นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ลูกไม้ไกลต้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    บงกชกับมธุรสต่างร้องเอะอะด้วยความตกใจเมื่อรู้จากรสาว่ามนัสต้องการเงินสองแสนบาทเพื่อแลกกับแหวนวงนั้น สองสาวอยากช่วยเพื่อนรักใจจะขาดแต่ตัวเองมีเงินไม่มากพอเพราะเพิ่งเอาเงินสะสมมาลงขันทำร้านเสื้อแห่งนี้ บงกชแนะให้รสายืมเงินจากอภิรักษ์ก่อน เงินแค่นี้สำหรับเศรษฐีอย่างเขา
    ไม่น่าจะมีปัญหา

    “ไม่ได้กช ฉันไม่มีหน้าไปรบกวนคุณรักษ์ขนาดนั้นหรอก ต่อให้เขาให้โดยไม่ถามว่าจะเอาไปทำอะไร แต่ยืมมาแล้วฉันก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้คืนเขา ที่สำคัญถ้าพี่ชายเขามารู้เข้า เขาจะยิ่งเข้าใจฉันผิด ปัญหาที่มีกันอยู่ตอนนี้มันจะยิ่งบานปลายเข้าไปอีกน่ะสิ”

    มธุรสยังคาใจไม่หายอภิรักษ์รู้เรื่องแม่ของเขาได้อย่างไรถ้ารสาไม่ได้เป็นคนบอก เจ้าตัวก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองถามเขาดูว่าไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน...

    ทั้งเปรมจิต ศศิกานต์กับเฉลิมและแม่จันต่างดีใจที่รู้ว่าธัชชัยไม่ได้เป็นหมัน โดยเฉพาะเฉลิมเร่งให้สองผัวเมียมีหลานชายให้ตนเองไวๆ อยากจะอุ้มหลานก่อนตาย เปรมจิตขอร้องอย่าพูดอะไรเป็นลาง เขายังแข็งแรงอยู่เลย วรรณฤดีรีบเข้าไปประจบพ่อ สัญญาจะทำทุกวิถีทางให้ท่านได้อุ้มหลานชายคนแรกของครอบครัวให้ได้

    “จริงนะ...อย่าให้ศศิแซงหน้าได้ล่ะ” เฉลิมพูดติดตลก แต่วรรณฤดีไม่ขำด้วย

    “ศศิจะแซงหน้าวรรณได้ยังไงล่ะคะคุณพ่อ ศศิยังไม่ได้แต่งงาน แล้วยิ่งตอนนี้คุณนนท์ดูจะมีลับลมคมในอะไรก็ไม่รู้ วรรณกลัวน้องจะเสียคนรักให้ผู้หญิงอื่นก่อนจะได้แต่งน่ะสิคะ”

    “ถ้าศศิจะต้องเสียพี่นนท์ไป ศศิก็ยอมรับค่ะ แล้วถ้ารสาไม่ใช่ใครอื่นแต่อาจจะเป็นน้องสาวอีกคนหนึ่งของศศิ

    ศศิก็ยินดีค่ะ” คำพูดของศศิกานต์ทำเอาอึ้งกันทั้งบ้าน...

    ระหว่างรสากำลังเก็บกวาดร้านเสื้ออยู่ตามลำพัง อภิรักษ์โทร.มานัดกินข้าวพรุ่งนี้เที่ยง เธออยากจะเจอเขาอยู่พอดี ก็เลยนัดให้ไปที่ร้านอาหารใกล้ๆบริษัท

    ของเขา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเทียวรับเทียวส่งเธอ

    “อืมก็ได้ครับ ช่วงนี้กำลังยุ่งพอดี เพราะใกล้จะถึงงานจิวเวลรี่แฟร์แล้ว งั้นพรุ่งนี้เที่ยงเจอกันครับ”

    ooooooo

    ณ ร้านอาหารซึ่งเป็นสถานที่นัดพบ หลังจากได้พูดคุยกันทำให้รสารู้ว่าอภิรักษ์รู้เรื่องแม่ตัวเองก็เพราะท่านเป็นฝ่ายมาดักรอเขาที่หน้าบ้าน และการเจอกันครั้งนี้เป็นสาเหตุให้เขากับชานนท์ทะเลาะกันใหญ่โต

    “คุณนนท์ไปโวยวายกับฉันถึงร้านเหมือนกันค่ะ โทษว่าฉันเป็นคนบอกคุณเรื่องคุณน้ากัลยา ใช่ค่ะ ฉันรู้เรื่องคุณน้ากัลยา แต่ไม่ได้บอกคุณ เพราะฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี”

    อภิรักษ์ขอโทษเธอแทนพี่ชายของเขาด้วย

    รสาไม่ถือโทษโกรธอะไร แค่อยากรู้ว่าเขาให้อภัยแม่ตัวเองแล้วใช่ไหม อภิรักษ์ไม่เคยโกรธท่านเพราะ

    ไม่ว่าท่านจะทำผิดอย่างไร ท่านก็ยังเป็นแม่ของเขา รสามองเขาอย่างชื่นชม เขาเป็นคนดีอย่างที่เธอคิดจริงๆ ทั้งสองมัวแต่คุยกันไม่เห็นชานนท์กำลังเดินอยู่กับบงกชและพวกพนักงานในบริษัทที่อีกฟากถนน เขาเหลือบเห็นทั้งคู่พอดี รีบบอกให้บงกชพาทีมงาน ไปกินข้าวกันก่อน
    “ลงบัญชีผมไว้ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ”

    บงกชรับคำงงๆ ก่อนจะพาทุกคนออกไป ส่วนชานนท์เดินแยกไปอีกทางหนึ่ง...

