ข่าว

วิดีโอ



สายลับสามมิติ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-แอคชั่น-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาส / ฝนพรำ / วรรณพร / ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส

กำกับการแสดงโดย: เป้า-ตระกูล อรุณสวัสดิ์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ณัฐวุฒิ สกิดใจ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

อัลบั้ม: “สายลับสามมิติ” สนุก ฮา “ป๋อทุลุมิติจับมือน้ำตาลควงปืนผดุงความยุติธรรม”

เมื่อขึ้นนั่งรถ เชนมองปวันจนเธออึดอัดบอกว่าเลิกมองตนได้ไหม เชนถามว่าถ้าตนออกจากหนังเรื่องไซล่าร์ไม่ได้ เธอจะหาทางตามเข้าไปช่วยไหม

“ไม่” ปวันตอบห้วนๆ แล้วยกกาแฟร้อนจิบแก้อึดอัด เชนบอกว่า ตฤณกับเจนจิราบอกตนว่าเธอพยายามหาแว่น 3DDD “ฉันก็พูดไปงั้นแหละ อารมณ์มันพาไป แล้วฉันก็เป็นตำรวจ ฉันก็ต้องทำหน้าที่”

“แล้วถ้าให้พูดตอนนี้ นอกหน้าที่ จะพูดกับผม ยังไง”

“หุบปาก!” ปวันดุ เผลอทำกาแฟหกใส่ตัวเองเลยยิ่งโมโหโทษว่าเพราะเขา สั่ง “หยิบทิชชูมาซิ ในลิ้นชักนั้น”

เชนรีบเปิดเก๊ะหน้ารถหยิบทิชชูส่งให้ เขาเห็นจดหมายที่ตัวเองเขียนไว้ให้ปลายฟ้าก่อนจากไป เอะใจถามว่าจดหมายนี้มาอยู่ที่นี่ได้ไง ปวันอึกอักคิดแก้ตัวไม่ทัน เชนรุก “คุณปวัน คุณมีจดหมายได้ยังไง!!” ปวันจอดแล้วลงจากรถ เชนพรวดตามไปคาดคั้น “ถ้าคุณไม่บอกผมจะไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น”

ปวันปดว่าตนเข้าไปหาหลักฐานในบ้านปลายฟ้าเจอเข้าเลยเก็บมาเป็นหลักฐาน เชนโมโหหาว่าเธอทำให้ปลายฟ้าไม่ได้อ่านจดหมายของตน ตำหนิว่าเธอเสียมารยาทจริงๆ เชนโวยวายจนปวันถามว่าจะโวยวายทำไมในเมื่อเขาตกลงเป็นเพื่อนกับปลายฟ้าแล้ว เชนชะงักกึก มองขวับ ถามว่า “คุณรู้?!” ปวันรู้ตัวว่าพลาดไป เลยเงียบ

เชนยิ่งสงสัยคาดคั้นว่าทำไมเธอรู้เรื่องปลายฟ้าทั้งที่ตนพูดกันแค่สองคน ถามว่า “คุณสองคนรู้จักกันใช่ไหม”

ปวันกล้อมแกล้มว่า ก็ใช่ รู้...เชนเก็บรายละเอียดเรียบเรียงจนแน่ใจว่าปวันรู้จักกับปลายฟ้า ยื่นเงื่อนไขว่าถ้าเธอไม่พาตนไปพบปลายฟ้า ตนก็จะไม่ให้ความร่วมมืออะไรกับเธอทั้งนั้น

ในที่สุดปวันต้องยอมรับว่าตนคือปลายฟ้า พอเธอบอกความจริงเชนกลับไม่เชื่อถามว่าเมื่อไหร่เธอจะพูดความจริงเสียที ปวันจึงพาไปดูที่ท้ายรถ ซึ่งมีเสื้อผ้า และอุปกรณ์ในการปลอมตัวเป็นปลายฟ้าซ่อนอยู่ เชนจึงเชื่อมองเธอช็อกๆ

