นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ลูกไม้ไกลต้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วรรณฤดีรู้เท่าทันความต้องการของอภิรักษ์ พูดดักคอที่เขาผุดไอเดียนี้ขึ้นมาก็เพราะจะดึงเอารสาเข้ามาเอี่ยวด้วยในฐานะเจ้าของห้องเสื้อ ศศิกานต์เข้าข้างอภิรักษ์ ในเมื่องานนี้ให้โอกาสจิวเวลรี่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้เกิด ก็น่าจะให้โอกาสดีไซเนอร์เสื้อผ้าหน้าใหม่ได้เกิดไปด้วยกัน แต่ชานนท์ไม่เห็นด้วย

    “งานใหญ่ระดับประเทศเราไม่ควรเสี่ยงเอามือใหม่มาทำงานด้วย ผิดพลาดอะไรขึ้นมาจะแก้ไข้ลำบาก”

    อภิรักษ์ออกอาการเซ็งอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่วรรณฤดียิ้มสะใจ...

    เมื่อกลับถึงออฟฟิศ ชานนท์ขอเบอร์มือถือของรสาจากบงกชซึ่งงงเป็นไก่ตาแตกจะเอาเบอร์เพื่อนของตนทำไม ชานนท์ไม่ตอบได้แต่ทำหน้าดุใส่เป็นทำนองไม่ให้ถาม เธอรีบเอาเบอร์ของรสายื่นให้

    “แล้วไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับอภิรักษ์นะ” ชานนท์สั่งเสียงเข้ม...

    เย็นวันเดียวกันที่บ้านสามสาว ทันทีที่เจอหน้ารสา บงกชรายงานว่าชานนท์มาขอเบอร์มือถือของเธอ แถมยังห้ามบอกให้อภิรักษ์รู้อีกต่างหาก ไม่เข้าใจทำไมเขาต้องทำอย่างนั้น รสารู้เหตุผลดี และดีแล้วที่เพื่อนให้เบอร์ของเธอไปเพราะเธอเองก็มีเรื่องจะพูดกับเขาเช่นกัน จากนั้นรสาเล่าเรื่องกัลยาแม่ของชานนท์ให้ฟัง บงกชไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงโทรมๆคนนั้นจะเป็นแม่แท้ๆของเขา รสาสงสารเธอมากในเมื่อเธอรู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว ชานนท์ก็น่าจะให้โอกาสเธอแก้ตัวใหม่ ระหว่างนั้น ชานนท์โทร.มาหารสา นัดให้ไปเจอกับเขาพรุ่งนี้เที่ยง...

    ระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน พาณิชสังเกตเห็นสองพี่น้องเงียบผิดปกติ รู้ทันทีว่ามีปัญหากันสั่งให้เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น อภิรักษ์ฟ้องพ่อเรื่องที่พี่ชายปฏิเสธไอเดียของตัวเองที่จะให้มีแฟชั่นโชว์เครื่องประดับที่ชนะการประกวดในงานจิวเวลรี่แฟร์เพียงเพราะเขามีอคติกับรสา

    “พี่ไม่ได้ปฏิเสธไอเดียของนาย แต่พี่ปฏิเสธที่

    จะให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่อย่างเพื่อนของคุณรสามาทำเสื้อผ้าในงานต่างหาก เพราะพี่เห็นว่างานใหญ่ขนาดนี้ สมควรให้ห้องเสื้อใหญ่ๆมืออาชีพเข้ามาดูแลจะดีกว่า”

    พาณิชให้สิทธิเด็ดขาดแก่ชานนท์ในการบริหารงานที่บริษัท ดังนั้นเขาเห็นควรอย่างไรตนก็ว่าตามนั้น...

    ฝ่ายศศิกานต์รอแล้วรอเล่าไม่เห็นชานนท์โทร.หาก็เลยเป็นฝ่ายโทร.ไปเอง เขาขอโทษด้วยพอดีงานยุ่งก็เลยลืม เธอไม่ได้จะต่อว่าอะไร แค่จะโทร.มาชวนเขาไปกินข้าวกลางวันที่ร้านอาหารเพื่อนของเธอที่เพิ่งเปิดใหม่

    ชานนท์ขอเลื่อนเป็นมื้อเย็นแทน อ้างว่าพรุ่งนี้ตอนกลางวันเขามีธุระต้องไปคุยเรื่องงาน ศศิกานต์ไม่ขัดข้องถ้าจะเลื่อนไปเป็นมื้อเย็น วางสายแล้วยิ้มมีความสุข ไม่ล่วงรู้ว่าธัชชัยแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนจะเดินยิ้มขึ้นห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอวรรณฤดียืนรออยู่ เขากลัวเธอจะจับพิรุธได้ เข้าไป
    ออเซาะชวนเธอผลิตลูกชายด้วยกันแล้วซุกไซ้ซอกคอจนเธอเคลิ้ม ก่อนจะผลักลงไปนอนบนเตียงแล้วโถมตัวตาม

    ooooooo

    รสามาที่บริษัทอัญมณีทองแต่เช้าเพื่อดักรอเฉลิม อนงค์กับ รปภ.รีบขวางไว้ ขอร้องไม่ให้เข้าไปในตัวตึก ไม่อย่างนั้นพวกตนอาจตกงานได้ รสาเห็นใจทั้งคู่ ถอยไปปักหลักอยู่หน้าประตูทางเข้าแทนที่ รปภ.อยากจะลากตัวเธอไปให้พ้นจากตรงนั้น อนงค์ไม่เห็นด้วย เหลียวมองไปรอบๆก่อนจะลดเสียงเกือบเป็นกระซิบ

    “ถ้าเกิดเธอเป็นลูกสาวอีกคนของคุณเฉลิมท่านจริงๆ แล้วเราไปทำอะไรเธอ มีหวังถูกไล่ออกเหมือนกัน ปล่อยเธอไว้นั่นแหละ แต่อย่าให้เข้าตึกมาได้ก็แล้วกัน”...

