ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนริษยา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    การได้กลับมาเยือนโรงสีของพ่ออีกครั้งทำให้นันทนัชช้ำใจมาก โกรธตัวเองเหลือเกินที่ปล่อยพ่อไว้กับแร้งกาพวกนี้ กฤตพนธ์ผ่านมาเห็น ตรงไปต่อว่าที่เธอทำให้ต้องเจอเรื่องวุ่นวาย นันทนัชนิ่งเฉย ไม่มีอารมณ์ต่อปาก ต่อคำอะไรด้วย ทหารหนุ่มโมโหมาก ตั้งท่าจะเอาเรื่องแต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นเธอเป็นลมต่อหน้าต่อตา

    เพราะไม่ได้ทานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้นันทนัชเกือบหมดสติ กฤตพนธ์เลยประคองไปหาอะไรทาน แต่ดันเจอกนกกรมาดักหน้าหาเรื่องเสียก่อน ทหารหนุ่มจะโต้แทนแต่ถูกนันทนัชแย่งพูด

    “หึงเหรอ...กลัวฉันแย่งเป้าหมายเธอหรือไง เสียแรงที่ทำตัวสวยรวย กับอีแค่เห็นฉันอยู่กับเขาสองคนก็กลัวจะโดนเขี่ยทิ้งจนขึ้นสมองซะแล้ว ทีหลังก็คล้องกุญแจติดกันไว้เลยสิ ผู้ชายจะได้ไม่ห่างสายตา”

    นันทนัชผละไปแล้ว แต่กนกกรไม่ยอมจบ ถลาไปต่อล้อต่อเถียงไม่หยุด กฤตพนธ์พยายามห้ามแต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล สองสาวตั้งหน้าตั้งตาเอาเรื่องกันจนเขาอ่อนใจ แต่แล้วก็มีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย เมื่อธีร์มาหาพร้อมช่อดอกไม้ใหญ่ โดยมีแฟนต้าตามประกบไม่ห่างด้วยความเป็นห่วงเพราะเขายังอาการไม่ค่อยดี

    นันทนัชดีใจที่เพื่อนทั้งสองแวะมา รู้สึกอบอุ่นและปลอดโปร่งขึ้นที่มีคนรักห้อมล้อมและห่วงใย แฟนต้าถือโอกาสชวนนันทนัชกับกฤตพนธ์ไปเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารของเธอ เพื่อตอบแทนทหารหนุ่มที่ช่วยชีวิตนันทนัชไว้ กนกกรไม่อยากให้แฟนใกล้ชิดนันทนัชเลยยอมไปด้วยอย่างเสียไม่ได้

    ฟากเชนกับสมหมายรับแจ้งจากคนจ้างวานว่า กฤตพนธ์พานันทนัชไปโรงสีก็เคืองมาก ดูท่าการข่มขู่เมื่อคืนก่อนจะไม่ทำให้ทหารหนุ่มกลัวแม้แต่น้อย สองมือปืนเลยไปดักรอหน้าโรงสีแล้วขับรถตามไปจนถึงร้านอาหาร

    บรรยากาศอึมครึมบนโต๊ะอาหารทำให้ธีร์หงุดหงิดมาก ต่างจากแฟนต้าที่มองทุกอย่างด้วยสายตานิ่งเฉย ทำไขสือไม่รู้ไม่ชี้จนหนุ่มลูกครึ่งทนไม่ไหว หาโอกาสลากเจ้าของร้านอาหารสาวไปคุยในมุมลับตา แฟนต้าส่ายหน้าเซ็งๆ แต่ก็ยอมให้เขาลากไป แถมโต้กลับหน่ายๆว่าทำตามที่เห็นสมควร ไม่ได้คิดร้ายกับนันทนัชอย่างที่เขาเข้าใจธีร์ไม่ค่อยเชื่อนัก รู้ดีว่าหญิงสาวหลงรักเขามานาน เลยไม่แน่ใจว่าต้องการอะไรกันแน่...ฝันไปเถอะว่าฉันจะรักเธอ!

    แต่ถึงจะโกรธความเจ้ากี้เจ้าการของแฟนต้า แต่ธีร์ก็ไม่ได้เอาเรื่องจริงจังนัก ได้แต่ปรามไม่ให้ทำอีกเท่านั้น กว่าสองหนุ่มสาวจะกลับออกมา อาหารก็วางเรียงเต็มโต๊ะแล้ว ทุกคนเลยลงมือรับประทานเงียบๆ โดยไม่รู้เลยว่าเชนกับสมหมายแอบตามลงมาและสั่งอาหารกินที่โต๊ะไม่ไกลจากพวกนันทนัชนัก

    เชนกับสมหมายพยายามทำตัวกลมกลืนกับบรรยากาศ แต่สัญชาตญาณทหารของกฤตพนธ์ก็จับได้ถึงรังสีอำมหิตเข้าจนได้ แต่ไม่ทันขยับอะไร นันทนัชก็ทำให้ทุกคนบนโต๊ะตกใจเสียก่อน เมื่อเธอประกาศจะขอเจอหน้าแม่ครัวที่ทำอาหาร เพราะรู้สึกคุ้นลิ้นว่าเคยทานรสมือนี้มาตั้งแต่เด็ก

    แฟนต้ากับธีร์ลุกตามนันทนัชไป ทิ้งกนกกรไว้กับกฤตพนธ์ที่ยังระแวงบรรยากาศแปลกๆรอบตัว กนกกรไม่รอช้า ใส่ไฟนันทนัชทันทีว่าประสาท ต้องบุกถึงครัวไปดูหน้าแม่ครัวเพราะคุ้นรสอาหาร แถมหลุดปากเล่าเรื่องเมื่อคืนด้วยว่านันทนัชโวยวายกลางดึกว่าถูกคนลอบฆ่า กฤตพนธ์ตะลึงมาก เริ่มเอะใจบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เก็บอาการและสอบถามข้อมูลไปเรื่อยๆ กนกกรได้ที แกล้งบ่นว่ากลัวและขอให้เขาอยู่ห่างๆนันทนัชไว้

    “ขอบคุณครับที่เตือนผม ไม่ต้องห่วง ผมไม่ยอมให้ใครเชือดง่ายๆหรอกครับ...โดยเฉพาะสาวๆ”

    สายตาคมกริบเหมือนรู้ทันของเขาทำให้กนกกรอดหน้าชาไม่ได้ เมื่อเขาขอไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้แต่ฮึดฮัดคนเดียว โดยไม่ทันสังเกตเลยว่ามีชายแปลกหน้าสองคนแอบลุกตามแฟนหนุ่มไปติดๆ...

    ooooooo

    ภาพทิพย์ทำกับข้าวในครัวของร้านแฟนต้าทำให้นันทนัชดีใจมาก ถลาไปกอดทั้งน้ำตา ปลื้มใจมากได้เจอคนที่คุ้นเคยอีกครั้ง ธีร์กับแฟนต้ามองหน้ากันงงๆ เดินตามนันทนัชกับทิพย์ไปคุยที่สวนข้างนอก

