ข่าว

วิดีโอ



สามใบไม่เถา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ชลนภัสส์/ตุณย์

กำกับการแสดงโดย: ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ

ผลิตโดย: บริษัท เมคเกอร์ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: กฤษฎา พรเวโรจน์,รณิดา เตชสิทธิ์

อัลบั้ม: เรื่องราวของ 3 สาวพี่น้อง ต่างพ่อแม่ แต่อยู่ในครอบครัวเดียวกันใน "สามใบไม่เถา"

คืนนี้ขณะภิสิตนั่งดูทีวีอยู่กับครอบครัวอัษฎา มีข่าวบุษบาบัณให้สัมภาษณ์ปฏิเสธการปล่อยคลิป อ้างว่านั่นเป็นคลิปเก่าสมัยที่ยังอยู่กับภิสิต วันนั้นตนจับได้ว่าเขาพาลูกของเพื่อนมานอนบนเตียงของตน ตนจึงต้องขอหย่า

“โกหก ภาพในคลิปนั่นมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน แล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไรเขาด้วย” ภิสิตโกรธจัด

อัษฎาพูดลอยๆว่าพูดตอนนี้ใครจะเชื่อเพราะลูกสาวตนชื่อเสียงป่นปี้หมดแล้ว ส่วนอินทุอรร้องไห้จนพี่ๆต้องช่วยกันปลอบในยามอัดอั้นนี้ ภิสิตกับแสงฉานไปหาเวศม์

ที่บ้าน ภิสิตบอกว่าวันนั้นตนแค่อุ้มอินทุอรออกจากที่นั่นเพราะไม่ไว้ใจบุษบาบัณ แสงฉานบอกว่าแต่ก็หนีไม่พ้น ตกเป็นเหยื่อของผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนนั้นจนได้ เวศม์บอกว่าปัญหานี้น่าจะมีทางแก้ก็พอดีศศิพิมลโทร.เข้ามือถือเวศม์

ภิสิตจัดแถลงข่าวที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง มีนักข่าวสังคมมารอทำข่าวมากมาย ที่ด้านหลังบุษบาบัณกับพงษ์ชัยยืนดูอยู่อย่างสะใจ ศศิพิมลเดินไปหาบุษบาบัณ พงษ์ชัยถามว่าสบายดีหรือเปล่า เธอตอบประชดว่าตั้งแต่เลิกโง่ สบายขึ้นเยอะ

ภิสิตแถลงข่าวเขายอมรับก่อนพูดเรื่องคลิปว่า ทำผิดอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือการยอมแต่งงานเพื่อชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลทำให้ชีวิตคู่ของตนกับบุษบาบัณต้องจบลงอย่างไม่มีความสุข เรื่องที่สองคือตนหลงรักลูกสาวของพี่ชายที่เคารพแต่เป็นรักข้างเดียว มันเป็นความรักที่บริสุทธิ์ใจ ตนไม่ได้หวังอะไรจากเธอเลยแม้สักนิด

นักข่าวถามถึงเรื่องคลิป ภิสิตชี้แจงว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกจัดทำขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี ขณะนั้นเองที่จอโปรเจกเตอร์ก็ปรากฏภาพวีดิโอแอบถ่ายมีหนังสือพิมพ์พับครึ่งวางอยู่ที่คอนโซลปรากฏวันเดือนปีชัดเจน ภิสิตชี้ว่านี่คือคลิปที่เพิ่งถ่ายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ภาพวีดิโอที่ปรากฏบนจอโปรเจกเตอร์ฟ้องว่าพงษ์ชัยเป็นคนขับรถมาที่บ้านบุษบาบัณแล้วทั้งสองก็ช่วยกันอุ้มอินทุอรที่หมดสติเข้าไปในบ้าน แล้วพงษ์ชัยก็ออกมาขับรถไป ภิสิตแถลงว่า

“คลิปนี้เป็นการจัดฉากขึ้นโดยภรรยาเก่าของผมเอง” ภิสิตชี้ไปที่บุษบาบัณ นักข่าวหันมองเป็นตาเดียว

