ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไทรโศก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อ 19 ปีก่อน ตอนนั้นคุณหลวงฯยังเป็นคุณพระธีระรัตน์ ในคืนที่เยื้อนอุ้มทารกน้อยบานเย็นมาหาและอ้อนวอนให้คุณพระฯช่วยรับเลี้ยงดูลูกให้นั้น เมื่อคุณพระฯตกปากรับคำและเซ็นชื่อในสัญญาซื้อขายที่ดินยื่นคืนให้เยื้อนแล้ว เยื้อนบอกเพื่อนร่วมสาบานว่า

"นายเก็บไว้เถอะ นับตั้งแต่นี้ต่อไป ที่ดินสองพันกว่าไร่ ที่ไทรโศกเป็นของนายโดยชอบธรรมแล้ว"

"นอกจากกันจะเลี้ยงบานเย็นให้แล้ว กันสัญญาว่าจะช่วยวิ่งเต้นคดีให้นายเอง"

"กันไม่รบกวนนายถึงขั้นนั้นหรอก ขอแค่ข้อเดียว ขอให้นายเลี้ยงดูบานเย็นด้วยความรักและเมตตาเท่านั้น"

"กันสัญญา" คุณพระฯรับคำหนักแน่น

คุณหลวงฯเวลานี้ที่เป็นอัมพาต นอนฝันถึงอดีตเมื่อ 19 ปีก่อนเหมือนยังสดๆอยู่ในความทรงจำ พลันก็สะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆใบหน้าของเยื้อนที่เต็มไปด้วยเลือดก็หลอนขึ้นมาในความรู้สึก ตาจ้องเขม็ง

"กูมาทวงสัญญา..." เสียงเยื้อนเต็มไปด้วยความอาฆาต!

"อย่า!!"   คุณหลวงฯร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว   จนคุณหญิงและบานเย็นที่เฝ้าอยู่รีบผวาเข้าจับแขนเขย่าเรียกสติ คุณหญิงถามว่าฝันไปหรือ ใครมาทำอะไรคุณพี่ คุณหลวงฯพูดทั้งที่ยังตื่นกลัวว่า "สัญญา...ฉัน...เขามาทวงสัญญา...
ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ ฉันกลัว...กลัวแล้ว..."

คุณหลวงฯยังคงพร่ำเพ้ออย่างหวาดกลัวตัวสั่นจนต้องดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว เพราะไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้

กิติยืนมองสภาพของคุณหลวงฯผู้เป็นพ่อเซ็งๆ ในขณะที่บานเย็นมองด้วยความสงสารจับใจ ส่วนเพิ่มนิ่งอึ้ง น้ำท่วมปากพูดไม่ออก ทั้งๆที่รู้ว่า คุณหลวงฯเห็นใครและกลัวอะไร

ooooooo

กิติเบื่อหน่ายกับบ้านไทรโศก ที่ไร้แสงสีเสียงจนทนไม่ได้ บ่นกับคุณหญิงเสนอให้พาเจ้าคุณพ่อกลับไปรักษาตัวที่พระนครดีกว่า คุณหญิงได้แต่ถอนใจ ทำอะไรไม่ถูก เพราะคุณหลวงฯไม่ยอมไปจากที่นี่ ยืนยันขอตายที่ไทรโศก

เพิ่มนิ่งฟังเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เจ้าคุณพ่อขอไว้ว่าอย่าให้เรื่องในอดีตกับเยื้อนรู้ถึงหูคุณหญิงและกิติ ฟังสองแม่ลูกปรารภกันแล้ว ออกความเห็นว่า

"ผมเห็นด้วยครับคุณหญิง ว่าอาการเจ้าคุณพ่อไม่สู้ดีจริงๆ ผมว่าคุณหญิงกับคุณกิติน่าจะลองไปตามคุณหมอที่พระนครมาตรวจอาการเจ้าคุณพ่ออีกสักครั้ง"

กิติสนับสนุนทันทีว่าเราน่าจะกลับพระนครให้เร็วที่สุดพรุ่งนี้เลยยิ่งดี ขณะที่ปากพูดนั้นมือของกิติก็เลื้อยไป เก้าอี้ข้างๆที่บานเย็นนั่งอยู่ พลันก็จับมือหมับก่อนบานเย็นจะชักมือหนี บานเย็นตกใจหันมอง แต่พอสบตาวาวกระหายของกิติเธอก็ใจวาบ พยายามดึงมือกลับแต่สู้แรงกำยื้อไว้ของกิติไม่ได้

ooooooo

แม้จะตกใจหวาดหวิวกับการต้องมือชาย แต่ สัมผัสนั้นก็ทำให้บานเย็นในวัยสาวแรกรุ่นผะผ่าวทุกครั้งที่นึกถึง เธอไปนั่งเคลิ้มที่ใต้ต้นไทร จดจำได้นับแต่ครั้งแรกที่กิติกลับจากอังกฤษ ได้สบตาวาววามของเขา ถูกแอบลูบไล้เมื่อเข้าไปเสิร์ฟของหวาน จนกระทั่งถูกแอบกอดตอนล้างดอกแค...

บานเย็นเผลอยิ้มออกมาเขินๆอย่างชื่นบาน...

ที่ท้องนา...ใบ้ไปวางไซดักปลา มือวางไซแต่ใจคิดถึงแต่ดวงหน้างามหวานของบานเย็น คิดถึงเหตุการณ์ครั้งแรกที่พบกัน  เขาปกป้องเธอจากงูเห่าอย่างองอาจกล้าหาญ  เธอพูดด้วย ขอบคุณ แต่ใบ้ก็ได้แต่ยิ้มฟันขาวตาใสซื่อ จนกระทั่งมาดีใจอย่างที่สุดเมื่อได้เจอกันอีกครั้งที่กุฏิของท่านพระครูฯ

คิดแล้วใบ้ก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่อย่างมีความสุขที่ใต้ต้นไทร

ที่แท้ บานเย็นกับใบ้เพียงแต่อยู่กันคนละด้านของต้นไทรใหญ่เท่านั้น ทั้งคู่แหงนมองพระจันทร์ดวงเดียวกัน ยิ้มให้พระจันทร์อย่างอยู่ในภวังค์หวาน...