    ในเวลาเดียวกัน ขณะที่มนัสกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าบริษัทของชานนท์ เห็นอภิรักษ์เดินเข้ามาก็จำได้ว่าเป็นเพื่อนของรสา เข้าไปทักทาย อภิรักษ์จำเขาได้เช่นกันก็ทักทายตอบ เขายังไม่ทันจะได้ถามว่าทำงานแผนกไหน รปภ.อีกคนหนึ่งเข้ามาดึงตัวเขาออกไปเตือนว่า

    ทีหน้าทีหลังอย่าไปทักลูกชายเจ้าของบริษัทแบบนั้น มนัสถึงกับหูผึ่ง ลูกชายเจ้าของก็เท่ากับเป็นเจ้าของเหมือนกัน จังหวะนั้น ชานนท์เดินมาที่ตัวตึก มนัส

    จำหน้าได้ชี้ไปทางเขา เพื่อน รปภ.บอกว่านั่นคือคุณชานนท์พี่ชายคุณอภิรักษ์ เป็นซีอีโอของที่นี่

    “แล้วทีหลังน่ะจะทักเจ้านายก็ให้มันสุภาพหน่อย เดี๋ยวจะโดนไล่ออกไม่รู้ตัว”

    “คนอย่างฉันไม่มีวันถูกไล่ออกหรอกเว้ย เออ... นังรสานี่มันก็ไม่โง่อย่างที่คิดเว้ยเฮ้ย” มนัสลิงโลดจนเพื่อน รปภ.อดสงสัยไม่ได้ทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วย...

    ทางด้านรสาเห็นเฉลิมลงจากรถมากับศศิกานต์ ปรี่เข้าไปถามว่าวันก่อนที่เขาไปวัด ได้ไปขอขมาต่อหน้าศพแม่ของเธอหรือเปล่า เขาไม่ได้เข้าไปขอขมา แค่เข้าไปนั่งพักเท่านั้น แล้วถามว่าต้องการเงินเท่าไหร่ถึงจะเลิกมาตอแยเขากับครอบครัว รสาไม่ได้ต้องการเงิน แค่อยากให้เขารับผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำไว้กับแม่ของเธอเมื่อ 22 ปีก่อน สองคนปะทะคารมกัน เฉลิมเบื่อที่จะฟังเรื่องไร้สาระของเธอ ขอร้องให้กลับไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก

    “ฉันจะไม่เผาศพแม่จนกว่าท่านจะไปขอโทษ”

    เฉลิมไม่สนใจ อยากจะเก็บไว้นานเท่าไหรก็เรื่องของเธอ แล้วเดินจากไป รสามองตามแค้นใจมาก มีไลน์ส่งมาจากบงกชว่า “คุณชานนท์ให้ฉันมาเตือนเธอว่าอย่าลืมนัดเที่ยงนี้” รสาถอนใจหนักใจ...

    ไม่นานนัก รสามาถึงร้านอาหารตามนัด เจอชานนท์นั่งรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เธอร้อนใจมากอยากรู้ว่าเขานัดมาพบด้วยเรื่องอะไร เขากลับชวนให้สั่งอาหารกันก่อน เธอเชิญเขาสั่งตามสบายเธอยังไม่หิว...

    ศศิกานต์เห็นพ่อมีสีหน้าเคร่งเครียด แนะให้ตรวจดีเอ็นเอจะได้รู้กันไปเลยว่ารสาเป็นลูกหรือเปล่า เฉลิมไม่ยอมตรวจ แถมสั่งให้เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ท่านเบื่อจะฟัง...

    อาหารถูกนำมาวางเต็มโต๊ะ ทั้งชานนท์และรสาไม่มีใครแตะต้องแม้แต่น้อย เธอขอให้เขาพูดธุระมาได้แล้ว เขาไม่อยากให้เธอพูดเรื่องกัลยาให้อภิรักษ์ได้ยิน เขา ไม่ต้องการให้น้องไปเกี่ยวข้องอะไรกับผู้หญิงคนนั้นอีก รสาพยายามขอร้องเขาให้โอกาสแม่ของเขาบ้าง ทำให้ชานนท์ไม่พอใจพาลหาว่าเธอเป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋นแก๊งเดียวกับกัลยา เธอเห็นท่าทีแข็งกร้าวของเขา รู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น ลุกพรวดขึ้นจะกลับ

    ชานนท์ดึงมือไว้ เป็นจังหวะเดียวกับธัชชัยเดินผ่านหน้าร้านอาหารมากับนุกูล เหลือบไปเห็นพอดีรีบเข้าไปนั่งโต๊ะที่มองเห็นโต๊ะของทั้งคู่ นุกูลไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ก็นั่งลงตามเพื่อน ธัชชัยคว้ามือถือขึ้นมาจะถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน แต่จังหวะที่กดชัตเตอร์ บริกรสาวมายืนบังพอดี พร้อมกับยื่นเมนูให้ ธัชชัยโบกมือไล่เธอ แต่ก็ไม่ได้คลิปเด็ดเพราะรสาสะบัดมือชานนท์ออกเสียก่อนแล้วลุกออกจากร้านโดยมีเขาเดินตาม

    ooooooo

    ธัชชัยต้องการได้ช็อตเด็ดรีบตามชานนท์กับรสาออกมานอกร้านแต่ไม่เจอ เขากลับมาที่โต๊ะด้วยความเสียดาย นุกูลสงสัยเขาวิ่งตามใคร ธัชชัยวิ่งตามชานนท์ว่าที่น้องเขยของวรรณฤดี แต่ผู้หญิงที่มาด้วยกัน ไม่ใช่ศศิกานต์ อาจเป็นน้องสาวต่างมารดาของเธอที่เขาเคยเล่าให้ฟัง นุกูลจำได้ ที่เป็นคนใช้ในบ้านใช่ไหม

    “นั่นแหละ” ธัชชัยมองไปนอกร้านเจ็บใจที่ถ่ายคลิปไม่ทัน...

