ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทรายสีเพลิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"

    ระหว่างที่ทรายกับลูกศรสำรวจรอบโครงการ อลันกับพัชระยืนคุยกันด้วยความสะใจ เมื่อเห็นโมเดลคอนโดที่บุรีเตรียมมา สุดท้ายฌานก็ยอมทุบบ้านพ่ออย่างที่นอร์แมนต้องการ แต่ถึงกระนั้น อลันก็ไม่วางใจ เชื่อว่าคนอย่างฌานมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่านั้นไม่น่าจะ ยอมง่ายๆ ต่างจากพัชระที่มั่นใจว่าคงไม่มีอะไรผิดพลาด

    สองหนุ่มผู้สมรู้ร่วมคิดคงจะคุยกันอีกยาวถ้าบุรีจะไม่มาแทรก พร้อมคำถามกระแทกใจ ว่ามีใครเห็นลูกศรกับทรายมาที่งานหรือยัง อลันไม่สนเลี่ยงจากไป ส่วนพัชระตีหน้าขรึม บอกว่ากำลังรอคู่หมั้นสาวอยู่เช่นกัน บุรีหรี่ตาไม่อยากเชื่อ ไม่แน่ใจว่ารุ่นน้องหนุ่มรอลูกศร หรือว่ารอทรายกันแน่!

    เวลาเดียวกัน บริเวณหนึ่งของบ้านพ่อฌาน...

    ลูกศรชะเง้อมองที่งานด้วยความตื่นเต้น แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อยากเข้าไปเพราะไม่คุ้นการออกงานใหญ่แบบนี้ พลันนึกขึ้นได้ว่าบุรีคงมาด้วย สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งน่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี ทำให้เธอไม่ประหม่าต่อสายตาผู้คนมากนัก ทรายได้ยินชื่อบุรีก็นิ่วหน้า หงุดหงิดจนต้องโพล่งถามไปว่าน้องสาวดูจะสนิทกับบุรีเป็นพิเศษ ลูกศรยิ้มแย้มเมื่อพูดถึงบุรี บอกว่าเขาเป็นคนหน้าดุแต่ขี้เล่นและใจดี

    “พี่บุรีชอบปั้นหน้ายักษ์แกล้งศร คงเพราะศรขี้อาย ไม่กล้าคุยกับใคร พี่บุรีเลยแกล้งให้ศรกล้าพูดน่ะค่ะ”

    “พี่คงต้องทำตัวเป็นเด็กโลกสวยอย่างศรบ้าง เผื่อเขาจะเปลี่ยนใจมาแกล้งพี่บ้าง”

    คำพูดตัดพ้องอนๆของทราย ทำให้ลูกศรอดหัวเราะไม่ได้ ไม่คิดว่าบุรีจะใจร้ายกับพี่สาวได้ลง โดยเฉพาะในคืนนี้ที่พี่สาวของเธอสวยมากเป็นพิเศษ ทรายยิ้มร้าย...

    ชักอยากเห็นเสียแล้วสิ ว่าบุรีจะทำท่ายังไงเมื่อเห็นเธอ

    ฟากทีมงานของบุรี...วิ่งวุ่นหลังเวทีเตรียมงานเปิดตัวโครงการ กี้รับผิดชอบเรื่องคิว จึงแจ้งให้บุรีกับฌานทราบว่าจะให้พิธีกรที่เชิญมาขึ้นพูดรายละเอียดของโครงการ แต่ฌานห้ามไว้ บอกจะเป็นคนพูดช่วงนี้เอง เพราะมีเซอร์ไพรส์ใหญ่ให้แก่แขกเหรื่อทั้งหลาย บุรีมองหน้าเพื่อนรักนิ่งๆ เชื่อว่ามีความลับบางอย่างแน่ แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร

    แล้วแขกเหรื่อในงานก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อฌานจัดการ ทุบโครงการคอนโดต่อหน้าทุกคน พร้อมประกาศจะทำโครงการคอนโดขนาดย่อม เน้นแนวทางอนุรักษ์ เพื่อรักษาบ้านของพ่อไว้ แขกเหรื่อเงียบกริบไปอึดใจกว่าจะมีคนใจกล้าปรบมือลั่นให้แก่แนวคิดของฌาน แต่คนที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นทรายที่เดินกรุยกรายเข้ามา

    “ฉันขอปรบมือชื่นชมให้กับนักธุรกิจที่ไม่ได้นึกถึงแต่ผลกำไรของตัวเอง แต่คิดถึงกำไรของลูกค้ามากกว่า”

    เสียงปรบมือสนั่นตามมาหลังจากนั้น พร้อมแสงแฟลชสว่างจ้ามากมายที่จับตาดูคู่เดตสาวคนสวยของฌาน นอร์แมนจำต้องข่มความไม่พอใจไว้ แล้วยิ้มให้แก่กองทัพนักข่าว อลันมองมาอย่างไม่ชอบใจด้วยความอิจฉา แต่ฌานก็ไม่ยี่หระ แอบหวังลึกๆว่านอร์แมนจะใจอ่อนยอมให้เขาทำตามอย่างที่ต้องการ

    การประกาศโครงการของฌาน ทำให้เกิดปฏิกิริยาแตกต่างกัน ลูกศรจำเขาได้และพยายามจะเดินไปทัก แต่ก็คลาดกันทุกครั้ง ลิซ่าอยากจะไปแสดงความยินดีและให้กำลังใจ แต่ก็ต้องหัวเสีย เมื่อชนกับทรายโดยบังเอิญเสียก่อน สองสาวต่อปากต่อคำกันเหมือนเคย ก่อนจะแยกกันไปคนละทาง ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวทั้งคู่!

    ฝ่ายพัชระเจ็บใจมาก ที่ฌานพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสจนได้ ลิซ่าผ่านมาเห็นและจำได้ว่าเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับอลัน เลยแขวะที่เขาถูกฌานตลบหลัง พัชระมองตามหลังลิซ่าไปด้วยความแค้นใจ เมื่อเดินไปสมทบกับทีมทำงานก็อดระบายอย่างหัวเสียไม่ได้ ว่าโดนฌานหลอกต้มจนเปื่อย บุรีได้ยินก็ไม่ชอบใจ พยายามกล่อมให้มองฌานอีกมุม ว่าอาจมีเหตุผลที่ทำแบบนี้ แต่พัชระไม่ยอมจบ เคืองฌานที่ไม่ไว้ใจทั้งที่สนิทกันมานาน

    “นั่นสิ...อย่างน้อยเราก็สนิทกัน เราก็ควรเข้าใจฌาน ไม่ใช่โวยวาย เหมือนกับว่าเราโดนเขาหักหลัง...จริงไหม”