ปวันชี้แจงเหตุผลที่ต้องปิดบังเขา แต่ก็ตั้งใจจะบอกเขาเมื่อถึงเวลา เชนดักคอว่า

“เมื่อไหร่ อ้อ...ใช่สิ คุณกับผู้การของคุณยังอยากให้ผมช่วยอะไรอยู่อีก คุณคงตั้งใจจะบอกเมื่อตอนที่แผนการของคุณเสร็จสิ้นแล้วใช่ไหม ได้...งั้นไปทำให้แผนของคุณเสร็จสิ้นกันเถอะ” เชนพูดอย่างผิดหวังกับเธอแล้วเดินผ่านหน้าเธอไปขึ้นรถ เมื่อนั่งรถไปด้วยกัน ต่างฝ่ายก็เก็บอารมณ์ความรู้สึก เชนเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวังมากว่า

“คุณไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยเหรอ คุณเลือดเย็นมาก”

“เชน...” ปวันเรียกเขาเสียงแผ่วอย่างรู้สึกผิด

ooooooo

ดร.อาทิตย์ยังอยู่ในห้องขังพิเศษที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมองอยู่ จู่ๆก็มีสัญญาณกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย ผู้เชี่ยวชาญเงยหน้ามองไปในห้อง เห็น ดร.อาทิตย์นั่งจ้องตนมาจากในห้องอยู่ก่อนแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญผงะราวกับสายตานั้นตรึงร่างไว้เหมือนถูกสะกดจิต พอดีผู้การธงทิวเข้ามา ผู้เชี่ยวชาญถึงกับสะดุ้ง ผู้การถามว่าตกใจอะไรหรือ ผู้การมองเข้าไปเห็น ดร.อาทิตย์จ้องอยู่ก่อนแล้ว ถามผู้การว่ามารับตนไปแถลงข่าวหรือ จะแถลงอย่างไร เตรียมชุดรักษาความปลอดภัยไว้หรือเปล่าเพราะแฟนคลับตนเยอะ

ดร.อาทิตย์ถูกปิดตามัดมือพาออกไป ผู้การบอกว่าตนมีข้อเสนอให้และเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดด้วย

“ถ้าด็อกเตอร์ให้ความร่วมมือ ยอมรับแต่โดยดีว่า ที่ผ่านมาใช้พลังจิตบังคับให้ใครทำอะไรไปบ้าง ผมสัญญาว่า หลังสิ้นสุดคดี ผมจะทำเรื่องขอตัวด็อกเตอร์มาช่วยราชการ ด็อกเตอร์จะได้ใช้ความสามารถพิเศษทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศ”

ดร.อาทิตย์ทำเป็นตื่นเต้นบอกว่าเป็นข้อเสนอที่ตนปฏิเสธไม่ได้เลย แต่ตนก็ขอปฏิเสธ ถามว่า มีไรมะ? ผู้การบอกว่าก็ให้เตรียมตัวถูกขังเดี่ยวตลอดชีวิตไปเลย ดร.อาทิตย์ยั่วว่าแบบนี้ต้องคิดหนัก ผู้การเร่งให้รีบคิดเสียก่อนที่จะไม่มีเวลาให้คิด

ดร.อาทิตย์เดาะลิ้นในปากเสียงเต๊าะๆๆ ปรากฏกราฟแสดงคลื่นไฟฟ้าสมองมีการเปลี่ยนแปลง ผู้เชี่ยวชาญรีบแจ้งผู้การ เร่งให้ผู้การออกมาเดี๋ยวนี้ แต่ผู้การกลับเข้าไปหา ดร.อาทิตย์ ถูกเสียงเต๊าะๆนั้นสะกดจนผงะตาเหลือก ผู้การหันมองผู้เชี่ยวชาญ ปรากฏว่าผู้เชี่ยวชาญก็ตาแข็งค้างไปเหมือนกัน

“พาฉันออกไป ไอ้ผู้การหน้าโง่” ดร.อาทิตย์สั่ง ผู้การเดินนำไปราวกับหุ่นยนต์

แต่พอพาไปถึงห้องแถลงข่าว ดร.อาทิตย์ชะงักเมื่อไม่มีนักข่าวแม้แต่คนเดียว!

ที่แท้นี่คือแผนหลอกให้ ดร.อาทิตย์สะกดจิตผู้การและผู้เชี่ยวชาญเพื่อเป็นหลักฐานในการเอาผิดกับเขา!

