นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ลูกไม้ไกลต้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ไม่นานนัก ชานนท์มายืนเผชิญหน้ากับรสาซึ่งกำลังจัดร้านอยู่กับมธุรสและแตง มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย แล้วลากแขนเธอออกจากร้าน มธุรสได้แต่ยืนงงทำอะไรไม่ถูก เขาลากเธอมาที่มุมปลอดคนสั่งให้เธอไปบอกให้อภิรักษ์เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนที่เขาเรียกว่าแม่เด็ดขาด เธอเป็นคนนอกจะไปพูดแบบนั้น ได้อย่างไร

    “แต่นายรักษ์มันฟังคุณ”

    รสาชักจะไม่พอใจ ถ้าอภิรักษ์ฟังเธอพูดอย่างที่ชานนท์ว่า เธอก็จะบอกเขาว่าแม่ก็คือแม่วันยังค่ำ แม้จะเคยคิดหรือเคยตัดสินใจผิดพลาดมาอย่างไรในอดีต แต่แม่ก็คือผู้มีพระคุณต่อเรา ให้กำเนิดเรามาและไม่มีใครสามารถตัดสายสัมพันธ์นี้ได้ ชานนท์ขัดใจมาก ถ้าเธอไม่ช่วยพูดก็ไม่ต้องมายุ่งเรื่องนี้อีก

    “คุณชานนท์คุณเป็นอะไรของคุณ เกิดอะไรขึ้นค่ะ”

    ชานนท์ไม่ตอบจ้ำพรวดๆออกไปเลย...

    ผ่านไปไม่นาน อภิรักษ์ตามมาที่ร้านเสื้อของรสา เขาคาดไว้ไม่มีผิดว่าชานนท์ต้องบุกมาอาละวาดรสาหลังจากเล่นงานเขามาแล้ว เธองงมาก เกิดอะไรขึ้นกับชานนท์ทำไมอยู่ๆถึงลุกขึ้นมาต่อต้านแม่ตัวเองอีก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะใจอ่อนลงแล้ว อภิรักษ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูท่าว่าครั้งนี้เขาจะโกรธท่านมาก สงสัยเขาคงไปรู้ไปเห็นอะไรมาสักอย่าง ตนอยากจะไปหาแม่ที่บ้าน แต่ท่านไม่ยอมให้ไปจนกว่าท่านจะพร้อมเสียก่อน

    “คุณรสาครับ ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหมครับช่วยไปถามแม่ให้ที่ว่าแม่ได้เจอกับพี่นนท์หรือเปล่า แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ผมอยากรู้จริงๆ”...

    ตั้งแต่กลับจากบ้านแม่ ชานนท์เอาแต่ใจลอย ไม่แตะต้องอาหารแม้แต่น้อย จนศศิกานต์ต้องถามว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เล่าให้เธอฟังได้ เธอยินดีรับฟังทุกเรื่องไม่ว่าดีหรือร้าย

    “ขอบใจจ้ะ”

    ศศิกานต์ยิ้มดีใจคิดว่าเขาจะเปิดใจเล่าความลับคับอกให้ฟัง แต่ต้องผิดหวังเขากลับชวนเธอลงมือกินอาหารกันได้แล้วก่อนที่จะเย็นชืดหมด แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวเหมือนไม่ได้กินมาเป็นอาทิตย์...

    ทั้งมธุรสและบงกชไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักที่รสาจะทำตามที่อภิรักษ์ขอร้อง เพราะถ้าชานนท์รู้เข้าต้องเกิดเรื่องแน่ๆ รสายักไหล่ไม่ยี่หระ เธอไม่สามารถใจดำกับอภิรักษ์ได้

    “ถ้าจะต้องทำเพื่อใครระหว่างคุณรักษ์ที่กตัญญูต่อแม่กับคุณนนท์ ฉันขอเลือกคุณรักษ์นะ”

    ooooooo

    แม่จันถึงกับหน้าเสียเมื่อศศิกานต์ถามว่าผ้าเช็ดหน้าผืนที่เปื้อนเลือดรสาซักออกหรือเปล่า เธอโกหกว่าซักไม่ออกก็เลยว่าจะเอาไปโยนทิ้ง หญิงสาวร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้ทิ้งถึงซักไม่ออก เก็บเอาไว้ใช้เช็ดของก็ได้ แล้วขอผ้าเช็ดหน้าคืน แม่จันจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไรดี โชคดีที่เปรมจิตผ่านมาเจอเสียก่อนถามว่ามีอะไรกัน

    “หนูศศิอยากได้ผ้าเช็ดหน้าผืนที่เปื้อนเลือดคืนค่ะคุณเปรม แต่พี่ว่าจะทิ้งเพราะมันซักไม่ออก”

    “โถลูก กะอีแค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียว ซักไม่ออกก็ทิ้งมันไปเถอะอย่าเสียดายเลยเดี๋ยวแม่ซื้อให้ใหม่ก็ได้” เปรมจิตว่าแล้วโอบบ่าศศิกานต์ออกไป แต่ไม่วายหันมาสบตากับแม่จันอย่างรู้กัน...

    อีกมุมหนึ่งในห้องรับแขก วรรณฤดีกำลังรายงานให้เฉลิมฟังถึงเรื่องที่ลูกค้าต่างชาติที่ได้จากงานจิลเวลรี่แฟร์อยากให้เราส่งแค็ตตาล็อกสินค้าของเราไปให้ดู เขาชมเปาะที่มีลูกมารับช่วงต่องานได้อย่างดี ไม่เหมือนบางบริษัท พอตกทอดถึงมือลูกกิจการก็ตกฮวบ ธัชชัยรีบอวยเมียตัว

    “คุณวรรณเธอเก่งครับคุณพ่อ”

    “ศศิกับธัชก็เก่ง เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญไม่น้อย หน้ากันเลย”

    วรรณฤดีเห็นแม่โอบบ่าศศิกานต์เข้ามาก็แอบหมั่นไส้ เฉลิมบอกให้ลูกสาวคนโตตัดสินใจไปตามที่เห็นสมควรได้เลย ขอตัวไปนอนก่อน แล้วขยับจะลุกขึ้น แต่กลับทรุดลงไปนั่งอย่างเดิม เปรมจิตร้องทักเป็นอะไรหรือเปล่า เขาปวดขาขึ้นมาดื้อๆ ศศิกานต์ขอให้ท่านไปตรวจร่างกายได้แล้ว คราวนี้เธอไม่ยอมให้หนีอีกแล้ว

    “วรรณยิ่งไม่ยอมใหญ่เลยค่ะ วรรณจะพาคุณพ่อไปโรงพยาบาลเอง วรรณไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น วรรณรักคุณพ่อเป็นห่วงคุณพ่อนะคะ อย่าดื้อเลยนะคะคุณพ่อ คราวที่แล้ววรรณนอนไม่หลับเลย”

