ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทรายสีเพลิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"

    ถึงจะเพลิดเพลินใจมากเพียงใด ฌานก็อดแสดงท่าทีหนักใจออกมาไม่ได้เมื่อเดินรอบบ้านหลังเก่า ทรายสังเกตอยู่เงียบๆ และตัดสินใจทัก เพราะคิดว่าคู่เดตหนุ่มคงมีบางอย่างในใจ แล้วก็จริงดังคาด เมื่อฌานเล่าว่านอร์แมนเรียกตัวเขาไปพบถึงสิงคโปร์ด่วนเพราะมีโครงการให้ทำกับบ้านหลังนี้

    “ผมเกิดที่บ้านนี้ บ้านหลังนี้สร้างมากว่าเจ็ดสิบปีแล้ว เจ้าของบ้านคือบรรพบุรุษของผม เป็นทหาร เป็นนักรบ ท่านได้รับพระราชทานที่ดิน ให้สถาปนิกอิตาเลียนเป็นคนออกแบบและคุมการก่อสร้าง”

    ฌานภูมิใจและผูกพันกับบ้านหลังเก่าของพ่อมาก เมื่อนอร์แมนกว้านซื้อทุกอย่างและวางแผนจะสร้างคอนโดบนที่ดินผืนนี้ ก็อดเครียดไม่ได้ เพราะกลัวว่าสถาปัตยกรรมเก่าแก่ต้องถูกทำลายตามไปด้วย และอลันก็ทราบดีว่าเขารักบ้านหลังนี้เพียงใด ทำให้ฌานระแวงและกังวลมากว่านอร์แมนอาจจะเปลี่ยนใจถ้าเจอลูกยุของอลัน

    น้ำเสียงกลัดกลุ้มใจของฌาน ทำให้บุรีถอนใจหนักหน่วง เห็นใจเพื่อนรักมาก ต้องรับศึกหนักจากคู่ปรับที่ชอบกัดไม่ปล่อยแบบอลัน เลยพยายามปลอบให้ใจเย็น เพราะที่ดินทำเลสวยขนาดนี้ นอร์แมนคงไม่โง่จะขาย แต่ควรสร้างโครงการไว้ทำกำไรเอง โดยมีทรายเสนอตัว เต็มที่ จะช่วยออกแบบตกแต่งภายในอาคารต่างๆในโครงการให้

    ฌานซาบซึ้งใจมาก เอ่ยขอบคุณเพื่อนรักและคว้ามือคู่เดตสาวมาจูบ ทรายยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ตามเคย พึมพำตอบอย่างน่ารักว่าเต็มใจช่วยเขาเสมอ บุรีเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความหงุดหงิด หมั่นไส้นักออกแบบสาวเต็มกำลังที่ยั่วยวนและปั่นหัวผู้ชายไปทั่ว เมื่อสบโอกาสเลยตัดสินใจถามตรงๆว่าเหตุใดเธอถึงไม่ออกแบบและปรับปรุงบ้านริมคลองเอง ทั้งที่เป็นนักออกแบบระดับโลก ทรายย้ำว่าอยากให้พัชระโชว์ฝีมือ แต่เหมือนบุรีจะไม่เชื่อนัก

    ทรายจ้องตากับบุรีแบบไม่หลบ นึกสนุกและแอบลุ้นในใจ “แสดงความรู้สึกมาสิบุรี ว่าคุณกำลังไม่พอใจที่ฉันปั่นหัวพัชระ ปั่นหัวฌาน แสดงมาสิว่าคุณแพ้เสน่ห์ฉันไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่น”

    บุรีถอนใจเหนื่อยหน่าย รู้เท่าทันเธอทุกอย่างว่าอยากเอาชนะ เลยพูดเพื่อตัดปัญหา “เอาอย่างนี้ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ผมออกแบบให้ หาช่างให้ ผมมีสถาปนิกกับช่างคุมงานให้คุณ แต่คุณตกแต่งภายในเอง”

    “ที่คุณบอกว่าเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย มันหมายถึงใครบ้างคะ”

    “หมายถึงพัชระกับกี้ ฝีมือคุณระดับโลก ใครมาทำก็ต้องเกร็ง ผมสงสาร งานก็ไม่เสร็จสักที งานคุณจะช้านะ”

    ทรายยิ้มเจ้าเล่ห์ เอ่ยเสียงหวานแต่แฝงนัยเย้ยหยัน “ถ้าฉันออกแบบเอง มีแค่สองคนนี้เหรอคะที่สบายใจ คุณลืมอีกคนนะคะ...คุณเสาวนีย์เขาขอให้คุณมาทำแทนไม่ใช่เหรอ เขากลัวฉันจะแย่งว่าที่ลูกเขยเขาหรือไง”

    “เรื่องนั้นผมไม่รู้ ที่ผมพูด ก็เพื่อความถูกต้อง”

    “ความถูกต้อง งั้นคุณบอกฉันหน่อยสิคะ ฉันทำอะไรผิด พัชระทำอะไรผิด ฉันถึงต้องเปลี่ยนความคิดอย่างที่คุณเสาวนีย์ต้องการ...บ้านนั้นเป็นของฉัน ฉันจะไม่ยอมให้เขามายุ่งกับของของฉันอีก!”

    จบคำก็ผลุนผลันแยกไป บุรีมองตามอึ้งๆ ไม่เคยเห็นนักออกแบบสาวปรี๊ดแตกแบบนี้มาก่อน แล้วพลันความคิดก็ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนเขาเจอกับเธอครั้งแรก นารียายของเขาเล่าเรื่องความขัดแย้งของครอบครัวพรหมาสตร์นารายณ์ให้ฟัง โดยเฉพาะความน่าสงสารของทราย ที่ต้องเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ผู้ใหญ่

    “แม่ของทรายเป็นลูกเลี้ยงคุณหญิงศิริ ทีนี้คุณหญิงมีลูกชาย แม่ของทรายคงใฝ่ฝันตามประสาเด็กว่าถ้าลูกชายคุณหญิงรัก ตัวเองก็ยกฐานะได้ คุณหญิงศิริก็หวังจะมัดแม่ทรายไว้ใช้ เลยเป็นใจให้ลูกชายใช้ความรักของแม่ทรายไว้ใช้ แม่ของทรายก็หวังร้อยลูกชายไว้เลยท้อง จนวันหนึ่งคุณหญิงเจอผู้หญิงที่เหมาะสมกับลูกชาย ก็จัดงานแต่งใหญ่โต”

    “พ่อน้องทรายแต่งงานใหม่ แล้วน้องทรายกับแม่เขาล่ะครับ”