พอ ดร.อาทิตย์รู้ตัวว่าเสียท่า เขาขู่ว่าถ้าไม่อยากให้ผู้การสติสัมปชัญญะพังพินาศก็ให้ปล่อยตนเสีย แต่พูดไม่ทันขาดคำก็ปรากฏแสงเลเซอร์สีแดงเป็นรูปตัว O และตัว K ยิงมาที่หน้าผาก ดร.อาทิตย์อย่างแม่นยำ ดร.อาทิตย์มองตามแสงไป เห็นมิสเตอร์โอเคยืนเท่อยู่อีกด้านหนึ่ง พริบตานั้น ดร.อาทิตย์ก็ถูกเชนคว้ามือหมับจับทุ่มอย่างเร็ว ดร.อาทิตย์ผลักเชนแล้วจะหนี ถูกเชนที่ไวกว่าจับล็อกกดกับพื้นจนหมดท่า

ดร.อาทิตย์พยายามสะกดจิตเชน เชนรู้ตัวกระนั้นก็ยังรู้สึกมึนๆ แต่ยังมีสติควักเข็มฉีดยาสลบปักที่ต้นแขน ดร.อาทิตย์ ครู่เดียว ดร.อาทิตย์ก็ฟุบไป เชนลุกขึ้นประกาศอย่างเท่ทั้งที่ยังมึนๆเซๆจากการถูกสะกดจิต

“คุณธรรมปกป้อง คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ หยุดเหล่าร้าย สายลับเชน ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น...”

ooooooo

แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า ทั้งเชนและมิสเตอร์โอเคถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจับกุม โดยคำสั่งของผู้การธงทิว!

เชนและมิสเตอร์โอเคถูกจับโยนเข้าไปขังรวมกับลินดา มิสเตอร์โอเคกล่าวประชดอย่างคับแค้นใจว่า

“ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย เผ่าพันธุ์เลวก็ไม่เคยหมดจริงๆ น่าดีใจในฐานะผู้ร้ายตัวพ่อจริงๆ”

เมื่อปวันรู้ว่านี่คือคำสั่งของผู้การธงทิว เธอถามว่าทำอย่างนี้ทำไม! ผู้การอ้างว่าตนเคยให้หมวดปวันไปตามล่าผู้ชายตัวขาวดำ ที่มาจับโจรปล้นธนาคารแย่งซีนตำรวจ เธอรู้ว่านั่นคือเชนแต่ก็จงใจปิดบังตน

ทั้งปวัน ตฤณ และเจนจิราต่างโต้ว่า เชนเป็นฮีโร่ถ้าไม่มีเชนเขาจะจัดการกับ ดร.อาทิตย์ได้หรือ? ตฤณบอกว่าเชนคือฮีโร่ที่ควรจะได้รับเหรียญตราเชิดชู ยกย่องให้เขาเป็นแบบอย่างของการทำความดีที่แทบหาไม่ได้ในยุคนี้ด้วยซ้ำ

“ทำไมฉันต้องยกย่องเชนเป็นแบบอย่าง คนที่วางแผนจนจับด็อกเตอร์อาทิตย์ได้ก็คือฉัน ฉันต่างหากคือฮีโร่! และฉันนี่แหละที่จะเป็นฮีโร่ให้คนในสังคมยึดเป็นต้นแบบเอง” ผู้การธงทิวชุบมือเปิบหน้าด้านๆ

ทั้งปวัน เจนจิราและตฤณ ต่างผิดหวังกับผู้การธงทิวอย่างที่สุด! เมื่อปวันต่อสู้กับความคิดเลวของผู้การ กลับถูกถามว่า เธอจะอยู่ต่อหรือให้ตนออกคำสั่งปลด เลือกเอาก็แล้วกัน ปวันมองผู้การด้วยความรู้สึกล่มสลาย ผิดหวัง และหมดหวัง

ส่วนเชนเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาเขาถามลินดาและมิสเตอร์โอเคที่ดูแลอยู่ว่า “เขาหักหลังเรา เขาทำอย่างนี้ได้ยังไง!”

ปวันหาทางช่วยพวกเชน เธอบุกเข้าไปยิงต่อสู้ตำรวจที่เฝ้าห้องขังแล้วยิงกุญแจห้องขัง ลินดาเห็นพวกคอมมานโดเข้ามาเสริมกำลัง ก็เร่ง “หนีก่อนค่ะเชน” ลินดา เชน และมิสเตอร์โอเคหนีไปทางหนึ่ง ส่วนปวันวิ่งแยกไปอีกทาง

เชน มิสเตอร์โอเค และลินดา ขึ้นไปบนดาดฟ้าสูง มองแสงสีศิวิไลซ์เบื้องล่าง ลินดารำพึงว่า...

