ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสน่ห์นางงิ้ว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3


บัวเห็นความดันทุรังของตรึงจิตก็เข้าไปคุยอย่างใจเย็น “เจ๊ตรึงจิต ถ้าบัวทำอะไรให้เจ๊ไม่พอใจบัวขอโทษ แต่การที่เจ๊เผาชุดบัว มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย หนำซ้ำชุดอื่นๆก็พลอยไหม้ไฟรวมทั้งชุดของเจ๊ด้วย...คนที่เดือดร้อนก็ไม่ใช่แค่บัว แต่เจ๊และทุกคนในคณะก็เดือดร้อนด้วย”

ตรึงจิตเริ่มคิดได้ ดำเกิงย้ำว่าความเสียหายครั้งนี้มันมากเกินกว่าเธอจะรับผิดชอบไหว นกขมิ้นขอร้องอย่าเอาเรื่องตรึงจิต อย่างไรเสียก็คนกันเอง บัวเห็นด้วยว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ดำเกิงหงุดหงิดที่บัวไม่เอาเรื่องตรึงจิต...

เจียงตัดสินใจเอากำไลหยกสมบัติประจำตระกูลชิ้นสุดท้ายออกมาให้หลอเอาไปขาย เพื่อเสียค่าปรับให้ศาลเจ้า หลอเสียดายเห็นว่าของชิ้นนี้ติดตัวเจียงตั้งแต่ตอนโล้สำเภามา จึงคิดว่าจะไปขอร้องเถ่านั้งกรรมการว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เจียงคิดว่าเราทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ หลอบ่น

“อาตรึงจิตนี่อีแสบจริงๆอ่ะ แค่คืนเดียวนี่สูญเงินเกือบแสนแล้ว ไหนต้องมาจ่ายค่าตัวพวกเด็กๆอีก โฮย...แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเหลือล่ะฮะอาเจียง”

“ป๊า...แล้วบัวจะทำงานพิเศษหาเงินมาช่วยป๊านะจ๊ะ”

“อั๊วไม่มีวันให้คนในคณะของอั๊วต้องอดตายหรอก พวกลื้อทุกคนไม่ต้องกลัวนะ อาบัวก็เหมือนกัน ลื้อมีหน้าที่เล่นงิ้วกับเรียนหนังสือ ส่วนเรื่องหาเงินเนี่ยเป็นหน้าที่ของอั๊วเอง”

หลอพยักหน้ารับแล้วหันไปไล่ชาวคณะให้เลิกมุง ทันใดดำเกิงลากตรึงจิตเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าเจียง ตรึงจิตทำเป็นร้องไห้เสียใจหนักหนา ขอโทษที่ทำผิด เจียงได้แต่ถอนใจและกำชับอย่าวู่วามอีก ดำเกิงหงุดหงิดที่เจียงไม่ลงโทษตรึงจิตบ้างเลย

เช้าวันใหม่ บัวนั่งเลือกชุดงิ้วที่พอจะซ่อมได้แยกไว้ ดำเกิงบ่นกระปอดกระแปดที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะความอิจฉาของตรึงจิตคนเดียว บัวคิดว่าเธอคงไม่กล้าทำอะไรอีก สงสารก็แต่ป๊า ดำเกิงคิดจะทำบะหมี่ขายช่วยอีกแรง บัวยกมือไหว้พระขอให้รอดพ้นเรื่องร้ายๆไปให้ได้

ooooooo

ชยุติต้องตกใจเมื่อรู้จากจ๊าดว่าเมื่อคืนที่โรงงิ้วไฟไหม้ โชคดีที่ดับทันไม่มีใครเป็นอะไร วลีกับวลัยบ่นอุบถ้ามันลามถึงบ้านเราจะทำอย่างไร ไชโยโพล่งขึ้นว่าน่าจะไหม้ให้หมดจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไล่ที่ มาลัยได้ยินอย่างนั้นก็วางช้อนโครม

“คนอื่นเขาเดือดร้อน มีแต่จะคิดซ้ำเติม แย่ แย่ที่สุด”

“ทำไมอาม้าต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนพวกมันด้วย แบบนี้มันเห็นขี้ดีกว่าไส้ชัดๆ”

