ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนริษยา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังเก็บข้อมูลของนันทนัชพักใหญ่ กฤตพนธ์ก็ตัดสินใจไปเยี่ยมเธอถึงห้องพักในโรงพยาบาล นันทนัช เห็นแค่เงาคนรางๆเลยผวา คิดว่าเป็นพวกเดียวกับคนร้ายเลยอาละวาดลั่นห้อง ทหารหนุ่มต้องแสดงตัว แหวให้หยุดดิ้นและโวยวาย เขาแค่จะมาถามถึงเรื่องอุบัติเหตุเท่านั้น แต่นันทนัชไม่เชื่อ

    “คุณมาทำอะไรที่นี่ นังฤทัยส่งคนมาเก็บฉันใช่ไหม ออกไปนะไอ้พวกสารเลว ฆ่าพ่อฉันยังไม่พอยังคิดจะฆ่าฉันอีก ฉันไม่มีวันตายง่ายๆหรอก ฉันจะต้อง

    มีชีวิตอยู่เพื่อเอาพวกแกเข้าคุกให้หมด ออกไป...ไสหัวไปให้หมด!”

    กฤตพนธ์ปวดประสาทกับข้อหาที่ถูกตั้งให้สดๆ ร้อนๆวิ่งหนีจ้าละหวั่นเพราะนันทนัชขว้างข้าวของในห้องใส่ไม่ยั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายหน้าห้องต้องเข้ามาห้ามและบอกว่าทหารหนุ่มเป็นคนช่วยเธอจากไอ้โม่งปริศนา

    กฤตพนธ์ชี้ไปที่แผลตัวเอง “ถ้าคุณตาไม่บอดก็ดูหน้าผม นี่ๆ...ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะไปช่วยคุณนั่นแหละ”

    นันทนัชหน้าเจื่อน อับอายที่โจมตีเขาโดยไม่ถามให้รู้เรื่องก่อน แต่ถึงกระนั้นก็รักษาท่าทีบอกว่าเธอถูกสั่งเก็บแน่ๆ เพราะตอนถูกไอ้โม่งทำร้ายเธอได้ยินคำพูดแปลกๆว่าเป็นลูกสาวลิตรเลยต้องมีชะตากรรมแบบนี้

    “หลังจากฆ่าพ่อฉันแล้ว ก็ถึงคิวของฉันที่มันต้องเก็บ ทุกอย่างเป็นฝีมือของนังแม่มดฤทัย มันต้องการฮุบเรือนรัตนะและสมบัติของพ่อฉันทั้งหมด ไม่มีฉันสักคน มันกับลูกจะได้เสวยสุขกันสบาย”

    “ผมเห็นใจคุณนะครับที่ต้องเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ แต่ถ้าคุณยังไม่มีหลักฐานก็อย่าโยนความผิดให้คุณน้าฤทัย”

    “ทำไม...หรือว่าคุณร่วมด้วย นังฤทัยส่งคนมาทำร้าย ฉันแล้วซ้อนแผนส่งว่าที่ลูกเขยมาช่วย ตัวเองจะได้พ้นผิด”

    “ไม่มากไปหน่อยหรือคุณ ผมช่วยคุณไว้ จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี แล้วยังกล่าวหาว่าผมเป็นพวกฆาตกรอีก”

    “ฉันจะไม่มีวันขอบคุณคุณ ตราบใดที่ฉันยังไม่แน่ใจว่าคุณมาดีหรือมาร้ายกับฉันกันแน่”

    กฤตพนธ์สวนว่าไม่น่าช่วยไว้เลย น่าจะปล่อยให้ตายคาบ่อน้ำในป่า นันทนัชของขึ้น ตั้งท่าจะโวยใส่แต่ร่างกายยังอ่อนแอ เกือบฟุบถ้าไม่ได้เขาช่วยประคองไว้สุดท้าย เลยต้องเรียกพยาบาลมาช่วยดูอาการ ทหารหนุ่มส่ายหน้าเอือมๆกับฤทธิ์เดชแม่เจ้าประคุณ แกล้งบอกพยาบาลให้ยาระงับประสาท...จะได้เลิกโวยโดยไม่คิดสักที!

    แต่ถึงจะหมั่นไส้นันทนัชเท่าไหร่ เรื่องการถูกลอบฆ่าของเธอก็ทำให้กฤตพนธ์สนใจไม่น้อย จนต้องหอบร่างเหนื่อยล้าไปหาข้อมูลที่หน่วยแต่เช้าของวันถัดมา ภานุเห็นเพื่อนขะมักเขม้นเลยแซวว่าเป็นภารกิจรัก

    “ไม่ใช่ภารกิจรักอะไรหรอก ฉันกำลังสนใจคดีที่คุณนันทนัชถูกดักทำร้ายและการตายของคุณลิตร จริงอย่างที่คุณนันว่า...คุณลิตรคบหาคุณฤทัยหลายปี แต่เพิ่งจด ทะเบียนได้แค่สองวันก่อนจะตาย โดยทิ้งสมบัติไว้มหาศาล”

    “ถามจริงๆแกสนใจเรื่องคดีหรือว่าสนใจคุณนันกันแน่วะ”

    กฤตพนธ์ร้อนตัว โยนแฟ้มเอกสารโครมใหญ่ “ถ้าฉันสนใจยายนั่นก็บ้าแล้ว ผู้หญิงอะไรปากร้ายที่สุด เพราะฉันดันไปร่วมชะตากรรมกับเจ้าหล่อนเข้าน่ะสิ ฉันเลยอยากเอาตัวไอ้โม่งโคตรเหี้ยมมาติดคุกให้ได้”

    “ไอ้นั่นมันซวยจริงๆดันมาเจอคนกัดไม่ปล่อยอย่างแก ว่าแต่ตอนสู้กับมัน แกจำตำหนิรูปพรรณได้บ้างไหม”

    “ไม่มีน่ะสิ มันดันใส่หมวกปิดหน้าเอาไว้ แต่ฉันต้องจำมันได้แน่ถ้าได้เจอตัวหรือได้สู้กับมันอีกครั้ง และถ้ามันคิดฆ่าคุณนันจริงๆล่ะก็ เขารอดมาแบบนี้ มันไม่ปล่อยให้ลอยนวลแน่ มันต้องหาทางมาเก็บเขาอีก”

    ooooooo

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความรู้สึกอะไรกันแน่ที่ทำให้เขาต้องไปเยี่ยมนันทนัชที่โรงพยาบาลอีกครั้ง กฤตพนธ์ก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ได้แต่คิดว่าเพราะข้อสงสัยมากมายที่ค้นเจอเกี่ยวกับครอบครัวของลิตร ทำให้เขาต้องบุกมาหาเธอ แต่ไม่ทันได้ถามก็ต้องแปลงร่างเป็นสารถีเสียก่อนเพราะเธอยืนกรานจะกลับเรือนรัตนะ

    “ถ้าฉันเกิดถูกฆ่าตายระหว่างทาง หรือเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ก็แน่ใจได้เลยว่าคุณเป็นพวกเดียวกับฆาตกร”

    หมอกับพยาบาลพยายามห้ามเพราะอาการนันทนัชยังไม่ค่อยดี แต่เธอก็ฝืนสังขารไปจนได้ โดยมีแฟนต้าเพื่อนสาวอนุเคราะห์เสื้อผ้าสำรองในรถให้ยืมใส่กลับ กฤตพนธ์เลยต้องทำหน้าที่คนขับและบอดี้การ์ดพาเธอกลับเรือนรัตนะจนได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มครองพยานขับตามไปห่างๆแต่ทั้งหมดไม่รู้เลยว่าสมหมายกับเชนจอดรถซุ่มอยู่หน้าโรงพยาบาลและขับตามช้าๆมีแอบเครียดนิดหน่อยเมื่อเห็นว่ากฤตพนธ์อยู่กับนันทนัช...รนหาที่ตายแล้วมึง!

