ตอนที่ 10
เหตุการณ์คุณหญิงก้อยบุกอาละวาดถึงห้องสมุด ทำให้สาลินประสาทเสียมาก เจ็บใจเหลือเกินที่ถูกหยามต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้ แต่กระนั้น...บรรณารักษ์สาวบ้านสวนก็กำลังใจดี มีเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ พร้อมออกโรงปกป้องศักดิ์ศรีของเธอเต็มที่ เลยทำให้บรรยากาศหลังจากนั้น ไม่เลวร้ายเกินไปนัก
กว่าพลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตจะรู้เรื่อง ก็เย็นวันเดียวกัน เมื่อเขาแวะมาหาสาลินตอนเลิกงาน สาวแสบบ้านสวนหน้ามุ่ย เล่าให้ฟังโดยไม่ปิดบังว่าถูกคุณหญิงก้อยเหวี่ยงใส่เพราะหึงหวงคุณชายรอง
“แล้วคุณหญิงก้อยรู้ได้ยังไงว่าคุณสนิทสนมกับคุณชายรอง”
“ฉันไม่ได้สนิทสนม ฉันไปกับเขาเพื่อทะเลาะกัน”
พลลอบถอนใจยาว ดูท่าเรื่องจะยุ่งกันใหญ่ แต่เรื่องระหว่างเธอกับพี่ชายคนรองดูจะน่าเป็นห่วงกว่า เพราะดูท่าจะมีผู้ไม่หวังดีจ้องจับผิด และบุคคลผู้ต้องสงสัยคนแรกก็หนีไม่พ้นจิตริณี
“ก็เป็นไปได้นะ เพราะคุณหญิงเรียกคุณจินนี่ว่าอีกาคาบข่าว แต่เธอจะบอกคุณหญิงทำไม ในเมื่อเธอก็ไม่ค่อยชอบหน้าคุณหญิงก้อย แถมยังช่วยฉันต่อกรกับยายคุณหญิงด้วย”
พลทำหน้าเมื่อย พอจะเดาเรื่องทุกอย่างได้ แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะเธอยังไม่รู้ความจริงว่าเขาคือคุณชายเล็ก
“ฉันอยากให้คุณชายรองคืนดีกับยายคุณหญิงนี่เร็วๆ เรื่องมันจะได้หายยุ่ง”
“แต่ผมชักสงสัยว่านายคุณชายรองน่ะ อยากกลับไปคืนดีกับคุณหญิงจริงหรือเปล่าน่ะสิ”
“ทำไมเขาถึงจะไม่อยากล่ะ”
“ใครจะรู้ล่ะฮะ สันดาน...เอ๊ย...นิสัยผู้ชายก็เหมือนผึ้ง ไม่หยุดแค่ดอกไม้เพียงดอกเดียวหรอก”
สาลินทำหน้าอึ้งๆ ไม่ขำด้วย แต่ก็ไม่กล้าซักมาก ไม่อยากให้เรื่องเข้าตัวทั้งที่ยังไม่เกิด สองหนุ่มสาวนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางสนิทสนมของพวกเขากำลังทำให้คุณชายรอง ซึ่งตั้งใจมาวนเวียนแถวห้องสมุดถึงกับพูดไม่ออก หงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล และเลือกเดินหนี ไม่โผล่ไปทักทายบรรณารักษ์สาวบ้านสวนอย่างที่ตั้งใจ
แต่กระนั้น...คุณชายรองก็อารมณ์ค้าง และพาลไปลงกับน้องชายเมื่อเขากลับถึงวังในคืนเดียวกัน เพราะเข้าใจว่าชายหนุ่มที่นั่งคุยกับสาลินเมื่อเย็นคือพลช่างฟิตเพื่อนร่วมบริษัทของอีกฝ่าย คุณชายเล็กไม่สนใจคำพูดค่อนแคะ แต่อยากรู้มากกว่าว่าพี่ชายอยากคืนดีกับคุณหญิงก้อยหรือไม่
“เรื่องมันมีอยู่ว่า...มีคนเห็นพี่รองไปรับน้องเมียในอนาคตจากที่ทำงานหลายครั้ง เขาก็เลยสงสัยว่าพี่รองอาจจะตัดสินใจเลิกทั้งสองทาง แล้วหันไปทางที่สามแทน”
คุณชายรองนิ่วหน้าไม่เข้าใจ คุณชายเล็กต้องอธิบายว่าทางเลือกที่สามก็คือสาลิน...ว่าที่น้องเมียในอนาคต!
คำพูดของน้องชายทำให้คุณชายรองถึงกับหน้าถอดสี ลุกพรวด จนคุณชายเล็กต้องหลบ
“ฉันไม่เตะนายหรอกน่า แต่ฉันอยากรู้มากกว่า...ว่าไอ้บ้าคนไหนคิดอะไรเพ้อเจ้อแบบนี้ ใช่...ฉันไปรับเขาบ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่เจอกันก็มีเรื่องต้องเจรจา ไม่มีเรื่องพิศวาสอะไรแม้แต่สักนิด”
คุณชายเล็กจับสังเกตพี่ชาย กลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่ออีกฝ่ายทำท่าฮึดฮัด เล่าว่าแอบเห็นสาลินอยู่กับพลเมื่อเย็น
“ฉันน่ะไม่สนิทสนมกับแม่คนนั้นเท่าเพื่อนแกหรอก อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยไปกินข้าวกับเขาสองต่อสองเหมือนไอ้เจ้าพลนั่น นี่...ฉันรู้แล้ว ไอ้เพื่อนแกน่ะสิ ที่ใช้ให้แกมาถามฉัน มันหึงล่ะสิ”
ท่าทางขึงขังผิดปกติของพี่ชาย ทำให้คุณชายเล็กนึกสนุกแกล้งยั่ว “หวงมากกว่า”
“แล้วถ้าฉันเกิดชอบผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาจริงๆ แล้วจะว่ายังไง”
“แล้วพี่รองจะเอาคุณหญิงกับคุณศรีไปไว้ที่ไหนฮะ”
คุณชายรองมีสีหน้าเข้มขึ้น “ก็ช่างปะไร”
คุณชายเล็กตกใจมาก แต่คงไม่เท่าจรวยที่แอบฟังตลอด และอดสงสัยไม่ได้...ใครคือผู้หญิงคนนั้นกัน!
