ข่าว

วิดีโอ



ทรายสีเพลิง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ศัลยา, วรรณวิภา สามงามแจ่ม

กำกับการแสดงโดย: ยุทธนา  ลอพันธุ์ไพบูลย์

ผลิตโดย: บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อารยา เอ ฮาร์เก็ต, ณัฐวุฒิ สกิดใจ, ชาคริต แย้มนาม

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"

การจากไปของลูกศรให้บทเรียนแก่ใครหลายคน แต่คนรู้สึกผิดและทรมานใจที่สุด คงหนีไม่พ้นทราย เพราะเป็นคนวางแผนและต้นเหตุสำคัญทำให้ลูกศรจากไปอย่างไม่มีวันกลับเช่นนี้ ดวงตาใจหายวาบเมื่อกลับถึงบ้านริมคลองแล้วไม่พบลูกสาวคนเดียว...หรือว่าทรายจะคิดสั้น!

ในขณะที่ดวงตาว้าวุ่นใจ...ทรายทนอึดอัดใจไม่ไหวตัดสินใจไปงานศพของน้องสาวด้วยหัวใจที่บอบช้ำ นักออกแบบสาวเจอกับฌานที่นั่นและไม่ลังเลใจเลยจะเผชิญหน้ากับเขา เพื่อพูดสิ่งที่อยู่ในใจ

“ฉันไม่ขอให้คุณยกโทษ หรือขอให้คุณให้อภัย สิ่งเดียวที่ฉันอยากขอ...ขอแค่คุณเชื่อว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องเป็นแบบนี้ ถึงจะแค้นคุณอาเสาว์กับลูกศร แต่ฉันไม่เคยคิดอยากให้ใครตาย”

ฌานพยายามเดินหนี ไม่พร้อมและไม่อยากเจอหน้าหญิงสาวที่ทำร้ายคนรัก ทรายเจ็บปวดมากกับท่าทางเมินเฉยและหมางเมินของเขา แต่ก็ไม่ยอมแพ้ปรี่ไปดักหน้า ขอร้องให้ฟังคำสำคัญจากเธอ

“คุณก็รู้ว่าฉันไม่เคยพูดคำนี้กับใคร แต่ตอนนี้ฉันพร้อมจะพูดคำนี้กับคุณอาเสาว์ ลูกศรและคุณ...ฉันขอโทษ”

ฌานยังนิ่ง ไม่ตอบสนองอะไร ทรายใจไม่ดี เสียใจมากที่เขาทำราวกับเธอไม่มีตัวตน “ได้โปรดเถอะ...คุณจะด่าฉันอย่างไรก็ได้ แต่ขอร้องอย่าทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนอย่างนี้ ทั้งที่ฉันเคยเป็นที่หนึ่งในสายตาคุณ...ฉันเจ็บนะฌาน”

ฌานย้อนเสียงเย็น “คุณเจ็บหรือ แล้วผมล่ะ...คุณหลอกให้ผมรักคุณ ใช้ผมเป็นเครื่องมือ ผมเจ็บปางตาย แต่คุณไม่เคยมอง แล้ววันหนึ่งที่ผมมีใครสักคน มองผม...อยู่ข้างๆผม กอดผม รักผม คุณกลับพรากเขาไปจากผม มีความสุขมากหรือยังทรายที่สังเวยชีวิตคนคนหนึ่ง และเหยียบหัวใจผู้ชายอีกคนขึ้นไปยืนเป็นผู้ชนะได้สมใจ”

ท่าทางเดือดจัดของฌานทำให้ทรายร้อนรน พร่ำขอโทษและขอไถ่โทษสักครั้ง แต่ฌานไม่เปิดโอกาสให้ แถมไล่ให้เธอไปตายตามลูกศรอีกต่างหาก ทรายหัวใจแทบสลาย ร้องไห้อย่างเจ็บปวดที่ถูกเขาเกลียด ไม่รู้ตัวเลยว่าพัชระเดินมาหาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทรายจะเดินหนีเพราะยังรู้สึกผิด ไม่กล้าสู้หน้า พัชระเลยพูดไล่หลัง

“อย่าขอร้องความเห็นใจจากใครเลยทราย ในเมื่อคุณไม่เคยเห็นหัวใจใครก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะเห็น!”

ท่าทีเย็นชาของฌานและคำพูดของพัชระทำให้ทรายเจ็บปวดมาก แต่เธอก็มีความหวังว่าบุรี...ผู้ชายที่เธอรักและเข้าใจเธอมากที่สุดจะไม่ทำเหมือนคนอื่นๆ แต่ทรายก็ต้องผิดหวัง เมื่อตัดสินใจไปพบเขาที่บ้านสวน

“ฉันมาที่นี่ เพราะหวังว่าคนที่รู้จักกันมานาน คนที่รู้เรื่องราวความเจ็บปวดในอดีต จะเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

“คุณหมายถึง...เรื่องในอดีต ทำให้การฆ่าผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งของคุณเป็นเรื่องไม่ผิดอย่างนั้นหรือ”

ทรายอึ้ง หันมองเขาอย่างเจ็บปวด “ฉันไม่ได้ฆ่าใคร มันเป็นอุบัติเหตุ”

“แล้วสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมันคืออะไรล่ะทราย”

ทรายพูดไม่ออก เพราะเธอเป็นต้นคิดทุกอย่าง เธอก็แค่อยากขอความเห็นใจ แต่บุรีไม่มีให้

“ที่นี่มีแต่ความถูกต้อง...ผมเข้าใจว่าคุณโดนอะไรมาบ้าง คุณโกรธ อยากแก้แค้น แต่สิ่งที่คุณทำกับลูกศรมันไม่ใช่การแก้แค้น แต่คุณต้องการเอาชนะ คุณทนไม่ได้ที่ลูกศรแย่งฌานไปครอบครอง...ทั้งที่คุณไม่เคยรักฌานเลย”

ทรายผงะ บุรีพูดแทงใจดำทุกอย่าง “คุณแค่ต้องการเอาชนะน้องสาวที่คุณตั้งแง่ว่าเขาเกิดมาแย่งทุกอย่างของคุณไป ทั้งที่ลูกศรไม่ได้ทำอะไรเลย แต่คุณไม่แคร์ คุณไม่แยแสข้อเท็จจริงนี้ คุณเอาแต่มุ่งหน้าฟาดฟัน แล้วสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้ คือคุณเอาผู้ชายที่รักและเทิดทูนคุณมาตลอดอย่างฌานมาเป็นเหยื่อ”

