ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทรายสีเพลิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"


    เสาวนีย์ทนเก็บความอึดอัดใจไม่ไหว ต้องไปปรับทุกข์กับแม่ในคืนเดียวกัน คุณหญิงเพกาไม่เข้าใจ เพราะคิดว่าลูกสาวจัดการขายที่ดินริมคลองนั่นไปแล้ว ถึงดวงตากับทรายจะกลับมาก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่เสาวนีย์ไม่พอใจแค่นั้น ความอคติและความระแวงส่วนตัวทำให้ไม่อยากเห็นสองแม่ลูกนั่นที่เมืองไทยเลยด้วยซ้ำ...มันเป็นมารหัวใจเสาว์!

    ไม่ใช่แค่เสาวนีย์ที่ร้อนเป็นไฟ...ทรายก็แทบข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน เต็มไปด้วยความแค้นไว้ไม่อยู่ เธอขับรถมาจอดหน้าบ้านใหญ่ของตระกูลพรหมาสตร์นารายณ์ พลางนึกถึงภาพในอดีต ที่เคยถามแม่ว่าเหตุใดเธอซึ่งเป็นลูกพ่อเหมือนกันถึงไม่ได้อยู่บนตึกเหมือนลูกศร

    และคำตอบของดวงตาก็ทำให้เธอเจ็บใจมาถึงวันนี้

    “เพราะสองแม่ลูกนั่นแย่งไปไงลูก แย่งทั้งบ้าน แย่งทั้งความรักของพ่อไปจากแม่ แย่งทั้งพ่อไปจากทราย มันจงใจแย่งทุกอย่างที่เป็นของเราไปจากเรา!”

    ทรายดึงตัวเองจากอดีต จ้องบ้านหลังใหญ่ด้วยแววตาหมายมาด พึมพำเสียงเครียด

    “ถึงเวลาที่คุณจะได้รู้ว่าคนที่โดนแย่งทุกอย่างไป มันเป็นยังไง”

    ทรายขับรถกลับโรงแรมที่พัก และกลับมาใหม่ในเช้าวันถัดมา ศกต้อนรับลูกสาวคนโตอย่างดี และอาจจะออกนอกหน้าเกินไปจนเสาวนีย์อดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่ที่ทำให้คนเป็นแม่ช้ำใจที่สุด คงเป็นอาการตื่นเต้นของลูกศร ที่เห่อพี่สาวคนสวยซึ่งพรากจากกันมานานมาก ราวกับไม่เคยมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันในอดีต

    ทรายยิ้มเย็น สะใจมากที่เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนใจของเสาวนีย์ แต่ไม่หยุดพูดจายียวนจนแม่เลี้ยงคู่ปรับแทบเต้น ศกกับลูกศรไม่รู้เรื่อง ยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะคิดว่าทรายดีใจจริงๆได้กลับเมืองไทย แถมทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีพาเดินชมสวนด้วยความเต็มใจอีกต่างหาก ทรายกระหยิ่มใจ คว้าถุงของฝากราคาแพงมาส่งให้ศกกับลูกศรปลื้มมาก ต่างจากเสาวนีย์ที่ปรายตามองกระเป๋าแบรนด์เนมหรูแล้วเมิน...ไม่เห็นจะชอบ อีพวกอวดรวย!

    ทรายไม่สะทกสะท้านกับสายตาดูถูกของแม่เลี้ยง แต่ทำท่าทางเหมือนสลดเมื่อพ่อเดินไปส่งที่รถ ศกปลอบไม่ให้คิดมาก เสาวนีย์คงทำตัวไม่ถูกมากกว่า ทรายแอบเบ้หน้า เหยียดยิ้มเย็นเมื่อพ่อบอกดีใจที่เธอมีความทรงจำ ดีๆที่นี่

    “ทรายจำได้ทุกอย่าง อย่างที่เขาบอกว่าหัวใจเด็กเหมือนผ้าขาว ถ้ามีรอยขีดเขียนอะไรแล้ว ก็ยากจะลบออก”

    ศกยิ้มเจื่อนๆ ไม่แน่ใจว่าลูกสาวหมายความตามนั้นหรือมีนัยแอบแฝง เสขอบใจเรื่องของฝาก

    “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ มันเป็นความตั้งใจของทรายอยู่แล้ว ว่ากลับมาครั้งนี้ ทรายต้องมีอะไรตอบแทนให้กับทุกคน!”

    ฝ่ายฌานแวะมาหาทรายที่โรงแรมบ่ายวันเดียวกัน หัวเสียมากเมื่อเห็นเธอทำท่าทางสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น ทรายไม่ยี่หระ แต่ยอมพะเน้าพะนอเขาแบบขอไปที หวังให้คลายความหงุดหงิด ซึ่งก็ได้ผล เพราะฌานใจอ่อนและยอมอภัยให้อย่างง่ายดาย แถมชวนเธอไปงานเปิดร้านใหม่ของตนที่หุ้นกับเพื่อนๆด้วย ตอนแรกทรายปฏิเสธเพราะไม่อยากออกไปข้างนอก แต่เมื่อได้ยินว่าพัชระเป็นหุ้นอีกคนก็หูผึ่ง เปลี่ยนใจขอตามไปด้วยดื้อๆ

    ฌานแปลกใจเล็กน้อย แต่ดีใจมากกว่าที่เธอยอมควงเขาไปงานเปิดร้าน ส่วนทรายยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดไปถึงคำบอกเล่าของศกเมื่อวันก่อน ที่ว่าเสาวนีย์อยากให้ลูกศรแต่งงานกับพัชระหลังเรียนจบ ความเจ้าคิดเจ้าแค้นทำให้เธอคิดแผนบางอย่าง...แล้วเราจะได้เห็นดีกันค่ะอาเสาว์ ลูกศรควรจะได้รู้ว่าการถูกแย่งของรักมันเป็นยังไง!

    ooooooo

    พัชระไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเครื่องมือล้างแค้น มัวหงุดหงิดคู่หมั้นสาวที่หวงเนื้อหวงตัวจนเกินเหตุ ลูกศรหน้าเสีย ใจจริงก็อยากให้เขาแสดงความรักเหมือนคู่อื่นๆ แต่เกรงใจแม่ที่สั่งสอนตลอดให้รักนวลสงวนตัวจนกว่าจะแต่งงาน แล้ววันนี้ความอดทนของพัชระก็ถึงขีดสุด เมื่อมาทานข้าวกับคู่หมั้นแต่ต้องนั่งห่างกันเป็นวา

