารักษ์สาวบ้านสวนก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วหันไปทางมาลากับวรรณา
“ตาย...งั้นคุณหญิงก็ต้องมานั่งกับเราสิคะ ใช่ไหมพี่มาลาพี่วรรณา”
มาลากับวรรณาพยักพเยิด หมั่นไส้ท่าทางหัวสูงของคุณหญิงก้อยเต็มที จนวิรงรองอดไม่ได้โต้กลับแทน
“นี่พวกเธอ...รู้ประสาบ้างนะ หญิงเป็นหม่อม ราชวงศ์หญิง จะไปนั่งกับพวกไพร่ได้ยังไง”
สาลินไม่สะทกสะท้าน ยิ้มหวานพร้อมกับอธิบายสองสาวต้นห้องของเสด็จฯ
“พี่ๆรู้ใช่ไหมคะ ว่าถ้าแบ่งง่ายๆ เจ้าก็คือผู้ที่เราต้องใช้ราชาศัพท์ด้วย นับตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป”
มาลากับวรรณาผสานเสียงถามอย่างรู้กัน “ถ้าอย่างงั้น...หม่อมราชวงศ์ก็เป็น”
“ไพร่ค่ะ...ไพร่”
คุณหญิงก้อยเบิกตาโพลง ทำท่าจะมาเอาเรื่องเต็มที่ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อคุณหญิงกลางปรากฏตัว พร้อมยืนยันคำพูดของสาลินว่าเป็นจริงทุกอย่าง ตามที่ล้นเกล้ารัชกาลที่สี่ทรงอธิบายไว้ คุณหญิงก้อยแทบคลั่ง อยากจะอาละวาดใส่พี่สาว แต่คุณหญิงกลางก็ไม่สนใจ แถมหันไปพูดคุยและแนะนำตัวกับสาลินและศรีจิตราอีกต่างหาก!
ooooooo
กว่าคุณหญิงก้อยจะสงบสติอารมณ์ได้ พวก หลังเวทีก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำ กลัวใจราชนิกุลหญิงจะถล่มงานเหมือนตอนงานวันเกิดวิรงรอง แต่โชคดีที่เธอยังไม่อยากถูกเสด็จพระองค์หญิงเหม็นหน้ามากกว่านี้ เลยพยายามระงับอารมณ์ แต่ก็ไม่วายตามไปจิกกัดศรีจิตรา...ศัตรูหัวใจคนสำคัญในเวลานี้
“คุณหญิงคะ...กรุณาอย่ามองฉันด้วยสายตา แบบนั้น ถ้าคุณหญิงคิดว่าดิฉันมาแย่งคนรัก คุณหญิงก็คิดผิด”
“แหม...ร้อนตัวจริงนะ ฉันไม่ได้มาพูดกับเธอเรื่องแย่งคนรักอะไร แต่กำลังจะพูดถึงน้องสาวเธอ ที่กำลังแย่งคู่หมั้นจากพี่สาวตัวเองต่างหาก...เธอรู้ตัวบ้างไหม”
ศรีจิตราอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะลอบยิ้มช้าๆเพราะเป็นไปตามที่คิด แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่ทันสังเกต
“ฉันมาพูดเพราะหวังดี ไม่อยากให้ชื่อเสียงของเธอสองคนมัวหมองไปมากกว่านี้ เพราะแม่น้องสาวปากดีของเธอกำลังถูกจับคู่กับคุณเล็ก ถ้าข่าวออกมาว่าไปมั่วกับคุณรอง มันจะอื้อฉาวไปกันใหญ่ พี่สาวถูกคุณชายวุฒิวงศ์ปฏิเสธถึงสองครั้งสองคน แต่แม่น้องสาวกะจะรวบหัวรวบหางทั้งพี่ชายรองและน้องชายเล็ก”