    “ก็อยู่บ้านริมคลองไกลบ้านใหญ่ มีฐานะไม่ต่างจากผู้อาศัย หนูทรายน่าสงสารที่สุด ถูกพ่อ แม่ ย่าใช้เป็นเครื่องต่อรอง เมื่อพ่อมีเมียใหม่ มีลูกใหม่ ย่าก็ไม่สนใจ ทรายก็หมดความสำคัญ”

    บุรีดึงตัวเองจากอดีต รู้สึกผิดไม่น้อยที่พูดจารุนแรงทำร้ายจิตใจทราย เมื่อเจอกันอีกครั้งที่มุมหนึ่งของบ้าน เห็นเธอก้มๆ เงยๆ ดูดอกไม้ เลยตัดสินใจไปคุยด้วยน้ำเสียงบอกเล่าเกี่ยวกับดอกไม้ทำให้ทรายอดทึ่งไม่ได้ ยิ่งเห็นเขานำดอกไม้พับในสมุดก็ชะงัก เพราะท่าทางเขาช่างเหมือนกับใครบางคนที่เธอเคยพบในอดีตและไม่เคยลืม

    แต่แล้วก็อดไม่ได้ โพล่งออกไปว่าเขาช่างเหมือนเพื่อนแสนดีในอดีต ชายหนุ่มหลานชายผู้มีพระคุณของเธอกับแม่ บุรียิ้มนัยน์ตาเป็นประกาย แอบลุ้นว่าเธอจะจำเขาได้หรือไม่ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเธอบอกว่าเขาคงไม่ใช่

    “เพราะถ้าใช่...เขาต้องจำทรายได้ เขาไม่มีวันลืมทราย ถ้าเป็นเขา เขาก็ต้องบอกว่าเขาคือพี่บีของทราย!”

    ooooooo

    ฌานพาทรายเดินจากไปแล้ว บุรีได้แต่มองตามเศร้าๆ ลังเลใจว่าควรบอกทรายหรือไม่ว่าเขาคือพี่ชายแสนดีในอดีตคนนั้น ส่วนฌานเฝ้ามองคู่เดตสาวรับลมชมวิวริมคลองบ้านเก่าของพ่อด้วยความชื่นใจ แม้จะหนักใจเรื่องไปเจอนอร์แมน แต่ยังมีอารมณ์ขันฝากบุรีให้ดูแลทรายด้วย ตอนที่เขาไม่อยู่

    “ฝากคนอื่นดีกว่ามั้ง เรื่องดูแลใคร...ฉันไม่ถนัด”

    “ก็เหมือนปลาย่างไปไว้กับแมวสิ ฝากกับแกนี่แหละ คนถือหลักความถูกต้องอย่างแก ไม่มีวันตีท้ายครัวฉันแน่”

    ท่าทางจริงจังของเพื่อนรัก ทำให้บุรีอึดอัดใจมาก เมื่อถึงเวลา เลยตัดสินใจกลับก่อน แต่ไม่วายทิ้งท้ายกับทราย ว่าให้คิดถึงฌานมากๆ อย่าใช้ความรักและความรู้สึกของเพื่อนเขามาล้อเล่นเหมือนที่ชอบทำ ทรายทำไขสือไม่รู้เรื่อง บุรีได้แต่ถอนใจเบื่อหน่าย โต้ว่าเธอฉลาดคงรู้ว่าเขาต้องการบอกอะไร ทรายถึงกับอึ้ง หงุดหงิดมากที่โดนตอกกลับตรงๆแบบนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมเสน่ห์ของเธอถึงไม่เคยใช้ได้กับเขาเลย!

    บุรีก็อดโมโหตัวเองไม่ได้ ที่คิดมากและลังเลว่าควรจะบอกความจริงต่อทรายหรือไม่ แต่เมื่อกลับบ้านมาเห็นพ่อกับแม่เถียงกัน ก็คิดได้และตัดสินใจจะไม่บอก ไม่อยากให้เกิดบรรยากาศอึดอัด ที่สำคัญฌานรักทรายมาก ถ้าเขาแสดงท่าทีหรือพูดอะไรออกมา อาจจะสร้างความปั่นป่วนใจมากกว่าจะเป็นเรื่องยินดี

    “พี่ขอโทษนะน้องทราย...ฌานต้องการทราย มากกว่าพี่”

    คืนเดียวกันที่บ้านพรหมาสตร์นารายณ์...เสาวนีย์มีปากเสียงกับศกอย่างรุนแรงเพราะเรื่องทราย ลูกศรมองมาทั้งน้ำตา ไม่สบายใจที่พ่อแม่ทะเลาะกัน เสาวนีย์ยืนกรานให้ลูกสาวแต่งงานกับพัชระทันทีที่เรียนจบเพราะไม่ไว้ใจทราย ศกโกรธมากจะสวนกลับ แต่ต้องยั้งไว้เมื่อได้ยินภรรยาพูดถึงลูกสาวคนเดียว

    “ลูกของคุณคนนี้ไม่เก่ง ไม่ฉลาดปราดเปรื่อง แกอ่อนแอ ขี้ขลาด หัวอ่อน ตัดสินใจอะไรเองไม่ค่อยได้ คุณจะบอกว่าฉันเลี้ยงแกมาเอง ใช่...ฉันยอมรับ แต่แกเป็นอย่างนี้แล้ว แกอยู่กับเรามายี่สิบกว่าปี เกือบจะพูดได้เลยว่าไม่เคยแยกจากกันสักวัน ถึงคุณรักแกน้อยลง ก็ขอให้สงสารแกมากขึ้น”

    ความจริงเกี่ยวกับลูกสาวคนเล็กทำให้ศกพูดไม่ออก แอบรู้สึกผิดไม่ได้ที่เห่อทรายจนลืมลูกศร...

    ฌานไปถึงสิงคโปร์เช้าตรู่วันต่อมา และไปรอ พ่อเลี้ยงที่บริษัทเพราะถูกอลันหลอก จนเสียเวลาเกือบทั้งเช้า เมื่อกลับมาบ้าน ฮั้วคนเก่าแก่ของบ้านที่คอยดูแลเขามาตลอดเลยอดโมโหแทนไม่ได้ ต่อว่าอลันใหญ่ที่ทำให้ฌานรอเก้อ

    “คนมันโง่ ช่วยไม่ได้ โง่เหมือนตอนที่ฉันหลอกว่าคุณลุงจะพาแกไปดูหนัง แกก็นั่งคอยทั้งวันนั่นแหละ”

    ฌานเหยียดยิ้ม ไม่แปลกใจเลยที่อลันจะพูดจาแย่ๆแบบนี้ “อย่าไปว่ามันเลยอาฮั้ว คนมันนิสัยเสียจนเป็นสันดาน แก้ยังไงก็ไม่หาย ที่จริงเป็นเรื่องปกติของคนไม่มีอะไรจะทำ ไม่ค่อยเป็นประโยชน์กับใคร”