    “พี่ไปล่ะ คราวหน้าถ้าจะให้พี่มาทานข้าวอีก จัดอาหารให้พี่อีกโต๊ะก็ได้นะ ใครๆจะได้เห็นว่าศรอยู่ในทำนองคลองธรรม ไม่เคยใกล้ผู้ชายคนไหนแม้แต่คู่หมั้น”

    ลูกศรหน้าชา ได้แต่มองตามคู่หมั้นหนุ่มแล้วถอนใจเบาๆ แต่ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ส่วนพัชระก็ข่มอารมณ์เก็บกดไประบายกับเพื่อนๆหุ้นส่วนที่ร้านระหว่างเตรียมงานเปิดตัว บุรีหุ้นส่วนใหญ่ได้ยินเข้า จึงเตือนสติให้เข้าใจหัวอกหญิงไทยอย่างลูกศรบ้าง ไม่ใช่ว่าเธออยากจะเป็นสาวหลงยุค แต่ถือเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันมากกว่า

    “แทนที่จะเซ็งที่เขาไม่ยอมให้แตะเนื้อต้องตัวทำไมไม่คิดบ้างว่าสิ่งที่เขาทำคือการให้เกียรติเรา เขารักษาเนื้อรักษาตัวเพื่อรอร่วมหอลงโรงกับผู้ชายที่เขารัก เขาต้องการเก็บคุณค่าของเขาไว้ให้คนสำคัญ ในวันสำคัญของชีวิต แทนที่จะบอกว่าเขาหลงยุค นายควรจะดีใจและภูมิใจที่มีเพชรอยู่ในมือ”

    จ้อยกับติ่งสถาปนิกรุ่นน้องร่วมบริษัท มองบุรีแล้วยกมือท่วมหัว ล้อเลียนความเป็นพ่อพระของเขา แต่พัชระไม่ขำด้วย แต่ก็ขอบคุณบุรีเสียงอ่อยที่เตือนสติและแยกไปดูงานอีกทาง บุรีมองตามด้วยความเป็นห่วงลึกๆ เช่นเดียวกับจ้อยและติ่งที่แนะให้ส่งพัชระกลับบ้าน...ลมปราณเพศแตกซ่านขนาดนี้ เจอหญิงงามยั่วเดี๋ยวจะใจแตก!

    บรรยากาศงานเปิดตัวร้านบีส์บั๊ดดี้ของบุรีกับเพื่อนๆ ที่บริษัท เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ฌานมาถึงหลังงานเริ่มไม่นานและต้องช่วยเพื่อนๆรับแขกให้วุ่น แต่สายตาก็วนเวียนตรงประตูตลอดเพราะกำลังรอแขกคนสำคัญ ทรายปรากฏตัวไม่นานหลังจากนั้น เรียกเสียงฮือฮาได้มากมายจากแขกเหรื่อในร้าน ฌานโบกมือให้เพื่อนๆหยุดพูดแล้วเอ่ยเสียงดัง

    “เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ผมขออนุญาตแนะนำเจ้าของหัวใจผม...ทราย ศรุตา พรหมาสตร์นารายณ์ ดาลตัน”

    บุรีอึ้งเมื่อได้ยินชื่อเธอเต็มๆ ในหัวเต็มไปด้วยภาพในอดีต ตอนที่ได้เจอเด็กหญิงศรุตาเป็นครั้งแรก เขาในวัยสิบสี่ยังจำได้ดีว่าเด็กหญิงทรายน่ารักและฉลาดเพียงใด และโดยเฉพาะคำสัญญาก่อนจากกัน

    “พี่บีสัญญานะคะว่าพี่บีจะไม่ลืมทราย”

    “จ้ะ...พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ลืมน้องทราย ศรุตา พรหมาสตร์นารายณ์”

    บุรีจำสัญญานั้นได้ดีและยึดถือมาจนปัจจุบัน เขามองไปทางหญิงสาวสวยคู่เดตของฌานด้วยแววตาลุ้นๆ หวังให้เธอจำเขาได้ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะเธอแค่มองมายิ้มๆและทักทายตามมารยาทเท่านั้น ต่างจากพัชระ มองทรายตาค้าง ตะลึงในความสวยงามหยาดเยิ้มเต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราวโดยไม่อาจละสายตาไปไหน แต่พอรวบรวมสติได้ก็อดข้องใจไม่ได้ เมื่อได้ยินว่าเธอนามสกุลเดียวกับลูกศร คู่หมั้นสาวจอมหวงเนื้อหวงตัวของเขา!

    ทรายชอบใจมากที่ทำให้พัชระตะลึงลานจนพูดไม่ออก เธอจงใจให้ฌานไปเอาเครื่องดื่มและเชิญชวนพัชระมานั่งข้างๆแทน เมื่อฌานกลับมาก็ไม่ค่อยพอใจนัก ทรายเห็นท่าทีเจื่อนๆของพัชระเลยแกล้งพูดจาท้าทาย

    “ขอโทษนะฌาน ทรายให้พัชระมานั่งแทนเองค่ะ หรือถ้าพัชระไม่กล้าอยู่ใกล้ทราย ก็คืนที่ตรงนี้ให้ฌานก็ได้นะ”

    สายตายั่วยวนของทรายทำให้พัชระอึ้ง เช่นเดียวกับฌานรู้สึกแปลกๆแต่ไม่กล้าพูดอะไร บุรีเฝ้ามองทุกอย่างด้วยสีหน้าครุ่นคิด ท่าทางเหมือนมีแผนในใจของทรายทำให้อดสงสัยไม่ได้ ส่วนทรายไม่สนใจใคร พยายามยั่วเย้าและหยอกล้อพัชระอย่างออกนอกหน้า ฌานเห็นเพื่อนๆ หัวเราะขำขันเลยไม่ติดใจ ออกจะเอ็นดูอารมณ์ขันของทรายด้วยซ้ำที่เข้ากับเพื่อนๆเขาเป็นอย่างดี คงมีเพียงพัชระเท่านั้นที่อึดอัดกับสายตาเชิญชวนของทรายที่ทำให้เขาปั่นป่วนพิกล

    แต่ถึงจะอึดอัดแค่ไหน พัชระก็ไม่หนีกลับบ้านอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเอาตัวไปใกล้ชิดกับทรายมากขึ้น ราวกับโดนมนต์สะกด ซึ่งทรายก็ชอบใจมาก แต่ต้องหน้านิ่งเมื่อสังเกตสายตาของบุรี คุ้นหน้าเขาอย่างประหลาด แต่ยังไม่อยากคิดมากเพราะมีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับพัชระต้องทำให้สำเร็จเสียก่อน

    ooooooo

    ฌานขับรถไปส่งทรายที่โรงแรมหลังงานเลี้ยงเลิก แม้เขาจะไม่พูดอะไรตอนสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของคู่เดตสาว แต่เมื่อสบโอกาสระหว่างทางกลับโรงแรม เลยจัดแจงเปิดอกกับเธอ ทรายเฉไฉว่าทำเพราะอยากสร้างความสนิทสนมกับเพื่อนๆของเขา แต่ฌานไม่ไว้ใจ ระแวงเป็นทุนเพราะรู้ดีว่าเธอมีเสน่ห์เย้ายวนเพียงใด

