ตอนที่ 5
กฤตพนธ์ร้อนรนมากที่นันทนัชไม่รับสาย นึกเป็นห่วงกลัวเธอใช้แต่อารมณ์และเผลอทำอะไรร้ายแรง ต่างจากพวกฤทัยที่นั่งคุยกันเคร่งเครียด โดยเฉพาะรณฤทธิ์ เจ็บใจมากที่กำจัดนันทนัชไม่ได้ ฤทัยพยายามเตือนไม่ให้หุนหันพลันแล่นเพราะคนที่เขาคิดกำจัดเป็นทายาททางสายเลือดเพียงคนเดียวของลิตร
รณฤทธิ์หัวเสียที่แม่ตัดกำลังใจ ฤทัยต้องปลอบให้ใจเย็นเพราะคนอย่างเธอไม่ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียวแน่ นันทนัชจะต้องเจอของหนักในเร็ววัน...ใครจะยอมให้บ่อเงินบ่อทองที่เคยเสวยสุขมานานสูญหายง่ายๆ!
กว่านันทนัชจะข่มตาหลับก็เกือบค่อนคืน เมื่อตื่นก็ต้องนิ่วหน้า เมื่อศรีมารายงานว่าฤทัยออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง นัยว่ามีนัดกับใครบางคนที่โรงสี นันทนัชไม่รอช้าตามไปสังเกตการณ์ โดยมีกฤตพนธ์ซึ่งเป็นห่วงเธอมากไปดักรอ ต่อว่าใหญ่ที่เธอยิงปืนขู่รณฤทธิ์เมื่อคืน นันทนัชไม่ยี่หระและแหวไม่ให้ยุ่ง
“ผมมีสิทธิ์ยุ่งในฐานะครูสอนยิงปืนของคุณไง ผมสอนให้คุณยิงเพื่อป้องกันตัว ไม่ใช่เที่ยวเอาไปยิงมั่วขู่ใคร”
“ฉันต่างหากที่โดนขู่ นายรณฤทธิ์บุกเข้าห้องนอนฉัน ขนเสื้อผ้าฉันไปทิ้งนอกบ้าน ฉันเลยต้องป้องกันตัว”
กฤตพนธ์อ้าปากค้าง คิดไม่ถึงว่าพวกฤทัยจะทำรุนแรงเช่นนั้น แต่สภาพเหมือนอดนอนทั้งคืนและดวงตาบอบช้ำของหญิงสาวทำให้อดคิดตามไม่ได้ เมื่อเธอเดินเข้าโรงสีเลยตามไปด้วย สองหนุ่มสาวเถียงกันตามประสาพ่อแง่แม่งอน เลยไม่ทันระวังว่าจะทำเสียงกุกกักให้ไม้ซึ่งมาดูต้นทางให้ฤทัยสงสัย
ในขณะที่นันทนัชกับกฤตพนธ์วิ่งหลบให้วุ่น ฤทัยกำลังเจรจาซื้อขายข้าวสารที่แอบลักลอบขนจากโรงสีมาขายให้เสี่ยเตี้ย...ขาประจำที่ทำธุรกิจกันมานาน ไม้ปรี่มาขัดจังหวะ อ้าปากจะบอกว่าอาจมีคนตามมา นันทนัชเลยตัดสินใจปรากฏตัวพร้อมกับกฤตพนธ์ ฤทัยหน้าเสีย รีบไล่เสี่ยเตี้ยให้ออกไป แต่ช้ากว่านันทนัชที่ไปดักหน้าถามเรื่องข้าวสารจำนวนมากมายที่ซื้อขายกัน ฤทัยพยายามเฉไฉแต่ก็ต้องสะอึกเมื่อนันทนัชถามถึงเอกสารซื้อขาย
เสี่ยเตี้ยผละไปแล้วไม่อยากมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องวุ่นวายกฤตพนธ์มองตามด้วยความสงสัยฤทัยร้อนตัวเลยท้าให้นันทนัชแยกไปคุยในห้องส่วนตัวทหารหนุ่มกับไม้จำต้องคุมเชิงด้านนอกปล่อยให้สองสาวต่างวัยเจรจาตามลำพังฤทัยไม่รอช้าถลาไปตบหน้าลูกเลี้ยงสาวเต็มแรงสองครั้งล้างแค้นที่ยิงปืนขู่รณฤทธิ์และสาระแนตามมาถึงที่นี่
“คิดจะไล่บี้เล่นงานฉันให้จนมุมเหรออีเด็กเมื่อวานซืนแกไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันทำให้นันทนัชลืมความเจ็บแสบบนหน้าปรี่ไปกระชากผมแม่เลี้ยงแล้วตบคืนฤทัยถึงกับผงะหวั่นลึกๆหากจะต้องปะทะกับนันทนัชแต่ถึงกระนั้นก็ทำใจดีสู้เสือสวนกลับ
“มีแรงแค่นี้เนี่ยนะจะมาสู้รบปรบมือกับฉันแกอย่าทระนงตัวไปเลยว่าเป็นลูกสาวแท้ๆเพียงคนเดียวของนายลิตรชาติกำเนิดของแกมันก็ไม่ได้สูงส่งเลอค่าอะไรเลยตรงกันข้าม...แกมันโสโครกเหมือนแม่แกนั่นแหละ”
ท่าทางเกรี้ยวกราดของฤทัยไม่ได้ทำให้นันทนัชหวาดหวั่นแหวกลับอีกต่างหากว่าแม่เธอเกี่ยวอะไรด้วย
“นังทิพย์มันไม่ได้เล่าหรือว่าตอนแม่แกตั้งท้องพ่อแกเป็นผัวพี่สาวแม่แกอยู่แต่แม่แกไปแย่งผัวพี่สาวมาแม่แกน่ะมันสมควรตายแล้วแย่งผัวพี่สาวผู้มีพระคุณของตัวเองทำให้คุณนายเรไรตรอมใจตายมันเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง!”
นันทนัชพูดไม่ออกฤทัยเหยียดยิ้มสะใจแล้วผละไปเมื่อเจอกับกฤตพนธ์ที่ด้านนอกเลยตีหน้ายิ้มแย้มชวนไปทานข้าวบ้านทหารหนุ่มปฏิเสธเสียงเรียบอ้างว่ามีธุระอย่างอื่นฤทัยไม่ชอบใจนักและถือโอกาสพูดตรงๆ
“รู้ตัวหรือเปล่าคะว่าคุณกฤตกำลังทิ้งมิตรแล้วเลือกศัตรู”
“อย่าคิดอย่างนั้นสิครับผมไม่ได้เป็นศัตรูกับใครแล้วผมก็ยังเป็นมิตรกับทุกคน”
“เป็นมิตรกับทุกคนรวมทั้งคนที่ทำตัวเป็นศัตรูกับครอบครัวน้าด้วยเนี่ยนะมันเหมือนกับว่าคุณกฤตทำตัวเป็นศัตรูกับน้านั่นแหละมันไม่ต่างกันหรอกอยากอยู่คุยธุระก็เชิญ”
หลังแยกกับฤทัยกฤตพนธ์ก็ไปดูนันทนัชได้ยินเสียงสะอื้นและเห็นรอยแดงบนแก้มก็อดสงสารไม่ได้แต่ถามเท่าไหร่หญิงสาวก็ไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้แต่แก้ตัวแกนๆว่าไม่ทันระวังตัวเท่านั้นกฤตพนธ์ต้องโอบปลอบสัมผัสอบอุ่นทำให้นันทนัชน้ำตาไหลแค้นใจมากและสัญญากับตัวเอง...จะไม่ยอมเสียเวลาจัดการกับยายแม่เลี้ยงอีกแล้ว!
