ข่าว

วิดีโอ



ไทรโศก

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

อู๊ด เชษฐ์ และคนงานอีก 3 คน ขับรถมาจอดพรืดที่ลานจอดรถบ้านไทรโศก เขากระโดดลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว มองไปเห็นไฟกำลังลามเลียตัวบ้านอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งอ้าวไปทันที

ที่ใต้ถุนบ้าน ใบ้ บานเย็น ดำ และหวินถูกมัดอยู่กับเสาบ้าน กำลังพยายามดิ้นรนช่วยตัวเองกันสุดชีวิต

ทนต์วิ่งนำสมุนลงบันไดมา ไอ้เขียวถามว่า "เก็บมันเลยไหมพี่ทนต์" ทำให้ใบ้หันขวับมองตาเขียวปั้ด เมื่อรู้ว่าโจรไอ้โม่งที่มาปล้นคือทนต์!

ทนต์ตะโกนบอกสมุนว่าไม่ต้องเก็บ แต่ให้รีบไป แล้วมันก็วิ่งนำสมุนไปทางด้านหลังบ้าน

อู๊ดเพิ่งวิ่งมาถึง เขาตะโกนให้เชษฐ์รีบแก้มัดให้ทุกคนที่ใต้ถุนเรือนและให้เอาน้ำมาดับไฟ ส่วนตัวเขาเองรีบเข้าไปแก้มัดให้บานเย็นซึ่งอยู่ใกล้กว่าเพื่อน ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

บานเย็นละล่ำละลักบอกว่าโจรมันปล้นและเผาบ้านเรา อู๊ดถามว่าแล้วคุณย่าอยู่ไหน

"อยู่ข้างบน คุณอู๊ดรีบขึ้นไปเถอะค่ะ"

อู๊ดผละจากบานเย็นวิ่งพรวดๆขึ้นข้างบน ส่วนเชษฐ์ แก้มัดให้ใบ้ และลูกน้องอีกสองคนช่วยกันแก้มัดให้ดำกับหวิน

ที่ห้องคุณหญิง  ควันไฟคลุ้งตลบไปทั้งห้อง  อุษากับคุณหญิงต่างรู้สึกตัวสำลักควันไฟไอกันโขลกเขลก อุษาพยายามเดินโซเซไปที่ประตู ถูกคุณหญิงดึงขาไว้จนอุษาหน้าคะมำ ครั้นคุณหญิงพยายามลุกไปที่ประตูก็ถูกอุษาจิกผมกระชากเหวี่ยงไปกระแทกที่ขาเตียง

คุณหญิงทรุดอยู่ข้างเตียงเห็นแจกันทองเหลืองกลิ้งอยู่ใต้เตียง พยายามคว้ามาได้ ก็ขว้างใส่กลางหลังอุษาสุดแรงแล้วพยายามตะเกียกตะกายไปที่ประตูรีบออกไป

คุณหญิงถูกอุษารั้งขาไว้ แต่อุษาต้องปล่อยมือร้องลั่นเมื่อถูกคุณหญิงปิดประตูหนีบมืออย่างแรง พออุษาปล่อยมือและคุณหญิงปิดประตูได้ก็สับตะขอเกี่ยวหน้าห้องก่อนที่ตัวเองจะล้มพับไป

"คุณย่า..." อู๊ดวิ่งมาถึงหน้าห้องพอดี เขารีบเข้าประคองคุณหญิงพาฝ่าเปลวเพลิงวิ่งออกไป

ooooooo

เมื่อเชษฐ์กับลูกน้องช่วยกันแก้มัดใบ้ ดำ และหวินเสร็จ ทุกคนก็พากันมาช่วยดับไฟ ทั้งสาดน้ำใส่และตัดต้นกล้วยมาซัดใส่กองไฟเพื่อไม่ให้ลาม

อู๊ดแบกคุณหญิงลงมาพาไปนอนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ถามว่าไม่มีใครอยู่ข้างบนแล้วใช่ไหม และอุษากับอ๊อดไปงานวัดใช่ไหม บานเย็นกับหวินที่วิ่งมาดูคุณหญิงต่างสบตากันนิ่ง แล้วหวินก็บอกว่า

"คุณอุษา...ไม่ได้ไปกับคุณอ๊อดค่ะ" อู๊ดตกใจถามว่าแม่อยู่บนเรือนใช่ไหม พอหวินบอกว่าใช่ อู๊ดฝากย่าไว้แล้ววิ่งอ้าวออกไป

"อย่าขึ้นไปเลยค่ะคุณอู๊ด มัน...อันตราย" บานเย็นร้องบอก

ไฟโหมกระพืออย่างแรง ทุนคนได้แต่ยืนมองอย่างสิ้นหวัง ส่วนอู๊ดระเบิดเสียงลั่นจะวิ่งขึ้นข้างบนให้ได้จนใบ้กับดำต้องวิ่งเข้าไปรั้งเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาวิ่งเข้าไปในกองเพลิง

"ไฟลามไปทั้งหลังแล้วครับคุณอู๊ด   คุณขึ้นไปไม่ได้

นะครับ" ดำพยายามร้องบอก

"ปล่อยผม...ผมจะไปช่วยคุณแม่ของผม ปล่อย..." อู๊ดดิ้นสุดแรงร้องไห้คร่ำครวญจะขึ้นไปช่วยแม่ให้ได้  ดำกับใบ้ ยิ่งกอดไว้แน่น โดยเฉพาะใบ้กอดไว้แบบยอมเอาชีวิตเข้าแลกถ้าจะถูกอู๊ดลากเข้าไปในกองไฟด้วย

ในที่สุด อู๊ดก็ทรุดเข่าลงกับพื้นร้องไห้คร่ำครวญ

"ผมจะปล่อยให้ท่านตายได้อย่างไร ท่านเป็นคุณแม่ ของผมแท้ๆ..."

ขณะทุกคนกำลังหดหู่มองอู๊ดอย่างเวทนานั่นเอง

เสียงคุณหญิงก็แทรกเข้ามาอย่างขึงขังจริงจัง

"ไม่ใช่...อุษาไม่ใช่แม่ของหลาน"

ทุกคนหันมองคุณหญิงที่ยังนอนพับอยู่บนตักของหวิน

ooooooo

ท่ามกลางแสงไฟที่ลุกโชนและลูกไฟที่แตกสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น อุษาทุบประตูโครมๆตะโกนสุดเสียง

"เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้นะ บอกให้เปิด...เปิด ได้ยินไหม ใครอยู่ข้างนอกช่วยฉันด้วย ช่วยด้วย!"

อุษาสำลักควันจนแทบจะหายใจไม่ได้แล้ว แต่ยังพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ

"ช่วยด้วย...ใครช่วยฉันออกไปได้ ฉันจะให้ห้าพัน หมื่นนึงก็ได้...แสนนึงไปเลย ได้ยินไหม ไอ้พวกหน้าโง่ แสนนึง...น้ำหน้าอย่างพวกแกหาทั้งชีวิตก็ยังไม่ได้"

สำลักควันไฟจนจะตายอยู่แล้วอุษายังห่วงพินัยกรรม หยิบขึ้นมาดูแผดเสียงหัวเราะเหมือนคนบ้า ตะโกนท่ามกลางควันและเปลวไฟที่ลามเลียเข้ามา

"ต่อไปนี้ฉันจะเป็นเศรษฐี มีเงินเป็นสิบๆล้าน เงินจะกองท่วมบ้านฉันเพราะกระดาษแผ่นนี้แผ่นเดียว...ฮ่าๆๆ"

ooooooo

อู๊ดโผเข้ากอดคุณหญิงอย่างสับสน คุณหญิงกอดอู๊ดไว้แน่น แข็งใจพูดทั้งที่เจ็บปวดจากการต่อสู้กับอุษาไปทั้งตัว

"ผู้หญิงใจยักษ์ใจมารคนนั้นไม่ใช่แม่ของหลาน มันเป็นแค่เมียของไอ้โจรชั่วที่บุกปล้นแล้วก็เผาบ้านเรา"

"ตกลงเรื่องทั้งหมดนี่ คุณอุษารู้เห็นเป็นใจด้วยอย่างนั้นหรือคะท่าน" หวินถามอย่างไม่อยากเชื่อ

"มันบังคับให้ฉันกินสมุนไพรพิษจะได้เป็นอัมพาตตามพ่อกิติ ที่ลูกฉันต้องมาตายก็เพราะเห็นแม่ถูกจับกรอกยาต่อหน้าต่อตา"

"ทำไมเรื่องต้องเป็นแบบนี้" อู๊ดเจ็บปวดเกินกว่าจะกลั้นน้ำตาไว้ได้

"มันบังคับให้ย่าพิมพ์ลายนิ้วมือในพินัยกรรมปลอม มันต้องการจะฆ่าให้ตายเป็นเถ้าไปพร้อมกับไฟที่มันจุดเผาบ้านเรา"

อู๊ดรู้สึกผิด ตำหนิตัวเองว่าไม่น่ามาที่นี่เลย ถ้าตนไม่มาคุณย่าก็ไม่ต้องตามมาพบกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้

"แต่ย่ากลับดีใจที่ได้มาที่นี่ ได้มารู้เห็นกำพืดสันดานและจุดจบของแต่ละคน ทุกคนต่างต้องเดินไปตามกรรมที่ตัวเอง

สร้างไว้ทั้งสิ้น..." คุณหญิงพยายามพูดทั้งที่อ่อนแรงเต็มที

ooooooo

อุษายังตะโกนอย่างคลุ้มคลั่งทั้งร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งบ้าสมบัติ และกระทั่งสุดท้ายหันไปมองรูปของกิติในกรอบที่แขวนอยู่ที่ผนังห้อง พุ่งเข้าไปแว้ดใส่

"คุณกิติ คุณรักฉันไม่ใช่หรือ คุณจะปล่อยให้ฉันตายในกองเพลิงอย่างนี้ไม่ได้นะ ฉันรวยแล้ว รวยมาก...สมบัติของธีระรัตน์เป็นของฉันกับตาอ๊อดทั้งหมด เพราะฉะนั้นฉันตายไม่ได้ ฉันเป็นเมียคุณ คุณต้องช่วยฉัน!!"

ไฟยิ่งโหม อุษาก็ยิ่งบ้าคลั่ง ร้องขอความช่วยเหลือจากรูปของกิติ จากนั้นก็ด่าอย่างสาดเสียเทเสีย อุษาด่าอย่างไม่มีทีท่าจะจบ พริบตานั้น กระจกที่บานรูปถูกความร้อนแตกเปรี๊ยะ เศษกระจกที่แหลมคมดุจมีดโกน พุ่งแหวกอากาศลงมาปักฉึกเข้าที่หน้าผากอุษาแม่นยำราวกับจับวาง!