    ฝ่ายอภิรักษ์อยากจะเจอแม่อีกครั้ง ขอร้องให้รสาพาไปหา เธอไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็เลยเขียนแผนที่ทางไปบ้านกัลยาให้เขาแทนที่ ครู่ต่อมาทั้งคู่ออกจากร้านอาหาร อภิรักษ์ขอโทษเธอด้วยที่วันนี้ไปส่งไม่ได้ ตอนบ่ายมีประชุมแล้วเดินกลับบริษัท ขณะรสาเดินไปเรียกแท็กซี่เพื่อกลับร้านเสื้อ ชานนท์เข้ามาคว้ามือเอาไว้ ถามเสียงเข้มมาพบน้องชายของตนทำไม ตนเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่ามายุ่งกับเขาอีก

    “คุณทำให้ผมกับน้องชายต้องทะเลาะกัน ก่อนเขาจะรู้จักคุณ เขาไม่เคยกล้าเถียงกับผมอย่างนี้เลย”

    “ฉันว่าคุณน่าจะถามตัวเองมากกว่านะ ที่คุณรักษ์กล้าเถียงกับคุณก็เพราะเขาคิดไม่ตรงกับคุณ ซึ่งคุณก็ควรจะเคารพความคิดของคนอื่นบ้าง ไม่อย่างนั้นคุณก็เป็นเผด็จการ” ด่าเสร็จรสาเดินลิ่วจากไป ทิ้งให้ชานนท์มองตามด้วยความโกรธเกรี้ยว...

    กัลยาติดใจที่ได้เงินจากอภิรักษ์ง่ายดาย จึงมาดักรอที่หน้าบริษัท คราวนี้เขาควักเงินให้หมดกระเป๋าเกือบสองหมื่นบาท แถมกำชับอีกว่าถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินหรือเรื่องอะไรก็ตามมาบอกเขาได้เลย โดยไม่ลืมบอกแม่ว่าพ่อรู้เรื่องแม่แล้ว อยากให้แม่ไปพบกับพ่อ กัลยาขอคิดดูก่อนแล้วโกหกว่ามีธุระต้องไปทำ ก่อนจะผละจากไป...

    ทางด้านอรุณรู้เรื่องที่อภิรักษ์อยากให้กัลยาไปพบกับพาณิช ยุส่งให้รีบไปเจอ บางทีจากที่เธอขอเงินอภิรักษ์ได้ทีละหมื่นสองหมื่นบาท พาณิชอาจให้เธอเป็นแสนบาทก็ได้เพราะเขายังรักเธอมาก กัลยาไม่กล้า กลัวชานนท์รู้เข้าจะตามมาเล่นงาน...

    ชานนท์โกรธมากที่รู้ว่าอภิรักษ์ให้เงินแม่แถมจะรับมาพบพ่ออีกต่างหาก พาลโทษว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะถูกรสายุยง อภิรักษ์ไม่ได้ถูกเธอเสี้ยมแต่คิดเองทำเอง ความจริงแล้วเธอไม่เคยเล่าเรื่องแม่ให้ฟังเขาด้วยซ้ำ แต่เขาเจอกับท่านเอง ยิ่งได้เห็นสภาพของท่านทำให้เขาทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ชานนท์รู้สึกผิดที่โทษรสาเดินหนีขึ้นห้อง อภิรักษ์หันไปบ่นกับพ่อ ไม่เข้าใจทำไมชานนท์ถึงได้เจ้าคิดเจ้าแค้นกับแม่แท้ๆของตัวเองแบบนี้

    “ตอนที่แม่เขาไปน่ะ รักษ์ยังเล็กนัก รักษ์อาจจะเสียใจในตอนนั้นที่แม่หายไป พ่อเองก็มาล้มป่วยเข้าอีกคน รักษ์ก็ได้พี่นนท์นี่ล่ะอยู่ดูแลคอยปลอบรักษ์ตลอดเวลา พี่นนท์ต้องทำหน้าที่พี่ที่ต้องดูแลน้องเล็กๆ ทั้งๆที่เขาเองก็เจ็บและเสียใจไม่น้อยไปกว่ารักษ์เลย พ่อเคยเห็นพี่นนท์เขาแอบร้องไห้อยู่คนเดียว รักษ์น่ะไม่นานก็ลืม แต่พี่นนท์เขาโตพอที่จะจดจำทุกอย่างได้ไม่มีวันลืม” คำพูดของพ่อทำให้อภิรักษ์เริ่มเข้าใจพี่ชายในทางที่ดีขึ้น

    ooooooo

    ด้วยความละอายใจที่โยนความผิดให้รสา

    ชานนท์แวะมาที่ร้านเสื้อของเธอเพื่อขอโทษที่เข้าใจผิดคิดว่าเธอปากโป้งบอกเรื่องแม่ของเขาให้อภิรักษ์รู้ เธอยกโทษให้ไม่ติดใจเอาความอะไร ชานนท์อึ้งทำไมยกโทษกันง่ายๆแบบนี้

    “ก็คุณสำนึกผิดแล้วคุณมาขอโทษ ฉันก็ยกโทษให้ คนเราจะผูกใจเจ็บกันไปทำไม เพียงแค่ให้อภัย ทุกอย่างก็จะดีขึ้น แม้แต่ความรู้สึกในหัวใจเราเอง”

    “คุณกำลังจะสอนผมให้ผมยกโทษให้...แม่...เอ่อ...เขาบ้างใช่ไหม”

    “ได้ไหมคะ” หญิงสาวมองเขาอย่างรอคำตอบ ชานนท์ไม่พูดอะไร เดินออกจากร้านไปหน้าตาเฉย จังหวะที่เขากำลังจะเดินเลี้ยวหัวมุมไปยังที่จอดรถ อภิรักษ์เดินมาจากอีกทางหนึ่งเห็นหลังพี่ชายไวๆ รีบเข้ามาถามรสาว่าเขามาที่นี่ทำไม มาว่าอะไรเธออีกหรือเปล่า เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ คราวนี้เขามาดี มาขอโทษที่เข้าใจผิดว่าเธอปากสว่างบอกอภิรักษ์เรื่องแม่ ชายหนุ่มยิ้มดีใจที่พี่ชายตัวเองเลิกเข้าใจเธอผิดๆ เมื่อคืนเราสองพี่น้องทะเลาะกันอีกเรื่องแม่ ตนก็เลยบอกเขาว่าเจอแม่เอง ไม่มีใครบอก

    “อ๋อ มิน่า แล้วนี่คุณรักษ์ไปไหนมาคะ”

    อภิรักษ์ได้แต่ยิ้มเขินไม่กล้าบอกว่าความคิดถึงพาเขามาที่นี่...