“โลกนี้สวยงามมาก เต็มไปด้วยสีสัน...ต่างกับโลกขาวดำในหนังของพวกเรา...แต่ในความเรียบง่ายเราก็สามารถแยกแยะดีชั่วถูกผิดได้ง่ายเหมือนกัน เรารู้ได้ทันทีว่าไหนขาวไหนดำ ใครคือผู้ร้ายใครคือคนดี... ไม่เหมือนที่นี่”

มิสเตอร์โอเคเสริมตอนหนึ่งว่า ที่นี่มีคนที่เลวจริง เบื้องหน้าทำเป็นคนดี แต่ที่แท้เป็นคนเลว เลวกว่าผู้ร้ายในหนัง เลวจนผู้ร้ายอาย เลวจนผู้ร้ายไปไม่ถึง แล้วโอเคจะอยู่ที่นี่ได้ยังไง ที่นี่มันไม่โอเค

“คนที่นี่มีความสุขกับสังคมอย่างนี้จริงๆหรือ?” เชนถาม แล้วก็ฮึกเหิมขึ้นมา ไม่ยอมแพ้ ประกาศว่า “นี่แหละโลกยุคใหม่ ความเลวไม่คงที่ ความดีไม่คงทน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงยืดหยุ่นปรับตัวได้เพื่ออำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง...ไม่มีใครที่จะฝากความหวังได้...แต่เชนจะไม่สิ้นหวัง!”

ลินดากับมิสเตอร์โอเคหันมองหน้าเชนเชิงถาม เชนยังคงพูดต่อว่า

“ต่อให้โลกนี้เลวร้าย มืดมิดไร้หนทางแค่ไหน เชนจะไม่หมดศรัทธาในความดี เชนจะรักษาความดี ตราบเท่าลมหายใจของเชน ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะ ย่อมชนะอธรรมสิ!”

เชนแน่วแน่ มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ ท่วงท่าเท่เปี่ยมด้วยความหวัง ลมพัดมาเบาๆ ราวกับตอบรับอุดมการณ์ของเชน...

ooooooo

ช่วยไปปล่อยเชน มิสเตอร์โอเคและลินดาแล้ววิ่งแยกกันไปคนละทางแล้ว ปวันไม่รู้ว่าทั้งสามหาย ไปไหน ตามไปดูที่บ้านตฤณก็ไม่มี กลับถูกป้าทิวากับราตรี และวิศวะตำหนิหาว่าเป็นคนทำร้ายเชน มีแต่ตังตังที่เชื่อว่าปวันไม่รู้เรื่อง

ปวันร้องไห้บอกว่าตนเป็นห่วงเชน ไม่อยากให้เขาเกลียด ไม่อยากเสียเขาไป จนทุกคนคิดตรงกันว่าเธอรักเชน

เชน ลินดา และมิสเตอร์โอเคยังอยู่บนยอดตึก เชนทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วเขาตัดสินใจจะละทิ้งความรักและกลับไปในหนังสายลับเจ้าเสน่ห์อยู่ในโลกของตัวเอง ลินดาถามว่าแล้วหมวดปวันล่ะ? เชนบอกว่าให้เธออยู่ในโลกของเธอต่อไป เราอยู่กันคนละมิติ โลกของเราไม่มีวันจะบรรจบกันได้ สวรรค์ลิขิตให้ตนมาปฏิบัติภารกิจบางอย่าง เมื่อจบแล้วตนก็ต้องกลับไปอยู่ในที่ที่เหมาะกับตน ไม่ใช่ที่นี่

วันนี้ตฤณดีใจสุดๆ เมื่อ บก.สำนักพิมพ์โทร.มาบอกว่าจะซื้อต้นฉบับการ์ตูนล่าสุดของเขาเพราะอ่านแล้วชอบมาก

ขณะที่ทุกคนกำลังดีใจกับตฤณนั้น เจนจิรามองออกไป เธออุทาน “เชน!!!” ทุกคนหันมองเห็นเชนยืนอยู่จริงๆ เชนบอกตฤณให้ช่วยเปิดหนังสายลับเจ้าเสน่ห์ให้หน่อย ตฤณสงสัย แต่พอเห็นที่มือเขาถือแว่นสามมิติอยู่ก็เข้าใจทันที