อุษาตาเหลือกลอย ยืนคว้างอยู่อึดใจเดียวก็ทรุดลงขาดใจตาย รูปของกิติที่กรอบปลิวร่อนลงมาทาบร่างอุษาราวกับจะกอดไว้ฉะนั้น...

ooooooo

แม้จะอยู่ในภาวะคับขันและเจ็บปวดรวดร้าว

ทั้งกายและใจจากเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา แต่คุณหญิง

ก็ตั้งใจจะบอกความจริงทั้งหมดแก่อู๊ด หลานที่ไม่ใช่ เลือดเนื้อเชื้อไข และตนตั้งแง่รังเกียจมาตลอดเวลา จำใจนับเป็นหลานเพียงเพราะต้องการมรดกตามพินัยกรรม คุณหญิงเล่าช้าๆเนิบๆ กระท่อนกระแท่นว่า

"อันที่จริง ถ้าย่าไม่อนุญาตให้หลานมาที่นี่ หลานก็คงไม่มา แต่ที่ย่าอนุญาตเพราะย่าอยากรู้ว่าย่าจะเอาชนะคุณตาของหลานได้หรือไม่"

"คุณตาของผม...ถ้าแม่อุษาไม่ใช่แม่ของผม แล้วคุณตาของผมเป็นใคร"

"เขาเป็น...คนรักเก่าของย่า เรื่องมันนานนมมาแล้ว แต่ย่ายังฝังใจผูกใจเจ็บแค้นเขา จนเขาตายย่าก็ไม่เคยให้อภัย แล้วย่าก็ไม่ยอมให้อภัยลูกหลานของเขาด้วย"

อู๊ดถามตรงๆว่า หมายความว่าคุณย่าเกลียดตน คุณหญิงรับว่าใช่และตั้งใจไว้อย่างนั้น แต่ยิ่งวันเวลาผ่านไปไม่รู้เพราะเหตุใด ยิ่งพยายามเกลียดก็เหมือนยิ่งเจ็บปวดใจตัวเองมากเท่านั้นสุดท้าย...

"ย่าแพ้...แพ้ต่อความดีงามของลูกหลานตระกูลโพธิ์งาม" คุณหญิงเหม่อมองออกไปเหมือนพูดกับใครบางคนในความนึกคิด "ฉันแพ้คุณ...คุณเยื้อน ฉันยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความยินดี"

คุณหญิงน้ำตารินอย่างรู้สึกผิด รู้สึกเสียใจ ทุกคนที่นั่งรายล้อม แม้จะยังไม่กระจ่างชัดนักว่าใครเป็นใคร แต่ก็พากันร้องไห้ไปกับคุณหญิงด้วย...

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น   เมื่อทนต์นำสมุนล่าถอยจาก

เรือนใหญ่ของคุณหญิงแล้ว    มันพากันไปปล้นบ้านเจ้าคุณฯต่อ

ไทรงามกำลังเดินลงบันไดมา เธอชะงักตกใจเมื่อเห็นโจรสวมหมวกไอ้โม่งดาหน้าเข้าหา

"จะกลับบ้านหรือครับคุณหมอ" ทนต์ดัดเสียงถาม

ไทรงามพยายามตั้งสติถามว่าพวกมันเป็นใคร ทนต์ยียวนว่าเป็นใครไม่สำคัญแต่เวลานี้ขอเชิญคุณหมอกลับขึ้นไปบนบ้านก่อน ไทรงามพยายามคิดหาทางช่วยตัวเอง ถูกทนต์ชักปืนออกมาขู่

"ผมไม่อยากฆ่าใครโดยไม่จำเป็นนะครับ เชิญ!"

ไทรงามจำต้องหมุนตัวกลับขึ้นไป แต่เธอแอบปรายตาไปที่มุมจอดรถเพราะเพิ่มกับคุณเจนซ่อนตัวอยู่ในรถ ทั้งสองเห็นไทรงามมองมาสบตากันก่อนเดินขึ้นบ้านไปกับพวกโจร

"เราจะทำยังไงกันดี มันมากันเยอะเสียด้วย" เพิ่มถามคุณเจนเบาๆ ต่างคิดหนักเพราะมีแต่มือเปล่าทั้งคู่

ooooooo

ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้เรือนไทรโศก คุณหญิงยังพยายามเล่าเรื่องต่อเหมือนจะรู้ตัวว่าอาจไม่มีโอกาสได้เล่าอีกแล้ว...

"ย่าเป็นคนเริ่มเรื่องทั้งหมด ย่าขอเป็นคนจบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง  ย่าจะได้จากไปอย่างสงบเสียที  พ่อแม่หลานเป็นคนดีมาก ย่าเองเห็นแก่ตัว พรากหลานมาจากพ่อแม่" คุณหญิงหันมองบานเย็นกับใบ้ เอ่ยจากใจจริง "ยกโทษให้ฉันด้วยนะ"

บานเย็นคลานเข้าไปกุมมือคุณหญิง เอ่ยเสียงเครือ "อย่าพูดอย่างนี้สิคะ เย็นไม่เคยโกรธเคืองคุณหญิงเลย คุณหญิงเปรียบเหมือนแม่แท้ๆของเย็น เย็นจะรู้สึกอย่างนั้นได้อย่างไร"

"สมกับเป็นแม่ลูกกันแท้ๆ ลูกเธอก็กตัญญูรู้คุณคนไม่ต่างจากแม่" พูดแล้วคุณหญิงหันไปทางอู๊ด "ตาอู๊ด กราบพ่อแม่แท้ๆของหลานเสียสิ บานเย็นกับนายใบ้คือพ่อแม่ที่แท้จริงของหลาน"

อู๊ดช็อกมองบานเย็นกับใบ้นิ่งงัน ส่วนบานเย็นกับใบ้ก็ตะลึงอึ้งคิดไม่ถึงว่าคุณหญิงจะเปิดเผยเรื่องนี้ แต่แล้วทุกคนก็ตกใจเมื่อเห็นคุณหญิงกระอักเลือดออกมา

อู๊ดร้องถามว่า หมองามอยู่ไหน บานเย็นบอกว่าไปฉีดยาให้ท่านเจ้าคุณฯและจะกลับพร้อมเพิ่มแต่จนป่านนี้แล้ว ยังไม่เห็นมา

คุณหญิงมองทุกคน แข็งใจรวบรวมกำลังบอกว่าไม่ต้องตามใครทั้งนั้น ตนไม่ติดค้างอะไรในใจกับใคร แล้วบอกบานเย็นว่า

"อโหสิกรรมให้ฉันด้วยนะบานเย็น...ใบ้" จากนั้นพูดกับอู๊ด "ตาอู๊ด ถึงย่าจะไม่ได้เป็นย่าแท้ๆของหลาน แต่ย่าก็รักหลานราวกับเป็นหลานแท้ๆของย่า" พูดไม่ทันจบดีคุณหญิงก็กระอักเลือดออกมาอีก

"คุณย่า..." อู๊ดโผเข้ากอดคุณหญิงร้องไห้ แต่ใบหน้าคุณหญิงกลับอิ่มอาบไปด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะคอพับลงในอ้อมกอดของอู๊ด

บานเย็น โผเข้าซบอกใบ้ร้องไห้โฮ ใบ้โอบกอดบานเย็นไว้อย่างปลอบใจ เป็นครั้งแรกที่ใบ้ได้กอดปลอบโยนบานเย็น ส่วนหวินยกสองมือปิดหน้าร้องไห้โฮๆ

ทันใด นั้น ทุกคนสะดุ้งเฮือก เมื่อเพิ่มกับคุณเจนวิ่งอ้าวเข้ามาเห็นไฟไหม้บ้าน เพิ่มร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น ดำเล่าว่าโจรยกพวกมาปล้นและเผาบ้าน และคุณหญิงท่านก็เสียแล้ว

คุณเจนเชื่อว่าต้องเป็นโจรก๊กเดียวกับที่ บุกไปบ้านท่านเจ้าคุณฯแน่ๆ เพิ่มฝากคุณเจนให้ช่วยดูแลทางนี้ก่อน ตนจะไปเอาปืน พูดอย่างแค้นใจว่า

"ไหนๆเราก็สูญเสียทั้งคนและบ้านแล้ว ผมไม่ยอมให้ไอ้พวกโจรชั่วมันย่ามใจไปทำกับใครแบบนี้ได้อีก เพราะเจ้าคุณฯกับคุณดาวก็นับว่าเป็นญาติของเรา ที่สำคัญหนูงามก็อยู่ที่นั่นด้วย"

ใบ้กับบานเย็นและอู๊ดเป็นห่วง ไทรงามขึ้นมา ส่วนดำก็เป็นห่วงเด่นดาวขึ้นทันทีเช่นกัน

ooooooo

ที่ บ้านท่านเจ้าคุณฯ พวกทนต์ที่บุกขึ้นไปปล้น กำลังคุกคามขู่เข็ญท่านอย่างหนัก ท่านบอกพวกมันว่า

"พวกนายจะเอาอะไรไปก็ได้ ขนไปให้หมด แต่อย่าทำอะไรหลานฉันเลยนะ"

"ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน เจ้าคุณฯก็ยังรักยังห่วงลูกหลานตัวเองเหมือนเดิมไม่มีผิด" ทนต์ตั้งใจพูดออกไป ทำให้ เจ้าคุณฯคุ้นเสียงและเอะใจถามว่ามันเป็นใคร ทนต์เปิดหมวกเผยโฉมหน้าอย่างท้าทาย

"ทนต์" เจ้าคุณฯอุทาน ทั้งตกใจและแปลกใจที่เห็นทนต์ในคราบของโจร

"ขอบคุณครับที่จำผมได้ แล้วจากนี้ต่อไป...ผมจะทำให้ ท่านจำผมไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว" พูดแล้วทนต์แสยะยิ้มเข้าหาท่านเจ้าคุณฯ

เพิ่มกับคุณเจนพร้อมอาวุธปืน ครบมือมาถึงพอดี ทั้งสองวิ่งอ้อมไปทางสวนด้านหลังอย่างเร่งรีบเพราะเกรงเข้าทางด้านหน้าโจรจะ รู้ตัวเสียก่อน

ท่านเจ้าคุณฯถูกทนต์เอาด้ามปืนตบจนเลือดกบปาก ไทรงามตะโกนบอกมันว่าอยากได้อะไรก็เอาไปแต่อย่าทำร้ายคนแก่ที่ไม่มีทางสู้

ทนต์ ชี้หน้าท่านเจ้าคุณฯ กล่าวโทษว่าเป็นจอมบงการชีวิตคนอื่น อ๊อดลูกชายตนไม่ได้แต่งงานกับหมองามก็เพราะเจ้าคุณฯ ตนต้องติดคุกก็เพราะเจ้าคุณฯ