ผิดกันแต่เพียงว่า...

พระจันทร์ในดวงใจของใบ้ คือบานเย็น... แต่พระจันทร์ ของบานเย็นกลับเป็นใครอีกคนที่ไม่ใช่ใบ้...

ooooooo

หลังจากรับคำสั่งของเจ้าคุณฯแล้ว เพิ่มเดินทางไปหาคุณเจนที่สำนักงานทนายความ คุณเจนโทร.หาผู้ใหญ่ทั้งสองท่านนัดว่าจะไปรับหลวงนิติธรรมแล้วจึงแวะรับพระปรีชาเวทย์ ส่วนเวลาจะแจ้งอีกครั้ง

โทรศัพท์ติดต่อแล้ว คุณเจนหันมาบอกเพิ่มที่คอยคำตอบอยู่ว่า

"โชคดีเหลือเกินที่หลวงนิติธรรมและพระปรีชาเวทย์ ไม่ติดธุระใดๆ ตกลงเป็นอันว่าพรุ่งนี้เช้าเราเจอกัน"

"ผมจะให้คนเรือเอาเรือไปรับท่านตอนเจ็ดโมงเช้าที่ท่าน้ำในเมืองนะครับคุณเจน" เพิ่มบอก เมื่อคุณเจนพยักหน้า เพิ่มจึงลากลับด้วยความหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี

ooooooo

เพียงช่วงเวลาที่คุณหญิงพากิติเข้าพระนคร เพื่อหาหมอไปรักษาคุณหลวงฯที่ไทรโศกนั้น กิติก็ออก งานสังคมอย่างเริงร่าราวกับนกเข้าป่าปลาลงน้ำ

วันนี้กิติไปงานเลี้ยงรับรองของกรมโฆษณาการ งานนี้เขาได้พบปะนักธุรกิจใหญ่มากมาย  บางคนชวนว่าตำแหน่ง ที่ปรึกษาบริษัทนำเข้าน้ำมันว่างอยู่สนใจไหม กิติอ้างว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศขอเวลาพักผ่อนสักระยะก่อน

ส่วนอีกคนหนึ่งเสนอว่า ถ้าพักจนพอใจแล้วอยากร่วมงานก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ด้วยกันก็เชิญ กิติตอบอย่างไม่สนใจว่าขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน

ขณะนั้นเอง อุษาลูกสาวของอุไรเดินเข้ามากับท่านเจ้ากรมฯ ทุกสายตาหันมองในความสวย เปรี้ยวและเซ็กซี่ของเธอ  พวกผู้ชายวัยกระทิงเปลี่ยวมองกันตาเป็นมัน  และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือกิติ

อุษากรีดกรายเข้ามาทักทายผู้คนอย่างสาวเจนสังคม กิติมองอย่างหมายมาด ขอตัวกับบรรดานักธุรกิจเดินรี่ไปทางอุษา พอกิติเดินพ้นไปแล้ว นักธุรกิจอีกคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนั้นเอ่ยอย่างเย้ยหยันว่า

"โธ่เอ๊ย...ทำเป็นเล่นตัว ใครๆในอังกฤษเขารู้กันทั้งนั้นว่าไอ้หมอนี่มันไม่ได้จบอะไรมาสักอย่าง ดีแต่เต๊ะท่าอวดรวยกับพวกแหม่มสาวๆไปวันๆเท่านั้นเอง"

บรรดานักธุรกิจคนอื่นๆฟังแล้วต่างมองไปทางกิติด้วยความรู้สึกต่างๆกัน

ooooooo

กิติเข้าไปทักทายเจ้ากรมฯ แนะนำตัวเองว่า กิติ ธีระรัตน์  เพียงเท่านั้น  เจ้ากรมฯก็จำได้ว่าเป็นใครถามว่ากลับจากอังกฤษตั้งแต่เมื่อไร  กิติบอกว่า เมื่อเดือนที่แล้วแต่ต้องไปอยู่ดูแลเจ้าคุณพ่อที่ไทรโศกไม่ได้อยู่พระนคร เพิ่งมีโอกาสเข้ามาครั้งนี้เท่านั้น ทักทายกันอยู่ครู่หนึ่งเจ้ากรมฯจึงแนะนำว่า

"มัวแต่คุยเรื่องส่วนตัวเลยยังไม่ได้แนะนำ นี่คุณอุษา วรกุล นางงามของกรมโฆษณาการ นี่คุณอุไร คุณแม่ของเธอ"

กิติหันไปไหว้อุไร เจ้ากรมฯ จึงหันไปแนะนำแก่อุษาว่า

"นี่คุณกิติ ลูกชายคนเดียวของท่านเจ้าคุณและคุณหญิงธีระรัตน์"

"สวัสดีค่ะคุณกิติ" อุษายกมือไหว้อ่อนช้อยพูดเสียงหวานหยดย้อย

ทั้งกิติและอุษาต่างมองหน้ากันด้วยสายตาวาวเยี่ยงหนุ่มสาวเจนสังคม ที่มองแวบเดียวก็ทะลุถึงหัวใจกันแล้ว...

หลังเลิกงาน  กิติขับรถยนต์ยุโรปคันหรูไปส่งสองแม่ลูกที่บ้าน อุไรขอบคุณที่มาส่ง กิติพูดกรุยทางว่างานเลี้ยงคืนนี้ตนขอมารับอุษาไปด้วยกัน อุษาทำอิดออดพอเป็นพิธี แต่พอกิติบอกว่า

"ถ้าคุณอุษาไม่รังเกียจ ก็อนุญาตให้ผมมารับ นะครับ"

"ค่ะ"  อุษาตอบทันที  ทั้งสองนัดพบกันทุ่มตรง

จากนั้นกิติลากลับ

เพียงแค่รถของกิติคล้อยไปเท่านั้น อุไรก็โผเข้ากอดลูกสาวด้วยความลิงโลด พูดอย่างตื่นเต้นว่า