ปวันเพิ่งกลับจากคุยโทรศัพท์เข้ามากับตังตัง พอเห็นเชนปวันมองตะลึง ในขณะที่ตังตังดีใจจนกระโดดกอดเชน

“ตังตัง...เชนต้องกลับแล้วนะ...เชนจะกลับไปในหนังแล้ว” เชนบอกว่า “เชนอยู่ที่นี่เป็นได้แค่ตัวประหลาด แต่ในหนังเชนเป็นฮีโร่ผดุงความยุติธรรม ให้เชนกลับไปทำหน้าที่ของเชนเถอะ”

ตังตังบอกว่าอยู่ที่นี่เชนก็ผดุงความยุติธรรมได้ เชนบอกว่าคนชั่วที่นี่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณทุกวินาที ตังตังอาสาจะช่วยเชนอีกแรง ปวันเอาด้วย เชนย่อตัวลงจับบ่าตังตัง มองหน้ากันถามว่า...

“ตังตังคิดว่าเราสองคนจะจัดการคนชั่วได้กี่คน แล้วถ้าวันนึงไม่มีเราสองคนแล้วล่ะ ใครจะทำ สุดท้ายคนชั่วก็จะกลับมาเต็มโลกนี้อย่างเดิม วิธีที่ดีที่สุดที่จะกำจัดคือการสร้างคนดีให้เพิ่มขึ้นมามากๆ เชนถึงต้องกลับไปเพื่อทำหน้าที่ของเชน หน้าที่...สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้คนที่ดูเชนแล้วคิดได้อยากทำดีต่อต้านความชั่ว และพลังความดีที่ทวีคูณนี่แหละที่จะไปยับยั้งตัดทอนคนชั่วไม่ให้เกิดขึ้นมาได้”

ตังตังมองเชนตาแป๋วทั้งศรัทธาและทึ่ง เชนบอกตังตังอีกว่า

“เชนก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเชนไม่ใช่พระเอกไม่ใช่ฮีโร่ แต่เชนคือแรงบันดาลใจที่จะทำให้ฮีโร่ตัวจริงปรากฏกายออกมา และตอนนี้เชนก็เห็นแล้วคนนึง...ฮีโร่ตังตัง”

ผ่านการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน ทุกคนต่างมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน และต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงที่ดี

ตฤณขอบใจเชนที่สอนให้ตนรู้ว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราเอง ทำให้การ์ตูนที่ตนเขียนขึ้นจากแรงบันดาลใจของเชนเรื่องซูเปอร์ฮีโร่เข้าตากรรมการแล้ว ขอบใจเชนจริงๆ

ปวันก็จะทำและนำเสนอข่าวยกย่องเชิดชูคนดี มีสารประโยชน์และจะประณามความชั่วทุกรูปแบบ

“ตังตังจะเป็นคนดีและจะไม่โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารังเกียจ ตังตังจะบอกเพื่อนๆให้ช่วยกันทำดีด้วย” ตังตังสัญญาเสียงใส ส่วนป้าทิวากับราตรีบอกว่าตนคงทำอะไรมากไม่ได้แต่จะทำตัวเองให้ดี

“จริงๆแค่ตัวเรารับผิดชอบตัวเองให้ดีที่สุด ก็ไม่ต้องมีฮีโร่ที่ไหนหรอก” วิศวะสรุป ตฤณชมว่าพูดได้หล่อมาก

เมื่อทุกคนเข้าใจและตั้งใจจะเป็นคนดี สร้างคนดี ทำสังคมให้ดีแล้ว เชนไปยืนหน้าทีวี บอกตฤณให้เปิดหนังแล้วเชนก็หยิบแว่น 3DDD ใส่ ทุกคนยืนส่งเชนอย่างอาลัยอาวรณ์ อวยพรให้เขาและจะรอวันเขากลับมา

ทันใดนั้น ปวันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยวตรงไปกอดแขนเชนบอกเขาว่า “ฉันจะไปกับนาย!”