“ไส้เน่าๆแบบนี้ ขี้ยังดีซะกว่า” มาลัยสวนคำพูดของวลี

วลัยท้วงว่ากำลังกินข้าวกันอยู่ทำไมพูดเรื่องสกปรก มาลัยหมั่นไส้แกล้งพูดย้ำคำนั้น วลีเอ็ดยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ ชยุติเห็นทุกคนเถียงกันก็ลุกพรวดขึ้นขอตัวออกไป วลีโทษมาลัยว่าทำให้หลานไม่อยากกินข้าว

ชยุติมาด้อมๆมองๆหน้าบ้านหวังจะได้พบบัว ดำเกิงเดินมาสะกิด ชยุติหันมองยิ้มให้และถามถึงเรื่องไฟไหม้เมื่อคืน ดำเกิงเสียงเข้มให้เรียกตนว่าดำเกิง ชื่อเกิ่งสำหรับคนที่สนิทเรียกเท่านั้นและอดประชดประชันไม่ได้

“ไม่ต้องยุ่งหรอกนะ พวกเรายังอยู่ดี พวกเราสบายดีและมีงานต้องทำอีกเยอะเลย ไม่ได้มีเวลาลอยไปลอยมาเหมือนพวกลูกเศรษฐีหรอก เชิญ...”

ชยุติจำต้องเดินออกมา พอกลับเข้าบ้าน จ๊าดวิ่งมาเสนอหน้าแล้วทำจมูกฟุดฟิดทำนองจะจามแต่มันไม่จามเสียที ชยุติเข้าใจว่าจ๊าดร้องไห้เพราะมีเรื่องในบ้านก็ตกใจถามหาวลี จ๊าดชี้ไปที่ห้องรับแขก ชยุติรีบวิ่งเข้าบ้านเห็นวลีและทุกคนนั่งอย่างรื่นรมย์ มีชายสามคนท่าทางนำสมัยนั่งเรียงรายอยู่ ไชโยเห็นลูกชายมาก็แนะนำให้รู้จักแขกทั้งสามคน ชยุติสวัสดีอย่างนอบน้อม

“ไม่ต้องนอบน้อมก็ได้นะลูกเพราะม้ากับป๊าจ้างเขามา ไม่ได้เป็นแขกสลักสำคัญอะไร”

“ทั้งสามจะมาฟังคอนเซปต์ว่าแกอยากจะได้เรือนหอแบบไหนจะได้เขียนแบบให้ถูกใจ”

ชยุติตกใจจะแย้งไชโย แต่วลีชิงเสนอก่อนว่า ปลูกเรือนหอแบบเรือนไทย คนเห็นจะได้รู้ว่าเรารวย สามหนุ่มสถาปนิกต่างจดกันยิกๆ ไชโยแย้งว่าปลูกแบบโมเดิร์นให้คนมองจนเหลียวหลังดีกว่า วลีค้านกลายเป็นว่าไชโยกับวลีเถียงกันจะเอารูปแบบไหน สถาปนิกทั้งสามจดแล้วฉีกกระดาษทิ้งจดใหม่อยู่หลายรอบ ชยุติมองป๊ากับม้าเถียงกันไปมาอย่างอ่อนใจ

ooooooo

กรรมการศาลเจ้ามาบอกยกเลิกงานแสดงครั้งต่อไปเพราะได้จ้างคณะอื่นมาแทนแล้ว เจียงกับหลออึ้งทำอะไรไม่ถูกมืดแปดด้านไปหมด เจียงคิดว่าต้องกู้เงินมาทำชุดงิ้วใหม่เพื่อรับงาน หลอไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ก็ไม่เห็นทางอื่น จึงต้องตามใจเจียง

ธานีกำลังนั่งจดตามคำบอกของไหมฟ้าที่นั่งนับเงินทั้งต้นและดอกของแต่ละคนที่มากู้เงิน เจียงกับหลอเข้ามาอย่างนอบน้อม ไหมฟ้ารู้ทันทีว่าถึงคราวได้

เอาคืน...เจียงขอกู้เพิ่มอีกสองแสน ธานีร้องลั่น ดอกเก่ายังส่งไม่ครบยังมากู้ใหม่อีก

“อั๊วเดือดร้อนจริงๆเสี่ย เมื่อคืนนี้ไฟไหม้ชุดงิ้ว ต้องหาเงินไปซื้อใหม่” เจียงขอร้อง

