ข่าว

วิดีโอ



เสน่ห์นางงิ้ว

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ยิ่งยศ ปัญญา / กาญจนา โตะยู

กำกับการแสดงโดย: ธนากร โปษยานนท์

ผลิตโดย: บริษัท ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธีรเดช เมธาวรายุทธ,ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์

เมื่อดำเกิงกินข้าวต้มที่บัวทำมาเสร็จ บัวขอคุยด้วย กนกวิภาร้อนตัวให้คุยกันตรงนี้ ชยุติปรามน้องสาว ปล่อยพี่น้องคุยกันไม่ต้องกังวล

ดำเกิงสารภาพกับบัวว่าจับตัวกนกวิภามาแก้แค้น เพราะเธอใช้ตนเป็นเครื่องมือทำลายความรักและชื่อเสียงบัว บัวย้อนถามว่าทำสำเร็จไหม เขาชะงักเถียงไม่ออก

บัวจึงร่ายยาวว่า การที่เขาพากนกวิภามาลำบากแถมยังเสี่ยงอันตราย มันสมควรแล้วหรือ และยังทำให้ป๊ากับหลอเป็นห่วง เขาเคยคิดบ้างไหม ต่อไปเขาจะทำอย่างไรคิดไว้หรือยัง บัวย้ำว่าเขาควรมีความรับผิดชอบต่อ

การกระทำของตัวเอง ดำเกิงหน้าเจื่อนแก้ตัวไปว่าขอเวลาคิดสักนิด ตนมีความรับผิดชอบแน่

“แล้วบัวล่ะ มาอยู่ที่นี่กับไอ้ตี๋มีความสุขดีใช่ไหม” ดำเกิงชิงถามบ้าง

“อืม...เรามีความสุขตามสภาพ”

“ไม่หรอก บัวกับไอ้ตี๋มีความสุขมากต่างหาก ดูจากแววตา สีหน้าแล้วก็รอยยิ้มของบัว มันเป็นรอยยิ้มที่เกิ่งไม่เคยเห็นมาก่อน” บัวฉงน “ความจริงเกิ่งก็คอยแอบดูบัวกับไอ้ตี๋อยู่บ่อยๆ เกิ่งดีใจกับบัวด้วยนะ ที่ในที่สุดบัวกับไอ้ตี๋ก็เข้าใจกันได้ เกิ่งดีใจที่เห็นบัวมีความสุขซะที ดีใจที่การกระทำของคนโง่อย่างเกิ่งไม่ทำลายชีวิตบัวจนพังไปซะก่อน”

บัวสบตาดำเกิงที่ดูแน่วแน่ เขาจับมือเธอมากุม สัญญาจะไม่ทำให้เดือดร้อนอีก บัวยิ้มรู้สึกว่าเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมาก

กนกวิภาจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและค่ายาในการรักษาดำเกิง ชยุติมองน้องสาวขำๆ เธอเสชะเง้อมองว่าทำไมบัวกับดำเกิงยังไม่กลับเข้ามา ขาดคำบัวเดินเข้ามากับดำเกิง กนกวิภารีบถามว่าคุยอะไรกันนานสองนาน ชยุติตัดบทให้กลับไปคุยต่อที่บ้าน กนกวิภาเข้าประคองดำเกิงให้เดิน ชยุติบุ้ยใบ้ให้บัวดูทำนองเห็นไหม บัวยิ้มอย่างเข้าใจแล้ว

มีชาวบ้านสองคนเดินสวนมา ทั้งสองมองหน้าชยุติแล้วก้มมองหนังสือพิมพ์ในมือ คุยกันว่าใช่แน่ ชยุติแปลกใจถามว่ามีอะไร ทั้งสองจึงส่งหนังสือพิมพ์ให้ดูกรอบข่าว พาดหัวตัวโต

“เศรษฐิณีเจ้าของโรงงานน้ำปลาตรอมใจหนัก ลูกชายคนเดียวหายตัวไป...นางวลี เกียรติกำจร เจ้าของโรงงานน้ำปลาชื่อดังตรอมใจ นายชยุติลูกชายหายไปจากบ้าน จนอาการทรุดหนัก วอนลูกชายกลับมาดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย...หากผู้ใดพบเห็นบุคคลในรูปขอให้แจ้งข่าวมาที่บ้านเกียรติกำจรด่วน จะได้รับรางวัลเป็นเงินจำนวนหนึ่งหมื่นบาท” ชยุติกับบัวช็อกเมื่ออ่านข่าว... ทางบ้านเกียรติกำจร ไชโยเห็นข่าวแล้วทึ่งที่ภรรยาทำถึงขนาดนี้ เธออ้าง เขาบอกว่าการหาคนเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ตนจึงใช้วิธีล่อเสือออกจากถ้ำ วลัยฟังแล้วพลั้งปาก

“แล้วตาติจะเชื่อเหรอคะคุณพี่ ตาติเป็นคนนะคะไม่ใช่โคกระบือ จะได้โดนคุณพี่หลอกได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“วลัย! มือไม่พายอย่าเอาปากราน้ำได้มั้ย ฉันเป็นม้าตาติ เป็นคนอุ้มท้องแล้วก็เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออก ยังไงซะตาติก็ต้องสำนึกบุญคุณฉันบ้าง ห่วงฉันบ้าง ไม่ใช่ในหัวจะมีแต่นังบัวเน่า”

ไชโยและวลัยมองวลีที่สายตาหมายมาดว่าลูกจะต้องกลับมา

ooooooo

กนกวิภาและชยุติไม่เชื่อข่าว ดำเกิงเสริมก็ไม่ต้องกลับ แต่บัวไม่เห็นด้วย คนเป็นแม่ ลูกหายไปครึ่งเดือนไม่รู้ข่าวก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา ป๊ากับหลอก็คงกำลังเป็นห่วงตนกับดำเกิง

เมื่อบัวคิดแบบนี้ ทุกคนก็ยอมกลับ ดำเกิงกับกนกวิภามาเก็บของในบ้านเช่า ดำเกิงเก็บไปบ่นไปว่าบ้านเกียรติกำจรไม่ใช่บ้านคน บ้านผีชัดๆ กนกวิภาปรามให้เกรงใจบ้างเพราะนั่นคือครอบครัวตน เขาสวน เธอก็เป็นหนึ่งในฝูงผีที่นั่น หญิงสาวแทรกทันที

“เคยเป็นย่ะ...ตอนนี้ฉันคงไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว” ดำเกิงแปลกใจถามทำไม หญิงสาวอึกอัก “เอ่อ...ก็... นายช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันก็เลยจะทำดีกับคนที่นายรักเป็นการตอบแทน”

“เหรอ...คิดแค่นั้นจริงๆเหรอ”

“เห็นฉันเป็นคนกลับกลอกขนาดนั้นหรือ”

กนกวิภาเริ่มเคือง

“แน่นอน! ฉันยังจำได้ดีที่เธอหลอกใช้ฉันเป็นเครื่องมือทำร้ายบัวกับไอ้ตี๋”

กนกวิภาสลดลง ค่อยๆเงยหน้าสบตาดำเกิงน้ำตารื้น “ฉันขอโทษนะ ฉันขอโทษที่ทำอย่างนั้น ฉันเสียใจ”

ดำเกิงเห็นอย่างนั้นอึ้ง แต่ยังกวน “เสียใจ? ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะได้ยินคำนี้จากเธอยัยหมวย ต่อมคนดีทำงานแล้วหรือไง”

กนกวิภาเสียงเศร้าบอกประชดไปเถอะไม่เป็นอะไร แล้วก้มหน้าเก็บเสื้อผ้าที่ดำเกิงซื้อให้ใส่กระเป๋า เขามองแล้วบอกให้เธอทิ้งไป แต่หญิงสาวอยากเก็บเป็นที่ระลึก ชายหนุ่มหลุดปากว่าตนก็คงคิดถึงที่นี่เหมือนกัน แต่พอรู้สึกตัวก็เสบอกว่า คิดถึงเพราะบ๊ะจ่างขายดี กนกวิภาเบ้หน้าพับผ้าต่อไป ดำเกิงแอบยิ้มมีความสุขในหัวใจ

ที่บ้านริมทะเล บัวกับชยุติช่วยกันเก็บบ้านให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวกลับ ชยุติลังเลว่าตนควรกลับจริงหรือ ไม่รู้ว่าอาม้าจะมาไม้ไหน และจะเกิดอะไรขึ้นอีก

บัวยิ้มเข้ามากุมมือ

“มันจะไม่เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วค่ะ เพราะเราเข้าใจกันและจะจับมือผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน เหมือนที่เราเคยผ่านมา ป๊าสอนว่า ชีวิตคู่ต้องร่วมทั้งทุกข์ร่วมทั้งสุข เราผ่านเรื่องร้ายๆด้วยกันมามากมาย บัวเชื่อว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้จะหนักหนาอีกแค่ไหน เราก็จะผ่านมันไปได้ค่ะ ฉันจะอยู่ข้างคุณเหมือนที่คุณอยู่ข้างฉัน”

ชยุติกุมมือตอบ “ขอบคุณมากนะบัว คุณคือหัวใจของผม...ผมจะไม่มีวันปล่อยมือคุณ”

บัวซาบซึ้งโผกอดด้วยความรัก

ooooooo

วันต่อมา วลัยตั้งใจจะไปเยี่ยมมาลัย แต่วลีสั่งห้ามไปจนกว่าชยุติจะกลับมาก่อน วลัยถามเสียงอ่อยว่าถ้าหลานไม่กลับ เราต้องทิ้งอาม้าไม่ไปดูดำดูดีเลยหรืออย่างไร วลีสวนอย่างอัดอั้น

“อาม้าจะได้เข้าใจไงว่าการถูกลูกทอดทิ้งมันเป็นยังไงเหมือนที่อาม้าทำให้ตาติทิ้งฉันไป”

ทั้งวลัยและไชโยรู้สึกว่าวลีเหมือนคนจิตหลุดน่ากลัวขึ้นทุกที ทันใดชูดวงพรวดพราดเข้ามาด้วยความดีใจจนพูดไม่ออก ตามด้วยชยุติกับกนกวิภาเข้ามา วลีดีใจมากแต่พอนึกได้ก็แกล้งเป็นลมล้มพับ ทำให้ทุกคนตกใจรีบเข้าประคอง

ขณะที่เจียงกับหลอช่วยกันจัดเก็บชุดงิ้วเพราะไม่มีคนจ้างเล่นมานาน บัวกับดำเกิงเข้ามากราบ เจียงถึงกับน้ำตารินด้วยความดีใจ...พอได้นั่งคุยกัน เจียงกับหลอทึ่งที่โลกกลมจริงๆ ดำเกิงถึงหนีไปอยู่ที่เดียวกับชยุติและบัว บัวเป็นห่วงถามไถ่ถึงสุขภาพของเจียง หลอไม่อยากโกหกเพราะเจียงนอนไม่หลับเลยตั้งแต่สองคนหายกันไป ดำเกิงสัญญาจะไม่ทิ้งไปไหน จะไม่ก่อเรื่องอีก เจียงไม่อยากเชื่อ บัวรับรองว่าครั้งนี้เชื่อได้เพราะเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

เจียงหันมองไปรอบๆก่อนจะถามหาชยุติ บัวบอกว่าเขากลับไปดูอาการวลี เจียงเห็นข่าวนึกเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน บัวคิดว่าอาการเธอน่าจะดีขึ้นเมื่อชยุติกลับไป แต่ดำเกิงเหน็บ

“หรืออาจจะทรุดหนักกว่าเดิมก็ได้ ถ้าได้ยินเรื่องที่ไอ้ตี๋มันจะคุยด้วย”

บัวส่งสายตาปราม เจียงกับหลอมองหน้ากันอย่างสงสัย...เวลาผ่านไป ในห้องนอนวลี ชยุติ กนกวิภาและไชโยนั่งอยู่ล้อมเตียง วลีลืมตาขึ้นมาทำทีน้ำตาไหลพรากดีใจที่เห็นหน้าลูกชาย โดยลืมสนใจลูกสาวสักนิด พร่ำรำพันว่าเขาอย่าทิ้งไปอีก ตนเป็นห่วงและคิดถึงมาก ชยุติแววตาเครียดลงเพราะมีเรื่องที่จะมาบอกพ่อและแม่

พอวลีรู้ว่าชยุติต้องการที่จะอยู่บ้านบัวห้าวันและกลับมาอยู่บ้านพ่อแม่สองวันก็หน้าเครียดพยายามระงับความไม่พอใจ ชยุติอ้างว่านี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อความสบายใจของป๊า

ชยุติหาทางออกเพื่อความสบายใจของป๊ากับม้า ให้ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าในวันหยุด ส่วนโรงงานตนยินดีจะไปทำงานต่อถ้ายังวางใจตน

 วลีหลุดแว้ดออกมาว่า...ไม่ได้...ลูกชายจะออกไปอยู่บ้านคนอื่นได้อย่างไร ชยุติยืนกรานว่าตนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีบัว วลีสวนด้วยความโกรธแล้วนึกได้กลับลำทัน

“ม้าก็อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีติเหมือนกัน...เอาอย่างนี้ ม้ามีทางออกที่ดีกว่านั้น ถ้าติเชื่อม้า...”

