ข่าว

วิดีโอ



เสน่หาสัญญาแค้น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สุพรรณิการ์

กำกับการแสดงโดย: กฤษฎา เตชะนิโลบล

ผลิตโดย: บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ปกรณ์ ลัม, เจนี่ อัศวเหม

อัลบั้ม: โดม-เจนี่ หวาน ส่งท้าย เสน่หาสัญญาแค้น

ปานตะวันวิ่งมาทรุดลงร้องไห้ ประกายเดือนกับพราวพรรณรายตามมา เธอโผกอดเพื่อนร่ำไห้เชื่อเป็นแผนแก้แค้นของนาคินทร์ พราวพรรณรายว่าดูก็รู้นัครินทร์รักประกายเดือนจริง

“ถ้ามันเชื่อไม่ได้ล่ะ เรากลัวเหลือเกินพิงค์ ตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา จะเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานแค่ไหนเราทนได้ แต่ถ้าจากนี้ไปเดือนจะต้องกลายเป็นเหยื่อแค้นแทนเรา เรายอมไม่ได้”

“ถ้าเป็นแผนของคุณนาคินทร์จริง เมื่อกี้คุณนาคินทร์คงไม่โกรธคุณนัคขนาดจะชกหน้ากันหรอกนะ อีกอย่างได้ยินที่คุณนัคพูดไหม หัวใจของเขา เขาต้องสั่งเองไม่ใช่คุณนาคินทร์...หัวใจของยัยเดือนก็ให้ยัยเดือนเขาดูแลเองเถอะ ตะวัน”...ประกายเดือนยืนฟังเช็ดน้ำตาป้อยๆ

ด้านนาคินทร์หงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ลำพัง อัครินทร์เข้ามาเตือนสติแต่เขากลับตวาดให้เลิกวุ่นวายชีวิตเขา อัครินทร์ตอบว่า คงไม่ยุ่งไม่ได้ ถ้าเขาไม่ใช่พี่ชายและปานตะวันไม่ใช่คนที่ตนห่วง นาคินทร์มองหน้าน้องชาย บอกให้เลิกปั้นคำสวย ที่จริงแล้วก็หลงปานตะวันหัวปักหัวปำเหมือนนัครินทร์หลงประกายเดือน อัครินทร์โต้

“ทำไมพี่คินทร์ถึงดูถูกความรู้สึกของพี่นัคขนาดนี้ พี่นัคเขาแน่จริง ผมนับถือ...รักก็บอกว่ารัก ไม่เหมือนพี่คินทร์ ปากบอกว่าเกลียดทั้งที่หัวใจของพี่มีแต่คุณตะวัน”

“ไม่จริง! หุบปากเลยนายอัค” อัครินทร์ยั่ว แม้แต่หูยังทนฟังไม่ได้ “ฉันบอกให้หุบปาก”

อัครินทร์เสียงเข้ม “ฟังผมพูดให้จบแล้วผมจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว ภายในเวลาอีกไม่กี่วันที่เหลืออยู่ ถ้าพี่คินทร์ยังไม่ยอมรับความจริง ถ้าพี่ยังคิดจะเอาความแค้นมาอยู่เหนือความรัก พี่จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต...เชื่อผมเถอะครับพี่” อัครินทร์ปล่อยนาคินทร์นั่งครุ่นคิดอยู่ตรงนั้น

อีกมุมหนึ่ง นัครินทร์กุมมือประกายเดือน ยืนยันต่อหน้าปานตะวันว่าตนรักประกายเดือนจริง พิสูจน์ด้วยการจดทะเบียนและนอนจับมือมองตาอยู่ทุกคืน ปานตะวันถามจริงหรือ ประกายเดือนรับว่าจริง ตนไม่เคยลืมคำสอนของพี่ อัครินทร์ช่วยยืนยันว่านัครินทร์ปรึกษาตนมาตลอด ปานตะวันยินยอมแต่กำชับอย่าให้ประกาย-เดือนต้องเสียใจแม้แต่นิดเดียว

