ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทรายสีเพลิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"

    ดวงตาพยาบาลสาวในอุปการะของคุณหญิงศิริ พรหมาสตร์นารายณ์ ให้กำเนิดศรุตาหรือทราย วันเดียวกับที่ศก ชายคนรักและลูกชายคนเดียวของคุณหญิงศิริแต่งงานกับเสาวนีย์ หญิงสาวที่คุณหญิงจัดหาให้ ดวงตาคลอดลูกตามลำพัง ไม่มีใครมาดูแล แต่เธอก็ไม่ย่อท้อเพราะเชื่อว่าลูกจะทำให้ศกกลับคืนสู่อ้อมกอดเธอได้ในที่สุด

    ด้านคุณหญิงเพกา...แม่ของเสาวนีย์ สะใจมากที่ลูกสาวจงใจเลือกวันแต่งงานได้ถูกเวลา ที่สำคัญบังเอิญตรงกับวันที่ดวงตา มารหัวใจของลูกสาวคลอดลูกพอดี เสาวนีย์เหยียดยิ้มเย็น ไม่ยี่หระความเป็นไปของดวงตาแม้แต่น้อย เพราะเชื่อว่าศกต้องเลือกเธอซึ่งเป็นเมียแต่ง มากกว่าเมียเก็บอย่างดวงตา

    “แม่กลัวว่าพอมันคลอดลูก มันจะเอาลูกมาดึงคุณศกไป”

    เสาวนีย์เชิดหน้า “แล้วถ้าเสาว์มีลูก แม่คิดว่าคุณศกกับคุณแม่เขาจะเลือกใครล่ะคะ”

    แม้จะบอกแม่แบบนั้น แต่เสาวนีย์ก็อดหวั่นไม่ได้ จึงทำทุกอย่างเพื่อดึงศกไว้ อย่างเช่นวันนี้ ที่เธอจงใจให้เขาไปจดทะเบียนด้วย ดวงตาอุ้มทรายด้วยสีหน้าเศร้าหมอง น้อยใจศกสามีโดยพฤตินัยและพ่อของทรายไม่ได้ ที่ไม่เคยมาเยี่ยมเลยตั้งแต่เธอคลอดและพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล มีเพียงอุทิศคนรับใช้เก่าแก่ของคุณหญิงศิริแวะมา และพยายามปลอบให้ไม่คิดมาก แต่เหมือนจะทำให้ทุกอย่างแย่ลง โดยเฉพาะเมื่อดวงตาได้รู้ว่าศกไปจดทะเบียนกับเสาวนีย์

    “เขาไม่สนใจฉัน ฉันไม่ว่า แต่นี่ลูกเขาทั้งคนนะ ไม่คิดจะมาดูดำดูดีเลยหรือพี่ทิศ”

    “เดี๋ยวคุณศกจดทะเบียนกับคุณเสาว์เสร็จก็มาหาคุณดวงค่ะ”

    คำพูดหลุดปากของอุทิศยิ่งตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเธอ ดวงตาตาเบิกกว้างและโพล่งออกไปด้วยความโกรธจัดว่าเสาวนีย์คือนางมารพรากทุกอย่างไปจากเธอ อุทิศพยายามปลอบและเตือนสติแต่ดวงตาก็ไม่สนใจ

    “มันยังน้อยไป พี่คงไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหมที่เขาจัดงานแต่งในเดือนที่ฉันจะคลอด มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ต้องลากคุณศกไปจดทะเบียนวันนี้ แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องไปฮันนีมูน หาข้ออ้างทุกอย่างจะพรากลูก พรากพ่อ!”

    “อย่าไปคิดอย่างนั้นเลยค่ะคุณดวง คิดไม่ดี ใจเรานั่นแหละที่เป็นทุกข์”

    “แล้วทุกวันนี้ ป้าเห็นฉันมีความสุขเหรอ ตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามา ชีวิตฉันก็มีแต่น้ำตามากกว่ารอยยิ้ม”

    อุทิศสงสาร รู้ดีว่าดวงตาช้ำใจแค่ไหนต้องเป็นเมียเก็บของศก ได้แต่กอดปลอบให้กำลังใจและเปลี่ยนเรื่องถามถึงชื่อของทารกน้อย ดวงตามองลูกสาวด้วยแววตาแสนรัก เอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่นว่าจะให้ลูกชื่อศรุตา

    “ศรุตาแปลว่าผู้มีชื่อเสียง เขามีแม่ที่ชีวิตถูกเหยียบย่ำให้ต้อยต่ำ แต่ชีวิตเขาจะไม่มีใครเอาชนะได้!”

    ooooooo

    หลายปีต่อมา...ศรุตาหรือทรายมีชื่อใหม่เป็นภาษาอังกฤษว่าแซนดี้ เธอเติบโตเป็นสาวสวยจัดพร้อมคุณสมบัติเพียบพร้อม เป็นที่รู้กันในหมู่สังคมชั้นสูงของสหรัฐอเมริกาว่าเก่งรอบด้านและมักได้ทุกอย่างที่ปรารถนา เธอปรากฏตัวในงานประมูลรถหรูและประมูลรถคันดีที่สุดปาดหน้าทุกคนด้วยสนนราคาถึงหนึ่งล้านเหรียญสหรัฐ!

    เวลาเดียวกันที่โรงแรมหรูอีกแห่งในแอลเอ...ฌานหรือชาร์ลส์ หนุ่มหล่อลูกเลี้ยงของนอร์แมน หว่อง เจ้าพ่อธุรกิจโรงแรมระดับโลก เดินไปเดินมาด้วยความกระวน กระวาย แต่ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นจะต้องกล่าวสุนทรพจน์บนเวที แต่เป็นเพราะกำลังใจคนสำคัญยังไม่มา

    อีกฟากของงานเดียวกัน...นอร์แมน หว่อง พ่อเลี้ยงของฌานปรากฏตัวอย่างสง่างาม ท่ามกลางแสงแฟลชจากกล้องของกองทัพนักข่าวที่รุมขอสัมภาษณ์ถึงความสำเร็จของกิจการเขาวันนี้ อลันหลานชายคนโปรดของนอร์แมน เฝ้ามองทุกอย่างจากอีกมุม พร้อมกับลิซ่าแฟนสาว สีหน้าของเขาทำให้เธออดเหน็บไม่ได้ รู้ดีว่าเขาอิจฉาฌานที่สร้างผลงานได้ดีกว่า อลันหัวเสียที่ถูกแฟนสาวดูถูก แถมเอาไปเปรียบกับคู่ปรับที่พ่วงตำแหน่งแฟนเก่าของเธออีกต่างหาก

    อลันโมโหมาก เกือบจะลงไม้ลงมือกับเธออยู่แล้ว แต่นอร์แมนเข้ามาขวางเสียก่อน ปรามเสียงเข้มให้ทั้งสองเลิกเถียงกัน แล้วเข้าไปเตรียมตัวฟังฌานกล่าวสุนทรพจน์ ก่อนที่เขาจะจับออกจากงาน

    ในขณะที่อลันกับลิซ่าทะเลาะกันไม่เลิก ฌานก็ไม่ทำให้นอร์แมนผิดหวัง เขากล่าวสุนทรพจน์ได้ยอดเยี่ยมและยกความดีความชอบทุกอย่างให้พ่อบุญธรรม แต่คนที่ทำให้แขกเหรื่อในงานตะลึง คงเป็นกำลังใจสำคัญของฌานที่เพิ่งมาถึงและเดินเข้างานมาด้วยมาดนางพญา!