ooooooo
สิ่งแรกที่นันทนัชทำคือไปหาสมุทรชัยกับไกรภัทรที่สำนักงานโรงสีคาดคั้นใหญ่เรื่องซื้อขายลับๆล่อๆของฤทัยเมื่อเช้ากฤตพนธ์สงสัยไม่ต่างกันเสนอให้ตรวจเอกสารบัญชีการซื้อขายสมุทรชัยอึ้งไปอึดใจต่างจากไกรภัทรที่รับปากจัดการให้ด้วยความเต็มใจสมุทรชัยได้แต่มองตามลูกชายงงๆ...หรือว่ามันจะคิดอะไรกับคุณนัน
ทนายสองพ่อลูกแยกไปทำงานแล้วนันทนัชทรุดตัวนั่งที่โต๊ะภายในสำนักงานอย่างอ่อนแรงยกมือกุมแก้มช้ำเบาๆนึกสมเพชตัวเองที่ต้องเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้กฤตพนธ์มองมาด้วยความเห็นใจเตือนสติให้เธอระวังตัวกว่าเดิมเพราะคนร้ายยังลอยนวลแถมพวกฤทัยก็ทำตัวแปลกๆจนไม่น่าไว้ใจ
“ขอบคุณที่เตือนค่ะฉันจะไม่ประมาทคนอย่างฉันไม่มีอะไรจะเสียอย่างมากก็แค่ตายฉันขอทำหน้าที่ลูกที่ดีสักครั้งหาคนที่ฆ่าพ่อให้ได้แต่พูดไปทายาทตระกูลอัศวัติอย่างคุณคงไม่เข้าใจความรู้สึกลูกกำพร้าอย่างฉันหรอก”
“ทำไมผมจะไม่เข้าใจผมเองก็กำพร้าเหมือนกับคุณพ่อแม่ผมตายตั้งแต่เด็กที่โตมาได้ก็เพราะลุงเลี้ยงผมมา”
นันทนัชไม่อยากเชื่อตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่เขาผละไปขึ้นรถเสียก่อนกฤตพนธ์นิ่วหน้าด้วยความกังวลแม้จะยิ้มแย้มปลอบใจหญิงสาวแต่ข้อมูลหลายอย่างทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ยิ่งนึกถึงคำพูดของพ่อเฒ่าปริศนาที่เขาพบโดยบังเอิญในโรงพยาบาลเมื่อหลายวันก่อนว่าเขาคือผู้เปลี่ยนชะตากรรมของนันทนัชเลยยิ่งใจเสีย
“มาถึงขั้นนี้...ผมคงปล่อยให้คุณตายไม่ได้”
ในขณะที่ไกรภัทรตั้งหน้าตั้งตาสืบหาข้อมูลเรื่องการซื้อขายของฤทัยให้นันทนัชแบบทุ่มสุดตัวจนสร้างความประหลาดใจให้แก่สมุทรชัยอย่างมากแม่ม่ายสาวใหญ่ผู้ต้องสงสัยกลับยื่นเช็คเงินสดสองล้านบาทให้รณฤทธิ์กนกกรเห็นเลยโวยวายด้วยความอิจฉาอยากได้ของแพงๆบ้างสองพี่น้องเถียงกันให้วุ่นร้อนถึงฤทัยต้องปรามให้หยุดแค่นี้ก็จะบ้าแล้ว...อย่าให้เรื่องพวกแกมาทำให้ฉันประสาทไปกว่านี้เลย!
เช้าวันถัดมา...นันทนัชจะออกจากบ้านไปหาทิพย์หวังสุดใจว่าพี่เลี้ยงเก่าแก่จะช่วยเล่าเรื่องพ่อกับแม่ในอดีตได้แต่แทนที่จะได้ขับรถออกจากบ้านกลับต้องให้ศรีเรียกรถรับจ้างให้เพราะดันแอบไปเห็นฤทัยกับไม้ทำมิดีมิร้ายกับรถของเธอเสียก่อนส่วนทิพย์ซึ่งกำลังจ่ายตลาดจำต้องตามนันทนัชไปคุยอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักยิ่งถูกถามเรื่องอดีตของลิตรกับรำเพยยิ่งเครียดไม่อยากเล่าให้มีพิรุธแต่ดูเหมือนจะขัดนันทนัชได้ยากเต็มที
“คุณนันคะ...เรื่องพวกนั้นมันผ่านมานานแล้วนะคะเราก็ไม่สมควรไปรื้อฟื้นมันอีก”
“แต่ถ้าเรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวพันกับเกียรติและศักดิ์ศรีของคนที่เรารักล่ะคะเราก็ควรจะปล่อยให้มันถูกเหยียบย่ำทำลายจากคนชั่วคนโกงที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อและตักตวงผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองเหรอคะ”
ท่าทางจริงจังของนันทนัชทำให้ทิพย์ใจอ่อนยอมเล่าว่ารู้จักลิตรตั้งแต่เด็กๆในอดีตลิตรเป็นเพียงชายชาวบ้านธรรมดาหาเช้ากินค่ำและมีฐานะยากจนแต่เพราะความไม่เอางานเอาการและเจ้าชู้ก็ทำให้เกิดเรื่องถูกเจ้าหนี้กับนักเลงละแวกนั้นบุกไปทำร้ายถึงห้องพักบ่อยๆแต่เขาก็เอาตัวรอดมาได้แบบหวุดหวิดทุกครั้ง
ส่วนทิพย์เป็นลูกสาวแม่ค้าขายข้าวแกงในตลาดฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ดีไปกว่าลิตรและดูเหมือนจะแย่กว่าด้วยซ้ำเพราะมีพ่อเลี้ยงขี้เมาคอยจับตามองด้วยสายตาโลมเลียหวังทำเมียตลอดทิพย์แอบมองลิตรเสมอเพราะชายหนุ่มเป็นคนหน้าตาดีแต่ความเกียจคร้านและความไม่เป็นโล้เป็นพายก็เป็นที่ขึ้นชื่อจนชาวบ้านรู้กันทั้งบางไม่เว้นแม้แต่แม่ของเธอที่ส่งสายตาปรามเสมอเมื่อเห็นเธอชม้ายชายตามองเขาบ่อยๆ
ooooooo
ลิตรถูกไล่ออกจากงานจนได้ในวันหนึ่งโทษฐานก่อเรื่องวุ่นวายและขี้เกียจตัวเป็นขนทำให้นายจ้างเอือมระอาความทะเยอทะยานและคำพูดของพ่อเฒ่าทำให้คิดหนักสุดท้ายก็แสยะยิ้มคว้าปืนพกสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่มีพร้อมห่อผ้าบรรจุกิ่งรำเพยของพ่อเฒ่าขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปปล้นธนาคารหวังรวยทางลัด
ทิพย์ดึงตัวเองออกจากอดีตหวังจบเรื่องแต่เพียงเท่านี้แต่ต้องหน้าเจื่อนเมื่อนันทนัชรบเร้าให้เล่าต่อว่าลิตรเจอกับเรไรและรำเพยได้อย่างไรทิพย์มีท่าทีอึกอักอ้างว่าไม่ทราบเรื่องทั้งหมดแต่ชิดเป็นคนพูดให้ฟังว่าสองพี่น้องเจ้าของโรงสีใหญ่เจอกับลิตรเป็นครั้งแรกตอนเกิดอุบัติเหตุชิดขับรถของเรไรไปเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์ของลิตร
เรไรกับรำเพยซึ่งกำลังเถียงกันเรื่องความละโมบโลภมากของญาติพี่น้องที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อสมบัติมากมายของเรไรหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ที่ทำให้กิจการโรงสีกับการปล่อยเงินกู้เจริญรุ่งเรืองขนาดนี้สองพี่น้องต้องตกใจหน้าซีดเมื่อเห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์ล้มข้างทางโดยชายหนุ่มคนขับนอนคว่ำหน้าไม่รู้ว่าเป็นตายอย่างไรชิดรีบลงไปดูโดยมีสองพี่น้องตามติดลิตรค่อยๆยันตัวลุกขึ้นด้วยความยากลำบากโกรธโชคชะตานักที่ซวยไม่หยุดหย่อน
