ข่าว

วิดีโอ



เรือนริษยา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: สืบสวนฆาตกรรม-โรแมนติกลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: สราวุธ วิเชียรสาร

ผลิตโดย: บริษัท ดวงมาลีมณีจันทร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ทฤษฎี สหวงษ์,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์,รามาวดี นาคฉัตรีย์

คณะของนันทนัชกลับไปแล้ว ทิ้งความเครียดไว้กับทิพย์อย่างหนักหน่วง ชิดหน้าเสีย เมื่อถูกไล่เบี้ยเรื่องส่งจดหมายถึงนันทนัชเมื่อหลายเดือนก่อน พยายามอธิบายเสียงอ่อยว่าพนักงานไปรษณีย์บอกให้เขียนที่อยู่ผู้ส่งด้วย หาไม่จะส่งไม่ได้ ทิพย์เลยต้องยอมรับเซ็งๆ...เป็นความสะเพร่าของเธอเองที่ไม่รอบคอบ นันทนัชเลยตามมาถูกแบบนี้

“แกรู้ไหม...เพราะที่อยู่นั่นทำให้คุณนันตามมาที่นี่จนเจอ แถมยังลากทั้งไอ้กฤต ไอ้ธีร์ นังต้ามาด้วยเป็นฝูง ที่ปลอดภัยของฉัน ตอนนี้มันไม่ปลอดภัยสำหรับฉันอีกต่อไปแล้ว เพราะความโง่เง่าซื่อบื้อของแกคนเดียว”

ชิดได้แต่นิ่งเงียบ ไม่อยากเถียงให้เธอหัวเสียกว่าเดิม ทิพย์เลยยิ่งได้ใจ ระเบิดความแค้นที่ฝังใจมานาน

“ฉันคิดมาตลอดว่าคุณนันจะเป็นที่พึ่งของฉัน ช่วยฉันแก้แค้น และเอาทุกสิ่งทุกอย่างของไอ้ลิตรมาเป็นของฉันได้ทั้งหมด แต่ฉันคิดผิด...นังเด็กนั่นกำลังทำให้ฉันตกที่นั่งลำบาก เห็นที...ฉันจะเอามันไว้ไม่ได้แล้ว”

ทิพย์ประกาศกร้าวแล้วหุนหันออกไป ทิ้งชิดมองตามเครียดๆ...ฉันจะไม่ยอมให้ทิพย์ทำอะไรคุณนันเป็นอันขาด!

หลังแยกกับธีร์และแฟนต้า กฤตพนธ์จึงขับรถกลับมาเรือนรัตนะกับนันทนัชตามลำพัง หญิงสาวมีท่าทางมึนตึงอย่างเห็นได้ชัด กฤตพนธ์ไม่ชอบสภาวะอึดอัดเช่นนี้ เลยตัดสินใจรั้งแขนเธอไว้ อยากถามให้รู้เรื่อง แต่นันทนัชก็ไม่ปริปาก แต่เฉไฉว่าอารมณ์ไม่ดีและไม่ต้องการพูดเรื่องในอดีตอีก โดยเฉพาะเรื่องของแม่

สองหนุ่มสาวโต้เถียงกันยกใหญ่ โดยไม่รู้เลยว่ากนกกรผ่านมาจากอีกทางแล้วได้ยินเต็มสองหู เลยเข้าไปหลบในมุมหนึ่งเพื่อแอบฟังคนทั้งสอง แถมยังกดมือถือเพื่ออัดเสียงอีกต่างหาก

ด้านกฤตพนธ์...ไม่รู้เรื่องและหงุดหงิดมากที่นันทนัชไม่ไว้ใจแล้วยังตีเจตนาเขาผิด เลยตอกย้ำว่าทำทุกอย่างตามคำสัญญาจะดูแลและปกป้องเธอจากเรื่องวุ่นวายที่นี่ นันทนัชฉุนขาดด้วยความน้อยใจ คิดว่าเขาทำเพราะกลัวผิดคำสัญญาเท่านั้น ไม่ได้รักหรือรู้สึกพิเศษกับเธอจริงๆอย่างที่พร่ำบอกมาตลอด

“สัญญา...สัญญา...คุณไม่ต้องย้ำฉันหรอกค่ะ ฉันจำได้ว่าค่าเหนื่อยที่คุณอุทิศตัวมาเป็นคนรักปลอมของฉันคือสิบเปอร์เซ็นต์จากกองมรดกของพ่อฉันเมื่อเรื่องนี้จบ”

กนกกรหูผึ่งเมื่อได้ยินประโยคของนันทนัช ตาวาวด้วยความหวังทันทีเมื่อตระหนักได้ว่ากฤตพนธ์เป็นแฟนกำมะลอของนันทนัชเท่านั้น ต่างจากกฤตพนธ์ที่จับไหล่ของนันทนัชแน่นพร้อมคำพูดเตือนสติ

“คุณนัน...คุณมีสติได้ไหม การใช้อารมณ์แบบเด็กๆ จะทำให้เรื่องเราพัง ที่คุณต้องบอกผมทุกเรื่อง เพราะทุกเรื่องมันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องที่คุณตกที่นั่งลำบากอยู่ที่นี่ได้ทั้งนั้น”

นันทนัชเหลืออดโพล่งออกไปในที่สุด “พ่อฉันมีคุณป้าเรไรเป็นเมียอยู่แล้ว แต่กลับแอบนอกใจไปรักแม่ฉัน แม่ถึงต้องอุ้มท้องอย่างหลบๆซ่อนๆ แล้วพาฉันไปคลอดที่อื่น คุณอยากรู้พอหรือยัง”

ท่าทางเจ็บปวดของนันทนัชทำให้กฤตพนธ์พูดไม่ออก ได้แต่โอบปลอบใจแล้วบอกให้เธอหยุดพูดนันทนัชร้องไห้จนตัวโยน ยอมซบหน้ากับอกอุ่นแล้วให้เขาประคองเข้าห้องด้วยหัวใจที่เหนื่อยและอ่อนล้าเหลือเกิน

ooooooo

ในขณะที่กนกกรย่ามใจเมื่อล่วงรู้ความลับของนันทนัชและกฤตพนธ์ ชิดก็คิดหนัก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความเป็นห่วงในตัวนันทนัช ทำให้ตัดสินใจแอบขโมยเบอร์มือถือนันทนัชจากเครื่องของทิพย์ แต่แม้จะระวังมากแค่ไหน ก็ไม่รอดพ้นสายตาอำมหิตของทิพย์ไปได้ ซึ่งตัดสินใจตัดไฟตั้งแต่ต้นลม...

ทิพย์พยายามให้โอกาสชิดสารภาพเรื่องจะบอกความจริงกับนันทนัช แต่ชิดทำเป็นไขสือและแอบไปคุยมือถือกับนันทนัชในห้องพัก ทิพย์แอบตามมาทันได้ยินเขานัดเจอกับนันทนัชในวันรุ่งขึ้น เลยตัดสินใจใช้กิ่งรำเพยปลิดชีวิตอดีตคนขับรถของเรือนรัตนะ...เพื่อนร่วมทุกข์เพียงคนเดียวของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภายในห้องกลางบ้านสวนนั่นเอง!

ชิดขยับตัวด้วยความอึดอัดเพราะหายใจไม่ออก เขาลืมตามองเพดานห้องนอนแล้วต้องตะลึง เมื่อเห็นเพียงควันจางๆลอยทั่วห้อง ทิพย์ค่อยๆเปิดประตูเข้ามาพร้อมผ้าปิดจมูก มองดูเขาด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม จนชิดขนลุกซู่ด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังพยายามกล่อมทิพย์เป็นครั้งสุดท้ายให้ปล่อยนันทนัช

ทิพย์มองท่าทางทุรนทุรายของชิดด้วยสีหน้าเย็นชา ทั้งเสียใจและแค้นที่เขาทรยศเอาใจออกห่าง

“ชิดไม่น่าทรยศฉันเลย เสียแรงที่เราลำบากมาด้วยกัน ลืมไปหมดแล้วเหรอชิด วันที่เราถูกไอ้ลิตร ถูกนังฤทัยมันเหยียบย่ำเหมือนขยะ ถูกมันเฉดหัวออกจากบ้านเหมือนหมาตัวหนึ่ง”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเธอทำให้ชิดสังหรณ์ว่านันทนัชคงมีอันตรายในอนาคตอันใกล้แน่ เลยพยายามจับข้อเท้าของทิพย์ไว้ แล้วเกลี้ยกล่อมเธอให้อโหสิให้แก่นันทนัช ด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงเต็มที

“อโหสิเหรอ ไม่...ความแค้นของอีทิพย์ต้องถูกชำระ ฉันต้องเอาคืนทุกคนที่ทำกับฉันเอาไว้ แล้วใครที่ทรยศหักหลังความรัก ความไว้ใจของฉันที่มีให้ เหมือนกับที่แกทำฉันในตอนนี้ มันจะต้องตายมอดไหม้ไปต่อหน้าฉัน!”

ชิดขาดใจตายต่อหน้าต่อตา ทิพย์ได้แต่มองมาอย่างเย็นชาแล้วจัดแจงลากไปฝังด้านหลัง ขุดไปก็ร้องไห้ไปเพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นมิตรเพียงคนเดียวที่มีตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ทิพย์โกยดินกองสุดท้าย ปาดน้ำตาแล้วเดินกลับบ้าน แต่ต้องตะลึงหน้าเสีย เมื่อเห็นนันทนัชมาจอดรถหน้าบ้านสวน พลางบ่นว่าเหงาและไม่อยากอยู่คนเดียวที่เรือนรัตนะ กำหนดการเปิดพินัยกรรมตัวจริงใกล้เข้ามาทุกที แต่เธอยังมืดแปดด้าน ไม่รู้จะหาพินัยกรรมฉบับจริงมาจากไหน ทิพย์แสยะยิ้มร้าย แต่ยังตีหน้าเหมือนเห็นใจสุดๆ

นันทนัชตัดสินใจถามเรื่องชิด เพราะเขาโทร.มานัดเจอเมื่อคืนก่อน แต่กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ ทิพย์หน้าเจื่อน กลบเกลื่อนว่าไม่รู้ไม่เห็น โกหกหน้าตายว่าไม่ได้เจอชิดนานแล้วตั้งแต่ออกจากเรือนรัตนะ นันทนัชเชื่อสนิท แล้วเปลี่ยนมาชวนน้าสาวไปอยู่ด้วยกัน ทิพย์พอใจมาก แต่ยังเก็บอาการ อ้างว่าชินแล้ว...ไม่เป็นไรค่ะ น้าอยู่ได้

ฟากกนกกรร้อนใจเรื่องกฤตพนธ์ จึงตัดสินใจโทร.เชิญมานพมาที่เรือนรัตนะ เพื่อแจ้งข่าวเรื่องทหารหนุ่มย้ายมาอยู่กับนันทนัช นายพลใหญ่ตกใจมาก ไม่อยากจะเชื่อว่าหลานชายจะทำตัวเหลวไหลแบบนี้ ฤทัยซึ่งสมรู้ร่วมคิดกับลูกสาว รีบออกรับหน้าแทนนันทนัชว่าคงเป็นเด็กหัวนอก เลยทำอะไรก๋ากั่นเกินหญิงไทยไปบ้าง

มานพไม่เห็นว่าควรประนีประนอม ประกาศกร้าวจะให้หลานชายรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อกฤตพนธ์กับนันทนัชกลับมาถึงบ้านในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็ถึงกับหน้าเสีย เมื่อเห็นนายพลใหญ่ยืนทำหน้าบึ้งรออยู่ นันทนัชรีบยกมือไหว้ตามมารยาทและขอตัวขึ้นห้องก่อน กฤตพนธ์มองตามด้วยความเป็นห่วง ถอนใจหนักหน่วงเพราะรู้ดีว่าต้องเจอศึกหนักแน่ และก็ไม่เกินคาดเลย เมื่อมานพตวาดลั่นทันทีที่ลับร่างนันทนัช