เชนไม่ยอมให้ไป บอกว่าเธอต้องอยู่ที่นี่ เจนจิรากับตฤณผวาเข้าไปช่วยกันดึงตัวปวันออกมา แต่ปวันไม่ยอมปล่อยมือจากเชน กลไกในแว่นทำงานเร็วขึ้นวิศวะตะโกนบอกทั้งสี่ที่เกาะทึ้งกันอยู่หน้าจอทีวีว่า

“แว่นจะทำงานแล้ว โอ้มายก๊อดดดด ถอยออกมา ไม่งั้นได้ทะลุมิติไปกันหมดแน่!!” ทันใดนั้น แว่นเกิดแสงสว่างวาบขึ้น วิศวะตะโกนสุดเสียง “ออกมาเดี๋ยวนี้!!!!”

แสงสว่างจ้าจนทุกคนต้องยกมือปิดตาไว้ พอแสงหายวาบเข้าไปในทีวี ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ที่หน้าจอทีวีมีแต่ป้าทิวากับราตรี ทั้งสองมองไปรอบๆไม่รู้หายไปไหนกันหมด ราตรีสงสัยว่าตฤณกับเจนจิราเข้าไปในหนังด้วยหรือเปล่า

“ก็เตือนแล้วไม่ฟัง หายไปหมดเลย แล้วไอ้ที่สัญญาจะทำดีสารพัดตะกี๊นี้ใครจะทำ” วิศวะบ่น ตังตังถามว่าแล้วใครจะเลี้ยงหลานล่ะ

ที่แท้ตฤณกับเจนจิราล้มทับกันอยู่ พอหากันเจอแล้วทุกคนถามหาปวัน...ไม่มีใครตอบได้ ต่างมองหน้ากันไปมา

ooooooo

บนถนนลูกรังฝุ่นๆ ในหนัง...แก๊งอันธพาลสองแก๊ง กำลังมีเรื่องกันอยู่ ร่างเชนร่วงลงมากระแทกพื้นปึง พวกนักเลงต่างผงะ พอฝุ่นจางพวกมันเห็นเชนลุกขึ้นยืน มันร้องบอกกันว่า “สะ...สะ...สายลับเชน!” แล้วต่างก็โกยแน่บตัวใครตัวมัน

“กลับมาแล้ว เชนกลับมาในหนังสายลับเจ้าเสน่ห์แล้ว...มาคนเดียวด้วย” เชนถอนใจเบาๆ พลันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ เชนวิ่งไปพลางประกาศก้อง “สายลับเชนกลับมาแล้ว มาคราวนี้หล่อเฟี้ยวฟ้าวกว่าเดิม...โอ้...เย...”

เชนกระโดดตีลังกาอย่างสวยงาม กลายเป็นภาพย้อนแสงขึ้นหน้าปกดีวีดีในตอนต่อไปของสายลับเจ้าเสน่ห์

ที่บ้านเช่าของตฤณ ปกดีวีดีท่าที่เชนตีลังกาย้อนแสงถูกโยนไปวางกองกับดีวีดีที่ดูแล้ว ตฤณหยิบขึ้นมาบอกว่า

“นี่คือตอนสุดท้ายที่เรายังไม่ได้ดู สายลับเจ้าเสน่ห์ ตอน ราตรีลีลาศ” ตังตังบอกว่าไม่คุ้นเร่งให้ตฤณเปิดเลย

พอเปิดมา เป็นฉากงานเลี้ยง เชนในชุดทักซิโด้สวมหน้ากากครึ่งหน้า เข้ามาสังเกตการณ์ในงาน ลินดาไปบอกเชนที่ระเบียงชั้นบนว่า

“มิสเตอร์โอเคกำลังมาที่นี่ เป้าหมายของมันคือเพชรสปาย’ส์เลดี้ที่จะนำมาโชว์ในงานคืนนี้ คุณต้องระวังตัว”

พวกตังตังนั่งจ้องทีวีอยู่ ต่างถามกันว่าเห็นแค่เชน ลินดาและมิสเตอร์โอเค แล้วปวันหายไปไหน หรือปวันจะไปโผล่อีกซีกโลกหนึ่งของหนัง คาดเดากันไปต่างๆนานา ตังตังฟังแล้วสรุปตัดบทว่า

“หมวดปวันรักเชน เชนก็รักหมวดปวัน เขาสองคนต้องได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”

ลินดาพยายามจะรื้อฟื้นความเป็นคู่หูของเชนและความรักที่ตนมีต่อเชน แต่เชนย้ำว่า “คุณก็รู้ว่าผมมีคนรักแล้ว” พูดแล้วจะเดินไป ลินดาเรียกไว้หว่านล้อมให้เชนยอมรับความจริงว่าคนรักที่ไม่มีตัวตนของเขาไม่มีทางได้เจอกันอีกแล้ว ชวนเชนให้กลับมาเป็นคู่หูกันเหมือนเดิมไม่ได้หรือ

พอดีมีเสียงเป่าฮอร์นยาวดังแทรกเข้ามา เชนเดินแยกไปทางบันได ลินดามองตาม ไม่พอใจมาก!