    คำพูดแทงใจดำของบุรี ทำให้พัชระถึงกับผงะระแวงไปหมด กลัวบุรีจะรู้ความจริงว่าเขาเป็นสายให้อลัน

    ooooooo

    ฌานไม่แปลกใจ เมื่อได้ยินจากบุรีว่ามีเสียงตัดพ้อน้อยใจจากน้องๆในทีม แต่เรื่องนั้นยังไม่สำคัญเท่านอร์แมนคิดอย่างไรกับโครงการของเขา แล้วฌานก็ได้ค้นพบว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกเช่นไร เมื่อเขาถูกตบหน้า เต็มแรง โทษฐานที่กล้าขัดคำสั่งต่อหน้าธารกำนัล แอนน์ตกใจมาก เป็นห่วงลูกชายแต่ไม่มากไปกว่าห่วงตัวเอง

    “ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ต้องไปเก็บบ้านสับปะรังเคนั่นไว้”

    ฌานมองหน้าแม่ด้วยสายตาเจ็บปวด “แต่มันเคยเป็นบ้านของเรานะแม่”

    แอนน์แหวกลับเสียงเขียว โกรธลูกชายคนเดียวมากที่ทำให้นอร์แมนไม่พอใจ “เคย...แต่ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องทุกอย่างในบ้านหลังนั้นมันจบตั้งแต่พ่อแกตายแล้ว มันไม่เหลือซากอดีตอะไรในสมองฉันแล้ว สิ่งที่ฉันมีตอนนี้คือตำแหน่งคุณนายหว่อง กว่าฉันจะได้มาอยู่ตรงนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันจะไม่มีวันเอาอดีตบ้าบอมาทำลายความสุขฉันเด็ดขาด”

    นอร์แมนโมโหฌานมาก จนพาลไปลงกับแอนน์ ไม่ยอมให้เธอขึ้นรถกลับด้วย ฌานพยายามไปปลอบแม่ แต่ก็ถูกตะเพิดออกมาแทบไม่ทัน ฌานมองหาทรายเพราะอยากได้ที่พักใจ แต่เมื่อเห็นเธอถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนมากมาย ก็เลือกจะปลีกตัวไปสงบสติอารมณ์คนเดียว ทรายหันมาเห็นพอดี และเห็นพัชระผลุนผลันแยกไปอีกทางด้วยความหัวเสียเพราะหึงเธอ ไม่รู้ตัวเลยว่าบุรีมองมาทางทรายจากอีกมุม...อยากรู้เหลือเกินว่าเธอจะเลือกเดินตามใคร

    แล้วบุรีก็ต้องอึ้ง เมื่อทรายเลือกตามพัชระ อดเคืองแทนเพื่อนรักไม่ได้ที่หญิงสาวไม่เห็นความสำคัญเลย ส่วนทรายไม่ห่วงฌานมากนัก แต่อยากตามไปเยาะเย้ยพัชระมากกว่าที่เล่นงานฌานไม่สำเร็จ สถาปนิกหนุ่มไก่อ่อนหัวเสียมาก กระชากเธอเข้าหา ทรายพยายามสะบัดตัวออกพัชระไม่ปล่อยแถมแขวะ

    “ถ้าคุณไม่ต้องการผม แล้วทำไมคุณไม่ตามพี่ฌานไป ทำไมคุณไม่อยู่คุยกับผู้ชายล้อมรอบตัวคุณ ทำไมคุณถึงตัดสินใจตามผมมา คุณอยากให้ผมตามคุณ คุณถึงได้ปั่นหัวผมอย่างนี้ เสียใจด้วยนะทราย...ตอนนี้ผมรู้ทันคุณแล้ว”

    ทรายเจ็บใจมาก ผลักตัวออกจากเขาจนได้แล้วแหวลั่น พัชระหัวเราะเยาะชอบใจ

    “คุณไม่ใช่คนควบคุมผมอีกต่อไปแล้ว ถ้าคุณอยากให้ผมตามอย่างที่ต้องการ ทำให้ผมเห็นสิว่าคุณเลือกผม”

    พัชระผละไปแล้ว ทิ้งทรายให้ฮึดฮัดคนเดียว...ทรายไม่ยอมเป็นคนโดนคุม แต่ทรายจะต้องเป็นคนคุมเกม!

    ทรายข่มความหงุดหงิด แล้วตัดสินใจกลับเข้างาน แต่โชคร้ายเจอกับบุรี ที่ต่อว่าเธอเสียงเข้มเพราะไม่ยอมไป ปลอบใจฌาน ทรายถอนใจหนักหน่วง โพล่งออกไปอย่างเหลืออด ให้เขาล่ามโซ่เธอเสีย จะได้หมดเรื่อง

    บุรีอยากจะเป็นบ้า “นี่ผมพูดจริงนะทราย คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ฌานต้องเจอกับอะไรบ้าง เขายอมหักหลังพ่อเลี้ยงเขา ส่วนหนึ่งก็เพื่อคุณ ตอนนี้คุณควรยืนข้างๆเขา ให้กำลังใจเขา สมกับที่เขายอมทุ่มเทให้คุณ แต่คุณกลับไปกับ...”

    “กอดกับผู้ชายคนอื่น ถ้ามันกระดากปากคุณนัก ฉันพูดแทนให้”

    “ผมขอเตือนในฐานะ...เพื่อน คุณสวยกว่าลูกศร เก่งกว่าลูกศร แต่สิ่งที่คุณทำ มันทำให้คุณดูด้อยกว่า เลิกเล่นเกมปั่นหัวผู้ชายเถอะ ผู้ชายที่เล่นกับคุณ เขาแค่อยากเอาชนะ ถ้าให้เลือกจริงจัง ถ้าผมเป็นพัชระ ผมก็เลือกลูกศร”

    พูดแล้วก็รู้สึกผิด บุรีอยากจะขอโทษตามใจนึก แต่ก็ยั้งไว้เพราะคิดว่าเป็นการดีกับทรายมากกว่า จะได้หยุดเรื่องวุ่นวายพวกนี้สักที ส่วนทรายเจ็บจี๊ด คำพูดบุรีกระแทกปมอย่างแรง ต้องแล่นไปตามหาน้องสาวคนเดียวมาพิสูจน์ความจริงว่าจะเป็นเด็กดีสมกับที่เขาชื่นชมไหม แล้วก็ยิ้มเยาะสะใจ เมื่อได้เห็นลูกศรยืนคุยกับฌานด้วยใบหน้าแดงซ่าน เขินอายอย่างเห็นได้ชัด...ตามประสาสาวช่างฝัน ช่างจินตนาการและโลกสวย!