    “พ่อบอกแล้วไงว่าพ่อไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอก” เฉลิมว่าแล้วลุกขึ้นจะเดินอีกครั้ง แต่กลับเดินไปยากลำบากไม่เหมือนเคย จนเปรมจิตต้องเข้าไปช่วยประคอง ศศิกานต์จะช่วยพยุงอีกข้างแต่โดนวรรณฤดีตัดหน้า เธอได้แต่มองตามพ่อที่ถูกประคองออกไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

    หลังส่งพ่อเข้านอนเรียบร้อย วรรณฤดีเดินนำธัชชัยมาที่ห้องนอนตัวเอง หยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาหมอที่ทำกิฟต์ให้ เพื่อสอบถามว่าทำไมถึงช้านัก เขารีบ คว้ามือถือของเธอไว้ ถ้าเธอร้อนใจ เขาจะโทร.ตามให้พรุ่งนี้ นี่ดึกแล้วเธอควรจะพักผ่อนได้แล้ว จากนั้นประคองเธอไปที่เตียง

    “ถ้าคุณอยากเป็นแม่ คุณก็ต้องทำตัวเองให้แข็งแรง อย่าเครียดรู้ไหมครับ” ธัชชัยจับเธอนอนลงแล้วห่มผ้าให้ พลางยิ้มอ่อนโยน แต่พอหันหลังให้เท่านั้น สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเบื่อหน่ายทันที...

    ธัชชัยรอจนวรรณฤดีหลับไปแล้ว ลอบออกไปโทรศัพท์บอกให้นุกูลไปเร่งหมอให้ที ถ้าเขาทำให้วรรณฤดีท้องเร็วๆนี้ไม่ได้มีหวังเป็นเรื่องแน่ๆ...

    อีกมุมหนึ่งของบ้าน แม่จันยังไม่ทันจะเล่าเรื่องที่เห็นธัชชัยแอบดูศศิกานต์ให้เปรมจิตฟัง สมศรีสาวใช้วิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าฟ้าเป็นอะไรไม่รู้ ปวดท้องจนหน้า ซีดปากเขียว กินยาแล้วก็ไม่ดีขึ้นไม่รู้จะทำอย่างไรดี เปรมจิตวานแม่จันช่วยไปดูให้ด้วย ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ให้พาไปโรงพยาบาล

    ooooooo

    มนัสลุกขึ้นแต่งตัวไปทำงานแต่เช้า ไม่ใช่เพราะขยันแต่ต้องการมาดักรออภิรักษ์เพื่อขอยืมเงิน พอเห็นเขาขับรถเข้ามาจอดหน้าบริษัท ดีใจมากจะวิ่งไปหา แต่ต้องชะงักเมื่อหัวหน้า รปภ.วิ่งมาเปิดประตูรถให้เขาเสียก่อน มนัสรีบหลบแทบไม่ทัน...

    อีกมุมหนึ่งในห้องทำงานของชานนท์ ดำรงค์นำเพชรหลากหลายขนาดมาให้เจ้านายเลือกว่าจะใช้เม็ดไหนใส่หัวแหวนที่พจน์ดีไซน์แบบมาให้ ชานนท์เลือกดูอยู่อึดใจ ก่อนจะผลักถาดกำมะหยีใส่เพชรคืน

    “น้ำไม่สวยสักเม็ด คุณช่วยไปคัดแล้วส่งเข้ามาใหม่นะ”

    ดำรงค์ถึงกับหน้าเสีย หยิบถาดใส่เพชรออกจากห้อง ไม่วายบ่นกับบงกช วันนี้เจ้านายอารมณ์เสียเรื่องอะไรหรือ ตนอุตส่าห์คัดเพชรน้ำดีที่สุดเท่าที่เรามีมาให้เลือก กลับไม่ถูกใจสักเม็ด

    “ก็คงยังไม่ถูกใจบอสจริงๆนั่นล่ะค่ะคุณดำรงค์ ก็แหม บอสจะทำแหวนหมั้นทั้งทีก็คงอยากจะคัดเป็นพิเศษสุดๆ ไม่ให้เสียชื่อบริษัทเราไงคะ”

    ผู้จัดการโรงงานถอนใจหนักใจ ไม่รู้จะไปสรรหาเพชรที่ไหนมาให้เจ้านายเลือกได้อีกแล้วเดินจากไปอย่างเซ็งจัด บงกชได้แต่มองตามไม่รู้จะช่วยอย่างไร จังหวะนั้นมีเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น ชานนท์สั่งให้เธอไปตามอภิรักษ์มาพบตนด้วย บงกชได้ยินเสียงของเจ้านายแล้วทำท่าสยอง

    “อารมณ์แบบนี้มีหวังได้ทะเลาะกันอีกหรอก” ว่าแล้วบงกชถอนใจหนักใจ...

    ตั้งแต่ได้เงินจากอภิรักษ์มาง่ายๆ ผีขี้เกียจเข้าสิงร่างอรุณ วันๆเอาแต่ดื่มเหล้าเมาเปิดเพลงเสียงดังสนั่นซอย กัลยาทนไม่ไหวขอร้องให้เกรงใจคนอื่นบ้างนี่ยังเช้าอยู่เลย กลิ่นเหล้าคลุ้งมาจากตัวเขาจนเธอต้องทักว่าเมาแต่เช้าเลยหรือ เขาตื่นมายังเมาค้างก็เลยต้องดื่มเพื่อถอน

    “แต่ไหงมันไม่ยอมส่างก็ไม่รู้ ต้องไปซื้อมาถอนอีกสักหน่อย คุณทำกับแกล้มไว้นะ” อรุณลุกขึ้นจะไป แต่ทรงตัวไม่อยู่เซไปชนโต๊ะแก้วตกแตกกระจาย แล้วตัวเองก็ล้มไปทับเศษแก้วแขนเหวอะเลือดไหลอาบ...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน อภิรักษ์มาพบกับพี่ชายตามคำสั่งด้วยสีหน้าขุ่นมัวพอๆกัน ชานนท์สั่งให้เขาไปประชุมกับลูกค้าแทนตัวเอง แล้วไล่ให้รีบเดี๋ยวจะสาย อภิรักษ์เห็นพี่ชายอารมณ์บูดก็เลยไม่อยากถามอะไรให้มากความ ได้แต่ทำตามที่เขาสั่ง...

