นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สายลับสามมิติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “สายลับสามมิติ” สนุก ฮา “ป๋อทุลุมิติจับมือน้ำตาลควงปืนผดุงความยุติธรรม”


    ปวันรีบกลับมาที่บ้านเช่า แปลงโฉมเป็นปลายฟ้าแล้วรีบมุดต้นไม้ข้างบ้านเข้ามา จึงเห็นว่ารองเท้าบูตยังไม่ได้ถอด ก็รีบถอดออก เดินเท้าเปล่าย่องแย่งเข้าไป พอพ้นแนวไม้ก็ตกใจผงะเมื่อมีเสียงทัก

    “คุณปลายฟ้าทำอะไรอยู่น่ะ”

    ปลายฟ้าเงยหน้าเห็นเชนในชุดสูทเต็มยศยืนเท่อยู่ เธอรีบบอกว่าเปล่า ตนไม่ได้ทำอะไร เชนถามว่าทำไมเดินเท้าเปล่าอย่างนั้น เธอบอกว่ารองเท้าหาย ไม่รู้สุนัขที่ไหนคาบไปรับประทาน

    “โถ...เดี๋ยวเท้าบอบบางก็โดนเศษดินเศษหินบาด ให้เชนอุ้มไปส่งดีกว่านะครับ” ว่าแล้วช้อนร่างปลายฟ้าอุ้มขึ้นทันที เธอร้องห้ามแต่ไม่ทัน เชนบอกว่าแค่อุ้มเฉยๆ สัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินเธอจนกว่าเราจะได้แต่งงานกันถูกต้องตามประเพณี

    “แต่งงานตามประเพณี เอาจริงเหรอคะ”

    เชนบอกว่าจริงเพราะตนจะไม่ไปไหน จะอยู่ดูแลเธอไปตลอดชีวิต พูดอย่างภาคภูมิใจว่า

    “เพราะฉะนั้น คืนนี้ฤกษ์ดี เราสองคนมาตกลงกันถึงอนาคตที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเสียทีนะครับ”

    พอเข้าไปนั่งในบ้าน ท้องเชนร้องจ๊อกๆ ปลายฟ้าจึงชงบะหมี่สำเร็จรูปรสเป็ดพะโล้ให้กิน เชนยกถ้วยบะหมี่ชวนเชียร์! ปวันยกถ้วยบะหมี่ของตัวเองขึ้นชน แล้วเชนก็โซ้ยอย่างเอร็ดอร่อย ถามปวันว่าอร่อยเหาะไหม แล้วก็ทำท่าเหาะให้ดู ปวันยิ้มที่เห็นอีกมุมหนึ่งของผู้ชายห้าวที่ทำอะไรน่ารักแบบนี้ก็เป็นด้วย

    ooooooo

    คืนนี้เจนจิรากลับจากตระเวนสัมภาษณ์ทั้งวันกลับถึงบ้านก็ทิ้งตัวนั่งอย่างหมดแรง เห็นตุ๊กตาลิงที่ตฤณซื้อให้ก็หยิบไปหยอกเล่น

    แล้วจู่ๆตฤณก็โทร.มาถามว่าอยู่บ้านหรือเปล่าตนมีเรื่องจะคุยด้วย เจนจิราปดว่าไม่อยู่ ตฤณบอกว่าตอนนี้ตนอยู่หน้าบ้านเธอแล้ว เจนจิราเปิดหน้าต่างดู เห็นตฤณยืนโบกมือหยอยๆอยู่ เลยต้องให้เข้าบ้าน

    ตฤณหยิบตุ๊กตาลิงขึ้นมาถามว่ายังเก็บเจ้าจ๋อของตนไว้อีกหรือ เจนจิราเสียฟอร์มเลยคว้ามาแล้วปาทิ้งออกไปทางหน้าต่าง บอกว่าตอนนี้ทิ้งไปแล้ว เร่งว่ามีธุระอะไรก็ว่ามา

    ตฤณเล่าว่าตอนนี้เชนไม่มีโอกาสกลับเข้าไปอยู่ในหนังสายลับเชนอีกแล้ว เจนจิราถามว่าซ่อมแว่นไม่สำเร็จหรือ? แล้วเชนจะเอาตัวรอดได้ยังไง ตฤณได้ช่องบรรยายว่าถ้าอยู่เชนต้องจ่ายค่าโน่นนี่นั่นจะอยู่ได้ยังไง แล้วนำสู่ประเด็นว่า

    “เชนก็มีแต่พวกเรานี่แหละ แต่พวกเรา...หมายถึงเค้ากะตังตัง ซึ่งเราน้าหลานไม่มีคุณสมบัติที่จะช่วย

    เชนได้ในเรื่องนี้ แต่เจน...เจนทำได้” แล้วตฤณก็เอ่ยปากว่า “อยากให้เจนช่วยหางานให้เชนทำหน่อย เพราะในที่ทำงานของตัวเองน่าจะมีงานให้คนทำเยอะ งานอะไรก็ได้ที่จะไม่มีใครสนใจตัวตนของเชน ไม่ต้องผ่านสัมภาษณ์ ขอดูเอกสาร วุฒิการศึกษา หรือถามประสบการณ์ ไม่งั้นเสร็จแน่”

    เจนจิราฟังแล้วคิดหนัก

    ooooooo

    เชนกินบะหมี่แล้วบอกปลายฟ้าว่า ตนจะอยู่ที่นี่ทำตามสัญญา จะทำงานดูแลเธอต่อไป แต่ก่อนอื่นเธอต้องพาตนไปเจอคุณพ่อคุณแม่ของเธอก่อน ตนจะทำตามประเพณีไปสู่ขอเธอ

    ปลายฟ้าอ้างว่าพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัดบ้าง พ่อดุบ้าง แม่รังเกียจคนมีหนวดบ้าง เชนก็บอกไม่เป็นอุปสรรค นัดพรุ่งนี้ให้พาตนไปเลย

    “เอ่อ...แล้วคุณมีเงินเก้าแสน ทองเก้าสิบบาทไปพบคุณพ่อคุณแม่ของปลายฟ้าแล้วเหรอคะ” เชนตกใจถามว่าให้เอาไปทำไมตั้งเยอะแยะ “อ้าว...ก็ถ้าจะไปสู่ขอปลายฟ้า ก็ต้องเตรียมสินสอดไปให้พร้อมเลยน่ะซีคะ ไม่อย่างนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ยอมให้พบแน่ๆค่ะ”

