ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทรายสีเพลิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"

    ฌานกับลูกศรใช้เวลาด้วยกันตามประสาคนรักอย่างมีความสุข แต่แล้วบรรยากาศแสนหวานต้องพังทลาย เมื่อติ่งโทร.มาแจ้งข่าวร้ายว่านอร์แมนจะทุบบ้านเจ้าปัญหา ฌานรีบบินกลับทันที ลูกศรเป็นห่วงอยากตามไปด้วย แต่ฌานไม่อยากให้เธอต้องกังวล อยากแก้และจบปัญหานี้ด้วยตัวเองมากกว่า

    ฟากแอนน์แอบเครียดไม่น้อย ที่ถูกนอร์แมนบังคับให้มาดูการทุบบ้านสามีเก่า ฮั้วซึ่งตามมาดูแลอดเหน็บไม่ได้ รู้ดีว่าเจ้านายสาวไม่อยากมาเมืองไทยเพราะไม่กล้าสู้หน้าลูกชาย ฌานมาถึงทันเวลาสำคัญ นอร์แมนเหยียดยิ้มเย็น บอกให้ล่ำลาบ้านเก่าของพ่อ ฌานสะกดความเจ็บปวดภายใต้สีหน้าเรียบเฉย

    “คงไม่ต้องลาหรอกครับ เพราะกระดานทุกแผ่น หน้าต่างทุกบาน ประตูทุกอัน ผมจำไว้ในหัวใจหมดแล้ว”

    ท่าทางหยิ่งจองหองของลูกเลี้ยงทำให้นอร์แมนหงุดหงิดมาก จงใจแขวะเสียงเข้ม

    “ตอนแรกฉันก็ว่าจะใจดี รื้อไม้ให้แกเก็บไว้สร้างบ้านเอง ถ้าแกจองหองแบบนี้ ฉันจะได้เปลี่ยนเป็นเผาทิ้ง”

    “เอาเลยครับ เงินของป๋า ป๋าอยากทำอะไรก็ทำ ผมมันแค่ลูกเลี้ยงที่มีค่าแค่พนักงานคนหนึ่งเท่านั้น”

    “รู้ตัวก็ดี ต่อไปแกจะได้ไม่เหิมเกริมมาหักหลังฉันอีก”

    “ครับ...มันคงไม่มีวันหลังอีกแล้ว เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมขอลาออกจากทุกตำแหน่งที่ป๋าให้”

    นอร์แมนอ้าปากค้าง ไม่คิดมาก่อนว่าฌานจะใจเด็ดขนาดนี้ แอนน์เสียอีกที่เป็นเดือดเป็นร้อน โพล่งออกไปให้ลูกชายขอโทษสามี แถมลำเลิกบุญคุณแทนอีกต่างหาก หากไม่มีนอร์แมน คงไม่มีฌานกับเธอในวันนี้

    “ผมรักและนับถือป๋าด้วยหัวใจ ผมระลึกถึงบุญคุณป๋าที่อุ้มชูเสมอ ไม่ว่าป๋าจะสั่งให้ผมหันซ้ายหรือขวา ผมทำเพื่อป๋ามาตลอด เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

    ที่ผมอยากเก็บสิ่งที่ผมรักไว้ และผมก็คิดว่าป๋าคงเข้าใจผมบ้าง แต่ผมคิดผิด ชีวิตผม...ไม่ได้มีความรักของป๋ามาเกี่ยวข้อง แต่แค่เรื่องเงินและผลประโยชน์ ว่าผมทำอะไรให้ป๋าได้เท่านั้น”

    ฌานจับมือแม่ หวังจะให้ไปด้วยกัน แต่แอนน์สะบัดมือออก ปฏิเสธไม่ไป

    “แม่ครับ...จะอยู่ให้เขากดขี่ความเป็นคนของเราต่อไปทำไม เงินแต่ละบาทที่แม่ได้จากเขา แลกมาจากการดูถูกเหยียดหยาม หรือไม่ก็ใช้เป็นเครื่องมือตลบแตลงคนในสังคมให้ทำธุรกิจ!”

    แอนน์โมโหตบหน้าลูกชายเต็มแรง แหวลั่นให้ขอโทษนอร์แมน แต่ฌานไม่ยอม ยื่นข้อเสนอจะหาเงินให้ตามที่แม่ต้องการ ขอแค่ไปกับเขาเท่านั้น แต่แอนน์ไม่สน เป็นตายร้ายดีจะไม่ทิ้งบ่อเงินบ่อทองอย่างนอร์แมนเด็ดขาด

    ฌานกลั้นสะอื้น ก่อนเอ่ยเสียงเบา “งั้นผมขอถามแม่เป็นคำถามสุดท้าย แม่รักผมไหมครับ”

    แอนน์ชะงัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูด “ฟังนะชาร์ลส์ ครั้งหนึ่งฉันเคยเชื่อว่าความรักมีจริง แต่วันหนึ่งที่พ่อแม่จากไป ความลำบากที่แม่ต้องเจอ ทำให้รู้ว่าความรักมันแค่เรื่องเพ้อเจ้อ สิ่งที่มั่นคงคือเงินทองที่จะซื้อทุกอย่างได้”

    “ไม่จริงหรอกครับ ความรักมันมีค่ามากกว่าเงินทอง ความรักทำให้เรามีความสุขได้ แม้ไม่มีเงินมากมาย”

    “พอเถอะชาร์ลส์...ถ้าแกจะไป ก็ไปคนเดียว ฉันจะอยู่กับชีวิตของฉัน”

    ฌานสะเทือนใจมาก น้ำตาไหลอย่างสุดกลั้น

    แต่ยังพยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของแม่ เขาเดินไปใกล้และก้มตัวกราบแทบเท้าแอนน์ “ดูแลตัวเองดีๆนะครับแม่ ไม่ว่าแม่จะต้องการผมหรือไม่ ผมก็รักและเป็นลูกของแม่เสมอ”

    แอนน์อึ้งไปอึดใจ ตะลึงไม่น้อยที่ฌานทำขนาดนี้ เธออยากเอื้อมมือไปลูบศีรษะ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ ปล่อยให้เป็นแบบนี้ดีกว่า ส่วนนอร์แมนมองทุกอย่างด้วยสายตาแน่นิ่ง ทั้งที่ใจเจ็บปวดเหลือเกิน

    ooooooo

    อลันกับลิซ่าแปลกใจมากที่ฌานไม่โวยวายอย่างที่คิด อดไม่ได้รีบตามไปถามด้วยความอยากรู้ ฌานพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธอย่างมาก แต่เมื่อนึกถึงคำพูดเตือนสติของลูกศรเลยสงบลง และยอมขอโทษลิซ่าถึงทุกเรื่องที่ผ่านมา รวมทั้งพูดกับอลันด้วยน้ำเสียงเป็นปกติว่าถึงจะทะเลาะกันตลอด แต่ก็ไม่เคยเกลียด