"คราวนี้เราได้สบายไปสิบชาติแน่ๆ ลูกเอ๊ย ใครๆก็รู้ว่าตระกูลธีระรัตน์มั่งคั่งขนาดไหน ปลาว่ายมาติดเบ็ดแล้วอย่าปล่อยให้หลุดมือไปได้นะลูก"

สองแม่ลูกต่างกระหยิ่มในเหยื่อรายใหญ่ อุษายิ้มอย่างมั่นใจในเสน่ห์ของตนที่จะมัดกิติได้อยู่หมัด

ooooooo

ที่บ้านไทรโศก  เจ้าคุณฯอาการทรุดลงมาก บานเย็นป้อนอะไรให้ก็อ้วกออกมาหมด เจ้าคุณฯท้อแท้ บอกกับบานเย็นว่ากินอะไรไปก็เท่านั้น อีกไม่กี่วันก็ตายแล้ว บาปกรรมที่พ่อทำมันย้อนมาสนองพ่อแล้ว

"บาปกรรมอะไรเจ้าคะ เย็นไม่เคยเห็นเจ้าคุณพ่อทำบาปกับใครเลย"

"พ่อเสียใจ พ่ออยากจะรักและดูแลลูกให้มากกว่านี้ แต่พ่อย้อนวันเวลากลับไปไม่ได้แล้วเย็นเอ๊ย ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วสำหรับพ่อ" พูดแล้วเจ้าคุณฯนอนตาลอยอย่างหมดอาลัย

บานเย็นน้ำตาเอ่อ ไม่รู้จะช่วยผู้มีพระคุณอย่างไรดี ในที่สุดไปไหว้พระประธานในโบสถ์

"ลูกรู้ว่าเจ้าคุณพ่อท่านทุกข์ทั้งกายและใจอย่างแสนสาหัส ลูกเองก็ทุกข์ใจไม่น้อยไปกว่าท่าน ทุกข์เพราะไม่รู้ว่าจะช่วยผู้มีพระคุณที่อุ้มชูเลี้ยงดูลูกมาอย่างไรได้ ลูกจึงมา กราบวิงวอนต่อหลวงพ่อ ขอได้โปรดขจัดปัดเป่าทุกข์ภัยไปจากเจ้าคุณพ่อของลูกด้วย หากต้องแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใด ลูกยอมแลกได้หมดสิ้นแม้แต่ชีวิต...ลูกก็แลกได้ ขอเพียงให้เจ้าคุณพ่อของลูกหายเป็นปกติดังเดิมเท่านั้น ขอท่านได้โปรดเมตตาเจ้าคุณพ่อของลูกด้วยนะเจ้าคะ"

ใบ้มาทำความสะอาด เช็ดถูอยู่ด้านหลังองค์พระประธาน แอบเห็นบานเย็นก้มกราบพระก็มองอย่างหลงใหล จนเมื่อ บานเย็นไหว้พระเสร็จเดินออกมา ใบ้ไปดักเอาดอกมะลิใส่กระทงใบตองให้

บานเย็นรับไว้ด้วยความดีใจ ขอบใจ บอกนายใบ้ที่ยืนยิ้มใสซื่อตรงหน้าว่า

"ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่ฉันชอบที่สุดเลย ขอบใจมากนะ ฉันจะเอากลับไปร้อยมาลัยถวายพระ ใบ้จะได้ได้บุญด้วยนะจ๊ะ"

ใบ้พยักหน้า ยิ้มปลื้มจนหุบไม่ลง

ooooooo

กลับถึงบ้าน บานเย็นนั่งร้อยมาลัยอย่างตั้งอก ตั้งใจ หูก็คอยฟังหวินกับเพิ่มคุยกันอยู่ข้างๆจับความได้ว่า คุณเจนจะมาไทรโศกพรุ่งนี้ หวินบ่นที่เพิ่ม เพิ่งบอกเกรงจะทำอะไรรับรองไม่ทัน

"ไม่ต้องหรอก คุณเจนกับพรรคพวกแวะมาคุยธุระกับเจ้าคุณพ่อไม่นานก็กลับ กลับก่อนที่คุณหญิงกับคุณกิติจะมาถึง"

หวินงงว่าทำไมไม่อยู่รอพบคุณหญิงก่อน เพิ่มย้ำว่า เรื่องนี้ นอกจากบานเย็นแล้วมีหวินคนเดียวที่รู้จักคุณเจน เลยต้องมากำชับว่า เจ้าคุณพ่อท่านสั่งเด็ดขาดไม่ให้ใครบอกคุณหญิงว่าคุณเจนมาพบท่านที่นี่

หวินเลยยิ่งงงว่าทำไมต้องมีลับลมคมในกัน เพิ่มลดเสียงลงบอกตรงๆว่าท่านจะทำพินัยกรรม รู้แล้วให้เหยียบไว้ตรงนี้เลย

หวินร้องพุทโธ่ถามว่าเรื่องสมบัติเจ้านายตนจะไปแส่ทำไม ที่อยากรู้น่ะคือใครจะได้เป็นภรรยาคุณกิติต่างหาก พูดเองเออเองว่า

"แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นคนมีบุญวาสนาสุดๆ ที่จู่ๆชีวิตก็จมอยู่กับกองเงินกองทอง เพราะอย่างไรเสีย สมบัติทุกอย่างของท่านเจ้าคุณก็ต้องตกเป็นของคุณกิติอยู่แล้ว ว่าไหมพี่เพิ่ม"

เพิ่มตอบไม่ออก เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร แอบคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับบานเย็นเลย ส่วนบานเย็นร้อยมาลัยมะลิไปก็แอบเขินไป ใจก็คิดถึงแต่ท่าทีที่กิติมีต่อตนนับแต่แรกพบจนวันที่ถูกแอบกอด...นัยน์ตาสาวน้อยเต็มไปด้วยประกายแห่งความฝัน

ooooooo

คืนนี้ กิติไปรับอุษามางาน ทั้งคู่เต้นรำกันเพลงแล้วเพลงเล่า อุษาอยู่ในวงแขนของกิติอย่างมีความสุข ในขณะที่กิติก็เฝ้ามองดวงหน้าหญิงสาวราวกับจะกลืนกิน ชมแล้วชมเล่าว่าคืนนี้เธอสวยเซ็กซี่เหลือเกิน ทั้งคู่สนทนากันด้วยคำพูดที่แฝงนัยยะประสาหนุ่มสาว เกลียวสัมพันธ์กระชับใจรวดเร็ว