ooooooo
ขณะที่จรวยตามสืบเรื่องผู้หญิงคนใหม่ของคุณชายรอง มือที่สามระหว่างคุณหญิงก้อยและศรีจิตรา เสด็จพระองค์หญิงก็จัดแจงเตรียมงานแต่ง ด้วยการเรียกตัวหลานชายคนรองมาเลือกแบบเรือนหอร่วมกับศรีจิตรา แต่การเปิดโอกาสของเสด็จฯให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง กลับทำให้คุณชายรองได้รู้เรื่องสาลินมากขึ้นมากกว่า
“ยายสาชอบอ่านหนังสือค่ะ อ่านได้ตลอดวันตลอดคืน วันนั้นก็ขนซื้อมาหลายเล่ม”
“มิน่า...ถึงได้ทำงานเป็นบรรณารักษ์”
“ยายสาบอกว่าเป็นบรรณารักษ์จะได้อ่านหนังสือฟรีค่ะ”
“คนชอบอ่านหนังสือน่ะหูตากว้างไกล มีความคิดความอ่าน เธอน่าจะพาเขามาดูห้องสมุดของเด็จป้าบ้าง”
ศรีจิตรารับปากยิ้มๆ คุณชายรองเหลือบเห็นหนังสือนิทานข้างตัวเธอ เลยเล่าเรื่องน้องชายบ้าง
“นายเล็กก็ชอบฟังนิทาน นมย้อยน่ะรู้เรื่องนิทานเป็นพันๆเรื่อง นายเล็กนอนฟังนมย้อยจนหลับคาตักทุกวัน”
“สมัยเด็กดิฉันก็ทำอย่างนั้น”
“ไม่ใช่แค่สมัยเด็ก เมื่อวันก่อนเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นนายเล็กหนุนตักนมย้อยฟังนิทานอยู่”
“หรือคะ...ตายจริง คุณชายเล็กบางครั้งก็ทำตัวเป็นเด็กเหมือนยายสาไม่มีผิดเลยค่ะ”
สองหนุ่มสาวว่าที่คู่หมั้นได้คุยกันยาวๆเป็นครั้งแรก ไม่รู้ตัวเลยว่าเรื่องที่ต่างฝ่ายพูดถึงด้วยความสนุกสนาน ไม่ใช่เรื่องระหว่างตน แต่เป็นเรื่องของสาลินกับคุณชายเล็กต่างหาก!
เป็นอันว่าเรื่องเลือกเรือนหอยังไม่ได้เรื่อง คุณชายรองเห็นศรีจิตราสนิทสนมและถูกคอกับน้องชาย เลยมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน คุณชายเล็กอึดอัดใจมาก แต่ก็ขัดพี่ชายไม่ได้ เลยขนหนังสือมากมาย รวมทั้งหนังสือนิทานที่เธอชอบ แวะไปให้ในอีกสองสามวันต่อมา
ศรีจิตราเห็นรายชื่อหนังสือกองสูงตรงหน้าแล้วต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ เพราะเคยอ่านแล้วทุกเรื่อง แต่ไม่อยากหักหน้าคุณชายเล็ก เลยแกล้งบอกว่าไม่เคยอ่านสักเล่ม คุณชายเล็กยิ้มกว้าง รีบแนะนำด้วยความเต็มใจ บทสนทนาหลังจากนั้นเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิทานทั้งของไทยและต่างประเทศ โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องเรือนหอเลยแม้แต่นิดเดียว
คุณสอางค์เห็นหลานสาวพูดคุยกับคุณชายเล็กอย่างสนิทสนม ก็ปลื้มใจมาก มั่นใจว่าได้เรื่องเรือนหอแน่ แต่เมื่อรู้ภายหลังว่าคุยกันแต่เรื่องนิทาน ก็ถึงกับเอ็ดใหญ่ ศรีจิตรานิ่งรับผิดเหมือนเคย ก่อนจะหน้าเสีย เมื่อป้ากำชับให้หาทางคุยเรื่องเรือนหอกับคุณชายรอง ส่วนกับคุณชายเล็ก...ให้พูดถึงคุณงามความดีของยายสาก็พอ!
ข้อสันนิษฐานของพลเมื่อหลายวันก่อน ทำให้สาลินตัดสินใจถามจิตริณีตรงๆ เลยได้รู้ความจริงอันน่าตกใจว่าอีกฝ่ายเป็นอีกาคาบข่าวจริง เพราะดันหลุดปากบอกอัศนีย์ เรื่องที่คุณชายรองแวะมารับมาส่งเธอบ่อยๆ
“ฉันต้องขอโทษด้วย เพราะเรื่องนั้น อาร์นี่เลยพาคุณหญิงไปแอบดูคุณอยู่กับคุณชายรองที่ร้านผ้าไหม”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง คุณอัศนีย์ทำไปทำไมคะ”
“ฉันกำลังหาคำตอบอยู่นี่แหละค่ะ...”
