ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทรายสีเพลิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"

    คำประกาศชัยชนะของเสาวนีย์ ทำให้ทรายเจ็บปวดและโกรธแค้นมาก อาละวาดทำลายข้าวของล้มระเนระนาด รวมถึงสร้อยทับทิมเส้นเก่าของแม่ ที่ถูกกระชากขาดเป็นสองท่อน

    เพลิงแค้นทำให้ทรายนึกถึงอดีต ตั้งแต่วันที่ถูกทิ้งที่โรงเรียน คำพูดของดวงตา ที่ตอกย้ำว่าเธอเป็นเศษผงธุลี เทียบอะไรไม่ได้กับลูกศร คำพูดของคุณหญิงศิริ ที่ไม่เคยเห็นเธอกับแม่ในสายตา สุดท้ายก็นึกชังน้องสาวคนละแม่นัก...เพราะมันคนเดียวที่แย่งทุกอย่างไปจากเธอกับแม่!

    ฟากบุรีนึกเป็นห่วงทราย ไม่รู้จะเป็นไงบ้างทั้งข้อเท้าที่แพลงและความรู้สึกของเธอ แต่ไม่ทันกดมือถือ ก็ต้องรีบออกจากบ้านไปร้านเสียก่อน เมื่อบรรดารุ่นน้องหุ้นส่วนโทร.มาตามไปห้ามพัชระ...ที่เมาแล้วอาละวาดเหมือนหมา

    พัชระกำลังจะแย่ เพราะบรรดาแขกผู้ชายในร้านเตรียมรุมกระทืบ บุรีเห็นท่าไม่ดี เลยตัดสินใจยกถังน้ำใส่น้ำแข็งไปราด หวังเตือนสติให้เลิกคลั่ง ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับพูดไม่ออก รวมทั้งพัชระ อึ้งไปอึดใจ ไม่คิดว่าสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่จะทำขนาดนี้ บุรีไม่สนสายตาใคร เอ่ยเสียงเย็นให้ทุกคนกลับก่อน เขาจะดูแลพัชระเอง

    พลพรรคร่วมบริษัทของบุรีสลายตัวทันที ไม่มีใครอยากมีปัญหา กลัวโดนลูกหลง บุรีประคองพัชระไปขึ้นรถ สถาปนิกหนุ่มไก่อ่อนไม่เข้าใจ พยายามดันตัวออก เพื่อพูดกันให้รู้เรื่อง

    “พี่อย่ามาทำเป็นพระเอกเลย ผมรู้ว่าตอนนี้พี่อยากหัวเราะเยาะผม หัวเราะสิพี่...ทรายไม่ได้รักผม ผมยอมหักหน้าแม่เลี้ยงเพื่อแก้แค้นให้เขา แต่เขากลับบอกว่าเขาไม่เคยรักผม ผมเป็นแค่ไอ้หน้าโง่ที่เขาหลอกใช้เท่านั้นเอง!”

    บุรีชะงัก เห็นใจระคนสมเพชรุ่นน้องหนุ่มที่เมาเพราะรักจนขาดสติแบบนี้

    “เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเพราะนายไม่มีสติอย่างนี้ไง คนอย่างพี่...ไม่เคยคิดจะเอาชนะนาย แต่ที่พี่เตือนนายมาตลอด เพราะพี่ไม่อยากให้นายตกเป็นเหยื่อของเขาอีกคนต่างหาก”

    พัชระร้องไห้พ่ายแพ้อย่างหมดท่า ไม่เข้าใจเลยว่าทรายทำกับเขาแบบนี้ได้ยังไง บุรีต้องตบไหล่ปลอบใจ

    “อย่างน้อยเหตุการณ์นี้ก็ทำให้นายรู้ว่าใครต้องการนายจริงๆ มันยังไม่สายที่นายจะเริ่มต้นใหม่กับลูกศรนะ”

    “สายไปแล้วล่ะครับพี่บุรี ตอนนี้ลูกศรมีคนที่เขารักแล้ว”

    พูดจบก็ขอตัวกลับแท็กซี่ดื้อๆ ทิ้งบุรีให้มองตามงงๆ...ลูกศรรักใคร

    เวลาเดียวกันที่คอนโดฌาน...ลูกศรหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก เมื่อฌานแสดงความรักอย่างอ่อนหวาน แถมปฏิบัติกับเธอราวกับเป็นนางฟ้า คู่รักหมาดๆใช้เวลาด้วยกันจนเย็นย่ำ ก่อนฌานจะไปส่งลูกศรที่บ้าน ทรายเฝ้ารอจนทั้งสองลับสายตาไปแล้ว จึงปรากฏตัวและแอบเข้าไปสำรวจห้องฌาน

    สภาพห้องเรียบร้อยด้วยฝีมือลูกศร ข้าวของ เครื่องใช้ถูกวางเป็นคู่ๆ ทำให้ทรายแทบคลั่ง ไม่มีอีกแล้วความรักและความเป็นหนึ่งที่เคยได้จากฌานมาตลอด นักออกแบบสาวเอื้อมไปจับต้นพลูทอง ก่อนจะคว้าน้ำยาล้างจานมาเทใส่

    “ฉันจะไม่ยอมให้แกแย่งของของฉันไปได้อีก!”

    ooooooo
    ระหว่างที่ทรายแทบบ้าจะสูญเสียทาสรักอย่างฌาน ชายหนุ่มต้นเรื่องกำลังนอนกอดหมอนคุยมือถือ หยอกล้อกับคนรักหมาดๆด้วยอาการเหมือนหนุ่มน้อยแรกรัก เขาเพียรถามเรื่องแต่งงาน อยากให้พ่อแม่บุรีไปสู่ขอวันนี้พรุ่งนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ไม่อยากนอนคนเดียวในคอนโดเหงาๆอีกต่อไป

    “พี่คิดถึงศรมาก จนต้องเอาหมอนที่ศรเคยหนุนมากอดกับต้นพลูทองมาวางข้างๆ ไม่งั้นคืนนี้พี่คงนอนไม่หลับ”

    ลูกศรมีความสุขมากที่ฌานรักและคิดถึงเธอไม่ต่างจากเขา ยิ่งเขาถามเรื่องสถานที่จัดงานแต่งในฝัน ยิ่งปลื้ม