    อลันอ้าปากค้าง โกรธมากที่ถูกคู่ปรับตอกกลับไม่ไว้หน้า ฌานยิ้มเยาะสะใจ

    “ถ้าแกมีประโยชน์ ป๋าคงไม่ลอยแพแกให้ลอยไปลอยมาอย่างนี้หรอก ฉันยังพอมีงานเหลือนะ สนใจไหม แต่เอ๊ะ...แกเรียนไม่จบนี่ งั้นไปทำเป็นเด็กเดินเอกสารให้ฉันก่อนแล้วกัน”

    อลันทนไม่ไหว เงื้อมือสูงและปรี่หา สองหนุ่มคงจะต่อยกันจนพังไปข้างหนึ่งแล้ว ถ้าฮั้วจะไม่มาขวาง อลันตวาดไล่คนใช้เก่าแก่ ฌานรีบสั่งให้ขอโทษ แต่อลันไม่ยอม แถมแขวะไปถึงแอนน์แม่ของฌานอีกต่างหาก ฌานเดือดถึงขีดสุด คว้าคอเสื้ออีกฝ่ายมาจ้องหน้า ขู่ไล่ไปให้พ้นหน้าก่อนเขาจะหมดความอดทน

    “ไม่ไป...กูจะอยู่ดูหน้ามึงตอนที่ลุงกูบอกว่าจะขายที่บ้านเก่าของมึง รักมากใช่ไหมที่ตรงนั้น แต่พ่อเลี้ยงมึงเขาจะขายไปทำผับ ทำโรงแรม ทำซ่องก็ได้ เผื่อคู่รักคนไทยของมึงไม่ยอมนอนด้วย มึงจะได้ไปเที่ยวซ่องบ้านเก่าของมึงไง”

    ฌานตะลึง แม้จะคาดการณ์ไว้แล้วเรื่องพ่อเลี้ยงจะขายที่ แต่เมื่อได้ยินเต็มสองหูแบบนี้ก็อดใจหายไม่ได้ อารมณ์โกรธทำให้โถมตัวเข้าหา หวังเอาเลือดชั่วๆออกจากปากคู่ปรับบ้าง แต่ทั้งสองต้องผละจากกันแทบไม่ทัน เมื่อนอร์แมนโผล่มาขวางและลากทั้งคู่ไปคุยอีกห้องหนึ่ง

    นอร์แมนต่อว่าฌานกับอลันด้วยท่าทางเคร่งเครียด เบื่อเหลือเกินต้องทนเห็นทั้งสองทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้า ทั้งที่ส่งเสียและให้ทุกอย่างแบบเท่าเทียมกัน แม้จะไม่ใช่สายเลือดแท้ๆของเขาก็ตาม

    “ฉันขอแกอย่างเดียว ให้แกรักกันเหมือนพี่น้อง แต่แกสองคนไม่เคยทำได้ ธุรกิจของฉันยิ่งใหญ่ขนาดไหน จะมีใครทำต่อ...ก็แกสองคน ฉันสงสัยว่าพวกแกจะทำได้ไง ในเมื่อแกเกลียดกันขนาดนี้...หรือฉันต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง”

    อลันมองคู่ปรับอย่างไม่พอใจ ส่วนฌานไม่แยแส หันไปถามพ่อเลี้ยงถึงเรื่องที่ดินและบ้านของพ่อ นอร์แมนเห็นว่าเก็บไว้จะเป็นภาระมากกว่า เลยอยากให้ฌานหาทางขาย โดยจะให้ค่านายหน้าถ้าได้ราคาดี

    “เรียกมาบอกแค่นี้ รายละเอียดปรึกษากับทนายบริษัท แกจะกลับเมืองไทยวันนี้ก็ได้ แต่รอเจอแม่เขาก่อนนะ”

    นอร์แมนลุกออกไปแล้ว ฌานกับอลันตามมาหลังจากนั้น เจอกับลิซ่าที่มารอคู่หมั้นหนุ่ม อลันโมโหหึง แขวะเธอให้ทักทายแฟนเก่า ฌานไม่สนโต้กลับแบบเจ็บแสบและผละจากไปอย่างไม่ไยดี แล้วก็ต้องมานั่งคอตก เมื่อทราบจากฮั้วว่าแม่ไม่อยู่บ้าน ฮั้วสงสารมาคอยดูแลและเย้าให้เขาพาแฟนมาเยี่ยมบ้านบ้าง

    “ผมก็อยากพามา แต่ตอนนี้เขาติดธุระอยู่ครับ”

    ooooooo

    ธุระของทรายคือทวงทุกสิ่งทุกอย่างคืนจากเสาวนีย์ หญิงสาวตื่นและไปบ้านพรหมาสตร์นารายณ์แต่เช้า พร้อมของถุงโตฝากแม่เลี้ยง เสาวนีย์ปรายตามองมานิ่งๆ ไม่อยากรับไว้แต่ต้องข่มใจตามมารยาท ทรายเหยียดยิ้มเย็น เข้าใจสายตาของแม่เลี้ยงดี แต่ยังย่ามใจพูดยั่วประสาทจะขอพาลูกศรไปทำสปา

    เสาวนีย์เบ้หน้า เอ่ยเสียงหยัน “สองพ่อลูกเขาไม่อยู่ ปกติวันเสาร์อาทิตย์ เขาจะออกไปซื้อของหรือทำโน่นนี่ด้วยกันประจำ ฉันจะไปด้วยก็ไม่ยอม เขาบอกว่าอยากมีเวลาแบบพ่อๆลูกๆ เขารักกันมาก ใครก็แทรกไม่ได้”

    “งั้นไม่เป็นไรค่ะ ทรายเองก็มีนัดเหมือนกัน...กับสถาปนิกคนเก่า...พัชระน่ะค่ะ”

    เสาวนีย์ชะงัก ทรายสาดยิ้มหวานหยดแล้วทำท่าจะผละไป แต่ไม่วายทิ้งท้าย “ขอบพระคุณอาเสาว์มาก

    นะคะที่กรุณาเป็นห่วง โทร.ไปเปลี่ยนสถาปนิกให้ทราย แต่ทรายคงต้องขอปฏิเสธ เพราะทรายอยากได้พัชระค่ะ”

    เสาวนีย์แทบกระอักเพราะความแค้นใจ เข้าใจความนัยของลูกเลี้ยงคู่ปรับทุกอย่าง ทรายก็รู้ดีแขวะต่อ

    “อย่าหาว่าทรายดื้อเลยนะคะ เวลาคนเราอยากได้ ก็ต้องทำทุกอย่างให้ได้ คุณอาเสาว์อาบน้ำร้อนมาก่อนคงทราบ ความรู้สึกของความอยากได้ใช่ไหมคะ”

