ข่าว

วิดีโอ



สะใภ้จ้าว

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน

กำกับการแสดงโดย: ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย: บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

อัลบั้ม: "โป๊ป ธนวรรธน์" ประกบ "น้ำตาล พิจักขณา" ใน "สะใภ้จ้าว"



หลังเคลียร์กับศรีจิตราจนรู้แน่ว่าเธอมีใจให้คุณชายเล็ก คุณชายรองก็ไปกระเซ้าและกดดันน้องชายให้รีบไปสารภาพรักและเผยความในใจ แต่คุณชายเจ้าสำราญก็ไม่มั่นใจ

“ผู้หญิงน่ะเหมือนไม้เลื้อย เมื่อทุกคนบอกว่า พี่รองคือหลัก เขาก็พร้อมจะผูกพัน แล้วรักพี่รองเต็มหัวใจ”

“นายสิไม่รู้ ผู้หญิงเหมือนไม้เลื้อย ใครอยู่ใกล้ก็พร้อมเกี่ยวพันรักใคร่ แล้วนายน่ะใกล้คุณศรีกว่าฉันพันเท่า”

“พี่รองกำลังจะบอกว่าเธอรักผม”

“ใช่...เขาพยายามทำทุกอย่างให้นายรู้ว่าเขารักนาย”

คุณชายเล็กอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อหู “แล้วทำไมพอผมเปิดใจว่ารักเขา เขาก็หอบผ้าหนีผมไปเลยล่ะฮะ”

“ฉันจะไปรู้เหรอว่านายไปทำผิดตอนไหน แต่ที่คุณศรีบอกฉัน คือเรื่องอะไรในใจเขา เขาบอกนายไปหมดแล้ว”

คุณชายรองไม่ได้ขยายความมากกว่านั้น คุณชายเล็กเลยต้องไปพึ่งนมย้อยให้ช่วยไขปริศนาให้ โดยเฉพาะเรื่องที่ศรีจิตราเล่านิทานเรื่องเจ้าชายวัชรมงกุฎเมื่อหลายวันก่อน

“คุณชายไม่รู้เลยหรือคะ ว่าคุณศรีเล่านิทานทำไม”

“ผมชักรู้สึกตงิดๆแล้วฮะ ไหนนมลองทายปริศนาสิฮะ”

“นิทานเรื่องแรก...คุณศรีเธอบอกว่าเธอรักเจ้าชายคนหนึ่ง แต่ไม่อาจบอกตรงๆได้ และเรื่องที่สิบก็บอกว่าคู่ที่วางแผนไว้ อาจมีการสลับคู่กันได้น่ะสิคะ”

คุณชายเล็กนิ่งคิดตาม ภาพศรีจิตรากับดอกบัว อากัปกิริยาต่างๆของเธอก่อนหน้าย้อนมาในหัวอีกครั้ง ทำให้เขาถึงบางอ้อในที่สุด จนต้องโผกอดนมย้อยด้วยความดีใจสุดขีด

“นม...นมฉลาดเหมือนพุทธิศริระ คนสนิทของเจ้าชายเลย”

“ค่ะ...ส่วนคุณเล็กก็โง่เหมือนเจ้าชายวัชรมงกุฎไม่มีผิด!”

ระหว่างที่สี่หนุ่มสาววุ่นวายกับเรื่องรักสลับคู่ คุณหญิงก้อยก็เปิดเกมรบเต็มที่ ด้วยข่าวพาดหัวใหญ่ จาบจ้วงถึงเสด็จพระองค์หญิงว่าเป็นเจ้าย่ายุคจรวด เจ้ากี้เจ้าการจับคู่ให้ลูกหลาน เมื่อคุณสร้อยกับคุณสอางค์ทราบเรื่องก็เป็นเดือดเป็นร้อนมาก และไม่รอช้าจะไปคาดคั้นความจริงจากสาลินและศรีจิตราว่าเป็นคนให้ข่าวเสียหายนี้หรือไม่

ooooooo

สาลินไม่ได้ร้อนรนกับข่าวฉาว กำลังตื่นเต้น ที่ไนเจลยอมรับเธอเข้าทำงานในห้องสมุดอีกครั้ง ตามคำขอร้องของจิตริณี แต่กระนั้น...บรรณารักษ์สาวก็ต้องรับศึกหนัก เมื่อถูกคุณสอางค์กับคุณสร้อยบุกเอาเรื่องถึงบ้านสวน

สมาชิกบ้านสวนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พูดคุยกันอย่างสนุกสนานเรื่องทำอาหาร แต่คงไม่เข้าหูสองป้าบ้านราชดำริ โดยเฉพาะคุณสร้อย ค่อนแคะแดกดันสาลินกับศรีจิตราไม่หยุด จนคุณตาคุณยายเริ่มไม่ชอบใจ

สองพี่น้องเห็นท่าไม่ดี ยกมือไหว้และพยายามไกล่เกลี่ย แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล

“อ้อ...ยังดี ยังสอนลูกหลานให้มีสัมมาคารวะ รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่”

“ย่ะ...แต่หล่อนน่ะคงไม่มีใครสอน ถึงได้ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักหัวหงอกหัวดำ” คุณยายอดไม่ได้ สวนกลับ

คุณสอางค์หน้าเสีย ส่วนคุณสร้อยหน้าม้าน แต่ยังเชิดหน้า แหวลั่นเรื่องข่าว

“ข่าวมันว่าหล่อนสองคนน่ะยินดีพลีกายให้คุณชายรองเชยชมพร้อมๆกัน”

สมาชิกบ้านสวนมองหน้ากันอึ้งๆ ศรีจิตราตั้งสติได้ก่อน ท้วงขึ้น

“คุณป้าขา...ไปเชื่อหนังสือพิมพ์ทำไมคะ คุณรองบอกว่าจะแต่งกับยายสา ไม่ใช่หนู”

“ใช่...คุณชายรองพูดอย่างนั้น แต่หล่อนสองคนวางแผนอะไรไว้หรือเปล่า พอเกิดเรื่อง ฉันก็คิดว่าจะถึงกับตัดพี่ตัดน้อง ที่ไหนได้มากอดกันหน้าระรื่น หรือว่าตกลงกันได้ จะเป็นพระเพื่อนพระแพงยุคจรวดเหมือนในข่าว”

สาลิน ศรีจิตราและอุ่นเรือนถึงกับพูดไม่ออก ต่างกับคุณตาคุณยาย เต้นผางแทนหลานสาวจนเกือบมีวางมวย แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ ค่อนขอดสาลินไม่หยุด

“แกอย่ามาทำตะแบงข้างๆคูๆ ยังไงแกก็ตัวต้นเหตุแห่งความงามหน้า”

“ใครกันแน่ที่ตะแบง ที่คุณชายรองมารักยายสา ไม่ใช่เรื่องงามหน้า แต่เป็นเรื่องได้หน้าต่างหาก” คุณยายโต้

“อ้อ...ผู้ใหญ่ก็เป็นซะเอง ที่เลวว่าน่ารัก ที่เป็นกงจักรก็ว่าดอกบัว”

คุณตาเหลืออด ตั้งท่าจะโต้กลับคุณสร้อย แต่ก็ช้ากว่าคุณยาย “คนเป็นผู้ใหญ่น่ะ มีอะไรก็ต้องเยือกต้องเย็น มาคิดอ่านแก้ไขกัน ไม่ใช่มาด่ากันฉอดๆ เอ๊ะ...หรือว่ายังไม่ใช่ผู้ใหญ่พอ เพราะยังไม่มีผัวกันทั้งคู่”