    “ถ้าทำได้...ศรอยากจัดงานแต่งของเราที่มูลนิธิเด็กค่ะ พี่ฌานอย่าเพิ่งหัวเราะกับความคิดเพี้ยนๆของศรนะคะ ที่ศรอยากจัดที่นั่น เพราะศรอยากแบ่งปันความสุขของศรให้เด็กๆ อีกอย่าง...มันเป็นที่ที่เราเจอกันครั้งแรก”

    ฌานตามใจเธอทุกอย่าง แถมเอ่ยเสียงหวาน “ทำไมเราไม่รักกันเร็วกว่านี้นะศร”

    “ตอนนี้เราก็รักกันแล้วนี่คะ แล้วเราก็จะใช้เวลาที่เหลือด้วยกัน จะไม่มีใครทิ้งกันไปไหน”

    ทรายแอบฟังทุกอย่าง อิจฉาตาร้อนจนแทบรอน้องสาววางสายไม่ไหว แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ตีหน้ายิ้มแย้ม แซวน้องที่คุยกะหนุงกะหนิงกับคนรัก ลูกศรยิ้มเขิน เสถามพี่สาวว่าไปไหนมา ทรายไม่ตอบแต่พูดถึงความรักของน้องแทน

    “พี่เห็นน้องสาวพี่มีความสุข พี่ก็ดีใจ ยังไงก็ตักตวงความสุขเอาไว้เยอะๆนะ ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอน”

    ลูกศรไม่รู้ความนัยของพี่สาว พยักหน้ารับยิ้มๆแล้วถามถึงพัชระ ทรายตีหน้าซื่อ บอกว่าน้องคงไม่รู้ ว่าเธอบอกปฏิเสธอดีตคู่หมั้นหนุ่มของน้องสาวไปแล้ว คนไม่ได้รัก...จะให้ไปแต่งงานด้วยได้ยังไง

    “ศรเองก็แอบคิดอยู่แล้ว ว่าพี่ทรายคงไม่รักพี่พัช”

    ทรายมองน้องด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “พูดแบบนี้ แปลว่าศรรู้ว่าพี่รักใคร”

    “ศรไม่รู้หรอกค่ะ ศรรู้แต่ว่าพี่พัชคงไม่ใช่อย่างที่พี่ทรายชอบ”

    “ใช่...เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น ทำให้พี่รู้ใจตัวเองแล้วว่าพี่รักใคร”

    “บอกศรได้ไหมคะว่าพี่ทรายรักใคร ศรอยากรู้จังว่าผู้ชายที่แสนโชคดีคนนั้นเป็นใคร”

    “ไม่ต้องห่วง ศรกำลังจะรู้อีกไม่นานนี้” ทรายพูดยิ้มๆ

    ลูกศรยินดีมากเมื่อพี่สาวบอกว่ามีคนรัก ไม่รู้เลยว่าทรายแกล้งพูดไปอย่างนั้น...ดูซิว่าแกจะดีใจไหมเมื่อได้รู้!

    เช้าวันต่อมา...เสาวนีย์สะดุ้งตื่นเพราะฝันไม่ดีเกี่ยวกับลูกศร ลางสังหรณ์บางอย่างผลักให้เธอบุกไปตามหาลูกสาวถึงบ้านริมคลอง ระแวงว่าทรายอาจคิดไม่ดี แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อทรายไม่ได้ไปไหน และยังนอนคลุมโปงบนเตียง

    เสาวนีย์กลับบ้านใหญ่ด้วยใจเป็นกังวล ไม่รู้เลยว่าทรายลุกจากเตียงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เดินไปหาน้องสาวที่ท่าน้ำ ลูกศรถอนใจโล่งอกที่แม่เชื่อสนิท กลัวแทบตายจะถูกจับได้ ว่าแอบมาลงเรือไปคอนโดฌานกับทราย

    ทรายยิ้มเยาะกับอาการวิตกของน้องสาว แต่ยังตีหน้าเศร้าปลอบ “พี่รู้...ว่าเกิดเรื่องพัชเลือกพี่ คุณอาเสาว์ก็ไม่มีทางไว้ใจพี่อีก ศรเองก็เหมือนกันนะ ถ้าระแวงพี่ ก็ไม่ต้องไปกับพี่ก็ได้”

    “ศรไม่เคยระแวงพี่ทรายค่ะ ศรไว้ใจและรักพี่ทรายมากที่สุดค่ะ”

    “มากขนาดที่พี่ขอของที่ศรรัก ศรจะให้พี่ได้ไหม”

    “ศรรู้ว่าศรกับแม่ เอาอะไรจากพี่ทรายมามาก เพราะฉะนั้น...อย่าว่าแต่ของที่ศรรัก แม้แต่ชีวิต ศรก็ให้ได้”

    ทรายมองมานิ่งๆ หัวเราะและเสเร่งให้น้องรีบลงเรือ อยากแสดงความยินดีกับฌานเต็มทีที่จะได้แต่งงานกับคนที่รัก ลูกศรเสนอให้โทร.บอกคนรักหนุ่มก่อน จะได้เตรียมรอรับ แต่ทรายกลับห้ามไว้

    “ไม่เป็นไรหรอกศร พี่ไม่อยากให้ฌานรู้ว่าพี่พาศรมา...พี่อยากเซอร์ไพรส์เขาน่ะจ้ะ”

    ooooooo

    ระหว่างที่ทรายพาลูกศรไปหาฌานถึงคอนโด บุรีอ้าปากค้าง เมื่อฌานมาถึงบ้านสวนแต่เช้า เพื่อขอให้สุนทรีย์ไปเป็นผู้ใหญ่สู่ขอลูกศร ฌานยิ้มบางๆเมื่อคิดถึงเรื่องตัวเองกับคนรักสาวช่างฝัน

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกที่ฉันมีให้ศรมันเกิดขึ้นตอนไหน แต่ถ้าถามว่าฉันแน่ใจว่าฉันรักศรตอนไหน ก็คงเป็นตอนที่ฉันเห็นทรายไปหาแกที่สิงคโปร์”

    คำบอกเล่าของเพื่อนรักทำให้บุรีชะงักเป็นรอบที่สองของวัน ไม่คิดมาก่อนว่าฌานจะรู้เรื่องระหว่างเขากับทราย ฌานบอกว่ารู้ก่อนที่เขาจะไปสิงคโปร์ด้วยซ้ำ แล้วตัดสินใจส่งรูปที่พัชระแอบถ่ายเขาดูแผลบนหน้าผากทรายให้ดู