"ฉันไปทำอะไรให้เธอ"   ท่านเจ้าคุณฯย้อนถามการกล่าวโทษที่รุนแรงของทนต์

ทนต์ย้อนอดีตว่า ตนรักกับดวงเดือนอยู่ดีๆ เจ้าคุณฯก็พรากเธอไปแต่งงานกับฉัตรพงษ์ลูกชายตัวเอง แล้วฉัตรพงษ์ กลับทิ้งดวงเดือนหนีไปกับเด็กในบ้านทั้งที่รู้ว่าดวงเดือนท้อง หลังจากนั้นเด็กนั่นก็ท้อง ตนสืบจนรู้ว่าแอบมาคลอดลูกที่ไทรโศก ยังให้โอกาสอยู่กับลูกเป็นแรมเดือนถึงได้ลงมือจัดการโทษฐานที่ทิ้งดวงเดือน โทษฐานที่ฉัตรพงษ์เกิดเป็นลูกเจ้าคุณยงยศ ศฤงคาร

"นายเป็นคนฆ่าลูก ฉันกับลำดวนอย่างนั้นหรือ" เจ้าคุณฯน้ำตาคลอ

"ใช่...ฉันเป็นคนฆ่าพ่อ แม่ของเธอเองหมองาม" ทนต์ หันไปบอกไทรงาม

"ไอ้โจรชั่ว!! แกมันเลวยิ่งกว่าสัตว์" ไทรงามด่าด้วยความแค้นตาลุกวาว

ทนต์แสยะยิ้ม พูดลอยๆว่ารู้อย่างนี้ฆ่าเสียแต่ตอนนั้นก็ดีจะได้ไม่ย้อนกลับมาด่าอย่างนี้ แล้วหันไปสั่งสมุนให้กวาดเงินทองให้หมดก่อนที่ตนจะคิดบัญชีแค้นกับเจ้าคุณฯ

ooooooo

เมื่อ สมุนพากันกวาดทรัพย์สินใส่ถุงแบกลงไปแล้ว ทนต์บอกให้รอข้างล่าง  ตนจะขอชำระแค้นก่อน  มันมองท่านเจ้าคุณฯกับเด่นดาวอย่างดุร้าย   พูดอย่างอาฆาตแค้นว่า ในเมื่อไม่ได้แม่ขอให้ได้ลูกก็ยังดี แล้วมันก็ย่างสามขุมเข้าหาเด่นดาว กระโจมเข้ากอดซุกไซ้ หมายเผด็จศึก ถูกเด่นดาวกัดจนร้องจ๊าก

เจ้าคุณฯทนไม่ได้ตวาดให้มันหยุดเดี๋ยวนี้ พอทนต์ชะงัก ท่านตวาดถามมันว่า

"แกจะเลวระยำขนาดจะทำร้ายลูก  เอาลูกตัวเองทำเมียเชียวหรือ..."

พอทนต์ชะงัก เจ้าคุณฯบอกความจริงว่า "ฉันจับลูกฉันแต่งงานกับดวงเดือนก็จริงอยู่ แต่นั่นเป็นเพราะฉันไม่รู้ว่าดวงเดือน กับนายรักกัน แล้วฉันก็ไม่คิดว่าลูกชายฉันจะกล้าหนีไปกับคนที่เขารัก  ดวงเดือนเสียใจมาก ทั้งอับอายที่ท้องโตขึ้นทุกวันเลยต้องหนีจากเมืองไทยไปอยู่กับฉันที่ ฝรั่งเศส  จนกระทั่งคลอดลูก ดวงเดือนก็ตายจากไป  แต่ก่อนตายดวงเดือนได้สารภาพความจริงกับฉันว่า  ตาฉัตรพงษ์ไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องตัวเธอ  เด็กที่เกิดมานั่นเป็นเลือดเนื้อของคู่รักเก่าของเธอ ซึ่งก็คือนาย..."

เด่น ดาวรับไม่ได้ แต่เจ้าคุณปู่ยืนยันว่ามันเป็นความจริง บอกทนต์ว่า

"เด่น ดาวเป็นลูกของนายกับดวงเดือน"

ทนต์แทบหัวใจหยุดเต้นกับความจริงที่ ไม่เคยเฉลียวคิดแม้แต่น้อย

ooooooo

คนที่เรือนใหญ่พากันมา ช่วยบ้านท่านเจ้าคุณฯแล้ว ทุกคนมีอาวุธครบมือ ย่องเข้ามาเล่นงานพวกสมุนของทนต์ที่เฝ้าอยู่ข้างล่าง ทั้งสองฝ่ายยิงต่อสู้กันเสียงปืนสนั่นหวั่นไหว

ทนต์ได้ยินเสียงปืน เดาได้ว่าอีกฝ่ายมีกำลังไม่น้อย มันสั่งสมุนให้ยิงสู้ไว้สักพักแล้วค่อยๆผ่อนลวงพวกนั้นให้เข้าใจว่ากำลังแย่ ล่อให้ขึ้นมาแล้วค่อยจัดการ

ดำ  เพิ่ม  อู๊ดที่ยิงสู้กับสมุนของทนต์เห็นเสียงปืนฝ่ายนั้นเงียบไปก็คาดว่าอาจตายไป หมดแล้วหรือไม่ก็เจ็บหนัก เพิ่มเสนอว่าเราคงต้องเสี่ยง  เผื่อข้างบนท่านเจ้าคุณฯกับไทรงามและเด่นดาวบาดเจ็บเราจะได้ช่วยเหลือทัน ทั้งสามพยักหน้าให้กันแล้วย่องขึ้นข้างบน

พอทุกคนโผล่ขึ้นไป ก็ตกอยู่ในวงล้อมของพวกทนต์ที่จับท่านเจ้าคุณฯ  เด่นดาว  และไทรงามไว้เป็นตัวประกัน  ทำให้ พวกเพิ่มทำอะไรไม่ถนัด

ข้างบนนั้น ไม่เพียงมีพวกทนต์ หากยังมีอ๊อดกับเสี่ยโอรวมอยู่ด้วย อู๊ดเพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าอ๊อดร่วมปล้นกับทนต์ด้วย ทั้งยังรู้จากปากอ๊อดด้วยว่าทนต์คือพ่อที่แท้จริงของเขา

เมื่อเป็น ฝ่ายควบคุมสถานการณ์ได้เช่นนี้   ทนต์หันไปทางท่านเจ้าคุณฯอีกครั้ง พูดอาฆาตว่า

"ฉันรอวันนี้มานานแล้ว ในที่สุดแกก็ต้องตายในสภาพเดียวกับพ่อฉัน เพียงแต่พ่อฉันโดนแกโกงจนหมดตัวเลยต้องฆ่าตัวตาย ส่วนแกโดนฉันปล้น!"

ท่าน เจ้าคุณฯงุนงงกับข้อกล่าวหานั้นบอกทนต์ว่าเข้าใจผิดแล้ว แต่ทนต์ไม่ฟังเสียงด่าท่านเจ้าคุณฯว่าเป็นคนทำให้ตระกูลตนล่มจม ทำให้พ่อตนตาย พรากคนรักตนไป ทำให้ ตนต้องฆ่าคน ทำให้ตนต้องติดคุก กล่าวโทษแล้วยกปืนเล็งตะคอกใส่ "อย่าอยู่ต่อไปเลยมึง!!"

"หยุดนะไอ้ ทนต์!!" เสียงเฟื้อตวาดขึ้น พาลูกน้องสองคนเข้ามาขวาง

"น้าเฟื้อ" ทนต์อุทานเรียก

เฟื้อเตือนสติทนต์ว่าเกือบฆ่าคนบริสุทธิ์ไปเพราะความ หลงผิด บอกทนต์ที่ยังฮึดฮัดว่าท่านเจ้าคุณฯไม่ได้ฆ่าพ่อเขา แต่คนที่ทำคือพ่อของเขาเอง เล่ารายละเอียดว่า

"พ่อแกติดการพนัน งอมแงมจนเอาสมบัติมาผลาญหมด แถมยังยักยอกเงินในบริษัทซึ่งร่วมหุ้นกับท่านเจ้าคุณฯ ท่านจับได้ก็ไม่เอาความเพราะเห็นเป็นเพื่อนรัก แถมยังให้เงินช่วยเหลืออีกต่างหาก"

"ไม่จริง..." ทนต์พึมพำสีหน้าสับสน

"พ่อแกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ทำผิดแล้วไม่กล้ารับ แถมยังป้ายความผิดให้คนอื่น ที่ยิงตัวตายก็เพราะหนีหนี้พวกมาเฟีย ฉันจะบอกความจริงแกหลายครั้งหลายหนแล้ว  แต่เจ้าคุณฯ

ท่านห้ามไว้ทุก ครั้ง เพราะเห็นว่าแกเป็นเพื่อนรักกับลูกชายท่าน ท่านกลัวแกจะเสียใจ"

เสี่ย โอร้อนตัวกลัวเรื่องจะมาลงที่ตนคนเดียว ตะโกนขัดขึ้นว่าอย่าไปฟัง สั่งทนต์ให้เก็บพวกนั้นเสียให้หมดแล้วรีบไปจากที่นี่เสีย

เฟื้อพูด กับทนต์อย่างเยือกเย็นว่า "ฉันเป็นน้าแท้ๆ ของแก ฉันจะโกหกแกทำไม กลับตัวกลับใจตอนนี้ก็ยังไม่สายนะเจ้าทนต์"

ทนต์สับสนอื้ออึง ความคิดร้อยแปดยุ่งเหยิงอยู่ในหัว ยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองเข้าใจผิดทั้งหมด เสี่ยโอยิ่งใจไม่ดี ตัดสินใจชักปืนออกมายิงใส่ท่านเจ้าคุณฯ ดีที่กระสุนแค่เฉี่ยวแขน

ใบ้ อู๊ด ดำ และเพิ่มคว้าปืนยิงใส่พวกเสี่ยโอทันที สมุนของทนต์ถูกยิงคว่ำไปคนแล้วคนเล่า อู๊ดรีบพุ่งเข้าไปหาไทรงามที่มึนงงอยู่ ส่วนดำเข้าไปช่วยเด่นดาว ใบ้พรวดเข้าไปพาท่านเจ้าคุณฯหลบไปอยู่หลังเสา

เมื่อตั้งหลักกันได้แล้วทั้งสองฝ่ายต่างสาดกระสุนเข้าใส่กันเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งเสี่ยโอเห็นว่าพวกตนพลาดท่าก็มองหาทางหนีเอาตัวรอด ใบ้ฉวยโอกาสที่ทนต์หันมองเสี่ยโอยิงเข้าที่อกเขาจนล้มจมกองเลือด อ๊อดตกใจมากที่เห็นทนต์บาดเจ็บหลบหนีเอาตัวรอดไป