“คุณจะพูดอะไรก็ตาม ฉันบอกได้อย่างเดียวว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“จำเรื่องจิ๊กซอว์ที่ผมเตือนคุณได้ไหม ชีวิตมันไม่เหมือนจิ๊กซอว์ จะหยิบชิ้นไหนต่อถูกต่อผิดโดยไม่ต้อง คิดก็ได้ เพราะถึงต่อผิดก็มีโอกาสเลือกชิ้นใหม่มาต่อ แต่ชีวิต...ทำอะไรต้องคิดดีๆ พลาดแล้วพลาดเลย ไม่มีโอกาสเริ่มใหม่”

“แล้วถ้าน้องคนนี้จะบอกว่าขอโทษ ทรายผิดไปแล้ว พี่บีจะให้อภัยและให้โอกาสน้องคนนี้มายืนข้างๆ พี่ไหม”

ทรายมองมาอย่างร้องขอความเห็นใจ บุรีข่มความ รู้สึกหวั่นไหวและตัดสินใจบอกสิ่งที่คิด

“พี่เกือบจะให้โอกาสทรายกับพี่เริ่มต้นต่อจิ๊ก– ซอว์ของเราอีกครั้ง แต่มันจบไปพร้อมกับสิ่งที่ทรายทำกับลูกศร”

ทรายเจ็บปวด นึกโกรธตัวเองที่ทำลายทุกอย่าง เธอจะขอโอกาสอีกครั้ง แต่เขามีเพียงคำแนะนำ

“พี่บีอยากให้ทรายปรับเปลี่ยนแก้ไขตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่เติบโต...งดงาม เมื่อถึงวันนั้น...พี่มีคำว่าอภัยให้ทรายเสมอ แต่ตอนนี้พี่บีอยากให้น้องทรายไปเสีย...ที่นี่ไม่มีที่ที่เหมาะสมให้ทราย”

การตัดสินใจของบุรีทำให้ทรายเสียใจมาก ถึงจะยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีเพราะอยากทำตามที่เขาขอ แต่ถึงกระนั้นก็ร้องไห้ไม่หยุด ดวงตาหัวใจแทบสลายเมื่อเห็นสภาพลูกสาวคนเดียว

“แม่จ๋า...ไม่มีใครต้องการทรายแล้ว”

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรามานานแล้ว...กลับบ้านของเราเถอะลูก”

ooooooo

สุดท้ายการล้างแค้นของทรายก็ไม่ได้อะไร นอกจากความว่างเปล่าและความสูญเสีย ฌานยังจมปลักตัวเองกับความทุกข์ทำใจไม่ได้ที่ต้องเสียคนรักไปตลอดกาล ส่วนบุรี...พยายามตัดใจจากทราย แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเต็มที เพราะความรักและความหวังดีที่มีให้เธอเสมอ หยั่งรากลึกจนเกินจะไถ่ถอน

ทรายแอบไปร่วมงานศพน้องสาวตลอด แต่ไม่กล้าพอจะปรากฏตัวให้เห็น ทนไม่ได้กับสายตาและท่าทางเย็นชาที่ทุกคนจะมอบให้ เลยได้แต่ยืนฟังการสวดศพจากมุมมืดๆในวัด ดวงตาไม่อยากให้ลูกทรมานกับบรรยากาศเดิมๆอีกต่อไป เลยตัดสินใจชวนกลับอเมริกา ทรายรับปากแกนๆ แต่ขอไปลาคุณหญิงศิริที่บ้านใหญ่ก่อน

“ถ้าทรายทำอย่างนี้ตั้งแต่วันแรกที่แม่ขอ เรื่องเลวร้ายที่เป็นอยู่คงไม่เกิดขึ้น ทรายรู้ว่าวันนี้มันสายไปแล้ว แต่ทรายอยากพูดคำนี้กับคุณย่า...สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำไว้ต่อกัน ทรายขออโหสิกรรมให้ค่ะ”

ทรายก้มกราบโกศคุณหญิงศิริ ก่อนจะก้าวออกจากบ้านใหญ่ ทิ้งการสูญเสียและความเจ็บปวดไว้ข้างหลัง อุทิศมาดักหน้า อยากมาลาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับส่งมอบรูปถ่ายสติกเกอร์ที่ทรายเคยถ่ายกับลูกศร นักออกแบบสาวสะเทือนใจมาก ภาพในอดีตระหว่างตนกับน้องสาวผุดขึ้นมาใหม่

“คุณทรายเคยทิ้งมันลงถังขยะ แต่ป้าแอบเก็บมันไว้ คุณศรรักคุณทรายมากนะคะ แม้คุณศรจะรู้ว่าคุณทรายรู้สึกยังไง แต่คุณศรก็พร้อมจะรักและเทิดทูนคุณทราย...เพราะคุณทรายคือพี่สาว”

ทรายอึ้งไปอึดใจ สายลมแผ่วเบาอ่อนโยนพัดผ่านมา เหมือนเป็นสัญญาณจากลูกศรจะบอกอะไรทราย

“ถ้าลืมไม่ได้ ขอแค่อย่าเอาความโกรธ ความเกลียดมาทำร้ายตัวเองมากขึ้น เราห้ามคนอื่นทำร้ายเราไม่ได้ แต่เราห้ามตัวเองได้ ใช้ความเข้าใจและให้อภัยเขาศรเชื่อว่าการให้อภัยจะชนะความโกรธ ความเกลียดทุกอย่างได้”

คำพูดในวันวานของน้องสาวยิ่งทำให้ทรายรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ เธอกำรูปสติ๊กเกอร์ โผกอดอุทิศแน่นราวจะหาที่พึ่ง สาวใช้เก่าแก่อวยพรสองแม่ลูกให้เดินทางกลับอเมริกาโดยสวัสดิภาพ ดวงตาจะพาลูกไปสนามบิน แต่ทรายยังไม่ยอมกลับ ตัดสินใจแล้วจะต้องไปลาน้องสาวเป็นครั้งสุดท้าย

ดวงตายอมตามที่ลูกขอ ไม่อยากให้ทรายค้างคาใจอะไรอีก และเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ทรายขับรถโรงแรมไปวัดพร้อมกับแม่ กวาดตามองรอบๆบรรยากาศในวัดด้วยสายตาเศร้าหมอง

“วันแรกที่ทรายกลับมาเมืองไทย...ทรายมาที่นี่”

ภาพความทรงจำวันเผาศพคุณหญิงศิริแวบมาในหัวอีกครั้ง วันนั้นเป็นวันแรกที่ทรายมาถึงเมืองไทย เธอยังจำได้ดี ว่าพยายามแค่ไหนจะจำใครต่อใครที่มาร่วมงาน ที่สำคัญ...เป็นวันที่เธอเจอกับลูกศรเป็นครั้งแรก