“สมบัติตระกูลเรามันไม่มากพอหรือไง แกถึงต้องมาทำมาหากินด้วยการรับจ้างเป็นแฟนผู้หญิงคนนั้น”

กนกกรซึ่งตามมาดูผลงานยิ้มเยาะ กฤตพนธ์รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของเธอแน่ แต่กนกกรทำไม่รู้ไม่ชี้ เสมองไปทางอื่นทั้งที่สะใจมาก มานพยื่นคำขาดให้หลานชายกลับบ้านภายในวันนี้ ไม่ยอมให้ทำตัวเหลวไหลติดพันผู้หญิงงกสมบัติอย่างนันทนัชอีกแล้ว กฤตพนธ์เห็นอารมณ์ร้อนของลุงเลยไม่อยากขัด จำต้องยอมแล้วค่อยหาทางกลับมาทีหลัง เมื่อเขากลับขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อลานันทนัช ก็เห็นเธอเก็บเสื้อผ้าของเขาลงกระเป๋ารออยู่แล้ว

“เก็บไว้ก่อนเถอะครับ ผมขอกลับไปเคลียร์กับคุณอาก่อน แล้วผมจะรีบกลับมา”

“อย่าเลยค่ะ นันไม่อยากเป็นตัวปัญหาของใคร”

“คุณนัน...อย่าพูดแบบนั้นสิครับ คุณนันไม่ใช่ตัวปัญหา ผมแค่ขอเวลาจัดการเรื่องทั้งหมดสักพัก”

ท่าทางและน้ำเสียงอ่อนโยนของเขาทำให้ใจที่แข็งของนันทนัชแทบจะทนต่อไปไม่ไหว ยิ่งเมื่อเขากล่าวทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้ดีว่าเธอรักและไว้ใจทิพย์มาก ยิ่งอดสะเทือนใจไม่ได้

“ขอให้คุณไว้ใจผมเท่าที่ไว้ใจน้าทิพย์ ถ้ามีอะไรที่คุณไม่สบายใจ ผมอยากรู้เป็นคนแรก ผมเป็นห่วงคุณจริงๆนะ คุณต้องมีใครสักคนดูแล และผมขออาสาทำหน้าที่นั้นเอง”

นันทนัชปลื้มใจมาก แต่ไม่ทันได้เอ่ยคำลา กนกกรก็เข้ามาแทรกและแกล้งพูดว่ามานพให้มาตาม กฤตพนธ์ถอนใจเหนื่อยหน่ายแล้วเดินตามออกไปอย่างเสียไม่ได้ นันทนัชน้ำตาไหลพราก เศร้าใจเหลือเกินเหมือนเหลือตัวคนเดียว ทันใดนั้น...ทิพย์ก็โทร.มาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เมื่อได้ยินน้ำเสียงสั่นเครือของหญิงสาวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ นันทนัชร้องไห้โฮและเล่าทุกอย่างให้ฟัง ทิพย์แอบดีใจแต่ยังแกล้งปลอบ

“ใจเย็นๆนะคะคุณนัน น้ายังอยู่ทั้งคน ถ้าเพียงแต่น้าทำได้ น้าจะไปหาคุณนันตอนนี้เลย”

นันทนัชชื่นใจมาก แล้วฉุกคิดได้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป รีบจัดแจงวางสายจากน้าสาวแล้วโทร.หาสมุทรชัย เพื่อดำเนินการเรื่องเอกสาร ยินยอมให้ทิพย์เข้ามาอยู่ในเรือนรัตนะ อย่างน้อยก็ให้อุ่นใจเวลาที่เธอไม่เหลือใครเช่นนี้
ooooooo

นันทนัชจัดการให้ทิพย์ย้ายมาอยู่เรือนรัตนะในเช้าวันรุ่งขึ้น ศรียกมือไหว้อย่างนอบน้อม เมื่อได้ยินจากนันทนัชว่าทิพย์เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เธอเคารพรัก ต่างจากเดือนที่เบ้หน้า แล้ววิ่งแจ้นไปฟ้องพวกฤทัยที่กำลังนั่งคุยกันอย่างสบายอารมณ์ในห้องโถง ฤทัยหัวเสียมาก และปรี่ไปเอาเรื่องลูกเลี้ยงสาวทันทีที่เห็นหน้า

“นี่...นึกจะทำอะไรก็ตามใจชอบเลยใช่ไหม คราวที่แล้วก็เอาผู้ชายเข้าบ้านมาทีละ”

“จริงๆฉันแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แค่บอกคุณกฤตว่ารู้สึกไม่ปลอดภัย คุณกฤตก็อาสาเข้ามาดูแลเอง ไม่ต้องลงทุนทำถึงขนาดอัดเสียงแล้วโร่ไปฟ้องผู้ใหญ่เหมือนบางคน”

กนกกรกับรณฤทธิ์โมโหแทนแม่ แต่โต้อะไรก็ถูกนันทนัชตอกกลับหน้าหงายทุกครั้ง ฤทัยเลยต้องกู้หน้าเอง

“ไหนๆแกก็กล้าเข้ามาเหยียบละอีทิพย์ ฉันก็จะยอมทำทานให้แกรำลึกความหลังที่บ้านหลังนี้สักพักแล้วกัน แต่ก็ช่วยหัดมีมารยาทบ้าง อย่าอยู่นานจนเจ้าของบ้านต้องลำบากมาไล่”

“แหม...ทำไมพูดถึงตัวเองแบบนั้นล่ะคะ ฉันขอบอกให้ทุกคนรู้ ว่าน้าทิพย์จะมาอยู่กับฉันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

คำประกาศกร้าวของนันทนัชทำให้ฤทัยเต้นผาง สวนกลับว่าลูกเลี้ยงสาวไม่มีสิทธิ์ให้ใครเข้ามาในบ้านตามอำเภอใจ นันทนัชโต้ทันควันว่าเป็นลูกในไส้ของลิตร มีสิทธิ์ทุกประการเหมือนที่ฤทัยมีในฐานะเมียจดทะเบียน ฤทัยกรี๊ดลั่นด้วยความโกรธแค้น ทิพย์เลือกจะนิ่ง แต่ส่งสายตาเย้ยหยันมาให้ เหมือนจะบอกว่ายกนี้ตนเป็นฝ่ายชนะ!

ในขณะที่พวกฤทัยประสาทเสียมาก เมื่อเห็นทิพย์เดินเฉิดฉายในเรือนรัตนะอีกครั้ง แฟนต้ากับธีร์ก็กังวลใจไม่แพ้กัน เป็นห่วงนันทนัชเพราะท่าทางทิพย์เหมือนมีลับลมคมในบางอย่าง สุดท้ายสองหนุ่มสาวเลยตัดสินใจไปสำรวจที่บ้านสวนของทิพย์ เพื่อหาหลักฐานให้นันทนัชรู้ตัวว่าทิพย์อาจไม่ได้หวังดีอย่างที่คิด

ระหว่างที่ธีร์กับแฟนต้าพยายามงัดแงะเข้าไปในบ้านสวน นันทนัชกับทิพย์กำลังทำสงครามประสาทกับพวกฤทัยที่ไม่ยอมให้สองน้าหลานร่วมโต๊ะอาหาร นันทนัชไม่ยอมแพ้ ต่อปากต่อคำกับสามแม่ลูกอย่างดุเดือด ทิพย์สะใจมาก แต่ยังตีหน้าซื่อบอกว่าไม่เป็นไร เธอไปทานที่อื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานอย่างมีเกียรติแบบนี้

นันทนัชไม่เห็นด้วยเพราะทิพย์ถือเป็นคนที่เธอรักและเคารพที่สุด “เป็นสิคะน้าทิพย์ น้าทิพย์มีสิทธิ์ทุกอย่างเท่าที่นันพึงมี น้าทิพย์เป็นเหมือนแม่แท้ๆของนัน นันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนก็ตามมาดูถูกน้าทิพย์”

“ฉันก็ไม่ยอมให้ตระกูลของฉันต้องลดตัวไปเกลือกกลั้วกับพวกแก อย่าหวังว่าฉันจะยอมให้แกร่วมโต๊ะอาหาร”

“ก็ได้ค่ะน้าฤทัย...มื้อนี้ฉันจะคิดซะว่าทำทาน ทานกันให้อร่อยล่ะ เพราะคงจะมีโอกาสทานอีกไม่กี่มื้อ เพราะอีกไม่กี่วัน เรือนรัตนะจะไม่ต้อนรับตระกูลของพวกแกอีกต่อไป”

นันทนัชพูดจบก็ลากทิพย์ไปทานข้าวในครัว แล้วอดปรับทุกข์ไม่ได้ว่าหนักใจเรื่องพินัยกรรมตัวจริงเหลือเกิน อยากจะถามจากชิดก็ดันหายตัวไปเสียก่อน ทิพย์ลืมตัวโพล่งออกไปว่าคนอย่างชิดจะช่วยอะไรได้ นันทนัชอึ้งไปอึดใจ ทิพย์เลยรู้ตัวและอ่อนท่าทีกลบเกลื่อน นันทนัชงงเล็กน้อยแต่ไม่ติดใจ ยังให้ความเคารพและนับถือเหมือนเดิม

ooooooo

ธีร์กับแฟนต้าเกือบจะถอดใจอยู่แล้ว เมื่อไม่พบความผิดปกติหรือหลักฐานอะไรในบ้านสวนที่บ่งบอกว่าทิพย์กำลังปิดบังบางอย่าง แต่สองหนุ่มสาวก็ได้เฮลั่น เมื่อดันพบเสื้อผ้าผู้ชายในตู้เสื้อผ้าโดยบังเอิญ คำโกหกหน้าตายของทิพย์เมื่อครั้งก่อนลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง...ไหนน้าทิพย์บอกทุกคนว่าอยู่คนเดียวในบ้านนี้ไงล่ะ

นันทนัชกระหืดกระหอบมาพบธีร์กับแฟนต้าที่ร้านอาหาร ตกใจพูดไม่ออกเมื่อเห็นภาพบนมือถือของแฟนต้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ผู้ชายในบ้านสวนของทิพย์ ธีร์ไม่รอช้าจะออกความเห็น

“พี่ว่าน้าทิพย์คงไม่อยู่บ้านนั่นคนเดียว และพี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องโกหก”

“แกคงไม่คิดว่าฉันจะบ้าเอาเสื้อผู้ชายไปวางเพื่อจับผิดน้าทิพย์หรอกนะ” แฟนต้าดักคอนันทนัชนิ่งคิดตาม ธีร์เลยรีบสำทับ “พี่รู้นะว่าน้าทิพย์คือคนที่นันรักมากที่สุด แต่นันก็อย่าลืมว่านันไม่ได้เจอน้าทิพย์มาหลายปีแล้ว ทั้งๆที่น้าทิพย์รู้ที่อยู่ของนันที่เมืองนอกตลอด แต่ก็เลือกติดต่อเฉพาะตอนที่พ่อนันเสีย แถมส่งข่าวโดยไม่ยอมบอกด้วยซ้ำว่าเป็นใคร เขาอาจจะมีอะไรปิดบังนันอีกเยอะก็ได้”

นันทนัชครุ่นคิดหน้าเครียด นึกถึงคำพูดของชิดเมื่อวันก่อน ตอนที่เขาโทรศัพท์มานัดให้ออกไปพบ