เรไรหมั่นไส้ท่าทางหยิ่งๆของชายหนุ่มเจ้าของมอเตอร์ไซค์เป็นกำลังต่างจากลิตรที่ตะลึงตาค้างเมื่อมองผ่านเศรษฐินีใหญ่ไปยังหญิงสาวอีกคนเยื้องไปทางด้านหลังเรไรเขินเข้าใจผิดคิดว่าเขาตะลึงความงามของเธอลิตรก็ไม่แก้ความเข้าใจผิดนั้นแถมเปรยเสียงเพ้ออีกต่างหากว่าตัวเองคงตายไปแล้วถึงได้เห็นนางฟ้ามายืนตรงหน้า
สาวแก่ไม่เคยแต่งงานถึงกับยกมือทาบอกเขินอายเป็นกำลังเพราะคิดว่าเขาพูดถึงตัวเองส่วนรำเพยหน้าแดงก่ำเข้าใจความหมายและคำพูดของชายแปลกหน้าเป็นอย่างดีว่าหมายถึงตนแต่เรไรคงไม่ได้สังเกตอาการคนทั้งสองรีบเปลี่ยนท่าทางเป็นยิ้มแย้มและสั่งชิดอย่างกระตือรือร้นให้พาลิตรไปโรงพยาบาล
รำเพยกับชิดอดแปลกใจท่าทางของเรไรไม่ได้แต่ต้องสงบปากสงบคำเพราะไม่อยากถูกด่าส่วนลิตรมองบรรยากาศหรูหราในโรงพยาบาลกับท่าทีนอบน้อมของหมอและพยาบาลด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเป็นครั้งแรกในชีวิตหนุ่มชาวบ้านจนๆจะมีคนพินอบพิเทาเช่นนี้ได้แต่มองไปที่เรไรด้วยความสงสัยว่าเธอเป็นใครกันแน่
ในที่สุดลิตรก็ได้คำตอบหลังจากนั่งมองหมอกับพยาบาลปฏิบัติกับเขาราวกับคนไข้ชั้นดี
“นอกจากคุณเรไรจะเป็นเจ้าของโรงสีใหญ่ที่สุดของที่นี่แล้วเธอยังทำธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินให้เงินช่วยทำบุญกับโรงพยาบาลแล้วก็ปล่อยกู้...เอ๊ย...ไม่ใช่เธอช่วยเหลือคนในโรงพยาบาลที่ขัดสนหรือฝืดเคืองเรื่องเงินทองค่ะ”
ลิตรเก็บข้อมูลด้วยแววตาครุ่นคิดส่วนเรไรถึงกับกลับไปเพ้อที่บ้านฝันกลางวันเห็นหน้าตาหล่อเหลาของลิตรจนรำเพยกับชิดเริ่มไม่สบายใจแต่สาวเทื้อเศรษฐิินีเจ้าของโรงสีอย่างเรไรก็ไม่สนหมั่นไปเยี่ยมและฝากฝังหมอให้ดูแลชายหนุ่มอย่างดีต่างจากท่าทางเค็มและเคี่ยวตอนปล่อยเงินกู้กับชาวบ้านลิบลับ
แต่ถึงจะเค็มจนทะเลเรียกแม่แต่เรไรก็ไม่ใช่เจ้าหนี้ใจไม้ไส้ระกำแม้จะไม่ใจอ่อนกับท่าทางโอดครวญขอผลัดหนี้ของชาวบ้านแต่สาวใหญ่ก็มีคุณธรรมพอจะไม่เอาเปรียบลูกหนี้ซึ่งส่วนมากคือชาวบ้านตาดำๆ
“ฉันทำมาหากินเหมือนกันนะเงินทองที่ให้ยืมไปฉันก็ต้องทำงานหนักหาเหมือนกันไม่ได้ปล้นใครเขามาแต่สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาจ่ายครบฉันก็คืนโฉนดให้แต่ถ้าจ่ายไม่ได้ฉันก็ต้องยึดเท่านั้นเอง”
ชาวบ้านอึ้งไปอึดใจเถียงไม่ออกเพราะคำพูดของเรไรเป็นสิ่งยุติธรรมที่สุดแล้วแต่ก็มีลูกหนี้บางคนไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะศรขี้ยาประจำหมู่บ้านที่พยายามเสนอโฉนดบ้านแลกเงินแต่เรไรไม่ยอมเพราะเป็นที่ดินตาบอดศรผูกใจเจ็บและอดแขวะความเค็มของเศรษฐินีใหญ่ไม่ได้เรไรโมโหมากตอกกลับไม่ไว้หน้า
“ไอ้ศร...ไอ้เด็กเมื่อวานซืนเรื่องของคนอื่นไม่เกี่ยวกับแกแล้วเงินทองของฉันฉันจะแบ่งหรือแจกจ่ายให้ใครหรือจะเก็บไว้ในหลุมศพใครมันก็เรื่องของฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกุ๊ยขี้ยาข้างถนนแบบแกน้ำหน้าอย่างแกสลึงหนึ่งก็ไม่มีทางได้จากฉัน...แล้วถ้าใครมีปัญหาไม่พอใจคิดว่าฉันใจยักษ์ใจมารก็ไม่ต้องมาเอาเงินฉัน”
เรไรรวบสมุดเช็คและซองโฉนดไปขึ้นรถชาวบ้านหน้าตื่นรุมด่าศรเป็นการใหญ่กลัวเรไรจะไม่ยอมปล่อยกู้อีกส่วนชิดถลาตามติดเจ้านายสาวใหญ่ถอนใจหนักหน่วงด้วยความสงสารเมื่อได้ยินเธอบ่นน้อยใจ
“ถ้าคุณเป็นยักษ์เป็นมารจริงๆคุณจะช่วยผมจะดูแลคุณรำเพยแล้วก็ช่วยคนอีกเยอะแยะเหรอครับอย่างนายลิตรที่คุณเรไรช่วยไว้เมื่อวานก็น่าจะบอกได้นะครับว่าคุณเรไรเป็นคนยังไง”
เรไรพอยิ้มได้บ้างและอารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อชวนฝันของลิตรรีบปัดเรื่องกลุ้มและสั่งชิดโทร.บอกรำเพยให้ทำอาหารสุดฝีมือไปเยี่ยมลิตรที่โรงพยาบาลคนขับรถหนุ่มแปลกใจแต่ไม่ถามอะไรเชื่อว่าเจ้านายสาวใหญ่คงทำเพราะเห็นแก่เพื่อนมนุษย์เท่านั้น...คุณเรไรคงไม่คิดอะไรกับหนุ่มชาวบ้านคนนั้นหรอก
ooooooo
อาการมองมาอย่างไม่วางตาของลิตรทำให้รำเพยอึดอัดกระดากใจเหลือเกินที่ถูกมองด้วยสายตาเหมือนจะกลืนกินเช่นนี้ต่างจากเรไรที่เอาอกเอาใจหนุ่มชาวบ้านจนออกนอกหน้าปรนเปรอเขาด้วยอาหารเลิศรสและถ้อยคำอ่อนหวานจนทุกคนมองหน้ากันด้วยความอึกอักแต่เรไรก็ไม่สนแถมชอบใจอีกต่างหากเพราะคิดว่าลิตรอาจจะมีใจ
ความรักครั้งแรกทำให้เรไรหันมาสนใจตัวเองจริงจังบำรุงบำเรอหน้าตาปรับเปลี่ยนทรงผมรวมทั้งเสื้อผ้าให้ดูดีมีสง่าและที่สำคัญอ่อนวัยลงลิตรจะได้ไม่ขายหน้าที่ต้องเดินคู่กับเธอลิตรสังเกตเห็นและมองมาอย่างรู้ทันตามประสาหนุ่มเจ้าชู้เขาเอาอกเอาใจเธอด้วยวาจาหวานหูพร้อมสายตากรุ้มกริ่มจนสาวเทื้อ
ไม่เคยมีคนรักเคลิ้มไปหมดส่วนรำเพยกับชิดมองอาการคลั่งรักของเรไรด้วยความกระอักกระอ่วนใจแต่ก็ไม่รู้จะเตือนยังไง