“และวันนั้น...เป็นครั้งแรกที่ทรายอยากเอาชนะมากที่สุดในชีวิต”

วันนั้น...ทรายรอทุกคนไปวางดอกไม้จันทน์ จึงขึ้นไปยืนหน้าโลงศพ นึกถึงคำพูดของย่าที่ใช้ทำร้ายแม่มาตลอด

“ก็คนมันไพร่ อย่าเอาทองไปลู่กระเบื้อง ปล่อยให้มันไปคนเดียว ดวงตามันเป็นคนทะเยอทะยาน แต่แม่รู้ว่ามันเลี้ยงไม่เชื่อง ร้อยมันไว้ใช้เถอะลูก ไม่เสียหายอะไรหรอก”

เสียงคุณย่าดังก้องในหัว ทำให้ทรายยิ่งช้ำ ความแค้นที่เก็บกดมานานถูกนำขึ้นมาใหม่

“คุณย่าคะ...หลานที่คุณย่าตีค่าเหมือนกรวดทรายอยู่ในบ้าน อยู่ตรงนี้ คุณย่าจำได้ไหมคะ ทรายไม่เคยลืมชีวิตที่บ้านคุณย่าหรอกค่ะ ปมหลายปม ถูกผูกยังไม่คลี่คลาย แต่ที่แน่นอน ตอนนี้คุณย่าสนับสนุนใครไม่ได้อีกแล้ว”

ทรายดึงตัวเองจากอดีต ภาพบนเมรุวันนั้น ซ้อนทับภาพในปัจจุบัน บนแท่นตั้งโลงศพที่เดิม ไม่ใช่คุณหญิงศิริ แต่เป็นลูกศร...น้องสาวที่เธอแสนชังเป็นหนักหนา

“ทรายไม่คิดเลยว่าวันสุดท้ายที่ทรายจะอยู่เมืองไทย ทรายต้องมาที่นี่ มาเจอน้องเป็นครั้งสุดท้าย และเป็นวันที่ทรายไม่ต้องการเอาชนะใครอีก”

ดวงตาพยายามท้วงไม่ให้เข้าไปในงาน ไม่อยากให้ลูกเจ็บปวด แต่ทรายยืนกรานหนักแน่น

“ทรายจะเข้าไปค่ะแม่ ทรายต้องไปขอโทษน้องกับความเลวของทราย”

ooooooo

บรรยากาศในงานศพลูกศรเต็มไปด้วยความหดหู่ แขกเหรื่อค่อยๆเดินไปวางดอกไม้จันทน์บนเมรุ จนกระทั่งครบ จึงถึงเวลาของครอบครัวและคนใกล้ชิดจะปิดท้าย แพรก้าวไปเป็นคนแรก แม้จะไม่สนิทกับว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้นัก แต่ความอ่อนโยนและความใสซื่อบริสุทธิ์ของลูกศร ก็ทำให้นึกเอ็นดูไม่น้อย

พัชระเป็นคนถัดมา ความทรงจำครั้งสุดท้าย ตอนอดีตคู่หมั้นสาวมาเคลียร์ความสัมพันธ์ผุดขึ้นใหม่ เขายังจำได้ดี ว่าวันนั้นโล่งใจแค่ไหน ที่เธอไม่โกรธเรื่องทราย แถมยกให้เขาเป็นพี่ชาย

“หลับให้สบายนะ...น้องสาวของพี่”

พัชระกลั้นสะอื้นแล้วรีบเดินออกไป บุรีเป็นคนต่อมา มองหน้าลูกศรด้วยแววตาสงบนิ่ง

“ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะศร พี่จะดูแลฌานให้เอง”

บุรีวางดอกไม้แล้วจะผละออก แต่ต้องรีรอแถวนั้น เพราะเป็นห่วงฌานซึ่งเป็นคนถัดมา

ฌานกำดอกไม้จันทน์แน่น ยังทำใจไม่ได้จะยอมรับความจริงว่าลูกศรจากโลกนี้ไปแล้ว เขาพยายามข่มใจให้เข้มแข็ง ค่อยๆเงยหน้ามองคนรักอีกครั้ง พร้อมคำพูดของเธอในวันวานที่ผุดขึ้นมาใหม่

“รู้ไหมคะพี่ฌาน...หัวใจของศรกับหัวใจของพี่ฌาน มันเต้นจังหวะเดียวกัน เพราะมันเป็นหัวใจเดียวกัน ไม่ว่าหลับหรือตื่น เราจะอยู่ใกล้หรือไกล เราอยู่เคียงข้างกันเสมอ...ไม่หายไปไหน”

น้ำตาลูกผู้ชายไหลอีกครั้ง ฌานมองหน้าคนรักในรูปถ่ายเป็นครั้งสุดท้ายเพื่ออำลา

“ขอบคุณนะศร...ที่ทำให้พี่รู้ว่าผู้ชายคนนี้...ยังมีคนรัก”

ฌานยังไม่ยอมวางดอกไม้จันทน์ บุรีต้องเข้ามายืนข้างๆ ตั้งท่าจะปลอบแต่ฌานรีบพูดว่าเขาไม่เป็นอะไรมาก แค่อยากทำตัวให้เข้มแข็ง ไม่ให้ลูกศรเป็นห่วง เขาหันมองรูปคนรักอีกครั้ง เพื่อพูดอะไรบางอย่าง

“พี่รู้ว่าศรไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน ศรแค่รอพี่อยู่อีกที่หนึ่ง ศรอยู่ตรงโน้นให้สบาย ไม่ต้องห่วงพี่...พี่อยู่ได้”

ฌานวางดอกไม้ในที่สุด ก่อนจะออกไปพร้อมกับบุรี หลีกทางให้ศกและเสาวนีย์ร่ำลาลูกสาวบ้าง

ท่าทางเหมือนจะขาดใจของเสาวนีย์ทำให้ศกต้องเตือนสติ “เข้มแข็งไว้นะคุณเสาว์ อย่าให้ลูกต้องเป็นทุกข์ อย่าให้ลูกห่วงเรา เราเลี้ยงให้ลูกมีความสุขมาทั้งชีวิต เราต้องทำให้เขามีความสุขจนวันสุดท้าย”