    เมื่อได้อยู่กันพร้อมหน้า รสาเล่าให้สองเพื่อนซี้ฟังว่าชานนท์เรียกกัลยาเต็มปากเต็มคำว่าแม่ แสดงว่าเขาคงจะเริ่มใจอ่อนบ้างแล้ว บงกชยกความดีความชอบให้รสาที่ทำเป็นตัวอย่างให้เขาเห็นว่าเมื่อไหร่ที่คนทำผิดแล้วสำนึกก็สมควรได้รับการให้อภัย เธอได้แต่หวังว่าเขาจะให้อภัยแม่ตัวเอง...

    ทันทีที่กลับถึงบ้าน อภิรักษ์ขอบคุณพี่ชายที่ยอมไปขอโทษรสาเรื่องที่เข้าใจเธอผิด แล้วเข้าไปกราบขอโทษเขาที่ตนพูดไม่ดีด้วย ชานนท์ตบบ่าน้องชายเบาๆ ไม่เคยโกรธอะไรน้องเลย พาณิชถึงกับน้ำตาซึมที่ลูกทั้งสองคืนดีกันได้ อภิรักษ์อยากให้ชานนท์ให้อภัยและยอมให้แม่มาบ้านได้บ้าง

    “ฉันยังทำใจไม่ได้ มันยากนะรักษ์...ฉันทำไม่ได้”

    ooooooo

    ลองวิธีธรรมชาติแล้วไม่ท้องสักที วรรณฤดีตัดสินใจจะให้หมอช่วยทำกิฟต์ ธัชชัยถึงกับหน้าเครียด ขืนทำอย่างนั้นเธอต้องรู้แน่ๆว่าเขาเป็นหมัน รีบโทร.จิกนุกูลให้มาหาที่ทำงานของเขาเพื่อปรึกษาเรื่องนี้

    ไม่นานนักนุกูลมานั่งอยู่ตรงหน้าธัชชัย “ใจเย็นๆ ไอ้ธัช คราวที่แล้วฉันทำให้แกรอดตัวมาได้ คราวนี้ฉันก็ต้องทำให้แกรอดตัวได้อีกครั้งแน่นอน แต่ว่าแกต้องช่วยฉันด้วย ฉันอยากได้ทุนมาปรับปรุงร้านฉันหน่อย แกก็รู้ว่าตอนนี้ธุรกิจอาบอบนวดมันแข่งขันกันขนาดไหน ฉันก็ต้องมีอะไรแปลกๆใหม่ๆ ไว้เรียกแขกบ้างเหมือนกัน”

    “ถ้าแกทำให้ฉันรอดตัวคราวนี้ได้อีก แกจะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามาเลย”...

    ชานนท์พาศศิกานต์มากินมื้อเย็นที่บ้าน พาณิชทักว่าที่ลูกสะใภ้ไม่ได้เจอกันไม่กี่วันทำไมดูซูบไป เธอแต่งเรื่องว่าช่วงนี้งานยุ่ง กำลังเตรียมจัดงานจิวเวลรี่แฟร์ ทางชานนท์เองก็คงยุ่งไม่แพ้เธอเช่นกัน อภิรักษ์พูดขึ้นลอยๆว่าจะเชิญรสาไปร่วมงานด้วย ทุกคนหันมองชานนท์เป็นตาเดียวกันเพราะรู้ดีว่าทั้งคู่ไม่ถูกชะตากัน แต่เขากลับนั่งนิ่งไม่ค้านอะไร ศศิกานต์อดแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาไม่ได้...

    อภิรักษ์แวะมาเชิญรสาไปงานจิวเวลรี่แฟร์ด้วยตัวเอง เธอขอผ่านเพราะดูแล้วไม่น่าจะเหมาะกับเธอ เขาอยากให้เธอไปด้วยสุดๆ พยายามอ้อนวอน แต่เธอยืนกรานคำเดิม บงกชกับมธุรสขอปรึกษากับรสาสักครู่แล้วดึงเธอออกมาคุยกันตามลำพัง บงกชเห็นควรให้รสาไปงานนี้เพราะจะเข้าถึงเฉลิมได้โดยไม่มีใครขัดขวาง

    “เออจริง...แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องชุดที่จะใส่ไปงานนั้นเพราะฉันจะตัดชุดให้เธอเอง ตกลงเธอไปนะสา” มธุรสมองเพื่อนรักด้วยสีหน้ามุ่งมั่น...

    วรรณฤดีหน้าหงิกทันทีที่ศศิกานต์เล่าให้ฟังว่าอภิรักษ์ชวนรสาไปงานจิวเวลรี่แฟร์ด้วย แถมชานนท์กับพาณิชไม่คัดค้านอีกต่างหาก เธอใส่ไฟว่ารสาเข้าทางเฉลิมไม่ได้ก็เลยเปลี่ยนเป้าหมายไปทางบ้านของพาณิชแทน แค่ตีหน้าซื่อตาใสเข้าหน่อย พวกผู้ชายบ้านนั้นก็พากันใจอ่อน แม้แต่ชานนท์ที่เคยใจแข็งที่สุด

    “ระวังแฟนเธอเอาไว้ให้ดีนะยัยศศิ พี่ว่าแม่นี่มันแผนสูง ค่อยๆ คืบเข้าทางอภิรักษ์ก่อนเพราะเป็นคนหัวอ่อน แต่จริงๆแล้วมันอาจจ้องจะจับคุณชานนท์อยู่ก็ได้”

    “ศศิไว้ใจพี่นนท์ค่ะ พี่วรรณ” แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ลึกๆแล้วศศิกานต์อดหวั่นใจไม่ได้...