    กฤตพนธ์เพิ่งทราบสาเหตุที่นันทนัชรีบร้อนจะกลับเรือนรัตนะ ว่าเป็นเพราะฤทัยนัดสมุทรชัยกับไกร-ภัทรมาคุยเรื่องเปิดพินัยกรรมของลิตร ทั้งสองมาทันได้ยินสองทนายพ่อลูกเจรจายืดระยะเวลาออกไปเพราะพินัยกรรมอยู่ในเซฟธนาคาร และต้องใช้หมายศาลกับพยานเจ้าหน้าที่จึงจะเปิดได้ รณฤทธิ์ร้อนใจอยากให้นัดวันแน่นอน แต่นันทนัชไม่ยอม ถลันไปกลางวงและประกาศสงครามเต็มรูปแบบอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น

    “ตราบใดที่ตำรวจไม่สรุปการรื้อคดีว่าพ่อฉันตายยังไง แล้วใครเป็นฆาตกร ก็จะไม่มีการแบ่งสมบัติใดๆทั้งสิ้น!”

    ฤทัยหน้าเสียแล้วเปลี่ยนเป็นโกรธจัดที่ถูกหักหน้า แต่นันทนัชไม่กลัวแถมแขวะ

    “พ่อฉันเพิ่งตายแท้ๆก็เร่งแบ่งสมบัติกันแล้ว ไอ้ที่เสวยสุขในบ้านนี้ยังไม่พอกันอีกหรือ”

    “หยุดกล่าวหาน้าเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นน้าคงต้องฟ้องหมิ่นประมาทนัน”

    “อยากทำอะไรก็ทำ อย่ามาขู่...ฉันไม่กลัวคนที่ดีแต่จับผู้ชายรวยๆหาเลี้ยงครอบครัวหรอก”

    ฤทัยอยากจะกรี๊ดมาก ต้องรับมือกับลูกเลี้ยงสาวตัวแสบด้วยมาดคนดีเลยทำอะไรไม่ได้มาก ผิดกับกนกกรที่ปราดมาเอาเรื่องแทนว่าลิตรคงเป็นคนรวยหน้าโง่มาให้แม่เธอจับเอง นันทนัชโมโหมากตอกกลับ

    “พ่อฉันไม่ได้โง่ แค่หลงผิดเลี้ยงพวกปลิงดูดเลือดเอาไว้ ไม่คิดว่ามันจะตะกละดูดเลือดพ่อฉันจนตาย!”

    รณฤทธิ์สุดจะทนวาจาหยามหน้าเลยจะต่อย

    ให้หายแค้น นันทนัชไม่หลบแถมจ้องกลับ สมุทรชัย

    กับไกรภัทรถลาไปห้าม แต่คนเอาอยู่คือกฤตพนธ์ที่

    ปรามไม่ให้เขาทำร้ายนันทนัชถ้าไม่อยากถูกจับ

    “ไม่ต้องเอาตำรวจมาขู่ ไม่กลัวหรอกโว้ย มันมาด่าแม่ฉัน ฉันจะตบให้ดิ้นเลย ปล่อยสิวะ”

    สองหนุ่มเลยต้องปะทะกันอย่างช่วยไม่ได้ กฤตพนธ์อาศัยชั้นเชิงเหนือกว่า จัดการรณฤทธิ์จนหมอบ สมุทรชัยกับไกรภัทรหน้าซีด ต่างจากกนกกรซึ่งหัวเสียมากที่น้องชาย ถูกลงไม้ลงมือ จนต้องจับแยกและลากไปคุยอีกทาง

    “ไหนคุยนักคุยหนาว่าเขาเป็นแฟนพี่ ทำไมเสือกไปช่วยนังนั่นวะ เห็นไหมว่าฉันเกือบแขนหัก”

    “ทำไมฉันจะไม่เห็น ฉันไม่ได้ตาบอด ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคุณกฤตถึงไปเข้าข้างนังนั่น บ้าที่สุด”

    “แบบนี้ชัดเลย นังนันมันกำลังแย่งทุกอย่างไปจากเรา ทั้งมรดกและบ้านหลังนี้ แล้วก็แย่งผู้ชายพี่ด้วย”

    กนกกรร้องไห้โวยวาย แช่งชักหักกระดูกนันทนัชให้ตายเพราะถูกลอบฆ่า อย่าได้รอดมาเหมือนครั้งที่แล้ว แถมขอรณฤทธิ์ให้ช่วยหาทางกำจัดมารหัวใจ หนุ่มอันธ– พาลไม่ปฏิเสธ...มันจะต้องกระเด็นจากบ้านนี้ตามนังทิพย์ ไปอีกคน!

    เวลาเดียวกันที่หน้าเรือนรัตนะ...หญิงสาวที่รณฤทธิ์พูดถึงกำลังเกาะรั้วประตูด้วยสีหน้าระทมทุกข์ อาลัย

    อาวรณ์เหลือเกินที่ต้องระเห็จมาอยู่ข้างนอก ในหัวหวนคิดถึงอดีต เพราะชะตากรรมอันน่ารังเกียจนั้นแท้ๆที่ทำให้เธอได้มาที่นี่ 

    อดีตสาวใช้เรือนรัตนะจำได้ดีว่าวันนั้นเธอหอบผ้าหอบผ่อนออกจากบ้านหนีพ่อเลี้ยงใจหื่น แต่ไปไม่ถึงไหนก็ถูกเขาจับได้ เธอพยายามอ้อนวอนให้ปล่อย แต่พ่อเลี้ยงกลับตบหน้าเธอเต็มแรงพร้อมขู่

    “ลุกขึ้นมาอีเนรคุณ กูไม่ให้มึงไปไหนทั้งนั้น มึงต้องเป็นเมียกู ทดแทนข้าวแดงแกงร้อนที่กูเลี้ยงมึงมา”