นัครินทร์สวน “คุณตะวันเอาผมตายแน่...ตะวันเดือดน่ากลัวขนาดไหนเดือนเคยบอกผม”

ประกายเดือนดีใจโผกอดพี่สาวน้ำตาซึม ทุกคนต่างปลาบปลื้มยินดี...ไม่เพียงคนในบ้าน เพื่อนๆที่บริษัท ก็แสดงความยินดีกับข่าวการแต่งงานของนัครินทร์กับประกายเดือนและยุให้จัดงาน 3 วัน 3 คืน กนกรัตน์หมั่นไส้บอกว่างานนั้นคงเป็นงานของนาคินทร์มากกว่า ประกายเดือนหันมาจ้องหน้ายิ้มๆแล้วโต้ว่า

“จริง เพราะท่านประธานจะต้องแต่งงานแน่เร็วๆนี้...กับพี่สาวฉัน ปานตะวัน”

ทุกคนตื่นเต้น มีแต่กนกรัตน์ที่หน้าตึงด้วยความโกรธ เดินตึงตังเข้ามาระบายอารมณ์ในห้องน้ำ พลัน เห็นผีปาริฉัตรในกระจกพุ่งมาบีบคอก็ร้องกรี๊ด...ดิ้นไปมาร้องว่า

“แกรนหาที่เอง...ปล่อย...ฉันไม่ได้ฆ่า...ฉันไม่ได้ฆ่า...ไม่ ไม่”

ประกายเดือนเดินเข้ามาเห็นยืนตะลึง กนกรัตน์หันมาเจอก็ตกใจ ผลักเธอกระเด็นแล้ววิ่งหนีไป ประกายเดือนยังอึ้งสงสัยกับสิ่งที่ได้ยิน รีบโทร.ไปเล่าให้ปานตะวันฟัง และให้ไปบอกนาคินทร์ เพราะเธอกับลูกในท้องอาจไม่ปลอดภัย ถ้าปานตะวันไม่บอกตนจะไปบอกเอง

“เดือน! เดือนจะบอกคุณนาคินทร์เรื่องอะไร ถ้าเรื่องคุณเคท...บอกว่าคุณเคทฆ่าคน ฆ่าใครเหรอ...พี่กำลังจะไปจากที่นี่ พี่กำลังจะเป็นอิสระ พี่จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับใครทั้งนั้นแล้ว”

“แล้วลูกในท้องตะวันล่ะ หลานเค้าทั้งคนนะ”

“เดือน...ถ้าคุณนาคินทร์รู้เรื่องนี้ พี่อาจจะต้องเสียลูกไปก็ได้ พี่เจ็บปวดมามากพอแล้วนะเดือน” ประกาย-เดือนไม่ยอม ปานตะวันเสียงเข้ม “จบ...ให้มันจบแบบนี้เถอะ มันดีที่สุดแล้วล่ะเดือน แค่นี้ก่อนนะ” ปานตะวันวางสายทรุดลงน้ำตาไหลพรากด้วยตัดสินใจแล้ว

ส่วนกนกรัตน์ทำทีมาล่ำลานาคินทร์ เพราะหวังให้เขารั้งตนด้วยการขอแต่งงาน แต่เขายังนิ่ง จึงถามเขาตรงๆว่าเป็นเพราะปานตะวันใช่ไหม เห็นเขานิ่ง จึงคุกรุ่นตอกย้ำ

“พี่คินทร์กล้ารักคนที่ทำให้เจ้าสาวของพี่คินทร์ต้องตายได้ยังไงคะ...ทีคนที่เหมือนเจ้าสาวของพี่คินทร์ขนาดนี้ พี่คินทร์กลับไม่รัก ทำไมล่ะคะ” กนกรัตน์ชี้ที่ตัวเอง

“ใจเย็นๆก่อนครับ”