“หยุดความหวังดีของคุณหญิงไว้เท่านี้เถอะค่ะ เอาเป็นว่าข่าวของดิฉันกับสาลินคงไม่อื้อฉาวได้เท่ากับชีวิตแต่งงานแค่เจ็ดเดือนของคุณหญิงไปได้แน่ๆ”
คุณหญิงก้อยอ้าปากค้าง และเกือบจะสวนกลับแล้ว ถ้าอีกฝ่ายจะไม่ดักคอเสียงเรียบ
“อย่าหยาบคายสิคะ ผู้ดีแท้น่ะ...เขาไม่ใช้
ผรุสวาจาแบบนี้หรอกค่ะ ไม่มีธุระแล้ว ดิฉันขอตัว”
และแล้วเวลาของการแสดงก็มาถึง ศรีจิตรากับสาลินขึ้นไปรำถวายพระพรเป็นคู่แรก โดยมีมาลากับวรรณาตามประกบไม่ห่าง ท่าทางอ่อนช้อยและดวงหน้างดงามของทั้งสอง ทำให้เสด็จฯและแขกเหรื่อทุกคนประทับใจมาก แต่คงไม่เท่ากับคุณชายรองที่แกล้งแหย่น้องชายที่หลบหน้าสาลินมาตลอด
“ไง...วันนี้ยังจะหลบหน้าสาลินอีกไหม”
“ไม่แล้วฮะ คืนนี้ผมจะจองตัวคุณสาไว้ทั้งคืนเลย”
คำตอบของน้องชายทำให้คุณชายรองถึงกับอึ้ง ก่อนจะหันไปจับจ้องสาลินซึ่งรำเป็นตัวพระอย่างไม่วางตา คุณหญิงก้อยซึ่งแอบมองจากหลังเวทีไม่พอใจมาก จึงรวมหัวกับพวกวิรงรองช่วยกันตัดไฟบนเวที!
เสียงดนตรีและเสียงร้องเพลงหยุดกะทันหัน ศรีจิตรากับสาลินมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยังไม่รู้จะแก้ปัญหาเช่นไร โชคดีที่เหล่าคุณชายหัวไว คว้าเชิงเทียน ใกล้มือมาจุดและไปรวมตัวกันหน้าเวที พร้อมกับส่งสัญญาณให้นักร้องร้องเพลงต่อ การแสดงรำถวายพระพรของสองสาวบ้านราชดำริเลยลุล่วงไปได้อย่างสวยงามและน่าประทับใจมากกว่าที่คิด
ขณะที่หน้าเวทีเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นน่าประทับใจ ซุ้มอาหารรอบด้านก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพไม่แพ้กัน เมื่อศุภรซึ่งแต่งตัวเป็นทหารเสือเช่นเดียวกับเหล่าคุณชาย ตามหาคุณหญิงกลางจนเจอ แต่กระนั้น...ก็จนปัญญา ไม่รู้ว่าเธอแต่งแฟนซีเป็นเจ้าหญิงจากเรื่องไหน
“ฉันเป็นราพันเซล สาวน้อยบนหอคอยที่หย่อนเส้นผมให้เจ้าชายปีนขึ้นไปหาไงคะ”
“แล้วผมมีสิทธิ์ปีนขึ้นไปบนยอดหอคอยของคุณกลางได้บ้างไหมครับ”
“ถ้าคุณไม่กลัวคำสาปของแม่มดใจร้าย...ฉันก็ยินดีค่ะ”
ooooooo
การแสดงบนเวทีดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงการแสดงของคุณหญิงก้อย ชุดบทเพลงแห่งความรักและความตาย ซึ่งดัดแปลงมาจากอุปรากรชื่อดัง ท่าทางและลีลาราวกับมืออาชีพของราชนิกุลหญิง สวยสดและงดงามมาก แต่คงไม่ใช่สำหรับสาลิน มาลาและวรรณา ที่เตรียมล้างแค้นจากหลังเวที!