    ทรายแอบตามดูสองหนุ่มสาวคุยกันด้วยสีหน้าสมใจ อยากให้เสาวนีย์กับบุรีมาอยู่ตรงนี้นัก จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่จะกลายเป็นของเล่น ลูกศรไม่รู้เรื่อง เดินตามฌานต้อยๆ เพราะอยากชมบ้านหลังเก่าโดยรอบ ปลื้มและประทับใจ มากกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่หาดูได้ยากสมัยนี้

    “ถ้าฉันเป็นเจ้าของบ้านนี้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทุบทิ้ง แล้วสร้างห้างหรือคอนโดบ้าบอเด็ดขาด”

    “ผมอยากให้ตึกนี้เป็นของคุณ แทนเจ้าของคนที่ไม่รู้จัก ไม่ซาบซึ้ง ไม่รู้ถึงคุณค่าของอะไร...นอกจากเงิน!”

    สองหนุ่มสาวหัวเราะให้กันเสียงใส สบตากันซึ้งรู้สึกถึงตัวตนกันและกัน ก่อนจะผละออกเขินๆ ลูกศรแก้เก้อ บ่นพึมพำแช่งเจ้าของโครงการที่ใจร้ายใจดำทำลายตึกเก่าแก่แต่งดงงามเช่นนี้ ฌานไม่ถือสา แถมมองมาด้วยความเอ็นดูเสียอีกในความใสซื่อบริสุทธิ์ของเธอ ส่วนลูกศรยิ้มกว้างมีความสุขและสบายใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้คุยกับเขา

    ooooooo

    ทรายเหยียดยิ้มเย็น เมื่อเห็นสองหนุ่มสาวที่หมายจะจับคู่ให้คุยกันกะหนุงกะหนิง ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ตัดสินใจ ปรากฏตัว แสร้งตีหน้าตื่นเต้นยินดี ที่น้องสาวคนเดียว ได้เจอกับคู่เดตหนุ่ม

    “ไม่น่าเชื่อว่าศรกับฌานจะเจอกันแล้วที่มูลนิธิเด็ก อย่างกับโชคชะตาจะเล่นตลกแน่ะ”

    คำว่าโชคชะตาเล่นตลกจากปากพี่สาว ทำให้ลูกศรอึ้งไปครู่ใหญ่ ทรายตีหน้ายิ้มแย้ม ชวนคู่เดตหนุ่มกับน้องสาวไปทานข้าวฉลองซ่อมบ้านเสร็จ ฌานไม่อยากเชื่อหูเพราะเขาเพียรขอมาหลายที เธอก็ไม่เคยใจอ่อน

    “ก็ตอนนั้นบ้านทรายยังไม่เสร็จดีนี่ แต่ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว”

    ทรายพาน้องสาวแยกไปแล้ว ฌานมองตามลูกศร ด้วยสีหน้าเศร้าๆ ใจหายไม่น้อยเมื่อได้รู้ว่าเธอเป็นคู่หมั้นของพัชระ เช่นเดียวกับลูกศร ที่มีท่าทางหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด ทรายอ่านอาการออก ยิ้มสะใจแล้วแกล้งปลอบให้สบายใจว่าฌานเป็นผู้ชายแสนดี แถมดูจะชอบลูกศรเป็นพิเศษด้วย ถึงกับยอมเดินมาส่งที่รถ

    “เขาคงเห็นศรเป็นน้องสาวพี่ แถมปล่อยไก่ไปตั้งเยอะ ที่เดินมาส่ง คงกลัวศรจะไปโก๊ะว่าใครอีก”

    ทรายมองท่าทางซื่อๆของน้องสาวด้วยความสมเพช นึกถึงคำพูดของบุรี ที่เปรียบเทียบเธอกับน้องสาว

    “เป็นศรนี่ก็ดีนะ ใครๆก็มารุมรัก”

    “ไม่หรอกค่ะ ศรว่าที่ใครต่อใครมาหาศร ไม่ใช่เพราะรักหรอก แต่เพราะสงสารมากกว่า”

    ทรายตีหน้าเศร้า บอกว่าไม่เห็นมีใครสงสารเธอบ้างเลย ลูกศรรีบบอกว่าทรายเก่ง คนอื่นต่างหากที่ต้องกลัว
    “งั้นพี่คงต้องอ่อนแออย่างศรบ้าง ใครๆจะได้ สงสารพี่”

    ทรายมาส่งน้องสาวที่บ้าน หลังจากนั้นไม่นาน เสาวนีย์มาต้อนรับ ไล่ให้ลูกสาวไปพักผ่อน แต่ไม่ยอมปล่อยทรายกลับบ้านเพราะมีของจะให้ ทรายรอแบบเสียไม่ได้ พลันก็หันไปเจอศก ซึ่งมาขอร้องให้เธอช่วยปลดหนี้บ้านให้ ทรายยิ้มร้าย รับปากแต่โดยดี ศกดีใจมาก แต่อยากให้เก็บไว้เป็นความลับ อย่าบอกให้เสาวนีย์รู้

    ศกขึ้นบ้านไปแล้ว เสาวนีย์ออกมาไม่นานหลังจากนั้น พร้อมโยนสร้อยข้อมือทับทิมคืนให้ และขู่ไม่ให้มายุ่งกับลูกศรอีก ทรายก้มเก็บสร้อยข้อมือ เงยหน้ามองแม่เลี้ยงคู่ปรับยิ้มๆ แกล้งถามว่ากลัวกรรมตามทันหรือ

    “เคยเหยียบหัวใจคนอื่นเพื่อแย่งของเขามา กลัวเวรกรรมตกถึงลูกเหรอคะ ถึงต้องเอาสร้อยมาคืน”

    “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่เคยแย่งของใคร ฉันไม่จำเป็นต้องกลัวกรรม”

    “ดีค่ะ...คนใจอำมหิตอย่างอาเสาว์ ทรายจะไม่ทวงแค่สร้อย แต่จะเอาทุกอย่างที่มันควรจะเป็นของทรายคืน”

    ทรายหมุนตัวกลับ แต่ไม่วายทิ้งท้ายเยาะเย้ยว่าจะย้ายมาอยู่บ้านริมคลองในวันรุ่งขึ้น เสาวนีย์โมโหเจียนคลั่ง ต้องโทร.ไประบายกับคุณหญิงเพกาจนดึกดื่น...เสาว์เย็นไม่ไหวแล้วค่ะ เสาว์ต้องจัดการมัน!