“ผมก็ดีใจครับคุณหนู คุณรำเพยเคยดีกับผมมาก ผมไม่เคยมีโอกาสตอบแทนบุญคุณคุณรำเพยเลย ผมมีแต่ทำตัวเป็นภาระ ครั้งนี้ผมจะทำเพื่อคุณหนู”

น่าเสียดายที่ชิดไม่ปรากฏตัวอีกเลยและไม่ได้มาตามนัด นันทนัชลังเลจะเชื่อเรื่องที่เพื่อนบอก เลยตัดสินใจไปสำรวจบ้านสวนด้วยตัวเอง แล้วเธอก็ต้องตะลึง เมื่อได้พบจดหมายหลายสิบฉบับที่ลิตรเขียนฝากทิพย์นำไปให้รำเพย หญิงสาวก้มหน้าก้มตาอ่านจดหมาย สะเทือนใจจนน้ำตาคลอ เมื่อเห็นว่าความรักของพ่อที่มีให้แม่นั้นมากมายเหลือเกิน ถ้าเพียงแต่แม่จะยอมอภัยให้พ่อ ครอบครัวของเธอคงไม่ต้องแตกแยกขนาดนี้

ความจริงที่ค้นพบทำให้นันทนัชแทบยืนไม่อยู่ คนเดียวที่นึกถึงเวลานี้คือกฤตพนธ์ เลยไม่รอช้าโทร.เรียกเขามาพบ ทหารหนุ่มตอบรับทันทีและโยนภาระสอนยิงปืนแก่กนกกรให้ภานุจัดการแทน ส่วนตัวเองรีบไปหานันทนัช และทันได้เห็นเธอร้องไห้น้ำตานองหน้า จึงถลาเข้ามาปลอบโยนเหมือนเคย

นันทนัชอยากโผกอดเขาใจแทบขาดเพื่อหากำลังใจ แต่ยังเก็บอาการ “จริงๆฉันก็ไม่อยากโทร.หาคุณ ไม่อยากให้คุณอาของคุณตามมาว่าฉันได้อีก แต่คุณเคยขอฉัน ว่าถ้ามีอะไรไม่สบายใจ ให้นึกถึงคุณเป็นคนแรก”

“ขอบคุณมากครับที่ให้เกียรติผม ผมดีใจมากครับที่คุณนันนึกถึงผม”

นันทนัชถอนหายใจยาว หยิบกองจดหมายของพ่อที่พบในบ้านสวนมาให้ดู อยากให้เขาเก็บรักษาไว้เพื่อความปลอดภัย กฤตพนธ์หน้าเครียด ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะกล้าบุกไปบ้านของทิพย์ตามลำพัง

“ต้ากับพี่ธีร์มาบอกฉันว่าเจอเสื้อผ้าผู้ชายที่บ้านน้าทิพย์ ฉันเลยอยากไปดูให้แน่ใจว่าน้าทิพย์อยู่กับใคร แล้วสิ่งที่ฉันเจอ ยิ่งทำให้ฉันสับสนไปหมด ถึงตอนนี้...ฉันไม่รู้จริงๆว่าควรจะไว้ใจใคร หรือไม่ไว้ใจใครกันแน่”

นันทนัชเริ่มร้องไห้อีกครั้ง ไม่สะกดกลั้นอารมณ์อ่อนแออีกต่อไป เวลานี้เธอเหมือนตัวคนเดียวไม่เหลือใครจริงๆ กฤตพนธ์มองมาด้วยแววตาสงสารจับใจ เอื้อมไปบีบมือเธอเบาๆเพื่อให้กำลังใจ

“คุณนัน...คุณไว้ใจผมได้เสมอนะ ต่อให้ทั้งโลกไม่เหลือใคร แต่คุณจะมีผมเสมอ”

นันทนัชปล่อยโฮแล้วโผกอดเขาทันที เพื่อรับพลังและความอบอุ่นจากเขา อย่างน้อยๆเธอก็โชคดีที่มีเขายืนข้างๆเสมอ ไม่ต้องโชคร้ายเดินคนเดียวบนหนทางมืดมิดเช่นนี้

ooooooo

ฤทัยเครียดจัดเรื่องทิพย์ เลยต้องมาระบายกับไม้ในห้องพักหลังบ้านเหมือนเคย แถมชอบให้เขาคลอ-เคลีย ปรนเปรอสวาทให้เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีเรื่องกังวลใจ ทิพย์ผ่านมาเห็นและไม่รอช้าเลยจะไปทักทั้งสอง

“ไม่เจอกันตั้งนาน ยังไม่เลิกกินอาหารรสชาติเดิมๆอีกหรือคะคุณฤทัย กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง อย่าให้ดิฉันต้องพูดออกมาเลยดีกว่า แค่จะพูดดิฉันยังกระดาก”

“ปากดีนักนะแก อีกไม่นาน ฉันจะเอาคืนให้อย่างสาสม”

ฤทัยกับไม้รีบหลบทันที กลัวใครมาเห็นแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ทิพย์ได้แต่มองตามด้วยแววตาเจ็บแค้น

“พวกแกต่างหากจะต้องถูกฉันเอาคืนอย่างสาสม”

ฝ่ายนันทนัชคาใจไม่หายว่าเหตุใดจดหมายจำนวนมากถึงอยู่กับทิพย์ แทนที่จะอยู่กับแม่ ข้อสันนิษฐานเรื่องความน่าสงสัยของทิพย์จากปากธีร์ แฟนต้า หรือแม้แต่กฤตพนธ์หวนกลับมาในหัวอีกครั้ง แต่ยังไม่ยอมรับความจริง เชื่อว่าทิพย์น่าจะมีเหตุผลที่ดีและทำทุกอย่างเพราะหวังดีกับเธอ จนกระทั่งเช้าวันถัดมา เมื่อกฤตพนธ์มาหาถึงเรือนรัตนะ เพื่อบอกถึงข้อสันนิษฐานอันใหม่ที่เพิ่งนึกได้ เมื่อเห็นตัวปั๊มนูนตรงมุมปิดปากจดหมายเป็นรูปต้นรำเพย

“ผมอยากมาที่นี่วันนี้เพื่อดูต้นรำเพยของพ่อคุณให้เห็นกับตา สิ่งที่พ่อคุณรักมากที่สุดคือแม่คุณ และสิ่งเดียวที่พ่อคุณย้ำเสมอว่าเหลือเป็นความทรงจำ ก็คือต้นไม้นี้...ผมกำลังสงสัยว่าพินัยกรรมอาจจะอยู่ที่นี่”

สองหนุ่มสาวไม่รอช้า รีบหาทางสำรวจและขุดหลุมรอบต้นรำเพยเพื่อหาพินัยกรรม แต่กฤตพนธ์ไม่อยากให้คนในบ้านสงสัย เลยแกล้งทำทีว่าจะปลูกต้นไม้รอบต้นรำเพย จะได้ขุดดินโดยรอบได้สะดวก ไม่ต้องระแวงว่าใครจะมาจับผิด แล้วสองหนุ่มสาวก็ได้มองหน้ากันยิ้มๆ เมื่อค้นพบว่าข้อสันนิษฐานและความพยายามที่ผ่านมาไม่สูญเปล่าจริงๆ

และแล้ววันเปิดพินัยกรรมตามกำหนดก็มาถึง ฤทัยมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ไม่แน่ใจว่าลูกเลี้ยงสาวจะมาไม้ไหน สมุทรชัยไม่รอช้า เมื่อสมาชิกทุกคนนั่งประจำที่เลยได้ฤกษ์ประกาศข้อความในพินัยกรรมของลิตร ที่นันทนัชอ้างว่าเป็นตัวจริงซึ่งเธอเก็บไว้ตลอด ฤทัยตั้งใจฟังด้วยใจจดจ่อ แล้วก็ต้องหน้าซีดเผือดเมื่อไม่มีสมบัติชิ้นไหนเป็นของเธอเลย นอกจากตำแหน่งบริหารงานในโรงสีของลิตร ที่เขามอบหมายให้เธอไปดูแลเหมือนเดิม

แต่ที่น่าเจ็บใจสุดคือทรัพย์สมบัติ หุ้นส่วนในบริษัททั้งหลาย รวมทั้งเรือนรัตนะตกเป็นของนันทนัช ทายาทโดยสายเลือดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนทิพย์ได้รับบ้านสวนที่อาศัยมานานเป็นสมบัติส่วนตัว ในฐานะที่รับใช้เขามานาน ทิพย์แค้นใจที่ได้ส่วนแบ่งนิดเดียว แต่พยายามเก็บอาการอย่างสุดความสามารถ ต่างจากฤทัยที่โวยลั่น ไม่เชื่อว่าพินัยกรรมฉบับของนันทนัชจะเป็นของจริง ไกรภัทรต้องชี้แจงและชี้ให้ดูลายเซ็นของลิตรให้ดีๆ

“ลายเซ็นที่อยู่บนลายน้ำในพินัยกรรม ตรงกับลายเซ็นในลายน้ำของธุรกรรมการเงินอื่นทุกประการครับ”

กฤตพนธ์ไม่รอช้าจะเสริม “และยิ่งไปกว่านั้น มีหลักฐานที่ระบุว่าพินัยกรรมฉบับที่คุณฤทัยทำขึ้นนั้นเป็นฉบับปลอม ซึ่งคุณนันมีสิทธิ์จะเอาผิดตามกฎหมายทุกประการ”

ฤทัยทำท่าจะเป็นลมด้วยความคาดไม่ถึง นันทนัชยิ้มชอบใจแล้วแกล้งพูดเรื่องคดี ว่าไม่อยากจะเอาผิดแม่เลี้ยง

“อะไรที่มันแล้วไปแล้ว นันจะไม่ถือสาเอาความอีก และนันขอประกาศตรงนี้ว่า นันให้เวลาน้าฤทัยและครอบครัวหนึ่งเดือน สำหรับเตรียมย้ายออกจากเรือนรัตนะแห่งนี้”

คำประกาศกร้าวของนันทนัชทำให้ฤทัยเป็นลมล้มพับกับพื้น กนกกรกับรณฤทธิ์ถลาประคอง โดยมีสายตาของทิพย์มองมาด้วยความสะใจ...แค่นี้มันยังน้อยเกินไป สมน้ำหน้าแกแล้วที่ต้องผิดหวัง ไม่ได้สมบัติอะไรเลย!

ooooooo

ข้อความในพินัยกรรมทำให้พวกฤทัยแยกย้ายออกจากโถงใหญ่ด้วยความเจ็บแค้น โดยเฉพาะฤทัยที่ฟูมฟายใหญ่โตราวกับคนบ้า ทุกอย่างที่ฝันพังไม่เป็นท่า ส่วนทิพย์สะใจมากที่จัดการคู่ปรับตลอดกาลได้ตามแผน แต่ตีหน้าซื่อบอกนันทนัชว่าจะกลับไปอยู่บ้านสวนเหมือนเดิม หวังให้ตายใจจะได้กลับมาชิงสมบัติอีกรอบ

นันทนัชยื้อไม่ยอมให้ไปตามคาด ทิพย์ทำเล่นตัวพอเป็นพิธีแล้วรับปากจะอยู่ต่อ แต่ไม่วายสงสัยเรื่องพินัยกรรมของจริงว่าหาเจอที่ไหน นันทนัชคิดนิดเดียวแล้วตัดสินใจปดหน้าตาย ว่าเจอในเซฟของธนาคารระหว่างไปจัดการธุระ ทิพย์อึ้งไปอึดใจ ลอบสังเกตหน้านันทนัชอย่างพินิจแล้วต้องเอะใจเพราะดูมีพิรุธ

แต่ท่าทางของนันทนัชก็ไม่น่าหนักใจเท่าสองพ่อลูกทนายประจำตระกูล โดยเฉพาะสมุทรชัยที่ถือโอกาสทวงส่วนแบ่งในมรดกของลิตรตามที่เคยสัญญา แลกกับการร่วมแผนการชั่วที่ผ่านมา ทิพย์ยึกยัก บอกว่าไม่ได้สมบัติทั้งหมด นันทนัชต่างหากที่ได้ตามสิทธิ์ทายาททุกอย่าง สมุทรชัยไม่ยอม ขู่จะเอาเรื่องทั้งหมดไปประจาน ทิพย์เลยต้องรับปากแบบเสียไม่ได้...แล้วฉันจะลองหาทางเอาเงินจากคุณนันมาให้แล้วกัน

สองทนายพ่อลูกกลับไปแล้ว ทิพย์เลยมีเวลาไปสำรวจบ้านสวนหลังจากทิ้งไปพักใหญ่ แล้วต้องตกใจหน้าซีด เมื่อเห็นถุงเครื่องมืองัดแงะและกระดาษทิชชูของร้านแฟนต้าตกอยู่ แต่แย่สุดคงจะเป็นหีบเหล็กในห้องที่ถูกซ่อนอย่างดี เวลานี้ถูกเปิดออก รวมทั้งจดหมายของลิตรที่เขียนถึงรำเพยก็หายไปหมดเช่นกัน!