“ไม่จริง! ฉันไม่ได้ทำ!!” บุษบาบัณปฏิเสธลั่น นักข่าวพากันมาถ่ายรูปเธอ แต่ไม่ทันไรแสงฉานก็พาตำรวจมาบอกบุษบาบัณว่าไปชี้แจงกับตำรวจที่โรงพักดีกว่า ภิสิตบอกศศิพิมลว่าตำรวจเชิญเธอไปให้ปากคำเพิ่มเติมด้วย ซึ่งศศิพิมลยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ ศศิพิมลพูดกับบุษบาบัณอย่างเจ็บแค้นฝังลึกขณะเดินผ่านว่า

“ฉันตามดูตามสืบ จนรู้ว่าเธอเล่นชู้กับสามีเฮงซวยของฉันมานานแล้ว วันนี้เป็นวันที่ฉันจะให้บทเรียนกับเธอว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว!”

หลังการแถลงข่าวของภิสิต อัษฎาขอบใจที่เขาปกป้องชื่อเสียงของหนูอิน ถามว่าเขาจะย้ายไปญี่ปุ่นเมื่อไร? ภิสิตบอกว่า การปกป้องหนูอินเป็นหน้าที่ของตน ส่วนเรื่องการไปทำงานที่ญี่ปุ่นนั้น ทางกระทรวงพักเรื่องไว้ไม่มีกำหนด

แสงฉานกับเวศม์ต่างรู้สึกดีใจกับภิสิตด้วย ถึงแม้จะเสียงานไปแต่ได้มิตรภาพกับอัษฎากลับคืน ถือว่าไม่เลว

เมื่อสามใบไม่เถากลับมารวมตัวกันที่เต็นท์ในโรงรถ อินทุอรก็เอาแต่ร้องไห้ อุรวสาถามว่าร้องไห้ทำไม อาสิตไม่ต้องย้ายแล้วหนูอินก็น่าจะดีใจ

“เวลาเรารักใคร เราย่อมอยากให้เขาได้สิ่งที่ดีและเหมาะสมกับตัวเขาที่สุดไม่ใช่เหรอคะพี่วสา”

เป็นคำพูดที่กระทบใจอุรวสาอย่างแรง เธอพูดได้แค่ “จริงจ้ะ หนูอินพูดถูก” แล้วกอดกันร้องไห้จนอันตรางง

ooooooo

วันนี้...ที่สำนักงานนักสืบอันตรา มีชายคนหนึ่งเอารูปเด็กชายวัย 5 ขวบมาให้สืบหา บอกว่าชื่อวัติ พื้นเพอยู่ที่ชุมชนหลังวัดริมคลอง ชายคนนี้บอกว่าคนในรูปมีบุญคุณกับตนมาก อยากตอบแทนบุญคุณเขาสักครั้ง

ออกจากสำนักงานนักสืบ ชายคนนั้นไปหาศศิพิมลในรถที่จอดซุ่มอยู่ไม่ไกลนัก

อันตรารับงานหินชิ้นนี้เพราะเห็นว่าเด็กชายในรูปเป็นคนดี เธอเริ่มสืบจากชุมชนหลังวัดริมคลอง แต่เพราะเวลาผ่านไปนานมากแล้วจึงไม่มีใครรู้จัก แต่มีคนแนะนำให้ไปถามหลวงตาที่วัด

จากการสืบอันตราได้ประวัติมากขึ้นว่าพ่อแม่รถคว่ำเสียชีวิต หลวงตาเวทนาวัติที่ยังเด็กมากจึงรับไปอยู่ด้วย ต่อมาญาติมารับไปแต่ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน

“คุณน่าสงสารจัง...ฉันจะตามหาคุณให้เจอนะ” อันตรามุ่งมั่น

อันตราสืบไปถึงโรงเรียนมัธยมที่วัติไปเรียน ครูชี้วัติที่ถ่ายรูปหมู่กับเพื่อนในชั้นเรียน ทราบจากครูอย่างสะเทือนใจอีกว่า

“เด็กชายวัติขยันเรียนมาก สอบได้ที่หนึ่งตลอด...วัติต้องรับจ้างล้างจานและทำความสะอาดโรงอาหาร ว่างก็ไปรับจ้างเข็นผักที่ตลาดเพื่อหาค่าเทอม...ต่อมาทางโรงเรียนให้ทุนนักเรียนดีเด่น แต่เด็กชายวัติก็ยังไปทำงานที่ตลาดทุกวัน”