ooooooo
จนแล้วจนรอด ศรีจิตราก็หาโอกาสคุยเรื่องเรือนหอกับคุณชายรองไม่ได้ กลายเป็นคุณชายเล็ก เป็นฝ่ายวาดแบบและเอามาให้เธอเลือกถึงตำหนักใหญ่แทน ศรีจิตรามองผลงานเขาด้วยความชื่นชม พร้อมกับแสดงความเห็นส่วนตัว ว่าอยากได้บ้านที่มีสวนดอกไม้เยอะๆ
คุณชายเล็กถึงกับยิ้มกว้างด้วยความชอบใจ “ดีจัง... นี่เป็นครั้งแรกที่คุณศรีออกความเห็นจริงๆจังๆ ไม่งั้นก็... อะไรก็ได้ ตามใจคุณชายเถอะค่ะ แล้วแต่คุณป้าค่ะ แล้วแต่จะทรงโปรดเพคะ”
ศรีจิตราต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ “นี่ดิฉันพูดอยู่แค่นี้จริงๆหรือคะ”
“ฮะ...หัดทำอะไรตามใจตัวเองบ้างสิครับ”
ศรีจิตรายิ้มอายๆ พลันคำพูดของคุณสอางค์ก็ลอยมาในหัว ให้เธอพูดถึงสาลินกับคุณชายเล็ก
“ถ้ายายสาอยู่ช่วยออกความเห็นเรื่องบ้านก็จะดีหรอก”
“พิลึกตายสิฮะ ผมเป็นตัวแทนพี่รอง คุณสาเป็นตัวแทนคุณศรี ทั้งๆที่บ้านนี้ คนอยู่คือพี่รองกับคุณศรีนะฮะ”
“ก็ยายสามีความคิดแปลกดีนี่คะ”
คุณชายเล็กนิ่วหน้า ก่อนจะถอนใจยาว เมื่อสำเหนียกได้ถึงบางอย่าง
“นี่คุณป้าใหญ่ใช้คุณศรีมาเป็นกรมโฆษณาการ โฆษณาคุณสาอีกแล้วใช่ไหมฮะ”
“ค่ะ...แต่ดิฉันไม่ได้อยากทำเลยนะคะ”
“ดีออกฮะ คอยจับคู่ให้คนโน้นคนนี้ สนุกจะตายไป”
รอยยิ้มบางๆของศรีจิตราทำให้คุณชายเล็กถึงกับเคลิ้ม ต้องพยายามปลุกตัวเองแทบแย่ ไม่ให้คิดอะไรเรื่อยเปื่อย โดยไม่รู้เลยว่าเสด็จพระองค์หญิงทอดพระเนตรมาจากตำหนักใหญ่เหมือนเคย ครุ่นคิดนิดเดียวแล้วยิ้มกว้าง ...มั่นใจว่าการคาดการณ์บางอย่างของตนไม่ผิดแน่
หลังจากรับปากสาลิน จะไปตามหาความจริงจากปากเพื่อนเก่าจากนิวยอร์ก ว่าเหตุใดต้องทำเรื่องยุ่ง ป่วนจนคุณหญิงก้อยต้องมาอาละวาดสาลินถึงห้องสมุด จิตริณีก็รอเวลาอย่างใจเย็น แล้วโอกาสของเธอก็มาถึงในวันหนึ่ง เมื่ออัศนีย์แต่งตัวหล่อราวกับดารา แวะมาชวนสาลินไปกินกลางวัน
สาลินปฏิเสธ แถมต่อว่าเขาด้วยที่เอาเรื่องเธอไปบอกคุณหญิงก้อย ก่อนจะผละไปกินกลางวันกับไนเจลและแก๊งเพื่อนสาว อัศนีย์เลยต้องเบนเข็มไปที่เพื่อนเก่าอย่างจิตริณี ซึ่งตอบรับคำด้วยความยินดี
อัศนีย์ยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกซัก เล่าเรื่องงานเปิดตัวไนต์คลับหรูอย่างใจเย็นและเอาอกเอาใจเธอเหมือนเคย
“ช่วงนี้ผมวุ่นจังเลย ถ้ามีผู้ช่วยสักคนก็ดี”
“ช่วงนี้ฉันกำลังเบื่องานอยู่เลย จ้างฉันเป็นเลขาไหมล่ะ”
“ไม่ได้หรอก อย่างคุณน่ะ ต้องเก็บไว้เป็นที่ปรึกษา ผมจะเลือกคนที่เด็กกว่าผม จะได้เอ็ดหรือดุด่าว่ากล่าวได้”
“นอกจากนั้นก็ยังต้องสวย คล่องแคล่ว และปราดเปรียวด้วยใช่ไหม”
“นั่นไง คุณช่างเป็นที่ปรึกษาที่รู้ใจผมจริงๆ”
“เด็กสาวคนนั้น ฉันก็พอเห็นอยู่ แต่ก็คงยาก เพราะคุณทำให้เด็กตกใจเสียแล้ว”
คำพูดเป็นนัยๆของเพื่อนสาว ทำให้อัศนีย์ถึงบางอ้อ เดาว่าคงเป็นเรื่องเดียวกับที่สาลินโกรธเขา แต่กระนั้น...เศรษฐีหนุ่มหล่อพ่อรวยก็ไม่ยี่หระ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามต้องการแล้ว
“คุณว่าเด็กสาวอย่างสาลิน ถูกด่าว่าแย่งผู้ชายจากหญิงอื่น แถมผู้หญิงคนนั้นเป็นพี่สาวตัวเอง เธอจะทำยังไง”
จิตริณีนิ่งคิด ก่อนจะเบิกตาโพลง “ก็คง...ต้องถอยห่างจากผู้ชายคนนั้นให้ไกลที่สุด อ้อ...นี่คุณจะทำให้คุณชายรองแตกกับสาลิน ด้วยการหลอกใช้หญิงก้อย คุณนี่ร้ายที่สุด”
“ช่วยไม่ได้ครับ หญิงก้อยก็หลอกใช้ผมไปจูบต่อหน้าคุณชายเหมือนกัน ผมก็ต้องเอาคืนบ้าง!”