ท่าทางเหมือนคนมีความรักอารมณ์ดีตลอดเวลาของเรไรทำให้บรรดาลูกหนี้อดแปลกใจไม่ได้แต่ไม่ได้ถามอะไรมากกลัวเจ้าหนี้สาวใหญ่จะหงุดหงิดและพาลไม่ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้มีเพียงศรขี้ยาคู่ปรับที่มองด้วยดวงตาเจ็บแค้นแล้วพาพรรคพวกสองสามคนไปรุมทำร้ายหมายกระชากกระเป๋าเงินสดเรไรยื้อสุดกำลังดิ้นรนขัดขืนเอาตัวรอดโดยมีชิดคอยช่วยไม่ห่างกว่าจะรอดมาได้ก็สะบักสะบอมทั้งคู่จนเศรษฐินีใหญ่ต้องคิดหนัก...หรือจะเพิ่มคนติดตามดี
เรไรครุ่นคิดอยู่นานสุดท้ายก็ตัดสินใจวางแผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวด้วยการทาบทามลิตรมาทำงานกับตนจะได้ใกล้ชิดชายหนุ่มที่หมายปองและมีคนคุ้มกันด้วยลิตรรู้ทันแต่แกล้งขอคิดดูก่อนดูเชิงว่าสาวเทื้อเจ้าของโรงสีจะทำเช่นไรเรไรไม่ยอมแพ้อย่างที่คาดตามไปตะล่อมถึงบ้านพักซอมซ่อของเขาแต่ลิตรเล่นตัวไม่ยอมใจอ่อนจนเมื่อคิดได้ว่าอาจเป็นโอกาสดีได้ใกล้ชิดรำเพยเลยเปลี่ยนใจตอบตกลงทำงานกับเรไรในเช้าวันถัดมา
แต่อดีตของลิตรก็ตามหลอกหลอนไม่หยุดเฮียสงซึ่งโกรธแค้นลิตรหนักหนาเพราะบังอาจลักลอบได้เสียกับลูกสาวคนเดียวลิตรเลยถูกตามล่าและซ้อมอย่างหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอดโชคดีที่เรไรตามมาช่วยทันเวลา
“ฉันไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเฮียสงมีเรื่องอะไรกับลิตรแต่ต่อไปนี้...ลิตรเป็นคนของฉันเพราะฉะนั้นเฮียสงน่าจะรู้ดีว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับคนของฉันถ้าเฮียยังมีหนี้อะไรค้างคาให้มาเก็บกับฉันอย่ามายุ่งกับคนของฉัน”
เฮียสงฮึดฮัดขัดใจแต่เกรงอิทธิพลของเรไรเลยต้องรามืออย่างเสียไม่ได้ส่วนลิตรอ้าปากค้างแอบกลัวเศรษฐินีใหญ่ไม่น้อยนึกถึงตัวเองว่าหากทำอะไรผิดจะต้องมีชะตาชีวิตเช่นไรแต่ไม่ทันถามอะไรมากเรไรก็สั่งให้ชิดมาพยุงลิตรไปที่โรงสีจัดแจงให้พักในเรือนคนงานมอบหมายให้คนเก่าแก่ดูแลและสอนงานให้
แต่แทนที่จะสนใจงานใหม่และอ่อนน้อมถ่อมตัวให้น่าคบหาลิตรกลับวางมาดเป็นคนโปรดขี้เกียจสันหลังยาวและมักมองชิดด้วยความอิจฉาเสมอเมื่อรู้ว่าคนขับรถหนุ่มได้ทำงานใกล้ชิดและพักในเรือนรัตนะกับเรไรชิดก็รู้สึกถึงแววตาแปลกๆของลิตรความไม่ไว้ใจที่มีก่อนหน้าเริ่มหนาแน่นเรื่อยๆ...กลัวเจ้านายสาวใหญ่จะถูกหลอก
นอกจากชิดและบรรดาคนงานที่โรงสีรำเพยก็เป็นอีกคนหนักใจไม่น้อยที่พี่สาวเอ็นดูและให้ความสนใจกับลิตรจนออกนอกหน้าแม้จะรู้สึกดีกับสายตาหวานของเขาทุกครั้งที่เจอแต่ไม่มากพอจะไว้ใจส่วนลิตรไม่สนใจสายตาตำหนิจากคนรอบข้างตั้งหน้าตั้งตาประจบหว่านเสน่ห์ใส่เรไรเต็มกำลังจนสาวเทื้อไม่เคยมือชายหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นยอมให้ตามไปเก็บหนี้ที่ตลาดด้วยภายในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากเริ่มงานลิตรลำพองใจมากจ้องปึกเงินในกระเป๋าของเรไรตาแทบถลนโดยมีชิดคุมเชิงห่างๆ...ไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่แต่ไม่อยากขัดใจเรไร
ในที่สุดลิตรก็ได้พิสูจน์ตัวเองเมื่อยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงปกป้องเรไรจากแก๊งขี้ยาซึ่งนำโดยศรชิดพยายามช่วยเจ้านายสาวใหญ่สุดความสามารถแต่ก็แทบเอาตัวไม่รอดเพราะพวกศรมีอาวุธพร้อมมือกว่าลิตรถลาเอาตัวกันเรไรจนตัวเองถูกตีบาดเจ็บสาหัสเรไรซาบซึ้งใจมากเมื่อมีชาวบ้านมาช่วยก็รีบสั่งให้พาลิตรกลับบ้านให้รำเพยทำแผลส่วนพวกศรถูกเศรษฐินีใหญ่สั่งซ้อมปางตายโทษฐานมาลองดีและทำร้ายคนอย่างเธอ!
ooooooo
แม้ร่างกายสะบักสะบอมแค่ไหนแต่ความยิ่งใหญ่โอ่โถงของเรือนรัตนะที่มีโอกาสเยือนครั้งแรกก็ทำให้ลิตรถึงกับอ้าปากค้างเรไรมองด้วยความเอ็นดูและให้คนไปตามรำเพยมาทำแผลลิตรปลื้มใจมากจ้องไม่วางตาจนรำเพยอึดอัดนวลซึ่งมาคอยรับใช้เลยอาสาทำแทนและปล่อยให้รำเพยไปทำงานอื่น
แต่ถึงกระนั้นรำเพยก็หลบไม่พ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกตอนมื้อเย็นของวันเดียวกันลิตรมองอาหารหน้าตาดีมากมายสลับกับใบหน้าสวยหวานของรำเพยจนเริ่มเบลออยากลองกินให้หมดทุกอย่างแต่กลัวเรไรไม่พอใจแล้วพาลทำให้เขาอดได้รับการปรนนิบัติอย่างดีรำเพยก้มหน้าก้มตากินไม่สบสายตาลิตรเลยหันไปเอาอกเอาใจเรไรพูดจาเจียมเนื้อเจียมตัวขอไปนอนพักที่นอกระเบียงก่อนจะกลับบ้านเพราะอ่อนเพลียเหลือเกินเรไรไม่ยอมโวยลั่น
“ว้าย...ไม่ได้ๆเธอเจ็บเพราะช่วยพี่พี่จะให้เธอลำบากอีกได้ยังไงล่ะไปชิด...พาลิตรไปนอนที่เรือนเธอนะห้องที่ว่างน่ะอ้อ...ยายนวลให้ใครไปทำความสะอาดไว้ทีนะแล้วรำเพยก็ทำข้าวเย็นที่กินง่ายๆให้ลิตรเขาด้วย”
เรไรออกคำสั่งเสียงเข้มทุกคนในบ้านวิ่งกันให้วุ่นเพราะลิตรคนเดียวแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวตีหน้าซื่อแต่ข้างในดีใจเนื้อเต้นจะได้อาศัยในเรือนหลังใหญ่ไม่ต้องทนนอนหลังขดหลังแข็งในบ้านพักคนงานกระจอกๆอีกแล้ว
ทิพย์ดึงตัวเองจากอดีตความรู้สึกปวดร้าวในอกกลับมาอีกครั้งเธอเข้าใจหัวอกลิตรเวลานั้นดีเธอเองก็ประสบและรู้สึกแบบเดียวกันตอนเขาพาไปอยู่ด้วยเมื่อหลายปีก่อน...และฉันต้องได้ทุกอย่างกลับคืนมา!