ในขณะที่ทิพย์อยากจะฆ่าใครสักคนที่ถูกนันทนัชเล่นละครตบตามาตลอดหลายวัน นันทนัชกำลังกลุ้มใจเรื่องทิพย์ไม่ต่างกัน กังวลและเป็นห่วงสารพัดเพราะน้าสาวทำท่าอยากจะออกไปอยู่บ้านสวนตามลำพัง กฤตพนธ์ต้องคอยปลอบไม่ให้คิดมาก กลับเห็นว่าดีเสียอีก เธอจะได้สบายใจไม่ต้องกลัวว่าทิพย์จะซ่อนความลับอะไรไว้ แต่ถึงกระนั้น นันทนัชก็อดไม่ได้ อยากให้ทิพย์กลับมาอยู่ด้วยกันที่เรือนรัตนะอีกครั้ง กฤตพนธ์เลยย้อนถามตรงๆ

“คุณเลิกระแวงแล้วหรือครับ ว่าทำไมน้าทิพย์ถึงมีเรื่องปิดบังคุณตั้งหลายเรื่อง”

“เปล่าหรอกค่ะ แต่น้าทิพย์เป็นผู้ใหญ่คนเดียวในชีวิตที่นันเหลือ และผูกพันกับพ่อแม่นัน การได้อยู่กับน้าทิพย์ มันทำให้นันพอรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับความทรงจำบางส่วนของพ่อและแม่บ้าง”

ท่าทางเศร้าโศกของนันทนัชทำให้กฤตพนธ์พูดไม่ออก จนใจจะห้ามปรามหรือกล่อมอะไรอีก นันทนัชมีความหวังเต็มเปี่ยมว่าทิพย์ยังรักและเป็นห่วงเธอเหมือนลูกแท้ๆเหมือนเดิม แม้จะมีความลับซ่อนไว้มากมายก็ตาม

“บางที...ถ้านันได้มีเวลาใกล้ชิดน้าทิพย์มากขึ้น น้าทิพย์อาจจะยอมเปิดใจ เล่าเรื่องอะไรๆให้นันฟังมากขึ้นก็ได้”

กฤตพนธ์ถอนใจหนักหน่วง ต้องปล่อยเลยตามเลยเพราะอยากให้เธอสบายใจ นันทนัชยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ขอบคุณเขาเสียงอ่อนที่คอยอยู่ข้างๆและช่วยเหลือเธอเสมอ โดยเฉพาะเรื่องชิ้นส่วนรูปรำเพยที่เขาเป็นคนหาเจอ

“สงสัยผมจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านของหาย แต่มีอยู่อย่างที่หาไม่เจอสักที...หัวใจคุณไง ไม่รู้เมื่อไหร่ผมจะหาเจอ”

คำพูดหยอกเอินของเขาทำให้นันทนัชหน้าแดงก่ำ นับวันความรู้สึกที่มีต่อเขาดูจะมากและลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ค่อยมั่นใจอนาคตนัก เส้นทางระหว่างเธอกับเขาช่างแตกต่างและมืดมนเหลือเกิน ไหนจะเรื่องกนกกรอีก...เธอยังไม่แน่ใจเลยว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร

นันทนัชถอนใจเฮือกใหญ่แล้วชวนกฤตพนธ์ไปเดินเล่น โดยไม่รู้เลยว่ากนกกรผ่านมาเห็น และลอบมองตามด้วยความแค้นใจสุดๆ...ใครไม่เจ็บอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจหรอก เสียทั้งผู้ชาย สมบัติ แถมแม่ยังแทบเสียสติ เธอจะต้องประสาทเสียแน่ๆ ถ้าไม่ได้ทำอะไรบางอย่างให้หายบ้า!

ooooooo

ความจริงที่ค้นพบในบ้านสวนทำให้ทิพย์โมโหมาก ไม่รอช้าจะบุกถึงร้านแฟนต้า แต่ไม่ปรากฏกายให้เห็น เลือกเล่นสงครามประสาทปาหินให้กระจกร้านแตกแทน เพื่อข่มขวัญและหวังขู่ให้ธีร์กับแฟนต้ากลัว จนไม่กล้ายุ่งเรื่องของเธออีก แล้วก็ได้ผล...เพราะแฟน-ต้าตกใจมาก รีบโทร.ตามธีร์ให้มาอยู่เป็นเพื่อนทันที

ทิพย์กลับไปเรือนรัตนะด้วยความสะใจที่ได้เอาคืน แล้วก็บังเอิญเดินผ่านบ้านพักคนงาน เลยได้รู้ความลับของไม้ว่าแอบลักลอบเป็นผัวเมียกับเดือนมาตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ และก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำพูดยุแยงของเดือน

“คุณฤทัยดูเหมือนจะเป็นบ้าไปแล้ว ตั้งแต่รู้เรื่องว่าไม่ได้สมบัติ เราสองคนจะโดนเนรเทศด้วยไหมก็ไม่รู้ ฉันว่าเรารีบหนีกันเถอะพี่ ไปใช้ชีวิตกันสองคนอย่างที่เราฝันมาตลอด ยังไงตอนนี้คุณฤทัยก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับพี่แล้ว”

“ที่เอ็งว่ามาก็ถูก คุณฤทัยแกยิ่งขี้อาฆาตร้าย ถ้ารู้เรื่องเราสองคนจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้ เรารีบไปก่อนเรื่องมันจะปูดดีกว่า วันศุกร์หน้า เอ็งเตรียมตัวไว้ให้พร้อม สี่ทุ่มเราจะออกเดินทางกัน”

เดือนกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ โผกอดและซุกไซ้ผัวหนุ่มอย่างหลงใหล ไม้ให้ความร่วมมืออย่างดี โดยมีสายตาของทิพย์ลอบมองด้วยความสมเพชเวทนา ฉับพลันนั้นก็มีแผนร้ายผุดขึ้นในหัว

“ไอ้ไม้...แล้วแกจะต้องได้รับผลกรรมที่แกเคยทำลายชีวิตลูกฉัน!”

ฝ่ายนันทนัชรุดไปร้านของแฟนต้าทันทีที่ทราบเรื่องกระจกแตก อยากให้เพื่อนรักแจ้งความแต่แฟนต้าปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ธีร์เห็นด้วยและพยายามเตือนนันทนัชถึงผู้ต้องสงสัย แฟนต้าเห็นท่าทีอึกอักของนายแบบลูกครึ่ง เลยชิงพูดแทนว่าทั้งเธอกับเขาสงสัยว่าทิพย์อาจเป็นคนทำ

“แกคิดเอาเองแล้วกัน ฉันไม่เคยมีเรื่องกับใคร และเหตุการณ์นี้ก็เกิดหลังจากฉันกับพี่ธีร์แอบไปบ้านน้าทิพย์”

ท่าทางจริงจังของแฟนต้าทำให้นันทนัชจุกพูดไม่ออก ธีร์มองมาด้วยความเห็นใจและพยายามปรามแฟนต้าให้หยุดพูด แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เพราะแฟนต้าปักใจเชื่อว่าทิพย์มีพฤติกรรมน่าสงสัยจริงๆ

“เขาอาจมีความลับอะไรที่ไม่อยากให้แกรู้ แต่ฉันดันบังเอิญไปพบเข้า อย่างแรกก็เรื่องเสื้อผ้าผู้ชาย อย่างที่สองก็เรื่องจดหมาย และฉันว่า...มันไม่น่ามีแค่สองเรื่องนี้แน่ๆ”

แฟนต้าผลุนผลันออกไปแล้ว ไม่อยากอยู่ต่อ กลัวใจตัวเองจะพูดให้เพื่อนสะเทือนใจอีก นันทนัชถอนใจเหนื่อยหน่าย แล้วพยายามคิดตามสิ่งที่เพื่อนทั้งสองบอก ธีร์ตั้งท่าจะปลอบใจ เธอรีบโบกมือห้าม

“นันรู้ว่าพี่ธีร์กับต้าเป็นห่วงนัน ขอเวลานันสืบเรื่องนี้ก่อนนะคะ ยังไงน้าทิพย์ก็มีบุญคุณกับนันมาตั้งแต่เกิด”

แม้จะรับปากธีร์กับแฟนต้าจะสืบเรื่องของทิพย์อีกครั้ง แต่ถึงกระนั้น นันทนัชก็ทำด้วยความยากลำบากเต็มทีเพราะทิพย์ไม่แสดงออกถึงท่าทีคุกคามหรือน่าสงสัยอีกเลยหลังวันเปิดพินัยกรรม แถมดูแลเธออย่างดี จนกระทั่งวันหนึ่ง ทิพย์ก็มีท่าทางแปลกๆและเอ่ยขอขายบ้านสวนที่อยู่อาศัยมานานเพื่อเอาไปใช้หนี้ นันทนัชไม่ยอมและอาสาจะใช้หนี้แทน แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อได้ยินจำนวนเงิน...นี่น้าทิพย์มีหนี้ถึงสองล้านเลยหรือ

ความสงสัยในตัวทิพย์หวนคืนมาอีกครั้ง นันทนัชเครียดและคิดไม่ตกจนต้องเรียกให้กฤตพนธ์มาพบ ทหารหนุ่มดีใจมาก เป็นปลื้มที่เธอคิดถึงเขาก่อน หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆมาด้วยกัน หญิงสาวขอให้เขาติดจดหมายของลิตรมาด้วยบางส่วน เพราะอยากอ่านอีกครั้ง เผื่อได้เบาะแสอะไรบ้าง กฤตพนธ์ยื่นให้พลางพินิจใบหน้าเศร้าหมองของเธอ เดาว่าคงเป็นเรื่องของทิพย์ที่ทำให้เธอระแวงในระยะหลังๆ