    อลันยังไม่ไว้ใจ ไม่อยากเชื่อว่าคู่ปรับจะคิดแบบนั้น ส่วนลิซ่ามองมาด้วยสายตาเป็นคำถาม

    “ฉันไม่อยากยอมรับหรอกนะ แต่ที่คุณเปลี่ยนไป เพราะผู้หญิงคนใดคนหนึ่งในสองพี่น้องนั่นใช่ไหม”

    ฌานชะงัก ภาพและคำพูดของลูกศรเด่นชัดในหัว ลิซ่าแทบกุมขมับ อยากจะทึ้งหัวตัวเองนัก

    “ใช่จริงๆ...แล้วถ้าฉันตัดสินจากความเยือกเย็นที่คุณกำลังเป็น คนที่มีอิทธิพลกับคุณตอนนี้ ไม่ใช่คนพี่ใช่ไหม”

    ฌานไม่ตอบ ลิซ่ายิ่งทึ่ง ผิดคาดที่ลูกศรจะมีอิทธิพลกับฌานขนาดนี้...เวลาเดียวกันที่คอนโดฌาน...ลูกศรชั่งใจอย่างหนักเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอง สุดท้ายก็ตัดสินใจไปเคลียร์ปัญหาคาใจทั้งหมดกับพัชระถึงบ้าน สถาปนิกหนุ่มไก่อ่อนเลยรอดตัวจากเสาวนีย์ที่ทำท่า

    จะเอาเรื่องเขาเต็มที่เพราะติดต่อลูกสาวไม่ได้ แต่ก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อคู่หมั้นสาวสารภาพแบบหมดเปลือกว่ารักอยู่กับฌาน และไม่สามารถแต่งงานกับเขาได้แล้ว

    ฟากบุรี...อดไม่ได้ ใจอ่อนโทร.สั่งอาหารโรงแรมและนำไปให้เธอถึงห้อง ทรายดีใจมาก ปลื้มเหลือเกินที่เขาเป็นห่วง แต่อยากเล่นตัวบ้าง เลยแกล้งงอนและเหวี่ยงใส่เขาไม่หยุด บุรีไม่สน สั่งให้เธอกินข้าว ส่วนเขาจะดูอาการที่ข้อเท้าให้ ทรายเห็นเขาตั้งอกตั้งใจนวดข้อเท้าเธอเลยชวนคุย โอดว่าอยากมีโอกาสเรียนวิชานวดจากนารีเหมือนเขาบ้าง บุรีสงสัยว่าเธอจะอยากเรียนอะไรนักหนา ทรายเลยย้อนว่าไม่อยากโง่ หรือเขาจะเถียงว่าไม่จริง

    “ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง แค่มีโอกาสดีกว่าคนอื่นเท่านั้น ที่สำคัญ...สำหรับผมความเก่งไม่สำคัญเท่าความดี”

    “แต่โลกและสังคมปัจจุบันมันเคลื่อนไปได้เพราะคนเก่งนะคะ”

    บุรีอ่อนใจ เข้าใจความคิดทันสมัยของเธอดี แต่ไม่เคยเห็นดีเห็นงามด้วย “แล้วคุณไม่รู้สึกว่าโลกมันเคลื่อนเร็วไปหรือ คุณไม่ห่วงเหรอที่เห็นคนตะเกียกตะกายแย่งกันไปข้างหน้า โดยไม่แยแสที่ต้องเหยียบย่ำคนอื่นขึ้นไปบ้าง”

    “คุณพูดอย่างกับอยากให้โลกหยุดนิ่ง ไม่มีการเดินหรือวิ่งไปข้างหน้า”

    บุรีส่ายหน้าอ่อนใจกับการประชดแดกดันของเธอ “เปล่า...การดิ้นรนต่อสู้เพื่อชัยชนะมันอาจเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่เลี่ยงได้คือวิธีการได้ชัยชนะ ที่ผมต่อต้านคือคนที่อยากได้ชัยชนะจนไม่สนว่าจะใช้วิธีไหน”

    “บางคนก็ต้องไขว่คว้าหาชัยชนะในวันข้างหน้า เพื่อลบล้างความพ่ายแพ้ในอดีต”

    บุรีเห็นใจความเก็บกดของเธอ แต่ก็อยากให้เธอปล่อยวาง “อดีตก็คืออดีต ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือล้มล้างมันได้ สิ่งที่ควรทำคือละทิ้งอดีต แล้วสร้างชีวิตใหม่ ไม่ใช่วนเวียนกลับไปหาอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

    “แล้วถ้าฉันอยากจะสร้างชีวิตใหม่ ยังมีใครอยากจะเริ่มต้นต่อจิ๊กซอว์กับฉันอีกครั้งไหม”

    บุรีชะงัก เข้าใจความหมายนัยดีทุกอย่าง แต่เลือกไม่ตอบและขอตัวดื้อๆ ทรายมองตาม ไม่ทันสะระตะอะไรมาก เสาวนีย์ก็โทร.มาขอซื้อบ้านใหญ่คืนเป็นเรือนหอให้ลูกศร ทรายเหยียดยิ้มเย็น อวยพรให้น้องมีความสุขล่วงหน้า วางสายเบาๆแล้วโทร.ไปหาพัชระเพื่อเช็กความพร้อม สถาปนิกหนุ่มไก่อ่อนดีใจได้ยินเสียงว่าที่เจ้าสาว แต่อยากรู้มากกว่าว่าเธออยู่ไหน แต่จนแล้วจนรอด ทรายก็ไม่ยอมบอก

    “ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน สุดท้ายพรุ่งนี้ฉันก็กลับไปหาคุณอยู่ดี ฉันรอวันนี้มาเกือบทั้งชีวิต”

    ทรายวางสายไปแล้ว พัชระมองมือถือนิ่ง ชั่งใจอย่างหนักจะบอกเรื่องความสัมพันธ์ของลูกศรกับฌานดีหรือไม่ สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่บอก เชื่อว่าหากทรายบริสุทธิ์ใจจะแต่งงานกับเขา เรื่องลูกศรกับฌานก็คงไม่มีความหมาย

    ooooooo

    ลูกศรรออยู่แล้ว ตอนฌานเปิดประตูคอนโดเข้ามาในสภาพอ่อนล้าทั้งกายและใจ เขากอดเธอแนบแน่น เหมือนต้องการจะซึมซับพลังใจให้เดินต่อ ลูกศรโอบตอบ บอกว่าเพิ่งกลับจากเคลียร์เรื่องแต่งงานกับพัชระ ฌานอดบ่นไม่ได้ อยากเป็นคนจัดการเอง ลูกศรต้องปลอบว่าไม่ต้องกังวล และจับมือเขาแนบตรงหัวใจเธอ