    มนัสซุ่มรออภิรักษ์อยู่หน้าบริษัทนานสองนานเกือบจะถอดใจ แต่เห็นรถของเขาแล่นออกมาเสียก่อนจะรีบวิ่งไปดักหน้า แต่ดันสะดุดขาตัวเองลงไปจับกบกับพื้นเสียก่อน เขาไม่ละความพยายามรีบวิ่งตาม โชคดีที่รถติดไฟแดงทำให้มนัสวิ่งตามจนทัน เคาะกระจกเรียกอภิรักษ์มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย จากนั้นทั้งคู่ไปคุยกันที่ร้านกาแฟข้างทาง มนัสไม่อ้อมค้อม ขอยืมเงินอภิรักษ์ สามหมื่นบาท เนื่องจากเป็นหนี้นอกระบบ พอไม่มีเงินให้ เฮียก็เลยส่งนักเลงบุกไปที่บ้านซ้อมเขากับเมียจนน่วม

    “โดนซ้อมก็แย่แล้วนะครับ แต่นี่พวกมันยังยึดเอากำไลทองที่แม่ให้นัง...เอ่อ สามันเอาไว้ตั้งแต่เด็กๆน่ะครับ นี่ถ้าสามันรู้มันต้องเสียใจมากแน่ๆเลยครับ มันรักของมัน มาก ผมก็เลยอยากขอยืมเงินคุณรักษ์เอาไปจ่ายหนี้ เขาจะได้คืนกำไลทองของสามันมาน่ะครับ พอจะให้ผมยืมได้ไหมครับ”

    อภิรักษ์เห็นแก่รสาก็เลยยอมให้มนัสยืมเงิน เขากลัวเรื่องนี้จะรู้ถึงหูน้องสาว ขอร้องอภิรักษ์อย่าบอกอะไรให้เธอรู้ไม่อย่างนั้นเธอเล่นงานเขาตายแน่ อภิรักษ์ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขาพยักหน้ารับคำ...

    ฝ่ายชานนท์ยังหงุดหงิดเรื่องกัลยาหลอกเอาเงินจากอภิรักษ์ไม่หาย ตั้งใจมั่นจะไม่ยอมให้เธอมาปอกลอกน้องชายตัวเองอีก ผลุนผลันออกจากห้องทำงานโดยไม่ยอมบอกบงกชว่าจะไปไหนกลับเมื่อไหร่

    ooooooo

    รสามาถึงบ้านเช่าของกัลยาตามที่อภิรักษ์ขอร้อง แต่ไม่เจอใคร เห็นเพื่อนบ้านเดินผ่านมา ร้องถามว่ารู้จักคนบ้านนี้ไหม หายไปไหนกันหมด ได้ความว่าไปโรงพยาบาล เธอตกใจใครเป็นอะไรถึงต้องไปที่นั่น

    “ก็คงจะเมานั่นแหละ ไม่ทันถามว่าโดนอะไรมา ฉันไปก่อนนะหนูกำลังรีบ” เพื่อนบ้านเร่งฝีเท้าจากไป รสาเลยไม่รู้ว่ากัลยาไปโรงพยาบาลไหน อาการเป็นอย่างไร...

    ทางด้านกัลยาเห็นโรงพยาบาลหรูที่อรุณสั่งให้พามาหาหมอถึงบ่นอุบทำไมต้องมาที่นี่ด้วย เราจะมีเงินจ่ายค่าหมอหรือ เขากลับบอกหน้าด้านๆว่าถ้าไม่มีเงินก็ให้ไปขออภิรักษ์ เพราะเขาต้องได้หมอดีที่สุดมารักษา หรือเธออยากให้ผัวตัวเองพิการ กัลยาส่ายหน้าไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น...

    ชานนท์กำลังจะไปที่บ้านกัลยา เจอรสาเดินสวนมาแต่ไกลปรี่เข้าถามเสียงห้วนว่ามาที่นี่ทำไม เธออ้างมีธุระส่วนตัวจะคุยกับกัลยา เขาหาว่าเธอเอาเงินจากอภิรักษ์มาให้กัลยาแล้วจะได้ขอส่วนแบ่งที่ผู้หญิงคนนั้นหลอกเอาเงินมาจากลูกตัวเอง รสาไม่อยากคุยกับคนไม่มีเหตุผล ขยับจะเดินหนี เขาไม่ยอมให้ไปคว้าข้อมือเธอซึ่งพยายามดิ้นหนีลากไปที่บ้านของกัลยาด้วยกัน แต่พอมาถึงก็เห็นบ้านปิดเงียบ

    “คุณน้าไม่อยู่ คนแถวนี้บอกว่าคุณน้าไปโรงพยาบาล แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร โรงพยาบาลไหน”...

    มนัสอยากได้แหวนคืนจึงรีบเอาเงินที่ติดหนี้พร้อมดอกเบี้ยไปเคลียร์กับเฮียถึงบ่อนพนัน เฮียรับเงินไปนับได้ครบสามหมื่นบาทจัดแจงเอาเงินใส่ลิ้นชักก่อนจะล็อกกุญแจ มนัสเห็นว่าเรียบร้อยแล้วจัดแจงทวงแหวนคืน

    เฮียทำเป็นไม่รู้เรื่องแหวนอะไร เขาถึงกับร้องอ้าว ชี้หน้าไปที่นักเลงทวงหนี้

    “มันเอาของฉันมาให้เฮีย ฉันเอาเงินมาใช้หนี้เฮียจนครบทั้งต้นทั้งดอกแล้ว ขอแหวนฉันคืนเถอะนะเฮีย มันเป็นแหวนของแม่ฉัน” มนัสอ้อนวอน แต่เฮียยืนกรานไม่รู้เรื่อง พอถูกทวงหนักเข้า เขาหันไปสั่งให้นักเลงลากตัวมนัสไปสั่งสอน มนัสสู้ยิบตาไม่ยอมให้ถูกซ้อมง่ายๆ แต่สู้นักเลงไม่ได้ถูกอัดลงไปกองกับพื้น

    เฮียหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาสวมหน้าตาเฉย แล้วชูขึ้นดูสีหน้าพึงพอใจ มนัสแค้นมากที่เขาคิดจะอมแหวนของตน แต่ไม่สามารถจะทำอะไรได้เพราะยังถูกนักเลงซ้อมไม่หยุด ทันใดนั้นสมุนอีกคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าตำรวจมา วงแตกทันที เฮียสั่งให้สมุนทั้งสอง ของตัวเองไปสกัดตำรวจเอาไว้ก่อน

    มนัสซึ่งบาดเจ็บไม่น้อยค่อยๆปรือตามอง เห็นเฮียไขกุญแจลิ้นชักโกยเงินใส่กระเป๋าถือพร้อมกับเอกสารสำคัญ เขารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ยันตัวลุกขึ้นคว้าของใกล้มือทุบหัวเฮียทรุด