เมื่อเหลือแต่ทนต์อยู่คนเดียว ใบ้เดินออกจากหลังเสาเข้าไปหาทนต์อย่างองอาจกล้าหาญ ทนต์ยิงใบ้แต่โชคดีที่กระสุนหมด ใบ้มองทนต์นิ่ง มือถือปืนเล็งไปที่ทนต์เหมือนจะบอกว่าเวลาแห่งการแก้แค้นแทนยายอ่อนมาถึงแล้ว

แต่แล้วใบ้ก็ต้องเก็บกดความแค้นไว้ในอกเมื่อเด่นดาวเข้ามาขอร้องว่าอย่าทำอะไรทนต์เลย เธอยอมคุกเข่าอ้อนวอน "ได้โปรดไว้ชีวิตเขาด้วยเถอะค่ะ ดาวขอร้อง"

ooooooo

ร่างโชกเลือดของทนต์ถูกอู๊ดพาไปที่คลินิกหมองาม เมื่อไทรงามรับคนเจ็บไว้แล้ว เขาบอกอู๊ดว่าให้กลับไปจัดการเรื่องที่บ้านก่อน ทางนี้เดี๋ยวตนจัดการเอง อู๊ดเป็นห่วงว่าเดี๋ยวเธอถูกทนต์ทำร้าย

แต่ไทรงามเชื่อในความตั้งใจดีของตน บอกอู๊ดว่าไม่ต้องห่วง จนเมื่ออู๊ดออกไปแล้วทนต์ถามว่า "หมอช่วยผมทำไม"

"จรรยาบรรณของแพทย์ ฉันสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า ฉันจะเป็นหมอเพื่อรักษาแม่และเพื่อนร่วมโลกทุกคน เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะทำได้"

"แต่ผมไม่ใช่เพื่อน ผมฆ่าพ่อแม่ของหมอ"

ไทรงามชะงักไปนิดหนึ่ง เธอข่มความเจ็บปวดไว้ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

"ฉันอาจจะโกรธแค้นคุณ แต่วินาทีนี้คุณเป็นคนไข้ของฉัน และฉันจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อรักษาชีวิตคนไข้ ซึ่งเป็นเพื่อนรักของพ่อฉัน"

ความยึดมั่นในจรรยาแพทย์ ความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งจริงจังของไทรงาม ทำให้ทนต์สะเทือนใจที่ทุกคนให้อภัยเขา นึกเกลียดตัวเองที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาช่างโง่เง่าหลงผิดไปมากมาย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น บานเย็นกับใบ้ยังไม่สบายใจกับการที่อู๊ดรู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขาคือใคร เมื่อเจอหวิน บานเย็นถามว่าอู๊ดเป็นอย่างไรบ้าง

"ไปจัดการเรื่องศพคุณหญิงที่วัดกับเจ้าดำตั้งแต่เช้ามืด เมื่อคืนกลับจากบ้านเจ้าคุณฯมากับพี่เพิ่มก็มาจัดการเรื่องบ้าน คงยังไม่ได้งีบแม้แต่แวบเดียว"

เพิ่มยืนยันว่าไม่ได้นอนเพราะตนอยู่ด้วยยันเช้า บานเย็น ปรารภว่าตนอยากช่วยเหลือเกินแต่ไม่กล้า เดาไม่ถูกว่าอู๊ดจะรู้สึกอย่างไร กลัวโผล่ไปแล้วจะทำให้อู๊ดไม่สบายใจ ถ้าเลือกได้ก็อยากจะให้เป็นเหมือนเดิม ตนกับใบ้จะขออยู่อย่างนี้ ชื่นชมอู๊ดอยู่ห่างๆ ไม่อยากให้ลูกรู้ว่ามีพ่อแม่ต่ำต้อยซ้ำแม่ยังเป็นโรคเรื้อนที่น่ารังเกียจอีกด้วย

อู๊ดเดินเข้ามาพอดี เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

"ทำไมแม่พูดอย่างนี้ล่ะครับ"

ทุกคนตะลึง โดยเฉพาะบานเย็นถึงกับขนลุกซู่ที่ได้ยินอู๊ดเรียกตัวเองว่า "แม่"

"ผมไม่เคยรู้สึกต่ำต้อยที่ได้เกิดเป็นลูกชาวนา ภูมิใจเสียด้วยซ้ำไปที่ข้าวทุกเม็ดของพ่อกับแม่ ทำให้ผมโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ผมดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อที่พิการทางกาย แต่จิตใจไม่เคยพิการ  พ่อที่เคยปกป้องผมทุกครั้งในยามที่ผมมีภัย"

อู๊ดหันมองใบ้ด้วยแววตาที่ปลื้มปีติซาบซึ้ง แล้วพูดกับแม่ว่า

"ผมยินดีที่มีแม่เป็นโรคเรื้อนแต่เต็มไปด้วยความเมตตา และพร้อมจะเสียสละเพื่อผมได้เสมอ ผมเข้าใจในความจำเป็นทุกอย่างและเสียใจที่รู้ความจริงช้าไป ผมขอโทษที่เคยแสดงกิริยาไม่ดีกับพ่อและแม่ ผมเสียใจ...ได้โปรดให้อภัยกับความโง่เขลาของผมด้วยนะครับ"

อู๊ดพรรณนาความในใจอย่างซาบซึ้ง...ยาวเหยียด เสร็จแล้วเขาทรุดลงก้มกราบแทบเท้าใบ้กับบานเย็น ทำเอาทั้งสองทำตัวไม่ถูกได้แต่น้ำตานองหน้าด้วยความตื้นตันใจ

บานเย็นบอกอู๊ดว่าพ่อกับแม่ไม่เคยโกรธลูกเลย แม้แต่จะคิดก็ไม่เคย

"ผมรอเวลานี้มานานแสนนาน เวลาที่จะได้กอดพ่อกับแม่ของผม ขอให้ผมได้กอดพ่อกับแม่ให้ชื่นใจสักครั้งได้ไหมครับ"

อู๊ดโผเข้ากอดใบ้กับบานเย็นแน่นน้ำตาไหลพราก ทำเอาเพิ่มน้ำตาคลอไปด้วย ส่วนหวินเอาแต่เช็ดน้ำตาป้อยๆ

ไทรงามยืนอยู่ไม่ไกลนัก เธอมองภาพนั้นด้วยความตื้นตันใจ ช่างเป็นภาพที่สวยงามล้ำค่าเหลือเกิน อยากให้พ่อแม่ลูกทั้งสาม อยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างนี้ตลอดไป...

ooooooo

เมื่อรู้ว่าทนต์คือพ่อของตนแล้ว เด่นดาวกระวน กระวายใจด้วยความเป็นห่วง จนเจ้าคุณปู่มาพูดอย่าง รู้ใจว่าอยากไปก็ไปเถอะ อย่างไรเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ เด่นดาวติงว่าเขาเป็นคนไม่ดี ปล้นฆ่าคน ทำร้ายเจ้าคุณปู่

"นั่นเป็นเพราะความเข้าใจผิด หลานอาจเจ็บปวดเสียใจหรือผิดหวังในตัวเขาได้ แต่หลานไม่อาจปฏิเสธความเป็นพ่อลูกสายเลือดเดียวกันกับเขาได้"

"เจ้าคุณปู่ หลานควรจะทำอย่างไรดี" เด่นดาวน้ำตาคลอด้วยความสับสน

"ให้อภัย หลานเคยให้อภัยคนอื่นมาก็มาก นี่เขาเป็นพ่อแท้ๆของหลานนะ หลานจะไม่ให้อภัยในความผิดที่ผ่านมา ของเขาเชียวหรือ"

เด่นดาวโผเข้ากอดเจ้าคุณปู่สะอื้นไห้ ทั้งเจ็บปวด สับสน และซึ้งใจในคำสอนของเจ้าคุณปู่ ท่านเจ้าคุณฯเองก็กอดหลานสาว ไว้อย่างอบอุ่น...ปลอบโยน

ooooooo

ที่ห้องนอนของอัม หรืออัมพริกา ลูกสาวคนเดียว ของเสี่ยโอเจ้าของธุรกิจใหญ่ในตลาดไทรโศก ขณะเธอ เดินโผเผอย่างอ่อนเพลียไปเปิดประตู เธอแทบช็อกเมื่อเห็นอ๊อดยืนจังก้าคอยอยู่พอดี

อัมตกใจถามว่าแล้วเตี่ยอยู่ไหน อ๊อดตอบอย่างคนใจ ไม้ไส้ระกำว่าตนจะไปรู้ได้อย่างไรในเมื่อเตี่ยของเธอเผ่นหนีไปก่อนตนด้วยซ้ำ อัมยิ่งตกใจถามว่า "พวกนั้นเขาสู้พวกนายงั้นสิ"

"ก็ใช่น่ะสิ มันไล่ยิงจนสมุนพ่อฉันตายหมด ป่านนี้พ่อฉันจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้" ครั้นอัมถามอย่างไม่พอใจว่าแล้วทำไมเขาไม่ช่วยเตี่ย อ๊อดตอบหน้าตาเฉยว่า "พวกมันมีปืนกันทุกคน ใครจะไปช่วยไหว ยังไงก็ต้องหนีเอาตัวรอดก่อน เอาเงินมา"

อ๊อดขู่บังคับอัมให้เอาเงินมาให้ตนใช้ระหว่างหนี อัมเกี่ยงให้ไปขอกับแม่เขาเอง อ๊อดไม่กล้าเพราะขืนโผล่ไปตอนนี้มีหวังถูกจับเข้าตะรางแน่ ปล่อยแม่ให้อยู่คนเดียวอย่างนั้นดีแล้ว ขู่อัมให้รีบเอาเงินมา เมื่ออัมลังเล อ๊อดชักปืนออกมาขู่ เธอจึงต้องลนลานไปเปิดลิ้นชักเอาเงินใส่ถุงให้ไปปึกใหญ่

อ๊อดยังไม่พอสั่งให้เอาทองกับเพชรมาให้หมดด้วย อัมอิดออดอ้างว่าทองกับเพชรเป็นสมบัติเก่าแก่ของแม่ แทนที่ อ๊อดจะเห็นค่ากลับตีราคาว่ายิ่งเก่ายิ่งดีเพราะได้ราคาดี บังคับ อัมเอาออกมาให้ได้

"ของของแม่ฉัน ฉันไม่ให้" อัมฮึดขึ้นมา เลยถูกอ๊อดตบหน้าอย่างแรงขู่ว่าขืนยั่วโมโหจะยิงให้ไส้แตก แล้วเอาปืนจ่อจะเหนี่ยวไกจริงๆ อัมเลยต้องลนลานไปเปิดตู้หยิบมาให้