ชยุติสบตากนกวิภาทำนองแม่จะมาไม้ไหนอีก...

เย็นวันนั้น ชยุติมาหาบัวที่บ้านเจียง บอกความประสงค์ของวลี อยากให้บัวกลับไปอยู่ด้วย ถ้าบัวไม่เชื่อ ยินดีจะมาขอโทษบัวกับเจียงที่นี่ ทั้งบัวและเจียงไม่เห็นด้วย ชยุติกับบัวต่างหากที่ต้องเข้าไปขอขมาวลี บัวสบตาชยุติบอกตนจะกลับไปอยู่ที่บ้านเขา ชายหนุ่มดีใจกุมมือแทนคำขอบคุณจากใจ

เย็นวันนั้น บัวกับชยุติเข้ามากราบวลีกับไชโย วลีปั้นหน้ายิ้มรับ จี๊ด จ๊าดและชูดวงเห็นแล้วไม่อยากเชื่อ วลีเอ่ยปากว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพราะตนที่ผิด

“ผิดที่ตาบอด มองไม่เห็นความดีงามของดอกบัวดอกนี้ ต่อไปนี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ ม้าสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายจิตใจหนูอีก ให้โอกาสม้าได้ไหม”

บัวอึ้งน้ำตารื้นรับคำ วลีขอให้บัวเรียกตนว่าอาม้า ไชโยงงที่ภรรยาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ วลียิ้มแย้มจับหน้าบัวอย่างเอ็นดู ดีใจที่ครอบครัวเราจะอยู่กันพร้อมหน้า...

บัวทำหน้าไม่ถูกไม่คิดว่าอะไรๆจะเปลี่ยนไปได้

สามคนรับใช้สุมหัวคุยกันในครัว ไม่มีใครอยากเชื่อว่าวลีจะเปลี่ยนไปในทางดีอย่างนั้น ทันใดชยุติก้าวเข้ามาถามหามาลัย ทั้งสามหน้าเจื่อนมองกันไปมาว่าใครจะตอบ

ในขณะที่มาลัยเห็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์แล้วกลุ้มใจ รู้ว่าวลีจะต้องมีแผนร้ายอีกแน่ ได้แต่พึมพำ...ป่วยกายกินยาก็หาย แต่ถ้าจิตใจป่วย มาลัยถอนใจ ทำอย่างไรวลีถึงจะหาย

ooooooo

วันต่อมา วลีเป็นคนบอกชยุติว่า มาลัยไปทัวร์ไหว้พระกับเพื่อนๆ เห็นว่าไปหลายวันหลายจังหวัด ชยุติแปลกใจว่าเพื่อนกลุ่มไหน วลีสบตาไชโยให้ช่วย เขาจึงบอกลูกว่า เพื่อนเก่าที่ชมรมไทเก๊ก ชยุติติงทำไมไม่ให้จี๊ดหรือวลัยตามไปดูแล วลัยรีบบอกว่าอยากไป วลีแทรก

“อาม่าน่ะสิไม่ยอม บอกอยากจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ไม่ชอบให้มีใครไปคุม แกก็รู้นี่ว่าอาม่าแกน่ะขี้รำคาญจะตายไป โดยเฉพาะกับม้าแล้วก็อาอี๊ของแก”

ระหว่างนั้นบัวยกอาหารมาวางแล้วจะกลับเข้าไปในครัว วลีทำทีเรียกให้บัวนั่งร่วมโต๊ะ ชยุติยิ้มพยักหน้าให้เธอนั่งข้างๆ จี๊ดยิ่งแปลกใจแต่ก็กุลีกุจอจัดจานช้อนส้อมมาวาง

เสร็จจากอาหารเช้า ชยุติอิดออดล่ำลาบัวจนวลีแอบหมั่นไส้ พยายามเก็บอาการไล่ให้เขารีบไป บัวขอตัวไปช่วยงานในครัว...ไชโยทนไม่ไหวถามวลีคิดจะทำอะไรถึงยอมรับบัวเป็นสะใภ้ วลียิ้มหยันเผยแผนหลอกให้ตายใจแล้วค่อยเชือดทีหลัง ไชโยตบเข่าฉาด

“ผมว่าแล้ว ว่าคุณไม่น่าจะเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเมียไอ้ตี๋ได้ง่ายๆ”

“คุณรู้ใจฉันเสมอเลยคุณไชโย คนอย่างฉันจะไม่ลามือง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ”

ไชโยเห็นแววตาภรรยาแล้วขยาด เริ่มรู้สึกสับสนว่าสิ่งที่ทำมันถูกหรือผิดกันแน่...บ่ายวันเดียวกัน ไชโยนั่งทานอาหารกับล้วน แสงเดือนและยิ่งจันทร์ที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ยิ่งจันทร์รู้ว่าชยุติกลับมาก็แสร้งทำดีใจน้ำตาร่วง แสงเดือนได้ฟังว่าชยุติหนีไปอยู่กับบัวที่บ้านเก่าของมาลัยก็รู้ทันทีว่าโดนตรึงจิตหลอก แต่ข้องใจเรื่องที่วลียินดีต้อนรับบัวเข้ามาอยู่ในบ้านแบบนี้ หมายความว่าอย่างไร ไชโยรีบอธิบายว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนหลอกให้เหยื่อตายใจแล้วเชือดทีหลัง

สามพ่อแม่ลูกร้องอ๋อ...พร้อมกัน แสงเดือนถามย้ำว่ามั่นใจหรือว่าครั้งนี้จะสำเร็จ ไชโยย้ำให้ยิ่งจันทร์เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวได้เลย พร้อมกันนี้ก็มอบเช็คเงินสดงวดที่สามให้ล้วนเป็นการเพิ่มทุนตามที่เขาขอ ทั้งสามตาโตยิ้มอย่างมีเลศนัย

พอแยกกับไชโย แสงเดือนก็คุยกับสามีและลูกว่าไม่อยากเชื่อขี้ปากไชโยอีก คราวนี้ตนจะจัดการกำจัดบัวเอง ยิ่งจันทร์อยากรู้ว่าแม่จะทำอะไร แสงเดือนไม่บอกแต่ยิ้มกับแผนของตน

ด้านบัวดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยผักที่มาลัยปลูกทิ้งไว้

จี๊ดคันปากยิบๆอยากจะบอกว่ามาลัยอยู่ไหน วลีรู้ทันเข้ามาขัด ไล่จี๊ดไปซื้อของที่ตลาด พูดเป็นนัยๆว่าให้ไปซื้อเข็มกับด้าย ตนจะเย็บปาก...กระเป๋าให้สนิท จี๊ดกลืนน้ำลายเอื๊อกรีบล่าถอย จากนั้นวลีก็ทำเป็นห่วงใยให้บัวพักผ่อนบ้าง ไม่ต้องทำงานอะไรในบ้านมาก จะได้มีหลานให้ตนไวๆ กนกวิภายืนมองอย่างไม่ไว้วางใจ

วลีก้าวเข้ามาในห้องนอน เจอกนกวิภานั่งรออยู่ก็ยิ้มบอกมีเรื่องอยากคุยด้วยพอดี หญิงสาวชิงถามก่อนว่า เรื่องบัวใช่ไหม มีแผนอะไร วลีชมว่าลูกช่างรู้ใจ ไม่ทันจะพูดต่อเธอก็สวน

“ไม่ว่าอาม้ากำลังจะคิดทำอะไร หนกว่าหยุดเถอะนะคะ”

“แกพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”

“ม้าไม่เบื่อเหรอคะ ที่ครอบครัวเราไม่สงบสุขเลย พอเถอะค่ะม้า บัวเองก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ม้าเลิกคิดที่จะกำจัดบัวเถอะค่ะ”

“นี่แกบ้าไปแล้วหรือไงยัยหนก ถึงมาพูดกับม้าแบบนี้!”

กนกวิภาพยายามบอกวลีว่าตนตาสว่างเห็นผิดเห็นชอบแล้ว วลีโกรธมากหาว่าไปโดนใครล้างสมอง หรือพวกงิ้วชั้นต่ำขู่ทำร้าย หญิงสาวส่ายหน้าบอกทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเป็นผลจากการกระทำที่ผ่านมาของพวกเรา วลีกราดเกรี้ยวไม่อยากฟัง และตนจะไม่ยอมหยุด ทุกอย่างที่ตนทำจะต้องไม่สูญเปล่า แล้วก็ไล่กนกวิภาออกไปจากห้อง เจ็บใจที่ใครๆหันไปเข้าข้างบัว...

ดำเกิงตั้งโต๊ะอาหารเย็นให้เจียงกับหลอเสร็จก็จะไปขายบะหมี่ ทั้งสองให้กินข้าวก่อนจะได้มีแรงทำงาน ไม่ทันไรกนกวิภาหน้าเศร้าเข้ามายกมือไหว้เจียงกับหลอ สองผู้เฒ่าประหลาดใจ

กนกวิภามาช่วยดำเกิงตั้งร้านขายบะหมี่และระบายความทุกข์ให้ฟัง ยอมรับว่าไม่ไว้ใจแม่ตัวเอง ดำเกิงก็คิดอย่างนั้น เพราะการที่ทะเลสงบหมายถึงจะมีพายุใหญ่ หญิงสาวถอนใจช่วยงานเสร็จจะกลับ ดำเกิงไม่อยากให้เธอกลับจึงอ้างว่าทำบะหมี่ให้กินฟรี ตอบแทนที่คาบข่าวมาบอก

“นี่! ฉันเป็นคนนะไม่ใช่หมา...”