เวลาเดียวกันที่สำนักงานหน่วยข่าวกรองฯ... กฤตพนธ์คร่ำเคร่งกับการรื้อเอกสารเกี่ยวกับประวัติของลิตรจนภานุอดมองมาด้วยความแปลกใจไม่ได้ไม่นึกเลยว่าเพื่อนรักจะจริงจังกับคดีนันทนัชขนาดนี้
“หรือว่าแกเริ่มสงสัยการตายของคุณลิตรเหมือนลูกสาวคนสวยของคนตายแล้วเหมือนกัน”
“นั่นสิ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังหาอะไรแต่ในระหว่างที่ยังมืดแปดด้านถ้าอย่างน้อยเรารู้เรื่องคุณลิตรและคนรอบข้างบ้างบางทีมันอาจเป็นประโยชน์ต่อไปข้างหน้าก็ได้”
ภานุส่ายหน้าน้อยๆเพื่อนเขาจะรู้ไหมว่าถลำตัวเข้าสู่วังวนของนันทนัชมากขึ้นทุกทีกฤตพนธ์ไม่สนใจท่าทางเหมือนอยากแซวมัวพะวงกับกองเอกสารตรงหน้าทันใดนั้น...มือถือของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับข่าวดีจากหมวดเมธตำรวจผู้รับผิดชอบคดีการตายของลิตรซึ่งโทร.มาแจ้งเรื่องผลชันสูตรศพลิตรที่เพิ่งออกมาทหารหนุ่มหน้าตื่นรับปากดิบดีจะแจ้งนันทนัชเองเมื่อได้ยินจากตำรวจเจ้าของคดีว่าติดต่อหญิงสาวไม่ได้ตั้งแต่เช้า
นันทนัชติดต่อยากจริงๆอย่างที่หมวดเมธบอกแต่กฤตพนธ์ไม่ยอมแพ้เพียรโทร.จนในที่สุดเธอก็รับสายพร้อมเสียงหวานแต่แฝงแววกังวลใจว่าเขามีอะไรกับเธอถึงต้องโทร.ถี่ยิบขนาดนี้
“มีครับ...เป็นเรื่องสำคัญด้วยแต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ...ผมเป็นห่วงคุณ”
“ขอบคุณนะคะคุณกฤตสำหรับน้ำใจคุณที่มีให้ฉันตอนที่ฉันกำลังต้องการพลังใจในการรับรู้เรื่องราวบางอย่างอยู่ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะออกเป็นแบบไหนแต่ฉันว่าอย่างน้อยมันน่าจะทำให้ทุกอย่างในชีวิตฉันชัดเจนขึ้น”
“คุณกำลังทำอะไรเสี่ยงๆอยู่หรือเปล่าคุณนัน”
“เปล่าค่ะ...ฉันปลอดภัยดีอยู่กับคนที่วางใจได้ที่สุดในชีวิตเลยล่ะค่ะแล้วเรื่องสำคัญของคุณคืออะไรคะ”
“เรื่องสำคัญมากขนาดนี้บอกทางโทรศัพท์ไม่ได้ครับเดี๋ยวผมไปรับคุณแล้วเราค่อยนั่งคุยกันดีกว่านะครับ”
นันทนัชจำต้องรับปากกฤตพนธ์ดีใจมากที่จะได้เจอเธอให้สมกับที่คิดถึงและเป็นห่วงส่วนทิพย์มองท่าทางหญิงสาวที่เลี้ยงตั้งแต่เด็กด้วยแววตานิ่งเฉยต่างจากในใจที่รุ่มร้อนด้วยความโกรธทหารหนุ่มที่มาวุ่นวายกับนันทนัช
ฝ่ายภานุนั่งมองท่าทางดีอกดีใจของเพื่อนรักยิ้มๆแซวใหญ่ว่าจะเครียดเรื่องนันทนัชมากทำไมเธอยังปลอดภัยและไม่ได้ถูกลอบทำร้ายอย่างที่นึกกลัวตอนติดต่อไม่ได้กฤตพนธ์ถอนหายใจหนักหน่วง
“ฉันก็ภาวนาให้เขาโชคดีบ่อยๆอย่าให้มีใครทำร้ายเธออีกเลยฉันกลัวว่าครั้งต่อไปฉันจะไปช่วยเธอไม่ทัน”
“งั้นเราก็ต้องช่วยกันสืบหาการตายของคุณลิตรและค้นประวัติตระกูลคุณนันกันต่อไหมเผื่อจะช่วยไขคดีได้”
กฤตพนธ์ส่ายหน้าปฏิเสธบอกจะรีบไปหานันทนัชรู้ดีว่าเพื่อนแกล้งถ่วงไม่ให้ไปหาหญิงสาวภานุได้แต่หัวเราะเบาๆมองตามเพื่อนจนลับตา...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากฤตพนธ์จะเป็นเอามากขนาดนี้
ooooooo
นันทนัชนั่งคุยกับทิพย์อีกพักใหญ่เรื่องราวในอดีตหลายอย่างทำให้อดคิดถึงพ่อแม่ไม่ได้อยากให้ท่านทั้งสองอยู่ด้วยเวลานี้จริงๆเธอเหนื่อยจะสู้เพื่อสิทธิ์ของตัวเองแบบนี้เต็มทีทิพย์ยกมือแตะใบหน้าหญิงสาวที่เลี้ยงตั้งแต่เด็กแผ่วเบาเปรยเสียงอ่อนว่านันทนัชหน้าสวยหวานเหมือนรำเพยแต่นิสัยใจร้อนหุนหันเหมือนลิตรไม่มีผิด!