พออ๊อดเห็นทองเพชรจำนวนมากที่เป็นของเก่าแก่จริงๆ ก็ตาลุกวาว หยิบดูแต่ละชิ้นอย่างตื่นเต้นในใจก็ตีราคาไปด้วย

อัมเห็นสมบัติเก่าของแม่ที่ตกทอดมากำลังจะถูกเอาไปก็ยิ่งเสียดาย ย่องกลับไปเอาปืนในตู้เสื้อผ้าหยิบปืนออกมากำแน่นเล็งใส่อ๊อดจากข้างหลัง แต่อ๊อดเหลือบเห็นเธอในกระจกเงา กระโดดหลบทันที

เห็นอ๊อดตั้งหลักได้อัมก็ยิ่งตกใจ ลั่นไกปืนทันที พริบตานั้นอ๊อดพุ่งเข้าแย่งปืน นาทีนี้มีแต่ต้องสู้เท่านั้น อัมถูกอ๊อดที่แข็งแรงกว่าจับมือบิดจนปืนหล่นแล้วเอาปืนของตัวเองตบหน้าอัมทรุดไปกับพื้น

"คิดจะฆ่ากูงั้นเหรอ!!" อ๊อดตะคอก เห็นอัมเลือดทะลักออกจากปากกับจมูก อ๊อดหันไปรวบทองเพชรทั้งหมดใส่ถุงแล้วก้าวข้ามร่างอัมออกไปอย่างเลือดเย็น

ooooooo

ด้วยความเสียดายของที่แม่ให้มา อัมโงนเงนตามอ๊อดไปจนถึงบันได อ้อนวอนอย่าเอาของเก่าแก่ของแม่ไปเลย ตนจะเก็บไว้ให้ลูก ขอให้เขาเห็นแก่ลูก เหลือ สมบัติไว้ให้ลูกบ้าง

"เตี่ยเธอรวยล้นฟ้าก็หาซื้อเอาใหม่สิ ของใหม่วันนี้อีกยี่สิบสามสิบปีข้างหน้าก็กลายเป็นของเก่าเองแหละ"

"แต่นี่มันเป็นสมบัติของตระกูลฉัน บรรพบุรุษฉันสะสมมาไม่รู้กี่ทอดต่อกี่ทอด นายจะเอาไปขายให้คนอื่นได้ยังไง ฉันไม่ยอมหรอก เอาคืนมา..."

อัมรวบรวมแรงทั้งหมดโผเข้าแย่งถุง ถูกอ๊อดกระชากกลับเหวี่ยงเธอกระเด็นไปหัวฟาดเสาบันไดอย่างจัง อัมพริกากลิ้งหลุนๆตกบันไดไปหยุดที่ตีนบันได เธอเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัวหัวแตกเลือดไหลฟุบอยู่ตรงเชิงบันได

อ๊อดตามลงมาก้มลงเชยคางเธอขึ้นปรามว่า "บอกแล้วว่าอย่ายั่วโมโห" แล้วเดินผ่านเธอไปอย่างเลือดเย็น

อัมร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด แล้วเธอก็ตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นเลือดไหลมาตามหว่างขา เธอกระเสือกกระสนเพื่อหาคนช่วย พอดีเสี่ยโอผลักประตูเข้ามาเห็นสภาพลูกสาวก็ตกใจ โผเข้าประคองไว้ อัมกอดขาเตี่ยร้องไห้โฮเหมือนคนเสียสติพูดไม่ออก

"ใครมันกล้าทำกับลูกของเตี่ยอย่างนี้ บอกมาว่ามันเป็นใคร!" เสี่ยแค้นจนอกแทบลุกเป็นไฟ

ooooooo

ที่คลินิกหมองาม ไทรงามทำแผลให้ทนต์เสร็จแล้ว เธอเข้ามาดึงปรอทดูบอกว่าไม่มีไข้แล้ว ชมว่าร่างกายเขาแข็งแรงมากเลยฟื้นตัวได้เร็ว ทนต์ถามว่าทำไมเธอถึงดีกับตนอย่างนี้เฝ้าไข้ทั้งคืน

"มันเป็นเรื่องยากที่ต้องช่วยชีวิตคนที่ฆ่าพ่อแม่เรา อันที่จริง ฉันแก้แค้นคุณได้ทุกเวลาถ้าฉันคิดจะทำ แต่ฉันเลือกทำในสิ่งที่ยากกว่า นั่นคือการให้อภัย แล้วฉันก็คิดว่าพ่อแม่ฉันท่านคงเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันเลือกทำ รอสักครู่นะคะ ฉันจะไปเตรียมยาให้"

ทนต์ตีบตื้นจนพูดแทบไม่ออก แต่ก็ยังพยายามบอกเธอว่า

"ผมเสียใจ ผมขอโทษครับหมอ กรุณาให้อภัยให้ผมด้วยนะครับ"

ไทรงามหันกลับมามองหน้าทนต์นิ่ง ก่อนบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมีเมตตาว่า

"ฉันดีใจที่ได้ยินคุณพูดอย่างนี้ ขอบคุณนะคะ"

พอไทรงามออกไปก็เจอเด่นดาวเข้ามาถามว่า "เขา... เป็นยังไงบ้าง" ไทรงามบอกว่าเมื่อคืนมีไข้แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ตนกำลังเตรียมยาให้ ถามเด่นดาวว่ามาเยี่ยมเขาหรือ เด่นดาวตอบไม่เต็มเสียงว่ามีเรื่องบางอย่างจะถามเขา ไทรงามจึงเชิญเข้าไปพบทนต์ในห้อง ปล่อยให้คุยกันตามสบาย

ooooooo

"บางเรื่อง" ที่เด่นดาวถามทนต์คือเขารักแม่ตนหรือเปล่า เมื่อทนต์ชะงัก เธอชี้แจงว่า

"ฉันเกิดจากความรักของคุณกับแม่รึเปล่า หรือว่าคุณลวนลามแม่ฉันแล้วคุณก็ทิ้งไปเหมือนอย่างที่คุณคิดจะทำกับฉัน"

ทนต์นิ่งไปก่อนจะตอบอย่างหนักแน่น และเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังอย่างละเอียดว่า

"ผมกับดวงเดือนรักกัน...ผมถูกส่งไปเมืองนอก พอรู้ว่าดวงเดือนแต่งงานกับฉัตรพงษ์ ผมก็รีบกลับมา แต่ไม่ทัน... แม่คุณหนีไปอยู่ฝรั่งเศสกับท่านเจ้าคุณฯแล้ว และช่วงนั้นครอบครัวผมก็ล้มละลาย พ่อฆ่าตัวตาย ผมเลยมีแต่ความเคียดแค้นชิงชังจ้องแต่จะล้างแค้นท่าเดียว ผมเสียใจที่เรื่องมันลงเอยอย่างนี้"

"ความผิดที่คุณก่อมันเลวร้ายเกินกว่าจะพูดแค่คำว่าเสียใจ" เด่นดาวน้ำตาไหลพราก

"ผมรู้ตัวว่าผมมันเลวเกินกว่าที่ใครจะให้อภัยได้ ไม่มีใครให้อภัยไอ้ฆาตกรใจอำมหิต ไอ้โจรชั่วที่ปล้นเขากินได้หรอก"

"แต่...ไอ้ฆาตกร ไอ้โจรชั่วที่คุณพูดถึง เขาเป็นพ่อของฉัน...คุณคือพ่อของฉัน..."

ทนต์ตื้นตันกดดันจนน้ำตาคลอ บอกเด่นดาวว่าตนเลวเกินไปไม่มีค่าพอที่ใครจะเรียกว่าพ่อ เด่นดาวมองหน้าทนต์ผ่านม่านน้ำตาที่คลอเต็มตา พูดเสียงเครือแต่หนักแน่น

"แต่พ่อคือพ่อของหนู หนูดีใจที่ได้รู้ความจริง ได้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความเข้าใจผิดของพ่อ พ่อไม่ได้ตั้งใจทำ..."

ทนต์พูดอย่างยอมรับสภาพว่าฆาตกรก็คือฆาตกร ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่มันก็คือฆาตกรวันยังค่ำ เด่นดาวจึงรำพันความโหยหาพ่อของตนอย่างร้าวรานใจว่า

"หนูกำพร้าพ่อมาตลอดยี่สิบปี พ่อไม่รู้หรอกว่าหนู ดีใจแค่ไหนที่ได้รู้ว่าพ่อของหนูยังมีชีวิตอยู่ หนูไม่สนใจหรอกว่าพ่อของหนูจะเป็นพระหรือฆาตกร เพียงแค่รู้ว่าเขาตั้งใจทำให้หนูเกิดและเรียกหนูว่าลูกสักคำก็พอแล้ว..."

"หนูดาว...ลูกพ่อ" ทนต์เปล่งเสียงออกมาตื้นตันแทบขาดใจ

"พ่อคะ" เด่นดาวเรียกเต็มปากเต็มเสียง พุ่งเข้าไปกอดพ่อที่นอนอยู่บนเตียง ทนต์โอบกอดลูกไว้ ต่างซึมซับสัมผัสอบอุ่นที่โหยหามาตลอดชีวิต

ทนต์ถอดแหวนที่นิ้วให้เด่นดาว บอกว่านี่คือแหวนที่แม่ให้ไว้ก่อนพ่อไปเมืองนอก พ่อสวมติดนิ้วไว้ตลอดเวลา ไม่เคยถอดออกเลย มอบให้ลูกเก็บไว้ให้ถือว่าเป็นของแทนตัวพ่อก็แล้วกัน

เด่นดาวใจหายวาบถามว่าทำไมพ่อพูดอย่างนี้ ทนต์ฝืนยิ้มทั้งน้ำตาบอกลูกว่าเพื่อลูกจะได้ไม่ลืมพ่อถ้าพ่อต้องไปใช้หนี้ในคุก เธอจึงรับแหวนนั้นไว้ ยิ้มรับ พูดทั้งน้ำตาว่า

"หนูไม่มีวันลืมพ่อหรอกค่ะ แล้วก็จะรอวันที่พ่อออกจากคุกมาอยู่กับหนูด้วย หนูไม่รบกวนเวลาพ่อแล้วนะคะ น้องงาม เห็นเราอยู่ด้วยกันคงไม่กล้าเอายามาให้ พ่อกินยาแล้วก็พักผ่อนเยอะๆนะคะ แล้วบ่ายๆหนูจะแวะมาเยี่ยมอีก ไปนะคะ"

เด่นดาวบีบมือทนต์แน่นก่อนผละไป ทนต์มองตามลูกไป ด้วยแววตาเศร้าหมอง อาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เห็นกันอีก...