    ขาดคำก็ตบหน้าทิพย์อีกสองครั้ง กระชากเข้าป่าข้างทาง พร้อมฉีกเสื้อผ้าจะข่มขืน แต่ลิตรผ่านมาพอดีเลยช่วยไว้ได้ แถมซ้อมพ่อเลี้ยงเสียน่วม ก่อนจะพาเธอซึ่งเป็นเพื่อนตั้งแต่เด็กมาอยู่เรือนรัตนะในฐานะคนเลี้ยงนันทนัช ทิพย์ซึ่งแอบหลงรักเขามานานยอมทุกอย่าง ลิตรรู้ดีและใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ขอให้เธอทำตามที่เขาขอ

    “ขอให้เชื่อฟังทำตามที่ฉันบอก ซื่อสัตย์กับฉันทุกอย่าง แล้วฉันรับรองจะดูแลชีวิตทิพย์จากนี้ให้ดีที่สุด”

    ลิตรจับมือเธอเบาๆแล้วผละไป ทิ้งทิพย์ให้มองตามเขินๆ...ขอแค่ได้อยู่กับเขา เธอยอมทุกอย่าง

    ทิพย์ดึงตัวเองออกจากอดีต สะบัดหน้าเรียกสติเบาๆ คำพูดทิ้งท้ายของลิตรยังวนเวียนไปมาในหัว เรือนรัตนะคือบ้านที่เขาอนุญาตให้เธออยู่ และเธอจะต้องกลับเข้ามาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม!

    ooooooo

    กว่าสมาชิกในบ้านจะสงบสติอารมณ์กันได้ก็เล่นเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจแทบแย่ รวมถึงสมุทรชัยกับไกรภัทรที่ต้องทำหน้าที่คนกลางไกล่เกลี่ย ฤทัยพยายาม ทำตัวเป็นแม่เลี้ยงที่ดีไม่อยากมีเรื่องกับลูกเลี้ยง นันทนัชทำท่าจะแขวะอีกรอบ กฤตพนธ์ต้องปรามไว้ ขู่จะไม่ช่วยปกป้องเธออีกถ้ายังวีนเหวี่ยงไม่เลือกแบบนี้

    นันทนัชยอมนั่งนิ่งๆและบอกให้สมุทรชัยชี้แจงเรื่องพินัยกรรม แต่ต้องอารมณ์เสียเมื่อฤทัยยืนกรานจะให้เปิดเลยเพราะลิตรไม่ได้ถูกฆ่าแต่ตายเพราะหัวใจวาย ทนายหนุ่มใหญ่บอกว่าไม่สามารถทำได้เพราะคงต้องผ่าชันสูตรศพใหม่ตามหมายศาล นันทนัชปรายตามาอย่างผู้ชนะ ฤทัยแทบกรี๊ดแต่พยายามข่มไว้ สองสาวต่างวัยตั้งท่าจะปะทะฝีปากกันอีกครั้ง ไกรภัทรเลยต้องขวางและชี้แจงเรื่องกิจการต่างๆของลิตรว่าพ่อเขากับฤทัยจะรักษาการไปก่อน

    นันทนัชตาโตเพิ่งรู้ว่าแม่เลี้ยงมีส่วนในการบริหารกิจการของพ่อด้วย ฤทัยยิ้มเยาะสะใจ บอกให้กฤตพนธ์ไปดูแลปลอบใจกนกกรดีกว่ามาตามนันทนัชแบบนี้ ทหารหนุ่มจำต้องไปขอโทษแฟนสาว ที่ต้องลงไม้ลงมือกับรณฤทธิ์ เพราะไม่อยากให้มีเรื่อง รณฤทธิ์ฮึดฮัดจะไม่ยอมและผละจากไป ทิ้งกนกกรให้โวยวายใส่กฤตพนธ์

    “เห็นไหมคะ ตั้งแต่ยายนันมา ทำเอาทุกคนเดือดร้อนกันหมด ยายนั่นถือสิทธิ์ว่าเป็นลูกแท้ๆมากล่าวหาทุกคน”

    “ใจเย็นๆครับคุณกิ๊บ คุณนันเป็นลูกแท้ๆก็มีสิทธิ์จะสงสัยเรื่องการตายของพ่อเป็นธรรมดา ยิ่งมาโดนทำร้ายแบบนี้ เขาก็ยิ่งระแวง แต่ถ้าฝ่ายคุณกิ๊บไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย เฉยๆไว้ดีกว่าครับ”

    “แต่เขาเข้ามาอยู่ในบ้านแบบนี้ กิ๊บต้องอยู่ไม่เป็นสุขแน่ๆเลยค่ะ กิ๊บไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้แล้ว ไปอยู่บ้านอัศวัติของคุณกฤตน่าจะอบอุ่นกว่า คุณลุงใจดี๊ดี แต่รออยู่ว่าเมื่อไหร่จะมีใครมาขอ”

    กฤตพนธ์ยิ้มเอ็นดู จริงๆเขาชอบกนกกรไม่น้อย แต่ไม่มากพอจะทำให้เขาสละโสดง่ายๆ

    ฝ่ายนันทนัชพยายามหาข้อมูลของพ่อจากสองทนายพ่อลูก สมุทรชัยกับไกรภัทรปฏิเสธไม่รู้อะไรมาก เพราะลิตรไม่ชอบคุยกับใครนอกจากเรื่องงาน นันทนัชส่ายหน้าเซ็งๆไม่เข้าใจว่าพ่อจะหาเงินเยอะแยะทำไม ตายไปก็ไม่ได้ใช้ สมุทรชัยต้องปลอบว่าลิตรคงดีใจที่เธอกลับมาอยู่บ้าน นันทนัชถอนใจหนักหน่วง ไม่ได้อยากกลับมาเพราะสาเหตุนี้ เพราะแทนที่จะได้เจอหน้าพ่อ กลับต้องมาตามหาสาเหตุการตายของเขาแทน!

    เวลาเดียวกันที่หน้าเรือนรัตนะ...ทิพย์อยู่ที่เดิม เห็นนันทนัชพยายามยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าบ้าน ไม่ทันจะอ้าปากเรียก ไม้ก็โผล่มาไล่ ทิพย์โมโห แกล้งยั่วว่าเจ้าของตัวจริงอย่างนันทนัชกลับมาแล้ว พวกผู้อาศัยก็ควรย้ายออก ไม้โกรธมาก ตั้งท่าจะเล่นงานกลับตามคาด ทิพย์แสยะยิ้มแล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นร้องโอดครวญให้คนมาช่วยแทน

    นันทนัชถลาตามเสียง เห็นทิพย์ยื้อยุดกับไม้เลยเข้าไปขวาง คนขับรถหนุ่มหน้าเสีย ละล่ำละลักแก้ตัวว่าไม่ได้ทำอะไรและผละไปอย่างเสียไม่ได้ ส่วนทิพย์ลอบยิ้มสะใจแล้วเดินไปขึ้นรถ นันทนัชรั้งไว้ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกลับ ทิพย์เลยจงใจฟ้องว่าถูกไล่ออกจากเรือนรัตนะตอนที่นันทนัชไม่อยู่