สาลินรอจังหวะอยู่แล้ว เมื่อถึงช่วงสำคัญของการแสดง ก็จัดแจงโปรยพริกไทยทั่วเวที จนคุณหญิงก้อยและพวกพ้องเริ่มสำลัก ก่อนจะส่งเสียงจามลั่นให้อับอาย กลายเป็นความวุ่นวายหลังจากนั้น ร้อนถึงเหล่าคุณชายต้องมาช่วยแบกร่างนักแสดงสาวๆบนเวทีไปพักด้านหลัง โดยเฉพาะคุณชายรองที่ส่งสายตาตำหนิไปทางสาลินอย่างรู้ทัน
เรื่องสาลินยังไม่ได้ชำระ คุณชายรองก็ต้องมารับศึกหนัก เมื่อเจอลูกอ้อนของอดีตคนรัก
“คุณรอง...พาหญิงไปจากที่นี่เถอะค่ะ หญิงทนอยู่ในงานอีกไม่ได้แล้ว หญิงอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ แล้วการแสดงของหญิงก็น่าสนใจไม่น้อย ใครๆก็ชื่นชม”
คุณหญิงก้อยหน้าบาน “คุณรองชอบหรือคะ”
“ชอบสิครับ อย่างน้อย...การแสดงของหญิงเมื่อกี้ มันบอกเล่าความจริงบางอย่าง”
“ความเจ็บปวดที่ต้องถูกพรากจากคนที่รัก”
คุณชายรองนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ถ้าเป็นการแสดงก็ใช่ครับ”
“นั่นล่ะค่ะความรู้สึกของหญิง...หญิงเสียใจที่ทำร้ายจิตใจคุณ ให้อภัยหญิงนะคะ แล้วเรามาเริ่มกันใหม่”
“อีกครั้งงั้นหรือ แล้วครั้งนี้ต้องเจ็บกันอีกหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ...หญิงสัญญา”
“งั้นสัญญาผมสักเรื่อง อย่าไประรานสาลินที่ห้องสมุดอีก มันไม่งามสำหรับความเป็นหม่อมราชวงศ์ของหญิง”
ชื่อของสาลินทำให้คุณหญิงก้อยลืมทุกอย่าง ลุกพรวดโวยวายเสียงดัง
“สารภาพแล้วใช่ไหมคะว่าคุณหลงเสน่ห์นังนั่น ทั้งๆที่เราเคยรักกันหมดหัวใจ”
“เทพีเพ็ญแสง...นี่แหละความจริงที่ผมพูดถึง ผมไม่แน่ใจแล้วว่าคุณเคยรักผมหรือใครบ้างไหม เพราะ
ความจริงที่ผมสัมผัส คุณมีแต่ความรักตัวเอง อ้อ...ขอชม
บทบาทหญิงเมื่อกี้ มันจริงกว่าที่หญิงเล่นในชีวิตประจำวันมากเชียวล่ะ”
พูดจบก็ผละออกไป ทิ้งคุณหญิงก้อยให้กรี๊ดคนเดียวอย่างบ้าคลั่ง จนเมื่อพวกวิรงรองออกมาเจอ ถึงได้สงบลงบ้าง แต่ไม่วายแค้นฝังหุ่น จะให้คอลัมนิสต์สาวหาทางประจานสาลินกับศรีจิตราให้ได้!
ooooooo
แยกจากคุณหญิงก้อยมาได้ คุณชายรองก็รีบไปตามหาตัวต้นเรื่องสุดแสบ แล้วก็ไม่นานเลย ก็เจอสาลินในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลังเวที สาวแสบบ้านสวนอดหวั่นไม่ได้ แต่ยังแข็งใจเชิดหน้า ทำไม่รู้ไม่ชี้
“เรื่องคุณหญิงก้อย ฉันไม่รู้เรื่องนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“ไม่ได้ทำหน่อย แต่ทำเยอะใช่ไหม เธอคิดว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่มีหลักฐาน จับมือใครดมไม่ได้ล่ะสิ”
ขาดคำก็คว้ามือเธอมาดม สาลินถึงกับอึ้ง รีบดึงมือออก “คุณจะทำอะไร”
“ก็จับมือเธอดมไง นี่...กลิ่นพริกไทยยังคลุ้งอยู่เลย”
สาลินหน้าแดง ยกมือตัวเองดมแก้เก้อ แต่ดันจามประจานความผิดตัวเอง คุณชายรองกลั้นยิ้มแทบแย่แล้ว คว้าผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ ก่อนจะผละไปพร้อมเสียงหัวเราะอันเป็นต่อ...