    “หลังจากแม่ฉันตาย ฉันโตมาได้ก็เพราะน้าทิพย์นี่แหละ เหมือนแม่ฉันอีกคน”

    “โธ่คุณหนู...น้าไม่อาจเอื้อมขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่ได้มีโอกาสเลี้ยงคุณหนูมาจนโตนี่ก็เป็นบุญของน้ามากแล้ว”

    สองน้าหลานกอดกันแน่น ซึมซับทุกความคิดถึง แฟนต้าเล่าว่าแม่ของเธอติดใจรสมือทิพย์มาก จนอยากชวนไปทำร้านอาหารที่อเมริกาแต่ทิพย์ไม่ไป ส่วนธีร์แอบคิดว่าเป็นความบังเอิญเกินไปที่ทิพย์จะไม่รู้ว่าแฟนต้าเป็นเพื่อนกับนันทนัช แม่ครัวใหญ่ยืนกรานว่าไม่ทราบจริงๆ ซึ่งนันทนัชก็ไม่ติดใจสงสัย

    “นันไม่สนเรื่องนี้หรอก ที่นันอยากรู้คือ จริงหรือเปล่าคะที่น้าฤทัยบอกว่าพ่อเป็นคนไล่น้าออกจากบ้าน”

    ทิพย์มีสีหน้าอึกอักและกังวลกับเรื่องที่นันทนัชอยากรู้ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นในอดีต น้าไม่อยากจะพูดถึงมันอีก”

    “ไม่ได้ค่ะ ที่นันกลับมาก็เพื่อมาหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างตอนที่นันไม่อยู่...น้าต้องพูด!”

    สายตาบังคับของนันทนัชทำให้ทิพย์ถอนใจหนักหน่วง แสร้งทำท่าทางหวาดกลัว ก่อนจะพยักหน้ายอมรับว่าถูกไล่ออกจากบ้านจริงๆ แต่เพราะถูกพวกฤทัยใส่ร้าย นันทนัชอ้าปากค้าง รีบคาดคั้นว่าเกิดเรื่องอะไรกันแน่ ทิพย์บีบน้ำตาเรียกความสงสาร พลางเล่าเรื่องในอดีตว่าถูกพวกฤทัยใส่ร้ายว่าขโมยของ โดยให้ไม้แอบไปซุกของมีค่าไว้ในห้อง

    ลิตรผ่านมาได้ยินเสียงเอะอะเลยเข้ามาดู เห็นทิพย์ส่ายหน้าร้องไห้ปฏิเสธข้อหา แต่ฤทัยไม่เชื่อแหวลั่น

    “ถ้าเธอไม่ได้ขโมย แล้วของของฉันมันจะมาอยู่ในตู้เสื้อผ้าเธอได้ยังไงกัน”

    “ฉันไม่รู้ๆ อย่ามาโยนความผิดให้ฉันนะ คุณผู้ชายขา...ทิพย์ถูกใส่ร้ายค่ะ”

    “ใส่ร้ายหรือ แกนี่มันเลวจริงๆ ขนาดจับได้คาหนังคาเขายังปากแข็งอีก ไม่ใช่แค่เรื่องหยิบฉวยของในบ้านเท่านั้นหรอกที่แกแอบทำ ยังมีเรื่องบัดสีอย่างอื่นอีก”

    ทิพย์เริ่มโมโหที่ถูกกล่าวหาไม่เลิก ส่วนลิตรโกรธจนไม่มีสติไตร่ตรอง เมื่อเห็นรณฤทธิ์ซึ่งมาช่วยแม่หาเรื่องทิพย์เปิดตู้หยิบเสื้อผ้าผู้ชายและหนังสือโป๊หลายเล่มออกมาเลยยิ่งหัวเสีย

    “นี่ไงครับ งานอดิเรกยามว่างของแม่บ้านเก่าแก่ของพ่อ”

    “พออ่านได้ที่ ก็มีไอ้ชิดเป็นคู่ซ้อมมั่วกันทุกคืน”

    ขาดคำยุแยงของฤทัย ชิดซึ่งยืนดูเหตุการณ์ที่หน้าประตูก็หน้าซีดเผือด แม้จะไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหาแต่ก็ใจไม่กล้าพอจะปฏิเสธ ได้แต่ลนลานขอโทษเจ้านายหนุ่มด้วยสีหน้าน่าสมเพช ลิตรถลาไปถีบคนขับรถหนุ่มจนมึน เดือดดาลมากที่ชิดบังอาจเล่นชู้กับทิพย์ซึ่งเป็นเมียเก็บลับๆของเขา

    ทิพย์กับชิดถูกไล่ออกจากเรือนรัตนะราวกับหมูหมา โดยมีสายตาเยาะเย้ยของฤทัยกับลูกๆ มองตามด้วยความสะใจ ทิพย์ดึงตัวเองออกจากอดีตอันขมขื่น น้ำตาแห่งความแค้นไหลรินจนนันทนัชอดสงสารไม่ได้

    “น้าต้องออกจากเรือนรัตนะอย่างน่าอับอายที่สุด คุณผู้ชายไม่ยอมฟังน้า ไม่ยอมแม้แต่จะให้โอกาสน้าพูด”

    นันทนัชโผกอดทิพย์แน่น “นันจะกู้ศักดิ์ศรีของน้าคืนมาให้ได้ นันสัญญา”

    ฟากกฤตพนธ์ระวังตัวอยู่แล้วตอนแยกไปห้องน้ำ แล้วก็จริงดังคาด ชายหนุ่มแปลกหน้าสองคนที่เขาแอบสังเกตตรงมาเอาเรื่องเขาตอนกำลังล้างมือ ทหารหนุ่มอาศัยชั้นเชิงเหนือกว่าเอาตัวรอดไปได้ แต่ก็ช้ำไปทั้งตัวเพราะสองคนร้ายมีฝีมือพอสมควร แต่ที่ทำให้เขาเครียดมากเพราะดันจำหนึ่งในสองได้ว่าเป็นไอ้โม่งปริศนาที่ทำร้ายนันทนัช

    ด้านกนกกร...เห็นแฟนหนุ่มหายไปนานเลยเข้ามาตาม ตกใจหน้าเสียเมื่อเห็นสภาพเขาเหมือนถูกซ้อมยกใหญ่ กฤตพนธ์ปลอบไม่ให้กังวล กลบเกลื่อนว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น  กนกกรไม่ค่อยเชื่อแต่ไม่อยากเซ้าซี้ให้น่ารำคาญ กฤตพนธ์นึกเป็นห่วงพวกนันทนัชที่หายไปนานเช่นกันเลยเข้าไปตามถึงในครัว

    กนกกรหมดทางเลือกต้องตามไป เมื่อเห็นภาพนันทนัชพูดคุยกับทิพย์อย่างสนิทสนมก็ปราดไปหาเรื่อง กฤตพนธ์พยายามห้ามแต่ไม่ค่อยได้ผล เพราะแฟนสาวปรี่ไปตบหน้านันทนัชด้วยความโมโหที่ถูกยียวน ทิพย์รีบเอาตัวรับแทนจนล้มคว่ำกับพื้น นันทนัชเลยตบคืนให้ กนกกรยิ่งโกรธเงื้อมือจะตบ  แต่ธีร์ต้องเข้ามากันไว้ กฤตพนธ์ได้จังหวะรีบพาแฟนสาวแยกไปก่อน ทิ้งพวกนันทนัชให้มองตามเซ็งๆ...ถ้ามีคราวหน้า อย่าหาว่าพวกฉันไม่เตือนแล้วกัน!