    บุรีพูดไม่ออก ไม่คิดว่าพัชระจะเห็น แต่ฌานกลับไม่คิดว่าเป็นเรื่องไม่ดี “สำหรับคนส่งรูปนี้ คงคิดแค่ให้ฉันเห็นแกใกล้ทราย แต่เขาลืมบอกสายตาของทรายที่มองแก มันเป็นสายตาที่ทรายไม่เคยมองใครมาก่อน...แม้แต่ฉัน”

    บุรีรู้สึกผิดมาก อยากอธิบายถึงเรื่องราวทั้งหมด แต่ฌานไม่ยอมฟัง โบกมือห้าม

    “ฉันรู้จักแกดีว่าไม่มีทางคิดทำร้ายฉัน แต่ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของโชคชะตา เพราะถ้าตอนนั้น...ทรายไม่ทิ้งฉันไปหาแก ฉันก็คงไม่รู้ว่าฉันไม่ได้เจ็บปวดที่ไม่มีทราย ตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่ฉันมีให้ลูกศร ยิ่งวันงานแต่ง ฉันเหมือนคนกำลังจมน้ำ ทำอะไรไม่ได้ ถึงตะเกียกตะกายยังไงก็เหมือนหายใจไม่ออก”

    คำพูดฌานกระแทกใจบุรีอย่างแรง ราวกับเข้าไปนั่งกลางใจ ว่าต้องเจ็บปวดแค่ไหนที่ตัดรอนทราย

    “คนอย่างแกนะบุรี ถ้าเห็นอะไรไม่ถูกต้องหรือถ้ามีผลกับความรู้สึกคนอื่น แกจะเลือกทำตามหลักความถูกต้อง มากกว่าทำตามความรู้สึก แล้วทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคืนนั้น”

    ฌานรู้ดีว่าเพื่อนรักไม่ยอมรับความรักของทรายเพราะเป็นห่วงความรู้สึกตน เลยอยากเคลียร์ให้เข้าใจ

    “บุรี...ต่อให้ฉันไม่มีลูกศร ถ้าทรายรักแก และแกรักทราย ฉันก็ยินดีจะหลีกทางให้อย่างเต็มใจ เพราะไม่มีประโยชน์อะไรจะรั้งคนที่เขาไม่มีใจไว้ให้เรา”

    บุรีถอนใจหนักหน่วง ฌานรู้จักเขาดี อ่านใจออกทุกอย่าง และไม่ลังเลจะเตือนให้เขาคิดเรื่องทรายอีกที

    “แกลองใช้หลักความถูกต้องของแกคิดเอง ว่าแกควรทำยังไงกับผู้หญิงที่แกรักต่อไป”

    เวลาเดียวกันที่ท่าเรือคอนโดฌาน...ทรายหมั่นไส้น้องสาวมาก ที่ดูคล่องแคล่วกับเรือมากกว่าเมื่อก่อน

    “ต่อไปก็ให้ฌานสอนว่ายน้ำสิ แต่ระวังหน่อยนะ... รายนั้นมือปลาหมึก”

    ลูกศรยิ้มเขิน เห็นด้วยกับพี่สาวทุกประการ แต่น่าแปลกที่เธอกลับไม่นึกรังเกียจแม้แต่น้อย ทรายเหยียดยิ้มเย็น แกล้งเปรยลอยๆว่าเรื่องราวของน้องกับอดีตคู่เดตหนุ่ม รวดเร็วมากจนแทบคิดไม่ถึง

    “ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น คงสงสัยว่าทำไมผู้ชายอยากแต่งงานกับเราเร็วจัง ถ้าผู้ชายจนอยากแต่งงานกับผู้หญิงรวย ก็คงคิดว่าอยากได้สมบัติ ส่วนผู้ชายหน้าตาดีกับผู้หญิงหน้าจืดธรรมดาๆ ก็คงคิดว่าโดนของ”

    ลูกศรอึ้งไปอึดใจ ทรายตีหน้าระรื่นหัวเราะกลบเกลื่อน แล้วพูดต่อแฝงน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

    “แล้วยิ่งผู้ชายอย่างฌาน ถ้าบรรดาสาวๆเขามารู้ คงหนีไม่พ้นต้องแซวว่าฌานประชดชีวิต!”

    ลูกศรยิ้มแหย ทรายรีบบอกว่าพูดขำๆเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะแดกดันหรือว่าอะไรใคร

    “ศรอย่าคิดมากนะ พี่รู้จักฌานดี เขาคงไม่ขอศรแต่งงานเพราะหวังผลอะไรหรอก”

    แต่ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เมื่อลูกศรแสดงท่าทีคุ้นเคยกับห้องฌาน ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้

    “ไม่เป็นไรหรอกศร พี่มาที่นี่บ่อย พี่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน พี่ทำเองได้”

    ลูกศรหน้าเจื่อน รู้สึกผิดที่ตัวเองแสดงความเป็นเจ้าของห้องมากเกินไป เลยเสไปหยิบขนมมาใส่จาน ไม่รู้เลยว่าทรายเดินไปหยิบถุงชาเททิ้ง รอจังหวะที่น้องสาวหันมา จึงแกล้งบ่นว่าชารสโปรดหมด ลูกศรอาสาตามเคย จะออกไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เกตให้ ทรายยิ้มเจ้าเล่ห์ดีใจ รอจนอีกฝ่ายลับร่างจึงพึมพำเบาๆ

    “ฉันไม่ยอมให้เธอมาแย่งของฉันอีก เตรียมรับผลกรรมที่เธอกับแม่ทำไว้กับฉันและแม่ซะที”

    ooooooo

    ฌานมาถึงคอนโด โดยคลาดกับลูกศรไปนิดเดียว เมื่อขึ้นมาถึงห้อง ก็ต้องรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ที่ต้องอยู่ตามลำพังกับอดีตคู่เดตสาว ทรายปรายตามองยิ้มๆ แล้วประกาศเรื่องที่ทำให้เขาอ้าปากค้าง

    “ฉันมาที่นี่ตามคำท้าของคุณ ฉันจะย้ายมาอยู่กับคุณวันนี้...ตอนนี้ ฉันยอมหยุดทุกอย่างตามที่คุณขอ แล้วหลังจากนี้...ฉันก็จะแต่งงานกับคุณ!”