ooooooo

เด่นดาวถือแหวนที่พ่อให้มาด้วยความปลื้มปีติ ฉุกคิดครึ้มใจขึ้นมา เธอพยายามปลดสร้อยคอที่ห้อยอักษรไขว้ตัว Y ออกจากคอ

เวลาเดียวกัน ทนต์นอนอยู่เขาคิดถึงเรื่องราวในอดีตอย่างสะท้านสะเทือนใจที่ตัวเองเข้าใจทุกคนผิดตลอดมาจนก่อกรรม ทำเข็ญ สร้างเวรสร้างกรรมไว้มากมาย ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ยิ่งเมื่อทุกคนให้อภัยและเด่นดาวเรียกเขาว่า "พ่อ" ด้วยความรัก ก็ทำให้ทนต์ตัดสินใจ พึมพำน้ำตาริน

"ลูกพ่อ...พ่อไม่อาจทนอยู่อย่างเจ็บปวด ไม่อาจทนต่อความผิดบาปในใจอีกต่อไปได้  ยกโทษให้พ่อ  อภัยให้พ่อด้วยนะ"

ทนต์เอื้อมมือไปล้วงปืนที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนออกมา มองอย่างตัดสินใจ

ที่นอกห้อง เด่นดาวแกะสร้อยออกมาได้แล้ว เธอพยายามที่จะร้อยแหวนวงนั้นไว้กับอักษรไขว้ตัว Y ที่มีอยู่เดิม แต่แล้วก็ชะงักเมื่อไทรงามถือยาเข้ามาทัก

"คุยธุระเสร็จแล้วหรือคะพี่ดาว"

"จ้ะ" เด่นดาวตอบเสียงแจ่มใสยิ้มสดชื่น พลางเอาแหวนร้อยเข้าไปในสร้อย แต่แล้วจู่ๆ แหวนก็หลุดจากมือร่วงลงพื้น

ขณะที่เด่นดาวก้มหยิบแหวนนั่นเอง เสียงปืนกัมปนาทขึ้นในห้อง ทั้งเด่นดาวและไทรงามที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องตกใจ หันมองหน้ากันใจเต้นไม่เป็นส่ำ

ไทรงามตัดสินใจผลักประตูเข้าไป เธอช็อกกับภาพที่เห็นตรงหน้า เป็นจังหวะที่เด่นดาวเดินมาถึงพอดี ทั้งคู่ตะลึงอึ้งกับภาพของทนต์ที่นอนเลือดทะลักออกมาทางขมับ ตาเบิกโพลง ปืนยังคาอยู่ในมือ!

"พ่อ!!!" เด่นดาวร้องสุดเสียง โผเข้ากอดศพพ่อร้องไห้โฮ ไทรงามตามเข้าไปกอดปลอบใจพี่สาวร้องไห้ไปด้วยกัน

ooooooo

ดึกแล้ว เด่นดาวในชุดไว้ทุกข์ไปนั่งเหม่ออยู่ที่ท่าน้ำ เจ้าคุณปู่เดินไปดูด้วยความเป็นห่วง เธอบอกเจ้าคุณปู่ให้ขึ้นบ้านไปก่อน ตนขอนั่งเล่นที่ท่าน้ำสักครู่

"หลานเสียใจได้ แต่อย่าทุกข์ทรมานนานจนเกินไปนัก คิดเสียว่าพ่อเขาไปสบายก็แล้วกัน"

"ค่ะ" เด่นดาวตอบเสียวแผ่ว

"ถึงหลานจะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของปู่โดยตรง แต่ปู่ก็รักหลานสุดหัวใจ ถ้าหลานทุกข์ปู่ยิ่งทุกข์มากกว่าหลานหลายเท่า...แล้วรีบกลับขึ้นบ้านนะ ยิ่งดึก น้ำค้างยิ่งแรง เดี๋ยวจะไม่สบาย"

"ค่ะ" เด่นดาวตอบได้แค่นั้น แล้วนั่งเหม่อลอยอยู่กับความมืดและความเงียบตรงนั้น...

ooooooo

ที่ท่าน้ำบ้านไทรโศก ไทรงามในชุดดำเดินมาคุยกับอู๊ด เธอปรารภอย่างใจไม่ดีว่า ทำไมช่วงนี้บ้านเราถึงมีแต่เรื่องสูญเสีย กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเป็นอะไรไปอีก

"คงไม่มีแล้วล่ะครับ ถ้าเรามองในมุมกลับ ในความเสียใจอย่างมหันต์มันก็มีเรื่องที่ทำให้ดีใจอย่างที่สุดรวมอยู่ด้วย

อย่างน้อยผมกับคุณก็ได้รู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงเป็นใคร แล้วเราสองคนก็ได้กลับมาทำความเข้าใจกันอีกครั้ง"

ไทรงามขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตตนไว้ ถ้าไม่มีเขากับ

ทุกคน ตน เจ้าคุณปู่และเด่นดาวก็คงไม่รอด

"หมอก็รู้ว่าผมไม่มีวันยอมให้หมอกับครอบครัวเป็นอะไรอยู่แล้ว" อู๊ดน้ำเสียงอ่อนโยนจับมือไทรงามกุมไว้ เธอยิ้มให้เขาอย่างสนิทใจ จูงมือกันเดินไปเงียบๆ แม้ไม่มีใครพูดอะไร แต่ต่างอบอุ่นมีความสุขอย่างสุดที่จะบรรยาย

ที่ท่าน้ำบ้านเจ้าคุณฯ เด่นดาวยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งดำเดินเข้ามาขออนุญาตนั่งด้วยคน สัญญาว่าจะไม่พูดอะไรนอกจากนั่งเป็นเพื่อนเธอเท่านั้น

เด่นดาวพยักหน้าน้ำตาคลอ แต่พอนั่งไปได้ครู่เดียวเธอก็ร้องไห้โฮออกมา ระบายความอัดอั้นกับดำ เพื่อนคนเดียวในยามนี้ที่มาอยู่เคียงข้าง

"ฉันไม่เข้าใจ ทำไมพ่อถึงตัดสินใจอย่างนี้ ท่านไม่รู้เลยหรือว่าฉันฝันอยากจะมีพ่อเหมือนคนอื่นมาทั้งชีวิต แต่พอได้เจอ ได้รู้ว่าพ่อเป็นใคร เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ พ่อก็มาจากฉันไปอีก"

"แต่เพียงแค่ไม่กี่อึดใจคุณก็มีความสุขที่สุดไม่ใช่หรือ" ดำย้อนถามอย่างอ่อนโยน เด่นดาวคร่ำครวญว่าท่านใจดำกับตนทำเหมือนไม่รักตนเลย

"ท่านรักคุณ...คุณดาว คุณอาจจะมองท่านในมุมของลูก แต่ผมมองท่านในฐานะผู้ชายด้วยกัน ถึงท่านจะเป็นโจร แต่ท่านก็มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เป็นโจรโดยสันดาน เพราะฉะนั้นเมื่อท่านรู้ว่าท่านทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ท่านถึงได้เสียใจมาก โดยเฉพาะการทำผิดต่อเพื่อนของพ่อ ต่อลูกของเพื่อนรัก และที่สำคัญที่สุดคือ ความผิดที่ท่านทำกับคุณ"

เมื่อเด่นดาวนิ่งฟัง ดำย้ำว่า "คุณโชคดีกว่าผมที่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อ เพราะฉะนั้นคิดถึงท่านเถอะครับ คุณคิดถึงท่านได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว"

คำพูดที่จริงใจ กินใจ เห็นใจของดำ ทำให้เด่นดาว

โผเข้ากอดเขาไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่มีเขาอยู่เคียงข้างในยามที่แสนจะอ้างว้างนี้...

ooooooo

บานเย็นบรรจงปักดอกมะลิดอกสุดท้ายบนผ้าห่มเสร็จ มองไปเห็นใบ้ตั้งอกตั้งใจร้อยพวงมาลัยดอกมะลิอยู่ ชมว่าสวยมาก ตั้งแต่ร้อยมาลัยมาวันนี้

เขาร้อยได้สวยมากจริงๆ ใบ้ฟังแล้วยิ้มหน้าบาน ผูกชายมาลัยเข้าด้วยกัน บานเย็นเห็นแล้วยิ้มเขินๆ อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน พลางคลี่ผ้าห่มให้ใบ้ดูถามว่างามไหม ชอบหรือเปล่า กำลังจะบอกว่าถ้าชอบก็จะยกให้ แต่ไม่ทันพูด อู๊ดก็มาบอกว่า

"อยู่กันพร้อมหน้าพอดีเลย พ่อกับแม่ยุ่งอยู่รึเปล่า

คุณเจนจะเปิดพินัยกรรมของคุณย่า เลยให้ผมมาเชิญพ่อกับแม่ไปร่วมฟังและเป็นพยานด้วยครับ"

บานเย็นรีบบอกว่าไม่มีอะไรแล้ว   พับผ้าห่มวางไว้

ส่วนใบ้ก็รีบเอามาลัยดอกมะลิมาวางไว้คู่กันแล้วตามอู๊ดไป

ooooooo

เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว คุณเจนเริ่มอ่านพินัยกรรมของคุณหญิงด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ

"พินัยกรรมฉบับนี้ เขียนขึ้นที่บ้านคดีกิจ ข้าพเจ้าคุณหญิงชื่น ธีระรัตน์ ขอรับรองว่า ข้าพเจ้าได้เขียนพินัยกรรมฉบับนี้ในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการ ข้าพเจ้าขอจำแนกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าให้แก่ทายาทดังต่อไปนี้..."