    “อย่าคิดว่าจะทำกูได้ฝ่ายเดียวโว้ย” โวยจบมนัสดึงแหวนออกจากนิ้วเฮียซึ่งยื้อไว้ไม่ให้เอาไป เขาตบเปรี้ยง แล้วรูดเอาแหวนไปจนได้ ด้วยความโลภเขาพยายามจะแย่งกระเป๋าเงิน เฮียไม่ยอมให้ถีบเขากระเด็น แต่ยังไม่ทันจะออกจากห้อง สมุนวิ่งสวนเข้ามาบอกว่าตำรวจบุกมาถึงข้างในแล้วออกทางนี้ไม่ได้ เฮียวิ่งนำสมุนจะไปออกทางประตูหลังโดยไม่สนใจมนัสแม้แต่น้อย ครั้นเปิดประตูออกไปก็จ๊ะเอ๋กับตำรวจที่ดักรออยู่

    ทั้งสี่คนรีบถอยกลับ ตำรวจอีกกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาทางประตูหน้า เฮียกับพวกขัดขืนไม่ยอมให้จับง่ายๆ ระหว่างเกิดชุลมุนย่อยๆขึ้น มนัสรีบมุดเข้าไปซ่อนตัวใต้โต๊ะทำงานของเฮีย สุดท้ายคนร้ายก็ไม่รอดถูกรวบตัวในที่สุด นายตำรวจหัวหน้าชุดจับกุมไม่เห็นใครอยู่ในห้อง ให้สัญญาณลูกน้องเอาตัวพวกนั้นออกไป

    มนัสรอจนแน่ใจว่าทุกคนออกไปหมดแล้ว ค่อยๆ โผล่หัวออกจากที่ซ่อน วิ่งหลบออกจากบ่อน รอดเงื้อมมือตำรวจมาได้หวุดหวิด

    ooooooo

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชานนท์ลากแขนรสากลับมาที่รถของตัวเอง ตะคอกใส่หน้าต้องทำอย่างไรเธอถึงจะเลิกยุ่งกับชีวิตของพวกเราสักที เธอไม่ได้อยากจะยุ่งด้วยแต่ที่ต้องมาที่นี่ก็เพราะอภิรักษ์ขอร้องให้มา พอรู้สึกตัวว่าเผลอพูดมากรีบหุบปากเงียบ ชานนท์ซักไม่เลิกอภิรักษ์ให้เธอมาที่นี่ทำไม รสาตัดรำคาญยอมเปิดปาก

    “ให้มาถามคุณน้าว่าได้พบกับคุณหรือเปล่าแล้วมันเกิดอะไรขึ้นอีก คุณถึงได้โมโหโกรธาจะให้คุณรักษ์ตัดขาดกับคุณน้ากัลยาให้ได้”

    ชานนท์ข้องใจในเมื่ออภิรักษ์อยากรู้เหตุผลทำไมไม่มาถามจากตน รสาตั้งข้อสังเกตอภิรักษ์คงรู้ว่าถามแล้วไม่ได้อะไรก็เลยไม่รู้จะถามให้เมื่อยปากทำไม ถ้าชานนท์ไม่มีธุระอะไรกับเธอแล้ว เธอขอตัวกลับก่อน แล้วขยับจะลงจากรถ เขาดึงตัวเอาไว้แล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

    อาการของอรุณหนักพอสมควรแก้วบาดเอ็นที่แขนขาด ต้องใช้เวลารักษานาน แผลหายแล้วต้องทำกายภาพอีกด้วย เขารู้ดีว่าไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลยุให้กัลยาไปขอเงินอภิรักษ์มาอีกหนึ่งแสนบาท เผื่อเอาไว้ เธอจะลองไปขอลูกดู แต่ไม่รู้จะให้หรือเปล่าเงินตั้งเยอะ อรุณสวนทันที

    “เงินแค่แสนเดียว ขี้ปะติ๋วสำหรับเศรษฐีขนาดนั้น คุณรักษ์ให้คุณแน่ ถ้าคุณบอกคุณรักษ์ว่าคุณป่วย”

    กัลยานิ่งอึ้งไปชั่วขณะเพราะคิดตามอรุณไม่ทัน พอคิดได้ก็ยิ้มพอใจกับแผนการของเขา...

    ฝ่ายมนัสกลับบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดีแถมพูดจาภาษาดอกไม้กับอรทัยซึ่งงงมากเพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้...

    ในเวลาต่อมา ชานนท์ขับรถมาส่งรสาที่หน้าร้านเสื้อ เธอขอบคุณเขาที่อุตส่าห์มาส่ง ยกมือไหว้แล้วลงจากรถ เขามองตามอึดใจก่อนจะขับรถออกไป ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าศศิกานต์ซึ่งกำลังจะมาที่ร้านเสื้อ ยืนมองเหตุการณ์โดยตลอดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปไหนกันมา...

    ด้วยความที่อยากให้เรื่องของพ่อตัวเองกับรสากระจ่าง ศศิกานต์จึงมาขอร้องรสา ถ้าวันไหนพ่อของตนยอมไปตรวจสุขภาพ ตนอยากให้เธอไปด้วย จะได้ตรวจดีเอ็นเอด้วยกันไปเลย

    “ฉันน่ะพร้อมเสมอที่จะพิสูจน์ความจริง แต่ไม่ใช่เพื่อตัวฉันหรอกนะคะ ฉันทำเพื่อแม่ ถึงแม้ผลออกมาจะเป็นอย่างไร ฉันก็จะขออยู่ในที่ของฉัน ว่าแต่ท่านละคะพร้อมหรือเปล่า ฉันว่าคุณศศิคงต้องกลับไปพูดให้ท่านเข้าใจมากกว่าจะมาพูดกับฉันนะคะ”

    ศศิกานต์พยักหน้าเป็นทำนองเห็นด้วย แล้วขอตัวกลับก่อน...