กิติและอุษาดื่มด่ำกับความสุขอยู่จนดึก เมื่อส่งอุษาและกลับถึงบ้าน กิติก็ถูกคุณหญิงต่อว่าที่ไม่ใส่ใจช่วยหาหมอไปรักษาเจ้าคุณพ่อ แต่กลับไปสังสรรค์กับเพื่อนเสียดึกดื่น

กิติคร่ำครวญว่าตนกลับมาเมืองไทยยังไม่เคยไปเที่ยวไหนเลย  ต้องหมกตัวอยู่กับเจ้าคุณพ่อที่ไทรโศกเป็นเดือนๆ ซ้ำยังพูดเชิงตัดพ้อว่า

"ในเมื่อเจ้าคุณพ่อป่วยไม่สามารถจัดงานเลี้ยงต้อนรับผมได้ ผมก็ต้องอาศัยไปเปิดตัวตามงานต่างๆอย่างนี้แหละครับ"

พูดแล้วเห็นคุณหญิงค้อนๆ จึงเข้าไปคลุก กอดอ้อนประจบว่า

"ที่ทำอย่างนี้เพราะผมอยากไปทำความรู้จักกับพวกผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไว้  ท่านจะได้เมตตาให้ผมได้ทำงานในตำแหน่งดีๆ ผมจะได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้ธีระรัตน์ ต่อไปอย่างไรครับคุณแม่"

ฟังลูกชายอ้อนแล้วคุณหญิงหายขุ่นมัวเป็นปลิดทิ้งมองลูกชายทั้งปลื้มทั้งภูมิใจ

ส่วนอุษาพอกลับถึงบ้านก็ถูกอุไรผู้เป็นแม่ถามความคืบหน้ากับกิติ ใจลุ้นอยากรู้ว่าหลังออกจากงานแล้วพากันไปไหน อุษารู้ใจแม่พูดอย่างไว้เชิงว่า ตนไม่ทำให้กิติคิดว่าเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น  แต่หากจะตัดสินใจทำอะไรมากกว่านี้ก็ต้องแน่ใจว่า เขาหลงตนจนโงหัวไม่ขึ้นจริงๆ

"กว่าจะแน่ใจ ผู้หญิงอื่นก็ได้คว้าคุณกิติไปครองก่อนพอดี ไม่เห็นหรือว่าในงานเลี้ยงเมื่อวานน่ะ พวกลูกท่านหลานเธอพากันจ้องจะจับคุณกิติทั้งนั้น"

อุษาหัวเราะอย่างอวดดี บอกแม่ว่าพวกนั้นก็ได้ แค่จ้องเท่านั้น แต่คนที่จะจับกิติได้อยู่หมัดมีตนคนเดียว อุไรฟังแล้วยิ้มปลื้มแต่เตือนสติลูกสาวว่า

"ทำย่ามใจไป จะทำอะไรก็รีบทำเข้า อย่าลืมว่าหนี้ที่เราติดคุณนายสายสมรน่ะหลายแสนนะ    ไหนจะบ้านหลังนี้อีก อย่ารอจนมันหลุดจำนองไม่มีที่ซุกหัวนอนล่ะ"

อุษายิ้มอย่างลำพองใจว่า คนอย่างตนไม่มีวันปล่อยให้ถึงวันนั้นเด็ดขาด

ooooooo

ที่บ้านไทรโศก หลังจากบานเย็นเช็ดตัวให้ เจ้าคุณฯและท่านหลับไปแล้ว  หวินเดินด้อมๆมองๆเข้าไปปรึกษาบานเย็นว่า

"หนูเย็น พี่มีเรื่องจะรบกวนหน่อย คือตอนบ่ายพี่จะต้องออกไปรับเจ้าดำกลับมาเลี้ยงเอง"

เจ้าดำคือลูกชายของหวินที่ฝากป้าเลี้ยงไว้ แต่เวลานี้ป้าตายแล้วจึงต้องไปรับกลับมาเลี้ยง นัดไปรับเจ้าดำที่อำเภอ เกรงจะกลับมาซื้อและทำกับข้าวให้คุณหญิงกับกิติไม่ทัน จึงวานบานเย็นให้เป็นธุระให้ด้วย

"ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวเย็นจัดการให้เอง พี่หวินไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ"

รับปากหวินแล้ว  บานเย็นก็เริ่มคิดที่จะทำอะไรให้คุณหญิงกับกิติทานในวันนี้

เวลาเดียวกัน   คุณหญิงกับกิติยังอยู่ที่พระนคร   กิติพาอุษาไปแนะนำแก่คุณหญิงที่บ้าน อุษาชมไม่ขาดปากว่าคุณหญิงตัวจริงงามสง่ากว่าในภาพถ่ายจากงานสังคมมาก จนคุณหญิงยิ้มปลื้มชวนรับประทานอาหารด้วยกัน แต่กิติขัดขึ้นว่าไม่ต้อง เพราะตนจะไปรับประทานอาหารกับอุษาที่ภัตตาคารและดูหนังกันสักรอบ

คุณหญิงร้องอ้าว   ถามว่าแล้วเรื่องต้องกลับไป

ไทรโศกเที่ยงนี้จะว่าอย่างไร

กิติขอไม่กลับเพราะอยู่มาเป็นเดือนเบื่อจะแย่อยู่แล้ว มีแต่เสียงกบเสียงเขียด คุณหญิงยืนกรานต้องพาหมอกลับไปรักษาเจ้าคุณพ่อ เมื่อกิติไม่ยอมกลับคุณหญิงโกรธแทบจะกรี๊ด อุษาได้โอกาสทำตัวเป็นคนดีหว่านล้อมว่า

"อุษาว่าน่าสนใจออกนะคะคุณกิติ อุษาอยู่ในพระนครตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยได้ไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ

อย่างนั้นสักครั้ง ชาตินี้จะมีโอกาสบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้"