สองป้าสะดุ้งสุดตัว ถอยกลับแทบไม่ทัน เลยไม่ทันเห็นสีหน้าของทุกคนที่บ้านสวน หัวเราะชอบใจกันใหญ่ที่ทำให้สองป้ากระเจิงกลับไปจนได้...โธ่เอ๊ย...
นึกว่าจะแน่!

ooooooo

อัศนีย์ออกจากโรงพยาบาลในอีกไม่กี่วันต่อมา โดยมีโสภาพรรณ คุณครูคนสวย ลูกสาวคนเล็กของรัฐมนตรีคนดังที่เคยพบกันตอนงานเปิดตัวไนต์คลับ เป็นพยาบาลส่วนตัว ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของเศรษฐีหนุ่มทำท่าจะไปด้วยดี แต่ก็มีอันต้องชะงัก เมื่อทราบจากวิรงรองว่าสาลินไม่ได้มาทำงานที่ไนต์คลับ

อัศนีย์บุกถึงห้องสมุดในวันเดียวกันเพื่อทวงสิทธิ์ที่เขาเคยได้รับ แต่สาลินก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี พร้อมประกาศว่าสัญญาทั้งหมดเป็นโมฆะตั้งแต่ตอนที่เขาลวนลามเธอในคืนเปิดตัวแล้ว เศรษฐีหนุ่มอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเถียงว่าเขาไม่ได้ทำอย่างที่เธอหรือคุณชายรองกล่าวหา แต่เขามีอาการปวดหลังกำเริบ เลยล้มไปทับเธอ

สมาชิกห้องสมุดมองมาด้วยความสมเพชเวทนา ทั้งข้ออ้างข้างๆคูๆและสภาพกะย่องกะแย่งของเขา แต่กระนั้น...อัศนีย์ก็ไม่สนใจ ยืนกรานกระต่ายขาเดียว จะให้เธอมาทำงานด้วย สาลินคร้านจะเถียง ตอกกลับหน้านิ่งว่าคงไม่มีวันนั้น เพราะคุณชายรองไม่ได้คืนดีกับคุณหญิงก้อยแล้ว แต่มาขอเธอแต่งงานต่างหาก!

อัศนีย์อ้าปากค้าง ก่อนจะปล่อยหมัดเด็ด ถามแทงใจดำ

“ผู้ชายน่ะ...เวลาอยากได้ผู้หญิงจะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น ว่าแต่...คุณชายรองเคยบอกรักคุณแล้วหรือยัง”

ถึงคราวสาลินผงะบ้าง อ้ำๆอึ้งๆ ดวงตาไม่มั่นใจ เลยเข้าทางอัศนีย์

“คงไม่ล่ะสิ โธ่เอ๋ย...น่าเวทนาเหลือเกิน”

จิตริณีเห็นท่าไม่ดี พยายามเข้ามาเตือนสติให้เชื่อมั่นในความรักของคุณชายรอง เช่นเดียวกับสมาชิกห้องสมุดคนอื่นๆ ปกป้องสาลินเต็มที่ อัศนีย์เลยต้องหอบสภาพกะเผลกกลับไปก่อน แต่ก็ยังไม่หมดหวัง...จะต้องชิงตัวบรรณารักษ์สาวคนสวยมาทำงานด้วยให้ได้!

เพราะคำพูดสอดเสียดของอัศนีย์แท้ๆ ทำให้สาลินระแวง ไม่ยอมแต่งงานกับคุณชายรอง จนทุกคนในบ้านสวนอ่อนใจ และเมื่อคุณชายเล็กในสภาพพลช่างฟิตแวะมาหาในบ่ายวันเดียวกัน เธอก็ระบายใส่ด้วยความอึดอัดใจ โดยเฉพาะเรื่องศรีจิตราอกหัก ทำให้เธอรู้สึกผิดมาก จนคิดจะจับคู่เขากับพี่สาวอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้คุณชายเล็กกลับไม่ปฏิเสธ แถมหลอกถามจากเธออีกต่างหากว่าศรีจิตรามีใจให้ใคร

“นี่คุณ...ห้ามบอกใครนะ พี่ศรีเขารักคุณชายเล็ก แต่อีตาคุณชายเพื่อนคุณน่ะ ตาไม่มีแวว ดันไปรักคนอื่น เห็นว่าเป็นยายประหลาดแถวบ้านสวน พี่ศรีอกหักเลยระเห็จออกจากวัง”

คุณชายเล็กตาเป็นประกาย “พี่ศรีบอกคุณอย่างนั้นหรือฮะ”

“ฮือ...อีตาคุณชายเล็กนี่คงตาถั่ว”

“โธ่...อย่าว่าเขาบ่อยนักสิครับ”

“ก็มันจริงนี่ พี่ศรีน่ะดีแสนดีไม่ยักชอบ ดันไปชอบยายแจ๊ดแจ๋ ฮึ...ยายนั่นจะมาสู้พี่ศรีได้ยังไง”

ท่าค้อนลมค้อนแล้งของเธอ ทำให้คุณชายเล็กต้องกลั้นหัวเราะ

“นี่...ตกลงคุณจะยอมช่วยรักษาแผลหัวใจให้พี่ศรีใช่ไหม”

“ฮะ...ผมว่าไม่มีใครจะรักษาแผลใจให้คุณศรีได้ดีเท่าผมอีกแล้ว”

คุณชายเล็กปลื้มมาก โดยไม่รู้ว่าศรีจิตราแอบได้ยินทุกอย่าง และตัดสินใจปรากฏตัว!

ใบหน้ายิ้มแย้มและสายตารู้ทันของศรีจิตรา ทำให้คุณชายเล็กไปไม่ถูก ยิ่งเมื่อเธอแกล้งเย้าเรื่องสับสนระหว่างเขากับพลช่างฟิต ยิ่งร้อนรนจนนั่งไม่ติด กลัวสาลินจะโกรธจนต้องรีบขอตัวกลับ พร้อมคำสัญญาเป็นนัยๆกับศรีจิตรา จะกลับมาอีกครั้ง...พร้อมความจริงบางอย่างและความรู้สึกในใจที่เก็บไว้มานาน

ooooooo

คุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิตออกจากบ้านสวนมาตรวจปั๊มหลังจากนั้น โดยมีพุดซ้อนกับชบาตามป่วนเหมือนเคย แต่ทุกอย่างก็ต้องโกลาหล เมื่ออัศนีย์แล่นรถมาจอด หวังจะบุกหาสาลิน คุณชายเล็กเลยต้องสวมบทเป็นตัวเอง แล้วยกบทบาทพลให้สมชาย ช่างฟิตตัวจริงที่เป็นคู่หูมาตรวจปั๊มด้วย

อัศนีย์ไม่ได้ติดใจบทบาทพลอย่างที่นึกกลัว แต่จ้องหาเรื่องคุณชายเล็กมากกว่า เหมือนจะจับผิดว่าอีกฝ่ายแวะมาแถวนี้เพราะมาติดพันสาลินเหมือนคุณชายรอง

“ผมมาตรวจปั๊ม ได้ข่าวว่าเธอลาออกจากไนต์คลับคุณแล้วนี่ เป็นโชคดีที่เธอไม่ต้องไปทำงานที่อโคจรแบบนั้น”

“เฮ้ย...พูดให้เกียรติกันหน่อย ฝากไปบอกพี่นายเลยนะ ว่าฉันจะตามตัวสาลินมาทำงานกับฉันให้ได้ แล้วก็ไม่ต้องมาเล่นละครหลอกสาลินว่าเลิกกับหญิงก้อยแล้ว มุกนี้มันตื้นเกินไป”

“เฮ้อ...บอกให้เอาบุญว่ะ พี่รองไม่ได้เล่นละครหลอกสาลิน ที่พี่รองกลับมาหายายก้อย เขาเล่นละครหลอกทั้งนายทั้งยายก้อยให้ตายใจต่างหาก แล้วพี่รองก็ชนะได้สาลินกลับคืนมา”

“ถ้าอย่างนั้น...ฉันขอเอาคืนด้วยแผลบนหัวแกแล้วกัน ฝากไปให้พี่แกดูต่างหน้า!”