“เธอเป็นยัยหมวยของฉันต่างหาก” ดำเกิงทำหน้าทะเล้น กนกวิภาหน้าแดงแอบเขิน

คืนนั้นดำเกิงมาแอบคุยกับบัวข้างรั้วบ้านหลังจากส่งกนกวิภา เตือนให้ระวังวลีไว้บ้าง แต่บัวไม่อยากเชื่อแต่ก็รับคำจะระวัง...ในคืนนั้น ชยุติในชุดนอนเข้ามาโอบกอดบัวที่นั่งหวีผมอยู่หน้ากระจก ถามอย่างห่วงใยว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง บัวย้อนถามตนต่างหากที่ต้องถามว่าเขาไปทำงานเหนื่อยไหม ต่างคนต่างห่วงใยกันและกัน ชยุติบอกว่าไม่เหนื่อยแค่งานเอกสาร

บัวบอกไม่เหมือนอยู่ที่บ้านริมทะเลต้องทำงานหนัก ชยุติรับว่าเหนื่อยแต่มีความสุขกว่าตอนนี้ บัวเองก็รู้สึกเช่นนั้น ชยุติคิดไปไกลว่าต่อไปตนจะพาลูกๆไปเที่ยวที่นั่นบ่อยๆ บัวเขิน เขายิ่งเย้าแหย่ว่าเธอเห็นความน่ารักของเขาแล้ว บัวเคลิ้มปล่อยตัวให้เขาจูบ แต่ไม่ทันจะได้จูบ วลีโผล่เข้ามาขัดจังหวะ เธอแกล้งมาขอยืมตัวบัวไปนวด อ้างว่าจ๊าดหลับไปก่อน ชยุติทำหน้าเซ็งๆ

วลีพึมพำกับตัวเอง “แกอย่าคิดว่าจะมีโอกาสได้อยู่กับตาติสองต่อสองอีกเลยนังบัว”

ooooooo

แสงเดือนกับล้วนพาชายฉกรรจ์มาสองคน ล็อกตัวตรึงจิตกับนกขมิ้นฐานหลอกเอาเงินโกหกว่าชยุติอยู่ขอนแก่น ทั้งสองหน้าซีดสัญญาจะหาเงินมาคืน แสงเดือนปัดเศษเงินแค่นั้นขนหน้าแข้งตนไม่ร่วง ทั้งสองต้องทำงานให้พวกตน แล้วยังจะได้เงินเพิ่มอีก ตรึงจิตตาโต

พอตรึงจิตกับนกขมิ้นรู้จุดประสงค์ก็กลับมานั่งปรึกษากัน นกขมิ้นไม่อยากทำแต่ตรึงจิตจะทำเพราะต้องการเงิน นกขมิ้นคิดว่าทำแบบนี้รุนแรงเกินไปที่จะให้ไปฉุดบัวมาให้คนข่มขืน ตรึงจิตปะเหลาะว่าถ้าไม่ทำพวกเราก็จะโดนซ้อมจนตาย

“แต่พี่ว่ามันเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางเกินไปนะ อีกอย่างถ้าป๊ารู้ ป๊าไม่ยอมให้อภัยพวกเราแน่”

“พี่จะไปอะไรกับป๊านักหนา ทำอย่างกับป๊าสนใจเรานักนี่ คนที่ป๊ารักน่ะอีไหมโน่น ส่วนเราน่ะก็แค่หมา ไม่มีราคาอะไรสำหรับป๊าหรอก”

“น้องตรึง พี่ไม่เคยขัดใจน้องตรึงเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้พี่นกขมิ้นคนนี้ขอค้านหัวชนฝา ยังไงพี่ก็ไม่เอาด้วย”

ตรึงจิตร้อนใจบอกเรารับปากเขาไปแล้ว นกขมิ้นเสนอว่ารับปากก็ไม่จำเป็นต้องทำ โยนให้คนอื่นทำแทน ตรึงจิตฉงนหมายถึงใคร...สุดท้ายตรึงจิตก็มากล่อมธานีให้ทำแทน เขาจะได้ได้ตัวบัวอย่างที่เคยหวัง ขวดยุแยงจนธานีฮึกเหิมตัดสินใจทำ

วันต่อมา ธานีกับขวดมาหาแสงจันทร์กับล้วนที่บ้าน สองสามีภรรยามองธานีเหยียดๆว่าแค่เดินไปตลาดก็เหนื่อยแล้วจะฉุดบัวไหวหรือ ขวดช่วยพูดจนทั้งสองยอมเชื่อว่าทำได้ ล้วนจึงจ่ายเงินมัดจำให้ครึ่งหนึ่งก่อน อ้างว่าผู้ว่าจ้างให้มาแค่นี้ ธานีแปลกใจถามใครเป็นคนจ้าง

“ยัยคุณนายวลีต่างหาก เขาอยากกำจัดลูกสะใภ้ตัวเองจะตาย พวกเราก็แค่ช่วยรับหน้าที่หาคนให้แค่นั้นแหละ” แสงเดือนโบ้ยความผิดให้วลีเต็มเปา

ระหว่างที่แผนร้ายดำเนินไป ชยุติตรวจเอกสารพบว่าเงินในบัญชีถูกถอนออกไปมากทำให้เพิ่มกำลังผลิตไม่ได้ ไชโยรับว่าเอาเงินไปลงทุนกับแสงเดือน ชยุติท้วงทำไมไม่ตรวจสอบให้แน่ใจหรือรอให้ธนาคารอนุมัติโครงการก่อน ไชโยหาว่าชยุติไม่ไว้ใจครอบครัวนั้น

“การตรวจสอบเพื่อความแน่ใจ ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ไว้ใจเขานะครับ แล้วยิ่งถ้าเขาเครดิตดีอย่างที่ป๊าว่าจริง เขาก็ยิ่งต้องไม่กลัวการตรวจสอบ จริงไหมครับ”...ไชโยฉุกคิดตาม

ในขณะที่วลัยนั่งเศร้าคิดถึงมาลัยจับใจ กนกวิภากำลังจะออกไปข้างนอก วลีบ่นออกไปไหนได้ทุกวัน เธอประชดว่าไม่ต้องสนใจเพราะตนเป็นลูกสาวที่ไม่น่าห่วง วลีหน่ายใจหันมาเห็นน้องสาวนั่งซึมก็เอ่ยถามคิดว่าแปลกไหม วลัยบอกไม่มีความเห็น วลีหมั่นไส้รู้ว่าอยากไปเยี่ยมอาม้า จึงมีข้อแม้ต้องทำงานแลกเปลี่ยน

วลัยเดินบ่นมากับจี๊ด ทำไมวลีต้องให้ตามดูกนกวิภาด้วย หลานจะไปช็อปปิ้งหาเพื่อนก็เรื่องของหลาน ไม่ทันขาดคำ วลัยกับจี๊ดก็ตะลึงเมื่อเห็นกนกวิภาหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับดำเกิง ช่วยกันจัดร้านขายบะหมี่ดูมีความสุขราวคู่รักกัน

ooooooo

วลัยกลับมารายงานวลีว่ากนกวิภาไปช่วยดำเกิงขายบะหมี่ วลีเข่นเขี้ยวเจ็บใจหาว่าพวกงิ้วคิดจองเวรลูกตนทั้งพี่ทั้งน้อง จะไม่มีวันยอม

บัวเห็นวลัยนั่งมองผักที่มาลัยปลูกเศร้าๆก็เข้ามาคุยด้วยอย่างห่วงใย จะจัดอาหารเย็นมาให้กลัวว่าเจ็บไข้ วลัยเริ่มเห็นความหวังดีของบัวก็หลุดคำว่าขอบใจออกมา...วลัยคิดถึงเมื่อกลางวันที่ไปเยี่ยมมาลัย ตัวเธอกอดแม่ร้องไห้อย่างรู้สึกผิด มาลัยกลับปลอบใจ

“สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ ดีหรือชั่วอยู่ที่เราเลือกคนเราทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอะไรดี อะไรไม่ดี เพราะฉะนั้นอะไรที่เราเลือกแล้วทำให้เราเป็นทุกข์ เราก็ควรจะปล่อยมันซะ”

วลัยทวนคำของมาลัยแล้วตัดสินใจ อะไรที่เราเลือกแล้วทุกข์ ก็ควรปล่อยมันเสีย...เช้าวันใหม่ บัวเดินออกมาส่งชยุติที่รถ เขาโอบกอดแล้วขโมยหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ เธอตีแขนเขากลัวคนมาเห็น เขาโอดครวญว่า เรามีเวลาอยู่กันตามลำพังก็ตอนนี้ กลางคืนเธอก็ต้องไปนวดให้อาม้า วลียืนมองอยู่มุมหนึ่งด้วยความไม่พอใจ รีบเข้ามาขัดจังหวะ ทำทีเข้ามาบ่นว่า

“แหม ม้ายืมตัวหนูบัวมาแค่คืนสองคืน ทำเป็นน้อยใจนะตาติ...คืนนี้ม้ายอมเมื่อยก็ได้ หนูบัวไม่ต้องมาปรนนิบัติม้าแล้วดีไหมตาติ”

ชยุติรับว่าดี บัวขัดว่าไม่ดีเพราะตนมีหน้าที่ดูแลอาม้า เขาจำต้องยอมบอกวลีว่าให้ยืมตัวบัวได้จนกว่าจะพอใจ แล้วหันมากระซิบบัวว่าหาเวลานวดตนบ้าง บัวยิ้มขำ

วลีหมั่นไส้เร่งให้รีบไปทำงาน และบอกเมื่อคืนเห็นสีหน้าไชโยเครียดไม่รู้ว่าเป็นอะไร ชยุติรับคำขึ้นรถขับออกไป

วลีหันมาบอกบัวว่าวันนี้ไม่ต้องเตรียมอาหารกลางวัน เพราะตนจะออกไปข้างนอกกับกนกวิภา บัวจึงขอกลับไปเยี่ยมบ้าน วลีพยักหน้ายิ้มเหยียด ในใจคิดว่าจะสลัดเธอให้หลุดให้ได้

ชยุติมาถึงโรงงานเข้ามาในห้องทำงาน เห็นไชโยหน้าเครียดก็ถามว่าโรงงานมีปัญหาหรือ ไชโยส่ายหน้าบอกที่คุยกันเมื่อวาน ตนโทร.ไปถามธนาคาร เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีการขอสินเชื่อจากโครงการอะไรทั้งนั้นของล้วน และถ้ามีการยื่นขอก็ไม่อนุมัติ เพราะเครดิตล้วนแย่จนถูกขึ้นบัญชีดำไว้...ไชโยเครียดที่เสียเงินให้ล้วนไปสามก้อนเป็นเงินหลายล้าน ชยุติปลอบว่าตีโพยตีพายไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเขาไหวตัวทันจะหนีไปเสียก่อน เราต้องสืบให้ได้หลักฐาน

ในขณะที่กนกวิภานั่งบ่นในร้านอาหารว่าวลีนัดไปช็อปปิ้งก็เบี้ยวแล้วยังนัดให้มารอที่ร้านอาหาร จะเบี้ยวอีกหรือไม่ จังหวะนั้น ฮั้ว...หนุ่มหน้าตี๋เข้ามานั่งตรงข้าม กนกวิภางงถามเขาเป็นใคร ฮั้วยิ้มตาหยีตอบเล่นลิ้นเป็นคนที่เธอก็รู้ว่าใคร ก่อนจะแนะนำตัวเป็นทางการ

“ผมฮั้ว หลีฮวด ลูกชายเจ้าของโรงงานเกลือสมุทรฮวดหลี...”