    ด้านรสากำลังจะเดินไปเรียกแท็กซี่ ชานนท์วิ่งมาดึงแขนไว้ กำชับอีกครั้งว่าห้ามบอกเรื่องผู้หญิง

    คนนั้นให้อภิรักษ์รู้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมีเรื่อง เธอไม่สนใจ คำขู่ สะบัดมือเขาออกแล้ววิ่งไปขึ้นรถแท็กซี่ จากนั้นไม่นาน รสากลับถึงร้านเสื้อ มธุรสวางงานทุกอย่างตรงหน้าปรี่เข้าไปถามว่าคุยอะไรกับชานนท์บ้าง แล้วนึกถึงบงกชขึ้นมาได้ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หา จัดแจงเปิดสปีกเกอร์โฟนเพื่อให้เธอได้ยินด้วย แล้วบอกให้รสาเล่ามาได้

    “ก็อย่างที่ฉันคิดนั่นแหละ คุณชานนท์ขอให้ฉันปิดคุณรักษ์เรื่องคุณน้ากัลยา”

    บงกชสงสัยจะปิดได้อย่างไรในเมื่ออภิรักษ์กับกัลยาเป็นแม่ลูกกัน ถึงชานนท์จะไม่ยอมรับในตัวแม่ แต่อภิรักษ์อาจจะไม่คิดอย่างเดียวกับพี่ชายก็ได้ ระหว่างนั้นกัลยาซึ่งใจร้อนอยากรู้ว่ารสาคุยกับชานนท์ได้

    เรื่องอย่างไรบ้าง บุกมาหาถึงที่ร้าน พอรู้ว่าเธอพูดให้แล้วแต่เขาไม่ฟัง กัลยาถึงกับน้ำตาร่วง รสาแนะให้เธอลองไปหาอภิรักษ์หรือไม่ก็พ่อของเขาดู เธอไม่กล้าทำอย่างนั้นเพราะเป็นฝ่ายทิ้งพวกเขาไปหาความสุขส่วนตัว ไม่ทำหน้าที่แม่และเมียอย่างที่ควรจะเป็น

    “ตอนนี้นนท์คือคนที่เป็นใหญ่สุดในบ้าน ถ้านนท์ไม่ให้อภัยน้าสักคน คนอื่นๆก็คงไม่ให้อภัยเหมือนกัน”

    รสาสงสารกัลยาจับใจ รับปากจะช่วยพูดกับชานนท์ให้อีกครั้ง แต่ถ้าเขายังใจแข็งอยู่เธอก็จนปัญญา กัลยาขอบใจเธอมากที่ช่วยเหลือ แล้วขอตัวกลับก่อน...

    ทางฝ่ายมนัสกลับบ้านด้วยอาการเริงร่าเป็นพิเศษที่รู้ว่าน้องสาวมีหนุ่มร่ำรวยเป็นถึงเจ้าของบริษัทเพชรมาติดพัน ถ้าเขามีน้องเขยเป็นเศรษฐีเมื่อไหร่คงจะสบายไปทั้งชาติไม่ต้องทำงานอะไรอีก แบบนี้สมควรต้องไปฉลองสักหน่อย แล้วเดินอารมณ์ดีออกไป อรทัยส่ายหน้าระอาใจรู้ดีว่าผัวจะไปฉลองที่ไหน...

    ผิดกับเฉลิมที่กลับถึงบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว บ่นให้เปรมจิตฟังว่าวันนี้รสาไปป่วนที่บริษัทอีกแล้ว ต่อให้เธอมีหลักฐานมายืนยัน เขาก็ไม่มีทางเชื่อ แล้วเดินหัวเสียขึ้นห้อง แม่จันซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยตั้งข้อสังเกตว่าฟังจากน้ำเสียงของเฉลิมแล้วเหมือนกลัวรสาจะมีหลักฐานมาพิสูจน์ แล้วเท้าความให้เปรมจิตฟังว่าคืนนั้นหลังจากที่เฉลิมเข้าหาสุภา แหวนที่เขาเคยใส่ติดนิ้วหายไป

    “แต่ถ้าคุณเฉลิมให้แหวนสุภาไป ป่านนี้เด็กรสามันก็ต้องเอามายืนยันแล้ว”...

    ผีพนันเข้าสิงมนัส เอาเงินไปถลุงในบ่อนหมดเกลี้ยง ตัดสินใจกลับมาเอาแหวนที่บ้านไปจำนำเอาเงินมาเล่นพนันต่อ เขายังไม่ทันจะก้าวออกจากบ้านมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากอรทัยให้ไปดับไฟดังขึ้นเสียก่อน ดันมีคนมือบอนโยนก้นบุหรี่ใส่ถังขยะหน้าบ้านทำให้ไฟลุก สองผัวเมียช่วยกันดับไฟโกลาหล โชคไม่ดีถังขยะล้มใส่มนัสทำให้ไฟติดเสื้อ กว่าจะกลิ้งตัวไปกับพื้นทำให้ไฟดับได้เขาแทบหมดเรี่ยวแรง

    ooooooo

    อรุณต้องผิดหวังอีกครั้งเมื่อรู้จากกัลยาว่า ชานนท์ไม่ยอมใจอ่อนทั้งที่รสาช่วยพูดให้แล้ว หญิงสาวยังแนะให้ไปหาอภิรักษ์แทน แต่เธอไม่กล้า กลัว

    ชานนท์รู้เข้าจะเป็นเรื่อง อรุณขึ้นเสียงอย่างมีอารมณ์ ถ้ามัวแต่กลัวโน่นกลัวนี่ เขาคงอดตายเสียก่อน ท่าทางแบบนี้เราคงจะอยู่กันไม่ยืด กัลยาถึงกับหน้าเสีย

    “ใจเย็นๆก่อนนะคะอรุณ ฉันจะไปหาอภิรักษ์ค่ะ ฉันจะไป”...

    ระหว่างที่อรุณยิ้มพอใจที่กัลยายอมทำตามที่ตัวเองต้องการ มธุรสเห็นออเดอร์ลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้น เสนอให้รสาหาคนมาช่วย ตนเองจะอยู่เฝ้าร้านไม่ได้อีกแล้วไม่อย่างนั้นจะตัดเสื้อให้ลูกค้าไม่ทัน รสาเห็นดีด้วยจะค่อยๆประกาศหาผู้ช่วยแล้วสัมภาษณ์จนกว่าจะได้คนที่ถูกใจ ระหว่างนั้นอภิรักษ์เดินยิ้มเข้ามาในร้าน ถามสองสาวว่าหิวหรือยัง ยังไม่ทันจะมีใครตอบคำถาม บงกชตามเข้ามาสมทบ

    “ได้เวลาเลิกงานปุ๊บ คุณรักษ์ก็พุ่งออกจากออฟฟิศปั๊บ กชนึกแล้วว่าคุณรักษ์ต้องพุ่งมาที่นี่”

    “มาครบกันก็ดีแล้วครับ ไปกินข้าวกัน”...