“ไม่นึกเล้ย ว่าวันนึงเถ้าแก่จะต้องบากหน้าลดตัวลงมาขอความกรุณาฉันกับผัว”

“อาไหมฟ้า ทำไมลื้อพูดจาดูถูกอาเจียงอย่างนี้”

“ลื้อควรจะเรียกอั๊วว่าตั้วซ้อ”

หลอชะงักที่ไหมฟ้าอหังการ เจียงยอมอ่อนบอกถ้าไม่สะดวกตนก็ไม่รบกวน ไหมฟ้าสวน

“เดี๋ยวสิ แหม ฉันก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง คิดถึงสมัยก่อนตอนฉันยังเล่นงิ้วที่คณะเหลี่ยนฮัว ใครกันนะที่ไล่ตะเพิดฉันอย่างกะหมูอย่างกะหมา”

หลอไม่พอใจถามธานีจะให้กู้ไหมบอกมาเลย ไหมฟ้าชิงตอบว่าให้ เถ้าแก่ลำบากขนาดนี้จะไม่ให้ได้อย่างไร แล้วสั่งธานีไปหยิบเงิน ธานีบ่นนี่เป็นเมียหรือแม่กันแน่ ขวดกระซิบว่ายิ่งกว่าแม่อีก...ธานีเดินไปนับเงินใส่ซองเดินกลับมา ไหมฟ้าชิงมาเปิดซองแล้วนับอีกครั้งก่อนจะส่งให้เจียง ธานีเน้นย้ำว่าเงินให้กู้ไม่ใช่ให้ยืม เจียงเข้าใจและขอบใจ หลอฉุกคิดขอนับเงินต่อหน้า

“เดี๋ยวๆ นี่ไม่ครบสองแสนสักหน่อย”

ไหมฟ้าบอกต้องหักดอกก่อน หลอไม่พอใจที่ดอกแพงอยู่แล้วยังจะหักก่อนอีก ไหมฟ้าว่าไปกู้คนอื่นเขาก็ทำแบบนี้ หลอเหลืออดทวงบุญคุณ

“อาไหมฟ้า ลื้อจำได้ไหมสมัยที่ลื้อมาหัดงิ้วกับเฮียเจียงน่ะ กี่ปีกี่เดือนห๊า อีคิดค่าสอนลื้อสักสลึงนึงไหม”

เจียงปรามอย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ ไหมฟ้าเชิดหน้าไม่สำนึก กลับย้ำว่าดอกเบี้ยต้องหมื่นสี่ หลอจะโวยว่าไม่ถึง ไหมฟ้ากระทุ้งให้ธานีย้ำอีกคน

“เออ ดอกอั๊วขึ้นเป็นร้อยละเจ็ดแล้ว ก็ทำธุรกิจมันก็คือธุรกิจ ถ้าลื้อไม่พอใจเอาเงินคืนอั๊วมาก็ได้ เอาสิ”

หลอโกรธจะเอาเรื่อง ขวดเข้าล็อกแขนหลอ เจียง ห้ามแต่กลับโดนลากไปด้วยอีกคน ขวดโยนทั้งสองคนออกมาหน้าบ้าน ไหมฟ้าเดินอาดๆมายืนเท้าสะเอวใส่ฉอดๆ

“อาเจียง นี่ฉันยังเห็นแก่หน้าลื้อนะ จะไม่เอาเรื่อง หัดดูแลลูกน้องลื้อให้ดี คราวหน้าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“ดูสิ นี่เรียกอาเจียงเฉยๆเหรอ อีคนลืมตัว อีวัวลืมตีน” หลอไม่พอใจ

เจียงปรามให้หยุด หลออยากให้คืนเงินแต่เจียง เห็นว่าจะให้ลูกคณะเดือดร้อนไม่ได้

ooooooo

เย็นวันนั้น ชยุติเห็นมาลัยนั่งมองรูปอากงเศร้าๆ จึงชวนออกไปเดินยืดเส้นยืดสายเป็นการออกกำลัง มาลัยเห็นดีเป็นหนุ่มเป็นแน่นออกกำลังกายไว้ แก่ตัวจะได้ไม่ปวดกระดูก

“เหมือนอาป๊าแก มันไม่ปวดไม่เมื่อยได้ยังไงล่ะ วันๆเอาแต่กินกับเครียดแล้วก็นอน คิดแต่ว่าวันนี้เงินบาทเงินดอลมันเท่าไหร่ ดอกเบี้ยในธนาคารเพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่ อีกหน่อยก็บ้าตาย”