    ขณะที่ศศิกานต์ถูกวรรณฤดีปั่นหัว เฮียกวงส่งเด็กมาทวงหนี้ค่าเหล้า 3,000 บาทจากมนัสถึงที่บ้าน แต่เขาไม่มีให้ ก็เลยต้องขอผัดผ่อนไปก่อน อรทัยเตือน

    ถ้าอยากได้เงิน เขาควรจะกลับไปทำงานในเมื่อหายดีแล้ว จะได้มีเงินมาใช้หนี้ เขาจำต้องทำตามที่เธอแนะ

    ooooooo

    ผู้จัดการฝ่ายบุคคลตำหนิมนัสอย่างแรงที่เพิ่งมาทำงานได้ไม่เท่าไหร่ เดี๋ยวก็หยุดเดี๋ยวก็ลา ถึงบงกชจะยืนยันว่ารู้จักเขาจริง แต่เธอก็กำชับเอาไว้ หากเขาทำผิดกฎก็ให้ไล่ออกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ

    “นัง...เอ่อ คุณบงกชเขาว่าอย่างนั้นหรือครับ”

    “เออสิ อาทิตย์หน้าบริษัทของเรากำลังจะมีงานใหญ่ ต้องเกณฑ์คนไปดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ฉันจะให้แกแก้ตัวอีกครั้ง แกต้องไปช่วยงานนี้ด้วย ทำงานให้ดีล่ะไม่งั้นแกโดนไล่ออกแน่ๆ เข้าใจไหม”

    มนัสรับคำแล้วเข้าไปประจบหัวหน้าตัวเอง...

    เนื่องจากวันที่รสากับเพื่อนๆเปิดร้าน ศศิกานต์ไม่ได้อุดหนุนเสื้อผ้าแม้แต่ชุดเดียวเพราะมัวแต่ยุ่งกับการกันตัววรรณฤดีที่ไปก่อเรื่องเอาไว้ ดังนั้นชุดที่จะใส่ไปในวันงานจิวเวลรี่แฟร์เธอตกลงใจจะใช้บริการร้านเสื้อ ของรสา จึงชวนชานนท์ไปเป็นเพื่อน...

    มธุรสตัดชุดให้เพื่อนรักใส่ไปงานเรียบร้อย สั่งให้เอาไปลองเผื่อจะต้องแก้ไขอะไร รสารับชุดแล้วเข้าไปในห้องลองเสื้อ เป็นจังหวะเดียวกับศศิกานต์และชานนท์เดินเข้ามาในร้าน เธอแจ้งความจำนงจะให้มธุรสเป็นคนตัดชุดใส่ไปงานให้ ยิ่งเธอได้เห็นชุดสวยที่รสาสวมออกมาจากห้องลองเสื้อยิ่งมั่นใจว่าชุดที่มธุรสเป็นคนออกแบบตัดเย็บให้จะต้องสวยเทียบชั้นกับเสื้อจากร้านหรู ขณะที่ชานนท์ได้แต่ตะลึงในความงามของรสา...

    ในเวลาเดียวกัน เฉลิมแวะมากินข้าวกับพาณิช ด้วยความที่สนิทกันมานาน พาณิชถามอย่างไม่อ้อมค้อมเมื่อไหร่ศศิกานต์จะพร้อมให้ชานนท์ยกขันหมากไปสู่ขอ เฉลิมว่าคนของตนพร้อมเสมอ ชานนท์ต่างหากที่ดูจะไม่พร้อม พาณิชไม่เข้าใจทำไมถึงพูดอย่างนั้น เขาเล่าให้ฟังว่าธัชชัยเคยเห็นชานนท์ไปกินข้าวกับรสา

    พาณิชงงเป็นไปได้อย่างไรในเมื่ออภิรักษ์คั่วเธออยู่ เฉลิมดูไม่ออกว่ารสาเป็นคนอย่างไรกันแน่ กลัวเธอจะเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวของเราสองคนมีปัญหาใหญ่ พาณิชได้ฟังก็ยิ่งอยากเจอผู้หญิงคนนี้ ผิดกับเฉลิมที่ไม่ต้องการเจอเพราะเห็นหน้าเธอเมื่อไหร่ยิ่งย้ำเตือนให้นึกถึงความเลวร้ายที่เคยทำไว้ในอดีต ซึ่งเขาอยากจะลืม

    “แต่ดูท่าว่าเด็กที่ชื่อรสาคนนี้ จะทำให้แกลืมไม่ได้แล้วล่ะ”...

    แม่จันเห็นเปรมจิตเอาแต่นั่งเหม่อใจลอย เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าคิดอะไรอยู่ เธอกังวลใจเรื่องที่ รสาได้รับเชิญไปงานจิวเวลรี่แฟร์ กลัวเธอจะทำให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมาของเฉลิมย่อยยับในคราวนี้ แม่จันท้วงไม่ควรไปโทษรสา ถ้าเฉลิมไม่ก่อเรื่องไว้ในวันนั้น วันนี้ก็คง ไม่ต้องมานั่งเดือดเนื้อร้อนใจแบบนี้
    “ฉันรู้พี่จัน แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ยังไงๆเขาก็คือ

    ผัว จะดีจะชั่วก็ต้องกล้ำกลืนกันไป ฉันก็ได้แต่หวังว่าวันงานจะไม่มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นก็พอ”

    ooooooo

    รสาไม่ทำให้อภิรักษ์ผิดหวัง ทุกคนในงานจิวเวลรี่แฟร์พากันตะลึงในความงามของเธอ พาณิชที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกยังอดชมไม่ได้ว่าเธอสวยมาก รสายกมือไหว้ขอบพระคุณสำหรับคำชมของท่าน

    “เรียกลุงดีกว่านะ หนูทำงานอะไรล่ะ”

    “สาลงหุ้นกับเพื่อนสนิทอีกสองคนเปิดร้านเสื้อค่ะ เพิ่งเปิดได้ไม่นานเลยยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่”

    ศศิกานต์โชว์ให้ดูว่าชุดที่ตัวเองใส่ก็ตัดที่ร้านของรสา เพื่อนของเธอเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเก่งพอฟัดพอเหวี่ยงกับห้องเสื้อดังๆที่ตนเคยตัด พาณิชพยักหน้าเห็นด้วย ฝีมือตัดเย็บดีแถมแบบสวยอีกต่างหาก ขณะที่พาณิชกับศศิกานต์พากันชื่นชมรสา วรรณฤดีแอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้

    อีกมุมหนึ่งของงาน มนัสซึ่งทำหน้าที่ รปภ.เห็นรสายืนอยู่ในหมู่ครอบครัวเศรษฐี ชะเง้อมองอย่างสนใจ...