อัศนีย์เงื้อไม้เท้าในมือ หวังฟาดคุณชายคู่ปรับให้หายแค้น แต่อีกฝ่ายก็ตั้งรับทัน แถมโต้กลับจนถึงกับเซไปข้างรถ ต้องถอยกลับแทบไม่ทัน พุดซ้อนยืนมองเหตุการณ์วุ่นวายแล้วกรีดร้องโวยวายราวกับคนบ้า เพราะคิดว่าช่างฟิตขาประจำเป็นพวกไพร่เลือดร้อน ต่างจากชบา ปลื้มใจได้เห็นมาดเถื่อนตามประสาพวกบ้าผู้ชาย

คุณชายเล็กกับสมชายแยกตัวกลับแล้ว แต่อัศนีย์ดันไปไม่ถึงไหน ถูกชบาลากตัวเข้าห้อง และฉวยโอกาสตอนเขาหมดสติ เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ กว่าเศรษฐีหนุ่มจะรู้สึกตัวอีกครั้ง เสื้อผ้าหรูก็หลุดจากตัวเกือบหมด

“อย่าห่วงเลยค่ะ ชบาไม่เห็นอะไรเลย นี่ชบาก็เตรียมน้ำอุ่นไว้แล้ว”

สายตายั่วยวนของชบา ทำให้อัศนีย์ขนลุกซู่

ตวัดผ้าห่ม คว้าเสื้อผ้ามาแต่งตัวลวกๆ แล้วเผ่นหนีอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งชบาให้มองตามด้วยแววตาหยาดเยิ้ม “อย่าห่วงเลยค่ะ...ชบาเห็นทุกอย่างหมดแล้ว!”

คืนเดียวกันที่วังวุฒิเวสม์...คุณชายรองถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสมุดบันทึกที่เคยตามหาในมือตุ้ม

หลานชายคนเดียว และเมื่อสืบสาวราวเรื่อง เลยได้รู้ว่าไม่ใช่ เพราะความจงใจของจรวย แต่เพราะหม่อมอำพันเคยใช้มันเป็นสมุดจดแต้มไพ่ สะใภ้ใหญ่ตำหนักเล็กเลยกล้าหยิบมาให้ลูกเล่น

เป็นอันว่าจรวยรอดพ้นข้อกล่าวหามาได้ แถมได้รับการยอมรับจากคนในวังมากขึ้นด้วย ส่วนคุณชายรองก็ได้ค้นพบหลักฐานที่คาใจมานาน ว่าเขาเป็นคนขับรถสาดโคลนใส่สาลินถึงสองครั้งสองคราหรือไม่...

ooooooo

และแล้ววันสำคัญของสองคุณชายแห่งวังวุฒิเวสม์ก็มาถึง เมื่อเสด็จพระองค์หญิงมีพระประสงค์จะไปทำบุญที่วัดเมืองนนท์ เพื่อทาบทามขอสาลินจากครอบครัว และให้คุณชายเล็กได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ชาวบ้านสวนตะลึงตาค้าง เมื่อได้ยลพระสิริโฉมของเสด็จฯและสองคุณชาย โดยเฉพาะพุดซ้อน หน้าแตกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อได้รู้ว่าแท้จริงพลช่างฟิตคือคุณชายเล็กปลอมตัวมา แต่ที่เคืองมากสุด คงหนีไม่พ้นสาลิน เพราะถูกหลอกมาเป็นปีๆ แถมเอาความลับ ความในใจมากมายไปเผยจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน

ศรีจิตราเห็นสภาพหน้าจ๋อยๆของคุณชายเล็ก ก็อดสงสารไม่ได้ เลยพยายามช่วยไกล่เกลี่ย และก็ดูจะได้ผลดีเกินคาด เพราะไม่มีใครติดใจอะไรนัก มีแค่สาลินกับคุณชายรองที่เมินหน้าหนี ไม่ยอมพูดด้วยเหมือนเคย

ฝ่ายเสด็จฯ...ทอดพระเนตรเห็นครอบครัวสาลิน พร้อมหน้า ก็ทรงเปิดฉากเจรจาทาบทามสาลินให้หลานชายคนรอง แต่สาวแสบบ้านสวนกลับทูลบ่ายเบี่ยง จนทุกคนรอบด้านถึงกับหน้าเสีย เกรงเสด็จฯจะกริ้ว แต่ผิดคาด ทรงพระสรวลน้อยๆแล้วขอตัวไปคุยกับเจ้าอาวาส ทิ้งให้สาลินมองหน้ากับคนอื่นเครียดๆ

กว่างานบุญจะจบลงได้ ก็เป็นเวลาบ่ายคล้อย เสด็จฯเสด็จกลับแล้วพร้อมคุณสอางค์กับนมย้อย ส่วนสองคุณชายเลือกนั่งเล่นที่บ้านสวนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและหาทางสารภาพความจริงกับสองศรีพี่น้อง

แต่ก่อนจะเคลียร์ใจกับสองสาว สองคุณชายต้องเคลียร์กันเองก่อน โดยเฉพาะเรื่องที่คุณชายเล็กคือพลช่างฟิต

“แกปั่นหัวฉัน ปั่นหัวทุกคนมาตลอดเลยนะเจ้าเล็ก แกทำไปทำไม”

“โธ่...ก็พอๆกับที่พี่เล่นละครหลอกทุกคนนั่นแหละครับ”

“ไม่เหมือน...ที่ฉันทำเพื่อให้เรื่องมันยุติ แต่ของแก...ทำให้เรื่องมันวุ่นวายขึ้นไปอีก”

“ผมก็อยากลองใจพี่ ลองใจคุณสาบ้างสิครับ”

“แกจะมาลองใจอะไรฉัน”

“พี่รองอย่าลืมนะ ผมน่ะทำความรู้จักกับคุณสามาก่อนพี่ด้วยซ้ำ แล้วผมก็ชอบเขามากๆ กะจะจีบ แต่แล้ววันหนึ่งพี่ก็มาแสดงตัวว่าพี่ชอบเขา แถมหึงเป็นบ้าเป็นหลัง”

คุณชายรองหน้าแดง เขินนิดๆ “ฉันแสดงออกขนาดนั้นเชียว”

“นี่ไง...ไม่รู้ตัวเอง พี่น่ะหึงหวง ทำตัวเป็นเจ้าข้าว เจ้าของเสียจนผมหมั่นไส้ เลยลองแกล้งเล่นสองบทบาทเสียเลย เป็นเจ้าพลรูปหล่อไง แล้วตอนนั้นก็คิดว่าใครดีใครได้”

“แล้วทำไมแกถึงยอมยกธงขาว”

คุณชายเล็กถอนใจยาว ยิ้มบางๆเมื่อคิดถึงฉากบอกรักของตนกับสาลินเมื่อหลายวันก่อน “ผมขอความรักเขา แต่เขาไม่ได้รักผม ผมถึงได้รู้ตัวว่าผมรักเขาแบบน้องหรือเพื่อน จริงๆคนที่ผมรักมากที่สุดคือคุณศรีต่างหาก”

“เฮ้อ...วันเวลาชักพาให้นายกับฉันพบสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆเสียที นั่น...สาลินอยู่นั่น ไปขอโทษเธอเสียให้เป็นเรื่องเป็นราว แล้วนั่นก็คุณศรี อยู่ที่ศาลา...