    ฌานคิดนิดเดียว รู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการเอาชนะ เลยตัดสินใจไปเปิดประตู ขอให้กลับไปเสีย ก่อนที่ลูกศรจะมา ทรายไม่ยอม แหวลั่นว่าเขาผิดสัญญา ไม่ยอมกลับมาหาเธอตามที่บอกไว้เมื่อวันก่อน

    “ผมรู้นะทราย ว่าคุณไม่ได้ต้องการแต่งงานกับผมเพราะรัก แต่คุณกำลังเอาชนะ ลืมความโกรธแค้นในอดีตทั้งหมดเถอะทราย คุณรู้ตัวไหมว่าความแค้นนั้นกำลังเป็นเพลิงเผาตัวคุณอยู่”

    “เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับความแค้น ที่ฉันมาที่นี่ ก็เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าฉันรักคุณ...กลับมาหาฉันเถอะฌาน”

    ทรายเดินไปกอดฌาน เหยียดยิ้มร้ายที่ฌานไม่ทันระวัง เปิดประตูทิ้งไว้ ฌานมึนไปหมด ย้อนถามถึงบุรี ว่าเธอไม่รักสถาปนิกเพื่อนรักของเขาแล้วหรือ ทรายจะพูดบางอย่าง แต่เมื่อเห็นลูกศรยืนตรงประตู เลยตัดสินใจโถมตัวหา แล้วจูบปากฌานอย่างดูดดื่ม ฌานไม่รู้ว่าลูกศรเห็นทุกอย่างจนถึงกับช็อก เขาผลักทรายไปอีกทางพร้อมแหวลั่น ทรายไม่สนตอกกลับว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้ ถ้าหึงก็ควรลงที่เธอ ไม่ใช่ใช้ลูกศรเป็นเครื่องมือ

    “คุณรู้ว่าน้องสาวฉันรักคุณ มันเลยง่ายที่คุณจะใช้เขามายั่วให้ฉันหึง เหมือนกับที่คุณเคยใช้ผู้หญิงคนอื่นยั่วฉัน คุณใจร้ายมากนะฌาน ถ้าน้องสาวฉันรู้ ว่าคุณต้องการแต่งงานกับเขาเพื่อประชดฉัน เขาจะเสียใจขนาดไหน”

    คำพูดของพี่สาวทำให้ลูกศรหน้าซีดเผือด ทำถุงชาหล่นพื้น ส่งเสียงดังให้ฌานรู้สึกตัว เขาพยายามดันทรายออกห่าง และตะโกนขอให้คนรักฟังคำอธิบาย แต่ลูกศรโกรธและสับสนมาก หมุนตัววิ่งหนีไปทันที!

    ทรายรั้งอดีตคู่เดตหนุ่มไว้อย่างสุดความสามารถ แต่เขาสะบัดออก แล้วมองเธอด้วยสายตาเจ็บปวด

    “ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำกับผมได้ขนาดนี้”

    จบคำก็ร้อนรนวิ่งตามลูกศร ทรายมองตามด้วย ความรู้สึกผิดเล็กๆ...หรือว่าคราวนี้เธอจะทำเกินไป

    ฝ่ายลูกศรเปลี่ยนใจวิ่งไปทางท่าเรือ เมื่อเห็นว่าหน้าคอนโดไม่มีแท็กซี่ และตัดสินใจขับเรือออกไป ฌานตามมาทัน รีบสตาร์ตเครื่องเรืออีกลำพุ่งตามติด ตะโกนโหวกเหวกขอให้หยุดเรือ แต่เหมือนจะไม่ได้ผล ลูกศรจมปลักกับเรื่องราวในอดีต ทั้งคำพูดของพี่สาวว่าเธอเป็นแค่เครื่องมือชำระแค้นของฌาน รวมไปถึงความรักและความห่วงใยของฌานที่มีให้ทรายเสมอมา...หรือเธอจะเป็นส่วนเกิน...ตัวสำรองของพี่สาวสำหรับฌานจริงๆ

    ฌานเร่งความเร็วเต็มกำลัง กลัวแทบขาดใจว่าคนรักสาวจะมีอันตราย ส่วนลูกศร...มัวจมกับความคิดของตัวเอง หูไม่ได้ยินเสียงใครทั้งนั้น เลยไม่ทันสังเกตว่ามีเรือใหญ่กำลังสวนมา!

    เสียงเครื่องยนต์เคลื่อนมาใกล้ ลูกศรจึงได้สติ ดึงตัวเองจากภวังค์ และพยายามหักหลบเต็มแรง แต่เหมือนทุกอย่างจะช้าไป เมื่อเรือที่เธอบังคับพุ่งตามแรงเหวี่ยงชนตอม่อสะพานอย่างแรง!

    ฌานตกใจสุดขีด ตะโกนชื่อคนรักลั่น หวังให้เธอไม่เป็นอะไรมาก โดยไม่รู้เลยว่าลูกศรหลับตาช้าๆ ทำใจไปกับชะตากรรมสุดท้ายของตัวเอง ภาพในอดีตตอนอ่านนิยายรักผุดขึ้นในหัว พร้อมบทกลอนที่เธอชอบนักหนา

    “ความรัก...ไม่มีสิ่งอันใดนอกจากตัวเอง และก็ไม่รับเอาสิ่งใดนอกจากตัวเอง ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมให้ถูกครอบครอง เพราะความรักนั้นเพียงพอแล้วสำหรับตอบความรัก”

    ลูกศรดึงตัวเองจากภวังค์ ยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อนึกถึงความรักที่มีต่อฌาน

    “รักคือรัก แม้ว่าจะหลอกลวง แค่ได้รู้จักรักก็พอแล้ว...ศรรักพี่ฌานนะคะ”

    ooooooo

    คำพูดของฌานทำให้บุรีคิดได้ ตั้งใจจะไปปรับความเข้าใจและขอโอกาสจากทรายอีกครั้ง แต่แผนทุกอย่างก็ต้องเป็นหมัน เมื่ออุทิศวิ่งมาบอกข่าวร้าย ว่าลูกศรประสบอุบัติเหตุขับเรือชนตอม่อสะพาน!