    จังหวะหนึ่งมีแขกสองคนเข้ามาทักทายเฉลิมกับพาณิช แล้วหันไปเห็นรสาซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆกับศศิกานต์และวรรณฤดี ถามว่าเป็นใครไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เป็นลูกสาวอีกคนหนึ่งของเฉลิมหรือหน้าคล้ายกันมาก ตนนึกว่าเขามีลูกสาวแค่สองคน หรือว่าคนนี้เพิ่งกลับจากไปเรียนเมืองนอก เฉลิมรีบตัดบท
    “เออๆนานๆเจอกันที ไปทักทายเพื่อนฝูงกันหน่อย ไปพาณิช” เฉลิมลากแขนพาณิชเดินไปหาก๊วนเพื่อนๆ

    บงกชวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานชานนท์กับอภิรักษ์ว่าทางโน้นมีปัญหานิดหน่อย ทีมจัดงานก็เลยอยากจะ ปรึกษา ชานนท์พยักหน้ารับแต่อภิรักษ์อึกอักไม่อยากทิ้งรสาไว้คนเดียว เธอรีบบอกให้เขาไปทำงานได้เลย

    ไม่ต้องห่วง เธออยู่เองได้ บงกชหันไปบอกวรรณฤดีว่าทีมงานของเธอก็ต้องการปรึกษางานเช่นกัน

    วรรณฤดีสั่งให้ธัชชัยไปจัดการแทน รสารู้สึกอึดอัดกับสายตาของวรรณฤดีและเปรมจิต จึงขอตัวไปดูอะไรด้านโน้น ศศิกานต์จะไปเป็นเพื่อน แต่เปรมจิตดึงแขนไว้ วานให้ไปตักอะไรมาให้กิน แล้วหันไปสบตากับวรรณฤดีอย่างรู้กัน เธอเดินตามรสาจนทันพูดจาเหน็บแนมต่างๆนานา เป็นทำนองว่าถ้าเพชรในงานนี้หาย คนแรกที่เธอจะค้นก็คือรสา แล้วเตือนว่าถ้าคิดจะมางานนี้เพราะต้องการเข้าถึงตัวเฉลิม อย่าหวังว่าจะสำเร็จ

    รสาไม่อยากมีปัญหาด้วยเดินเลี่ยงออกมายืนห่างๆ

    ไม่นานนัก บงกชที่วิ่งวุ่นไปทั้งงานก็แวะมาบอกว่ามีแต่คนพูดถึงเธออย่างชื่นชมในฐานะเป็นแฟนของอภิรักษ์ที่พามาเปิดตัวในงานนี้ รสาเซ็งจัดเพราะความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น บงกชรู้ดีแต่เราจะไปห้ามความคิดของคนอื่นได้อย่างไรในเมื่อเธอมากับอภิรักษ์แบบนั้น

    “ก็จริง นี่ฉันยังไม่มีโอกาสได้พูดอะไรกับท่านเป็นการส่วนตัวเลยนะกช ท่านถูกประกบตลอด”

    “จ้องไว้เถอะ เดี๋ยวก็คงมีโอกาสเองแหละ เอ้อพี่นัส

    มันมาทำงานที่นี่ด้วยนะ บริษัทเขาเกณฑ์คนมาช่วยงานนี้เกือบหมดบริษัทล่ะ เฝ้าอยู่ประตูโน้นแน่ะ” ไม่พูดเปล่าบงกชชี้ไปยังทิศทางที่มนัสยืนอยู่

    เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาหันมาพอดีเห็นสองสาวมองมาทางตัวเองจัดแจงโบกไม้โบกมือเรียก รสาจะไป ทักทายเขาหน่อย แต่บงกชดึงมือห้ามไว้

    “ฉันไม่ได้อยากจะดูถูกพี่นัสหรอกนะ แต่ว่าเธอมางานนี้ในฐานะแขกของคุณรักษ์ ถ้าเธอไปทักพี่นัส

    คนอื่นเขาจะคิดยังไง ถึงเธอกับพี่นัสจะเป็นพี่น้องกัน แต่ฐานะเธอกับเขาตอนนี้มันต่างกันมากนะ”

    รสาไม่สนคำเตือนของเพื่อนรักเดินเข้าไปหามนัส บงกชได้แต่มองตามไม่สบายใจ

    ooooooo

    เป็นอย่างที่บงกชหวั่นใจไม่มีผิด วรรณฤดีที่จ้องจับผิดรสาอยู่ เห็นเธอคุยกับมนัสสักพักก็หยิบ

    เงินให้ 3,000 บาท พุ่งพรวดเข้าไปโวยวายมาจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูกันถึงในงานเลยหรือ เสียงแปดหลอดของวรรณฤดีทำให้แขกในงานหันมองเป็นตาเดียวกัน

    รสาถึงกับทำอะไรถูก รีบบอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นพี่ชายของตนเอง

    “อ้าว เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่าคุณรสามีพี่ชายเป็นยาม”

    “เป็นยามแล้วเป็นยังไงคะ ยามก็อาชีพสุจริตอาชีพหนึ่งเหมือนกัน”

    “ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ ก็รู้สึกว่าน่ารักดี ใครจะคิดว่าคุณรสาที่เป็นแขกของคุณอภิรักษ์ทายาทเจ้าของบริษัทเดียร์ ไดมอนด์ มีพี่ชายเป็นยาม” วรรณฤดีลอยหน้าน่าตบ อภิรักษ์ทนไม่ไหวรีบจูงมือรสาออกไปทันที ชานนท์พยายามขอร้องให้วรรณฤดีพอได้แล้ว แต่เธอยังปากเสียไม่เลิก เขาได้แต่มองอย่างโกรธเคือง...

    รสาขอโทษอภิรักษ์ด้วยที่ทำให้ต้องอับอายขายหน้า เขาไม่แคร์คนอื่น แคร์แต่ความรู้สึกของเธอมากกว่าที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาคนทั้งงานเพราะฝีมือวรรณฤดี เธอบ่นอุบไม่น่ามางานนี้ตั้งแต่แรก ระหว่างนั้นศศิกานต์เข้ามาบอกรสาว่าพ่อของตนกำลังเดินไปห้องน้ำ นี่เป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้พบท่านโดยไม่มีใครขัดขวาง...