    ฝั่งเชนกับสมหมายหัวเสียมาก เมื่อกลับถึงที่พักก็อาละวาดขว้างปาข้าวของยกใหญ่ที่จัดการกฤตพนธ์ไม่สำเร็จ แถมดูท่าทหารหนุ่มจะไม่เกรงคำขู่ของพวกเขาสักนิด เมื่อผู้ว่าจ้างโทร.มาต่อว่าที่ทำงานพลาดก็ยิ่งโมโห

    “อย่ามาพูดอย่างนั้น พวกผมไม่ใช่กระจอก ไม่มีฝีมือ แต่ผมเจอคนมีฝีมือต่างหาก ผมบอกไว้เลยนะงานนี้ไม่ง่าย  ถ้าจะจ้างผมให้ตามเล่นงานมันต่อ  คุณต้องจ่ายหนัก!”

    ooooooo

    รณฤทธิ์พูดโทรศัพท์กับใครบางคนด้วยท่าทางหัวเสีย โพล่งออกไปอย่างโอ่ๆว่ามีเงินจ่ายทุกบาททุกสตางค์แน่ เมื่อวางสายก็รีบไปออดอ้อนแม่ให้เซ็นเช็คให้ ฤทัยรักลูกมาก แม้จะบ่นไม่ขาดปากว่าเขาใช้เงินเป็นเบี้ย แต่เมื่อคิดถึงทรัพย์สมบัติมหาศาลของลิตรที่กำลังจะได้เลยตัดสินใจให้เงินลูก

    รณฤทธิ์ออกจากบ้านทันทีที่ได้เงิน ทำให้ฤทัยหงุดหงิดที่ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน ทางเลือกสุดท้ายคือไม้ซึ่งกำลังพลอดรักกับเดือนในห้องพักคนงาน สาวใช้จอมสอพลอถูกคู่ขาถีบลงทางหน้าต่าง เจ็บใจมากที่ต้องกลายเป็นตัวสำรองตลอด...“โธ่เอ๊ย...ยายคุณฤทัย...สุดท้ายก็ต้องมาใช้ของร่วมกับนังเดือน...ทุเรศ!”

    ฝ่ายนันทนัชฝากฝังทิพย์กับแฟนต้าอย่างดีแล้วขอตัวกลับ ไม่ยอมให้ธีร์ไปส่งแต่เลือกกลับกับกฤตพนธ์เพราะอยากยั่วกนกกรและเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ธีร์ไม่พอใจนัก หึงทหารหนุ่มที่ได้ใกล้ชิดหญิงสาวที่เขาหลงรักมาตลอด โวยวายตัดพ้อจนแฟนต้าอดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่พยายามปลอบเท่าไหร่เขาก็ไม่หยุดคิดมาก

    “ก็แล้วทำไมพี่จะหวงไม่ได้ ตั้งแต่กลับมาจนเกิดเรื่อง ก็มีนายคนนี้วนเวียนใกล้ๆนันตลอด พี่ไม่ไว้ใจเขา”

    “เข้าใจค่ะ แต่เขาเป็นคนช่วยชีวิตนันไว้นะคะ แล้วเขาก็ไม่ใช่โจรที่ไหน มีเขาอยู่ด้วยก็พอสบายใจได้บ้าง”

    “แปลว่านายแบบอย่างพี่ดูแลนันไม่ได้งั้นสิ”

    “โหพี่ธีร์...พาลนะเนี่ย ถ้าอยากปกป้องนัน นายแบบก็รีบรักษาตัวให้หายเร็วๆสิ แขนยังใส่เฝือกอยู่เลย”

    นันทนัชอ่อนใจจะเถียงว่าไม่ใช่อย่างที่เขาคิด แต่อะไรบางอย่างในแววตาทหารหนุ่มทำให้เธอตัดสินใจกลับกับเขา ส่วนกนกกรมองคนนั้นทีคนโน้นทีด้วยความรำคาญ บีบแตรลั่นจนทุกคนต้องสลายตัวเซ็งๆ ทิพย์ซึ่งแอบมองทุกอย่างผ่านทางหน้าต่างห้องครัว แสยะยิ้มร้ายเพราะเหตุการณ์กำลังดำเนินไปอย่างที่หวัง

    “คงไม่มีใครจะสู้รบปรบมือกับพวกแกได้สมศักดิ์ศรี เท่ากับคุณหนูของฉันหรอกนังฤทัย!”

    ด้านกนกกร...เห็นกฤตพนธ์ให้ความสนใจนันทนัชอย่างออกนอกหน้าก็อดเคืองไม่ได้ ตัดสินใจเอาคืนด้วยการโพล่งออกไปว่าทิพย์ไม่ได้เป็นแค่คนใช้เก่าแก่ แต่ยังเป็นเมียเก็บของลิตรด้วย นันทนัชไม่เชื่อ หาว่าอีกฝ่ายโกหก

    “มันต่างหากที่โกหก มันแอบเป็นเมียพ่อเธอมานานแล้ว แต่คงไม่ถึงใจ มันเลยแอบไปเล่นชู้กับคนขับรถอีก”

    “หยุดใส่ร้ายน้าทิพย์ซะที ฉันไม่เชื่อแกหรอก”

    “จะให้ฉันหยุดทำไม เดี๋ยวสิ...ยังไม่ทันเล่าตอนที่มันท้องกับไอ้ชิดเลย”

    กฤตพนธ์นิ่งฟัง เก็บข้อมูลเงียบๆ ต่างจากนันทนัชหันหน้าหนี ตะโกนสั่งให้กนกกรหยุดพูดเรื่องเหลวไหล

    “ฟังให้มันถึงตอนที่มันมาโกหกว่าท้องกับพ่อเธอก่อนสิ มันโกหกหน้าด้านๆ พอพ่อเธอจับได้ว่ามั่วกับคนขับรถจนท้องโตก็เลยไล่มันออกจากบ้าน นี่แหละความจริง”