นันทนัชยอมรับว่าวิตกเรื่องทิพย์จริงๆ แต่ทำใจยอมรับไม่ได้ กฤตพนธ์อาสาจะช่วยสืบเหมือนเคย แต่นันทนัชปฏิเสธเพราะอยากถามจากน้าสาวตรงๆมากกว่า “นันอยากรู้ว่าน้าทิพย์ต้องการอะไร ถ้าต้องการเรือนรัตนะ นันก็ยินดีจะยกให้ นันแค่อยากมีความสุข และมีชีวิตสุขสงบเสียที”

ooooooo

หลังจากไปปาก้อนหินใส่กระจกร้านแฟนต้า ทิพย์ก็มุ่งหน้ากลับเรือนรัตนะ ตัดสินใจเด็ดขาดจะจัดการนันทนัชที่บังอาจปกปิดว่ารู้ความลับแล้ว อดีตเมียก้นครัวของลิตรเงยหน้ามองภาพรำเพยบนผนัง แล้วก้มลงหยิบห่อผ้าขาวออกจากสมบัติกองเล็กๆของเธอ แววตาแน่วแน่และเต็มไปด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน

“ฉันคงต้องใช้มันอีกแล้วใช่ไหม เธอชนะฉันมาตลอด เธอไม่เคยรู้หรอกว่าคนแพ้มันเป็นยังไง”

ทิพย์ก้มลงมองกิ่งรำเพยในมือด้วยสายตาปวดร้าว นึกถึงเจ้าของห่อผ้าตัวจริงที่ทำร้ายเธออย่างแสนสาหัส

“ขอบคุณนะคุณลิตรสำหรับกิ่งรำเพย...สมบัติสิ่งเดียวที่คุณทิ้งไว้ให้ฉัน”

ภาพความทรงจำในอดีตผุดในหัวอีกครั้ง ทิพย์ยังจำได้ดี ตอนที่เห็นลิตรหยิบห่อผ้าขาวอันเดียวกันนี้ฝังใต้ต้นรำเพยกลางดึกคืนหนึ่ง พร้อมกับคำปฏิญาณจะไม่ใช้มันฆ่าใครอีก ทิพย์แอบดูจากมุมลับตาไม่ไกลกันนั้น และหาโอกาสเข้าไปขุดมาเก็บไว้ไม่นานหลังจากนั้น

ทิพย์ดึงตัวเองจากอดีต คิดแผนจะกำจัดนันทนัชอย่างรอบคอบ แต่ก่อนอื่นจะต้องจัดการพวกฤทัยเสียก่อน อดีตเมียก้นครัวของลิตรใช้โอกาสจากความลับของเดือนกับไม้ ที่นัดแนะจะหนีออกจากเรือนรัตนะในคืนเดียวกัน ทำให้ฤทัยที่กำลังหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตเพราะชวดสมบัติ ต้องตาวาวด้วยความโกรธแค้น เมื่อได้รับจดหมายปริศนาซึ่งมาสอดไว้ใต้ประตูห้อง ให้ไปดูที่เรือนคนใช้หลังบ้าน แล้วจะรู้ความจริงเรื่องเดือนกับไม้ลักลอบเป็นผัวเมียกัน!

เวลาเดียวกันที่ห้องนอนลิตร...นันทนัชชั่งใจอย่างหนัก ในที่สุดก็ตัดสินใจถามทิพย์ตรงๆ เรื่องจดหมายของพ่อที่ไม่เคยไปถึงมือแม่ ทิพย์โกรธมากแต่ตีหน้าซื่อเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ไม่ทันอ้าปาก ก็ต้องสะดุ้งเสียก่อน เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องบ้าคลั่งของฤทัยที่มั่นใจได้เลยว่าดังมาจากเรือนพักคนงานหลังบ้าน

สองน้าหลานมุ่งหน้าไปยังต้นเสียง ทันได้เห็นฉากเด็ด ที่เดือนต่อปากต่อคำกับฤทัยอย่างเผ็ดร้อน

“อีเดือน...แก...แกทำลายชีวิตฉัน ฉันอุตส่าห์ไว้ใจแก ให้ที่อยู่ ให้เรือนนอน ให้ร่วมกิน ถ้าฉันรู้ว่าแกจะสันดานต่ำขนาดนี้ ฉันคงเฉดหัวแกออกจากเรือนรัตนะไปนานแล้ว”

“แล้วคุณฤทัยลืมหรือเปล่าคะ ว่าตัวเองก็กำลังจะถูกเฉดหัวออกจากเรือนรัตนะนี่เหมือนกัน”

ไม้พยายามปรามให้หยุดพูด แต่เดือนไม่ยอม ยิ่งเห็นท่าทางจ้องจะเอาเรื่องของฤทัยยิ่งของขึ้น

“ฉันทนมานานละ หน็อย...ดีแต่จิกหัวใช้คนอื่น ด่าคนอื่นว่าไพร่ เออ...ถ้ากูต่ำ แล้วมึงสูงมากใช่ไหม เป็นถึงเจ้าคนนายคน ดอดมากินของร่วมกับขี้ข้าอย่างกู รสชาติมันคงถูกปากมากใช่ไหม”

ฤทัยโกรธจนตัวสั่น อยากด่าให้หายแค้นแต่พูดไม่ทันสาวใช้จอมสอพลอ ไม้ไม่ละความพยายามจะห้าม แต่เดือนขาดสติเกินกว่าจะรับฟังคำสั่งจากใคร แหวลั่นตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านและความแค้นที่เก็บกดมานาน

“ให้มันรู้กันไปวันนี้ ไหนๆกูก็จะไม่อยู่บ้านนี้ละ กูขอพูดให้หมด จะบอกให้นะ ที่ผัวกูยอมปรนเปรอกับมึงก็แค่หวังสมบัติเท่านั้นแหละ สะเทือนใจไหมล่ะ อย่าบอกนะว่าหลงเชื่อน้ำคำผัวกูทุกอย่าง โถ...แก่จนจะลงโลง ยังจะตัณหาจัด มึงคิดเหรอว่าผัวกูจะรักจะหลงมึงจริง”

ฤทัยหมดความอดทน ปรี่ไปตบหน้าสาวใช้หน้าหัน ไม้ยืนมองซ้ายทีขวาที ไม่รู้จะจัดการเรื่องนี้ยังไง เดือนโวยลั่น ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าจะทวงผัวคืน ฤทัยแสยะยิ้มร้ายแล้วยกปืนที่หยิบจากห้องมาเล็ง

“ถ้าแกสองคนรักกันขนาดนั้นล่ะก็ ฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้เอง”

ขาดคำก็เหนี่ยวไกทันที เสียงปืนดังสนั่น เรียกสมาชิกทุกคนในบ้านให้แตกตื่น นันทนัชกับทิพย์ตัดสินใจปรากฏตัว รวมทั้งกนกกร รณฤทธิ์และศรีที่วิ่งมาจากคนละทาง ตะลึงตาค้างเมื่อเห็นฤทัยตาแดงก่ำด้วยความแค้น น้ำตานองหน้าเพราะความเสียใจอย่างแสนสาหัสที่ถูกชู้รักหักหลังไม่มีชิ้นดี

เดือนกรี๊ดลั่น แล้วก็ต้องหน้าซีด เมื่อเห็นว่าเป้าหมายของกระสุนไม่ใช่ตัวเองหรือผัวรัก แต่เป็นกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กที่เป็นรูพรุน ไม้ตัดสินใจกระโจนหาเจ้านายสาว หวังแย่งปืนมาถือไว้ ปากก็พร่ำบอกให้เลิกแล้วต่อกัน เห็นแก่เขา...ผู้ชายที่เธอเคยบอกว่ารักสุดหัวใจ ฤทัยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง สวนกลับเสียงห้วน

“เห็นแก่ผมงั้นหรือ แล้วตอนแกไปนอนกับมัน เคยเห็นหัวฉันบ้างไหม!”

เสียงตวาดของฤทัยทำให้ทุกคนหน้าเสียตามๆกัน รณฤทธิ์ถลาไปหาไม้ บังคับให้ปล่อยตัวแม่ โดยมีศรีไปช่วยประคองฤทัยที่ทำท่าจะหมดสติได้ทุกนาที เดือนปราดไปยืนข้างไม้ ประกาศกร้าวไม่ให้ใครยุ่งกับผัวรัก กนกกรสับสนไปหมด ไม่เข้าใจว่ามีเรื่องอะไรกันแน่ ถึงขนาดต้องเล็งปืนใส่กันเช่นนี้ เดือนแสยะยิ้มร้ายแล้วบอกเสียงหยัน

“ก็เรื่องที่แม่ของคุณกนกกรกับขี้ข้าอย่างดิฉันแย่งผัวกันเท่านั้นเอง”

กนกกรกับรณฤทธิ์ไม่อยากเชื่อ ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่สะเทือนใจจนไม่มีถ้อยคำจะบอก ฤทัยมองชู้รักกอดกับสาวใช้จอมสอพลอด้วยแววตาเจ็บช้ำ ยกปืนเล็งไปที่สองหนุ่มสาวช้าๆแล้วพูดเสียงขาดเป็นห้วงๆ

“ใช่...ฉันรักนายไม้ และฉันจะไม่ยอม...เสียอะไรในชีวิตอีกแล้ว”

ร่างเดือนล้มลงในอ้อมกอดของไม้ ฤทัยน้ำตาไหลด้วยความแค้นใจ ไม่สนแล้วว่าใครจะต้องตายบ้าง เพราะชีวิตเธอไม่มีอะไรจะเสียอีก ทุกคนตะลึงยืนนิ่ง ไม้ได้สติก่อนใครและผละไปสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์ รณฤทธิ์โกรธแทนแม่ เลยปรี่ไปเอาเรื่อง ส่วนฤทัยกลั้นสะอื้นด้วยความสมเพชเวทนาตัวเอง เมื่อมองไปยังชู้รัก อารมณ์พลุ่งพล่านก็ผุดขึ้นมาใหม่ ยกปืนขึ้นเล็งไปที่ไม้ แต่เมื่อเหนี่ยวไกดันพลาดไปถูกรณฤทธิ์ที่เสียหลักล้มมารับกระสุนแทน!

ไม้ตกใจหน้าเสีย รีบวิ่งไปที่มอเตอร์ไซค์แต่ช้ากว่ากระสุนปืนของฤทัยซึ่งพุ่งมาที่กลางหลังเขา และครั้งนี้ก็ทำให้คนขับรถหนุ่มร่วงลงพื้นพร้อมเลือดแดงฉานกระจายเป็นวงใหญ่ กนกกรอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก เช่นเดียวกับนันทนัช ส่วนทิพย์สะใจมาก แม้จะผิดคาดสักหน่อยที่เห็นรณฤทธิ์ต้องมาตายด้วยแบบนี้
ฤทัยบ้าไปแล้ว เสียงปืนและศพตรงหน้าไม่ทำให้เธอมีสติขึ้น เลยเล็งปืนไปที่ทิพย์ หวังขจัดศัตรูให้ไม่เหลือซาก แต่โชคยังเข้าข้างเพราะกระสุนหมดแม็ก ทำให้ทิพย์รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

ooooooo

ตำรวจมาถึงเรือนรัตนะไม่นานหลังจากนั้น พร้อมกับกฤตพนธ์ที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก เขาตรงไปหานันทนัชเพื่อปลอบใจ แต่ดูเหมือนคนอาการหนักกว่าจะเป็นกนกกร ที่สูญเสียแม่และน้องชายไปในเวลาไม่ถึงชั่วโมง นันทนัชสงสารเลยขอให้ทหารหนุ่มไปดูแล กลัวว่าน้องสาวนอกไส้จะคิดสั้นทำอะไรโง่ๆ

นันทนัชเบือนหน้าหนี เมื่อเห็นกนกกรโผกอดกฤตพนธ์ทันทีที่เขาเข้าไปใกล้ ต่างจากทิพย์ที่ยิ้มสะใจเมื่อเห็นตำรวจใส่กุญแจมือให้ฤทัยและกำลังจะพาไปโรงพักเพื่อฝากขัง อดีตเมียก้นครัวของลิตรไม่รอช้า ปรี่ไปเผชิญหน้าคู่ปรับแล้วขออนุญาตตำรวจ เอ่ยคำลาเป็นครั้งสุดท้าย ฤทัยพยายามขืนตัว เมื่อทิพย์ขยับไปกระซิบข้างหู

“ฉันรอวันนี้มานานแล้ว วันที่แกจะได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างที่แกเคยทำกับฉัน ไม่เหลือศักดิ์ศรี สูญเสียลูกที่รักเท่าชีวิต ทุกอย่างที่แกเคยทำได้ย้อนคืนมาทำลายชีวิตแกหมดแล้ว แกจะได้รู้ว่าก้นเหวมันมืดขนาดไหน แกจะได้รู้และแกจะไม่มีวันไต่ขึ้นมาได้อีก”

ทิพย์หัวเราะเยาะเบาๆ เงยหน้าขึ้นบอกเสียงดังว่าจะดูแลเรือนรัตนะแทนอย่างดี ฤทัยไม่ต้องเป็นห่วงเพราะยังไงเธอก็อยู่ที่นี่มาก่อน ฤทัยแทบคลั่ง อยากจะไปข่วนหน้าอีกฝ่ายให้หายแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกเจ้าหน้าที่กุมตัวอย่างแน่นหนา คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจพาฤทัยออกไปแล้ว ทิพย์มองตามจนลับตาด้วยแววตาสะใจจนปิดไม่มิด...ในที่สุด วันที่ฉันรอคอยก็มาถึง แกไม่มีวันชนะฉันได้หรอกนังฤทัย!