    ทรายนั่นเอง หญิงสาวคนสำคัญที่ฌานรอคอย ความสวยงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราว ทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตาได้ไม่ยาก ลิซ่ามองด้วยความหมั่นไส้ บีบมือจนเจ็บด้วยความแค้นใจ อลันรู้ทัน หัวเราะเบาๆ แล้วเยาะ

    “เห็นสายตาฌานไหมลิซ่า เขาไม่ได้มองเธอ แต่ข้ามหัวไปมองคนอื่นที่สวยกว่า”

    ฝ่ายฌานรอจนพิธีการสำคัญเสร็จสิ้น จึงหาโอกาสไปโอบกอดทรายด้วยความคิดถึง เธอรีบขอโทษที่มาสาย เขาไม่โกรธแถมอ้อนเสียงหวานอีกต่างหาก

    “ต่อให้คุณมาตอนงานเลิก ผมก็ไม่มีทางว่า ใครๆ ก็รู้ว่ามิสศรุตา นักออกแบบภายในมือหนึ่งของโลกยุ่งแค่ไหน”

    “มากไปแล้ว ฉันก็แค่นักออกแบบตัวเล็กๆที่ท่านบริหารระดับใหญ่อย่างมิสเตอร์ชาร์ลส์ให้โอกาส”

    ทรายแกล้งถอนสายบัวขำๆขอบคุณที่เขาสนับสนุนและป้อนงานให้เธอตลอด พร้อมกันนั้นก็ถือโอกาสให้ของขวัญสุดหรู คือกุญแจรถที่เธอเพิ่งประมูลได้ ฌานไม่สนรถมากนัก อยากให้เธอตอบตกลงแต่งงานมากกว่า ทรายยิ้มหวาน เฉไฉเปลี่ยนเรื่องชวนเขาไปหาอะไรทาน ฌานไม่ยอม โถมกอดและอ้อนให้เธอคิดเรื่องแต่งงานกับเขาเสียที

    “เมื่อไหร่คุณจะใจอ่อนสักทีแซนดี้ รู้ไหมว่าผมรักคุณจนจะจุกอกตายแล้ว”

    “แต่คุณก็ยังไม่ตาย แปลว่ายังรักฉันไม่มากพอ ไปหาอะไรทานกันเถอะ”

    “อย่าบอกนะว่าที่คุณไม่ยอมตอบตกลงผม เพราะคุณยังคิดถึงรักแรกของคุณอยู่”

    ทรายชะงักแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นขำ ฌานโน้มตัวจะจูบแต่ต้องผละออกด้วยความเสียดาย เมื่อบุรีเพื่อนรักของเขาโทร.มาตามไปพบ ฌานดีใจและตื่นเต้นมาก เพราะเพื่อนรักกับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจจะได้เจอกันสักที

    ทรายมองตามหลังฌานที่เดินออกไปแล้ว ถอนใจโล่งอกที่เขาไม่เซ้าซี้เรื่องรักครั้งแรกของเธอ ทรายคงจะคิดอะไรเพลินอีกหลายยก ถ้าจะไม่ได้ยินเสียงใครเดินมาหาจากด้านหลังเสียก่อน ลิซ่านั่นเองที่มาจ้องหน้าด้วยท่าทางเอาเรื่อง หมั่นไส้อีกฝ่ายมากที่ฌานทั้งรักและหลงจนไม่เห็นหัวแฟนเก่าแบบเธอเลย

    “อย่าคิดนะว่าการที่ชาร์ลส์คุกเข่าขอแต่งงาน จะแปลว่าเขารักเธอจริงๆ ฉันจะบอกให้ด้วยความหวังดีในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน ชาร์ลส์ก็แค่ผู้ชายขี้เหงา เขาคบผู้หญิงไปเรื่อยแก้เหงาเท่านั้น ไม่เคยรักใครจริงหรอก นอกจากฉันคนเดียว เธอไม่มีวันชนะใจเขาได้หรอก”

    ทรายยักไหล่ด้วยความเบื่อหน่าย ตั้งท่าจะหมุนตัวจากไป ลิซ่าปรี่มาขวางไม่ยอมจบ ทรายเลยแกล้งอุทานว่าเงินพร้อมชี้ไปอีกทาง ลิซ่าเผลอหันขวับไปมองแล้วหน้าเจื่อนเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก ทรายยิ้มเยาะ

    “ชาร์ลส์พูดไว้ไม่มีผิดจริงๆว่าเธอชอบมองหาแต่เงิน!”

    ooooooo

    เสียงกรีดร้องของลิซ่าไม่ทำให้ทรายสะทก สะท้าน สาแก่ใจอีกต่างหากที่ทำให้คู่ปรับสาวถูกกำราบเสียบ้าง นักออกแบบสาวคนดังเดินออกจากโรงแรมหรูด้วยมาดนางพญา เรียกความสนใจจากหนุ่มต่างชาติน้อยใหญ่ให้หันมองตามจนเหลียวหลัง ทรายปรายตามองยิ้มๆยิ่งคิดถึงคำพูดของลิซ่าก็ยิ่งขำ

    “เขาคบผู้หญิงไปเรื่อยเพื่อแก้เหงาเท่านั้น ไม่เคยรักใครจริงหรอก เธอไม่มีวันชนะใจเขาได้หรอก”

    ทรายเหยียดยิ้มเย็นแล้วคิดถึงอดีตตัวเองเมื่อสิบกว่าปีก่อน สมัยเธอยังอาศัยในบ้านใหญ่ของคุณหญิง ศิริ อุทิศชื่นชมที่เธอเรียนดีและเล่นกีฬาเก่งจนเป็นแชมป์ ไม่เหมือนศรวณีย์หรือลูกศร น้องสาวต่างมารดา ลูกสาวคนเดียวของเสาวนีย์กับศก ที่อ่อนแอ ขี้โรคและเรียนหนังสือไม่เก่ง ทรายเบ้หน้า อดเหน็บน้องไม่ได้ว่าดีแต่เล่นตุ๊กตาอยู่บ้าน อุทิศเลยบอกให้แบ่งรางวัลให้ลูกศรบ้าง แต่ทรายปฏิเสธทันควัน

    “ทรายไม่ให้หรอก รางวัลพวกนี้ ทรายจะสะสม!”

    เส้นทางการสะสมรางวัลของทรายยังดำเนินต่อไป และยิ่งเต็มไปด้วยความสดใสเมื่อดวงตาแต่งงานใหม่และพาเธอย้ายมาอยู่กับดอน ดาลตัน พ่อเลี้ยงชาวอเมริกันในอีกหลายปีต่อมา ดวงตายกมือไหว้ขอบคุณดอนที่ทำให้เธอกับลูกมีชีวิตใหม่ ไม่ต้องจมปลักกับอดีตอันปวดร้าวที่เมืองไทย

    “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ คุณจำไม่ได้เหรอว่าตอนผมรถคว่ำที่เมืองไทย ผมหมดหวังว่าตาผมจะมองเห็น แต่ผมได้คุณกับแซนดี้คอยดูแลและเป็นกำลังใจ ไม่เคยทิ้งผม ผมก็แค่พ่อม่ายบ้างาน ไม่เคยมีเพื่อนแท้ นอกจากเพื่อนที่หวังแต่ผลประโยชน์ คุณกับแซนดี้เข้ามาทำให้ผมเห็นความสดใสของโลกอีกครั้ง”

    ดวงตายิ้มรับ แต่ยังกังวลว่าทรายจะมีปัญหาเรื่องปรับตัว ดอนมองลูกเลี้ยงสาวคนใหม่อย่างท้าทายและทรายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะปรับตัวได้ดีและสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกาได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ดวงตาปลื้มใจมากแต่ยังไม่เชื่อว่าลูกสาวจะเรียนได้ตลอด รอดฝั่ง ทรายตั้งใจพิสูจน์ให้แม่เห็น จึงเรียนจบภายในระยะเวลาที่กำหนด ดอนภูมิใจมาก ถึงกับนำใบปริญญาของลูกเลี้ยงสาวไปติดกำแพงบ้านต่อหน้าภรรยา