    การได้เจอเฉลิมของรสาคราวนี้ยังเป็นเหมือนเช่นครั้งก่อนๆ คือเขาไม่ยอมรับรู้อะไรเกี่ยวกับสุภาทั้งสิ้น เธอจะเก็บศพแม่ไว้ร้อยวัน ถึงวันเผาเมื่อไหร่เธออยากให้เขาไปขออโหสิกรรมท่าน แล้วเอาดอกไม้จันทน์ยัดใส่มือเฉลิม สองคนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร...

    ฝ่ายเปรมจิตเห็นเฉลิมหายไปเข้าห้องน้ำนาน

    ผิดปกติก็เลยเดินมาตามเจอรสากำลังคุยหน้าเครียดอยู่กับเฉลิมรีบเข้าไปแทรกกลาง บอกให้เขากลับเข้างาน อ้างพาณิชถามหาแล้วดันเขาเบาๆให้ออกเดิน เฉลิมกำลังจะเข้าไปในห้องจัดงาน นึกขึ้นได้ว่ามีดอกไม้จันทน์อยู่ในมือทำท่าจะขยำทิ้ง แต่แล้วเปลี่ยนใจเก็บใส่กระเป๋าแทนที่

    รสาไม่อยากเผชิญหน้ากับเปรมจิต ขยับจะกลับไปที่งาน แต่ผู้สูงวัยกว่าขวางทางไว้ สั่งให้เธอออกไปจากชีวิตของพวกเรา เพราะเฉลิมไม่มีวันยอมรับเธอเป็นลูกเด็ดขาด

    “ไม่ยอมรับไม่เป็นไร แต่ความจริงมันก็ยังเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ ไม่อย่างนั้นคุณจะกล้าเอาเงินล้านมาปิดปากฉันหรือคะ”

    เปรมจิตทั้งโกรธและกลัวความจริงจะเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ไม่รู้จะจัดการกับเธออย่างไร ได้แต่สะบัดหน้าเดินจากไป รสามองตามสีหน้าเคร่งเครียด...

    รสาเหมือนถูกแท็กทีมกันเล่นงาน เปรมจิตจากไปก็มีชานนท์มาดักหน้าเอาไว้อีก ต่อว่าว่าการปรากฏตัวครั้งแรกของเธอต่อวงสังคมดูไม่น่าประทับใจเท่าใดนัก แล้วนี่เธอยังจะมาฉวยโอกาสดักพบเฉลิมหน้าห้องน้ำอีก ซึ่งไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เธอไม่อยากทะเลาะด้วยขยับจะไป ชานนท์คว้ามือไว้ ศศิกานต์เดินมาเห็นพอดี หยุดมองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ชานนท์ขอร้องให้รสากลับไปก่อนจะดีกว่าเพื่อที่แขกในงานจะได้เลิกสนใจเธอแล้วหันไปสนใจอัญมณีที่เอามาโชว์ ศศิกานต์ไม่ได้ยินที่ทั้งคู่คุยกัน แต่เห็นท่าไม่ดี รีบตามเข้ามาสมทบ

    “พี่นนท์มาคุยอะไรกับรสาอยู่ตรงนี้คะ”

    “ไม่มีอะไรหรอกศศิ แค่ทักกันเท่านั้นแหละ พี่กำลังจะกลับเข้าไปในงานพอดี ไป...ไปพร้อมกันเลย” ชานนท์โอบเอวศศิกานต์ผละจากไป รสาปล่อยให้ทั้งคู่ล่วงหน้าไปสักพัก ถึงค่อยกลับเข้าไปในงาน บอกอภิรักษ์ว่าขอตัวกลับก่อน รู้สึกเหนื่อยๆ เขาอาสาจะไปส่ง เธอปฏิเสธว่าไม่ต้อง เขามีแขกต้องดูแลอีก อย่าให้เธอเป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องเสียงาน แล้วขอตัวไปลาพ่อของเขา...

    ในเวลาต่อมา มนัสกลับถึงบ้านด้วยความไม่สบายใจ บ่นกับอรทัยว่าไม่น่ากวักมือเรียกรสาเข้ามาหา ไม่รู้ น้องจะเดือดร้อนเพราะเหตุนี้หรือเปล่า อรทัยแปลกใจมากที่เขาเป็นห่วงรสาทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    “พี่มากลัวเอาตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วนี่”

    “เออ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ท่าทางคุณอภิรักษ์เขาชอบนังสามันจะตาย เขาคงไม่คิดอะไรมากหรอก แต่อีนังคุณวรรณฤดีน่ะสิ คิดแล้วเจ็บใจ มันจงใจฉีกหน้านังสากลางงานชัดๆ ข้าล่ะเกลียดมันจริงๆ”...

    คนที่มนัสเกลียดขี้หน้าอารมณ์เสียตั้งแต่ในงานยันกลับถึงบ้าน เนื่องจากไม่พอใจที่อุตส่าห์ฉีกหน้ารสา กลางงานแต่มันยังหน้าด้านหน้าทนไปดักรอพบคุณพ่ออีกจนได้ ธัชชัยเห็นท่าทางมุ่งมั่นของรสาหรือว่าเธอจะเป็นลูกอีกคนหนึ่งของเฉลิมจริงๆ วรรณฤดีถึงกับปรี๊ดแตก เอาหมอนขว้างธัชชัยฐานปากเสีย สั่งห้ามพูดเช่นนี้อีก คุณพ่อมีลูกแค่เธอกับศศิกานต์เท่านั้น ไม่มีใครอีก ธัชชัยเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาปลอบให้เธอใจเย็นๆ

    “สมบัติของคุณพ่อจะต้องหารสามเท่านั้น คือคุณแม่ ยายศศิแล้วก็ฉันเท่านั้น...ที่จริงฉันควรจะได้คนเดียวเท่านั้นด้วยซ้ำ ฉันทำงานเหนื่อยช่วยคุณพ่อแทบตาย”...

    ด้านรสาบ่นให้สองเพื่อนซี้ฟัง น่าจะเชื่อคำเตือนของบงกชที่ไม่ให้เข้าไปทักทายมนัส ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เกิดเรื่อง อภิรักษ์ก็ไม่ต้องขายหน้า เธอรู้สึกผิดต่อ

    เขามาก ไม่รู้ป่านนี้ทะเลาะกับชานนท์อีกหรือเปล่า...