    “รู้สึกไหมคะพี่ฌาน...หัวใจของศรกับของพี่ฌานมันเต้นจังหวะเดียวกัน เพราะมันเป็นหัวใจเดียวกัน ไม่ว่าหลับหรือตื่น เราจะอยู่ใกล้หรือไกล เราจะอยู่เคียงข้างกันและกันเสมอ ไม่หายไปไหน”

    สองหนุ่มสาวมองตากันซึ้ง โดยเฉพาะฌาน...ตื้นตันที่ได้เจอคนรักเขาจริง ลูกศรสบตาเขานิ่งพร้อมเอ่ย

    “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ยังมีคนรัก”

    ฌานดึงเธอมากอดจูบอย่างทะนุถนอม ลูกศรตอบ สนองด้วยความเต็มใจ...ยินดีมอบกายใจให้เขาเป็นคนดูแล

    เวลาเดียวกันที่โรงแรมในสิงคโปร์...ทรายตัดสินใจรุกหนัก บุกไปยั่วบุรีถึงห้อง พร้อมแชมเปญขวดใหญ่ หวังฉลองและเสนอตัวให้เขาเต็มที่ แต่บุรีก็ทำให้ผิดหวัง เมื่อเขาไม่สนใจจะเล่นด้วย แถมไล่เธอกลับห้องอีกต่างหาก ทรายไม่ยอมแพ้ ใช้เสน่ห์เปี่ยมล้นทำทุกทางให้เขาดื่มกับเธอ บุรียอมเพื่อตัดปัญหา แต่เธอก็ไม่ออกจากห้องตามที่สัญญา แต่กลับไปหยิบแว่นของเขามาดู และจงใจสวมให้เขาด้วยท่าทางยั่วยวนสุดๆ

    “พอคุณสวมแว่น ก็ดูแปลกไปอีกแบบ ดูเคร่งขรึม... เอาจริงเอาจัง...แต่ถึงใส่แว่น ก็ยังเห็นตาสวยๆของพี่บีอยู่ดี”

    ทรายขยับไปใกล้เขามากขึ้น โน้มหน้าไปจูบเขาแผ่วเบา อ่อนหวาน และเรียกร้องให้จูบตอบ บุรีพร่ำบอกตัวเองว่าเพราะฤทธิ์แชมเปญก่อนหน้าแท้ๆทำให้เคลิ้มไปกับเธอด้วย ความรู้สึกพิเศษลึกซึ้งที่เก็บกดมานานถูกปลุกขึ้น จนเกือบเผลอไผลไปกับสัมผัสยั่วยวนนั้น ทรายบอกรักเขาเสียงหวาน แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อจู่ๆบุรีก็
    ผละตัวออก!

    ทรายพูดไม่ออกไปหลายวินาที ไม่เข้าใจเลยว่าเขาทำแบบนี้เพื่ออะไร บุรีสบตาเธอนิ่งพร้อมเอ่ย

    “ผมต้องถามคุณมากกว่าว่าทำไมคุณทำแบบนี้”

    “แล้วคุณคิดว่าผู้หญิงผู้ชายทำแบบนี้กันเพราะอะไรล่ะ”

    “หลายเหตุผล และผมก็อยากรู้เหตุผลจริงๆของคุณ”

    ท่าทางจริงจังของบุรีทำให้ทรายอยากทึ้งหัวตัวเอง แต่สุดท้ายก็ทำแค่เผยความรู้สึกที่เก็บกดมานาน

    “ทรายรักพี่บี...รอและรักมานาน เฝ้าหวังว่าพี่บีจะจำน้องทรายได้ไหม รอว่าเมื่อไหร่พี่บีจะเรียกน้องทรายสักที แต่พี่บีก็ไม่เรียก ถ้าวันนั้นทรายไม่เข้าไปเห็นกล่องจดหมายของทรายให้ห้องพี่บี ทรายก็คงต้องร้อนใจคนเดียว ว่าพี่จำทรายไม่ได้ใช่ไหม แล้ววันนี้...ทรายแค่ต้องการให้พี่บีเห็นว่าทรายรู้สึกยังไง แต่พี่บีกลับ...คุณไม่ชอบผู้หญิงหรือไงบุรี”

    สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้รู้ว่าทรายกำลังโกรธ ความผิดหวังทำให้เธอคลั่ง บุรีเลยตัดสินใจอธิบาย

    “ก่อนทรายจะโกรธ จะเกลียด จะต่อว่าพี่ พี่อยากให้ทรายถามตัวเองก่อนว่าทรายต้องการจากพี่แค่นี้หรือ...

    ถ้าเฉพาะความต้องการ ไม่มีผู้ชายคนไหนรีรอหรอกนะ แต่พี่คิดว่าทรายต้องการมากกว่านี้...มากกว่าการยึดครองผูกพันกันไว้ด้วยอารมณ์ฉาบฉวย ทรายต้องการความรัก ความเข้าใจและความปรารถนาดีด้วย”

    ทรายนิ่ง ไม่ตอบสนอง บุรีต้องเอื้อมมือไปกุม ส่งผ่านความรักและความอบอุ่นจากหัวใจให้

    “พี่มีทั้งหมดนั่นให้ทราย เพียงแต่ความรู้สึกดีงามนั้น ควรมีจุดเริ่มต้นที่มีความปรารถนาจะแบ่งปันความสุขและความทุกข์ ความต้องการจะประคับประคองกันไปในทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่เริ่มจากการเอาชนะ”

    “คุณคงรังเกียจฉันสินะ คุณคงเห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงง่ายๆที่ใช้ร่างกายหลอกล่อผู้ชายเพื่อเอาชนะ”

    บุรีถึงกับผงะเมื่อได้ยินคำพูดประชดประชัน แต่ไม่ทันอ้าปาก ทรายก็ชิงพูดก่อน

    “ฉันไม่เคยทำแบบนี้กับผู้ชายคนไหน แต่ที่ฉันยอมลดศักดิ์ศรี ลืมความอับอายมาอ่อยคุณแบบนี้ เพราะฉันอยากให้คุณเลิกสร้างกำแพงกีดกันฉันออกจากชีวิตคุณสักที ฉันอยากให้คุณ...รักฉัน”

    “ทั้งความรักและความปรารถนาดีพี่บีมีให้น้องทรายเสมอ โดยที่ทรายไม่จำเป็นต้องทำอย่างเมื่อกี้”