    ทรายเดินจากไปพร้อมชัยชนะ ทิ้งเสาวนีย์มองตามด้วยความเจ็บใจที่ถูกพูดกระทบ

    ทรายทำสงครามประสาทกับเสาวนีย์อย่างที่ลั่นวาจาไว้ เมื่อพัชระมาดูบ้านตามนัด ก็หว่านเสน่ห์ทุกทางให้เขาตกหลุมพราง สถาปนิกหนุ่มไก่อ่อนถึงกับใจสั่น แม้จะรู้สึกผิดเล็กๆที่เพลิดเพลินไปกับทราย แต่ก็ไม่ปฏิเสธจะเข้าใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเสาวนีย์เฝ้ามองทุกอย่างจากบ้านใหญ่ด้วยความกระวนกระวาย เมื่อลูกศรกลับมาก็ยุให้ไปหาคู่หมั้นหนุ่ม หวังสุดใจจะให้เข้าไปขวางไม่ให้ทรายยั่วพัชระ

    การมาถึงของลูกศรไม่ได้ทำให้ทรายหวั่นเลย นึกสนุกด้วยซ้ำที่เห็นพัชระกระอักกระอ่วนใจ ส่วนลูกศรไม่รู้เรื่อง มองไปทางพี่สาวอย่างชื่นชม และอดเปรยกับคู่หมั้นหนุ่มไม่ได้...ว่าโลกนี้คงไม่มีใครสมบูรณ์แบบเท่าทรายอีกแล้ว

    ทรายปล่อยให้น้องสาวคุยกับคู่หมั้นหนุ่ม ส่วนตัวเองเดินสำรวจรอบบ้านริมคลองหลังเก่า ในใจผุดความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน วันที่เธอถูกทิ้งไว้ที่โรงเรียน ดวงตาเป็นคนไปรับกลับช่วงหัวค่ำวันเดียวกัน เธอร้องไห้โยเย ขวัญเสียไม่หยุด เป็นที่น่าเวทนาแก่อุทิศซึ่งแวะมาหาด้วยความเป็นห่วง และเพื่อแจ้งข่าวเรื่องดวงตาจะคลอดลูก

    ดวงตามีสีหน้านิ่งเฉย อุทิศสงสาร พยายามปลอบให้ทำใจและรับสภาพเพราะเลือกสถานะแบบนี้แล้ว

    ดวงตาของขึ้น โพล่งออกไปอย่างเหลืออด “แบบ ไหน แบบเป็นเมีย เป็นลูกแต่โดนทิ้งเพราะเป็นลูกคนใช้ใช่ไหม ดวงอยากให้มันตายป้าอุทิศ ดวงอยากให้มันตายทั้งแม่ทั้งลูก!”

    ทรายบีบมือแน่น อารมณ์พลุ่งพล่านไปด้วยความโกรธแค้น เจ็บใจเหลือเกินที่แม่ต้องช้ำใจ และตัวเองต้องถูกแย่งทุกสิ่งทุกอย่างแบบนี้ ลูกศรเดินมาหาพร้อมพัชระ อดแปลกใจไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทีแข็งขืนและแววตาเย็นชาของพี่สาว ส่วนทรายไม่สนใจ เพราะมัวพะวงกับอดีตอันเจ็บช้ำ โดยเฉพาะเรื่องที่เสาวนีย์พยายามกีดกันและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอกับแม่ทุกทาง ว่าเป็นแค่เมียเก็บและลูกคนใช้

    ภาพในอดีตทำให้ทรายอดน้ำตาไหลไม่ได้ ลูกศรเห็นพี่สาวเศร้าใจ ก็เข้าใจไปเองว่าตัวเองทำอะไรผิด พัชระต้องปลอบไม่ให้คิดมาก เพราะทรายอาจจะเศร้าที่ต้องเห็นบรรยากาศเก่าๆ ลูกศรโผกอดพี่สาวแน่น แต่ทรายกลับไม่สนใจ และปรายตาไปทางพัชระด้วยแววตาหมายมาด ...เธอจะต้องได้ลิ้มรสกับคำว่าสูญเสียซะบ้างลูกศร!

    ooooooo

    ฌานเครียดเรื่องที่ดินบ้านเก่าของพ่อมาก เลยโทร.ไปปรึกษาบุรี ขอให้เพื่อนยืนยันความช่วยเหลือ สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งรับปากด้วยความเต็มใจ ฌานจึงตัดสินใจลองพูดกับนอร์แมนอีกครั้ง

    “ผมจะทำคอนโด ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ เอนเตอร์–เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เหมือนที่ป๋ามีทั่วโลกครับ ภายในหกเดือน ผมจะส่งรายละเอียดโครงการทั้งหมดให้ป๋าดู ถ้าป๋าไม่พอใจ ผมจะหยุดทุกอย่าง ป๋าขายที่ไปได้เลย”

    นอร์แมนนิ่งคิดตาม อลันร้อนรนมาก อิจฉาคู่ปรับที่พลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้เสมอ เขาพยายามเสนอตัวเองบ้าง อยากโชว์ผลงานเอาหน้า แต่ถูกนอร์แมนสวนให้ดูแลงานประจำที่มอบหมายให้รอดเสียก่อน อลันเถียงไม่ออก ฌานส่งยิ้มเย้ยหยันมาแบบอดไม่ได้ ส่วนนอร์แมนไม่ยี่หระท่าทางของทั้งสอง แต่แอบพูดทิ้งท้ายว่าโครงการของฌานเป็นสิ่งที่เขาอยากทำมาตลอด แต่ไม่มีกำลังพอ...หรือว่าฉันจะถึงเวลาวางมือไว้ที่ใครสักที

    อลันร้อนใจ “คุณลุงไม่ด่วนสรุปไปหน่อยหรือครับ ครั้งนี้โครงการของชาร์ลส์อาจจะไม่เวิร์กก็ได้”

    “ถ้าแกคิดว่าของชาร์ลส์ไม่เวิร์ก แกอยากลงสนามแข่งกับชาร์ลส์ไหมล่ะ”

    อลันชะงัก ไม่คิดว่าจะเจอลุงท้าทายเช่นนี้ ฌานมองมานิ่งๆ ไม่กลัวเพราะไม่เคยเห็นคู่ปรับอยู่ในสายตา ในที่สุดอลันก็ทนไม่ไหว โพล่งออกไปเพื่อรับคำ แม้จะหนักใจไม่น้อยเพราะรู้ดีว่าฌานเป็นนักบริหารมือฉกาจเพียงใด

    อลันเก็บความหงุดหงิดไปลงกับลิซ่า โวยวายว่าดีแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

    “จะให้ทำอะไรมีประโยชน์ก็บอก ที่ฉันได้ยินคือ แต่งตัวสวยๆนะลิซ่า ฉันจะได้ภูมิใจเวลาเธอเดินกับฉัน”

    “ใช่...ฉันต้องการแบบนั้น แต่ตัวเธอล่ะ คิดเองไม่ได้หรือว่าทำตัวให้ดูดีมีค่าน่ะทำยังไง”

    “ดูดีมีค่ากับใครล่ะ ถ้าทำกับเธอ...ฉันก็ทำอย่างนี้แหละ”

    คำพูดเหมือนไม่สะทกสะท้านของแฟนสาว ทำให้อลันเหลืออด ถลาไปตบอย่างแรงจนล้มกองกับพื้น ฌานผ่านมาเห็น เอ่ยทักเสียงหยันว่าคู่ปรับหนุ่มมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก อลันโต้กลับแบบไม่กลัวแล้วผละจากไป ทิ้งลิซ่าให้มองตามเซ็งๆ แกล้งบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารแต่ฌานก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย ทำให้เธอเจ็บใจมาก

    “ทำเป็นไม่สนใจ ฉันรู้ว่าคุณยังรักฉันอยู่ชาร์ลส์!”