“เคทอุตส่าห์ทำทุกอย่างเพื่อพี่คินทร์ แต่ดูพี่คินทร์ทำกับเคทสิคะ...เคทขอให้พี่คินทร์คิดใหม่อีกที คิดดีๆ ถ้าพี่คินทร์ไม่อยากเสียใจภายหลัง พี่คินทร์ก็ไม่ควรทำให้เคทเสียใจ เคทจะรอคำตอบจากพี่คินทร์ภายในคืนนี้ ก่อนที่เคทจะกลับอเมริกา” กนกรัตน์ทิ้งท้ายปึงปังออกไป

พลันเห็นยามยิ้มพาตำรวจ 3 นายเข้ามา จึงชะงักหลบสังเกตการณ์ ตำรวจมาขอสอบปากคำประกายเดือน เนื่องจากเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดปาริฉัตร เธอให้ความร่วมมือเต็มที่...มอลลี่เกาะประตูแอบฟังอย่างกับจิ้งจกด้วยความอยากรู้ว่าผู้กองคุยอะไรกับประกายเดือนบ้าง

ผู้กองเอาเสื้อที่ปาริฉัตรใส่วันเสียชีวิตมีรอยลิปสติกติดอยู่ให้ประกายเดือนดู ว่าเคยเห็นใครทาสีนี้บ้าง ประกายเดือนนึกออกว่าเป็นสีที่ปาริฉัตรใช้ แต่ผู้กองบอกว่า วันนั้นผู้ตายทาสีชมพู ประกายเดือนนึกสักพักก็จำได้ว่าเห็นกนกรัตน์ทาสีนี้เช่นกัน

กนกรัตน์หวาดหวั่น หลบมาระเบิดอารมณ์ใส่โกฏิกนกวลี ที่ตายไปแล้วทำไมยังมาวนเวียนอยู่ในความทรงจำของนาคินทร์...จากนั้นเธอก็ลากกระเป๋ามาสนามบินอย่างระแวดระวัง

ทุกคนในบ้านไกรตระกูล ต่างขอให้ปานตะวันอย่าไปจากบ้านนี้ สาวิตรีถึงกับออกปากให้อยู่เป็นลูกสาวอีกคนของตน ปานตะวันยกมือไหว้อย่างซาบซึ้งแต่ต้องตัดใจ นารถนรินทร์ร้องไห้โฮ ทวยเทพเสนอหน้าที่การงานในบริษัทให้ แต่ปานตะวันยืนกราน

“ตะวันตั้งใจจะกลับไปอยู่เชียงใหม่น่ะค่ะ ต่อไปก็อาจจะไปช่วยงานพิงค์ที่คลินิกก็ได้ ยังไงคงต้องรอดูอีกที ตะวันขอบคุณคุณพ่อมากนะคะ”

อัครินทร์เข้าใจความรู้สึกของปานตะวัน จึงบอกทุกคนให้ปล่อยเธอไปตามที่เธอตั้งใจ ระหว่างนั้นประกาย–เดือนพยายามโทร.หาปานตะวันแต่เธอวางมือถือไว้กับกระเป๋าเดินทาง จึงไม่ได้ยิน ก็โทร.หานาคินทร์ เผอิญชนกับที่กนกรัตน์โทร.บอกนาคินทร์ซึ่งนั่งเศร้าอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งว่าตนอยู่สนามบินแล้ว

อัครินทร์ขับรถมาส่งปานตะวันที่สนามบิน เธอกล่าวกับเขาว่า เธออโหสิกรรมให้นาคินทร์ ขอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ อัครินทร์ย้อนถาม ที่เธอเลื่อนเดินทางจากพรุ่งนี้มาเป็นวันนี้เพราะไม่อยากเจอนาคินทร์ใช่ไหม ปานตะวันนิ่ง เขาดักคอกลัวจะเจอแล้วใจอ่อน

“สรุป...ผมว่าคุณสองคนพอกัน ปากแข็งทั้งคู่ทำไมครับ ในเมื่อต่างคนต่างรักกันแล้ว ทำไมต้องทำร้ายหัวใจตัวเองกันแบบนี้ ถ้ารักเขาแล้วเขาไม่รักเราก็ว่าไปอย่าง สมควรเจ็บ”