ความคิดของทิพย์ดำดิ่งสู่อดีตอีกครั้งตอนลิตรพยายามทำตัวใกล้ชิดกับรำเพยแต่เหมือนจะเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะรำเพยมีท่าทางแตกตื่นมากกว่าเขินอายแต่ลิตรไม่ยอมแพ้หมั่นแวะไปให้เห็นจนเธอผ่อนท่าทีลงแต่ถึงกระนั้นถ้อยคำอ่อนหวานและวาจาเกี้ยวพาราสีก็ทำให้รำเพยอดประหม่าไม่ได้อึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกทุกครั้งที่เขาเอาตัวมาใกล้ชิดนวลแอบสังเกตอาการของทั้งสองและคอยกันรำเพยออกจากลิตรบ่อยๆ
ในขณะที่หว่านเสน่ห์รำเพยลิตรก็ไม่ละหน้าที่ประจบเรไรอย่างออกนอกหน้าผลคือเศรษฐินีใหญ่ไว้ใจและเห็นดีเห็นงามทุกเรื่องจนลิตรนึกลำพองใจแต่ต้องหน้าเจื่อนเมื่อดันเผลอส่งยิ้มให้ทิพย์ในวันหนึ่งตอนตามเรไรไปเก็บหนี้ในตลาดเสียงตะโกนโหวกเหวกของแม่ทิพย์ทำให้เรไรนิ่วหน้าสงสัยว่าลิตรอาจจะรู้จักทิพย์เป็นพิเศษ
“ก็แค่เด็กแถวบ้านน่ะครับเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆไม่ได้สนิทกันมากมายหรอกครับ”
เรไรยิ้มอย่างมีความหมายส่งความนัยที่รู้กันสองคน “เป็นแค่นั้นก็ดีแล้วฉันเป็นห่วงเพราะคนหน้าตาดีแบบลิตรคงจะมีผู้หญิงมาติดพันไม่น้อยแล้วสิ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิงคือเวลาโกรธเพราะความหึงหวงถ้าผู้หญิงคนเดียวลิตรคงจัดการได้แต่ถ้ามีผู้หญิงหลายคนพี่ว่า...คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆจะจัดการให้มันลงตัว...ลิตรว่าจริงไหม”
“ครับ...ผมจะจำคำพูดพี่เรไรเอาไว้แล้วตอนนี้ผมก็ไม่มีตาไปมองใครหรอกครับผมปักใจที่ผู้หญิงคนเดียว”
เรไรยิ้มเขินคิดว่าเขาหมายถึงตัวเองส่วนลิตรยิ้มหวานหวนคิดถึงท่าทีเขินอายของรำเพยที่ได้เห็นบ่อยครั้งในระยะหลังสัญชาตญาณหนุ่มเจ้าชู้ทำให้เชื่อว่าเธอน่าจะมีใจบ้างโดยไม่รู้เลยว่ารำเพยก็กำลังเหม่อคิดเรื่องเดียวกันจนเผลอทำเข็มเย็บผ้าเกี่ยวนิ้วตัวเองเลือดออก...เรานี่ท่าจะบ้าจะไปคิดถึงเขาทำไมให้เจ็บตัวเนี่ย!
ในขณะที่ลิตรมีชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆเพราะเป็นคนโปรดของเรไรและได้เลื่อนฐานะเป็นผู้ช่วยคนสนิทอย่างเต็มตัวทิพย์กลับมีชะตากรรมน่าสมเพชนอกจากถูกแม่แดกดันทุกวันเรื่องแอบชอบลิตรยังถูกพ่อเลี้ยงมองมาด้วยสายตาโลมเลียตลอดเวลาหวังรวบหัวรวบหางลูกเลี้ยงสาวหน้าตาใสซื่อเป็นเมียให้ได้สักวัน
ชิดเฝ้าสังเกตการณ์ระหว่างลิตรกับเรไรตลอดรู้สึกแปลกกับท่าทางเหมือนเป็นคนดีเกินเหตุของลิตรแต่เรไรดูไม่ติดใจเพราะหลงผู้ช่วยคนใหม่อย่างถอนตัวไม่ขึ้นชิดเลยต้องระวังเป็นพิเศษกลัวเจ้านายสาวใหญ่จะถูกหลอกจริงๆ
ลิตรมองออกว่าถูกจับตามองนึกเคืองแทบแย่และอยากกำจัดชิดให้พ้นทางเมื่อสบโอกาสในวันหนึ่งแอบเทยาถ่ายใส่น้ำดื่มให้ชิดคนขับรถหนุ่มเลยต้องนอนซมอยู่บ้านในวันถัดมาเพราะท้องร่วงจนขยับตัวไม่ไหวเรไรบ่นกระปอดกระแปดเซ็งที่อดไปเก็บหนี้ในตลาดลิตรยิ้มเข้าแผนและอาสาขับรถให้แทนเศรษฐินีใหญ่ไม่คิดมากสั่งให้รีบออกไปทันทีโดยมีลิตรมองมาด้วยแววตาบางอย่าง...คราวนี้แหละไอ้ชิดได้ตกกระป๋องแน่!
รำเพยเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความกังวลยิ่งเรไรแสดงท่าทีว่าถูกใจลิตรเท่าไหร่ก็ยิ่งสับสนไม่รู้ว่าควรพูดหรือทำตัวอย่างไรให้ลบเรื่องลิตรออกไปจากใจส่วนลิตรก็ลืมเรื่องรำเพยชั่วขณะตั้งหน้าตั้งตาเอาอกเอาใจจนเรไรหลงมากกว่าเดิมวันหนึ่งจึงเอ่ยปากให้เขาไปเก็บของจากห้องพักคนงานในโรงสี
“ต่อไปนี้...พี่ให้ลิตรเข้ามาอยู่ในเรือนเดียวกับชิดเวลาไปทำงานจะได้สะดวกลิตรจะได้มาทำหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวของพี่อย่างเต็มที่สักทีอยู่ในรั้วเดียวกันฉุกเฉินจะได้เรียกใช้สะดวก...จริงไหม”
ลิตรดีใจตัวลอยในที่สุดความฝันก็เป็นจริงได้อยู่บ้านหลังใหญ่แถมดูจะเป็นที่โปรดปรานของเจ้าของอีกต่างหากชิดกับรำเพยได้แต่เฝ้าดูด้วยความหนักใจ...ดูท่าเรไรจะถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
ไม่เพียงแต่เรไรเท่านั้นที่ชื่นชอบลิตรสาวน้อยสาวใหญ่ในบ้านต่างพากันหลงคารมหนุ่มคนงานใหม่ประจำเรือนรัตนะกันหมดไม่เว้นแม้แต่นวลที่เคยตั้งป้อมและคอยกันรำเพยออกห่างก็ยอมผ่อนท่าทีและพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเองขึ้นแต่ลิตรก็ไม่หยุดความพอใจแค่นี้ความละโมบโลภมากทำให้วางแผนชั่วใส่ยาถ่ายลงอาหารของเรไรหวังจะขอไปเก็บหนี้แทนเศรษฐินีใหญ่ไม่นึกระแวงความไว้ใจและความลุ่มหลงทำให้เอ่ยปากอนุญาต
“ผมไม่อยากให้ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างพี่ทำงานหนักเกินตัวพี่เรไรไม่ต้องกังวลนะครับผมจะทำงานให้เรียบร้อยและจะดูแลผลประโยชน์ของพี่เรไรผู้มี
พระคุณของผมให้ดีที่สุดขอให้คุณพี่สบายใจได้”
เรไรฟังน้ำเสียงจริงใจด้วยสีหน้ามีความสุขไม่เคยมีผู้ชายคนไหนดูแลและห่วงใยความรู้สึกของเธอ
แบบนี้มาก่อนเช่นเดียวกับรำเพยที่แม้ตะขิดตะขวงใจตอนแรกแต่หน้าซื่อๆกับท่าทางนอบน้อมของลิตรก็ทำให้เชื่อสนิทลิตรรู้ทันรับรองแข็งขันจะทำหน้าที่แทนอย่างดีเรไรภูมิใจมากเอ่ยชมไม่ขาดปาก
“ลิตรช่วยพี่ยามลำบากตลอดรำเพยไปจัดการเอารถคันใหญ่ของพี่ให้ลิตรใช้นะตัวแทนพี่เขาต้องได้สิ่งดีที่สุด”
ooooooo
คำประกาศกร้าวของเรไรวันนั้นทำให้ลิตรลำพองใจมากแม้หลายคนรวมทั้งรำเพยจะมองมาด้วยความแปลกใจที่พี่สาวทุ่มให้ผู้ช่วยคนสนิทขนาดนี้ลิตรก็ไม่สนความเห็นแก่ตัวและความรักสบายทำให้ไม่ยี่หระหยิ่งผยองและตั้งหน้าตั้งตาทวงหนี้อย่างขาดความเมตตาจนชาวบ้านโจษกันทั่วว่าลิตรได้ดีเพราะเกาะเรไรกิน!