    “คุณเห็นหรือยังว่าสำหรับแซนดี้ ไม่มีคำว่าทำไม่ได้”

    “ไม่จริงหรอกค่ะดอน ทรายก็แค่คนธรรมดา ไม่มีอะไรที่ทรายจะทำไปได้ทุกอย่าง”

    หลังเรียนจบ ทรายดูแลตัวเองได้ดีและไม่เคยก่อปัญหาอะไรให้แม่กับพ่อเลี้ยง จะมีก็เรื่องรักๆ ใคร่ๆที่มีหนุ่มมากหน้าหลายตาวนเวียนเข้ามาจนดวงตาเหนื่อยหน่าย พอถามมากก็ออกอาการงอนว่าเธอไม่อยากเลี้ยงลูกสาวคนเดียว

    “ทรายก็รู้ว่าแม่ไม่เคยคิดแบบนั้น ที่แม่อยากเห็นทรายคบใครเพราะห่วงว่าอดีตของแม่จะทำให้ทรายปิดตัวเอง”

    “ทรายไม่ได้ปิดตัวเองสักหน่อย ที่ทรายไม่มีปัญหาปรึกษาแม่ เพราะลูกสาวแม่ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ทรายไม่เคยยอมเป็นรองใคร ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้ใคร และทุกครั้งทรายก็เป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ได้ตลอด!”

    ทรายดึงตัวเองจากอดีต ยิ้มให้กับชัยชนะของตัวเองที่ได้มาตลอด เรื่องของฌานก็เช่นกัน ไม่ใช่ว่าเธอไม่รักหรือผูกพันกับเขา แต่คิดว่าควรรักษาระยะห่างให้เขาอยู่ในที่ที่เธอต้องการมากกว่า...จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง!

    ฟากฌานทำหน้าเซ็งเมื่อได้รับข้อความจากทรายว่ามีธุระด่วน บุรีหรือบีสถาปนิกหนุ่มรูปงาม เพื่อนสนิทของเขามองมาด้วยแววตาขำๆ ดูท่าเพื่อนรักจะอาการหนัก ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ฌานไม่ตลกด้วย อยากให้เพื่อนเจอทราย หญิงสาวที่เป็นเจ้าของหัวใจเขามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา รับรองว่าบุรีต้องตกหลุมรักด้วยแน่

    บุรีส่ายหน้ายิ้มๆ “ฉันไม่มีวันชอบผู้หญิงคนเดียวกับนายหรอก”

    “สเปกฉันกับนายคนละแบบ ที่จริงฉันไม่เคยรู้ว่าสเปกนายเป็นแบบไหน เพราะนายไม่เคยมีแฟนสักคน”

    บุรีไม่เดือดร้อนใจกับถ้อยคำของเพื่อนรัก เชื่อว่าความรักของตัวเองคงเดินทางมาถึงในไม่ช้า เสียเวลาเปล่าจะไขว่คว้าให้เปลืองแรง ฌานกำลังตกในห้วงรัก บอกว่าพร้อมจะหยุดทุกอย่างเพื่อทราย บุรีเห็นเพื่อนเคลิ้มตาลอย ก็อดแหย่ไม่ได้ ว่าไม่เคยเห็นฌานมีสีหน้าแบบนี้ แม้แต่ตอนที่คบกับลิซ่า

    “แน่นอนอยู่แล้ว ไม่มีผู้ชายคนไหนอยู่กับแซนดี้แล้วจะไม่มีความสุข”

    บุรีขำท่าทางเหมือนคนละเมอของเพื่อนรัก ดูท่าคงจะหยุดที่ผู้หญิงคนนี้จริงๆ ฌานยิ้มยืนยัน

    “ถ้าไม่จริง ฉันคงไม่พยายามให้นายเจอกับเขาอย่างนี้หรอก นอกจากนายจะเป็นเพื่อนที่ฉันรัก นายยังเป็นเหมือนพี่ชายของฉัน ถ้าฉันรักใคร ก็อยากให้นายรู้จักและรักเขาด้วย ไม่ใช่ไปปั้นหน้ายักษ์ใส่”

    บุรีเถียงว่าไม่เคยปั้นหน้ายักษ์ใส่ใคร ฌานยืนกราน แม้แต่ลิซ่าก็เคยบอกตอนที่ยังคบกัน

    “หน้าตาเราจะเป็นยังไง มันอยู่ที่จิตใจของคนนั้น ถ้าเขาคิดดี ต่อให้เราทำหน้างอ เขาก็ไม่คิดอะไร แต่คนที่มีชนักปักหลัง ต่อให้เรายิ้ม เขาก็หาว่าเราแยกเขี้ยว เอาเถอะ ถ้าผู้หญิงที่นายรัก เขารักนายจริง รับรองฉันไม่มีปัญหา”

    “แปลว่าถ้าเขาไม่รักฉัน เขาก็ต้องมีปัญหากับนาย นี่นายคิดกับฉันมากกว่าเพื่อนหรือเปล่าเนี่ย”

    “ไอ้บ้า...ฉันไม่เคยมีปัญหากับใคร ฉันแค่ทำทุกอย่างไปตามความถูกต้อง”

    “คำก็ถูกต้อง สองคำก็ถูกต้อง ฉันถามจริงๆ วันหนึ่งถ้านายรักใครแล้วเขาทำอะไรไม่ถูก นายจะยังรัก เขาไหม”

    บุรีชะงัก ตอบไม่ถูกเหมือนกัน เพราะถ้ารักแล้วต้องทำร้าย ชีวิตเขาก็คงเหมือนตายทั้งเป็น!

    ooooooo

    ธุระของทรายก็คือการไปเจอแม่ที่ร้านอาหารหรูกลางแอลเอ ดวงตานั่งรออยู่แล้วด้วยท่าทีนิ่งสงบ ทรายยิ้มร่าเดินไปหา สองแม่ลูกกอดกันแน่นด้วยความคิดถึงเพราะไม่ได้พบกันนาน ทรายอดปลื้มไม่ได้ แม่ไม่เคยมาสายหรือปล่อยให้เธอรอสักครั้ง ตั้งแต่เหตุการณ์เลวร้ายในวัยเด็กที่ทำให้เธอฝังใจมาจนวันนี้

    ทรายปัดเรื่องอดีตทิ้งแล้วถามถึงดอน ดวงตาบอกว่าพ่อเลี้ยงของเธอสบายดี แต่ที่นัดมาวันนี้ ก็เพื่อบอกข่าวร้ายจากเมืองไทย ว่าคุณหญิงศิริถึงแก่กรรมและทิ้งมรดกไว้ให้!