    เชนนั่งเครียดกับเงินเก้าแสนกับทองเก้าสิบบาท ปลายฟ้าดูแล้วยิ้มสมใจได้ทีจะรุกเชนบ้าง ถามว่าทำไมไม่พาตนไปพบพ่อแม่เขาบ้าง เชนบอกว่าตนไม่มีพ่อแม่ ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าตนมีพ่อแม่หรือเปล่า แต่เท่าที่จำได้ไม่เคยมีใครเอ่ยถึงพ่อแม่ตนเลย ตนรู้ตัวว่า ตัวเองมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็ตอนอายุ 25 แล้วและตนก็กำลังโด่งดังอยู่ที่วังบูรพา”

    พอถูกนักสืบอย่างปลายฟ้าซักถามมากเข้า เชนก็อึกอักเพราะต้องปิดบังเรื่องที่ตนหลุดออกมาจากในหนังโดยบังเอิญ ปลายฟ้าดักคอว่าเขามีอะไรปิดบังตนอยู่ใช่ไหม อ้างว่าถ้าเราจะแต่งงานกันก็ต้องไม่มีอะไรปิดบังกัน ตนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า“ตกลงคุณเป็นใครกันแน่คะ คุณเป็นใครบอกความจริงปลายฟ้ามาซีคะ คุณเป็นใคร”

    เชนอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดบทว่า ตนก็เป็นนายเชนคนธรรมดาที่พร้อมจะปกป้องดูแลเธอ ว่าแล้วก็จู่โจมหอมแก้มเธอฟอดหนึ่งอย่างรวดเร็ว เอ่ย “ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะครับ” แล้วลุกออกจากบ้านไปเลย

    พอหายตะลึงจากถูกขโมยจูบ ปลายฟ้าก็บ่นอย่างเสียดายว่า เกือบจะได้ความจริงจากปากนายนั่นอยู่แล้วเชียว!

    ooooooo

    ดร.อาทิตย์ดำเนินแผนของตนผ่านประมุข โดยปรับผังดึงรายการรายการหนึ่งในฝ่ายของเจนจิราขึ้นมาอยู่ในช่วง Prime Time เพิ่มเวลาให้อีกครึ่งชั่วโมง โดยจะได้ทำงานร่วมกับด็อกเตอร์อาทิตย์ด้วย

    พิธีกรต่างดีอกดีใจกันมาก เว้นแต่เจนจิราที่ถือถ้วยกาแฟดื่มหน้านิ่ง แต่แล้วก็ตกใจเมื่อด็อกเตอร์อาทิตย์เลือกเธอเป็นพิธีกรร่วม ซ้ำยังบอกว่าเรื่องรูปแบบรายการตนคิดไว้หมดแล้ว พูดเองเออเองแล้วอาทิตย์ก็สั่งให้เจนจิรายืนขึ้น จากนั้นทีมงานก็เชิญเธอไปที่ห้องแต่งตัว เจนจิราถามว่าเขากำลังจะทำอะไร

    “ผมกำลังจะแปลงโฉมคุณ ให้เป็นคนใหม่ไงล่ะ ศรัทธา...ศรัทธา...ฮ่ะๆๆๆ”

    ตฤณมุเขียนการ์ตูนชุดฮีโร่มนุษย์อะตอม เอาไปเสนอนิกร เขาดูแล้วชอบใจ ชมว่าเป็นแนวคิดการ์ตูนผสมวิทยาศาสตร์ ถามทึ่งว่า คิดได้ไงนี่? แต่แล้วก็ปิดต้นฉบับวางโครมที่โต๊ะ บอกตฤณว่าไว้ตนเรียนต่อจบด็อกเตอร์ก่อนค่อยมาเสนอใหม่ อ้างว่าไอคิวอีคิวตนเสพไม่ถึงงานของเขา ให้เขียนอะไรที่มันบันเทิง...บันเทิงหน่อย

    เชนกับตังตังรอคอยฟังผลการเอางานไปขายของตฤณ เชนทนไม่ได้อยากรู้เดี๋ยวนี้ แล้วเดินไปสำนักพิมพ์เลย ตังตังรีบวิ่งตามไป

    ตฤณได้ฟังคำตอบของนิกรแล้วเหมือนฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า ชี้แจงว่า งานนี้บันเทิงมาก เด็กต้องชอบ แล้วทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องพอลลูชั่นด้วย “เด็กที่ไหนจะอยากเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เด็กๆต้องการอ่านอะไรที่ทำให้พวกเขาหัวเราะคิกคัก เสียว สยิวกิ้วบ้างก็ได้” ตฤณพูดอย่างผิดหวังว่า เพราะคิดกันอย่างนี้เอง ไทยถึงอยู่กับที่ตามนานาอารยประเทศไม่ทัน เลยถูกนิกรไล่ให้เขาบินไปขายงานที่นานาอารยประเทศเลย

    “หน็อย! พูดแบบนี้ใจร้ายเกินไปแล้ว” เชนโพล่งขึ้นแล้วพรวดเข้าไป ตังตังดึงไว้บอกเชนว่าเขาไม่ใช่เหล่าร้ายเขาเป็นนายทุนนายจ้างที่ตฤณต้องพึ่ง “ต้องพึ่งเขา...ก็เลย... ต้องยอมเขา...งั้นเหรอ?” เชนถามอย่างรับไม่ได้ พอตังตังบอกว่า จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เชนเลยอึ้ง ส่วนตฤณ พอเงยหน้าเห็นเชนกับตังตัง ถึงกับซีดอย่างสิ้นหวัง...

    ooooooo

    ตฤณเดินผ่านเชนกับตังตังออกมานั่งริมทางเท้าอย่างหมดแรง บอกตังตังว่าน้าล้มเหลวอีกแล้ว ตังตังกับเชนสบตากันแล้วตังตังก็ลงนั่งข้างๆ กอดคอตฤณพูดให้กำลังใจ

    “น้าตฤณ...ชีวิตคนเราก็อย่างนี้แหละ มีวันที่กินแห้วบ้างเป็นธรรมดา แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ เดินหน้าทำสิ่งที่เรามุ่งหมายไปเรื่อยๆ มันต้องมีวันที่เราสมหวังสักวันสิน่า”

    ตฤณเงยมองเชนพูดปลงๆ เชิงสอนว่า “นายสมเพชฉันสินะเชน นี่ล่ะชีวิตจริง โลกของความจริง ลูกผู้ชายมันไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่เสมอไปหรอก โดยเฉพาะฉัน ฉันต้องเจอกับความพ่ายแพ้มานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งๆที่ฉันพยายามอย่างที่สุด แต่มันก็เป็นแบบนี้...แล้วนายจะเข้าใจเมื่อนายอยู่ในโลกของความจริง มันมีหลายอย่างเหลือเกินที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคนสามัญ มนุษย์เดินดิน...”