    นันทนัชปรี๊ดแตก แหวให้กฤตพนธ์จอดรถแล้วพุ่งตัวลงไปทันที รถตำรวจที่ขับตามเบรกแทบไม่ทัน ส่ายหน้าเหนื่อยใจกับอารมณ์รุนแรงของหญิงสาว ส่วนกฤตพนธ์ไม่สนใจเสียงวี้ดว้ายโวยวายของกนกกร ถลาตามติดนันทนัชด้วยความเป็นห่วง แม้ร่างกายจะบอบช้ำจากการต่อยตีกับสองคนร้ายที่ร้านอาหาร แต่ท่าทางอ่อนไหวเหมือนควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ของนันทนัชทำให้ต้องฝืนลากสังขารตามไป

    ส่วนนันทนัชไม่รับรู้ว่าตัวเองวิ่งไปไกลแค่ไหน ในหัวเต็มไปด้วยคำพูดของกนกกรเรื่องทิพย์ ความผิดหวังถาโถม ภาพน้าสาวแสนดีที่เคียงข้างมาตลอดทำให้เชื่อไม่ได้ว่าทิพย์จะเป็นเมียเก็บของลิตร กฤตพนธ์ตามจนเจอเธอยืนร้องไห้โวยวายอย่างบ้าคลั่ง เลยตัดสินใจเข้าไปหา อาสาจะรอจนกว่าเธอจะพร้อมกลับ แต่หญิงสาวไม่เห็นความหวังดีของเขาเลย แถมด่ากลับด้วยซ้ำ หาว่าเขาเป็นพวกเดียวกับฤทัย

    “นี่ข้อหาใหม่หรือ แต่ขอโทษนะ ผมว่าคุณพูดผิด ผมไม่มีพวกแต่ถ้าแค่อยากจะใช้ผมเป็นที่ระบายก็เชิญเลย ผมตกกระไดพลอยโจนช่วยคุณมาแล้วนี่ ผมก็ต้องช่วยต่อไป”

    ท่าทางจริงใจของเขาทำให้นันทนัชชะงัก น้ำตาร่วงด้วยความสะเทือนใจ แต่ยังฝืนทำเข้มแข็ง

    “ฉันไม่ต้องการให้คุณมาช่วย ต่อให้ฉันเหลือตัวคนเดียวในโลกนี้ ฉันก็ไม่ต้องการให้ใครมาช่วย”

    นันทนัชจะเดินหนี กฤตพนธ์ปรี่ไปขวาง ออกแรงดึงจนเธอเซเข้ามาในอ้อมกอด สัมผัสโดยบังเอิญทำให้ทหารหนุ่มชะงัก ใบหน้าสวยใสพร้อมหยาดน้ำตาช่างสวยงามจับใจเขาเหลือเกิน นันทนัชรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวอย่างไร้สาเหตุ รีบผละออกห่างแล้ววิ่งหนีไปอีกทาง แต่กฤตพนธ์ก็ตามไปพูดเตือนสติจนได้

    “ผมเข้าใจว่าคุณผ่านเรื่องร้ายๆมาเยอะ แต่นี่มันยังไม่จบหรอกนะ คุณยังต้องเจออะไรอีกเยอะ แค่เขาพูดเป่าหูนิดเดียว คุณก็ร้องไห้ฟูมฟายให้เขาเห็นแล้ว ผมว่าคุณยอมแพ้ซะดีกว่า จะได้ไม่เจ็บตัวมากไปกว่านี้”

    “ฉันไม่เชื่อว่าน้าทิพย์กับพ่อจะมีอะไรกัน ฉันไม่เชื่อ”

    “หยุดร้องเถอะคุณนัน คุณต้องทำใจให้พร้อม ยอมรับให้ได้ทุกเรื่อง คุณกำลังตามหาความจริงเรื่องการตายของพ่อคุณ ยิ่งคุณล้วงลึกเข้าไปเท่าไหร่ คุณอาจจะเจอเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเรื่อยๆ คุณต้องเข้มแข็งไว้เพื่อรับมือกับมัน”

    นันทนัชร้องไห้สะอึกสะอื้น กฤตพนธ์ต้องโอบปลอบอยู่นานกว่าจะดีขึ้น ยามนี้เธอแลดูอ่อนแอ เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆที่น่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้น สองหนุ่มสาวคงจะจ้องตากันอีกนาน ถ้ากนกกรจะไม่โทร.มาเร่ง ทหารหนุ่มกลัวสองสาวจะทะเลาะกันอีก เลยตัดปัญหาให้กนกกรขับรถเขากลับเรือนรัตนะ ส่วนเขาจะพานันทนัชนั่งรถตำรวจกลับ กนกกรทำท่าจะไม่ยอม แต่เมื่อเขายืนกรานเลยต้องจำยอมอย่างเสียไม่ได้

    ooooooo

    แม้กนกกรจะแยกไปแล้ว นันทนัชก็ยังอารมณ์ไม่ดีขึ้น กฤตพนธ์ต้องเดินตามอีกพักใหญ่กว่าเธอจะสบายใจ หญิงสาวกำลังจะหมุนตัวกลับอยู่แล้ว ถ้าบังเอิญ ไม่เห็นรอยเลือดซึมเป็นทางยาวบนหลังเสื้อเขา ทหารหนุ่มยอมถลกเสื้อให้ดู พร้อมกับบอกว่ามีคนลอบทำร้าย แถมหนึ่งในสองคนนั้นก็คือไอ้โม่ง ปริศนา!

    นันทนัชผงะ ตกใจมากที่ภัยร้ายมาใกล้ตัวกว่าที่คิด ยิ่งเมื่อซักไซ้ก็ได้ความว่าสองคนร้ายนั้นจงใจมาขู่ ไม่ให้เขามายุ่งเรื่องของเธออีก นันทนัชโกรธมากจะไปแจ้งความ กฤตพนธ์ถลาห้ามแทบไม่ทัน

    “คุณนัน...เชื่อผมสิ ปล่อยให้มันย่ามใจไปก่อน ถ้ามันเห็นผมอยู่กับคุณอีก มันก็ต้องมาหาผมอีกแน่ๆ ผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นพวกไหน ต้องการอะไรจากคุณ”

    “มันต้องการกำจัดฉันไปให้พ้นจากมรดกพ่อฉันน่ะสิ มันเลยจะเก็บฉัน”

    “อาจจะใช่หรือไม่ใช่อย่างที่คุณพูดก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คุณต้องระวังตัวให้ดี อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว”

    นันทนัชซึ้งใจมากที่เขาเป็นห่วง ควักยาทาแก้ ปวดฟกช้ำจากกระเป๋าให้ บอกว่าตัวเองค่อยยังชั่วมากแล้ว เขาน่าจะต้องการมันมากกว่า กฤตพนธ์รับมายิ้มๆ... ความจริงยายตัวแสบนี่ก็ใจดีเหมือนกัน