    บุรีเปิดประตูห้อง พร้อมกล่าวราตรีสวัสดิ์อย่างสุภาพ ทรายหน้าชา เจ็บปวดเหลือเกินที่ถูกเขาปฏิเสธซึ่งหน้า จนต้องผลุนผลันกลับห้อง ยืนพิงประตูด้วยความรู้สึกอับอายสุดขีด น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้และอ่อนแอไหลพราก...คนอย่างศรุตา ยอมทอดสะพานให้ผู้ชายเป็นครั้งแรก แต่กลับโดนเขาบอกว่าไม่เอา!

    ooooooo

    ลูกศรใช้เวลาล้ำค่ากับคนรักตลอดบ่าย กว่าฌานจะยอมมาส่งท้องฟ้าก็เริ่มมืด หญิงสาวช่างฝันยังเขินอายกับประสบการณ์พิเศษกับคนรัก จนต้องก้มหน้ามองมือตัวเอง ไม่อยากสบสายตาหวานหยดที่เขาเพียรส่งมาให้ตลอดทางกลับบ้าน ฌานยิ้มเอ็นดู ชอบใจนักกับท่าทีไม่ประสาแบบนั้น จนอดเย้าไม่ได้

    “ศรจะก้มหน้าพูดกับพี่อย่างนี้ตลอดไปหรือเปล่า เพราะพี่ไม่อยากก้มมองหน้าศรอย่างนี้”

    ลูกศรหน้าแดงก่ำ แต่ไม่ยอมเงยหน้า ฌานเลยต้องแกล้งบอกว่าปวดหลัง ลูกศรแหย่ว่าเขาคงแก่ ฌานขำ โต้กลับอย่างไม่อายว่าแค่มีแฟนเด็ก ลูกศรยิ้มเขิน ตัดบทขอตัวเข้าบ้าน ฌานเลยทวงให้ลากันก่อน ลูกศรพาซื่อยกมือไหว้ ฌานส่ายหน้าแล้วก้มจูบปากเธอเบาๆ บอกว่าต้องแบบนี้ถึงจะเหมือนแฟนลากัน

    ลูกศรปลื้มมาก แต่ยังเขินอายเป็นกำลังที่ฌานแสดงความรัก เธอขยับตัวจะเข้าบ้าน ฌานรีบท้วงจะไม่ชวนเขาเข้าบ้านไปเจอพ่อแม่หรือ ลูกศรอึกอัก สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกว่าขอเป็นหลังวันพรุ่งนี้

    “ไหนศรบอกว่ายกเลิกงานแต่งงานกับพัชระแล้ว ทำไมพรุ่งนี้ยังต้องจัดงานแต่งต่อไปอีก”

    “เพราะศรต้องการตอบแทนผู้มีพระคุณ ที่ทำให้ศรได้มีความสุขกับคนที่ศรรักแบบนี้ไงคะ”

    ฌานไม่เข้าใจ ลูกศรต้องการจะทดแทนบุญคุณใคร แล้วสุดท้ายเธอจะยอมแต่งงานกับพัชระงั้นหรือ

    “ศรอยากบอกพี่ฌานนะคะ แต่ศรรับปากพี่พัชไว้ พี่ฌานกลับดีๆนะคะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน”

    ลูกศรจะหมุนตัวเข้าบ้าน โดยไม่ลืมจูบลาที่แก้มเขาแผ่วเบา ฌานมองตามยิ้มๆ มีความสุขแต่ไม่วายสงสัยเรื่องที่เธอพูดทิ้งท้าย อยากรู้เหลือเกินว่าจะเกิดอะไรขึ้นแน่ในวันพรุ่งนี้

    ฟากบุรีคิดไม่ตก จะเก็บกระเป๋ากลับเมืองไทยโดยบอกลาทรายดีหรือไม่ สุดท้ายก็ตัดใจไม่บอก แต่ก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลกเมื่อดันไปเจอเธอหน้าลิฟต์ ทรายตะลึงไม่แพ้กัน และไม่ลังเลจะขอตัวดื้อๆโดยอ้างว่าลืมของ ให้เขาลงก่อนได้เลย บุรีอึดอัดใจมาก รีบตามไปปรับความเข้าใจ แล้วก็ต้องถอนใจหนักหน่วง เมื่อเห็นเธอกะเผลกลากข้าวของพะรุงพะรังลงบันไดหนีไฟ เขาตามมายื้อกระเป๋าเธอไว้ แต่เธอพยายามสะบัดออก

    “ทราย...ทำไมไม่ลงลิฟต์ ขาคุณเจ็บ จะเดินลงยังไง อีกตั้งยี่สิบกว่าชั้น ทรายจะทรมานตัวเองทำไม”

    ทรายดื้อจะลงบันไดให้ได้ อยากหนีให้ไกลจากเขา ยังเจ็บและอายกับเรื่องเมื่อคืน บุรีจะลากเธอลงลิฟต์ ทรายขืนตัว ดิ้นและผลักไสเต็มกำลัง ไม่อยากให้มายุ่ง บุรีทนไม่ไหวรวบตัวมากอดแน่น ทรายขัดขืนในช่วงแรก แต่ความอบอุ่นจากเขาก็ทำให้กำแพงแข็งขืนพังทลาย ยอมสงบในอ้อมอกแกร่งเพื่อพักใจ

    ในที่สุดทรายก็ยอมลงลิฟต์ บุรีไม่ให้ถือกระเป๋า มองท่าทีห่างเหินและท่าทางกะเผลกของเธอด้วยความเป็นห่วง

    “ทราย...ถ้าการกระทำหรือคำพูดใดๆของผม ทำให้คุณโกรธหรือไม่พอใจ...ผมขอโทษ”

    ทรายกลั้นน้ำตาทำเข้มแข็งเต็มที่ และพยายามดึงกระเป๋าจากเขา แต่บุรีไม่ปล่อย “ผมยืนยันว่าทั้งหมดเป็นความหวังดี ผมอยากให้ทรายมองโลก มองชีวิตในมุมใหม่ การไขว่คว้าหาสิ่งที่ต้องการเป็นสิ่งดี แต่ควรคำนึงถึงวิธีการด้วย จำเอาไว้...ทุกอย่างที่พี่พูดและทำ เพราะพี่บีคนนี้อยากเห็นทรายเติบโต...งดงาม”

    ทรายตัดใจลากกระเป๋าจากไป พัชระโทร.มาหาพอดี เลยคิดได้ว่ายังมีภารกิจสำคัญรออยู่ ไหนๆชีวิต

    เธอก็พังแล้ว แต่เธอจะไม่ยอมพังคนเดียวแน่...ครอบครัวพรหมาสตร์นารายณ์จะต้องพังไปกับเธอด้วย!