ที่เป็นเบาะแสสำคัญคือ ครูให้ที่อยู่ของญาติเด็กชายวัติที่ต่างจังหวัดให้อันตรา เธอแจ้งชายที่มาให้สืบว่าได้ที่อยู่มาแต่ไม่ชัดเจนเท่าไร “เวลาผ่านไป 15 ปีแล้ว แต่วางใจเถอะค่ะ คุณวัติเป็นคนดี ดิฉันจะพยายามตามหาให้ได้ค่ะ”

ชายคนนั้นออกจากสำนักงานนักสืบไปขึ้นรถที่จอดอยู่ห่างจากสำนักงานอย่างระแวดระวัง คนที่นั่งรออยู่ในรถคือศศิพิมล! เขาบอกเธอว่าใจคอไม่ดีกลัวอันตราจับได้ ศศิพิมลบอกว่าเราวางแผนมาดีแล้ว ทำตามแผนไป เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

ในที่สุด อันตราก็สืบจนรู้ว่า เด็กชายวัติในรูปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ไปเรียนต่อที่เมืองนอกด้วยเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

อันตราถามชายคนนั้นขณะไปหาเขาที่บ้านว่า เป็นอะไรกับเวศม์ เขาเล่าอย่างประทับใจว่า

“ผมเป็นลูกศิษย์หลวงตารุ่นน้องพี่วัติ ฐานะยากจน พี่วัติคอยส่งเงินมาเป็นค่าเทอมให้ผมกับน้องๆอีกหลายคน ในวัดจนจบมหาวิทยาลัย”

พอเดินเข้าไปในบ้าน อันตราตะลึงอึ้งเมื่อเห็นรูปเวศม์ตอนเรียนอยู่ที่เมืองนอกใส่กรอบแขวนไว้อย่างดี เธออุทาน

“นั่นมันเวศม์!!”

“ใช่ครับ...ก่อนไปเมืองนอก พี่วัติเปลี่ยนชื่อเป็นเวศม์”

ooooooo

อันตราลิ่วไปที่บ้านเวศม์ราวกับจะมาฆ่าเขาให้ตายคามือ พอเจอตัวก็ด่าทอต่อว่าหาว่าเขาใช้ให้ตนมาสืบประวัติที่น่าสงสารของตัวเอง ประกาศว่าถึงอย่างไรตนก็ไม่ใจอ่อน

ที่แท้เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของศศิพิมลล้วนๆ เธอต้องการให้เวศม์มีความสุขสมหวังกับผู้หญิงที่เขารัก แต่อันตรามีอคติต่อเวศม์ พอดีศศิพิมลมาเอาของที่บ้าน เธอชี้แจงว่าเรื่องที่ให้เธอสืบประวัติของเวศม์เป็นแผนของตน เวศม์ไม่รู้เรื่องเลย

“ฉันอยากให้คุณเห็นว่าเวศม์มีคุณสมบัติพร้อมที่จะดูแลคุณได้ เขามีความพยายาม มีน้ำใจ สำคัญคือผู้ชายคนนี้มีความซื่อสัตย์ ฉันขอยืนยัน” แล้วพูดกับเวศม์ว่าตนทำทั้งหมดนี้เพื่อแทนคำขอโทษอยากให้เขามีความสุขกับคนที่เขารัก “คุณอันตราคะ วันนี้ฉันแค่กลับมาเอาของที่ลืมไว้ ฉันจะไปพักผ่อนที่เชียงใหม่ก่อนวันเดินทางไปออสเตรเลีย”

“แต่พงษ์ชัยไม่ปล่อยพี่ไว้แน่ๆ มันต้องตามไปเอาคืน พี่มาอยู่กับผมก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับ” เวศม์เป็นห่วง

“พี่ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วง พี่ขอบใจความหวังดีของเวศม์” ศศิพิมลอดหยอกไม่ได้ว่า “แต่เวศม์ไม่คิดบ้างเหรอว่ามีสาวสวยมานอนร่วมบ้าน อาจจะมีคนคิดมากนะ”