ไปบอกเธอเสียทีว่านายฉลาดขึ้นแล้ว”

ooooooo

คุณชายเล็กต้องทำใจอยู่นาน กว่าจะกล้าไปสารภาพความผิดทั้งหมดต่อหน้าสาลิน สาวแสบต้องกลั้นขำแทบแย่ เมื่อเห็นหน้าจ๋อยๆของเขา แต่ก็ต้องตีหน้าบึ้งใส่ เพราะไม่อยากให้เขาได้ใจ

“โธ่...เราดื่มชาสาบานกันแล้วนะฮะ ว่าใครทำผิด ก็จะให้อภัยโดยไม่มีเงื่อนไข”

“คุณหลอกฉัน หลอกมาเป็นปีๆ ฮึ...พี่ศรีก็ ทั้งๆที่รู้ก็ไม่ยอมบอกฉันแต่แรก”

“ไม่โกรธนะ ไม่โกรธผมนะ ผมขอโทษแล้ว”

สายตาอ้อนวอนเหมือนเด็กๆของเขา ทำให้สาลินใจอ่อน

“ไม่โกรธก็ได้ คุณน่ะเจ้าเล่ห์เพทุบายแบบนี้เอง พี่ศรีเลยชอบ”

“ก็เหมือนคุณนั่นแหละ พี่รองเลยชอบคุณไง”

“อย่าพูดเรื่องพี่ชายคุณให้ฉันฟังอีกนะ”

“รู้ไหมฮะ ผมทำอะไรคุณก็ไม่โกรธ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน แต่กับบางคน...เขาทำอะไรผิดนิดผิดหน่อย ก็ขัดตาขัดใจ ตั้งแง่ไปกับเขาทุกอย่าง แต่ขณะเดียวกันก็รักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น”

สาลินหน้าแดง แต่ก็พยายามปั้นหน้านิ่ง เหมือนไม่ยี่หระต่อความรู้สึกของคุณชายรอง คุณชายเล็กมองมาอย่างรู้ทัน แต่ไม่อยากเซ้าซี้ กลัวเธอเขินจนทำอะไรไม่ถูก เลยเลือกแยกไปปรับความเข้าใจกับศรีจิตราแทน

สาลินเดินหน้าบูดมานั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำ

หงุดหงิดไม่หายที่คุณชายรองจอมเก๊ก เปิดใจสารภาพความรักต่อหน้าทุกคน แต่กลับไม่มาบอกเธอตรงๆ และเมื่อได้เจอคุณชายต้นเรื่อง ความหวังริบหรี่ก็กลายเป็นศูนย์ เมื่อเขามาสารภาพผิดเรื่องขับรถเหยียบโคลนใส่เธอ แต่ไม่ยอมสารภาพความในใจ

ต่างจากคู่ของคุณชายเล็กกับศรีจิตรา ไม่อ้อมค้อม โยกโย้ แต่เลือกจะเคลียร์เรื่องที่คาใจ

“คุณศรีฮะ...ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณศรีต้องออกจากวัง วันนั้นผมเปิดใจกับคุณศรีหมดแล้ว”

“ก็คุณชายสารภาพกับดิฉันว่าคุณชายชอบยายสาไม่ใช่หรือคะ”

“แล้วต่อจากนั้นล่ะฮะ”

“ยาที่คุณหมอให้ดิฉันแรงมากค่ะ ดิฉันเลยหลับไปก่อน”

“เฮ้อ...กะอยู่แล้ว คุณหมอนี่เองที่ทำผิด แล้วคุณศรีอยากให้ผมฉายหนังซ้ำไหมครับ”

ศรีจิตราพยักหน้ายิ้มๆ คุณชายเล็กเลยเอื้อมไปกุมมือเธอ พร้อมคุกเข่าตรงหน้า

“ผมพูดว่าชอบคุณสามาก...มากจนคิดว่าเป็นความรัก จนเมื่อผมได้อยู่ใกล้คุณศรี ผมถึงได้รู้ว่าผมชอบคุณสาแบบเพื่อน ผมชอบคุณสา...แต่ผมรักคุณฮะ... รักหมดทั้งชีวิตจิตใจของผม”

จบคำก็ก้มลงจูบมือ ส่งความรู้สึกอุ่นวาบไปถึงหัวใจของศรีจิตรา

“ตอนนี้ฉันรู้แล้วค่ะ...ฉันรู้แล้ว”

ooooooo

หลังเกือบก่อเหตุวิวาทที่บ้านสวน คุณสร้อยก็เดินสายทำบุญเก้าวัดเพื่อล้างซวย และเมื่อกลับเข้าพระนครอีกครั้ง ก็รีบไปทูลเสด็จพระองค์หญิง ถึงข่าวดีว่าตนมีหลานสาวอีกสองคนให้ทรงพิจารณา

เสด็จฯส่ายพระพักตร์อ่อนใจ ก่อนจะตรัสถึงข่าวฉาวเมื่อหลายวันก่อน รวมถึงเรื่องวุ่นวายของสองคุณชาย

“นี่แม่สร้อย...มันยุคจรวดแล้ว ผู้คนก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เราจะมายึดมั่นถือมั่นคลุมถุงชนอยู่ได้ยังไง”

คุณสร้อยหน้าเสีย แต่ยังยืนกรานตามอุดมการณ์เดิม “เราก็ปฏิบัติกันมาแต่เก่าก่อน ถ้าเราเปลี่ยน ก็แปลว่าเราต้องยอมแพ้ ยอมตามโลกสมัยใหม่หรือเพคะ... หม่อมฉันยอมตายซะดีกว่า”

“อะไรใหม่ๆ ไม่ได้แปลว่ามันจะเลวร้ายไปหมดนี่ อะไรดีเราก็รับไว้ อะไรแย่เราก็อย่าไปรับมัน”

“เพคะ...อย่างนังชะนีบ้านสวนนั่น เป็นไงเป็นกัน อย่าทรงยอมนะเพคะ”

เสด็จฯถอนใจเหนื่อยหน่าย คร้านจะตรัสเถียงด้วย โชคดีที่คุณชายเล็กแวะมาแจ้งความคืบหน้าเรื่องเกลี้ยกล่อมสาลินเสียก่อน หัวข้อสนทนาของคุณสร้อยเลยต้องพับไป

“เกล้ากับคุณศรีกล่อมยังไงก็ไม่สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ สรุปว่าจัดงานแต่งเกล้ากับคุณศรีก่อนก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

คุณสร้อยสะดุ้งสุดตัว คุณสอางค์เลยช่วยเฉลย ว่าหลานสาวทั้งสองได้เป็นศรีสะใภ้เจ้าแน่ และตอนนี้ก็ต้องทำให้สาลินใจอ่อนยอมแต่งงานกับคุณชายรองเสียก่อน คุณชายเล็กถึงจะได้แต่งงานกับศรีจิตรา

“ก็แปลว่า...สองคู่ชู้ชื่นอย่างที่หวังไว้ แค่สลับคู่เท่านั้นเอง”

“ฮือ...ไม่มีใครเป็นหม้ายขันหมากแล้ว”

“อาถรรพณ์ถูกล้าง แล้วเรื่องมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่พี่สอางค์”

ท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กๆของคุณสร้อย ทำให้เสด็จฯทรงพระสรวล ตรัสตอบแทน

“ฉันเห็นมาตั้งปีแล้ว คู่ตารองกับสาลินน่ะเริ่มก่อน คู่ตาเล็กกับแม่ศรีน่ะเริ่มทีหลัง”

“นี่ทรงรู้มาตั้งนานแล้วหรือเพคะ”

คุณสอางค์อดไม่ได้ โพล่งถาม “ทรงงำความปิดเงียบ แกล้งหม่อมฉันสองคนให้วิ่งวุ่นเป็นนังบ้าใช่ไหมเพคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ...สนุกจะตาย!”