    “นังปีศาจ...มันคิดจะกำจัดทุกคน แม้แต่คุณพ่อที่รักมันหัวปักหัวปํา ไม่ต้องกลัวนะคะน้าทิพย์ นันกลับมาแล้ว”

    “น้าดีใจค่ะที่เห็นคุณหนูกลับบ้าน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้วในเรือนรัตนะนั่น คุณหนูเหลือตัวคนเดียว ถ้าพวกมันทำอะไรก็ไม่มีใครช่วยได้ คุณหนูต้องระวังตัวเองนะคะ อย่าวางใจเด็ดขาด แล้วน้าจะมาหาบ่อยๆ”

    ทิพย์ผละไปขึ้นแท็กซี่แล้ว นันทนัชจะคว้าตัวแต่ไม่ทัน ได้แต่มองตามเศร้าๆรู้สึกเหลือตัวคนเดียวจริงๆ

    ooooooo

    การจากไปของทิพย์ทำให้นันทนัชเครียดกว่าที่คิด หญิงสาวไม่รอช้า ปรี่ไปเอาเรื่องตัวต้นเหตุในบ้าน ฤทัยกับกนกกรซึ่งกำลังชวนกฤตพนธ์ทานมื้อเย็น ถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะฤทัยที่ถูกต่อว่าอย่างสาดเสียเทเสีย แต่เลือกจะข่มไว้ กลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มหวานพลางบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ลิตรต่างหากที่ไล่ทิพย์ออกไป

    “พ่อหนูโกรธแม่ทิพย์มากเลยรู้ไหมจ๊ะ ตอนที่ไล่แม่นั่นออก ถึงกับด่าว่านังคนใช้ไว้ใจไม่ได้ เลี้ยงไม่เชื่อง”

    “โกหก...พ่อไม่เคยเห็นน้าทิพย์เป็นคนใช้ น้าทิพย์เลี้ยงฉันมา มีพระคุณกับฉัน ที่สมควรถูกเฉดหัวออกจากบ้านคือพวกเธอต่างหากที่เลี้ยงไม่เชื่อง...ฆ่าพ่อของฉัน!”

    กนกกรหมดความอดทน แหวให้หยุดใส่ร้ายป้ายสีแม่ของเธอเสียที นันทนัชไม่สะทกสะท้าน ตั้งท่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด กฤตพนธ์เห็นท่าไม่ดีเลยจัดการแยกนันทนัชไปอีกทาง เตือนให้สงบสติอารมณ์ แต่เหมือนไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะหญิงสาวโมโหจนลืมทุกอย่าง ตอกกลับเขาอีกต่างหากว่าเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาสั่งสอน

    “แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร เที่ยวไปชี้หน้าด่าคนอื่นว่าฆ่าพ่อตัวเอง ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน”

    นันทนัชสบตาเขานิ่ง ยกมือชี้หน้าตัวเองแล้วบอกว่าแผลกับรอยช้ำตามตัวเธอคือหลักฐานชั้นดี

    “ฉันออกจากบ้านหลายปี ไม่เคยกลับ พอกลับมาฉันก็ถูกล่า ถ้าไม่ใช่ฝีมือพวกฤทัยแล้วใคร คุณบอกได้ไหม”

    “ผมบอกไม่ได้หรอก ผมไม่ใช่ตำรวจ คุณควรจะรอให้เจ้าหน้าที่สืบสวน ไม่ใช่เอาแต่ใจ อาละวาดงี่เง่า”

    นันทนัชเต้นผาง แต่ไม่ทันสวนกลับ กฤตพนธ์ก็ยื่นนามบัตรของเขาให้เสียก่อน พร้อมแนะนำตัวประชดว่าเป็นสายลับในหน่วยข่าวกรอง หากเห็นว่าเขามีประโยชน์ช่วยเหลือได้ก็ติดต่อมา นันทนัชอ้าปากค้าง ตั้งท่าจะพูดบางอย่างแต่สายเกินไป ทหารหนุ่มหุนหันแยกไปแล้ว ทิ้งเธอให้ยืนเคว้งคนเดียวเป็นครั้งที่สองของวัน

    ความวุ่นวายในบ้านทำให้นันทนัชสับสนไม่น้อย ทั้งเรื่องทรัพย์สมบัติมหาศาลและสาเหตุการตายแท้จริงของพ่อ หญิงสาวเหม่อมองต้นรำเพยหน้าบ้าน แล้วอดคิดถึงคำบอกเล่าของทิพย์เมื่อหลายปีก่อนไม่ได้ว่ารำเพย...แม่ของเธอฆ่าตัวตายใต้ต้นไม้นี้ น้ำตาพานไหลอย่างช่วยไม่ได้ หญิงสาวดึงตัวเองออกจากอดีต น้อยใจโชคชะตาเหลือเกินที่ทำให้ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหนักอึ้งด้วยตัวคนเดียวเช่นนี้

    ภาพลูกเลี้ยงสาวยืนมองต้นรำเพยหน้าบ้านตามลำพัง ทำให้ฤทัยหมั่นไส้มาก การปรากฏตัวของนันทนัชทำให้บรรยากาศในเรือนรัตนะไม่น่าอยู่เหมือนเคย เพราะลูกเลี้ยงสาวตั้งหน้าตั้งตาจับผิดและทวงทุกสิ่งทุกอย่างคืน ไม้ที่เฝ้าวนเวียนไม่ห่าง อาสาช่วยทำสงครามประสาทให้นันทนัชทนอยู่ในบ้านนี้ต่อไปไม่ได้ ฤทัยยิ้มร้ายพอใจมาก

    “รอให้บ้านหลังนี้เป็นของฉันเสียก่อนเถอะฉันจะโละทุกสิ่งทุกอย่างออกให้หมด โดยเฉพาะไอ้ต้นรำเพยสับปะรังเคที่หวงนักหวงหนา ฉันจะตัดทิ้งมาเผาให้เหี้ยนเลย อยากหวงมันนัก”

    ขาดคำฤทัยก็คว่ำรูปถ่ายลิตรบนโต๊ะทำงานอย่างแรง ในใจเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต ตอนเธอเรียกคนงานมารื้อต้นรำเพยเจ้าปัญหา ทิพย์ถลามาขวางไม่ให้ตัด ฤทัยไม่ยอมและตบสั่งสอนจนทิพย์เหลืออด

    “คิดว่าเป็นเมียออกหน้าออกตาคุณลิตรแล้วแกจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ ฉันทนแกมานานแล้ว วันนี้ตายเป็นตาย”

    ความอดกลั้นที่เก็บมานานทำให้ทิพย์มีพลังอย่างเหลือเชื่อ สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ระดมตบไม่ยั้งจนฤทัยเกือบตาย โชคดีที่ลิตรผ่านมาเห็นและห้ามไว้ทัน เลยได้รู้จากทิพย์ว่าเมียสุดที่รักคิดจะโค่นต้นรำเพยทิ้ง