    ฝ่ายชานนท์มากินมื้อค่ำกับศศิกานต์ตามที่นัดกันเอาไว้ แต่กลับเอาแต่นั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองถึงเรื่องที่คุยกับรสาเมื่อตอนกลางวัน ศศิกานต์ต้องสะกิดเขาถึงได้รู้สึกตัว ชานนท์ขอโทษเธอด้วยที่ใจลอยคิดถึงเรื่องงานมากไปหน่อย แล้วหันไปตักอาหารให้เธออย่างเอาอกเอาใจ...

    ธัชชัยนำเรื่องที่เจอชานนท์ไปกินข้าวกลางวันกับรสามาฟ้องวรรณฤดี แถมบอกอีกว่าไม่ได้กินข้าวกันธรรมดาเพราะเขาเห็นทั้งคู่จับมือถือแขนกันด้วย เขาจะถ่ายคลิปมาให้ดูแต่จังหวะไม่อำนวย

    “ฉันไม่เชื่อหรอก ชานนท์ไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย ฉันว่าคุณตาฝาดแล้วล่ะธัช” วรรณฤดีเห็นสีหน้าจริงจังของสามีเริ่มคล้อยตาม...

    ชานนท์กำลังคุยอยู่กับพาณิชตอนที่อภิรักษ์เดินฮัมเพลงเข้ามา พอรู้ว่าน้องชายไปกินข้าวกับรสามาก็ไม่พอใจ หาเรื่องด่าว่าเธอต่างๆนานา อภิรักษ์เคืองที่พี่ชายชอบหาเรื่องผู้หญิงที่ตัวเองรัก ออกหน้าเถียงแทนจนเกือบจะมีเรื่องกัน พาณิชทนไม่ไหวที่พี่น้องทะเลาะกัน สั่งให้พอได้แล้ว

    “รักษ์ พ่ออยากพบผู้หญิงที่ชื่อรสา” พาณิชเห็นชานนท์อ้าปากจะทักท้วงรีบยกมือห้าม เขาไม่พอใจที่พ่อเห็นดีเห็นงามกับการที่อภิรักษ์ไปคบหากับผู้หญิงอย่างรสา เดินปึงปังขึ้นห้อง...

    ในเวลาต่อมา พาณิชมาหาชานนท์ที่ห้องนอน อยากรู้ทำไมลูกถึงไม่ชอบรสา เขาเชื่อว่าเธอเป็นพวกสิบแปดมงกุฏก็เลยไม่อยากให้น้องไปข้องแวะด้วย กลัวจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอ ที่สำคัญเธอยังมาแอบอ้างว่าเป็นลูกของเฉลิมอีกต่างหาก พาณิชท้วง ถ้าเกิดไม่ใช่แค่คำแอบอ้าง ชานนท์ไม่เข้าใจหมายความว่าอย่างไร

    “เอาเถอะ สักวันความจริงต้องปรากฏ แต่ตอนนี้พ่อขอนนท์อย่าผลักไสผู้หญิงคนนั้น ยิ่งนนท์ผลักไส

    เธอมากเท่าไหร่ โอกาสที่รักษ์จะเตลิดก็ยิ่งมากเท่านั้น ถ้านนท์คิดว่าเธอคือศัตรู นนท์ก็ยิ่งต้องเอามาอยู่ใกล้ตัว เพื่อให้รู้ความเคลื่อนไหวของเธอ ถ้ามีอะไรผิดปกติก็จะได้ป้องกันได้ทัน”

    ooooooo

    มนัสในสภาพบอบช้ำจากถูกไฟไหม้ลากอรทัยมาหารสาที่บ้านแต่เช้า โอดครวญว่าเมื่อคืนไฟไหม้ถังขยะหน้าบ้าน เขาเข้าไปดับไฟโดนถังล้มใส่ไฟก็เลยติดหลังได้รับบาดเจ็บทำงานไม่ได้

    “เพิ่งไปทำงานได้ไม่เท่าไหร่ ต้องลางานเขาอาทิตย์หนึ่ง โดนหักเงินเดือนแน่ๆ เสียประวัติหมดจะโดนไล่ออกหรือเปล่าก็ไม่รู้” มนัสคร่ำครวญน่าสงสาร บงกชรู้เท่าทันความเจ้าเล่ห์ของเขารีบดักคอ

    “ก็เลยจะมาขอเงินสามันใช้ใช่ไหมล่ะ”

    มนัสเกลียดคนรู้ทัน พาลจะมีเรื่องกันอีก ต่างฝ่ายต่างรีบกันคนของตัวเองออกห่าง รสายื่นข้อเสนอให้พี่ชาย ถ้าอยากได้เงินก็ให้เอาแหวนวงนั้นมาขายให้เธอ เขาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่มีแหวนบ้าบออะไรนั่น อรทัยยืนยันว่ามีเพราะเธอเห็น มนัสตวาดลั่นว่าไม่มี แล้วด่ารสาว่าใจดำเห็นพี่ตัวเองเจ็บขนาดนี้ยังไม่มีน้ำใจจะช่วยเหลือ เสียแรงที่มีแฟนรวย รสางงเขาหมายถึงใคร มนัสรู้ว่าอภิรักษ์ตามจีบเธออยู่ยังจะมีหน้ามาปฏิเสธอีก

    “ไม่ใช่ เขาเป็นแค่เพื่อน”

    “กูไม่เชื่อโว้ย...ไปนังอร กลับ” มนัสลุกออกไปอย่างหัวเสีย อรทัยขยับจะเดินตามแต่รสาเรียกไว้แอบยัดเงินใส่มือ บอกให้เก็บไว้ใช้ อย่าให้เขาเห็นเด็ดขาด อรทัยมองเธออย่างซาบซึ้งใจ ก่อนจะรีบตามมนัสไป บงกชเห็นอาการมีพิรุธของมนัสแล้ว ฟันธงว่าแหวนต้องอยู่ที่เขาแน่นอน เขาต้องไปรู้ราคาแหวนวงนั้นมาถึงใจแข็งไม่ยอมขายให้ถ้าไม่ได้ราคาที่พอใจ มธุรสอดเป็นห่วงเพื่อนรักไม่ได้ ถ้ามนัสยังยืนกรานว่าไม่มีแหวน แล้วรสาจะทำอย่างไรต่อไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าเขาโก่งราคาแพงมากเธอก็คงไม่ไหว...