เพราะเข้าทางสาลินไม่ได้ผล เสด็จฯเลยทรงเปลี่ยนวิธีใหม่ เรียกตัวหลานชายคนโปรดมาพบในคืนเดียวกัน

“นี่สาลินเขาโกรธเธอเรื่องอะไร”

“เกล้าไม่ทราบเลยพ่ะย่ะค่ะ ใจสตรียากแท้หยั่งถึงจริงๆ”

“ผู้หญิงน่ะไม่มีอะไรหรอก นอกจากเจ้าเล่ห์เพทุบาย มารยาร้อยเล่มเกวียน แล้วก็ปากไม่ตรงกับใจ”

“แค่นั้นก็ก่อสงครามได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะเด็จป้า แต่ดูท่าเขาจะโกรธเกล้าจริงๆ หรือว่าเขาไม่ได้รักเกล้า”

“สมน้ำหน้า เธออยากไปรังแกเขา”

“เกล้าไม่ได้รังแก เกล้าจูบเพราะเกล้ารักเขาจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”

ท่าทางร้อนรนของหลานชายคนโปรด ทำให้เสด็จฯทรงฉุกพระทัย

“เอ๊ะ...นี่เธอไปจูบเขา ไปเที่ยวประกาศว่าจะแต่งงานกับเขาน่ะ จริงๆแล้วเธอเคยบอกรักเขาหรือเปล่า”

“บอกพ่ะย่ะค่ะ เกล้าทูลหน้าพระพักตร์เด็จป้า บอกต่อหน้าคุณตา คุณยาย คุณแม่”

“อ้าว...แล้วเจ้าตัวเขาล่ะ เคยบอกต่อหน้าเขาหรือเปล่า เคยคุกเข่ากุมมือขอความรักเขาไหม”

“ต้องทำด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ยังจะมาถาม สำหรับผู้หญิง...ต่อให้เธอเอาเพชรเท่าภูเขามาให้ ก็ไม่มีค่าเท่าคำว่ารักจากปากเธอหรอก!”

ooooooo

หลังประกาศตัวเป็นทางการ คุณชายเล็กก็ไปตรวจปั๊มเมืองนนท์โดยไม่ต้องปลอมตัวอีก เลยมีโอกาสรู้เรื่องชบาลูกสาวคนเดียวของพุดซ้อนหนีออกจากบ้าน แถมหอบเงินและเครื่องเพชรของแม่ไปตั้งตัว

พุดซ้อนเต้นผาง แบกหน้าโทรมๆไปฟ้องเขาใหญ่ เรื่องลูกสาวคนเดียวทำงามหน้า หนีจากบ้านไปตามหาผัว แต่คุณชายเล็กทำอะไรไม่ได้ นอกจากรับฟังและปลอบให้ทำใจ...เดี๋ยวตั้งตัวได้ ชบาคงกลับมาเอง

ส่วนสาลิน...ใช้ชีวิตเป็นปกติ โดยไร้วี่แววคุณชายรองตามปรับความเข้าใจอย่างที่หวัง แต่ที่เธอไม่รู้ คือเขาแวะมาปรับความเข้าใจกับเธอแล้วในวันหนึ่ง แต่ต้องกลับก่อนเพราะเห็นภาพบาดใจ

และภาพบาดใจก็คือภาพสาลินปลอบใจไนเจล ที่มีเรื่องกระเง้ากระงอดกับจิตริณี สมาชิกห้องสมุดทุกคนก็ทราบดี และชินแล้วกับอาการเจ้านายหนุ่ม แต่คุณชายรองคงไม่ชินด้วย เลยผละไปก่อน โดยไม่แม้แต่จะรอเจอสาลิน

แต่เพียงไม่นาน คุณชายรองก็คิดได้ว่าไม่ควรระแวงสาลินเพราะเรื่องเล็กน้อย เลยคิดจะสารภาพรักอย่างจริงจัง และสิ่งสำคัญที่ต้องการก็คือแหวนทับทิมวงเก่าที่เคยมอบให้คุณหญิงก้อย โดยผู้อาสาไปเอาคืนให้ก็คือคุณชายเล็ก เพราะเขาไม่อยากย่างกรายไปที่วังรัชนีกุลอีกแล้ว

ปฏิบัติการตามทวงแหวนของคุณชายเล็กเริ่มขึ้นในเย็นวันเดียวกัน โดยมีศุภรไปเป็นเพื่อน เพื่อปรับความเข้าใจกับคุณหญิงกลาง ว่าเรื่องคราวก่อนเป็นละครตบตาที่คุณชายรองขอให้ช่วย ซึ่งคุณหญิงกลางก็เข้าใจดี ต่างจากคุณหญิงก้อยถึงกับเต้นผางเมื่อรู้ว่าคุณชายรองจะขอแหวนคืนไปหมั้นสาลิน

“เห็นไหมคะว่าเด็จป้าอยุติธรรมแค่ไหน อคติกับหญิงสารพัด แต่กับนังหลานสาวแม่บ้านนั่นทรงยอมง่ายๆ”

“ใครบอกว่าเสด็จป้าทรงยอมง่ายๆ ทรงลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ ทรงอุตส่าห์เล่นละครร่วมกับคุณรอง ทรงทำเป็นเนรเทศคุณรองออกจากวัง เพื่อพิสูจน์ว่าใครรักคุณรองที่ตัว ใครรักที่เปลือกไงจ๊ะ”

“พี่หญิง...พี่หญิงรู้ได้ยังไง อ้อ...หรือว่าคุณเล็กกับนายศุภรเอามาเที่ยวพูด”

“ข่าวจากวังวุฒิเวสม์มาสายตรงที่วังรัชนีกุลเสมอจ้ะ เพียงแต่รู้จากคุณศุภรเพิ่ม ว่าเขาก็ต้องเล่นละครด้วย ก็เจ้าของรถบุโรทั่งที่เธอนั่งอยู่นั่นไง”

พูดจบก็ผละไปเข้าครัว ทิ้งคุณหญิงก้อยให้กรีดร้องราวกับคนบ้าคนเดียว

“อ้อ...ร่วมมือเป็นทีม ได้ค่ะ...งานนี้หญิงก็จะให้เด็จป้าได้ทรงรู้ว่านังศรีสะใภ้...เคยทำระยำตำบอนอะไรไว้บ้าง!”

ooooooo

คุณหญิงก้อยนัดจรวยมาพบในวันต่อมา เพื่อฝากแหวนทับทิมของคุณชายรองไปคืน พร้อมกับยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลให้ด้วย จรวยรับมาแบบงงๆ และก็เพราะความสงสัยเลยตัดสินใจเปิดดู...