“คุณพูดอะไร ฉันว่า...ฉันไม่รู้จักคุณ เราไม่เคยรู้จักกัน”

ฮั้วอ้างว่ากนกวิภายอมมากินข้าวด้วย กนกวิภาสวนว่าตนนัดกับอาม้า ฮั้วเอ่ยชื่อวลีและย้ำ

“คุณอาวลีเป็นคนนัดผมให้มากินข้าวกับคุณวันนี้ ...หมายความให้ง่ายกว่านั้นก็คือ คุณอาวลีนัดให้ผมมาดูตัวคุณ นัดเรามาดูตัวกันไงครับ”

กนกวิภาอึ้ง พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว...ขณะเดียวกัน ชยุติพาบัวมาหาดำเกิง เห็นใจลอยจนทำน้ำซุปลวกมือตัวเอง บัวแซวใจลอยไปถึงไหน ดำเกิงเป่ามือแล้วถามมากันได้อย่างไร ชยุติบอกว่าอยากพาเมียมากินบะหมี่ที่อร่อยที่สุดในย่านนี้ ดำเกิงทำหน้าหมั่นไส้ประชด

“ทีหลังว่างๆก็วานแกมาช่วยฉันต้มน้ำซุปทีนะไอ้ตี๋...น้ำซุปจะได้หวานแบบไม่ต้องใส่กระดูกหมูลงไปต้มเลยไง หมั่นไส้”

บัวเอ็ดว่าพูดมากให้รีบทำบะหมี่มาให้กินเร็วๆ ดำเกิงชะเง้อมองไปรอบๆ บัวรู้ทันบอกตนมากันสองคน เสร็จแล้วจะซื้อไปฝากคนที่เขามองหา ดำเกิงยิ้มเขินที่บัวรู้ทัน ชยุติบอกกนกวิภาออกไปกับอาม้า คงไปช็อปปิ้งตามประสา บัวแอบยิ้มอย่างรู้ใจว่าดำเกิงชอบกนกวิภาแน่

ด้านกนกวิภากลับมาโวยวายต่อว่าวลีที่คิดจับคู่ตน วลีจึงบอกว่าต้องการให้ได้ผัวดีๆ ไม่ใช่พ่อค้าบะหมี่กระจอกๆ กนกวิภาสะอึกที่อาม้ารู้ แต่ก็ยืนกรานว่าตนจะแต่งงานกับผู้ชายที่ตนเลือกเท่านั้น วลีเจ็บใจเรียกวลัยไปสั่งการ วลัยแปลกใจมีอะไรจะให้ทำอีก

ชูดวงกำลังทำสวนอยู่ เห็นวลีกับวลัยเดินออกมาคุยกันที่ศาลา วลีเอ่ยปากบอกมีเรื่องให้ช่วย วลัยดักคอว่าถ้าเป็นเรื่องจับคู่กนกวิภา ตนไม่ขอยุ่งด้วย วลีกราดเกรี้ยวตนสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ วลัยพยายามเตือนสติพี่สาว

“น้องกำลังรู้สึกผิด น้องรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำมาทั้งหมดมันผิด ผิดมาก เราเลิกล้มยังทันนะคะคุณพี่ เราหยุดมันได้...”

“หุบปาก! ฉันไม่มีวันหยุด ถ้าฉันยังไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ”

“แม้ว่ามันจะต้องทำร้ายความรู้สึกของลูกหลาน หรือแม้กระทั่งอาม้าของเราเหรอคะ...ตาติต้องระเห็จออกจากบ้าน อาม้าก็ถูกส่งไปอยู่บ้านพักคนชรา คุณพี่ยังมีสำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่รึเปล่าคะ” ขาดคำวลัยก็หน้าชาจากการฟาดฝ่ามือผัวะลงมาของวลีพี่สาวฝาแฝด

“ถึงเราจะเป็นฝาแฝดกัน แต่ฉันเป็นพี่ แกเป็นน้อง แกไม่มีสิทธิ์มาด่าฉัน แกอย่าลืมสิวลัย ทุกวันนี้แกพึ่งพาฉันทุกอย่าง ทั้งกินทั้งอยู่ ทั้งเงินเดือน แกเคยทำอะไร สร้างอะไรให้เกียรติกำจรบ้าง เพราะฉะนั้น ฉันสั่งให้ทำอะไรแกก็ต้องทำ!”

วลัยถามอย่างเจ็บปวดว่าถ้าไม่ทำ วลีสวนทันควันว่าไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก วลัยรวบรวมความกล้าพูดออกมาว่าตนจะทำตามคำสั่ง จะไม่อยู่ให้เห็นหน้าอีก วลีอึ้งไม่คิดว่าน้องสาวที่ไม่เอาไหนจะกล้าตัดสินใจแบบนี้...

ชูดวงหน้าเหวอเมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ooooooo

เย็นวันนั้นวลัยหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว จี๊ดกับจ๊าดพยายามห้ามก็ไม่เป็นผล วลัยมาหามาลัยที่บ้านพักคนชรา โผซบตักร้องไห้ มาลัยพอจะเดาออกว่าทะเลาะกับพี่สาวมา

ชยุติกับบัวถือถุงบะหมี่กลับเข้าบ้าน แปลกใจที่บ้านเงียบ วลียิ้มแย้มเข้ามาบอกว่าวลัยออกไปสมาคมกับเพื่อน กนกวิภาอิ่มข้าวกลางวันจึงไม่ลงมากินข้าวเย็น ชยุติบ่นเสียดายที่ไม่มีใครอยู่กินบะหมี่ที่อร่อยที่สุด

บัวจะเอาไปเก็บใส่ตู้เย็น ไว้อุ่นทานมื้ออื่น วลีเจ็บใจลืมตัวกระชากถุงบะหมี่จากมือบัวมาอย่างแรง พอรู้ตัวก็ทำทีบอกว่าให้จ๊าดเอาไปเก็บไม่ใช่หน้าที่บัว แล้วถามถึงไชโย ชยุติบอกว่าป๊าคุยอยู่กับลูกค้า น่าจะกำลังกลับ วลีฝืนยิ้ม

“ดีจ้ะ กลับกันมาพร้อมหน้าเมื่อไหร่ ม้าจะได้ปรึกษาเรื่องงานทีเดียว”

ชยุติสบตาบัวอย่างอยากรู้ว่างานอะไร...ผ่านการสนทนาแล้ว ชยุตินั่งมองบัวที่กำลังจัดที่นอน ไม่อยากเชื่อว่าวลีจะจัดงานเลี้ยงฉลองรับขวัญบัว บัวเองก็ไม่อยากให้สิ้นเปลือง ชยุติส่ายหน้าบอกตนคิดว่าอาม้าไม่เคยลงทุนอะไรโดยไม่หวังผล บัวติงอย่ามองแง่ร้าย ท่านอาจจะเห็นเป็นความสุขของเขาก็ได้ ชยุติฉวยโอกาสกอดบัวบอกความสุขของเราต่างหาก บัวเอ็ดว่าเขาฉวยโอกาสชยุติแกล้งเปรยว่าไม่ให้กอดเมียก็จะได้ไปกอดผู้หญิงอื่น บัวเผลอเหวี่ยงด้วยความหึง

“คุณกำลังหึงผม...” บัวปฏิเสธ เขาอ้อน “หึงหน่อยเถอะนะ ผมชอบ...”

บัวชะงักสบตาชยุติที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตา เขากระซิบแปลกใจที่วันนี้วลีไม่มาตามบัว บัวนึกได้จะไปถาม ชยุติรีบดึงเธอมากอดไม่ให้ไป แล้วอาศัยทีเผลอจูบประกบปากเธอนิ่งนาน

บัวตีแขนเขาต่อว่า “คุณนี่มันเจ้าเล่ห์ คอยจะเอาเปรียบฉันอยู่เรื่อย ฉันไม่ยอมให้คุณนอนกอดฉันแล้วคืนนี้”

“ถ้าไม่ให้กอด ผมจะจูบคุณอีกนะ”

บัววิ่งหนี ชยุติวิ่งไล่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทำให้วลีซึ่งแอบฟังอยู่ที่หน้าห้องเข่นเขี้ยว...คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่บัวจะได้เริงร่าอยู่ที่นี่

วลีกลับมาที่ห้อง เห็นไชโยนั่งหน้าเครียด เขาเอ่ยถามจะจัดฉลองทำไม มีอะไรแอบแฝง วลียอมรับว่ามีเซอร์ไพรส์รออยู่ แต่ไม่บอกว่าอะไร ไชโยจึงถามทำไมต้องเชิญครอบครัวยิ่งจันทร์ วลียิ้มกริ่ม ไชโยอึดอัดใจอยากจะบอกเรื่องราวแต่คิดว่ารอหลักฐานก่อน


เช้าวันใหม่ ครอบครัวยิ่งจันทร์มานั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก วลีต้อนรับขับสู้บอกงานนี้จะขาดยิ่งจันทร์ไม่ได้ ล้วนสงสัยนี่คงเป็นอย่างที่ไชโยบอกว่าหลอกให้เหยื่อตายใจแล้วจัดการเชือด วลีย้ำกับยิ่งจันทร์ว่างานนี้ให้เธอลงทุนเปลืองตัวนิดหน่อย แต่รับรองว่าผลตอบแทนคุ้มเกินคุ้ม

ด้านธานี...ตรึงจิตกับนกขมิ้นมาบอกแผนการว่า วันนี้บ้านวลีจัดงานเลี้ยง ให้เขาใช้โอกาสนี้ฉุดบัวออกมาจากบ้าน ธานีลังเลเล็กน้อย ด้วยความอยากได้ตัวบัวจึงตัดสินใจทำ แต่ตรึงจิตกับนกขมิ้นจะต้องช่วยด้วย ทั้งสองหน้าเสียอุตส่าห์ไม่อยากออกหน้า

บัวช่วยจี๊ดและจ๊าดจัดอาหารตั้งโต๊ะเพื่องานเลี้ยงเย็นนี้ วลียืนมองอย่างเข่นเขี้ยว แต่พอบัวหันมาก็ทำทียิ้มแย้มบอกให้เธอไม่ต้องทำงาน เพราะวันนี้เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อตอบแทนความดีของเธอ บัวไหว้ขอบคุณอย่างจริงใจ ทันใดกนกวิภาถือกระเป๋าเดินลงมา วลีเห็นรีบจ้ำตามไปถามว่าจะไปไหน ต้องอยู่ในงานเลี้ยงคืนนี้ กนกวิภาย้อนว่างานรับขวัญบัวไม่เกี่ยวกับตน

“แต่มันสำคัญ และฉันต้องการให้ทุกคนในครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน ถ้าแกอยากให้บ้านเราสงบสุขเหมือนปากว่า แกก็ต้องอยู่ในงานคืนนี้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ เตรียมรับศึกใหญ่ได้เลย”

กนกวิภาอึดอัดใจจำต้องทำตาม...ด้านสามพ่อแม่ลูกผู้หลอกลวง แต่งตัวกันเริ่ดสะแมนแตน ยิ่งจันทร์แต่งชุดที่ถอดง่ายเพื่อแผนการของวลี ล้วนล้อลูกสาวจนเธอเขิน แสงเดือนกำชับว่างานนี้จะเขินไม่ได้ ต้องตีหน้าซื่อตาใสไร้เดียงสาที่สุด บีบน้ำตาให้น่าสงสารให้ได้ ยิ่งจันทร์หวังว่าครั้งนี้น่าจะมัดชยุติอยู่หมัด

ขณะที่ธานีกับขวดกำลังเดินซื้อของก็คุยกันถึงแผนการในวันนี้ ไหมฟ้าแอบได้ยินแปลกใจว่าทั้งสองจะไปทำงานอะไร จึงสะกดรอยตามจนรู้ว่าทั้งสองจะไปฉุดบัวก็ตกใจ...