    และแล้ววันสำคัญก็มาถึง พัชระกับแพรยกขบวนขันหมากมาแต่เช้า โดยมีพลพรรคจากบริษัทบุรีมาช่วยอย่างแข็งขัน พัชระพยายามมองหาทราย แพรต้องเตือนไม่ให้กระโตกกระตาก ถ้าไม่อยากให้เสาวนีย์หรือศกไหวตัวทัน

    เวลาเดียวกันในห้องลูกศร...เสาวนีย์ไปดูความพร้อมของลูกสาว ไม่ทันสังเกตท่าทางเหมือนเป็นกังวล เข้าใจเอาเองว่าลูกคงตื่นเต้นและประหม่าจะได้เป็นเจ้าสาว จึงขยับไปโอบกอดและให้กำลังใจ

    “ศรไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะ ตราบใดที่แม่ยังอยู่ ลูกของแม่ต้องมีแต่ความสุข...แม่สัญญา”

    ฟากทรายแอบมองพิธีการต่างๆจากมุมมืด แสยะยิ้มร้ายที่ทุกอย่างเป็นไปตามต้องการ โดยเฉพาะท่าทางอึดอัดของลูกศร ท่าทางกระวนกระวายของพัชระ และท่าทางปลื้มใจของเสาวนีย์กับศก และแล้วเวลาสำคัญก็มาถึง เมื่อพัชระประกาศไม่สวมแหวนแต่งงานให้ลูกศร เพราะเจ้าสาวที่เขาตั้งใจมาขอคือทราย!

    ooooooo

    ทรายยิ้มเยาะ สะใจที่งานแต่งท่ามกลางแขกเหรื่อในแวดวงสังคมล่มไม่เป็นท่า คุณหญิงเพกาแทบเก็บความโกรธไว้ไม่ไหว เมื่อบรรดาแขกกลับไปแล้ว เลยโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

    “พัง...พังทั้งงานแต่ง ทั้งชื่อเสียงวงศ์ตระกูล รู้ถึงไหนอายถึงนั่น พัชระทำแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่ยอมนะคุณแพร”

    “คุณแม่ไม่เกี่ยวครับ เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของผมคนเดียว”

    “แขกเหรื่อรอเต็มงาน ยังไงงานแต่งของพัชระกับลูกศรก็ต้องดำเนินต่อไป”

    “ผมแต่งไม่ได้ครับ ผมไม่ได้รักลูกศร แต่ผมรักทราย”

    เสาวนีย์เจ็บใจมาก หัวอกคนเป็นแม่แทบคลั่งที่ได้ยินแบบนั้น ศกพยายามไกล่เกลี่ย บอกว่าทรายกลับอเมริกาไปแล้ว พัชระโต้ว่าไม่จริง เพราะทรายเพิ่งไปสัมมนาที่ภูเก็ตกับตน เสาวนีย์อ้าปากค้าง ส่วนคุณหญิงเพกาเต้นผาง อาละวาดใหญ่จะเอาเรื่องทรายให้ถึงที่สุด

    ระหว่างที่ทุกคนช่วยกันห้ามคุณหญิงเพกา เสาวนีย์ก็ลุกไปเงียบๆ พร้อมนัยน์ตาแข็งกร้าว ตรงไปบ้านริมคลอง รู้ดีว่าลูกเลี้ยงสาวคู่ปรับต้องอยู่ที่นั่นแน่

    ลูกศรมองหาแม่ไม่เจอก็ใจไม่ดี สังหรณ์ว่าแม่อาจไปหาเรื่องทราย เลยรีบตามติด แล้วก็จริงดังคาด เมื่อเห็นแม่กำลังอาละวาดกับอุทิศ เพราะเข้าใจว่าคนใช้เก่าแก่พยายามปกป้องทราย

    กว่าเสาวนีย์จะสงบและยอมฟังคำอธิบาย ก็เล่นเอาอุทิศแทบหมดแรง ลูกศรไม่รอช้ารีบพูด

    “ความจริงศรรู้อยู่แล้วว่าพี่พัชรักพี่ทราย วันนี้พี่พัชต้องการแต่งกับพี่ทราย”

    เสาวนีย์อึ้ง ไม่อยากเชื่อหูว่าจะมีเรื่องแบบนี้ ตั้งท่าจะวีน ลูกศรเลยพูดดักคอ

    “เรายอมรับความจริงกันเถอะค่ะคุณแม่ ว่าเราแย่งทุกอย่างจากพี่ทรายไปจริงๆ เพราะฉะนั้น...ถ้าพี่ทรายต้องการอะไร ศรก็พร้อมจะชดเชยให้พี่ทราย ไม่ว่าจะเป็นสมบัติ เงินทอง หรือแม้แต่พี่พัช”

    “แต่แม่ไม่ให้ อะไรที่เป็นของเรา ก็ต้องเป็นของเรา จะไม่มีงานพัชระกับนังทราย พัชระต้องแต่งกับศรเท่านั้น”

    ลูกศรสารภาพว่าไม่อยากแต่งงานกับพัชระ เสาวนีย์ไม่ยอม อ้างว่าทำทุกอย่างเพื่อความสุขของลูก

    “คุณแม่ทำเพื่อศร หรือเพื่อตัวคุณแม่กันแน่คะ”

    เสาวนีย์อ้าปากค้าง โกรธจนควบคุมสติไม่อยู่ ตบหน้าลูกสาวฉาดใหญ่ อุทิศถลาไปประคองลูกศรที่ยืนช็อก เสาวนีย์เห็นอาการลูกสาว ความรู้สึกผิดถาโถม ที่ผ่านมาไม่เคยลงไม้ลงมือกับลูกสักครั้ง แต่ถึงกระนั้น เธอก็จะไม่มีวันยอมแพ้ทรายเป็นอันขาด ชะตาชีวิตของลูกศรถูกกำหนดไว้แล้ว และมันต้องดีที่สุด!

    “จำไว้นะ...ศรคือชีวิตของแม่ แม่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่ง หรือทำลายศรเด็ดขาด”

    เสาวนีย์หุนหันจากไปแล้ว อุทิศรีบถามด้วยความเป็นห่วง ลูกศรไม่เป็นอะไรมาก แต่เป็นห่วงทรายมากกว่า ไม่อยากให้เจอแม่ตอนนี้ เกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ อุทิศได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่าย...คุณทรายทำขนาดนี้ ยังจะห่วงเขาอีก

    ooooooo

    เวลาเดียวกันที่บ้านสวน...บุรีถึงกับพูดไม่ออก เมื่อสุนทรีย์บอกว่างานแต่งของพัชระกับลูกศรล่ม เพราะเจ้าบ่าวประกาศกลางงานจะไม่แต่งกับเจ้าสาว แต่จะแต่งกับทราย สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งไม่อยากเชื่อเลยว่าทรายจะกล้าก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ดูท่าคำพูดเตือนสติของเขาจะไม่ได้ผล...แล้วนี่เขาควรจะทำเช่นไร