    ทิพย์ยิ้มเยาะเป็นต่อ ฤทัยยังไม่รู้สึกตัวโอดเสียงหวาน “ลิตรขา...ไอ้ต้นบ้านี่ยางมันมีพิษนะคะ ฤทัยมาตัดเอาดอกมันไปใส่แจกัน มือไปโดนยางมันนิดเดียวถึงกับแสบร้อนเป็นแผลพุพองเลย เห็นไหมคะเนี่ยลิตรขา”

    ฤทัยยื่นมือให้ดู แต่แทนที่ลิตรจะห่วงกลับโกรธจัด “ก็แล้วต้นไม้มันอยู่ของมันดีๆ คุณไปยุ่งกับมันทำไม”

    ฤทัยงงเป็นไก่ตาแตกจนทิพย์สะใจมาก ส่วนลิตรไล่คนงานออกไป พร้อมหันไปกำชับเมียคนล่าสุด

    “แล้วจำไว้นะฤทัย อย่ามายุ่งกับต้นรำเพยของฉันอีก ฉันรักของฉัน หน้าไหนก็ห้ามมาแตะต้องเด็ดขาด”

    ฤทัยดึงตัวเองจากอดีต ความทรงจำทำให้กำหมัดแน่นด้วยความแค้น เป็นตายร้ายดีเธอต้องเอาเรือนรัตนะมาเป็นของตัวเองให้ได้ ส่วนไอ้ต้นรำเพยของรักของหวงของลิตร...ฉันจะโค่นทิ้งให้เหี้ยนเลยคอยดู!

    ooooooo

    กฤตพนธ์ออกจากเรือนรัตนะในเย็นวันเดียวกัน กำลังจะกลับถึงบ้านแล้ว แต่ดันจับสังเกตได้ว่ามีรถขับตามมา เชนกับสมหมายนั่นเองที่สะกดรอยทหารหนุ่ม หวังเขียนเสือให้วัวกลัวตั้งแต่เริ่ม  คราวหน้ากฤตพนธ์จะได้ไม่กล้ามาขัดขวางเรื่องนันทนัชอีก แต่เหมือนเรื่องจะไม่ง่ายนัก  เพราะทหารหนุ่มไหวตัวทันและหาทางขับรถหนี

    กฤตพนธ์ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันหลอกล่อรถที่ขับตามมา และรีบโทร.หาภานุซึ่งประจำที่หน่วยให้ช่วยหาทางออกให้ แต่ดันเจอทางตันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่คนร้ายไม่คิดเอาชีวิต แค่ยิงขู่ให้เขากลัวแล้วขับหนีไป ทิ้งทหารหนุ่มให้มองตามเครียดๆ...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย

    ภานุมาถึงที่เกิดเหตุไม่นานหลังจากนั้น  ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสภาพรถเพื่อนรักพรุนด้วยรอยกระสุน แถมยางแบนติดดินอีกต่างหาก กฤตพนธ์ไม่สนใจ คาใจมากกว่าเพราะจำได้ว่าหนึ่งในคนร้ายคือไอ้โม่งปริศนาที่เขาประมือด้วยตอนช่วยนันทนัชในป่าข้างทาง ภานุตกใจมากคิดว่าเพื่อนรักถูกตามเก็บ กฤตพนธ์ส่ายหน้าเบาๆบอกว่าคงแค่ต้องการขู่ให้เลิกยุ่งกับเรื่องนันทนัชมากกว่า ภานุจะให้แจ้งตำรวจแต่กฤตพนธ์ไม่อยากทำให้คนร้ายไหวตัว

    “ชัดเลย...นี่แกออกนอกหน้ามากว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของคุณนัน”

    “มันไม่เกี่ยวกับคุณนันเว้ย  มันเที่ยวไล่ยิงคนแบบนี้ แกคิดว่าฉันควรจะเก็บมันไว้อีกหรือ  ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นพวกไหน มีใครบงการเบื้องหลังมันหรือเปล่า”

    กฤตพนธ์กำหมัดต่อยกระโปรงรถ ภานุได้แต่มองตามขำๆ...ขอให้จริงอย่างปากพูดเถอะวะ!

    ฟากนันทนัชลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นชั้นบนด้วยความยากลำบาก ศรี สาวใช้ประจำบ้านจะช่วยแต่ถูกเดือน สาวใช้ขาใหญ่คนโปรดของฤทัยเข้ามาขวาง พร้อมมองนันทนัชด้วยสายตาดูถูก

    “จำใส่กะลาหัวไว้นะอีศรี ที่เรือนรัตนะนี้ มีเจ้านายแค่สามคนให้แกรับใช้ คือคุณนายฤทัย คุณหนูกิ๊บ แล้วก็คุณชายรณ ส่วนคนอื่นที่เสนอหน้าเข้ามาอยู่ อย่าสะเออะไปรับใช้ให้เปลืองแรงเชียว”

    “ฉันก็ว่าอย่างนั้น เก็บแรงไว้สอพลอคุณนายพวกเธอจะดีกว่านะ เดี๋ยวจะเสียชื่อสถาบันนายว่าขี้ข้าพลอยหมด”

    เดือนอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าลูกสาวคนเดียวของลิตรจะกล้าตอกกลับขนาดนี้ ส่วนนันทนัชสะบัดหน้ายกกระเป๋าแยกไป เจอฤทัยกับไม้ออกจากห้องทำงานของพ่อเลยอดกระแนะกระแหนไม่ได้

    “พอพ่อฉันไม่อยู่ คนงานชายในบ้านนี้ก็สามารถเข้าห้องทำงานพ่อฉันได้สะดวกเลยหรือ”

    ฤทัยหน้าซีดเหมือนวัวสันหลังหวะ เฉไฉว่าเรียกคนขับรถมาสั่งงานเท่านั้น ไม้รีบค้อมศีรษะผละไป ทิ้งให้แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงเถียงกันเอง ฤทัยเปลี่ยนท่าทีเป็น

    นางมารร้ายทันทีเพราะไม่ได้อยู่ต่อหน้าใคร นันทนัชไม่แปลกใจ แถมทำท่ากวนประสาทอีกต่างหาก ฤทัยโมโหมาก ยิ่งรู้ว่าลูกเลี้ยงสาวจะไปพักห้องลิตรยิ่งเครียด พยายามขัดขวางเต็มกำลัง โดยมีเดือนกับกนกกรมาช่วยยื้อ แต่นันทนัชก็พาตัวเองเข้าห้องพ่อสำเร็จในที่สุด

    สภาพห้องลิตรยังเหมือนเดิมทุกอย่าง นันทนัชเดินหยิบข้าวของพ่อขึ้นมาดูด้วยความสะเทือนใจ คิดถึงภาพและคืนวันเก่าๆในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ถูกส่งตัวไปเมืองนอก หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความรู้สึกโหยหา สัญญากับพ่อและตัวเองจะต้องลากฆาตกรตัวจริงมารับโทษให้ได้!