    ในเวลาเดียวกัน ระหว่างเฉลิม เปรมจิตกับศศิกานต์และวรรณฤดีกับธัชชัยกำลังกินมื้อเช้ากันอยู่ที่โต๊ะอาหาร อยู่ๆวรรณฤดีถามน้องสาวว่าชีวิตรักของเธอกับชานนท์ยังดีอยู่หรือเปล่า ระวังจะโดนแย่งแฟนไม่รู้ตัว เฉลิมเอะใจ ลูกสาวคนโตไปรู้เรื่องอะไรมาถึงได้พูดเป็นนัยๆอย่างนี้

    “ก็เมื่อวานน่ะสิคะ ธัชเขาไปเห็นคุณนนท์ไปกินข้าวกับนังรสาสองต่อสองที่ร้านอาหารญี่ปุ่น”

    เฉลิมหันไปถามธัชชัย แน่ใจว่าใช่ผู้หญิงคนนั้นแน่หรือ เขาแน่ใจแต่ไม่กล้าเข้าไปทัก เปรมจิตมั่นใจ นังนั่นต้องมีแผนอะไรแน่ๆถึงได้ทำอย่างนั้น ศศิกานต์กลับมองในแง่ดี รสาอาจแค่จะถามชานนท์เรื่องคุณพ่อก็ได้ วรรณฤดีหาว่ารสารู้แก่ใจดีว่าเฉลิมไม่ยอมรับเป็นลูก ก็เลยวางแผนจะแย่งแฟนศศิกานต์เพื่อแก้แค้นพวกเรา แล้วยุให้ศศิกานต์ถามชานนท์ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ถ้าเธอไม่กล้าตนจะถามให้เอง

    “ศศิถามเองค่ะพี่วรรณ”...

    เหตุการณ์ที่ชานนท์ไปกินมื้อกลางวันกับรสาโดยไม่บอกศศิกานต์ทำให้ทั้งเฉลิมและเปรมจิตปักใจเชื่อว่า รสาจงใจจะป่วนความรักของศศิกานต์กับชานนท์เพื่อแก้แค้นครอบครัวของตน...

    ด้านมนัสก่นด่ารสาที่ไม่ยอมให้เงิน ตั้งแต่ออกจากบ้านสามสาวยันถึงบ้านตัวเอง อรทัยยุให้เขาเอาแหวนไปขายให้รสา จะเก็บไว้ทำไมในเมื่อเอาไปขายที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะคนจะคิดว่าเขาขโมยมา สู้ขายให้รสาไม่ดีกว่าหรือ ได้เงินมาใช้ตั้งเจ็ดหมื่นบาท

    “ความจริงมันเป็นแหวนที่แม่สุภายกให้รสา พี่ไม่มีสิทธิ...” อรทัยพูดยังไม่ทันขาดคำ ฝ่ามือพิฆาตของมนัสฟาดเข้าหน้าหงายหลังตึง เงินที่รสาแอบให้กระเด็นออกจากกระเป๋า ผัวตัวแสบตะครุบเอาไว้ พลางโวยใส่ไปเอาเงินมาจากไหน อรทัยละล่ำละลักว่ารสาให้มาเมื่อครู่นี้

    “อ้อ นังสามันให้มาแล้วมึงไม่คิดจะบอกกูสักคำ เหรอ นังนี่คิดจะอมเงินไว้คนเดียวใช่ไหม” มนัสตบ

    อรทัยซ้ำอีกครั้ง แล้วจ้ำพรวดๆออกจาบ้านบ่ายหน้าไปทางบ่อนพนัน

    ooooooo

    เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับชานนท์ ศศิกานต์ไม่กล้าถามเขาตรงๆเรื่องรสา แกล้งถามว่าเธอไปหาบงกชที่ออฟฟิศบ้างหรือเปล่า เขาไม่รู้ไม่ได้สนใจ

    “งั้นพี่นนท์ก็ไม่ได้เจอรสาเลยสิคะ”

    ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจก่อนจะบอกว่าไม่เจอ ศศิกานต์หน้าเครียดขึ้นมาทันที...

    ระหว่างที่สามสาวกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านเนื่องจากเป็นวันหยุด อภิรักษ์หอบหิ้วของกินเข้ามาเต็มสองมือ บงกชถึงกับออกปาก เรามีกันแค่สามคนแต่เขาซื้อกับข้าวมาให้ราวกับจะเลี้ยงทั้งกองทัพ รสาขอร้องเขาทีหน้าทีหลังอย่าซื้อมามากมายขนาดนี้ แต่ก็ขอบคุณที่อภิรักษ์มีน้ำใจกับพวกเรา

    “ก็ผมอยากให้คุณมีความสุขนี่ครับ” ไม่พูดเปล่า อภิรักษ์ส่งตาหวานให้รสาอีกต่างหาก บงกชต้องแกล้งกระแอมเพื่อให้รู้สึกตัว เขาได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน...

    วรรณฤดีเห็นน้องสาวกลับถึงบ้าน ปรี่เข้าไปถามชานนท์ว่าอย่างไรบ้างเรื่องแอบไปกินข้าวกับรสา เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าเขาไม่ได้เจอกับผู้หญิงคนนั้น

    “คุณนนท์ไม่ใช่คนชอบโกหก งั้นธัชก็ต้องตาฝาด”

    ธัชชัยยืนยันไม่ได้ตาฝาด เสียดายที่ตนไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูเป็นหลักฐาน ศศิกานต์ขอร้องให้สองผัวเมียพอได้แล้ว ถ้าชานนท์บอกว่าไม่เจอ เธอก็เชื่อว่าไม่ได้เจอจริงๆ ขอให้จบแค่นี้ แล้วเดินหนีขึ้นบ้าน วรรณฤดีหันไปต่อว่าธัชชัยว่าทีหน้าทีหลังต้องมีหลักฐานมายืนยันด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นฝ่ายเสีย แล้วเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ธัชชัยมองตามเมียอยู่อึดใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินตามศศิกานต์จนทันกันหน้าห้องของฝ่ายหญิง ดึงแขนเธอไว้ สาบานว่าเห็นชานนท์กับรสาไปกินข้าวด้วยกันจริงๆ