เสาวนีย์สะเทือนใจมาก พยายามทำตัวให้เข้มแข็งตามที่สามีบอก แต่เหมือนจะไม่ง่ายนัก

“แม่จำได้ วันแรกที่แม่คลอดศร ศรเหมือนปุยนุ่น ผิวศรบอบบางอ่อนนุ่ม จนแม่กลัวว่าลูกของแม่จะเป็นอะไร ตอนนั้น...แม่บอกตัวเองว่าแม่จะใช้ทั้งชีวิตของแม่ ดูแลและปกป้องลูกสาวตัวน้อยของแม่ให้อยู่รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง แต่สิ่งที่ทำร้ายลูกแม่ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแม่คนนี้ เพราะความอิจฉาริษยาของแม่ ความไม่รู้จักยอมรับผิด ทำให้แม่กลายเป็นคนผลักดันลูกสู่อันตราย ทำให้ลูกต้องตาย แม่ไม่ได้ตั้งใจ...ยกโทษให้แม่นะ”

และแล้วเวลาเผาจริงก็มาถึง ทุกคนเฝ้ามองควันไฟที่พวยพุ่งจากเมรุอย่างเศร้าหมอง ทรายมาถึงนานแล้ว เฝ้ามองกลุ่มควันลอยละล่องไปตามกระแสลมด้วยแววตาสะเทือนใจ

“พี่ขอโทษนะลูกศร พี่ไม่ได้ตั้งใจ ถ้าศรได้ยิน ขอให้รู้ไว้ว่าพี่เสียใจจริงๆ”

พัชระมายืนข้างหลังเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ และไม่รีรอจะต่อว่าเธออีกครั้ง “คุณแพ้แล้วทราย...ลูกศรจากไปท่ามกลางความอาลัยรักจากคนมากมาย แต่คุณ...ต้องมีชีวิตท่ามกลางความเกลียดชัง...ตอนนี้คนที่กำลังโดนเผา ไม่ใช่ลูกศรแต่เป็นคุณ โดยไฟที่คุณก่อขึ้นเอง และไฟนี้มันไม่มีวันดับ มันจะตามแผดเผาคุณให้มอดไหม้ไปทั้งชีวิต”

ความพ่ายแพ้ของทรายไม่ทำให้พัชระไม่ใจอ่อน ตั้งท่าจะพูดอีก แต่ช้ากว่าคุณหญิงเพกาที่มาเห็นทรายเสียก่อน

“คิดว่าเล่นละครสำนึกผิด แล้วใครๆหลงกลเธออีกเหรอ ตอนนี้ทุกคนรู้เนื้อแท้เธอหมดแล้วทราย เธอมันนางมาร จิตใจอำมหิต อิจฉาริษยา จนฆ่าน้องตัวเองตาย”

ทรายยืนนิ่ง ยอมให้คุณหญิงเพกาต่อว่า ไม่ตอบโต้ใดๆ บุรีมองหญิงสาวที่ตัวเองรักถูกทำร้ายจิตใจด้วยหัวใจที่บอบช้ำไม่ต่างกัน อยากจะเข้าไปห้ามและปกป้องเหมือนเคย แต่ต้องข่มใจไว้เพื่อความถูกต้อง คุณหญิงเพกาแหวไล่ทรายออกจากงาน แต่เสาวนีย์เข้ามาห้ามเสียก่อน พร้อมเอ่ยกับทรายด้วยถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนตะลึง

“ฉันขอโทษ...ฉันเข้าใจแล้ว ว่าการโดนพรากคนที่เรารักไป มันเจ็บปวดแสนสาหัสขนาดไหน ฉันผิดเองที่แย่งคนที่เธอรักและขอทุกอย่างของเธอมา ตอนนี้ฉันสูญเสียคนที่ฉันรักชดใช้ให้เธอแล้ว ต่อไปนี้เราไม่มีอะไรค้างคากันอีก”

ทรายอยากขอโทษเสาวนีย์ แต่อีกฝ่ายผละออกไปแล้ว ศกมายืนแทนที่แล้วตัดสินใจพูดบางอย่าง

“พ่อไม่โทษทรายหรอก ที่ทรายเป็นแบบนี้ เพราะความเห็นแก่ตัวของพ่อ...พ่อขอโทษ”

ทรายสะอื้นไห้ ศกสงสารลูกมาก อยากจะกอดปลอบ แต่ต้องยั้งตัวไว้ ยังทำใจไม่ได้ ทรายหัวใจแทบสลาย เสียใจมากที่พ่อไม่ยอมสัมผัส ดวงตาซึ่งแอบตามมาเงียบๆ อดใจไม่ไหวต้องเข้ามาประคองลูกสาวออกไป ทรายขยับตัวตาม แต่ไม่วายกวาดตามองรอบๆ สะเทือนใจสุดที่ไม่มีใครหันมามองหรือสนใจเธอเลย

ooooooo

ดวงตาขัดใจลูกไม่ลงอีกครั้ง เมื่อทรายยังไม่ยอมไปสนามบิน จนกว่าจะได้ร่ำลาครอบครัวของบุรีเป็นครั้งสุดท้าย บุรีเพิ่งกลับจากงานศพ เห็นทรายมาเยี่ยมแต่ไม่ยอมออกไปพบ ปล่อยให้สุนทรีย์รับหน้า ทรายพยายามยิ้มทั้งน้ำตา สุนทรีย์ทนไม่ไหว ดึงทรายมากอดแน่น พร้อมปลอบเสียงอ่อน

“เข้มแข็งไว้นะลูก เวลาจะทำให้ความเจ็บปวดและความทรงจำที่เลวร้ายจางหายลงนะลูก”

ทรายโอบตอบ ซึมซับทุกความรักและความปรารถนาดีที่อีกฝ่ายมีให้ตลอด เธอค่อยๆผละตัวออก ก่อนจะขอตัวกลับ สุนทรีย์อดไม่ได้ อยากให้เธอรอเจอบุรีก่อน แต่ทรายปฏิเสธ

“เขาบอกสิ่งที่เขาต้องการแล้ว และทรายกำลังทำให้เขา”

ทรายขยับตัวตามแม่ เดินผ่านบ้านสวนและต้นไม้น้อยใหญ่ในความทรงจำช้าๆ แต่ต้นที่ทำให้ต้องหยุดดู คือต้นจำปี...ต้นไม้แห่งความทรงจำที่เธอเคยมีกับบุรี ภาพในอดีตผุดขึ้นอีกครั้ง ตอนเขาเอาดอกจำปีมาผูกผมเธอ ทรายดึงตัวเองจากภวังค์ ก้มหยิบดอกจำปีที่ร่วงมาสอดในหนังสือที่เคยได้จากบุรี

“หวังว่าเขาคงไม่ว่า...ถ้าทรายขอเก็บความทรงจำไว้”