    เสาวนีย์อารมณ์เสียจนเช้าวันต่อมา ยิ่งเมื่อเห็นบรรดา สาวใช้เอ่ยถึงลูกเลี้ยงสาวด้วยความเห็นใจ ยิ่งแค้นแทบกระอัก ฉวยโอกาสสาวใช้เผลอ หยิบนิตยสารที่ทรายขึ้นปกมาเผาทิ้ง คุณหญิงเพกาเป็นห่วงลูกสาว มาถึงทันเวลาและกระชากนิตยสารเอาไว้ได้ เสาวนีย์กำหมัดแน่นช้ำใจแทบกระอัก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนตอนคุณหญิงศิริล้มป่วยใหม่ๆ ร้องไห้คร่ำครวญถึงแต่ดวงตา เช่นเดียวกับศกที่เชื่อว่าอดีตเมียเก็บจะดูแลแม่เขาได้ดีกว่าเธอ

    “เสาว์ทนเห็นสองแม่ลูกนั่นมาอยู่ที่นี่ไม่ได้ เสาว์เคยผงาดในสังคมว่าตัวเองเป็นที่หนึ่ง คุณศกเลือกเสาว์ แต่ความจริงที่เสาว์รู้อยู่เต็มอก ว่าสองแม่ลูกมีค่าสำหรับคนบ้านนี้ ขนาดมันไม่อยู่ที่นี่ แม่คุณศกกับคุณศกยังคิดถึงมัน ไม่เคยลืมมัน แล้วถ้ามันกลับมา เสาว์คงไม่เหลือค่าให้คนบ้านนี้เห็นหัว เสาว์ให้มันเห็นว่าเสาว์แพ้มันไม่ได้”

    “เสาว์ทำอย่างนี้ต่างหาก ที่แสดงว่าเสาว์แพ้ ความพยายามที่เสาว์ทำให้ตัวเองเป็นเมียหลวง เป็นที่หนึ่งในสังคมก็วอดวายไปพร้อมกับบ้านหลังนี้ มีสติสิลูก ถ้าจะกำจัดพวกมัน ไม่ใช่เรื่องยาก จำไม่ได้หรือ ว่าต่อให้มันมาก่อน แต่เสาว์ก็มีสิ่งหนึ่งเหนือกว่ามัน สิ่งที่มันต้องเอาตัวเข้าแลกแต่ไม่เคยคว้ามาได้...ใช้สิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์สิลูก”

    ooooooo

    ลูกศรตื่นเต้นมากจะได้เจอฌานอีกครั้ง ลงมือเข้าครัวและเตรียมของว่างด้วยตัวเอง จนทุกคนในครัวแปลกใจ เวลาเดียวกันที่คอนโด

    ฌาน...เจ้าของห้องเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินจากแม่ว่านอร์แมนจะกลับสิงค- โปร์ภายในวันนี้ ฌานไม่รอช้า บุกหาถึงโรงแรมแต่นอร์แมนยังไม่พูดด้วย จนฌานอดใจเสียไม่ได้

    แต่แล้วนอร์แมนก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจ เมื่อเอ่ยปากอนุญาตให้ฌานทำโครงการเจ้าปัญหา อลันเต้นผาง ถลันเข้าหาลุงทันทีที่ลับร่างฌาน แล้วก็ได้แสยะยิ้มสะใจเมื่อได้ยินคำพูดของนอร์แมน

    “ชาร์ลส์ใช้ความไว้วางใจของฉันทำให้ฉันเจ็บ ฉันก็จะใช้ความไว้ใจทำให้มันเจ็บเหมือนกัน”

    ฝ่ายฌาน...แม้จะดีใจที่พ่อเลี้ยงอนุญาต แต่ก็ไม่วางใจนัก เช่นเดียวกับบุรี เตือนให้เพื่อนรักระวังตัวดีๆ กลัวนอร์แมนจะคิดอะไรบางอย่าง แถมยังมีอลันเป็นหมาลอบกัดอีกต่างหาก

    ในขณะที่ทรายเดินหน้าจับคู่ให้ฌานกับลูกศร ดวงตาไม่รอช้า เร่งให้บุรีจัดการขายบ้านริมคลอง แต่โชคก็ไม่เข้าข้าง เมื่อความลับดันแตกเสียก่อน เมื่อทรายรู้จากดอนว่าแม่จะขายบ้านเพื่อจบปัญหา!

    ทรายคิดหาทางแก้เกมของแม่ โดยไม่รู้เลยว่าดวงตาไปหาเธอที่บ้านริมคลอง แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับเสาวนีย์ ที่ตรงมาเอาเรื่องทันทีที่เห็นหน้า แถมเอ่ยปากไล่อีกต่างหาก ให้ไปให้พ้นจากบ้านพรหมาสตร์นารายณ์เสียที

    ดวงตาถอนใจหนักหน่วง เหนื่อยเกินไปจะต่อปาก ต่อคำ “พอเถอะคุณเสาวนีย์ การที่คุณพยายามฟาดฟันฉัน กับลูกอย่างนี้ มันไม่มีประโยชน์หรอก ทางเดียวที่คุณจะหยุดทรายได้ แค่คุณยอมรับผิด ถึงหัวใจทรายจะเต็มไปด้วยความแค้น แต่ถ้าคุณยอมรับผิด ขออโหสิกับสิ่งที่ผ่านมา ฉันเชื่อว่าทรายก็ยังมีคำว่าอภัยให้คุณได้”

    เสาวนีย์ไม่สนเหตุผลอะไรทั้งนั้น สวนกลับเสียงเครียด “ทำไมฉันต้องขอโทษ ฉันเข้ามาอยู่ที่นี่อย่างถูกต้อง เธอกับลูกมันไม่เจียมเอง ทะเยอทะยานอยากได้สิ่งที่เกินเอื้อม ก็สมควรโดนเหยียบแล้ว”

    ดวงตาส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย พยายามขอโทษและเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แต่เหมือนเสาวนีย์จะไม่อยากรับรู้ เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาด่าอดีตเมียเก็บของสามีด้วยความแค้นใจ ดวงตาเบื่อจะอธิบาย เลี่ยงเดินเข้าบ้าน เจอกับลูกศรที่มาเตรียมตั้งโต๊ะต้อนรับทรายกับฌาน ศกมารออยู่ด้วยดีใจไม่น้อย ที่ได้เจออดีตเมียอีกครั้ง แต่ดวงตาไม่สนนัก และปลอบลูกศรไม่ให้คิดมาก อยากให้ทำใจเพราะทรายคงอยู่เมืองไทยไม่นาน ทรายมาถึงทันได้ยินทุกอย่าง เลยตัดสินใจปรากฏตัว

    “แม่พูดถูกค่ะ ทรายคงอยู่ไม่นาน เพราะทรายจะยกบ้านริมน้ำให้ลูกศร”

    การตัดสินใจของทรายทำให้คนฟังมีปฏิกิริยาต่างกัน ศกกับลูกศรอึ้งไปอึดใจ แต่ก็อดปลื้มไม่ได้ที่ทรายใจดี ต่างจากเสาวนีย์ที่มองลูกเลี้ยงสาวด้วยสายตาหวาด ระแวง กลัวจะคิดแผนชั่วอะไรอีก เช่นเดียวกับดวงตา ไม่แน่ใจว่าลูกสาวจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้ยกบ้านริมน้ำนี้ให้น้องสาว

    “ความดีของน้องไงคะ ลูกศรเป็นคนดี ยิ่งอยู่ด้วย ทรายก็รู้สึกว่าทรายทำร้ายน้องไม่ได้”