แล้วคุณเจนก็อ่านพินัยกรรมทีละข้อ ข้อแรกคุณหญิงยกสมบัติที่เป็นสังหาริมทรัพย์ให้นายยิ่งยง ธีระรัตน์ แต่เพียงผู้เดียว ข้อที่สอง คุณหญิงยกเครื่องเพชรและเครื่องทองทั้งหมดให้แก่บานเย็น ธีระรัตน์ แต่เพียงผู้เดียว และให้บานเย็นมอบเครื่องเพชรที่เคยเป็นของหมั้นให้แก่ผู้ที่เป็นคู่หมั้นของนายยิ่งยง ธีระรัตน์ ในโอกาสต่อไป

จากนั้นคุณเจนอ่านข้อที่สาม ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในพระนครยกให้นายยิ่งยง

ธีระรัตน์แต่เพียงผู้เดียว และสุดท้ายข้อที่ 4 ที่ดินที่ไทรโศกจำนวน 500 ไร่ แบ่งให้แก่นายเพิ่ม ธีระรัตน์ 50 ไร่ นางหวินกับทายาท 50 ไร่ ที่เหลือ 400 ไร่มอบให้นายยิ่งยง ธีระรัตน์แต่เพียงผู้เดียว ลงชื่อ คุณหญิงชื่น ธีระรัตน์ วันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2504

ทุกคนที่เกี่ยวข้องพากันตื้นตันใจ หวินถึงกับร้องไห้ที่คุณหญิงมีแก่ใจนึกถึงตนกับลูก

เพิ่มถามว่าคุณหญิงตั้งใจยกมรดกของท่านทั้งหมดให้อู๊ดตั้งแต่ก่อนล้มป่วยหรือ คุณเจนชี้แจงว่าท่านไปพบตนที่บ้านขอให้เขียนพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะฉบับเก่าท่านระบุยกมรดกให้อ๊อดกับอู๊ดเท่าๆกัน แต่ท่านคงทราบความจริงบางอย่างเลยเปลี่ยนใจยกทุกอย่างให้อู๊ดคนเดียว

หวินปรารภว่าอุษาเสียไปแล้วคงลุกขึ้นมาโวยวายไม่ได้ ดำพึมพำว่าเหลือก็แต่อ๊อดไม่รู้ไปมุดหัวที่ไหน ทำให้อ๊อดที่มาแอบฟังอยู่ตะโกนลั่นขึ้นว่า

"กูอยู่นี่ ถ้ากูไม่ได้อะไร ก็อย่าหวังว่ามึงจะได้ ไอ้อู๊ด!!"

ooooooo

อ๊อดพรวดออกมายิงใส่อู๊ดทันที ใบ้กระโดดเอาตัวบังอู๊ดไว้เลยถูกยิงที่หน้าอก อ๊อดยังลั่นไกอีกสองนัดแล้ววิ่งหนี ดำได้สติวิ่งตามไปติดๆ

อ๊อดวิ่งไปชนไทรงามที่กลับมาพอดี ไทรงามล้มกลิ้งไปกับพื้น ดำมัวแต่เป็นห่วงไทรงาม อ๊อดเลยวิ่งหนีไป พอดำวิ่งตามไปอีกทีอ๊อดก็ตะบึงรถฝุ่นตลบไปไกลแล้ว

ไทรงามตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าใบ้ถูกอ๊อดยิง เธอคว้ากระเป๋ายาวิ่งกลับไปทันที ไปถึงเห็นอู๊ดประคองใบ้ที่เลือดท่วมตัวจะพาส่งโรงพยาบาล ใบ้โบกมือห้ามอย่างรู้ตัวว่าไม่รอด พอดีไทรงามมาถึงเธอรีบเข้าปฐมพยาบาล ใบ้ส่ายหน้ากับไทรงามแล้วมองไปทางบานเย็น

บานเย็นเข้าไปจับมือใบ้ไว้ต่างมองกันด้วยสายตาอาลัย จับมือกันน้ำตาไหลพราก ส่วนอีกมือหนึ่งใบ้จับมืออู๊ดไว้มองลูกด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก จำได้ถึงความตื่นเต้นตื้นตันใจในวันที่ทำคลอดลูกด้วยมือตัวเอง เฝ้าดูความเจริญเติบโตของลูก ปกป้องลูกในยามเผชิญภยันอันตรายจนนาทีสุดท้ายในวันนี้...

ใบ้เอาสองมือที่จับมือบานเย็นและอู๊ดประคองมาไว้แนบอกตน ยิ้มออกมาทั้งที่เลือดทะลักออกจากแผลเป็นลิ่มๆ...ในที่สุดใบ้สิ้นใจในอ้อมกอดของลูกและเมียที่เพิ่งได้สัมผัสกันแนบแน่นเป็นครั้งแรกในชีวิต..

อู๊ดกอดพ่อร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ส่วนบานเย็นช็อกพูดอะไรไม่ออก ไทรงามรีบเข้าไปปั๊มหัวใจ เธอปั๊มครั้งแล้วครั้งเล่าจนอู๊ดขอให้พอ และหวินต้องเข้ามาจับมือเธอไว้ พอวางมือจากใบ้ไทรงามก็หันมากอดหวินร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

อ๊อดขับรถหนีไปในทุ่งนาป่าเปลี่ยว ถูกเสี่ยโอตามมาล้างแค้น ยิงยางรถทั้งสี่ล้อแล้วเข้าไปเอาปืนจี้ทวงทองเพชรของบรรพบุรุษที่อ๊อดเอามา อ๊อดทำทีเปิดท้ายรถหยิบส่งให้ แต่แอบหยิบปืนในถุงมาจี้เสี่ย

แต่ช้าไป เพราะมือที่ถือปืนของอ๊อดถูกยิงจนปืนร่วง เสี่ยระเบิดหัวเราะเดินเข้าไปกระชากถุงทองและเพชร เอาปืนจ่อพูดใส่หน้า

"คิดจะฆ่าอั๊วงั้นเหรอ ลื้อรู้จักอั๊วน้อยไปแล้ว พ่อลื้อมันยังใจนักเลง สำนึกผิดก็ยิงตัวตาย แต่สำหรับคนชั่วใจปลาซิวอย่างลื้อ คงไม่กล้าหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวตัวเองแบบพ่อลื้อหรอก เอาอย่างนี้อั๊วจะให้โอกาสลื้อหนีไปให้พ้นหน้าอั๊วให้เร็วที่สุด หนึ่ง..สอง.."

เสี่ยนับถึงสอง อ๊อดก็ลุกวิ่งอ้าวไปสุดชีวิต เสี่ยหัวเราะเยาะตะโกนตามหลัง "วิ่งหางจุกตูดเหมือนหมาไม่มีผิด!!"

แต่เสี่ยยังไม่สะใจแค้น ยิงที่ขาอ๊อดนัดหนึ่งพออ๊อดล้มตะเกียกตะกายหนีก็ยิงใส่ขาอีกข้างหนึ่งเพื่อให้รู้รสของการหนีตายที่อ๊อดทำกับลูกสาวตน ไม่เพียงเท่านั้นเสี่ยยังตามไปยิงจนหมดแม็กแล้วถีบร่างอ๊อดกลิ้งหลุนๆ ลงข้างทาง ร่างกระแทกถูกตอไม้เสียบตายตาค้างอยู่ตรงนั้น

"ตายได้สมกับความเลวของลื้อจริงๆ" เสี่ยเดินไปดูแล้วก้าวผ่านไปอย่างสะใจแค้น

แต่เสี่ยเองก็หนีกรรมไม่พ้น ขณะขับรถกลับอย่างผยองลำพองใจกับสมบัติที่ปล้นมานั้น เหลือบเห็นคุณหญิงนั่งอยู่เบาะหลัง เสี่ยตกใจตาเหลือกเพราะรู้ว่าคุณหญิงตายไปแล้ว แต่ยังอวดดีเบรกรถแล้วคว้าปืนยิงใส่แต่กระสุนหมดตั้งแต่ยิงอ๊อดแล้ว

เสี่ย ค้นหาสิ่งที่จะมาทำร้ายคุณหญิง สุดท้ายเจอไฟแช็กจึงจุดไฟเผาเบาะที่คุณหญิงนั่งแล้ว เปิดประตูจะวิ่งหนี แต่ประตูเปิดไม่ออก ซ้ำร่างคุณหญิงที่เห็นนั่งอยู่เบาะหลังก็หายวับไปกับตาด้วย

เสี่ย ร้องขอความช่วยเหลือ ดิ้นทุรนทุรายอยู่ในกองไฟที่ลุกท่วมรถ มองไปข้างหน้า สายตาที่เหลือกลานเห็นคุณหญิงในชุดสวยหันมามองอย่างสมเพชแล้วเดินอย่างสง่า จากไป

เสี่ยโอดิ้นกระเสือกกระสนอยู่ในกองไฟ..เป็นกรรมที่ตามทันตา เห็นจริงๆ!

ooooooo

ที่เฉลียงเรือนบานเย็น...

ร่างของ ใบ้ที่ได้รับการทำแผลและเปลี่ยนชุดสะอาดเรียบร้อยแล้ว นอนอยู่บนตั่งไม้ที่กลางเฉลียง บานเย็นค่อยๆกลัดกระดุมเสื้อให้ ทาแป้งลูบไล้ใบหน้าจนทั่ว จากนั้นบรรจงหวีผมให้ เธอทำทุกอย่างให้ใบ้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความอาลัยรัก จากนั้นไปนั่งอยู่ที่ปลายเท้าของใบ้ ระลึกถึงคืนวันที่ผ่านมา...

"ฉัน ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอะไรกับนายดี มีถ้อยคำเป็นล้านๆคำที่ฉันอยากจะพูด อยากจะบอกนายแต่ฉันก็ปล่อยโอกาสให้มันผ่านไป ถึงตอนนี้นายจะไม่รับรู้อะไรแล้ว แต่ฉันก็อยากจะขอ ขอให้นายรับฟังคำขอบคุณจากฉันสักครั้ง..."

บานเย็นพรรณนาถึงความหลัง เมื่อ 27 ปีที่ได้รู้จักกัน บอกกับใบ้ว่า

"มันเป็น 27 ปีที่เต็มไปด้วยสุขและทุกข์ ในยามที่ฉันสุขฉันมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากตัวเอง แต่ในยามที่ฉันทุกข์ฉันมองเห็นนายอยู่เคียงข้างเสมอ...นายช่วยชีวิตฉันครั้ง แล้วครั้งเล่า ทำให้ฉันมีสติ ทำให้ฉันได้คิด ทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับอุปสรรคทุกอย่างในชีวิต นายจึงเป็นทั้งพี่ทั้งเพื่อน ทั้งคู่ชีวิตที่เป็นยิ่งกว่ามิตรแท้ของฉัน..."