ทรายปิดหนังสือ โอบกอดแนบอก ก่อนจะตัดใจเดินไปพร้อมกับดวงตา บุรีค่อยๆออกจากมุมหนึ่งไม่ไกลกันนั้น สะเทือนใจและช้ำไม่ต่างกัน จะต้องปล่อยผู้หญิงที่รักที่สุดไปอีกครั้ง

ทรายกับดวงตาจากไปนานแล้ว แต่บุรียังจมปลักกับความคิดตัวเอง ท่ามกลางหมู่แมกไม้ในสวน สีหน้าเจ็บปวดมาก โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงแววตาเศร้าๆของทราย ถ้าเพียงแต่เขารั้งเธอเอาไว้ คงไม่ต้องเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนี้ สุนทรีย์ทนมองลูกทรมานใจตัวเองต่อไปไม่ไหว จึงตัดสินใจมาคุยด้วย

“แม่ไม่ได้เข้าข้างทรายนะบี แต่ถ้าจะพูดจริงๆ ทรายก็เป็นเหยื่อไม่ต่างจากลูกศรหรือฌาน”

บุรียังนิ่ง สุนทรีย์เลยยกคำพูดของนารีมาเตือนสติเขาอีกครั้ง “เด็กจะโตมาเป็นคนยังไง ล้วนพัฒนาจากปมที่ผู้ใหญ่สร้างไว้ ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว เด็กหลายคนเติบโตเป็นคนใช้ความรุนแรง โดยไม่รู้ตัวว่าเป็นเรื่องผิด เพราะพ่อแม่ใช้ความรุนแรงกับลูกจนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต่างจากแม่ของทราย ที่ระบายความแค้นกับลูก ทำให้ทรายฝังใจว่าแม่เลี้ยงกับน้องแย่งทุกอย่างไป ทรายถึงเติบโตมาด้วยปมแค้น ต้องกลับมาทวงที่หนึ่ง โดยไม่สนใจว่าวิธีที่ใช้จะผิดหรือถูก”

บุรีอึ้งไปอึดใจ คำสอนของนารีเขาไม่เคยลืม แต่ความถูกต้องก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้

“ทรายน่าสงสารนะลูก...เขาเป็นเหยื่อของความโกรธเกลียดมาจากผู้ใหญ่ทุกคน...ให้อภัยน้องได้ไหมบี”

บุรีไม่ตอบคำถามแม่ จนเมื่อได้ยืนมองภาพจิ๊กซอว์บนฝาผนังห้องอีกครั้ง “ถ้าสิ่งที่เขาทำผิด เป็นเพราะความผิดพลาด ผมยังพร้อมจะให้อภัย แต่เขาตั้งใจ ถึงอดีตจะเลวร้ายกับเขาแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะใช้ชีวิตและความรักของคนอื่นเป็นเครื่องมือ ถ้าเขารู้จักฟัง หยุดเอาชนะและให้อภัย ทุกอย่างจะไม่เป็นแบบนี้...ผมยังให้อภัยเขาไม่ได้”

สุนทรีย์เข้าใจความรู้สึกของลูกชายดี แต่ก็อดสงสารทรายไม่ได้ ที่ต้องมีชะตากรรมเช่นนี้

“แล้วมันจะมีวันที่บีอภัยได้ไหม”

คำถามของแม่ทำให้บุรีต้องคิดหนัก ไม่ใช่ว่าเขาหมดรักเธอแล้ว แต่อยากให้เธอเติบโตบ้าง

“วันใดก็ตาม...ที่เวลาช่วยเยียวยารักษาบาดแผลในใจทุกคน วันใดก็ตามที่ความเปลี่ยนแปลงช่วยลบความเจ็บปวดไปจากความทรงจำ วันใดก็ตาม...ที่ทรายได้เรียนรู้ว่าความแค้น ไม่จำเป็นต้องแก้แค้น แค่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการผลกรรม เปลี่ยนจากทรายสีเพลิงเป็นเม็ดทรายที่ส่องประกายงดงาม วันนั้น...ผมอาจเป็นฝ่ายไปหาเขาเอง”

ooooooo

ทรายจากเมืองไทยไปหนึ่งปีแล้ว พร้อมความเจ็บปวดฝังลึก ที่ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่ทรมาน ฌานกับบุรีกลายมาเป็นหุ้นส่วนบริษัทรับออกแบบ โดยมีลูกน้องจากบริษัทเดิมร่วมด้วย...และวันนี้ก็คือวันย้ายของ

กี้...ผู้หญิงคนเดียวของบริษัท เร่งให้ทุกคนขนของด้วยความตื่นเต้น “รู้อย่างนี้...ยุให้พี่บุร่วมหุ้นเปิดบริษัทใหม่กับคุณฌานตั้งนานก็ดี จะได้ย้ายไปออฟฟิศใหม่ มีห้องทำงานเป็นของตัวเอง แถมเห็นวิวริมแม่น้ำอีก ...ไฮโซมาก”

“ที่สำคัญ...ข้างๆออฟฟิศใหม่เป็นบ้านฝรั่งแก่ดูหลงๆลืมๆ เหมาะต่อการหลอกเป็นสามีแล้วผลาญสมบัติ”

ความเห็นของติ่งเรียกเสียงหัวเราะสดใสให้แก่ทุกคน รวมทั้งพัชระ...ที่แม้เรื่องราวในอดีตจะทำให้เข้มแข็งและสุขุมขึ้น แต่ความเจ็บปวดจากการสูญเสียก็ทำให้เป๋ไปพักใหญ่ พนักงานคนอื่นๆช่วยกันอย่างขันแข็ง หอบข้าวของพะรุงพะรังออกมา แต่คงรีบไปหน่อย กองหนังสือเก่าเก็บเลยร่วงลงพื้น

พัชระไปช่วยเก็บ แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นนิตยสารที่มีหน้าปกเป็นทราย กี้กับติ่งเอ็ดเพื่อนใหญ่ที่เก็บของแสลงไว้ บุรีเบือนหน้าไปทางอื่น ทำทีเป็นไม่สนใจ ทั้งที่หวั่นไหวมาก ส่วนพัชระยิ้มบางๆเมื่อเพื่อนบอกจะเอาไปทิ้ง

“ดีแล้วล่ะ ของเก่าๆ เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์...เป็นผม ผมทิ้งไปนานแล้ว”