    ฌานไม่ยี่หระท่าทางจะเป็นจะตายของลิซ่า เขาไปรอแม่ในห้อง แล้วก็ต้องหัวเสีย เมื่อเธอกลับมาแต่ไม่แสดงความดีใจอะไรเลยที่เห็นเขา แอนน์มองลูกชายคนเดียว กับสามีเก่าด้วยแววตาเฉยชา แต่ไม่วายถามถึงเรื่องที่ดินของสามีเก่าที่อาจทำกำไรมากมายให้นอร์แมน ฌานยิ้มประจบ ในที่สุดก็หาเรื่องคุยกับแม่ได้

    “แม่ครับ...ผมต่อรองกับป๋า จนป๋าเปลี่ยนใจไม่ขายที่บ้านของพ่อแล้วครับ แม่ดีใจไหมที่ผมยังเก็บบ้านพ่อไว้ได้”

    แอนน์นิ่วหน้า ย้อนถามด้วยน้ำเสียงรำคาญ “ทำไมชาร์ลส์ชอบขัดใจป๋าจังเลย ป๋าอยากขายก็ให้เขาขายสิ

    รู้ไหมว่าอลันคอยเอาหน้าจากป๋า ทำไมชาร์ลส์ชอบหาเรื่องให้ป๋าหงุดหงิดนะ”

    ฌานสลด เอ่ยเสียงเบาว่านอร์แมนยอมให้เขาเสนอโครงการแล้ว แอนน์เลยผ่อนท่าทีขึงขัง แล้วหันไปสนใจเรื่องเพชรพลอยของตนแทน ฌานมองตามด้วยความน้อยใจ หวนคิดถึงอดีตวัยเด็กของตนไม่ได้ ตอนพ่อเขาเสียและแม่ก็จากไป ทิ้งให้เขารออยู่เกือบหนึ่งสัปดาห์ แอนน์จึงกลับมารับลูกชายไปอยู่กับสามีใหม่ที่สิงคโปร์ แม้ฌานจะไม่ชินและคิดถึงแต่บ้านเก่าที่เมืองไทย แต่ก็ต้องอดทนเพื่อแม่ นอร์แมนเอ็นดูเขามากและตั้งชื่อให้ใหม่ว่าชาร์ลส์

    ฌานจะปฏิเสธ แอนน์รีบบอก “ป๋าบอกให้เรียกชาร์ลส์ก็ชาร์ลส์สิลูก ฟังดูดีกว่าตั้งเยอะ เข้าไปฝากเนื้อฝากตัวกับป๋าไป เอาใจป๋าเยอะๆ ป๋าอยากมีลูกชาย แม่ถึงพาชาร์ลส์มาอยู่ที่นี่ไง”

    ฌานเรียกตัวเองจากอดีต ช้ำใจเหลือเกินที่แม่ไม่เคยรักและเห็นเขาเป็นเครื่องมือตลอด ฮั้วมองเห็นและเข้าใจความเจ็บปวดของฌานดี เลยไปโอบกอดและปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย

    “จำคำอาฮั้วไว้นะคะ ไม่ว่าแม่จะเป็นยังไง แต่แม่ก็คือผู้ให้ชีวิตเรานะคะ”

    “ผมทราบครับ ผมถึงทำทุกอย่างเพื่อให้แม่มีความสุขนี่ไงครับ”

    ooooooo

    แอนน์มัวคุยโทรศัพท์กับเพื่อนในแวดวงไฮโซจนมองไม่เห็นท่าทางหงอยเหงาของลูกชาย แถมพาลใส่ด้วย ไม่ชอบใจและอิจฉาที่อลันควงลิซ่าไปโน่นมานี่ตลอด ฌานส่ายหน้าเซ็งๆ ย้อนถามแม่ว่าชอบแฟนเก่าเขาหรือ

    “ป๋าเขาชอบ ป๋าบอกลิซ่าสวย คุยเก่ง มารยาทเข้าสังคมดี ฐานะครอบครัวก็เกื้อหนุนธุรกิจป๋าดี”

    ฌานเบ้หน้า รู้ดีว่าเบื้องหลังของครอบครัวลิซ่าเป็นอย่างไร “เขาเกื้อเรา หรือเราเกื้อเขากันแน่ครับ ได้ข่าวว่าพอหมั้นกับอลัน จากแค่ซุปเปอร์มาร์เกตเล็กๆ ก็กลายมาเป็นสาขาย่อยกับห้างของเรา”

    แอนน์ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่เหมือนเคย โบกมือให้ลูกชายหยุดพูด “นั่นแหละ...ถ้าป๋าชอบก็โอเคแล้ว ชาร์ลส์ไม่น่าเลิกเลย ชาร์ลส์ดีกว่าอลันตั้งเยอะ เอาอย่างนี้ไหม แม่ช่วยให้ชาร์ลส์กลับมาคืนดีกับลิซ่าเอาไหม”

    “ถ้าแม่สนใจผมสักนิด แม่จะไม่ถามผมเรื่องลิซ่าแบบนั้น”

    ฌานหัวเราะขืนๆ อดคิดถึงภาพในอดีต เรื่องราวความรักหวานชื่นระหว่างเขากับอดีตคนรักไม่ได้ ลิซ่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขารักและทุ่มเทความจริงใจให้ แต่เธอก็ทรยศหักหลัง ด้วยการหันไปคบอลันที่เสนอเงินและข้าวของราคาแพงให้มากกว่า ตอนที่ลิซ่าตัดสินใจจากเขาไป ทรายก็เป็นคนเข้ามาปลอบใจและเตือนสติ

    “โธ่เอ๊ย...มีปัญญาก็หาใหม่สิชาร์ลส์ ผู้หญิงคนเดียวจะเรียกร้องหาทำไม”

    “ผมรักเขา รักเขาอยู่ตั้งสองปี เขาไม่มีอะไรเทียบคุณได้หรอกทราย แต่ผมรักเขา ทำยังไงผมถึงจะลืมเขา”

    ทรายมายืนประจันหน้า คล้องแขนรอบคอฌานแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ฌานถึงกับตะลึงในความงามของเพื่อนสาวเป็นครั้งแรก และหลงเวียนวนในเสน่ห์ของทรายตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เขาค่อยๆดึงตัวเองจากอดีต คิดถึงนักออกแบบสาวจับใจ พึมพำกับตัวเองยิ้มๆ “ผมเชื่อว่าคุณจะไม่มีวันหลอกผมเหมือนคนอื่น!”