    เชนฟังแล้วคิดบางอย่าง เขาบรรจงถอดผ้าพันคอสีแดงออกจากคอต่อหน้าทุกคน บอกทุกคนว่า

    “สายลับเชนก็อยากจะขอลองเป็นแค่นายเชนคนธรรมดาบ้าง อยากรู้ว่ามันจะยากแค่ไหน” ตฤณบอกว่ามันอาจจะง่ายสำหรับเชนก็ได้เพราะเขาเป็นคนเก่ง “ไม่จริงหรอก มีตั้งหลายอย่างที่เชนเพิ่งรู้ว่ามันไม่เหมือนในหนังเลย เช่น เชนต้องรู้สึกเจ็บ โดนอะไรบาดก็เลือดไหล เชนต้องหิว เชน
    ต้องอดทน ไม่ทำอะไรรุนแรงกับคนที่...พวกเราต้องพึ่งพาในอนาคต”

    ตฤณยื่นมือไปสัมผัสกับเชนเอ่ยต้อนรับเข้าสู่โลกของมนุษย์เดินดิน พูดเหมือนเตือนสติเชนและประชดตัวเองว่า

    “คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อผดุงความยุติธรรมกันทุกคนหรอก คนบางคนก็อาจจะเกิดมาเพื่อจะเป็นไอ้ขี้แพ้ก็ได้”

    “แต่ถึงเชนจะหิว จะรู้สึกเจ็บ จะมีเลือดไหล เชนก็จะไม่เลิกผดุงความยุติธรรม ถึงบางทีเชนอาจจะแพ้บ้าง แต่เชนไม่มีวันยอมเลิกช่วยเหลือคนดี เลิกกำจัดเหล่าร้าย” เชนยืนหยัดจุดยืนอันมั่นคงเด็ดเดี่ยวของตน ตังตังพูดให้กำลังใจว่า

    “การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าเชนอยู่ที่ไหน สถานะอะไร เชนย่อมทำได้เสมอเหมือนซุปเปอร์แมนไงคะ ชีวิตประจำวันเขาเป็นนักหนังสือพิมพ์ แต่เบื้องหลังเขาคือซุปเปอร์ฮีโร่ ที่เมื่อใครกำลังต้องการความช่วยเหลือ เขาจะรีบเปลี่ยนชุดไปช่วยทันที”

    เชนลุกขึ้นทำท่าเท่ประจำตัวของตัวเองประกาศปณิธานอันแน่วแน่ของตนว่า

    “เช่นเดียวกับเชน! ผ้าพันคอผืนนี้ จะไม่ตกงาน เมื่อได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ เชนจะงัดออกมาใส่ทุกครั้ง แล้วออกไปทำภารกิจช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อน”

    “เยี่ยม! แหล่มแบบนี้ มีที่ไหน ต้องที่...” ตังตังผายมือมาทางเชนให้พูดต่อ เชนพูดอย่างเท่ว่า

    “สายลับเชนผู้ผดุงคุณธรรม! ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น...”

    แล้วทั้งสามก็หัวเราะและจับมือกันเดินหน้าต่อไป

    ooooooo

    เจนจิราถูกพาเข้าไปในห้องแต่งตัวของสมายล์ทีวี ทั้งช่างผม ช่างแต่งหน้า ปรึกษาปรารภกันว่าต้องแต่งแบบไหนถึงจะถูกใจ ดร.อาทิตย์ จนเจนจิราทนไม่ได้ถามว่าทำไมไม่ถามตนบ้างว่าที่ทำกันอยู่นี่ถูกใจตนบ้างไหม

    ช่างผมพูดตัดบทว่า “แหม คุณน้องขา ถ้าถูกใจด็อกเตอร์อาทิตย์ก็ต้องถูกใจหนูแน่ๆ หนูต้องศรัทธาค่ะ”

    ทั้งช่างผม ช่างแต่งหน้า และคนจัดชุดเสื้อผ้าทุกคนล้วนคาดเดาที่จะทำให้ถูกใจ ดร.อาทิตย์ ต่างเอ่ยคำว่า “ศรัทธา” เหมือนเป็นคาถาแห่งความสำเร็จของชีวิต

    เจนจิราทนฟังเงียบๆ แต่พอเห็นชุดที่ช่างเอาเข้ามา เธอมองตาโตอย่างทำใจไม่ได้ที่จะต้องใส่ชุดสั้นและเซ็กซี่นั้น!

    ตฤณและตังตังพาเชนเดินเข้ามาในสมายล์ทีวี เชนมองสำรวจไปรอบๆ ประสานักสืบมืออาชีพ มองไป ทางไหนก็เห็นแต่รูป ดร.อาทิตย์ เชนถามว่าสุภาพบุรุษท่านนั้นสำคัญอย่างไรถึงได้มีรูปเขาเต็มไปหมด ตฤณบอกว่า

    “ก็นั่นแหละด็อกเตอร์อาทิตย์ล่ะ คนที่ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าลัทธิจิตวิญญาณอะไรสักอย่าง แล้วคนก็หลงเชื่องมงาย”

    เชนถามว่าแล้วเขาอยู่ไหน ตังตังบอกว่าเขามีรายการโชว์ “Faith ศรัทธาสร้างพลัง” อยู่ที่สถานีเดียวกับน้าเจน ตฤณเตือนว่าระวังให้ดี เจอพวก ดร.อาทิตย์ต้องหลีกให้ไกล เชนถามว่าทำไม ตฤณบ่นอย่างอ่อนใจว่า