จบคำก็ก้มหน้าก้มตาเก็บของอื่นๆแล้วผละไป ทิ้งเพื่อนคนอื่นให้มองหน้ากันเครียดๆ แต่แล้วก็ได้ยิ้มกันหน้าบาน เมื่อฌานซึ่งเพิ่งบินกลับจากพรีเซนต์งานที่อเมริกาเดินเข้ามา ความสนใจเรื่องทรายจึงถูกเปลี่ยนเป็นเรื่องของฝากจากต่างแดน และที่สำคัญ...ผลการพรีเซนต์งานใหญ่

ฌานเห็นน้องๆลุ้นตัวโก่ง เลยนึกสนุกแกล้งตีหน้าขรึม ทำเสียงเศร้าจนทุกคนหน้าเหี่ยว แล้วค่อยๆเฉลย

“ฉันเสียใจจริงๆ ที่ต้องเสียเงินเลี้ยงฉลองตั้งแต่เปิดบริษัทใหม่วันแรก...เขาซื้อแบบเรา”

พนักงานทุกคนกระโดดตัวลอย กล่องข้าวของที่ถือไว้เลยร่วงกระแทกพื้นอีกรอบ รวมทั้งนิตยสารเล่มเก่าเจ้าปัญหา ที่ลอยไปกองตรงหน้าฌานกับบุรีราวกับโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง สองหนุ่มตะลึงไปครู่ใหญ่ กี้ไวกว่าเพื่อน แหวเสียงเบาให้รีบเอาไปทิ้ง ป๊อกคว้าหมับออกไปทันที ทิ้งบุรีให้มองตามเศร้าๆ โดยมีฌานสังเกตตลอด

บุรีแอบไปดูนิตยสารเล่มเก่าบนกองขยะหลังร้าน ลังเลอยากจะเก็บไว้ แต่สุดท้ายก็ตัดใจวางไว้ที่เดิม ฌานเฝ้าดูห่างๆแล้วตัดสินใจทำบางอย่าง เมื่อมีโอกาสตอนเลี้ยงฉลองได้งานใหม่เย็นวันเดียวกัน เลยขอให้เพื่อนรักไปพรีเซนต์งานรอบสองที่อเมริกาแทน เพราะตัวเองอยากอยู่เมืองไทยร่วมงานครบรอบหนึ่งปีที่ลูกศรจากไป

บุรีชะงักไปอึดใจ เข้าใจเหตุผลของเพื่อนรักเลยรับปากเสียงเรียบ ฌานถอนใจเบาๆ ก่อนจะพูดบางอย่าง

“ถึงไม่ติดงานลูกศร ฉันก็อยากให้แกไป อยากให้ไปดูว่าที่อเมริกามีอะไร...เปลี่ยนแปลงไปเยอะ”

คำพูดทิ้งท้ายเป็นนัยๆของเพื่อนรักทำให้บุรีอดแปลกใจไม่ได้...หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เขาคิด

เวลาเดียวกันที่ซานฟรานซิสโก...ทรายนั่งวาดรูปเงียบๆในสวน มีชายหนุ่มต่างชาติมากหน้าหลายตาเพียรมาทักทาย แต่เธอแกล้งทำเป็นหูหนวก ไม่สนใจจะโปรยเสน่ห์เหมือนเมื่อก่อน ดวงตาแอบมองลูกสาวอยู่นานแล้ว ถอนใจหนักหน่วงด้วยความเป็นห่วง ครู่ใหญ่จึงตัดสินใจปรากฏตัว ทรายโผกอดแม่ด้วยความคิดถึง

“มาได้ยังไงคะ เมื่อวานทรายเพิ่งโทร.มาคุยกับแดดดี้ เห็นบอกว่าจะแอบหนีลูกสาวไปฮันนีมูนที่ฮาวายไงคะ”

“ใครว่าไปฮันนีมูน แดดดี้ชวนเพื่อนไปด้วย ทรายก็รู้ว่าเพื่อนๆของแดดดี้ขี้โม้จะแย่...แม่เลยไม่อยากไป”

“แม่ต่างหากที่ขี้โม้ เพราะทรายรู้ว่าที่แม่ไม่ไป ไม่ใช่เพราะเพื่อนแดดดี้ แต่เป็นเพราะทราย”

จบคำก็ก้มเก็บของลงกระเป๋า ดวงตามองตาม เห็นรูปสติกเกอร์ของทรายกับลูกศรถูกอัดใส่กรอบเป็นพวงกุญแจ เลยได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ รู้ดีว่าทรายยังลืมอดีตไม่ได้ โดยเฉพาะความรู้สึกผิดที่มีต่อลูกศร

ทรายมองหน้าแม่ยิ้มๆ ดวงตาเลยเอื้อมมือไปลูบศีรษะแผ่วเบา อยากจะปัดเป่าทุกข์ของลูกให้บางเบาลง

“เพราะแม่รู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันอะไร แม่ถึงเลือกมาอยู่กับทราย”

ooooooo

และแล้ววันครบรอบหนึ่งปีที่ลูกศรเสียก็มาถึง ทุกคนในครอบครัวพรหมาสตร์นารายณ์ ยกเว้นทราย รวมถึงฌาน บุรีและพัชระ ไปรวมตัวกันที่วัดเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ลูกศร เสาวนีย์เปลี่ยนไปมาก เธอตัดสินใจมาบวชชีพราหมณ์ให้ลูกสาว โดยมีศกตามดูแลห่างๆ ถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนที่รักและหวังดีต่อกันมานาน

“การอยู่ที่นี่ ทำให้ฉันเรียนรู้และปล่อยวางอะไรในชีวิตได้เยอะ”

“เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ผมยังรู้สึกว่าเมื่อวานลูกศรยังอ้อนให้ฉันพาไปซื้อหนังสืออยู่เลย”

ฟากทรายยืนมองวิวริมทะเลที่ซานฟรานซิสโกด้วยแววตาเศร้าหมอง นึกถึงวันเวลานี้เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว พานให้น้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้ คิดถึงน้องสาวคนเดียวเหลือเกินที่ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ดวงตาเฝ้ามองและโอบกอดลูกสาวด้วยความรักและเป็นห่วง แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่แผลในใจทรายยังคงกลัดหนองเหมือนเดิม

“สำหรับทราย...วันเวลามันผ่านไปช้าเหลือเกินค่ะแม่ นี่ใช่ไหมคะแม่ ที่เขาบอกว่าเวลาของความทุกข์ มันไม่เคยผ่านไปเร็ว เพราะมันต้องการอยู่ทรมานเราช้าๆ ให้เราเหมือนตกนรกทั้งเป็น”