    ดวงตาไม่แน่ใจว่าทรายพูดจริงหรือไม่ ต่างจากอุทิศที่ดีใจ รู้ดีว่าลูกศรรักและเทิดทูนทรายมากแค่ไหน

    “ค่ะ...ทรายรู้ ทรายถึงต้องตอบแทนความรักด้วยการยกบ้านที่แม่เคยอยู่ให้ลูกศรไงคะ”

    ดวงตาถอนใจปลงๆ เร่งให้ลูกสาวทำเรื่องโอนบ้านให้ลูกศร จะได้กลับอเมริกากับเธอเร็วที่สุด แต่ทรายไม่ยอม อยากอยู่ร่วมงานแต่งของพัชระกับลูกศรก่อน ดวงตาจะอยู่ด้วย แต่ก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับอเมริกาแทบไม่ทัน เมื่อดอนซึ่งร่วมมือกับทราย โทร.บอกให้รีบกลับมาดูแลเขาที่ล้มหมดสติเพราะไขมันสูง!

    ooooooo

    ดวงตาไม่อยากกลับอเมริกา อยากอยู่กับลูกสาวในวันเกิดที่จะมาถึงมากกว่า ทรายปลอบไม่ต้องกังวล เชื่อว่าคงมีคนอยากจัดงานวันเกิดให้เธอแน่ แล้วก็จริงดังคาด เมื่อเสาวนีย์เป็นโต้โผจัดงานโดยร่วมมือกับคุณหญิงเพกา วางแผนหักหน้าทรายให้กลายเป็นหมาหัวเน่าเหมือนในอดีต เพราะวันเกิดของทรายก็คือวันครบรอบแต่งงานของเธอ

    ดวงตาทวงสัญญาให้ลูกสาวทำเรื่องโอนบ้านริมน้ำให้ลูกศรโดยเร็วที่สุด ทรายรับปากดิบดี รอจนแม่เดินทางเข้าสนามบินไปแล้ว โทร.หาพ่อเลี้ยงเพื่อรายงานผล ดอนแอบรู้สึกผิดกับดวงตา อดถามไม่ได้ว่าบ้านริมคลองมันสำคัญแค่ไหน ทรายถึงได้ขอเขาเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ ทรายเหยียดยิ้มร้ายแล้วอธิบายเสียงหวาน

    “แซนดี้ให้แม่ขายไม่ได้ เพราะบ้านเล็กนี้เป็นบ้านที่คุณย่ายกให้แม่ เพื่อย้ำความจำว่าแม่อยู่ในฐานะอะไร ถ้าบ้านจะตกในมือคนอื่น ก็ต้องเป็นคนที่จะมีฐานะเดียวกับแม่!”

    แต่ที่ทรายไม่รู้ คือดวงตาไม่เคยไว้ใจท่าทีเหมือนว่าง่ายลูกสาวเลย เธอตัดสินใจโทร.หาบุรีก่อนจะขึ้นเครื่อง ฝากฝังให้ดูแลลูกสาวเธอด้วย โดยเฉพาะพรุ่งนี้ที่เป็นวันเกิดของทราย...

    ด้านฌาน...ไปหาทรายที่บ้านตามนัด ลูกศรเป็นคนมาต้อนรับแทนพี่สาวที่ไปส่งดวงตาขึ้นเครื่องบิน สองหนุ่มสาวพูดคุยกันอย่างถูกคอ ทรายกลับมาเห็นก็ยิ้มเย็น แล้วแกล้งชวนน้องสาวไปทานอาหารฝีมือฌานที่คอนโดเขา แต่อารมณ์ดีๆของทรายก็ต้องบูดอีกครั้ง เมื่อบุรีเป็นแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงด้วย ลูกศรเห็นอาการกระฟัดกระเฟียดของพี่สาวก็แปลกใจ ทรายไม่ขยายความอะไร ได้แต่เปรยเซ็งๆว่าเบื่อหน้าพวกชอบพิทักษ์คนโน้นคนนี้!

    ทรายอยากจะกรี๊ดให้ลั่นบ้าน ที่บุรีมาขัดขวางแผนการสุดบรรเจิดของเธอ เลยคอยหาเรื่องยั่วประสาทเขาตลอด ทั้งแกล้งเหน็บและยั่วยวนฌานทำให้โมโหหึง แต่บุรีกลับไม่ถือสา แถมมองมาด้วยแววตาขำๆ ที่เธอทำตัวเหมือนเด็กถูกขัดใจ เวลาเดียวกันในครัว...ลูกศรกับฌานช่วยกันทำอาหารกันอย่างสนุกสนาน และเพราะความใกล้ชิดเป็นเหตุแท้ๆ ที่ทำให้สองหัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

    ภาพฉากหวานแหววของฌานกับลูกศร ทำให้ทรายอดแสยะยิ้มไม่ได้ บุรีเฝ้ามองเหตุการณ์โดยตลอด นิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความอยากรู้ว่าทรายจะทำอะไร เมื่อสบโอกาสตอนเธอยื่นภาพวาดสีน้ำมันฝีมือตัวเองที่เคยให้ฌานมาให้เขาดู จึงตัดสินใจยอมรับคำท้าจากเธอ ลองอ่านนิสัยใจคอของคนจากภาพวาด

    “ภาพมีพื้นหลังที่ใช้สีนุ่มนวล แต่ถูกตัดด้วยสีสดไปทั่ว มันสะท้อนถึงจิตใจที่สับสน ดิ้นรน ซุกซ่อนความคับแค้น กดดันไว้ภายใต้ความสดใสร่าเริง ถ้าเป็นคน...ก็คงไม่รู้ว่าภายนอกที่ดูสดใส มันใช่ตัวจริงของคนนี้หรือเปล่า”

    “ถ้าไม่รู้ ก็อย่าใช้แค่การวิเคราะห์จากภายนอกมาตัดสิน จนกว่าจะรู้จักตัวตนของเขา!”