บ่ายวันนั้น ชยุติกัยไชโยกำลังเครียดกับเอกสารที่ยืนยันว่าล้วนกับแสงเดือนหลอก ไม่มีโครงการใดๆ เกิดขึ้นเลย ชยุติให้กำลังใจไชโยว่าอย่าเครียดเกินไป ถือว่ายังโชคดีที่เรารู้ตัวก่อน แต่ไชโยก็เสียดายเงินก้อนโตที่เสียไป จึงคิดจะคุยกับล้วนในงานคืนนี้ให้รู้เรื่อง

เย็นวันนั้น บรรยากาศงานเลี้ยงในบ้านเกียรติกำจรเป็นแบบสบายๆ มีดนตรีคลอเคล้าจากเครื่องเสียง กนกวิภานั่งหน้างออยู่กับเพื่อนสองคน เพื่อนๆตื่นเต้นที่งานนี้มีนักข่าวมากมาย กนกวิภาบอกอย่างหงุดหงิดว่าอาม้าตนขยันเป็นข่าว ยิ่งจันทร์เดินเข้ามาแทรกขึ้น

“แต่ครั้งนี้อาจจะเป็นข่าวใหญ่กว่าทุกข่าวที่เคยเป็นมาก็ได้นะคะน้องหนก”

กนกวิภาหันมองลุกขึ้นสวัสดียิ่งจันทร์ ล้วนและแสงเดือน ยิ่งจันทร์เข้ากอดถามไปเที่ยวมาตั้งนานสนุกไหม กนกวิภาเออออไปว่าสนุก...ด้านวลีกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวว่างานคืนนี้มีเพียงคนสนิทและคนในครอบครัวเท่านั้น จัดขึ้นเพื่อรับขวัญลูกสะใภ้ วลีดึงบัวมาถ่ายรูปราวแม่ผัวที่แสนดี บัวยิ้มเจื่อนๆทำหน้าไม่ถูก ไม่ทันไร ชยุติกับไชโยกลับมาจากโรงงาน ชยุติแปลกใจทำไมต้องเชิญนักข่าว ส่วนไชโยหน้าเครียดถามหาแต่ล้วน วลีดึงให้ถ่ายรูปครอบครัวกันก่อน

ยิ่งจันทร์เห็นทำหน้าหมั่นไส้ พึมพำว่าชยุติกับบัวจะยิ้มได้อีกไม่นาน...ไชโยอยากไปคุยกับล้วนเต็มทน วลีกลับดันให้ขึ้นไปกล่าวสวัสดีและประกาศว่างานนี้จัดขึ้นเพราะอะไร

ก่อนหน้านี้วลีได้เตรียมเครื่องดื่มใส่ยานอนหลับไว้ให้ชยุติกับบัวโดยเฉพาะ จี๊ดมองอย่างสงสัยแต่ก็ทำหน้าที่บริการเสิร์ฟน้ำกับทุกคน พอไชโยกับวลีกล่าวจบ ทุกคนต้องดื่มแสดงความยินดี ชยุติส่งเครื่องดื่มให้บัวดื่มด้วย เธออิดออดเพราะไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์ ชยุติดื่มไปสองแก้ว...กนกวิภาเห็นว่าเสร็จพิธีแล้วจึงชวนเพื่อนออกไปเที่ยว วลีมองลงจากเวทีเห็นรีบกล่าว

“แต่เรื่องดีๆของเรายังไม่หมดเท่านี้นะคะ เพราะนอกจากตาติแล้ว ยัยกนกวิภาลูกสาวของเราก็กำลังจะมีข่าวดีเหมือนกัน...เพราะยัยหนกกำลังจะแต่งงานกับคุณฮั้ว หลีฮวด เร็วๆนี้ค่ะ”

ไชโยมองภรรยาอย่างงงๆ วลีกระซิบให้ตามน้ำไป ฮั้วกับฮะผู้เป็นพ่อเดินยิ้มเข้ามาแนะนำตัว นักข่าวถ่ายรูปพึ่บพั่บ กนกวิภาไม่พอใจการกระทำของวลี น้ำตารื้นคับแค้นใจมาก ประกาศกร้าว ถ้าฮั้วต้องการจะแต่งก็ให้แต่งกับอาม้า เพราะตนมีสามีแล้ว ทั้งฮะและฮั้วตกใจต่อว่าวลีเอาลูกสาวมาย้อมแมวขาย กนกวิภาฉวยโอกาสเดินหนีออกไป บัวเป็นห่วงรีบตามไป วลีโกรธมากแต่ต้องแก้ตัวกับฮะและนักข่าวพัลวัน

กนกวิภาเดินจ้ำออกมาขึ้นรถขับออกไป บัวตามถึงหน้าบ้านแต่ไม่ทัน ตรึงจิตกับนกขมิ้นที่ซุ่มรออยู่ รีบโผล่ออกมาบอกบัวว่าเจียงป่วยเข้าโรงพยาบาล บัวหลงเชื่อตามทั้งสองออกไป

ด้านไหมฟ้าสะกดรอยตามธานีกับขวดไปจนถึงกระท่อมท้ายไร่...พอตรึงจิตกับนกขมิ้นหลอกพาบัวมาถึง ก็เจอขวดช่วยกันผลักบัวเข้าไปในกระท่อมที่ธานีรออยู่ ไหมฟ้าเห็นอย่างนั้นก็รีบกลับมาตามดำเกิง แต่เขาไปขายบะหมี่ เธอไม่กล้าบอกเจียงกับหลอให้ตกใจ

ระหว่างนั้นดำเกิงขายบะหมี่หมดพอดี กนกวิภาร้องไห้เข้ามาจึงพากันออกไปหาที่นั่งปรับทุกข์ ไหมฟ้ามาถึงไม่เจอดำเกิง เธอครุ่นคิดจะช่วยบัวอย่างไรดี พลันนึกได้ว่าต้องไปหาชยุติ

ในงาน ยิ่งจันทร์ขึ้นเวทีทำการแสดงเรียกความสนใจจากนักข่าวให้ลืมเรื่องกนกวิภา เธอแสดงเว่อร์วังทำเอานักข่าวมองงงๆ มีเพียงวลี ล้วนและแสงจันทร์ที่ปรบมือชื่นชม...คนรับใช้อย่างจี๊ดยังเปรยว่า คนบ้าเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ ชูดวงเห็นด้วย ต่างกับจ๊าดที่ชื่นชมว่าทั้งสวยและตลก ชยุติส่ายหน้ากับการแสดงของยิ่งจันทร์ เมื่อจบลงเขาจึงขอตัวจะไปตามบัวกับกนกวิภา วลีจะห้ามก็พอดีเขารู้สึกเซวิงเวียน วลีรีบทักว่าลูกชายโหมงานหนักไม่ค่อยพักผ่อน จะพาขึ้นไปนอนบนห้อง แล้วเรียกยิ่งจันทร์ให้มาช่วยประคอง ชูดวงจะช่วยถูกเอ็ดไล่ให้อยู่ดูแลแขก

ที่หน้าบ้าน ไหมฟ้ามาชะเง้อมองหาชยุติ เห็นคนเยอะก็แปลกใจ...วลี แสงเดือนและยิ่งจันทร์ช่วยกันพาชยุติขึ้นมานอนบนห้อง ทั้งสามคุยกันถึงแผนการที่ให้ยิ่งจันทร์ถอดเสื้อผ้านอนข้างชยุติ แสงเดือนจะพานักข่าวขึ้นมา วลีทำทีตกใจที่เห็นสภาพทั้งสองนอนอยู่ด้วยกัน

ooooooo

บัวทุบประตูกระท่อมโครมๆให้ตรึงจิตกับนกขมิ้นเปิดให้ออกไป จังหวะนั้นธานีเดินมาใกล้สีหน้าหื่น บัวตกใจหาทางหนี ธานีงกๆเงิ่นๆวิ่งไล่ บัวใช้วิธีล่อให้วิ่งเพื่อจะได้หมดแรง

ที่บ้านเกียรติกำจร วลีจัดการให้ชยุติซึ่งสลบไสลนอนบนเตียง ปลดกระดุมเสื้อเขาออก และให้ยิ่งจันทร์ถอดเสื้อนอนคลุมผ้าข้างๆ ยิ่งจันทร์หลุดปากออกมา ไม่น่าเชื่อว่าแม่จะทำกับลูกชายได้ขนาดนี้ ทั้งวางยาและจัดฉากบนเตียง วลีสะอึกอ้างอยากให้ลูกได้สิ่งดีๆก็ต้องทำ นึกได้ว่าถ้าบัวเห็นภาพบาดตานี้เมื่อไหร่ หัวใจหยุดเต้นแน่ ว่าแล้ววลีจะไปตามบัวกลับมา

ยิ่งจันทร์นอนมองหน้าชยุติ อดไม่ได้ที่จะเอามือลูบไล้แก้มเขา “คนอะไรนอนหลับยังน่ารัก...ขอจันทร์หอมชื่นใจทีนะคะพี่ติ” ยิ่งจันทร์โน้มหน้าจะหอมแก้ม ทันใดชยุติลืมตาโพลงขึ้น

ในขณะที่ล้วนกำลังโดนไชโยซักฟอก แสงเดือนกวักมือเรียกล้วนให้ไปช่วยกันทำตามแผน ล้วนส่งสายตาขอความช่วยเหลือว่าไชโยรู้ความจริงแล้ว แต่แสงเดือนไม่เข้าใจหงุดหงิดทำนองคุยอะไรกันอยู่ได้ ก็พอดีวลีตามมาห้ามอย่าเพิ่งให้นักข่าวขึ้นไป ตนอยากให้บัวเห็นก่อน

แสงเดือนสะดุ้งจับแขนวลีปรามไม่ต้องตาม อ้างว่าป่านนี้คงตามกนกวิภาไปถึงไหนๆแล้ว มัวแต่ตามถ้ายาหมดฤทธิ์ ชยุติฟื้นแผนการทุกอย่างจะพัง  ให้บัวรู้จากข่าวดีกว่า วลีคิดตาม

“คุณแสงเดือนพูดมีเหตุผล ก็ได้ค่ะ ฉันจะขึ้นไปส่งสัญญาณข้างบน คุณแสงเดือนเรียกนักข่าวได้เลยนะคะ”

แสงเดือนรับคำ แอบยิ้มกริ่ม ป่านนี้บัวคงป่นปี้ไปแล้ว...ขณะเดียวกัน บัวหลอกล่อให้ธานีวิ่งไล่จนเขาเหนื่อยหอบ เริ่มโมโหคว้าแส้ที่แขวนมาฟาดเพียะลงพื้นขู่ บัวหน้าซีดตกใจ...

วลีกลับขึ้นมาที่ห้องชยุติ เห็นยิ่งจันทร์สวมเสื้อผ้าเหมือนเดิมนั่งหน้าเจื่อนอยู่คนเดียวก็แปลกใจถามชยุติหายไปไหน ขาดคำ ชยุติเดินออกมาจากด้านหลังวลีบอกตนอยู่นี่ เธอตกใจ

“ตาติ! นี่แกไม่ได้...”

“ผมไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มสูตรพิเศษของอาม้า” ชยุติจ้องหน้าวลีด้วยแววตาระคนความโกรธและเสียใจ

“ความลับไม่มีในโลกหรอกครับม้า ม้าเห็นผมเป็นตัวอะไร...ผมเป็นลูกของม้า ไม่ใช่วัวใช่ควายที่ม้าจะจูงจมูกจัดฉากให้ชีวิตผมเป็นอะไรก็ได้นะครับ”

“ม้าทำไปทั้งหมดก็เพราะม้าหวังดี”

“เพราะม้าเห็นแก่ตัวมากกว่าครับ สิ่งที่ม้าพยายามทำทุกอย่าง ก็เพื่อตอบสนองสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นเลย แม้กระทั่งความรู้สึกของผม! หรือยัยหนกลูกแท้ๆของม้า ม้าก็ไม่เคยนึกถึง”

“ไม่จริง! ม้ารักแกกับยัยหนกมากที่สุด”

“ม้ารักตัวเองมากกว่าครับ เพราะถ้าม้ารักผมจริงขนาดเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว และม้าก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมรักบัวมากแค่ไหน ทำไมม้ายังพยายามทำลายชีวิตผมกับบัวอีก...ถ้าไม่ใช่เพราะม้ารักตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง...ที่ผมยอมกลับมาที่นี่ ที่บ้านเกียรติกำจรอันสูงส่งหลังนี้ ก็เพราะผมอยากจะให้โอกาสม้า ผมลองเปิดใจ ลบอคติทั้งหมด ยอมเชื่ออาม้าอีกสักครั้ง แต่ในเมื่อผลมันออกมาเป็นแบบนี้ เรื่องทุกอย่างมันก็คงต้องจบ...อาม้าจะไม่ได้เห็นหน้าผมอีก!”