สองแม่ลูกคุยกันอยู่นาน ไม่รู้เลยว่าบุรีแอบมองห่างๆอยู่นานแล้ว สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งมีสีหน้านิ่งสงบ นึกถึงคำพูดของฌานเมื่อวันก่อนแล้วต้องคิดหนัก

“ฉันก็อยากให้แกไปที่โน่น อยากให้ไปดูว่าที่อเมริกามีอะไร...เปลี่ยนแปลงไปเยอะ”

สภาพของทรายต่างจากเดิมที่จำได้มาก ไม่มีอีกแล้วหญิงสาวที่เคยเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ คำพูดของสุนทรีย์เมื่อหนึ่งปีก่อนลอยกลับมาในหัวเขาใหม่ ว่าจะมีวันอภัยให้ทรายได้ไหม เขายังจำได้ดีถึงคำตอบของตัวเอง

“วันใดก็ตาม...ที่เวลาช่วยเยียวยารักษาบาดแผลในใจทุกคน วันใดก็ตามที่ความเปลี่ยนแปลงช่วยลบความเจ็บปวดไปจากความทรงจำ วันใดก็ตาม...ที่ทรายได้เรียนรู้ว่าความแค้น ไม่จำเป็นต้องแก้แค้น แค่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการผลกรรม เปลี่ยนจากทรายสีเพลิงเป็นเม็ดทรายที่ส่องประกายงดงาม วันนั้น...ผมอาจเป็นฝ่ายไปหาเขาเอง”

บุรีดึงตัวเองจากอดีต ยังตอบไม่ได้ว่าพร้อมอภัยหรือยัง เขายังตามดูทรายอีกหลายวัน เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายจนอดทึ่งไม่ได้ และเขาคงจะเพลินมองตามเธอมากเกินไป จนไม่ทันระวังถูกทักจากคนรู้จัก!

ทรายที่กำลังคร่ำเคร่งกับการวาดภาพโปสต์การ์ดหันขวับ จนกล่องดินสอสีใกล้ๆกันนั้นหล่นกระจาย ทรายไม่สนใจจะเก็บ กวาดตามองหาร่างชายหนุ่มที่โหยหามาตลอด แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อไม่เห็นเขาแม้แต่เงา ทรายรู้สึกถึงหัวใจเต้นระส่ำยามได้ยินชื่อเขา แต่ต้องข่มอารมณ์อย่างสุดความสามารถ...คงไม่มีวันที่เขาจะปรากฏตัวให้เห็นอีก นักออกแบบสาวก้มเก็บดินสอสีที่กระจายไปไกล แล้วต้องนิ่วหน้า เพราะดินสอส่วนใหญ่ถูกนำมาวางใกล้ๆแล้ว

ทรายไม่ได้คิดอะไรมากเรื่องดินสอสี เธอนั่งวาดรูปต่ออีกพักใหญ่ ก่อนจะเก็บของไปพบแม่ที่ร้านอาหาร

ตามนัด ดวงตาเฝ้ามองลูกสาวยกกล้องในมือถ่ายวิวทิวทัศน์รอบตัว ยิ้มบางๆก่อนถามเสียงอ่อน

“ตกลงนอกจากภาพที่ทรายวาดแล้ว ทรายจะเอารูปถ่ายไปทำโปสต์การ์ดด้วยเหรอลูก”

“ค่ะ...ลูกศรเคยบอกว่าถ้ามีโอกาส อยากมาเที่ยวที่นี่ ตอนนี้น้องไม่มีโอกาส ทรายเลยอยากถ่ายรูปและวาดภาพทุกที่ไปทำโปสต์การ์ด ขายเอาเงินให้โรงพยาบาลเด็ก”

“ทรายเอาเงินจากหุ้นของแดดดี้ไปซื้อให้ก็ได้นี่ลูก”

“ไม่ล่ะค่ะ...ทรายอยากทำด้วยมือของทรายเอง แล้วเอารายได้ทั้งหมดมอบให้เป็นชื่อลูกศร”

ดวงตามองลูกสาวด้วยความทึ่งและชื่นชม ทรายเปลี่ยนไปมากหลังโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายเมื่อหนึ่งปีก่อน จากนักออกแบบสาวชื่อดัง พร้อมทั้งรูปและทรัพย์สมบัติ รวมทั้งความความสามารถไม่แพ้ใคร กลายเป็นหญิงสาวธรรมดา ที่มีชีวิตเรียบง่ายและเงียบสงบ แต่ทรมานกับความหลังเจ็บปวดครั้งเก่าที่ไม่เคยลืมเลือน ทรายลดตามองพวงกุญแจบรรจุรูปสติกเกอร์ของตัวเองกับลูกศร น้ำตาคลอขึ้นมาใหม่

“ถ้าตอนนั้น...ทรายเปิดใจเห็นความดีของน้องอย่างที่พี่บีบอก...ทรายคงไม่ทำกับน้องแบบนั้น”

ดวงตาสงสารลูกจับจิต ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง ด้วยการยื่นกล่องของขวัญวันเกิดย้อนหลังให้ ทรายยิ้มดีใจเหมือนเด็กๆ เมื่อเปิดออกก็ถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นว่าเป็นจิ๊กซอว์ภาพในความทรงจำของเธอกับบุรี

ทรายมองจิ๊กซอว์ในมือแล้วหวนคิดถึงวันเวลาเก่าๆ ตอนช่วยบุรีต่อภาพนี้ บุรีมอบหนังสือที่เธอพกติดตัวเสมอจนถึงปัจจุบัน ตอบแทนความพยายามที่เธอต่อจิ๊กซอว์สำเร็จ และวันเดียวกันนั้นเอง เธอก็ได้ของแถมเป็นดอกจำปีกลิ่นหอมติดผมมาด้วย ทรายดึงตัวเอง

จากอดีตวัยเด็กแสนหวาน หยิบหนังสือเล่มเก่าในกระเป๋ามาเปิดดูยิ้มๆ เห็นซากดอกจำปีที่เธอเก็บจากใต้ต้นจำปีในบ้านสวนเมื่อปีก่อนแล้วคิดถึงเจ้าของบ้านหนุ่มเหลือเกิน

“มันเป็นสิ่งที่รักและอยากเก็บไว้ใกล้ๆตัวทรายมากที่สุด”

ooooooo

ดวงตาแยกไปแล้ว ทิ้งทรายประคองกล่องจิ๊กซอว์และหนังสือเล่มเก่า เดินชมวิวริมทะเลไปเรื่อยๆ นึกถึงคำพูดของบุรีเมื่อปีก่อน ตอนเขาพยายามเตือนสติไม่ให้เธอจมปลักกับความแค้น จนทำลายชีวิตตัวเอง