เหตุการณ์วุ่นวายจบลงพร้อมการแสดงบนเวที งานเลี้ยงหน้ากากกลายเป็นงานเต้นรำแบบเต็มตัว หนุ่มสาวต่างไปวาดลวดลายบนฟลอร์ไม่หยุดหย่อน ไม่เว้นแม้แต่ศุภรกับคุณหญิงกลาง ซึ่งแทบไม่ห่างกันเลยตั้งแต่เจอกัน
ฝ่ายคุณชายรอง...กวาดตามองรอบๆตัวด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะตาเป็นประกายเมื่อเห็นสาลินในชุดสวย ที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าเป็นผ้าผืนงามที่เขามอบให้เธอเป็นของกำนัล
ภาพสาวงามตรงหน้า ทำให้คุณชายรองซึ่งเพิ่งเปลี่ยนจากชุดทหารเสือเป็นชุดสูทเหมือนเคย อดใจไว้ไม่ไหว ต้องไปเผชิญหน้าและชวนคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แววตาเป็นประกาย
สาลินตาโต ตะลึงในความหล่อ ก่อนจะถามแก้เก้อ “นี่คุณมาทำอะไรตรงนี้คะ”
“ฉันเมา...เมาคนในงาน ยิ่งเวลาที่ทุกคนอวดอ้างสรรพคุณตัวเองพร้อมๆกัน”
“ความจริงคุณน่าจะชินแล้วนะ เพราะงานของคุณต้องเจอคนแบบนี้อยู่ประจำไม่ใช่หรือ เอ๊ะ...เมื่อกี้เห็นใส่ชุดทหารเสืออยู่ไม่ใช่หรือ ทำไมเปลี่ยนซะล่ะ”
“ฉันขอแต่งเป็นตัวฉันเองดีกว่า ฉันเบื่อทำตัวเป็นคนอื่น”
สาลินอมยิ้ม ก่อนจะหน้าตึง เมื่อเขาทำท่าเหมือนจะวิจารณ์ชุดสวยของเธอ
“ฉันกำลังจะบอกว่าเธอเหมือนกับเสด็จป้าตอนสาวๆต่างหาก”
“เดี๋ยวเหาก็ขึ้นหัวฉัน...จริงหรือคะ”
“จริง...เธอแต่งแบบนี้แล้ว...สวยดี”
“เป็นเพราะผ้าผืนนี้หรอก นี่ฉันยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลย ที่ให้ผ้าผืนนี้ฉัน”
“ฉันให้ประชด เธอไม่รู้หรือ”
“รู้...แต่ก็ขอบคุณ”
คุณชายรองยิ้ม ไม่โกรธเหมือนเคย แต่กลับยื่นแขนให้เธอเกาะเข้างาน สาลินลังเลนิดเดียวก่อนจะตัดสินใจไปกับเขา โดยไม่รู้เลยว่าคุณชายเล็กแอบมองตามตลอด และอดเสียดายไม่ได้ที่ถูกพี่ชายตัดหน้า
แต่ก็เซ็งไม่นาน เสียงกรุ๊งกริ๊งด้านหลังก็ทำให้เขาหันไปมอง แล้วก็ถึงกับตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นสาวงามในชุดเจ้าหญิงอาหรับ และกว่าจะรวบรวมสติและเอ่ยทักเธอออกไป ศรีจิตราก็ลุ้นแทบแย่
“ใช่แล้ว...คุณคือนางเซเฮราซาด นางเอกในเรื่องอาหรับราตรี นักเล่านิทาน ผมจำคุณศรีได้”
ooooooo