    ความคิดถึงทำให้พยายามโทร.หา แต่ทรายลืมมือถือไว้ที่โรงแรมเลยไม่ได้รับสักครั้ง แต่ฌานไม่รู้เรื่อง เป็นห่วงกลัวคู่เดตสาวจะเป็นอันตราย เลยโทร.เช็กกับเพื่อนรัก บุรีถอนใจเบาๆ รู้ดีว่าพัชระไปดูงานกับทราย เลยเข้าใจผิดอีกคนว่านักออกแบบสาวจงใจไม่รับสายฌาน แต่ไม่อยากให้เพื่อนคิดมาก เลยปลอบว่าเธอคงยุ่ง

    เวลาเดียวกันที่บ้านริมคลองของทราย...พัชระทำหน้างง เมื่อได้ยินเจ้าของบ้านสาวอยากได้ห้องไว้วาดรูป ทรายยิ้มบางๆ บอกว่าตัวเองเป็นนักออกแบบ เรื่องวาดรูปถือเป็นความสามารถพื้นฐาน

    “ผมลืมไปว่าคุณเป็นนักออกแบบระดับโลก พี่ฌานคุยให้ฟังบ่อยๆ นี่วาดรูปเก่งด้วย แล้วเก่งอย่างไหนที่สุดล่ะ”

    “คนอย่างศรุตา ถ้าทำอะไร ไม่ใช่แค่ทำได้ แต่ต้องเก่งที่หนึ่งหมดทุกอย่าง”

    พัชระแกล้งหยอกไม่อยากเชื่อ ทรายเลยท้าจะวาดรูปเหมือนให้ พัชระสบตาเธอแล้วใจสั่น ยิ่งเห็นท่าทางตั้งอกตั้งใจยิ่งหวั่นไหว จนเผลอชวนเธอไปเที่ยวเย็นวันเดียวกัน ทรายแสยะยิ้มร้าย ยินดีมากที่ไก่อ่อนแบบพัชระกำลังติดกับดัก เดินเข้ามาให้เธอขย้ำในไม่ช้า!

    ฝ่ายลูกศรร้อนใจเรื่องท่าทีแปลกๆของพี่สาวเมื่อวันก่อน เลยตัดสินใจไปคาดคั้นจากอุทิศ เชื่อว่าคนเก่าแก่ของบ้านน่าจะรู้สาเหตุมากกว่าเธอ อุทิศมองมาด้วยความเห็นใจ แต่ไม่อยากให้รื้อฟื้นเพราะทุกอย่างผ่านมาแล้ว ลูกศรไม่เชื่อ แถมเข้าใจไปอีกทางว่าทรายต้องเคยมีช่วงเวลาลำบากแน่ๆ อุทิศถึงไม่อยากให้พูดถึง

    “ศรรู้นะคะว่าคุณแม่กับศรมาทีหลังคุณป้าดวงกับพี่ทราย ศรจำได้ว่าตั้งแต่เกิด ศรอยู่แต่ในบ้านใหญ่ แต่พี่ทรายอยู่บ้านริมน้ำ แล้วศรก็มีคุณพ่ออยู่ด้วยตลอดเวลา นั่นแปลว่าคุณพ่อคงไม่ได้อยู่กับพี่ทรายเลย”

    “เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าคิดมากเลยค่ะ”

    “พี่ทรายคงคิดว่าศรแย่งคุณพ่อไป พี่ทรายถึงรักศรได้ไม่สนิทใจ”

    “ก็อย่างที่ป้าบอกล่ะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้วจะแก้ไขอะไรก็คงไม่ได้”

    “ในอดีตแก้ไขไม่ได้ แต่เราแก้ไขปัจจุบันและอนาคตได้นี่คะ ป้าจำตอนศรเรียนมอหนึ่งได้ไหมคะ มีเพื่อนคนหนึ่งไม่ชอบศร เขาแกล้งศร แต่ศรไม่กล้าบอกคุณแม่เพราะกลัวคุณแม่จะต่อว่าเพื่อนคนนั้น แล้วศรมาบอกป้า ป้าทิศก็บอกให้ศรอย่าโกรธที่เพื่อนแกล้ง แต่ให้ใช้ความรัก ให้อภัยชนะความเกลียด”

    อุทิศปลื้มมาก ที่ลูกศรเป็นคนจิตใจดี จนถึงกับชื่นชมไม่ขาดปาก ลูกศรพยักหน้าน้อยๆ

    “ถ้ามันจะทำให้พี่ทรายหายเกลียดศร ศรยอมให้ทุกอย่างที่ศรมี...แม้แต่ชีวิตของศร”

    ooooooo

    ฌานยังพยายามโทร.หาทรายตลอดบ่าย แต่หญิงสาวก็ไม่รับสายเลยแม้แต่ครั้งเดียว เช่นเดียวกับบุรีที่ช่วยเพื่อนโทร.หาด้วย จนพาลหัวเสียเพราะเข้าใจว่านักออกแบบสาวอยากเรียกร้องความสนใจ ปั่นหัวเพื่อนรักเขาให้ร้อนรน ในขณะที่ตัวเองกำลังหว่านเสน่ห์กับสถาปนิกรุ่นน้องอย่างพัชระ!

    ฌานเป็นห่วงทรายมาก เลยตัดสินใจบินกลับเมืองไทยในเย็นนั้น ลิซ่าปราดมาขวางและพยายามจะขอคืนดี รื้อฟื้นความสัมพันธ์หวานชื่นเหมือนในอดีต แต่ฌานไม่เล่นด้วย แถมแขวะให้ช้ำอีกต่างหาก

    “ลิซ่าจ๊ะ...ผมไม่ใช่หมาอย่างอลัน ที่จะรอกินอ้วกของคนอื่น”

    ฌานหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็กผละไป ลิซ่าไม่ยอมแพ้ตามไปขวาง พร่ำบอกว่ารักเขาเหมือนเดิม แถมเชิญชวนให้เขาอยู่ด้วยคืนนี้ เพราะอลันจะไม่อยู่บ้าน ฌานหันขวับแล้วโทร.หาคู่ปรับหนุ่มทันที ลิซ่าตาเบิกโพลง เอื้อมไปคว้ามือถือเขากลับแทบไม่ทัน ต่อว่าเขาเสียงเข้มและโอดถึงเรื่องในอดีต

    “คุณก็รู้ว่าสิ่งที่ฉันทำ มันเป็นเพราะความจำเป็น ตอนนั้นครอบครัวฉันเดือดร้อน ฉันถึงต้อง...”