    ฟากกนกกรกลับถึงเรือนรัตนะก็ฟ้องฤทัยทันที สร้างเรื่องเป็นตุเป็นตะว่านันทนัชจงใจฝากทิพย์ไว้ที่ร้านเพื่อนสนิท จะได้เป็นหูเป็นตากลับมาล้างแค้น ฤทัยเจ็บใจมาก เมื่อลูกเลี้ยงสาวกลับมาพร้อมกฤตพนธ์ก็อดกระแนะกระแหนไม่ได้ นันทนัชยักไหล่ไม่สะทกสะท้าน แถมยียวนกลับอีกต่างหาก

    “น้าฤทัยก็พูดเกินไปค่ะ คุณกฤตเขาลำบากที่ไหน เวลาอยู่กับนัน คุณกฤตสนุกจะตายไป...จริงไหมคะ”

    พูดจบก็แยกขึ้นห้องไป กฤตพนธ์อึ้ง อดขำในความแสบของนันทนัชไม่ได้ ต่างจากกนกกรที่ปรี๊ดแตกโมโหหึง ทหารหนุ่มเห็นท่าไม่ดีเลยขอตัวกลับ อ้างว่ามีงานต่อที่หน่วย พวกฤทัยจึงต้องยอมปล่อยไปอย่างเสียไม่ได้

    นันทนัชหุบยิ้มทันทีที่ปิดประตูล็อกห้อง การถูกลอบทำร้ายของกฤตพนธ์ทำให้เกิดความกังวลใจ หญิงสาวถอนหายใจหนักหน่วง พลันนึกขึ้นได้ว่าพ่อมีปืนซุกไว้ในตู้ จึงรีบไปเอาเผื่อไว้ป้องกันตัวเอง น้ำหนักของอาวุธสังหารในมือทำให้อดคิดถึงกฤตพนธ์ไม่ได้...เธอพอจะรู้แล้วว่าจะให้ใครสอนใช้ปืนนี้ดี

    เย็นวันเดียวกันที่ห้องซ้อมเทควันโด...กฤตพนธ์ไม่ยี่หระแผลฟกช้ำที่หลัง ลงมือซ้อมศิลปะการต่อสู้ที่ตัวเองถนัดอย่างดุเดือด แต่สงสัยภาพหน้าหวานๆของนันทนัชจะตามหลอนจนทำให้ใจลอย เลยถูกคู่ซ้อมเล่นงานเกือบแย่ แต่สุดท้ายทหารหนุ่มก็ใช้ชั้นเชิงเหนือกว่าเอาตัวรอดไปจนได้...บ้าเอ๊ย...สงสัยแกจะเจอยายนั่นทำเสน่ห์ใส่ซะแล้ว!

    ด้านทิพย์กลับถึงบ้านสวนที่อาศัยอยู่กับชิดด้วยใบหน้าบึ้งตึง หงุดหงิดใจที่ต้องเผชิญหน้ากับกนกกร ต้องถูกพูดจาถากถางให้เสียอารมณ์ ส่วนชิดตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าทิพย์ได้เจอนันทนัช แต่อดีตพี่เลี้ยงกลับไม่ชอบใจ กลัวนันทนัชจะสืบรู้ที่อยู่บ้านสวนและล่วงรู้แผนล้างแค้น แต่ชิดคิดว่ากนกกรซึ่งเธอพบที่ร้านเหมือนกันน่ากลัวกว่า ทิพย์คิดว่าจะระวังตัวให้มากกว่านี้เรื่องนันทนัช ส่วนเรื่องพวกฤทัย...ถึงมันมาฉันก็ไม่กลัว หมดเวลาถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวแล้ว!

    ooooooo

    นันทนัชตื่นเช้าไปหากฤตพนธ์ให้ช่วยสอนยิงปืน แต่กว่าจะได้ออกจากบ้านก็ต้องอารมณ์เสีย เมื่อถูกเดือนกวนประสาท ไม่ยอมทำหน้าที่คนใช้ แถมถูกฤทัยโวยวายใส่ เมื่อเห็นลูกเลี้ยงสาวจะได้ใช้รถสปอร์ตคันโปรดของลิตร ไกรภัทรซึ่งเป็นคนเอารถมาให้พร้อมกับมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดถึงกับหน้าเสีย กลัวสองสาวต่างวัยจะตีกันตาย

    ฤทัยเต้นเป็นเจ้าเข้าด้วยความอิจฉา นันทนัชมองมาด้วยสายตารำคาญ แหวกลับไม่ไว้หน้า

    “นี่...อายคนได้ยินบ้างเถอะ เธอมีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้ลูกใช้รถพ่อเขา”

    “ฉันก็มีสิทธิ์ในฐานะเป็นเมียพ่อเธอไง”

    “แหม...ฐานะเมียของพ่อ ฐานะเธอก็ได้ใช้อะไรฟรีๆไปเยอะแล้ว กะโลภเอาหมดทุกอย่างไม่แบ่งใครเลยใช่ไหม ตะกละแบบนี้ ระวังจะท้องแตกตายก่อนจะได้ฮุบมรดกพ่อฉันนะ”

    ฤทัยอ้าปากจะด่า แต่นึกขึ้นได้ว่าไกรภัทรยืน

    หัวโด่อยู่ เลยตะครุบปากตัวเองไว้ แต่ก็ไม่วายบ่นกระปอด กระแปดว่าทำอะไรไม่เคยนึกถึงหรือเกรงใจเธอเลย ไกรภัทรหน้าเจื่อน ตั้งท่าจะแก้ตัวแต่ฤทัยไม่ฟัง นันทนัชยิ้มเป็นต่อแล้วผละไปขึ้นรถ ตำรวจสองนายจะตามแต่เธอโบกมือห้ามไว้

    “นับแต่วินาทีนี้ ถ้าฉันขับรถคันนี้ออกไปแล้วเป็นอะไร ก็คนในบ้านนี่แหละเป็นคนทำ ไม่ต้องสงสัยใครเลย”

    ฤทัยเดือดมาก ข่มใจถามลูกเลี้ยงสาวว่าหมายถึงใคร นันทนัชทำไขสือ แหย่ไม่ให้กินปูนร้อนท้อง เธอไม่ได้พูดสักคำว่าหมายถึงใครเป็นพิเศษ ไกรภัทรตั้งท่าไกล่เกลี่ยเหมือนเคย แต่นันทนัชไม่สน แถมสั่งให้เขาบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มครองพยานอีกต่างหาก ให้เลิกส่งคนมาตามได้แล้ว เพราะเธอดูแลตัวเองได้ พูดจบก็ขับรถออกไป ทิ้งฤทัยให้มองตามเซ็งๆ ต่างจากไกรภัทรที่เปลี่ยนจากหน้านิ่งเป็นยิ้มร้าย...ดีแล้วจะได้ทำให้แผนของทิพย์ง่ายขึ้น!