    เย็นวันเดียวกันที่โรงพยาบาล...ธีร์ดื้อจนได้ออกไปพักฟื้นที่คอนโดตัวเอง แต่สถานที่แรกที่เขาอยากไปกลับเป็นเรือนรัตนะ อยากไปดูว่านันทนัชไม่เป็นไรจริงๆ แฟนต้าไม่ให้ไป รู้ดีว่านอกจากความเป็นห่วง ธีร์ยังหึง

    กฤตพนธ์ที่เริ่มเอาตัวไปพัวพันกับนันทนัช แม้จะเพราะเรื่องคดีแต่หนุ่มลูกครึ่งของเธอก็ไม่ไว้ใจ

    แฟนต้าต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ชักแม่น้ำทั้งห้าจนธีร์ยอมกลับไปพักที่คอนโด เธอดีใจและลงมือทำอาหารอ่อนๆให้ทาน ธีร์หงุดหงิดเล็กน้อยที่ไม่ได้ไปหานันทนัช แถมรำคาญแฟนต้าที่ยุ่งวุ่นวายกับเขาไม่เลิก แต่เมื่อได้ชิมอาหารฝีมือเธอก็อดยิ้มบางๆไม่ได้...ยายนี่มีดีอยู่อย่างคือทำอาหารอร่อย สมเป็นลูกสาวเจ้าของร้านอาหารจริงๆ

    แฟนต้ากลับไปแล้ว พร้อมคำสัญญาจะมารับไปหานันทนัชพรุ่งนี้ถ้าเขาอาการดีขึ้น ธีร์นั่งทานข้าวเพลินๆ เห็นรูปถ่ายตัวเองกับนันทนัชบนโต๊ะ ทำให้คิดถึงความทรงจำวันแรกที่ได้เจอเธอเมื่อหลายปีก่อน ความสวยน่ารักของนันทนัชตอนนั้นทำให้เขาทำตัวไม่ถูก และมิตรภาพแสนพิเศษก็เริ่มขึ้นตั้งแต่นั้น แต่ยังเอาชนะใจเป็นคนรักเธอไม่ได้เท่านั้นเอง

    ooooooo

    กว่ากฤตพนธ์จะได้กลับบ้านก็ดึกดื่นค่อนคืน เขาเลือกมุมลับตาเหมาะๆซ่อนรถพรุนไปทั้งคันแล้วเดินเข้าบ้านอย่างเหนื่อยอ่อน โชคดีที่นายพลมานพพ่อของเขายังไม่กลับเพราะติดราชการ ทหารหนุ่มเลยได้ทิ้งตัวบนโซฟาหรูกลางบ้าน นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาวันนี้ เครียดๆ โดยเฉพาะคำพูดอาฆาตของนันทนัช

    “ฉันจากบ้านไปหลายปีไม่เคยกลับ กลับมาก็ถูกล่า ถ้าไม่ใช่พวกฤทัยแล้วใคร คุณบอกฉันได้ไหม”

    คำพูดกับท่าทางกราดเกรี้ยวของนันทนัชทำให้เขานอนไม่หลับ ความสงสัยมากมายผุดขึ้นในหัว แม้จะไม่ชอบที่เธอทำตัวหุนหันกัดไม่เลือก แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้... ถ้าฆาตกรอยู่ในเรือนรัตนะจริง ยายนั่นต้องเจอดีอีกแน่!

    เวลาเดียวกันที่ห้องนอนลิตร...นันทนัชก้มๆเงยๆ

    หาหลักฐานที่อาจหลงเหลือบ่งชี้ตัวฆาตกร แต่ค้นเท่าไหร่ก็ไม่พบ หญิงสาวเลยทิ้งตัวนอนแผ่หลา เสียงท้องร้องโครกครากเพราะไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เย็น ทำให้ต้องลงไปหาของกินในครัวชั้นล่าง ห้องอาหารของบ้านว่างเปล่า แต่ที่ทำให้เจ็บใจคือกับข้าวมากมายถูกเททิ้งถังขยะ นันทนัชเหยียดยิ้ม รู้ทันว่าพวกฤทัยทำสงครามประสาท หวังกดดันให้เธอทนอยู่ไม่ไหวต้องย้ายออกไปเอง

    สุดท้ายอาหารมื้อดึกของนันทนัชก็คือแยมกับขนมปังไม่กี่แผ่น แต่ทานได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นเงาคนปริศนาจ้องมองเธอจากมุมมืด หญิงสาวไม่รอช้าถือมีดวิ่งไปสำรวจ แต่เงาดำนั้นหายไปแล้วเหลือแต่เดือนที่บังเอิญเดินผ่านมา เสียงร้องเอะอะของนันทนัชทำให้ทุกคนแตกตื่น ฤทัยกับลูกทั้งสองมองมาอย่างเย้ยหยัน หาว่าลูกสาวคนเดียวของลิตรโดนกระทืบจนตาฝาด นันทนัชโกรธมากแหวกลับ

    “ฉันไม่ได้คิดไปเอง ทั้งหมดต้องเป็นแผนการของพวกเธอแน่ รวมหัวกันสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา คิดจะให้ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้ใช่ไหม แผนเด็กๆ...ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ที่นี่เป็นบ้านของฉัน ฉันจะอยู่ที่นี่ ทวงทุกสิ่งของพ่อคืนมาให้หมด”

    นันทนัชหัวเราะร่าขึ้นห้องไปแล้ว กนกกรกับรณฤทธิ์มองตามด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง อยากตามไปฆ่าให้ตาย แต่ฤทัยยั้งไว้...เชื่อแม่เถอะลูก ถ้ามันอยู่ได้ก็อยู่ไป เพราะมันจะได้เจอเรื่องตื่นเต้นเร้าใจจนอยู่ไม่ได้แน่ๆ!

    แท้ที่จริงเงามืดปริศนาก็คือไม้ ที่รับคำสั่งจากฤทัยให้ทำสงครามประสาทกับนันทนัช ฤทัยชอบใจผลงานชู้รักคนขับรถมากจนตามไปตบรางวัลพิศวาสให้ถึงห้องพักคนงานในคืนเดียวกัน

    ส่วนนันทนัชต้องปวดหัวกับเรื่องบ้าบอจนนอนกระสับกระส่ายเพราะความเครียดที่สะสมมานานนับชั่วโมง หญิงสาวคว้ายานอนหลับมากิน แต่ก็ไม่ช่วยอะไรนอกจากทำให้ฝันร้ายถึงพ่อกับแม่ นันทนัชนอนเหงื่อแตกพลั่ก ทุกข์ทรมานกับความฝันที่ไม่คาดหวัง โดยไม่รู้เลยว่ามีคนแอบมองเธอจากมุมมืดริมหน้าต่างตั้งแต่กลางดึกจนถึงเช้า!