    ทรายไม่ยี่หระ ฌานเลยได้แต่ถอนใจหนักหน่วง “รู้ตัวไหมว่าคุณเหมือนระเบิดนิวเคลียร์ สว่างจ้าจนแสบตาถ้าใครไม่ระวัง ตัวก็ถูกความร้อนหลอมละลายไม่มีเหลือแม้แต่กระดูก...ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ”

    ทรายยิ้มบางๆ เอนตัวซบอกเขาแล้วออเซาะเหมือนเคย ฌานมีสีหน้าลำบากใจ กำลังจะพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์ของเธออีกครั้ง แต่เมื่อได้ยินเธอถามว่าหึงหรือ เขากลับหัวเสียเพราะเธอดันไม่เห็นความจริงใจของเขา

    “แล้วมันไม่ใช่หรือ ถ้าคุณบอกไม่ใช่ ไหนบอกสิว่าผมอยู่ในฐานะอะไร ถ้าคุณไม่อยากให้ผมไปจากชีวิต คุณรู้ใจผมทุกอย่างนะทราย คุณเล่นกับผมอย่างนี้ทำไม คุณอยากให้มันเป็นยังไง ผมก็เป็นแล้ว ผมไม่เคยแสดงตัวว่าผม...ยังไงกับคุณ เพราะคุณไม่ต้องการ แต่อย่าทำอย่างนี้ต่อหน้าผม อย่าทำอีกเป็นอันขาด”

    ท่าทางโกรธจัดของฌาน ไม่ทำให้ทรายรู้สึกผิด แถมยังสะบัดตัวออกงอนๆที่เขาใส่อารมณ์กับเธอ

    “ฌาน...ระหว่างเรามันเป็นแบบนี้มาตลอด เราเข้าใจ...เรายอมรับข้อเสนอระหว่างกัน ไม่มีข้อแม้ คุณมีเกมของคุณ ฉันก็มีเกมของฉัน แต่ก็คงมีสักวันในอนาคต ที่เราจะรู้สึกว่าพอเสียที ใช่ไหมฌาน คุณกับฉันจะรอวันนั้น...วันที่เราอยากจะหยุดชีวิตสนุกแบบนี้ พร้อมจะเริ่มชีวิตใหม่ด้วยกัน”

    ฌานมองมาด้วยแววตาค้นหา อยากรู้ว่าคำพูดเธอจะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ยอมโอนอ่อนเหมือนเคย ทรายได้แต่ยิ้มกระหยิ่มที่ปราบพยศฌานได้...คนอย่างเธอ ต้องควบคุมได้ทุกสถานการณ์!

    ด้านดวงตากับดอน...เดินทางกลับอเมริกาในเช้าวันต่อมา ทรายมาส่งหน้าโรงแรม สัญญากับแม่อีกครั้ง จะรีบตามไปเมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จภายในสามเดือน ดวงตาส่ายหน้าปลงๆ ไม่เห็นชอบนักแต่จนปัญญาจะห้ามปรามลูกสาว เลยได้แต่ย้ำไม่ให้ผิดคำสัญญา ต่างจากดอนสนับสนุนลูกเลี้ยงสาวทุกอย่าง แถมให้เช็คเงินสดอีกก้อนใหญ่ เพราะรู้ดีว่าเธอคงต้องใช้เงินเยอะมากเพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษในอีกสามเดือนข้างหน้า

    และแล้วภารกิจแรกก็เดินทางมาถึง...ทรายไปฟังพินัยกรรมที่บ้านพรหมาสตร์นารายณ์ในอีกหลายวันต่อมา เสาวนีย์เล่นสงครามประสาท จงใจตีหน้ายิ้มแย้มเป็นครอบครัวสุขสันต์กับศกและลูกศรเพื่อกันทรายออกไป แต่ทรายก็ไม่หวั่นและหันหน้าไปฟังทนายประกาศข้อความในพินัยกรรมอย่างตั้งใจ

    คุณหญิงศิริมอบทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ให้ศกลูกชายคนเดียว มอบที่ดินในต่างจังหวัดให้เสาวนีย์ผู้เป็นลูกสะใภ้ ส่วนลูกศรได้เงินสดและทองคำทั้งหมด ทรายนั่งฟังอย่างนิ่งสงบ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจที่สมบัติพัสถานส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นของเธอกับแม่ เสาวนีย์ปรายตามองเย้ยๆ ทำให้ทรายอดนึกถึงคำปรามาสในอดีตของแม่เลี้ยงไม่ได้

    “จำไว้นะศรุตา...แกกับแม่แกไม่มีทางชนะฉันกับลูกศรได้ ต่อให้แกกับแม่แกมาก่อนฉันกับลูก แต่แกกับแม่ก็เป็นได้แค่เศษทรายเหมือนชื่อแก ไม่มีวันขึ้นมาเชิดหน้าเป็นที่หนึ่งเหนือฉันกับลูกได้หรอก”

    ทนายยังคงอ่านรายละเอียดในพินัยกรรมอย่างต่อเนื่อง ลูกศรเป็นกังวลแทนพี่สาวต่างมารดาที่อาจไม่ได้รับสมบัติ เลยตั้งท่าจะยกส่วนของตัวเองให้ ทรายเหยียดยิ้มเย็น ในใจนึกเยาะว่าเงินแค่นั้นเธอคงไม่อยากได้ แต่ทนายความก็โพล่งออกมาเสียก่อนว่าคุณหญิงศิริมอบบ้านและที่ดินริมคลองให้เป็นกรรมสิทธิ์ของทราย

    ทนายความกลับไปแล้วเมื่อแจ้งผลพินัยกรรมเสร็จ ครอบครัวพรหมาสตร์นารายณ์ออกมาส่งกันพร้อมหน้า พร้อมตา ลูกศรรอจนรถทนายออกไปพ้นรั้วจึงถามพี่สาว ว่าจะย้ายกลับมาอยู่ด้วยกันไหม

    ทรายเหลือบตามองเสาวนีย์แล้วแกล้งถาม “ต้องถามคุณอาเสาว์ว่าถ้าพี่กลับมา จะรบกวนคุณอาหรือเปล่า”