กิติฝันถึงฉากรักกลางท้องทุ่งทันที  เปลี่ยนใจบอกคุณหญิงว่าตนจะกลับไทรโศกก็ต่อเมื่อมีอุษาไปด้วย คุณหญิงฟังแล้วถอนใจกับคำขาดของลูกชาย

เมื่อเป็นดังนี้คุณหญิงจึงพากิติไปขออนุญาตกับอุไรที่บ้าน อุไรทำอิดออดพอเป็นพิธี กิติหว่านล้อมรับรองว่าจะดูแลอุษาอย่างดี กอปรกับคุณหญิงเร่งว่าจวนได้เวลานัดคุณหมอแล้วพลางดึงแขนกิติขึ้นมา อุไรจึงรีบบอกว่าเห็นแก่คุณหญิงที่เป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ จะอนุญาตให้อุษาไปด้วยสักครั้ง พูดแล้วเร่งให้อุษารีบขึ้นไปเตรียมเสื้อผ้าเดี๋ยวคุณหญิงจะรอนาน

กิติดีใจจนออกนอกหน้า อุไรเก็บอาการดีใจไว้ทำเป็นฝากกิติกับคุณหญิงให้ช่วยดูแลอุษาด้วย  คุณหญิงยิ้มบางๆอย่างไว้ตัว

ooooooo

ที่ตลาดแบกับดินในไทรโศก วันนี้ใบ้ไปขอซื้อยาคลายเส้นกับยายม้วนเจ้าประจำ แต่พอเอาเงินจ่ายให้ยายม้วน เสี่ยใช้เจ้าของตลาดกลับยื่นมือมารับแทน ซ้ำบอกยายม้วนว่ายังไม่พอค่าเช่าที่ ยายม้วนอ้อนวอนขอผลัดไปก่อนเพราะวันนี้เพิ่งขายได้สิบสตางค์เอง

เสี่ยใช้ไม่ยอมจะเอาให้ได้ ซ้ำลูกน้องที่มาด้วยยังคว่ำกระจาดยายม้วนด้วย  ใบ้ทนดูไม่ได้ตรงไปกระชากลูกน้องเสี่ยใช้ชกคว่ำ  แต่สุดท้ายถูกเสี่ยใช้เตะกระเด็นแล้วลูกน้องสองคนก็ช่วยกันลากใบ้ไปซ้อม  พวกพ่อค้าแม่ขายในตลาดพากันมุงดูอย่างสมเพช

เป็นเวลาที่บานเย็นไปหาซื้อของเพื่อนำมาทำอาหารตามที่รับปากหวินไว้ ถามคนในตลาดว่าเสียงเอะอะอะไรกัน พ่อค้าคนหนึ่งพูดดังๆว่า "ไอ้เสี่ยใช้มันพากันรุมอัดใครอีกแล้ว" แม่ค้าปลาบอกว่า  "จะใคร  ก็คนที่ไม่มีเงินส่งค่าแผงให้มันนั่นแหละ"

บานเย็นชะเง้อมองตามแม่ค้าไป

ใบ้ถูกลูกน้องเสี่ยใช้รุมสกรัมทั้งเตะทั้งต่อย เสี่ยใช้ยังเอาท่อนไม้หน้าสามฟาดหลังฟาดหัวจนใบ้คิ้วแตกเลือดอาบอีก ใบ้เซถลาไปฟุบที่แทบเท้าบานเย็นพอดี

บานเย็นตกใจขอร้องอย่าทำกันถึงตายเลย   คนไทรโศกด้วยกันแท้ๆ เสี่ยใช้ไม่สนใจ แต่พอแม่ค้าคนหนึ่งบอกว่าบานเย็นเป็นลูกหลานท่านเจ้าคุณธีระรัตน์เจ้าของไทรโศก   อีกคนขู่ว่าขืนพูดจาไม่ดีกับเธอระวังเพิ่มจะไม่ขายข้าวให้โรงสีของเสี่ยได้ผล เสี่ยใช้หยุดและสั่งลูกน้องกลับทันที บานเย็นเข้าไปดูใบ้เห็นคิ้วแตกเลือดอาบหน้า ถามยายม้วนที่วิ่งมาดูว่าไปมีเรื่องอะไรกับเขา

"ไอ้พวกนั้นมันมาทวงหนี้แล้วทำข้าวของยายเสียหาย ใบ้มันก็เลยช่วยยายจนถูกพวกมันรุมซ้อม โธ่...เอ็งไม่น่าต้องมาเจ็บตัวเพราะยายเลยใบ้เอ๊ย...ดูสิเลือดตกยางออกอย่างนี้ ใครจะพาไปทำแผลหาหยูกยาให้ เวรกรรมจริงจริ๊ง"

ฟังยายม้วนแล้ว บานเย็นบอกว่าตนจะช่วยนายใบ้เอง จากนั้นพานายใบ้กลับไปที่กระต๊อบท้ายวัดไทรโศก จัดแจงทำแผลให้ โดยไม่รู้ตัวว่าความใกล้ชิดทำให้ใบ้แทบลืมความเจ็บปวดของตัวเอง

พอทำแผลเสร็จ   ใบ้ถึงกับก้มกราบด้วยความ

ซาบซึ้งใจ ทำเอาบานเย็นกระเถิบหนีแทบไม่ทัน พอนึกได้ว่าต้องกลับไปทำอาหารก็ตกใจ  คว้าตะกร้าอาหารได้ก็วิ่งอ้าวกลับไป ใบ้มองตามอย่างซาบซึ้งใจ หันกลับมาอีกทีจึงเห็นผ้าเช็ดหน้าของบานเย็นที่ลืมทิ้งไว้

ooooooo

เพิ่มพาคุณเจน  หลวงนิติธรรม และพระปรีชา-เวทย์มาถึงแล้ว เจ้าคุณฯดีใจมาก ขอบอกขอบใจที่ทุกคนมาตามคำขอ คุณเจนถามว่าเจ้าคุณฯเป็นอย่างไรบ้าง

"สังขารก็ร่วงโรยไปตามเวลา เว้นแต่สติสัมปชัญญะเท่านั้นที่ยังครบถ้วนสมบูรณ์"