ooooooo
สาลินเหนื่อยใจมาก แม้เพื่อนร่วมงานทุกคนจะเข้าใจสถานการณ์ดี แต่เธอก็ไม่สบายใจที่ต้องเป็นผู้ต้องหามือที่สามแย่งผู้ชายของคนอื่น แต่กระนั้น... ตัวกลางต้นเรื่องอย่างคุณชายรองกลับไม่คิดแบบเดียวกัน เขาแวะเวียนมาตอแยเธอเรื่อยๆ และเย็นวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง
สาลินพยายามหลบเลี่ยง แต่เขาก็ตามไปรั้งตัวไว้
“นี่เธอเป็นอะไร ฉันคิดว่าฉันพูดกับเธอรู้เรื่องแล้ว นี่เธอมาเล่นแง่อะไรอีกล่ะ”
“ฉันไม่มีแง่อะไรจะมาเล่น แต่ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด...ฉันกลัวเรื่องหึงหวง”
คุณชายรองชักสีหน้า เริ่มหงุดหงิด “หึงหวง...อ้อ... เธอคงกลัวนายเด็กปั๊มนั่นหึงล่ะสิ”
“เด็กปั๊ม เด็กปั๊มไหน นี่รู้ไว้ซะ เขาเป็นผู้ตรวจระดับสูงของบริษัทน้ำมัน ไม่ใช่เด็กล้างรถ”
“อ้อ...ขอโทษที่ไปลดชั้นคนของเธอ”
“นี่...อย่ามาพูดบ้าๆนะ ต่อไปนี้คุณเลิกมาที่นี่ มารับมาส่งหรือพาฉันไปไหนต่อไหนอีกแล้ว”
“เจ้าพลรูปหล่อนั่นมันคงสั่งมาสินะ ได้...ต่อไปฉันจะไม่มาให้นายคนนั้นของเธอเข้าใจผิดอีก”
“นี่คุณ...คนที่เข้าใจผิดน่ะ ไม่ใช่คุณพล แต่คือ...”
“อ้อ...แสดงว่ายังมีผู้ชายคนอื่นอีก นายอัศนีย์หรือเจ้านายของเธอล่ะ”
“เอ๊ะ...พูดจาให้เกียรติกันหน่อยนะ”
“ขอโทษที่ไปหลู่เกียรติผู้ชายของเธอ...ลาก่อน”
พูดจบก็ผละไป ทิ้งสาลินให้มองตามอึ้งๆ เช่นเดียวกับจิตริณี แอบฟังตลอด และถึงกับคิดหนัก...หรือว่าเธอควรจะเล่าเรื่องแผนของอัศนีย์ให้คุณชายรองฟังดี
คุณชายรองหัวเสียมาก จนต้องพาลไประบายกับน้องชายด้วยความอึดอัดใจเหมือนเคย ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดสาลินต้องทำท่าทางเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้หรือพูดคุยกับเขา
“ผมว่าพี่รองต้องเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแน่ๆ”
“ก็เขาบอกฉันเองว่าเขากลัวเรื่องหึงหวง ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด”
และเรื่องหึงหวงที่ว่า คุณชายรองก็เข้าใจว่าต้องมาจากพลช่างฟิตแน่ คุณชายเล็กเลยถึงบางอ้อ
“นี่พี่รอง...เจ้าพลรูปหล่อน่ะ มันทำงานตำแหน่งเดียวกับผม ไม่ใช่เด็กเติมน้ำมันนะครับ”
“นั่นไง...เขาก็ออกรับแทนเจ้าพลเหมือนแกไม่มีผิด”
ท่าทางงุ่นง่านของพี่ชายทำให้คุณชายเล็กสงสัยบางอย่าง
“รู้ไหมฮะที่พี่รองพูดทั้งหมดน่ะ มันไม่เหมือนว่าเจ้าพลหึงพี่รองหรอกนะฮะ แต่เหมือนพี่รองหึงเจ้าพลมากกว่า”
“นี่นาย...อย่ามาพูดบ้าๆนะ ไม่มีวัน!”
สองพี่น้องทุ่มเถียงกันอย่างไม่ลดละ ไม่รู้เลยว่ามีสายตาของจรวยมองตามตลอด พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะมีแผนบางอย่างและก็ไม่ต้องรอนานเลย เพราะโอกาสของเธอมาถึงในเย็นวันเดียวกัน
ศรีจิตราเห็นหน้าสะใภ้ใหญ่จากตำหนักเล็กก็ลอบถอนใจ ไม่อยากฟังคำยุแยงของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องปั้นหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร จรวยเลยย่ามใจคิดว่าศรีจิตราต้องตามแผนของตนไม่ทันแน่
“หมู่นี้เห็นคุณชายเล็กมาสังสรรค์กับคุณศรีทุกวันเลยนะคะ”
“ไม่ได้สังสรรค์อะไรหรอกค่ะ แต่มาคุยกันเรื่องแบบบ้านที่จะสร้าง”
“แปลกนะคะ เรื่องเรือนหอนี่มันเรื่องของคุณชายรองแท้ๆ แต่กลับให้คนอื่นไปจัดการแทน”
“เห็นว่าคุณชายเธอไม่ค่อยว่างนี่คะ”
“ค่ะ...คุณชายเธอไม่ค่อยว่าง เพราะอะไรทราบไหมคะ”
“ดิฉันคงไม่ทราบดีทุกเรื่อง...เหมือนคุณจรวยหรอกค่ะ”
“อุ๊ย...เรื่องในวังไม่มีอะไรรอดหูรอดตารวยหรอกค่ะ คือ...ตอนนี้คุณชายรองเธอไปติดพันผู้หญิงคนใหม่ค่ะ!”