งานศพของรณฤทธิ์ถูกจัดอย่างเรียบง่ายในวันถัดมา นันทนัช กฤตพนธ์ แฟนต้าและธีร์มาร่วมงานทุกวันเพื่อช่วยงานกนกกร ซึ่งเซื่องซึมและหมดฤทธิ์ไปมากเพราะสูญเสียน้องชายกะทันหัน กฤตพนธ์คอยดูแลไม่ห่างเพราะดูท่าหญิงสาวจะไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำอะไรมาก นันทนัชลอบมองด้วยแววตาสะเทือนใจ แอบหึงไม่น้อยที่เขาเป็นห่วงเป็นใยกนกกรจนออกนอกหน้า แฟนต้ากับธีร์มองนันทนัชด้วยความเห็นใจ...ดูท่าแกจะอาการหนักกว่ายายกิ๊บเสียอีก

กนกกรไม่สนใครทั้งนั้น ความทุกข์ที่ต้องเสียแม่กับน้องชายในเวลาพร้อมๆกัน ทำให้เลือกเกาะติดกฤตพนธ์แจ ไม่อยากให้เขาไปไหนไกลเพราะไม่มีที่พึ่งอื่นอีก แฟนต้ากับธีร์หนักใจมากขึ้นเรื่อยๆ ดูท่านันทนัชจะทรมานจากสภาวการณ์แบบนี้ไม่น้อย ไหนจะความปลอดภัยของร้านที่ถูกคนไม่หวังดีปากระจกแตกเมื่อวันก่อน ธีร์ซึ่งตัดใจจากนันทนัชได้และคิดจะจีบแฟนต้าเลยหยั่งเชิงเสนอตัวช่วยดูแล แต่แฟนต้ายังเล่นตัว ทำเป็นไม่รู้เรื่อง

ไม่ใช่แค่แฟนต้ากับธีร์ที่รู้สึกถึงท่าทางแปลกๆของนันทนัช แต่กฤตพนธ์ก็เห็นและตัดสินใจไปพูดปรับความเข้าใจ มั่นใจมากว่าเธอคงไม่พอใจเขาที่ดูแลกนกกรจนละเลยเธอ แต่นันทนัชยังปากแข็ง เฉไฉไม่ยอมบอกความรู้สึกจริงๆ แต่กลับผลักไสไล่เขากลับบ้านและประกาศกร้าวไม่ต้องมาดูแลเธอแล้ว

“ฉันทำในสิ่งที่ควรทำ เรื่องมันจบแล้ว น้าฤทัยก็อยู่ในคุก เราไม่มีภาระอะไรต่อกันแล้ว”

“บอกกี่ทีแล้วครับ ว่าคุณไม่ใช่ภาระ ผมเลิกดูแลคุณไม่ได้หรอก ต่อให้คุณจะไล่ผมยังไงก็ตาม”

“อย่าทำให้ตัวเองลำบากเลยค่ะ คนที่คุณต้องเป็นห่วงตอนนี้คือกนกกรค่ะ...ไม่ใช่ฉัน”

“คุณนันครับ...ผมไม่เคยคิดอะไรกับกนกกร...คุณก็รู้”

“ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าคุณคิดอะไร มันสำคัญว่าอะไรคือสิ่งที่คุณควรทำต่างหาก”

กฤตพนธ์มองมาด้วยความน้อยใจ แต่ไม่ยอมแพ้จะอธิบายซ้ำ แต่ต้องยั้งไว้เพราะได้ยินเสียงร้องลั่นบ้านดังมาจากห้องกนกกร สองหนุ่มสาวไม่รอช้ารุดไปยังต้นเสียง แล้วต้องตกใจหน้าซีด เมื่อเห็นกนกกรนอนสลบจมกองเลือดจากการเชือดข้อมือตัวเอง ศรีเป็นคนพบแต่ทำอะไรไม่ถูกเลยส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ กฤตพนธ์เลยจัดการอุ้มกนกกรไปขึ้นรถ โดยมีนันทนัชมองตามด้วยสายตาเจ็บปวด...คงถึงเวลาที่เธอต้องปล่อยเขาไปจริงๆ

ooooooo

ทิพย์เฝ้ามองหายนะของสมาชิกเรือนรัตนะด้วยความสะใจ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่บรรดาคนขับไล่ไสส่งเธอต้องเจอเรื่องเลวร้าย เหมือนที่เธอเคยเจอในอดีต และนันทนัชก็เป็นเป้าหมายสุดท้ายจะทำให้ความแค้นของเธอได้ชำระ อดีตเมียก้นครัวของลิตรรอคอยจังหวะเหมาะ เพื่อพูดกับนันทนัชเรื่องจดหมายของลิตรอีกครั้ง

และแล้วก็ได้โอกาสดี เมื่อนันทนัชกำลังนำรูปลิตรและรำเพยไปติดผนัง ทิพย์ไม่รอช้า รายงานเรื่องกนกกรถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัยและพยายามจะพูดเรื่องจดหมายของลิตรอย่างที่ตั้งใจ แต่นันทนัชโบกมือห้าม ไม่มีแก่ใจจะฟังเรื่องอะไรอีก ที่ผ่านมาเธอเจอความเลวร้ายของคนรอบตัวมามากพอแล้ว

“นันไม่อยากรู้อะไรอีกแล้ว ไม่ว่าเหตุผลของน้าทิพย์จะคืออะไร นันเชื่อค่ะ...ว่าน้าทิพย์หวังดีกับนัน”

ฟากกฤตพนธ์พากนกกรกลับมาส่งบ้านและประคองไปพักผ่อนในห้องพัก หญิงสาวมองมาด้วยความซาบซึ้งใจ อยากใช้โอกาสนี้เหนี่ยวรั้งเขาไว้กับตัวให้มากที่สุด ทหารหนุ่มบ่ายเบี่ยง อยากปฏิเสธเพราะเป็นห่วงความรู้สึกนันทนัช แต่ท่าทางอ่อนแอของเธอก็ทำให้พูดไม่ออก ไม่อยากหักหาญน้ำใจ...อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้

นันทนัชก็ต้องเจอสภาพเซ็งไม่ต่างกัน เช้าวันรุ่งขึ้นเลยออกไปร้านแฟนต้า จนเจ้าของร้านสาวแปลกใจว่าลมอะไรหอบมา นันทนัชมีท่าทางเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด แฟนต้าดูออกว่าเพื่อนรักหึงหวงกฤตพนธ์ เลยพยายามบอกให้ปรับความเข้าใจกันให้รู้เรื่อง อย่าให้เรื่องกนกกรและการเสียสละโง่ๆ ทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน นันทนัชรู้ดีว่าเพื่อนพูดถูกทุกอย่าง แต่เฉไฉเบี่ยงเบนประเด็นยุให้เพื่อนรับรักธีร์แทน

แฟนต้าหน้าแดงด้วยความเขิน นันทนัชเลยจับมือแล้วพูดจริงจัง “ฉันรู้ว่าพี่ธีร์เป็นคนดี และแกก็เป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด และฉันคงจะดีใจมากถ้าคนที่ฉันรักที่สุดสองคนได้ลงเอยกัน”

เวลาเดียวกันที่เรือนรัตนะ...ศรีตกใจหน้าเสียเมื่อแอบได้ยินทิพย์พึมพำคนเดียวเหมือนคนเสียสติ แถมถ้อยคำอาฆาตที่ได้ยินก็น่ากลัว เหมือนอยากจะฆ่าใครสักคน ที่สำคัญทิพย์ยังเขียนจดหมายอะไรบางอย่าง แต่ก็ขยำทิ้งไปเพราะไม่ได้ดั่งใจ ศรีไม่รอช้า รอจนทิพย์ลับตาจึงถลันไปเก็บมาดูแล้วก็ต้องอึ้งกับข้อความในจดหมาย

ทิพย์ไม่รู้เรื่องว่าศรีแอบรู้ความลับ ปรายตามองกฤตพนธ์ที่แวะมาหานันทนัชเพื่อปรับความเข้าใจด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก แต่แสดงออกมากไม่ได้เพราะไม่อยากให้เขาสงสัย แต่ถึงกระนั้นกฤตพนธ์ก็ดูออกว่าทิพย์เหมือนปิดบังอะไรบางอย่าง แต่ไม่อยากซักไซ้ให้มากความ กลัวเธอไหวตัวและทำให้นันทนัชตกอยู่ในอันตราย

กฤตพนธ์ตั้งท่าจะกลับด้วยความผิดหวัง เมื่อทิพย์ไม่ยอมบอกว่านันทนัชออกจากบ้านไปไหน ศรีตัดสินใจไปดักหน้าและบอกความจริงจากข้อความในจดหมายของทิพย์ที่เพิ่งค้นพบ ว่าการตายของเดือนกับไม้ เป็นฝีมือการยุยงของทิพย์ ที่ตั้งใจส่งจดหมายไปเรียกฤทัยออกมาดู กฤตพนธ์อึ้งมาก แต่เข้าใจได้เพราะทุกอย่างดูสมเหตุสมผลดี ศรีเป็นห่วงนันทนัชมาก กลัวจะเป็นเหยื่ออีกคนของทิพย์ กฤตพนธ์ปลอบให้ใจเย็นและรับปากจะบอกนันทนัชเอง

ทิพย์แอบได้ยินทุกอย่าง ปะติดปะต่อเรื่องราวได้เป็นอย่างดี แสยะยิ้มร้ายจะต้องลงโทษสาวใช้ปากมากให้สาสม...ถึงตอนนี้ ฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาขัดขวางความฝันสูงสุดของฉันแน่!