    ลิซ่าขอให้เขารอเวลากลับไปรักกัน ฌานโบกมือให้หยุดพูด ยิ้มเย็นแล้วสะบัดตัวออกอย่างรังเกียจ

    “ผมมีคนที่ผมรักแล้ว และเขาก็รักผม”

    “นังเสาไฟฟ้านั่นมันไม่จริงใจกับคุณหรอก”

    “อย่าคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนคุณสิลิซ่า ทรายเขามีทั้งเงิน มีทั้งสมอง ผมไม่มีผลประโยชน์อะไรให้เขาต้องหลอกคบกับผม เขาคบเพราะรักผม และผมก็จะแต่งงานกับเขา”

    ฌานหิ้วกระเป๋าจากไปแล้ว ทิ้งลิซ่าให้เต้นผางคนเดียว “ฉันไม่ยอมให้คุณเป็นของคนอื่นเด็ดขาด!”

    ฟากทรายคุยงานกับพัชระอย่างเพลิดเพลิน ฉวยโอกาสทุกทางหว่านเสน่ห์ใส่จนพัชระแทบเพ้อ สองหนุ่มสาวคงคุยกันอีกนาน ถ้าอุทิศจะไม่แวะมาเสียก่อน ทรายตกใจมาก เมื่อทราบว่าคนเก่าแก่ของบ้านจะลากลับบ้านนอก อุทิศถอนใจเหนื่อยหน่าย บอกว่าสถานะของครอบครัวพรหมาสตร์นารายณ์ไม่ได้มั่งคั่งเหมือนเดิมแล้ว

    “คุณศกเสียเงินค่ารักษาคุณท่านไปเยอะ ไหนจะค่าเรียนคุณลูกศร ค่าดูแลคนในบ้าน จนต้องแอบเอาบ้านไปจำนอง ตอนนี้ลดค่าใช้จ่ายอะไรได้ก็คงอยากลด อุ๊ย...ป้าขอโทษนะคะที่เอาเรื่องอะไรไม่รู้มาเล่าให้ฟัง”

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ทรายมีคติ...ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งมีประโยชน์”

    ทรายตีหน้านิ่ง ทำเป็นไม่รู้ว่าศกกับเสาวนีย์ถังแตก แต่เมื่อสบโอกาส เห็นแม่เลี้ยงคู่ปรับร้อนรนและจ้องจับผิดเธอตลอด เลยคิดแผนจะดึงอุทิศมาอยู่ด้วย และจงใจยั่วยวนพัชระด้วยการแกล้งล้มให้เขาช่วยประคอง

    พัชระตามมารยาหญิงไม่ทัน ถลันไปรับและถามด้วยความเป็นห่วง ทรายสบตาเขายิ้มๆ แล้วเอ่ยเสียงเบา

    “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันซุ่มซ่ามอย่างนี้บ่อยๆ อ๊ายอาย...จนคิดว่าอยากมีใครอยู่ข้างๆตลอดเวลา คอยพยุงแบบนี้”

    พัชระชะงัก ไม่กล้าสบตาเธอเพราะกลัวจะหวั่นไหวไปมากกว่านี้ ทรายเห็นท่าทางเขาก็สะใจมาก ไล่ให้ไปหาลูกศรที่คงเฝ้ารอจะเจอคู่หมั้นหนุ่มด้วยความคิดถึง สถาปนิกหนุ่มไม่อยากไป แต่ไม่อยากกระโตกกระตากท่าทางแปลกๆของตัวเลยตัดสินใจไปทานข้าวกับลูกศรแบบเสียไม่ได้ เสาวนีย์ที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ไม่รอ ช้าชักชวนให้เขาติวหนังสือให้ลูกสาว ลูกศรเกรงใจเพราะรู้ดีว่าคู่หมั้นหนุ่มมีธุระ แต่ไม่กล้าขัดใจแม่

    พัชระมีท่าทางอึกอัก เหลือบมองนาฬิกาตลอดเวลาเพราะมีนัดกับทรายหลังจากนี้ เสาวนีย์เห็นอาการก็โกรธมาก แต่พยายามข่มอารมณ์พูดขอร้อง “ช่วยติวให้น้องหน่อยนะ คิดเสียว่าช่วยคู่หมั้นตัวเอง อาก็อยากให้ลูกศรไปติวกับเพื่อน แต่พัชก็รู้ว่าลูกศรไม่เหมือนคนอื่น ลูกศรไม่มีใครมารุมสนใจ ลูกศรมีแค่พัชคนเดียว”

    พัชระปฏิเสธไม่ออก แอบรู้สึกผิดไม่ได้ที่เผลอใจ ไปกับทราย เลยอยากช่วยติวหนังสือให้คู่หมั้นสาวเพื่อไถ่โทษ ลูกศรประทับใจมาก ชอบที่เขามาคอยดูแลและอยู่ใกล้ๆ แต่ก็เบื่อตัวเองที่หัวช้า สอนอะไรไม่ค่อยเข้าใจ

    “ศรคงหัวไม่ดีจริงๆ ทำไมศรไม่เหมือนพี่ทราย จบนอก มหาลัยดังด้วย ทำงานบริษัทใหญ่มาก โก้มาก แล้วยังสวยเวอร์ขนาดนี้ ศรภูมิใจในตัวพี่ทรายจริงๆ ศรไม่มีอะไรเทียบพี่ทรายได้เลย”

    พัชระมองมาด้วยความสงสารและเห็นใจ หัวใจสับสนมากเพราะอยากทำตัวเป็นคู่หมั้นที่ดี สุดท้ายเลยยอมเปลี่ยนใจอยู่เป็นเพื่อนต่อ เสาวนีย์ทราบเรื่องก็พอใจมาก และนึกสมเพชทรายที่คงต้องรอเก้อ!

    ooooooo

    ฌานยังติดต่อทรายไม่ได้ บุรีต้องปลอบให้ทำใจเพราะทรายไม่ใช่เด็กๆ ฌานโต้ว่าเป็นห่วงมากกว่า คู่เดตสาวจากเมืองไทยไปนาน ความไม่คุ้นเคยอาจทำให้เธอเป็นอันตราย บุรีจึงคิดได้และอาสาช่วยโทร.อีกแรง แต่ทรายก็ไม่ได้รับเพราะปิดเสียงและเก็บมือถือไว้ในกระเป๋า