    เช้าวันเดียวกันที่สตูดิโอแห่งหนึ่ง...ธีร์หอบร่างกายที่ยังไม่หายดีแต่ได้สัดส่วนสมเป็นนายแบบดังมาทำงาน เหล่าทีมงานพากันมองมาด้วยความชื่นชม เพราะหนุ่มลูกครึ่งมีหน้าตาหล่อเหลา ตั้งใจทำงานและไม่ถือตัว สไตลิสต์ที่ดูแลงานวันนี้ยินดีมากที่ได้เขามาร่วมงานและอดเสียดายไม่ได้เมื่อรู้ว่านายแบบลูกครึ่งจะกลับอังกฤษเร็วๆนี้ แต่ธีร์ก็ทำให้ทุกคนแปลกใจด้วยการเลื่อนกำหนดกลับไปเซ็นสัญญากับสังกัดใหญ่ที่โน่น เพราะมีคนสำคัญให้ดูแลทางนี้

    สาวๆในกองพากันตื่นเต้น ซักถามและเดาสุ่มกันให้วุ่นว่าใครคือหญิงสาวผู้โชคดี ธีร์อารมณ์ดีเมื่อนึกถึงเธอคนนั้นเช่นกัน แล้วก็ได้ยิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินเสียงมือถือพร้อมกับชื่อบนหน้าจอ นันทนัชนั่นเองที่โทร.บอกเบอร์มือถือใหม่ของตัวเอง หนุ่มลูกครึ่งอยากคุยนานกว่านี้ แต่ติดที่ต้องทำงานเลยได้แต่วางสายเซ็งๆ

    ฝ่ายนันทนัช หลังวางสายจากเพื่อนหนุ่มก็มุ่งหน้าไปหากฤตพนธ์ถึงหน่วยข่าวกรองฯตามความตั้งใจเดิม ทหารหนุ่มแปลกใจมาก เลยอยากแกล้งทดลองใจด้วยการให้ยืนรอ นันทนัชใจร้อนและหงุดหงิดที่เขาไม่โผล่มาสักที เลยทำท่าจะขับรถออกไป กฤตพนธ์ซึ่งซุ่มดูอยู่ตัดสินใจปรากฏตัว พร้อมเสียงค่อนแคะว่าเธอเป็นคนอดทนต่ำ นันทนัชโมโหจะเอาเรื่อง แต่ทหารหนุ่มไม่กลัว สบตาท้าทายอีกต่างหาก

    “ถ้าคุณคิดว่าการรอผมมันไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลาของคุณ ก็เชิญครับ...กลับไปได้เลย”

    ขาดคำก็ทำท่าจะผละไป นันทนัชใช้เวลาคิดนิดเดียว ตะโกนเรียกให้เขาเข้ามาคุยกันในรถ กฤตพนธ์แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมคุยด้วย ตาโตเมื่อเธอยื่นปืนพกขนาดกะทัดรัดให้

    “ฉันไม่เอามาฆ่าใครหรอกน่า ฉันเอ่อ...อยากให้คุณช่วยสอนยิงปืน จะได้มีอะไรไว้ป้องกันตัวบ้าง”

    กฤตพนธ์ลังเล ไม่แน่ใจว่าควรสอนดีหรือไม่ กลัวหญิงสาวที่อารมณ์ร้อนเป็นทุนจะนำไปใช้ในทางไม่ควร นันทนัชรู้แกว หว่านล้อมต่างๆนานาจนเขาใจอ่อน...แม้จะรู้ว่าหาเรื่องใส่ตัว แต่ก็คิดว่าดีกว่าเธอไปหาคนอื่น

    ooooooo

    ฤทัยหัวเสียมากที่ถูกลูกเลี้ยงสาวกวนโทสะแต่เช้า แถมลูกๆทั้งสองก็ไม่มีใครอยู่บ้านเป็นเพื่อน สาวใหญ่เลยต้องไประบายกับไม้ โดยเฉพาะเรื่องทิพย์ที่ปรากฏตัวในฐานะแม่ครัวของร้านแฟนต้า และเพราะความระแวงนั่นเองที่ทำให้ตัดสินใจบุกถึงร้านพร้อมกับไม้ หวังเอาเรื่องทิพย์ให้ถึงที่สุด

    รายการอาหารบนเมนูของร้านแฟนต้าทำให้ฤทัยเบ้หน้า จำได้ดีว่าเกือบทั้งหมดเป็นจานเด็ดของทิพย์ และลิตรก็ติดใจฝีมืออดีตเมียเก็บคนนี้ ถึงกับเคยไปเฝ้าถึงในครัว ภาพความทรงจำอันน่ารังเกียจนั้นทำให้ฤทัยเจ็บช้ำมาก เสน่ห์ปลายจวักที่ทิพย์มีก่อให้เกิดความหึงหวงสะสมเป็นความแค้นจนถึงเดี๋ยวนี้...วันนี้แหละ

    อีทิพย์ ต้องแหลกกันไปข้าง!

    พนักงานเสิร์ฟมองหน้าลูกค้าสาวใหญ่อึ้งๆ เมื่อได้ยินรายการอาหารกว่าสิบอย่าง แต่ที่ทำให้พูดไม่ออกคือต้องเสร็จภายในสิบห้านาที แฟนต้าจับตามองอยู่แล้ว เมื่อทราบเรื่องเลยรีบเข้าครัวไปบอกแม่ครัวเอกประจำร้านทันที เพราะเห็นว่ารายการอาหารเกือบทั้งหมดเป็นของขึ้นชื่อของร้าน ซึ่งคนต้นคิดสูตรก็คือทิพย์นั่นเอง

    ทิพย์มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ยี่หระสักนิดว่าลูกค้าที่แฟนต้าพูดถึงจะเอาเรื่องแค่ไหน เพราะคิดว่าต้องเป็นฤทัยแน่

    “ลูกค้าท่าทางเอาเรื่องงั้นหรือ...ตั้งใจมาเอาเรื่องเลยต่างหากล่ะ”

    แฟนต้าผละไปรอด้านนอก ทิพย์คว้าเครื่องปรุงมาบรรจงทำอาหารอย่างใจเย็น ไม่มีท่าทีเดือดร้อนเพราะมีแผนรับมือฤทัยแล้ว พลันสมองก็หวนคิดถึงภาพในอดีต สมัยที่รำเพยยังมีชีวิต และเธอเพิ่งมาอาศัยในเรือนรัตนะ ลิตรหงุดหงิดที่รำเพยไม่ยอมคุยหรือเข้าใกล้ ทิพย์สงสารเลยทำอาหารที่เขาชอบมาปลอบใจ

    “ขอบใจมากนะทิพย์ มีแต่เธอเท่านั้นที่คอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยฉัน รำเพยเขาไม่เคยสนใจฉันเลย ตั้งแต่พี่เรไรตาย เขาก็ทำเหมือนกับว่าฉันเป็นไอ้มหาโจรฆ่าพี่สาวเขา ทั้งที่ฉันทำลงไปทุกอย่างเพื่อให้เขากับลูกได้อยู่กับฉัน ถ้าพี่เรไรไม่ตาย พี่เรไรก็ไม่มีทางเอารำเพยกับลูกไว้เป็นหนามยอกอกหรอก”