    เหตุการณ์เป็นอย่างที่รสาหวั่นใจ ชานนท์แดกดันอภิรักษ์ที่แขกพิเศษของเขาทำให้งานจิวเวลรี่แฟร์มีสีสันจนคนพูดถึงกันทั้งงาน สองพี่น้องมีปากเสียงกันรุนแรง พาณิชเครียดจัดที่พี่น้องทะเลาะกัน โรคหัวใจกำเริบ เอามือกุมหน้าอกข้างซ้ายก่อนจะล้มลงหมดสติ

    ooooooo

    เนื่องจากมีคนในงานเมื่อคืนทักว่ารสาหน้าเหมือนเฉลิมทำให้เปรมจิตร้อนใจมากอยากจะตรวจดีเอ็นเอให้รู้แล้วรู้รอดว่าเธอใช่ลูกของเฉลิมอีกคนหนึ่งหรือเปล่า แม่จันสงสัยถ้าเปรมจิตรู้แล้วจะทำอย่างไรต่อไป

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันพี่จัน แต่ฉันทนคาใจอย่างนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว พี่จันช่วยหาคนที่ไว้ใจได้สักคน”...

    รสารู้เรื่องที่พาณิชเข้าโรงพยาบาลจากอภิรักษ์ รีบรุดไปเยี่ยม โชคดีที่ชานนท์ไม่อยู่ติดเซ็นสัญญาซื้อขายกับลูกค้าจากงานเมื่อคืน อาการป่วยของพาณิชไม่หนักหนาอะไรนักแต่หมอขอให้นอนค้างโรงพยาบาลหนึ่งคืนเพื่อดูอาการ พาณิชขอบใจเธอมากที่มาเยี่ยม ชมว่าเธอมีจิตใจดีอย่างนี้นี่เอง อภิรักษ์ถึงได้ชอบเธอมาก

    “แล้วหนูล่ะ ชอบเจ้ารักษ์มันอย่างที่มันชอบหนูหรือเปล่า”

    “เอ้อ...ค่ะ คุณรักษ์เป็นเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่งเลยค่ะ”

    พาณิชอยากให้ลูกชายสมหวังในความรัก ขอร้องรสาถ้าคิดจะรักใครสักคนช่วยพิจารณาลูกชายของท่านคนนี้ด้วย เธอจำต้องรับคำเนื่องจากไม่อยากขัดใจคนป่วย ครู่ต่อมาอภิรักษ์เดินมาส่งรสาที่หน้าโรงพยาบาล ขอร้องเธออย่าถือสาพ่อของเขา เธอเข้าใจดีว่าพาณิชไม่อยากให้เขาต้องเป็นเหมือนท่านที่ผิดหวังในความรัก

    “ขอบคุณมากนะคะที่ชวนฉันมาเยี่ยมท่าน

    เห็นท่านป่วยแบบนี้ฉันว่าคุณน้ากัลยาก็คงอยากมาเยี่ยม มาให้กำลังใจท่านเหมือนกัน”

    อภิรักษ์ยังไม่ทันจะพูดอะไร ชานนท์โผล่พรวดมาจากไหนไม่รู้ขวางหน้าไว้ โวยลั่นแค่คิดก็ผิดแล้ว

    และสั่งให้เธอเลิกยุ่งกับครอบครัวของตนสักที อภิรักษ์ไม่พอใจที่พี่ชายพูดจาไม่ดีกับเธอทำท่าจะมีเรื่องกัน หญิงสาวไม่อยากให้พี่น้องต้องมาทะเลาะกันเพราะเธอเป็นต้นเหตุ ขอตัวกลับก่อนแล้วเดินออกไปเลย อภิรักษ์หันไปโวยใส่พี่ชายทำไมถึงไม่มองบ้างว่าเธอพูดเพราะหวังดี และเขาเองก็เห็นด้วย ถ้าแม่มาเยี่ยมพ่ออาจจะมีความสุขมีเรี่ยวแรงต่อสู้กับโรคร้ายมากขึ้น ชานนท์ไม่คิดเช่นนั้น

    “ถ้าเธอมาเยี่ยมพ่อ เยี่ยมเสร็จแล้วเธอก็กลับไปอยู่กับชู้ของเธอ แล้วพ่อจะรู้สึกอย่างไร” คำพูดของชานนท์ทำให้อภิรักษ์ถึงกับอึ้ง...

    ขณะที่พาณิชนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แม่จันพาพิชิตมาหาเปรมจิตซึ่งมานั่งรอท่าอยู่ที่สวน สาธารณะแห่งหนึ่ง เปรมจิตต้องการให้เขาทำงานบางอย่าง แล้วส่งรูปถ่ายของรสาให้

    ooooooo

    หมออนุญาตให้พาณิชกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ อภิรักษ์โทร.บอกข่าวดีนี้ให้รสารับรู้

    “นี่ศศิก็มาเยี่ยมพ่อด้วยนะครับ พ่อเลยบ่นๆ

    ถึงคุณ พ่อบอกว่าถ้าคุณมากินข้าวด้วยคงพร้อมหน้าดี” อภิรักษ์เห็นเธอเงียบไปพอจะเดาความคิดของเธอออก “ผมรู้ครับว่าคุณรสากับผมเป็นแค่เพื่อนกัน”

    “เราเป็นเพื่อนกันได้ตลอดชีวิตนะคะคุณรักษ์”

    “ครับ...เอาล่ะครับผมไม่กวนคุณแล้ว วันหลังผมจะแวะไปหานะครับ” อภิรักษ์วางสายหน้าเศร้าที่รสาไม่ใจอ่อนกับเขาสักที ส่วนเธอวางสายพลางถอนใจเหนื่อยใจ ที่เขายังมุ่งมั่นจีบตัวเองไม่เลิก บงกชกระเซ้าทำไมใจแข็งอย่างนี้ นี่ถ้ามีลูกเศรษฐีพันล้านมาตามตื๊อตนเหมือนอย่างเธอ ตนคงตอบตกลงไปแล้ว ไม่เล่นตัวแบบนี้

    “ขนาดไม่เล่นตัวก็ยังไม่มีคนวิ่งตามตื๊อเลยอ้ะ” มธุรสแซว บงกชถูกจี้ใจดำ คว้าของใกล้มือปาใส่ แต่มธุรสหลบทัน สามสาวกระเซ้าเย้าแหย่กันสนุกสนานไม่ล่วงรู้เลยว่าที่ด้านนอกร้านเสื้อ พิชิตกำลังจับตามองมาที่รสาเขม็ง...