    ระหว่างที่บุรีรุดไปที่เกิดเหตุ ทรายเดินลงจากลิฟต์คอนโดฌานด้วยสีหน้าเซ็งสุดๆ แม้ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่วางมาอย่างดี แต่ถึงกระนั้นก็แอบรู้สึกผิดไม่ได้ที่ทำให้ฌานร้อนรนขนาดนั้น

    “โทษฉันไม่ได้นะฌาน สองแม่ลูกนั่นแย่งทุกอย่างไปจากฉันก่อน ฉันทำแค่นั้น เด็กนั่นไม่เป็นอะไรหรอก”

    ทรายปัดความรู้สึกผิดจากใจ ตั้งท่าจะเดินออกจากคอนโดแล้วต้องชะงัก เมื่อได้ยินพนักงานคุยกันด้วยท่าทางตกใจสุดขีดว่าเห็นข่าวในทีวี...เรือของฌานเกิดอุบัติเหตุชนตอม่อสะพาน!

    ข่าวการประสบอุบัติเหตุของลูกศรแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว พัชระตกใจมาก เช่นเดียวกับบุรี แต่คนหัวใจสลายที่สุดคงหนีไม่พ้นฌาน เขาจะพุ่งตัวลงไปช่วยคนรัก แต่บรรดาเจ้าหน้าที่กู้ภัยห้ามไว้ไม่อยากให้เสี่ยง กลัวจะเป็นอันตรายอีกคน...และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อหน่วยกู้ภัยช่วยกันแบกร่างแน่นิ่งของลูกศรขึ้นมา

    ฌานแหวกฝูงชนไปดูสภาพคนรัก หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นร่างบางที่เคยสวมกอดไร้ลมหายใจ

    “ศร...เป็นอะไรหรือเปล่า ตื่นมาบอกพี่สิ ว่าศรเจ็บตรงไหน พี่อยู่ตรงนี้แล้ว ตื่นมาคุยกับพี่ก่อน พี่ขอร้อง”

    เวลาเดียวกันที่มุมหนึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ... เสาวนีย์กับศกวิ่งหน้าตื่นมาหาลูกสาว สีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด กลัวจับจิตว่าลูกสาวจะเป็นอันตรายร้ายแรง อุทิศที่ตามมาด้วยอดเครียดไปด้วยไม่ได้ พนมมืออธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขออย่าให้ลูกศรเป็นอะไรเลย...แค่นี้ชีวิตลูกสาวคนเล็กของบ้านพรหมาสตร์นารายณ์ก็น่าสงสารพอแล้ว

    เสาวนีย์แทบสิ้นสติเมื่อเห็นสภาพลูกสาว ร้องไห้โฮอย่างไม่อายต้องเสียสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต พัชระกับบุรีมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้แต่มองด้วยแววตาเศร้าๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายกับคนดีๆอย่างลูกศรขนาดนี้

    ฌานอาการหนักไม่แพ้เสาวนีย์ กอดร่างไร้ลมหายใจของเธอแน่น น้ำตาลูกผู้ชายไหลพราก ต้องเสียผู้หญิงที่รักสุดหัวใจ ทรายฝ่ากลุ่มไทยมุงเข้ามา ตกใจมากเมื่อเห็นสภาพน้องสาวคนละแม่

    ฌานได้ยินเสียงอดีตคู่เดตสาวเรียกชื่อคนรักก็หันขวับแหวลั่น “นี่ใช่ไหมคือสิ่งที่ต้องการ...ทราย!”

    น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของฌานไม่เบานัก เสาวนีย์หันมาจ้องหน้าเอาเรื่องลูกเลี้ยงสาวเต็มที่

    “หมายความว่ายังไง...แกทำอะไรลูกสาวฉัน แกฆ่าลูกฉันหรือ...ฆาตกร!”

    ขาดคำก็ปรี่ไปบีบคอ ทรายยืนนิ่งไม่ขัดขืน ยอมให้อีกฝ่ายกระทำเต็มที่ให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำ บุรีกับพัชระต้องดึงตัวออกมา โดยมีศกกับอุทิศเข้าช่วย เสาวนีย์ขืนตัวไว้ พยายามจะพุ่งกลับไปทำร้ายทรายใหม่ แต่ก็เป็นลมล้มพับไปเสียก่อน ทรายมองเหตุการณ์ทุกอย่างหลังจากนั้นด้วยแววตาว่างเปล่า

    ทุกคนรอบตัวไม่มีใครสนใจเธอเลย โดยเฉพาะฌาน...ที่กอดรัดร่างลูกศรไม่ปล่อย ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจที่สูญเสียคนรักอย่างไม่มีวันกลับ

    ทรายน้ำตาไหลพราก เสียใจมากที่ทำให้น้องสาวตาย แต่ที่ช้ำไม่ต่างกัน ก็เมื่อบุรีเดินผ่าน เขากลับไม่ปรายตามองเธอแม้แต่น้อย ส่วนพัชระรั้งท้าย ก้าวมายืนตรงหน้าทราย พร้อมถ้อยคำประณามว่าเธอคือฆาตกร!

    ooooooo

    การตายของลูกศรทำให้ทรายเจ็บปวดมาก ยิ่งทุกคนรอบข้างมองมาด้วยสายตาประณามและแสดงท่าทีมึนตึง ราวกับเธอเป็นอากาศธาตุ ยิ่งทำให้เธอทรมาน นักออกแบบสาวกลับบ้านริมคลองในเย็นวันเดียวกัน ยืนมองบรรยากาศยามโพล้เพล้ คิดเรื่องราวของตนกับน้องสาวต่างมารดา

    ทรายยังจำได้ดี วันแรกที่ได้เจอน้องสาวหลังไม่ได้เจอกันสิบกว่าปี ลูกศรตื่นเต้นดีใจเหมือนเด็กๆ แถมภาคภูมิใจหนักหนาที่มีเธอเป็นพี่สาว ไม่ว่าทรายจะพูดหรือชักจูงไปทางไหน ลูกศรก็เห็นดีเห็นงามและเชื่อฟังมาโดยตลอด แม้เสาวนีย์จะคอยเตือนให้ระวังทรายไว้บ้าง ลูกศรก็ไม่เคยสนใจ

    “ศรไม่เคยระแวงพี่ทรายค่ะ ศรไว้ใจและรักพี่ทราย”

    ทรายน้ำตาไหล คิดถึงความเลวของตัวที่ใช้ความไว้ใจของน้องเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ลูกศรกลับไม่เคยถือสา

    “ศรรู้ว่าศรกับแม่ เอาอะไรจากพี่ทรายมามาก เพราะฉะนั้น...อย่าว่าแต่ของที่ศรรักเลย แม้แต่ชีวิตศรก็ให้ได้”