    เฉลิมรู้สึกพักนี้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง มักจะเหนื่อยๆเพลียๆบ่อยครั้ง เหมเพื่อนของเขาก็เลยแบ่งยาดองบำรุงสุขภาพมาให้หนึ่งโหลใหญ่ เปรมจิตไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แนะให้ไปหาหมอตรวจสุขภาพน่าจะดีกว่ามากินยาดองพวกนี้ ไม่รู้จะแสลงอะไรหรือเปล่า

    “โธ่...ผมไม่ได้เป็นอะไรหรอกน่าก็แค่มันแก่ลงไม่ได้เป็นหนุ่มๆเหมือนเมื่อก่อน มันก็ต้องมีอ่อนเพลียบ้างเป็นธรรมดา คุณเหมเขารับรองว่ายาดองตัวนี้ดีจริงๆเขาเองก็กิน...พี่จันรินให้ฉันกินก่อนนอนวันละเป๊กนะ”

    ooooooo

    เย็นวันเดียวกันที่บ้านของสามสาว อภิรักษ์ทั้งตกใจทั้งเป็นห่วงเมื่อรู้จากรสาว่าแม่เข้าโรงพยาบาล อยากจะไปเยี่ยมแต่ไม่รู้ว่าอยู่โรงพยาบาลไหน ระหว่างนั้น กัลยาโทร.เข้ามือถือของเขา ขอเงินหนึ่งแสนบาทอ้างว่าจะต้องเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเขาตอบตกลงทันทีจะให้เขาเอาเงินไปให้ท่านที่ไหน

    กัลยาจะให้รสาเป็นคนเอาเงินมาให้ อภิรักษ์เห็นเธออยู่ตรงนี้พอดี บอกให้แม่คุยกันเอาเองเลยแล้วยื่นมือถือให้เธอ กัลยาบอกให้รสาเอาเงินไปให้ที่โรงพยาบาลวันพรุ่งนี้ กำชับว่าเธอต้องมาคนเดียว อย่าให้อภิรักษ์มาด้วย รสารับคำ วางสายแล้วส่งมือถือคืนเจ้าของ

    “ผมไม่เข้าใจทำไมแม่ไม่อยากให้ผมไปเจอ ผมรู้สึกว่าแม่เอาเรื่องแฟนของแม่มาอ้างตลอด”

    “คุณน้าท่านคงมีเหตุผลของท่านนะคะ พรุ่งนี้ฉันเอาเงินไปให้ท่านแล้วก็คงจะรู้เหตุผลนั้น”

    “งั้นผมต้องรบกวนคุณรสาอีกครั้งแล้วล่ะครับ”...

    พาณิชถึงกับร้องอ้าวเมื่อรู้ว่าชานนท์ยังไม่ได้วางแผนจัดงานทั้งที่เตรียมทำแหวนหมั้นเอาไว้แล้ว เขาอ้างงานที่บริษัทช่วงนี้ยุ่ง พาณิชตำหนิงานจะยุ่งอย่างไร เขาก็ต้องรู้จักแบ่งเวลางานกับเรื่องส่วนตัวให้ได้ อภิรักษ์กลับมาถึงบ้านพอดี พาณิชชวนมานั่งด้วยกันก่อน กำลังคุยกับชานนท์เรื่องงานหมั้นศศิกานต์อยู่

    “พี่นนท์จะหมั้นวันไหนครับ ผมจะได้บอกแม่ เพราะผมคิดว่าพ่อแม่ควรได้อยู่ร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของลูกนะครับ” อภิรักษ์จงใจยั่วประสาทพี่ชายซึ่งได้ผลดีเกินคาด ชานนท์ปรี๊ดแตกทันที ไม่คุยอะไรกับใครทั้งนั้น ขอตัวก่อนแล้วลุกออกไปเลย พาณิชมองตามงงๆก่อนจะหันมาถามอภิรักษ์ว่ามีอะไรกัน

    “ก็เรื่องแม่นั่นแหละครับพ่อ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพี่นนท์ถึงได้โกรธแม่ขึ้นมาอีก”...

    ฝ่ายชานนท์เดินเข้าห้องตัวเองอย่างหงุดหงิดบอกไม่ถูกว่านอกจากเรื่องแม่และเรื่องศศิกานต์แล้ว ยังมีบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรซ่อนอยู่ลึกๆในจิตใจซึ่งทำให้สับสนว้าวุ่นใจไปหมด...

    ศศิกานต์เองก็ว้าวุ่นใจไม่แพ้ชานนท์เช่นกัน แอบมานั่งจมอยู่กับความคิดเรื่องของชายคนรักกับรสาไม่เห็นว่าธัชชัยแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยสายตาลุ่มหลง เธอสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป ถึงได้เห็นธัชชัยยืนจ้องตัวเองอยู่ เขารีบเดินเข้ามานั่งข้างๆถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าท่าทางดูกังวล

    “ไม่มีอะไรค่ะ แค่นั่งคิดอะไรเพลินไปหน่อย” พูดจบศศิกานต์จะลุกขึ้น ธัชชัยคว้ามือไว้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอต้องทะเลาะกับชานนท์แน่ๆ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจเล่าให้เขาฟังก็ได้ ศศิกานต์แกะมือเขาออก

    “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ศศิกานต์ยิ้มให้อย่างสุภาพแล้วผละจากไป ธัชชัยมองตามตาละห้อย แล้วยกมือข้างที่จับมือเธอเมื่อครู่ขึ้นมาสูดดมกลิ่นของเธอที่ยังหลงเหลือเกิดอารมณ์ขึ้นมาทันที จากนั้น เขาไประบายความใคร่กับวรรณฤดีซึ่งปริ่มเปรมมาก ไม่ล่วงรู้เลยว่าระหว่างที่มีอะไรกัน เขาจินตนาการว่าเธอคือศศิกานต์

    ที่ห้องอาหารภายในบ้านของเฉลิม ขณะทุกคนกำลังกินมื้อเช้าร่วมกัน ธัชชัยทำเป็นนึกอะไรขึ้นมาได้ หันบอกวรรณฤดีว่าลืมหยิบเอกสารลงมา ขอขึ้นไปเอาก่อน แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป เฉลิมเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของลูกสาวคนโตอดทักไม่ได้ทำไมเช้านี้ดูมีความสุข มีอะไรหรือเปล่า

    “เปล่าค่ะคุณพ่อ ก็แค่...ได้นอนเต็มอิ่มเท่านั้นเอง”

    “เออดีๆ แต่ถ้าวันไหนวรรณนอนไม่หลับ มาแบ่งยาดองพ่อไปกินก็ได้ กินแล้วนอนหลับสนิททั้งคืนเลย”...