ที่ทางเดิน หญิงสาวสวมสร้อยเพชรสีสวยอลังการเดินเข้ามาอย่างสง่า มีบอดี้การ์ดเดินตามหลังขบวน เชนเดินไปที่บันไดพอดี เขาตะลึงงัน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวสวยที่สวมเครื่องเพชรนั้น คือปวัน!

ตังตังร้องไชโยดีใจสุดขีด เมื่อเห็นเชนกับปวันได้เจอกัน เชื่อว่าปวันต้องพาเชนกลับมาโลกของเราได้แน่

เชนถามปวันว่ามาได้ยังไง ปวันบอกว่ามาตามหาเขา ตนตามหาเขามาตลอด พูดอย่างวัดใจกันว่า

“ฉันยืนอยู่หน้านาย ถ้านายหนีฉันไปตอนนี้ถือว่าเสียมารยาทมากนะ อย่าหนีฉันอีกเลย”

“ให้เกียรติเต้นรำกับผมนะครับ” เชนเอ่ยอย่างแสนสุภาพ ระหว่างเต้นรำ เชนถามว่า “คุณตามผมมาทำไม”

“ฉันอยากขอโทษนาย เชน...ฉันยอมรับว่าฉันไม่ได้พูดความจริง มันไม่ดี มันผิด แต่เพราะฉันกลัว

ฉันไม่รู้ว่านายรักใคร ผู้หมวดปวันหรือคุณปลายฟ้า นักเขียน นิยายใสซื่อ ฉันเลยกลัว กลัวว่าถ้านายรู้ว่าปลายฟ้าคือปวัน แล้วนายจะเลิกรักฉัน ฉันก็เลยไม่กล้าบอกความจริง... ฉันขอโทษ”

“คุณตามเข้ามาในหนัง เพื่อพูดแค่นี้งั้นเหรอ แล้วถ้าคุณหาผมไม่เจอ คิดบ้างไหมว่าคุณอาจจะไม่ได้กลับไปอีก”

ทันใดนั้น เสียงปืนรัวขึ้น เสียงมิสเตอร์โอเคตะโกนก้อง สั่งสมุน...

“ไปต้อนเอาโคตรเพชรสปาย’ส์เลดี้มาให้โอเคเดี๋ยวนี้ เหล่าสมุนในสังกัดโอเคทั้งหลาย”

สมุนของมิสเตอร์โอเคโผล่มาจากทุกทิศ บ้างกระโดดลงมา สไลด์มาตามราวบันได พวกแขกในงานตื่นตระหนกวิ่งกันชุลมุน เชนคว้ามือปวันพาวิ่งหนีออกจากห้องจัดงานทันที

เชนพาปวันออกไปที่ระเบียงด้านนอก เขาพูดเครียดว่า “คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้ คุณคือเป้าหมายของพวกมัน” เชนหยิบแว่นสามมิติออกมาสั่ง “สวมแว่นแล้วกลับไปเสีย” ปวันสวนทันควันว่าไม่กลับ! “อย่างี่เง่าน่ะ ที่นี่ไม่ใช่โลกที่คุณควรจะอยู่”

“นายยังอยู่ในโลกของฉันได้ ทำไมฉันจะอยู่ในโลกของนายไม่ได้ แล้วอย่าบอกว่านายไม่คิดถึงฉัน ถ้าไม่ นายคงไม่เก็บแว่น 3DDD เอาไว้หรอก แต่นายเก็บเอาไว้ เพราะนายคิดจะกลับไป” เชนแก้เกี้ยวว่าเพราะรู้ว่าเธอจะตามมาตนจึงเก็บไว้ให้ “ทำไม...ทำไมต้องขับไล่ฉัน ต่อให้นายบังคับฉันกลับไปให้ได้ฉันก็จะสวมแว่นแล้วกลับมาหานายที่นี่อยู่ดี”