เวศม์นึกได้หันมองอันตรา เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่เพิ่งใจร้อนผ่าวไปเมื่อครู่ เวศม์อ่านใจเธอออก เขายิ้มอย่างมีความสุข ที่ทุกอย่างคลี่คลายไปด้วยดี...

ooooooo

อันตราเล่าเรื่องราวของเวศม์ให้อุรวสาและอินทุอรฟัง อินทุอรชมว่าเวศม์เป็นคนดีมาก มีส่วนคล้ายคุณพ่อมากด้วย

หยอกเย้าเรื่องความรักกันประสาพี่น้องที่สนิทกันมากแล้ว อุรวสาถามอันตราว่า ตกลงตอนนี้เวศม์ มีหวังไหม

“อันกลัวค่ะคุณวสา อันเคยเจ็บมาแล้ว อันไม่อยากเจ็บอีก”

“เวศม์เองก็เคยเจ็บมาแล้วเหมือนกัน แต่เขาก็เปิดใจให้อันไม่ใช่เหรอ คนเราไม่มีใครรู้หรอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ถ้าอันมัวแต่ใช้ชีวิตจมอยู่กับความกลัวในอดีต อันก็จะไม่มีทางก้าวไปข้างหน้าได้ ลองคิดดูให้ดีนะ” อุรวสาติงน้อง

“ที่สำคัญในทุกก้าวของพวกเรา ไม่ว่าจะล้มลุก คลุกคลานยังไง พวกเรายังมีกันอยู่นะคะ” อินทุอรจับมืออันตราแน่น

ooooooo

พงษ์ชัยแค้นที่เล่นงานศศิพิมลไม่ได้อย่างใจ เพราะเธอมีคลิปที่เขากับอนุวัติใช้ปืนจี้หัวชายคนหนึ่งบังคับให้ขายที่ดินติดรีสอร์ตให้ ซ้ำเธอยังมีเอกสารยืนยันว่าเขารุกล้ำที่ดินที่อุทยานอีกหลายที่ พงษ์ชัยถามว่าเธอต้องการเงินเท่าไหร่

“ฉันไม่ต้องการเงิน ที่ชีวิตฉันตกต่ำทุกวันนี้ก็เพราะเงินสกปรกของคุณนั่นแหละ ฉันจะไปเริ่มต้นใหม่ ก็แค่อยากบอกคุณให้เลิกทำชั่วได้แล้วถ้าไม่อยากเดือดร้อนมากไปกว่านี้ เรื่องที่ผ่านมาฉันอโหสิกรรมให้ แต่ถ้ายังคิดจะจองเวรกับฉันกับเวศม์ เราได้เห็นดีกันแน่” ศศิพิมลกลับไปพร้อมแท็บเล็ตที่มีหลักฐานมัดตัวพงษ์ชัย

“จะเอายังไงกับนังนี่ดีครับนาย มันร้ายกว่าที่เราคิดเยอะ” อนุวัติถาม พงษ์ชัยได้แต่นิ่งแววตาเป็นประกายร้ายกาจ

บุษบาบัณก็ไปหาภิสิตเอากลางดึก ขอให้เขาถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท ภิสิตบอกว่าตนถอนไม่ได้เพราะเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงและเกียรติของอินทุอร

“ห่วงแต่นังอินทุอร เคยห่วงเคยคิดไหมว่าฉันจะติดคุกต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง”

“แล้วตอนที่คุณทำ คุณเคยคิดไหมว่ามันผิดที่ทำลายชีวิตคนอื่นเพื่อความสะใจของคุณ”

บุษบาบัณบอกว่าตนสะใจและมีความสุขมากที่เห็นอินทุอรต้องอับอายโดนตราหน้าว่าแย่งสามีชาวบ้าน

“ต่อจากนี้ไป...ขอให้คุณรู้ไว้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณล้ม จะมีฉันคอยดูอย่างมีความสุข เมื่อไหร่ที่อินทุอรร้องไห้ ฉันจะคอยหัวเราะอย่างสะใจ!!” บุษบาบัณพูดอาฆาตก่อนเดินปาดน้ำตาออกไป ภิสิตมองอย่างสมเพชที่เธอไปไกลเกินกว่าจะเยียวยา