    “ศศิบอกแล้วไงคะว่า เราควรจบเรื่องนี้กันได้แล้ว”

    “ก็ได้ในเมื่อคุณชานนท์ไม่ยอมรับกับคุณ ผมก็เชื่อว่าเขามีเจตนาปกปิดคุณอย่างแน่นอน”

    ศศิกานต์ไม่อยากฟังอะไรอีก แกะมือเขาออกจากแขนตัวเองแล้วเดินหนีเข้าห้อง ธัชชัยบ่นเป็นหมีกินผึ้งที่เธอไม่สนใจไยดีตนเองบ้าง แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมี เสียงวรรณฤดีดังมาจากด้านหลังว่าหายไปไหนมา เขากลัวเธอจะได้ยินสิ่งที่เขาบ่นและรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับศศิกานต์ ค่อยๆหันไปมองอย่างหวาดกลัวสุดๆ

    “คุณวรรณมีอะไรกับผมเหรอ”

    วรรณฤดีแค่จะมาเตือนว่าอย่าลืมวันมะรืนนี้เรามีนัดกับหมอดำเกิงบ่ายสองโมง ธัชชัยลอบถอนใจโล่งอกรอจนเธอไปพ้นสายตารีบโทร.หานุกูล แจ้งวันเวลาและสถานที่ให้รู้ ย้ำว่าอย่าลืมไปเจอกันที่นั่น

    “แล้วจำไว้ ถ้างานนี้ฉันพังกิจการทุกอย่างของแกที่ฉันลงทุนให้มันจะต้องพังไปด้วย เข้าใจไหมวะ” ...

    หลังจากกินอาหารเสร็จ มธุรสกับบงกชช่วยกันเก็บถ้วยชามไปล้างโดยทิ้งหน้าที่ดูแลแขกให้รสารับผิดชอบ อภิรักษ์ถือโอกาสนี้ขออนุญาตพาเธอไปพบกับพ่อของเขาซึ่งอยากรู้จักเธอมาก เธอพอเดาออกว่าเขาจะให้ไปพบพ่อในฐานะอะไร จึงปฏิเสธอย่างสุภาพว่าคงไม่เหมาะ เธอกับเขา
    ไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากเพื่อน อภิรักษ์ขอเป็นมากกว่าเพื่อนจะได้ไหม แม้จะสงสารเขา แต่รสายืนยันคำเดิมเป็นเพื่อนกันดีที่สุดแล้ว

    “เพราะเป็นได้ตลอดชีวิต ฝากกราบขอโทษคุณพ่อคุณด้วยนะคะที่ฉันไม่ได้เข้าไปพบตามที่ท่านเชิญ”

    “ไม่เป็นไรครับ แต่ผมจะไม่ยอมแพ้ครับคุณรสา สักวันหนึ่งผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้”...

    ในเวลาต่อมา ระหว่างที่อภิรักษ์นั่งคุยอยู่กับพาณิชที่ห้องรับแขก ชานนท์ลงบันไดมาได้ยินพอดี รีบหลบมุมแอบฟังไม่เห็นพันเดินมาจากอีกด้านหนึ่งซึ่งเจ้านายหยุดฟังก็พลอยยืนนิ่งไปด้วยไม่กล้าขัดจังหวะ อภิรักษ์เล่าให้พ่อฟังว่าชวนรสามาพบพ่อแล้วแต่เธอปฏิเสธ อ้างว่าไม่เหมาะสมในเมื่อเธอกับเขาเป็นแค่เพื่อนกัน นั่นยิ่งทำให้เขาชอบเธอมากขึ้นและยิ่งมั่นใจว่าเธอไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฎอย่างที่ชานนท์กล่าวหา

    “พ่อก็ยิ่งอยากจะเจอผู้หญิงคนนี้มากขึ้นไปอีก”

    ชานนท์ทำทีเพิ่งเดินมาถึง เตือนอภิรักษ์พรุ่งนี้มีประชุมทีมจัดงานจิลเวลรี่แฟร์ แล้วหันไปบอกพ่อว่าพวกกรรมการอยากให้บริษัทของเฉลิมเป็นคนทำเครื่อง ประดับที่ชนะการประกวดออกแบบและเครื่องประดับที่เราทำจะได้ขึ้นโชว์ในงานนี้ด้วย จากนั้นเขาเดินกลับขึ้นข้างบน อภิรักษ์ไม่สบายใจไม่รู้ว่าพี่ชายได้ยินที่เขาคุยกับพ่อหรือเปล่า พันรีบเสนอหน้าเข้ามารายงานว่าชานนท์ได้ยินตั้งแต่ต้น อภิรักษ์แปลกใจทำไมคราวนี้เขาถึงไม่อาละวาดเรื่องตนกับรสา

    ooooooo

    ในที่สุดการมาดักรออภิรักษ์หน้าบ้านก็สัมฤทธิผล กัลยาได้เจอลูกสมใจ ทีแรกเขาสับสนเพราะถูกชานนท์เป่าหูว่าพวกเราสองพี่น้องไม่ต้องการแม่อีกแล้ว ในเมื่อเรามีพ่อที่ดีที่สุดในโลก ก็เลยขับรถหนีทิ้งให้กัลยายืนอึ้งอยู่ตรงนั้น แต่พอตั้งสติได้ อภิรักษ์วกรถกลับมาหาแม่โผกอดท่านไว้ด้วยความคิดถึง

    จากนั้นสองแม่ลูกพากันนั่งคุยที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง กัลยาแสดงละครตบตาอภิรักษ์ว่าเป็นแม่ที่สำนึกผิดแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่ทิ้งลูก

    ทิ้งสามีไปแบบนั้น เธอไม่โทษชานนท์ที่ไม่ให้อภัยเธอ อภิรักษ์เดาได้ทันที นี่แสดงว่าแม่เจอชานนท์แล้ว กัลยาเจอเขาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขาแทบไม่อยากจะพูดด้วย หน้าเธอเขาแทบไม่อยากจะมอง แถมยังสั่งห้ามไม่ให้เธอมาเจอกับอภิรักษ์และพาณิชอีกด้วย