แต่ลิตรก็ไม่โง่จนขาดสติเขาแกล้งทำเป็นยอมให้ลูกหนี้บางรายและถือโอกาสยักยอกเงินบางส่วนไปใช้จ่ายส่วนตัวรวมทั้งแอบเก็บใส่ธนาคารหวังรวยเป็นเศรษฐีทางลัดเรไรไม่ชะล่าใจแถมเขินม้วนเมื่อผู้ช่วยหนุ่มซื้อดอกไม้ช่อเล็กๆมาให้ปลื้มใจเหลือเกินเพราะตั้งแต่เกิดไม่เคยมีใครทำดีกับสาวแกร่งอย่างเธอมาก่อนลิตรยิ้มหวานรู้ทันท่าทางขวยเขินของสาวเทื้ออย่างเรไรทำให้กระหยิ่มใจและเอ่ยปากเรื่องที่คิดไว้มาระยะหนึ่งแล้ว
“ถ้าต่อไปนี้ผมจะออกไปจัดการเรื่องลูกหนี้ให้พี่เรไรเองจะได้ไหมครับ”
“ทำไมล่ะลิตรพูดเหมือนจะไม่อยากไปไหนมาไหนกับพี่อย่างนั้นแหละ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยผมแค่อยากให้พี่ได้อยู่บ้านสบายๆไม่ต้องออกไปลำบากไปเจอลูกหนี้คร่ำครวญให้เสียสุขภาพจิตต่างหากครับ”
น้ำเสียงและท่าทางจริงใจของลิตรทำให้เรไรใจอ่อนยวบยิ่งเขาดึงมือเธอไปกุมยิ่งหวั่นไหวลิตรพยายามกล่อม
“ผมแค่อยากแบ่งเบาภาระของพี่เรไรบ้างนะครับอยากให้พี่ได้พักได้มีเวลาให้ตัวเองบ้างเท่านั้นเองครับ”
เรไรใจอ่อนสิ่งที่เขาเสนอตรงกับความต้องการส่วนลึกของเธอทุกอย่างแต่เพื่อให้แน่ใจจึงถามย้ำอีกครั้ง
“ครับ...ผมอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์แล้วก็อยากตอบแทนบุญคุณนางฟ้าคนดีของผมคนนี้บ้าง”
คำว่านางฟ้าทำให้เรไรดีใจตัวแทบลอยไม่ติดพื้นอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินคำเกี้ยวพาราสีของเขาลิตรจงใจยิ้มหว่านเสน่ห์ขอให้เธอไว้ใจคนงานหนุ่มหน้าซื่อใจสะอาดอย่างเขาว่าจะดูแลเธออย่างดี
“จ้ะลิตร...พี่เชื่อลิตรและยินดีรับทุกสิ่งที่ลิตรตั้งใจทำให้พี่...ด้วยหัวใจ”
ลิตรแอบตกใจเล็กน้อยแม้รู้ดีว่าเรไรหลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้นแต่ไม่คิดว่าเศรษฐินีใหญ่จะอาการหนักขนาดนี้แต่ถึงกระนั้นก็ยิ้มหวานตอบรับดิบดีพลางปล่อยใจลอยไปหารำเพย...ผู้หญิงอีกคนที่เขาฝันหามาตลอด
แต่ถึงจะบอกตัวเองแบบนั้นลิตรก็ไม่ทิ้งนิสัย
เก่าเงินทองที่ยักยอกจากเงินใช้หนี้ของเรไรก็เอามาเที่ยวเตร่เมาหัวราน้ำจนผู้คนที่ได้พบเห็นเอือมระอาแต่สาวๆที่บาร์เจ้าประจำกลับไม่เห็นแบบนั้นเพราะชายหนุ่มใจใหญ่และทิปหนักจนเป็นที่รู้กันเสี่ยวิชัยคู่ค้าทางธุรกิจของเรไรมาเที่ยวบาร์เดียวกันและเห็นเข้ามองมาด้วยความสนใจและสงสัยไม่น้อยว่าผู้ช่วยส่วนตัวคนดังของเรไรดูจะเจ้าชู้พอตัวและร้ายไม่เบาทีเดียว
เมื่อได้เจอเรไรในวันถัดมาก็อดเปรยถึงลิตรไม่ได้ว่าฟู่ฟ่าร่ำรวยไม่แพ้เจ้านายสาวใหญ่เห็นไปเที่ยวบาร์บ่อยๆแถมจ่ายหนักจนสาวๆติดใจกันเป็นแถวเรไรไม่พูดว่าอะไรแต่ในใจร้อนรุ่มด้วยความหึงหวงโกรธจนแทบระงับไว้ไม่อยู่เมื่อแยกกับเสี่ยวิชัยเลยตัดสินใจทำบางอย่าง...
เวลาเดียวกันที่สวนเรือนรัตนะ...ลิตรไม่รู้ตัวจะเจอดีแอบมองลาดเลารอบตัวแล้วแสยะยิ้มร้ายโผล่ไปทักทายรำเพยที่ก้มหน้าก้มตาตัดแต่งกล้วยไม้ในกระถางตามลำพังหญิงสาวหน้าแดงด้วยความประหม่าความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานานเกือบปิดไม่มิดเมื่อสบตาเขาลิตรดูออกข่มใจอย่างมากไม่กระโจนเข้าใส่และยื่นสร้อยข้อมือน่ารักให้แทน
“ผมเก็บเงินจากการทำงานหลายเดือนเลยนะครับ ตั้งใจจะให้สร้อยเล็กๆเส้นนี้แทนความรู้สึกขอบคุณและ...”
ลิตรตั้งท่าจะพูดต่อแต่รำเพยตัดบทและขอตัวดื้อๆแม้จะหวั่นไหวไปกับสายตาหวานเยิ้มของเขาแต่ท่าทางชัดเจนของพี่สาวก็ช่วยเตือนสติให้ยอมผละไปอย่างไม่เหลียวหลังลิตรจะตามแต่ถูกนวลซึ่งแอบเห็นโดยบังเอิญถลามาขวางส่งสายตาเขียวใส่จนเขาต้องยอมถอยอย่างเสียไม่ได้
ooooooo
คำพูดของเสี่ยวิชัยทำให้เรไรเครียดหนักหลังรื้อของในห้องเขาทุกซอกทุกมุมเลยค้นพบว่ามีหลักฐานบางอย่างบ่งบอกว่าคำพูดของเสี่ยวิชัยเป็นเรื่องจริงเศรษฐินีใหญ่ใจเย็นอดทนรอจนผู้ช่วยหนุ่มคนโปรดเดินโซซัดโซเซกลับมาลิตรเกือบหายเมาเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นหน้าขมึงตึงของเจ้านายสาวใหญ่!