วลีกรี๊ดลั่นราวโลกถล่มเมื่อเห็นชยุติเดินจากไป ยิ่งจันทร์ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก...ทุกคนในงานตกใจกับเสียงกรี๊ดของวลี ไชโยกำลังซักล้วนต้องชะงักหันไปทางเสียง แสงเดือนคิดว่าเป็นตามแผนรีบนำทีมนักข่าวจะขึ้นไปข้างบน ล้วนฉวยโอกาสวิ่งตามไปด้วย

แต่แล้วชยุติเดินจ้ำลงมาโดยมีวลีวิ่งร้องเรียก ส่วนยิ่งจันทร์ค่อยตามอย่างกล้าๆกลัวๆ วลีคว้าแขนชยุติให้หยุดและขอโทษ เขาบอกเธอว่ามันสายเกินไปแล้ว ก่อนจะหันมาประกาศลั่น

“แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่านครับ ขอให้รับรู้ทั่วกันเลยนะครับว่า ต่อไปนี้ผม นายชยุติคนนี้ ไม่ใช่คนของตระกูลเกียรติกำจรอีกต่อไป! สิ่งใดที่ผมจะทำหลังจากนี้ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย จะไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเกียรติกำจรและบ้านหลังนี้อีก”

ทุกคนตกใจรวมทั้งไชโย พยายามถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น ชยุติบอกตนพูดไปหมดแล้ว ว่าแล้วก็จ้ำออกไปจากบ้าน วลีจะโผตามแต่หมดแรงทรุดนั่งร้องเรียกลูกอย่าทำกับตนแบบนี้...นักข่าวรุมถ่ายรูปยกใหญ่ คนอื่นๆมองอย่างสังเวชใจ แสงเดือนเซ็งที่แผนไม่สำเร็จอีก

ชยุติเดินหน้าเครียดออกมาหน้าบ้าน ไหมฟ้ากำลังปีนรั้วจะเข้ามา พอเห็นเขาก็ร้องเรียกแล้วบอกให้ไปช่วยบัวด่วน

ooooooo

ในกระท่อมท้ายสวน ธานียังฟาดแส้ขู่ บัวขอร้องให้เขาหยุดทำแบบนี้ เขาจึงหันมาพุ่งเข้าหาเธอ บัวร้องกรี๊ดลั่น ด้านนอก ตรึงจิต นกขมิ้นและขวดเอาหูแนบประตูแอบฟัง ไหมฟ้าเข้ามาถีบขวดกระเด็น ทั้งสามหันมาเห็นไหมฟ้ายืนอยู่กับชยุติและตำรวจอีกสามนายก็หน้าซีดเผือด

ขวดตั้งสติได้วิ่งหนี ตรึงจิตกับนกขมิ้นเห็นเช่นนั้นก็วิ่งตาม ชยุติถีบประตูกระท่อมเข้าไปช่วยบัว ซัดธานีจนล้มกลิ้ง ไหมฟ้าขอจัดการธานีเองให้ชยุติพาบัวกลับไปก่อน คล้อยหลังทั้งสอง เสียงธานีร้องโอดครวญไปกับเสียงแส้ฟาด...เพียะๆ

ชยุติโอบบัวเดินไปพร้อมกับสำรวจว่าเธอไม่เป็นอะไรแน่ เพราะถ้าเธอบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเขาคงได้ฆ่าคนตาย บัวนึกเป็นห่วงที่เขาทิ้งแขกที่บ้านมา ชยุติพูดด้วยแววตาเจ็บปวดว่า ตอนนี้ตนทิ้งทุกอย่างที่บ้านหลังนั้นหมดแล้ว

บรรยากาศหลังงานเลี้ยงวาย แขกเหรื่อและนักข่าวกลับหมด แสงเดือนโวยวลีว่าแผนของเธอไม่เคยสำเร็จสักครั้ง ยิ่งจันทร์ร้องไห้ฟูมฟายว่าตนลงทุนทำทุกอย่างเพื่ออะไร ไชโยทนฟังอยู่นาน เสียงกร้าวแทรกขึ้นว่า ก็ได้เงินจากพวกตนไปหลายล้านแล้วจะเอาอะไรอีก แสงเดือนงงทำไมไชโยถึงเสียงแข็ง ล้วนสะกิดจะเตือนแต่ไม่ทัน ไชโยขู่เสียก่อนว่า เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกมาก อย่าคิดหนี ล้วนรีบดึงลูกเมียกลับ วลีงงมันเรื่องอะไรกัน

ระหว่างทางแสงเดือนรู้จากล้วนว่า ไชโยจ้างนักสืบตามสืบเรื่องโครงการลวงโลกของพวกตนก็ตกใจ ยิ่งจันทร์ร้องไห้กลัวติดคุก แสงเดือนตั้งสติบอกต้องอาศัยช่วงที่พวกวลีกลุ้มใจเรื่องชยุติ หนีไปให้ไกล แต่ไม่ทันจะหนีก็มีชายสองคนเข้ามาขวางหน้า สามพ่อแม่ลูกช็อก...

ด้านดำเกิงยังปลอบกนกวิภาที่เอาแต่ร้องไห้เสียใจกับการกระทำของแม่ ดำเกิงแกล้งลองใจ ทำไมถึงไม่สนใจลูกชายเจ้าของโรงเกลือ ทั้งที่เหมาะสมกันดี หญิงสาวสวน

“แต่ฉันไม่ได้รักเขานี่ ถ้ารัก...เขาจะเป็นเจ้าของโรงงานอะไรฉันก็ไม่เกี่ยงหรอก เป็นเจ้าของโรงงานบะหมี่ก็ยังได้”

“แล้วถ้าเป็นเจ้าของร้านบะหมี่รถเข็นล่ะ”

“ก็บอกแล้วไงว่าถ้าฉันรัก...ก็คือรัก...”

“แต่เป็นคุณนายร้านบะหมี่ ไม่โก้เหมือนเป็นคุณนายเศรษฐีโรงเกลือนะ”

 “แต่ฉันมีความสุขมากกว่า...” ดำเกิงแย็บจริงหรือ “จ้องตาฉันสิ จะได้รู้ว่าพูดจริงรึเปล่า”

ดำเกิงเห็นกนกวิภายื่นหน้ามาใกล้ก็ใจสั่นเขินจนหูแดง เสว่าผู้หญิงอะไรทำตัวใกล้ชิดผู้ชาย หน้าไม่อาย หญิงสาวงอนสะบัดหน้าจะไปอยู่ใกล้ผู้ชายอื่นแทน ดำเกิงคว้าตัวเธอมากอด

“ห้ามใกล้ผู้ชายคนอื่นนะยัยหมวย!”

กนกวิภาถามกวนๆว่าพ่อกับพี่ชายก็ไม่ได้หรือ ดำเกิงเสียงแข็งว่า สองคนนั้นได้แต่ผู้ชายคนอื่นห้าม...หญิงสาวลอยหน้าถามทำไมต้องเชื่อ เขาตอบหนักแน่นว่า

“ก็เพราะฉันเป็นเจ้าของร้านบะหมี่ที่รักเธอไง ...ยัยหมวย”

ถึงคราวกนกวิภาเขินหน้าแดง ดำเกิงกอดเธอแนบแน่นด้วยหัวใจพองโตที่ได้เปิดเผยใจ...จากนั้นดำเกิงพากนกวิภากลับมาที่บ้าน ทั้งสองต้องแปลกใจที่เห็นชยุติกับบัวอยู่กับเจียงและหลอ ทุกคนหน้าเครียด พอรู้ว่าบัวจะถูกธานีปล้ำก็โกรธจะไปเอาเรื่อง ทันใดไหมฟ้าลากตัวธานีที่สะบักสะบอม หน้าตาเนื้อตัวมีแต่รอยแส้เข้ามา บอกใครอยากบริหารฝ่าเท้าเชิญได้เลย

ธานีโอดครวญให้เห็นแก่ความรักครั้งเก่า

ไหมฟ้ายิ่งปรี๊ดบอกเพราะไม่ลืมถึงประเคนให้ชุดใหญ่ ธานีละล่ำละลักว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายบัวแต่เพราะมีคนจ้าง ทุกคนแปลกใจว่าใคร

ooooooo

วันต่อมา วลีเสียใจจนไม่ลงมากินข้าว ไชโยเป็นห่วงเข้ามาปลอบกลัวจะไม่สบาย ไม่ทันไร จ๊าดหน้าตาตื่นขึ้นมาตามให้ลงไปข้างล่าง เพราะตำรวจมา

ชยุติ กนกวิภา บัวและครอบครัวของเธอพากันมาโรงพัก ธานี ขวด ตรึงจิตและนกขมิ้นอยู่ในห้องขัง ทั้งสี่ยืนยันว่าวลีเป็นคนว่าจ้างให้ฉุดบัว ชยุติกับกนกวิภาไม่เชื่อ ตรึงจิตจึงให้ถามแสงเดือน ล้วนและยิ่งจันทร์ที่ถูกจับขังอีกห้อง แสงเดือนตัดสินใจใส่ความวลีต่อ

“จริงยิ่งกว่าจริงอีกตาติ ตาติก็รู้ว่าวลีน่ะเกลียดนังบัว เอ๊ย! หนูบัว อยากจะกำจัดให้พ้นๆจะตาย...ตอนที่คุณวลีมาปรึกษาอา อายังแอบสะเทือนใจเลย ว่าวลีทำกับลูกสะใภ้เกินไปรึเปล่า แต่ก็นะ...อาจะไปห้ามแม่ของหลานไม่ให้ทำได้ยังไง พวกเราก็ได้แต่ตามน้ำ ทำตามคำสั่งคุณวลีไป”

ล้วนเออออกับคำพูดภรรยา ทันใดนั้นเสียงวลีดังแทรกขึ้นว่า ตนไม่ได้ทำ! ชยุติกับกนกวิภาตกใจ วลีมองลูกทั้งสองด้วยหัวใจร้าวราน ก่อนจะเดินไปให้ปากคำร้อยเวร ยืนยันว่าไม่ได้ทำ ไชโยเป็นพยาน

ยิ่งจันทร์งงพลั้งปากถามแสงเดือนว่าใครทำกันแน่ แสงเดือนตีลูกเอ็ดให้เงียบ...วลียืนยันคำพูดตัวเองว่าไม่ได้บงการใคร ขวดโพล่งขึ้นว่าเธอจ้างผ่านแสงเดือนและล้วน

สองสามีภรรยาหน้าเจื่อน ไชโยขอแจ้งความให้จับครอบครัวล้วน ข้อหาฉ้อโกงอีกหนึ่งข้อหา พร้อมยื่นเอกสารเอาผิด ทั้งสามหน้าเหลือสองนิ้ว

เมื่อคลี่คลายทุกอย่างแล้ว วลีเดินนำไชโยกลับ ชยุติเข้ามาขวางหน้าถามย้ำว่าแม่ไม่ได้ทำจริงใช่ไหม วลีเสียใจย้ำจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่ตนไม่ได้เลวขนาดนั้น บัวรู้สึกเป็นห่วงจิตใจของวลี ยิ่งเห็นชยุติกลับมานั่งเศร้า จึงเตือนสติว่าเขาเป็นลูกแท้ๆ ย่อมรู้ใจแม่ของตัวเองดี

“ผมแค่ไม่อยากผิดหวังไปมากกว่านี้อีกแล้ว”

“อย่าเอาอดีตมาตัดสินปัจจุบันสิคะ อย่าเปิดแค่ตาดู ให้เปิดใจรับรู้ด้วย แล้วคุณจะรู้ว่าครั้งนี้อาม้าของคุณพูดความจริง” บัวปล่อยให้ชยุติรวบตัวไปกอดเขาพร่ำขอบคุณที่เตือนสติ

หนังสือพิมพ์ลงข่าวภาพเหตุการณ์ในงานเลี้ยง พาดหัวข่าวว่า “เกียรติกำจรเดือด ลูกชายประกาศแตกหักตัดตัวเองออกจากตระกูล หลังโดนแม่แท้ๆจัดฉากวางยาหวังกำจัดลูกสะใภ้”