ฝ่ายนันทนัชไม่ยอมรับสายกฤตพนธ์ ยังไม่พร้อมจะรับฟังเรื่องอะไรทั้งนั้น เพราะเหนื่อยใจเหลือเกินกับความเลวร้ายที่ผ่านมา แฟนต้าอยากจะบ้ากับความดื้อของเพื่อน เลยแอบส่งข้อความหากฤตพนธ์ให้มาร้านโดยเร็วที่สุด ก่อนเธอจะรั้งตัวถ่วงเวลานันทนัชไว้ไม่ได้ ทหารหนุ่มไม่รอช้า รีบบุกไปหาทันที แต่ระหว่างทางก็ต้องอึ้ง เมื่อภานุโทร.มาบอกเรื่องเบาะแสที่ได้จากการตามสืบเรื่องเชน

“ฉันเจอหลักฐานบางอย่างว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีของทนายสมุทรชัย หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของเชนครั้งละสองแสนทุกเดือน และเป็นการโอนจากบัญชีโรงสี แต่ที่น่าสงสัยสุดคือรายการนำเช็คเข้าล่าสุด ยอดสองล้านบาท เจ้าของเช็คคือคุณนัน แต่คนที่นำเช็คไปฝากคือน้าทิพย์”

เบาะแสล่าสุดทำให้กฤตพนธ์เครียดจัดด้วยความเป็นห่วงนันทนัช รีบบึ่งไปร้านแฟนต้าด้วยเวลาจวนเจียน นันทนัชจะกลับแล้ว แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหน้าเขา แต่อารมณ์หงุดหงิดก็หายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อได้ยินเรื่องการโอนเงินที่เขาเพิ่งทราบจากภานุ ท่าทางอึกๆอักๆของเธอทำให้กฤตพนธ์ตัดสินใจถามตรงๆ

“คุณปิดบังอะไรผมหรือเปล่าคุณนัน ผมไม่อยากเชื่อว่าคุณสมรู้ร่วมคิดกับคุณสมุทรชัย ผมต้องการมาฟังความจริงจากคุณ แต่ถ้าคุณเกี่ยวข้องจริงๆ ผมจะไม่ตามสืบเรื่องนี้อีก”

“นันเป็นคนจ่ายเช็คให้น้าทิพย์จริงๆค่ะ แต่นันไม่รู้ว่าน้าทิพย์จะเอาไปให้ทนายสมุทรชัย น้าทิพย์บอกนันแค่ว่ามีหนี้เก่าค้างอยู่สองล้าน อาจต้องขายบ้านสวน นันอยากเก็บบ้านนั้นไว้ ก็เลยสั่งจ่ายเช็คให้น้าทิพย์แทน”

กฤตพนธ์โล่งใจที่เธอไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีอย่างที่กังวล เลยตัดสินใจเล่าเรื่องจดหมายยุยงของทิพย์ที่ทำให้ฤทัยฆ่าเดือนกับไม้ตาย นันทนัชพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ สับสนไปหมด โดยเฉพาะเรื่องทิพย์ แม้หลักฐานจะบ่งบอกชัด แต่ยังทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ กฤตพนธ์อาสาจับกุมทิพย์หากเธอพร้อมและยินยอม แต่เธอกลับขอเวลา

“ไม่เป็นไรค่ะ นันอยากรีบไปถามน้าทิพย์ว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันจริงหรือเปล่า”

กฤตพนธ์ถอนใจหนักหน่วง “ผมหาหลักฐานเรื่องน้าทิพย์มาให้คุณขนาดนี้ คุณยังไม่ไว้ใจผมอีก ผมทำคดีมาเยอะ ยังไม่เคยเจออาชญากรคนไหนยอมรับว่าตัวเองผิดเลยนะครับ”

นันทนัชหมดความอดทน น้ำตาทะลักด้วยความสะเทือนใจถึงขีดสุด ความจริงที่ถูกเขาตีแผ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก กฤตพนธ์ตั้งท่าจะปลอบ แต่ช้ากว่าเธอที่กลั้นใจพูดสิ่งที่รู้สึก

“ฉันไม่เหลือใครแล้ว ให้ฉันเหลือน้าทิพย์สักคนไม่ได้หรือไง”

น้ำเสียงตัดพ้ออย่างหมดกำลังใจของนันทนัชทำให้กฤตพนธ์ต้องยอมปล่อยทิพย์ไปก่อน อยากดูแลและปลอบใจเธอให้คลายความทุกข์ใจ แต่เหมือนเธอจะไม่ยินยอมเพราะอยากอยู่คนเดียวมากกว่า

ooooooo

ทิพย์ตัดสินใจจัดการสาวใช้ปากมากในคืนเดียวกัน รอจังหวะให้ศรีเสร็จจากดูแลกนกกรจึงสะกดรอยตามไปและฉวยโอกาสรัดคอจนตาย เมื่อนันทนัช กลับถึงเรือนรัตนะ ก็สัมผัสได้ถึงความเงียบงันจนน่าตกใจ ทิพย์ปรากฏตัวให้เห็นและโกหกหน้าตายว่าศรีไม่อยู่ ลากลับบ้านเพราะมีธุระด่วน!

ท่าทางหวาดระแวงของนันทนัชทำให้ทิพย์เจ็บ แค้น ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง และเธอจะไม่ยอมให้ใครมาขวางแผนการฮุบสมบัติของลิตรอีกแล้ว...เป็นไงเป็นกัน นังนัน...เราคงอยู่ด้วยกันไม่ได้

ฝ่ายกนกกรนอนไม่หลับ เลยออกมาหาน้ำดื่มในครัว ทิพย์โผล่จากมุมมืดแล้วเสนอให้ทานนมอุ่นๆ แต่กนกกรไม่ไว้ใจและหยิบน้ำส้มในตู้เย็นไปแทน แต่ผลที่ได้ก็ไม่ต่างกัน เพราะทิพย์แอบใส่ยานอนหลับไว้แล้ว กนกกรเลยผล็อยหลับในห้องนอนตัวเองนั่นเอง ทิพย์ไขประตูมาดูด้วยความสะใจ...คนอย่างแกไม่มีทางทันฉันหรอก!

เวลาเดียวกันที่บ้านมานพ...กฤตพนธ์นอนกระสับกระส่ายด้วยความเป็นห่วงนันทนัช คำพูดของพ่อเฒ่าแปลกหน้าซึ่งเคยพบกันที่โรงพยาบาลเมื่อหลายเดือนก่อนย้อนกลับมาในหัว ว่าเขาคือผู้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของนันทนัช ทหารหนุ่มพยายามจะสงบจิตสงบใจแต่เหมือนจะทำได้ยากเต็มที สุดท้าย...เมื่อทนไม่ไหว เลยคว้ามือถือมาโทร.หานันทนัช แต่ก็ต้องกดวางด้วยความหงุดหงิดเพราะเธอไม่รับสาย

กฤตพนธ์ตัดสินใจไปหานันทนัชที่เรือนรัตนะด้วยใจรุ่มร้อน สังหรณ์ใจบางอย่างว่าเธออาจตกอยู่ในอันตราย และก็จริงดังคาด เมื่อเขาพยายามโทร.หาเธออีกครั้ง คราวนี้มีคนรับสาย ส่งเสียงหัวเราะเยาะมาให้แล้วกดวางดื้อๆ ทหารหนุ่มแทบคลั่งด้วยความเป็นห่วง เหยียบคันเร่งจนมิด...อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะคุณนัน

ด้านนันทนัช...นอนหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย แล้วต้องสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แต่ที่ทำให้ตกใจหน้าซีด เมื่อเห็นควันลอยเต็มห้อง พร้อมกับเท้าใครคนหนึ่งก้าวมาใกล้เตียง นันทนัชส่งเสียงร้องขอให้ช่วย แต่ไอ้โม่งปริศนากลับยืนเฉย และจ้องมองเธอด้วยแววตาน่ากลัว นันทนัชรู้สึกถึงสัญญาณอันตรายบางอย่าง รวบรวมแรงที่เหลือหนีออกจากห้อง แต่ก็ทุลักทุเลเต็มทีเพราะเริ่มวิงเวียนจากพิษของกิ่งรำเพย...ที่มาของควันมากมายในห้อง

ทิพย์ก้าวตามอย่างใจเย็น เมื่อเห็นนันทนัชอ่อนแรงลงจนต้องทรุดตัวกับพื้น เลยตัดสินใจกระชากหมวกไอ้โม่งออก นันทนัชอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อ ผุดลุกเพื่อหนีลงบันไดแต่ดันสะดุดเท้าตัวเอง เสียหลักกลิ้งลงพื้นไปนอนจุกแอกที่ด้านล่าง แต่ญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้เธอกระเสือกกระสนเข้าไปในห้องแล้วล็อกประตู แต่ก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อมีมีดปลายแหลมแทงทะลุผ่านประตูเข้ามา...เฉียดใบหน้าสวยๆของเธอไปนิดเดียว!

ทิพย์มองมีดในมือด้วยความโกรธแค้น ดึงมันออกแล้วปักลงซ้ำๆด้วยความเจ็บใจ “แกนี่มันฆ่ายากเย็นจริงๆ ทุกอย่างมันคงจบไปนานแล้ว ถ้าแกตายไปตั้งแต่วันแรก ฉันอุตส่าห์เตรียมแผนการให้ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุ”

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์วันแรกที่เธอมาถึงเมืองไทยผุดขึ้นในหัว นันทนัชน้ำตาไหลพราก ไม่คิดว่าคนที่ไว้ใจที่สุดจะกล้าทำร้ายเธออย่างเจ็บแสบเช่นนี้ เสียงลูกบิดประตูดังก๊อกแก๊กแล้วเปิดออกในที่สุด นันทนัชเลยรีบคว้าเชิงเทียนข้างตัวมาฟาดลงท้ายทอยของทิพย์ แล้ววิ่งหนีเข้าห้องทำงานของลิตรทันที

ooooooo

เป้าหมายของนันทนัชคือปืนพกของพ่อในลิ้นชักโต๊ะทำงาน แต่ไม่ทันไขกุญแจ ทิพย์ก็โผล่เข้ามาเสียก่อนในสภาพหัวมีเลือดไหล มีดในมือน้าสาวทำให้นันทนัชลนลานไปหมด แต่ไม่ละความพยายามจะไขลิ้นชักของพ่อ

ทิพย์กำมีดในมือแน่นแล้วก้าวไปประจันหน้า “เพราะคุณนันทำให้ทุกอย่างมันยาก น้าก็เลยจำเป็นต้องกำจัดคนอื่นที่เข้ามาข้องเกี่ยวไปด้วย โดยเฉพาะคนที่มันคิดจะปกป้องคุณนัน”

นันทนัชนึกถึงกฤตพนธ์ด้วยความเป็นห่วง ทิพย์แสยะยิ้มร้ายแล้วบอกว่าแผนลอบฆ่าเขาที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่เขาใหญ่ เป็นแผนของเธอทุกอย่าง แต่ทหารหนุ่มก็ทนทายาด ตายยากตายเย็นเสียจนเธออยากจะบ้า ไหนจะเหล่ามือปืนนักฆ่าที่จ้างมาช่วยให้แผนฮุบสมบัติเป็นจริง แต่ก็ไร้น้ำยาทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่าแถมยังขู่เอาเงินเพื่อหนีไปกบดานจากเธออีกต่างหาก เธอเลยต้องจัดการฆ่าปิดปากให้หมด!