ปานตะวันกุมมืออัครินทร์ ขอบคุณที่เขาเป็นคนเดียวที่คุยด้วยได้ทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แต่ฝืนยิ้ม...ในขณะเดียวกัน ตำรวจบุกมาที่คอนโดของกนกรัตน์ และต้องตะลึงเมื่อเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออกเห็นภาพนาคินทร์ติดอยู่หลายอิริยาบถ มีทั้งภาพแต่งงานของเขากับกนกวลีเมื่อ 3 ปีก่อน ข่าวหนังสือพิมพ์ถึงอุบัติเหตุการตายของเจ้าสาว และมีภาพปานตะวันถูกขีดฆ่าบนหน้า

ooooooo

สุดท้ายประกายเดือนโทร.หานารถนรินทร์ จึงได้รู้ว่าปานตะวันกำลังเดินทางไปเชียงใหม่ ประจวบกับ ผู้กองโทร.แทรกเข้ามารายงานเรื่องที่พบเจอให้ฟัง ประกายเดือนแทบช็อกเป็นห่วงปานตะวันอย่างมาก จึงรีบโทร.หานาคินทร์อีกครั้ง เขากำลังเช็กบิลจะออกจากร้าน พอรับสายประกายเดือนบอกเรื่องปานตะวัน นาคินทร์ตกใจ “นี่เขาตั้งใจจะหนีผมงั้นเหรอ”

“เรื่องนั้นยังไม่สำคัญเท่าเรื่องนี้ค่ะ เรื่องของคุณกนกรัตน์”

นาคินทร์งง ประกายเดือนเล่าเรื่องที่ตำรวจรายงานให้ฟัง เขาแทบช็อก ยิ่งเธอบอกว่าตอนนี้ปานตะวันกำลังตั้งท้องลูกของเขา นาคินทร์ช็อกหนักขึ้น วิ่งพรวดไปขึ้นรถบึ่งออกไป

ในขณะที่ปานตะวันขอให้อัครินทร์ส่งตนแค่นี้ เขาขอให้เธอสัญญาว่าจะส่งข่าวตลอด เผอิญกนกรัตน์เดินมาเห็น ตาเธอวาวเคียดแค้นขึ้นมาในทันที...พอเห็นปานตะวันแยกไปเข้าห้องน้ำ อัครินทร์เดินออกไป ก็แอบตามไปตีหัวปานตะวันสลบ อัครินทร์ซึ่งมาหยิบของในรถ เห็นกนกรัตน์ดันตัวปานตะวันเข้ารถ จึงขับรถตามทันที ระหว่างทางมีแม่ลูกจูงมือเดินข้ามถนน เขาหักหลบรถเสยเกาะกลางถนนนิ่งสนิท แขนเดาะปีนออกจากรถมาโบกรถกลางถนน

เผอิญรถนาคินทร์แล่นมา อัครินทร์จึงบอกให้ตามรถกนกรัตน์ไป นาคินทร์ขับรถบึ่งตามด้วยหัวใจที่หวาดหวั่น ภาวนาขอให้ลูกเมียอย่าเป็นอะไร

กนกรัตน์ขับรถไปหันมองปานตะวันที่สลบอยู่เบาะข้างๆ เธอเข่นเขี้ยว ด่าว่าน้ำหน้าอย่างนี้จะมาแย่งนาคินทร์ ว่าแล้วก็ผลักหัวปานตะวันไปโขกกระจก เธอจึงรู้สึกตัว หันมองอย่างมึนๆ กนกรัตน์โวยวายรีบฟื้นขึ้นมาทำไม ปานตะวันถามจะพาตนไปไหน

“ก็แกอยากจะหนีพี่คินทร์ไม่ใช่เหรอ ฉันก็จะช่วยสงเคราะห์พาแกไปส่งให้ไง”