ลิตรร้อนตัวเมื่อถูกถามว่าหายไปไหนจนดึกดื่นก็เฉไฉว่าไปพักผ่อนตามประสาอ้อนเสียงหวานว่ามีอะไรให้รับใช้เรไรเบ้หน้าย้อนถามว่าทำงานกับเธอมานานเท่าไหร่ลิตรตอบว่าเกือบปีพร้อมพร่ำเอาใจว่าเธอเป็นเจ้านายแสนดีบุญคุณท่วมหัวใช้เท่าไหร่ก็คงไม่หมดเศรษฐินีเหยียดยิ้มเย็นแกล้งถามว่าเขาทำงานอะไรบ้างวันนี้ลิตรรีบรายงานว่าไปทวงหนี้แวะทานข้าวและดื่มนิดหน่อยจึงกลับบ้านเรไรเหลืออดที่เขาโกหกตาใสปาสมุดบัญชีใส่หน้า
“พูดความจริงลิตรความจริงที่เธอหลอกพี่มาตลอดเธอรู้ใช่ไหมว่าพี่ไว้ใจเธอมากแค่ไหนไม่ว่าใครจะมาฟ้องอะไรพี่เกี่ยวกับเธอพี่ก็ไม่เชื่อทั้งนั้นตราบใดที่พี่ยังไม่เห็นกับตาตัวเอง”
สมุดบัญชีตัวเองทำให้ลิตรลนลานความโกรธของเรไรทำให้สมองหมุนหนักคิดหาทางเอาตัวรอด
“พี่เรไร...ฟังผมอธิบายก่อนได้ไหมครับผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เลยนะครับ”
“งั้นก็พูดมาทำไมคนที่เพิ่งทำงานได้แค่ไม่กี่เดือนแต่มีเงินฝากในธนาคารเป็นแสน...แกเอาเงินมาจากไหน”
ความผิดที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาทำให้ลิตรเครียดจัดรู้ดีว่าเรไรต้องเอาเรื่องถึงที่สุดและเขาก็ไม่อยากกลับไปเป็นยาจกหาเช้ากินค่ำไปวันๆอีกแล้วเลยยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งคุกเข่ากอดขาเจ้านายสาวอย่างน่าสมเพช
“ผมขอโทษครับพี่เป็นความผิดของผมเองผมยินดีคืนเงินทั้งหมดให้พี่แล้วขอทำงานใช้หนี้ให้พี่ไปตลอดจนกว่าพี่จะเห็นว่าคุ้มค่ากับเงินที่หายไปครับ”
“พูดง่ายดีนี่...คิดเหรอว่าฉันจะยังเลี้ยงงูพิษแบบแกไว้”
คำพูดเหี้ยมเกรียมและท่าทางโหดอำมหิตของเรไรทำให้ลิตรขนหัวลุกความรักตัวกลัวตายทำให้โพล่งออกไป
“ผมรู้ตัวเองดีคนอย่างผมมันก็เป็นได้แค่หมาข้างถนนเท่านั้นผมจะไม่ขออะไรมากไปกว่าให้พี่เรไรฟังความจริงจากผมจนจบแล้วพี่จะเอาผมไปส่งตำรวจหรือไปยิงทิ้งที่ไหนผมก็ยอมทั้งนั้น”
“แกไม่ต้องมาโกหกตอแหลถ้าแกอยากมีลมหายใจต่ออีกสักนิดแกบอกความจริงฉันมาแกเอาเงินฉันทำไมไอ้หมาขี้ขโมยแกหักหลังฉันได้ยังไงไอ้คนสารเลวไอ้คนทรยศ”
“ผมไม่ได้ทรยศคนที่ผมรักผมอยากเก็บเงินมาขอพี่แต่งงานผมอยากแต่งงานกับพี่...พี่ได้ยินไหมพี่เรไร!”
เรไรพูดไม่ออกทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรงคำสารภาพรักของเขาทำให้ความคิดจะฆ่าให้ตายต้องหยุดชะงักสับสนจนบอกไม่ถูกไม่คิดมาก่อนว่าผู้ช่วยหนุ่มจะรักเธอมากขนาดนี้ลิตรรีบดึงซองสร้อยข้อมือที่เคยจะให้รำเพยมายื่นตรงหน้าเจ้านายสาวใหญ่เอ่ยเสียงอ่อนว่าเก็บเงินหลายเดือนกว่าจะซื้อได้
“ผมรู้ดีว่าผมเป็นคนจนไม่มีอนาคตเพราะฉะนั้นที่ผ่านมาผมเลยไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนไม่เคยคิดลงหลักปักฐานกับใครเพราะผมไม่อยากให้คนที่ผมรักต้องมาต่อสู้ความจนแบบที่ผมเจอแต่ความคิดของผมมันก็เริ่มเปลี่ยนไป...ตั้งแต่วันที่ถูกรถชนบนถนนวันนั้น...วันที่ผมได้เจอนางฟ้าของผม”
เรไรใจเต้นรัวเกิดมาก็เพิ่งเคยมีชายหนุ่มมาสารภาพรักความรู้สึกหวั่นไหวถาโถมจนน้ำตาคลอ
ลิตรใจมาเป็นกองแล้วรีบพูด “ผมบอกพี่ไปหมดทุกอย่างแล้วคราวนี้พี่จะทำยังไงกับคนจนตรอกแบบผมก็ได้เพราะอย่างน้อย...ผมก็มีโอกาสได้บอกความจริงกับคนที่ผมรักและเทิดทูนแล้ว”
เรไรน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจปลื้มจนแทบคุมเสียงตัวเองไม่ได้ตอนที่ตัดสินใจเอ่ยออกไป
“งั้นพี่ขอรับสร้อยเส้นนี้เป็นของหมั้นจากลิตรก็แล้วกันนะ”
ถึงตาลิตรอ้าปากค้างพูดไม่ออกบ้างไม่คิดเลยว่าคำพูดเอาตัวรอดแบบขอไปทีจะทำให้เรื่องเลยเถิดเช่นนี้ความรักและความหวังของเขาจะได้ครอบครองรำเพยดูจะห่างออกไปและอาจจะไม่เป็นจริงตลอด
ชีวิตต่างจากเรไรที่ยิ้มไม่หุบโผกอดหนุ่มคนรักต่างวัยด้วยความเสน่หา...ในที่สุดความรักของเธอก็สมหวังเสียที
เมื่อตกลงกันได้เรไรก็ไม่สงวนท่าทีอีกต่อไปสองหนุ่มสาวต่างวัยใช้เวลาด้วยกันตามประสาคู่รักข้าวใหม่ปลามันรำเพยและคนงานทุกคนถึงกับตะลึงยิ่งเรไรสั่งการให้ปฏิบัติต่อลิตรราวกับคุณผู้ชายของบ้านยิ่งทำตัวไม่ถูก
“ตกใจอะไรรำเพยป้านวลก็แค่เตรียมกาแฟกับของเช้าให้คุณลิตรเท่านั้นเอง”
รำเพยไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองส่วนนวลกับสาวใช้คนอื่นๆมองหน้ากันเลิ่กลั่กเรไรเลยต้องย้ำ
“ใช่แล้ว...คุณลิตร...อีกไม่นานลิตรจะเข้ามาเป็นคุณผู้ชายของเรือนรัตนะลิตรกับฉันกำลังจะแต่งงานกัน”
การตัดสินใจอย่างเร่งร้อนของพี่สาวทำให้รำเพยพูดไม่ออกเมื่อสบตาลิตรที่มองมาอย่างขอโทษก็ทำให้กระอักกระอ่วนใจมากความรู้สึกอ่อนหวานยังคงเหลืออยู่บางเบาในเมื่อเขาจะได้เป็นพี่เขยเธอก็ควรทำใจยอมรับเรื่องนี้ให้ได้และควรจะจบเรื่องความหวั่นไหวบ้าๆนี้สักที!
ทิพย์ดึงตัวเองจากอดีตยังจำความรู้สึกอกหักของตัวเองได้ข่าวงานแต่งงานใหญ่โตของเรไรกับลิตรเป็นที่โจษจันทั้งหมู่บ้านแม้ใครจะประณามว่าเขาเป็นหนูตกถังข้าวสารได้ลงเอยกับเศรษฐินีใหญ่พร้อมพรั่งด้วยทรัพย์สมบัติที่กินทั้งชาติก็ไม่หมดทิพย์ก็ไม่สนใจเพราะมัวเสียใจที่ต้องสูญเสียเขาไปอย่างไม่มีวันกลับมา
ooooooo