    ศกกับลูกศรมองไปทางเสาวนีย์ลุ้นๆ เสาวนีย์รู้ถึงความนัยของทรายเลยตอกกลับยิ้มๆ

    “ไม่รบกวนอาหรอก แต่ทรายจะลำบากเปล่าๆ ตอนนี้ที่บ้านริมน้ำมันกลายเป็นที่ดินตาบอดไปแล้ว”

    ศกโกรธมาก ไม่พอใจภรรยาที่ทำอะไรโดยพลการ ทรายยิ้มเย็นแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

    “ไม่เป็นไรค่ะ...เพราะที่ตรงนั้นทรายซื้อไว้เอง!”

    ooooooo

    ศกกับลูกศรยินดีมากที่ทรายได้เป็นเจ้าของที่ดินตามเดิม ต่างจากเสาวนีย์ อารมณ์เสียมากที่ถูกลูกเลี้ยงสาวตลบหลัง เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับทราย หลังส่งสามีไปทำงานและลูกสาวไปเรียนแล้ว เลยเสนอตัวหานายหน้าซื้อบ้านริมคลองต่อ พร้อมอ้างว่าทรายคงไม่อยากอยู่เมืองไทย หลังจากมีชีวิตที่ดีกว่าในอเมริกา

    “สมเป็นคุณอาเสาว์จริงๆ คนอื่นดูทรายไม่ออก มีแต่คุณอาที่ดูออก อย่างนี้ที่คนไทยเขาเรียกผีเห็นผีใช่ไหมคะ”

    “ก็ได้ข่าวว่าแม่เธอได้สามีใหม่ ได้ดีอยู่เมืองนอก อาเลยคิดว่าเธอคงไม่ต้องการบ้านเก่าอีก”

    “ก็ไม่แน่ค่ะ ทรายเคยบอกเพื่อนทรายว่ารักบ้านหลังนี้มาก มันมีเรื่องราวที่ผูกและพันทรายไว้อยู่”

    เสาวนีย์รู้ดีว่าลูกเลี้ยงสาวหมายความว่ายังไง แต่เฉไฉบอกว่าทรายไม่เหมาะกับที่นี่และบ้านหลังนี้

    “ทำไมล่ะคะ ในเมื่อทรายก็เป็นพรหมาสตร์นารายณ์คนหนึ่ง เป็นลูกพ่อเหมือนกัน อีกอย่าง...ทรายจะได้อยู่ใกล้น้อง พ่อบอกว่าน้องเรียนไม่ค่อยดี อยากให้ทรายสอนให้ศรเก่งได้สักครึ่งของทราย”

    เสาวนีย์หมดความอดทนเมื่อลูกสาวถูกหยามไม่ไว้หน้า โต้ว่าดูแลลูกศรได้ ไม่ต้องพึ่งพี่สาวนอกไส้ที่จากพรากกันมานาน ทรายไม่สะทกสะท้านแถมยิ้มหวานใส่ เอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความนัยที่ทำให้เสาวนีย์แทบเต้น

    “เอาเป็นว่าทรายยังไม่ตัดสินใจตอนนี้ ขอทรายดูบ้านและปรึกษาสถาปนิกก่อน ขอตัวนะคะ...อ้อ...ได้ข่าวว่าคู่หมั้นของลูกศรเป็นสถาปนิก ถ้าคุณอาอยากช่วยทราย งั้นช่วยแนะนำเขาให้ทรายรู้จักหน่อยนะคะ นอกจากได้งาน ทรายก็อยากทำความคุ้นเคยกับว่าที่น้องเขย... ขอบคุณค่ะ”

    ทรายขอตัว เสาวนีย์มองตามด้วยความแค้นใจ...ฉันจะไม่ยอมให้แกมายุ่งกับคนในครอบครัวฉันเด็ดขาด!

    หลังแยกจากแม่เลี้ยงคู่ปรับ...ทรายก็เดินสำรวจรอบบ้าน เลยพบอุทิศ คนใช้เก่าแก่ของคุณหญิงศิริ ซึ่งเป็นมิตรที่ดีกับเธอและแม่มาตลอด นักออกแบบสาวโถมตัวกอดและทักทายด้วยความดีใจ อุทิศปลื้มมาก เล่าเสียงใสว่าได้ยินจากศกเรื่องชีวิตที่เมืองนอกของเธอ รวมทั้งถามถึงดวงตาที่ไม่ได้เจอกันนาน ทรายบอกว่าแม่คิดถึงอุทิศเสมอ แต่วันที่แม่เลือกออกไปจากที่นี่ ก็คือตัดสินใจทิ้งทุกอย่างด้วย อุทิศเลยถามถึงทราย

    ทรายยิ้มเจ้าเล่ห์ “ลืมสิจ๊ะ...ทรายเองก็ลืม ไม่อย่างนั้นทรายจะกลับมาอีกทำไม แม่เขาไม่กลับมาเพราะเขาลืมและต้องการลืมให้สนิท ส่วนทราย...คิดว่าตัวเองลืมสนิทแล้ว ถึงกล้าพอจะกลับมา...คนเรามีวิธีลืมที่ต่างกัน”

    ทรายมองมาด้วยแววตาเรียบเฉย แต่สร้างความสงสัยให้แก่อุทิศไม่น้อย ไม่แน่ใจว่าทรายลืมได้อย่างที่พูดจริงๆ

    ฝ่ายฌานปรึกษากับบุรีเรื่องโครงการคอนโดของพ่อบุญธรรมที่มอบหมายให้เขาดูแล โดยเฉพาะบ้านหลังเก่าบนที่ดินผืนนั้น สมบัติเก่าแก่ของพ่อแท้ๆที่เขาพยายามจะเก็บเอาไว้ บุรีเต็มใจช่วยเพื่อนเสมอและคิดร่างแบบไว้แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก ถ้าหมาลอบกัดอย่างอลันจะไม่หาเรื่องอย่างที่กังวล ฌานมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหานั้น

    “รอบคอบหน่อยแล้วกัน อย่าลืมว่าโลกนี้มีหมาลอบกัดชื่ออลัน ถ้ารู้ว่าแกรักบ้านนี้ ระวังมันจะเป่าหูป๋าแก”

    “ไม่มีทาง...งานอื่นอาจจะเสี่ยง แต่งานนี้ฉันเชื่อว่าแม่ต้องคอยกันอลันให้ฉัน อย่างน้อยบ้านนี้ก็เคยเป็นของพ่อ แม่ต้องช่วยฉัน แล้วถ้าสิ่งที่ฉันคิดมันเป็นไปได้ ฉันจะขอบ้านของพ่อจากป๋า”

    “ก็ดี...แกจะได้พักอยู่บ้านตอนมาเมืองไทย”

    “ไม่ใช่แค่ไว้พักเป็นบ้านนะเว้ย แต่ฉันจะทำเป็นเรือนหอของฉันกับทราย”

    บุรีอึ้งไปอึดใจ เสถามเพื่อนรักว่าเคยขอทรายแต่งงานแล้วหรือ ฌานส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย บอกว่าพยายามหลายครั้งแล้ว แต่หญิงสาวยังปฏิเสธ เหมือนกับยังฝังใจกับรักครั้งแรก บุรีนิ่วหน้า แอบไม่พอใจที่คู่เดทของเพื่อนรักหว่านเสน่ห์ไปทั่ว แถมทำตัวลึกลับมีปัญหาไม่ลืมรักครั้งแรกอีกต่างหาก ภาพเมื่อหลายวันก่อนผุดในหัว ตอนเห็นเธอจงใจหว่านเสน่ห์ใส่พัชระ ยิ่งทำให้หัวเสียหนัก...โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังหึงเธออยู่!