    เช้าตรู่วันถัดมา...นันทนัชอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปข้างนอก แต่ต้องหัวเสียเมื่อพบว่าประตูถูกล็อกจากด้านนอก เธอพยายามเปิดแต่ออกแรงเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเลยต้องปีนลงทางหน้าต่าง โดยไม่รู้เลยว่าประตูห้องถูกใครบางคนไปปลดล็อกให้แล้ว

    นันทนัชก้มมองพื้นข้างล่างเครียดๆหลับตาปี๋ยอมรับชะตากรรมแล้วกระโดด แต่กลับไม่ได้สัมผัส

    พื้นดินอย่างที่คิด เพราะกฤตพนธ์ถลามารับร่างเธอไว้ทันเวลา นันทนัชตะลึงมาก นึกขอบใจเขาอยู่ไม่น้อย แต่อารมณ์ขุ่นมัวที่ถูกขังทำให้ผลุนผลันผละไปเสียก่อน อยากเอาเรื่องพวกฤทัยเต็มแก่ แต่ก็ต้องเซ็งจัดเมื่อเดือนลอยหน้าลอยตาบอกว่าทุกคนออกไปโรงสีกันหมด เพราะมีประชุมใหญ่เลือกผู้รักษาการกิจการโรงสี

    นันทนัชชะงัก นึกโกรธที่ไม่มีใครบอกเรื่องสำคัญขนาดนี้ แต่เธอต้องจัดการเรื่องเมื่อเช้าเสียก่อน เดือนรีบบอกปัดว่าคิดมากและเข้าใจผิดไปเอง นันทนัชโมโหมาก ยิ่งเห็นไม้อยู่บ้านไม่ตามฤทัยเหมือนเคยยิ่งมั่นใจและรีบไปพิสูจน์ กฤตพนธ์ตามไปด้วย แล้วต้องหัวเสียเมื่อประตูห้องลิตรไม่มีอะไรผิดปกติ นันทนัชขัดใจมาก แทบปรี๊ดแตกเมื่อเห็นเดือนกับไม้มองมายิ้มๆ หญิงสาวพยายามข่มอารมณ์เต็มกำลัง แต่ไม่วายคาดโทษ

    “อย่าให้ฉันจับได้คาหนังคาเขาแล้วกัน...ฉันเอา

    ตายแน่!”

    กฤตพนธ์ไม่อยากอยู่ดูเรื่องบ้าบอนี้อีกต่อไปเลยตัดสินใจกลับ นันทนัชเข้ามาขวางและขอให้เขาขับไปส่งที่โรงสี ทหารหนุ่มจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแทน แต่เธอไม่ยอม เชื่อว่าเขาต้องมุ่งหน้าไปโรงสีอยู่แล้ว

    “อ้าว...ก็ที่คุณมา จะมาหาพวกเขาไม่ใช่หรือ ถ้าไม่ใช่แล้วคุณมาทำไม...อย่าบอกนะว่ามาหาฉัน”

    “ผมไม่มีธุระอะไรกับคุณ ผมจะมาหาคุณทำไม”

    “อ๋อ...คุณคงมาหายายกิ๊บ ก็รีบๆไปสิ ไปช้าเดี๋ยวก็อกแตกตายหรอก”

    ถ้อยคำยียวนของนันทนัชทำให้กฤตพนธ์ฉุนจัด จนปัญญาจะเถียงเลยต้องขับรถให้อย่างเสียไม่ได้

    ooooooo

    ธีร์ตื่นแต่เช้าจะไปเยี่ยมนันทนัช อยากหนีไปคนเดียวแต่แฟนต้าตามมาพบเสียก่อน และติดสอยห้อยตามไปเยี่ยมเพื่อนสาวด้วย หนุ่มลูกครึ่งขอแวะซื้อดอกไม้ แฟนต้าหมั่นไส้มากแต่ก็ยอมไปช่วยเขาเลือก แต่ถึงกระนั้นก็เลือกดอกกุหลาบของโปรดตัวเอง พร้อมกับแอบมีความสุขเล็กๆราวกับว่าเขาซื้อดอกไม้ให้เธอจริงๆ

    ฝ่ายนันทนัชบุกไปถึงห้องประชุมในโรงสี โดยมีกฤตพนธ์ตามติด กลัวเธอก่อเรื่องวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา แล้วก็จริงดังคาด เพราะนันทนัชโผล่ไปทันเวลาก่อนที่ประชุมจะลงมติให้ฤทัยเป็นผู้รักษาการ กนกกรกับรณฤทธิ์โกรธจัด ตวาดไล่ให้ออกไป แต่นันทนัชไม่กลัว หันมาเหยียดยิ้มแล้วตอกกลับ

    “มีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน ฉันเป็นลูกแท้ๆ ลืมไปแล้วหรือไอ้ลูกติด!”

    รณฤทธิ์ของขึ้นจะเอาเรื่อง แต่ถูกฤทัยจิกตาให้หยุดก่อนเรื่องจะแย่กว่านี้ ส่วนนันทนัชหันไปพูดกับที่ประชุม

    “นันต้องขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาท แต่นันคิดว่าทุกท่านคงจะทราบดีว่านันเป็นลูกแท้ๆของประธานบริษัทนี้ นันควรจะมีสิทธิ์เข้ามามีส่วนร่วมรับรู้ในการบริหารงานทุกอย่าง...ถูกต้องไหมคะ”

    เหล่าหุ้นส่วนและคณะผู้บริหารของลิตรนิ่งไปอึดใจ นันทนัชไม่รอช้ารีบขอโอกาสและอ้างเหตุผลอย่างใจเย็น

    “นันไม่ต้องการอะไรมากค่ะ แค่อยากจะเห็นการ บริหารที่ถูกต้องและยุติธรรมเท่านั้นเอง ช่วยพิจารณาด้วยค่ะ”

    นันทนัชมีท่าทางสุขุมอย่างเหลือเชื่อ จนกฤต–

    พนธ์อดทึ่งระคนประทับใจไม่ได้ที่เธอฉลาดพูด พวกฤทัยเริ่มเครียด กลัวที่ประชุมจะโอนอ่อนตามที่นันทนัช

    ขอ สมุทรชัยกับไกรภัทรที่มาเป็นพยานสบตากันยิ้มๆ

    ดีใจที่นันทนัชเข้าแทรกแซงการประชุม เรื่องที่ทิพย์

    วางแผนไว้จะได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเรื่องชะลอเวลาเปิดพินัยกรรม

    มติที่ออกทำให้พวกฤทัยเต้นผ่าง ไม่เข้าใจเลยว่าลูกเลี้ยงสาวจะยุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้ทำไม แต่นันทนัชไม่สน ปรี่ไปนั่งกลางที่ประชุมและตั้งใจฟังด้วยสีหน้าสะใจ...ฝันไปเถอะว่าจะมาชุบมือเปิบสมบัติพ่อฉันง่ายๆ