“ชีวิตมันไม่เหมือนจิ๊กซอว์นะทราย จิ๊กซอว์จะหยิบชิ้นไหนมาต่อผิดต่อถูกโดยไม่ต้องคิดก็ได้ เพราะถึงต่อผิด ก็มีโอกาสเลือกชิ้นใหม่มาต่อ แต่ชีวิต...ทำอะไรต้องคิดดีๆ ถ้าพลาดแล้วพลาดเลย ไม่มีโอกาสเริ่มต้นทำใหม่”

ครั้งนั้นเธอขัดขืนเต็มกำลัง ไม่คิดเลยว่าคำพูดของเขาจะย้อนกลับมาทำร้ายเธอถึงเพียงนี้

“ทรายคงไม่ได้โอกาสจากพี่บีอีกแล้ว”

ทรายเดินเหม่อๆไปตามทาง ไม่ทันระวังถูกชายแปลกหน้าชนจนข้าวของหล่นกระจาย รวมถึงซากดอกจำปีแห้งในหนังสือ นักออกแบบสาวล้มตามไปด้วย แต่ถึงกระนั้นก็พยายามลุกและวิ่งไล่เก็บของที่หล่นแล้ว

ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นว่าพวงกุญแจบรรจุรูปสติกเกอร์ของตนกับลูกศรกลิ้งหายไป พร้อมกับซากดอกจำปีที่หวงแหนนักหนา

ทรายลุกเดินหาด้วยความร้อนใจ หมดหวังกับซากดอกจำปีที่คงปลิวไปไกลแล้ว เลยตั้งหน้าตั้งตาหาพวงกุญแจ แล้วก็ต้องอึ้งเป็นรอบสองของวัน เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนเก็บพวงกุญแจนั้นให้!

บุรีถอนใจเบาๆที่พลาดถูกทรายเห็นจนได้ เลยจำใจต้องเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง สองหนุ่มสาวเดินคุยกันตามทางแบบมีระยะ ทรายกำพวงกุญแจแน่น ก่อนโพล่งถามสารทุกข์สุกดิบของเขาก่อนเพื่อชวนคุย บุรีตอบเสียงเรียบว่าสบายดี และเลือกพูดถึงฌานที่ย้ำให้เขาซื้อโปสต์การ์ดกลับไปด้วย ทรายอึ้งไปอึดใจเมื่อเห็นโปสต์การ์ดฝีมือตัวเองในมือเขา อดสะเทือนใจไม่ได้ และไม่คิดว่าฌานจะยกโทษให้กับเรื่องที่เธอก่อในอดีต

บุรีมองมาอย่างรู้ทัน บอกว่าฌานฝากขอบคุณ

มาให้ด้วย พร้อมบอกเรื่องที่เพื่อนรักพูดกับเขาก่อนมาที่นี่

“เราเสียคนคนหนึ่งไปแล้ว ฉันไม่อยากทำให้คนที่อยู่ต้องเหมือนตายทั้งเป็นอีก หนึ่งปีที่ผ่านไป ฉันเชื่อว่าไม่มีใครมีความสุขหรอก อีกอย่าง...ฉันรู้ว่าเขาทำอะไรขนาดนี้ แสดงว่าเขาตั้งใจและทุ่มเทหมดทั้งหัวใจ”

ทรายน้ำตาร่วง ซาบซึ้งใจกับมิตรภาพดีงามของฌาน จนยิ่งรู้สึกผิดกับความเลวร้ายของตนในอดีต บุรีรับปากจะส่งผ่านคำขอบคุณของเธอไปให้ฌานและขอตัวกลับ ไม่อยากอยู่ใกล้เธอให้ใจหวั่นไหวกว่านี้ ทรายกล้ำกลืนความเสียใจแล้วเอ่ยคำลา แต่เมื่อเขาจะลับหายไปอีกครั้ง ก็ทนไม่ไหวตัดสินใจพูดบางอย่าง

“ดอกจำปีดอกเก่าของทรายหาย...ทรายมีโอกาสจะได้ดอกจำปีดอกใหม่ไหมคะ”

บุรีอึ้งไปอึดใจ นึกถึงวันเวลาหลายวันที่ผ่านมา ที่เขาตามดูความเปลี่ยนไปของทราย รวมถึงความช่วยเหลือของตัวเอง ตอนเธอทำดินสอสีหล่น และที่สำคัญ...ของขวัญวันเกิดของเธอที่เขาเป็นคนฝากดวงตาไปให้ เขายัง

จำได้ว่าดวงตาพยายามขอร้องให้เขาเจอทรายสักครั้ง อย่างน้อยก็อาจทำให้ทรายมีชีวิตชีวาขึ้น

“ทรายเปลี่ยนไปมากนะบี จากคนที่ใช้ชีวิตกับสังคม มีความสุขกับการต่อสู้ ภูมิใจกับการเป็นที่หนึ่ง ตอนนี้เขามีชีวิตเพื่อชดใช้ความผิด ไม่เหลือความเป็นศรุตา ผู้หญิงที่มีชื่อเสียง...โดดเด่นอีกเลย”

เขาจำคำตอบตัวเองได้ ว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรื่องระหว่างเธอกับเขาจบลงแล้ว ดวงตาไม่เชื่อ ถ้าเขาไม่เหลือเยื่อใยจริงๆ คงไม่ลงทุนแบกของขวัญวันเกิดมาให้ทรายถึงที่นี่

“บีจะไม่ให้โอกาสตัวเอง ไม่ให้โอกาสน้องอีกครั้งจริงๆหรือ”

บุรีดึงตัวเองจากอดีต ก่อนตัดสินใจตอบคำถามของทราย โดยไม่ยอมหันกลับมาสบตา

“ถ้ามันออกดอกใหม่อีกครั้ง วันนั้น...พี่จะส่งดอกจำปีดอกใหม่มาให้”

ขาดคำก็เดินจากไป โดยไม่หันมามองทรายที่ส่งยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา “ได้เท่านี้...ก็พอแล้ว”

ร่างของบุรีลับตาไปแล้ว ทิ้งทรายให้ยืนคนเดียวด้วยความหวัง...ว่าสักวันโชคชะตาจะนำเขากลับมาอีกครั้ง

ooooooo

–อวสาน–


ละครทรายสีเพลิง ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านทรายสีเพลิง ติดตามทรายสีเพลิง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อารยา เอ ฮาร์เก็ต, ณัฐวุฒิ สกิดใจ, ชาคริต แย้มนาม 17 ก.ย. 2557 07:27 2014-09-29T08:24:02+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