ปานตะวันถามจะพาไปไหน กนกรัตน์ตวาด อย่างแกคงต้องเป็นนรกเท่านั้น...ปานตะวันงง กนกรัตน์หาว่าแกล้งโง่ ร้ายลึกคิดจะแย่งนาคินทร์จากตน ปานตะวันปฏิเสธ กนกรัตน์เสียงกร้าว “หุบปาก! ใครเชื่อแกก็โง่แล้ว ไม่เคยคิดจะแย่ง แต่ปล่อยท้องเพื่อจับพี่คินทร์เนี่ยนะ”

ปานตะวันตกใจ กนกรัตน์หัวเราะเยาะ คิดว่าตนรู้ไม่ทันหรือ ปานตะวันพยายามจะอธิบายแต่เธอไม่ฟัง กราดเกรี้ยวให้ฟังตน แล้วเล่าอดีตอันขื่นขมของตัวว่าตนเคยเป็นพนักงานทำความสะอาดที่บริษัทเคทีเค ด้วยหน้าตาไม่สวยทำให้โดนทุกคนดูถูกเหยียดหยาม มีเพียงนาคินทร์ที่เป็นถึงเจ้านายให้ความเมตตา ตนจึงเฝ้าหลงใหล แต่แล้วก็มีนางมารอย่างกนกวลีมาชิงเขาไป ตนแช่งชักให้เธอตายๆ แล้วเธอก็ตายจริงๆ แสดงว่าตนเป็นนางฟ้าไม่ใช่คนธรรมดา

ปานตะวันเห็นสีหน้าท่าทางกนกรัตน์ไม่ปกติออกอาการของคนเป็นโรคไบโพล่าร์ คืออารมณ์แปรปรวนสุดขั้ว ก็ชักหวาดหวั่นเป็นห่วงลูกในท้อง พยายามตั้งสติหาทางรับมือ เธอบอกกนกรัตน์ว่าเรื่องระหว่างตนกับนาคินทร์เป็นอุบัติเหตุ เราทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น...กนกรัตน์ผลักหัวปานตะวันกระแทกกระจกโครม แว้ดใส่

“จำใส่กะโหลกไว้ ในโลกนี้มีแค่ฉันคนเดียวที่จะใช้คำว่าเราทั้งคู่ กับพี่คินทร์เข้าใจไหม” ปานตะวันรีบเออออว่าเข้าใจ “เมื่อกี้แกบอกว่าอะไรนะ เรื่องของแกกับพี่คินทร์เป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ...นังสตอเบอรี่ โกหกซ้ำซาก แต่เอาเถอะ สมมติว่าฉันเชื่อแก แกก็ยิ่งไม่คู่ควรกับพี่คินทร์ซักนิด ไม่เหมือนฉัน...ฉันที่ตั้งใจทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพี่คินทร์คนเดียว”

“คุณทำอะไร...”

“หึๆ...ฉันทำทุกอย่างทุกทางที่จะสามารถหาเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อเอาไปผ่าตัดหน้าให้เหมือนนังกนกวลีที่ตายไปยังไงล่ะ” น้ำเสียงกนกรัตน์ขื่นขม “ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการผ่าตัดเป็นสิบๆครั้ง มันก็ยังไม่เท่ากับที่ฉันต้องยอมนอนกับผู้ชายเป็นร้อย ฉันต้องหลอกเอาเงินจากทุกคนที่รู้จัก จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างกะหมาข้างถนน”

“ทำไมคุณถึงต้องทำขนาดนี้คะ เพียงเพื่อคุณนาคินทร์เท่านั้นเหรอคะ” ปานตะวันสงสาร

“นั่นสินะ...เพียงเพื่อพี่คินทร์มันก็ส่วนนึง...ฉันก็ทำเพื่อตัวฉันเองด้วย ถ้าฉันสวย ถ้าฉันรวย ดูสิ จะมีไอ้อีหน้าไหนกล้ามาดูถูกเหยียดหยาม”