    “โธ่เอ๊ย...จำไม่ได้รึไง ใครมาแย่งตัวลุงเจิดจากเราที่ร้านเนรมิต”

    ตังตังเสริมว่าลูกน้อง ดร.อาทิตย์มีทั้งปืนและอาวุธครบมือ เชนจึงพยักหน้าจำได้ ขอบคุณที่เตือน ตนรู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร เดินดูอุปกรณ์และข้าวของต่างๆในสำนักงานแล้วเชนเปรยๆว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ทันสมัยจริงๆ

    พอดีตฤณได้รับโทรศัพท์จากเจนจิรา เขาบอกว่าพาเชนมาที่สมายล์ทีวีแล้ว ในขณะที่เชนยังงวยงงกับรูปและคำขวัญมากมายที่ติดอยู่ตามที่ต่างๆเกลื่อนไปหมด “ศรัทธาสร้างพลัง พลังเปลี่ยนโลก...งั้นเหรอ...หึ” เชนอ่านแล้วส่ายหน้า

    ooooooo

    พอเจอเจนจิราในรูปลักษณ์ใหม่ที่จัดเต็มอย่างจัดจ้าน เชนชมว่าวันนี้เธอโฉบเฉี่ยวกว่าทุกวัน ในขณะที่ตฤณมองอย่างขัดตาขัดใจ ประชดว่าแต่งตัวเหมือนสาวเซ็กซี่วอช ล้างรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์

    เจนจิราปรามว่าอะไรที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องไม่ต้องออกความเห็นก็ได้ แล้วหันไปขอบใจตังตังที่พาเชนมาส่ง บอกว่าไม่ต้องห่วงตนจะดูแลเชนให้อย่างดี แล้วชวนเชนไปมอบตัวกับป้าดา หัวหน้าแผนกแม่บ้านของฝ่ายรายการ

    “สวัสดีครับคุณป้า เชนขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย มีงานอะไรจะให้เชนทำก็ไม่ต้องเกรงใจนะครับ เชนทำได้ทุกอย่าง”

    ป้าดามองเชนอย่างเอ็นดูที่ทั้งหล่อทั้งมารยาทดี บอกว่าจะให้ทำงานแทนนายเอกที่ลาออกไป

    ตฤณขัดตาขัดใจมากกับการแต่งตัวของเจนจิรา ดักถามว่าไหนบอกว่าจะทำงานอย่างมีอุดมการณ์แต่ดูตัวเองตอนนี้ซิ!

    “มันไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้า ไม่ว่าเค้าจะแต่งตัวยังไง อยู่ในชุดไหน อุดมการณ์ของเค้าอยู่ตรงนี้” เจนจิราชี้ที่หัวตัวเอง “แต่ที่เค้าแต่งแบบนี้เพราะเป็นคำสั่งของเจ้านาย ที่เพิ่มเวลาให้รายการของเค้า ให้โอกาสเค้าได้ทำรายการกับด็อกเตอร์อาทิตย์!”

    ตฤณตกใจถามว่าเธอเปลี่ยนเป็นสาวกของ ดร.อาทิตย์แล้วหรือ เจนจิราบอกว่าแค่ทำงานร่วมกันไม่ได้หมายความว่าตนจะเปลี่ยน พูดแล้วบ่นอย่างหงุดหงิดว่า “นี่เค้าต้องมาอธิบายให้ตัวเองทำไมเนี่ย!”

    ตังตังวิ่งมาเร่งตฤณให้รีบไปเพราะนารีกำลังเดินมา นารีมาถึงก็ถามเจนจิราว่ามายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ดร.อาทิตย์รออยู่ เจนจิราจึงรีบไป พอทั้งสองเดินไปแล้ว ตฤณกับตังตังก็ค่อยๆโผล่หน้าออกมาดู ตฤณมองตามเจนจิราอย่างเป็นห่วงมาก

    ooooooo

    ทันทีที่เจนจิราไปเจอ ดร.อาทิตย์ เขาทักว่าดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยมีศรัธาเท่าไร อึดใจเดียว ดร.อาทิตย์ก็ดีดนิ้วไปตรงหน้าเธอ เจนจิราตานิ่งอย่างถูกสะกด แล้ว ดร.อาทิตย์ก็เริ่มซักถาม

    “แฟนเก่าของเธอกับหลานมันเอาตัวไอ้เจิดไปทำไม” เจนจิราบอกว่าตนไม่รู้จักเจิด นารีกับอินทุแปลกใจมองหน้า ดร.อาทิตย์ เขาบอกทั้งสองว่า “แม่นี่ไม่รู้จักไอ้เจิดจริงๆ จิตใต้สำนึกถึงได้บอกมาแบบนี้” แล้วเปลี่ยนคำถามใหม่ “แล้วแว่นสามมิติที่หลานแฟนเก่าเธอขโมยไปจากร้านเนรมิต เธอรู้เรื่องนี้ไหม พวกมันเอาแว่นไปเก็บไว้ที่ไหน”

    เจนจิราคิดทบทวนก็จำได้กำลังจะบอก ก็มีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะขึ้นพร้อมกับป้าดาและเชนที่แต่งชุดพ่อบ้านใส่หมวกหลุบถือถาดกาแฟพร้อมน้ำดื่มเข้ามา อินทุบอกให้วางไว้บนโต๊ะ ระหว่างนั้นเชนแอบมองพวก ดร.อาทิตย์ หูแว่วได้ยินวารีบอก ดร.อาทิตย์ว่า เรามีนัดต้องรีบไป ส่วนทางนี้ปล่อยไปก่อน ดร.อาทิตย์ทำหน้าเซ็งๆ แล้วรีบไป

    ปวันกับจ่าเจี๊ยบมาสืบข่าวที่สถานีได้ยินนารีรับโทรศัพท์สั่งให้ถ่วงเวลาให้คุณหญิงรอก่อน แล้วบอกอาทิตย์ว่า คุณหญิงขาวีนมาถึงมูลนิธิแล้วท่าทางจะอารมณ์เสียที่ไม่เจอนายรออยู่ ดร.อาทิตย์บอกงั้นรีบไปตนไม่อยากเสียเหยื่อคนสำคัญ

    ปวันกระซิบบอกจ่าเจี๊ยบแล้วรีบตามไป ปวันเห็นเชนในชุดฟอร์มพ่อบ้านก็เอะใจ ไปเจอในลิฟต์ตัวเดียวกันอีก