    คำพูดแสดงเจตนารมณ์ของลูกศรยังตามหลอกหลอน ทรายนั่งกอดเข่าร้องไห้หน้าบ้าน ยิ่งคิดถึงความดีของน้องยิ่งเจ็บปวด ความรู้สึกผิดถาโถม ที่ปล่อยให้เพลิงแค้น ในอกครอบงำจนทำเรื่องเลวร้าย

    “พี่ไม่เคยอยากได้ชีวิตศรเลย พี่มันเลวเองที่ทำร้ายน้อง...พี่ขอโทษ”

    เย็นวันเดียวกันที่คอนโดฌาน...บุรีลากเจ้าของห้องที่มีสีหน้าเซื่องซึม เหม่อลอยเหมือนคนใจไม่อยู่กับเนื้อตัวไปพัก สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งเป็นห่วงเพื่อนรักมาก พยายามชวนคุยและหาอะไรให้ทาน แต่ฌานกลับเอาแต่ร้องไห้

    “ทำไมมันต้องเกิดเรื่องนี้กับฉันวะ ทั้งชีวิตฉันยังไม่เจอใครรักฉันจริง พอวันนี้ที่ฉันเจอ เขากลับจากฉันไป”

    บุรีมองมาด้วยความสงสารและเห็นใจ ทรุดตัวนั่งข้างๆ ตบไหล่เบาๆ ให้รู้ว่ามีเขาเคียงข้างเสมอ

    ฌานเสียใจมาก โกรธทรายจนไม่อยากจะเอ่ยชื่อถึง “ที่เลวร้ายไปกว่านั้น เขาจากไปพร้อมกับความเข้าใจผิด เขาเชื่อสิ่งที่...ผู้หญิงคนนั้นแต่งเรื่องหลอกว่าฉันไม่ได้รักเขาจริงๆ ฉันจะแต่งงานกับเขาเพื่อประชดผู้หญิงคนนั้น”

    บุรีได้ฟังวีรกรรมของทรายจากปากเพื่อนรักก็ถึงกับพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะทำทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ได้ชัยชนะเท่านั้น ฌานไม่สนว่าทรายจะเป็นตายร้ายดียังไง มัวแต่พร่ำเพ้อถึงคนรักสาว

    “ถ้าฉันทำได้ ฉันจะขอแลกทุกอย่าง แม้แต่ชีวิตของฉัน เพื่อแก้ความเข้าใจผิด และขอโอกาสได้บอกกับศรอีกครั้งว่าฉันรักลูกศรคนเดียว...รักหมดทั้งชีวิตและหัวใจ”

    ฌานร้องไห้อย่างเจ็บปวด หัวใจแหลกสลายที่ต้องสูญเสียคนรัก ทั้งที่ไม่ได้ปรับความเข้าใจ

    “ทำไมนะศร ตอนนั้นที่พี่เรียกทำไมไม่หยุด ทำไมเชื่อผู้หญิงคนนั้น ทำไมไม่ไว้ใจพี่”

    สภาพของฌานทำให้บุรีเศร้าไปด้วย นึกสมเพชตัวเอง ไม่รู้เลยว่าควรจะทำเช่นไรกับเรื่องระหว่างตนกับทราย...

    บุรีกลับไปนานแล้ว แต่ฌานยังจมตัวเองกับภาพแสนหวานในอดีต ตอนลูกศรยังมีชีวิตและสัญญากับเขาดิบดีจะไม่ทิ้งหรือจากไปไหน ถ้าเขาไม่ไล่เสียก่อน ฌานน้ำตาซึมอีกครั้ง ก่อนจะหยิบผ้าพันคอของขวัญชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายที่เธอตั้งใจเลือกให้เขาในวันเกิดเมื่อหลายวันก่อน

    แต่ที่ร้ายสุด คือเมื่อคิดถึงวันที่เธอปลอบเขาจากเหตุการณ์เลวร้าย วันที่ทรายทิ้งเขาไปหาบุรีที่สิงคโปร์

    “เมื่อคืนที่เราเห็นดาวตก แล้วศรอธิษฐาน พี่ฌานถามศรว่าอธิษฐานอะไร ศรไม่ได้อธิษฐานให้ตัวเองหรอกค่ะ ศรอธิษฐานให้พี่ฌาน...ศรขอให้พี่ฌานเจอคนที่รัก และทำให้พี่ฌานมีความสุขเสียที”

    ฌานรู้ตัวว่าตกหลุมรักหญิงสาวช่างฝันตั้งแต่วันนั้น ลูกศรก็รู้สึกไม่ต่างกัน เธอตัดสินใจบอกเลิกความสัมพันธ์กับพัชระ ยกเลิกงานแต่งงานและกลับมาอยู่กับเขาที่คอนโด

    “ศรรู้ไหม...ว่าศรคือความสุขของพี่”

    ความสุขของเขาสลายไปแล้ว ฌานเหม่อมองไปทางต้นพลูทอง ต้นไม้ประดับ...สัญลักษณ์แห่งความรักและความซื่อตรงของลูกศร เขายังจำได้ดีตอนเธอพูดถึงงานแต่งในฝัน

    “ถ้าทำได้...ศรอยากจัดงานแต่งของเราที่มูลนิธิเด็กค่ะ พี่ฌานอย่าเพิ่งหัวเราะกับความคิดเพี้ยนๆของศรนะคะ ที่ศรอยากจัดที่นั่นเพราะศรอยากแบ่งความ
    สุขของศรให้กับเด็กๆ อีกอย่าง...มันเป็นที่ที่เราเจอกันครั้งแรก”

    ฌานยิ้มขืนให้กับต้นพลูทอง กำผ้าพันคอในมือแน่น พูดเสียงแผ่วเหมือนอยากจะให้ไปถึงคนรักสาว

    “ศรทิ้งพี่ไปอย่างนั้นได้ยังไง ทิ้งให้พี่ต้องทนกับความว่างเปล่า อยู่กับความฝันการแต่งงานของเราที่ไม่มีศร”

    ooooooo

    ทรายฝังตัวเองกับความเจ็บปวด และความรู้สึกผิดที่ทำให้น้องสาวถึงแก่ชีวิต เช่นเดียวกับฌานเสียใจมากจนไม่มีแก่ใจจะทำอะไร บุรีอาการหนักไม่แพ้กัน เขายืนมองต้นจำปี...ต้นไม้แห่งความทรงจำระหว่างเขากับทรายด้วยแววตาเจ็บช้ำ สุนทรีย์รู้เรื่องทุกอย่างสงสารและเห็นใจลูกชายมาก จนต้องเดินมาปลอบใจ