    ภาพในอดีตแวบมาในหัวอีกครั้ง ตอนดวงตาพาเธอในวัยสี่ขวบไปพบคุณย่า คุณหญิงศิริปรายตามองพยาบาลสาวในอุปการะและลูกสาวด้วยสายตาชิงชัง แม้ทรายจะได้ชื่อว่าเป็นหลานคนโต แต่ก็เป็นหลานที่เธอไม่ต้องการ

    “ฉันบอกแล้วไงว่ามีอะไรก็ฝากนังทิศมา พักนี้หนูเสาว์ท้องแก่แล้วหงุดหงิด หล่อนกับลูกหลบหน้าได้ก็หลบไป”

    “หนูขอโทษค่ะ หนูแค่มาขอความกรุณานายแม่ ช่วยไปรับทรายสักครั้งได้ไหมคะ คือวันนี้ดวงติดเข้าเวรบ่าย”

    คุณหญิงศิริยิ้มเยาะ เข้าใจว่าพยาบาลสาวอยากมีรถสวยคันโตไปรับลูกสาวอวดคนที่โรงเรียน ดวงตาสะกดอารมณ์เต็มความสามารถ ยืนยันเสียงอ่อนว่าต้องเข้าเวรและอยากให้ช่วยไปรับลูกสาวแทน คุณหญิงศิริมองมาข่มๆ

    “อย่าทำเป็นผยองให้มากนักดวงตา อย่าให้ความกรุณาของฉันเปลี่ยนเป็นความหมั่นไส้มากไปกว่านี้ เอาล่ะ ...เรื่องยายทราย ฉันจะให้นายเติมไปรับ ไงยายทราย จ้องฉันเขม็ง ไม่คิดจะขอบคุณฉันสักคำเหรอ”

    สีหน้าคุณหญิงศิริยังติดในใจทรายจนวันนี้ ท่าทางสำรวมของเธอไม่ทำให้ผู้เป็นย่าปลื้มหรือเอ็นดู และเหตุการณ์วันนั้นก็จบลงด้วยน้ำตาและเสียงกรีดร้อง เมื่อไม่มีใครโผล่ไปรับเธอที่โรงเรียนแม้แต่คนเดียว!

    อิ่มจิตครูประจำชั้นของทรายพยายามจะเอาอาหารเย็นให้ แต่เด็กหญิงก็ปัดทิ้งอย่างไม่ไยดี นารีครูใหญ่ประจำโรงเรียนออกมาดู แปลกใจมากที่นักเรียนดีเด่นอย่างทรายจะคลั่งขนาดนี้ แต่ถึงกระนั้นก็เข้าใจอารมณ์เด็กหญิงดีว่าคงมีปัญหาเก็บกดในครอบครัว เลยทำให้สติแตก ดวงตาขับรถมารับลูกสาวไม่นานหลังจากนั้น ทรายถลาเข้าหา กอดรัดแน่นราวกับกลัวว่าแม่จะหายไปจริงๆ

    “แม่จ๋า แม่หายไปไหนมา ทำไมไม่มารับทราย ลุงเติมก็ไม่มา คุณย่าก็ไม่มา ทุกคนลืมทรายหมดแล้ว”

    “ไม่มีใครลืมทรายหรอกลูก แม่ขอโทษ แม่ผิดเองที่ไว้ใจคนอื่น แม่สัญญาว่าต่อไปทรายจะไม่ต้องรอแม่อีก”

    ทรายดึงตัวเองจากอดีต ดวงตาเอื้อมไปลูบแก้มลูกสาวด้วยความรักและขออโหสิกรรมให้คุณหญิงศิริ แต่ทรายไม่รับปาก แถมย้อนถามอีกต่างหากว่าผู้เป็นย่าตายทรมานมากหรือไม่ ดวงตาตกใจ ปรามลูกสาวให้พูดถึงย่าดีๆ เพราะถึงจะโกรธเกลียดกันแค่ไหน คุณหญิงศิริคงรู้สึกผิดไม่น้อย ถึงให้ทนายความติดต่อเพื่อไปฟังพินัยกรรม ทรายเบ้หน้า ไม่อยากเชื่อว่าผู้เป็นย่าจะสำนึก จึงตัดสินใจจะไปเมืองไทยเพื่อพิสูจน์ความจริงเรื่องนั้นเอง

    ดวงตาไม่อยากให้ลูกสาวไปเมืองไทย อยากให้ทุกอย่างจบแล้วจบเลย ไม่รื้อฟื้นให้วุ่นวายอีก รวมทั้งสมบัติพัสถานอะไรก็ตามที่คุณหญิงศิริจะยกให้ เธอก็ตั้งใจจะคืนให้ทุกอย่าง แต่ทรายไม่คิดเช่นนั้น เพราะคิดว่าคนอื่นๆคงไม่อโหสิกรรมให้เธอแน่ โดยเฉพาะแม่เลี้ยงขี้อิจฉาอย่างเสาวนีย์!

    ความคิดของทรายดิ่งสู่อดีตอีกครั้ง ตอนเธอตั้งใจเชิญศกไปงานวันพ่อที่โรงเรียน เสาวนีย์เป็นคนมารับหน้า กันท่าทุกทางไม่ให้เจอพ่อ แต่ก็ยอมรับปากบอกให้ แต่วันงานเธอกลับต้องรอเก้อ เมื่อศกไม่รู้เรื่องอะไรและไปงานวันพ่อที่โรงเรียนลูกศรแทน ทรายโกรธมาก บุกไปเอาเรื่องแม่เลี้ยงถึงบ้านใหญ่ในเย็นวันเดียวกัน เสาวนีย์แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่เมื่อถูกลูกเลี้ยงสาวโวยวายใส่หนักเข้า ก็เหยียดยิ้มแล้วเยาะ

    “ฉันจะสอนให้นะ พ่อเธอจะเลือกใคร มันไม่เกี่ยวว่าใครมาก่อนหรือหลัง แต่มันอยู่ที่ว่าใครมีค่ามากกว่ากัน ถ้าเธอไม่เข้าใจที่ฉันพูด ก็ไปถามแม่เธอดูสิ แม่เธอน่าจะรู้ความหมายดี”

    คำพูดเย้ยหยันของเสาวนีย์วนเวียนในหัว ทรายเปิดไอแพดดูข่าวออกงานสังคมของแม่เลี้ยงกับพ่อแท้ๆ ด้วยแววตานิ่งสงบ แต่ในใจเดือดพล่านด้วยความแค้นใจ... แม่อาจจะจบเมื่อออกจากบ้านนั้น แต่ไม่ใช่สำหรับทราย!

    ooooooo

    ภาพศกกับเสาวนีย์บนไอแพด ทำให้ทรายตัดสินใจจะกลับเมืองไทยไปฟังพินัยกรรมของคุณหญิงศิริ แต่ไม่ทันได้บอกเรื่องนี้กับใคร ฌานก็ โทร.มาหา พร้อมกับรายงานตัวว่าจะบินไปทำงานที่เมืองไทยระยะหนึ่งเขายังไม่ละความพยายามจะให้เธอเจอบุรี แต่ทรายปฏิเสธเพราะมีบางอย่างต้องทำ

    ฌานร่ำร้องให้เธอสัญญาจะรอและมีเขาเป็นชายคนเดียวในดวงใจ แต่ทรายก็เล่นตัวไม่รับปาก

    “อย่าพูดอย่างนั้นสิแซนดี้ รู้ไหมว่ามันทำให้หัวใจดวงน้อยๆของผมเจ็บ ถ้าเลือกได้ ผมไม่อยากไปไหนเลย”

    “คุณไม่มีทางรู้หรอกที่รัก บางทีคุณคิดว่าคุณไกลฉัน บางทีฉันอาจอยู่ใกล้คุณก็ได้”

    ฌานไม่เข้าใจ ทรายเลยเฉลยว่าอาจจะไปเมืองไทยในอีกไม่กี่วัน ฌานดีใจมาก รบเร้าให้โทร.หาเมื่อไปถึง ทรายรับปากและขอวางสาย นัยน์ตามองไปไกลทะลุหน้าต่างห้อง ความคิดดิ่งสู่อดีตอีกครั้ง ตอนที่ได้ยินพ่อกับย่าพูดถึงแม่เป็นครั้งแรกว่าเป็นลูกสาวชาวสวน คุณหญิงศิริขอมาเลี้ยงไว้เป็นพยาบาลส่วนตัวยามแก่ แต่ดันจับพลัดจับผลูได้เป็นเมียเก็บของลูกชายคนเดียว จนได้ลูกสาวอย่างทรายมาหนึ่งคน