ภาพถ่ายหลายใบของสาลินในวันเปิดตัวไนต์คลับ เหมือนกำลังเริงรักกับอัศนีย์ ทำให้จรวยถึงกับพูดไม่ออก และตัดสินใจจะซ่อนไว้ใต้ผ้าปูเตียง ไม่ให้คนในวังล่วงรู้ แต่ความลับก็ไม่มีในโลก หม่อมอำพันตามมาพบจนได้

“นังหลานสาวยายคุณแม่บ้าน...นี่ใช่ไหมที่เขาลือกัน ว่าไปเป็นนังพาสสะเน่อร์ เบียร์ฮอลล์ แหม...ทำงานได้ไม่เท่าไหร่ ขึ้นเตียงกับนายจ้างเสียแล้ว หัวเด็ดตีนขาด ฉันไม่ยอมมีสะใภ้เป็นนางออหรี่หรอก!”

หม่อมอำพันทำตามที่พูดจริงๆ เริ่มตั้งแต่ทูลฟ้องเสด็จฯ ประกาศกร้าวต่อหน้าสองป้าบ้านราชดำริ จะไม่ยอมรับสาลินเป็นลูกสะใภ้ คุณชายรองหนักใจมาก แต่ก็เพียงไม่นาน ตัวช่วยก็ปรากฏตัว

จิตริณีหรือจินนี่ในตะเกียงแก้วประจำห้องสมุดนั่นเอง ที่แวะมาไขข้อข้องใจในบ่ายวันหนึ่ง

“หลายวันก่อน ฉันได้ข่าวว่าคุณมีเรื่องผิดใจกับสาลินอีกแล้ว เรื่องไนเจลกับคุณสา”

“ไม่ใช่หรอกครับ ผมเชื่อใจสาลิน คนเราต้องเชื่อมั่นในคนที่เรารัก”

“ฉันดีใจที่ได้ยินค่ะ แล้วบอกได้ไหมคะว่าทำไมไม่เคลียร์กับสาลินตั้งแต่ตอนนั้น”

“ผมแค่รู้สึกว่าหลังจากที่ผมขอเธอแต่งงาน เธอก็ห่างเหินผม เห็นเธอปลอบมิสเตอร์ไนเจลแล้วอดน้อยใจไม่ได้”

“ให้เธอตั้งตัวหน่อยสิคะ กลับไปหาเธออีกครั้งพร้อมดอกไม้สวยๆ คุณหายไปหลายวันแล้วนะ...เธอคิดถึงคุณ”

คุณชายรองอมยิ้มเขินๆ “แล้ว...เมื่อไหร่ดีล่ะครับ ที่เธอจะไม่ปฏิเสธผมอีก”

จิตริณีเลยชวนเขามาร่วมกิจกรรมเล่านิทานของห้องสมุด คุณชายรองคิดหนัก แต่เพื่อสาลินเลยตกลงด้วยความยินดี ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม เมื่อคิดได้ว่ายังมีเรื่องน่าห่วงเกี่ยวกับสาลินที่อยากให้จิตริณีช่วย

ภาพล่อแหลมของสาลิน ทำให้จิตริณีต้องไปดักเจอคุณหญิงก้อยที่ร้านทำผมเจ้าประจำ เพื่อยับยั้งแผนการร้าย แต่ก็ต้องหัวเสียเสียก่อน เมื่อถูกอีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาเหยียดๆ

“เธอมาร้านแบบนี้เหมือนกันหรือ”

“ถึงดิฉันไม่ใช่เจ็ตเซต แต่ก็ไม่ใช่ยาจกนี่คะ”

“ตาย...นี่เธอมีปมเรื่องความรวยความจนอะไรนี่ด้วยหรือ”

“คนที่มีปมเรื่องความรวยความจน เจ้าชายกับยาจกนี่ น่าจะเป็นคุณหญิงมากกว่านะคะ”

คุณหญิงก้อยตาวาว โกรธจัดที่ถูกพูดแทงใจดำ “นี่เธอประกาศตัวเป็นพวกแม่นั่นสินะ”

“คุณหญิงประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับดิฉันมาตั้งแต่แรกต่างหากค่ะ”

“ก็ใช่สิ เพราะเธอน่ะเครซี่อัศนีย์ออกหน้าออกตาขนาดนั้น”

“แหม...ดิฉันแค่เป็นเพื่อนสนิทของอาร์นี่เท่านั้นเอง”

คุณหญิงก้อยยิ้มเยาะ ย้อนเสียงหยันว่าสนิทแค่ไหน จิตริณีได้ทีตอกกลับ

“ก็แค่เป็นที่ปรึกษาให้ทุกเรื่องเท่านั้นเอง อย่างเรื่อง...เขามาปรึกษาดิฉัน ว่าถ้าเขาอยากคืนดีกับคุณหญิงจะทำยังไงดี...ดิฉันเลยแนะนำ ว่าแค่ดอกไม้แพงที่สุด พร้อมด้วยสร้อยเพชรหรือสร้อยไข่มุก”

คุณหญิงก้อยถึงกับพูดไม่ออก จิตริณีเลยส่งยิ้มเชือดเฉือนให้ พร้อมกับโน้มตัวมากระซิบข้างหู

“อาร์นี่ให้คุณติ่งจัดการเรื่องดอกไม้ ให้จิตติณ เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา จัดการเรื่องสร้อยเพชร ส่วนอาร์นี่... เป็นคนเขียนการ์ดด้วยลายมือเขาเอง เขาหลอกใช้ไอเดียฉัน หลอกใช้คุณหญิงให้เป็นเครื่องมือดึงคุณชายรองไปจากสาลิน เพื่อที่เขาจะได้ครอบครองสาลินไงคะ”

ความจริงจากปากจิตริณีทำให้คุณหญิงก้อยแทบล้มทั้งยืน ก่อนจะตาลุกวาวด้วยความโกรธจัด ผลุนผลันออกจากร้านไปเอาเรื่องอดีตสามี ทิ้งเลขาสาวคู่ปรับให้มองตามยิ้มๆ...สมน้ำหน้ายายคุณหญิงหัวสูง!

ooooooo

ไนต์คลับของอัศนีย์แทบแตก เมื่อคุณหญิงก้อยไปอาละวาด แต่วิรงรองกับจิตติณก็ปากแข็ง ปฏิเสธไม่รู้เรื่องดอกไม้กับสร้อยมุก ร้อนถึงอัศนีย์ต้องมาแก้ต่างแทน แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่หยุดโวยวาย จนเขาต้องห้ามด้วยจูบเร่าร้อนและเพลิงสวาท โดยมีวิรงรองกับจิตติณเป็นช่างภาพจำเป็น แอบเก็บภาพห่างๆแต่ไม่พลาดสักกระบวนท่าเดียว!

คุณหญิงก้อยไม่รู้ตัวว่าตัวเองถูกแอบถ่าย มัวกระหยิ่มใจว่าแผนแฉสาลินออกสื่อต้องได้ผล และเมื่อคุณชายรองบากหน้ามาหาถึงวังรัชนีกุลในวันต่อมา ก็ต้อนรับด้วยวาจาเยาะเย้ยถากถาง

“ไงคะ...คงตระหนกกันทั้งวังสินะ ไม่ใช่แค่คำขู่นะคะ หญิงทำจริง ในอีกวันสองวันนี้ ทั้งข่าวและรูปอื้อฉาวของนังว่าที่สะใภ้แห่งวังวุฒิเวสม์ ทอดกายให้เศรษฐีหนุ่มราวกับนังหญิงแพศยาจะกระฉ่อนเมือง!”

หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางหน้าเสีย ตั้งท่าจะปรามคุณหญิงก้อยเหมือนเคย แต่ก็ช้ากว่าคุณชายรอง

“หญิง...หญิงก็รู้ว่ามันไม่ได้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น”

“แต่หญิงมีภาพที่คนทั้งโลกจะเชื่อ”

“อย่าทำร้ายสาลินเลยหญิง ผมขอร้อง”

“งั้นก็คุกเข่าลงแทบเท้าหญิง แล้ววิงวอนสิคะ บางทีหญิงอาจจะใจอ่อนก็ได้”

คุณชายรองหน้าตึง หัวเสียมากที่ถูกหยามเกียรติ แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้

“ถ้าหญิงต้องการอย่างนั้นก็ได้...แต่หญิงควรรู้ไว้ ว่าผมไม่ได้คุกเข่าให้หญิง แต่ผมคุกเข่าให้กับคนที่ผมรักมากกว่าชีวิต มากกว่าทุกสิ่งในโลก มากกว่าที่เคยรักหญิง อย่างที่ไม่มีทางเปรียบกันได้”

คุณหญิงก้อยถึงกับผงะ เมื่อเห็นอดีตคนรักยอมลดศักดิ์ศรี คุกเข่าช้าๆ หม่อมวาณีทนไม่ไหว ถลาไปห้ามทั้งน้ำตา แต่ก็เหมือนจะเป็นการทำให้ความแค้นของคุณหญิงก้อยทวีความรุนแรงกว่าเดิม

“งั้นพรุ่งนี้มะรืนนี้ ก็จงดูข่าวนังคนที่คุณรักยิ่งกว่าชีวิตบนหน้าหนึ่ง แล้วก็อย่าลืมปลุกคนทั้งวังมาเป็นพยานด้วย โดยเฉพาะเด็จป้า พระเนตรจะได้สว่างเสียที”

“เด็จป้าพระเนตรสว่างมานานแล้ว ถึงได้ทรงทำทุกอย่างไม่ให้หญิงมาเป็นสะใภ้ไง”

“งั้นก็เตรียมตัวรับความอับอายไปทั้งวังวุฒิเวสม์เถอะ...อดีตว่าที่ท่านทูต!”

คุณหญิงกลางกลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ และน้องสาวตัวดีจะทำงามหน้ากว่านี้ เลยเอาตัวเข้าขวาง เช่นเดียวกับหม่อมวาณี ทำหน้าตาขึงขังและดุลูกสาวคนเล็กเป็นครั้งแรก

“คุณชายสูงส่งเกินไปจะคุกเข่าต่อหน้านังหญิงแพศยาคนนี้”

คุณหญิงก้อยหน้าเจื่อนและถึงกับเข่าอ่อน เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของแม่

“ฉันว่าแกนั่นแหละ หญิงแพศยาตัวจริงมันคือแก ไป๊...ไปให้พ้นหน้าฉัน!”

เสียงกรีดร้องของแม่ไม่ได้ทำให้คุณหญิงก้อยสำนึก สะบัดหน้าหนีขึ้นห้องอีกต่างหาก จนหม่อมวาณีเกือบเป็นลม คุณหญิงกลางต้องคอยปลอบและถอนใจยาวเมื่อได้ยินเสียงรำพึงของแม่

“หญิงกลาง...นี่แม่เลี้ยงลูกให้เป็นปีศาจร้ายงั้นหรือ”

ooooooo

สายตาชิงชังของอดีตคนรัก วาจาเชือดเฉือนของแม่กับพี่สาว ทำให้คุณหญิงก้อยแค้นใจมาก และตัดสินใจเอารูปล่อแหลมของสาลินกับอัศนีย์ไปให้

วิรงรองลงหน้าหนึ่ง คอลัมนิสต์สาวพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่อยากทำลายชีวิตสาลินและทำให้อัศนีย์เสียชื่อเสียง แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่ฟังเหตุผล

“ไม่ต้องมาสอนฉัน พวกเธอเป็นหนี้ฉันกันทุกคน ความแส่หวังดีของอัศนีย์กับพวกเธอ ทำให้คุณรองกับฉันต้องขาดกัน ทำให้นังสาลินกลายเป็นนางคู่บัลลังก์ เพราะฉะนั้น ...พวกเธอต้องช่วยฉันทำให้มันตกบัลลังก์ให้ได้”

วิรงรองเบื่อความเอาแต่ใจของราชนิกุลสาวเต็มที เลยสวนอย่างเหลืออด

“ตั้งแต่เราคบกันมา มีแต่ฉันทำโน่นทำนี่ให้ หญิงไม่คิดบ้างหรือว่าเธอก็เป็นหนี้ฉันเหมือนกัน”

“หนี้เธอ...เอาอะไรมาพูด เธอนั่นแหละหนี้ฉัน เพราะฉันลดตัวไปคบ เธอถึงลอยหน้าลอยตาในสังคมชั้นสูงได้”

“อ้อ...ที่ฉันมีชีวิตมาได้นี่ เป็นเพราะพระกรุณาของพริ้นเซสนี่เอง”

“ใช่...จงจดจำไว้ แล้วตอบแทนบุญคุณฉันมา แล้วถ้าเธอไม่ทำ ฉันก็มีเรื่องเธอจะแฉในหนังสือพิมพ์คู่แข่ง”

“เรื่องอะไรไม่ทราบ”

“ก็เรื่องที่เธอร่ำรวยอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะขายข่าวคาวๆ แต่เพราะเธอยอมเป็นเมียน้อยให้เจ้าพ่อคนดังน่ะสิ”

ขู่จบก็ผละไป ทิ้งวิรงรองให้มองตามตาเขียว โดยมีจิตติณกับเหล่าลูกน้องคอยปลอบและเกลี้ยกล่อมไม่ให้ยอมเป็นเครื่องมือของคุณหญิงก้อย คอลัมนิสต์สาวนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะเหยียดยิ้มร้าย

“ฉันมีภาพข่าว ฉันก็ต้องลง ข่าวนี้ต้องลือลั่นที่สุดในบรรดาข่าวที่ฉันทำมา...นี่แหละคือจรรยาบรรณของฉัน”

วิรงรองทำตามที่ประกาศไว้จริงๆ แต่ไม่ใช่ภาพของสาลินที่เธอเอามาพาดหัว แต่เป็นภาพคุณหญิงก้อยเริงรักกับอัศนีย์เมื่อไม่กี่วันก่อนต่างหาก ทุกคนที่วังวุฒิ–เวสม์กับที่บ้านสวนถึงจะโล่งอก แต่ก็อดตกใจไม่ได้ เมื่อเห็นภาพหวาดเสียวอล่างฉ่างของราชนิกุลสาวคนดัง!

ภาพฉาวของคุณหญิงก้อยอาจทำให้หลายต่อหลายคนสะใจ ไม่เว้นแม้แต่ท่านชายจันทร์ ที่อยากให้ลูกสาวคนเล็กได้รับบทเรียนอย่างสาสม และครั้งนี้ก็ถือว่ารุนแรงพอสมควร

“เธอไม่เคยได้ยินหรือหญิงก้อย...ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว!”

คุณหญิงก้อยกรีดร้อง อาละวาดขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์ หม่อมวาณีทนไม่ไหว ต้องปราดไปห้ามเหมือนเคย แต่ก็ถูกลูกสาวคนเล็กตอกจนหน้าหงาย

“หม่อมแม่ไม่มีสิทธิ์ว่าหญิง หญิงเป็นลูกหม่อมเจ้า หญิงคือหม่อมราชวงศ์หญิง แต่หม่อมแม่คือลูกไพร่!”