    บุรีถอนใจหนักหน่วง ความแค้นของทรายฝังรากลึกจนยากจะถอน แม้เขาจะพยายามบำบัดหรือบรรเทาแค่ไหน เธอก็ไม่ยอมปล่อยวาง ทำให้เรื่องเลยเถิด จนหญิงสาวช่างฝันอย่างลูกศรต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

    “เขาทำอย่างนี้กับฌานได้ยังไง ทั้งที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฌานจงรักภักดีกับเขาด้วยหัวใจ แต่พอเขาเห็นฌานมีคนอื่น และที่สำคัญ...คนคนนั้นก็เป็นน้องสาวของเขา เด็กผู้หญิงที่ไม่มีพิษสงอะไร มีแต่หัวใจบริสุทธิ์ รักและเทิดทูนเขาเหมือนนางฟ้า แต่เขากลับฆ่าคนหนึ่งให้ตายลงตรงหน้า เหลืออีกคนให้อยู่อย่างตายทั้งเป็น”

    “แม่เชื่อว่าหนูทรายไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าหนูลูกศรหรอกลูก มันเป็นอุบัติเหตุ”

    คำว่าอุบัติเหตุทำให้บุรีอดของขึ้นไม่ได้ “ซึ่งเหตุ...อุบัติจากเขา”

    น้ำเสียงห้วนจัดของลูกชาย ทำให้สุนทรีย์หนักใจ แม้จะเข้าใจแต่ไม่เห็นด้วยทุกอย่าง บุรีสับสนหัวใจอย่างหนัก ใจหนึ่งก็อยากอภัยให้ทรายเพราะรักเธอมาก แต่อีกด้านก็ทำใจไม่ได้ที่เธอใช้ความรู้สึกของคนเป็นเครื่องมือล้างแค้น “ผมพยายามห้ามเขาแล้ว แต่เขาไม่ฟัง เพียงเพื่อเอาชนะ เขายอมทำทุกอย่าง ไม่สนว่าวิธีนั้นจะถูกหรือผิด”

    บุรียกมือลูบหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกอ่อนล้า รวดร้าวในใจเหลือจะกล่าว สุนทรีย์ตัดสินใจเตือนสติ

    “แต่ถ้าถามแม่ แม่จะไม่โทษหนูทรายคนเดียว ถ้าจะโทษ...ต้องโทษคนอื่นด้วย”

    ใครคนนั้นที่สุนทรีย์หมายถึง เดินทางถึงเมืองไทยทันทีที่ทราบเรื่องลูกศร ดวงตามองสภาพลูกสาวคนเดียวด้วยความสงสาร ใจแทบสลายเมื่อเห็นหญิงสาวที่เคยทะนงในศักดิ์ศรีและความสามารถ ต้องนั่งชันเข่าร้องไห้แบบหมดสภาพ ทรายมองเห็นแม่แล้วน้ำตาไหลพราก ความอดทนอดกลั้นที่มีพังทลาย รีบโถมตัวเข้าหา

    “แม่จ๋า...ทรายผิดเอง ทรายทำร้ายน้อง ทราย...”

    ทรายสะอึกสะอื้นรุนแรงจนพูดไม่ออก ดวงตากระชับอ้อมแขนแน่น หวังใช้พลังความเป็นแม่ ถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจให้ ทรายพร่ำโทษตัวเองว่าผิด ดวงตาต้องปลอบเสียงอ่อน

    “ทรายไม่ผิดลูก แม่ผิดเอง ถ้าแม่มาเร็วกว่านี้ ทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น”

    กว่าดวงตาจะปลอบให้ทรายหลับก็เป็นเวลาดึกดื่น เธอลูบศีรษะลูกสาวคนเดียวอย่างแสนรัก สงสารลูกแทบขาดใจที่ต้องทรมานจากปมในอดีต ที่เธอมีส่วนสำคัญปลูกฝังให้ตั้งแต่เด็ก ดวงตาถอนใจหนักหน่วง นึกถึงคำพูดของอุทิศที่เคยเตือนให้เธอทำใจเรื่องสถานะในครอบครัวพรหมาสตร์นารายณ์ แต่เธอก็ไม่เคยสนใจจะฟัง

    “พี่อุทิศอย่าว่าทราย ถ้าทรายไม่ถูกกดดันจนกลายเป็นลูกคนใช้แบบนี้ ทรายคงไม่ทำหรอก”

    “โธ่เอ๊ย...ก็ลูกพ่อเหมือนกัน คิดทำไมว่าเขากดดัน”

    “พี่ไม่ได้ยินก็อย่าพูดเลย หนูจะไม่ถามทรายสักคำเลยนะ ว่าผลักลูกเขาลงน้ำจริงหรือเปล่า ถ้าจริงหนูไม่ว่าลูกหรอก ตั้งแต่เด็กนั่นเกิดมา ทรายก็ถูกกดทั้งที่มีสิทธิ์เท่ากัน ถ้าดวงเป็นทราย...ดวงจะผลักมันอย่างนั้นเหมือนกัน!”

    เท่านั้นยังไม่พอ เธอตอกย้ำให้ทรายเชื่ออีกว่าถูกทุกคนในบ้านพรหมาสตร์นารายณ์กดและเหยียดชั้นให้เป็นแค่ลูกสาวเมียเก็บ...เมียคนใช้ที่ไม่มีทางเทียบชั้นผู้ลากมากดีแบบเสาวนีย์กับลูกศร

    “ทรายก็เป็นลูกคุณพ่อ ทำไมทรายกับแม่ไม่ได้อยู่บนตึกเหมือนคุณอาเสาว์ล่ะจ๊ะ”

    ความแค้นและความเก็บกดที่ต้องทนอยู่ในสภาพไร้ตัวตน ทำให้ดวงตาโพล่งออกไปโดยไม่ทันคิด