ชยุติชวนมาลัยไปร้านน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋แถวโรงงิ้วที่เคยไปตอนเด็กๆ มาลัยชอบใจอยากไปอยู่พอดี ชยุติทำหน้าสมหวัง...พอมาถึงร้าน ชยุติกลับเอาแต่ชะเง้อมองไปทางบ้านบัว จนเผลอดื่มน้ำเต้าหู้ซึ่งยังร้อนจัด ทำให้กระฉอกเลอะเสื้อ เจียงกับหลอเดินกลับมาพอดี จึงทักทายกัน เจียงบอกอาม่าโชคดีที่เมื่อคืนกลับไปก่อนที่จะไฟไหม้ มาลัยบ่นทันที

“ก็แฟนไอ้ตี๋น่ะสิ อีจะเป็นลม เลยต้องลากกันกลับไป”

“โธ่อาม่า ยิ่งจันทร์เขาเป็นแฟนผมเมื่อไหร่กัน”

“ไม่เรียกแฟนแล้วจะเรียกอะไร อีกหน่อยก็ต้องแต่งงานกัน”

ชยุติตัดบทไม่คุยเรื่องนี้แล้ว มาลัยหัวเราะหันมาถามเจียงว่าจากนี้มีงานแสดงที่ไหนอีกจะตามไปดู เจียงถอนใจบอกคงต้องให้เด็กๆพักก่อนและต้องซ่อมแซมชุดด้วย...ทันใดชยุติเห็นบัวออกมานั่งซ่อมชุดงิ้วหน้าบ้าน เจียงสังเกตเห็นสายตาชยุติก็ชักสงสัยว่า คนนี้เองที่ทำให้บัวหวั่นไหว ชยุติเอ่ยปากขอเจียงเข้าไปล้างตัวในบ้านเพราะเลอะน้ำเต้าหู้

“ได้สิเชิญๆ แต่บ้านอั๊วรกหน่อยนะ เดินดีๆล่ะ”

ชยุติยิ้มย่องรีบลุกเดินไปบ้านเจียง...เขาเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าบัว เธอแปลกใจว่าเขามาได้อย่างไร ชยุติบอกพาอาม่ามากินน้ำเต้าหู้และมันหกรดตัว เจียงจึงให้มาล้างตัวที่นี่ บัวชี้ไปที่ตุ่มน้ำหลังบ้านแล้วจะเดินเลี่ยง ชยุติรีบมาดักไว้

“ทำไมคุณต้องหนีหน้าผมด้วยคุณบัว”

“มีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องทำอย่างนั้น”

“คุณทำเหมือนเห็นผมเป็นคนแปลกหน้า เป็นคนร้าย เป็นคนน่าเกลียดน่ากลัวอย่างงั้นแหละ”

“คิดอย่างนั้นก็ดีแล้วนี่”

“ผมไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆนะ”

“ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคุณต้องมาคอยตามฉันด้วย”

“ก็ผมชอบคุณนี่นา...ชอบที่คุณเป็นคุณอย่างนี้ ชอบคุณที่เป็นนางเอกงิ้วคนนั้นด้วย ชอบทุกอย่างเลยชอบมาก ชอบจริงๆ”

บัวนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ถึงพูดออกมาว่าเขาโกหก ชายหนุ่ม รุก ทำไมเธอถึงมองโลกในแง่ร้าย

“ฉันจะมองโลกยังไงก็เรื่องของฉัน คุณมีโลกของคุณ ฉันก็มีโลกของฉัน เราอยู่คนละโลกกัน คุณมีแฟนอยู่แล้ว เลิกมาตอแยฉันซะที ไม่นึกเสียดายเวลาทำมาหากินบ้างรึไง”

ชยุติพยายามจะอธิบายว่าไม่ใช่อย่างที่เธอคิด แต่บัวไม่ฟังเดินหนีขึ้นห้อง เขาไม่กล้ารุกล้ำ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"โหน" อ้อนก่อนบวช ฝากละคร "ตะกรุดโทน"

"โหน" อ้อนก่อนบวช ฝากละคร "ตะกรุดโทน"
14 พ.ย. 2562
07:01 น.