    แต่จ่าเจี๊ยบตามมาไม่ทัน ปวันถามว่าเขาตาม ดร.อาทิตย์ทำไม พอดีลิฟต์เปิด เชนบอกว่า ไว้ค่อยบอกทีหลังแล้ววิ่งปรู๊ดไปเลย มองไปเห็น ดร.อาทิตย์ขึ้นรถตู้ออกไปแล้ว เชนหันรีหันขวางเห็นรถของปวันกำลังจะตามรถตู้ไป เชนพรวดไปเปิดประตูขึ้นนั่ง ปวันนึกว่า

    จ่าเจี๊ยบ พอเห็นเป็นเชนก็ถามว่าขึ้นมาทำไม เชนบอกว่า “เหตุผลเดียวกับคุณตำรวจมั้งครับ” ปวันกลัวตามไม่ทันรถตู้ของ ดร.อาทิตย์จึงขับรถพรืดออกไป จ่าเจี๊ยบวิ่งมาเห็นรถปวันขับออกไปแล้ว จ่ายืนเกาหัวบ่น “ทิ้งกันซะงั้น”

    ปวันขับรถตามรถตู้ไปไม่นาน พวก ดร.อาทิตย์ก็รู้ตัว เขาบอกมันอยากตามก็ให้มันตาม อินทุถามว่าจะเปลี่ยนเส้นทางไหม อาทิตย์บอกไม่ต้อง บอกให้สั่งคนของเราให้เตรียมพร้อม

    รถตู้ขับเข้าไปในโรงพยาบาล ปวันขับตาม แต่แล้วรถของปวันก็ถูกคนแก่ถือไม้เท้าเดินตัดหน้ารถทำให้ต้องหยุดรอ แต่เชนเห็นรถตู้ขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ปวันรีบขับตาม แต่ก็ถูกรถอีกคันหนึ่งขับออกจากที่จอดมาขวางทางไว้ทำให้ต้องหยุดอีก

    พวก ดร.อาทิตย์อาศัยจังหวะนั้นลงเปลี่ยนเป็นรถตู้ติดฟิล์มเข้ม ปวันยังตามรถตู้คันเดิม แต่เชนผิดสังเกตว่าคนในรถไม่ใช่ชุดเดิม บอกปวันว่าพวกมันคงรู้แล้วว่าถูกเราสะกดรอย

    “พวกมันหลงกลเรา” นารีหัวเราะเยาะปวันที่ตั้งหน้าตั้งตาตามรถตู้คันเดิม

    “ถ้ามีฝีมือแค่นี้ก็ไม่น่าตามมาให้เปลืองน้ำมันตั้งแต่แรก” ดร.อาทิตย์เหยียดยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า

    เชนกับปวันไหวทันจึงเปลี่ยนเป็นตามรถตู้ติดฟิล์มเข้ม ดร.อาทิตย์รู้ตัวเขาสั่งปล่อยให้ตามมา อยากรู้ว่าจะตามไปถึงไหน แต่หารู้ไม่ ปวันเอาปืนหน้าตาประหลาดยิงแคปซูลไปติดท้ายรถของ ดร.อาทิตย์อย่างแม่นยำ แล้วกดปุ่มบางอย่างหน้าจอเล็ก แผงหน้าปัดรถถูกเปิดขึ้นเป็นแผนที่รูปถนน เชนถามว่าเรดาร์ใช่ไหม ปวันบอกว่า GPS เห็นเชนงงๆ เธออธิบายว่า

    “ที่ฉันยิงไปคือแคปซูลส่งสัญญาณจีพีเอสผ่านดาวเทียม มันจะบอกตำแหน่งของรถด็อกเตอร์อาทิตย์ให้เรารู้ เราแค่ตามแผนที่นี้ไป”

    “สุดยอด!! สมัยนี้ทำได้ขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” เชนทึ่งทั้งเทคโนโลยีและความเก่งกาจฉลาดทันคนของปวัน

    ปวันตามไปจอดซุ่มอยู่หน้าตึกหนึ่ง บอกเชนว่าพวกมันอยู่ที่นี่ ซึ่งขึ้นป้ายว่า “อามุนรา” ปวันพยายามนึกคำแปลได้ว่าสุริยเทพแห่งตำนานไอยคุปต์ เป็นมูลนิธิการกุศลของ ดร.อาทิตย์ เชนตั้งข้อสังเกตว่าถึงขนาดต้องเปลี่ยนรถเพื่อสลัดการสะกดรอยตาม มันคงไม่ใช่มูลนิธิธรรมดาแน่

    “มีคนคุ้มกันแน่นหนา แต่ดูเหมือนไม่มีคนมาทำงาน” พูดแล้วปวันหันมาสบตาเชนพยักหน้าให้กันแบบเข้าใจกันโดยไม่รู้ตัว

    ooooooo

    ไม่นานนักก็มีรถดับเพลิงเปิดหวอมุ่งมาที่มูลนิธิบอกว่ามีคนแจ้งไฟไหม้ที่นี่ มองไปในบริเวณตึกมีกลุ่มควันลอยขึ้นมา พวกเจ้าหน้าที่และ รปภ.พากันวิ่งไปดู ที่แท้เชนจุดไฟเผาขยะจนควันโขมง

    ปวันกับเชนผสมโรงวิ่งปนเปเข้าไปแล้วแอบหลบเข้าไปในอาคาร แต่ยังติดที่เข้าภายในห้องไม่ได้ เชนจัดการยามที่มาเห็น ปวันเอานิ้วยามไปแปะที่เครื่องสแกนมีเสียงดังคลิก ประตูเปิดล็อก ทั้งสองวิ่งเข้าไปอย่างเร็ว ประตูปิดลงทันที

    ที่ชั้น 4 ของมูลนิธิอามุนรา ดร.อาทิตย์กำลังเจรจาอยู่กับน้ำเพชร “เหยื่อคนสำคัญ” ที่อาทิตย์ต้องจับให้อยู่การเจรจายุติลงโดยน้ำเพชรจะจ่ายเพื่อสร้างศรัทธาเป็นเงินสองงวดงวดแรก 5 ล้าน อีกงวดเพื่อเร่งศรัทธา ให้ขายที่ดินที่เชียงใหม่ได้ราคาและเร็ว น้ำเพชรจ่ายอีก 5 ล้าน ถาม ดร.อาทิตย์ว่าศรัทธาแรงพอหรือยัง