    พวกฤทัยแค้นใจมากและพยายามเรียกมติมาพิจารณาใหม่ โดยอ้างว่าหากรอเวลาให้ล่วงเลย กิจการของลิตรจะล่มจมเสียก่อน แต่นันทนัชกลับไม่ยี่หระ 

    ปรายตามองแม่เลี้ยงคู่ปรับด้วยสายตาเบื่อหน่าย

    “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้มีประธานคนใหม่นี่คะ แค่ขอให้รอเรื่องคดีคุณพ่อจบก่อน ให้รู้ว่าคุณพ่อเสียชีวิตเอง หรือว่าถูกฆาตกรรม ไม่อย่างนั้น...ฆาตกรอาจจะลอยนวลอยู่ ฉันคิดว่านั่นล่ะที่บริษัทจะเสี่ยงมากกว่า”

    รณฤทธิ์ฉุนขาดและจะเอาเรื่องนันทนัชที่กล้าพูดถึงแม่เขาไม่ดี  แต่ฤทัยกลับปรามให้หยุดโวยวายเช่นเดียว กับกฤตพนธ์ที่พยายามบอกให้สงบสติอารมณ์  ถ้าไม่อยากถูกส่งเข้าคุก เมื่อการประชุมสิ้นสุด พวกฤทัยก็กลับทันที เจ็บใจมากที่ถูกนันทนัชหยามต่อหน้าคนจำนวนมาก ส่วนนันทนัชปรี่ไปเอาเรื่องสมุทรชัยที่ไม่ยอมบอกเรื่องวันนี้  หาว่าเขาเข้าข้างพวกฤทัย เลยไม่ยอมบอกว่าที่ประชุมจะลงมติให้ใครเป็นผู้รักษาผลประโยชน์จากกิจการของลิตร

    ooooooo

    กว่าทุกคนจะแยกย้าย นันทนัชก็เหนื่อยเหลือเกิน ไกรภัทรพยายามเปลี่ยนเรื่อง จะหารถกับมือถือให้เธอใช้ระหว่างนี้ นันทนัชพยักหน้ารับรู้ แล้วถามถึงทิพย์ว่าไปอยู่ไหนหลังถูกไล่จากเรือนรัตนะ สองพ่อลูกมองหน้ากันนิ่งไม่ให้มีพิรุธ ปฏิเสธว่าไม่เคยได้ข่าวและเพิ่งได้พบพร้อมกับเธอที่วัดเช่นกัน

    ฝ่ายกฤตพนธ์ต้องรับศึกหนักจากพวกฤทัยที่

    หาว่าเขาออกหน้าปกป้องนันทนัช โดยเฉพาะรณฤทธิ์ที่ชี้หน้าทหารหนุ่มด้วยความแค้นใจ กนกกรพยายามรั้งตัวน้องชายไว้แต่ไม่ค่อยได้ผลนัก กฤตพนธ์เลยต้องออกโรงเอง

    “อย่ามาชี้หน้าผมนะ พวกคุณทะเลาะกันในครอบครัว อย่าดึงผมเข้าไปเอี่ยว ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรด้วย”

    “ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ผมว่าคุณอยากจะได้เสียกับมันมากกว่ามั้ง ถึงได้ตามมันต้อยๆแบบนี้”

     กฤตพนธ์โมโห กะจะซัดให้สำนึกบ้าง แต่ฤทัยกับกนกกรรีบปราดมาขวางและบังคับให้รณฤทธิ์ขอโทษเสียก่อน สองหนุ่มเลยได้แต่มองหน้ากันฮึดฮัด โดยเฉพาะรณฤทธิ์ที่เจ็บใจมาก...อย่าให้ถึงทีฉันบ้างแล้วกันยายนัน!

    ระหว่างที่พวกฤทัยเครียดจัด นันทนัชถือโอกาสสำรวจรอบโรงสี ความเจริญรุ่งเรืองของที่นี่ทำให้อดคิดถึงพ่อไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเขารักและใส่ใจกิจการนี้มาก จนบางครั้งทำให้ทะเลาะกับเธอเพราะน้อยใจที่เขาไม่มีเวลาให้ หญิงสาวยังจำได้ดี ตอนที่ทิพย์พยายามพาเธอไปหาเขาที่โรงสีเพื่ออำลาก่อนไปเมืองนอก

    “จะให้อวยพรอะไร เขาว่าบางคนเลี้ยงไปเปลืองข้าวสุก แต่สำหรับฉัน อยู่กับข้าวเปลือกดีกว่าอยู่กับคนบางคน”

    “งั้นคุณพ่อก็อยู่กับโรงสี อยู่กับข้าวเปลือกของพ่อต่อไปเถอะ เพราะมันทำให้พ่อมีเงินมีทองร่ำรวยขึ้นได้ แต่อยู่กับนันมันก็เหมือนอยู่กับส่วนเกินของชีวิตพ่อ”

    นันทนัชเสียใจมาก ยิ่งเห็นฤทัยมาโอ้โลมปฏิโลมพ่อกลางวันแสกๆยิ่งหัวเสีย และผละไปอย่างโกรธจัด ทิพย์ตามไปรั้งไว้แล้วขอให้อยู่เมืองไทยต่อ ถ้าไม่อยากให้ฤทัยปอกลอกสมบัติของลิตรจนหมด ฤทัยแอบได้ยิน

    ทุกอย่าง ตัดสินใจปรากฏตัว พร้อมคำพูดเยาะเย้ยถากถางว่านันทนัชทำตัวเอง เลยถูกเฉดหัวออกจากบ้าน

    “ฉันพูดความจริง รับไม่ได้เหรอ รีบไปเถอะ  เธออยู่ไปก็มีแต่ทำให้พ่อเธอรำคาญใจ อย่างน้อยก็ไปเรียนให้จบอะไรมาสักอย่าง เผื่อพ่อเธอจะภูมิใจขึ้นมาบ้างที่มีลูกอย่างเธอ”

    “แก...นึกว่าเก่งนักหรือไง ถึงได้มาด่าว่าข่มเหงรังแกเด็กแบบนี้” ทิพย์ผวามาปกป้อง

    นันทนัชพยายามข่มอารมณ์เต็มที่ “ปล่อยให้เขาทำไปเถอะน้าทิพย์ เขาอยากว่าหนูก็ปล่อยให้ว่าไป นันจะจำใส่สมองไว้ทุกคำพูด จะไม่มีวันลืมเลย เราต้องได้เจอกันอีกแน่คุณน้าฤทัย!”

    นันทนัชดึงตัวเองจากอดีต น้ำตาคลอเมื่อคิดว่าตัวเองพลาดไปที่ปล่อยให้อารมณ์โกรธครอบงำ ทิ้งพ่อไว้กับผู้หญิงชั่วช้าเป็นปลิงดูดเลือดชั้นดีที่ทำให้เรื่องวุ่นวายอย่างเช่นตอนนี้...ฉันต้องกระชากหน้ากากพวกแกออกมาให้ได้!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:22 น.