    “ทิพย์เข้าใจคุณผู้ชายค่ะ เข้าใจดีว่าคุณผู้ชายจำเป็นต้องทำเพราะความรัก ไม่มีทางเลือก”

    “ก็แล้วทำไมรำเพยไม่เข้าใจฉันล่ะทิพย์ ทำไมรำเพยไม่ดีกับฉันเหมือนเธอ”

    จบคำก็ก้มจูบอย่างเผลอไผล ทิพย์ถึงกับสะท้าน เมื่อได้อยู่ตามลำพังจึงยกมือจับปาก ความรักที่ซ่อนไว้มานานค่อยๆเผยตัวและควบคุมลำบากขึ้นทุกที แต่เมื่อได้เจอกับรำเพยหลังจากนั้น ก็จำต้องสงบท่าทีและชวนไปทานข้าว

    “ฉันกินอะไรไม่ลง ยิ่งเห็นหน้าเขา คอฉันก็ตีบตันแทบหายใจไม่ออก ฉันไม่รู้จะทนอยู่อย่างนี้ได้อีกนานแค่ไหน”

    “คุณรำเพยไม่คิดจะให้อภัยคุณผู้ชายบ้างเลย

    หรือคะ”

    “ฉันไม่เอาเขาเข้าคุก ยังไม่เรียกว่าให้อภัยอีกหรือทิพย์ แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดกับพี่เรไรมากพอแล้ว”

    รำเพยปาดน้ำตาแล้วผละจากไปทิ้งทิพย์ให้

    ถอนใจเบาๆสงสารและเห็นใจรำเพยมากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไงส่วนลิตรงุ่นง่านคนเดียวบนเรือนจนทนไม่ไหวสุดท้ายก็ตรงเข้าไปกระชากลากถูรำเพยให้มาทำหน้าที่เมียเหมือนอย่างเคย

    ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณปล่อยฉันนะฉันจะเลี้ยงลูก

    เลิกเอาลูกมาเป็นข้ออ้างหนีฉันเสียทีเธอเป็นเมียฉันนะรำเพยเธอต้องทำหน้าที่เมีย

    รำเพยปฏิเสธไม่อยากทำทำใจไม่ได้จะต้องเห็นหน้าคนที่เธอเชื่อว่าฆ่าพี่สาวตัวเองแต่ลิตรก็ไม่ยอมถอย

    แต่เธอต้องทำเพราะฉันยังต้องการเธออยู่

    คนอย่างฉันไม่ยอมให้ใครมาปฏิเสธเด็ดขาด...เอาลูกมานี่

    ลิตรปราดไปแย่งลูกสาวจากมือเมียรักแล้วส่งให้ทิพย์ไปเลี้ยงรำเพยถลาตามลูกแต่ถูกลิตรรั้งตัวไว้

    ปล่อยฉันคุณลิตร...ปล่อย...ฉันไม่อยากอยู่ใกล้คุณฉันขยะแขยงคุณปล่อยฉัน!”

    งั้นก็ดีเลยวันนี้ฉันจะให้เธอทำหน้าที่เมียทั้งๆที่ขยะแขยงผัวตัวเอง

    ลิตรอุ้มเมียรักเข้าห้องไปแล้วเสียงปิดประตูดังปังทำให้ทิพย์สะดุ้งน้ำตาร่วงอย่างเจ็บปวดที่ต้องมารับรู้ว่าผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจกำลังทำอะไรบางอย่างกับรำเพยในห้อง...

    ทิพย์ดึงตัวเองจากอดีตเร่งมือทำอาหารของโต๊ะฤทัยอย่างตั้งใจพร้อมแสยะยิ้มร้าย...แกรนหาที่เองนะนังฤทัย!

    ooooooo

    นันทนัชเดินตามครูฝึกจำเป็นเข้าไปในสนามยิงปืนของหน่วยข่าวกรองฯโชคดีที่ด้านในไม่มีคนซ้อมมากนักสองหนุ่มสาวเลยไม่ต้องตกเป็นเป้าสายตากฤตพนธ์หลบไปซื้อลูกกระสุนมาให้นันทนัชทึ่งมากไม่คิดว่าเขาจะรู้ทั้งที่เพิ่งเห็นปืนของเธอทหารหนุ่มยิ้มกวนๆย้อนว่าเธอเลือกคนไม่ผิด...เขานี่แหละ

    ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปืนของแท้

    งั้น...คุณจะคิดค่าเสียเวลาสอนฉันยิงปืนเท่าไหร่ล่ะฉันไม่ให้คุณสอนฟรีๆหรอก

    ขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดว่าเสียเวลาคุณหรือเปล่าที่มาหาผมมาให้ผมสอนน่ะ

    พูดจบก็บรรจุกระสุนใส่ปืนนันทนัชถึงกับอึ้งไปอึดใจแต่เมื่อรวบรวมสติได้ก็สวนกลับ

    เอ่อ...มันก็อยู่กับว่าคุณสอนดีหรือเปล่าท่าดีทีเหลวยิงไม่แม่นหรือว่าถนัดขี้เก๊ก

    กฤตพนธ์หันไปยิงรวดเดียวหมดแม็กส่งยิ้มหวานแล้วลากเธอไปดูผลงานที่เข้าเป้าทุกนัดนันทนัชพูดไม่ออกได้แต่ยืนตัวแข็งให้เขาจัดท่าทางให้เพื่อซ้อมยิงปืนอย่างที่ตั้งใจ

    เวลาเดียวกันภายในสำนักงานหน่วยข่าวกรองฯ... กนกกรตั้งใจมาหากฤตพนธ์พร้อมกล่องขนมร้านดังภานุซึ่งรู้ดีว่าเพื่อนรักไปสอนนันทนัชยิงปืนเลยไปขวางไว้ชวนคุยนั่นนี่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแต่กนกกรไม่หลงกลง่ายๆตั้งท่าจะออกไปตามแฟนหนุ่มจนภานุปวดหัวต้องไหว้วานเพื่อนร่วมหน่วยคนอื่นให้รั้งไว้ฆ่าเวลาไปก่อน

    ในขณะที่ภานุโทร.หามือแทบหงิกกฤตพนธ์กับนันทนัชไม่รับรู้เพราะมัวสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าท่าทางเก้งๆกังๆของหญิงสาวทำให้เขาขออนุญาตจับมือเพื่อจัดท่าทางให้ถูกต้องนันทนัชยิ้มร้ายแล้วอนุญาตแต่ไม่วายแขวะว่าถ้าเขาไม่คิดเกินเลยคงไม่เป็นไรกฤตพนธ์หันมามองด้วยความหมั่นไส้