    “ดวงตามันเลี้ยงไม่เชื่อง มันเป็นคนทะเยอทะยาน ถ้ามันไม่รักไม่หวังในตัวลูกล่ะก็ มันคงไม่อยู่ให้แม่ใช้จนป่านนี้หรอก แม่ถึงบอกให้...ร้อยมันไว้ใช้เถอะลูก ไม่เสียหายอะไรหรอก”

    เสียงหัวเราะเย้ยหยันของคุณหญิงศิริทำให้ทรายตัดสินใจได้จะกลับเมืองไทย ไม่ว่าแม่จะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ดวงตาโมโหมากเมื่อทราบเรื่องทุกอย่าง พยายามรั้งและเตือนสติลูกสาวอีกครั้งไม่ให้จองเวร แต่ทรายก็ไม่สนใจ

    “คุณย่าอุตส่าห์รู้สึกผิด ยกสมบัติไถ่โทษให้เรา ถ้าเราไม่รับไว้ แม่ไม่กลัวคุณย่าตายตาไม่หลับหรือคะ”

    “ทรายมีจุดประสงค์มากกว่านั้นแม่รู้ แม่ไม่อยากให้ทรายทำอย่างที่คิด”

    “แม่คิดมากจัง คนอย่างทรายจะไปคิดทำอะไรใครเขาได้ แม่จำไม่ได้หรือคะ ว่าแม่บอกทรายเสมอว่าเราสองคนไม่ต่างจากกรวดหินดินทรายในบ้านเขา แม่ถึงตั้งชื่อทรายว่าทรายเพื่อเตือนใจเราไงคะ”

    ดวงตาชะงัก รู้สึกผิดไม่น้อยที่มีส่วนปลูกฝังลูกให้จำแต่เรื่องไม่ดี เธอขอให้ลูกลืมอดีตแต่ดูจะไม่ค่อยได้ผล

    “จะให้ทรายลืมยังไงคะแม่ ในเมื่อเลือดครึ่งหนึ่งในตัวทราย ทำให้ทรายเป็นลูกของพ่อ เป็นหลานของ คุณย่าอีกคนหนึ่ง ถึงแม้ตอนนี้ทรายจะใช้นามสกุลดาลตัน แต่มันก็ลบล้างความเป็นพรหมาสตร์นารายณ์ในตัวทรายไม่ได้”

    ดวงตาจนปัญญา ยอมให้ลูกกลับไปกราบศพย่า แต่ปฏิเสธจะให้อยู่ฟังพินัยกรรม ทรายยืนกรานจะรอให้ได้ ดวงตาตัดบท ไม่อยากให้ทำแบบนั้นเพราะมีชีวิตใหม่ที่นี่แล้ว ทรายยิ้มเย็นแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

    “มีสิคะ ยังมีสิ่งที่เขาเอาของเราไป ทรายจะกลับไปเอาสิ่งที่ควรเป็นของเราคืน!”

    ระหว่างที่ทรายมุ่งมั่นจะมาทวงคืนสิทธิ์อันชอบธรรม ของตน เสาวนีย์ก็โวยวายใส่หน้าศกให้ขายที่ดินข้างบ้านริมน้ำซึ่งคุณหญิงศิริตั้งใจมอบให้ดวงตากับทรายตามพินัยกรรม สถานะทางการเงินของครอบครัวที่ง่อนแง่นตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้เสาวนีย์เครียดจัด ยิ่งสามีจัดงานศพแม่อย่างใหญ่โต แต่แทบไม่ได้เงินช่วยทำศพก็ยิ่งหงุดหงิด

    “นี่คุณเสาว์...ผมไม่ได้จัดงานศพคุณแม่เพื่อเรี่ยไรหาเงินนะ ผมต้องการรักษาเกียรติคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย”

    “ถ้าเรามีเงินเหลือกินเหลือใช้เหมือนเมื่อก่อน ฉันจะไม่ว่าสักคำ แต่ทุกวันนี้บ้านเรามีแต่รายจ่ายกับรายจ่าย แค่เงินเดือนตำแหน่งหัวหน้ากองที่ถูกดองมาเกือบสิบปี ก็ไม่พอจ่ายเงินเดือนคนใช้ด้วยซ้ำ”

    ศกหน้าชา ไม่พอใจมากที่ถูกภรรยาหยาม โต้ว่าทำตัวสอพลอไม่เป็น เสาวนีย์ตอกกลับทันที

    “โน่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่ทำ สุดท้ายฉันก็ต้องหาทางแก้ปัญหา ฉันจะไม่ไหวแล้ว คุณต้องขายที่ดินข้างคลองนั่น”

    “ผมบอกแล้วไงว่าคุณแม่ไม่ให้ขาย ที่ตรงนั้นมันตัดผ่านทางเข้าออกบ้านริมน้ำ ถ้าเราตัดขายที่ริมคลองไป บ้านริมน้ำจะกลายเป็นที่ดินตาบอด ถ้าทรายกับดวงตากลับมา เขาจะอยู่ยังไง”

    เสาวนีย์ปรี๊ดแตกเมื่อศกยืนกรานไม่ขาย ตัดพ้อต่อว่าที่เขาเห็นแก่ลูกเมียเก็บยิ่งกว่าเธอกับลูกศร ศกแย้งว่าต้องทำตามพินัยกรรมแม่ หากดวงตากับทรายกลับมาจริงๆจะเป็นเรื่อง เสาวนีย์ไม่สนและตัดสินใจโทร.หาทนายความประจำครอบครัวให้หาทางช่วยเรื่องนี้...ทำยังไงก็ได้ ให้สองแม่ลูกนั่นกลับมาไม่ได้!

    ooooooo

    ทรายเดินทางมาเมืองไทยตามลำพังไม่กี่วันหลังจากทราบเรื่องจากดวงตา นักออกแบบสาวสวยตรงไปวัดทันที และพยายามกวาดตามองรอบๆ เพื่อสังเกตการณ์และรื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว

    ศกกับเสาวนีย์มาถึงพร้อมลูกศรและพัชระ คู่หมั้นหนุ่มรูปหล่อ ทรายมองตามด้วยแววตาครุ่นคิดคลับคล้าย คลับคลาหน้าน้องสาวแต่ไม่แน่ใจ หลังจากปล่อยให้พิธีล่วงเลยไปพักใหญ่ ทรายจึงเดินขึ้นเมรุเพื่อวางดอกไม้จันทน์

    “คุณย่าคะ...หลานที่คุณย่าตีค่าเหมือนกรวดทรายอยู่ตรงนี้แล้ว คุณย่าจำได้ไหมคะ ทรายไม่เคยลืมชีวิตที่บ้านคุณย่าเลย ปมหลายปมถูกผูกไว้ยังไม่คลี่คลาย แต่ที่แน่นอน ตอนนี้คุณย่าสนับสนุนหรือขัดขวางใครไม่ได้อีกแล้วค่ะ”

    ทรายยิ้มเย็น สะใจมากกว่าเสียใจที่คุณหญิงศิริต้องมาตายท่ามกลางบรรยากาศงานที่แสนเงียบเหงา ไร้ญาติขาดมิตรเช่นนี้ นักออกแบบสาวตั้งท่าจะวางดอกไม้จันทน์ แต่ได้ยินเสียงทุ้มอ่อนโยนดังขึ้นจากเบื้องหลังเสียก่อน

    “มาไม่ทันใช่ไหมครับ ผมจะบอกว่าเอาดอกไม้ จันทน์วางหน้าเตาก็ได้ครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาจัดการเอง”