    “ก็เพราะสองแม่ลูกนั่นแย่งไปไงลูก แย่งทั้งบ้าน แย่งทั้งความรักของพ่อไปจากแม่ แย่งทั้งพ่อไปจากทราย มันจงใจแย่งทุกอย่างที่เป็นของเราไปจากเรา”
    และที่ทรายฝังใจสุด คงจะเป็นวันที่ถูกทิ้งไว้ที่โรงเรียน ดวงตายังจำได้ดี วันนั้นเธอโมโหมาก และนึกสาปแช่งทุกคนในบ้านพรหมาสตร์นารายณ์ให้อุทิศฟัง โดยเฉพาะเสาวนีย์กับลูกศร

    “ดวงอยากให้มันตายป้าอุทิศ...อยากให้มันตาย...ตายทั้งแม่ทั้งลูก!”

    ooooooo

    ดวงตาครุ่นคิดเรื่องทรายจนดึกดื่น สุดท้ายก็ตัดสินใจทำบางอย่าง ด้วยการไปขอโทษเสาวนีย์ ไถ่โทษให้ลูกสาว และถือเป็นการทำเพื่อตัวเอง ในฐานะแม่คนหนึ่ง เสาวนีย์คงหัวใจแทบสลายเมื่อลูกสาวคนเดียวจากไป แต่ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเสาวนีย์แสดงอาการเกรี้ยวกราดทันทีที่เห็นหน้าดวงตา

    “สาแก่ใจแกกับลูกหรือยัง ลูกแกพยายามฆ่าลูกฉันมาตั้งแต่เด็ก พยายามทวงทุกอย่างที่มันคิดว่าเป็นของแม่มัน แล้วตอนนี้มันก็ทำสำเร็จ มันได้บ้านหลังนี้ มันได้ใจพ่อมัน แล้วมันก็ฆ่าลูกฉันได้”

    อาการเลือดร้อนของเสาวนีย์ ทำให้ดวงตายิ่งรู้สึกผิด เธอพยายามอธิบาย แต่ช้ากว่าเสาวนีย์

    “ยังเหลืออะไรที่ลูกแกต้องการอีก ชีวิตฉัน...มันต้องการด้วยไหม”

    ทันใดนั้น...โดยไม่มีใครคาดคิด เสาวนีย์จะทำร้ายตัวเอง หวังตายตามลูกสาว ศกรีบไปขวางแต่สู้แรงคนไร้สติแบบภรรยาไม่ไหว เลยถูกลูกหลงมีแผลเลือดออกเป็นทางยาว เสาวนีย์ตกใจมากหน้าซีดเผือด ศกหมดความอดทนอีกต่อไป เจ็บทางกายเขาทนได้ แต่ดูท่าภรรยาของเขาจะไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย

    “คุณเห็นไหม...ว่าความโกรธ ความเกลียด มันไม่เคยทำอะไรให้ดีขึ้นเลย นอกจากความบาดเจ็บ... สูญเสีย เรื่องที่เกิดขึ้นอย่าโทษลูกเลย โทษผมนี่...เพราะผมอ่อนแอ เห็นแก่ตัว ทำให้คุณ ดวงตาและลูกต้องเป็นอย่างนี้”

    เสาวนีย์ผงะ คาดไม่ถึงว่าสามีจะกล้าพูดใส่หน้าแบบนี้ ดวงตาพยายามไกล่เกลี่ย

    “โทษคุณคนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ ต้องโทษเรา...การสูญเสียทำให้เป็นทุกข์ แต่การยึดติดทำให้ใจทุกข์มากกว่า มันทำให้เกิดความโกรธ ความเกลียดเป็นฟืนเป็นไฟเผาเราทุกคนอย่างนี้ เรายึดติดว่าทุกอย่างมันเป็นของเรา เราถึงต้องทวงคืน เรายึดติดว่าเราต้องชนะ เราถึงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ถ้าเพียงเรารู้จักอภัยและปล่อยวาง”

    ขาดคำก็เดินไปตรงหน้าเสาวนีย์ ยกมือไหว้เพื่อขอโทษถึงทุกเรื่องที่ผ่านมา “ฉันขอโทษ...ถ้าเพียงฉันสอนให้ทรายเชื่อว่าไม่มีอะไรเป็นของเรา ในโลกนี้ไม่มี ชัยชนะที่ยั่งยืน ทุกอย่างก็จะไม่เป็นแบบนี้”

    เสาวนีย์มองมาอึ้งๆไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้หญิงที่เคยเป็นเหมือนหนามทิ่มแทงใจอย่างดวงตาจะยอมทำขนาดนี้ ศกมีอาการไม่ต่างกัน ส่วนดวงตาเมื่อไหว้เสร็จก็หมุนตัวจะกลับไปดูทราย แต่ไม่วายเอ่ยทิ้งท้ายกับเสาวนีย์

    “ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ฉันกับลูกรู้สึกเสียใจที่สุด และไม่เคยสาแก่ใจอะไรใดๆ เราเข้าใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร...เพราะเราก็เคยสูญเสียมาก่อน”
    คำพูดดวงตาไม่ทำให้เสาวนีย์ปรี๊ดแตกอย่างที่ศกกลัว แต่กลับเดินขึ้นห้องลูกสาวแบบเงียบๆน้ำตาไหลพรากด้วยความสะเทือนใจ ความสูญเสียยังสดใหม่เหลือเกิน เธอไม่ทันได้เห็นความสำเร็จและความสุขของลูกศรด้วยซ้ำ

    สภาพห้องนอนของลูกศรยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เสาวนีย์เดินรอบๆสัมผัสทุกสิ่งราวกับจะส่งจิตไปถึงลูกสาว น้ำตาพานไหลออกมาอีก เมื่อรู้สึกเหมือนเห็นและได้ยินภาพในความทรงจำว่าลูกศรเคยมีชีวิตในห้องนี้

    ดวงตาดึงตัวเองจากภวังค์ความคิด คำพูดทิ้งท้ายของดวงตายังตามหลอกหลอน ทำให้หวนไปคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา โดยเฉพาะตอนที่เธอจงใจเลือกวันแต่งงานให้เป็นวันเดียวกับที่ทรายเกิด ไหนจะคำพูดของลูกศรซึ่งพยายามเตือนสติในวันที่ต้องแต่งงานกับพัชระว่าให้ชดเชยและคืนทุกอย่างให้ทราย

    เสาวนีย์กล้ำกลืนความรู้สึกผิด ยังจำได้ว่าตัวเองปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมยกอะไรคืนให้ทรายทั้งนั้น

    “แม่ผิดเอง...แม่เป็นคนทำให้ศรต้องเป็นแบบนี้... แม่ขอโทษ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:44 น.