    เวลาเดียวกันที่บ้านพรหมาสตร์นารายณ์...ทรายโทร.รายงานแม่เรื่องข้อความในพินัยกรรม หลังจากนั้นจึงเดินสำรวจบ้านริมคลองหลังเล็กที่เพิ่งได้เป็นกรรมสิทธิ์ พลันสายตาก็เหลือบเห็นพัชระ ทำท่าด้อมๆมองๆเหมือนเด็กแอบทำความผิด เธอเหยียดยิ้มเย็นเมื่อเดาได้ว่าเขากำลังเดินมาติดบ่วงของเธอแบบช้าๆ พัชระหน้าเจื่อนเล็กน้อย ก้าวมายืนตรงหน้าเธอด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ อ้างโน่นอ้างนี่จนทรายต้องยิ้มบางๆพร้อมเอ่ยแบบรู้ทัน

    “คุณไม่รู้จริงๆหรือคะว่าฉันจะมาวันนี้”

    พัชระอึ้งไปอึดใจ ทรายหัวเราะเบาๆ กวนประสาทความเป็นชายให้ตื่นตัวแล้วถามถึงลูกศร

    พัชระมีสีหน้าหวาดหวั่นแล้วโต้ “ทราย...ที่ผมหมั้นกับลูกศรเพราะผู้ใหญ่จัดการ”

    “อ๋อ...ที่เขาเรียกว่าคลุมถุงชน...จะให้เชื่อหรือ

    ว่าคุณยอม อ๋อ...แต่อาจจะไม่แปลกหรอกเด็กน้อย”

    “ทราย...ผมไม่ใช่เด็กน้อย อย่าเรียกผมอย่างนั้นอีก”

    “ฉันดีใจแทนลูกศรที่ได้ครอบครองสิ่งดีๆอย่างนี้!”

    ooooooo

    หลังประกาศว่าเป็นคนรับซื้อที่ดินริมคลองของแม่ไว้เอง ทรายก็ตอกย้ำชัยชนะด้วยการแจ้งให้พ่อกับแม่เลี้ยงทราบว่าอยากจะหาช่างมาซ่อมบ้าน

    ริมคลอง และอาจจะย้ายมาอยู่หลังจากนั้น เสาวนีย์แทบกระอัก แต่ที่ทำให้ปรี๊ดแตก ก็เมื่อลูกเลี้ยงสาวทำท่าทาง แปลกๆกับพัชระ สาวใหญ่ทนเก็บความอัดอั้นไว้ไม่ไหวต้องระบายกับสามี

    “ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง เขาหายไปนานมาก วันหนึ่งเขากลับมา จะมารักใคร่อะไรเรานักหนา พี่น้องไม่ได้เจอกันเป็นสิบปี มันไม่มีทางจะต้องมารักกันจี๋จ๋าทันทีหรอก มันต้องค่อยๆเป็นไป”

    “คุณไม่เห็นหรือว่าศรเองก็รักพี่สาวมาก”

    “ศรเป็นเด็กหัวอ่อน และไม่เป็นคนเสแสร้ง”

    “แล้วทรายล่ะ คุณคิดว่าทรายเสแสร้งหรือไง”

    ท่าทางเอาเรื่องของศกทำให้เสาวนีย์ถอนใจยาว “ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น คุณอย่าหาเรื่องได้ไหม ฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะสงสัยทราย มันเกิดขึ้นเอง คุณเข้าใจไหมว่ามันเป็นความสังหรณ์”

    ศกคิดว่าภรรยาคงมีอคติมากไป เลยมองทรายในแง่ร้าย เสาวนีย์ไม่ยอมแพ้ พยายามหว่านล้อมด้วยเหตุผลต่างๆนานา โดยเฉพาะการที่ลูกเลี้ยงสาวมีชีวิตดีอยู่แล้วในอเมริกา จะมาจมปลักกับชีวิตที่เมืองไทยทำไม ศกส่ายหน้าหน่ายๆ มองไม่เห็นลางร้ายเหมือนภรรยา เพราะหลงกับท่าทางดี อ่อนหวานและช่างเอาใจของลูกสาวคนโต

    “คุณเสาว์...ผมจะลืมเรื่องทั้งหมดที่คุณพูด ผมจะไม่พูดอะไรกับทรายทั้งสิ้น ทรายโตแล้ว เขาตัดสินใจได้เองว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร ที่สำคัญ...คุณลืมแล้วหรือว่าบ้านนั้นเป็นบ้านของแม่เขา”

    ศกผละไปแล้ว ทิ้งเสาวนีย์ให้มองตามเครียดๆ กังวลใจเหลือเกินว่าการมาของทรายจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย อุทิศกับต้อมเด็กรับใช้ในบ้านมองไปทางคุณผู้หญิงของบ้านพรหมาสตร์นารายณ์ด้วยแววตาเอือมระอา ได้ยินทุกอย่างและไม่เข้าใจเลยว่าเสาวนีย์จะงกสมบัติที่ไม่ใช่ของตนทำไม อุทิศส่ายหน้าปลงๆ...คนเราดูหน้าไม่รู้ใจหรอกนะ

    ฟากพัชระใจเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับทรายในรถ หลังจากไปส่งลูกศรที่มหาวิทยาลัย นักออกแบบสาวก็รู้ดี แกล้งทำเฉยตอนเขาบอกให้มานั่งข้างหน้าแทนลูกศรที่เพิ่งลุกไป ทรายนั่งนิ่งจนเขาเริ่มหงุดหงิด

    ทรายไม่ขยับแล้วแกล้งยั่วแบบทีเล่นทีจริง “อยากรู้ ว่าพัชจะถึงขนาดมาอุ้มทรายไปไหม”