    บุรีนั่นเองที่มาพูดด้วย ทรายรู้สึกคุ้นหน้าเขาอย่างประหลาด แต่ไม่อยากคิดมากให้เวียนหัว เลยเดินไปวางดอกไม้บนโต๊ะเหมือนเดิม บุรีอดแปลกใจไม่ได้ แต่ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากเพราะสาวสวยท่าทางดีคนนั้นเดินลงจากเมรุไปแล้ว

    จังหวะเดียวกัน...ฌานเดินสวนเข้ามาจากอีกมุม เขาถือโอกาสพาเพื่อนไปกราบพระอาจารย์และถวายของทำบุญ ฌานรู้สึกดีมากและคงอยู่คุยกับเพื่อนรักอีกนานถ้าทรายจะไม่โทร.มาตามตัวเขาไปพบเสียก่อน

    แท้ที่จริงทรายแอบมองสองหนุ่มตลอดจากอีกมุมของวัด อดสงสัยไม่ได้ว่าชายหนุ่มหน้าตาท่าทางดี เพื่อนสนิทของฌานเป็นใคร เลยตัดสินใจโทร.หาและตามหนุ่มคู่เดตมาพบ

    ฌานโถมตัวเข้าหาเธอทันทีที่พบหน้า พยายามขอร้องและอ้อนวอนขอให้เธอแต่งงานด้วยอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่ใจอ่อนสักที

    ท่าทีอิดออดของเธอทำให้เขาหงุดหงิด “ผมขอคุณแต่งงานกี่ร้อยครั้งแล้ว คุณจะให้ผมบ้าเหรอทราย คุณเป็นอะไร คุณมีใคร ทำไมคุณถึงไม่ยอมแต่งกับผมสักที ไม่รักผมเหรอทราย ถ้าไม่รักทำไมคุณถึงยอมให้ผม...”

    ทรายยกมือปิดปากเขาทันที “ฌาน...คุณเป็นเพื่อนที่รู้ใจฉันมากที่สุด ฉันไม่อยากได้สามีมาแทนเพื่อนคนนี้”

    ฌานตั้งท่าจะสวนแต่เธอไม่ยอม รีบดักคอ “หยุดเลยนะฌาน เพราะคุณอกหักจากยายสิงคโปร์นั่น ฉันสงสารคุณ ไม่งั้นคุณอาจจะฆ่าตัวตาย ฉันไม่รู้คุณไปหลงรักยายลิซ่านั่นได้ยังไง ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน ผู้หญิงสวยๆมีเต็มอเมริกา แล้วเขาก็ไปคบกับใครที่ไหน...ก็กับญาติคุณเอง”

    ทรายก้าวไปนั่งบนโซฟาด้วยท่าทีนิ่งสงบ พร้อมเอ่ยปากพูดเรื่องในอดีต ถึงสาเหตุที่ยอมเอาตัวมาพัวพันกับเขา ว่าแค่ต้องการปลอบเพื่อนให้คลายเศร้าจากการอกหัก ฌานรับฟังด้วยสีหน้าเซ็งจัด โบกมือให้หยุดและชวนเธอไปทานข้าวข้างนอก ทรายลืมตัวย้อนว่าที่งานศพเขาไม่เลี้ยงข้าวหรือ ฌานอึ้งไปเล็กน้อย ซักใหญ่ว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขาเพิ่งมาจากงานศพ ทรายเลยอธิบายทุกอย่างให้ฟัง เขาจึงถึงบางอ้อว่าเธอเดินทางมาเมืองไทยทำไม

    ooooooo

    ความจริงจากปากทรายที่ว่าเธอเป็นพี่สาวลูกศร ทำให้ฌานอดแสดงความเสียใจด้วยไม่ได้ ทรายแกล้งแหย่ว่าเขาแสดงท่าทีรุ่มร่ามแบบนี้กับน้องสาวเธอหรือเปล่า ฌานส่ายหน้ายืนยันเสียงเข้ม

    “ผมไม่เคยเจอน้องสาวคุณเลย รู้แต่ว่าเป็นคู่หมั้นพัชระรุ่นน้องผม คนที่คุณเห็นรูปในห้องที่แอลเอนั่นแหละ”

    ทรายนิ่งฟังเก็บข้อมูล พอดีกับที่ฌานเลี่ยงไปคุยมือถือกับพ่อเลี้ยง เลยถือโอกาสไปเดินรับลมที่ระเบียงของร้านอาหารหรู เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง เลยเอ่ยทักและเรียกเขาว่าชาร์ลส์เหมือนที่ชอบ ฌานไม่ชอบและย้ำให้เธอเรียกเขาว่าด้วยชื่อไทยดีกว่า เหมือนที่เขาตั้งใจจะเรียกเธอว่าทรายตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ไม่ใช่แซนดี้เหมือนเคย

    ทรายยักไหล่แล้วโต้กลับแบบไม่จริงจังนัก “ไม่ต้องย้ำมาก ฉันรู้ดี แซนดี้คือชีวิตที่โน่น ทรายคือชีวิตฉันที่นี่...ชีวิตที่ฉันไม่เคยลืม เพราะมันมีเรื่องราวมากมายผูกและพันฉันเอาไว้”

    “เหมือนผม ชาร์ลส์เป็นชื่อลูกจ้างซื่อสัตย์ของป๋า ส่วนฌานเป็นชื่อเด็กผู้ชายกำพร้าพ่อ โหยหาความรัก...ผู้ชายคนนั้นน่าสงสารนะ ว้าเหว่ อ้างว้าง ไม่รู้จะมีนางฟ้าคนไหนใจอ่อนยอมแต่งงาน คอยให้ความอบอุ่นหรือเปล่า”

    ทรายเห็นท่าทางจริงจังของเขาเลยบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องเหมือนเคย ฌานถอนใจเหนื่อยหน่าย เสเล่าเรื่องโครงการยักษ์ใหญ่ของนอร์แมนพ่อเลี้ยงที่มอบหมายให้เขามาควบคุมดูแล และคงต้องอยู่เมืองไทยอีกหลายเดือน

    ทรายรับฟังด้วยความสนใจ ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขา แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าอลันอาจมาป่วนให้ปวดหัว

    “คุณก็รู้ว่าเห็บอย่างอลันไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับผม ปัญหาคือที่ดินที่ป๋ากว้านซื้อมาทำคอนโด ส่วนหนึ่งเป็นบ้านและที่ดินของตระกูลพ่อผม บ้านที่ผมเกิดและมีความทรงจำระหว่างพ่อ ผมเคยคิดอยากซื้อไว้ แต่ที่ดินกลางเมืองแบบนั้น ผมคงไม่มีปัญญา คุณรู้ไหมตอนแม่บอกว่าป๋าซื้อไว้ ผมแอบดีใจว่าป๋าซื้อให้ผมเป็นรางวัล แต่ที่ไหนได้...”