    “ยิ่งแรงยิ่งเร็ว อีกไม่กี่วันคุณน้ำเพชรได้เห็นผลแน่ หรือไม่ก็พรุ่งนี้ที่โชว์ของผม”

    “โอเค ไว้พรุ่งนี้ฉันจะรอดู”

    พอได้เงิน 10 ล้าน อาทิตย์ก็สรรเสริญเยินยอน้ำเพชรที่ใส่เพชรแพรวพราวไปทั้งตัวโดยเฉพาะเพชรสีชมพูเม็ดโตว่า

    “เลอค่า...คู่ควรกับคุณน้ำเพชรจริงๆ”

    เมื่อน้ำเพชรจะกลับ ดร.อาทิตย์ออกไปส่ง จึงเป็นโอกาสให้ปวันกับเชนแอบเข้าไปหาหลักฐานในห้องต่างๆ แต่ละห้องลึกลับซับซ้อนและมีประตูกลหลายชั้น แต่ก็ไม่เกินฝีมือนักสืบมืออาชีพอย่างเชน เขาหาวิธีเล็ดลอดเข้าไปจนถึงห้องทำงานของ ดร.อาทิตย์ ค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์

    “ฉันเจอไฟล์การเงินในนี้ มีการโอนเงินร้อยกว่าล้านบาทจากกองทุนศรัทธาเปลี่ยนโลกโดนด็อกเตอร์อาทิตย์โอนมาบัญชีมูลนิธิ และเจ้าของบัญชีมูลนิธิคือด็อกเตอร์อาทิตย์ และเขาไม่เคยโอนเงินไปทำบุญที่อื่นเลย หรือพูดง่ายๆ เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นของด็อกเตอร์อาทิตย์”

    ทั้งสองเห็นพ้องกันว่านี่คือการยักยอกเงินคนอื่น เป็นกองทุนแหกตา และมูลนิธิต้มตุ๋น แต่ปวันเห็นว่าข้อมูลพวกนี้ยังไม่หนักแน่นพอจะเป็นหลักฐาน เชนเสนอให้หาหลักฐานเพิ่ม

    ปวันเปิดแฟ้มเจอรูปของน้ำเพชรที่ประดับ เครื่องเพชรเต็มตัว โดยเฉพาะเพชรสีชมพูเม็ดใหญ่มากมูลค่ามหาศาล

    “หรือนี่คือเป้าหมายต่อไปของด็อกเตอร์อาทิตย์” ปวันตั้งข้อสังเกต แล้วเอามือถือถ่ายรูปน้ำเพชรไว้บอกเชนว่า “ฉันจะสืบดูว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ถ้าเรารู้ว่าด็อกเตอร์อาทิตย์กำลังทำอะไรกับเธอ เราก็ปกป้องคนบริสุทธิ์จากการเป็นเหยื่ออาชญากรได้อีกหนึ่งคน”

    พลันทั้งสองก็ชะงัก เมื่อได้ยินเสียง ดร.อาทิตย์ดังจากนอกห้องว่า

    “เช็กดูแล้วใช่ไหมว่าเพชรเป็นของจริง”

    “เป็นของจริงค่ะ มีหนังสือรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ” นารีบอก

    “ดีมาก โชว์คราวนี้ต้องสนุกแน่ๆ” อาทิตย์ยิ้มเจ้าเล่ห์ สั่งนารีกับอินทุให้ไปจัดการตามแผนให้เรียบร้อย

    ปวันรีบโอนถ่ายข้อมูลจนเสร็จ ก็พอดี ดร.อาทิตย์ นารี และอินทุเข้ามาในห้อง ทั้งสองหลบออกไปอยู่ในห้องลับได้หวุดหวิด แต่ ดร.อาทิตย์ก็พบสิ่งผิดปกติในห้อง เขาตรงไปเอามือจับคอมพิวเตอร์พบว่าร้อนเหมือนเพิ่งถูกใช้ นารีถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ดร.อาทิตย์มองไปรอบห้อง เห็นหน้าต่างเปิดแง้มไว้นิดๆ เขาขมวดคิ้ว แต่บอกนารีว่า

    “ไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นปกติ”

    “เราคงต้องอยู่ในนี้จนกว่าพวกมันจะกลับออกไป” เชนกระซิบบอก ปวันพยักหน้า แล้วบอกเชนให้ดูไปรอบๆ พอเห็นผนังตรงข้าม ทั้งสองก็ตะลึง!

    เพราะในห้องนี้มีจอ LED ติดบนผนังหลายจอแสดงภาพอาวุธแปลกประหลาด ทั้งจากหนังและภาพแปลนอาวุธแบบสามมิติ อีกจอเป็นรูปคนและสัตว์ประหลาดจากหนังเรื่องต่างๆ

    เชนสงสัยว่าอาทิตย์กำลังคิดทำอะไร ปวันคาดว่าหรือจะเป็นพวกบ้าหนังยอดมนุษย์ก็ได้ เพราะขนาดทำห้องลับไว้เก็บข้อมูล มันควรจะมีอะไรมากกว่านี้ แล้วเชนก็ไปเจอแปลนรูปพิมพ์เขียวของแว่นสามมิติ เขาอุทานออกมา ปวันถามว่ามันคืออะไร

    “3 DDD ก็แว่นสามมิติไง คุณไม่รู้จักเหรอ” เชนตอบอย่างไร้พิรุธแล้วเดินไปดูอย่างอื่นต่อ ปวันมองเชนอย่างจับผิด แล้วใช้มือถือถ่ายรูปพิมพ์เขียวแว่นสามมิติไว้

    นอกจากนี้เชนยังเจอรูปของปวันและคุณพ่อเธอที่เป็นตำรวจอยู่ในแฟ้มข้อมูลของอาทิตย์ด้วย ปวันบอกว่า

    “มันสืบประวัติฉัน!!”