เชนผละจากปวันถามว่าเธอต้องการอะไร? เธอบอกว่า “ฉันอยากอยู่ที่นี่ตลอดไป ที่นั่นไม่มีที่ยืนให้ฉัน

แล้ว คนที่ฉันเชื่อมั่นและศรัทธา แต่อยู่ๆเขากลับทรยศต่อศรัทธาที่ฉันให้กับเขา ฉันไม่มีหวังอะไรที่นั่นแล้ว ความหวังและศรัทธาที่ฉันเหลืออยู่ ก็แค่นายกับความดีเท่านั้น”

“คุณปวัน คุณก็แค่เหนื่อยและอาจต้องใช้เวลาพักบ้าง ยังไงผมก็ต้องขอให้คุณกลับไปโลกของคุณ”

พริบตานั้น ปวันดึงแว่นสามมิติจากมือเชนขว้างออกไปสุดแรง แว่นตกแตกกระจาย! เชนด่าว่าเธอบ้าไปแล้ว!

“ฉันไม่ได้บ้า ฉันตัดสินใจทำด้วยสติที่ครบถ้วนดีพร้อมทุกประการ ฉันรู้ว่าฉันคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกที่ล้มเหลวได้ แต่ฉันจะขอเป็นแรงบันดาลใจให้กับฮีโร่คนใหม่อีกมากมายที่จะมาสานต่อแทนที่ฉัน โลกนี้ต้องมีใครสักคนเสียสละเพื่อให้อีกร้อยคนได้เกิด ฉันขอทำหน้าที่นี้เหมือนที่นายทำอยู่นะเชน ฉันรักนาย อยากสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนาย” เห็นเชนสับสน เธอพูดทันที “ไม่เป็นไร ฉันจะไปตามทางของฉัน”

“ผู้หญิงบ้าอะไรโคตรเด็ดเดี่ยวเฟี้ยวฟ้าวมาก ไอเลิฟยูเบบี๋” เชนคว้าปวันเข้าไปกอดที่บ้านตฤณ ทุกคนยังนั่งอยู่หน้าจอทีวี ต่างดีใจที่ปวันตัดสินใจอยู่กับเชน เจนจิราถามตังตังว่าจำที่เชนบอกไว้ได้ไหม

“เชนทำหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจ ส่วนตังตังมีหน้าที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าความดีไม่มีวันตาย คนดีย่อมต้องชนะคนชั่ว ถึงจะยากลำบาก ถึงจะถูกทำร้ายสาหัสแค่ไหน แต่ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะ ย่อมชนะอธรรม!” ตังตังพูดเหมือนท่องจนขึ้นใจ แล้วให้คำมั่นกับทุกคนว่า “ตังตังจะไม่ทำให้เชนผิดหวัง”

ลินดาแค้นใจมากคำรามว่าผู้หญิงของเชนต้องเป็นลินดาเท่านั้น ปวันไม่มีสิทธิ์!

ลินดาสะบัดแส้ไปตวัดร่างปวัน แต่ปวันขืนตัวดึงไว้เชนปรามลินดาว่า “ปวันคือสปาย’ส์เลดี้ผู้หญิงของเชน ส่วนเธอลินดา...เธอเป็นได้แค่คู่หูของเชนเท่านั้น”

มิสเตอร์โอเคโผล่มาพอดี ลินดาขอให้เขาช่วย มิสเตอร์โอเคชักปืนออกมา เชนชักปืนออกมายิงไปยังตึกอีกฟากหนึ่ง ตัวล็อกล็อกกับตึกเป็นเชือกขึงตึงให้เชนโหนข้ามฟากไป เชนกำลังจะโหนเชือกพาปวันไป พลันก็หยุด หันพูดกับกล้อง

“แล้วสายลับเชนจะกลับมา” เชนโอบปวันโหนเชือกไป

โปสเตอร์หนังสายลับเจ้าเสน่ห์กับสปาย’ส์เลดี้ ปรากฏบนจออย่างสวยงาม ตามด้วยคำอักษรอำลาเมื่อหนังจบ...

“ขอได้รับความขอบคุณ สวัสดี”

ooooooo

–อวสาน–


ละครสายลับสามมิติ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านสายลับสามมิติ ติดตามสายลับสามมิติ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ณัฐวุฒิ สกิดใจ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ 30 ม.ค. 2558 09:17 2015-02-08T00:51:38+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