    พาณิชเห็นความสัมพันธ์ระหว่างชานนท์กับศศิกานต์ไม่คืบหน้าทั้งที่ไปมาหาสู่กันมานานแล้ว จึงเรียกเขามาถามว่ามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า ถ้าไม่มีท่านจะได้เตรียมตัวไปสู่ขอเธอจากเฉลิม ชานนท์ไม่มีปัญหา แต่ขอบริหารงานที่บริษัทให้เข้าที่เข้าทางสักพักตอนนี้ที่นั่นกำลังยุ่ง พาณิชเห็นที่บริษัทก็ยุ่งแบบนี้ตลอด

    “พ่อไม่อยากให้ลูกปล่อยเรื่องแต่งงานให้เนิ่นนานไป ฝ่ายหญิงเขาอาจจะไม่พอใจ พ่ออยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนพ่อจะตาย นนท์ก็รู้ว่าพ่อไม่แข็งแรง จะอยู่จะไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อย่าช้านะนนท์ พ่อขอร้อง”...

    ชานนท์เดินกลับห้องด้วยสีหน้าครุ่นคิดไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงลังเลเรื่องแต่งงานกับศศิกานต์ทั้งที่เธอเป็นคนดี อยู่ๆภาพของรสาในชุดไปงานจิวเวลรี่แฟร์ก็ผุดขึ้นมาในความคิด เขาถึงกับถอนใจเครียด...

    พิชิตไม่ได้แค่จับตามองรสา แต่ยังตามไปถึงบ้านอีกด้วย ซุ่มรอจนไฟทุกดวงในบ้านดับ ปีนระเบียงห้องนอนของเธอ โชคดีที่รสารู้สึกตัวตื่นขึ้นเสียก่อน เขารีบโดดหนีแทบไม่ทัน เธอตกใจมากวิ่งไปบอกเพื่อนรัก ว่าขโมยขึ้นบ้าน สามสาวต่างแปลกใจ บ้านของพวกเราไม่มีของมีค่า ขโมยจะเข้ามาเอาอะไรกันแน่

    ooooooo

    แม้จะแจ้งความไว้แล้วแต่รสาก็ยังไม่วางใจเพราะตำรวจคงมาดูบ้านตลอดเวลาไม่ได้ จึงตามช่างมาติดกล้องวงจรปิดกับสัญญาณกันขโมย โดยออกค่าติดตั้งไปก่อนไว้เพื่อนๆมีเงินเมื่อไหร่ค่อยทยอยจ่ายคืน

    “แล้วเธอมาจ่ายอย่างนี้เรื่องเงินสองแสนที่จะไปซื้อแหวนจากพี่นัสล่ะ เธอจะว่ายังไง”

    “ยังไงฉันก็ไม่มีเงินถึงสองแสนให้พี่นัสตามที่เขาเรียกอยู่แล้วล่ะกช แล้วเพื่อความปลอดภัยของเราทุกคน มันจะทำยังไงได้ล่ะ” รสามัวแต่คุยอยู่กับเพื่อนๆ ไม่ทันเห็นพิชิตซุ่มดูอยู่นอกบ้านสีหน้าเจ็บใจเมื่อรู้ว่าจากนี้ไปคงลอบเข้าบ้านสามสาวไม่ได้อีกแล้ว...

    ศศิกานต์เห็นเฉลิมล้มป่วยบ่อยๆก็เป็นห่วงสุขภาพของพ่อตัวเอง เสนอให้ไปตรวจสุขภาพเพราะรู้ว่าท่านไม่ได้ตรวจนานแล้ว เปรมจิตเห็นดีด้วย เฉลิมไม่ยอมไป อ้างไม่ได้เป็นอะไรจะตรวจทำไมให้เสียเวลา วรรณฤดีกลัวน้องจะได้หน้าคนเดียว รีบเข้ามาประจบ

    “วรรณอยากให้คุณพ่อสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจะได้อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้วรรณนานๆ วรรณอยากให้คุณพ่อช่วยวรรณเลี้ยงหลานด้วยค่ะ พรุ่งนี้วรรณจะพาคุณพ่อไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเองค่ะ”

    เฉลิมทนเสียงคะยั้นคะยอไม่ไหว ยอมทำตามที่ลูกเมียต้องการ วรรณฤดีเห็นธัชชัยเอาแต่นั่งนิ่ง ลากแขนออกมาที่มุมปลอดคนต่อว่าเขาที่ไม่มีหัวคิด ธัชชัยงงถูกด่าเรื่องอะไร

    “อ้าว...ก็แทนที่คุณจะออกหน้าอาสาขับรถพาคุณพ่อไปโรงพยาบาล คุณกลับนั่งบื้อใบ้ซะนี่ เฮ่อ ไม่รู้ฉันหลงผิดแต่งงานกับคุณได้ยังไง เอาเถอะๆ ยังไงพรุ่งนี้คุณก็เตรียมตัวแล้วกัน ขับรถพาคุณพ่อไปอย่าให้คนขับรถมันไป เข้าใจไหม” สั่งเสร็จวรรณฤดีเดินลิ่วกลับไปหาพ่อ ธัชชัยทุบกำแพงระบายแค้น

    “ฮึ เอะอะอะไรก็จิกหัวด่า ทำเหมือนกูไม่ใช่ผัวงั้นแหละ นี่ถ้าเป็นคุณศศิไม่มีวันทำยังงี้แน่”

    แม่จันแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง ไม่สบายใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    ดวงตาที่ 3 ตอนจบ เคราะห์ร้ายมาถึง "ปุ้ม" แทบขาดใจ "ตรีกาล" หมดสติไม่ฟื้นกลับมา

    ดวงตาที่ 3 ตอนจบ เคราะห์ร้ายมาถึง "ปุ้ม" แทบขาดใจ "ตรีกาล" หมดสติไม่ฟื้นกลับมา
    17 ต.ค. 2564

    06:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 00:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์