ทุกคนมองเจ้าคุณฯอย่างเชื่อตามคำบอกของท่าน

จนเวลาผ่านไป เมื่อเพิ่มพาแขกผู้มาเยือนทั้งสามออกจากห้องเจ้าคุณฯ หวินก็วิ่งหน้าตาตื่นมาลากเพิ่มไปบอกว่า คุณหญิงกับกิติมาถึงแล้ว ถามว่าจะทำอย่างไรดี

เพิ่มตกใจที่คุณหญิงกลับมาเร็วกว่าปกติ พอรู้ว่าคุณหญิงกำลังจะขึ้นบ้านแล้ว เพิ่มก็สั่งหวินว่า

"เอ็งพาพวกคุณเจนไปขึ้นเรือที่ท่าหลังบ้านนะ รีบไปเดี๋ยวนี้เลย" แล้วหันมาบอกพวกคุณเจนเพื่อไม่ให้ ผิดสังเกตว่า "หวินมันมาบอกว่า เอ่อ...น้ำที่ท่าหน้าบ้านลดลงผิดปกติ กลัวจะเอาเรือออกยาก เพราะฉะนั้นผมขอเชิญทุกท่านไปลงเรือที่ท่าหลังบ้านจะสะดวกกว่าครับ"

พอหวินพาพวกคุณเจนพ้นไปเท่านั้น คุณหญิงก็มาถึง ถามเพิ่มว่าใครมาหรือเห็นเรือจอดเทียบที่ท่า เพิ่มตั้งหลักแทบไม่ทัน แต่ก็ปดพอเอาตัวรอดได้ว่า

"เรือบ้านเราเองครับ ผมให้คนงานจูงมาดูว่ามีตรงไหนรั่วบ้างรึเปล่า ไม่มีใครมาหรอกครับ"

คุณหญิงไม่ติดใจสงสัย รีบเชิญคุณหมอขึ้นเรือน มีกิติกับอุษาเดินตามไปติดๆ

เพิ่มมองตามปาดเหงื่อที่หน้า ถอนใจเฮือกอย่างโล่งอกที่รอดตัวไปได้หวุดหวิด

คุณหญิงพาหมอตรงไปที่ห้องของเจ้าคุณฯ เปิดประตูเข้าไป เจ้าคุณฯได้ยินเสียงเปิดประตูก็ถามทั้งที่ยังหลับตาว่ายังไม่ไปกันอีกหรือ เดี๋ยวคุณหญิงก็ได้กลับมาหรอก

"ดิฉันอยู่นี่แล้วค่ะ คุณพี่ใช้ให้เจ้าเพิ่มไปไหนหรือคะ" คุณหญิงนำหมอเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงสงสัยว่าใช้ให้เพิ่มไปทำอะไร คุณหลวงลืมตาขึ้น ตอบด้วยน้ำเสียงปกติว่าไม่มีอะไรหรอก แล้วเฉไฉทักหมอ คุณหญิงบอกว่าไปตามหมอมาตรวจอาการ กิติรีบแทรกขึ้นว่า

"นี่คุณอุษา วรกุล เพื่อนสนิทของผมครับ"

อุษารีบคลานเข้าไปกราบเจ้าคุณฯ ตีสนิทเนียนๆ เอ่ยอ่อนหวานกระชดกระช้อย

"อุษามาเยี่ยมเจ้าคุณพ่อค่ะ"

เจ้าคุณฯยิ้มๆ ตามสมควร ส่วนคุณหญิงหางตาขวางๆ กับท่าทีฉอเลาะจนน่าหมั่นไส้นั้น

ooooooo

หลังจากหมอตรวจอาการแล้วแจ้งแก่คุณหญิงว่า สภาพร่างกายท่านไม่น่าเป็นห่วงเท่าสภาพจิตใจ ถ้าท่านมีกำลังใจดีก็จะรับอาหารได้เยอะ ซึ่งก็จะทำให้แข็งแรงจนอาจจะทำกายภาพบำบัดได้

"หมายความว่าท่านจะมีโอกาสหายได้ใช่ไหมคะ" คุณหญิงยิ้มอย่างดีใจ

"เรื่องหายขาดจากโรคคงเป็นไปไม่ได้ แต่อาจจะทุเลาลง ที่สำคัญที่สุดคือต้องระวังไม่ให้ท่านได้รับความกระทบกระเทือนใจ เพราะอาจจะทำให้ท่านช็อกจนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้" หมอแนะนำ

"ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตพาอุษาไปชมที่นาของเรานะครับ" กิติแทรกขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อนกับอาการป่วยของเจ้าคุณพ่อ ใจจดจ่อแต่จะพาอุษาไปที่ทุ่งนา ว่าแล้วก็คว้าแขนเธอไปทันที

คุณหญิงมองตามกิติไปอย่างอารมณ์ขุ่นมัว

หลังจากรับหน้าคุณหญิงแล้ว เพิ่มรีบไปที่ครัวถามหวินว่าคุณหญิงให้มาดูว่าเย็นนี้มีอะไรกินบ้าง ดูดีพอที่จะใช้รับรองอุษาเพื่อนของกิติได้หรือเปล่า

หวินกระวนกระวายใจเพราะบานเย็นไปซื้อกับข้าวที่ตลาดยังไม่กลับมา เพิ่มพลอยร้อนใจไปด้วย

ooooooo

กิติพาอุษาไปชมที่นาไทรโศกอวดความร่ำรวยของตระกูลธีระรัตน์   ฉวยโอกาสโอบหญิงสาวทำทีชี้ชวนชมทุ่ง

อุษาตื่นเต้นกับทุ่งนาสุดลูกหูลูกตานั้น ยิ่งเมื่อกิติบอกว่านั่นแค่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนแยกไปทางบ้านไทรโศกเลยไปจนสุดคุ้งน้ำ ทั้งหมดสองพันกว่าไร่