    ท่าทางเหมือนเชิญชวนกลายๆทำให้พัชระอึ้งไปอึดใจ ทรายพอใจกับผลงานการบริหารเสน่ห์ของตัวเองมาก แต่ไม่อยากทำให้ไก่ตื่นกว่านี้ เลยเสบอกให้เขาขับรถพาเธอไปบริษัทด้วย เพราะมีเรื่องซ่อมบ้านไปปรึกษาบุรี

    พัชระไม่กล้าขัดความต้องการของทราย แต่บุรีกลับทำให้ทุกคนอึ้ง เมื่อบอกปัดว่าไม่ว่างและขอให้เธอคุยกับสถาปนิกคนอื่นในบริษัทแทน ทรายเห็นเขาจะไปคุยงานข้างนอก เลยขอตัวไปด้วยเพราะมีเวลาว่างทั้งวัน พัชระเห็นท่าไม่ดี พยายามไกล่เกลี่ยให้เธอคุยกับเขาแทน แต่ทรายยืนกรานตามความต้องการเดิม บุรีเลยตัดบท

    “เอาอย่างนี้ คุยกับผมก็ได้เพราะคุณเป็นคนเลือก ถึงแม้ว่าบริษัทน่าจะตัดสินได้ว่าสถาปนิกคนไหนควรคุยกับคุณ แต่ไม่เป็นไร จ้อยทำนัดหมายกับคุณทรายดูวันว่างของฉัน”

    “ขอทรายไปกับบุรีนะคะ อย่างน้อยจากสุขุมวิท ทรายก็กลับโรงแรมทรายใกล้นิดเดียว”

    บุรีพูดไม่ออก หงุดหงิดมากกับความดื้อรั้นของทราย

    พัชระเสนอตัวไปส่งที่โรงแรม แต่เธอปฏิเสธ

    “พัชระ...ที่ทรายจะไปกับบุรีเพราะเหตุผลสามข้อ ข้อแรก...ทรายอยากคุยกับบุรี ทรายเลือกบุรีให้เป็นที่ปรึกษาของทราย ข้อสอง...ที่ที่บุรีจะไปอยู่สุขุมวิท ทรายก็อยู่โรงแรมแถวนั้น ทำไมพัชระจะต้องขับรถเข้าเมืองไปส่งทราย และข้อสาม...ตอนนั่งรถไปกับบุรี ทรายก็จะคุยงานซ่อมบ้านทราย ไม่เสียเที่ยว เสียเวลา”

    เหตุผลยาวเหยียดของทรายทำให้ทุกคนอึ้ง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่คิดเลยว่าคู่เดตของฌานจะตื๊อขนาดนี้ ทรายหันไปมองบุรีลุ้นๆ ดีใจมากเมื่อเขาบอกว่าน่าจะไปได้ แต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเขาเอ่ยประโยคถัดมา

    “แต่เผอิญผมเตรียมงานยังไม่เสร็จ ตอนนั่งรถไปผมจะใช้เวลานั้นคิดตอนจบ ผมถึงอยากขับไปคนเดียว”

    “โอเคค่ะ...อย่างนั้นยิ่งดีใหญ่ เพราะทรายจะนั่งข้างหลัง ทำตัวเป็นผู้โดยสารที่ดี ไม่พูดแม้แต่คำเดียวค่ะ”

    ooooooo

    บุรีหน้างอ ขับรถออกไปพร้อมกับทรายแล้ว ทิ้งเหล่าลูกน้องให้มองตามกันงงๆ โดยเฉพาะกี้ สถาปนิกสาวรุ่นน้อง อดแปลกใจไม่ได้ที่ทรายพยายามจนออก นอกหน้าจะเกาะติดบุรี พัชระแย้งว่าไม่ผิดปกติตรงไหน เพราะบุรีเป็นมือหนึ่งของที่นี่ เป็นธรรมดาที่ลูกค้าจะเลือกคุยกับคนน่าเชื่อถือที่สุด

    พัชระแยกไปแล้วด้วยความหงุดหงิด ทิ้งให้สถาปนิกคนอื่นให้มองหน้ากันอึ้งๆ ไม่เข้าใจว่าพัชระจะหัวเสียทำไม ทั้งที่ปากก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เห็นท่าเหมือนคนโมโหหึงไม่มีผิด!

    เวลาเดียวกันบนรถของบุรี...ทรายทำตามที่รับปากทุกอย่าง คือนั่งเงียบไม่ส่งเสียงรบกวนสมาธิ สุดท้ายคนทนสงครามประสาทไม่ไหวก็คือบุรี ต้องโพล่งออกไปว่าเธอเป็นฝ่ายชนะ ทรายแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ เขาเลยต้องแจง

    “ก็เหตุการณ์ที่คุณนั่งอยู่บนรถผมเพื่อไปที่ไหนสักแห่งที่คุณยังไม่รู้ว่าคือที่ไหนไง”

    ทรายหัวเราะเบาๆ ชอบใจมากที่เขาพูดเหมือนรู้จักเธอมานาน บุรีเลิกคิ้ว ไม่ขำและไม่คิดว่ารู้จักเธอดี ทรายเลยแย้งว่าอย่างน้อยเขาก็รู้ทันเธอวันนีี้ ส่วนจะมีอะไรมากกว่านั้น ต้องมาดูกันอีกวันหลัง บุรีออกตัวแรงปฏิเสธ

    “ผมคิดว่า...ผมไม่อยากรู้จักคุณมากกว่านี้นะทราย คุณอาจจะซับซ้อนเกินไป ผมชอบคนปากกับใจตรงกัน!”

    ท่าทางจริงจังของบุรีทำให้ทรายอึ้งไปอึดใจ แต่ด้วยทิฐิอยากเอาชนะ เลยตีหน้ายิ้มแย้มและเปิดประตูลงจากรถด้วยท่วงท่าราวกับนางพญา เมื่อถึงโรงแรมที่พักในอีกไม่กี่นาทีถัดมา นักออกแบบสาวก็ยืนรอลุ้นๆ หวังว่าเขาจะตามมาพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อเขาไม่แม้แต่จะจอดรถหรือทำท่าทางเหมือนรู้สึกผิด

    ปฏิกิริยาของบุรีรบกวนใจทรายจนกระทั่งขึ้นถึงห้องพัก ที่สำคัญทำให้สูญเสียความมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองไปไม่น้อย ที่เขาไม่ยี่หระหรือแสดงความรู้สึกใดๆ กับเธอเลย ความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน จนพาลไม่ยอมรับสายดวงตาที่คงโทร.มาถามเรื่องภารกิจสำคัญ จนถึงขั้นโยนให้ฌานซึ่งแวะมาหาเป็นคนรับแทน แต่คู่เดตหนุ่มไม่ยอมรับ และบอกว่าต้องเดินทางไปสิงคโปร์ด่วนเพื่อเจอนอร์แมน