“นี่คุณทำทุกอย่างเพราะความแค้นใช่ไหมคะ”

“ใช่...แค้น ฉันแค้นมาก แกไม่รู้หรอกว่าหัวอกคนที่เกิดมาหน้าตาน่าเกลียดอย่างฉันน่ะมันเป็นยังไง มันเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจแค่ไหน แล้วดูสิแกจะไม่ให้ฉันแค้นแกได้ไง ฉันอุตส่าห์ทุ่มเทขนาดนี้ ฝันไปเถอะว่าแกกับไอ้เด็กในท้องมันจะได้มีชีวิตอยู่แย่งพี่คินทร์ไปจากฉัน”

ปานตะวันตาโพลง “ไม่นะคะคุณเคท...เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วยนะคะ”

“เกี่ยวสิ...ฉันจะพาแกกับลูกแกไปส่งให้ ส่งลงนรกทั้งคู่เลย ดีไหม” กนกรัตน์ตวาดลั่น

ทันใด...มีรถฝั่งตรงข้ามแซงซ้ายออกมา กนก–รัตน์หวีดร้องเบรกรถหัวทิ่ม ปานตะวันฉวยโอกาสเปิดประตูวิ่งหนี กนกรัตน์โกรธวิ่งตามลงมาจิกผมตบตีใบหน้าปานตะวันอย่างดุเดือด จนเธอมึนแล้วลากไปขึ้นรถคาดเบลท์...รถนาคินทร์แล่นมาเห็นรถกนกรัตน์กำลังเคลื่อนออก ก็บีบแตร กะพริบไฟให้หยุด กนกรัตน์เห็นรถนาคินทร์ก็ตกใจ หันมาอาละวาดใส่ปานตะวัน

“เห็นไหม...แกวางแผนเอาเด็กในท้องแกมาแย่งพี่คินทร์ พี่คินทร์เขาใจอ่อน...เขาแค่สงสารเด็ก เขาไม่ได้รักแก...ฉันจะฆ่าแก ถ้าไม่มีแกกับลูก พี่คินทร์ก็ต้องรักฉันคนเดียวเท่านั้น”

นาคินทร์ใจแทบขาด รู้ตัวแล้วว่าเขารักปานตะวันมากแค่ไหนเฝ้าภาวนาให้เธอปลอดภัย ด้านปานตะวันเห็นถนนที่กนกรัตน์ขับมาเป็นถนนเดียวกับที่เคยเกิดอุบัติเหตุกับตน จึงเตือนให้ขับช้าๆ กนกรัตน์หัวเราะเหมือนคนบ้า “แล้วไง...ยังกะกลัวตายนี่ แกน่ะสิที่ต้องกลัวไม่ใช่ฉัน”

“หมายความยังไงคะ...”

“ก็หมายความว่า เดี๋ยวฉันจะทำให้แกร่วงลงจากรถไปตายพร้อมลูกให้มันเป็นอุบัติเหตุ”

“ไม่นะคะ! อย่านะคะคุณเคท ฉันขอร้อง”

“แกไม่ต้องกลัวเหงาหรอกนะ เพราะคงจะมีทั้งนังกนกวลี นังเลขาฉัตร แล้วก็นังแตงโมไปคอยอยู่เป็นเพื่อนช่วยเลี้ยงลูกให้แกในนรกแล้ว ฮ่าๆๆๆ”

ปานตะวันตกใจจะปลดเบลท์ กนกรัตน์โมโหผลักหัวเธอกระแทกกระจกนิ่งไป พลันเห็นผีแตงโมนั่งอยู่เบาะหลัง ก็โวยวายปลุกปานตะวันให้ฟื้นขึ้นมาก่อน พอจิกผมหันหน้ามา กลายเป็นหน้าปาริฉัตรเลือดอาบ ก็กรี๊ดลั่น รถเสียหลัก พยายามบังคับพวงมาลัย แต่ต้องตะลึงเมื่อเห็นกนกวลียืนอยู่กลางถนน กนกรัตน์สติแตกหักรถหลบชนต้นไม้ข้างทางอย่างแรง