บานเย็น เผยถึงความตั้งใจว่าเย็บผ้าห่มสองผืน ผืนหนึ่ง ให้ลูก อีกผืนหนึ่งตั้งใจมอบให้ใบ้เพราะเคยเห็นเขานอนขดตัวด้วยความหนาว แต่ก็ช้าไปแล้ว แต่ไม่ว่าเราจะจากกันไกลแค่ไหน แต่ขอให้ใบ้รู้ไว้ว่า "นายจะอยู่ในใจฉันเสมอและตลอดไป หลับให้สบายเถิดนะ...มิตรที่รักยิ่งของฉัน"

บานเย็น ก้มกราบแทบเท้าใบ้ อู๊ดกับไทรงามที่นั่งถัดไป ก้มกราบตามด้วยความซาบซึ้งสะเทือนใจ

ooooooo

ในวันเผาศพใบ้ อู๊ดร้องไห้อย่างร้าวรานใจที่พ่อต้องมาตายเพราะตน คร่ำครวญกับพระครูฯว่า "ผมจะทำอย่างไรดีครับ"

ท่านพระครูฯขอให้ตั้งสติแล้วคิดให้ดีจะพบว่า พ่อแม่ ทุกคนรักลูก พร้อมจะปกป้องลูกเสมอ ใบ้ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดที่ต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องลูก แต่กลับยินดีและเต็มใจทำหน้าที่ พ่ออย่างดีที่สุด

เมื่ออู๊ดตำหนิตัว เองว่ายังไม่มีโอกาสทำหน้าที่ลูกอย่างดี ที่สุดให้พ่อเลย ท่านพระครูฯขอให้อู๊ดดูแลโยมแม่ให้ดีที่สุด เพราะนั่น "เป็นการแสดงความกตัญญูต่อโยมพ่อของโยมอย่างดีที่สุดเช่นกัน การทำความดีต่อตัวเอง ต่อญาติมิตรและต่อเพื่อนร่วมโลกก็เป็นการแสดงความกตเวทิตาต่อพ่อแม่ เพราะถ้าลูกดี ผู้คนก็จะสรรเสริญไปถึงพ่อกับแม่ว่าเลี้ยงลูกได้ดี ดังนั้นโยมสามารถแสดง
ความกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อแม่ ได้ทุกลมหายใจ ไม่ว่าท่านจะอยู่บนโลกนี้หรือไม่ก็ตาม"

อู๊ดก้มกราบด้วยความซาบซึ้ง ในคำสอนของท่านพระครูฯ

ทุกคนที่มาร่วมงาน มองควันที่ลอยสู่ท้องฟ้าราวกับตามไปส่งใบ้ให้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์...

วัน นี้เอง อัมพริกาก็มาลาทุกคน ขอโทษทุกคนที่ตน เคยทำเรื่องไม่ดีไว้ด้วย ทั้งขอให้ทุกคนอโหสิกรรมให้กับเตี่ยด้วย ก่อนจากกันเธอยังบอกความจริงแก่ทุกคนว่า เธอไม่ได้ท้องกับอู๊ด แต่คนที่ทำเธอท้องคืออ๊อด แต่ในที่สุด อ๊อดก็ฆ่าลูกตัวเอง ด้วยการผลักเธอตกบันไดจนแท้ง จากนั้นเธอเอ่ยลาทุกคนเพื่อไปอยู่พระนครกับญาติ

วันนี้ ไม่มีใครอาฆาตแค้นอัมพริกาอีกแล้ว ทุกคนมองเธอด้วยความสงสารเห็นใจ

ooooooo

จาก เหตุการณ์ที่รุมเร้าเข้ามาในชีวิต ทำให้เด่นดาวคิดได้ว่าเรื่องราวของตัวเองนั้นเมื่อเทียบกับความสูญเสียขอ งอู๊ดกับอัมพริกาแล้วไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่ตนคิดเลย ดำชมว่าเธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ เพราะที่แล้วมาเธอยึดตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล ไม่เคยยอมใครเลย

ใน โอกาสนี้ ดำบอกรักเด่นดาวที่ตัวเองฟูมฟักมาจนเต็มหัวใจ และในนาทีนี้ เด่นดาวเองก็ยอมรับความจริงในหัวใจตัวเองที่ความดีของดำได้ปลูกรักขึ้นใน หัวใจเธอแล้ว

เช่นเดียวกัน เมื่ออัมพริกาได้มาสารภาพความจริง เรื่องความสัมพันธ์กับอู๊ดแล้ว ชายหนุ่มทวงถามจากไทรงามว่าตอนนี้เข้าใจตนแล้วใช่ไหม เมื่อไทรงามตอบรับอย่างเขินอาย อู๊ดขอแต่งงานกับเธอสารภาพว่า

"ผมรัก หมอ รักตั้งแต่แรกพบ เมื่อไหร่เราพร้อม เราจะแต่งงานกันนะครับ"

อู๊ ดกอดไทรงามไว้อย่างอบอุ่นจูบหน้าผากเธออย่างทะนุถนอมท่ามกลางแสงอ่อนๆของ พระอาทิตย์ในยามเย็น

และที่ใต้ต้นไทร...บานเย็นยังไปนั่งที่นั่น เหมือนที่ผ่านมา เพิ่มกับหวินเดินเข้าไปหา เพิ่มบอกว่าวันนี้จะไปส่งคุณเจนที่ พระนคร และได้เอาของที่ใบ้ฝากให้บานเย็นมอบให้เธอ บอกว่า

"เจ้าใบ้มันเอา เงินทุกบาททุกสตางค์ที่มันเก็บทั้งชีวิตทำของชิ้นนี้ให้หนูเย็น มันบอกว่าจะให้หนูเย็นในวันครบรอบที่มันได้เจอหนูเย็นมา 27 ปี"

บานเย็น รับถุงกำมะหยี่สีแดงมาเปิดดู ในนั้นมีสร้อยทองหนัก 1 บาท พร้อมด้วยล็อกเกตทองคำรูปวงรีห้อยติดอยู่กับตะขอสร้อย เปิดล็อกเกตออกดู เป็นรูปของบานเย็นฟากหนึ่งและรูปของอู๊ดอีกฟากหนึ่ง

"คนสำคัญที่สุด ในชีวิตเจ้าใบ้มันมีแค่นี้...ลูกกับเมีย" หวินบอกด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ

บานเย็น ประคองสร้อยกับล็อกเกตขึ้นแนบอก น้ำตาไหลพราก...

เมื่อได้อยู่กับตัว เอง บานเย็นเดินไปตามคันนาท่ามกลางข้าวเขียวขจี บอกกล่าวแก่ใบ้ว่า

"คน สำคัญที่สุดในชีวิตฉันก็คือลูกกับนายเช่นกัน มันเป็นเรื่องยากที่สุด ที่จะทำใจให้เข้มแข็งและอยู่ให้ได้โดยไม่มีนายยืนเคียงข้างเหมือนที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ฉันอยากจะขอบคุณนายเหลือเกินที่ส่งตาอู๊ดมาให้ฉัน ฉันจะดูแลพยานรักของเราอย่างดีที่สุด ฉันจะอยู่เพื่อเขา อยู่เพื่อลูกหลานของเรา..."

ooooooo

2 ปีผ่านไป...บานเย็นยังคงเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ใบ้รับรู้อย่างสม่ำเสมอ

วัน นี้ เธอเล่าว่าดำกับเด่นดาวแต่งงานกันแล้ว ทั้งคู่ กำลังทดลองและผลิตข้าวพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลเพิ่มขึ้นทุกปี จนเป็นที่รักใคร่ของชาวนาที่นี่ทุกคน แล้วเล่าถึงอู๊ดว่าได้ช่วยสร้างถนนหนทางในไทรโศกเพิ่มขึ้นอีกหลายสาย ตอนนี้ไปไหนมาไหนไม่ลำบากเหมือนสมัยเราเป็นหนุ่มสาวอีกแล้ว

นอกจาก นั้นยังเล่าอย่างภูมิใจว่า "นายรู้แล้วใช่ไหมว่า ที่ไทรโศกมีโรงพยาบาลแล้ว เป็นโรงพยาบาลที่สร้างจากเงินบริจาคของเจ้าคุณพ่อและคุณหญิง หนูงามเป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลที่มีเมตตาและทุ่มเททำงานอย่างสุดหัวใจ เธอจึงเป็นที่รักของคนไข้ที่นี่ทุกคน...และเป็นที่รักของสามีและลูก หนูงามแต่งงานกับลูกของเราและมีพยานรักด้วยกัน 1 คน ครอบครัวของลูกเป็นครอบครัวที่น่ารักและสมบูรณ์พร้อมไม่มีช่วงทุกข์ยากลำบาก ลำบนเหมือนเมื่อครั้งปู่ย่าตายาย..."

บานเย็นยังคงหมั่นเล่าเรื่อง ราวต่างๆ ให้ใบ้ได้รับรู้ อย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งบัดนี้...ผ่านไป 20 ปีแล้ว บานเย็นในวัยชราก็ยังคงเล่าเรื่องราวต่างๆแก่ใบ้อย่างไม่รู้เบื่อ

"เวลา ผ่านไป...ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไทรโศกก็เปลี่ยนไป แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนคือหัวใจของฉัน ที่ยังนึกถึงนายอยู่ทุกลมหายใจ...ฉันหวังเหลือเกินว่า เราคงได้พบกันอีกครั้ง...สักวัน..."

บานเย็นในวัยชรา ลุกจากแคร่ที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ มองไปข้างหน้า ตาเป็นประกายแจ่มจรัสเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างท่าทางเหมือนใบ้ในวัยหนุ่ม ราวกับแกะ กำลังเดินบ่ายหน้ามาหา

เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้า จ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่ม เอื้อมมือมาจับมือบานเย็นอย่างทะนุถนอม เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

"มานั่งคิดถึงคุณปู่อยู่หรือครับคุณย่า"

"จ้ะ..."

ที่แท้ คืออ้น ลูกชายของไทรงามกับอู๊ดนั่นเอง ชายหนุ่ม ประคองผู้เป็นย่านั่งลงที่แคร่ตามเดิม แล้วตัวเองก็นั่งข้างๆอย่างอ้อนย่านิดๆ รำพึงว่า

"ใครๆก็พูดถึงคุณ ปู่ว่าท่านเป็นคนดีมากๆ"

"จ้ะ ท่านเป็นคนดีมาก"

"ที่บ้านเรา มีรูปผู้ใหญ่ทุกคน ตั้งแต่รูปเจ้าคุณปู่ทวด คุณย่าทวด คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ แต่ทำไมถึงไม่มีรูปคุณปู่ เลยครับ ท่านไม่ชอบถ่ายรูปหรือครับ"

"จ้ะ" บานเย็นตอบสั้นๆ อย่างไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี

"น่าจะถ่ายไว้สักรูป ก็ยังดีนะครับ อ้นจะได้เห็นหน้าท่านบ้าง อยากรู้จังเลยครับว่าท่านหน้าตาเหมือนใคร" อ้นมองหน้าย่าด้วยดวงตาเป็นประกาย อยากรู้ใคร่เห็นคุณปู่จริงๆ

บานเย็น มองหน้าหลานชายนิ่ง ลูบผมด้วยความรักสุดหัวใจ เอื้อมแขนโอบกอดหลานชายไว้ด้วยความรัก

เป็นความรักในปัจจุบันที่ สัมผัสได้ด้วยเลือดเนื้อที่อบอุ่น แต่อีกความรักหนึ่งนั้น แม้จะสัมผัสด้วยกายไม่ได้ แต่ตราตรึงในหัวใจอย่างอบอวล...อบอุ่น อยู่ทุกลมหายใจ...

ooooooo

-อวสาน-


ละครไทรโศก ตอนที่ 19(ตอนจบ) อ่านไทรโศก ติดตามไทรโศก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 27 มิ.ย. 2553 09:28 2010-07-01T01:50:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