    ทรายพยักหน้ารับแกนๆ ฌานจับได้ถึงความผิดปกติ แต่ไม่อยากเซ้าซี้เพราะรู้ดีว่าเธอมีโลกส่วนตัวสูงได้แต่บอกให้ผ่อนคลาย และเล่าทุกอย่างเมื่อพร้อม ทรายบอกว่ากำลังจะซ่อมบ้านริมคลอง โดยจะขอให้บริษัทบุรีช่วยดูแล ฌานเห็นดีด้วย มั่นใจมากว่าเพื่อนรักจะช่วยเหลือและให้คำแนะนำอย่างดีเพราะเธอคือคนพิเศษของเขา

    ทรายตีหน้านิ่ง ไม่แสดงออกว่ามีแผนอะไรในใจ

    ถึงตัดสินใจใช้บริการบริษัทบุรี แต่เสถามฌานถึงสาเหตุที่ต้องไปพบพ่อเลี้ยงเป็นการด่วน ว่าเพราะอลันก่อเรื่องอีกใช่หรือไม่ ฌานส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย ไม่แน่ใจนัก แต่ก็คิดว่าการคาดการณ์ของคู่เดตสาวคงไม่คลาดเคลื่อนนัก...ความวุ่นวายทุกเรื่องในชีวิตเขาก็เกิดจากมันนั่นแหละ!

    คืนเดียวกันที่บ้านบุรี...สุนทรีย์กับเขตมองท่าทางหงอยๆของลูกชายคนเดียวด้วยความเป็นห่วง ในที่สุดก็ตัดสินใจถาม บุรีเลยสารภาพว่าไม่ค่อยสบายใจที่พูดไม่ดีกับลูกค้า สุนทรีย์นิ่วหน้า รู้จักความอ่อนโยนและความเป็นสุภาพบุรุษของลูกชายดี เลยอดแปลกใจไม่ได้ คิดว่าคงมีอะไรมากกว่านั้นแต่ก็ทำได้แค่เตือนสติ

    “แม่รู้ว่าบุรีเป็นคนถนอมน้ำใจคน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ลูกก็ไม่อยากพูดว่าคนให้เจ็บใจ แต่บางครั้งก็ต้องคิดดูให้ดี ให้ยาแรงไปเลย ถ้าหายก็ดีกว่าเลี้ยงไข้ไปวันๆ”

    คำพูดของแม่ทำให้บุรีคิดหนัก ใจหนึ่งก็คิดว่าทำถูกแล้ว แต่ก็อดสงสารและรู้สึกผิดต่อเธอไม่ได้ เมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้องนอน จึงมองดูภาพจิ๊กซอว์ในกรอบอย่างดีที่เคยต่อร่วมกับทรายด้วยแววตาเศร้าๆ พลางรำพึงเสียงเบา

    “น้องทรายคงลืมพี่บีคนนี้แล้ว ไหนๆก็ลืมกันแล้ว ก็ดีที่พูดแบบนั้น...จะได้ไม่ต้องมายุ่งกันอีก”

    ooooooo

    คำพูดท้าทายของบุรีทำให้ทรายนอนไม่หลับ เจ็บใจมากเลยตัดสินใจโทร.ไปบอกพัชระ จะให้เขาดูแลการซ่อมบ้านริมคลองของเธอแทนบุรี พัชระรับคำงงๆระคนดีใจ ต่างจากเสาวนีย์ที่ร้อนรนมาก รีบโทร.ไปหาบุรีในเวลาต่อมา ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาและควบคุมพัชระไว้ดีๆ เพราะเธอไม่ไว้ใจทราย!

    บุรีวางสายไปด้วยความหนักใจ เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อย่างเสาวนีย์ดี เพราะท่าทางทรายก็ไม่น่าไว้ใจจริงๆ แล้วเขาก็ได้รับศึกหนักในเช้าวันต่อมา เมื่อทรายบุกมาถึงบริษัทและประกาศอย่างเป็นทางการจะให้พัชระดูแลการซ่อมบ้านของเธอ เขาพยายามหว่านล้อมขอเข้าไปช่วย เพื่อกันพัชระออกตามความต้องการของเสาวนีย์ แต่ทรายก็รู้ทัน ดักคอเขาทุกทางจนเขาคร้านจะต่อปากต่อคำด้วย

    ทรายเหยียดยิ้มสะใจที่แก้เผ็ดบุรีได้ แผนต่อมาคือดึงพัชระไปดูงานข้างนอก บุรีจะตามแต่เธอก็ขวางไว้ พัชระเห็นท่าไม่ดี พยายามบอกว่าตัวเองทำคนเดียวได้ ถ้าลูกค้าสาวต้องการเช่นนั้น บุรีถอนใจยาวอย่างเหลืออด แล้วตัดสินใจโพล่งออกไปว่า เสาวนีย์ไม่ไว้ใจให้ทำงานกับทราย นักออกแบบสาวถึงกับของขึ้นเมื่อได้ยินชื่อแม่เลี้ยงคู่ปรับ

    “แต่บ้านหลังนั้นเป็นของฉัน ฉันมีสิทธิ์เลือกให้ใครทำบ้านฉันก็ได้ คุณอาเสาว์ไม่มีสิทธิ์”

    “งั้นผมคงต้องขอใช้สิทธิ์ในความเป็นหัวหน้าพัชระ ดูแลโครงการนี้”

    “การเป็นหัวหน้าที่ดี ไม่ใช่แต่สนุกกับอำนาจในมือ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ แต่สิ่งสำคัญ ต้องรู้จักให้เกียรติเพื่อนร่วมงานและเชื่อมั่นในทีม ขอย้ำอีกครั้งนะคะว่าฉันเลือกพัชระและมั่นใจในฝีมือของเขา”

    ทรายดึงพัชระออกไปข้างนอกจนได้ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเหล่าลูกน้องบุรี ไม่อยากเชื่อว่าสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งจะโต้คารมแบบดุเดือดกับลูกค้าสาวคนสวย แถมเป็นคู่เดตของฌานเพื่อนรักอีกต่างหาก ส่วนพัชระก็มีสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน เขายอมถูกลากแต่โดยดี และแอบดีใจจากส่วนลึกที่ทรายกล้าประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเชื่อในฝีมือเขา ทรายรู้ทันและแกล้งแหย่ จะยอมเปลี่ยนไปหาบุรีก็ได้ถ้าเขาไม่สบายใจ พัชระโพล่งห้ามทันควัน

    “อย่านะทราย...ผมไม่อยากให้คนในบริษัทคิดว่าเรื่องส่วนตัวมีผลกับงาน”

    “แต่ฉันไม่อยากทำให้ใครลำบากใจ ความจริงฉันผิดเองที่กลับมา น่าจะรู้ว่าไม่มีใครต้อนรับ แค่หวังว่าเวลาจะทำให้เขาเปิดใจรับลูกเลี้ยงอย่างฉันบ้าง แต่เขากลับคิดว่าฉันกลับมาแย่งพ่อคืน!”