    “ไม่เห็นแปลกเลย รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง คุณยังสืบเรื่องของพวกนั้นได้ ทำไมมันจะสืบเรื่องคุณไม่ได้” เชนเห็นข้อมูลว่าพ่อเธอเป็นตำรวจและเสียชีวิตในหน้าที่ เชนแสดงความเสียใจด้วย ถามว่าแล้วตอนนี้เธออยู่กับใคร ถูกปวันดุ

    “ใครจะอยู่อะไรยังไงกับใครก็ช่างเถอะ ตอนนี้มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะออกจากที่นี่ยังไง” เชนยังมองเธออย่างสนใจเลยถูกดุซ้ำ “จะยืนเก๊กอีกนานไหม รีบมาช่วยกันหาทางออกซิ”

    เชนหลับตาใช้สมาธิ ครู่เดียวก็คิดแผนออก เขาพาเธอมุดออกทางช่องแอร์ลงทางบันไดหนีไฟ แม้จะถูกประตูกลปิดไล่ตามมาตลอดทาง แต่ทั้งสองก็หลุดรอดไปได้อย่างเฉียดฉิว จนถึงชั้นล่าง กำจัดยามแล้ววิ่งไปขึ้นรถขับออกไป

    ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของ ดร.อาทิตย์ นารี และอินทุ มองอยู่ที่หน้าต่างห้องทำงานของ ดร.อาทิตย์ นารี รายงานว่ามันหนีไปได้ ดร.อาทิตย์บอกว่าตนเห็นแล้ว นารีถามว่าจะให้ตามไปไหม

    “ตามไปตอนนี้จะทันหรือไง”

    “พวกเราทำงานไม่ดี ปล่อยให้พวกมันเข้ามาได้ พวกเราขอโทษค่ะ” นารีก้มหน้ารับผิด แต่ผิดคาดครั้งนี้ ดร.อาทิตย์กลับพูดว่า

    “ด็อกเตอร์อาทิตย์มีเมตตาอยู่แล้ว ทำไมเรื่องแค่นี้จะให้อภัยไม่ได้ มันมีเรื่องที่สนุกกว่าลงโทษพวกแกอีกเยอะ เช่นโชว์ในวันพรุ่งนี้” อาทิตย์ยิ้มเจ้าเล่ห์มองเช็คสองใบยอดเงินสิบล้านที่น้ำเพชรเซ็นให้อย่างพอใจ

    ooooooo

    หนีรอดออกมาได้แล้ว ระหว่างจอดรถพักที่ริมน้ำสวย ทั้งเชนและปวันต่างยืนพิงกระโปรงรถคุยกันอย่างผ่อนคลาย

    “คนอย่างด็อกเตอร์อาทิตย์ช่างซับซ้อนซ่อนกลนัก เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว เดาใจไม่ได้ บุคลิกไม่เหมือนโจร แต่กลับร้ายยิ่งกว่าโจรที่ผมเคยเจอ...ช่างน่ากลัวจริงๆ”

    “คนอย่างนี้มีเยอะจะตาย พวกหน้าเนื้อใจเสือ ต่อหน้าก็เป็นคนดี แต่ลับหลัง...” ปวันเหลือบมองเชน

    เขารู้ว่าถูกแขวะ พูดออกตัวว่า สำหรับตนเธอไว้ได้เลย ตนดีทั้งต่อหน้าและลับหลังคุยขัดคอกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ปวันวกกลับมาพูดเรื่องพิมพ์เขียวของอาวุธประหลาดที่อาทิตย์สะสมไว้ว่าต้องมีแผนชั่วอยู่ในใจแน่ ท้าเชนว่า ถ้าเขาต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนดีจริงก็ต้องช่วยทางการ เชนบอกว่าตนยินดี

    ปวันแนะว่าเชนทำงานที่สมายล์ทีวี เพียงแต่เขารายงานความเคลื่อนไหวของ ดร.อาทิตย์ให้ตนรู้ก็พอ เชนถามว่าแล้วเธอล่ะ? ปวันถามว่าแล้วเขาอยากได้อะไร

    “ข้อมูลเรื่องคุณนายสร้อยเพชรนั่นไง คุณถ่ายรูปเอาไว้ไม่ใช่เหรอ ผมรู้ว่าคุณต้องสืบเรื่องนี้ต่อแน่ ยื่นหมูยื่นแมว ข่าวคุณนายสร้อยเพชรมา ข่าวด็อกเตอร์อาทิตย์ไป”

    ทั้งสองจับมือกันเป็นสัญญา เชนย้ำว่า “สัญญาต้องเป็นสัญญานะครับคุณตำรวจ”

    ooooooo

    เจนจิราในชุดกระโปรงสั้นเสื้อเว้าเซ็กซี่อยู่ที่สตูดิโอสมายล์ทีวี เธอโพสท่าเซ็กซี่มองจิกกล้อง

    “คุณจะได้พบกับช่วงใหม่...ศรัทธาบายอาทิตย์ มิติใหม่ในรายการล้วงลับจับข่าวร้อนกับเจนจิราโฉมใหม่ที่สมายล์ทีวีที่นี่ที่เดียวค่ะ” พูดแล้วขยิบตายิ้มเซ็กซี่กับกล้อง โปรดิวเซอร์สั่งคัต

    พอทำหน้าที่เสร็จ เจนจิราก็รู้สึกเขินจนต้องดึงชายกระโปรงลงมาบารมีชื่นชมว่าเป็นนางแบบที่สวยที่สุดในโลก ประมุขสั่งตัดต่อให้ทันออนแอร์คืนนี้เลย พูดกับเจนจิราอย่างพอใจว่า

    “ต่อไป สถานีของเราจะทะยานขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะมีทั้งด็อกเตอร์อาทิตย์และเจนจิราช่วยเรียกเรตติ้ง” บอกเจนจิราให้ไปเปลี่ยนชุดจะได้ถ่ายทีเซอร์ต่อ เจนจิราติงเรื่องเสื้อผ้า ประมุขตัดบทว่าขอให้มีศรัทธาหน่อย ส่วนบารมีก็เชียร์ว่า

    “ตามคอนเซปต์รายการเด๊ะๆ รับรองว่าต้องดังเด้งดังเด๊ะ” แล้วบอกเจนจิราให้ทำท่าและพูดตามตน “ล้วงลับจับข่าวร้อนกับเจนจิราเด๊ะ!” เจนจิรากล้ำกลืน แต่เพื่อความก้าวหน้าของงานเธอก็ฝืนยิ้ม พูดและทำตาม