นาคินทร์เห็นเหตุการณ์แทบช็อก วิ่งเข้ามาดึงร่างปานตะวันร้องไห้โฮ...นาคินทร์เกาะขอบเตียงที่เข็นร่างปานตะวันเข้าห้องฉุกเฉิน เห็นอัครินทร์กับทุกคนที่รออยู่ นาคินทร์รีบขอให้อัครินทร์ช่วยปานตะวันกับลูกตนให้ได้ อัครินทร์สั่งเข็นเตียงเข้าไปด่วนเพราะคุณหมอวิชัยรออยู่ นาคินทร์จะตามเข้าไป อัครินทร์รั้งไว้ เขาจึงทรุดลงร้องไห้แทบขาดใจ...

ooooooo

รุ่งเช้า ทุกคนยังรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน หมอออกมา ทุกคนกรูเข้าถามอาการ นาคินทร์เข้าเขย่าหมอให้รีบตอบ อัครินทร์ปรามแล้วขอโทษแทนพี่ชาย หมอถอนใจเฮือก “เรายื้อกันเต็มที่นะ หมออัค” ทุกคนหน้าเสีย หมอกล่าวต่อ “ไม่อยากเชื่อว่าคนไข้ใจสู้มาก ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก”

นาคินทร์ถอยไปติดกำแพงทรุดลง ประกายเดือนกับพราวพรรณรายปล่อยโฮด้วยความดีใจ...พอปานตะวันถูกย้ายเข้าห้องพัก สาวิตรี ทวยเทพ นารถนรินทร์และกรวิทย์มาเยี่ยม นาคินทร์นั่งกุมมือปานตะวันที่ยังไม่ฟื้นอยู่ข้างเตียงพร่ำรำพันถึงความผิดของตัวเอง

สาวิตรีลูบหัวลูกชายปลอบ “เรื่องที่ผ่านมา ก็ให้มันผ่านไปนะพี่คินทร์ จากนี้พี่คินทร์เริ่มต้นใหม่นะคะ อดีตเราเก็บไว้เป็นครู ไม่ใช่เก็บไว้เป็นความแค้น”

นาคินทร์หวั่นใจว่าปานตะวันจะไม่ยกโทษให้เพราะตนทำเลวกับเธอไว้มาก ประกายเดือนบอกว่าปานตะวันรักเขามาก อัครินทร์ช่วยยืนยัน นาคินทร์มองทั้งสองคนอย่างชั่งใจ

“ไม่รู้ล่ะ ใครจะอะไรยังไงพ่อไม่รู้ รู้แต่ในท้องของหนูตะวันน่ะ มีหลานปู่คนแรกของไกรตระกูลอยู่ทั้งคน ยังไงพี่คินทร์ก็จะปล่อยให้หนูตะวันพาหลานปู่ไปจากปู่ไม่ได้เด็ดขาด”

ทุกคนทึ่งที่จู่ๆทวยเทพก็ลุกขึ้นมาเอาจริง นาคินทร์กุมมือปานตะวันพึมพำ “ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไป จะไม่ยอมปล่อยให้คุณกับลูกไปจากผม ได้โปรด...อยู่กับผมเถอะนะปานตะวัน”

สองคืนผ่านไป นาคินทร์ยังคงเฝ้าดูแลปานตะวัน พยายามปลุกให้เธอฟื้นขึ้นมา “ตะวัน...ตื่นเถอะครับ ถึงคุณหมอจะบอกว่าคุณปลอดภัยแล้ว แต่ผมกลัว...ผมเคยสูญเสียคนที่ผมรักมาครั้งนึงแล้ว ผมกลัวเหลือเกิน รีบตื่นได้ไหม” นาคินทร์ลูบท้องปานตะวัน “พ่อนี่มันโง่ มันบ้า ถ้าลูกกับแม่ของลูกเป็นอะไรไป พ่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” นาคินทร์ฟุบหน้าลงกับมือปานตะวัน