    “ทำไมพี่นนท์ทำอย่างนี้ ยิ่งเห็นแม่ลำบากขนาดนี้พี่นนท์ควรจะบอกพ่อ ผมว่าเรื่องนี้พ่อควรจะต้องรู้”

    “อย่าเลยลูก แม่ไม่อยากให้พี่น้องทะเลาะกันเพราะแม่ เอาล่ะแม่คงต้องไปแล้ว แม่มีธุระต้องไปทำ”

    อภิรักษ์อยากรู้ว่าธุระอะไร กัลยาอ้อมแอ้มว่าจะไปขอยืมเงิน เธอไม่มีเงินเลย ถ้าไม่ได้เงินมาวันนี้ เธอก็คงไม่มีข้าวกิน แล้วบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร อภิรักษ์หลงกลหยิบเงินให้หนึ่งหมื่นบาท จะได้ไม่ต้องไปหยิบยืมจากใครอีก เธอดีใจมากแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ อภิรักษ์อยากรู้ว่าท่านอยู่ที่ไหน อยากเจอท่านอีก กัลยาแนะให้ถามรสาซึ่งรู้ที่อยู่ของตน อภิรักษ์งง แม่ไปรู้จักกับรสาตั้งแต่เมื่อไหร่

    “แม่เคยขอร้องให้รสาไปพูดกับนนท์ให้นนท์ยอมให้แม่ได้กลับมาเจอรักษ์ แต่นนท์ใจแข็งมากไม่พูดกับแม่แล้วยังไล่แม่ด้วย” กัลยาฟ้องเป็นชุด ยิ่งทำให้อภิรักษ์ไม่พอใจพี่ชายเป็นทวีคูณ...

    หลังจากแยกกับแม่ อภิรักษ์บุกไปหาชานนท์ที่ห้องทำงาน ขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว โดยไม่สนใจว่าเขากำลังประชุมค้างอยู่ ทันทีที่ได้อยู่กับตามลำพัง อภิรักษ์ต่อว่าพี่ชายที่เจอแม่ตั้งหลายครั้งแล้วแต่ไม่ปริปากบอกกันสักคำ แถมยังไล่แม่และกีดกันไม่ให้ตนเจอกับท่านอีกต่างหาก ขอร้องให้เขาอภัยให้แม่ได้แล้ว ตอนนี้ท่านสำนึกผิดแล้ว ชวนเขาไปหาท่านด้วยกัน ชานนท์แปลกใจ น้องรู้ด้วยหรือว่าท่านอยู่ไหน

    “คุณรสาทราบ”

    “นั่นไงฉันนึกแล้ว เธอเป็นคนเอาเรื่องนี้มาบอกนายใช่ไหม ในเมื่อฉันพูดอะไรเตือนอะไรนายไม่เคยฟัง แต่นายฟังคนอื่นเชื่อคนอื่น เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้นายอยากจะทำอะไรก็ทำไปเลย” พูดจบชานนท์หันหลังให้...

    ขณะที่ชานนท์กับอภิรักษ์มีปากเสียงกันใหญ่โต กัลยากับอรุณกำลังฉลองที่ได้เงินจากอภิรักษ์ เขายุส่ง ในเมื่อได้เงินจากอภิรักษ์ง่ายอย่างนี้ ต่อไปเธอก็ไม่ต้องหาชานนท์อีกแล้ว เข้าทางอภิรักษ์ดีที่สุด ค่อยๆตอดมาทีละนิดๆ ทีนี้เราสองคนก็ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว...

    ด้านศศิกานต์กลัดกลุ้มใจไม่รู้จะเชื่อใครดีระหว่างธัชชัยกับชานนท์ แม่จันช่วยชี้ทางสว่างให้ หากเธอรักชานนท์ก็ต้องเชื่อใจและให้เกียรติกัน ความรักถึงจะมั่นคงและยืนยาว เธอถึงได้ยิ้มออก

    ooooooo

    ชานนท์ปักใจเชื่อว่ารสาเป็นคนปูดเรื่องแม่ให้อภิรักษ์รู้ จึงตามมาเอาเรื่องถึงร้านเสื้อ เธอปฏิเสธว่าไม่ได้บอกเขาก็ไม่เชื่อ แถมประกาศลั่นไม่มีวันยอมให้เธอมาเป็นน้องสะใภ้เด็ดขาด

    “ฉันขอยืนยันว่าฉันไม่ได้บอกอะไรคุณรักษ์อย่างที่คุณกล่าวหา แล้วเรื่องที่อยากจะเป็นน้องสะใภ้คุณน่ะ ฉันไม่เคยคิด ขืนฉันมีพี่สามีเป็นคนไม่รู้จักกตัญญูแม่อย่างคุณ ฉันอยู่ของฉันอย่างนี้ดีกว่า”

    สองคนมองสบตากันด้วยความชิงชัง ชานนท์เล่นงานรสายังไม่สะใจพอ กลับถึงออฟฟิศเรียกบงกชมาคาดคั้นว่ารสาเล่าเรื่องกัลยาให้ฟังหรือเปล่า พอรู้ว่าเล่าก็โกรธควันแทบออกหู นึกอยู่แล้วว่ารสาจะต้องปากสว่างไว้ใจไม่ได้ นี่คงเล่าให้เธอฟังสนุกปากเลยใช่ไหม บงกชแก้ตัวแทนเพื่อนรักว่า
    ไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา รสาสงสารแม่ของเขามากก็เลยเอาเรื่องนี้มาปรึกษาเธอไม่ใช่เอามาเม้าท์

    “ผมไม่เชื่อ ที่ผมกับนายรักษ์ต้องมาทะเลาะกันเพราะเพื่อนคุณ อภิรักษ์ไม่เคยรู้เรื่องผู้หญิงคนนั้นกลับมา แต่มารู้ก็เพราะเพื่อนคุณปากสว่าง ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นไง” บ่นเสร็จชานนท์ไล่บงกชออกจากห้อง...