    ฌานหัวเราะเสียงขื่น หันไปมองทรายแล้วต้องส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู เพราะทรายผล็อยหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย เขาจับมือเธอมาจูบแล้วแนบแก้มตัวเองไว้ อยากให้เธอยอมรับและรับรู้ถึงความรักของเขาเสียที

    “ผมรักคุณนะทราย...เมื่อไหร่คุณจะเปิดใจให้ผมสักที หรือในหัวใจคุณมีใครอยู่แล้ว”

    ooooooo

    หลังแยกจากฌาน บุรีก็กลับไปทานข้าวกับพ่อแม่ที่บ้าน เขตกับสุนทรีทักทายลูกชายด้วยความรัก และซักถามถึงบรรยากาศงานศพคุณหญิงศิริด้วยความสนใจ

    บุรีบอกว่าเงียบเหงามาก เพราะเพื่อนฝูงญาติมิตรของคุณหญิงล้มหายตายจากไปมากแล้ว และที่เขาไปก็เพราะสนิทกับพัชระ ว่าที่ลูกเขยและคู่หมั้นของลูกศรหลานสาวคุณหญิง

    สุนทรีได้ยินชื่อลูกศร เลยถามถึงทราย หลานสาวอีกคนที่เธอรู้จักมาตั้งแต่เด็ก บุรีนิ่วหน้าจำไม่ได้ แต่ก็มีภาพของหญิงสาวท่าทางดีซึ่งพบในงานผุดขึ้นในหัว ท่าทางนิ่งงันของลูกชายทำให้สุนทรียิ่งอยากรู้

    “ตกลงหลานคุณหญิงศิริคู่หมั้นของพัชระชื่อลูกศร แล้วหลานคุณหญิงศิริอีกคนที่ชื่อน้องทราย ศรุตาน่ะไปหรือเปล่า แม่ของเด็กคนนี้คุณหญิงไปขอมาเลี้ยง กึ่งคนใช้กึ่งลูก เขาพาลูกสาวที่ชื่อศรุตาหนี วันที่เขาหนีก็มาหาคุณยายที่บ้านนี่แหละ เขารักคุณยาย คุณยายก็รักเขา ลูกสาวเขาเรียนโรงเรียนอนุบาลที่คุณยายเป็นครูใหญ่”

    สุนทรีบอกว่าวันที่ทรายกับแม่มาที่บ้าน เขาก็อยู่ที่นั่นด้วย บุรีนิ่งคิดตาม ภาพเด็กหญิงหน้าตาน่ารักในอดีตปรากฏขึ้นรางๆ เขายังจำได้ว่าสอนเธอต่อจิ๊กซอว์และให้รางวัลเป็นหนังสืออ่านเล่นภาษาอังกฤษที่เธอชอบ ทรายยกมือไหว้ขอบคุณ และถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นดอกจำปีสดคั่นหนังสืออยู่

    “พี่ชอบดอกจำปี พี่เห็นคุณยายชอบเอาดอกจำปีใส่หนังสือแล้วกลิ่นติดหนังสือ พี่เลยลองทำบ้าง”

    ทรายหยิบดอกเล็กๆนั่นมาดมและชมว่าหอม อยากเอามาผูกผมเหมือนที่แม่ชอบทำให้ บุรีเอ็นดูเด็กหญิงเป็นทุนอยู่แล้ว เลยเสนอตัวทำให้ด้วยความเต็มใจ และมิตรภาพแสนบริสุทธิ์ก็เริ่มต้นจากวันนั้น

    บุรีดึงตัวเองจากอดีต พลางเดินชมสวนและต้นจำปีข้างบ้านด้วยแววตาครุ่นคิด ภาพหญิงสาวท่าทางดีที่พบในวัดเมื่อตอนเย็นรบกวนจิตใจเขาไม่เลิก รู้สึกคุ้นหน้าอย่างประหลาด...หรือว่าเธอคนนั้นจะคือทราย

    ooooooo

    ฝ่ายทราย...แยกจากฌานก็กลับไปห้องพักหรูของโรงแรมใจกลางเมือง ดีใจมากเมื่อเห็นว่าแม่กับพ่อเลี้ยงเดินทางมาสมทบ ดอนทราบดีว่าภรรยามีเรื่องจะคุยกับลูกสาว เลยแยกไปพักผ่อนอีกทาง

    ดวงตาไม่รอช้าและสั่งให้ลูกสาวเดินทางกลับอเมริกากับเธอในวันรุ่งขึ้น แล้วค่อยเดินทางมาฟังพินัยกรรมอีกครั้งในอาทิตย์ถัดไป

    ทรายปฏิเสธไม่ทำตาม ดวงตาเลยใช้ไม้แข็งสั่งเสียงกร้าว แต่ทรายก็ไม่ยี่หระเลย

    “กลัวทรายจะฆ่าพ่อ ฆ่าน้อง ฆ่าแม่เลี้ยงให้ตายตามคุณย่าเหรอคะ อยู่ๆจะมาบังคับให้ทรายตามใจแม่ ไม่คิดเหรอว่าทรายอยากอยู่ เพราะที่นี่คือแผ่นดินแม่ทรายอยากรู้จักเมืองไทย อยากรู้จักคนไทย ทรายเป็นคนไทยนะ ไม่ใช่คนอเมริกัน”

    “ทรายต้องกลับ ชีวิตของทรายอยู่ที่นั่น งานของทรายก็อยู่ที่นั่น”

    “ไม่ค่ะแม่ ตอนนี้ชีวิตทรายอยู่ที่นี่”

    ดวงตาโมโห ประกาศจะตัดแม่ตัดลูก ทรายถอนใจ เอ่ยเสียงอ่อนแต่หนักแน่นว่าตนบรรลุนิติภาวะแล้ว และอยากทำตามใจต้องการมากกว่า ดวงตาพ่ายแพ้ให้แก่ความตั้งใจจริงของลูกสาว ยอมให้ลูกโถมตัวกอดและชวนให้รำลึกถึงความหลังหลายสิบปีก่อน ตอนทรายทะเลาะแย่งมงกุฎดอกไม้กับลูกศร จนลูกศรตกน้ำเกือบเอาชีวิตไม่รอด!

    สุดใจพี่เลี้ยงของลูกศรเป็นคนกระโดดไปช่วยลูกศรขึ้นมาได้ เมื่อเสาวนีย์ คุณหญิงศิริและศกทราบเรื่องก็เรียกสุดใจไปสอบถาม ได้ความว่าทรายเป็นคนผลักน้องสาวต่างมารดาตกน้ำ เสาวนีย์โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

    “นี่มันมากเกินไปแล้ว เห็นหลายครั้งแล้วเรื่องรังแกน้องแต่ไม่อยากพูด คิดว่าความดีของน้องจะทำให้ใจอ่อนลง นี่ไม่มีเลย อิจฉาริษยาน้อง คอยผลักคอยหยิก สอนลูกศรเสมอให้ทน แต่นี่จะฆ่ากัน ฉันไม่ยอม!”

    ศกโกรธไม่แพ้กัน กระชากแขนลูกสาวคนโตมาคาดคั้นให้สารภาพว่าเป็นคนผลัก แต่ทรายก็ใจเด็ดไม่ยอมรับเพราะเชื่อว่าทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุและเธอไม่ได้เจตนา คุณหญิงศิริหัวเสียมาก ตวาดลั่นให้หลานสาวคนโตยอมรับแต่โดยดี ถ้าไม่อยากถูกลงโทษหนัก ส่วนเสาวนีย์ของขึ้นถึงขีดสุด ต่อว่าทรายเสียงเขียวและไล่สุดใจออก โทษฐานบกพร่องในหน้าที่ จากนั้นจึงอุ้มลูกศรออกจากห้องทันที

    ศกกับคุณหญิงศิริมองตาม ไม่เคยเห็นเสาวนีย์โกรธจัดขนาดนี้ สองแม่ลูกตั้งท่าจะลงโทษทรายที่ปากแข็ง แต่ก็ต้องยั้งมือไว้ เมื่อดวงตาปรี่มาขวาง ประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรลูกสาวคนเดียวเป็นอันขาด!