วลียิ่งทุกข์ใจไม่กินข้าวกินปลา...ด้านกนกวิภายังไม่ยอมกลับบ้าน บัวจัดที่นอนให้นอนด้วยกัน เธอยิ่งเห็นถึงความมีน้ำใจของบัวก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ชายถึงรักเธอ บัวยิ้มแล้วชมว่า

“คุณหนกเปลี่ยนไปมาก รู้ตัวหรือเปล่าคะ”

“ทำไม...สมัยก่อนฉันมันเลวร้ายมากเลยใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ เมื่อก่อนคุณหนกก็ดีอีกแบบ ตอนนี้ก็ดีอีกแบบ”

กนกวิภายิ้มขำกับคำพูดให้กำลังใจของบัว ตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ในใจ ขอโทษที่ทำไม่ดีกับเธอมาตลอด บัวไม่เคยถือโทษโกรธเลย ทำให้กนกวิภายิ่งซึ้งใจ ยินดีเรียกบัวว่าอาซ้อได้เต็มปาก

ด้านดำเกิงต้องจัดที่นอนให้ชยุตินอนด้วย เขาขอบคุณที่ช่วยบัว ชยุติแย้งว่าเป็นหน้าที่ของสามีอยู่แล้ว และขอบใจกลับที่ช่วยกนกวิภาเช่นกัน ดำเกิงเผลอบอกเป็นหน้าที่...ชยุติแทรกว่าหน้าที่ของคนรักใช่ไหม ดำเกิงเขินพูดไม่ออก ชยุติตัดบทว่าถ้าคิดจะรักน้องต้องเข้าทางพี่ชายจะไม่ผิดหวัง ดำเกิงอึ้งคิดถึงกนกวิภาแล้วแอบยิ้ม

ooooooo

เช้าวันใหม่ เจียงเห็นกนกวิภาช่วยบัวจัดโต๊ะอาหาร ชยุติช่วยเช็ดอุปกรณ์งิ้วก็ห้ามปราม แต่สองพี่น้องเห็นว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ช่วยอะไรได้ก็ควรช่วย ดำเกิงทำแกงร้อนๆมาตั้งโต๊ะ แล้วจะไปตามหลอมากินข้าวพร้อมกัน แต่ไม่ทันออกไป ไชโยเดินสวนเข้ามา ทุกคนชะงัก

“ไอ้ตี๋ ยัยหนก ป๊าขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”

สองพี่น้องตามป๊าออกไปนั่งคุยร้านใกล้บ้าน มีสองเรื่องที่ไชโยมาบอก คือเรื่องมาลัยและวลี...ทันทีที่ทั้งสองรู้ว่ามาลัยถูกส่งไปอยู่บ้านพักคนชรา ก็รีบไปรับมาลัยกลับ

มาลัยเห็นหลานๆมาก็ดีใจน้ำตารื้น แต่ไม่ยอมกลับ ชยุติชวนให้ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านเจียง มาลัยไม่อยากรบกวน วลัยจึงบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนดูแลอาม่าอยู่ที่นี่เอง ถ้าวันไหนอยากกลับจะให้คนไปส่งข่าว...กนกวิภาคิดว่ามาลัยยังโกรธวลี ชยุติถอนใจรู้ว่าความรู้สึกของคนเราเปราะบางยิ่งกว่าแก้ว ถ้าลองได้แตกหรือมีรอยร้าว ก็ยากที่จะประสาน แต่บัวค้าน

“ถึงจะประสานยาก แต่เราหลอมรวมใหม่ได้นี่คะ เราอาจจะได้แก้วใบใหม่ ที่ใสและสมบูรณ์กว่าเดิมก็ได้...”

“นี่คุณกำลังพูดถึงอาม่ากับอาม้าใช่ไหมบัว” ชยุติข้องใจ

บัวพูดยิ้มๆว่าหมายถึงเขาด้วย เพราะครอบครัวก็คือครอบครัว ต่อให้แตกร้าวอย่างไร ก็ตัดไม่ตายขายไม่ขาด ถ้าเขาอยากให้อาม่าให้อภัยอาม้า เขาเองก็ควรให้อภัยอาม้าด้วย และให้เขากับกนกวิภากลับไปทำข้อสองที่ไชโยขอ คือกลับไปดูแลวลีและสานต่อกิจการเกียรติกำจร

ชยุติสบตากนกวิภาก่อนจะกล่าว “ขอผมคิดดูก่อนนะบัว ถ้าอาม้ายังไม่ยอมรับคุณ ยังคิดร้ายกับคุณอีก ผมก็คงไม่...”

กนกวิภาจับมือบัว ขอเวลาให้พี่ชายตนคิดสักนิด เพราะเขาโดนมามาก เจ็บมาหนัก...

ในขณะที่ตรึงจิต ธานีและขวดทะเลาะกันเองอยู่ในห้องขัง โดยมีนกขมิ้นคอยห้ามทัพ แต่ไม่วายเหน็บแนมไปยังแสงเดือนและล้วน ทำให้เกิดการทะเลาะข้ามห้องขังเสียงดังล้งเล้งไปหมด ตำรวจต้องตะเบ็งเสียงห้าม แล้วบอกให้เตรียมพบญาติที่มาเยี่ยม...เจียง หลอ ดำเกิงและไหมฟ้าถือบะหมี่และน้ำเข้ามาฝาก ทุกคนได้กินอย่างเอร็ดอร่อย ตรึงจิตเริ่มสำนึกผิด ขอให้เจียงช่วยประกันตัว นกขมิ้นเสริม สัญญาจะกลับตัวเป็นคนดี จะไม่ทำเลวกับใครอีก

กลับมาบ้าน ดำเกิงค้านหัวชนฝาไม่ให้เจียงช่วยตรึงจิตกับนกขมิ้น กนกวิภาดุว่าเขาพูดแรงเกินไป ดำเกิงบ่นอุบที่ไม่เข้าข้างกัน หลอต้องบอกให้ทุกคนหยุดพูดก่อน ให้บัวเป็นคนตัดสินใจเพราะเป็นเจ้าทุกข์ เจียงถามความเห็นชยุติ เขาให้สิทธิ์บัว เจียงจึงบอกบัวว่า

“ไม่ต้องคิดมากนะอาบัว ป๊าไม่ได้บังคับ เพราะยังไงสิ่งที่พวกอีทำกับลื้อมันก็ผิดมาก แม้ว่าป๊าจะอยากให้ลื้อให้อภัย แต่ถ้าลื้อคิดว่าไม่ก็คือไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับลื้อนะอาบัว”

บัวรับคำ...ในคืนนั้น บัวนอนไม่หลับครุ่นคิดถึงคำพูดของเจียง ชยุติเองก็นอนไม่หลับครุ่นคิดถึงคำพูดของบัวประกอบกับคำพูดของเจียงเช่นกัน

ooooooo

เช้าวันใหม่ จี๊ด จ๊าดและชูดวงนั่งเซ็งที่บ้านดูเงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนตอนที่ชยุติกลับจากเมืองนอกใหม่ๆ วลีก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมกินข้าว ระหว่างนั้นบัวแอบฟังอยู่นาน รู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ จึงตัดสินใจเข้ามาหาทั้งสามคน และขอยกอาหารขึ้นไปให้วลีเอง

วลีเข้ามานั่งในห้องชยุติ มองรูปอากงอาม่าที่ติดบนผนังด้วยแววตาเศร้าราวต้องการที่พึ่ง บัวยกอาหารเข้ามา วลีคิดว่าเป็นจ๊าดก็ไล่ให้ออกไป แต่พอเห็นว่าเป็นบัวก็ตกใจ...ที่หน้าบันได จี๊ด จ๊าดและชูดวงชะเง้อมอง ด้วยความแปลกใจที่ไม่มีเสียงโวยวายของวลี ผ่านไปสักพัก บัวถือถาดข้าวที่กินหมดแล้วลงมากับวลี ทั้งสามมองด้วยความประหลาดใจ แถมวลียังขอบใจบัว

บัวก้มหัวให้พร้อมกล่าว “แค่เห็นคุณวลีกินได้ บัวก็ดีใจแล้วค่ะ”

“หวังว่าเธอจะรีบทำตามสัญญา”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันกลับก่อนนะคะ” บัวส่งถาดให้จี๊ดแล้วเดินออกไป

สามคนรับใช้งงเป็นไก่ตาแตกว่าวลีกับบัวตกลงอะไรกัน วลีถึงมีสีหน้าเป็นผู้ชนะ...บ่ายวันเดียวกัน

เจียง หลอและดำเกิงมาจัดการถอนแจ้งความ ตรึงจิต นกขมิ้น ธานีและขวดได้รับการปล่อยตัว แสงเดือนโวยวายในเมื่อเจ้าทุกข์ยอมความ ทำไมพวกตนไม่ได้รับการปล่อยตัว ตำรวจจาระไนว่า คดีนี้เจ้าทุกข์ยอมความแต่คดีฉ้อโกง เจ้าทุกข์ไม่ได้ยอมความ แสงเดือนกับยิ่งจันทร์ร้องกรี๊ด ล้วนลมจะใส่ เพราะคงติดคุกอีกนาน

ตรึงจิตและนกขมิ้นเข้ามาไหว้ขอบคุณเจียง สัญญาจะไม่ลืมบุญคุณ หลอบอกแค่ขอบคุณไม่พอ พวกเธอต้องทำมากกว่านี้ ธานีกับขวดมองเจียงด้วยสายตาขอบคุณ และรู้สึกขยาดไปด้วย

ทั้งสี่คนถูกให้มานั่งพนมมือสาบานต่อหน้าศาลเจ้า พูดตามคำของดำเกิง กนกวิภากับไหมฟ้าช่วยจุดธูปแจก ทั้งสี่คนว่าตามไม่อิดออดแม้จะสาบานให้ตายโหงถ้าคิดร้ายอีกก็ยอม

“เอาล่ะพวกลื้อลุกขึ้นได้ ต่อไปนี้ขอให้พวกลื้อทำตามที่ได้สาบานเอาไว้ อย่าเอาตัวไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีอีก และขอให้รักกัน อย่าทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก” เจียงกำชับ

เสร็จพิธี ดำเกิงไล่ให้ธานีกับขวดกลับ แต่ธานีขอพูดอะไรสักนิด เขาสำนึกผิดที่ทำไม่ดีกับเจียงไว้มากแต่เจียงยังมีแก่ใจช่วยเหลือ จึงขอให้เจียงอโหสิกรรมให้ แล้วหันมาขอจากไหมฟ้าด้วย เจียงยินดีและบอกให้ไหมฟ้าอโหสิกรรมด้วย

ooooooo

บัวชวนชยุติมาพักที่บ้านริมทะเลของมาลัยอีกครั้ง เธอมองซองเอกสารในมือด้วยแววตาเศร้าหมอง ค่อยๆดึงเอกสารออกมาดู เป็นเอกสารการหย่าและไม่ขอรับสินสมรส บัวคิดถึงที่คุยกับวลี เธอเป็นคนยื่นข้อเสนอนี้กับวลีเอง วลียังถามย้ำว่าจะทำได้จริงหรือ

“ค่ะ บัวตัดสินใจดีแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะบัว เพราะฉะนั้นมันก็ควรจะจบที่บัว”

“ทำไม เธอไม่เสียดายเหรอ ตาติลูกฉันทั้งหล่อ ทั้งรวย มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งเกียรติยศชื่อเสียง เงินทอง ผู้หญิงมีแต่จ้องจะจับตาติให้อยู่หมัด เธอโชคดีได้ตาติมาอยู่ในมือแล้ว จู่ๆคิดจะปล่อยไปง่ายๆอย่างนี้น่ะเหรอ”

“บัวรักคุณติ ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงหรือเงินทอง แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา คุณติได้พิสูจน์ให้บัวเห็นแล้วว่าคุณติรักบัวด้วยหัวใจของเขา การได้ครองหัวใจของผู้ชายคนหนึ่งที่เรารักเขาสุดหัวใจ มันก็เพียงพอสำหรับบัวแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องได้ครอบครองตัว หรือสมบัติใดๆของเขาทั้งนั้น...”