ooooooo
คำพูดจากจรวยไม่มีผลกับศรีจิตรามากนัก แต่ก็ทำให้สงสัยมากกว่าว่าผู้หญิงคนนั้นคือใครกันแน่ และในระหว่างที่ตามหาคำตอบนั่นเอง สาลินก็โผล่มาเยี่ยม และหลอกล่อให้เธอไปข้างนอกด้วย โดยอ้างว่าเป็นรับสั่งของเสด็จพระองค์หญิง โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วน้องสาวจะพาเธอกลับไปค้างบ้านสวน
แน่นอนว่าแผนการนี้คุณชายรองเป็นคนต้นคิด เพราะสงสารคุณตาคุณยาย ไม่ได้เจอหน้าหลานสาวคนโตมาหลายปี และครั้งนี้สาลินก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่ไม่วายเหน็บถึงเรื่องเมื่อคราวก่อน
“ฉันบอกแล้วไง ไม่มีเด็กปั๊มที่ไหนทั้งนั้นแหละ คนที่เขาหึงหวงฉันน่ะก็คือคุณ...”
คุณชายรองมีสีหน้าเข้มขึ้น “ฉันรู้แล้วล่ะว่ามีอีกหลายคนที่มารุมหึงหวงเธอ ไม่ต้องสาธยายหรอก ที่ฉันต้องเข้ามาดูแล เพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันนัดเธอมารับพี่สาว ลืมแล้วหรือว่าฉันเป็นคนแนะนำทุกอย่าง ทั้งเรื่องวันนัด วันพากลับ แนะแม้กระทั่งวิธีจะกราบทูลเสด็จป้าให้ทรงอนุญาต”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ เป็นบุญคุณท่วมหัวท่วมหูดิฉันเหลือเกิน”
“ไม่ต้องมาทำประชดประชัน ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นกับเธอ”
“เข้าใจค่ะ แต่อยากบอกให้คุณเข้าใจไว้ด้วย ถึงคุณไม่แนะนำ ฉันก็เสียวสวาทพอ”
คุณชายรองแทบกุมขมับ “พูดอะไรน่ะ เป็นสาวเป็นนาง”
สาลินเชิดหน้า สวนกลับอย่างท้าทาย “เสียวสวาท... ภาษาลาวแปลว่าเฉลียวฉลาดค่ะ ฉันฉลาดพอจะคิดหาทางพาพี่ศรีไปได้โดยไม่ต้องพึ่งคุณ เพราะฉะนั้น... ไม่ต้องมาทวงบุญคุณ!”
คุณชายรองคงต่อปากต่อคำกับเธออีกนาน ถ้าศรีจิตราซึ่งเพิ่งกราบลาเสด็จพระองค์หญิงจะไม่ออกจากตำหนักเสียก่อน สาลินรีบวิ่งไปหาพี่สาว ศรีจิตราเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นหนุ่มเลยไปกล่าวลาและขออนุญาตเขาด้วย สาลินหมั่นไส้ท่าทางหยิ่งๆ เลยแกล้งเลียนแบบเสียงและท่าทางของพี่สาว
“คุณชายคะ...ดิฉันขออนุญาตพาพี่สาวไปเที่ยวสักสองสามวันนะคะ”
“ไม่ต้องมาขออนุญาตฉันหรอก เพราะเธอมันเสียวสวาทอยู่แล้ว”
“ขอบคุณค่ะคุณชายที่รู้ว่าฉันเสียวสวาท...ไปค่ะพี่ศรี”
ท่าทางระหว่างน้องสาวกับว่าที่คู่หมั้นหนุ่มทำให้ศรีจิตราสงสัย และอดไม่ได้จะตะล่อมถาม
“เธอทะเลาะกับคุณรองหรือเปล่ายายสา ท่าทีคุณรองโกรธๆ ดูปึ่งชายังไงพิกล”
“ก็ทะเลาะทุกครั้งที่เจอหน้ากันนั่นแหละ”
“ทะเลาะกันเรื่องอะไรหรือ แล้ว...เจอกันกี่ครั้งแล้ว”
“ก็...เจอกันหลายครั้ง ทุกครั้งสาก็จะขอตาคุณชายไม่ให้เขาแต่งงานกับพี่ศรี”
“ตายจริง...สากล้าพูดอย่างนั้นเชียว”
“ทำไมสาจะพูดไม่ได้คะ ก็เขารักคนอื่นอยู่ สาน่ะอยากให้เขาคืนดีกับยายคุณหญิงคุณหยัง แม่กระชังก้นใหญ่คนนั้นเร็วๆนี่แหละ เราถึงได้ทะเลาะกันทุกครั้ง เอ๊ะ...ตาคุณชายไม่เคยเล่าให้พี่ศรีฟังหรอกหรือคะ”
ศรีจิตราส่ายหน้าตอบว่าไม่เคย สาลินจะซักต่อ แต่ก็ถึงบ้านสวนก่อน สองสาวเลยรีบไปกราบคุณตาคุณยายและอุ่นเรือน โดยเฉพาะศรีจิตรา ดีใจจนน้ำตาไหลที่ได้มาที่นี่...ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ooooooo
ระหว่างที่บ้านสวนเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น สถานการณ์ที่วังรัชนีกุลกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ เพราะตั้งแต่งานปาร์ตี้วันเกิดของวิรงรอง คุณหญิงก้อยก็เจ้าอารมณ์ยิ่งกว่าเก่า จนทุกคนในวังเริ่มเอือมระอา
และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่คุณหญิงก้อยยิ้มออกเมื่อได้ยินจากสาวใช้ว่าคุณชายจากวังวุฒิเวสม์มาขอพบ ราชนิกุลสาวตั้งท่าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวสวยมาต้อนรับ แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อเห็นว่าแขกหนุ่มไม่ใช่คุณชายรองแต่เป็นคุณชายเล็ก แถมเขายังมาหาคุณหญิงกลาง ไม่ใช่เธอ
“หญิงกลางอยากไปดูของขวัญกับผ้าไหมน่ะครับ ผมเลยอาสาพาไปร้านพี่รอง หญิงก้อยสนใจไปด้วยกันไหม”
“คุณชายคงหาอุบายให้หญิงไปพบสินะ ไม่มีวัน... ถ้าเขาอยากคืนดี เขาต้องมาหาหญิง ไม่ใช่หญิงไปหาเขา!”