    คุณหญิงศิริจ้องหน้าพยาบาลสาวในอุปการะอย่างเอาเรื่อง ในที่สุดดวงตาก็อ่อนท่าที ยกมือไหว้นอบน้อม

    “หนูขอประทานโทษค่ะ หนูไม่ได้จองหอง แค่ขอความเป็นธรรมให้ทราย ทรายก็เป็นลูกเป็นหลาน”

    ศกหน้าม้าน ดวงตาฝืนเชิดหน้าจะพาทรายกลับเรือนหลังเล็ก คุณหญิงศิริเลยตะโกนไล่หลังให้สั่งสอนทราย จะได้สำนึกว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร ดวงตาไม่สนหมุนตัวพาลูกกลับ แต่ไม่วายได้ยินถ้อยคำค่อนแคะลอยมา

    “มันคิดจะเอาลูกมันมาเทียบเคียงกับลูกของเสาวนีย์ มันไม่รู้หรอกว่าไม่มีวันเป็นไปได้!”

    ooooooo

    ถ้อยคำกระแนะกระแหนของคุณหญิงศิริทำให้ดวงตาร้อนเป็นไฟ อุทิศทราบเรื่องทุกอย่าง เห็นใจและสงสารสองแม่ลูกมาก เลยอยากปลอบให้คลายความเสียใจ แต่ก็อดเปรยถึงทรายไม่ได้ว่าไม่น่าทำรุนแรงกับลูกศรแบบนั้น

    ดวงตาโต้แทนลูกทันที “พี่อุทิศอย่าว่าทราย ถ้าทรายไม่ถูกกดดันจนเป็นลูกคนใช้แบบนี้ ทรายคงไม่ทำหรอก”

    “โธ่เอ๊ย...ก็ลูกเหมือนกัน คิดทำไมว่าเขากดดัน”

    “พี่ไม่ได้ยินอย่าพูดเลย หนูไม่ถามทรายสักคำเลยนะว่าผลักลูกเขาตกน้ำจริงหรือเปล่า ถ้าจริงหนูไม่ว่าลูกหรอก ตั้งแต่เด็กนั่นเกิดมา ทรายก็ถูกกด ทั้งๆที่ทรายก็มีสิทธิ์เท่ากัน ถ้าดวงเป็นทราย ดวงก็จะผลักมันอย่างนั้นเหมือนกัน”

    อุทิศส่ายหน้าอ่อนใจ ไม่อยากให้ดวงตาปลูกฝังลูกสาวแบบนั้น...ดวงตาดึงตัวเองจากอดีต แม้วันเวลาจะล่วงเลยไปหลายปี ความแค้นเก่าๆเลือนหายเพราะชีวิตใหม่ในอเมริกาไม่ทำให้เธอหวนนึกถึงชีวิตแต่หนหลัง ต่างจากทรายที่จดจำเรื่องเก่าๆไม่เลิก โดยเฉพาะตอนที่เธอเคยสัญญา ในวันที่พาทรายออกจากบ้านคุณหญิงศิริ

    “แม่จะทำทุกอย่างเพื่อส่งเสริมทราย ให้ทรายเก่ง โดดเด่นและสำเร็จทุกทาง ชดเชยให้สมกับที่แม่โง่เขลา แม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ความสุขตัวเอง หวังลมๆ แล้งๆ ทำให้ทรายต้องเป็นรองเด็กอ่อนแอไม่เข้าท่าคนนั้นอยู่หลายปี”

    แววตาแข็งกร้าวของลูกสาวทำให้ดวงตาตกใจมาก ไม่คิดว่าทรายจะฝังใจเจ็บขนาดนี้

    “โธ่...ทรายอยู่อเมริกา ทรายเป็นที่หนึ่ง ทรายโดดเด่นกว่าที่แม่คิดเสียอีก แล้วทรายอยากเป็นที่หนึ่งที่นี่ทำไม”

    “เพราะเราอยากให้คนที่เคยเหยียบย่ำเราเห็นไม่ใช่หรือคะ ถึงตายแล้วคนหนึ่ง ก็ยังเหลืออีกหลายคนนะแม่”

    ท่าทางเอาเรื่องของลูกสาว ทำให้ดวงตาจนปัญญาจะห้าม เลยได้แต่ปรามว่าแค่ให้เห็นเท่านั้น อย่าให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ทรายรับปากแกนๆเหมือนจะเข้าใจความ ต้องการของแม่...แต่จะทำหรือไม่ก็อีกเรื่อง

    ooooooo

    ศกมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ความเย่อหยิ่งและจมไม่ลงทำให้ตำแหน่งไม่ก้าวหน้า โดนเด็กใหม่แซงขึ้นมาเป็นหัวหน้างานตลอด แต่ถึงกระนั้นก็กร่างและพยายามใช้ความเก๋าแสดงอำนาจเสมอ แต่ก็ถูกหัวหน้ารุ่นน้องตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน

    หวานลูกน้องในฝ่ายเดินมาบอกว่ามีหญิงสาวมาขอพบ ศกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ออกไปพบแต่โดยดี แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อทรายแนะนำตัวยิ้มๆว่าเป็นลูกสาวที่พรากจากกันไปนานกว่าสิบปี!

    ท่วงท่าสง่างามราศีผู้ดีจับของทรายทำให้ศกตาวาว ดึงตัวลูกสาวคนโตที่ไม่เคยเหลียวแลมากอดด้วยความดีใจ ทรายอดเบ้หน้าไม่ได้ พ่อของเธอไม่เคยเปลี่ยน จะแสดงความรักและปฏิบัติตัวอย่างดีก็เมื่อเห็นประโยชน์ของตัวเอง สองพ่อลูกทักทายกันพอหอมปากหอมคอ และชวนกันไปทานข้าวที่ร้านอาหารหรู ศกตกปากรับคำอย่างดี ไม่ได้ใช้ชีวิตฟู่ฟ่าเหมือนสมัยก่อนมาหลายปี เลยมัวเพลิดเพลินจนลืมสนิทว่านัดทานข้าวเย็นกับเสาวนีย์และลูกศรไว้

    ระหว่างที่เสาวนีย์รอสามีด้วยความกระวนกระวาย...ศกพูดคุยกับลูกสาวคนโตด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่แอบหน้าเจื่อน เมื่อทรายบอกว่ามีชีวิตที่ดีกว่าเพราะดอนคอยดูแลและส่งเสริมตลอด

    ทรายสะใจมาก แต่ไม่อยากพูดให้พ่อรู้สึกแย่ไปกว่านี้ เลยเสถามถึงลูกศร ศกบอกว่ากำลังเรียนปีสุดท้าย ยังเป็นเด็กหัวไม่ดีเหมือนเคย เสาวนีย์อยากให้แต่งงานกับพัชระมากกว่าหลังเรียนจบ ทรายแกล้งทำตกใจ เสียดายความโสดแทนน้องสาว

    “พ่อก็คิดอย่างทรายนั่นแหละลูก แต่คุณอาเสาว์เขาว่าพัชระคู่หมั้นของลูกศรเป็นผู้ชายหายาก เป็นถึงลูกชายนายพล แม่เป็นเจ้าของร้านเพชร เขาเลยอยากให้ลูกศรแต่งงาน กลัวจะมีใครแย่งว่าที่ลูกเขยสุดที่รัก”

    ทรายได้ยินชื่อพัชระหลายครั้ง ก็อยากเจอตัวเพราะเริ่มมีแผนการบางอย่าง แต่ยังรักษาท่าทีทำเหมือนไม่คิดอะไร ส่วนศกกลับถึงบ้านดึกวันเดียวกันก็ต้องรับศึกหนักจากภรรยา ซึ่งต่อว่าเสียงเขียวที่ผิดนัดกับเธอและลูกสาว แต่ที่ทำให้หัวเสียหนักสุด คงหนีไม่พ้นการปรากฏตัวอีกครั้งของทราย...ลูกเลี้ยงสาวที่เธอแสนชัง!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:15 น.