    ฝ่ายทรายไปดักหน้าเสาวนีย์ระหว่างทางกลับบ้านใหญ่ อยากดูให้เห็นกับตาว่าแม่เลี้ยงคู่ปรับคลั่งขนาดไหน

    “ทุรนทุรายจนอยู่นิ่งไม่ได้เลยเหรอคะคุณเสาวนีย์”

    เสาวนีย์โมโหมาก ปรี่ไปตบหน้าเต็มแรง “แกคิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะชนะฉันได้หรือนังทราย”

    ท่าทางเกรี้ยวกราดของเสาวนีย์ สร้างความสะใจให้แก่ทรายมาก เธอสบตาแม่เลี้ยงนิ่งอย่างคนชนะ

    “ฉันก็ไม่ได้ต้องการชนะคุณ แต่ฉันอยากเห็นคุณเจ็บปวดกับการผิดหวัง การถูกแย่ง ฉันอยากเห็นคุณทรมานกับการสูญเสียคนที่คุณรัก ฉันอยากเห็นคุณกระอักจนไปนอนแดดิ้น ที่ต้องลิ้มรสชาติของการโดนแย่งว่ามันเป็นยังไง”

    เสาวนีย์แทบกรี๊ด ตั้งท่าจะด่าให้หายแค้น แต่ช้ากว่าทรายที่แดกดันต่อ

    “คุณน่าจะขอบคุณฉันที่ปรานีให้แค่ยกเลิกงานแต่ง ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกสาวคุณแต่งงานจนมีลูกแล้วโดนเขี่ยทิ้ง”

    “ฝันหวานไปเถอะ พัชระเป็นของลูกศรก่อน แกไม่มีวันแย่งไปได้หรอกนังทราย”

    ทรายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะใช้คำพูดของเสาวนีย์ตอกกลับ “จำไม่ได้เหรอ คุณเคยสอนว่าผู้ชายจะเลือกใคร มันไม่เกี่ยวว่าใครมาก่อนหรือหลัง แต่อยู่ที่ใครมีค่ามากกว่ากัน ลูกสาวคุณมาก่อน แต่ฉันมีค่ามากกว่า... ผู้ชายถึงเลือกฉัน”

    เสาวนีย์ปรี๊ดแตกจะไปเอาเรื่อง แต่ศกกับลูกศรตามมาขวางไว้ อุทิศตามมาหลังจากนั้น ช่วยกันกับศกลากเสาวนีย์ไปอีกทาง ส่วนลูกศรปราดไปดูแลพี่สาวคนละแม่ด้วยความเป็นห่วง ทรายปรายตามองมาอย่างเย้ยหยัน เข้าใจเอาเองว่าน้องสาวคงเสียใจเรื่องพัชระ เลยรีบตีหน้าเศร้าสวมบทรู้สึกผิด

    “พี่ขอโทษที่วันนี้พี่เป็นต้นเหตุทำให้ศรเสียใจ อับอาย...ทั้งที่พี่บอกพัชระแล้วว่าเรื่องของพี่กับเขามันเป็นไปไม่ได้ แต่เขากลับทำกับน้องสาวพี่อย่างนี้ ต่อไปใครจะพูดยังไง ผู้ชายทิ้งน้องสาวมาเลือกพี่สาว...ยิ่งฟังยิ่งขายหน้า!”

    ลูกศรจับมือทรายแล้วปลอบไม่ให้คิดมาก ทรายชะงัก ผิดคาดเล็กน้อยที่น้องไม่ฟูมฟาย แต่กลับยิ้มบางๆ ยืนยันว่าไม่เป็นไรจริงๆ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ อาจจะเสียใจกว่านี้ที่ถูกทำเหมือนคนไม่มีค่า ทรายงงหนัก ย้อนถามเสียงเครียด ว่าแล้วทำไมตอนนี้ไม่รู้สึกแบบนั้น ลูกศรเลยอธิบายด้วยเหตุผลที่ทำให้ทรายพูดไม่ออก

    “เพราะพี่ทรายสมควรได้ทุกอย่างที่พี่ทรายอยากได้ ศรอยากให้พี่ทรายมีความสุข ชดเชยกับสิ่งที่ศรกับคุณแม่ทำไว้ และอยากให้พี่ทรายหายโกรธเรื่องในอดีตค่ะ”

    คำตอบจริงใจของลูกศรทำให้ทรายอึ้ง ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงกลับตาลปัตรแบบนี้ แถมงงกว่าเดิม เมื่อลูกศรบอกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างทำให้รู้ว่าตัวเองรักใคร ทรายตั้งท่าจะถาม แต่ช้ากว่าฌานที่เพิ่งมาถึงและถือโอกาสตอบแทน

    “หมายความว่าคุณทำให้ผมกับศรรู้ว่าใครคือคนที่เรารัก...และใครรักเราน่ะสิทราย”

    ooooooo

    ท่าทางหยอกเอินของฌานกับลูกศรทำให้ทรายอึ้ง เธอมองคู่เดตหนุ่มที่เคยหลงรักเธอแบบหัวปักหัวปำด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ สุดท้ายเมื่อทนอึดอัดใจไม่ไหว เลยโพล่งออกไปขอคุยด้วยตามลำพัง และไม่รอช้าจะระเบิดอารมณ์เต็มที่ เมื่อน้องสาวคนละแม่กลับเข้าบ้านใหญ่ไปแล้ว

    “นี่คุณล้อฉันเล่นใช่ไหม ทำไมต้องทำแบบนั้น อย่าบอกนะว่าแค่ลูกศรไปนอนกับคุณคืนเดียว คุณต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษรับผิดชอบ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องไปรับผิดชอบผู้หญิงที่คุณเคยนอนเป็นสิบ เป็นร้อยคนด้วย”

    “ศรไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น...เพราะผมรักเขา”

    คำประกาศกร้าวของฌานทำให้ทรายอ้าปากค้าง เมื่อรวบรวมสติได้ ก็รีบโต้ว่าเป็นไปไม่ได้

    “คุณจะให้ฉันเชื่อว่าผู้ชายที่เลือกได้อย่างคุณจะบ้ารักเด็กหน้าโง่นั่นเหรอ คุณบ้าไปแล้วฌาน ขนาดผู้ชายอย่างพัชระยังไม่เอา แล้วคุณเป็นใคร เหนือกว่าพัชระแค่ไหน จะไปรับของเหลือนั่นมา”

    ฌานไม่พอใจมากที่ทรายดูถูกคนรัก “คุณอย่าพูดอย่างนั้นนะทราย การที่พัชระไม่ได้รักลูกศร ไม่ได้หมายความว่าลูกศรจะไม่มีค่าสำหรับใคร คุณสมบัติที่ลูกศรมี อาจไม่สำคัญสำหรับคนอื่น แต่มีค่าและสำคัญสำหรับผม”