    ด้านธัชชัยเดินผ่านห้องศศิกานต์แล้วชะงัก มองซ้ายแลขวาไม่เห็นใครอยู่แถวนั้น รีบผลุบเข้าไปในห้อง แต่แง้มประตูไว้เผื่อขากลับจะได้ผลุบออกมาง่ายหน่อย แล้วตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้า จับชุดของศศิกานต์ขึ้นมาดอมดมสีหน้าหื่นสุดๆ โดยไม่ล่วงรู้ว่าวรรณฤดีทำอาหารหกรดเสื้อกำลังจะขึ้นมาเปลี่ยนตัวใหม่ที่ห้องของเธอ ธัชชัยย่ามใจเปิดลิ้นชักตู้เสื้อผ้าเห็นชุดในของศศิกานต์อยู่เต็มไปหมด มองอย่างตื่นเต้น

    “ขอเอาไปเป็นที่ระลึกสักชิ้นนะครับคุณศศิ จะเอาอะไรดีนะคุณศศิถึงจะไม่ทันสังเกตว่าของหายไป” ค้นไปค้นมา ธัชชัยบังเอิญทำของตกพื้นเป็นจังหวะที่วรรณฤดีเดินผ่านพอดี เธอชะงักฝีเท้ามองกลับไปที่ห้องน้องสาวเห็นประตูแง้มอยู่ก็เลยเดินมาดู ได้ยินเสียงกุกกักในห้อง ค่อยๆผลักประตูเข้าไปช้าๆ ธัชชัยเหลือบเห็นก็หน้าตาตื่นรีบเข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้า งับประตูตู้ตามหลังแต่ไม่สนิท

    วรรณฤดีไม่เห็นใครในห้องจะกลับออกไป แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นชุดชั้นในของน้องสาวที่ธัชชัยทำตกไว้ เธอเก็บขึ้นมาวางบนเตียง แล้วเห็นประตูตู้เสื้อผ้าปิดไม่สนิท ทีแรกจะเดินไปปิดให้แต่แล้วเปลี่ยนใจเบ้ปากเป็นทำนองธุระไม่ใช่ ก่อนจะเดินออกไป ธัชชัยถอนใจโล่งอก ค่อยๆออกจากตู้เสื้อผ้าโดยไม่ลืมจัดข้าวของในตู้ให้อยู่สภาพเดิม รีบออกจากห้อง เช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้า จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องของวรรณฤดี ยังไม่ทันจะเปิดประตู เจ้าของห้องในเสื้อผ้าชุดใหม่เปิดประตูผลัวะออกมาเสียก่อน

    “ธัช...คุณไปไหนมา”

    เขาโกหกหน้าตาเฉยว่าไปเปิดหน้าต่างให้นก มันบินเข้ามาในบ้านชนกระจกจนปากเลือดออก วรรณฤดีถึงบางอ้อ ด้วยเหตุนี้นี่เองถึงไม่เห็นเขาในห้องแล้วเอกสารที่จะขึ้นมาหยิบอยู่ไหน

    “กำลังจะมาเอานี่ล่ะครับ”

    วรรณฤดีเร่งให้เขาไปหยิบโดยไม่ติดใจสงสัยแม้แต่น้อย...

    ทางด้านชานนท์คิดมากเรื่องที่ทะเลาะกับรสาเมื่อวาน ตั้งใจมั่นจะทำให้เธอเห็นกับตาตัวเองว่าทำไมเขาถึงต้องให้อภิรักษ์ตัดขาดจากผู้หญิงคนนั้น รีบบึ่งรถไปหาเธอทันที ครู่ต่อมา ชานนท์ยังไม่ทันจะจอดรถหน้าบ้านสาวๆ เห็นบงกชขับรถออกมาเสียก่อน มีมธุรสกับรสา นั่งมาด้วย เขารีบขับรถตาม พอถึงป้ายรถเมล์ บงกชจอดรถให้รสาลง ชานนท์กำลังจะเคลื่อนรถไปหา แต่เธอขึ้นรถแท็กซี่ไปเสียก่อน

    ooooooo

    ไม่นานนักรสามาถึงโรงพยาบาลที่กัลยานัดให้มาพบ โดยไม่รู้ว่าถูกชานนท์สะกดรอยตาม เขาพยายามเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเพื่อจะได้ยินทั้งคู่คุยกัน รสาถามกัลยาด้วยความเป็นห่วงว่าป่วยเป็นอะไร เธอตีหน้าเศร้า โกหกว่าป่วยหลายโรค ถึงต้องใช้เงินจำนวนมาก ชานนท์ที่แอบฟังอยู่เห็นท่าทางเธอแล้วหลงคิดว่าป่วยจริงๆ

    “คุณรักษ์เป็นห่วงคุณน้ามากเลยนะคะ ทำไมคุณน้า ถึงไม่ยอมให้คุณรักษ์มาพบคุณน้าที่นี่ล่ะคะ”

    “น้าทั้งโทรมทั้งเจ็บป่วย น้าไม่อยากให้รักษ์เห็นแม่ในสภาพแบบนี้หรอก แล้วรักษ์ให้เงินมารึเปล่าจ๊ะ”

    รสาหยิบซองใส่เงินหนึ่งแสนบาทให้ กัลยารับมาถือไว้ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ฝากเธอไปบอกเขาด้วยว่าขอบใจ มาก รสาอวยพรให้กัลยาหายไวๆ แล้วขอตัวกลับก่อน จากนั้นทั้งคู่แยกย้ายกันไปคนละทาง ชานนท์อยากรู้ว่าแม่ป่วยเป็นอะไร ตัดสินใจเดินตาม ครู่ต่อมา กัลยากลับมาที่ห้องพักฟื้นของอรุณที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเพิ่งเสร็จเตรียมจะกลับบ้าน ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นชานนท์ค่อยๆแง้มประตูห้องแอบฟัง

    กัลยาชูซองใส่เงินหนึ่งแสนบาทอวดให้อรุณดู เขาจะคว้ามันไปจากมือแต่เธอเอาหลบไว้ข้างหลังได้ทัน จะไม่ยอมให้เขาเอาเงินไปถลุงอีก คราวนี้ต้องใช้เงินระมัดระวังมากขึ้นเพราะกว่าจะได้มาลำบากแทบตาย อรุณไม่เห็นจะลำบากตรงไหน แค่เธอพูดคำเดียว อภิรักษ์ก็ให้คนเอาเงินแสนมาส่งให้ถึงที่แล้ว

    “แต่ก่อนที่จะได้เงินแสน ฉันก็ต้องเล่นบทโศกต้องแกล้งทำตัวโทรมๆให้หนูสาเชื่อว่าฉันเป็นคนป่วยซะเอง รักษ์เชื่อหนูสาอยู่แล้ว” คำพูดของกัลยาทำให้ชานนท์โกรธจัด ผลักประตูพรวดเข้าไปเล่นเอาทั้งคู่ตกตะลึง

    “ผมไม่นึกเลยว่าเพราะเงินตัวเดียวทำให้ทำกันได้ถึงขนาดนี้ หลอกลูกตัวเองอย่างไม่นึกระอาย คุณไม่สมควรจะเป็นแม่ใครเลย” ไม่ตำหนิเปล่า ชานนท์เข้าไปจ้องหน้ากัลยาอย่างแค้นใจสุดๆ อรุณกลัวเขาจะเอาเงินคืนรีบคว้าจากมือกัลยาไปซ่อนไว้ข้างหลังตัวเอง ชานนท์มองท่าทางหิวเงินของเขาด้วยความสมเพช