น้ำตาปานตะวันค่อยๆไหลออกมา เธอได้ยินทุกคำพูดของนาคินทร์ เธอรอให้เขาพูดความในใจออกมาจึงลืมตาขึ้น นาคินทร์เงยหน้ามาขอให้เธอฟื้น พลันต้องตะลึงเมื่อเห็นเธอลืมตามองอยู่ เขาดีใจมาก โผกอดเธอแนบแน่น “อยู่กับผม อย่าทิ้งผมไป ได้โปรด...อย่าทิ้งผมไป”

ปานตะวันปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีตไหลออกไปให้หมดใจ สวมกอดนาคินทร์ด้วยความรักเช่นกัน...

วันเวลาผ่านไป นัครินทร์ ประกายเดือน อัครินทร์และพราวพรรณราย จับคู่กันเล่นวอลเลย์บอลริมหาด ครั้งนี้ทั้งสองคู่เล่นกันอย่างสนุกสนาน ประกายเดือนยุให้อัครินทร์เปิดใจ

“น่าคุณหมอ...พี่พิงค์ด้วย จะใช้ชีวิตหงอยเหงาอยู่คนเดียวแบบนี้กันไปทำไม”

นัครินทร์ช่วยยุ พราวพรรณรายเขินอาย อัครินทร์อมยิ้มรู้ว่าไม่ยากเลยที่เขาจะรักเธอ...นัครินทร์ย้ำว่ารักกันแล้วมันดีจริงๆ ว่าแล้วก็ชี้ให้ดูคู่ของนาคินทร์กับปานตะวัน

นาคินทร์เดินจูงมือกับปานตะวันริมทะเลห่างออกมา นาคินทร์หยุดหันมาจ้องหน้าเธอ จนเธอต้องถามว่ามีอะไรติดหน้า เขากลับพูดว่า “มองหน้าผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด”

ปานตะวันน้ำตารื้น “ไม่จริงหรอกค่ะ...”

“ผมยอมรับว่าเมื่อก่อนในหัวใจผมมีแต่กนกวลี และตอนนี้ คุณคงไม่ว่าถ้าผมจะขอมีกนกวลีอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป...แต่ในหัวใจของผม จากนี้ไปจนตายจะมีแต่ปานตะวันและปานนภา...เด็กหญิง นางฟ้า ของเราสองคนเท่านั้น” นาคินทร์ลูบท้องปานตะวัน

ปานตะวันซาบซึ้งใจโผกอดนาคินทร์แน่น เขากอดเธอสารภาพ “ที่ผ่านมาผมเสียใจ ที่เข้าใจผิดและคิดแค้นคุณมาตลอด” นาคินทร์คุกเข่าลง “ยกโทษให้ผมนะครับ ผมสัญญาว่าจะเป็นสามีและพ่อที่ดีเท่าที่ลูกผู้ชายคนนึงจะทำได้...คุณไม่โกรธผมใช่ไหมครับ”

ปานตะวันปล่อยโฮด้วยความตื้นตันกอดนาคินทร์แนบกับท้อง นาคินทร์พร่ำบอกว่าเขารักเธอมาก เธอพยักหน้าสะอื้นฮัก “ฉันก็รักคุณ รักคุณมากค่ะ...คุณนาคินทร์”

นาคินทร์ลุกขึ้นยิ้มปลื้ม ทั้งสองโผกอดกันด้วยความรักที่ไม่อาจมีใครมาพรากเขาสองคนออกจากกันได้...ทั้งสองเรียนรู้สัจธรรม “หากจะรัก ต้องรู้จักอภัย”

ooooooo

–อวสาน–


ละครเสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านเสน่หาสัญญาแค้น ติดตามเสน่หาสัญญาแค้น ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ปกรณ์ ลัม, เจนี่ อัศวเหม 30 มิ.ย. 2557 08:05 2014-07-09T04:52:32+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