หม่อมวาณีหน้าซีด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเพราะโกรธจัด ฟาดหน้าลูกสาวคนเดียวเต็มแรง คุณหญิงกลางทำท่าจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่ท่านชายจันทร์ก็ทรงโบกมือห้ามไว้

“เธอไม่ใช่เจ้า...เทพีเพ็ญแสง หม่อมราชวงศ์ที่กำกับหน้าชื่อเธอ ไม่ได้ช่วยกล่อมเกลานิสัยและสันดานของเธอให้พ้นจากความเป็นไพร่ เป็นนังแพศยา เธอมันคือความอับอายของรัชนีกุลต่างหาก”

จบคำ ท่านชายจันทร์ หม่อมวาณีและคุณหญิงกลางก็ผละไป ทิ้งคุณหญิงก้อยให้กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งคนเดียว ที่ทุกอย่างผิดแผนและไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง!

ooooooo

เป็นอันว่าทุกอย่างจบลงด้วยดี สาลินรอดจากการเป็นข่าวฉาว ส่วนคุณหญิงก้อย ได้รับผลกรรมอย่างสาสม กลายเป็นราชนิกุลสาวหัวสูงฉาวโฉ่ที่สุดในพระนคร คุณชายรองกับคุณชายเล็กนั่งมองข่าวด้วยความสังเวชปนเวทนา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากหวังว่าคุณหญิงก้อยจะสำนึกและกลับเนื้อกลับตัวในเร็ววัน

จบเรื่องข่าวฉาว คุณชายรองก็เดินหน้าตามหาหัวใจเต็มที่ และภารกิจสำคัญก็มาถึงในอีกไม่กี่วันต่อมา โดยมีคุณชายเล็กกับศรีจิตราร่วมขบวนการ พร้อมด้วยสมาชิกห้องสมุดเป็นกองหนุน เพราะอยากให้สาลินสมหวัง

กิจกรรมเล่านิทานเนื่องในวันหนังสือเด็กเริ่มต้นอย่างราบรื่น จนถึงคิวสำคัญของคุณชายรอง จะเล่านิทานเรื่องบิวตี้แอนด์เดอะบีสต์ หรือโฉมงามกับเจ้าชายอสูร จิตริณีเลยช่วยเปิดเรื่องให้

“เทพนิยายเรื่องนี้ กำลังบอกเราว่าเปลือกนอกของเราเหมือนหน้ากากที่บดบังความจริงภายใน ซึ่งเป็นเนื้อแท้ของเรานั่นเอง เด็กๆดูแล้วอย่าตัดสินใครหรืออะไรแค่เปลือกนอกหรือแค่ที่ตาเห็นนะคะ ภายในของเขาอาจจะงดงามอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เชิญปรบมือต้อนรับเดอะบีสต์ด้วยค่ะ...”

เรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างโฉมงามนามว่าเบลล์กับเจ้าชายอสูรในปราสาทร้างกลางป่า ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยมีสาลินรับบทเป็นเบลล์ และคุณชายรองเป็นเจ้าชายอสูร ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ทั้งจากความรู้สึกของตัวเองและจากเหตุการณ์รอบด้าน จนกระทั่งค้นพบหัวใจตัวเอง

ความรักของเบลล์ ทำให้เจ้าชายอสูรได้เปิดโลก เรียนรู้เรื่องการให้ การรับ ความเมตตา การรับผิดและการให้อภัย หลอมละลายความแข็งกระด้างในจิตใจ กลายเป็นความรักอันแสนหวาน

และในที่สุด...นิทานก็จบลงด้วยความรักและความสุข เช่นเดียวกับเรื่องของสาลินกับคุณชายรอง ก็ถึงเวลาสำคัญ เมื่อราชนิกุลหนุ่มจอมเก๊ก ยอมละมาดเย่อหยิ่ง คุกเข่าขอความรักและขอแต่งงานจากสาลิน

สาลินหน้าแดง คิดนิดเดียวแล้วพยักหน้ารับ “ตกลงค่ะ...ฉันจะแต่งงานกับคุณ”

คุณชายรองบรรจงสวมแหวนทับทิมให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย สาลินซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ

“แหวนนี่จะพาฉันไปที่ไหนบ้างคะ”

“ไปสู่หัวใจของฉันไง”

และแล้วเรื่องราวทุกอย่างก็จบด้วยดี นอกจากคุณหญิงก้อยจะได้รับกรรมที่ก่อแล้ว ทุกคนที่เหลือก็พบแต่ความสมหวัง คุณชายรองกับสาลิน คุณชายเล็กกับศรีจิตรา คุณหญิงกลางกับศุภร ไนเจลกับจิตริณี แม้แต่อัศนีย์ ก็ได้พบความรักใหม่กับโสภาพรรณ คุณครูพละในวิทยาลัย ลูกสาวรัฐมนตรีคนดัง แต่ที่ฮือฮาสุดคงหนีไม่พ้นชบา ได้ผัวสมใจ แต่ก็ทำให้พุดซ้อนเกือบเป็นลม เพราะผัวลูกสาวไม่ใช่เศรษฐีหรือราชนิกุลคนดัง แต่เป็นนิโกรร่างยักษ์ผิวดำสนิท!

งานมงคลสมรสระหว่างคุณชายรองกับสาลินมาถึงในเวลาต่อมา และกว่าพิธีการมากมายจะจบสิ้น สาลินก็แทบหมดแรง คุณชายรองเลยมอบของขวัญปลอบใจ เป็นหนังสือบันเทิงทศวารกับจันดาราที่เธอเคยอยากอ่านนักหนา

“ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าเธอแต่งงานแล้ว ฉันถึงจะยอมให้อ่าน”

ค่ำคืนแสนหวานของคุณชายรองกับสาลินจบลงด้วยความสุข เช่นเดียวกับของคุณชายเล็กกับศรีจิตรา ที่นับวันความรักและความผูกพันจะมากล้นขึ้นทุกที

“โชคชะตานี่มันมหัศจรรย์จริงนะฮะ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะมีคุณคอยเล่านิทานให้ผมฟังไปตลอดชีวิต”

“ฉันจะเป็นเซเฮราซาดของคุณค่ะ”

ชีวิตหลังแต่งงานของสาลินราบรื่นด้วยดี บรรณารักษ์สาวกลายเป็นคุณหญิงท่านทูตและว่าที่นักเขียนนิยายคนใหม่ โดยมีคุณชายรองเป็นกำลังใจสำคัญ ช่วยให้เธอทำงานที่รัก ส่วนคุณชายเล็กกับศรีจิตราก็จะมีงานมงคลในไม่ช้า แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ก็ถูกสาลินใช้เรื่องราวของทั้งสองเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายเสียก่อน

แต่ว่าที่นักเขียนใหญ่คงประสบการณ์น้อย เลยคิดไม่เสร็จสักที ศรีจิตราเลยเย้าให้หาตัวช่วย

“คุณรองคงต้องช่วยต่อจินตนาการให้ยายสาแล้วค่ะ”

สาลินเขินหน้าแดง คุณชายรองเลยส่งยิ้มหวานบาดใจให้ ก่อนจะเอ่ย

“จินตนาการที่คนแต่งขึ้น ก็ยังมหัศจรรย์ไม่เท่าสิ่งที่โชคชะตาบันดาลให้เป็นไปจริงไหม”

จบคำก็ยกแก้วขึ้นชนกับคนอื่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นในวังวุฒิเวสม์...สถานที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น และทุกคนจะได้ครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดกาล

ooooooo

–อวสาน–


ละครสะใภ้จ้าว ตอนที่ 17(ตอนจบ) อ่านสะใภ้จ้าว ติดตามสะใภ้จ้าว ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ 26 พ.ย. 2558 08:57 2015-11-28T23:23:11+00:00 ไทยรัฐ