"สองพันกว่าไร่" อุษาตาลุกวาว

"ครับ ธีระรัตน์อาจไม่ได้มีที่นามากที่สุดในประเทศนี้ แต่คุณเชื่อไหมครับว่า ที่นาของธีระรัตน์ทำเงินได้มากกว่าใครในประเทศ เจ้าคุณพ่อท่านบอกว่าที่ดินเราตั้งอยู่ในทำเลที่มีธาตุอาหารสมบูรณ์ที่สุด เราจึงผลิตข้าวต่อไร่ได้มากที่สุดและทำกำไรต่อปีได้มากที่สุดด้วย"

อุษาตาวาวหูผึ่งกับทรัพย์สินมหาศาลและรายได้มหึมาที่กิติคุยอวดอย่างภูมิใจ

ooooooo

บานเย็นยังกลับไม่ถึงบ้าน หวินร้อนใจเมื่อเห็นคุณหญิงเข้ามานั่งที่โต๊ะแล้ว จึงเอาขนมถ้วยไปเสิร์ฟก่อน ถูกคุณหญิงเอ็ดว่าอาหารเย็นยังไม่มาทำไมเอาของว่างมาเสิร์ฟ หวินตกใจพูดติดอ่างว่ายังไม่เสร็จ

ระหว่างหวินรับหน้าคุณหญิงอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนนั่นเอง บานเย็นก็ถือตะกร้าอาหารวิ่งเข้ามา หวินรีบไปทำอาหารกันมือเป็นระวิง จนเมื่อเสร็จก็เอาไปเสิร์ฟ คุณหญิงยังถามอีกว่าทำไมอาหารถึงเสร็จช้า

บานเย็นจำต้องบอกว่าเป็นความผิดของตนเอง ตนเห็นคนรู้จักโดนทำร้ายเลยไปช่วยทำแผลให้ บานเย็นพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกคุณหญิงใช้พัดตบหน้าเต็มแรง สั่งเสียงดุดัน

"ก่อนจะสาระแนไปช่วยใคร รู้จักเอาตัวเองให้รอดก่อน จะได้ไม่ต้องโดนตบเหมือนเดี๋ยวนี้ ไปตามคุณกิติมารับประทานข้าว เธอเดินเล่นอยู่ที่นาโน่น ไปสิ!!"

บานเย็นเดินนํ้าตาคลอออกไป คุณหญิงก็สั่งหวิน "ตักข้าวได้แล้วนังหวิน"

หวินตกใจรีบจัดจาน 3 ที่แล้วตักข้าวมือไม้สั่น

ooooooo

บานเย็นเดินออกจากห้องอาหาร เช็ดนํ้าตาที่แก้มจนแห้ง ขณะเดินผ่านกรอบรูปของครอบครัวธีระรัตน์ เธอแอบดูเงาสะท้อนตัวเองในกระจก จัดแต่งทรงผมให้เข้าที่ เดินต่อมาจนเห็นรูปของกิติถ่ายที่อังกฤษ ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม บานเย็นมองเขินๆราวกับเขายิ้มให้ตัวเอง แล้วเดินผละไปด้วยหัวใจอิ่มเอิบ

เดินตามคันนามาเจอต้นรักออกดอกเต็มต้น บานเย็นเอื้อมเด็ดดอกรักยิ้มให้กับชื่อดอกไม้ที่หวานจับใจ เดินต่อไปราวกับล่องลอยอยู่ในความฝัน...

ที่ทุ่งนาไทรโศก...กิติตระกองกอดอุษายืนดูพระอาทิตย์ กำลังลับขอบฟ้า อุษาทำทีหลงใหลธรรมชาติที่สวยงาม กิติจ้องมองหน้าแล้วก้มลงจะจูบ อุษาทำจริตตกใจบอกว่ารีบกลับกันดีกว่าเดี๋ยวคุณหญิงจะเป็นห่วง พลางพลิ้วตัวจากอ้อมแขนชายหนุ่มเดินสะอิ้งผละไป

เหมือนลีลายั่วยวนชวนให้ตาม กิติมองตามร่างเย้ายวนของอุษาไปอย่างหมายมาดที่จะได้โลมไล้ ทำเสียงอ้อนบอกให้รอด้วย อุษาบิดร่างหันมองหยุดรอ กิติวิ่งตามมาแล้วจู่โจมเข้ากอดเต็มตัว

ลีลาเย้ายวนกับอารมณ์คึกคะนองกลัดมันของชายหนุ่มผสานกันกลมกลึง เมื่อกิติโผเข้ากอดอุษาก็ทำทีเสียหลักล้มกลิ้งลงไปในผืนนา

บานเย็นเดินเริงร่ามากับดอกรักในมือ พลันอารมณ์ก็ดับวูบเมื่อเห็นกิติกำลังก้มจูบอุษาอย่างดูดดื่ม อารามตกใจ บานเย็นถอยไปสองสามก้าวเท้าเหยียบอะไรบางอย่างเกิดเสียงดัง ทำให้บทรักอันแสนเร่าร้อนของหนุ่มสาวชะงักกึก

อุษาลืมตาเห็นบานเย็นยืนอยู่ที่คันนาก็อุทานอย่างตกใจ กิติมองตามพลันก็ลุกพรวดตะคอกถามบานเย็นอย่างอารมณ์เสียว่า มาวุ่นวายอะไรแถวนี้ บานเย็นตั้งสติก่อนตอบเสียงสั่นน้อยๆว่า

"เย็น...เอ่อ...ขอประทานโทษค่ะ เย็นไม่ได้ตั้งใจเข้ามารบกวน แต่...คุณหญิงท่านให้มาเรียนเชิญคุณกิติไปรับประทานข้าวค่ะ"

กิติลุกขึ้นอย่างหงุดหงิดหัวเสีย   แต่อุษางุ่นง่านยิ่งกว่า เพียงแต่เก็บกลั้นอย่างไว้เชิง...

ooooooo

ใบ้อยู่ที่กระต๊อบท้ายวัดไทรโศก กำลังป้อนยาให้ยายอ่อนอย่างตั้งอกตั้งใจ  เผลอๆก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมาจนยายอ่อนถามว่าเป็นอะไร หรือมีความสุขกับการถูกพวกเสี่ยใช้เตะต่อย