คืนนี้ บุษบาบัณไปที่ผับหรูโทร.ตามแฟรงค์ให้มาหา ฝ่ายนั้นไม่มา เธอพูดอย่างแค้นใจว่า

“อย่าบอกนะว่าพอรู้ว่าบุษมีเรื่องก็ไม่ยอมรับนัด เออ...ตามใจ ผู้ชายไม่ได้มีแกคนเดียวหรอก”

แต่เธอก็ได้หนุ่มหล่อเถื่อนๆคนหนึ่งที่มองเธอตาเป็นมันอยู่ พอเธอวางสายจากแฟรงค์เขาก็เข้ามาหา

“สวัสดี...ผมแพทริค เก้าอี้ว่างไหมครับ”

“บุษค่ะ...” เธอยิ้มเย้ายวนชวนเชิญ แพทริคนั่งลงมองตาและยิ้มให้กันอย่างปรารถนาร้อนแรง

ooooooo

พอแสงฉานรู้ว่าตนกำลังจะเป็นพ่อ เขาทุ่มเทคิดค้นอาหารสำหรับเด็กนับแต่ 6 เดือนขึ้นไป และทำอาหารสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ไปให้อุรวสาที่กำลังเบื่ออาหารได้กินอย่างถูกปาก อัษฎาเป็นคนเอาอาหารมาให้บอกว่าสั่งจากร้าน

เมื่ออุรวสาไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล เห็นคนอื่นมากับสามีที่คอยประคับประคองภรรยาที่ตั้งครรภ์ ก็อดคิดถึงตัวเองไม่ได้ที่ต้องมาคนเดียว ยิ่งเมื่อไปเข้าคอร์สคุณแม่มือใหม่ คนอื่นมีสามีมารับการอบรมเพื่อจะได้รู้วิธีดูแลคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์เตรียมคลอดด้วย เห็นพ่อแม่มีความสุขเมื่อลูกในครรภ์ดิ้น เห็นคู่อื่นแล้วอุรวสาก็แอบสะเทือนใจ

แต่หารู้ไม่ว่า แสงฉานก็แอบไปเข้าคอร์สคุณพ่อมือใหม่อย่างเอาใจใส่มาก เมื่อเจอกัน แสงฉานปฏิบัติเยี่ยงคุณพ่อคนอื่นๆ นวดให้อุรวสาตามที่ครูสอนอย่างจริงจัง จนอุรวสาเกรงใจบอกว่าไม่ต้องก็ได้

“ไม่ต้องเกรงใจที่รัก...คุณเป็นที่รักของผมเสมอ” พอได้ยินคำว่า “ที่รัก” จากแสงฉาน ความรู้สึกดีๆก็กลับคืนมา อุรวสาดูเขานวดให้อย่างซึ้งใจ

กลับถึงบ้านแล้ว อุรวสาจึงรู้ว่าอัษฎาเป็นคนบอกแสงฉานว่าเธอไปเข้าคอร์สคุณแม่มือใหม่ เธอมองคุณพ่ออย่างซึ้งใจ

ooooooo

ป้าอัปสรยังพยายามที่จะทำให้ภิสิตกับอินทุอรได้รักกัน วันนี้ก็นัดทั้งสองมาเจอกันที่บ้านแล้วชวนไปทำบุญที่วัดด้วยกัน ให้ทั้งสองร่วมกันถวายสังฆทาน ร่วมกัน ปล่อยปลาลงแม่น้ำ และให้อาหารปลาด้วยกัน

“คู่แท้ที่ทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อนถึงได้มาพบเจอกัน แต่จะอยู่ด้วยกันได้ก็ด้วยบุญที่ทำในชาตินี้” ป้าอัปสรดูภิสิตกับอินทุอรให้อาหารปลาด้วยกันรำพึงอยู่ไกลๆ และเมื่อทั้งสองเดินมาหาก็บอกว่า “ขออนุโมทนาบุญกับหลานทั้งสอง ขอให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนานะจ๊ะ” ภิสิตกับอินทุอรพนมมือไหว้รับพรด้วยจิตใจที่ผ่องแผ้ว

แสงฉานทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจดูแลอุรวสาและลูกในท้อง ขณะเดียวกันก็เตรียมทำร้านอาหารตามความฝันของตัวเอง อุรวสาขอโทษและตำหนิตัวเองว่าที่ผ่านมาตนไม่ยอมให้เขาทำตามความฝัน แสงฉานขอบคุณเธอที่ทำให้รู้ว่าการทำร้านอาหารไม่ใช่แค่ทำอาหารอย่างเดียว อุรวสาบอกอย่างห่วงใยว่าถ้าเหนื่อยก็พักไม่ต้องมาเรียนกับตนก็ได้

“ไม่ได้ครับ อะไรที่เกี่ยวกับคุณและลูก ผมจะไม่ยอมพลาดแม้แต่นาทีเดียว” แม้อุรวสาจะปลื้มแต่ก็ยังสงวนท่าทีบอกเขาว่า สนใจแต่เรื่องลูกก็พอ ไม่ต้องยุ่งเรื่องของตน แต่แสงฉานก็ยังมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตัวเอง

แม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขมาก

ในวันเปิดร้านใหม่ อุรวสากับน้องๆ ไปช่วยงาน เธอบอกน้องๆว่าร้านในฝันของแสงฉานเป็นแบบนี้แหละ

ทั้งอุรวสาและแสงฉานต่างเข้าใจกัน แสงฉานขอโทษเธอที่ตนปล่อยให้อารมณ์ทำลายชีวิตคู่ ในขณะที่อุรวสาก็ขอโทษที่ไม่เคยฟังเขา แสงฉานพูดอย่างปลื้มปีติว่า ต่อไปนี้เราจะไม่มีวันเลิกกัน แล้วโผเข้ากอดกันร้องไห้

อันตรากับอินทุอรดูอยู่มุมหนึ่ง ต่างน้ำตาคลอยินดีกับพี่สาวและพี่เขย

ร้านใหม่ของแสงฉานขายดีมาก อันตรากับอินทุอร มาช่วยรับออเดอร์และเสิร์ฟ ส่วนเวศม์ก็มาช่วยรับแขก เปิดร้านวันแรกก็ขายได้ถึง 200 จาน เมื่อปิดร้าน ทุกคนในครอบครัวและเวศม์ ต่างปรบมือแสดงความยินดีกับแสงฉาน

“แสงฉานพิสูจน์ตัวเองสำเร็จแล้ว เราไม่จำเป็นต้องร่ำรวยหรือมีร้านอาหารใหญ่โต” บราลีเอ่ย

“ถูกต้อง การได้ทำสิ่งที่เรารักต่างหาก คือความยิ่งใหญ่ในใจของเราเอง” อัษฎาเสริม

อุรวสาถามคุณพ่อว่าตนเลือกคนไม่ผิดใช่ไหม แสงฉานจึงทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ด้วยการเอ่ยปากขอแต่งงานกับอุรวสากับอัษฎา ถูกพ่อตาหยอกว่ามาขอตอนนี้แล้วตนมีทางเลือกหรือ ตอบให้แล้วๆ ไปว่า “เออ...แต่งก็แต่ง”

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน ศศิพิมลซื้อตั๋วเครื่องบินได้แล้ว ขณะเดินอยู่ที่ลานจอดรถ เธอถูกคนร้ายดักฟาดด้วยไม้เต็มแรง

เวศม์ได้รับโทรศัพท์จากศศิพิมลบอกว่าตนถูกทำร้าย เขารีบไปที่โรงพยาบาล ตรวจทรัพย์สินแล้วพบว่ามีแต่ไอแพดที่หายไป ศศิพิมลบอกว่าคนร้ายต้องการไอแพดเพราะมีหลักฐานการทุจริตของพงษ์ชัยอยู่ในนั้น แต่ตนมีสำรองไว้อีกชุดแล้ว

รุ่งขึ้นตำรวจจับพงษ์ชัยกับอนุวัติใส่กุญแจมือพาออกจากห้องทำงาน พงษ์ชัยเดินผ่านเวศม์เขาฝากอาฆาตไว้ว่า