    ทรายทนฟังไม่ได้แหวลั่น “หยุดเชิดชูมันให้ฉันฟังสักที ยิ่งฟัง ฉันยิ่งจะอ้วก”

    “ผมคงหยุดชื่นชมความดีของศรไม่ได้หรอก เพราะทุกอย่างมันเป็นความจริง แล้วความดีนั้นก็ทำให้ผมรักเขา”

    “แล้วฉันล่ะฌาน ไหนคุณเคยบอกว่ารักฉัน จะแต่งงานกับฉันคนเดียว”

    ทรายไม่ยอมแพ้ พยายามหาข้ออ้างต่างๆนานา ไม่ให้เขาทิ้งเธอไปง่ายๆแบบนี้ แต่ฌานกลับตอกใส่หน้าไม่ยั้ง

    “ใช่...ผมเคยรู้สึกแบบนั้น จนกระทั่งคุณทิ้งผมในวันเกิดของผม มันทำให้ผมแน่ใจว่าคุณไม่เคยรักผมเลย”

    ทรายชะงักไปอึดใจ แต่ไม่ละความพยายามจะอธิบายว่าทุกอย่างมีเหตุผล แต่ฌานไม่ฟังตัดบท

    “ต้องขอบคุณนะทราย เพราะแผนคุณที่พยายามยัดเยียดลูกศรให้ มันคือการเปิดทางให้ผมรู้ว่าใครรักผมจริง”

    “นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ ที่ฉันเปิดโอกาสให้มันอยู่กับคุณ เพื่อให้นังเด็กนั่นบ้าคลั่งคุณ แล้วคุณก็ทำกับมันเหมือนของกินเล่น เบื่อก็เขี่ยทิ้ง ฉันต้องการให้คุณทำมันเจ็บ ฉันต้องการใช้คุณแก้แค้นมันเท่านั้น ไม่ใช่รักมัน!”

    “สุดท้ายคุณก็ยอมรับ ว่าผมเป็นแค่เครื่องมือที่คุณใช้แก้แค้น ไม่ต่างจากที่คุณทำกับพัชระ”

    น้ำเสียงเยือกเย็นของฌานทำให้ทรายอดตะลึงไม่ได้ เธอตั้งท่าจะอธิบายบางอย่าง แต่ฌานก็โพล่งออกมาก่อน

    “ตลอดเวลาสี่ห้าปีที่คุณผูกมัดผมไว้ ก็เพื่อผลประโยชน์ ไม่ใช่ความรู้สึกเลยใช่ไหม ขอบคุณมากนะทราย ที่ทำให้ผมรู้ว่าคุณไม่ต่างอะไรจากแม่และลิซ่าเลย” ทรายจะจับมือ แต่ฌานไม่ยอม “และขอบคุณคุณ...ที่ทำให้ผมรู้ว่าผมเลือกถูกคน รู้ไว้นะทราย...ผมรักลูกศรมาก รักจนเต็มหัวใจ รักอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน... แม้กระทั่งคุณ”

    ฌานหมุนตัวออกไปแล้ว ทรายผวาตาม สวมกอดเขาจากด้านหลัง ละล่ำละลักบอกรัก ฌานรู้ทันสวนกลับ

    “งั้นพิสูจน์สิทราย พิสูจน์ความรักของคุณ ยุติชีวิตและการแสวงหาชัยชนะเพื่อผม ล้มเลิกความคิดจะครอบครองผู้ชายที่คุณอยากได้ หยุดทุกอย่างตั้งแต่วันนี้ แล้วเก็บของไปอยู่กับผมคืนนี้ เราจะได้แต่งงานกันจริงๆ หลังจากที่คุณหลีกเลี่ยงมาตลอด ทำให้ผมเห็นว่าคุณยอมเสียสละความต้องการของตัวเองเพื่อคนที่คุณรักได้”

    ทรายอึ้ง กำลังคิดคำตอบที่ตัวเองจะเป็นต่อ ฌานยิ้มเยาะ ก่อนจะพูดทิ้งท้าย

    “อย่าฝืนเลยทราย ผมรู้ว่าคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ ไม่มีทางเสียสละให้ใครได้หรอก”

    ฌานผลุนผลันออกไปนานแล้ว แต่ทรายยืนช็อกที่เดิม ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างเธอจะแพ้ไม่เป็นท่าแบบนี้

    ooooooo

    ท่าทางจริงจังของฌานที่มีต่อลูกศรทำให้ทรายหัวเสียมาก โมโหตัวเองที่พลาดท่า ทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตร พัชระผ่านมาเห็นพอดี ปรี่เข้าหาด้วยความดีใจ ถามเสียงระรื่นว่าจะให้แม่มาขอเมื่อไหร่ ทรายกำลังอารมณ์ไม่ดี โพล่งออกไปอย่างไม่ยี่หระ ว่าจะไม่แต่งงานกับเขาเด็ดขาด พัชระผงะ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ฉันไม่เคยบอกรักคุณ ฉันบอกแค่ว่าฉันชอบคุณ... ฉันอยากอยู่กับทุกคนที่ฉันชอบ”

    “คุณจงใจปั่นหัวผมใช่ไหม คุณใช้ความรัก ความจริงใจของผมเป็นเครื่องมือแก้แค้นแม่เลี้ยงคุณใช่ไหม”

    “อย่ามาโทษฉันนะ ถ้าจะโทษ...โทษตัวคุณเองดีกว่าที่หวังสูงเอง”

    คำพูดไม่ไว้หน้าของทรายทำให้พัชระโกรธจัด ความอยากเอาชนะทำให้โพล่งออกไป

    “ผมทำเพื่อคุณขนาดนี้ คุณคิดว่าผมจะยอมเสียคุณไปง่ายๆหรือทราย คุณต้องเป็นของผม!”

    ขาดคำก็รวบเธอมากอด ปล้ำจูบด้วยแรงเสน่หา ตั้งใจจะให้เธอเป็นของเขาให้ได้ ทรายรู้ตัวว่าสู้แรงเขาไม่ได้ เลยตัดสินใจคว้าแจกันข้างมือมาฟาดหัวเขาเต็มแรง พัชระเห็นเลือดตัวเองก็หัวเราะขืนๆ “นี่สินะ...ที่เขาเรียกว่าเลือดโง่ ถ้าเดาไม่ผิด สองวันที่คุณหายไป คุณคงตามไปทอดสะพานให้พี่บุรีสินะ และถ้าเดาไม่ผิด... พี่บุรีไม่เอาคุณ!”