    “งั้นก็บอกหน่อยสิ คุณเอาเวลาที่ไหนวาดรูปนี้ อาทิตย์ก่อนผมเห็นคุณวุ่นวายกับผู้คนอยู่เลย”

    “ฉันก็หาเวลาจนได้แหละ คนเราก็ต้องปลีกตัวมาทำอะไรที่ตัวเองพอใจ เพื่อให้ชีวิตมีความสุข ดีกว่าทำตัวเป็นหุ่นยนต์ ที่ยืนตรงคงที่ ไม่มีนอกลู่นอกทาง เอาความเป็นคนดีเป็นโปรแกรมบังคับตัวเอง”

    บุรีเลี่ยงหนี ไม่อยากทะเลาะด้วย แต่ทรายไม่ยอมแพ้ ตามไปดักหน้า แล้วแกล้งพูดกระทบเขา

    “นี่ฉันกำลังหัดวาดลายไทยด้วยนะ ฉันว่าลายไทยนี่ดูเหมือนจะยาก แต่จริงๆมันเริ่มง่าย เพราะมันมีลักษณะแบบแผนตายตัว ถ้าจับทางได้ ฉันเชื่อว่าฉันเปลี่ยนพวกลายไทยเดิมๆให้นอกกรอบได้”

    บุรีเข้าใจความนัยของเธอดี แต่ไม่หวั่น แถมตอกกลับอีกต่างหากให้เธอรู้จักถ่อมตัวและเรียนรู้จะใช้ความฉลาดในทางที่ถูก ทรายอดน้อยใจไม่ได้ที่เขาไม่เคยมองเธอในแง่ดี แต่จับผิดตลอดเวลา บุรีเห็นสายตาตัดพ้อก็อยากจะขอโทษ แต่ฌานกับลูกศรก็ยกจานอาหารเข้ามาเสียก่อน สองหนุ่มสาวคู่กัดเลยต้องแยกออกจากกัน

    แต่ถึงกระนั้น บรรยากาศชวนอึดอัดระหว่างทรายกับบุรีก็ทำให้ฌานอยากกุมขมับ สุดท้ายเมื่อทนไม่ไหวก็โพล่งถามออกไปว่ามีอะไรกันหรือเปล่า สองหนุ่มสาวคู่กรณีไม่อธิบาย แถมต่อปากต่อคำแดกดันโชว์อีกต่างหาก จนฌานต้องเปลี่ยนเรื่องห้ามศึก และชวนทรายกับลูกศรไปนั่งเรือเล่น เพราะเพิ่งสำรวจมาว่าคลองหน้าคอนโดเขาทะลุถึงบ้านของทราย ลูกศรหน้าซีดเผือด ความกลัวในอดีตเพราะเกือบจมน้ำ ทำให้ปฏิเสธเสียงอ่อนขอกลับทางรถยนต์ดีกว่า

    ทรายยิ้มร้าย แกล้งพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าลูกศรควรจะหัดว่ายน้ำ และคอนโดฌานก็เหมาะสมสุดจะไว้เรียน บุรีพอเดาออกว่าทรายคิดจะทำอะไร เลยช่วยพูดให้ว่าลูกศรคงยุ่งเตรียมงานแต่ง ว่าที่เจ้าสาวกับฌานรู้สึกใจหวิวแปลกๆ แต่ต้องพยายามข่มไว้ ส่วนทรายมองบุรีด้วยความไม่ชอบใจที่ทำให้เสียแผน!

    ooooooo

    ทรายออกอาการเหวี่ยงไปทั่ว ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกบุรีรู้ทัน แต่ไม่มีใครถือสา โดยเฉพาะฌานที่มองมาด้วยความเอ็นดู คิดว่าเป็นการดีเสียอีกที่เพื่อนรักกับคู่เดตสาวสนิทกัน ต่างจากลูกศร มีท่าทางหวาดกลัวอย่าง เห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อพี่สาวชวนนั่งเรือกลับบ้านด้วยกันยิ่งประสาทเสีย กลัวตกน้ำเหมือนตอนเป็นเด็ก

    ฝ่ายบุรีไม่อยากเข้าใกล้ทรายให้อึดอัดไปกว่านี้ จึงเลี่ยงขอตัวไปทำงาน ไม่นั่งเรือไปส่งสองสาวที่บ้าน เลยเป็นการเปิดโอกาสให้ทรายสร้างสถานการณ์วาบหวิวระหว่างฌานกับลูกศร บุรีเฝ้ามองเหตุการณ์จากคอนโดฌาน นิ่วหน้าเมื่อเห็นท่าทางเจ้ากี้เจ้าการของนักออกแบบสาว...อยากรู้นักว่าทรายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่

    พัชระรออยู่แล้ว เมื่อฌานขับเรือพาสองสาวมาส่ง ทรายไม่มีท่าทีแปลกใจหรือตื่นเต้น สร้างความหงุดหงิดให้แก่พัชระเป็นอย่างมาก ที่เธอไม่ร้อนรนไล่ตามเขาเหมือนที่คาดไว้ ฌานสังเกตอากัปกิริยาตลอด ยิ่งเมื่อพัชระแกล้งโอบกอดลูกศรราวกับรักกันปานจะกลืน พร้อมพูดจายียวนกวนประสาททราย ยิ่งสงสัย เมื่อได้อยู่ตามลำพัง เลยตัดสินใจถามทรายตรงๆ ว่ามันเกิดอะไรระหว่างเธอกับพัชระ แถมดักคอว่าคงไม่ใช่แค่การลองใจแบบที่เธอเคยบอกแน่

    ทรายไม่มีสีหน้าหนักใจ ย้อนถามเสียงเรียบว่าเหตุใดเขาจึงไม่อาละวาด หรือว่าเขาเชื่อสิ่งที่เธอบอก

    “ทราย...คุณก็รู้ ต่อให้คุณชี้แมวแล้วบอกว่าเป็นมังกร ผมก็พร้อมจะเชื่อคุณ”

    ท่าทางจริงจังของฌาน ทำให้ทรายเลือกใช้ไม้อ่อน ถลาไปโอบกอดประจบ พร้อมเอ่ยเสียงหวาน

    “คุณก็เห็นว่าลูกศรหัวอ่อนขนาดไหน ส่วนพัชระ...ถึงจะดูนิ่มๆ แต่ก็ร้ายใช่ย่อย ฉันห่วงน้องค่ะ ฉันไม่อยากให้น้องเจอผู้ชายลังเล เหมือนที่พ่อเคยทำกับแม่ฉัน ฉันไม่อยากให้พัชระแต่งงานกับลูกศร”

    ฌานชะงัก รู้สึกดีใจอย่างประหลาดแต่พยายามปัดมันทิ้ง ร้องเตือนเสียงอ่อนให้เธอล้มเลิกความคิดนั้นเสีย เพราะผู้ใหญ่เตรียมทุกอย่างไว้แล้ว ทรายเสนอให้เขาหาทางใกล้ชิดกับน้องสาวเพื่อลองใจของพัชระ ฌานปฏิเสธ คิดว่าคงไม่ได้ผลและแอบกลัวใจตัวเองจะถลำลึก เลยโมโหกลบเกลื่อน แต่ทรายก็ไม่ยอมแพ้

    “ทำไมจะไม่ได้ผล เมื่อกี้คุณก็เห็นว่าลูกศรแทบไม่มีตัวตนในสายตาพัชระ เพราะพัชระคิดว่าลูกศรเป็นของตาย พัชระอิจฉาคุณ ถ้าพัชระเห็นว่าคุณใกล้ชิดลูกศร สันดานหวงก้างคงพลุ่งพล่าน”

    “ผมว่าคุณเอาเวลามาคิดว่าพรุ่งนี้วันเกิดคุณ เราจะไปฉลองที่ไหนกันดีกว่า”