“บอกนังศศิพิมลด้วยว่าฉันเอาคืนแน่” เวศม์เลยบอกตำรวจให้จดบันทึกไว้ด้วยว่าพงษ์ชัยขู่จะทำร้ายพี่สาวตน

เวศม์ไปดูแลศศิพิมลที่ห้องพักคนไข้ ทั้งสองดูทีวีเห็นข่าวที่พงษ์ชัยถูกตำรวจจับ ศศิพิมลรำพึงอย่างสมเพชว่า

“ครั้งหนึ่งพี่เคยเลือกคนที่ความรวย สุดท้ายถึงได้รู้ว่าความดีต่างหากที่มีคุณค่า ขอบใจนะเวศม์ เธอเป็นคนดี พี่โชคดีที่เคยมีเธอเป็นคนรัก เป็นเพื่อนและเป็นน้องชาย พี่เองที่ปล่อยผู้ชายที่ดีที่สุดหลุดมือไป”

“พี่ยังเป็นพี่สาวที่ผมรักไม่เปลี่ยนแปลงครับ” เวศม์เอ่ยอย่างจริงใจ ศศิพิมลขอบใจที่ยังรักกันอยู่

เมื่อศศิพิมลจะออกจากโรงพยาบาล เวศม์จะให้ไปพักที่บ้านตน เธอเห็นว่าไม่เหมาะ อัษฎาจึงให้มาพักที่บ้านตน

วันต่อมา ศศิพิมลไปลาบุษบาบัณที่บ้าน ขอให้เราอโหสิต่อกัน จะไม่มีใครโกรธแค้นใครอีก แต่บุษบาบัณในสภาพทรุดโทรมประกาศกร้าวว่าถ้ามีโอกาสเมื่อไรตนจะเอาคืน!

พอศศิพิมลกลับไป เสียงเมสเสจมือถือดังขึ้น บุษบาบัณกดดูเป็นรูปตัวเองนอนเปลือยมีเพียงผ้าห่มคลุมร่าง ผู้ส่งรูปมาคือแพทริก มันแบล็กเมล์ให้ส่งเงินมาสองหมื่นไม่อย่างนั้นจะมีรูปน่าสมเพชกว่านี้แพร่ออกไปอีกมากมาย บุษบาบัณรู้ตัวว่าถูกแบล็กเมล์ก็ขว้างมือถือทิ้งอย่างเจ็บใจ

ศศิพิมลกลับไปที่บ้านอัษฎา เล่าชีวิตและความดีของเวศม์ให้อันตราฟัง และขอฝากเวศม์ไว้กับเธอด้วย

“ดิฉันอยากให้คุณลองเปิดใจทำความรู้จักกับผู้ชายแสนดีคนนี้ ให้เขาได้มีโอกาสพบกับความรักความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาไม่เคยมี คุณจะให้โอกาสเขาได้ไหมคะ” เป็นคำขอของศศิพิมลที่ทำให้อันตราเปิดใจโดยไม่รู้ตัว

หลังพิธีแต่งงานของอุรวสากับแสงฉานที่จัดอย่างกันเองในครอบครัวและญาติสนิทแล้ว อินทุอรก็เดินทางไปเรียนบัลเล่ต์ต่อดังความใฝ่ฝัน

สามปีผ่านไป คณะบัลเล่ต์มาแสดงที่เมืองไทย อินทุอรร่วมแสดงในคณะด้วย แต่หลังจากแสดงแล้วเธอขออยู่เมืองไทยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่และพี่ๆ รวมทั้งหลานสาววัยน่ารัก

แม้อัษฎาจะรักและหวงลูกราวกับจงอางหวงไข่ แต่ก็ยอมรับธรรมชาติของมนุษย์ ในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริง เมื่ออินทุอรตัดสินใจอยู่เมืองไทย อัษฎาจึงหาอาคารสามชั้นเล็กๆแห่งหนึ่ง บอกว่าเป็นของเพื่อน ให้ลูกๆใช้เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจตามถนัดของแต่ละคน โดยแบ่งชั้นล่างเป็นฟิตเนสของอันตรา ชั้นสองเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารของแสงฉาน และชั้นสามเป็นโรงเรียนสอนบัลเล่ต์ของอินทุอร