พูดจบก็สะบัดหน้าเข้าวัง ทิ้งคุณชายเล็กให้มองหน้ากับคุณหญิงกลางงงๆ
“มันเรื่องอะไรกันครับ พี่รองไม่ได้ออกอุบายอะไรสักหน่อย อยู่ร้านหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”
“อย่าไปสนใจเลยค่ะ ไปกันเถอะ”
หลังจากพูดคุยกับคุณตาคุณยายจนหนำใจแล้ว
ศรีจิตราก็ถือโอกาสชวนแม่ไปคุยตามประสาแม่ลูกบ้าง
“ยายสานี่จริงๆเลย แอบไปขอประทานอนุญาตให้หนูค้างคืนที่นี่ แถมแอบไปจัดกระเป๋าตอนไหนก็ไม่รู้”
“ก็นี่แหละลูกยายสา วันๆมีแต่เรื่องเล่นสนุก”
“ไม่เหมือนหนูนะคะ วันๆมีแต่เรื่องน่าหนักใจ”
ท่าทางและสีหน้าลูกสาวคนโต ทำให้อุ่นเรือนเอะใจ และเริ่มซักไซ้ถึงเรื่องราวต่างๆจนได้รู้ว่าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมากมาย แต่ที่น่าตกใจสุดคงหนีไม่พ้นข่าวล่าสุด ที่ว่าคุณชายรองมีผู้หญิงคนอื่นแล้ว
สาลินเดินผ่านหน้าห้องแม่กับพี่สาวโดยบังเอิญ อดไม่ได้จะเงี่ยหูฟัง
“แม่ขา...เราต้องตอบแทนพระคุณคุณป้า ด้วยความหวานอมขมกลืนแบบนี้หรือคะ”
“ลูกเอ๋ย...อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลยลูก หนูเป็นเด็กดี พระจะช่วยคุ้มครองหนู”
“แต่หนูเคยได้ยินมาว่าพระจะช่วยคนที่ช่วยตัวเองก่อนไม่ใช่หรือคะ”
สาลินไม่ทันคิดเลยว่าผู้หญิงคนใหม่นั้นจะเป็นตัวเอง เป็นเดือดเป็นร้อนแทนพี่สาวมาก จนถึงขั้นต้องไปเปิดอกคุยด้วย ศรีจิตราถอนใจยาวก่อนจะพูดถึงผู้หญิงคนใหม่ของคุณชายรอง ตามที่ได้ข้อมูลมาจากจรวย
“น่าจะเป็นผู้หญิงใจแตก เพราะคบผู้ชายทีเดียวหลายๆคน”
“ยี้...คบหญิงเสเพล อยากเห็นหน้ายายผู้หญิงคนนั้นจังเลยว่าสวยแค่ไหน สู้เราสองคนได้หรือเปล่า”
เวลาเดียวกันที่ร้านอาหารหรูไม่ไกลจากร้านผ้าไหม...คุณชายรอง คุณชายเล็ก คุณหญิงกลางและศุภรกำลังคุยกันอย่างออกรส โดยเฉพาะสองคนหลังได้ทำความรู้จักและสานสัมพันธ์กันมากขึ้น โดยมีสองคุณชายเป็นตัวกลาง
แต่ถึงจะรื่นเริงแค่ไหน คุณชายรองก็อดเหนื่อยใจไม่ได้ เมื่อได้ยินจากน้องชาย เรื่องคุณหญิงก้อยอยากให้เขาตามง้องอนเหมือนเคย...จนเริ่มจะปลงแล้วว่าความรักที่มีมาเนิ่นนานกำลังจะหมดแล้วจริงๆ
ooooooo
ศรีจิตราแปลกใจไม่น้อย เมื่อทราบความจริงจากปากน้องสาว ระหว่างที่ช่วยกันเก็บมะม่วงสวนเป็นของฝาก ว่าคุณชายรองเป็นต้นคิดให้น้องสาวขอประทานอนุญาตจากเสด็จพระองค์หญิง ให้เธอมาเยี่ยมบ้านสวน
“ตอนนั้นสายังคิดเลยว่าเขาเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ตอนนี้...สาไม่รู้แล้วว่าเขาทำเพื่ออะไร ผู้ชาย...ไว้ใจ ไม่ได้จริงๆ”
ท่าทางตะบึงตะบอนของน้องสาว ทำให้ศรีจิตราถึงบางอ้อ ว่าคงอารมณ์ค้างจากเรื่องที่คุยกัน
“ผู้ชายดีๆมีเยอะไป อย่างคุณชายเล็กเธอก็...”
“ฮึ...พี่ศรีรู้จักผู้ชายสักกี่คนกัน เลยเห็นดีเห็นงามไปหมด”
“แหม...แล้วสาน่ะ รู้จักผู้ชายมากนักหรือ”
“เยอะแยะไป ก็มีคุณตา ตาผล อีตาคุณชาย แล้วก็คุณพล ใช่แล้ว...พี่ศรีเจอคุณพลหน่อยเถอะ”
“มันจะเหมาะหรือสา”
“แหม...พี่ศรียังไม่ได้หมั้นกับเขาสักหน่อย ทำไมจะคบคนอื่นบ้างไม่ได้ ทีเขา...”