วลีอึ้งแต่ยังใจแข็งไม่ยอมเชื่อ “เธอรักตาติมากเหรอ?”

“คุณติคือหัวใจของบัวค่ะ เขาสุขบัวก็สุข เขาทุกข์บัวก็ทุกข์ เพราะฉะนั้นถ้าบัวสามารถทำให้เขามีความสุขได้ แม้จะไม่ต้องอยู่เคียงข้างกัน บัวยินดีค่ะ”

วลีถามย้ำว่าบัวยอมหย่าและไม่ขอรับสินสมรส บัวรับคำ วลีจึงจัดเตรียมเอกสารเพื่อให้บัวทำอย่างไรก็ได้ให้ชยุติเซ็นให้ได้ บัวมั่นใจว่าเขาดื้อไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะตนตัดสินใจแล้ว

บัวมองเอกสารในมือน้ำตารื้น ชยุติเข้ามากอดทางด้านหลัง เธอรีบเก็บเอกสาร เขาเห็นแววตาเธอก็รีบถามว่าร้องไห้ทำไม บัวฝืนยิ้มปฏิเสธไม่ได้ร้อง แต่ชยุติไม่เชื่อ

“บัว...ผมรักคุณนะและเราก็แต่งงานกันแล้ว คุณมีอะไรคุณต้องบอกผมสิ”

“คุณรักฉันใช่ไหมคะคุณติ?” บัวตัดสินใจเริ่มเรื่อง

“ผมรักคุณที่สุด อย่างที่ผมเคยบอก คุณคือหัวใจของผม”

“งั้น...ถ้าฉันขออะไรคุณ คุณก็จะทำใช่ไหมคะ”

“ถ้าสิ่งนั้นทำให้คุณมีความสุข และคุณยิ้มได้ ผมทำได้ทุกอย่าง”

“เราหย่ากันนะคะ...” บัวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ชยุติตกใจย้อนถามว่าพูดอะไรรู้ตัวบ้างไหม

บัวย้ำว่าตนมีสติดี และตนไตร่ตรองแล้วว่า ชีวิตตนกับเขามีความสุขดีตอนที่เรายังไม่เจอกัน ชยุติแทรกถาม ตอนนี้ไม่มีความสุขหรือ

“แต่คนรอบข้างของเราทุกข์นะคะ โดยเฉพาะครอบครัวของคุณ อาม้าของคุณ แม่ยังไงก็คือแม่... เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ถ้าจะต้องเลือกตัดใครสักคนออกจากชีวิต เพื่อยุติปัญหาทุกอย่าง มันก็ควรจะเป็นฉันค่ะ ไม่ใช่อาม้าของคุณ...”

ชยุติเสียใจคิดว่าวลีบังคับบัว แต่บัวยืนยันว่าไม่มีใครบังคับ ตนเห็นว่าทางนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว เราควรกลับไปที่จุดเริ่มต้น ต่างไปมีชีวิตของตัวเอง ชยุติไม่ยอมหย่า บัวถอนใจยื่นซองเอกสารให้เขาบอกว่า ตนเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วพร้อมเซ็นไม่รับสินสมรสใดๆ เขาจะลงชื่อเมื่อไหร่ก็ได้ ว่าแล้วบัวก็รีบเดินออกจากบ้านทั้งน้ำตาพรั่งพรู

ชยุติไม่ยอม ตามออกมาคว้าตัวบัวไว้ ขอร้องให้สู้กันต่อไป มันต้องไม่จบแบบนี้ ทันใดเสียงวลีดังขึ้นว่า จบแบบนี้ถูกแล้ว...ทั้งสองตกใจหันมอง เห็นวลีกับไชโย วลีถามบัวจะไปไหน เธอตอบว่าได้ทำตามสัญญาแล้วก็จะไปตามทางของตน

“อย่าเพิ่งไป...ตาติ เอาเอกสารมาให้ม้า...”

ชยุติหน้าเสีย ไชโยเข้าไปดึงซองจากมือชยุติมาส่งให้วลี ชยุติโวยว่าทำแบบนี้ทำไม เมื่อไหร่จะเข้าใจว่าตนรักบัว  ไชโยสวนว่าเข้าใจ ป๊ากับม้าเข้าใจทุกอย่าง ...วลีก้าวเข้าไปหาบัว

“ขอบใจที่เธอทำตามสัญญา”

ดำเกิงกับกนกวิภาประคองเจียงเดินเข้ามา บัวตกใจมากันทำไม เจียงยิ้มบอกบัวว่ามาเป็นพยาน วลีย้ำว่าตนกับไชโยต้องการพยาน ชยุติโวยว่าจะทำอะไรกันอีก วลีชูเอกสารการหย่าขึ้น

“เมื่อทุกคนมาพร้อม ใบหย่ากับสัญญานี่คงไม่จำเป็นอีกแล้ว...” วลีฉีกเอกสารทิ้ง กุมมือบัวขึ้นมา

“บัว เธอได้พิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้วจริงๆ ว่าตาติเลือกผู้หญิงไม่ผิด เธอไม่ได้รวยเงินทอง แต่หัวใจของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีงาม ฉันขอโทษที่เคยมองเธอผิดไป เคยทำเรื่องร้ายๆกับเธอมากมาย ให้อภัยฉันได้ไหม”

บัวน้ำตารินอย่างห้ามไม่อยู่ ไชโยเข้ามาขอให้อภัยให้ตนด้วย บัวพูดไม่ออก โผเข้ากอดวลีร้องไห้ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ คนอื่นๆมองด้วยความยินดีตื้นตัน ภาพความอบอุ่นของครอบครัวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง

ooooooo

เมื่อทุกอย่างลงเอยด้วยดี เหลืออีกเรื่องที่วลีสำนึกผิด เธอเข้ามานั่งร้องไห้ในห้องมาลัย ไชโย ชยุติและกนกวิภามตามเข้ามาปลอบ  ไชโยบอกถ้ารู้ว่าผิดก็ควรไปพาอาม่ากลับมา แต่วลีกลัวมาลัยโกรธเกลียด กนกวิภาบอก คนเป็นแม่ให้อภัยลูกได้เสมอ เหมือนที่อาม้าให้อภัยตน

รุ่งเช้า ชยุติมาหามาลัยที่บ้านพักคนชรา พาเธอออกมาขึ้นรถโดยบอกว่าจะพาไปดูงิ้ว มาลัยดีใจเพราะไม่ได้ดูนานแล้ว...พอมาถึงโรงงิ้ว วลัยประคองมาลัยเดินมาทักเจียง หลอและดำเกิงที่กำลังช่วยกันจัดที่ทางเพื่อการแสดง ชยุติเห็นวลี ไชโยและกนกวิภาเดินมาก็รีบบอกมาลัยว่ามีคนอยากเจอ มาลัยหันมองเห็นวลีก็หันหลังจะกลับ วลีรีบเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า ยกมือไหว้

“อาม้าคะ หนูขอโทษ...ที่ทำให้เสียใจผิดหวัง ขอโทษที่เป็นลูกอกตัญญู ทำให้ม้าเหนื่อยใจ ทำร้ายความรู้สึกของอาม้า...หนูมันบาปหนาเหลือเกิน หนูไม่สมควรเกิดเป็นลูกม้าเลย”

ไชโยเข้ามากราบขอโทษอีกคน มาลัยปลงตกบอกบ้านพักคนชราก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร วลีขอให้มาลัยกลับมาอยู่บ้าน ขอให้ตนได้ดูแล มาลัยกล่าวอย่างจริงใจ

“อั๊วเคยบอกลื้อแล้วไงวลี อั๊วเป็นอาม้าของลื้อ อะไรที่ทำให้ลูกมีความสุขได้ อั๊วก็จะทำ...ต่อให้ลูกทำผิดพลาด หรือทำให้แม่ต้องเสียใจหนักหนาขนาดไหนก็ตาม แต่คนเป็นแม่ย่อมให้อภัยลูกได้เสมอ”

วลีร้องไห้โฮ “ม้า...หนูรู้รสชาติของการถูกทอดทิ้งแล้วว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน หนูได้รับบทเรียนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้วม้า”

ทุกคนปลื้มปริ่มกับความเข้าใจกันด้วยดีของคนในครอบครัว...จ๊าดเดินหน้าเศร้าเข้ามายกมือไหว้ขอโทษทุกคนที่ทำไม่ดีเอาไว้ จี๊ดแอบสมน้ำหน้า มาลัยกับบัวยกโทษให้ จ๊าดดีใจยกใหญ่

กนกวิภาช่วยดำเกิงทำบะหมี่มาเสิร์ฟให้ทุกคน มาลัยเห็นแล้วทึ่งที่หลานสาวเปลี่ยนไปมาก ชยุติบอกความรักเปลี่ยนโลกได้ทั้งใบ...วลีสะกิดมาลัยบอกงิ้วกำลังเริ่มแสดง ตนตั้งใจจัดให้โดยเฉพาะ มาลัยยิ้มรับ เสียงดนตรีประโคมโหมโรง บัว ไหมฟ้า ตรึงจิตและนกขมิ้นแสดงอย่างสวยงาม มาลัย วลี ไชโยและทุกคนเฝ้าดูอย่างตื่นตาตื่นใจ ยอมรับว่าเป็นการแสดงที่ดีจริงๆ...

หลายวันผ่านไป กนกวิภาช่วยดำเกิงทำบะหมี่ขายและเป็นคนเก็บเงินทั้งหมด ดำเกิงโอดโอย เธอก็บอกว่าจะเก็บเงินไว้เป็นค่าสินสอด ดำเกิงจึงหุบปากไม่กล้าบ่นอีกต่อไป

ด้านชยุติกับบัว มารำลึกความหลังที่บ้านพักริมทะเล ตักตวงความสุขที่หายไป ทั้งสองยืนมองแสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า บัวถามขึ้นว่าเขารักตนเพราะอะไร ชยุติบอกเพราะเธอน่ารัก

“เอาจริงๆสิคะ ฉันอยากรู้ว่าผู้หญิงธรรมดาอย่างฉัน เอาชนะใจผู้ชายที่มีผู้หญิงดีๆมาให้เลือกมากมายอย่างคุณได้ยังไง”

“ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเพราะอะไร แต่พอรู้ตัวอีกทีก็รักไปแล้ว คุณรู้ไหมบัวว่าคุณเป็นรักแรกของผมนะ...  รักแรกที่ผมไม่เคยลืมเลย ตอนเรียนอยู่ที่ฟิลิปปินส์ ผมมีผู้หญิงเข้ามาให้คบหาเยอะแยะเลยนะ แต่ก็ไม่รู้สึกดีกับใครเลย เพราะในหัวของผมมีภาพของเด็กผู้หญิงที่เถียงกับผมเรื่องไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนติดอยู่ตลอดเวลา”

“แต่ตอนคุณไป ไม่เห็นมาลา ปล่อยฉันคอยเก้อ”

“คุณคงรอแย่เลย...”

“ก็รอจนถึงตอนนี้ไงคะ”

ชยุติดีใจที่เขาเป็นรักแรกของบัว บัวยอมรับว่าเป็นรักแรกและรักสุดท้าย ชยุติโอบกอดบัว ประทับจูบอย่างอ่อนโยนก่อนจะอุ้มเข้าบ้านที่มีเพียงเขาและเธอเท่านั้น...

ooooooo

-อวสาน-


ละครเสน่ห์นางงิ้ว ตอนที่ 11(ตอนจบ) อ่านเสน่ห์นางงิ้ว ติดตามเสน่ห์นางงิ้ว ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธีรเดช เมธาวรายุทธ,ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ 3 ก.พ. 2561 08:48 2018-02-09T01:47:40+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