    ทรายเห็นว่าฌานคงไม่ยอมแน่ เลยใช้จุดอ่อนความขี้สงสารของเขาจี้จุด “ขอร้องนะฌาน...คุณไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่ใกล้ชิดลูกศร ลูกศรเป็นคนอ่อนแอ แกโดนกระทำ คุณไม่สงสารหรือคะ”

    ฌานยอมแพ้ให้แก่เสียงอ้อนวอนของทรายเหมือนเคย นักออกแบบสาวสะใจมาก และอารมณ์ดีพอจะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับพัชระที่มาดักรอเธอหน้ารถ แถมยิ้มหยันด้วยซ้ำ เมื่อเขาเร่งให้เธอเลิกกับฌาน เพื่อพิสูจน์ว่าเธอต้องการเขา ทรายมองตามหลังพัชระนิ่งๆ ในใจกำลังคิดว่าจะจัดการสั่งสอนสถาปนิกไก่อ่อนหัดบินยังไงดี!

    ระหว่างที่ทรายครุ่นคิดเรื่องตลบหลังพัชระ เสาวนีย์ก็ปรี่มาหา และชวนเธอไปฉลองวันเกิดเย็นวันรุ่งขึ้น ตามประสาครอบครัวสุขสันต์ ทรายรู้ทันและมั่นใจว่าแม่เลี้ยงคู่ปรับต้องมีแผนร้ายบางอย่าง เลยตัดสินใจวางแผนรับมือ ด้วยการโทร.ชวนฌานกับบุรีมาร่วมงานเลี้ยงด้วย

    ด้านเสาวนีย์...ตื่นเต้นมากจะได้จัดการทรายตามแผนที่วางไว้ พยายามข่มอาการอย่างสุดความสามารถและตีบทแม่เลี้ยงแสนดีแตกจนทุกคนในครอบครัวแปลกใจ เช่นเดียวกับพัชระ ที่มองทรายด้วยแววตาเฝ้ารอ และเมื่อสบโอกาส ก็ไม่รั้งรอจะค่อนแคะ ว่ายินดีและดีใจมากจะได้ร่วมงานวันเกิดกับว่าที่พี่ภรรยาเป็นครั้งแรก!

    ทรายเก็บอาการได้อย่างดี ไม่มีท่าทีประหม่าหรือแสดงออกด้วยวิธีใดๆให้คนอื่นรู้ว่าเธอคิดอะไร ลูกศรกับศกเสียอีก ที่ร้อนรนแทน เมื่อเห็นว่าเสาวนีย์จงใจเชิญทรายมาร่วมงานฉลองครบรอบวันแต่งงาน ไม่ใช่งานวันเกิดทรายอย่างที่อ้างตอนแรก เช่นเดียวกับพัชระ ลืมเรื่องขุ่นเคือง และหันไปสบตาเธอด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ทรายก็ทำให้ทุกคนอึ้ง เมื่อไม่โวยวายแขวะกลับเหมือนทุกที แต่ตีหน้าเศร้าและบีบน้ำตาได้อย่างน่าเวทนาที่สุด

    เห็นจะมีแต่เสาวนีย์คนเดียวที่มีความสุขกับงานเลี้ยง ส่วนศกกับลูกศรมีสีหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นห่วงความรู้สึกของทรายว่าจะเป็นเช่นไร ศกปรายตามองภรรยาเคืองๆ แล้วหันไปยื่นกล่องของขวัญให้ลูกสาวคนโต ทรายโบกมือปฏิเสธ และบอกยกให้แม่เลี้ยง เสาวนีย์ไม่รับ พร้อมคำปลอบเสียงหวานแต่แฝงนัยเยาะหยัน

    “ไม่เป็นไร...ทรายเก็บไว้เถอะ เพราะทรายไม่เคยได้อะไรจากพ่อเลย ส่วนของอา คุณศกให้มาตลอดไม่ว่าจะเกียรติยกย่องอาเป็นที่หนึ่ง ให้เป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย ให้ออกสังคมว่าอาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่คุณศกอยากให้เคียงข้างเชิดหน้าชูตา และที่สำคัญ...คุณศกทำให้อารู้ว่าอดีตไม่เคยมีค่าอะไรกับคุณศกเลย”

    ยิ่งพูด อารมณ์เก็บกดยิ่งพลุ่งพล่าน เสาวนีย์แทบจะเก็บความเกลียดชังที่มีต่อทรายต่อไปไม่ได้ ศกโพล่งห้ามเสียงเข้ม ทรายถือโอกาสลุกไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง พัชระรู้ไม่ทันมารยาหญิง มองตามด้วยความสงสารจับใจ ต่างจากเสาวนีย์ สะใจมากและตามไปเอาเรื่อง ย้ำให้ลูกเลี้ยงสาวเจียมกะลาหัว อย่าเผยอมาตีตัวเสมอเธอกับลูกสาว

    “ต่อให้เธอพยายามป่าวประกาศบอกใครต่อใครว่าแม่เธอมาก่อน แต่ฉันเคยสอนแล้วไง ว่าพ่อเธอจะเลือกใคร มันไม่เกี่ยวว่าใครมาก่อนหรือหลัง แต่มันอยู่ที่ว่าใครมีค่ามากกว่ากัน เสียดายที่แม่เธอไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นคงจะสอนให้เธอเข้าใจได้ดี แต่ไม่เป็นไร ในฐานะที่เธอเป็นลูกเลี้ยง ฉันจะสอนบทเรียนนี้แทนแม่เธอเอง!”

    ooooooo

    เสาวนีย์ย่ามใจมาก ที่เห็นทรายไม่มีท่าทีแข็งขืนหรือโต้ตอบด้วยวาจาแสบสันเหมือนเคย แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้สีหน้านิ่งเฉย ทรายคิดแผนเอาคืนไว้อย่างไรบ้าง ฌานกับบุรีมาถึงหลังงานเริ่มไม่นานนัก แปลกใจและสงสัย เพราะเจ้าของวันเกิดสาวดูเงียบขรึมผิดปกติ

    แล้วสองหนุ่มก็ได้คำตอบ เมื่อรู้ว่าเสาวนีย์จงใจจัดฉาก ชวนทรายมาฉลองวันเกิด แต่ความจริงคือต้องการหักหน้าทรายให้เจ็บช้ำ ด้วยการเปลี่ยนมาฉลองงานครบรอบวันแต่งงานหน้าตาเฉย แถมให้แพรส่งช่างภาพ

    มาถ่ายรูปพัชระกับลูกศรขึ้นปกอีกต่างหาก โดยแลกกับการหาลูกค้ารายใหญ่ให้แพร

    พัชระโกรธมากและยิ่งเห็นใจทรายที่ถูกกระทำเช่นนี้ เช่นเดียวกับบุรี นึกถึงคำพูดของดวงตา ตอนเธอขอให้มาอยู่เป็นเพื่อนทรายในวันเกิด สงสารนักออกแบบสาวจับใจ ที่มีวันเกิดตรงกับวันครบรอบแต่งงานของพ่อ แท้ๆกับแม่เลี้ยง!