สาลินยั้งปากตัวเองไว้ทัน ไม่อยากให้พี่สาวคิดมาก เลยได้แต่บอกให้ลองคิดดู...เพราะอนาคตมันไม่แน่ไม่นอน
หลังจากพาคุณหญิงกลางส่งวังรัชนีกุลแล้วคุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิตก็แวะมาเยี่ยมสาลิน เหมือนเคย แต่ก็ต้องหนีกลับแทบไม่ทัน เมื่อได้เจอศรีจิตรา กลัวความแตกแล้วเขาจะเข้าหน้าสาวแสบบ้านสวนไม่ติด
ศรีจิตราได้แต่มองตามเขางงๆ เข้าใจเองว่าเขาคงเขินที่ต้องเจอน้องสาวเธอ ว่าที่คู่หมายที่เสด็จฯกับคุณสอางค์พยายามจับคู่ให้ ต่างจากพุดซ้อนกับชบา เห็นพลพูดจากับศรีจิตราอย่างสนิทสนม ก็คิดเองเสร็จสรรพ ว่าช่างฟิตหนุ่มต้องเป็นพวกพระยาเทครัวแน่...หวังจะงาบทั้งพี่ทั้งน้อง!
นอกจากคิดอกุศลแล้ว พุดซ้อนยังเอาเรื่องของสาลินกับศรีจิตราและพลช่างฟิตไปซุบซิบต่อจนทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ในศาลาวัด เมื่อทุกคนในละแวกสวนเมืองนนท์มารวมตัวกันเพื่องานบุญ คุณตาคุณยายฟังแล้วกลุ้มใจมาก ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลานสาวทั้งสองแน่ แต่ก็ไม่เต้นตามให้พุดซ้อนได้ใจ
สองพี่น้องบ้านสวนยังไม่รู้ตัวว่าเป็นหัวข้อสนทนาของคนละแวกบ้าน โดยเฉพาะศรีจิตรา แบกชะลอมผลไม้ของฝากไปถวายเสด็จพระองค์หญิงมากมาย จนถึงกับมีรับสั่งขอบใจ แถมเผื่อแผ่ความดีความชอบไปให้สาลินด้วย ที่ทำให้ศรีจิตรามีสีหน้าเปี่ยมสุขเช่นวันนี้ ด้วยการประทานงานเลี้ยงเต้นรำพร้อมอาหารค่ำหรูหราเพื่อตอบแทน
แต่กว่าจะถึงวันนั้น ศรีจิตราก็ต้องฝ่าด่านใหญ่ หอบชะลอมของฝากไปให้หม่อมอำพันที่ตำหนักเล็ก คุณสอางค์เป็นห่วงหลานสาว กลัวจะหัวอ่อนจนตามไม่ทันหม่อมนักพนันคู่ปรับ เลยตัดสินใจไปเป็นเพื่อน
ทุกคนที่ตำหนักเล็ก โดยเฉพาะคุณชายทั้งสามมองของฝากจากเมืองนนท์ด้วยความชอบใจ มีเพียงหม่อมอำพันกับจรวยเท่านั้นที่ตั้งแง่ พูดจาดูถูกและเหยียดชนชั้นอย่างออกนอกหน้า จนคุณสอางค์เหลืออดตอกกลับ
“ป้าจะกราบทูลเสด็จฯไม่ให้ยายศรีเยี่ยมกรายมา แถวนี้ พวกไพร่สถุลสกุลกามันเยอะ มันจะเป็นเสนียดแก่ตัว”
หม่อมอำพันอ้าปากค้าง ตั้งท่าจะไปตบคู่ปรับ จนเหล่าคุณชายต้องรีบรั้งตัวไว้
“อีกอย่าง...แถวนี้เหลือบริ้นไรที่มันชอบเกาะกินมันก็เยอะไม่ใช่น้อยหรอก ป้าจะกราบทูลเสด็จฯด้วยว่าเงินปีที่โปรดไว้จุนเจือคนที่นี่ แต่กลับเอาไปถลุงในบ่อนจนแทบฉิบหายขายตัว สมควรให้ท่านทรงตัด ทรงงดให้หมดสิ้น”
คุณชายรองกับคุณชายเล็กเห็นท่าไม่ดี เลยรีบพาสองป้าหลานแยกออกไป ส่วนคุณชายโตก็ต้องรั้งตัวแม่ไว้ ไม่ให้ตามไปตบคู่ปรับจากตำหนักใหญ่อย่างที่ตั้งใจ โดยมีจรวยมองมาด้วยสีหน้าสาสมใจ ชอบใจนักที่หม่อมแม่ผัวตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับว่าที่ลูกสะใภ้เช่นนี้... คราวนี้แหละจะได้ไม่มีสะใภ้คนไหนมาใหญ่ค้ำหัวฉัน!