    ทรายชะงักกึก คำพูดแทงใจดำทำให้เจ็บแทบกระอัก พัชระมองมาด้วยแววตาเย้ยหยัน

    “พี่ฌานรักคุณมาก เขายังไม่เอาคุณเลย แล้วนับประสาอะไรกับพี่บุรี คนอย่างเขาไม่มีทางหลงใหลไยดีกับมายาจอมปลอมของคุณ ต่อให้คุณป้อนถึงปาก เขายังคาย”

    ทรายตะลึง ไม่คิดว่าพัชระจะกล้าพูดจาหยาบคายกับเธอถึงเพียงนี้ เธอจะวีนกลับ แต่พัชระไม่ยอมให้โอกาสหลุดลอย ใช้คำพูดของเธอตอกกลับ “อย่ามาโกรธผม ถ้าจะโทษ...โทษตัวคุณเองดีกว่าที่หวังสูงเอง ไม่แปลกใจหรอกที่พี่ฌานจะเลือกศร เพราะศรเป็นนางฟ้า...ส่วนคุณมันนังปีศาจ!”

    ขณะที่ทรายแทบเต้นที่ถูกพัชระพูดใส่หน้า ฌานก็พยายามระงับความโกรธอย่างสุดความสามารถ เมื่อมาเจอลูกศร ก็ปั้นหน้ายิ้มแย้ม ตัดสินใจทำบางอย่าง เริ่มด้วยการถามว่าเธอมั่นใจในตัวเขาไหม

    ลูกศรยิ้มประจบ “ไม่มีสักครั้งที่ศรไม่มั่นใจในตัวพี่ฌาน”

    ฌานชื่นใจมาก สบตาเธอนิ่ง “ถ้ามั่นใจในตัวพี่ ขอให้เชื่อในตัวพี่ ไม่ต้องสนใจอดีตที่ผ่านมา และเพื่อให้ศรรู้ว่าพี่จริงจังกับศรมากกว่าผู้หญิงคนไหน พี่ถึงมาที่นี่ เพื่อมาพบคุณพ่อคุณแม่ของศร”

    ลูกศรอึ้ง ไม่ใช่ไม่อยากให้เขามาสู่ขอ แต่คิดว่ายังไม่ใช่เวลาสมควร เสาวนีย์ยังหัวเสียจากเรื่องที่ทรายก่อไว้ และคงไม่พอใจแน่ ถ้าจู่ๆเธอจะพาผู้ชายคนใหม่ไปเจอ แต่ฌานไม่สนใจ ลากเธอไปเผชิญหน้ากับความจริงจนได้ แถมแสดงความเป็นสุภาพบุรุษเต็มที่ ยืดอกยอมรับว่ากำลังคบกับลูกศร สมาชิกบ้านพรหมาสตร์–นารายณ์อ้าปากค้าง โดยเฉพาะเสาวนีย์แทบจะกลั้นใจตายที่ลูกสาวหาเรื่องมาให้ไม่หยุดหย่อน

    “คุณแม่ฟังศรก่อนนะคะ ความจริงวันนี้ ถึงพี่พัชไม่ปฏิเสธการแต่งงาน ศรก็จะปฏิเสธอยู่แล้ว ศรรักพี่ฌานค่ะ”

    คุณหญิงเพกาจะเป็นลม รับไม่ได้กับเหตุการณ์มากมาย ทั้งคนพี่คนน้อง สลับคู่รักกันให้วุ่นไปหมด ศกก็ช็อกไม่ต่างกัน ไม่เข้าใจว่าฌานซึ่งเป็นคนรักของทราย จะมาชอบพอกับลูกสาวคนเล็กได้ยังไง ฌานรีบอธิบาย

    “ผมกับทรายไม่มีอะไรกันแล้วครับ ความจริง... ความรู้สึกของผมกับทราย มันไม่เคยเกิดเลยด้วยซ้ำ มีแค่ผมที่คิดไปเอง แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและต้องการคือลูกศร”

    ลูกศรสบตาฌานอย่างเขินอาย ที่เขากล้าประกาศความรักและความรู้สึกต่อหน้าพ่อแม่ เสาวนีย์ถอนใจหน่ายๆ ยังไม่เชื่อว่าฌานจะจริงจังและจริงใจกับลูกสาว ฌานต้องยืนกรานเสียงเข้ม

    “ผมรักศรอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน อยากดูแลศร อยากใช้ชีวิตกับศร อยากรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของศร และเพื่อพิสูจน์ว่าผมจริงจังกับศร ผมขออนุญาตพาผู้ใหญ่มาสู่ขอศรได้ไหมครับ”

    ลูกศรตะลึง ไม่คิดว่าคนรักจะใจร้อนขนาดนี้ ศกมีอาการไม่ต่างกัน คงมีแต่เสาวนีย์ที่มองมานิ่งๆ

    “ใครๆก็คิดว่าคุณกับทรายจะแต่งงานกัน คุณเปลี่ยนมาขอลูกศรแบบนี้ แล้วอดีตคู่รักล่ะ เขาไม่เป็นอะไรหรือ”

    คำยืนยันของฌานจะแต่งงานกับลูกศร ทำให้เสาวนีย์สะใจมาก ในที่สุดเวลาของเธอก็มาถึง และเธอก็ไม่รอช้าตามไปเยาะเย้ยทรายถึงบ้านริมคลอง ยิ่งเห็นท่าทางหงุดหงิดของลูกเลี้ยงสาวยิ่งสาแก่ใจ

    “ฉันเชื่อแล้วว่ากรรมเดี๋ยวนี้มันย้อนกลับมาตอบสนองเร็ว”

    ทรายรู้ดีว่าแม่เลี้ยงหมายถึงเรื่องฌาน “อย่าคิดว่าจะแย่งของของฉันไปได้อีก”

    “ก็ไม่รู้สินะ...เธอเพิ่งเตือนว่าฉันเคยสอนไว้ว่าพ่อเธอจะเลือกใคร มันไม่เกี่ยวว่าใครมาก่อนหรือมาหลัง แต่อยู่ที่ว่าใครมีค่ามากกว่ากัน เธอมาก่อน แต่ศรมีค่ามากกว่า ผู้ชายถึงทิ้งเธอมาเลือกศร”

    ทรายกำหมัดแน่น แทบคุมสติตัวเองไม่อยู่ อยากจะพุ่งไปทำร้ายแม่เลี้ยงคู่ปรับนัก แต่ก็ทำได้แค่จ้องหน้าเอาเรื่อง เสาวนีย์สะใจมาก ยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเอ่ยปากไล่ลูกเลี้ยงสาวคู่ปรับเสียงเย็น

    “กลับไปซะศรุตา ที่นี่ไม่มีชัยชนะให้เธอหรอก... เพราะมันเป็นของฉันตั้งนานแล้ว!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:48 น.