ใบ้มองหน้ายายอ่อนแล้วร้องเพลงออกมาฟังไม่เป็นภาษา แต่สีหน้าเต็มไปด้วยความสุขราวกับเป็นเพลงที่เพราะที่สุดในชีวิต

จากนั้นใบ้ก็เอาผ้าเช็ดหน้าของบานเย็นที่เปื้อนเลือดตนผืนนั้นไปซักในกะละมัง ซักเบามืออย่างทะนุถนอม มีความสุข ยายอ่อนชำเลืองดูหลานชายแล้วพึมพำขำๆ

"ไอ้นี่ท่ามันจะบ้า"

ใบ้ไม่ได้ยิน ยังคงบรรจงซักผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยนั้นอย่างกรึ่มใจ...

ooooooo

บานเย็นกลับมารับใช้ที่โต๊ะอาหารด้วยหัวใจที่เจ็บร้าว ว้าวุ่น จนบางครั้งควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ รินนํ้าหกใส่อุษาที่กิติกำลังพะเน้าพะนอเต็มที่ บานเย็นถูกคุณหญิงใช้พัดฟาดอย่างแรงตวาดใส่

"ซุ่มซ่ามอีกแล้วนังนี่ รีบขอโทษคุณอุษาเธอสิ" เมื่อบานเย็นยกมือไหว้ขอโทษ คุณหญิงพูดกับอุษาอย่างเอาใจว่า "อย่าถือสาเลยนะหนูอุษา แม่คนนี้มันมือห่างตีนห่างอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เหมือนแม่มันนั่นแหละ หยิบโหย่งทำอะไรไม่เป็น ไม่ได้เรื่องสักอย่าง!!"

บานเย็นก้มหน้างุดนํ้าตาคลอ ทั้งอาย ทั้งเจ็บ ทั้งปวด ทั้งคับแค้นที่ถูกด่าไปถึงแม่

ตกกลางคืน ใต้ต้นไทรใหญ่จึงเป็นที่ที่บานเย็นมานั่งระทมทุกข์ คิดเตือนสติตัวเองว่า

"คิดใฝ่สูงจนเกินศักดิ์ ช่างไม่รู้จักชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้างว่าเขาเป็นใคร แล้วเอ็งเป็นใคร เอ็งมันก็แค่นังเย็น จำใส่ใจไว้บ้างสิ..."

บานเย็นตั้งสติ เตือนใจตัวเอง แล้วหิ้วตะเกียงจะกลับที่พัก พลันก็สะดุ้งเมื่อหันมาเจอใบ้ยืนยิ้มฟันขาวอยู่ตรงหน้า เธอตกใจต่อว่าเล็กน้อยแล้วถามว่ามีธุระอะไรหรือถึงมาเสียคํ่ามืดดึกดื่น

ใบ้ยิ้มเต็มหน้าพลางส่งผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นให้ ทำท่าบอกให้รู้ว่าซักมาเรียบร้อยแล้ว บานเย็นดูผ้าเช็ดหน้าแล้วจำได้ว่าเป็นของตัวเอง บ่นตัวเองว่าเผลอไปทิ้งไว้ที่บ้านใบหรือ ขอบใจพลางรับผ้าเช็ดหน้าไว้ ใบ้ยิ้มหน้าบาน

"แผลที่คิ้วล่ะเป็นยังไงบ้าง ปวดระบมตรงไหนรึเปล่า" ถามแล้วเห็นใบ้ส่ายหน้าดิก ทำท่าแข็งแรงยืดอกโชว์ บานเย็นยิ้มชมว่า "ดีแล้วล่ะ อย่าลืมกินยาแล้วก็นอนพักให้มากๆก็แล้วกัน ฉันกลับขึ้นเรือนก่อนล่ะ"

บานเย็นยิ้มให้ใบ้อย่างจริงใจชื่นชมก่อนเดินจากไป ใบ้ยังยืนยิ้มอย่างชุ่มชื่นหัวใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

บานเย็นถือตะเกียงเดินกลับมาถึงบริเวณมุมบ้าน พลันก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียงกุกกัก คิดว่าต้องเป็นขโมยขึ้นบ้านแน่ เธอวางตะเกียง หยิบร่มจากที่วางขึ้นมาเตรียมพร้อม ค่อยๆย่องไปหมายพิชิตโจร

แต่แล้วบานเย็นแทบหัวใจหยุดเต้นเมื่อเห็นเงาหญิงชายกำลังเริงรักกันอย่างเมามัน เห็นแค่เพียงเงาบานเย็นก็รู้แล้วว่าเป็นใคร เธอยืนใจสั่นหวิว หันหลังจะผละไป แต่เท้าสะดุดที่ใส่ร่มล้มโครม

เงาที่ฝาผละจากกันอย่างตกใจ กิติตะคอกถามว่าใคร บานเย็นตกใจจะรีบหนีแต่เจอกิติกับอุษาโผล่มาถึงตัวแล้ว เธอถูกกิติด่าอย่างหัวเสียยิ่งกว่าเมื่อตอนเย็น หาว่ามาคอยจับผิดไปรายงานคุณหญิงแม่ ถ้าตนรู้จะไม่ปล่อยไว้แน่ แล้วไล่จะไปไหนก็ไป บานเย็นรีบผละไปใจหายใจควํ่า

อุษาทำทีตกใจกลัวว่าจะถูกคุณหญิงตำหนิ ถ้าคุณหญิงรู้เรื่องตนก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน กิติปลอบว่าบานเย็นไม่กล้าฟ้องคุณหญิงแม่แน่ๆ อุษาเลยทำท่าอ้อยส้อยจะขอกลับห้องนอน กิติถามตาเป็นมันว่า

"ห้องนอนคุณกับห้องนอนผมมันก็ห้องเดียวกันนั่นแหละ" พลางก็อุ้มเธอเดินตัวปลิวกลับห้องนอน อุษาทำจริตดิ้นกระแด่วพอเป็นพิธี แต่พอกิติอุ้มเข้าห้อง เสียงร้องอย่างมีจริตก็แผ่วหายกลายเป็นเสียงหัวเราะระริก

บานเย็นยืนนิ่งเหมือนหุ่น นํ้าตาคลออยู่ในความมืด...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:05 น.