    ประมุขกับบารมีต่างแย่งกันบอกให้เจนจิราทำอย่างโน้นอย่างนี้ ประมุขให้เธอขึ้นนั่งไขว่ห้างบนโต๊ะผู้ประกาศ แต่บารมีบอกให้เธอนอนเลย พอเจนจิราทักท้วงก็อ้างว่าเราต้องทำแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร ต้องคิดนอกกรอบ

    ตฤณทนดูไม่ได้ ให้ตังตังไปตามเจนจิรามาคุย ตฤณติงการแต่งตัวถ่ายแบบของเธอถามว่าเธอชอบแบบนี้หรือ เจนจิราตอบทันทีว่าชอบ ที่ชอบเพราะไม่อยากเหมือนตฤณที่ย่ำอยู่กับที่ ชีวิตตนไม่ใช่แค่มีวันนี้แต่ต้องมีอนาคต

    เมื่อเตือนแล้วติงแล้วถูกโต้ ตฤณพูดอย่างตัดใจว่า ถ้าคิดว่าดีก็ทำไปเลย เจนจิราตอบประชดว่า “เออ...ทำอยู่แล้ว”

    เสร็จงานคืนนี้ เจนจิรากลับบ้านอย่างอ่อนเพลีย เธอตกใจเมื่อเห็นรองเท้าโผล่มาจากพุ่มไม้ เดินไปดูจำได้ว่าเป็นรองเท้าของตฤณ คิดจะไปถามแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเดินเข้าบ้าน พอตฤณเห็นเธอเข้าบ้านแล้วก็บ่นตัวเอง

    “โรคจิตหรือไงวะเนี่ยไอ้ตฤณ” แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเจนจิราถามขึ้นว่า ตัวเองมีอะไร ตฤณตอบทันทีว่า “ไม่มี”

    ต่างก็วางมาดทิฐิ แต่ในที่สุดก็แพ้ใจตัวเอง ตฤณยอมรับว่ามาดูเธอ และขอโทษที่เมื่อตอนกลางวันตนหงุดหงิดไปหน่อย ตนพูดไม่ดีกับเธอ

    “ช่างมันเถอะ เค้าไม่เก็บเอามาใส่ใจหรอก เค้ามีความสุขกับการทำงานมาก เค้าแฮปปี้สุดๆเลยล่ะ แล้วตอนนี้เค้ามีบารมีคอยดูแลแล้ว คงไม่ต้องรบกวนตัวเองหรอก”

    ตฤณถอนใจอย่างเจ็บปวด เอ่ยขอโทษแล้วขอตัวเพื่อกลับไปทำงาน “แม้ว่าจะไม่มีตัวเองคอยชื่นชมแล้ว แต่เค้าก็อยากให้ตัวเองรู้ว่า เค้าทำเพื่อตัวเองนะ” เจนจิราตัดบทว่าจะทำอะไรก็จงทำเพื่อตัวเองไม่ต้องมาทำเพื่อตน “งั้นเค้าก็จะทำเพื่อตัวเอง หมายถึงตัวเค้าเองนี่แหละ แต่ถ้าเค้าทำสำเร็จเมื่อไหร่ ก็รู้ไว้ด้วยนะว่ามันเป็นเพราะตัวเอง”

    เจนจิราสะเทือนใจลึกๆ แต่ทำเป็นส่ายหน้าเหมือนฟังไม่รู้เรื่อง จนตฤณยกมือบ๊ายบายหงอยๆ เศร้าๆ เธอมองเขาแล้วถอนใจ

    ooooooo

    ปวันมาส่งเชนที่หน้าบ้าน ตังตังถามว่าหายไปไหนมากลับเสียมืดเชียว เชนพูดอย่างเท่ว่า “ไปบุกถ้ำเสือมา”

    ตังตังทักว่าวันนี้เชนอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เชนบอกว่าตนก็อารมณ์ดีอย่างนี้อยู่แล้ว แล้วเชนก็ถามตังตังว่า ถ้าเราอยู่กับคนหนึ่ง แต่กลับไปคิดถึงอีกคนจะผิดมากไหม ตังตังยกตัวอย่างว่าเหมือนตนเรียนเลขอยู่แต่คิดถึงการบ้านภาษาอังกฤษ แบบนี้คงผิด ครูบอกว่า “ถ้าทำอะไรอยู่ก็ต้องตั้งใจอยู่กับสิ่งนั้น ไม่งั้นก็จะไม่ดีสักอย่าง”

    “มันไม่ดีจริงๆด้วย ถ้างั้นเชนก็ควรจะตั้งใจอยู่กับคุณปลายฟ้าให้ไม่มากๆ ไม่ควรว่อกแว่กไปหาคนอื่น” ตังตังถามว่าคนอื่นคือใคร? “แค่คนอื่น ไม่สำคัญ ไม่มีอะไร ขอบคุณตังตังมากที่เตือนสติเชน” เชนจริงจังจนตังตังงง

    ตฤณมุ่งมั่นทำงาน ทำไปหัวเราะไป เสร็จแล้วเอาไปเสนอ บก.นิกร เขาชมว่าวาดรูปล้อบารมีได้เหมือนมาก โดยเฉพาะรูปที่เพิ่งฉีดโบทอกซ์แล้วขยับหน้าไม่ได้ เสนอว่าตฤณมาวาดรูปล้อเลียนดีกว่า อย่าเอาดีทางแต่งการ์ตูนเลยเพราะยังไงมันก็ไม่รุ่ง

    “ถือเป็นคำชมที่เจ็บที่สุดเลยครับ” ตฤณหน้าขรึม นิกรถามว่าโกรธหรือ เขาบอกว่านิดหน่อย “อย่าโกรธผมเลยนะครับคุณตฤณ ได้โปรดเถอะ ตอนนี้เหลืออยู่คนเดียวแล้ว”

    “เหลือผมเป็นนักวาดการ์ตูนคนเดียวของ บก.หรือ” ตฤณดีใจ

    “เหลือฉันแค่คนเดียวที่ยังจ้างแก คนอื่นไม่มีใครเอาแกแล้วนะโว้ย เพราะฉะนั้นอย่าเล่นตัวให้มาก ขี้เกียจง้อ”

    ตฤณยิ้มค้างหน้าเหวอ...แล้วจ๋อยสนิทไปเลย...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:17 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์