    ในขณะที่ทุกคนตามหาให้วุ่น...ทรายนั่งรอพัชระที่ร้านบุรี ท่ามกลางสายตาสงสัยของบรรดาสถาปนิกหุ้นส่วนของบุรี โดยเฉพาะกี้ สังหรณ์ใจตามสัญชาตญาณผู้หญิง และตัดสินใจโทร.ตามบุรี กลัวจะเกิดเรื่องไม่งาม

    ทรายไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็น ตั้งท่าจะโทร.ตามพัชระ แต่ต้องอึ้งเมื่อเห็นสายเรียกเข้าจำนวนหลายสิบจากทั้งฌานกับบุรี แต่ที่น่าโมโหสุดคือข้อความล่าสุดจากพัชระ ส่งมาบอกว่าอาจมาช้าเพราะต้องติวหนังสือให้ลูกศร ทรายรู้ทันว่าคงเป็นฝีมือเสาวนีย์ เลยตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อตอบโต้

    แล้วพัชระก็ต้องหน้าตึงด้วยความหึงหวง เมื่อได้รับข้อความพร้อมภาพจากทรายว่ากำลังพูดคุยกับเพื่อนชายกลุ่มใหม่อย่างสนุกสนานถูกคอ เลยตัดสินใจทิ้งลูกศรไปหาทรายทันที ส่วนบุรีมองพฤติกรรมของทรายด้วยความไม่ชอบใจ นึกเคืองแทนฌานที่อุตส่าห์เป็นห่วงแทบตาย แต่เธอกลับทำหน้าระรื่นกับผู้ชายกลุ่มใหญ่ แบบหน้าชื่นตาบาน!

    ทรายไม่สะทกสะท้านกับสายตาตำหนิของบุรีแถมทำหน้าไร้เดียงสา ตอนได้ยินว่าเขากับฌานโทร.หา

    บุรีโกรธมาก แต่พยายามข่มอารมณ์ “ทำไมคุณไม่รับโทรศัพท์ คุณรู้ไหมว่าฌานเป็นห่วงคุณขนาดไหน เขาคิดว่าคุณเป็นอะไร จนตอนนี้เขาบินจากสิงคโปร์เพื่อมาหาคุณ แล้วดูคุณสิ กลับมานั่งคุยกับผู้ชาย...แต่...”

    “พูดให้จบสิบุรี พูดเลยว่าฉันคุยกับผู้ชาย...สนุกกับผู้ชายหรืออ่อยผู้ชาย คำไหนก็ได้ที่คุณอยากพูด ฉันไม่ถือ”

    ท่าทางและน้ำเสียงของทรายทำให้อดรู้สึกผิดไม่ได้ “ผมไม่ได้จะพูดแบบนั้น”

    “แต่ความหมายที่คุณต้องการสื่อคือแบบนั้น ฉันจะบอกให้นะ ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันไม่รับสายฌาน และไม่ใช่ครั้งแรกที่ฌานวิ่งตามฉันแบบนี้ และทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ฉันก็จัดการได้”

    “ผมรู้...ว่าคนอย่างคุณ จัดการผู้ชายทุกคนได้อยู่แล้ว ไม่เว้นแม้แต่...”

    ทรายนิ่วหน้า พยายามคาดคั้นให้เขาบอกว่าหมายถึงใคร แต่บุรีก็ใจไม่ถึงจะพาดพิงพัชระ เลยตัดบทดื้อๆ

    “เอาเป็นว่า ผมเคยบอกคุณแล้วว่าคุณจะทำอะไร ช่วยนึกถึงฌานหน่อย คุณก็รู้ว่าฌานเขา...รักคุณมากขนาดไหน อย่าเอาความรู้สึกของคนอื่นมาล้อเล่น เพียงเพราะคุณอยากบริหารเสน่ห์เท่านั้น”

    “หยุดนะ...ถ้าไม่รู้จักฉันดีพอ อย่ามาพูดแบบนี้!”

    ทรายน้ำตาจะไหล เลยรีบผลุนผลันออกไป ไม่อยาก ให้เขาเห็นน้ำตา บุรีรู้สึกแย่ที่พูดจาไม่ดี จึงรีบตามไปขอโทษ ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าเขามีอคติ แต่อยากให้เธอคิดถึงใจฌานให้มากๆ ทรายกลั้นน้ำตา หันมายิ้มให้เขา

    “เจ้าค่ะ...องครักษ์พิทักษ์ฌาน ฉันรู้...ฉันถึงจะกลับไปรอฌานอย่างที่คุณสั่งไง”

    “แล้ววันหลังอย่าทำให้ใครเป็นห่วงอย่างนี้อีก”

    ทรายชะงัก หันไปมองเขาอย่างค้นหา “ใคร...ฟังดูเหมือนมีคนห่วงฉันมากกว่าหนึ่งคนใช่ไหม”

    บุรีอึ้ง ไม่อยากถูกจับได้เลยโบกมือลาดื้อๆ ทรายมองตามขำๆ แอบดีใจที่เขาแสดงความรู้สึกห่วงใยให้เห็นบ้าง

    ทรายกลับโรงแรมไปแล้ว สวนกับพัชระที่วิ่งเข้าร้านบุรีอย่างร้อนรน แต่เมื่อไม่พบนักออกแบบสาวที่หลงใหลก็ผลุนผลันออกไป โดยมีจุดมุ่งหมายต่อไปคือโรงแรมของเธอ ส่วนบุรีขี้เกียจตอบคำถามรุ่นน้องหุ้นส่วน เลยหนีกลับบ้าน แต่ก็อดคิดถึงทรายไม่ได้ เป็นห่วงและแอบกังวลว่าเธอจะมีอะไรในใจมากกว่าที่คิด

    ด้านพัชระไปถึงโรงแรมแล้วก็เปลี่ยนใจกลับบ้าน ใจไม่ถึงพอจะเผชิญหน้ากับทราย ไม่รู้เลยว่านักออกแบบ สาวกำลังรับศึกหนักจากท่าทางโกรธจัดของฌาน ซึ่งบุกมาหากลางดึก ความหงุดหงิดหัวเสียตลอดทั้งวัน

    ทั้งเรื่องพ่อเลี้ยงและความห่วงใยที่มีต่อเธอ ทำให้เหวี่ยงไปทั่ว ทรายไม่ชอบใจ เลยเตือนสติให้รู้ว่าอย่ามาพาลอารมณ์เสียใส่เธอ

    ฌานถอนใจหนักหน่วง รู้สึกผิดที่เหวี่ยงใส่เธอ ทรายเห็นท่าทางเหนื่อยอ่อนของเขา ก็ไม่ถือสาและบีบนวดขมับเอาใจเหมือนเคย เห็นใจเขามากเมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมด ฌานอยากปรึกษาบุรีเรื่องโครงการของเขา ทรายรีบเสนอตัวออกแบบภายในให้และเร่งให้เขาไปพบเพื่อนรัก เพราะมีเวลาแค่สามเดือนเท่านั้น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:51 น.