ในวันที่อินทุอรขึ้นไปดูชั้นสามที่จะเปิดเป็นโรงเรียนสอนบัลเล่ต์ เธอจึงรู้ว่า เพื่อนของพ่อคนนั้นคือภิสิตนั่นเอง

ภิสิตบอกอินทุอรว่าคุณพ่อเธอไม่ยอมให้ตนดูแลเธอห่างๆอีกแล้ว เซอร์ไพรส์ด้วยการขอแต่งงานกับเธอ

ในพิธีแต่งงาน ภิสิตได้เต้นรำกับอินทุอรในเพลงแห่งความหลังที่ฝังใจของกันและกัน อุรวสาส่งลูกสาวตัวน้อยให้บราลีแล้วออกไปเต้นรำกับแสงฉาน ส่วนเวศม์มาโค้งอันตราพาออกไปเต้นรำกัน

อุรวสากับแสงฉานคุยกันขณะเต้นรำ แสงฉานบอกว่าตนดีใจที่เรายังมีวันนี้ด้วยกัน

“ฉันเรียนรู้แล้วว่าชีวิตคู่มีแค่ความรักไม่พอ แต่ต้องเข้าใจซึ่งกันและกันด้วย”

“ผมกับคุณมาจากคนละที่ ย่อมมีโอกาสที่จะไม่เข้าใจกัน สำคัญที่เราต้องวางทิฐิแล้วพูดคุยกันด้วยหัวใจไม่ใช่สมอง”

“ถ้าคนนึงเป็นไฟ อีกคนต้องเป็นน้ำ ความรักของเราจะคงทนถาวร”

แม้อัษฎาจะมีความสุขที่เห็นลูกๆมีความสุขแต่ก็ยังอดหวงไม่ได้เมื่อเห็นทั้งลูกเขยและว่าที่ลูกเขยแสดงความรักกับลูกสาวก็ชักจะขุ่นมัวใจขึ้นมาอีก
อัษฎาตามหาลูกสาวทั้งสามไปเจอที่เต็นท์ในโรงรถ เข้าไปเร่งอินทุอรว่าจะถึงเวลาส่งตัวเจ้าสาวแล้วมัวทำอะไรอยู่

“เรามาทำการตกลงกันค่ะพ่อ ปีหน้าถ้าเจ้าอันแต่งงานกับเวศม์แล้ว เราสามคนก็จะมีลูกสาว แล้วเราก็จะสอนลูกของเรา” อุรวสาพูดขึ้นก่อน อันตราพูดต่อให้ว่า “เหมือนที่คุณพ่อสอนให้พวกเรารักกันเหมือนสามใบไม่เถา ที่ถึงจะไม่ใช่พ่อแม่เดียวกัน” อินทุอรตบท้ายว่า “แต่เราก็จะรักกันจนวันตาย”

“ความรักความเข้าใจในครอบครัว คือพื้นฐานสำคัญของชีวิต เราจะสามารถก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคทุกอย่างได้ก็เพราะความรักของคนในครอบครัว” อัษฎาสอนลูก บราลีเสริมว่า...

“พวกหนูต้องสร้างครอบครัวของเราให้อบอุ่นเพื่อเป็นเกราะคุ้มกันให้ลูกๆหลานๆ ทุกคนปลอดภัยและมีความสุข”

“เรารักคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” อุรวสาเอ่ย แล้วสามใบ ไม่เถาก็โผเข้ากอดอัษฎากับบราลี ทั้งสองกอดลูกไว้อย่างมีความสุข

นี่คือ...บ้าน...คือครอบครัว...บ้านที่แข็งแรง คือบ้านที่คนในครอบครัวรักและเข้าใจซึ่งกันและกัน....

ooooooo

–อวสาน–


ละครสามใบไม่เถา ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านสามใบไม่เถา ติดตามสามใบไม่เถา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย กฤษฎา พรเวโรจน์,รณิดา เตชสิทธิ์ 27 ธ.ค. 2557 07:19 2014-12-29T03:17:17+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