แต่คนที่ต้องฝืนใจฆ่ามากที่สุดคือชิด และทิพย์ก็ไม่ลังเลใจจะโทษว่าเป็นความผิดของนันทนัช

“ถ้าวันนั้นแกไม่ขอความช่วยเหลือจากไอ้ชิด มันคงไม่ต้องโดนฆ่า น่าสงสาร ทั้งที่มันดีกับฉัน ดูแลเอาใจใส่เหมือนทาสรับใช้ คิดซะว่ามันคงถึงคราวตาย ที่มันต้องตายก็เพราะแก จำใส่กะลาหัวแกไว้ ว่าไอ้ชิดต้องตายเพราะแก”

นันทนัชไม่อยากจะเชื่อ ว่าคนแสนดีอย่างน้าสาวจะกล้าทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ ทิพย์หัวเราะเสียงแหลมราวกับคนบ้า บอกว่ายังมีศรีอีกคนที่ต้องตายเพราะความอยากรู้อยากเห็น นันทนัชสะอื้นไห้ไม่หยุด ถามเสียงสั่นว่ากระจกร้านแฟนต้าที่แตกกระจายก็เป็นฝีมือน้าสาวด้วยใช่ไหม ทิพย์ยอมรับง่ายๆ โบ้ยว่าเพื่อนรักทั้งสองของนันทนัชอยากแส่ไม่เข้าเรื่องเอง เลยต้องได้บทเรียนเสียบ้าง

ท่าทางตกใจของนันทนัชทำให้ทิพย์ย่ามใจ ยอมเฉลยเรื่องที่เก็บไว้มานาน “ที่แกเคยถามฉันว่าทำไมจดหมายพ่อแกถึงอยู่ที่ฉัน ก็เพราะฉันไม่ต้องการให้มันถึงมือแม่แกไง พ่อแกยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ความรักจากแม่แก ยอมแม้กระทั่งฆ่าพี่สาวของแม่แก เพื่อให้ได้อยู่กับนังรำเพย รู้ไว้ซะ...ว่าแกเกิดมาเพราะการตายของพี่สาวแม่แก”

นันทนัชทรุดตัวกับพื้นอย่างอ่อนแรง ทิพย์สะใจมากแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงคับแค้นใจสุดๆ “คุณลิตรเขารักแม่แกเหลือเกิน รักจนไม่เหลือเสี้ยวหัวใจแบ่งให้ฉัน และที่ฉันรับเลี้ยงแก ก็เพราะหวังว่าคุณลิตรจะมองเห็นความดีของฉันบ้าง แต่สุดท้าย ฉันก็เป็นได้แค่เมียลับ”

นันทนัชหัวใจสลาย ความไว้ใจที่เคยมีถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี “รู้ไหมคะ...ทุกคน พี่ธีร์ ต้า คุณกฤต เขาเตือนนันเรื่องน้าทิพย์หมด แต่นันไม่เคยเชื่อใครเลย นันเชื่อมาตลอดว่าคนที่คิดร้ายกับนันคือฤทัย”

ทิพย์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เมื่อนึกถึงชะตากรรมของฤทัย “มันน่ะ...ก็แค่เหยื่อตัวหนึ่ง ที่ฉันล่อให้แกตายใจ ว่าแผนทั้งหมดเป็นฝีมืออีนังโง่นั่น แต่ตอนนี้มันก็ได้ชดใช้กรรมในคุกแล้ว มันได้เสียลูกด้วยน้ำมือของมันเอง มันจะได้เข้าใจอย่างที่ฉันเคยเจ็บปวด มันจะได้รู้ว่าการถูกพรากลูกที่เป็นดั่งดวงใจจากหัวอกคนเป็นแม่นั้น มันเจ็บปวดยังไง”

ท่าทางเศร้าโศกของทิพย์ ทำให้นันทนัชลองใช้น้ำเย็นเข้าลูบ “นันรักน้าทิพย์เหมือนแม่ ชีวิตนันมีแค่น้าทิพย์คนเดียว นันไม่มีใครแล้ว วันที่นันโดดเดี่ยวเหมือนไม่มีใคร แต่นันก็มีน้าทิพย์ น้าทิพย์คือทุกสิ่งทุกอย่างของนันนะคะ”

ทิพย์มองมาด้วยความซาบซึ้งใจ แต่อารมณ์อ่อนโยนก็เหือดไป เมื่อเห็นนันทนัชไขกุญแจสำเร็จ และยกปืนของลิตรเล็งมาที่เธอ อดีตเมียก้นครัวของลิตรแสยะยิ้มร้าย ไม่กลัวตายแม้แต่น้อย

“เลือดทรยศแกนี่มันแรงเหมือนพ่อไม่มีผิด ยิงสิคะ...ยิงน้าด้วยปืนที่แม่แกใช้ฆ่าตัวตายนั่นแหละ!”

ooooooo

ในขณะที่นันทนัชตกอยู่ในความเป็นความตาย กฤตพนธ์ร้อนรนไม่แพ้กัน เขาพยายามโทร.หาเธอไม่หยุด แต่ก็ต้องโยนมือถือทิ้งด้วยความหงุดหงิดที่ไม่มีใครรับสาย ส่วนนันทนัชตาเบิกโพลง ไม่อยากเชื่อเมื่อได้ยินทิพย์สารภาพดื้อๆว่าเป็นคนวางแผนจะฆ่านันทนัชให้ตายด้วยพิษของกิ่งรำเพย เหมือนกับที่ลิตรเคยใช้กับเรไร

นันทนัชแทบหมดแรงเมื่อได้ยินโศกนาฏกรรมของครอบครัว ส่วนทิพย์ยิ้มหวานเพ้อถึงความหลังที่เคยมีกับลิตร

“ฉันรักเขาหมดหัวใจ แต่เขาไม่เคยเห็นฉันมีค่าอะไรมากไปกว่าคนรับใช้ เขารักแม่รำเพยของแกมากๆ จนไม่เหลือที่ให้ฉันยืนในหัวใจแม้แต่พื้นที่ตารางนิ้วเดียว ฉันอดทนรอเพื่อวันหนึ่งจะมีโอกาสถูกรัก แต่วันนั้นก็ไม่เคยมาถึง ฉันต้องยอมใช้เล่ห์กล มารยาทุกอย่าง เพื่อกำจัดแม่ของแกออกไปให้พ้นทาง”

สีหน้าของทิพย์เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความคับแค้นใจ ที่ความฝันและความหวังต้องพังทลายเมื่อลิตรนำฤทัยเข้าในบ้าน ทำลายอนาคตสวยหรูด้วยการเฉดหัวเธอออกจากบ้าน แถมยังทำลายลูกในท้องของเธออีกต่างหาก

นันทนัชอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าทิพย์จะมีลูกกับพ่อ “ใช่...เขาฆ่าลูกตัวเอง เขาปล่อยให้นังฤทัยมันเอาคนมาทำร้ายลูกในท้องฉัน ทั้งที่เขาควรจะได้มีโอกาสเกิดมาเห็นหน้าแม่ ได้เก็บไว้เป็นตัวแทนความรัก...ที่ฉันมีให้แก่ชายคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ สิ่งเดียวที่เขามอบให้ฉันคือความเจ็บปวด ความทรมานที่หลอกหลอนฉันไปชั่วชีวิต”

นันทนัชอ้าปากค้าง ส่วนทิพย์ลุกยืนพร้อมประกาศกร้าว “ฉันเฝ้ารอเวลานี้มาเป็นสิบปี วันที่ฉันได้กลับมาที่นี่ กลับมาเพื่อทำลายทุกชีวิตบนเรือนรัตนะ ให้มันย่อยยับลง เหมือนกับที่พวกแกเคยทำไว้กับฉัน!”

นันทนัชหมดแรงเมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมด จนถึงกับทำปืนร่วงกับพื้น ทิพย์ถลาไปหยิบแล้วเล็งไปที่นันทนัช แต่ไม่ทันลั่นกระสุนก็ต้องล้มลง โดยฝีมือของกฤตพนธ์ที่ตามมาช่วยทันเวลา แต่ถึงกระนั้นทิพย์ก็ยังไม่หมดลมและยกปืนยิงกฤตพนธ์ล้มลง นันทนัชไม่รอช้า คว้าปืนของทหารหนุ่มยิงสวนทันที

ทิพย์ขาดใจตายหลังจากนั้นไม่นาน นันทนัชร้องไห้โฮอย่างไม่อาย แต่เมื่อตั้งสติได้ก็รีบพากฤตพนธ์ส่งโรงพยาบาล ภาพความทรงจำในอดีตที่เขาคอยช่วยเหลือและดูแลเธอตลอดผ่านเข้ามาในหัว เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เธอรู้ใจตัวเองว่าคงตกหลุมรักทหารหนุ่มเข้าให้แล้ว... อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียด้วย

ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยกฤตพนธ์ของนันทนัชทำให้ธีร์ตัดใจได้ในที่สุดและตัดสินใจไปขอแฟนต้าแต่งงาน เพื่อนรักของนันทนัชเล่นตัวพอเป็นพิธีและยอมรับคำขอนั้น เพราะคิดว่าเธอคงเป็นบ้าไปแน่ๆถ้าปฏิเสธผู้ชายที่หลงรักมาตลอด ส่วนกนกกรทึ่งมากเมื่อได้ยินเรื่องราวของทิพย์ เหตุการณ์เลวร้ายมากมายที่ผ่านมาทำให้คิดได้ และยอมหลีกทางให้แก่นันทนัชแต่โดยดี และขอเป็นแค่น้องสาวที่แสนดีของกฤตพนธ์เท่านั้น

แต่นันทนัชกลับไม่เข้าใจหัวใจตัวเอง พยายามผลักไสชายหนุ่มไปให้ไกล โดยยกเรื่องเงินส่วนแบ่งมรดกสิบเปอร์เซ็นต์มาอ้างและส่งให้เขาถึงโรงพยาบาล กฤตพนธ์โกรธมาก เมื่อออกมาได้เลยบุกไปคืนถึงเรือนรัตนะ

“ผมเคยนึกชื่นชมว่าคุณเป็นผู้หญิงแกร่ง ทั้งที่ผ่านเรื่องราวมากมาย ผมเคยอยากปกป้องคุณ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมควรปกป้องตัวเองให้ห่างจากผู้หญิงไม่มีหัวใจอย่างคุณต่างหาก”

นันทนัชต้องทนทุกข์ทรมานใจอย่างหนัก กฤตพนธ์ไม่มาให้เห็นอีกเลยนับแต่วันนั้น กนกกรเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เลยขอลาไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อฟื้นฟูจิตใจ แฟนต้ากับธีร์ก็ไม่นิ่งนอนใจ พยายามกล่อมนันทนัชให้ทบทวนใจตัวเองอีกสักรอบ นันทนัชเลยคิดหนัก ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีใจให้กฤตพนธ์เช่นกัน แต่คำพูดทำร้ายจิตใจของตัวเองก็ทำให้ไม่กล้าสู้หน้าและตัดสินใจกลับไปเรียนต่อ

กฤตพนธ์ต้องสู้กับใจตัวเองอย่างหนักไม่แพ้นันทนัช ยิ่งได้ฟังจากธีร์ว่านันทนัชก็มีใจ ยิ่งตัดใจลำบากขึ้นทุกที สุดท้าย...เมื่อทนไม่ไหวจึงบุกถึงเรือนรัตนะ ทันเวลาเห็นเธอเข็นกระเป๋าเดินทางเตรียมออกจากบ้าน นันทนัชพยายามดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่ง ไม่เข้าใจว่าเขาจะกลับมาทำไม ทหารหนุ่มยิ้มหวานบอกว่ามาทวงส่วนแบ่งหัวใจเธอ

นันทนัชอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อ เขินอายเป็นกำลังเมื่อถูกเขารุกหนักจนหลุดปากบอกรักเขาไปง่ายๆ กฤตพนธ์ดีใจมาก ตะโกนบอกรักเธอเสียงดังแล้วโอบกอดเธอด้วยความรัก...ในที่สุดความรักของเขาก็สมหวังเสียที

ooooooo

–อวสาน–


ละครเรือนริษยา ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านเรือนริษยา ติดตามเรือนริษยา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ทฤษฎี สหวงษ์,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์,รามาวดี นาคฉัตรีย์ 26 มิ.ย. 2557 07:18 2014-06-30T01:19:12+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