    ผมเป็นสุภาพบุรุษไม่ใช่พวกฉวยโอกาสแต่ระวังก็ดีเพราะถ้าคุณเล่นงานผมบ่อยๆผมอาจจะคิดขึ้นมาก็ได้

    นันทนัชยื่นปืนให้อย่างเสียไม่ได้กฤตพนธ์แอบชอบใจแต่พยายามปั้นหน้าขรึมครั้นเมื่อได้สัมผัสร่างบางใกล้ๆก็รู้สึกวูบวาบไปหมดเช่นเดียวกับนันทนัชที่เขินเป็นกำลังแต่ต้องข่มไว้กว่าจะจัดท่าได้ก็เล่นเอาสองหนุ่มสาวเหงื่อแตกพลั่กทั้งที่อากาศข้างในก็ไม่ร้อนทหารหนุ่มลอบมองเสี้ยวหน้าเธออย่างหลงใหลพลันคิดได้ว่ายังไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันให้เธอเลยนันทนัชตัวแข็งทื่อเมื่อเขาขยับมาใกล้พร้อมถอดแว่นและใส่หูครอบสีสดให้อย่างเบามือ

    ซ้อมยิงปืนทุกครั้งอย่าลืมอุปกรณ์ป้องกันนี้นะครับแว่นใสนี้ไว้ใส่กันเศษกระสุนกระเด็นเข้าตาเวลายิงแล้วหูครอบนี่ใส่ไว้ลดเสียงดังจากการยิงช่วยป้องกันแก้วหูของคุณครับ

    สองหนุ่มสาวสบตากันซึ้งกฤตพนธ์เป็นฝ่ายได้สติก่อนรีบผละออกให้เธอลองยิงนันทนัชสูดลมหายใจยาวแล้วเหนี่ยวไกจนหมดแม็กลุ้นแทบแย่เมื่อเขาดึงเป้ามาดูผลใกล้ๆกฤตพนธ์พลอยหัวเราะไปด้วยเมื่อเห็นท่าทางกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กๆของหญิงสาวที่ยิงเข้าเป้าเพียงนัดเดียวจากกระสุนหกนัดรู้สึกปลอดโปร่งและสบายใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้อยู่กับเธอเช่นเดียวกันนันทนัชที่ไม่รู้สึกเกร็งหรืออึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้

    ooooooo

    นันทนัชกับกฤตพนธ์ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุขโดยไม่รู้เลยว่าธีร์กับกนกกรแทบคลั่งที่โทร.ตามสองหนุ่มสาวเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับสายโดยเฉพาะกนกกรร้อนรนมากยิ่งเห็นภานุมาแอบโทร.หาเพื่อนรักยิ่งสงสัยและตัดสินใจบุกไปตามแฟนหนุ่มถึงสนามยิงปืนของหน่วยภานุถลาตามติดกลัวเพื่อนรักจะงานเข้า...ตายแน่ๆไอ้กฤตเอ๊ย!

    นันทนัชกับกฤตพนธ์ออกจากสนามยิงปืนหลังซ้อมจนกระสุนหมดกล่องหญิงสาวขอบคุณจากใจจริงที่เขาช่วยสอนแอบงงเล็กน้อยที่เขาไม่คิดค่าจ้างแต่ให้เลี้ยงข้าวแทนกฤตพนธ์ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วพาเธอไปส่งที่รถไม่รู้เลยว่ากนกกรตามมาทันเห็นหลังรถสปอร์ตไวๆจำได้แม่นว่าเป็นนันทนัชแน่ที่มาหาแฟนหนุ่มถึงหน่วยแต่กฤตพนธ์กลับทำไม่รู้ไม่ชี้แถมรับมุกภานุที่อ้างเรื่องภารกิจด่วนเลี่ยงจากไปอีกต่างหากแต่เมื่อลับร่างกนกกรก็อดต่อว่าเพื่อนไม่ได้ที่โกหก

    ฉันช่วยแกชิ่งจากเด็กเก่านะเว้ยเพราะรู้สึกว่าแกจะมีใจให้เด็กใหม่มากกว่า

    ถ้าแกไม่เลิกพูดถึงเด็กเก่าเด็กใหม่กับฉันฉันจะหักคอแก

    โอ๊ยๆ...ไอ้เนรคุณอุตส่าห์ช่วยแต่ไม่ขอบคุณสักคำแกระวังเถอะเด็กเก่า...เอ๊ย...คุณกิ๊บจะหักคอคุณนันสักวันถ้ารู้ว่าคุณนันมาป้วนเปี้ยนกับแกบ่อยๆ

    ภานุยิ้มยั่วกวนประสาทส่วนกฤตพนธ์หน้าขรึมขึ้นมาทันทีนึกเป็นห่วงนันทนัชกลัวจะโดนทำร้าย

    ฟากฤทัยเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้าได้ไม่นานก็ต้องทิ้งช้อนกับพื้นอาการคลื่นไส้พะอืดพะอมทำให้มีท่าทางเหมือนอยากจะอ้วกไม้เข้าใจว่าเป็นแผนร้ายเอาเรื่องทิพย์เลยให้ความร่วมมืออย่างดีช่วยคู่ขาสาวใหญ่โวยวายกับแฟนต้าให้เรียกแม่ครัวที่ทำอาหารพวกนี้มารับผิดชอบก่อนจะถูกฟ้องให้ปิดร้าน!

    ทิพย์ได้ยินเสียงเอะอะทุกอย่างแสยะยิ้มร้ายเมื่อเช็ดยางของดอกรำเพยในมือต้นเหตุที่ทำให้ฤทัยมีอาการคลื่นไส้เหมือนอยากจะอาเจียนตลอดเวลาเมื่อแฟนต้ามาตามให้ไปพบลูกค้าก็พยักหน้ารับนิ่งๆจนแฟนต้าก็ชักเสียวกลัวจะมีเรื่องเพราะเริ่มจะสำเหนียก

    ได้ว่าแม่เลี้ยงของเพื่อนรักคงตั้งใจมาหาเรื่องทิพย์แน่

    แล้วก็เป็นจริงดังคาดฤทัยถลาหาทิพย์ทันทีที่เห็นหน้าแฟนต้าพยายามห้ามแต่เหมือนจะยิ่งไปกันใหญ่

    ฉันเกลียดแกไปให้ไกลๆเลยอย่ามาอยู่ใกล้ๆวนเวียนเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก

    ฤทัยตบไม่ยั้งทิพย์ไม่หลบแกล้งทำเป็นสู้ไม่ได้จนทุกคนสงสารแต่เมื่อสบโอกาสก็พูดใส่หน้าฤทัย

    ฉันไม่ไปที่นี่ไม่ใช่เรือนรัตนะที่แกจะไล่ฉันได้เกลียดฉันมากก็ฆ่าฉันเลยแต่ฉันจะไม่หนีพวกแกอีกแล้ว!”

    ooooooo

     

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:21 น.