ooooooo
คุณสอางค์กลับตำหนักใหญ่แล้ว โดยฝากหลานสาวคนโตไว้กับสองคุณชาย คุณชายรองเห็นว่าน้องชายคุยกับว่าที่คู่หมั้นถูกคอกว่า เลยผละไปดูแม่ ทิ้งศรีจิตราให้คุยกับคุณชายเล็ก จนได้รู้เรื่องระหว่างหม่อมอำพันกับคุณสอางค์ว่าทั้งสองเป็นคู่ปรับกันมานาน โดยเฉพาะคุณสอางค์ ถึงขั้นประกาศจะไม่มาเหยียบตำหนักเล็กอีก
“นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าคุณป้าจะยอมมาครั้งนี้ เพราะคุณศรีแท้ๆเชียว”
“เพราะเสด็จป้าต่างหากล่ะคะคุณเล็ก”
“คุณศรีครับ...เรื่องที่ผมไปพบคุณศรีที่บ้านสวนวันนั้น คุณศรีคงไม่บอกคุณสานะฮะ”
“ไม่บอกหรอกค่ะ แต่สงสัยว่าทำไมต้องปิดด้วย แล้วเมื่อไหร่คุณชายจะได้พบยายสาเสียที”
“อีกไม่นานหรอกครับ เราได้เจอกันแน่ๆ”
แต่วันนั้นของคุณชายเล็กก็ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่ แต่สำหรับคุณชายรอง แค่วันรุ่งขึ้นก็โผล่ไปให้สาลิน
เห็นหน้าแล้ว ด้วยข้ออ้างว่าอยากขอบคุณเรื่องผลไม้ของฝาก สาลินทำหน้าไม่อยากเชื่อ และพยายามปลีกตัวหนี กลัวถูกเข้าใจผิดจนมีเรื่องอีกรอบ เพราะรู้มาจากพี่สาวว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่แล้ว
“ฉันไปเที่ยวควงใครต่อใครที่ไหนไม่ทราบ”
“ฉันไม่รู้หรอก ที่ฉันรู้คือผู้หญิงคนนั้นเป็นหญิงเสเพล คบผู้ชายไม่เลือกหน้า แล้วคุณก็ไปรับไปส่งแม่นั่นตลอด”
“ผู้หญิงที่ฉันไปรับไปส่งก็เห็นมีแต่เธอคนเดียว ฉันไม่มีผู้หญิงเสเพลที่ไหน”
“อย่ามาโกหก...นี่คุณ ก่อนที่เรือนหอจะเสร็จ คุณควรจะกราบทูลเสด็จฯ ล้มเลิกการแต่งงานกับพี่ศรีได้แล้ว เพราะสิ่งที่คุณทำตอนนี้ คุณไม่ให้เกียรติพี่สาวฉันอย่างที่สุด”
“ฉันว่าที่ไม่ให้เกียรติพี่สาวเธอคือเธอต่างหาก ได้ข่าวว่าเด็จป้าโปรดจะให้เธอเป็นคู่หมั้นคู่หมายกับเจ้าเล็ก แต่ดูสิ...เธอเที่ยวควงใครต่อใคร เดี๋ยวเศรษฐี เดี๋ยวยาจก เดี๋ยวไทย เดี๋ยวฝรั่ง”
สาลินโมโหมาก ทำท่าจะคว้าน้ำจากบริกรมาสาดใส่เขาอีกครั้ง โชคดีที่ศุภร ไนเจลและจิตริณีมาขวางไว้ สองหนุ่มสาวคู่กัดเลยผละจากกันได้ แต่กระนั้น...จิตริณีก็ไม่ไว้ใจ ตัดสินใจตามไปคุยกับคุณชายรองถึงร้านผ้าไหม และบอกความจริงเรื่องคุณหญิงก้อยบุกไปอาละวาดสาลินถึงห้องสมุด
ความจริงจากปากจิตริณีทำให้อารมณ์ขุ่นมัวหายเป็นปลิดทิ้ง คุณชายรองแทบจะยิ้มไม่หุบ และอารมณ์ดีมากพอจะวางแผนบางอย่างเพื่อต้อนรับเธอในวันงานเลี้ยงขอบคุณของเสด็จฯที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วัน...
และก็เพราะงานเลี้ยงนี่แท้ๆ ทำให้สาลินต้องฝึกมารยาทผู้ดีกับคุณสร้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยมีอุ่นเรือนเป็นผู้ช่วยเหมือนเคย คุณชายรองทราบเรื่องทุกอย่าง และอดไม่ได้จะไปพบเธอถึงบ้านราชดำริในวันสำคัญ
“นี่...อย่าบอกนะว่าเรื่องให้ฉันมาฝึกมารยาทผู้ดี เป็นความคิดคุณ”
“เป็นพระดำริของเสด็จป้าต่างหาก เพียงแต่มีฉันคอยสนับสนุน”
“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม อย่ามาใกล้ฉันอีก ฉันไม่อยากให้มีเรื่อง...หึงหวง”
“แล้วบอกฉันได้หรือยังล่ะ ว่าใครกันที่หึงหวงเธอกับฉัน”
“อ้าว...ก็คุณพูดเองว่านายพลเด็กปั๊ม”
“ฉันเพิ่งรู้มาว่าไม่ใช่นายคนนั้น บอกฉันได้ไหม”
“คุณอย่ารู้เลย เดี๋ยวคุณจะไม่สบายใจเปล่าๆ”
คุณชายรองมองมาด้วยสายตาเอ็นดูและมีหวัง “เป็นห่วงฉันด้วยหรือ”
สายตาอบอุ่นของเขาทำให้เธอประหม่า “ฉันเข้า บ้านดีกว่า เดี๋ยวจะโดนครหา”
“เธอไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวฉันก็กลับแล้ว ที่จริงฉันควรกลับตั้งนานแล้ว แต่รออยู่เพื่อเจอเธอก่อน”
“อยู่เจอฉันทำไม”
“ก็จะถามให้แน่ใจว่าใครกันที่หึงเธอกับฉัน เมื่อไม่ได้คำตอบเพราะเธอไม่อยากให้ฉันไม่สบายใจ ฉันก็ขอขอบคุณเธอที่ยังเห็นแก่ฉันอยู่บ้าง ตอนนี้ฉันสบายใจมาก ฉันคงกลับสักที สวัสดีสาลิน พบกันอีกครั้งคืนนี้ที่วังวุฒิเวสม์”
ooooooo