    “นนท์ อย่าบอกรักษ์นะลูก”

    “อย่ามาเรียกผมว่าลูก ผมไม่มีแม่มานานแล้วและถ้าจะไม่ให้ผมบอกเรื่องนี้กับนายรักษ์ อยากให้นายรักษ์จำแต่ภาพแม่ที่แสนดีต่อไป คุณสองคนต้องรับปากว่าจะไม่ติดต่อกับนายรักษ์อีก รับปากสิ”

    ก้ลยารับปากอย่างว่าง่าย ชานนท์ถลึงตาใส่อรุณแล้วเดินหัวเสียจากไป เธออยากจะตามไปอธิบาย แต่รู้ดี พูดอะไรไปตอนนี้เขาคงไม่ฟัง จำต้องปล่อยเลยตามเลย

    ฝ่ายชานนท์ขับรถกลับออฟฟิศด้วยความแค้นแน่นอก ทุบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์ ไม่ทันเห็นรถที่เลี้ยวออกจากซอย เขาหักรถหลบกะทันหัน รถเสียการควบคุมพุ่งชนต้นไม้ข้างถนน ชานนท์ถึงกับหมดสติ

    ooooooo

    ที่บริษัทเพชรของชานนท์ ระหว่างที่รสาโทร.มาบอกอภิรักษ์ว่าเอาเงินไปให้กัลยาเรียบร้อยแล้ว บงกชวิ่งหน้าตื่นเข้าแจ้งว่าชานนท์ประสบอุบัติเหตุรถชน เขาตกใจมากละล่ำละลักบอกรสา

    “แค่นี้ก่อนนะครับ พี่นนท์รถชน”

    รสาตกใจไม่แพ้กันพยายามร้องเรียกอภิรักษ์เพื่อจะถามรายละเอียดแต่เขาวางสายไปเสียก่อน...

    ขณะที่อภิรักษ์รีบรุดไปยังโรงพยาบาลที่ชานนท์ถูกนำตัวไปส่ง หมอทำกิฟต์โทร.มาตามวรรณฤดีกับธัชชัยให้ไปพบที่ศูนย์การแพทย์...

    อาการบาดเจ็บของชานนท์ไม่หนักหนาอะไร แค่มีแผลแตกที่หน้าผากกับรอยฟกช้ำตามตัว หมออนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ ทั้งอภิรักษ์ พาณิชกับบงกชต่างพากันโล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไรมาก โดยเฉพาะพาณิชเตือนให้เขาทำงานให้น้อยกว่านี้หน่อย งานไม่สำคัญเท่าชีวิตของเรา ชานนท์พยักหน้ารับคำ

    “แต่พี่นนท์ก็ยังห่วงงาน พ่อดูสิครับ พี่นนท์ยังให้คุณบงกชเอางานตามมาให้ที่บ้านด้วย”

    บงกชเอาแฟ้มงานวางให้บนโต๊ะก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ ระหว่างนั้นศศิกานต์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามชานนท์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วกุลีกุจอเข้าไปดูแล...

    ตั้งแต่กลับจากหาหมอทำกิฟต์ วรรณฤดีเอาแต่พร่ำเพ้อว่าวันนี้เป็นวันที่มีความสุขมากที่รู้ว่าตัวเองจะได้มีลูกเหมือนกับคนอื่น ธัชชัยรีบสวมรอยทันที เคยบอกเธอแล้วว่าเรามีลูกได้ในเมื่อเธอก็ไม่ได้เป็นหมัน เขาก็ไม่ได้เป็นหมัน แต่เราสองคนอาจจะเครียดเรื่องงานมากไปก็เลยทำให้มีลูกยาก

    “ก็คงจะจริงนะธัช...เอ่อ แต่ธัชอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครในบ้านนะ ฉันอยากจะรอจนกว่ากระบวนการของหมอเสร็จสิ้นก่อน ถึงเวลานั้นแล้วเราค่อยบอกคนอื่นๆ...หลานชายคนแรกของครอบครัว คนที่คุณพ่อออกปากแล้วว่าจะให้มรดกมากที่สุด ส่วนมรดกที่เหลือก็จะเป็นของฉัน คุณแม่แล้วก็ยัยศศิแค่นั้น คนอื่น หน้าไหนก็ไม่เกี่ยว” วรรณฤดีสีหน้ามีความสุขเมื่อคิดถึงเรื่องนี้โดยไม่สนใจความรู้สึกของธัชชัยแม้แต่น้อย...

    หลังจากดูแลชานนท์จนหลับไปเรียบร้อย ศศิกานต์ลงมาสมทบกับพาณิชและอภิรักษ์ที่นั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก พาณิชขอบใจเธอมากที่มาช่วยดูแลชานนท์ให้ แล้วชวนเธอคุยเรื่องที่ลูกชายสั่งทำแหวนหมั้น เธอแปลกใจ มาก เพราะเขาไม่พูดถึงเรื่องนี้ให้ฟัง พาณิชอยากรู้ว่าเธอพร้อมจะหมั้นกับชานนท์หรือเปล่า ศศิกานต์รีบออกตัว เรื่องนี้จะถามเธอคนเดียวไม่ได้ต้องถามชานนท์ด้วย พาณิชชะงัก พูดแบบนี้เหมือนกับชานนท์กำลังว่อกแว่ก ศศิกานต์นึกถึงรสาขึ้นมาในทันใด เหลือบมองอภิรักษ์แว่บหนึ่ง ก่อนจะกลบเกลื่อน

    “ศศิหมายความว่าพี่นนท์อาจจะยังไม่พร้อมหมั้นตอนนี้เพราะเห็นยังวุ่นกับเรื่องงานอยู่”

    “เอ้า...แต่ถ้านนท์พร้อมหนูศศิก็พร้อมนะ”

    “ค่ะ...คุณลุง” ศศิกานต์รับคำเสียงเบาเกือบจะเป็นกระซิบ...