    เสาวนีย์จัดท่าทางให้ลูกสาวกับว่าที่ลูกเขยอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้วจงใจเรียกทรายมาถ่ายร่วมด้วย นักออกแบบสาวข่มความไม่พอใจ ตีหน้าซื่อเล่นไปตามเกม ปฏิเสธนิ่งๆไม่อยากขโมยซีนน้อง เสาวนีย์รีบพูด

    “ถ่ายเถอะ...ถือเป็นเกียรติกับครอบครัวน้อง สังคมจะได้รู้ลำดับใครเป็นใคร”

    ทุกคนหันไปมองทรายเป็นตาเดียว แล้วก็ต้องอึ้ง เมื่อทรายไม่หือไม่อือ เดินมาถ่ายด้วย พัชระอดรนทนไม่ไหว หาโอกาสตามไปปลอบใจ ทรายแสยะยิ้มร้าย บีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร

    “คุณเห็นแล้วใช่ไหม ว่าชีวิตฉันจะต้องเจอผู้ชายแบบไหน เกิดมาพ่อก็ทิ้งแม่ เจอผู้ชายคนอื่นก็หวังแค่จะเอาตัวฉัน แต่ตอนฉันเห็นคุณ ผู้ชายที่มีแววตาแสนซื่อ ฉันเคยหวังว่าถ้าคุณรักฉัน คุณคงพร้อมจะมีฉันคนเดียว แต่ฉันคิดผิด”

    “ทราย...คุณบอกผมมาสิ ว่าคุณต้องการอะไร คุณอยากให้ผมทำยังไง”

    “ไม่ต้องทำอะไรหรอกพัชระ แค่คุณรู้ไว้ว่า ยังไงฉันก็ไม่เลิกกับฌาน เพราะเขาแสดงให้เห็นว่าเขากล้าจะมีฉันคนเดียว แม้ว่าฉันอาจจะ...รู้สึกดีกับคุณมากกว่าฌาน แต่คุณมีลูกศร ฉันก็ขอตัดใจ”

    ทรายผลุนผลันออกไปทันที ปาดน้ำตาที่เอ่อมาราวกับสั่งได้ทิ้ง พร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ขอบคุณนะคะอาเสาว์ ที่การพยายามทำลายทรายของคุณอา มันกลับทำให้ทรายเกิดอีกครั้ง!”

    ฝ่ายฌานกับบุรีเป็นห่วงทรายมาก โดยเฉพาะฌาน พยายามโทร.หา อยากไปอยู่เป็นเพื่อน ส่วนบุรีเก็บอาการ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องโทร.หาเธอกลางดึก ทรายยิ้ม ดีใจที่เขาแสดงความรู้สึกออกมาบ้าง บุรีเขินจัดแต่พยายาม พูดเสียงขรึมกลบเกลื่อน เอ่ยสุขสันต์วันเกิดเสียงเบาแล้ววางหูดื้อๆ ทรายหัวเราะชอบใจ

    “ขอบคุณนะศร ที่ทำให้พี่รู้...ว่าการเป็นคนน่าสงสาร มันทำให้อะไรง่ายขึ้นเยอะ”

    ละครตบตาของทรายยังไม่จบ เช้าต่อมา เลยไปเก็บกระเป๋าที่บ้านเพื่อกลับอเมริกา เสาวนีย์ดีใจเนื้อเต้น แต่ต้องหัวเสียจัด เมื่อศกกับลูกศรเดือดร้อนแทนทราย พาลมาแขวะเธอที่เป็นโต้โผสร้างสถานการณ์หักหน้าเมื่อคืนก่อน แต่ที่ทำให้ปรี๊ดแตกสุด ก็เมื่อทรายประกาศจะอยู่จนถึงงานแต่งของลูกศรกับพัชระ

    “ฉันคิดว่างานเมื่อคืนจะย้ำให้เธอรู้แล้วซะอีก ว่าที่นี่ไม่มีพื้นที่สำหรับเธอ ไม่มีใครต้องการเธอ”

    “แน่ใจหรือคะว่าไม่มีใครต้องการทราย สิ่งที่คุณอาเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มีนะคะ”

    ทรายกลับมาเป็นคนเดิม ที่กล้าได้กล้าเสียและรักการต่อปากต่อคำกับแม่เลี้ยงเป็นที่สุด เสาวนีย์เลย

    ตาสว่าง โมโหมากที่ถูกลูกเลี้ยงสาวตลบหลัง ตีสองหน้าบีบ น้ำตาเรียกความสงสาร ทรายเหยียดยิ้มตอกกลับ

    “ใช่ค่ะ...อย่าเรียกว่าตอแหลเลยค่ะคุณอา เรียกว่าเราใช้วิธีเดียวกันดีกว่า!”

    เสาวนีย์เจ็บใจมาก ปราดไปฟ้องสามีเรื่องลูกเลี้ยง สาว ศกไม่ยี่หระ แถมสวนกลับด้วยซ้ำว่าสมควรแล้วเพราะสิ่งที่เธอทำกับทรายเมื่อคืนก่อนมันไม่น่าให้อภัย เสาวนีย์อยากจะเป็นบ้า ยิ่งมาเจอลูกศร แสดงท่าทางเป็นห่วงเป็นใยพี่สาวนอกไส้เกินกว่าเหตุ ยิ่งโมโห คว้าจานอาหารที่ลูกสาวตั้งใจนำไปให้ทรายเขวี้ยงทิ้ง

    “เลิกห่วงใยมันสักที เมื่อไหร่จะดูออกว่ามันไม่ได้หวังดีกับเรา...มันตอแหล”

    “ศรไม่รู้คุณแม่ไปโกรธอะไรมา แต่ถ้าคุณแม่จะไม่ให้ศรยุ่งกับพี่ทราย ศรคงทำไม่ได้ เพราะพี่ทรายเป็นพี่สาวของศร ศรสงสารพี่ทรายค่ะ ยิ่งเห็นคุณแม่ทำกับพี่ทรายเมื่อคืนแล้ว ศรยิ่งอยากอยู่ข้างๆพี่ทราย...ศรขอตัวนะคะ”

    ทรายเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ยืนกอดอกมองไปทางบ้านใหญ่ด้วยสีหน้าสะใจที่สุด

    “เริ่มรู้สึกแล้วสิ ว่าการไม่มีใครเห็นหัว มันเป็นยังไง อย่าเพิ่งน้ำตาร่วงก่อนล่ะ ฉันยังเซอร์ไพรส์คุณอาไม่หมด!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:23 น.