    รสารู้เรื่องที่ชานนท์พาลเล่นงานเพื่อนของตัวเองไปด้วยก็ไม่พอใจ ด่าเขาว่าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ อกตัญญูแม่ตัวเองไม่พอ ยังเป็นคนที่ไม่รู้จักให้อภัย เตือนให้บงกชระวังตัวเองไว้ วันไหนทำงานพลาดเขาเอาเธอตายแน่...

    อภิรักษ์ยังเคืองพี่ชายไม่หาย ทนนั่งร่วมโต๊ะอาหารไม่ไหว ลุกหนีหน้าตาเฉย พาณิชเป็นห่วงเขามากตามมาที่ห้องนอนเห็นเขาร้องไห้น้ำตานองหน้าก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเล่าให้ฟังว่าแม่กลับมาแล้ว แต่ชานนท์ไม่ยอมบอกไม่ยอมให้ท่านมาเจอพวกเรา แถมยังไล่ท่านอีกด้วย ทำไมพี่ถึงใจร้ายแบบนี้

    “ไม่เอารักษ์ อย่าพูดถึงพี่เขาอย่างนี้ พี่นนท์เขาก็คงมีเหตุผลของเขา”

    “แม่ดูไม่ดีเลย ท่าทางแม่ลำบากมาก ผมสงสารแม่จังเลย พ่อครับ พ่อจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะพาแม่มาพบพ่อ” อภิรักษ์อ้อนวอนทั้งน้ำตา พาณิชนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะพยักหน้า ถ้ากัลยาอยากมาก็ให้พามาได้เลย...

    ขณะเกิดเรื่องวุ่นๆกับครอบครัวของพาณิช วรรณฤดีถึงกับสติแตกเมื่อรู้จากแม่ว่าเคยเห็นพ่อออกจากห้องนอนของสุภา ซึ่งทำให้เป็นไปได้ว่ารสาอาจจะเป็นลูกของท่าน วรรณฤดีกลัวเธอจะมาแบ่งสมบัติของพ่อ ร้องโวยวายลั่น เปรมจิตเห็นท่าไม่ดี เข้าไปกอดปลอบให้ลูกใจเย็นก่อน
    “ไม่มีใครมาแบ่งอะไรไปจากเราทั้งนั้น ไปๆ แม่พาวรรณไปห้องดีกว่าจะได้อาบน้ำเข้านอนได้แล้วลูก เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” เปรมจิตประคองวรรณฤดีที่ร้องไห้ฟูมฟายขึ้นห้อง

    ooooooo

    ศศิกานต์มาขี่จักรยานเล่นกับชานนท์เหมือนที่เคยทำในทุกเช้าวันหยุด วันนี้เขาเอาแต่นิ่งเงียบ

    ไม่พูดไม่จา เธอต้องสะกิดถามมีอะไรไม่สบายใจ เล่าให้เธอฟังได้ เขากลับไม่ยอมพูดถึง

    หญิงสาวเก็บเอาความน้อยใจนี้ไปเล่าให้พ่อฟัง เธอรู้สึกเหมือนชานนท์ปิดอะไรอยู่ แล้วทำท่าจะร้องไห้ เฉลิมดึงลูกมากอด ปลอบว่าคนรักกันไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของอีกฝ่าย ควรจะปล่อยให้คนรักของตัวเองมีมุมส่วนตัวบ้าง แล้วสอนให้เธอเคารพในมุมส่วนตัวมุมนี้ของชานนท์

    “ชีวิตคู่ที่มีความสุขน่ะคือชีวิตคู่ที่ต่างคนต่างมีพื้นที่ให้ตัวเองได้เติบโตไปพร้อมๆกับความรักที่มีให้กัน” คำพูดของพ่อทำให้ศศิกานต์สบายใจขึ้น สองพ่อลูกไม่ทันเห็นวรรณฤดีแอบฟังอยู่กับธัชชัยอย่างไม่สบอารมณ์ คิดว่าน้องออดอ้อนทำคะแนนกับพ่อ เตือนธัชชัยถ้าเราไม่รีบมีหลานให้ท่านอุ้มเร็วๆ มีหวังตกกระป๋องแน่...

    พาณิชเรียกชานนท์มาต่อว่าทำไมไม่บอกว่าเจอแม่แล้ว เขาอ้างว่าเธอไม่มีความสำคัญอะไรกับเราก็เลยไม่บอก พาณิชติงเธอเป็นแม่จะไม่สำคัญได้อย่างไร ชานนท์ยังจำความเจ็บช้ำตอนที่แม่หนีไปอยู่กับชู้ ทำให้น้องต้องร้องไห้ และทำให้พ่อล้มป่วยได้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แล้วจะให้เขาอภัยให้แม่ได้อย่างไร...

    บ่ายนี้ วรรณฤดีกับธัชชัยมีนัดกับหมอเพื่อตรวจว่าเขาเป็นหมันหรือเปล่า โดยจะใช้เวลาตรวจประมาณสองถึงสามชั่วโมง แม้จะตื่นเต้น แต่ธัชชัยยังเบาใจได้เพราะเตี๊ยมแผนการเอาน้ำเชื้อของนุกูลมาเปลี่ยนกับของตัวเองไว้แล้ว และการสลับสับเปลี่ยนครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี...

    ฝ่ายรสาหิ้วถุงใส่ผลไม้มาเยี่ยมอาการถูกไฟคลอกของพี่ชายที่บ้านแม่ มนัสยังเคืองน้องไม่หายไล่ส่ง จะมาทำไม ทีวันก่อนไปขอเงินใช้นิดๆหน่อยๆใจดำไม่ยอมให้แม้แต่บาทเดียว รสาเคยบอกแล้วว่าถ้าเขาอยากได้เงินก็เอาแหวนมาขายให้ อรทัยเห็นมนัสอ้าปากจะปฏิเสธ ช่วยกล่อมให้เขายอมขายแหวนอีกแรงหนึ่ง

    “แกเอาเงินมาให้ฉันสองแสนก่อนนังสา”

    “สองแสน!! พี่จะบ้าหรือเปล่า ทั้งชีวิตฉันเหลืออยู่แค่เจ็ดหมื่นเท่านั้น”

    มนัสไม่สนใจ ถ้าไม่ได้เงินสองแสนบาทก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก แล้วเดินหนีไปเลย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564
    18 ต.ค. 2564

    07:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 16:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์