    ท่าทางอัดอั้นของทรายทำให้พัชระเชื่อหมดใจว่าเธอกดดันจริงๆ อาสาช่วยเต็มกำลัง และย้ำไม่ให้คิดมากเพราะเขายิ่งกว่าเต็มใจจะมาช่วยเธอ ทรายยิ้มนัยน์ตาเป็นประกายและเอ่ยเสียงหวาน

    “ขอบคุณค่ะ เพราะตอนนี้ฉันไม่ต้องการใคร... นอกจากคุณ”

    ระหว่างที่พัชระเดินไปติดบ่วงเสน่ห์ของทรายแบบไม่รู้ตัว บุรีก็มีอาการแปลกๆ กระวนกระวายพิกลจนทุกคนในบริษัทสังเกต โดยเฉพาะกี้ สถาปนิกสาวรุ่นน้องมีสัญชาตญาณของเพศหญิงแรงกล้า และสังหรณ์ว่าสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งอาจตกหลุมพรางเสน่ห์ของทรายแบบไม่รู้ตัวอีกคน บุรีเห็นสายตาค้นหาของเหล่ารุ่นน้อง ก็ตีหน้าเข้มกลบเกลื่อน แม้จะบอกตัวเองให้นิ่ง แต่ก็เป็นไปอย่างลำบาก เพราะใจมัวพะวงแต่เรื่องของทรายกับพัชระ!

    ooooooo

    พัชระมีความสุขมาก ได้อยู่ตามลำพังกับหญิงสาวพราวเสน่ห์คู่เดตของฌาน ทรายใช้มารยาหลอกล่อ และถือโอกาสใช้เขาเป็นเครื่องมือทำให้คุณหญิงเพกาแทบเต้น เมื่อได้ยินประโยคเด็ดระหว่างเดินชมของในร้านค้า

    “ขอบคุณนะคะที่ไม่ทิ้งฉัน แล้วอย่างนี้ฉันจะไม่เลือกคุณได้ยังไง”

    ท่าทางสนิทสนมของทรายกับพัชระ ทำให้คุณหญิงเพกานั่งไม่ติด รีบโทร.หาเสาวนีย์ แล้วก็ต้องหน้าซีด เมื่อได้ยินเสียงโวยลั่นของลูกสาว “ก็เสาว์โทร.ไปเปลี่ยนคนทำบ้านแล้ว ทำไมยังไปด้วยกันอีก เด็กคนนั้นจงใจท้าทายเสาว์ ขนาดแม่มัน เสาว์ยังกำจัดได้ ทำไมเสาว์จะกำจัดมันไม่ได้”

    เสาวนีย์หัวเสียมาก และอารมณ์เสียกว่าเดิมเมื่ออุทิศแวะมาบอกจะขอลาไปอยู่บ้านนอก แถมลูกศรยังทำหน้าซื่อ ไม่คิดมากเรื่องพัชระจนอดโมโหแทนไม่ได้ สั่งสอนเสียงเข้มให้ปรามคู่หมั้นหนุ่ม อย่าให้ห่างสายตาโดยไม่ถามไถ่ให้รู้เรื่อง ลูกศรมองแม่งงๆแต่ไม่ขัดขืน พยักหน้าและรับปากจะทำตามเมื่อมีโอกาส แต่ถึงกระนั้น... เสาวนีย์ก็ไม่ไว้ใจ โทร.จิกพัชระด้วยตัวเอง และกำชับให้ไปรับลูกสาวที่มหาวิทยาลัยในตอนเย็น

    ฟากบุรีอยากจะบ้าตาย เมื่อเห็นทรายหว่านเสน่ห์ใส่พัชระอย่างจงใจ และเจ็บใจมากสุดก็เมื่อเขาชวนทั้งสองทานอาหารกลางวันร่วมกับพนักงานคนอื่นๆ กลับได้รับคำปฏิเสธของทราย พร้อมกับเอ่ยชวนพัชระไปทานข้างนอก บุรีไม่พอใจมากเลยแขวะ ให้พัชระพาทรายไปร้านปากซอยและซื้อของโปรดฝากลูกศร พัชระสะดุ้งหน้าเสีย แอบรู้สึกผิดที่เพลิดเพลินไปกับทรายจนลืมนึกถึงคู่หมั้นสาว ทรายหมั่นไส้บุรีเลยโต้กลับเสียงหวาน

    “ตกลงไปร้านนั้นกันนะพัช ฉันอยาก...ลองชิมของที่ลูกศรชอบ ว่าอร่อยจริงไหม”

    สุดท้ายพัชระก็ไม่ได้ไปรับลูกศร เสาวนีย์โกรธมาก แต่เมื่อเห็นท่าทางจ๋อยๆของลูกสาว เลยพูดไม่ออก แต่ไม่วายบ่น ไม่อยากให้มีคราวหน้าและอาสาจะคุยกับพัชระให้รู้เรื่องเอง

    ฝ่ายฌานแวะมาหาบุรีที่บริษัทเพื่อไปดูบ้านเก่าของพ่อตามนัดในบ่ายวันเดียวกัน บุรีเบื่อหน้าทรายเลยเร่งเพื่อนรักใหญ่ให้รีบไป ไม่เปิดโอกาสให้ล่ำลานักออกแบบสาวที่คุยงานกับพัชระอีกห้อง แต่สองหนุ่มก็ไม่ทันขยับไปไหน เพราะทรายดันมาเจอเสียก่อน แถมรู้ทันความคิดของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่ง และตัดสินใจขอตามไปดูบ้านเก่าพ่อฌานด้วย

    คณะของฌานไปถึงที่หมายในอีกเกือบชั่วโมงต่อมา ภาพบ้านหลังใหญ่สวยงามจนทุกคนแทบลืมหายใจ โดยเฉพาะทราย ประทับใจมากและหยอกล้อกับฌานอย่างอ่อนหวาน จนบุรีอดโมโหไม่ได้ เพราะนักออกแบบสาวทำตัวไม่น่ารัก ปั่นหัวผู้ชายคนโน้นทีคนนี้ที ทรายไม่สนใจท่าทางหงุดหงิดของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่ง ตั้งหน้าตั้งตาชมความสวยงามโอ่โถงของบ้าน พร้อมกับควงฌานเดินไปทั่วอย่างหน้าชื่นตาบานที่สุด!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 17:34 น.