    ในขณะที่อภิรักษ์ขับรถพาศศิกานต์ไปส่งบ้าน เธออยากรู้ว่าเรื่องระหว่างเขากับรสาไปถึงไหนกันแล้ว เขายอมรับว่าไม่ก้าวหน้า แต่อย่างน้อยเราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ศศิกานต์ซักอีกว่ารสาไม่ได้มีคนอื่นใช่ไหม

    “ก็ไม่เห็นมีนะ วันๆทำแต่งาน แล้วก็วุ่นวายเรื่องงานศพแม่กับ เอ่อ...คุณอาเฉลิมอย่างที่เรารู้ๆกันอยู่น่ะ แล้วศศิคิดอย่างไร ถ้าคุณรสาจะเป็นลูกอีกคนหนึ่งของคุณอาเฉลิมน่ะ”

    ศศิกานต์ยินดีมากถ้ารสาจะมาเป็นน้องสาว อภิรักษ์แกล้งแหย่แล้วไม่กลัวรสาจะมาแย่งสมบัติหรือ เธอไม่กลัว ของอะไรที่เป็นของเราก็ต้องเป็นของเราอยู่วันยังค่ำ แต่ถ้าของอะไรที่ไม่ใช่ของเรา สุดท้ายแล้วเราก็คงจะยื้อแย่งเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี อภิรักษ์ชมเปาะว่าเธอเป็นคนมีจิตใจดี เขาดีใจที่จะมีเธอมาเป็นพี่สะใภ้ ศศิ

    กานต์ ยิ้มรับแต่ลึกๆแล้วไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้เป็นสะใภ้บ้านนี้จริงหรือเปล่า

    ooooooo

    บงกชมาถึงที่ทำงานแต่เช้าเหมือนเคย แต่ปรากฏว่าเจ้านายมาถึงก่อน เธอเข้ามาทักหายดีแล้วหรือ เขาน่าจะหยุดพักอีกสักวันหนึ่งก่อน

    “ไม่ล่ะ ขนาดไม่หยุดงานยังกองท่วมเลย”

    “บอสจะรับชาหรือกาแฟไหมคะ”

    ชานนท์ส่ายหน้าแทนคำตอบ แล้วนั่งใจลอยคิดถึงเรื่องของกัลยาไม่สนใจอะไรอีก...

    ฝ่ายรสารู้จากบงกชว่าวันนี้ชานนท์อยู่ที่ทำงานทั้งวันไม่มีนัดกับใครที่ไหน จัดแจงส่งกระเช้าผลไม้มาเป็นของเยี่ยม เขามองของเยี่ยมที่เลขาฯเอามาวางให้ตรงหน้า แล้วผลุนผลันออกไป ในเวลาต่อมา ชานนท์มายืนอยู่ตรงหน้ารสาที่กำลังจัดร้านเสื้อของตัวเองกับมธุรสและแตงผู้ช่วยคนใหม่ ชวนเธอไปกินกาแฟด้วยกัน อ้างมีเรื่องจะคุยด้วย ครั้นมาถึงร้านกาแฟ เขากลับนิ่งเงียบจนรสาต้องทวงถามว่ามีเรื่องอะไรถึงสละเวลางานอันมีค่าของเขามาหาเธอถึงที่นี่ เขาแค่จะมาบอกว่าเธอกับอภิรักษ์กำลังโดนกัลยาหลอก

    “เมื่อวานผมตั้งใจจะไปหาคุณแล้วพาคุณไปบ้านผู้หญิงคนนั้น จะได้เห็นว่าผู้หญิงที่พวกคุณสงสารกันนักหนานั่นเป็นคนอย่างไรกันแน่ แต่พอดีคุณออกจากบ้านมาก่อน ผมก็เลยตามคุณไปจนถึงโรงพยาบาล ผมเห็นคุณเอาเงินให้เธอ ผมเห็นและได้ยินทุกอย่าง แต่คุณไม่ได้เห็นหรือได้ยินอย่างผม คุณถึงไม่รู้ว่าถูกเธอหลอก เธอไม่ได้ป่วยอย่างที่บอกคุณหรอกนะ คนที่ป่วยคือชู้ของเธอต่างหาก แต่เธอต้องบอกนายรักษ์ว่าเธอเป็นคนป่วยเพื่อให้นายรักษ์สงสารและให้เงินเธอ”

    หญิงสาวไม่เชื่อว่ากัลยาจะทำอย่างนั้น ชานนท์ยืนยันว่าเป็นความจริง ถ้าไม่เชื่อจะพาไปดูให้เห็นกับตา รสาแย้งถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาว่าทำไมถึงไม่พาอภิรักษ์ไปที่นั่นแทนที่จะเป็นเธอ ชานนท์ไม่อยากทำให้น้องเสียใจ แต่ถ้ารสาเป็นคนบอกให้อภิรักษ์เลิกสนใจกัลยา เขาต้องเชื่อเธอเพราะเขารักเธอ

    “พอทีเถอะค่ะ ฉันเหนื่อยกับเรื่องของพวกคุณเต็มทีแล้ว เรื่องของฉันเองก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว ฉันขอตัวค่ะ” รสาลุกออกไปเลย ชานนท์ขยับจะตาม แต่แล้วเปลี่ยนใจ รู้ดีว่าตามไปพูดอะไรตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์...

    ทันทีที่เห็นรสากลับมาถึงร้านเสื้อ มธุรสปรี่เข้าไปถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เธอส่ายหน้าเซ็งก่อนจะบอกว่าเรื่องเดิมเรื่องของกัลยา ชานนท์บอกกับเธอว่ากัลยาโกหกคำโตว่าป่วยเพื่อจะหลอกเองเงินจากอภิรักษ์ มธุรสงง ในเมื่อรสาก็เห็นกับตาตัวเองแล้วว่ากัลยาป่วยเข้าโรงพยาบาลจริงๆ แล้วทำไมชานนท์ถึงคิดอย่างนั้น

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันไม่อยากคิดเรื่องคนอื่นแค่เรื่องตัวเองก็ปวดหัวจะแย่แล้ว อีกไม่นานฉันจะต้องเผาแม่แล้ว ถ้าท่านไม่มาขอขมาแม่ ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ที่แน่ๆฉันคงเสียความรู้สึกกับตัวเองไปตลอดชีวิต”...

    ยาดองสุขภาพดูเหมือนจะไม่ได้ผล เฉลิมยังอ่อนเพลียปวดเนื้อปวดตัวต้องให้เปรมจิตช่วยบีบนวดให้ ระหว่างนั้นแม่จันโผล่หน้ามาสบตากับเธอพร้อมกับซองเอกสารจากแล็บในมือ เปรมจิตพยักหน้ารับรู้ บอกให้เฉลิมนอนพักไปก่อน แล้วพาแม่จันไปยังมุมปลอดคน เอาซองเอกสารมาเปิดดู ถึงกับอึ้ง แม่จันร้อนใจไปด้วย

    “เขาว่ายังไงคะคุณเปรม”

    “รสา...เป็นลูกของท่านจริงๆ!!”

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "อำพน" สารภาพรัก "น้ำพิงค์" ทำคนดูฟินกระจาย ละคร "กระเช้าสีดา" เรตติ้งปัง

    "อำพน" สารภาพรัก "น้ำพิงค์" ทำคนดูฟินกระจาย ละคร "กระเช้าสีดา" เรตติ้งปัง
    21 ต.ค. 2564

    11:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 12:54 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์